ค�ำ น�ำ ประเทศไทยมีทรัพยากรพันธุ์พืชที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจหลากหลายชนิด แต่ด้วยความ เปลย่ี นแปลงทางสภาพแวดลอ้ มของโลกและสภาพทางสงั คมท�ำ ใหท้ รพั ยากรพนั ธพ์ุ ชื ทม่ี อี ยเู่ กดิ ความเส่ียง ทจี่ ะสญู พนั ธห์ุ รอื ลดความหลากหลายทางด้านพันธกุ รรมลง ซง่ึ จะเหน็ ไดว้ า่ เกษตรกรในปจั จบุ นั นยิ มใช้ พนั ธพ์ุ ชื ลกู ผสมมาปลกู เพอ่ื ให้ไดผ้ ลผลิตเพมิ่ ขึ้น มคี วามสม�ำ่ เสมอทางดา้ นคุณภาพของผลผลติ และ ปลูกพันธพ์ุ ืชตามที่ตลาดตอ้ งการ ดังนั้นพันธุ์พืชพื้นเมืองหลายชนิดไม่ได้นำ�มาใช้ประโยชน์ ในที่สดุ พืชเหล่านั้นอาจสูญหายไป ปัญหาการปลูกพืชในปัจจุบันคือ มีการใช้สารเคมีป้องกันกำ�จัดศัตรูพืช เป็นอย่างมาก ท�ำ ให้มีสารตกคา้ งในผลผลติ และส่งิ แวดล้อม ท้งั นี้เพราะมีศัตรูพืชเขา้ ทำ�ลายเป็นประจำ� เพราะพนั ธกุ รรมพชื ในแปลงมลี กั ษณะเหมอื นกนั ท�ำ ใหศ้ ตั รพู ชื ทใ่ี ชพ้ ชื นเ้ี ปน็ อาหารขยายพนั ธเ์ุ จรญิ เตบิ โต ได้อยา่ งรวดเร็วตามปริมาณอาหารทม่ี อี ยา่ งอดุ มสมบรู ณ์ เกษตรกรจงึ จ�ำ เปน็ ต้องใช้สารเคมีป้องกนั ผลผลิต ของตนเอง จนทำ�ให้เกษตรกรเคยชนิ ทจี่ ะตอ้ งใช้สารเคมี เพ่อื ลดความเส่ยี งจากความเสยี หายทีจ่ ะเกิด จากศตั รพู ชื ดังนน้ั การพฒั นาพนั ธุพ์ ืชพื้นเมือง ซึง่ จะปรับตัวเขา้ กบั สภาพแวดล้อมได้เปน็ อย่างดี และ มีความทนทานตอ่ ศัตรูพืชมาเป็นพชื ทางเลือกใหเ้ กษตรกร ไดม้ ีโอกาสพ่งึ พาตนเอง ลดตน้ ทุนการผลิต จะเป็นการชว่ ยแก้ไขปญั หาข้างตน้ ได้ระดบั หนึ่ง ดว้ ยพระมหากรุณาธคิ ณุ ท่ีสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุ ดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทยั ท่ีจะพฒั นาพชื อาหารพื้นเมืองต่างๆ ที่เปน็ ทรัพยากรพันธุ์พืชท่ี มคี ุณค่า จงึ เป็นแนวทางท่ีจะแก้ไขและสร้างความม่ันคงทางพชื อาหารให้กบั ประเทศชาตไิ ด้ สว่ นพันธุ์ พืชท่ีมอบให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชฯ ในครั้งนี้ เป็นมะเขือเทศพื้นเมืองทั้งสองพันธุ์ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ผ่าน การคดั เลอื กมาแล้วหลายร่นุ โดยคดั เลือกให้มีลกั ษณะทางสณั ฐานวิทยาภายนอกเหมาะสมกับฤดกู าล เจรญิ เตบิ โตดที นทานต่อศัตรูพืชท้งั น้ีไดต้ ้นพันธุ์ทม่ี ีลักษณะแตกต่างกันสองพันธ์ุคอื พันธหุ์ นึ่งมใี บมาก และมีขนาดใบใหญ่ เหมาะทีจ่ ะปลูกในฤดรู อ้ น และอีกพนั ธุห์ นึง่ มจี ำ�นวนใบน้อย ขนาดใบเลก็ เหมาะ ที่ จ ะ ป ลู ก ใ น ฤ ดู ฝ น แ ต่ ทั้ ง ส อ ง พั น ธุ์ ส า ม า ร ถ ป ลู ก แ ล ะ เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ไ ด้ ทุ ก ฤ ดู แ ล ะ มี ผ ล ผ ลิ ต ค่อนข้างสงู ทง้ั น้ีพชื ทงั้ สองชนดิ นเ้ี ปน็ เพยี งจดุ เรมิ่ ตน้ ทย่ี งั คงตอ้ งศกึ ษาและพฒั นาพนั ธพ์ุ ชื พน้ื เมอื งอนื่ ๆ เพ่ิมข้ึนและนำ�พืชเหล่านั้นไปให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์และอาจจำ�เป็นต้องสร้างนักพัฒนาพันธุ์พืช ชมุ ชนขน้ึ เพอ่ื ชว่ ยใหเ้ กดิ เครอื ขา่ ยตอ่ ยอดการรกั ษาพฒั นาพันธุ์พืชเหล่านนั้ ให้ใชป้ ระโยชน์อยา่ งยง่ั ยืนต่อไป
มะเขือเทศพนื้ เมืองพันธุ์คดั เลือกใหม่ คำ�ส�ำ คญั มะเขือเทศจดั เปน็ พืชผกั ที่มีความส�ำ คญั ท่ที ัง้ ในแงผ่ กั อุตสาหกรรมและบรโิ ภคสด ปริมาณ การส่งออกมะเขือเทศสดและผลผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี มะเขือเทศที่ปลูกในปัจจุบัน แบ่งได้เป็นมะเขือเทศรับประทานผลสดมะเขือเทศใช้ประกอบอาหารและมะเขือเทศอุตสาหกรรม เพื่อ ส่งโรงงานท�ำ ผลติ ภัณฑ์มะเขอื เทศแปรรปู เช่น มะเขอื เทศเข้มข้น (poste) ซอสมะเขือเทศ และ นำ้�มะเขอื เทศ ที่สำ�คัญมะเขือเทศมีสารไลโคปีนเป็น สารประกอบที่ได้รับความสนใจเนื่องจาก มรี ายงานวา่ มปี ระโยชน์ตอ่ สขุ ภาพ โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงในการ เกิดมะเร็งท่อี วัยวะต่างๆ ที่ชัดเจนที่สดุ คอื มะเร็งต่อมลูกหมาก รองลงมา คือ มะเรง็ ปอด กระเพาะอาหาร นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นประโยชน์ของการได้รับ สารไลโคปีนช่วยลดความเสี่ยงจากการ เป็นมะเรง็ ตบั ออ่ น ล�ำ ไส้ใหญ่ (colon) ทวารหนัก คอหอย ชอ่ งปาก เตา้ นม ปาก เปน็ ตน้ (นวลศรี และ อญั ชนา, ๒๕๕๔) ลกั ษณะทว่ั ไปของพชื ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ : Lycopersicon esculuentum Mill. ชื่อวงศ์ : Solanaceae ชือ่ สามัญ : Tomato ชอ่ื อื่น : มะเขอื เทศ (ทัว่ ไป) มะเขอื ส้ม (ภาคเหนือ) บกั เขือเทศ (ภาคอสี าน) ลกั ษณะการเจรญิ เติบโตของมะเขือเทศ แบบเลอื้ ย มะเขอื เทศประเภทนี้ ถ้าสภาพแวดลอ้ มเหมาะสมจะสามารถเจริญเตบิ โตสูงขน้ึ เรอ่ื ยๆ ไม่สน้ิ สดุ มกี ่งิ แขนงขนาดใกล้เคียงกบั ลำ�ต้น ๒ - ๓ แขนง และมีแขนงย่อยได้อกี ไม่จ�ำ กดั ช่อดอกแรกเกดิ ระหวา่ งข้อ ท่ี ๘ และ ๙ ชอ่ ดอกตอ่ มาจะเกิดขึ้นทกุ ๆ ๓ ขอ้ ล�ำ ต้นอาจจะสงู หรอื ยาวกว่า ๑๐ เมตร ๑ มะเขือเทศพ้ืนเมอื งพนั ธุค์ ดั เลอื กใหม่
แบบพมุ่ มีล�ำ ตน้ ตั้งตรง ก่งิ แขนงหลายแขนงเกิดตามขอ้ บนล�ำ ต้นดา้ นล่าง และอาจมแี ขนงยอ่ ยได้อกี ช่อดอกเกดิ ระหว่างขอ้ ทุกขอ้ ในเวลาใกลเ้ คียงกนั เมอื่ ตายอดเกิดชอ่ ดอกแล้วจะหยดุ การเจรญิ เตบิ โต มะเขือเทศบางพันธุ์ เมื่อตายอดเกิดช่อดอกแล้วจะมีกิ่งแขนงเกิดที่ข้อใต้ช่อดอก เติบโตต่อไปเรื่อยๆ เรียกวา่ เจริญเตบิ โต (เกียรติเกษตร, ๒๕๔๑) สภาพภูมิอากาศและฤดูปลูกท่เี หมาะสม มะเขอื เทศสามารถเจรญิ เตบิ โตทางดา้ นล�ำ ตน้ ใบ และออกดอกไดด้ ตี ลอดทง้ั ปี แตก่ ารตดิ ผลของ มะเขอื เทศตอ้ งการสภาพอากาศคอ่ นขา้ งเยน็ อณุ หภมู กิ ลางวนั ทเ่ี หมาะสมประมาณ ๒๕ - ๓๐ องศาเซลเซยี ส อุณหภูมกิ ลางคืนประมาณ ๑๕ - ๒๐ องศาเซลเซยี ส ถ้าอุณหภมู กิ ลางคืน สงู กว่า ๒๒ องศาเซลเซยี ส จะท�ำ ใหม้ ะเขอื เทศไมต่ ดิ ผลหรอื ตดิ ผลไดน้ อ้ ยมาก ฝนและความชน้ื สูง เป็นสาเหตุสำ�คัญทำ�ให้โรคทางใบและทางรากระบาดรุนแรง ดงั นน้ั ฤดปู ลกู ทเ่ี หมาะสมทส่ี ดุ จงึ อยใู่ นชว่ งฤดหู นาว โดยมชี ว่ งหยอด เมลด็ เพาะกลา้ อยรู่ ะหวา่ งเดอื นตลุ าคมถงึ เดอื นธนั วาคม ซง่ึ นอกจาก สภาพอากาศจะเหมาะสมต่อการติดผล ทำ�ให้ได้ผลผลิตสูงแล้ว ยังมีศัตรูพืชรบกวนน้อย ต้นทุนการผลิตจึงต่ำ�กว่าการปลูกใน ฤดูอื่นด้วย (นพิ นธ์, ๒๕๒๖) พ้ืนทป่ี ลกู มะเขือเทศเป็นพืชผักสามารถขึ้นได้กับดินแทบทุกชนิด แต่ ชอบดนิ รว่ นทม่ี คี วามเปน็ กรดเปน็ ดา่ ง (pH) ของดนิ ในชว่ ง ๕.๐ - ๕.๘ และความชื้นของดินพอเหมาะ ต้องการแสงแดดเต็มที่ตลอดวัน ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญเติบโต ระหว่าง ๒๑ - ๒๔ องศาเซลเซียส พื้นที่ปลูกมะเขือเทศอุตสาหกรรม ๒๗,๑๙๕ ไร่ มะเขอื เทศ รบั ประทานสด ๒๘,๒๐๙ ไร่ (พ.ศ. ๒๕๔๐ / ๒๕๔๑) พนั ธ์ุท่สี ง่ เสรมิ มะเขอื เทศอตุ สาหกรรม ไดแ้ ก่ พันธุ์เบตา้ เดตา้ TW ๔ มะเขอื เทศรับประทานสด พันธสุ์ ีดาทิพย์ ตน้ ทุนการผลิต/ไร่ ประมาณ ๗,๗๕๐ บาท/ไร่ (กรมสง่ เสริมการเกษตร, ๒๕๔๖) ๒มะเขือเทศพนื้ เมอื งพันธค์ุ ดั เลือกใหม่
ความเปน็ มา มะเขือเทศเป็นผลไม้โบราณ มีมาแต่ สมัยก่อนยุคประวัตศิ าสตร์ ในยคุ น้นั เป็นเพียง วัชพืชที่ขึ้นท่ามกลางไร่ถั่วและมันสำ�ปะหลัง แถบเทือกเขาแอนดีสในอเมริกากลาง ต่อมา มกี ารพฒั นาพนั ธ์ุ ตามธรรมชาตแิ ละโดยฝมี อื มนุษย์ และเพาะปลูกกินเป็นอาหารกัน แพร่หลายทว่ั ไปปี ค.ศ. ๑๕๑๙ เม่ือกองทัพสเปนนำ�โดย เฮอร์นาน คอรเ์ ตส์ (Hernan Cortes) บกุ ยึด อาณาจักรเม็กซิโกของชาวพื้นเมือง เอซเท็ค (Aztecs) เป็นอาณานิคมของตนและประกาศเป็นประเทศ สเปนใหม่ (New Spain) ทหารสเปน ไดพ้ บชาวเอซเทค็ ปลกู มะเขอื เทศพนั ธต์ุ า่ งๆ ไวก้ นิ กนั แพรห่ ลายอยแู่ ล้ว เชน่ มะเขือเทศเขยี วนำ�มาเปน็ ผกั ปรุงกนิ กบั อาหาร สว่ นผลสุกกร็ ้จู กั น�ำ มาผสมกับพริกทำ�ซอสรสโอชาไวก้ ิน กบั ถว่ั จากนน้ั มะเขอื เทศจงึ ถูกน�ำ เข้ามาปลูกในยุโรปในสมยั ตน้ ศตวรรษที่ ๑๕ เริ่มทสี่ เปนก่อนแล้วจงึ ขยาย ไปประเทศอื่น เดิมชาวเอซเทค็ เรียก มะเขอื เทศว่า tomat คนสเปนเรยี กตามภาษาพ้ืนเมอื งวา่ tomate แตใ่ น สมยั แรกๆ ทร่ี จู้ กั มะเขอื เทศ ชาวยโุ รปสว่ นอน่ื ๆ กลบั เรยี กมะเขอื เทศวา่ “แอปเปลิ แหง่ ความรกั ” (love apple) หรอื “แอปเปลิ ทอง” (gold apple) เลา่ กนั วา่ เรม่ิ มาจากชาวฝรง่ั เศสฟงั ส�ำ เนยี งภาษาอติ าเลยี น เรยี ก มะเขอื เทศ “Pomi dei Mors” เพีย้ นเป็น pomme d’amour ซ่ึงแปลว่า “แอปเปิลแหง่ ความรกั ” อนั ทีจ่ ริง Pomi dei Mors แปลวา่ apple of the Moors หรอื แอปเปลิ ของพวกมวั ร์ (คำ�วา่ มัวร์ในยุโรป สมยั ศตวรรษที่ ๑๕ หมาย ถึงสเปนหรอื เกยี่ วขอ้ งกับท่สี เปนนำ�มา) แมจ้ ะเรยี กเพี้ยนไป แต่ชื่อ love apple ก็แพรห่ ลายมานาน แมแ้ ต่ ภาษาเยอรมันทุกวนั นี้กย็ ังเรยี กมะเขือเทศ วา่ “แอปเปิลรัก” อย่คู อื Liebesapfel ดว้ ยช่อื เปน็ เรอื่ งรกั เร่ืองใคร่ อยา่ งนี้เอง สมัยก่อนฝรั่งจึงเชื่อว่ามะเขือเทศเป็นผลไม้กาม ผลไม้กระตุ้นกำ�หนัด สมัยหนึ่งหนุ่มสาว ชาวอังกฤษเคยนยิ มมอบมะเขอื เทศสแี ดงแกค่ นรกั เพอ่ื แสดงความเสนห่ าปฏพิ ทั ธอ์ ย่างยง่ิ ในท�ำ นองเดยี วกนั สาวผู้เปลา่ เปลย่ี วเดยี วดายไรช้ ายครู่ กั กเ็ คยเอาเมลด็ มะเขอื เทศตากแหง้ หอ่ ไวใ้ นผา้ พนั คอติดกายเป็นยาเสน่ห์ ดึงดูดความสนใจของบุรุษเพศ สว่ นชือ่ ภาษาอังกฤษ tomato ซ่ึงมรี ากมาจากภาษาสเปนและภาษาเอซเทค็ มาก่อนนั้น ก็เรยี กเพย้ี น ต่างๆ กันไป เชน่ tomata tomatum หรือ tomato หลงั ปี ค.ศ. ๑๙๐๐ จึงเรียก tomato เปน็ มาตรฐาน สเปนเปน็ ชาตแิ รกในยโุ รปทเ่ี รม่ิ ใชม้ ะเขอื เทศ กอ่ นก็เป็นเพราะสเปนเปน็ ชาติแรกทน่ี ำ�มะเขือเทศจาก เม็กซโิ กดนิ แดนอาณานคิ มของตนเขา้ มาเพาะปลกู ก่อน ในอติ าลีตอนใต้ ครวั เนเปลิ้ เจ้าต�ำ รบั พิซซา่ ดัง้ เดมิ เร่ิมใชม้ ะเขอื เทศอยา่ งกว้างขวางมานานไม่แพ้กัน เหตุสำ�คัญเพราะเนเปิ้ลเคยอยู่ใต้อิทธิพลของสเปน จากนน้ั มะเขือเทศจึงแพรเ่ ขา้ ไปในครัวอิตาลตี อนเหนือใชป้ รงุ รสเปรี้ยวในซปุ และอาหารบางชนดิ แต่กย็ งั ไม่แพร่หลายนัก ต่อมามีการใช้น้ำ�ซอสมะเขือเทศกับพาสต้าความนิยมของมะเขือเทศยังขยายไปสู่ ฝรั่งเศสตอนใต้ และเกาะคอร์ซิกา ส่วนชาวอังกฤษนั้น เริ่มทานมะเขือเทศและผลติ ภัณฑม์ ะเขือเทศ ในปลายศตวรรษท่ี ๑๙ ในอเมรกิ าความนยิ มมะเขือเทศกพ็ ฒั นาขน้ึ ในระยะเวลาไล่เล่ียกนั ๓ มะเขอื เทศพน้ื เมอื งพันธุ์คัดเลือกใหม่
มะเขอื เทศเข้ามาในเอเชียแต่เมื่อไร บอกไม่ได้แน่ชัด หลักฐานในอินเดียชี้ว่า อังกฤษน�ำ มะเขอื เทศ เขา้ มาในอินเดียราวปลายศตวรรษที่ ๑๘ แตไ่ มเ่ ปน็ ทนี่ ิยม แมเ้ ม่ือประมาณร้อยปีทผี่ า่ นมาฝร่งั เองกย็ งั บันทึก วา่ มะเขือเทศทปี่ ลกู ในอนิ เดยี มีไวใ้ ห้ชาวตะวันตกกนิ เทา่ นน้ั อยา่ งไรก็ตาม ชาวอินเดยี บางสว่ นโดยเฉพาะ คนเบงกอล และคนพม่าท่อี ยใู่ นแดนตดิ ตอ่ กัน ได้เริ่มใช้มะเขือเทศเพือ่ ปรุงรสเปรี้ยวในแกง และอาหารบางชนิด ในกรณปี ระเทศจนี มะเขอื เทศเขา้ มาในจนี นานมาแลว้ แตม่ บี ทบาทในครวั จนี ตอนใตร้ าว ๑๐๐ ปี ทผ่ี า่ นมา คนฟลิ ปิ ปนิ ส์ใชม้ ะเขือเทศเป็นตัวปรุงรสเปรี้ยวให้อาหารอยู่ไม่น้อย ซึ่งเนื่องมาจากอิทธิพลสเปนที่ปกครอง ประเทศฟลิ ปิ ปินส์มานานเปน็ รอ้ ยๆ ปี แตก่ ระนัน้ มะขามกย็ ังเปน็ ตัวปรุงรสเปรี้ยวที่สำ�คัญทสี่ ดุ มใิ ชม่ ะเขือเทศ ส�ำ หรบั ในประเทศไทย มะเขอื เทศคงเขา้ มาพรอ้ มกบั ฝรง่ั ตา่ งชาตสิ มยั กรงุ ศรอี ยธุ ยาตอนปลาย มะเขอื เทศ มีบทบาทในครวั ไทย เน่ืองจากใชม้ ะเขือเทศเปน็ เคร่อื งประกอบหรือเครอื่ งปรุงหลกั บางชนิด โดยเฉพาะในครวั ภาคเหนอื และภาคอสี าน มะเขอื เทศทใ่ี ชใ้ นอาหารทอ้ งถน่ิ เหลา่ นเ้ี ปน็ พนั ธเ์ุ กา่ ทางเหนอื เรยี กวา่ มะเขอื สม้ สว่ น ภาคอสี านเรยี ก มะเขอื เครอื หรือมะเขือนอ้ ย บันทกึ ของหมอบรัดเลย์ พ.ศ. ๒๔๑๕ กลา่ ววา่ มะเขอื เทศ เปน็ ชือ่ มะเขอื เขาเอาพันธม์ุ าแต่เมอื งเทศ ปลกู ไว้ในเมืองไทย จงึ เรียกมะเขอื เทศ แม้จะมีมะเขอื เทศปลูกในเมอื งไทยมาแล้วถงึ ๑๒๕ ป แี ต่หลักฐานก็ มไิ ดแ้ สดงวา่ ในเวลานม้ี กี ารปลกู และใชม้ ะเขอื เทศอยา่ งแพรห่ ลายแลว้ ในเมอื งไทย มะเขอื เทศมบี ทบาทในวธิ กี ารกิน ของคนไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะมสี รรพคุณในการป้องกันมะเรง็ ตอ่ มลูกหมาก และมสี ารไลโคปินสงู มะเขือเทศที่จำ�หน่ายในปัจจุบัน เป็นพันธุ์ที่ถูกพัฒนาใหม่ ถูกผสมใหม่ มะเขือเทศมีพันธุ์ใหม่ๆ หลากหลายมากจนยากที่จะพิสูจน์ถึงพันธุ์โบราณกาลดั้งเดิมได้ เมื่อสเปนไปพบมะเขือเทศในเม็กซิโกตอน ต้นศตวรรษที่ ๑๕ ชาวเอซเท็คกไ็ ดค้ ัดและพฒั นาพนั ธม์ุ ะเขอื เทศไปมากแลว้ แต่มะเขอื เทศยังเป็นผลเลก็ ขนาด เท่าเชอร์รี่ มีทั้งสีแดงและสีเหลือง หลังจากนั้น การพัฒนาพันธุ์มะเขือเทศก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำ�ให้ได้ผล ใหญ่ข้ึนและทรงกลมย่งิ ขนึ้ ทฝ่ี รั่งนิยมเรอ่ื งขนาดขนาดยิง่ โตย่งิ ใหญ่กย็ ง่ิ ดีทำ�ใหเ้ กิดมะเขือเทศพันธผุ์ สมมีขนาด ใหญข่ น้ึ เรื่อยๆ ในปี ค.ศ. ๑๙๘๕ กินเนสส์บุ๊ค บันทกึ วา่ มะเขือเทศใหญ่ทส่ี ุดในโลก มีขนาดผลเทา่ ฟักทองและ หนักกวา่ ๓ กิโลกรัม ท�ำ ใหม้ ีการพัฒนาพันธุ์ใหม่ทเี่ ปลอื กหนากว่าพันธุ์เดิม แต่มรี สชาติจืดชืด ๔มะเขือเทศพ้ืนเมอื งพนั ธ์ุคัดเลือกใหม่
ประวัตกิ ารพฒั นาพันธ์ุ เนอ่ื งจากปจั จุบนั เกษตรกรมีต้นทนุ ในการปลกู พชื เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตน้ ทนุ ในเร่อื งของเมล็ดพันธ์ุ ซ่ึงสว่ นมากเมล็ดพนั ธุ์พชื ในปัจจุบนั เป็นพันธุ์ลูกผสมมรี าคาแพง และยงั ไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไวป้ ลกู ในฤดูถัดไปได้ และมะเขือเทศมักจะเป็นโรคเหี่ยวเขียวได้ง่าย จึงเป็นที่มาของการพัฒนาพันธุ์มะเขือเทศ พืน้ เมอื งน้ี ซง่ึ ประชาชนในภาคเหนือนิยมบริโภคโดยน�ำ มาประกอบอาหารในวถิ ชี ีวิตประจ�ำ วนั วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื พฒั นาพนั ธม์ุ ะเขอื เทศพน้ื เมอื งใหม้ คี วามทนทานตอ่ การเกดิ โรคเหย่ี วเขยี ว เจรญิ เตบิ โตและปรบั ตัว ไดด้ ีในสภาพแวดลอ้ มที่แตกตา่ งกันได้ตลอดท้ังปี และใหผ้ ลผลติ สูง วธิ ีการ มะเขือเทศที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ เป็นพันธุ์พื้นเมืองที่เกษตรกรคัดเลือกและเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกเอง คณุ ถวลั ย์ บญุ ตนั ทา ไดเ้ กบ็ รวบรวมมาปลกู และพฒั นาพนั ธต์ุ อ่ เนอ่ื งมาหลายปี พนั ธเ์ุ บอร์ ๑ มาจาก เกษตรกร ทอี่ ยอู่ �ำ เภอดอยสะเกด็ พันธเุ์ บอร์ ๒ มาจากบา้ นวังเลียบ จงั หวดั ล�ำ ปาง จากการพฒั นาพนั ธม์ุ ะเขอื เทศพน้ื เมอื ง โดยน�ำ เมลด็ ทไ่ี ดจ้ ากตน้ พนั ธท์ุ ถ่ี กู คดั เลือกในร่นุ ก่อนมาปลูก เพื่อศึกษาเก็บข้อมูลการเจริญเติบโต องค์ประกอบผลผลิตของมะเขือเทศพื้นเมืองที่ปลูกในศูนย์พัฒนา พนั ธ์พุ ชื จักรพนั ธเ์ุ พ็ญศริ ิ แลว้ ทำ�การคดั เลือกซ้ำ� โดยปลอ่ ยให้มกี ารผสมเกสรเปิดในกลุ่มประชากรเดยี วกัน หลังจากนั้นคัดเลอื กตน้ พันธท์ุ ่ีดหี ลายๆ ต้น แล้วรอเกบ็ เก่ียวเมลด็ และน�ำ มารวมกนั ไว้ เพอ่ื น�ำ มาปลกู และ คัดเลือกซ้ำ�ตอ่ ไปอีกหลายๆ รุ่น (ประมาณ ๕-๗ รุ่น) จนกวา่ ลักษณะท่ตี ้องการจะไมก่ ระจายตวั มาก หรือยัง คงมีลักษณะที่ดีคงที่ ฉะนั้น การคัดเลือกจะใช้การสังเกตประกอบกับเก็บข้อมูลการเจริญเติบโตและ องค์ประกอบผลผลติ มาหาคา่ เฉลี่ยของแตล่ ะพันธุ์นำ�มาเปรียบเทียบกนั และคดั เลือกตน้ พนั ธุ์ที่เหมาะสม ทสี่ ดุ (ไฉน, ๒๕๔๒) ๕ มะเขือเทศพนื้ เมืองพนั ธคุ์ ดั เลอื กใหม่
วิธีการพฒั นาพันธุ์ มะเขือเทศทั้งสองพนั ธ์ุในการปลูกแตล่ ะครง้ั จะไดเ้ มล็ดพนั ธ์ุ ๓ ลกั ษณะ ดังน้ี ๑. ผสมเปดิ (OP) คอื ปลอ่ ยใหม้ กี ารผสมตามธรรมชาติ ซง่ึ จะท�ำ ใหล้ กั ษณะทางพนั ธกุ รรม ทห่ี ลากหลาย รวมอยใู่ นประชากรน้ี รอการคัดเลอื กและพฒั นาขึ้นมาใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสมตอ่ ไป ๒. ผสมตัวเอง เพื่อคัดไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ จะทำ�การคัดเลือกต้นที่มีลักษณะดี คือ ให้ผลผลิตมาก ต้นแข็งแรง เจริญเติบโตเร็ว เมื่อถึงระยะออกดอกทำ�การผสมตัวเอง เพื่อให้คงลักษณะเดิมไว้ในรุ่นต่อไป พร้อมกันนี้อาจคดั เลือกตน้ ท่ดี ี และมีลักษณะท่ีแตกต่างกนั ไวห้ ลายๆ ต้น เพือ่ ทำ�เปน็ พอ่ แม่พนั ธุ์ต่อไป ๓. ผสมขา้ มในกลมุ่ ประชากรคดั เลอื ก (Sip) เพอ่ื พฒั นาพนั ธใ์ุ หม้ ลี กั ษณะดแี ตอ่ ยบู่ นฐานพนั ธกุ รรมกวา้ ง โดยคดั เลือกต้นทดี่ คี ล้ายๆ กนั จำ�นวนหนงึ่ จากน้ันนำ�เมลด็ แต่ละตน้ มารวมกนั ทำ�การเพาะและปลกู เปน็ กลมุ่ ประชากรเดียวกัน และให้อยู่ห่างจากกลมุ่ ประชากรอืน่ ทั้งนเ้ี พ่ือใหเ้ กิดการผสมกันเองภายในกลุ่มทไ่ี ด้คัดเลือก ต้นทมี่ ีลักษณะดีในแต่ละรนุ่ ทปี่ ลกู ท�ำ การคดั เลอื กเชน่ น้ีตอ่ ไปประมาณ ๕ – ๗ คร้ัง (รนุ่ ) ขณะน้ีกำ�ลังปลูกใน ร่นุ ท่ี ๕ (F๕) ถ้าถงึ F๕ จะทำ�การคัดเลอื กใหม้ ลี กั ษณะทไี่ ม่กระจายตัวมากและยงั คงลกั ษณะที่ดีต่อไป การปลกู มะเขอื เทศแถวคู่ระยะปลกู ระยะระหว่างแถว ๖๐ ซม. ระยะระหว่างตน้ ในแถว ๕๐ ซม. ยา้ ยปลูก เมือ่ อายุต้นกลา้ มอี ายุ ๒๐-๒๕ วนั ผลท่ไี ด้จากการปรบั ปรุงและพัฒนาพนั ธุ์มะเขือเทศพ้ืนเมอื ง จากการปรบั ปรุงและพฒั นาพนั ธุ์ สามารถคดั เลอื กไดล้ กั ษณะต้นท่ีดี ๒ พนั ธุ์ ลกั ษณะประจำ�พนั ธ์ุ ลักษณะทเ่ี ด่นชัดของพนั ธพ์ุ นื้ เมอื งท้ัง ๒ พนั ธุ์ พันธุเ์ บอร์ ๑ เปน็ พนั ธุซ์ ่งึ มีการปรับตวั เขา้ กบั สภาพแวดลอ้ มไดด้ ี ตน้ แข็งแรง ให้ผลผลติ สงู ผลดิบมี ไหล่ผลเปน็ สเี ขียว ผลสุกสีแดงทงั้ ผล ไมจ่ ำ�เปน็ ต้องท�ำ ค้างยกเว้นในช่วงฤดฝู น เปน็ พนั ธ์ุที่เหมาะสมในการปลูก ฤดรู ้อนเพราะมีใบดก ผลมักจะอยใู่ ตใ้ บ แตส่ ามารถปลูกไดท้ กุ ฤดู ช่อผลมี ๕-๘ ผล รดชาตหิ วาน พนั ธเ์ุ บอร์ ๒ เป็นพนั ธ์ุซึ่งมกี ารปรบั ตวั เขา้ กบั สภาพแวดล้อมได้ดี ตน้ แขง็ แรง ใหผ้ ลผลิตสูง เป็นพนั ธ์ุ ทีเ่ หมาะสมจะปลูกในฤดูฝน มีใบนอ้ ย ทนทานต่อโรค ทรงพุ่มสม่ำ�เสมอ ไม่ต้องท�ำ คา้ ง ไม่ตอ้ งตดั แต่ง และ สามารถปลูกได้ทุกฤดูให้ผลผลิตสูง ผลดิบมีสีเขียวอ่อนค่อนข้างขาว ส่วนมากทรงพุ่มโปร่งเห็นผลได้ชัดเจน ผลสุกสแี ดงทัง้ ผล รดชาตเิ ปรยี้ วเล็กนอ้ ย ๖มะเขอื เทศพ้ืนเมืองพันธ์ุคดั เลือกใหม่
การปลูกปฏบิ ตั ิดแู ลรักษา การเพาะกลา้ ๑. เตรียมดนิ ให้ละเอียดพรอ้ มปุย๋ คอก หรือปุ๋ยหมักในอัตรา ๒ : ๑ และใส่ดินผสมดงั กลา่ ว ลงใน ถาดพลาสตกิ เพาะกล้า ๒. ใชเ้ ศษไมเ้ ลก็ ๆ (ขนาดเทา่ ไม้จมิ้ ผลไม้) กดลงไปในดนิ ทบ่ี รรจุอยใู่ นถาดพลาสติกเพาะกล้าขนาด ความลกึ ๐.๕ ซม. ๓. น�ำ เมลด็ มะเขือเทศหยอดลงในหลมุ ปลูก หลมุ ละ ๑-๒ เมล็ด กลบดินผิวหนา้ เมลด็ มะเขอื เทศ แล้วรดนำ้� และควรป้องกันมดคาบเมล็ดไปจากถาดเพาะกลา้ โดยใช้ปนู ขาวโรยเปน็ เส้นรอบถาดเพาะ ๔. หลงั เพาะนาน ๗-๑๐ วนั มะเขอื เทศเรม่ิ งอก หมน่ั รดน�ำ้ ตน้ กลา้ มะเขอื เทศทกุ วนั ๆ ละ ๑ - ๒ ครั้ง ในชว่ งเชา้ และเยน็ จนกระทง่ั ตน้ กลา้ มะเขอื เทศมอี ายุ ๒๐ - ๒๕ วนั จงึ ยา้ ยกลา้ มะเขอื เทศลงปลกู ในแปลงปลกู ตารางที่ ๑ แสดงการเปรยี บเทียบลักษณะของมะเขอื เทศพันธุพ์ ื้นเมือง มติ ิ พ้ืนเมอื งเบอร์ ๑ พน้ื เมืองเบอร์ ๒ พืน้ เมอื ง สีดา อเี ปือ๋ ทรงพุ่ม กึง่ เลือ้ ย กึ่งเลื้อย ก่งึ เลือ้ ย ความสูงทรงพุม่ (ซม) กึ่งเลอ้ื ย ๘๐-๑๒๐ ความกวา้ งทรงพุ่ม(ซม) ๘๐- ๑๒๐ ๘๐-๑๒๐ ๕๐ - ๘๐ ๕๐ - ๑๐๐ อายุดอกแรกบาน ๔๐ - ๕๐ อายดุ อกบาน ๕๐% ๕๐ - ๑๐๐ ๕๐ - ๑๐๐ ๔๐ จำ�นวนดอก/ช่อเฉล่ีย ๔๕ ๕๐ จ�ำ นวนดอกที่ตดิ ผล / ช่อเฉล่ยี ๓๕ ๓๕ ๕๕ ๘ - ๑๕ อายุเก็บผลแรก(วนั ) ๕-๘ ๕ -๑๐ สีผลสุก ๕๐ ๕๐ ๔-๕ ๗๐ % Brix ๘๐ ชมพู จ�ำ นวนเมลด็ /ผล ๙ -๑๐ ๙ -๑๐ สม้ ๓.๕ - ๔ น้ำ�หนกั ๑,๐๐๐ เมล็ด(กรัม) ๓.๕-๓.๘ ๕๕ - ๑๑๔ อตั ราการงอก(%) ๕–๘ ๕–๘ ๔๒ - ๕๕ ๒ ขนาดผล(กวา้ ง x สูง) ซม. ๑.๘ ๙๗ ๗๐ ๗๐ ๙๘ ๓.๕ x ๔.๒ น้ำ�หนัก/ผล(กรมั ) ๒.๒ x ๒.๓ จำ�นวนผล/ต้น (ผล) แดง แดง ๒๐-๒๘ จ�ำ นวนผลสด/กก.(ผล) ๕-๘ ๔๐ - ๑๒๗ ผลผลติ /ไร่ (กก.) ๓.๘ - ๔ ๔-๕ ๘๐ -๑๘๕ ๓๗ -๕๐ รสชาติ ๑๒๕ - ๒๐๐ ๘๔ - ๑๕๔ ๙๒-๑๑๐ ๒,๘๐๐ ๓,๒๐๐ ๑.๙ – ๒ ๒ ๙๕ - ๙๘ ๙๕ - ๙๘ ๓.๔๗-๓.๙๐ x ๓.๕ x ๓.๕ ๓.๗๕ - ๔.๓๕ ๒๐.๐๐ – ๒๒.๒๒ ๑๗.๕๔ – ๒๐.๐๐ ๔๒ – ๙๐ ผล/ต้น ๙๕- ๑๗๑ ผล/ต้น ๔๕ – ๕๐ ๕๐ - ๕๗ ๓,๙๙๙ ๓,๗๘๕ หวาน เปรี้ยวเล็กนอ้ ย ๗ มะเขือเทศพ้ืนเมืองพันธ์คุ ัดเลือกใหม่
แปลงปลกู มะเขอื เทศ เบอร์ ๑ และเบอร์ ๒ การปลกู ในแปลง ควรเตรียมดินปลูก โดยใช้จอบขุดยอ่ ยดินหน้าใหล้ กึ ๑๕-๒๐ ซม. และย่อยดนิ ให้ละเอยี ด ใสป่ ยุ๋ คอก หรือใส่ปยุ๋ หมกั คลุกเคลา้ ให้เข้ากบั ดนิ ในแปลง ใสป่ ุย๋ ๑๕-๑๕-๑๕ รองกน้ หลมุ ในแต่ละแปลงปลกู ๒ แถวทำ� เป็นหลุม ระยะปลูก ๕๐ x ๘๐ ซม. ใช้พลาสตกิ ดำ�คลุมแปลงขนาดหนา้ กว้าง ๑๒๐ ซม. ป้องกนั วัชพชื ให้น�ำ้ แบบ ปลอ่ ยตามร่องข้างๆ แถวของต้น ใสป่ ยุ๋ ยเู รยี หลงั ปลกู แลว้ ประมาณ ๗ วนั อตั รา ๓ กก.ตอ่ ไร่ หลงั จากนน้ั ทกุ ๑๕ วนั ใสป่ ยุ๋ เคมี ๑๕-๑๕-๑๕ ในอตั ราคร้ังละ ๗.๕ กก.ต่อไร่ ประมาณ ๓ คร้งั เม่ือมะเขือเทศเจรญิ เติบโตหลังย้ายกล้าประมาณ ๖๕ วนั เรมิ่ เก็บเก่ียวผลผลิตได้ และสามารถเกบ็ เกี่ยวผลผลติ ไดน้ านประมาณ ๓๐ วนั การปอ้ งกันกำ�จัดศตั รมู ะเขือเทศ ศตั รทู ส่ี �ำ คญั ของมะเขอื เทศ คอื โรคเหย่ี วเขยี วควรปอ้ งกนั ก�ำ จดั โดยรองกน้ หลมุ ดว้ ยเชอ้ื ราไตรโคเดอรม์ า หรอื ใบมะรมุ แหง้ สกั ๒ - ๓ กำ�มอื สว่ นแมลงศตั รูทีส่ �ำ คญั คอื แมลงหวข่ี าว เพลย้ี ไฟ อาจมหี นอนเจาะผล เข้าทำ�ลายในบางครั้ง การป้องกันกำ�จัด ถ้าระบบการให้น้ำ�แบบสปริงเกอร์จะช่วยป้องกันแมลงเหล่านั้นได้ เปน็ อยา่ งดีหรอื ถา้ พบเปน็ จ�ำ นวนมากควรพน่ ดว้ ยสารสกดั จากพชื เชน่ หางไหลผสมกบั สารสกดั จากดปี ลีเปน็ ตน้ การตลาดและการจ�ำ หน่าย เนื่องจากมะเขือเทศทั้งสองพันธุ์นี้เป็นพันธุ์พื้นเมืองผสมเปิด ที่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกใน ฤดถู ัดไปได้ และเป็นพนั ธ์ุท่ีเหมาะสำ�หรบั ใชป้ ระกอบอาหาร ตามวิถีชวี ติ ของประชาชนในทางภาคเหนือ รวมถึง ภาคอื่นๆ บางส่วน ดังนั้น มูลค่าของมะเขือเทศทั้งสองพันธุ์นี้ เป็นการสรา้ งความมน่ั คงทางดา้ นพชื อาหาร ใหก้ บั สงั คมโดยรวม ซง่ึ สนบั สนนุ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ นอกจากน้ี เกษตรกร สนใจท่ีจะปลูกเป็นรายได้เสริม ให้กับระบบการปลูกพืชในพื้นที่ของตนเอง สามารถทำ�ได้เนื่องจากมี ลกั ษณะเดน่ ทป่ี ลกู ไดท้ ง้ั ฤดฝู นและฤดแู ลง้ นอกจากน้ี ยงั ใหผ้ ลผลติ สงู มาก ๘มะเขอื เทศพื้นเมอื งพันธุค์ ัดเลอื กใหม่
แนวทางการพฒั นาพันธุม์ ะเขอื เทศตอ่ ไป แนวทางการพัฒนามะเขือเทศตอ่ ไป ควรเน้นลักษณะการต้านทานโรคโคนเนา่ ทัง้ ที่เกิดจาก เช้ือ แบคทีเรยี และเชื้อรา ซง่ึ ต้องอาศยั พนั ธุกรรมจากมะเขือเทศพนั ธ์ุพื้นเมือง เชน่ พนั ธุ์อีเปอ๋ โดยใชเ้ ปน็ พ่อและ แม่พันธุ์ ร่วมกับพันธุ์มะเขือเทศท่มี ลี ักษณะคณุ ภาพผลดี แต่อ่อนแอตอ่ การเป็นโรค นอกจากน้ี ควรมกี าร พฒั นาพนั ธใ์ุ หส้ ามารถใชป้ ระโยชนท์ ง้ั หลายดา้ นไดแ้ ก่ ใชป้ ระกอบอาหาร ใชท้ �ำ ซอส และใชร้ บั ประทานผลสด พันธ์เุ บอร์ ๑ ตน้ แข็งแรง ใหผ้ ลผลิตสูง ผลดบิ มไี หลผ่ ลเปน็ สีเขียว ผลทรงรี ผลสุกสีแดงท้งั ผล ๙ มะเขอื เทศพืน้ เมืองพันธคุ์ ดั เลือกใหม่
พันธ์เุ บอร์ ๒ ตน้ แขง็ แรง ให้ผลผลิตสูง ผลดบิ คอ่ นข้างกลม ไมม่ ไี หล่ผล เป็นสเี ขียวผลสกุ สีแดงท้ังผล วธิ กี ารเก็บเมล็ดพนั ธ์มุ ะเขือเทศ โดยใช้ถุงตาข่ายบีบให้เมล็ดในผลลอดออกมาล้างเมือกท่ีติดกับเมล็ดออกให้ สะอาด แลว้ น�ำ มาตากแดดใหแ้ หง้ ประมาณ ๔-๕ วนั แลว้ น�ำ ไปเกบ็ ไวใ้ นหอ้ งเกบ็ เมลด็ พนั ธ์ุ ๑๐มะเขอื เทศพื้นเมืองพันธุค์ ัดเลือกใหม่
เอกสารอา้ งองิ กรมสง่ เสริมการเกษตร. ๒๕๔๖. [ระบบออนไลน์]. สถติ กิ ารปลกู พชื ผกั ปีเพาะปลูก ๒๕๔๔/๒๕๔๕. กรมส่งเสริมการเกษตร. กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ แหล่งทม่ี า Http://www.mju.ac.th/fac-agri/hort/vegetable/file_link” (๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๗). เกยี รตเิ กษตร กาญจนพิสทุ ธ์ิ. ๒๕๕๑. มะเขือเทศ. ส�ำ นกั พมิ พฐ์ านเกษตรกรรม. นนทบุรี. ๖๓ น. ไฉน ยอดเพชร. ๒๕๔๒. พืชผกั อุตสาหกรรม. สำ�นักพมิ พ์รัง้ เขียว. กรงุ เทพฯ. ๓๕๘ น. นวลศรี รักอริยธรรม และอญั ชนา เจนวถิ สี ขุ . ๒๕๔๕. แอนติออกซเิ ดนท์ : สารตา้ นมะเรง็ ในผกั สมุนไพรไทย. นพบรุ ีการพิมพ์. เชยี งใหม.่ ๒๗๑ น. นพิ นธ์ ไชยมงคล. ๒๕๒๖. มะเขอื เทศ. ภาควชิ าเทคโนโลยที างพืช คณะผลติ กรรมการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแมโ่ จ้. เชยี งใหม่. ๑๔๖ น. ๑๑มะเขือเทศพืน้ เมอื งพนั ธ์ุคดั เลือกใหม่
Search
Read the Text Version
- 1 - 15
Pages: