ข้ อ มู ล เ กี่ ย ว กั บ วั ฒ น ธ ร ร ม ต ะ วั น ต ก ส วี เ ด น เสนอ อ า จ า ร ย์ มั ท รี สี ม า
ประเทศสวีเดน สวีเดน หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรสวีเดน เป็นประเทศกลุ่มนอร์ดิกตั้งอยู่บนคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ในยุโรปเหนือ เขตแดนทางตะวันตกจรดประเทศนอร์เวย์ทางตะวันออกเฉียงเหนือจรดประเทศฟินแลนด์ และช่องแคบสแกเกอร์แรก (Skagerrak) ทางตะวันตกเฉียงใต้จรดช่องแคบแคทีแกต (Kattegat) และทาง ตะวันออกจรด ทะเลบอลติก และ อ่าวบอทเนีย มีกรุงสต็อกโฮล์ม เป็นเมืองหลวง ประเทศสวีเดนมีประชากร ที่เบาบางเว้นแต่ในเขตเมืองใหญ่ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศประกอบด้วย ป่าไม้และภูเขาสูง สวีเดนมี ประชากร 10.4 ล้านคน และความหนาแน่นของประชากร 25 คนต่อตารางกิโลเมตร โดยกว่า 87%ของ ประชากรอาศัยอยู่ในเขตเมืองซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 1.5% ของพื้นที่ทั้งหมด โดยประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด ในภาคกลางและภาคใต้ของประเทศ ภูมิศาสตร์ และ สภาพอากาศ สวีเดนเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่เหนือสุดของโลก มีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับ ประเทศไทย สวีเดนมีขนาดใหญ่เป็น อันดับที่ 4 ใน ทวีปยุโรป มีพื้นที่ 450,000 ตารางกิโลเมตร (ความกว้าง 500 กิโลเมตร และความยาว 1,600 กิโลเมตร) สวีเดนมีชายฝั่งที่ค่อนข้างยาว จรด ทะเลบอลติก และ อ่าวบอทเนีย ทางตะวันตกมี เทือกเขาสแกนดิเนเวีย ทอดตามแนวพรมแดนกับ ประเทศนอร์เวย์ สวีเดนแบ่งออกเป็นสามภาคหลักๆ ได้แก่ โยตตาลันด์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ เป็นที่ราบและมีป่าไม้ สเวียลันด์ เป็นที่ราบอุดมสมบูรณ์ และมี ทะเลสาบ จำนวนมาก และ นอร์ลันด์ เป็นภูมิภาคตอนเหนือของ สวีเดน มีภูเขา ป่าไม้ และแร่ธาตุมาก ประมาณร้อยละสิบห้าของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศตั้งอยู่เหนือขึ้นไปจาก อาร์กติกเซอร์เคิล สภาพภูมิอากาศของสวีเดนแตกต่างกันไปตามสถานที่ตั้ง แต่ส่วนใหญ่จะมีอากาศอบอุ่นทางตอนใต้และ ตอนเหนือใต้ขั้วโลกเหนือ ทางตอนใต้ฤดูร้อนอากาศเย็นสบายและมีเมฆเป็นบางส่วนในขณะที่ฤดูหนาวอากาศ หนาวและมักมีเมฆมาก เนื่องจากทางตอนเหนือของสวีเดนอยู่ภายในอาร์กติกเซอร์เคิล จึงมีฤดูหนาวที่ยาวนาน และหนาวเย็นมาก นอกจากนี้เนื่องจากละติจูดทางเหนือของสวีเดนส่วนใหญ่จึงมืดเป็นเวลานานในช่วงฤดูหนาว และมีแสงสว่างในฤดูร้อนนานกว่าหลายชั่วโมงในประเทศทางใต้
ประวัติศาสตร์ สวีเดนมีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่เริ่มจากค่ายล่าสัตว์ก่อนประวัติศาสตร์ทางตอนใต้ สุดของประเทศ ในศตวรรษที่ 7 และ 8 สวีเดนเป็นที่รู้จักในด้านการค้า แต่ในศตวรรษที่ 9 ชาวไวกิง ได้บุกเข้าไปในภูมิภาคนี้และส่วนใหญ่ในยุโรป ในปี 1397 Queen Margaret แห่งเดนมาร์กได้สร้างสหภาพ Kalmar ซึ่งรวมถึงสวีเดนฟินแลนด์ นอร์เวย์ และเดนมาร์ก การเมืองการปกครอง สวีเดนมีการปกครองระบอบ ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยใช้ระบอบ ประชาธิปไตยแบบตัวแทน มี รัฐสภา พระมหากษัตริย์สวีเดน เป็นประมุขแห่งรัฐ ซึ่งองค์ปัจจุบันคือ สมเด็จพระราชาธิ บดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นตัวแทนสูงสุดของประเทศ แต่ ไม่มีอำนาจทางการเมืองใด ๆ รวมถึงไม่จำเป็นต้องลงพระปรมาภิไธยในการ ตัดสินใจของรัฐสภาด้วย ประมุขแห่งรัฐ เศรษฐกิจ สวีเดนเป็นประเทศที่มีการพัฒนาด้าน อุตสาหกรรม สูงมาก เกษตรกรรม ที่เคยเป็นเศรษฐกิจหลัก ของประเทศมี การจ้างงาน น้อยกว่าร้อยละสองของแรงงานทั้งหมดในปัจจุบัน อุตสาหกรรมดั้งเดิมที่สำคัญของ สวีเดนได้แก่ การป่าไม้ เหล็ก และ ไฟฟ้าพลังน้ำ แต่ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมขั้นสูงเช่น รถยนต์ อากาศยาน อาวุธ และ เวชภัณฑ์ เข้ามามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจอย่างมาก การที่สวีเดนมีประชากรไม่สูงนัก ทำให้ตลาด ภายในประเทศจำกัดและต้องพึ่งพาการส่งออก สวีเดนจึงเป็นแหล่งกำเนิดของบริษัทที่ประสบความสำเร็จในตลาด โลกจำนวนมาก เช่น วอลโว่ ซาบ อีริกส์สัน อีเล็กโทรลักซ์ เอชแอนด์เอ็ม เป็นต้น
วั ฒ น ธ ร ร ม ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ส วี เ ด น สวีเดนมีภาษาสวีดิชเป็นภาษาประจำชาติและชาวสวีเดนส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาคริสต์นิกาย Lutheran State Church ผู้คนส่วนใหญ่สามารถใช้ภาษา อังกฤษได้ดี เนื่องจากถูกจัดเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ วัฒนธรรมสมัยศตวรรษที่ 20 ของสวีเดนเป็นที่รู้จักจากผลงานบุกเบิกในยุคแรก ๆ ในวงการภาพยนตร์ โดยมี เมาริตซ์ สติลเลอร์ และ วิคเตอร์ เซสเตริม เป็นสองผู้ กำกับที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในแง่การปฏิวัติวงการภาพยนตร์ของนอร์ดิก ในช่วงทศวรรษที่ 1920-1980 ผู้สร้างภาพยนตร์ อิงมาร์ เบิร์กแมน และ นักแสดง เกรทา การ์โบ และ อิงกริด เบิร์กแมน ได้กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับ นานาชาติในวงการภาพยนตร์ เมื่อไม่นานมานี้ ภาพยนตร์ของ ลูคัส มูดิสสัน , ลาสซี่ ฮอลสตรอม และ รูเบน ออสต์ลุนด์ ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
แฟชั่น ความสนใจในแฟชั่นเป็นเรื่องสำคัญในสวีเดน [101] [102] และประเทศนี้มี สำนักงานใหญ่ของแบรนด์ดังอย่าง Hennes & Mauritz (รู้จักในนาม H&M) [103] , J. Lindeberg (รู้จักในนาม JL) อย่างไรก็ตาม บริษัทเหล่านี้ประกอบ ด้วยผู้ซื้อส่วนใหญ่ที่นำเข้าสินค้าแฟชั่นจากทั่วยุโรปและอเมริกา โดยยังคงมีแนว โน้มของธุรกิจสวีเดนในการพึ่งพาเศรษฐกิจข้ามชาติเช่นเดียวกับประเทศเพื่อน บ้านอีกหลายแห่ง อาหาร อาหารประจำชาติของประเทศสวีเดนคล้ายกับอาหารของแถบสแกนดิเนียเวีย เช่น ปลา (herring), ปลาเปรี้ยว (pickled herring) และไข่ปลาคาเวียร์ แต่ที่มีชื่อเสียง ที่สุดก็คือ Swedish meatball หรือที่เรียกกันว่า Köttbullar มีลักษณะคล้ายลูกชิ้น แต่จะเป็นลูกชิ้นที่ปรุงรสแล้วมีทั้งเนื้อหมู, เนื้อไก่และเนื้อวัว รับประทานกับมันฝรั่ง ซอส และควบคู่ไปกับแยมผลไม้ แยมจะมีรสหวานทานง่าย คนสวีเดนส่วนมากจะทานเนื้อสัตว์ กับแยมผลไม้ เพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติของอาหารและแก้เลี่ยน
กีฬา กิจกรรมกีฬาเป็นกิจกรรมหลักของชาติโดยมีประชากรกว่าครึ่งหนึ่งเข้าร่วม กิจกรรมกีฬาที่จัดขึ้นโดยรัฐบาล กีฬาที่มีผ ู้ชมมากที่สุดสองประเภท คือ ฟุตบอล และฮ็อกกี้น้ำแข็ง รองจากฟุตบอล กีฬาขี่ม้า (ซึ่งผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง) มี จำนวนผู้ฝึกหัดมากที่สุด นอกจากนี้ กอล์ฟ โอเรียนเทียริ่ง ยิมนาสติก และกีฬา ประเภททีมของฮ็อกกี้น้ำแข็ง แฮนด์บอล ฟลอร์บอล บาสเก็ตบอล และวงดนตรี เป็นที่นิยมมากที่สุดเช่นกัน วันหยุด นอกเหนือจากวันหยุดตามประเพณีของชาวคริสต์ นิกายโปรเตสแตนต์ สวีเดนยังฉลองวัน หยุดพิเศษบางอย่างซึ่งเป็นประเพณีก่อนคริสต์ศักราช พวกเขาจะร่วมฉลอง Walpurgis Night (Valborgsmässoafton) ในวันที่ 30 เมษายนด้วยการจุดไฟซึ่งเป็นวันฉลองของชาวคริสต์ ของ Saint Walpurga เป็นนักุญที่นับถือศาสนาคริสต์ในศตวรรษที่ 8 และวันแรงงานหรือ วันแรงงานตรงกับ วันที่ 1 พฤษภาคม อุทิศให้กับการประท้วงสังคมนิยม วันแห่งแสงสว่างของ นักบุญลูเซียซึ่งเป็นวันที่ 13 ธันวาคม เป็นที่ทราบกันดีในการเฉลิมฉลองอันวิจิตรบรรจงซึ่ง เป็นต้นกำเนิดของอิตาลีและเริ่มเทศกาลคริสต์มาสที่ยาวนานหนึ่งเดือน และ 6 มิถุนายน เป็น วันชาติของสวีเดน และตั้งแต่ปี 2005 ถือเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์
สิ่งที่ควรทำในประเทศสวีเดน 1. ทุกที่ต้องต่อคิว ไม่ว่าจะในร้านขายยา หน่วยงานราชการ หรือแม้กระทั่งร้านขายเนื้อสัตว์ในท้องถิ่น แทบทุกที่ในสวีเดนจะมี หมายเลขบัตรคิวให้กับผู้มาใช้บริการเสมอ เวลาไปห้างร้านต่างๆ ก็อย่าลืมมองหาจุดรับบัตรคิวก่อนเป็น อันดับแรกนะ 2. ช็อปปิ้งให้เสร็จก่อน 17.00 น. ร้านรวงในประเทศสวีเดนจะปิดให้บริการค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะในหยุดสุดสัปดาห์ ถ้าเป็นตอนดึกๆ จะมีแต่ ร้านในปั๊มน้ำมันเท่านั้นที่ยังเปิดอยู่ ชาวสวีเดนส่วนใหญ่เลิกงานประมาณห้าโมงเย็น ช่วงเวลาตั้งแต่ 17.00- 18.30 น. ร้านค้าจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของก่อนกลับบ้าน ถ้าไม่อยากเบียดเสียดและต่อคิวยาว เหยียด ควรรีบมาชอปให้เสร็จก่อนที่ทุกคนเลิกงานจะดีกว่า 3. ถอดรองเท้าด้วย! หลายประเทศในแถบยุโรปเราสามารถเดินเข้าไปในบ้านคนอื่นได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องถอด รองเท้า แต่ธรรมเนียมของชาวสวีเดนส่วนใหญ่มักจะถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน 4. ตรงต่อเวลาเสมอ ชาวสวีเดนก็เหมือนชาวยุโรปในหลายๆ ประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องตรงต่อเวลามาก แม้กระทั่งการจิบกาแฟชิลล์ๆ อย่าง Fika ถ้ามีการนัดหมายเวลาไว้แล้วคุณก็ควรมาตามเวลาที่ กำหนด ยิ่งถ้าเป็นการเดินทางหรือประชุมงานยิ่งไม่ควรสายอย่างเด็ดขาด เพราะการประชุมจะเริ่ม ตามเวลาทันที ถึงแม้ว่าคุณจะยังมาไม่ถึงก็ตาม 5. อย่าลืมพกถุงไปซื้อของ เพื่อตอบสนองต่อนโยบายการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ร้านค้าส่วนใหญ่ในสวีเดนจึงคิดเงินค่าถุง กระดาษหรือถุงพลาสติก ทุกครั้งที่ไปซื้อของลูกค้าจึงควรพกถุงไปใส่ของเอง จะได้ประหยัดเงินและช่วยกัน ลดขยะให้แก่โลกใบ
สิ่งที่ไม่ควรทำในประเทศสวีเดน 1.อย่าคิดว่าชาวสวีเดนทุกคนพูดภาษาอังกฤษ ภาษาที่โดดเด่นในสวีเดน นี่ไม่ได้หมายความว่าชาวสวีเดนไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษ แต่จำไว้ว่า ไม่ใช่ภาษาแรกของพวกเขา ไม่ว่าคุณจะทำอะไรเมื่อคุณพบผู้พูดภาษาอังกฤษที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาสวีเดนไม่ ควรยกเสียงของคุณและพูดช้ากว่าพวกเขาราวกับว่าพวกเขาถูกเลี้ยงดูมาที่ด้านหลังของไก่ เรียนรู้ วลีภาษา สวีเดนขั้นพื้นฐาน บางอย่างแทน 2.อย่าใช้ภาษากายเคลื่อนไหวสูง ผู้ที่ไม่ใช่ชาวสแกนดิเนเวียนมักไม่ค่อยรู้ว่าพวกเขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างไร และภาพเคลื่อนไหวที่พวกเขา ได้รับมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาได้รับความตื่นเต้นมากเท่าที่จะสามารถได้ยินในการสนทนาได้หลายเรื่อง นี่เป็นวิธีที่ รวดเร็วที่สุดในการทำให้ชาวบ้านเกิดความระส่ำระสายและคุณอาจคาดหวังว่าจะได้รับการตำหนิอย่างอ่อนโยนถ้าเสียง ของคุณเคลื่อนไปยังตารางต่อไป 3.ไม่ให้ความรู้แก่ชาวสวีเดน พฤติกรรมแบบนี้สามารถเจอได้อย่างหยิ่งที่สุดไม่ว่าคุณจะหมายถึงว่าเป็นหรือไม่ก็ตาม อย่าคิดว่า เนื่องจากสวีเดนเป็นองค์กรที่เป็นกลางชาวสวีเดนไม่ได้รับทราบเกี่ยวกับความซับซ้อนทางการเมืองที่เกิด ขึ้นในประเทศอื่น ๆ จริงๆแล้วคุณจะพบว่าชาวสวีเดนอ่านหนังสือเป็นจำนวนมากและเรียนรู้เรื่องนี้อย่าง จริงจังแม้ในวัยหนุ่มสาว 4.ห้ามดื่มน้ำดื่มบรรจุขวด ในแง่มุมด้านความห่วงใยด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนสวีเดนทิ้งน้ำดื่มบรรจุขวดและถังขยะ พลาสติก แต่พวกเขาดื่มน้ำขาดน้ำจากก๊อกน้ำ มีการกล่าวถึงว่าอร่อยสะอาดและกรองได้ดี 5.อย่าลืมซื้อเหล้าก่อน ร้านอาหารและบาร์ทั้งหมดให้บริการเบียร์ไวน์และสุรา แต่ถ้าคุณต้องการกลับไปที่ห้องพักโรงแรม คุณสามารถซื้อได้ที่เดียว: ร้าน Systembolaget ซึ่งเป็นร้านขายเหล้าที่รัฐบาลเป็นเจ้าของและดำเนิน การ ร้านค้าเหล่านี้มักจะปิดก่อนดังนั้นถ้าคุณต้องการขวดหรือหกแพ็ควางแผนที่จะไปถึงที่นั่นก่อน 6 โมงเย็น
Search
Read the Text Version
- 1 - 8
Pages: