สาหรับการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของสุขประเสริฐ เงอ่ื นไข เปน็ ขอบเขตของการออกแบบนวตั กรรมสาหรับ ฟาร์มเหด็ การแปรรูปเห็ดด้วยการอบแห้ง แล้วทาการเตรียมวัสดุ การดาเนินงาน และประกอบตัวเคร่ือง เพื่อให้พร้อมต่อการใช้งาน สาหรับการศึกษาการแปรรูปเห็ดแต่ละชนิด ที่เก่ียวกับ การดาเนินงานเพื่อการพัฒนาศักยภาพการ อุณหภูมิ ระยะเวลาที่เหมาะสม และจุดคุ้มทุนที่คาดว่า แปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ด ด้วยนวัตกรรมเคร่ืองอบแห้งด้วย จะเกิดข้ึน เมื่อใช้นวัตกรรมท่ีพัฒนาข้ึนในคร้ังน้ี ลมร้อน กรณีศึกษาของสุขประเสริฐฟาร์มเห็ด แบบมี โดยแต่ละกระบวนการที่กล่าวมาข้างต้น มีรายละเอียด ส่วนร่วม เพ่ือความย่ังยืน มีกระบวนการแสดง ดังน้ี ดงั ภาพที่ 1 1. การศกึ ษาขอ้ มูลท่ีเก่ียวขอ้ ง ภาพที่ 1 กระบวนการดาเนนิ การ จากการศึกษาโดยภาพรวม พบว่า ผลิตภณั ฑ์ที่ ภาพท่ี 1 แสดงกระบวนการดาเนินการที่เร่ิม จาหน่ายของสุขประเสริฐฟาร์มเห็ด ประกอบไปด้วย จากการศึกษากระบวนการอบแห้งของฟาร์ม เพื่อศึกษา ก้อนเชื้อเห็ดพันธุ์ต่าง ๆ เห็ดสด และอุปกรณ์สาหรับ วิธีการ รูปแบบ และเง่ือนไขในการอบ เพ่ือให้ได้เห็ด เพาะเห็ด รูปแบบการแปรรูปเห็ดสดที่เหลือจากการ อบแหง้ ท่มี คี ุณภาพ และศึกษาการแปรรูปเห็ดชนดิ อ่นื ๆ จาหน่าย จะใช้วิธีการตากแห้งด้วยแสงอาทิตย์ ร่วมกัน ที่มีความเป็นไปได้ สาหรับการแปรรูป จากน้ันกาหนด กับการอบแห้งด้วยเครื่องจกั รโดยการจ้าง บริษัทเอกชน ในการอบ ซ่ึงมีค่าใช้จ่ายในการอบ และการขนส่ง สาหรับเทคนิคการอบจากที่ศึกษาพบว่า เกษตรกร มีความต้องการการอบแบบลมร้อน ที่สามารถควบคุม อุณหภูมิได้ 50 – 90 องศาเซลเซียส สาหรับการศึกษา หาคา่ ทเี่ หมาะสมในการอบแห้งแต่ละชนิดต่อไป นอกจากน้ี ยังพบว่ามีงานวิจัยอ่ืน ๆท่ีเก่ียวข้อง กับการอบแห้งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรต่าง ๆ เช่น ภิญโญ และคณะ(2554) กล่าวถึง ทฤษฎีการอบแห้ง คือ กระบวนการให้ความร้อนกับของแข็งท่ีมีของเหลว ประกอบอยู่หรือการให้ความร้อนกับสารละลาย เพ่ือให้ ของเหลวหรือตัวละลายนั้นระเหยออกไป กระบวนการ อบแห้งสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามวิธีการ ให้ความร้อนหรือลักษณะของก๊าซร้อน โดยใช้กลไกการ อบแหง้ และความเร็วเชงิ มวลในการอบแหง้ ที่แตกต่างกัน ไปตามลักษณะทางานกายภาพของวัสดุที่จะอบแห้งใน กรณีสารละลายหรือวัสดุจาพวกเจล น้าจะกลายเป็นไอ หลังจากการเคลื่อนย้ายมาท่ีพื้นผิววัสดุ โดยการแพร่แต่ ในกรณีของแข็งท่ีมีรูพรุนมาก น้าอาจเคลอื่ นยา้ ยมาท่ีผวิ ของวัสดโุ ดยการแพร่ของไอนา้ หรอื การไหลทีห่ นดื อย่าง อิสระ ซ่ึงความร้อนท้ังหมดที่ป้อนเข้าสู่วัสดุในช่วงนี้ จะใช้ในการทาให้น้ากลายเป็นไอ ในช่วงนี้อุณหภูมิของ วัสดุจะคงท่ี ถ้าวัสดุได้รับความร้อนจากการป้อนลมรอ้ น เพียงอย่างเดียว อุณหภูมิของวัสดุจะเท่ากับอุณหภูมิ กระเปาะเปียกของความร้อน เม่อื เวลาผ่านไปการถ่ายเท น้าในเน้ือของวัสดุจะค่อย ๆ ช้าลง และน้าก็จะเริ่ม วารสารวชิ าการรับใช้สังคม มทร.ล้านนา 43 ปีท่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฏาคม - ธนั วาคม 2561
ถ่ายเทไปยังพ้ืนผิวของวัสดุไม่ทัน ช่วงการอบแห้งอัตรา ค ว า ม ช้ื น ส ม ดุ ล ข อ ง วั ส ดุ มี ค ว า ม ส า คั ญ ต่ อ คงท่ีจะส้ินสุดลง อัตราการอบแห้งก็จะเร่ิมช้าลง กระบวนการอบแห้ง เพราะการอบแห้งวัสดุโดยใช้ อัตราส่วนความช้ืนในวัสดุ ณ จุดน้ีเรียกว่าอัตราส่วน อากาศที่สภาวะคงที่ ความชื้นของวัสดุจะลดต่าลงจนถึง ความช้ืนวิกฤต เลยจุดน้ีไปเรียกอีกช่วงอัตราการอบแหง้ จุด ๆ หน่ึงซึ่งไม่เปล่ียนแปลงในขณะนั้นความช้ืนในวสั ดุ ช้าลง จนในที่สุดอัตราส่วนความช้ืนในวัสดุจะเข้าสู่ มีความดันไอเท่ากับความดันไอของบรรยากาศที่อยู่ อตั ราส่วนความชื้นสมดุลนี้ไปกจ็ ะไมม่ ีท่สี ้ินสดุ รอบ ๆ และอุณหภูมิของวัสดุก็เท่ากับอุณหภูมิของ อากาศรอบ ๆ ด้วย ซึ่งเรียกว่า ความช้ืนสมดุล การถ่ายเทความร้อนและการถ่ายเทมวล ค่าความช้ืนสมดุลข้ึนอยู่กับชนิดของวัสดุ อุณหภูมิและ ระหว่างวัสดุกับอากาศเหมือนกับการถ่ายเทความร้อน ความชืน้ สมั พทั ธข์ องอากาศ และการถ่ายเทมวลร้อนท่ีกระเปาะเปียก ข อง เทอร์โมมิเตอร์ การถ่ายเทความร้อนและการถ่ายเทมวล ปริมาณไอน้าที่มีอยู่ในอากาศ เมื่อน้าได้รับ จะเกิดข้ึนที่ผิวนอกของวัสดุเท่านั้น โดยประมาณ ความร้อนน้าจะเปล่ียนสถานะจากของเหลวกลายเปน็ ไอ ค ว า ม ชื้ น ที่ ผิ ว ข อ ง วั ส ดุ จ ะ มี ป ร ะ ม า ณ ม า ก เ ม่ื อ เ พ่ิ ม เรียกว่า การระเหย ซ่ึงความร้อนที่ใช้ในกระบวนการทา ความเร็วลมท่ีไหลผ่านวัสดุ จะทาให้ฟิล์มอากาศน่ิง ให้น้าระเหยกลายเป็นไอเรียกว่า ความร้อนแฝง เม่ือ มีความหนาลดลงด้วย เมื่อเพิ่มอุณหภูมิการอบแห้งจะ อากาศเย็นลงไอน้าจะเริ่มกลั่นตัวเป็นละออง ดังนั้น ทาให้ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างผิววัสดุและ อุ ณ ห ภู มิ จึ ง เ ป็ น ตั ว ก า ห น ด ป ริ ม า ณ ไ อ น้ า ใ น อ า ก า ศ อากาศร้อนท่ีไหลอย่างอิสระมีมากข้ึน เป็นผลทาให้การ อากาศที่มีอุณหภูมิสูงจะรับไอน้าได้มากกว่าอากาศท่ีมี ถ่ายเทความร้อนและการถ่ายเทมวลดีขึ้น เม่ือลดค่า อุณหภูมิต่า ถ้าอากาศไม่สามารถรับไอน้าได้เรียกว่า ความช้ืนสัมพัทธ์ของอากาศอบแห้งได้ จะเป็นผลให้ ไอน้าอิ่มตวั ความแตกต่างระหว่างอัตราความช้ืนที่อ่ิมตัวท่ีผิววัสดุ และอัตราส่วนความชื้นอากาศร้อนที่ไหลอย่างอิสระมี ในด้านมาตรฐานความชื้นที่เป็นตัวแปรสาคัญ มากขึ้น เป็นผลให้การถ่ายเทความร้อนและการถ่ายเท สาหรับการอบแห้ง สมชาติ โสภณรณฤทธ์ิ (2537) มวลดีขึ้น เม่ือลดค่าความช้ืนสัมพัทธ์ของอากาศอบแห้ง กล่าวว่า ความช้ืนเป็นตัวบอกปริมาณของน้าท่ีมีอยู่ใน ได้ จะเป็นผลให้ความแตกต่างระหว่างความช้ืนอ่ิมตัวที่ วัสดุเมื่อเทียบกับ มวลของวัสดุท่ีช้ินหรือวัสดุแห้ง ผิววัสดุและอัตราความช้ืนอากาศท่ีไหลอยา่ งอิสระมีมาก การบอกความช้ืนในวัสดุมี 2 แบบ คือ ความช้ืน ขึ้น ทาให้เกิดการถ่ายเทมวลดีขึ้น ดังน้ันตัวแปรสาคัญ มาตรฐานเปียกซึ่งเป็นสัดส่วนระหว่างน้าหนักของน้า ที่มีผลต่อช่วงอัตราการอบแห้งให้คงที่ คือ อุณหภูมิ และน้าหนักรวมของวัสดุหาได้จากสมการที่ (1) ส่วน ความช้ืนสัมพทั ธ์ และความเร็วลมร้อน ความชื้นมาตรฐานแหง้ ของวัสดุหาไดจ้ ากสมการที่ (2) ในช่วงอัตราการอบแห้งลดลง ความช้ืนของ 1) ความช้นื มาตรฐานเปียก วัสดุมีค่าต่ากว่าความช้ืนวิกฤตการถ่ายเทความร้อนและ การถ่ายเทมวลมิได้เกิดข้นึ เฉพาะท่ีผวิ วัสดเุ ทา่ นัน้ แตเ่ กิด M w w d 100 (1) ภายในเนื้อวสั ดุดว้ ย การเคล่ือนท่ขี องนา้ จากภายในวสั ดุ w มายังผิวช้ากว่าการพาความช้ืนจากผิววัสดุไปยังอากาศ ทาให้อัตราการอบแห้งลดลง อัตราการระเหยน้าจะถูก 2) ความช้นื มาตรฐานแหง้ ควบคุมโดยความต้านทานต่อการเคล่ือนที่ของโมเลกุล ของน้าในวัสดุ ในขณะนั้นอุณหภูมิของวัสดุมีค่าสูงขึ้น M d w d 100 (2) และสูงกว่าอุณหภูมิกระเปราะเปียก เม่ือลดค่าความช้ืน d สัมพัทธ์ของอากาศอบแห้ง จะเป็นผลให้เกิดความ แตกต่างระหว่างอัตราส่วนความช้ืนเพิ่มข้ึน และมีผลให้ เม่อื Mw คอื ความช้ืนมาตรฐานเปยี ก % (wet basis) ค่าสัมประสิทธิ การแพร่ความชื้นเพ่ิมขึ้นด้วยดังน้ันเม่ือ Md คอื ความช้นื มาตรฐานแหง้ % (dry basis) เพ่มิ อณุ หภูมหิ รือลดความชนื้ สัมพัทธ์ของอากาศแล้ว จะ w คือ มวลของวัสดุเปยี ก (kg) เป็นผลให้การถา่ ยเทความรอ้ นและการถา่ ยเทมวลดขี น้ึ d คอื มวลของวสั ดแุ หง้ (kg) นอกจากนี้ยังมีนักวิจัยกลุ่มอ่ืน ๆ ได้ทาวิจัยท่ี เกี่ยวข้องกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้วยการอบแห้ง 44VRoMl.U1 TNLo.J1oJuaRVrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
เช่น จันจิรา (2545) ได้ทาการศึกษาเคร่ืองอบแห้ง เลอื กใช้อปุ กรณ์ควบคุมอณุ หภูมิ หรอื Termostat แบบ พลังงานแสงอาทิตย์แบบโมดุล มีลักษณะพิเศษ คือใช้ ดิจิทัล สาหรับการควบคุมแบบละเอียด และแบบ อบแห้งผลิตภัณฑ์ได้หลายชนิด โดยมีระบบควบคุม แอนะล็อก สาหรับการควบคุมอุณหภูมิเกินสูงสุด ส่วน อุณหภูมิและระบบปรับอัตราการไหลของอากาศภายใน ในด้านการควบคุมการทางานของพัดลม จะทางาน ห้องอบแห้งให้คงทไี่ ดต้ ามต้องการ การศึกษาการอบแห้ง สอดคล้องกับการควบคุมระบบไฟฟ้า กล่าวคือ เห็ดนางฟา้ โดยใชเ้ ครอื่ งอบแห้งพลงั งานแสงอาทติ ย์แบบ เม่ือ Timer มีการเชื่อมต่อระบบไฟฟา้ จะจ่ายไฟโดยตรง โมดุล โดยพิจารณาที่สีความแห้งของเห็ด อุณหภูมิที่ใช้ ให้กับระบบควบคุมการทางานของพัดลมและสามารถ สาหรับการอบแห้งคือ 60 องศาเซลเซียส ใช้เวลา ปรับระดับความเร็วของพัดลมได้ทันที และหลักการท่ี 7 ชวั่ โมง กล่าวมาข้างตน้ แสดงดงั ภาพที่ 2 Zheng-Wei Cuiet (2549) ได้ทาการศึกษา โครงสร้างของตู้อบ มีขนาดความกว้าง (a) การอบแห้งแบบผสมผสาน โดยใช้การอบแห้งแบบ เท่ากับ 80 ซม. ความยาว (b) เทา่ กับ 65 ซม. และความ ไมโครเวฟ-สุญญากาศ และการอบแห้งสุญญากาศแบบ สูง (c) เทา่ กับ 170 ซม. รายละเอียดแสดงดังภาพท่ี 3 ธรรมดา เริ่มจากการอบแห้งเห็ดหลนิ จือในเครื่องระเหย แบบฟิล์มภายใต้สุญญากาศ น้าในเห็ดหลินจือจะถูกทา AC ให้ระเหยที่อุณหภูมิ 60–65 องศาเซลเซียส และ 220 V 50 Hz ความช้ืนประมาณ 70% (มาตรฐานเปียก) แล้วนาเห็ดที่ อบแห้งจากเครื่องระเหยแบบฟิล์มภายใต้สุญญากาศไป ภาพท่ี 2 หลกั การทางาน อบแห้งอีกครั้งโดยใชก้ ารอบแบบไมโครเวฟ–สญุ ญากาศ จนเหลือความชน้ื ประมาณ 10% จากน้ันนาเห็ดหลินจอื bc ไปอบแห้งด้วยวิธีการอบแห้งสุญญากาศแบบธรรมดา a ท่ีอุณหภูมิ 55-60 องศาเซลเซียสจนมีความช้ืนสุดท้าย ประมาณ 6% ผลการทดลองพบว่า เมื่อเปรียบเทียบ a การเก็บรักษาโพลีแซคคาไรด์และกรดกาโนเดอริคใน เห็ดหลินจือ แสดงให้เห็นว่าคุณภาพของการอบแห้งโดย ภาพที่ 3 โครงสรา้ งของต้อู บลมร้อน วิธีผสมผสานใกล้เคียงกับการแช่แข็งอบแห้ง และดีกว่า โ ค ร ง ส ร้ า ง อ อ ก แ บ บ โ ด ย ใ ช้ วั ส ดุ ป ร ะ เ ภ ท การอบแหง้ แบบสญุ ญากาศธรรมดา สแตนเลส ท่ีมีคุณสมบัติทนความร้อน มีความหนา 2. การออกแบบตัวเครือ่ ง 3 มม. แสดงโครงสรา้ งมมุ มองภาพรวม ดังภาพท่ี 4 หลักการทางานโดยภาพรวม เร่ิมจากการ ภาพที่ 4 โครงสรา้ งต้อู บมมุ มองภาพรวม เลือกใช้อุปกรณ์ตั้งเวลาประเภท Timer ในการกาหนด ระยะเวลาในการทางานของตัวเคร่ือง เมื่อส้ินสุด ระยะเวลาการทางานท่ีตั้งไว้ วงจรจะตัดการทางาน โดยการตัดไฟฟ้ากระแสสลับ ที่ใช้เลี้ยงระบบการทางาน ทั้งหมด อุปกรณ์เอาต์พุตของระบบ แบ่งเป็นสองส่วน ได้แก่ ส่วนของการให้ความร้อน ผ่านขดลวดความร้อน ที่ออกแบบให้มีการใช้ขดลวดทั้งหมด 3 ขด สาหรับ ด้านล่าง และด้านข้างท้ังสองข้าง เพ่ือให้การกระจาย ความร้อนท่ัวถึง และครอบคลุมมากที่สุด และส่วนของ การกระจายความร้อน โดยใช้พัดลมเป่าจากด้านบน เพื่อให้ความร้อนมีการหมุนเวียนภายในตู้อบ สาหรับ อปุ กรณค์ วบคมุ การทางาน ในด้านของขดลวดความร้อน วารสารวิชาการรับใชส้ ังคม มทร.ล้านนา 45 ปที ่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฏาคม - ธนั วาคม 2561
ฝาครอบตู้อบ ใช้วัสดุประเภทสแตนเลส แบบ ผิวเรียบ หนา 3 มม. สามารถประกอบเข้ากับตู้ได้อย่าง พอดี แสดงการออกแบบดงั ภาพท่ี 5 ก) ด้านข้าง (ข) มมุ มองภาพรวม ภาพท่ี 8 การออกแบบฝาปิดดา้ นบน ก) ดา้ นหนา้ ข) มมุ มองภาพรวม ภาพท่ี 5 ฝาครอบตู้อบ ประตสู าหรบั การเปดิ ปดิ ตู้อบ มีการออกแบบ ก) ดา้ นหนา้ ข) มมุ มองภาพรวม โดยใช้วัสดุประเภทสแตนเลส ร่วมกันกับกระจก ภาพที่ 9 การวางสว่ นประกอบเข้าด้วยกัน ทนความร้อน เพื่อให้ผู้ใช้งาน สามารถสงั เกตการทางาน ของตู้และผลผลิตท่ีอยู่ในตู้ได้ ลักษณะของประตู ฝาครอบด้านบน เลือกใช้วัสดุประเภทเดยี วกนั เปิด-ปดิ ท่อี อกแบบ แสดงดงั ภาพที่ 6 มีลักษณะโครงสร้างแสดงดังภาพที่ 8 และเม่ือนา ส่วนประกอบแต่ละส่วนท่ีได้ออกแบบไว้ข้างต้น มาวาง รวมกัน เพื่อตรวจสอบขนาดและโครงสร้างที่ได้ออกแบบ (ภาพท่9ี ) เพ่ือนาไปสร้างเป็นชิ้นงานจรงิ ก) ด้านหนา้ ข) มุมมองภาพรวม 3. การประกอบตวั เครอื่ ง ภาพที่ 6 การออกแบบประตสู าหรับเปดิ -ปิดตู้อบ การประกอบตัวเคร่ือง หลังจากท่ีได้ทาการ ตะแกรงสาหรับใส่วัสดุอบในตู้ ออกแบบให้มีรู ออก แ บ บ เ ส ร็ จ ส้ิ น จึ ง ไ ด้ ด า เนิ น ก าร ส ร้ างตาม สาหรับระบายอากาศ ท่ีช่วยส่งผลให้อากาศร้อนมีการ กระบวนการที่ออกแบบ คานึงถึงความปลอดภัยทาง หมุนเวียนภายในตู้ได้อย่างทั่วถึงนั่นเอง ลักษณะของ ไฟฟา้ ความถกู ตอ้ งทางหลกั วศิ วกรรม ลักษณะของตู้อบ ตะแกรง แสดงดังภาพท่ี 7 ทส่ี รา้ งเสร็จ แสดงดงั ภาพที่ 10 ก) ดา้ นบน ข) มุมมองภาพรวม ก) ด้านหนา้ ข) มุมมองภาพรวม ภาพท่ี 7 ลักษณะของตะแกรง ภาพท่ี 10 การวางสว่ นประกอบเขา้ ดว้ ยกัน 46RVoMl.U1 TNLo.J1oJuaRVrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
4. การทดสอบการทางาน การมีส่วนร่วมของชุมชน จะเกิดข้ึนในรูปแบบของการ การทดสอบการทางานของตัวเคร่ืองโดย นานวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อการแปรรูป ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ เ ห็ ด ก ร ณี ตั ว อ ย่ า ง ข อ ง ก า ร แ ป ร รู ป ภาพรวม ที่มีการทางานร่วมกันของอุปกรณ์ในระบบ เห็ดหลินจือด้วยวิธีการอบแห้ง เพื่อบรรจุลงในถุง อย่างสัมพันธ์กัน (พิจารณาภาพท่ี 11) โดยเร่ิมจากการ ออกจาหน่ายมีกระบวนการหลังจากท่ีเกษตรกร ทาการ เปิดสวิตช์ควบคุมหลัก (หมายเลข1) สวิตชค์ วบคุมพดั ลม เพาะเลยี้ งเห็ดจนสมบรู ณแ์ ละทาการเก็บเกีย่ วดังน้ี (หมายเลข 2) สวิตช์ควบคุมการตั้งเวลา (หมายเลข 3) จากน้นั ทาการตง้ั ค่าอณุ หภมู ขิ องตัวควบคมุ อุณหภมู ิหลกั 1. ทาการชะล้างทาความสะอาดเห็ด แล้วผ่ึง (หมายเลข 5) ให้อยู่ท่ีระดับสูงกว่าอุณหภูมิที่ต้องการ ตากอากาศไวส้ กั พัก เลก็ น้อย เช่นต้องการจากัดอุณหภมู ิที่ 70 องศาเซลเซยี ส ควรต้ังค่าไว้ท่ีประมาณ 75 องศาเซลเซียส เป็นต้น 2. ทาการหั่นเห็ดหลินจือเป็นชิ้นบาง ๆ แสดง จากน้ัน ทาการปรับต้ังค่าอุณหภูมิ ของตัวควบคุม ดงั ภาพท1ี่ 2 อุณหภมู ริ อง (หมายเลข 6) โดยต้งั ค่าใหพ้ อดกี ับอณุ หภูมิ ท่ีต้องการ และต่ากว่า ค่าอุณหภูมิของตัวควบคุม ภาพที่ 12 การหนั่ เห็ดหลนิ จือ อุณหภูมิหลัก เสร็จแล้วทาการต้ังค่าความเร็วของพดั ลม 3. จดั เรยี งเห็ดหลนิ จอื ลงในตะแกรงสาหรับใส่ กระจายอากาศ (หมายเลข 8) เพอ่ื กาหนดความแรงของ เข้าเตาอบ ดังภาพท่ี 13 พัดลม สาหรับกระจายความร้อน เม่ือเสร็จส้ินการตั้งคา่ ท้ังหมดแล้ว จึงทาการตั้งค่าเวลาการทางานที่ตัวตงั้ เวลา การทางาน (หมายเลข 7) ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการตั้งค่า การทางานของตู้อบลมร้อน ผลการทดสอบพบว่า ตัวเครื่องมีการทางานท่ีสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบและ ถู ก ต้ อ ง ต า ม ห ลั ก ก า ร ที่ ไ ด้ อ อ ก แ บ บ ไ ว้ ทุ ก ป ร ะ ก า ร แสดงดังภาพที่ 11 8) 7) 4) 9) 6) 5) ภาพที่ 13 การจัดเรยี งเห็ดหลนิ จือเข้าเตาอบ 1) 3) 4. ทาการศกึ ษารูปแบบการอบที่เหมาะสมและ 2) บันทึกผลโดยการสอนให้เกษตรกรสามารถใช้นวัตกรรม ภาพที่ 11 สว่ นควบคมุ การทางาน ท่พี ฒั นาข้ึนมา เพอ่ื ทาการศึกษาและทดสอบรูปแบบการ อบแห้งเห็ดหลินจือท่ีเหมาะสมท่ีสุด และบันทึกผล 5. การมีสว่ นร่วมของชมุ ชน เพื่อทาการวิเคราะหร์ ่วมกันกบั นกั วิจัย กระบวนการท่ีเข้ามามีส่วนร่วมของชุมชน กรณี องคค์ วามรทู้ ีเ่ กดิ จากการเรยี นรู้ร่วมกันระหว่าง ของสุขประเสริฐฟาร์มเห็ด ท่ีมีความจาเป็นต่อการ ทีมนักวิจัย และประชากรในชุมชนจะส่งให้เกิดความ พัฒนาอย่างยั่งยืน ในขั้นต้นทางผู้นาในชุมชนได้เข้ามามี บทบาทในการร่วมกาหนดเง่ือนไขและองค์ประกอบท่ี สาคัญในการประยุกต์ใช้นวัตกรรม เพ่ือการแก้ปัญหา และในข้ันตอนหลังจากท่ีพัฒนานวัตกรรมเสร็จสิ้น วารสารวิชาการรับใชส้ งั คม มทร.ลา้ นนา 47 ปีที่ 2 ฉบับท่ี 2 กรกฏาคม - ธันวาคม 2561
คงทนทางการเรียนรู้ และเกิดความย่ังยืนในการพัฒนา ภาพท่ี 18 แสดงผลการทดสอบการวางปรมิ าณ แปรเปลี่ยนเป็นความเข้มแข็งของชมุ ชนทีส่ ามารถพงึ่ พา เห็ดที่ขนาดน้าหนักรวม ตั้งแต่ 1 กิโลกรัม ถึง ตนเองไดต้ อ่ ไป 1.5 กิโลกรัม บนถาดในช้ันท่ี 1 ที่อุณหภูมิคงท่ี 70 องศา ผลการดาเนินงาน เซลเซียส เพ่ือศึกษาระดับความช้ืนมาตรฐานเปียกของ 1. ผลการศึกษาอุณหภมู ิของการอบแหง้ ปริมาณเห็ดที่นา้ หนกั แตกตา่ งกัน ผลการทดสอบ พบว่า ปริมาณเห็ดท่ีจัดวางบนถาดตะแกรงสาหรับอบที่ขนาด การทดสอบการทางานของตู้อบแห้งท่ีกาหนด 1 กิโลกรัม จะทาให้ค่าความช้ืนมาตรฐานเปียกมีค่า อุณหภูมิอยู่ในช่วง 40 ถึง 90 องศาเซลเซียส ท่ีระดับ ลดลงได้มากทีส่ ดุ ความเร็วของพัดลมปานกลาง (หมุนไว้ท่ีจุดกึ่งกลาง) พบว่าในแต่ละค่าของอุณหภูมิท่ีกาหนด ใช้ระยะเวลาใน ภาพที่ 19 แสดงปริมาณน้าหนักต่อเวลา การปรับอุณหภูมิ อยู่ในช่วงเวลา 18 – 22 นาที อณุ หภูมิ ท่ีช่วงเวลาต้ังแต่ 1 – 6 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิการอบแห้ง ภายในตู้จึงจะสามารถทาให้มีค่าเท่ากับระดับอุณหภูมิ เทา่ กับ 70 องศาเซลเซยี ส ผลการทดสอบพบวา่ ปรมิ าณ ท่ีต้ังไวไ้ ด้ แสดงดงั ภาพที่ 14 น้าหนกั ของเหด็ ที่ใช้อบ ลดลงอยา่ งตอ่ เนือ่ ง ตัง้ แต่ 75% ท่ีช่วงเวลาการอบ 1 ช่ัวโมง จนปริมาณน้าหนักต่อเวลา จากนั้นทาการทดสอบอุณหภูมิในการทางาน เหลือค่าน้าหนกั ที่ 25% ที่ชว่ งเวลาการอบ 6 ชัว่ โมง ของตู้อบ ที่มีการกาหนดความเร็วของพัดลมที่ ระดับ ภาพที่ 14 การเปลีย่ นแปลงอณุ หภูมติ ่อเวลาท่ีความเรว็ สูงสุด และทาการตั้งค่าอุณหภูมิกาหนดต้ังแต่ 40 องศา เซลเซียส ถึง 90 องศาเซลเซียส พบว่าระยะเวลาในการ พัดลมปานกลาง ทาอณุ หภมู ใิ หม้ ีคา่ เท่ากับท่ีกาหนด ใช้ระยะเวลานานขึ้น ภาพท่ี 15 การเปลยี่ นแปลงอณุ หภมู ติ ่อเวลาท่คี วามเร็ว ต้ังแต่ 21 – 29 นาที สูงกว่าเงื่อนไขแรกที่มีการ กาหนดระดับความเร็วของพัดลมไว้ที่ระดับปานกลาง พดั ลมสูงสุด ดังภาพที่ 15 ภาพท่ี 16 แสดงผลการทดสอบวดั อุณหภูมิของ ถาดแต่ละชนั้ โดยที่ถาดท่ี 1 หมายถงึ ถาดท่อี ย่ชู ั้นบนสุด ใกล้กับพัดลมกระจายความร้อนและถัดมาในถาด ช้ันต่าง ๆ จนถึงชั้นล่างสุดคือชั้นที่ 10 กาหนดอุณหภูมิ ทดสอบท่ีระดับต่าง ๆ ต้ังแต่ 40 องศาเซลเซียส ถึง 90 องศาเซลเซียส ที่เวลา 30 นาทีขึ้นไป พบว่า ค่าอุณหภูมิที่ถาดแต่ละชั้น มีค่าแตกต่างกันเพียง เล็กน้อย จากท่ีกาหนดไว้จากแผงหน้าปัดของตัวเคร่ือง โดยที่ถาดในช้ันที่ 1 จะมีค่าอุณหภูมิสูงสุดและค่อย ๆ ลดอุณหภูมิลงมา ตามระดับของชั้นอื่น ๆ จนถึงช้ัน ล่างสดุ ภาพที่ 17 แสดงร้อยละของค่าความชื้น มาตรฐานเปียก ของการอบแห้งเห็ดท่ีระดับอุณหภูมิ ตา่ ง ๆ ตง้ั แต่ 40 ถึง 70 องศาเซลเซียส ของปรมิ าณเห็ด ท่ีทดสอบ 100 กรัม พบว่าค่าความชื้นมีค่าลดลงอย่าง ต่อเน่ืองแปรผันตรงกับเวลาท่ีเพ่ิมขึ้น โดยอุณหภูมิที่ เหมาะสมสาหรับการอบแห้งเห็ดเพื่อให้เกิดความชื้นที่ ระดับ 16% คืออุณหภูมิท่ี 70 องศาเซลเซียส ท่ีเวลา 6.5 ช่ัวโมง 48VRoMl.U1 TNLo.J1oJuaRVrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
ภาพที่ 16 ค่าอณุ หภูมิทถ่ี าดแตล่ ะชน้ั 2. ผลการคานวณค่าใชจ้ า่ ยในการอบแหง้ ภาพท่ี 17 อณุ หภูมิของการอบทีส่ ง่ ผลต่อคา่ ความช้ืน ในด้านการคานวณเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายท่ี ภาพท่ี 18 อณุ หภูมิของการอบทส่ี ง่ ผลต่อคา่ ความช้นื เกิดขึ้นระหว่างการอบแบบด้ังเดิม (จ้างเอกชน) และ ภาพท่ี 19 ปรมิ าณน้าหนักตอ่ เวลาท่อี ณุ หภมู ิ 70 การอบด้วยการลงทุนสร้างเครื่องอบ โดยวิธีการอบแบบ องศาเซลเซียส ปกติท่ีใช้วิธีการจ้าง จะมีค่าอบกิโลกรัมละ 50 บาท ในการเก็บเกี่ยวเห็ดเพ่ือใช้อบ จะเก็บคร้ังละ 350 ก้อน ได้ผลผลติ 10 กิโลกรมั ดังน้นั ในการอบแต่ละครง้ั จะเสีย ค่าจ้างในการอบที่ 500 บาท ต่อ 10 กิโลกรัม และ ค่าเดินทางไป-กลับ ที่ร้านอบ อยู่ท่ี 500 บาทต่อครั้ง ดังนั้นในการอบ จึงเสียค่าใช้จ่าย 1,000 บาท ต่อ 10 กิโลกรัม และในการเพาะเห็ดของโรงเรือนทั้งหมด มี 14,000 ก้อน คิดเป็นผลผลิต น้าหนัก 400 กิโลกรัม ดังน้ันจะใช้ค่าใช้จ่ายในการอบทั้งหมด ใน 1 โรงเรือน เท่ากับ 40,000 บาท และเม่ือคิดค่าใช้จ่ายในการอบ ด้วยนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น ท่ีใช้เงินลงทุนสาหรับค่าต้อู บ ที่ 40,000 บาทรวมกับค่าใช้จ่ายในการอบท้ังหมด 400 กิโลกรัม คิดเป็น 40 คร้ัง(ค่าไฟฟ้า 3,000 วัตต์ต่อ 1 ช่ัวโมง อบทั้งหมด 6 ชั่วโมงต่อ 10 กิโลกรัม คิดเป็น 18 ยูนิต หรือเท่ากับ 37 บาท) เท่ากับเงิน 1,480 บาท รวมเปน็ 41,480 บาท ดังนั้น จุดค้มุ ทนุ และกาไรจะอย่ทู ่ี การอบในครัง้ ที่ 42 เปน็ ตน้ ไป 3. ผลผลิตท่ไี ด้จากการแปรรปู เห็ดหลินจอื การคิดรายได้ จากการจาหน่ายเห็ดอบแห้ง กรณเี หด็ หลินจอื ตามกระบวนการท่กี ล่าวไวข้ า้ งต้น และ ผลจากการศึกษาการอบแห้งเห็ดหลินจือ ท่ีพบว่ามี กระบวนการอบ 2 ขั้นตอนคือ การอบแบบรักษา คุณภาพของเห็ด ด้วยการอบที่อุณหภูมิ 40 องศา ใน 2 ชั่วโมงแรก หลังจากน้ันจึงทาการอบแห้งท่ีอุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส อีก 4 ช่ัวโมง รวมเป็น 6 ช่ัวโมง ลักษณะของเหด็ ทไี่ ด้จากการอบแสดงดงั ภาพที่ 20 ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ พั ฒ น า บ ร ร จุ ภั ณ ฑ์ เห็ดหลินจือ ที่ได้มาตรฐาน ท้ังในส่วนของรูปแบบ การกาหนดขนาด ปริมาณของการบรรจแุ ละการกาหนด ราคาท่ีเหมาะสมของวัตถุดิบ (1 ถุง : 50 กรัม : 100 บาท) ทาใหม้ ีมูลคา่ สงู ขึน้ อกี ทง้ั เมือ่ ทาการคานวณมลู ค่า ผลกาไรท่ีได้จากการจาหน่าย ที่สามารถลดต้นทุนการ ผลิตด้านแรงงานลงได้ จึงทาให้ได้ผลกาไรที่สูงข้ึน กว่าเดิมถึงร้อยละ 50 แสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ดงั ภาพที่ 21 วารสารวชิ าการรับใช้สงั คม มทร.ลา้ นนา 49 ปีท่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฏาคม - ธนั วาคม 2561
ภาพที่ 20 เห็ดหลินจอื ท่ผี า่ นการอบแหง้ 2. ค่าความชืน้ มาตรฐานเปียก ของการอบแห้ง เห็ด ต้ังแต่ 40 ถึง 70 องศาเซลเซียส ของปริมาณเห็ดที่ ภาพที่ 21 ผลิตภณั ฑเ์ ห็ดหลินจอื อบแหง้ ทดสอบ 100 กรัม พบว่าค่าความชื้นมีค่าลดลงอย่าง สรปุ ผลการวิจัย ต่อเน่ือง แปรผันตรงกับเวลาที่เพิ่มขึ้น โดยอุณหภูมิที่ เหมาะสมคืออุณหภูมิท่ี 70 องศาเซลเซียส ท่ีเวลา งานวิจัยนี้ นาเสนอการพัฒนาศักยภาพและ 6 ชั่วโมง ในขณะท่ีปริมาณการวางเห็ดเพ่ืออบ ท่ี เพ่ิมขีดความสามารถในการแปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ด เหมาะสม อยู่ท่ีช้ันละ 1 กิโลกรัม รวมท้ังหมด 10 ชั้น กรณสี ุขประเสรฐิ ฟารม์ ด้วยการพฒั นานวตั กรรมสาหรบั คิดเป็น 10 กิโลกรัมต่อการอบ 1 คร้ัง และปริมาณ การแปรรูปเห็ดด้วยเคร่ืองอบลมร้อน ใช้หลักการของ น้าหนักต่อเวลา พบว่าปริมาณน้าหนักของเห็ดท่ีใช้อบ ก า ร ใ ห้ ค ว า ม ร้ อ น ด้ ว ย ข ด ล ว ด ค ว า ม ร้ อ น ร่ ว ม กั บ ก า ร ลดลงอย่างต่อเน่ือง ต้ังแต่ 75% ที่ช่วงเวลาการอบ กระจายอากาศของพัดลม ควบคุมการทางานด้วยการ 1 ช่ัวโมง จนปริมาณน้าหนักต่อเวลา เหลือค่าน้าหนักที่ ตั้งเวลา และอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิท้ังแบบดิจิทัลและ 16% ทชี่ ว่ งเวลาการอบ 6.5 ชัว่ โมง แ อ น ะ ล็ อ ก ท่ี ท า ง า น ภ า ย ใ ต้ เ งื่ อ น ไ ข ก า ร ก า ห น ด ค่ า จากผูใ้ ช้งาน ผลการวจิ ยั ที่ได้ สรปุ ไดด้ งั นี้ 3. การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายท่ีเกิดขึ้นระหว่าง การอบแบบดั้งเดิม (จ้างเอกชน) และการอบด้วยการ 1. ตัวเคร่ืองสามารถกาหนดอุณหภูมิได้ตั้งแต่ ลงทุนสร้างเคร่ืองอบ พบว่าจุดคุ้มทุนและกาไรจะอยู่ที่ 0 ถึง 100 องศาเซลเซียส แต่ในการใช้งานจริงไม่ควร การอบในรอบท่ี 42 เป็นตน้ ไป กาหนดเกิน 90 องศาเซลเซียส การกาหนดอุณหภูมิ อยู่ในช่วง 40 ถึง 90 องศาเซลเซียส ท่ีระดับความเร็ว 4. ผลผลิตที่ได้จากการแปรรูป ได้ผลิตภัณฑ์ ของพัดลมปานกลาง ใช้ระยะเวลาในการปรับอุณหภูมิ เห็ดหลินจืออบแห้ง ท่ีเป็นสินค้าภายใต้การดาเนินการ 18 – 22 นาที ในขณะที่ระดับความเร็วของพัดลมสงู สดุ ข อ ง สุ ข ป ร ะ เ ส ริ ฐ ฟ า ร์ ม เ ห็ ด ร่ ว ม กั บ ม ห า วิ ท ย า ลั ย ใช้เวลา 21 – 29 นาที ใช้เวลานานกว่าระดับพัดลม เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา บรรจุถุงละ 50 กรัมที่ ราคา ปานกลาง ค่าอุณหภูมิที่ถาดอบท้ัง 10 ช้ัน มีค่า ขายถุงละ 100 บาท เป็นการสร้างมูลค่าเพ่ิมของ อุณหภูมิตามท่ีกาหนด และมีความแตกต่างกัน ผลติ ภณั ฑ์ข้นึ จากเดมิ เล็กน้อย เมื่อเทียบกันระหว่างช้ันบนสุดและล่างสุด อยา่ งยอมรับได้ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การพัฒนาศักยภาพและ เพิ่มขีดความสามารถในการแปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ด กรณี สุขประเสริฐฟาร์มเห็ด ในคร้ังนี้เป็นไปตามเป้าหมาย และสามารถประยุกต์องค์ความรู้ไปใช้กับงานในด้าน อนื่ ๆ ที่เกย่ี วข้องได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ การนาไปใช้ เ ค ร่ื อ ง อ บ แ ห้ ง ล ม ร้ อ น ส า ห รั บ ก า ร พั ฒ น า ศั ก ย ภ า พ แ ล ะ เ พิ่ ม ขี ด ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร แ ป ร รู ป ผลิตภัณฑ์เห็ดมีการนาไปใช้ในกรณีของสุขประเสริฐ ฟาร์มเห็ด ตาบลแม่แฝกใหม่ อาเภอสันทราย จังหวัด เชียงใหม่ เพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาอาชีพให้กับ เกษตรกร และประชาชนทีส่ นใจ ข้อเสนอแนะ การพัฒนาตู้อบครั้งน้ี เน้นหลักการของการ สร้างความร้อนดว้ ยขดลวดทางไฟฟ้า อย่างไรก็ดี ในการ วิจยั ครงั้ ตอ่ ไป ควรมีการนาเทคโนโลยีของแสงอาทิตยม์ า พฒั นารปู แบบการอบใหม้ กี ารประหยดั พลังงานมากข้นึ 50RVoMl.U1 TNLo.J1oJuaRVrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
กิตตกิ รรมประกาศ ความช้ืนข้าวเปลือกของชาวนา อาเภอ การวิจัยครั้งน้ีได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก ท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์เพื่อแก้ไขปัญหา คุณภาพข้าวเปลือก. นครสวรรค์ : คณะ ง บ ป ร ะ ม า ณ โ ค ร ง ก า ร ค ว า ม ร่ ว ม มื อ กั น ใ น ก า ร เ ท ค โ น โ ล ยี ก า ร เ ก ษ ต ร แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี จัดการศึกษาเชิงบูรณาการการเรียนรู้ในสถานศึกษากับ อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภฎั นครสวรรค์ การนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนวัตกรรมไปพัฒนาและ สมชาติ โสภณรณฤทธ์ิ, สมบูรณ์ เวชกามา, วสุวัฒน์ ย ก ร ะ ดั บ ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ชุ ม ช น ใ น พ้ื น ท่ี ตรูทัศนวินท์ และ วุฒิกรณีจริตตัตติ เวทย์. ภาคเหนือ 6 จงั หวดั (2545). การออกแบบ ทดสอบ และหาแนวทาง บรรณานุกรม ที่ เหมาะสมที่สุดสาหรับการอบแห้งข้าวเปลือก จันจิรา อินทร์จันทร์. (2545). การอบแห้งเห็ดนางฟ้า โดยเทคนิคการทาไหลบนฐานส่ัน. วารสาร ราชบัณฑติ ยสถาน. 27(4) : 59-69. ด้วยเคร่ืองอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบ Zheng-Wei Cuiet et.al. (2006). Dehydration of โมดุล. สาขาวิชาเทคโนโลยีพลังงานคณะ Concentrated Ganodermalucidum พลังงานและวัสดุมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระ Extraction by Combined Microwave- จอมเกลา้ ธนบุรี Vacuum and Conventional Vacuum ภิญโญ ชุมมณี, วีระชาติจริตงาม, ธนารัตน์ ศรรุ่งเรือง Drying. และ วัชระ ชัยสงคราม. (2554).การออกแบบ เ ค รื่ อ ง อ บ ข้ า ว เ ลื อ ก เ ค ลื่ อ น ท่ี ส า ห รั บ ล ด วารสารวชิ าการรับใช้สังคม มทร.ล้านนา 51 ปีท่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฏาคม - ธันวาคม 2561
52 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 2 No. 2 July - December 2018
การศึกษาสภาพแวดล้อมทางธรุ กจิ ของผลิตภณั ฑ์จากมะไฟจนี ของกลมุ่ แปรรปู มะไฟจนี ตาบลท่านา้ ว อาเภอภูเพียง จงั หวัดนา่ น A Study of Business Environment of Wampee Fruit Products of the Wampee Producing Groups in Tambol Tanow, Phupieng District, Nan Province วันวภิ า คามงคล1* ธติ นิ นั ทน์ กุมาร 2 และ รตั นาภรณ์ อนรุ ักษ์3 Wanvipa Khammongkol1* Thitinan Kuman2 and Rattnaporn Anurak3 1ดร. มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา นา่ น 2ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา นา่ น 3อาจารย์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา นา่ น 1DR., Rajamangala University of Technology Lanna Nan 2Assistant Professor, Rajamangala University of Technology Lanna Nan 3Lecturer, Rajamangala University of Technology Lanna Nan *E-mail [email protected], เบอรโ์ ทรศพั ท์ 081- 7683724 บทคัดย่อ การศึกษาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของผลิตภัณฑ์จากมะไฟจีนของกลุ่มแปรรูปมะไฟจีนตาบลท่าน้าว อาเภอ ภูเพียง จงั หวดั นา่ นในการวิจยั ครงั้ น้ี มีวัตถุประสงคเ์ พอื่ ศกึ ษาสภาพแวดลอ้ มทางธุรกจิ ของผลติ ภณั ฑจ์ ากมะไฟจีนของกลุ่ม แปรรูปมะไฟจีน ตาบลท่าน้าว อาเภอภูเพียง จังหวัดน่าน และศึกษาแนวทางในการแก้ปัญหาการบริหารจัดการเพ่ือเพ่ิม ประสิทธิภาพด้านการผลิตสินค้ามะไฟจีนของกลุ่มแปรรูปมะไฟจีน กลุ่มประชากรได้แก่ สมาชิกกลุ่มแปรรูปมะไฟจีน จานวน 30 ราย ข้อมูลถูกรวบรวมโดยการสัมภาษณ์เชิงลกึ แบบก่ึงโครงสร้าง และการสังเกตการณ์ ผลการวิจัยพบว่าการ บริหารจัดการทั้ง 4 ด้าน พบว่าในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านสภาพความพร้อมของการดาเนินงานของกลุ่มผผู้ ลติ ผลิตภัณฑ์จากมะไฟจีนในภาพรวมอยู่ในระดับมาก คือมีความพร้อมในด้านการปรับปรุงคุณภาพสินค้า และด้านการ ส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐ ในส่วนของด้านทรัพยากรสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ผลิตภัณฑ์และความเข้มแข็งของชุมชน เกี่ยวกับการผลิตพบว่า มีการรักษาสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิตและไม่กระทบต่อส่ิงแวดล้อม สาหรับแนวทางในการ แก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต ของผลิตภัณฑ์จากมะไฟจีนของกลุ่มแปรรูปมะไฟจีนมี 2 แนวทางได้แก่ 1) สร้างผู้ประกอบการให้เป็นผู้นาในการฝึกอบรมและแสวงหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา 2) ควรหาช่องทางการจัด จาหน่ายเพิ่มเติม โดยจัดตั้งศูนย์แสดงผลิตภัณฑ์มะไฟจีน ในจังหวัดอื่น ๆ และพัฒนาผลิตภัณฑ์เพ่ือการส่งออกไป ตา่ งประเทศ คาสาคญั สภาพแวดล้อมทางธรุ กจิ มะไฟจีน Abstract A Study of Business Environment of Wampee Fruit Products of the Wampee Producing Groups in Tambol Tanow, Phupieng District, Nan Province in this study aims to study the Business Environment of Wampee Fruit Products of the Wampee Producing Groups in Tambol Tanow, Phupieng District, Nan Province and to study the way in solving the management problems is order to increase the efficiency วารสารวชิ าการรบั ใชส้ ังคม มทร.ลา้ นนา 53 ปีที่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฏาคม - ธนั วาคม 2561
of Wampee Fruit Products productions of the Wampee Producing Groups. The population are groups of 30 people producing Wampee Fruit products productions of the Wampee Producing Groups. Data were collected by 30 the entrepreneur In-depth interview se-mi structure and observation. Result of the research in respect of the resources, business environmental conditions, the 4 managements, found that, in the overall, to be in high level whereas the aspect of the readiness condition on the carrying out of the operations of Wampee Fruit Products in the overall picture is found to be at a high level, i. e. their readiness on the goods quality improvements and promotions from government sector organizations. In respect of products and community strenuousness in regard in regard to the products, find that there has been an environmental conservation in the production process without any environmental impact. In solving problems and increasing the efficiency on Wampee Fruit products productions of the Wampee Producing Groups, there are 2 recommended ways as follows: 1) Creating entrepreneur to be the leaders to search for trainings are held and additional knowledge at all times, 2) More distributing channels should be sought by establishing Wampee Fruit Products Distributing Center in each Province, and develop products for export to foreign countries. Keywords Business Environment, Wampee fruit บทนา มะไฟจีน โดยขณะนี้ผลิตภัณฑ์ได้ออกวางตลาดและได้รับ มะไฟจีน [Clausena lansium (Lour.) Skeels] การตอบรับจากผบู้ ริโภค เป็นอย่างดีมีการสง่ั ซอื้ เข้ามาโดย ตลอด ทาให้สามารถแก้ปัญหาและเพิ่มมูลค่าให้กับ มีการปลูกมากในพื้นทจี่ ังหวัดนา่ น และจัดเป็นผลไมท้ เ่ี ปน็ มะไฟจีนเชื่อมแห้งตกเกรดได้เปน็ อย่างดี (มลิวรรณ์ กิจชัย เอกลักษณ์ของจังหวัดน่าน ในพื้นที่ตาบลท่าน้าวที่ต้ังอยู่ เจริญและคณะ, 2557) จากศักยภาพของมะไฟจีนในการ ในเขตการปกครองของอาเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนท่ีเป็นท่ีต้องการของนักท่องเที่ยวทา การแปรรูปมะไฟจีนนิยมนามาทาเป็นมะไฟจีนเชื่อมแห้ง ใหเ้ กิดรายไดก้ บั เกษตรกรผปู้ ลูกและกลมุ่ แปรรปู และยงั ได้ ปัจจุบันมะไฟจีนเชื่อมแห้งได้กลายเป็นของฝากข้ึนชื่อ มีการแก้ปัญหารูปแบบบรรจุภัณฑ์ ที่ปัญหาสุขาภิบาล ประจาจังหวัดน่าน มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว การผลิต จึงได้จัดการอบรมความรู้เรื่อง “ข้อคิดพัฒนา กลุ่มแปรรูปมะไฟจีนที่มีความเข้มแข็งและใหญ่ท่ีสุดใน แบบบรรจุภัณฑ์ สินค้าวิสาหกิจชุมชน” และได้เชิญ จังหวัดน่านตั้งอยู่ในตาบลท่าน้าวได้แก่ วิสาหกิจชุมชน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับงานบรรจุภัณฑ์สินค้าชุมชน แปรรูปมะไฟจีนบ้านกอก โดยมีการผลิตผลิตภัณฑ์มะไฟ เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย ได้แก่ อุตสาหกรรมจังหวัด จีนเช่ือมแห้งเป็นผลิตภัณฑ์หลักโดยใช้วัตถุดิบปีละ พาณิชย์จังหวัด สหกรณ์การเกษตรจังหวัดและพัฒนา 10 – 12 ตัน (ขึ้นกับปริมาณผลผลิตในแต่ละปี) จาหน่าย ชุมชน ได้เป็นเงินไม่ต่ากว่า 5 แสนบาทต่อปี (มลิวรรณ์ กิจชัย เจริญและคณะ, 2557) การส่งเสริมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าวขั้นต้น จากมะไฟจีนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปมะไฟจีน ซ่ึงมุ่งเน้นเฉพาะในด้านการพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์เท่านั้น ตาบลท่าน้าว อาเภอภูเพียง จังหวัดน่าน จากหน่วยงาน ยังไม่พบการแก้ปัญหาในทุกด้าน โดยธรรมชาติของธุรกิจ ภาครัฐ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน จะต้องมีการแข่งขันและสามารถที่จะหาวิธวี ัดความสาเร็จ ได้นามะไฟจีนเชื่อมแห้งท่ีตกเกรด (ด้านรูปร่าง สีสัน) ทางธรุ กจิ ได้ ดังน้ันหากตอ้ งการเพ่มิ โอกาสแหง่ ความสาเรจ็ ม า ท ด ล อ ง ท า เ ป็ น ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ เ ม็ ด อ ม ม ะ ไ ฟ จี น แ ล ะ ไ ด้ ก็จะต้องศึกษาการดาเนินของธุรกิจ ซ่ึงผู้ประกอบการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูป หรือเจ้าของธุรกิจจะต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจหลาย 54VRoMl.U1 TNLo.J1oJuaVRrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
ด้าน เพื่อท่ีจะจัดตั้งและดาเนินธุรกิจของตนเองที่สาคัญ ทาให้พึ่งตนเองมีอิสระทางความคิดสามารถสร้างสรรค์ ได้แก่ ด้านการจัดการ การผลิต การตลาด การเงิน การ ส่ิงใหม่ ๆ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลได้อย่างยัง่ ยืน จัดการความเส่ียง การบญั ชี กฎหมาย ธรุ กิจและภาษอี ากร ต่อไป เป็นต้น ถือเป็นความจาเปน็ ท่ีจะต้องศึกษาสภาพแวดลอ้ ม วธิ กี ารดาเนนิ งาน ธุ ร กิ จ เ พ่ื อ ก า ร ป รั บ ตั ว ข อ ง ธุ ร กิ จ ใ ห้ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ ก า ร เปล่ียนแปลงของสภาพแวดลอ้ ม สภาพแวดล้อมองค์กร หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่มี ผลกระทบต่อการดาเนินธุรกิจขององค์กรและในทาง ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ทิ ศ ท า ง แ ล ะ ส ถ า น ะ ข อ ง ก ลุ่ ม กลับกันก็สามารถได้รับผลกระทบจากการดาเนินงาน วิสาหกิจชุมชนเป็นสิ่งสาคัญ เป็นการประเมินผลงานใน ของธุรกิจ สภาพแวดล้อมแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ปัจจุบันและอดีต ซ่ึงแสดงให้เห็นถึงความมีประสิทธิภาพ 1. สภาพแวดล้อมภายใน (Internal Environment) เป็น ของการจัดการ และแสดงความเป็นมา ความเป็นอยู่และ แรงผลักดันภายในธุรกิจที่มีอิทธิพลต่อการจัดการและ ความเป็นไปของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้อย่างชัดเจน การ ดาเนินงานของธรุ กิจ ซ่ึงธุรกิจสามารถควบคมุ และ จัดการ ระบุปัจจัยความสาเร็จทส่ี าคัญเกิดขึ้นจากผลการวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมลักษณะนี้ให้เป็นไปตามแนวทางที่ต้องการ สรุปผลสภาพแวดลอ้ มภายนอกประกอบกบั สภาพปจั จบุ ัน ได้ ซึง่ ในการจดั การผบู้ ริหารต้องทาการศกึ ษาปัจจยั เหล่าน้ี ภายใน การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของธุรกิจทั้งหมดเปน็ เพื่อประเมินจดุ แข็ง (strengths) และจดุ ออ่ น (weakness) การเช่อื มโยงขอ้ มลู ของการศึกษา การบูรณาการท้ังความรู้ ขององค์กร 2. สภาพแวดล้อมภายนอก (External ความเข้าใจ ทิศทางและผลงานของธุรกิจ มีประโยชน์ช้ีชดั Environment) เป็นปัจจัยภายนอกที่ธุรกิจไม่สามารถ เป็นจดุ แขง็ จดุ อ่อน โอกาส และอปุ สรรคทีจ่ ะนาไปพฒั นา ดาเนินการควบคุมให้เป็นไปในทิศทางที่ต้องการ เป็นสิ่งท่ี ต่อเป็นแนวทางของการบริหารจัดการกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ไ ม่ ส า ม า ร ถ ก า ห น ด ข อ บ เ ข ต ไ ด้ อ ย่ า ง ชั ด เ จ น ดั ง น้ั น ผู้ วิ จั ย จึ ง เ ห็ น ค ว า ม ส า คั ญ แ ล ะ มี ค ว า ม จ า เ ป็ น ใ น ก า ร สภาพแวดล้อมภายนอกของธุรกิจจึงได้แก่องค์ประกอบ ทาการศึกษาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของวิสาหกิจชุมชน ท้ังหมดที่อยู่ภายนอกธุรกิจซงึ่ ส่งผลตอ่ การดาเนนิ งานสว่ น กลุ่มแปรรูปมะไฟจีน ตาบลท่าน้าว อาเภอภูเพียง จังหวัด หนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของธุรกิจเป็นพลังผลักดันจาก น่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ เพ่ือศึกษาข้อมูลผู้ประกอบการ ภายนอก องคก์ ารท่ีมีอิทธพิ ลตอ่ ความสามารถในการบรรลุ สาหรบั ปรับปรงุ และหาวธิ ีการปรับปรงุ การวางแผนกลยทุ ธ์ เป้าหมายขององค์การ ซง่ึ พลงั เหล่านีม้ กี ารเปล่ยี นแปลงอยู่ ต่าง ๆ ในการตัดสินใจการดาเนินธุรกิจให้ประสบ ตลอดเวลาและก่อให้เกดิ ท้งั ท่เี ป็นโอกาส (Opportunities) ความสาเร็จเพ่ือศึกษาแนวทางในการและไขปัญหา และอุปสรรค (Threats) ต่อการดาเนินงานขององค์การ เกี่ยวกับการบริหารจัดการสินค้าของผ้ผู ลติ สินค้า และเพ่อื โดยสามารถจัดแบ่งสภาพแวดล้อมภายนอกของธุรกิจได้ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของผู้ผลิตสินค้า OTOP ในการ ดังนี้ ส่งเสริมอาชีพและกระจายรายได้ในระดับชุมชน ท้องถ่ิน การบริหารจัดการ ให้มีจุดเด่นจุดขายให้เป็นท่ีรู้จักอย่างแพร่หลายท้ังน้ี เพื่อ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่การ กระบวนการบริหารจัดการ ( Management ยกระดับมาตรฐานสากลให้เป็นท่ียอมรับและนาไปสู่การ Process) หมายถึง กระบวนการเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมาย จาหน่ายมากขึ้นมีกาไรเพ่ือเป็นการสร้างเศรษฐกิจให้กับ ขององค์กร ซ่ึงกระบวนการการบริหารจัดการน้ีสามารถ ชุมชนสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ทาให้มีการหมุนเวียน แสดงให้เห็นถึงความเก่ียวเนื่องกันได้อย่างมีปฏิสัมพันธ์ ของเศรษฐกิจในชุมชน อันนาไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน สอดคล้องและต่อเน่ือง (คเชนทร์, 2542) ทั้งนี้หน้าท่ีของ สามารถทาใหช้ มุ ชนมคี วามเขม้ แข็งสามารถพึง่ ตนเองได้ใน การบริหาร ประกอบด้วยกิจกรรมพื้นฐาน 4 ประการหรือ ทส่ี ดุ และผู้เกยี่ วข้องจะได้นาผลการวิจัยในคร้ังนไี้ ปพฒั นา อาจแบ่งในลักษณะที่เป็นขั้นตอนดังน้ี 1. การวางแผน ป รั บ ป รุ ง คุ ณ ภ า พ ด้ า น ก า ร ผ ลิ ต ใ ห้ ไ ด้ ม า ต ร ฐ า น สู ง ขึ้ น (Planning) ส่ิงที่องค์กรต้องการเปลี่ยนแปลงในอนาคต แก่ชุมชน ทั้งยังเป็นการปลูกฝังค่านิยมของความเป็นไทย การวางแผนเป็นสะพานเช่ือมระหว่างเหตุการณ์ปัจจุบัน วารสารวชิ าการรบั ใช้สงั คม มทร.ลา้ นนา 55 ปที ี่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฏาคม - ธันวาคม 2561
และอนาคตซึ่งทาได้โดยการให้บรรลุเป้าหมายผลลัพธ์ที่ และเป็นท่ียอมรบั ของลูกคา้ กลมุ่ นน้ั ๆ ไดอ้ ยา่ งชดั เจน เชน่ ต้องการ การวางแผนจึงต้องอาศัยการกาหนดกลยุทธ์ท่ีมี ความพอใจในผลิตภัณฑ์ ความพอใจในการบริการ ทั้งท่ี ประสิทธิภาพ แม้ว่าพื้นฐานของการจัดการโดยท่ัวไปเป็น บอกออกมาได้ และที่ไม่ได้บ่งบอกออกมา การควบคุม งานของผู้บริหารการวางแผนเป็นส่ิงสาคัญสาหรับการ คุณภาพ หมายถึง กิจกรรม เทคนิค ในระดับปฏิบัติการซึ่ง ปฏิบัติตามกลยุทธ์ให้ประสบความสาเร็จและการประเมิน นามาใช้เพื่อทาให้เกิดความสอดคล้องกับข้อที่กาหนดการ กลยุทธ์ การวางแผนจะช่วยให้องค์กรกาหนดข้อดีจาก ประกันคุณภาพคือ การกระทาท่ีมีการวางแผนไว้ล่วงหนา้ โอกาสภายนอกและทาให้เกิดผลกระทบจากอุปสรรค และเป็นไปอย่างมีระบบซึ่งจาเป็นต้องมีเพ่ือให้เกิดความ ภายนอกต่าท่ีสุด โดยต้องมองเหตุการณ์ในอดีตและ ม่ันใจว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการจะสามารถตอบสนองความ ปัจจุบันเพือ่ คาดคะเนเหตกุ ารณ์ทจี่ ะเกิดขน้ึ ในอนาคต การ ต้องการด้านคุณภาพตามที่ตกลงกันไว้กับลูกค้าได้ เพราะ วางแผน 2. การจัดการองค์กร (Organizing) จุดมุ่งหมาย ต้องการใหม้ ีการจดั การด้านคุณภาพใหช้ ดั เจน ของการจัดการองค์กรคือ การใช้ความพยายามทุกกรณี 1. เพือ่ ตอ้ งการลดของเสียหรือบริการทไ่ี มด่ ใี หน้ ้อยลง โดยการกาหนดงานและความสาคัญของอานาจหน้าท่ี 2. เพือ่ ใหม้ กี ารประสานใหช้ ดั เจนสามารถวางใจได้ ธุรกิจท่ีมีการจัดองค์กรท่ีดีสามารถจูงใจให้ผู้บริหารและ 3. เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดตี รง พนักงานให้มองเห็นความสาคัญของความสาเร็จของ องค์กรการกาหนดลักษณะเฉพาะของงาน ( Work กับทลี่ ูกค้าต้องการ Specialization) ด้วยการแบ่งงานประกอบด้วยงานที่ 4. เพื่อสามารถควบคุมประสิทธิภาพในการทางาน ทาให้ผู้ กาหนดออกมาเป็นแผนก การจัดแผนกและการมอบ อานาจหน้าที่ (Delegating Authority) การแยกงาน ซ้ือเกิดความมัน่ ใจในสินค้าหรอื บริการ ออกเป็นงานย่อยตามการพัฒนารายละเอียดของงาน แนวคิดเกี่ยวกับภูมิความรู้ความชานาญ ( Human ( Job Description) แ ล ะ คุ ณ ส ม บั ติ ข อ ง ง า น ( Job Capital) การเพ่ิมขึ้นของผลผลติ ประชาชาตนิ นั้ มสี ัดสว่ นท่ี Specification) 3. การส่ังการ (Leading/Directing) การ มากกว่าการเพิ่มข้ึนของปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เช่น ท่ีดิน ใช้อิทธิพลเพ่ือจูงใจพนักงานให้ปฏิบัติงานและนาไปสู่ จานวนแรงงาน และต้นทุนทางกายภาพโดยเปรียบเทียบ ความสาเร็จตามเป้าหมายที่ระบุไว้หรือเป็นกระบวนการ จึงมีการนามาพิจารณาและให้ความสาคัญถึงเร่ืองการ จัดการให้สมาชิกในองค์กรทางานร่วมกันได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ลงทนุ ในทนุ มนษุ ย์ (Human Capital) ได้แบง่ องคป์ ระกอบ เพราะทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งท่ีซับซ้อนและเข้าใจถ่องแท้ ต่าง ๆ สาคัญ 3 อย่าง คือ ความสามารถ (Ability) ได้ยาก การนาหรือการสั่งการจึงต้องใช้ความสามารถ พฤติกรรม (Behavior) และความพยายาม (Effort) หลายเรื่องควบคู่กันไป อาทิ ภาวะความเป็นผู้นาของ โดยระบุว่า ความสามารถ หมายถึง ความชานาญ ในชุด ผู้บริหาร การจูงใจการติดต่อสื่อสารในองค์กร และการ ของกิจกรรม หรืองานรูปแบบใด โดยความสามารถ ทางานเป็นทีม เป็นต้น 4. การควบคุม (Controlling) ประกอบดว้ ยส่วนย่อย ๆ อีก 3 สว่ น ดงั นี้ การใช้ทรพั ยากรตา่ ง ๆ ขององคก์ ร ถือวา่ เปน็ กระบวนการ 1. ความรู้ (Knowledge) เป่ียมด้วยความรใู้ นข้อเท็จจรงิ ท่ี ตรวจสอบ หรือติดตามผลและ ประเมินการปฏิบัติงานใน จาเป็นสาหรับทางานหน่ึงๆ ความรู้น้ีมีลักษณะกว้างขวาง กจิ กรรมต่าง ๆ ของพนกั งาน เพือ่ รกั ษาให้องคก์ รดาเนินไป กว่าทักษะ เพราะความรู้บ่งบอกถึงขอบเขตสติปัญญา ในทิศทางสู่เป้าหมายอย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์หลัก ภายในงานหรือภารกจิ ท่บี ุคคลหน่ึงกระทาอยู่ ขององค์กร 2. ทักษะ (Skill) หมายถึง ความคล่องแคล่ว รู้จักขั้นตอน ดา้ นผลติ ภัณฑ์และความเข้มแข็งของชุมชน และวิธีการปฏิบัติภารกิจใดภารกิจหน่ึงให้ลุล่วงได้เป็น อย่างดี ทักษะมีตงั้ แต่ความแข็งแกรง่ ทางกายภาพไปจนถงึ แนวคิดเกี่ยวกับคุณภาพมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปราดเปรียวคล่องแคล่วกับการเรียนรู้เฉพาะเร่ือง ผลิตภัณฑ์ คุณภาพ คือ คุณสมบัติทุก ๆ ประการของ เน้ือหาสาคัญกค็ อื การเกง่ เฉพาะเร่ืองใดเร่ืองหนงึ่ สิ่งของส่ิงที่ดารงอยู่ ท่ีสามารถตอบสนองต่อความต้องการ 3. ความสามารถเฉพาะตัวหรือพรสวรรค์ (Talent) เป็น คุณสมบัติสาหรับทางานใดงานหน่ึงอย่างเห็นได้ชัด ติดตัว 56RVoMl.U1 TNLo.J1oJuaRVrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
มาแต่กาเนิด จากการฝึกฝนตนเองจนคล่องแคล่ว วิธีการแจกจ่ายตัวสินค้าได้แล้ว สิ่งสาคัญที่ธุรกิจจะต้อง เชีย่ วชาญ ดาเนินการต่อไป คือ การกาหนดราคาที่เหมาะสมให้กับ ด้านความเป็นไปได้ทางการตลาด ผลติ ภัณฑ์ทจ่ี ะนาไปเสนอขายกอ่ นทจี่ ะกาหนดราคาสินคา้ ความพรอ้ มและการสง่ เสริมในการพฒั นาผลิตภณั ฑ์ ความหมายของกลยุทธ์การตลาด (Marketing Strategies) คาว่า “กลยุทธ์การตลาด” มีผู้ให้ความหมาย ในการพัฒนาผลิตภณั ฑ์ โดยสอดคล้องกับวิถชี ีวิต ไว้ดังน้ี ศุภางค์ศรี (2546) กล่าวว่า “กลยุทธ์การตลาด” และวัฒนธรรมในท้องถ่ินเป็นการสร้างเศรษฐกิจฐานราก หมายถงึ ขั้นตอนในการกาหนดจดุ หมายทางการตลาดเพอ่ื ให้เข้มแข็งโดยรัฐบาลสนับสนุนช่วยเหลือด้านความรู้ สนองความพอใจของตลาดและบรรลุเป้าหมายขององค์กร เทคโนโลยี ทุน การบริหารจัดการ เช่ือมโยงสินค้าจาก กระบวนการใช้ส่วนประสมทางการตลาดให้เหมาะสมกับ ชุมชนไปสู่ตลาดท้ังในประเทศและต่างประเทศ ในการ ลู ก ค้ า ห รื อ ต ล า ด เ ป้ า ห ม า ย เ ป็ น วิ ธี พ้ื น ฐ า น ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม ดาเนินโครงการเพ่ือให้แต่ละชุมชนได้ใช้ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ต้องการผลิตภัณฑ์ซ่ึงประกอบไปด้วยการตัดสินใจ กา ร มาใช้ในการพัฒนาสนิ คา้ โดยรฐั พรอ้ มท่จี ะเข้าชว่ ยเหลอื ใน กาหนดเป้าหมายการกาหนดผลิตภัณฑ์ การกาหนดส่วน ด้านความรู้สมัยใหม่และการบริหารจัดการเพื่อเชื่อมโยง ประสมทางการตลาดและกาหนดระดับค่าใช้จ่ายใน สนิ คา้ จากชุมชนส่ตู ลาดท้ังในประเทศและตา่ งประเทศดว้ ย การตลาดเป็นแผนการท่ีใช้ในการแข่งขันให้ได้มา ส่วน ระบบร้านค้าเครือข่ายและอินเตอร์เน็ตเป็นการส่งเสริม ประสมการตลาด (Marketing Mix) เป็นปัจจัยที่กิจการ และสนับสนุนกระบวนการพัฒนาท้องถ่ิน สร้างชุมชนให้ สามารถควบคุมได้ กิจการธุรกิจจะต้องสร้างส่วนประสม เข้มแข็งพ่ึงตนเองได้ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้าง การตลาดท่ีเหมาะสมในการวางกลยุทธ์ทางการตลาด รายได้ด้วยการนาทรัพยากรภูมิปญั ญาในท้องถ่ินมาพัฒนา (ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ, 2541) ส่วนประสม เป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพมีจุดเด่นและมูลค่า การตลาดประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ (Product) การ เปน็ ที่ต้องการของตลาดทง้ั ในและต่างประเทศ โครงการนี้ จัดจาหนา่ ย (Place) การกาหนดราคา (Price) การส่งเสริม พัฒนาข้ึนเพ่ือมุ่งหวังสร้างความเจริญแก่ชุมชนให้สามารถ การตลาด (Promotion) เราสามารถเรียกส่วนประสมทาง ยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้ดีข้ึนโดย การตลาดไดอ้ กี อยา่ งหน่ึงว่า 4’Ps ส่วนประกอบท้งั 4 ตัวน้ี ก า ร ผ ลิ ต ห รื อ จั ด ก า ร ท รั พ ย า ก ร ที่ มี อ ยู่ ใ น ท้ อ ง ถ่ิ น ใ ห้ ทุกตัวมีความเกี่ยวพันกัน P แต่ละตัวมีความสาคัญ กลายเป็นสินค้าที่มีคุณภาพมีจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ เท่าเทียมกันแต่ข้ึนอยู่กับผู้บริหารการตลาดแต่ละคนจะ ตนเองที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่นสามารถ วางกลยุทธ์โดยเน้นน้าหนักท่ี P ใดมากกว่ากัน เพื่อให้ จาหน่ายในตลาดทงั้ ภายในและต่างประเทศ โดยมหี ลักการ สามารถตอบสนองความต้องการของเป้าหมายทาง พน้ื ฐาน 3 ประการ คอื การตลาด คือ ตวั ผบู้ รโิ ภค 1. ภูมปิ ญั ญาท้องถิ่นสู่สากล (Local Yet Global)กลา่ วคือ 1. ผลิตภัณฑ์ (Product) ปัจจัยแรกที่จะแสดงว่ากิจการ มีการพัฒนามาตรฐานคุณภาพสินค้าให้เกิดจุดเด่นเฉพาะ พร้อมจะทาธุรกิจได้ กิจการนั้นจะต้องมีสิ่งท่ีจะเสนอขาย โดยสอดคล้องกับวัฒนธรรม และเป็นท่ีคาดหวังของตลาด อาจเป็นสินค้าท่ีมีตัวตน มีตานาน มีบริการ ความคิด มีช่องทางการขายเริ่มจากตลาดในชุมชนสู่ตลาดเมือง (Idea) ที่จะตอบสนองความตอ้ ง และพฒั นาไปยงั ตลาดตา่ งประเทศ 2. การจัดจาหน่าย (Place or Distribution) ผลิตภัณฑ์ที่ 2. พึ่งตนเองและคิดอย่างสร้างสรรค์ (Self-Reliance- ผู้ผลิตผลิตข้ึนมาได้น้ัน ถึงแม้ว่าจะมี คุณภาพดีเพียงใด Creativity) ผลิตภณั ฑจ์ ากวตั ถดุ ิบหาได้ง่ายสามารถทาได้ ก็ตาม ถ้าผู้บริโภคไม่ทราบแหล่งซ้ือและไม่สามารถจะ เองในชุมชนมีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง มีเอกลักษณ์ จัดหามาได้เมื่อเกิดความต้องการ ผลิตภัณฑ์ท่ีผลิตข้ึนมา ไม่ซ้าแบบกัน สร้างตราสินค้าและอาจรื้อฟื้นภูมิหลัง ก็ไม่สามารถตอบสนองความตอ้ งการผู้บริโภคได้ วัฒนธรรมประเพณีเฉพาะของหมู่บ้าน เช่น สินค้าอาหาร 3. การกาหนดราคา (Price) เม่ือธุรกิจได้มีการพัฒนา สตู รโบราณ สนิ คา้ ทอลายเฉพาะท้องถ่นิ ผลิตภัณฑ์ขึ้นมา รวมท้ังหาช่องทางการจัดจาหน่ายและ วารสารวชิ าการรับใช้สังคม มทร.ล้านนา 57 ปีที่ 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฏาคม - ธันวาคม 2561
3. การสร้างทรัพยากรมนุษย์ ( Human Resource ภูมิปัญญาท้องถ่ินทรัพยากรในท้องถ่ินมาปรับใช้ในการ Development) สร้างบุคคลให้มีความคิดกว้างไกล มี ผลิตและพัฒนาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของแต่ละชุมชนรวม ความรู้ความสามารถศึกษาหาความรู้ในด้านที่ทาให้รู้จริง ไ ป ถึ ง ส ถ า น ท่ี ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ข น บ ธ ร ร ม เ นี ย ม ป ร ะ เ พ ณี เกิดความชานาญเฉพาะด้าน ตลอดจนพัฒนาเทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรมของชุมชนแล้วแต่ว่าชุมชนใดจะมีวัตถุดิบ เพื่อลดต้นทุนการผลิตสามารถทาให้ได้มากขึ้น เพ่ือเพ่ิม ในด้านใดเป็นหลกั และพัฒนาภมู ิปญั ญาท้องถ่ินนัน้ ให้เกดิ ศักยภาพในการแข่งขัน อย่างไรก็ตามในการผลิตภัณฑ์ ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์พร้อมท้ังเชื่อมโยงให้เกิดการ OTOP ไม่ได้หมายถึงตัวสินค้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น พฒั นารว่ มกันทง้ั ระบบระหว่างวสิ าหกจิ ชมุ ชนหรอื ท้องถน่ิ หากแต่หมายรวมถึงกระบวนการทางความคิด การบริการ ดูแลการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การ จากทฤษฎีดังกล่าวข้างต้นผู้วิจัยจึงประยุกต์ใช้ รักษาภูมิปัญญาไทย การท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมและ เป็นกรอบแนวคิดสภาพแวดล้อมทางธุรกิจประกอบด้วย ประเพณี การต่อยอดภูมิปัญญาท้องถ่ิน การแลกเปล่ียน 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนท่ี 1 หลักเกณฑ์การพิจารณาด้าน เรยี นรเู้ พอื่ ให้กลายเปน็ ผลิตภณั ฑ์ทีม่ ีคณุ ภาพ มจี ดุ เด่น จุด ผลิตภัณฑ์ สว่ นที่ 2 และ 3 ผวู้ จิ ยั ประยกุ ต์ใช้กรอบแนวคิด ข า ย ที่ รู้ จั ก กั น แ พ ร่ ห ล า ย ไ ป ทั่ ว ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ ทั่ ว โ ล ก ของกรมพัฒนาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย (252 : 19) ใน (กระทรวงมหาดไทย, 2550) เร่อื งเกณฑ์การประเมนิ เพ่ือคัดสรรระดบั ดาว ประกอบด้วย การสง่ เสริมจากรัฐบาล 2 สว่ น ส่วน 2 หลกั เกณฑ์การพจิ ารณาด้านความเป็นไปได้ ทางการตลาด ได้แก่ (1) การตลาด (2) เรื่องราวของ การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ OTOP โครงการ “หนึ่ง ตานานผลิตภัณฑ์ ส่วน 3 หลักเกณฑ์การพิจารณาด้าน ตาบล หน่ึงผลิตภัณฑ์” (One Tambon One Product : คุณภาพผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการ คือ OTOP) เป็นส่วนหนึ่งของการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและ 1.การวางแผน 2.การจัดองค์กร 3.การสั่งการ 4.การ ชุมชนเมืองภายใต้นโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกจิ และความ ควบคุม ด้านสภาพความพร้อมและการส่งเสริมจาก ยากจนของประเทศด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับ หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ 1. สภาพความพร้อมในการ รากหญ้าของรัฐบาลโดยเน้นพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจใน ดาเนินงาน 2. การส่งเสริมจากหนว่ ยงานภาครัฐ ดังแสดง ชุ ม ช น ห รื อ วิ ส า ห กิ จ ชุ ม ช น ใ ห้ มี ร า ย ไ ด้ เ ป็ น ข อ ง ต น เ อ ง ในภาพประกอบกรอบแนวคิดของการวจิ ัย สามารถพ่ึงตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีการนา สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ดา้ นบรหิ ารจดั การ การวางแผน การจัดการองคก์ ร การส่งั การ การควบคุม ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านความเป็นไปไดท้ างการตลาด ด้านสภาพความพรอ้ ม การผลิต การตลาด สภาพความพร้อมในการ การพัฒนาผลิตภณั ฑ์ เร่อื งราวของตานานผลิตภัณฑ์ ความเขม้ แข็งของชุมชน ลกั ษณะเกณฑเ์ ฉพาะผลติ ภณั ฑ์ ดาเนนิ งาน การส่งเสรมิ จากหนว่ ยงาน ภาครัฐ ภาพท่ี 1 แสดงกรอบแนวคิดของการวจิ ยั 58RVoMl.U1 TNLo.J1oJuaRVrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
การดาเนินงานวิจัยคร้ังน้ี ผู้วิจัยได้กาหนดวิธีการ วิชาการ งานวิจัย เอกสารที่เก่ียวข้อง และการดาเนินงาน ดาเนนิ งานวิจัยเป็นขนั้ ตอนดงั น้ี วิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้กาหนดวิธีการดาเนินงานวิจัยเป็น ขั้นตอนดงั นี้ ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง ที่ใช้ในการวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ โดยสภาพแวดลอ้ มภายนอกและ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ การวิเคราะห์ สภาพแวดลอ้ มภายใน โดยระบุตวั อย่างแบบเฉพาะเจาะจง ข้อมูลสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในด้านการบริหารจัดการ ไปที่กลุ่มสมาชิกแปรรูปมะไฟจีนในปัจจุบัน จานวน คือ (1) การวางแผน (2) การจัดองค์กร (3) การสั่งการ 30 ราย การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล (4) การควบคุม และด้านผลิตภัณฑ์และความเข้มแข็งของ การสรา้ งเคร่ืองมือแบบสัมภาษณ์ โดยศกึ ษารวบรวมข้อมูล ชุมชน (1) ด้านการผลิต (2) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีแนวคิดรวมถึงเอกสาร (3) ความเข้มแข็งของชุมชน ความเป็นไปได้ทางการตลาด ต่าง ๆ เพื่อออกแบบคาถามใช้ในการสัมภาษณเ์ ชิงลึกแบบ (1) การตลาด (2) เร่ืองราวของตานานผลิตภัณฑ์ กึ่งโครงสร้าง (In-depth interview se-mi structure) (3) ลกั ษณะเกณฑ์เฉพาะผลิตภัณฑ์ ด้านสภาพความพร้อม โดยใช้ชนิดคาถามแบบปลายเปิด (Open ended และการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐได้แก่ (1) สภาพ question) เพ่ือให้ผู้รับการสัมภาษณ์ได้แสดงความคดิ เหน็ ความพร้อมในการดาเนินงาน (2) การส่งเสริมจาก ว่าเป็นอุปสรรค หรือโอกาสในแต่ละหัวข้อ คาถามท่ีใช้ใน หน่วยงานภาครัฐ โดยใช้การวิเคราะห์เน้ือหา (Content การสัมภาษณ์เด่ียว โดยมีสาระตรงกับวัตถุประสงค์และ Analysis) โดยการจาแนก ถ้อยคา หรือข้อความท่ีกลุ่ม ครอบคลุมกรอบแนวคิดในการวิจัยและนาแบบสอบถาม ตั ว อ ย่ า ง แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น จ า ก ก า ร ป ร ะ เ มิ น ไปขอคาแนะนาผู้เช่ียวชาญที่มีประสบการณ์ตรงและ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ แล้วนามาตีความ สังเคราะห์ เกี่ยวข้องกับการจัดการสภาพแวดล้อมทางธุรกิจนา และวิเคราะห์ ด้วยหลักแห่งเหตุผล สร้างข้อสรุปแบบ แบบสอบถามไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างเพื่อทดสอบ อุปนัย (Induction Analysis) อภิปรายถึงข้อเท็จจริงที่ เคร่ืองมือโดยใชก้ ารสมั ภาษณ์ ค้นพบตามสภาพการณ์ ปรากฏการณ์ ความสัมพันธ์และ ประเด็นสาคัญ เพ่ือตอบคาถามการศึกษาโดยปัจจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การเกบ็ รวบรวมข้อมูลได้ สภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยความสาเร็จที่สาคัญของธุรกิจ จากแหล่งต่าง ๆ ดังน้ี 1) ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของธุรกิจจะดาเนินการ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์กับสมาชิกกลุ่ม คือ การนาสารสนเทศความเปล่ียนแปลงของปัจจัยต่าง ๆ กลุ่มแปรรูปมะไฟจีน 2) ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary ที่ได้วิเคราะห์ไวแ้ ลว้ มากาหนดวา่ เปน็ โอกาส หรืออุปสรรค Data) ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี งานวิจัย และการศึกษา เรียงลาดับตามความสาคัญของปัจจัย และนาไปสู่ ค้นคว้าท่ีเก่ียวข้อง เพ่ือนามากาหนดกรอบแนวคิดทฤษฎี การสรุปผล โดยศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ หนังสือ ตาราทาง ผลการดาเนินงาน ตารางที่ 1 ด้านการบรหิ ารจดั การ ดา้ นการบริหาร สรุป (โอกาส/ จัดการ ปจั จัยที่อ้างถึงผลกระทบ อุปสรรค) 1. การวางแผน การวางแผนจัดหาเงินทุน จัดหาวัตถุดิบ การใช้วัตถุดิบ การจัดจาหน่าย โอกาส การผลิตสินค้า การประชาสัมพันธ์และ ระบบบัญชี เช่น “กิจการอยู่มาหลายปี แล้ว มีเงินทุนหมุนเวียน จากกาไรสะสม ตอนก่อตั้งใหม่ก็ต้องการเงินทุน ซึ่งมี หน่วยงานที่ช่วยเหลือ อย่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาน่าน โครงการพฒั นาชมุ ชน อตุ สาหกรรม สหกรณ์ แต่เด๋ียวนไี้ ม่ขอโครงการนอกจากจะ มหี น่วยงานมาชว่ ยเหลือ เนอื่ งจากมเี งนิ ทนุ ท่สี ะสมมาเรือ่ ย ๆ” วารสารวชิ าการรบั ใชส้ งั คม มทร.ลา้ นนา 59 ปีที่ 2 ฉบับท่ี 2 กรกฏาคม - ธันวาคม 2561
ด้านการบริหาร ปัจจยั ท่ีอ้างถงึ ผลกระทบ สรุป (โอกาส/ จดั การ อุปสรรค) การกาหนดงานหน้าที่ที่ต้องทา การพิจารณาสิ่งท่ีต้องทา การกาหนด โอกาส 2. การจัดองค์กร คุณลักษณะของงาน การแบ่งแผนกและหน้าท่ีความรับผิดชอบ มีการแยกงาน 3. การสัง่ การ ออกเป็นงานย่อย การพัฒนารายละเอียดของงาน และการจัดคุณสมบัติของ 4. การควบคมุ เคร่ืองมือที่ใช้ เช่น “มีการแบ่งหน้าท่ีกัน และสามารถช่วยงานกันได้หมด ถ้างาน ไหนยุ่งต้องมาช่วยกนั มอี ะไรที่เพ่ิมข้นึ มาก็ทา” ประธานมีภาวการณ์เป็นผู้นา การมีแรงจูงใจ การติดต่อสื่อสารภายในกลุ่ม โอกาส การทางานเปน็ ทีม การแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบ มีความรู้ความสามารถใน งานที่ทา และมีความรับผิดชอบในงานท่ีทา เช่น“อยู่มานานแล้ว มีการช่วยเหลือ กัน หากมีการทางาน ถ้ามีอบรมมีประชุมก็มาร่วมกับเขา ตอนที่เราไม่ว่างก็สละ เวลาการทาเกษตรมาร่วมก่อน” มกี ารควบคมุ พนักงาน ระบบบญั ชี แผนการผลิต การใช้เคร่ืองมือและอปุ กรณ์ โอกาส การจัดหาวัตถุดิบ การใช้วัตถุดิบ และควบคุมคุณภาพสินค้า เช่น“มีฝ่ายบริหาร จัดการจะมีป้านาและลูกสาวช่วย มีลูก 2 คน ลูกเขาเป็นอาจารย์ว่างก็มาเคลียร์ บัญชี จัดการให้แม่” “ผลิตภัณฑ์จะมีพ่ียอร์ชเป็นอาจารย์มาช่วยออกแบบให้ ทนั สมัยตลอด” ตารางที่ 2 ด้านการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางธรุ กจิ ดา้ นผลติ ภัณฑ์และความเข็มแข็งของชมุ ชน ด้านผลิตภัณฑ์ และความเข็ม ปัจจัยที่อ้างถงึ ผลกระทบ สรปุ (โอกาส/ แข็งของชมุ ชน อุปสรรค) 1.ด้านการผลิต มีแหล่งที่มาของวัตถุดิบ การขยายปัจจัยการผลิต การรักษาสิ่งแวดล้อมใน อปุ สรรค กระบวนการผลติ และมศี ักยภาพการผลิตจานวนมากเพื่อจาหน่าย เช่น “มีอุปกรณ์ชว่ ย บีบเมล็ดแตม่ ันใช้ได้ไม่ดี ทบี่ ีบเมล็ดได้มามันไม่เหมือนท่เี อามือทา ผลผลติ ออกมามนั ไม่ โอกาส ดีมันเละเมล็ดออกไมห่ มด” “ในหมู่บ้านมวี ตั ถดุ ิบ มีมะไฟจีนเยอะ มะไฟจนี ออกช่วงฤดู ฝน ออกผลมาประดงั กนั ในชว่ งเวลาที่ฝนตก จะขยายยังไงก็ขยายไม่คอ่ ยได้” โอกาส 2. การพฒั นา มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ในรอบปีที่ผ่านมา การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และ ผลติ ภัณฑ์ พัฒนารูปแบบของบรรจุภัณฑ์ เช่น “ประธานและสมาชิกในครอบครัว ได้ออกแบบ บรรจุภัณฑ์เอง มีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆออกมาตลอดแทบทุกปี จากมะไฟจีน เมล็ดล้วน ๆ ก็ทาเป็นลูกอมมะไฟจีนรสกระเจี๊ยบ” “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ รูปแบบ บรรจภุ ณั ฑ์หรือหีบหอ่ การปรบั เปล่ียนตามสมัย” 3. ความเขม็ แขง็ ระยะเวลาในการจัดตั้งชุมชน (ตั้งแต่เริ่มทาธุรกิจ) การมีส่วนร่วมของชุมชนใน ของชุมชน ประเด็น ปัจจัยการผลิต (แรงงาน, หรือทุน) และการจัดทาบัญชีอย่างเป็นระบบ เช่น “ระยะเวลาเริ่มทาธุรกิจ ตั้งแต่ปี 2538-ปัจจุบันเป็นเวลา 23 ปี มีการจัดทาบัญชีท่ี สามารถตรวจสอบได้ กรมตรวจฯ จะมกี ารประสานมากอ่ นซ่ึงหมดโครงการแลว้ แต่มี การทารายรับ-รายจ่าย งบใช้จ่าย” “เร่ิมทาธุรกิจตั้งแต่ปี 2538-ปัจจุบัน มีการจัดทา บญั ชีรายรบั รายจ่าย” 60RVoMl.U1 TNLo.J1oJuaVRrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
ตารางท่ี 3 ด้านความเปน็ ไปไดท้ างการตลาด สรุป (โอกาส/ อปุ สรรค) ด้านความเป็นไป ปัจจัยทอี่ ้างถงึ ผลกระทบ ไดท้ างการตลาด 1. ความเปน็ ไป แหล่งจาหน่ายหลัก ตลาดภายในจังหวัด ภายนอกจังหวัด หรือต่างประเทศ อปุ สรรค ไดท้ างการตลาด รายได้จากการจัดจาหน่ายสินค้าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ความต่อเน่ืองของตลาด มีลูกค้าใหม่ ลูกค้าเก่า มีการส่ังซื้อสม่าเสมอ และการจาหน่ายเองในประเทศ และ ต่างประเทศ เช่น “วัตถุดิบไม่เพียงพอท่ีจะส่งออกนอกประเทศ แต่มีคนรับไปขาย ต่างประเทศ ซ่ึงทางกลุ่มมะไฟจีนไม่ได้ส่งโดยตรง ซ่ึงส่งออกโดยพ่อค้าคนกลาง สว่ นต่างจงั หวัดมีการสง่ ไปขายทั่ว ๆ ไป มลี ูกค้าเกา่ ลกู คา้ ใหมเ่ พมิ่ ข้นึ เร่ือย ๆ มีคน จนี มาซอ้ื ” 2. เรื่องราวหรอื มีการบันทึกเร่ืองราวของผลิตภัณฑ์ และมีการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด่ังเดมิ และ โอกาส ตานานผลิตภัณฑ์ มีการพฒั นาสรา้ งสรรค์ เชน่ \"มกี ารใส่สรรพคุณ ความเป็นมาบนผลิตภัณฑ์ผบู้ ริโภค ร้จู กั มะไฟจนี มากข้ึน และรวู้ า่ คอื ผลไม้สมุนไพร ให้ความชุ่มคอ แกท้ อ้ งอืด ท้องเฟ้อ ขับลมในกระเพาะอาหาร ฉะนนั้ ความนิยมบรโิ ภคจึงมากตามมา\" 3. ลกั ษณะเกณฑ์ ใช้สธี รรมชาตจิ ากสว่ นประกอบที่ใชท้ า และปราศจากกล่นิ รส ท่ีไม่พึงประสงค์ โอกาส เฉพาะผลติ ภัณฑ์ และไม่พบส่ิงแปลกปลอมท่ีสัมผัสได้ลกั ษณะเฉพาะผลติ ภัณฑ์ มีการพัฒนารูปแบบ อย่างต่อเน่ือง สวยงาน ทันสมัย ประณีต รักษาง่าย มีความเป็นศิลปะ ภูมิปัญญา ไทย แสดงถึงเอกลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่นหรือภูมิภาค และ มีเคร่ืองหมายรับรอง มาตรฐาน เช่น“มะไฟจีนจะมีกล่ินเฉพาะของตัวมันเอง เพราะเป็นพืชตระกูลส้ม เปลือกเหมอื นเปลือกส้มเปลือกมะนาว มนี ้ามันหอมในตวั ของมันเอง มเี คร่ืองหมาย รับรองมาตรฐานอย่าง เคร่ืองหมายการค้า อย.” “มีการพัฒนาลักษณะเฉพาะของ ผลิตภัณฑ์ ให้สวยงาม พัฒนาขึ้น แต่ก่อนก็บรรจุในถุงธรรมดา นาน ๆ ไปก็มี ประสบการณ์ใหม่ๆ ท่ีเราพบมาเราก็เก็บตวั นั้นมาปรบั ปรุงของเรา” ตารางท่ี 4 ดา้ นสภาพความพรอ้ มในการดาเนินงานและการสง่ เสรมิ จากหน่วยงานภาครฐั ดา้ นสภาพความพร้อม ในการดาเนนิ งานและ สรปุ (โอกาส/ การส่งเสรมิ จาก ปจั จยั ทอ่ี า้ งถงึ ผลกระทบ อปุ สรรค) โอกาส หนว่ ยงานภาครัฐ 1.สภาพความพร้อมใน ความเหมาะสมในสถานท่ีตั้ง ความพร้อมด้านไฟฟ้า น้า โทรศัพท์ การดาเนนิ งาน การรวมกลุ่มในชุมชน การแบ่งงานกันในกลุ่ม ความร่วมมือของสมาชิกกลุ่ม ความสามารถและความชานาญของสมาชิก การติดต่อกับผู้จัดส่งวัตถุดิบ การจัดหาเทคโนโลยีการผลิต การผลิตท่ีเพียงพอกับความต้องการลูกค้า การออกแบบสินค้า การคิดต้นทุนสินค้า การหาบรรจุภัณฑ์ท่ีเหมาะสม การต้ังราคาสินค้า การปรับปรุงคุณภาพสินค้า ความคงทนของสินค้า การถูกเลียนแบบสินค้า การติดต่อกับลูกค้า และการประชาสัมพันธ์ เช่น “ความเหมาะสมของสถานที่ ไฟฟ้า น้า โทรศัพท์ เหมาะสม มีความ สามัคคี มีการทางานร่วมกัน การต้ังราคาสินค้า แล้วแต่วัตถุดิบ เพ่ิมตาม วารสารวชิ าการรบั ใชส้ งั คม มทร.ล้านนา 61 ปที ี่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฏาคม - ธันวาคม 2561
ด้านสภาพความพร้อม ปจั จัยท่ีอา้ งถงึ ผลกระทบ สรปุ (โอกาส/ ในการดาเนนิ งานและ วัตถุดิบ ความชานาญของสมาชิกในกลุ่ม ต่างกันเคยมีคนเลียนแบบสินคา้ แต่ อุปสรรค) การสง่ เสรมิ จาก ไม่สามารถทาได้” “สถานที่ตั้งมีความเหมาะสม อยู่ใกล้แหล่งชุมชน โอกาส หน่วยงานภาครัฐ ด้านไฟฟ้า น้า โทรศัพท์ มีความพร้อมหมด ส่ิงแวดล้อมบาบัดน้าเสียต่าง ๆ 2.การส่งเสริมจาก มีเรียบร้อย น้าเสียก็เก็บไว้ต่างหาก ไม่ได้ไปรบกวนใคร” “การตั้งราคาสนิ คา้ หนว่ ยงานภาครฐั อยู่ที่วัตถุดิบ หากซื้อถูกราคากลาง ๆ แต่หากแพงก็จะเพิ่มขึ้น การถูก เลียนแบบของสินค้า คนทามีหลายกลุ่ม ไม่รู้ว่าใครลอกเลียนใคร ไม่ได้มีแต่ กลุ่มป้าท่ีทา จึงไม่รู้ว่าถูกเลียนแบบหรือไม่ แต่ละกลุ่มแต่ละชุมชนก็จะมีสตู ร ของเขาเอง อย่างถ้าเราออกงานบ่อย ลูกค้าก็จะติชมหวานไป หวานไปนะ เราก็ปรบั ปรงุ ใหม้ นั ได้เหมาะสมพอดี” การให้คาปรึกษา จัดอบรม จัดนิทรรศการ การแนะนาการผลิต การหา อุปกรณ์การผลิต การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การหา วัตถุดิบ การหาตลาด การหาเงินทุนให้ การรับรองสินค้า การหาผู้เช่ียวชาญ การหาเครือข่าย แก้ปัญหาส่ิงแวดล้อม และสนับสนุนให้มีการจัดการอย่าง ครบวงจร เชน่ “มีหน่วยงานให้คาปรึกษา แนะนาบรรจุภัณฑ์ จากสหกรณ์ พัฒนาชุมชน มี การจัดอบรมบ่อยมาก จะไปอบรมอยู่ตลอด ในจังหวัดน่าน ส่วนมากท่ี โรงแรมเทวราช โรงแรมดิเอ็มเพลส ในปี 2557 ได้ไปจัดบูทออกบูธ KBO ท่ี เมืองทองธานี กรุงเทพฯ” “มีการแนะนาการตลาด การวางแผนตลาด แต่ การบรรจุภัณฑ์และการผลิตเขาไม่สามารถมาช่วยเหลือเราได้ อุปกรณ์การ ผลิตจัดหาเอง มีปีหน่ึง ได้งบอยู่ดีมีสุขของกรมพัฒนาชุมชน แสนกว่าบาท” “มีหน่วยงานมาช่วยให้คาปรึกษา เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา น่าน ต่างจังหวัดก็จะมีเชียงราย พะเยา มีอบรมที่โรงแรมในเมือง มี การจัดนิทรรศการกาลตามข่วงเมือง มีการแนะนาการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้ ภาครฐั แนะนาการตลาด พฒั นาชุมชน” การนาไปใช้ 1. การศึกษาข้อมูลผูป้ ระกอบการสาหรบั ปรับปรุง ผู้ วิ จั ย ไ ด้ น า ผ ล จ า ก ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ข้ อ มู ล จ า ก และหาวิธีการปรับปรุงการวางแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการ ตัดสินใจการดาเนนิ ธุรกจิ ใหป้ ระสบความสาเร็จ พบวา่ ดา้ น แบบสอบถามมาเป็นแนวทางในการพิจารณาเกี่ยวกับ การบริหารจัดการ ถือเป็น “โอกาส” ในทุกด้าน แสดงให้ ปจั จัยที่มีผลกระทบ (โอกาสหรืออุปสรรค) ดา้ นการบรหิ าร เห็นการว่าท่ีกลุ่มมีการบริหารจัดการท่ีดีส่งผลให้กลุ่ม จัดการ ด้านผลิตภัณฑ์และความเข็มแข็งของชุมชน ประสบความสาเร็จอย่างเป็นรูปธรรม จากการดารงอยู่ ด้านความเป็นไปได้ทางการตลาด สภาพความพร้อม และ ของกลุ่มมาเป็นระยะเวลานาน และมีการขยายตัวของ การส่งเสริมจากภาครัฐ พบว่ามีแนวทางในการแก้ปัญหา กลุ่มท่ีมีขนาดใหญ่ขึ้นวัดได้จากจานวนสมาชิกจากทุน การบรหิ ารจดั การ เพือ่ เพ่มิ ประสิทธภิ าพของกล่มุ วสิ าหกิจ ดาเนินงาน ดังน้ันการพัฒนาด้านการบริหารจัดการ ชุมชนกลมุ่ แปรรูปมะไฟจนี ไว้ 3 ขอ้ ดังนี้ 62RVoMl.U1 TNLo.J1oJuaRVrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
กลุ่มวิสาหกิจนั้น ต้องให้ความสาคัญการบริหารจัดการ ผู้ประกอบการเพ่ือพัฒนาสินค้าให้ให้มีจุดเด่น จุดขายให้ โ ด ย มุ่ ง เ น้ น ใ น ก า ร ป รั บ ป รุ ง แ ล ะ ห า วิ ธี ก า ร ป รั บ ป รุ ง เป็นทีร่ จู้ ักอยา่ งแพรห่ ลาย การวางแผนกลยุทธ์ในด้าน การวางแผน การจัดองค์กร การสง่ั การ การควบคุม ในการตัดสินใจการดาเนนิ ธุรกิจให้ 3. เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการผลติ ของผู้ผลติ สินคา้ ประสบความสาเร็จ และโดยอาจจะมีการฝึกอบรม OTOP ในการส่งเสริมอาชีพและกระจายรายได้ในระดับ ถ่ า ย ท อ ด ค ว า ม รู้ ด้ า น ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม ใ ห้ ชุมชน ท้องถิ่นให้มีจุดเด่นจุดขายให้เป็นที่รู้จักอย่าง ผู้ประกอบการมีภาวะผู้นา มีความสามารถบริหารจัดการ แพร่หลาย พบว่าสภาพความพร้อมในการดาเนินงานและ กลุ่ม และกระตุ้นให้มีการแสวงหาความรู้เพ่ิมเติม การส่งเสริมจากภาครัฐถือเป็น “โอกาส” กลุ่มวิสาหกิจ ตลอดเวลา ชุมชนกลุ่มแปรรูปมะไฟจีน มีความพร้อมในด้ าน สาธารณปู โภคและหน่วยงานทางภาครฐั เช่น มหาวิทยาลยั 2. การศึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเก่ียวกับ ราชมงคลลา้ นนานา่ น ได้มีส่วนรว่ มในการพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ การบริหารจัดการสินค้าของผู้ผลิตสินค้า พบว่าด้าน บรรจุภัณฑ์มาโดยตลอด โดยสามารถเห็นภาพก่อนการ ผลิตภัณฑ์และความเข็มแข็งของชุมชน ยังพบว่าการผลิต เปลี่ยนแปลงท่ีเกิดข้ึนจากการสนับสนุนจากหน่วยงาน ถือเป็น “อุปสรรค” ยังพบปัญหาศักยภาพการผลิต และ ภาครัฐ การมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และยอมรับจากกลุ่ม การขยายการผลิตยังเกิดปญั หา อุปกรณ์ท่ีใช้ทุ่นแรง ยังไม่ วิสาหกิจชุมชนก่อให้เกิดกระบวนการท่ีทาให้เกิดการ สามารถช่วยการผลติ ในส่วนของการบบี เมล็ดเหมือนที่เอา เปล่ียนแปลงท่ีดีข้ึน กลุ่มวิสาหกิจมีความรู้ความเช่ียวชาญ มือทา ผลผลิตออกมาไมด่ ีมันเละเมลด็ ออกไม่หมด และยัง มากขึ้นจากผลลัพธ์ที่ได้จากการเปล่ียนแปลงปรับปรุง พบปัญหาการจัดเก็บวัตถุดิบมะไฟจีนออกช่วงฤดูฝน เปล่ียนแปลงผลิตภัณฑ์ใหม่ ดังนั้นการเตรียมความพร้อม ออกผลมาประดังกันในช่วงเวลาท่ีฝนตก ไม่สามารถเก็บ และการส่งเสริมจากภาครัฐซึ่งมีทั้งการแลกเปล่ียนเรียนรู้ วตั ถุดิบไวผ้ ลิตได้นานไมส่ ามารถจะขยายการผลิตได้ ดังน้ัน ศึกษาดูงาน ตลอดจนได้พัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และ ควรให้ความสนใจในประเด็นปัญหาน้ี โดยสนับสนุน พัฒนากระบวนการผลิตไปด้วยการสนับสนุนส่งเสริมให้ แนวทางแก้ปัญหาเช่น การสนับสนุนให้มีห้องเย็นเพ่ือเก็บ เกดิ การพฒั นาน้ันเปน็ แนวทางทจี่ ะทาให้เพ่มิ ประสทิ ธิภาพ วัตถุดิบให้ใช้ในการผลิตได้ตลอดปี มีเคร่ืองบรรจุภัณฑ์ การผลติ ของผ้ผู ลติ สนิ คา้ OTOP แบบสุญญากาศ และการฝึกอบรมให้ความรู้ในด้านการ อภิปรายผล เ ก็ บ รั ก ษ า ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ เ พื่ อ ใ ห้ ก ร ะ บ ว น ก า ร เ ก็ บ รั ก ษ า ดา้ นการบรหิ ารจดั การ ผลิตภัณฑ์ได้นานยิ่งข้ึน และ ด้านความเป็นไปได้ทาง การตลาด การขยายตลาดถือเป็น “อุปสรรค” ยังพบ จากการวิเคราะห์ปัจจัยที่อ้างถึงโอกาสและ ปัญหาการผลิตไม่เพียงพอ และการนาไปจัดจาหน่ายสู่ อุปสรรคพบว่า ด้านการบริหารจัดการถือเป็น “โอกาส” ตลาดตา่ งประเทศ เนื่องจากวัตถดุ ิบไม่เพยี งพอตอ่ การผลิต ผู้ประกอบการมีภาวะผู้นา มีความสามารถบริหารจัดการ ตลอดทั้งปี เกี่ยวเน่ืองกับอุปสรรคในการจัดเก็บวัตถุดิบ กลุ่มที่ดี และมีกระบวนการที่ทาให้เกดิ การ เปลย่ี นแปลงที่ และการขยายตลาดต่างประเทศ โดยผลิตภัณฑ์มีพ่อค้า ดีข้ึน มีการแสวงหาความรู้เพ่ิมเติมตลอดเวลา กลุ่ม คนกลางคนรับไปขายต่างประเทศ ซ่ึงทางกลุ่มมะไฟจีน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปมะไฟจีน ให้ความสาคัญในการ ไม่ไดส้ ง่ โดยตรง มคี นจนี มาซอื้ ซงึ่ ในดา้ นนี้จะเหน็ ได้ชดั เจน พัฒนาศักยภาพกลุ่ม โดยการนาความรู้ความสามารถที่ได้ ว่าผลิตภัณฑ์มะไฟจีนสามารถขยาย ตลาด ไ ป ยั ง จากการฝึกอบรมนาความรู้ความเช่ียวชาญท่ีได้มาทาให้ ต่างประเทศได้เห็นควรสนับสนุนการผลิตเพื่อส่งออกนอก เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยการบริหารจัดการกลุ่ม ธุรกิจ ประเทศ โดยการพัฒนาทางด้านการตลาดอย่างต่อเน่ือง ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ วางแผนการทางาน เช่นการให้ความรู้ทางดา้ นเทคโนโลยี ด้านการส่ือสาร การ วางแผนธุรกิจ อันเป็นหัวใจสาคัญในการดาเนินธุรกิจได้ พัฒนาจากรูปแบบการตลาดท่ีทันสมัย เช่น การตลาด มี กา รพั ฒ น า ควา มเป็ นผู้น าสา มา รถเป็นผู้ ประสานงาน ออนไลน์ และการพัฒนาทางด้านภาษาต่างชาติสาหรับ ระหว่างหน่วยงานสนับสนนุ ภาครัฐกับกลุ่มผู้ผลิตท่ีมีความ วารสารวิชาการรับใชส้ ังคม มทร.ลา้ นนา 63 ปีที่ 2 ฉบับท่ี 2 กรกฏาคม - ธันวาคม 2561
พร้อมในการขยายตัวในการสร้างเครือขา่ ย และการพฒั นา ด้านการผลิตถือเป็น “อุปสรรค” ยังพบปัญหา กจิ การกล่มุ ใหม้ ขี นาดใหญข่ ึ้นอย่างเปน็ รูปธรรม สอดคลอ้ ง ศักยภาพการผลิต และการขยายการผลิตยังเกิดปัญหา กับสุภัทรา (2547) ศึกษาเร่ืองกิจกรรมกลุ่มการผลิตและ อุปกรณ์ท่ีใช้ทนุ่ แรง ยังไม่สามารถช่วยการผลติ ในส่วนของ การตลาดผลิตภัณฑ์หัตถกรรมในโครงการหน่ึงตาบลหนึ่ง การบีบเมลด็ เหมือนท่ีเอามอื ทา ผลผลติ ออกมาไม่ดมี นั เละ ผลิตภัณฑ์ กรณีศึกษากลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรใน เมล็ดออกไม่หมด และยังพบปัญหาการจัดเก็บวัตถุดิบ จังหวัดอ่างทอง พบว่า การขยายการสร้างเครือข่ายการ มะไฟจนี ออกช่วงฤดูฝน ออกผลมาประดงั กันในชว่ งเวลาท่ี ผลิต การบริหารจัดการท่ีดี มีความรู้เพ่ิมทักษะอย่าง ฝนตก มะไฟจีนจะมีกล่ินไม่ดี ไม่สามารถเก็บวัตถุดิบไว้ ต่อเน่ืองจะต้องสร้างเอกลักษณ์เฉพาะกลุ่ม จะสามารถ ผลิตได้นานไม่สามารถจะขยายการผลิตได้ จึงควรมี แ ก้ ปั ญ ห า แ ล ะ อุ ป ส ร ร ค ข อ ง ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ไ ด้ กระบวนการแก้ไขกระบวนการที่ทาใ ห้ เกิ ด ก า ร นอกจากน้ี อุดมรัศมี (2545) ศึกษาการจัดทาระบบการ เปล่ียนแปลงที่ดีข้ึน ได้แก่ การสนับสนุนให้มีห้องเย็นเพ่ือ จัดลาดับงานการผลิตให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ เก็บวัตถุดิบให้ใชใ้ นการผลติ ได้ตลอดปี มีเครื่องบรรจุภัณฑ์ ลดอัตราการผลิตงานเสร็จไม่ทนั กาหนดสง่ มอบ โดยศึกษา แบบสุญญากาศ และการฝึกอบรมให้ความรู้ในด้านการ สภาพการทางานและปัญหาการวางแผนการผลิตที่ไม่มี เ ก็ บ รั ก ษ า ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ เ พ่ื อ ใ ห้ ก ร ะ บ ว น ก า ร เ ก็ บ รั ก ษ า ประสิทธิภาพในธุรกิจสิ่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์และหาแนว ผลิตภัณฑ์ได้นานยิ่งข้ึน สอดคล้องกับงานวิจัยของ ทางแก้ไขโดยการศึกษาวิธีการทางาน พบว่าสาเหตุสาคัญ บุ ญ น า ( 2543 :153) ที่ ไ ด้ ศึ ก ษ า บ ท บ า ท ข อ ง ที่ทาให้ระบบการวางแผนการผลิตไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถ่ิน: การวิจัย ทัศนีพร (2552) ศึกษาโครงการวิจัยการวิเคราะห์ รายกรณีสถาบันราชภัฏเพชรบุรี พบว่าบทบาทด้านการ บรรจุภัณฑ์ และ ศักยภาพชุมชน ตามโครงการ ปรับปรุง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยีในท้องถิ่น “หนึ่งตาบล หน่ึงผลิตภัณฑ์” อาเภอหางดง จังหวัด ภาครัฐควรส่งเสริมการหาวัตถุดิบให้กับผู้ผลิตสินค้า เชียงใหม่ พบว่า อย่างไรก็ตามในการประกอบธุรกิจนั้น สอดคล้องกับรัตติยา (2548 : 95) พบว่า ภาครัฐควรให้ การบริหารจัดการถือว่าเป็นสิ่งสาคัญยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น ความรู้ทางด้านการหาวัตถุดิบอ่ืนทดแทนที่ กาลังจะขาด ด้านการบริหารงาน บริหารคน หรือการบริหารทรัพยากร แคลนในปัจจบุ ัน สอดคล้องกับ จิราพร และคณะ (2551) ถ้าในกลุ่มองค์กรมีการบริหารจัดการทดี่ ีมี คุณภาพก็จะทา ศึกษาเร่ืองโครงการพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อยกระดับ ให้ธุรกิจเหล่าน้ันประสบความสาเร็จ สามารถบริหารงาน คณุ ภาพ ปลาสม้ ผลการวเิ คราะห์พบว่า กลมุ่ มีการควบคมุ ให้ลุล่วงไปด้วยดี สอดคล้องกับการศึกษาของกาญจนา การผลิตท่ีไม่สม่าเสมอ ไม่มีที่จัดเก็บวัตถุดิบบางครั้งสด (2530) พบว่า ปัจจัยท่ีทาให้เกิดการพ่ึงตนเองทาง บางครั้งไม่สด ประกอบกับใช้โรงเรือนช่ัวคราว กลุ่ม เศรษฐกิจได้คือ การจัดตั้งกลุ่ม องค์กรในชุมชน การ ต้ อ ง ก า ร ผ ลิ ต ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ มู ล ค่ า เ พ่ิ ม จ า ก ป ล า ท่ี ท า ง ก ลุ่ ม บริหารกลุ่ม การสร้างทีมงาน การมีส่วนรวม ของสมาชิก ต้องการเรียนรู้ สุขลักษณะการผลิตสถานที่ผลิต การสรรหากรรมการโดยเฉพาะผู้นากลุ่ม ก็เป็นปัจจัย เช่นเดียวกบั กัลยา (2550) ศึกษาโครงการวจิ ัยกระบวนการ สนับสนุนท่ีทาให้กลุ่มประสบความสาเร็จได้ โดยเฉพาะ เข้าสู่มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนของกลุ่ม วิสาหกิจชุมชน การรวมกลุ่มเปน็ ปัจจัยพ้ืนฐานท่ีสาคัญมากต่อความสาเร็จ อาเภอเมือง จังหวัดลาพูน พบว่า ด้านการพัฒนาผู้ผลิตใน ท้ังนี้ยัง สอดคล้องกับผลการศึกษาของใจมนัส (2540) ชุมชนมีปัญหาขาดวัตถุดิบและด้านการพัฒนาผู้ผลิตใน พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความสาเร็จและความล้มเหลวของ ชุมชนขาดทักษะในการ ผลิตในบางกลุ่ม กลุ่มประเภท ธรุ กจิ ชุมชน ได้แก่ การบรหิ ารจัดการ ตัวสมาชิกเอง การมี อาหารและเครื่องดื่ม พบว่า ผลิตภัณฑ์ต้องมีสีธรรมชาติ ส่วนร่วมของสมาชิก ความเปน็ ผนู้ า ด้านการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์และความเข้มแข็ง ของชุมชน 64RVoMl.U1 TNLo.J1oJuaVRrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
ของส่วนประกอบที่ใช้ทาและปราศจากกลิ่น รส ท่ีไม่ ไม่เพียงพอต่อการผลิตตลอดท้ังปี เก่ียวเน่ืองกับอุปสรรค พึงประสงค์และไม่พบส่ิงแปลกปลอมทส่ี ัมผสั ได้มากท่ีสดุ ในการจัดเก็บวัตถุดิบ จึงควรมีกระบวนการแก้ไข กระบวนการที่ทาให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงที่ดีข้ึน ได้แก่ ในส่วนของด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และความ โดยการพัฒนาทางด้านการตลาดอย่างตอ่ เนื่อง เช่นการให้ เข้มแข็งของชุมชน ถือเป็นโอกาส พบว่าการรักษา ความรทู้ างด้านเทคโนโลยี ด้านการส่อื สาร การพฒั นาจาก สิ่งแวดล้อมใน กระบวนการผลิต คือการผลิตไม่มี รูปแบบการตลาดที่ทันสมัย เช่น การตลาดออนไลน์ และ ผลกระทบต่อส่ิงแวดลอ้ มเปลือกและเมลด็ ท่ีเหลือนาไปทา การพัฒนาทางด้านภาษาต่างชาติสาหรับผู้ประกอบการ ปุ๋ยหมัก และทาบ่อน้าท้ิงไม่ให้ทาลายส่ิงแวดล้อม และใช้ เพื่อพัฒนาสินค้าให้ให้มีจุดเด่น จุดขายให้เป็นที่รู้จักอย่าง วัตถุดิบภายในประเทศ สอดคล้องกับ บุญอนันต์ (2549) แพร่หลายสอดคล้องกับทัศนาวลัย (2547) ศึกษาเรื่อง ท่ีพบว่า กระบวนท่ีจะสร้างสรรค์คืนพลังสู่ชุมชนมีขั้นตอน แ น ว ท า ง ก า ร พั ฒ น า ก ล ยุ ท ธ์ ก า ร ต ล า ด ห นึ่ ง ต า บ ล ห นึ่ ง ดังนี้ 1.ชุมชนร่วมกันใช้ความรู้ ภูมิปัญญา และเอกลักษณ์ ผลิตภัณฑ์ (OTOP) ของกลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ของกลุ่ม 2.สนับสนุนการเรียนรู้ในกลุ่มและเครือข่ายใน แพรวาในจังหวัดกาฬสินธ์ุ พบว่าส่วนปัญหาทางด้าน การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และการตลาด 3.ปรับตัวจากการ การตลาดได้แก่ ปญั หาการขาดทักษะในการพฒั นารูปแบบ ผลิตให้คานึงถึงมาตรฐานและคุณภาพ 4.ให้เกิดการร่วม ผลิตภัณฑ์ จาหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ในราคาต่า และการขาด การบริหารจัดการในกลุ่มเพื่อประโยชน์ร่วมกัน 5.ให้นา ตลาดรองรับท่ีแน่นอน แนวทางในการพัฒนากลยุทธ์ การผลิตใส่ใจต่อทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม การตลาดหน่ึงตาบลหน่ึงผลิตภัณฑ์จะประสบความสาเร็จ 6.สังคมร่วมกันดูแลรักษาชุมชนและความเป็นเจ้าของ ได้นั้นหน่วยงานภาครัฐจะต้องเป็นแกนนาในการสนบั สนนุ 7.ชุมชนต้ังกลุ่มเรียนรู้ที่พ่ึงตนเองและทาให้ชุมชนเข้มแขง็ ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาข้ึน และที่สาคัญอย่างย่ิงกลุ่ม ในที่สดุ ซึง่ ตรงกบั ณฐั ธยาน์ (2549) พบวา่ ปัจจยั ภายนอก ผู้ผลิตจะต้องให้ ความร่วมมือในการพัฒนานี้ด้วย สุจิตรา ของกลุ่มผู้ผลิตที่มีความแตกต่างกัน ได้แก่ด้านการพัฒนา (2550 : บทคัดย่อ) ศึกษาเร่ืองการดาเนินธุรกิจของกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ นโยบายการตลาดของผู้แข่งขันและความพึง ผู้ ผ ลิ ต สิน ค้าหน่ึ ง ตา บลหนึ่งผลิ ตภั ณฑ์ ใ นจังห วัด พ อ ใ จ ข อ ง ลู ก ค้ า ที่ เ ป็ น ตั ว ก า ห น ด แ ล ะ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ อุบลราชธานี พบว่ากลุ่มผู้ผลิตสินค้าOTOP มีปัญหาการ ภูเมศ (2547) ศึกษา เร่ือง ศักยภาพของชุมชนด้าน ดาเนินธุรกิจในด้านบัญชี ความเป็นไปได้ทางการตลาดมี ผลิตภัณฑ์โครงการหน่ึงตาบลหน่ึงผลิตภัณฑ์ อาเภอเมือง ลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่และมีการส่ังซื้ออย่างสม่าเสมอ จังหวดั จนั ทบรุ ี ในดา้ นการพฒั นาบรรจุภณั ฑ์ กล่มุ ผผู้ ลติ มี ลู ก ค้ า ส่ ว น ใ ห ญ่ ม า จ า ก ก า ร จ า ห น่ า ย เ อ ง ใ น ป ร ะ เ ท ศ การพัฒนาแนวคิดของตนเองหรือกลุ่มตามความต้องการ โดยเฉพาะเมื่อมีการจัดงาน OTOP CITY ท่ีเมืองทองธานี ของลูกค้ามากที่สุด สามารถออกแบบและพัฒนา ในแต่ละครั้งจะมีผู้ผลิตสินค้าในระดับ 3-5 ดาวเท่านั้น ผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง และด้านความเข็มแข็งของชุมชน ถึงจะมีโอกาสเขามาขายในงาน ทาให้มียอดการจาหน่าย พบว่า ระยะเวลาในการจัดตั้งกลุ่มต้ังแต่เริ่มทาธุรกิจ 5 ปี สินค้าเป็นที่พอใจให้กับผู้ผลิตและถูกใจลูกค้า แต่หาก ข้ึนไป ทาให้มีความสัมพันธ์อย่างเหนียวแน่นได้มีโอกาส ภาครัฐสนับสนุนให้โอกาสผู้ผลิตในระดับ 1-2 ดาวเขามา รบั รขู้ ่าวสารภายใน กล่มุ เปน็ อย่างดี จาหน่ายสินค้าในงานก็จะเป็นการส่งเสริมเพ่ิมช่องทาง ด้านความเปน็ ไปได้ทางการตลาด การตลาดและเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองใน อนาคตเพื่อท่ีจะก้าวเขามาสู่ระดับดาวท่ีสูงขึ้น เร่ืองราว เรื่องราวหรือตานานผลิตภัณฑ์ และลักษณะ หรือตานานของผลิตภัณฑ์และลักษณะเกณฑ์เฉพาะ เกณฑ์เฉพาะผลิตภัณฑ์ ด้านความเป็นไปได้ทางการตลาด ผลิตภัณฑ์ มีการบันทึกและมีการนาเสนอ (มีเอกสารหรือ ถือเป็น “อุปสรรค” ยังพบปัญหาการผลติ ไม่เพยี งพอ และ การนาไปจัดจาหน่ายสู่ตลาดตา่ งประเทศ เนอ่ื งจากวัตถดุ บิ วารสารวชิ าการรบั ใช้สังคม มทร.ลา้ นนา 65 ปที ่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฏาคม - ธันวาคม 2561
คาอธิบายประกอบตัวผลิตภัณฑ์) และเป็นภูมิปัญญา รา้ นคา้ ชมุ ชนและมีการแลกเปลย่ี นสนิ ค้าและผลิตสนิ ค้าให้ ท้องถ่ินดั้งเดิมและมีการพัฒนาสร้างสรรค์เร่ืองราวเพราะ เป็นมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นแล้วทัศนีย์พร ตานานผลิตภัณฑ์เป็นผลิตภัณฑ์ของคนในท้องถิ่นมานาน และคณะ (2552) ศึกษาโครงการวิจัยการวิเคราะห์ สืบทอดต่อกันมาเป็นของที่มีอยู่ในชีวิตประจาวันแต่ ศักยภาพของชุมชน ตาบลลวงเหนือ อาเภอดอยสะเก็ด โบราณเป็นของขึ้นช่ือของคนในท้องถ่ิน สอดคล้องกับ จังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัยทาให้พบว่าสมาชิกของกลุ่ม (วิทยา, 2550) กล่าวว่าการได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา อาชีพมีศักยภาพในการพัฒนาตนให้มีประสิทธิภาพในการ ผลิตภัณฑ์ท้องถ่ิน การบรรจุภัณฑ์ซ่ึงมีท้ังการแลกเปลี่ยน ป ฏิ บั ติ ง า นแ ละพ ร้ อม ที่จ ะถ่ าย ทอด ค วาม รู้ ใ ห้ กั บคนรุ่น เรียนรู้ ศึกษาดูงานสามารถพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และ ต่อไปด้วยความภาคภูมิใจในด้านกระบวนการการจัดการ พฒั นากระบวนการผลติ ไปดว้ ย ความรู้เพราะว่าสมาชิกในกลุ่มอาชีพทุกกลุ่มมีความ สภาพความพรอ้ มในการดาเนนิ งาน กระตือรือร้นท่ีจะพัฒนาประสิทธภิ าพและศักยภาพในการ ปฏิบัติงานของตนเพ่มิ ขึ้น (กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ, กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลมุ่ แปรรูปมะไฟจนี มีความ 2548) พร้อมในด้านสาธารณูปโภค มีความเหมาะสมของสถาน ด้านการส่งเสรมิ จากหนว่ ยงานภาครฐั ท่ีตั้ง มีความสะดวก และหน่วยงานทางภาครัฐ เช่น มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนาน่าน ได้มีส่วนร่วมในการ การส่งเสริมจากภาครัฐถือเป็น “โอกาส” พัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์มาโดยตลอด ซ่ึงมีทั้งการ หน่วยงานภาครัฐเป็นแกนนาในการสนับสนุนส่งเสริมให้ แลกเปลย่ี น เรยี นรู้ ศึกษาดูงาน ตลอดจนได้พฒั นาคุณภาพ เกิดการพฒั นาขนึ้ และทสี่ าคญั อยา่ งยงิ่ กล่มุ ผู้ผลติ จะตอ้ งให้ ผลติ ภณั ฑ์ และพัฒนากระบวนการผลิตไปดว้ ย ซ่ึงแสดงให้ ความร่วมมือในการพัฒนาน้ีด้วย ผู้ผลิตต้องมีการ เห็นถึงกระบวนการพัฒนาจากหน่วยงานภาครัฐทาให้เกิด บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานท่ี การเปล่ียนแปลงที่ดีขึ้นการถ่ายทอดบริการทางวิชาการ เก่ียวข้องเพื่อให้คาปรึกษาแนะนาเกี่ยวกับการบริหาร โดยใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญทาให้เกิดการเปล่ียนแปลง จัดการภายในชุมชนจนสามารถพฒั นาผลิตภณั ฑ์ให้ดียง่ิ ขนึ้ จากผลลัพธ์ท่ีได้ในด้านความพร้อมในการดาเนินงานท่ีถือ ดังน้ันการส่งเสริมจากภาครัฐจึงเป็นความจาเป็นที่จะต้อง เป็นโอกาส หน่วยงานภาครัฐจึงควรนาการพัฒนาวสิ าหกจิ ใช้เป็นแนวทางการติดตามและธารงอยู่ ตลอดจนรักษา ชุมชุนบรรจุไว้ในแผนการปฏิบัติงานเพื่อการพัฒนาให้คง พัฒนาการที่เกิดขึ้นให้คงอยู่ต่อไปในการพัฒนาคุณภาพ อยู่ต่อไปสอดคล้องกับ ศราวุธ (2547 : บทคัดย่อ) ได้ การผลิตสินค้าในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง (กรมพัฒนาชุมชน ทาการศึกษา แนวทางการบริหารงานหนึ่งตาบลหน่ึง กระทรวงมหาดไทย, 2552) สอดคล้องกับงานวิจัยของ ผลิตภัณฑ์ตามทัศนะของกลุ่มผู้ผลิตท่ีได้รับ คัดเลือกเป็น วิทยา (2550) พบว่าเน้นพิจารณาในด้านพฒั นาผลิตภัณฑ์ สุดยอดหนึ่งตาบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ไทยผลการวิจัย พบว่า ความสามารถการใช้เทคโนโลยี การตลาด นอกจากน้ียัง สภาพการดาเนินงานของกลุ่มผู้ผลิต ส่วนใหญ่มี พบชัดเจนว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าภูมิปัญญาท้องถ่นิ วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนมีงานทาและ รัฐบาลควรส่งเสริมให้มีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันเป็น รายได้เพ่ิม การปฏิบัติงานของสมาชิกทาเต็มเวลา แนว สาคัญให้มีความสอดคล้อง ทั้งนี้สอดคล้องกับ ณัฐธยาน์ ทางการบริหารงานของกลุ่มผู้ผลิตสินค้าหนึ่งตาบลหนึ่ง (2549 : 165) พบว่าควรพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการ ผลิตภัณฑ์ กลุ่มผู้ผลิตท่ีมีสถานภาพส่วนบุคคลส่วนใหญ่ ผลิตให้มีความเป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้นเน่ืองจากการผลิต คัดเลือกสมาชิกเป็นบุคคลท่ีมีภูมิลาเนาในพื้นที่หรือพื้นท่ี สิ น ค้ า ถื อ เ ป็ น ฐ า น ส า คั ญ ต่ อ ค ว า ม อ ยู่ ร อ ด ข อ ง ก า ร ใกล้เคียงกาหนดภาระหน้าที่จาก ความถนัดหรือ ดาเนินงานในด้านต่าง ๆ และต้องส่งเสริมการพัฒนา ความสามารถของสมาชิกมีการสร้างเครือข่ายเช่อื มโยงกับ เทคโนโลยีในการผลิตสมัยให้มากขึน้ เพือ่ เป็นการลดต้นทุน และสร้างมาตรฐานสินค้าให้ต่อเนื่องพร้อมทั้งให้ความรู้ และฝึกฝนทักษะแก่กลุ่มผู้ผลติ นอกจากนีย้ งั สอดคลอ้ งกบั 66VRoMl.U1 TNLo.J1oJuaRVrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
อานวย (2553) พบว่ารายงานผลการปฏิบัติราชการตาม กาญจนา แก้วเทพ และกนกศักดิ์ แก้วเทพ. 2530. คารับรองการปฏิบัติราชการของกลุ่มจังหวัดภาคกลาง การพึ่งตนเอง : ศักยภาพในการพัฒนาชนบท. ตอนบนน้ันทุกจังหวัดได้จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพ กรงุ เทพฯ : โรงพิมพร์ ่งุ เรอื งสาส์นการพมิ พ์. ผลิตภัณฑ์มีการประสานงานและทางานร่วมกันระหว่าง เจ้าหน้าท่ีหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง ทั้งภาครัฐและ คเชนทร์ มะโนใจ. 2542. การจดั องคก์ ารของศนู ยบ์ ริการ เอกชนระดับจังหวัดและอาเภอในการส่งเสริมและพัฒนา การศึกษานอกโรงเรียนอาเภอในเขตการศึกษา ผลิตภัณฑ์ OTOP ในด้านรูปแบบของผลิตภัณฑ์ รูปแบบ 8. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาวชิ า บรรจุภัณฑ์หรือหีบห่อ การสร้างตราสินค้าการผลิตอาหาร ศึกษาศาสตร์ภาควิชาบริหารการศึกษา.บัณฑิต ปลอดภัยจากสารพิษ ผลิตอาหารแปรรูปให้มีความเป็น วทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช มาตรฐานมากย่ิงข้ึนและสร้างความสามารถในการผลิตท่มี ี ปริมาณมาก ๆ เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่สะอาด จิราพร รุ่งเลิศเกรียงไกร และคณะ. 2551. โครงการ และปลอดภัยเพ่ือให้สามารถลดป้องกันและแก้ไขปัญหา พัฒนากระบวนการผลิตเพ่ือยกระดับคุณภาพ ความเสี่ยงของอาหารที่ผลิตภายในประเทศได้อย่างตรง ปลาส้ม. กรุงเทพฯ : ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง. เปา้ หมายมปี ระสิทธิภาพและเกดิ ประสิทธผิ ลสูงสดุ ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมงวิทยาเขต กติ ตกิ รรมประกาศ บางเขน ขอขอบพระคุณ สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่ม ใจมานัส พลอยดี. 2540. ปัจจัยที่มีผลต่อความสาเร็จ แ ป ร รู ป ม ะ ไ ฟ จี น ท่ี ใ ห้ ข้ อ มู ล ใ น ก า ร ศึ ก ษ า ค รั้ ง น้ี แ ล ะ และความล้มเหลวของธรุ กิจชมุ ชน : กรณีศึกษา ขอขอบคุณทุนสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี เปรยี บเทยี บระหว่างภาพรวมและภาพย่อย บา้ น ราชมงคลล้านนา คิรีวงษ์ อาเภอลานสกา จังหวัดนครศรธี รรมราช เอกสารอา้ งองิ และ อาเภอดาเข่ือนแก้ว จังหวัดยโสธร. กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย. 2552.แนวทาง วิทยานิพนธ์สังคมวิทยา มหาบัณฑิต สาขาวิชา ประชากรศาสตร์ภาควิชาสังคมวิทยา บัณฑิต และหลกั เกณฑ์การคดั สรรสุดยอด หนง่ึ ตาบลหนึ่ง วทิ ยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย ผลิตภัณฑ์ ประจาปี พ.ศ. 2552. กรุงเทพฯ : โรง พิมพบ์ ที ีเอสเพรส. ชัญญา บญุ บรุ .ี 2550. ต้นทนุ และผลตอบแทนผลิตภณั ฑ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ. 2548. โครงการหนึ่ง จากผ้าฝ้าย อาเภอป่าซาง จังหวัดลาพูน. ตาบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (One Tambon One ก า ร ค้ น ค ว้ า แ บ บ อิ ส ร ะ บั ญ ชี ม ห า บั ณ ฑิ ต Product : OTOP). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์บีทีเอส มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชยี งใหม่ เพรส. กัลยา ศรวี งษ.์ 2550. ความคิดเหน็ เกย่ี วกบั กระบวนการ ชาชวิ ัฒน์ ศรแี กว้ . 2545. การปรับปรุงวิธีการงบประมาณ เขา้ ส่มู าตรฐานผลติ ภัณฑ์ชมุ ชนของกลุ่มวิสาหกิจ ของกระทรวงมหาดไทย. [ออนไลน์] ได้จาก : ชุมชนอาเภอเมือง จังหวัดลาพูน. วิทยานิพนธ์ http://www.stabundamrong.go.th/research บริหารธุรกิจมหาบณั ฑติ สาขาวิชาการจัดการทวั่ ไป /rd/23908.html บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภฏั ลาปาง ณัฐธยาน์ อิสระนุกูลธรรม. 2549. การประเมิน สถานการณ์ปัจจัยภายนอกของกลุ่มผู้ผลิต วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในโครงการ สินค้าหนึ่งตาบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ระดับ 3-5 ดาว. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจอุตสาหกรรม ภาควิชาบริหาร เทคนิคศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ วารสารวชิ าการรบั ใชส้ งั คม มทร.ล้านนา 67 ปีท่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฏาคม - ธนั วาคม 2561
ทัศนาวลัย พรหมเสน. 2547. แนวทางการพัฒนา วิทยานิพนธ์. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย กลยุทธการตลาด หนึ่งตาบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยพี ระจอมเกล้าพระนครเหนือ (OTOP) ของกลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ศราวุธ สุรศิลป์. 2547. แนวทางการบริหารงานหนึ่ง แพรวา ในจังหวัดกาฬสินธุ์. วิทยานิพนธ์ ตาบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ตามทัศนะ ของกลุ่มผู้ผลิต บริหารธุรกิจ มหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ ท่ีได้รับคัดเลือกเป็นสุดยอดหน่ึงตาบลหนึ่ง คณะศึกษาศาสตร์บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ไ ท ย . วิ ท ย า นิ พ น ธ์ ค รุ ศ า ส ต ร์ มหาสารคาม อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจ อุตสาหกรรม ภาควิชาบริหารเทคนิคศึกษา ทศั นีพร ประภัสสร และคณะ. 2552. การจัดการความรู้ บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เ พื่ อ พั ฒ น า ก า ร อ อ ก แบ บ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ แ ล ะ พระนครเหนอื การวิเคราะห์ศักยภาพของธุรกิจชุมช น. ศิริวรรณ เสรีรัตน์. 2538. พฤติกรรมผ้บู ริโภค. กรุงเทพฯ: [ออนไลน์] ได้จาก :http://www.tpresearch. พัฒนาศึกษา. info/research/research2/proposal.php ศิริวรรณ เสรีรัตน์, ปริญ ลักษิตานนท์ และศุภร เสรีรัตน์. 2552. การบริหารตลาดยุคใหม่. กรุงเทพฯ: บุญนา ปานขา. 2543. บทบาทของสถาบันอุดมศึกษา พัฒนาศกึ ษา. เพ่ือการพัฒนาท้องถ่ิน: การวิจัยรายกรณี ศุภางค์ศรี อ่าสุดใจ. 2546. การศึกษาพฤติกรรมการใช้ สถาบันราชภัฏเพชรบุรี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์ บริการต่าง ๆ บน Internet ของนักศึกษาใน มหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยการศึกษา บัณฑิต เขตกรุงเทพมหานคร. [ออนไลน์]. ไดจ้ าก : www. วิทยาลยั จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั . exmba.edu/ACADEMIC สถาบันวิจัยและพัฒนา. 2552. การวิจัยทองถ่ิน เพ่ือ บุญอนันต์ พินัยทรัพย์. 2549. โครงการศึกษาชุมชน แผ่นดินไทย. เอกสารประกอบประชุมวิชาการเพอื่ เขม้ แขง็ กระบวนการสร้างสรรค์คืนพลังสู่ชุมชน พฒั นาพ้นื ทรี่ ะดบั ชาตคิ ร้งั ท่ี 1. กรงุ เทพ : โรงพมิ พ์ : หนึ่งตาบลหน่ึงผลิตภัณฑ์. กรุงเทพฯ : สานัก มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สวนสนุ ันทา. วจิ ัยสถาบนั บัณฑติ พฒั นบริหารศาสตร์. สุภัทรา สุภาภรณ์. 2547. กิจกรรมกลุ่มการผลิตและ การตลาดผลิตภัณฑ์หัตถกรรมในโครงการหน่ึง มลวิ รรณ์ กจิ ชัยเจริญ, สุภาวดี ศรแี ย้ม จิรรชั ต์ กนั ทะข้,ู ตาบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ : กรณีศึกษากลุ่มสตรี และบุษบา มะโนแสน. 2557. การพัฒนา สหกรณ์การเกษตร ในจังหวัดอ่างทอง. ผลติ ภัณฑจ์ ากมะไฟจนี ของกล่มุ แปรรูปมะไฟจีน วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชา ตาบลท่าน้าว อาเภอภูเพียง จังหวัดน่าน. เศรษฐศาสตร์สหกรณ์ภาควิชาทรัพยากรดินและ วารสารพัฒนาชุมชนน่าน :มหาวิทยาลัย สง่ิ แวดล้อม บณั ฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลัยแมโ่ จ้ เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา นา่ น สุจิตรา จองโพธิ์. 2550. การดาเนินงานเชิงธุรกิจของ กลุ่มผู้ผลิตสินค้าหนึ่งตาบลหน่ึงผลิตภัณฑ์ใน ภูเมศ จาปาวงค์. 2547. ศักยภาพของชุมชนด้าน จังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์ ผลิตภัณฑ์โครงการ หน่ึงตาบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ มหาบัณฑิต สาขาวิชาสงั คมศาสตร์ เพอื่ การพัฒนา อ.เมือง จ.จันทบุรี. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสน บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั ราชภัฏอบุ ลราชธานี ศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารท่ัวไป อุดมรัศมี หลายชูไทย. 2545. การจัดตารางการผลิต วทิ ยาลยั การบรหิ ารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบรู พา สาหรับโรงพิมพ์บรรจุภัณฑ์. [ออนไลน์]. ได้จาก วิทยา เมฆขาและคณะ. 2550. การถา่ ยทอดแนวทางการ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาภูมิปัญญา ท้องถิ่นตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใน จังหวดั นนทบุรี. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พเ์ จปร้ิน. วลีรักษ สิทธิสม. 2553. การศึกษาสภาพการบริหาร จั ด ก า ร สิ น ค า OTOP ใ น จั ง ห วั ด น น ท บุ รี 68VRoMl.U1 TNLo.J1oJuaVRrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
:http://www.researchgate.net/publication/ กกลลุ่มุ่มจจังังหหววัดัดภภาาคคกกลลาางงตตอนบน ประจําปี 27802161 งงบบปปรระะมมาาณณ..[[ออออนนไไลลนน์]์]. ได้จาก :http::////ddooccss. . อานวย งามวงษ์วาน. 2553. รายงานผลการปฏิบัติ ggooooggllee..ccoom/viewer?a==vv&&qq==ccaacchhee:F:FIlxIlZxZckcnkn ราชการตามคารับรองการปฏิบัติราชการของ cchhQQJ:Jw:wwwww.n.noonnththaabbuurir.ig.goo.t.hth//SStrtarateteggyy วารสารวิชาการรบั ใช้สงั คม มทร.ลา้ นนา 69 ปีที่ 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฏาคม - ธนั วาคม 2561
70 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 2 No. 2 July - December 2018
การวิเคราะห์ตน้ ทุนเปรยี บเทียบของการผลิตธปู หอมสมนุ ไพร : กรณีศกึ ษากลมุ่ ธปู หอม สมุนไพรไล่ยงุ ตา้ บลนา้ แกน่ อา้ เภอภเู พยี ง จงั หวัดน่าน A Comparative Cost Analysis of Herbal Incense : Case study of Herbal Incense Mosquito Group Numkaen Sub-Distric Phu Phiang Distric, Nan Province อธปิ ตั ย์ สายสงู 1* วนั วภิ า คามงคล2 และ อจั ฉราภรณ์ พลู ยง่ิ 3 Athipat Saisoong1* Wanvipa Khammongkol2 and Atchapaporn Poolying3 1อาจารย์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา น่าน 2ดร. มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา นา่ น 3ผู้ช่วยศาสตราจารย์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา นา่ น 1Lecturer, Rajamangala University of Technology Lanna Nan 2DR., Rajamangala University of Technology Lanna Nan 3Assistant Professor, Rajamangala University of Technology Lanna Nan *E-mail : [email protected], เบอร์โทรศพั ท์ 081-1656677 บทคดั ย่อ การวิเคราะห์ต้นทุนเปรียบเทียบของการผลิตธูปหอมสมุนไพร : กรณีศึกษากลุ่มธูปหอมสมุนไพรไล่ยุง ตาบลนาแก่น อาเภอภูเพียง จังหวัดน่านมีวัตถุประสงค์เพื่อการวิเคราะห์ต้นทุน และผลตอบแทนกาหนดราคาขายที่ เหมาะสม เพ่ือให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล งานวิจัยนีใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบเชิงลึกแบบก่ึงโครงสร้างและการ สังเกตการณ์ในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้ผลิตจานวน 25 ราย จากการศึกษาพบว่า ต้นทุนการผลิตของการผลิตธูปหอม สมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) มีต้นทุนวัตถุดิบทางตรง เท่ากับ 1,781.25 บาท ต้นทุนค่าแรงงานทางตรง เท่ากับ 2,000 บาท และมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิต เท่ากับ 595 บาท ต้นทุนการผลิตรวม เท่ากับ 4,376.25 บาท ต้นทุนการ ผลิตต่อหนว่ ย เท่ากับ 3.50 บาท และต้นทุนการผลิตตอ่ กล่อง เท่ากับ 35 บาท ราคาขายสง่ และขายปลีกเท่ากับ 22 บาท และ 25 บาท ตามลาดับ รายได้จากการขาย เท่ากับ 2,400 บาท/เดือน อัตรากาไรขันต้นและอัตรากาไรจากการ ดาเนนิ งานติดลบ (ขาดทุน) เทา่ กบั รอ้ ยละ -82.34 และเท่ากับรอ้ ยละ -92.76 ต้นทุนการผลิตของการผลติ ธูปหอมสมนุ ไพร ไล่ยุงสูตรใหม่ (แบบขด) ต้นทุนวัตถุดิบทางตรง เท่ากับ 1,315 บาท ต้นทุนค่าแรงงานทางตรง เท่ากับ 1,140 บาท และ ต้นทุนค่าใชจ้ ่ายในการผลิต เท่ากับ 4,165 บาท ต้นทุนการผลิตรวม เท่ากับ 6,620 บาท ต้นทุนการผลติ ต่อหนว่ ย เท่ากับ 6.62 บาท และต้นทุนการผลิตต่อกล่องเท่ากับ 13.24 บาท ราคาขายส่งและขายปลีกเท่ากับ 25 บาท และ 23 บาท ตามลาดับ รายได้จากการขายเท่ากับ 13,500 บาท/เดือน อัตรากาไรขันต้น เท่ากับร้อยละ 50.96 และมีอัตรากาไรจาก การดาเนินงาน เท่ากับร้อยละ 49.11 กลุ่มธูปหอมสมุนไพรมีความพร้อมในการดาเนินงานแต่ยังคงคิดต้นทุนการผลิตไม่ ครบถ้วน ภายหลังจากการที่ได้ศึกษาและรับคาแนะนาแล้วได้มีความเข้าใจและสามารถคิดต้นทุนได้อย่างถูกต้องและ สามารถกาหนดราคาขายได้อย่างเหมาะสม นอกจากนีกลุ่มผู้ผลิตธูปหอมสมุนไพรต้องการในด้านการสนับสนุนจาก หนว่ ยงานภาครฐั หรอื หน่วยงานทเี่ ก่ยี วขอ้ ง ค้าสา้ คัญ ต้นทนุ และผลตอบแทน อตั รากาไร ธปู หอม วารสารวชิ าการรบั ใช้สงั คม มทร.ล้านนา 71 ปที ี่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฏาคม - ธนั วาคม 2561
Abstract This research mainly focused on A comparative cost analysis of Herbal Incense: Case study of Herbal Incense Mosquito Group, Tambon Numkaen, Amphoe Phu Phiang, Nan Province. The objective of the research is a comparative cost, benefit and price. Data was collected by 25 the entrepreneur In-dept interview se-mi structure and observation. The study found that production costs of the Original Herbal Incense consisted of direct material cost was 1,781.25 baht, direct labor cost was 2,000 baht, production expense was 595 baht. The total cost of the Original Herbal Incense was 4,376.25 baht, cost per unit was 3.50 baht, cost per unit of sale was 35 baht. The wholesale cost was 22 baht and the retail price was 25 baht. Sale income per mount was 2,400 baht. Gross loss margin was 82.34 percent and operating loss margin was 92.76 percent. The production cost of the New Herbal Incense consisted of direct material cost was 1,315 baht, direct labor cost was 1,140 baht, production expense was 4,165 baht. The total cost of the New Herbal Incense was 6,620 baht, cost per unit was 6.62 baht, cost per unit of sale was 13.24 baht. The wholesale cost was 25.00 baht and the retail price was 30 baht. Sale income per mount was 13,500 baht. Gross profit margin was 50.96 percent and operating profit margin was 49.11 percent. The Herbal Incense Mosquito Group was ready to operate but unable to calculate their production cost correctly which did not cover all the cost. After studying and the group was advised from researcher, the group were able to calculate the production cost and set the selling price correctly. However, The Herbal Incense Mosquito Group still needed the support from government or related organization. Keywords cost and benefit, profit margin, herbal incense บทนา้ หอมสมุนไพร คือ คุณแม่บุญยวง อะโนติ๊บ ได้มีการ หมู่บ้านนาแก่น ตาบลนาแก่น อาเภอภูเพียง ถา่ ยทอดองค์ความรู้ขนั ตอน กระบวนการผลติ และเทคนิค ต่าง ๆ ในการผลิตธูปหอมสมุนไพร ถือเป็นภูมิปัญญา จังหวัดน่าน เป็นแหล่งท่ีผลิตธูปหอมท่ีสาคัญแห่งหน่ึงใน ชาวบ้านที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน ลักษณะพิเศษของ จังหวัดน่าน โดยได้มีการนาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการ ผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงชนิดนีนอกจากจะทามาจาก ผลิตธูปหอมสมุนไพรท่ีมีคุณสมบัติเพื่อใช้ป้องกันยุงและมี สมุนไพรต่าง ๆ ภายในท้องถ่ินซึ่งไม่มีการใช้สารเคมีกลุ่ม กลิ่นหอมโดยใช้วัตถุดิบท่ีสามารถหาได้ในท้องถ่ิน รวมถึง กาวซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบของตัวประสานในการขึนรูป สมุนไพรจากธรรมชาติ ซ่งึ ปัจจบุ ันผลิตภณั ฑ์ธปู หอมที่ผลิต เลย แต่สิ่งที่ทาให้สามารถธูปปั้นขึนเป็นรูปได้เน่ืองจากนา จากสมุนไพรเป็นหนึ่งในเครื่องหอมที่ถูกนามาใช้ใน ยางของเปลือกเมือกแห้งซึ่งมีคุณสมบัติเป็นกาวธรรมชาติ กิจกรรมต่าง ๆ และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมากขึนใน ทาให้ผู้ใช้ธูปหอมสมุนไพรปลอดภัยจากสารเคมีใช้แล้วไม่ ปัจจุบันทาให้ความต้องการธูปหอมสมุนไพรมีมากขึนตาม เป็นอันตราย และยังสามารถใชไ้ ด้กบั คนหลายกลมุ่ อายุทัง ไปด้วย ซ่ึงนอกจากประโยชน์เดิมที่ใช้เพื่อการไล่ยุงแล้ว เดก็ ผู้สงู อายุ และผู้ป่วยด้วย ซึ่งในปัจจุบันยงั ไมม่ ผี สู้ บื ทอด และให้กลิ่นหอมสาหรับบาบัดเพ่ือผ่อนคลายแล้วยังมีการ ภูมิปัญญาการผลิตธปู หอมสมนุ ไพรไลย่ ุงสูตรดังกลา่ ว นาไปใช้เพื่อเป็นของฝากอีกด้วย จึงส่งผลให้ราคาธูปหอม ปรับตัวสูงขึน ซ่ึงส่งผลดีต่อผู้ผลิตธูปหอมสมุนไพร การ จากการวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทน ปัญหา ผลิตธูปหอมสมุนไพร จัดทาโดยกลุ่มธูปหอมสมุนไพรไลย่ ุง และอุปสรรคของการผลิตธูปหอมสมุนไพรของกลุ่ม ตาบลนาแกน่ อาเภอภูเพียง จังหวัดน่าน มีผู้คิดค้นสตู รธูป 72RVoMl.U1 TNLo.J1oJuaRVrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
ธู ป ห อ ม ส มุ น ไ พ ร ไ ล่ พ บ ว่ า ต้ น ทุ น ก า ร ผ ลิ ต ท่ี ผู้ วิ จั ย SMEs ได้ง่ายขึน 3. เพื่อให้กลุ่มผู้ผลิตมีการแลกเปล่ียน ทาการศึกษานันสูงกว่าราคาขายท่ีกาหนดเนื่องจากกลุ่ม องค์ความรู้บูรณาการกับสถานศึกษา สามารถนาองค์ ผู้ผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงไม่มีความรู้เกี่ยวกับการ ความรู้บูรณาการกับนักเรียนในการเรียนการสอนสู่การ คานวณต้นทุนของผลิตภัณฑ์ การกาหนดราคาขายสินค้า พัฒนาท้องถ่ินที่จะได้รับประสบการณ์ตรงจากสภาพ ทังปลกี และสง่ ต่ากว่าท่ีควรจะเป็น อนั เปน็ ผลมาจากการที่ ปัญหาท่ีแท้จริง รวมไปถึงภาคทฤษฎีสู่การปฏิบัติเพ่ือ กลุ่มผู้ผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงกาหนดราคาขายไม่ แกป้ ัญหาและตอบสนองความต้องการต่อท้องถิน่ ทังนีเพ่อื ถูกต้อง โดยกาหนดราคาขายต่าเกินไป ทาให้รายได้จาก เป็น กา รใช้ข้อมูล ส า หรับ กา รพั ฒ น า หา แน ว ท า ง ใน กา ร การจาหน่ายธูปหอมสมุนไพรต่ากว่าความเป็นจริง ดังนัน พัฒนาการผลิต และเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร กลุ่มผู้ผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงควรมีการกาหนดราคา จัดการ ทังนีอาจนาไปสู่การวางแผนเพื่อลดต้นทุนในการ ขายสินค้าใหม่ให้ถูกต้องและเหมาะสมเพ่ือให้รายได้จาก ผลิตและเพิ่มรายได้เพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไปใน การจาหน่ายธูปหอมสมุนไพรมีความถกู ต้องและสอดคล้อง อนาคต กับต้นทุนการผลิตธูปหอมสมุนไพร (อัจฉราภรณ์ พูลย่ิง วิธีการด้าเนินงาน และคณะ, 2561) นอกจากนันยังการเข้ามาของคู่แข่งขัน 1. ศึกษาขอ้ มูลภายใตท้ ฤษฎตี ่าง ๆ ดังนี ที่ผลิตธูปหอมจากสมุนไพรรายอ่ืน ๆ อีกด้วย อันกระทบ 1.1 กระบวนการผลิตธูปหอมไลย่ ุง ต่อส่วนแบ่งทางการตลาดของกลุ่มธูปหอมสมุนไพรไล่ยุง ตาบลนาแก่น อาเภอภูเพียง จังหวัดน่าน อีกด้วย การผลิตธูปหอมไล่ยุงของกลุ่มธูปหอมสมุนไพร ทางกลุ่ม ฯ จึงได้มีโครงการการถ่ายทอดเทคโนโลยีการ ไล่ยุง ตาบลนาแก่น อาเภอภูเพียง จังหวัดน่าน มี 2 สูตร เตรียมส่วนผสมของยาจุดกันยุง สมุนไพรแบบขดสูตรใหม่ คือ การผลิตธูปหอมไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) และ โดยศึกษาองค์ประกอบสารสกัดและการประยุกตใ์ ช้นามนั การผลิตธูปหอมไล่ยุงสูตรใหม่ (แบบขด) ซึ่งในแต่ละสตู รก็ หอมระเหยจากมะไฟจีน ซ่ึงแสดงให้เห็นว่า ในเมล็ดมะไฟ มีกระบวนการผลติ และสว่ นผสมท่ีแตกตา่ งกันออกไป ดังนี จีนนัน มีปริมาณของนามันหอมระเหย ที่อาจจะนามาใช้ การผลิตธูปหอมไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) มีกระบวนการ เปน็ ส่วนประกอบในการผลติ ธปู หอมสมุนไพรได้ ขันตอนการผลิต ดังนี จากความสาคัญที่กล่าวมาข้างต้น การศึกษาการ 1. นาสมนุ ไพรท่มี ีคุณสมบัติไลย่ งุ ที่มีอยใู่ นท้องถน่ิ พัฒนาผลิตภัณฑ์การผลิตธูปหอมสมุนไพร เพื่อเพ่ิมมูลค่า ได้แก่ ใบตระไคร้หอมปั่นตากแห้ง เปลือกต้นเมือกแห้ง ให้กับการผลิตธูปหอมสมุนไพรเพื่อการตอบสนองการ ใบยูคาลิปตัสห่ันตากแห้ง เปลือกมะขามแห้ง ผิวมะกรูด แก้ไขประเด็นปัญหา ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผู้ศึกษาจึง แห้ง จัดเตรียมไว้ จากนันนาสมุนไพรแต่ละชนิดมา สนใจท่ีจะศึกษาการเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตธูปหอม บดละเอียด จากนันนามาร่อนด้วยตะแกรงเพือ่ ให้สมุนไพร สมุนไพรระหว่างสูตรเดิม(แบบธูป)กับสูตรใหม่(แบบขด) มีความน่มุ ละเอียดมากยิ่งขนึ ภายใต้วัตถุประสงค์ 3 ประการคือ 1. เพื่อได้ข้อมูลให้ ผู้ผลิตมีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์ต้นทุน และ 2. เหลาก้านไผ่ให้มีความยาวประมาณ 22 ผลตอบแทน กาหนดราคาขายที่เหมาะสม เพ่ือนามาให้มี เซนติเมตร สูงประมาณ 8 เซนติเมตร เพ่ือใช้ทาเป็น ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซ่ึงลดขันตอนในการผลิต กา้ นธปู หอมไล่ยุง และความสูญเสียทีจ่ ะเกิดขึน 2. เพ่ือให้หน่วยงานราชการ มีข้อมูลพืนฐานให้แก่ภาครัฐและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องใช้ 3. นาเปลือกเมือกท่ียังไม่ได้บดมาแช่ในนาเปล่า เป็นแนวทางในการกาหนดนโยบายเพื่อสนับสนนุ ส่งเสริม ประมาณ 15 นาที ซ่ึงจะได้นาเมือกท่ีมีลกั ษณะเป็นยางใช้ ให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มชุมชนในการแก้ไขปัญหาในด้าน แทนกาวเพื่อให้สมนุ ไพรเชื่อตดิ เกาะกบั ไม้ไผ่ ทรัพยากรสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและด้านการบริหาร จัดการ เพื่อเป็นการเช่ือมโยงกลุ่มผู้ผลิตสินค้า OTOP สู่ 4. นาก้านไม้ไผ่มาชุบในนายางเมือกให้ชุ่มแล้ว นาไปกลิงบนสมุนไพรบดละเอียดท่ีเตรียมไว้ จากนันใช้ มือคลึงเพื่อให้สมุนไพรติดกับก้านไม้ไผ่ ทาแบบนปี ระมาณ 4 รอบ เพอ่ื ให้สมนุ ไพรตดิ กบั กา้ นไม้ไผ่หนาพอสมควร วารสารวิชาการรบั ใช้สงั คม มทร.ล้านนา 73 ปที ี่ 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฏาคม - ธันวาคม 2561
5. นาก้านไม้ไผ่ท่ีคลุกกับสมุนไพรแล้วมาชุบนา 1. วัตถุดิบ (Materials) คือ วัตถุดิบท่ีนามาใช้เป็น ยางเมือกอีกครัง จากนันนาไปคลุกกับเปลือกมะขามแห้ง ส่วนประกอบท่ีสาคัญในการทาให้ผลิตภัณฑ์นันสาเร็จรูป บดอีกประมาณ 2 รอบ เน่ืองจากเปลือกมะขามแห้งมี ตน้ ทนุ วัตถุดิบแบ่งได้ 2 ประเภทคอื คุณสมบัติทาใหธ้ ปู ติดไฟงา่ ยขึน - ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงหรือวัตถุดิบโดยตรง 6. นามาผ่ึงลมไว้ในที่ร่มประมาณ 2 วัน โดยท่ียัง (Direct Material) หมายถึง วัตถุดิบท่ีนาไปใช้ในการผลิต ไม่ต้องนาไปตากแดด เน่ืองจากจะทาให้ธูปแตกได้ สินค้าหรือบริการโดยตรง สามารถคานวณได้ง่ายกว่า หลังจากผ่านไปแล้วประมาณ 2 วัน ให้นาธูปสมุนไพรไป ต้นทุนวัตถุดิบท่ีรวมอยู่ในการผลิตสินค้าหนึ่งหน่วยเป็น ตากแดดอีกประมาณ 3 วนั จนแห้งสนิท เทา่ ใด 7. นาธูปสมุนไพรดังกล่าวบรรจุลงซองพลาสติก - วัตถุดิบทางอ้อมหรือวัตถุดิบโดยอ้อม (Indirect และกลอ่ งบรรจุภณั ฑ์เพื่อวางขาย Material) หมายถึง วัตถุดิบที่นาไปใช้ในการผลติ สนิ คา้ นนั การผลิตธูปหอมไล่ยุงสูตรใหม่ (แบบขด) มีกระบวนการ แต่ใช้เป็นจานวนน้อย เป็นการยากท่ีจะทราบได้ว่าจะต้อง ขนั ตอนการผลิต ดังนี ใช้วัตถุดิบเหล่านีในการผลติ สนิ ค้าหน่วยหน่ึงเท่ากับเทา่ ใด กิจการบางแห่งอาจใช้คาว่าวัสดุโรงงาน ( Factory 1. นาเมล็ดมะไฟจีนมาทุบแล้วนาไปตากแห้ง supplies) หรือวัสดุสินเปลือง ( Supplies) แยกเป็น จากนันจึงนามาบดละเอียดแล้วร่อนด้วยตะแกรงอีกครัง รายการอกี รายการหน่งึ ต่างหากจากวัตถุดิบทางอ้อม หนง่ึ เพอื่ นาไปผสมกบั สมนุ ไพรสตู รเดิม 2. ค่าแรง (Labour) คือ จานวนเงินที่กิจการจ่าย 2. นานาเมือกที่เตรียมไว้มาผสมกับสมุนไพรที่ เป็นค่าตอบแทนแรงงานในการผลติ สินค้าหรือบริการ การ เตรียมไว้ให้พอหมาด ๆ จากนันคนให้เข้ากันจนกระทั่ง จ่ายค่าแรงอาจอยู่ในรูปต่าง ๆ เช่น รูปของเงินทยอย สมนุ ไพรมีความเหนยี วหนืดสามารถปัน้ เปน็ กอ้ นได้ ค่าแรงรายชั่วโมง ค่าแรงรายชิน (ตามหน่วยสินค้าท่ีผลิต) หรือในรูปผลตอบแทนอื่น ๆ เช่น ค่าล่วงเวลา โบนัส 3. นาสมุนไพรใส่กระบอกอัดของเครื่องรีด เพื่อ และเงินรางวัลจูงใจอ่ืน ๆ โดยปกติค่าแรงจะแยกเป็น 2 รีดสมุนไพรให้ออกมาเป็นเส้นยาว ๆ จากนันนาไม้ ประเภทคือ ทรงกระบอกกลมมารีดให้สมุนไพรอีกครังหน่ึงให้สมุนไพร มลี กั ษณะเปน็ แผ่นแบนและมคี วามบางพอสมควร - ค่าแรงทางตรง (Direct Labour) หมายถึง คา่ แรง ที่ต้องเกิดขึนเพื่อเปลี่ยนสภาพวัตถุดิบให้เป็นสินค้า 4. นาสมุนไพรท่ีมีลักษณะเป็นแผ่นมาเข้า สาเร็จรูป หรือเป็นค่าแรงท่ีเกี่ยวกับการผลิตสินค้านัน ๆ เครื่องพิมพ์ จากนันนาเข้าเตาอบอุณหภูมิประมาณ โดยตรง และสามารถคานวณตน้ ทุนค่าแรงทใ่ี ชใ้ นการผลติ 80 องศาเซลเซียส ประมาณ 7 - 8 ชั่วโมง สินค้าแต่ละหนว่ ยไดโ้ ดยง่าย 5. ทิงสมุนไพรให้เย็นและบรรจุลงบรรจุภัณฑ์ - ค่าแรงทางอ้อม (Indirect Labour) หมายถึง ตอ่ ไป ค่าแรงท่ีไม่ได้ใช้หรือไม่ได้เก่ียวข้องกับการผลิตโดยตรง 1.2 การวิเคราะหต์ ้นทุนการผลิต ทังนีเน่ืองจากบุคคลเหล่านีไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้าโดยตรง ทังยังเป็นการยากท่ีจะเกิดการติดตามรายการดังกล่าวเขา้ ผู้วิจัยประยุกต์มาจากทฤษฎีการคานวณต้นทุน ในหน่วยที่ผลิต ทาให้ไม่สามารถคานวณต้นทุนค่าแรงใน ดวงมณี โกมารทัต (2553) การจาแนกต้นทุนตาม การผลิตสินค้าได้ นยิ มจดั รายการนีไว้ในค่าใช้จ่ายการผลิต ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ในธุรกิจที่ผลิตสินค้า จาเป็นต้องคานวณต้นทุนผลิตภัณฑ์ (Product cost) 3. ค่าใช้จ่ายในการผลิต หรือโสหุ้ยการผลิต หรือ ไม่ว่าธุรกิจจะผลิตสินค้าในรูปลักษณะใด มีขนาดเล็กหรือ ค่าใช้จ่ายโรงงาน (Factory Overhead หรือ Manufacturing ใหญ่ ส่วนประกอบของต้นทุนผลิตภัณฑ์เหมือนกัน คือ ประกอบด้วยต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายใน การผลติ โดยมรี ายละเอียดดงั ต่อไปนี 74RVoMl.U1 TNLo.J1oJuaVRrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
Overhead หรือ Indirect Manufacturing Cost) คือ ต้นทุน ก า ร วิ จั ย ค รั ง นี เ ป็ น ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ต้ น ทุ น แ ล ะ ทังหมด ท่ีเกิดขึนในการผลิตสินค้าหรือบริการ ซ่ึง ผลตอบแทนการผลิตธูปหอมสมุนไพรของกลุ่มธูปหอม นอกเหนอื จากรายการวตั ถุดิบทางตรง และค่าแรงทางตรง สมุนไพรไล่ยุง ตาบลนาแก่น อาเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 1.3 ทฤษฎเี ก่ยี วกับผลตอบแทน จากจานวนประชากรทงั สนิ 25 ราย 2.2 เคร่อื งมอื ทีใ่ ช้ในการรวบรวมขอ้ มูล การศึกษาผลตอบแทนจากการดาเนินงาน เพื่อ หาผลตอบแทนท่ีได้รับจากการผลิตและจาหน่ายสินค้า 1. การสัมภาษณ์ (Interview) เป็นการสัมภาษณ์ แต่ละประเภท สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวใน เชิงลึกแบบก่ึงโครงสร้าง (In-dept interview se-mi การวัดประสิทธิภาพในการดาเนินงานว่ามีการแสวงหา structure) รายได้ และควบคุมต้นทุนได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ โดยการใชก้ ารวเิ คราะห์อัตราส่วนดังนี (ธารี หริ ญั รัศมีและ 2. การสังเกตการณ์ (Observation) เป็นการ คณะ, 2548) สังเกตการณ์แบบมสี ่วนร่วม (Participative Observation) 2.3 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 1. อัตรากาไรขันต้น เป็นการวัดความสามารถใน การทากาไรขันต้น โดยพิจารณาส่วนต่างของยอดขายกับ 1. ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) เก็บรวบรวม ต้นทุนการผลิตสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการทา ข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์โดยใช้แบบสอบถามกับสมาชิก กาไรขันต้นของกิจการ และวัดประสิทธิภาพในการควบคุม กลุ่มธูปหอมสมุนไพรไล่ยุง หมู่บ้านนาเหลืองม่วงขวา ต้นทุนการผลิต กล่าวคือ อัตรากาไรขันต้นมีค่าสูงแสดงว่า ตาบลนาแก่น อาเภอภเู พียง จังหวัดน่าน จานวนประชากร กิจการมีความสามารถในการแสวงหารายได้และมีการ ทงั สิน 25 ราย ควบคมุ การผลิตได้ดีสง่ ผลใหม้ ีกาไรขันตน้ ต่อหนว่ ยสูง 2. ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) การศึกษา อัตรากาไรขนั ต้น = (กาไรขันต้น / ยอดขาย) * 100 แนวคิด ทฤษฎี งานวิจัย และการศึกษาค้นคว้าท่ีเก่ียวขอ้ ง 2. อัตรากาไรจากการดาเนินงาน เป็นการวัด เพื่อนามากาหนดกรอบแนวคิดทฤษฎีโดยศึกษาจาก แหล่งข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ หนังสือ ตาราวิชาการ งานวิจัย ความสามารถในการทากาไรอีกแบบหน่ึง โดยพิจารณา เอกสารทเี่ กี่ยวขอ้ ง และแหลง่ ขอ้ มลู ออนไลน์ กาไรหลังหักต้นทุนการผลิตและต้นทุนที่ไม่เก่ียวข้องกับ 2.4 การวเิ คราะหข์ อ้ มูล แบง่ ออกเปน็ 3 สว่ น ไดแ้ ก่ การผลิตเปรียบเทียบกับยอดขายของกิจการ สะท้อนให้ เห็นถึงแนวโน้มของรายได้และการควบคุมค่าใช้จ่ายทัง ส่วนที่ 1 ข้อมูลเก่ียวกับการเปรียบเทียบต้นทุน ทางด้านการผลิต การตลาด และการดาเนินงาน ถ้าอัตรา ของการผลิตธูปหอมสมุนไพร เป็นการนาข้อมูลจากการ ก า ไ ร จ า ก ก า ร ด า เ นิ น ง า น มี ค่ า สู ง แ ส ด ง ว่ า กิ จ ก า ร มี สัมภาษณ์ มาคานวณโดยใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรปู Microsoft ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโดยรวมที่มี Excel ช่วยในการคานวณตน้ ทนุ ซ่ึงต้นทุนของการผลิตธูป ประสิทธิภาพหรืออาจพิจารณาร่วมกับอัตรากาไรขันต้น หอมสมุนไพร ประกอบดว้ ย 3 ประเภท คอื ต้นทุนวตั ถดุ ิบ กล่าวคอื ถ้ากาไรจากการดาเนินงานมีค่าตา่ ในขณะทอี่ ัตรา ทางตรง ต้นทุนคา่ แรงงานทางตรง และต้นทุนค่าใช้จ่ายใน กาไรขันต้นมีมูลค่าสูง แสดงว่ากิจการมีปัญหาในส่วนของ การผลติ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารหรือในส่วน ของวัตถดุ บิ และคา่ ตอบแทนแรงงานทางออ้ ม ส่วนท่ี 2 ข้อมูลเก่ียวกับการเปรียบเทียบ อตั รากาไรจากการดาเนนิ งาน = (กาไรจากการดาเนนิ งาน ผลตอบแทนของการผลิตธูปหอมสมุนไพร เป็นการนา / ยอดขาย) * 100 ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ มาคานวณโดยใช้โปรแกรม 2. ด้าเนินการวิจัย สาเรจ็ รปู Microsoft Excel ชว่ ยในการคานวณรายได้จาก 2.1 ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง การขาย และผลตอบแทน ซึ่งการวิเคราะห์ผลตอบแทน ของการผลิตธปู หอมสมนุ ไพร ประกอบดว้ ยการคานวณหา อตั รากาไรขันต้น และอัตรากาไรจากการดาเนนิ งาน ส่วนที่ 3 ข้อมูลเก่ียวกับสภาพความพร้อมและ การส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐของกลุ่มของการผลิต วารสารวชิ าการรับใชส้ ังคม มทร.ล้านนา 75 ปที ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฏาคม - ธนั วาคม 2561
ธูปหอมสมุนไพร ได้แก่ สภาพความพร้อมในการ ต้นทุนวัตถุดิบทางตรง เป็นวัตถุดิบหลักท่ีใช้ใน ดาเนินงาน และการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐ โดยใช้ การผลิตธูปหอมสมุนไพร ได้แก่ ใบตระไคร้หอมแห้ง การวิเคราะห์เนือหา โดยการจาแนกถ้อยคาจากการ บดละเอียด เปลือกต้นเมือกแห้งบดละเอียด ใบยูคาลิปตสั สัมภาษณ์แล้วนามาตีความ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และ แห้งบดละเอียด เปลือกมะขามแห้งบดละเอียด ผิวมะกรูด สร้างข้อสรปุ แบบอุปนยั แห้งบดละเอยี ด และเมลด็ มะไฟจนี แหง้ บดละเอียดสาหรับ ผลการด้าเนินงาน ธูปหอมไลย่ งุ สตู รใหม่ (แบบขด) จากการการวิเคราะห์ต้นทุนเปรยี บเทยี บของการ จากตารางที่ 1 แสดงการเปรียบเทียบต้นทุน ผลิตธูปหอมสมุนไพร : กรณีศึกษากลุ่มธูปหอมสมุนไพร วตั ถุดบิ ทางตรงการผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยงุ สตู รเดิมและ ไลย่ ุง ตาบลนาแก่น อาเภอภเู พียง จังหวดั น่าน พบวา่ สูตรใหม่ พบว่า ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงของการผลิตธูป หอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) เท่ากับ 1,781.25 ส่วนที่ 1 เก่ียวกบั การเปรยี บเทยี บตน้ ทนุ ของการ บาท และต้นทุนวัตถุดิบทางตรงของการผลิตธูปหอม ผลิตธูปหอมสมุนไพร ซ่ึงคิดต้นทุนการผลิตจากข้อมูลท่ี สมุนไพรไลย่ ุงสตู รใหม่(แบบขด) เทา่ กบั 1,315 บาท เกิดขึนจริง พบว่า ต้นทุนในการผลิตประกอบไปด้วย วัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายในการ ต้นทุนค่าแรงานทางตรง เป็นค่าจ้างหรือ ผลิต โดยแสดงเปรียบเทียบกันระหว่างต้นทุนการผลิตธูป ค่าตอบแทนท่ีจา่ ยให้แก่ผู้ทาการผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุง หอมไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) และการผลิตธูปหอมไล่ยุง โดยตรง ได้แก่ ค่าแรงงานในการจัดเตรียมวัตถุดิบ สตู รใหม่ (แบบขด) มีดังนี ค่าแรงงานในการผลิตธูป ค่าแรงงานในการตากธูป คา่ แรงงานในการบรรจุ ตารางที่ 1 แสดงการเปรยี บเทยี บตน้ ทุนวัตถุดิบทางตรงการผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดมิ และสูตรใหม่ (บาท/เดือน) วตั ถุดิบทางตรง ต้นทนุ วัตถุดบิ ทางตรง ตน้ ทุนวัตถดุ ิบทางตรง ธูปหอมไลย่ ุงสตู รเดิม ธูปหอมไลย่ ุงสตู รใหม่ (แบบธูป) (แบบขด) ใบตระไครห้ อมแหง้ บดละเอยี ด 750.00 500.00 เปลอื กต้นเมอื กแหง้ บดละเอยี ด 156.25 100.00 ใบยคู าลิปตสั แหง้ บดละเอยี ด 250.00 150.00 เปลือกมะขามแห้งบดละเอยี ด 37.50 20.00 ผิวมะกรดู แห้งบดละเอยี ด 87.50 35.00 เมลด็ มะไฟจนี แหง้ บดละเอยี ด 10.00 ไมไ้ ผเ่ หลา - บรรจุภณั ฑ์ 125.00 - 375.00 500.00 รวม 1,708011.25 1,315.00 ทีม่ า : จากการสัมภาษณ์และการคานวณ 76RVoMl.U1 TNLo.J1oJuaRVrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
ตารางที่ 2 แสดงการเปรียบเทยี บต้นทนุ ค่าแรงงานทางตรงการผลติ ธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิมและสตู รใหม่ (บาท/เดือน) ต้นทุนคา่ แรงงงานทางตรง ตน้ ทนุ ค่าแรงงงานทางตรง คา่ แรงงงานทางตรง ธูปหอมไลย่ ุงสตู รเดมิ ธูปหอมไลย่ งุ สตู รใหม่ (แบบธปู ) (แบบขด) คา่ แรงงานในการจดั เตรยี มวัตถดุ บิ 100.00 100.00 ค่าแรงงานในการผลิตธูป 1,500.00 800.00 คา่ แรงงานในการตากธปู 160.00 - คา่ แรงงานในการบรรจุ 240.00 240.00 รวม 2,000.00 1,140.00 ที่มา : จากการสัมภาษณ์และการคานวณ ตารางที่ 3 แสดงการเปรียบเทียบต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิตการผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิมและสูตรใหม่ (บาท/เดอื น) ตน้ ทุนค่าใชจ้ ่ายในการผลติ ต้นทุนคา่ ใชจ้ ่ายในการผลติ คา่ ใช้จ่ายในการผลิต ธูปหอมไลย่ ุงสตู รเดิม ธปู หอมไล่ยงุ สตู รใหม่ (แบบธปู ) (แบบขด) ค่าวัสดุสนิ เปลือง 165.00 165.00 ค่าเส่ือมราคาเครอ่ื งมือเครื่องใช้ 300.00 3,000.00 ค่าสาธารณโู ภค 130.00 1,000.00 รวม 595.00 4,165.00 ท่มี า : จากการสมั ภาษณ์และการคานวณ ตารางท่ี 4 แสดงการเปรยี บเทยี บต้นทุนรวมการผลิตการผลติ ธูปหอมสมุนไพรไล่ยงุ สตู รเดมิ และสตู รใหม่ (บาท/เดอื น) ตน้ ทนุ การผลิต ตน้ ทุนการผลิต ธูปหอมไลย่ งุ สตู รเดิม ธปู หอมไลย่ งุ สตู รใหม่ (แบบธปู ) (แบบขด) วัตถุดบิ ทางตรง 1,781.25 1,315.00 ค่าแรงงานทางตรง 2,000.00 1,140.00 คา่ ใชจ้ า่ ยในการผลติ 595.00 4,165.00 ต้นทนุ การผลติ รวม 4,376.25 6,620.00 จานวนทผี่ ลิตไดต้ อ่ เดอื น 1,250 1,000 ต้นทุนการผลิตตอ่ หนว่ ย 3.50 6.62 ต้นทุนการผลิตตอ่ กล่อง (1กลอ่ งมีธูป 10 ดอก) (1กลอ่ งมธี ปู 2 ขด) 35.00 13.24 ทม่ี า : จากการสมั ภาษณ์และการคานวณ วารสารวิชาการรับใชส้ งั คม มทร.ลา้ นนา 77 ปที ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฏาคม - ธนั วาคม 2561
จากตารางท่ี 2 แสดงการเปรียบเทียบต้นทุน ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยของการผลิตของการผลิตธูปหอม ค่าแรงงานทางตรงการผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม สมนุ ไพรไลย่ งุ สูตรใหม่ (แบบขด) เท่ากบั 6.62 บาท และสูตรใหม่ พบวา่ ต้นทนุ คา่ แรงงานทางตรงของการผลติ ธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) เท่ากับ ต้ น ทุ น ก า ร ผ ลิ ต ต่ อ ก ล่ อ ง ข อ ง ก า ร ผ ลิ ต ธู ป ห อ ม 2,000 บาท และต้นทุนค่าแรงงานทางตรงของการ สมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) เท่ากับ 35 บาท และ ผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรใหม่ (แบบขด) เท่ากับ ตน้ ทนุ การผลิตต่อกล่องของการผลิตธูปหอมสมนุ ไพรไล่ยุง 1,140 บาท สตู รใหม่ (แบบขด) เทา่ กบั 13.24 บาท ค่าใช้จ่ายในการผลิต หมายถึง ต้นทุนทังหมดท่ีเกิดขึนใน การผลิตธูปหอมไล่ยุง ซ่ึงไม่ใช่ต้นทุนค่าวัตถุดิบทางตรง ส่วนที่ 2 เกี่ยวกับการเปรียบเทียบผลตอบแทน และต้นทุนค่าแรงงานทางตรง ได้แก่ ค่าวัสดุสินเปลือง ของการจาหน่ายธูปหอมสมุนไพรยุงสูตรเดิม (แบบธูป) ค่าเสือ่ มราคาเครื่องมอื เครอื่ งใช้ คา่ สาธารณโู ภค เป็นต้น และ การจาหนา่ ยธูปหอมสมนุ ไพรไล่ยงุ สูตรใหม่ (แบบขด) โ ด ย ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ผ ล ต อ บ แ ท น ข อ ง ก า ร ผ ลิ ต ธู ป ห อ ม จากตารางท่ี 3 แสดงการเปรียบเทียบต้นทุน สมุนไพร ประกอบด้วยการคานวณหาอัตรากาไรขันต้น ค่ า ใ ช้ จ่ า ย ใ น ก า ร ผ ลิ ต ก า ร ผ ลิ ต ธู ป ห อ ม ส มุ น ไ พ ร ไ ล่ ยุ ง และอัตรากาไรจากการดาเนนิ งาน สูตรเดิมและสูตรใหม่ พบว่า ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิต ของการผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) จากการศึกษาพบว่า ปริมาณจาหน่ายธูปหอม เท่ากับ 595 บาท และต้นทุนคา่ ใชจ้ ่ายในการผลติ ของการ สมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) ต่อเดือนเท่ากับ ผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรใหม่ (แบบขด) เท่ากับ 125 กล่อง และปริมาณจาหน่ายธูปหอมสมุนไพรไล่ยุง 4,165 บาท สูตรใหม่ (แบบขด) ต่อเดือนเท่ากับ 500 กล่อง โดยเฉลี่ย แล้วแบ่งเป็นการขายส่ง ร้อยละ 60 และขายปลีกร้อยละ จากตารางท่ี 4 แสดงการเปรียบเทียบต้นทุนรวม 40 ราคาขายส่งของธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม ก า ร ผ ลิ ต ก า ร ผ ลิ ต ธู ป ห อ ม ส มุ น ไ พ ร ไ ล่ ยุ ง สู ต ร เ ดิ ม แ ล ะ (แบบธูป) เท่ากับ 22 บาท และราคาขายปลีกของธูปหอม สูตรใหม่ พบว่า ต้นทุนการผลิตของการผลิตธูปหอม สมนุ ไพรไล่ยุงสูตรเดมิ (แบบธปู ) เทา่ กับ 25 บาท ส่วนราคา สมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) เท่ากับ 4,376.25 บาท ขายส่งของธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรใหม่ (แบบขด) และต้นทุนการผลิตของการผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุง เทา่ กับ 25 บาท และราคาขายปลกี ของธปู หอมสมนุ ไพรไล่ สูตรใหม่ (แบบขด) เทา่ กบั 6,620 บาท ยุงสูตรใหม่ (แบบขด) เท่ากับ 30 บาท โดยแสดงรายได้ และค่าใช้จ่ายจากการจาหน่ายธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงทัง ต้ น ทุ น ก า ร ผ ลิ ต ต่ อ ห น่ ว ย ข อ ง ก า ร ผ ลิ ต ธู ป ห อ ม 2 ชนิด ดงั นี สมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) เท่ากับ 3.50 บาท และ ตารางที่ 5 แสดงการเปรียบเทียบอัตรากาไรขันต้นและอัตรากาไรจากการดาเนินงานของการจาหน่ายธูปหอมสมุนไพร ไล่ยุงสูตรเดมิ และสูตรใหม่ ธปู หอมไลย่ งุ สตู รเดมิ (แบบธูป) ธูปหอมไลย่ ุงสตู รใหม่(แบบขด) รายได้จากการขาย (บาท/เดือน) 2,400.00 13,500.00 ต้นทนุ ขาย (บาท/เดอื น) 4,376.25 6,620.00 ก้าไรขันตน้ (บาท/เดอื น) -1,976.25 6,680.00 ค่าใชจ้ ่ายในการขายและบริหาร (บาท/เดอื น) 250.00 250.00 ก้าไรสุทธิ (บาท/เดือน) 2,226.25 6,630.00 อตั ราก้าไรขนั ต้น - 82.34 50.96 อตั รากา้ ไรจากการดา้ เนนิ งาน -92.76 49.11 ทมี่ า : จากการสัมภาษณ์และการคานวณ 78RVoMl.U1 TNLo.J1oJuaRVrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
จากตารางท่ี 5 แสดงการเปรียบเทียบอัตรากาไร กาลังการผลิตท่ีเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ทาง ขันต้นและอัตรากาไรจากการดาเนินงานของการจาหน่าย กลุ่มเองมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การคิด ธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิมและสูตรใหม่ พบว่า ต้นทุน การตังราคาตามความเข้าใจและข้อตกลงของ การจาหน่ายธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) กลุ่ม นอกจากนียังมีการปรับปรุงคุณภาพสินค้า ความ มีอัตรากาไรขันต้น เท่ากับ ร้อยละ -82.34 และมีอัตรา คงทนของสินค้า รวมถึงมีความพยายามมิให้สินค้าถูก กาไรจากการดาเนินงาน เท่ากับ ร้อยละ -92.76 ส่วนการ ลอกเลยี นแบบอย่างสม่าเสมอ และยังมกี ารประชาสมั พันธ์ จาหน่ายธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรใหม่ (แบบขด) มีอัตรา ตลอดจนถึงการติดต่อกับลูกค้าอีกด้วย แต่ยังต้องการ กาไรขันต้น เท่ากับ ร้อยละ 50.96 และมีอัตรากาไรจาก การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานที่ การดาเนินงาน เท่ากบั ร้อยละ 49.11 เกี่ยวข้องในด้านการให้คาปรึกษา การจัดอบรม การจัด นิทรรศการ แนะนาการออกแบบผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ทม่ี ี ส่วนที่ 3 เก่ียวกับสภาพความพร้อม และการ ความแปลกใหม่ มคี วามแตกต่างและตรงกับความต้องการ ส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐของกลุ่มผู้ผลิตสมุนไพร ของผู้บริโภคมากขึน นอกจากนียังต้องการให้หน่วยงาน ได้แก่ สภาพความพร้อมในการดาเนินงาน และการ ภาครัฐ หรือหน่วยงานที่เก่ียวข้องช่วยในด้านการจัดหา สง่ เสริมจากหนว่ ยงานภาครัฐ วัตถุดิบท่ีมีคุณภาพและต้นทุนต่ากว่าเดิม การจัดหาตลาด ที่กว้างขวางมากขึน รวมถึงการจัดหาแหล่งเงินทุนสาหรับ ลงทุน การรับรองคุณภาพของสินค้าท่ีผลิต การสร้าง ภาคีเครือข่ายของกลุม่ การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม อีกทัง ยังต้องการศึกษาวิธีการและหลักการทางวิชาการในเร่ือง ของการคิดตน้ ทุนของสนิ คา้ รวมถึงการกาหนดราคาขายที่ เหมาะสม เพือ่ ก่อใหเ้ กิดรายไดท้ เ่ี ปน็ กาไรจากการผลิตและ จาหน่ายอีกด้วยและยังคงต้องการให้มีการสนับสนุนให้มี บรหิ ารจดั การกลุม่ อย่างครบวงจร ภาพที่ 1 ทีมวิจยั และนักศกึ ษา ลงพืนที่ใหอ้ งคค์ วามรูแ้ ละ การนา้ ไปใช้ คาแนะนากลุ่มผผู้ ลติ ธปู หอมสมนุ ไพร ผู้ วิ จั ย ไ ด้ น า ผ ล จ า ก ก า ร ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ต้ น ทุ น จากการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ผลิตธูปหอมสมุนไพรใน เ ป รี ย บ เ ที ย บ ก า ร ผ ลิ ต ธู ป ห อ ม ส มุ น ไ พ ร ไ ล่ ยุ ง สู ต ร เ ดิ ม ด้านความพร้อมในการดาเนินงาน พบว่าทางกลุ่มมีความ (แบบธูป) และการผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรใหม่ เหมาะสมในด้านสถานที่ตัง ความพร้อมทางด้าน (แบบขด) ซึ่งเป็นกระบวนการคิดต้นทุนที่ถูกต้องตามหลกั สาธารณูปโภค ด้านความร่วมมือของสมาชิกในกลุ่ม ด้าน วิชาการที่ผู้วิจัยได้นาเสนอและแนะนาแก่กลุ่มผู้ผลิตจน ความสามารถและความชานาญของสมาชิกในกลุ่ม อีกทัง สามารถทาให้ทราบว่าการคิดต้นทุนในการผลิตธูปหอม ยังสามารถติดต่อกับขายวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี มีการใช้ สมุนไพรที่แต่เดิมทางกลุ่มผู้ผลิตได้คิดกันเองนันไม่ เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการผลิต นอกจากนียังสามารถมี ครบถ้วน อันเนื่องมาจากความไม่เข้าใจในเร่ืองของ องค์ประกอบของต้นทุน ซึ่งหลังจากท่ีกลุ่มผู้ผลิตได้เรียนรู้ และทาความเข้าใจแล้วส่งผลทาให้ทราบว่าในการคิด ต้นทุนการผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) ที่ ทางกลุ่มผู้ผลิตได้คิดกันเองนันมีต้นทุนท่ีต่ากว่าความเป็น จริง อันส่งผลทาให้มีการกาหนดราขายท่ีต่าจนเกินไป และเม่ือพิจารณาร่วมกับอัตราผลตอบแทนร่วมด้วยแล้ว วารสารวิชาการรับใชส้ ังคม มทร.ล้านนา 79 ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฏาคม - ธันวาคม 2561
จึ ง ส่ ง ผ ล ท า ให้ เกิด ผ ล ขา ด ทุ น จ า กกา รจ าหน่ า ย ธู ปหอม การจาหน่าย ทังนีเป็นเพราะกลุ่มผู้ผลิตธูปหอมสุมนไพร สมนุ ไพรไล่ยุงสตู รเดิม (แบบธูป) ได้พยายามคิดค้นรูปแบบของผลิตภัณฑ์ธูปหอมสมุนไพร ไล่ยุงสูตรใหม่ (แบบขด) ที่เปลี่ยนแปลงออกไป สะดวกใน เมื่อทางกลุ่มผู้ผลิตได้มีความรู้ความเข้าใจในเรอื่ ง การใช้งานมากขึนและส่งผลทาให้มูลค่าของตัวผลิตภัณฑ์ ขององค์ประกอบของต้นทุนและการคานวณต้นทุนท่ี นนั เพิ่มขึนอีกด้วย ถูกต้องแล้ว จึงสามารถทาการคานวณต้นทุนการผลิตธูป หอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) และ การผลิตธูป เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบถึงองค์ประกอบของ หอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรใหม่(แบบขด) ได้อย่างถูกต้องและ ต้นทุนการผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) สามารถกาหนดราคาขายธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรใหม่ และสูตรใหม่ (แบบขด) แล้วจะเห็นได้ว่าต้นทุนวัตถุดิบ (แบบขด) ได้อย่างเหมาะสม จึงทาให้เกิดกาไรจากการ ท า ง ต รง ของ กา รผ ลิ ต ธู ป ห อม ส มุ น ไ พ รสู ต รใ หม่ ต่ า ก ว่ า จาหน่าย พร้อมทังมีแนวทางท่ีจะทาการกาหนดราคาขาย ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงของการผลิตธูปหอมสมุนไพร ธูปหอมสมนุ ไพรไล่ยงุ สูตรเดมิ (แบบธปู ) ใหม่ สูตรเก่า ทังนีเพราะการผลิตธูปหอมสมุนไพรสูตรใหม่ได้มี อภิปรายผล การใช้เมล็ดมะไฟจีนซึ่งเป็นวัตถุดิบที่สามารถหาซือได้งา่ ย และมีราคาต่ากว่าวัตถุดิบเดิมท่ีเคยใช้ ประกอบกับมี จากการวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนของการ คุณสมบัติในการไล่ยุงเช่นเดียวกันมาเป็นส่วนผสมเพ่ือลด ผลติ ธูปหอมสมุนไพรของกล่มุ ธูปหอมสมนุ ไพรไล่ยุง ตาบล ต้นทุนวัตถุดิบทางตรง ในส่วนของต้นทุนค่าแรงงาน นาแก่น อาเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พบว่า ต้นทุนการผลิต ทางตรงจะเห็นได้ว่า การผลิตธูปหอมสมุนไพรสูตรใหม่ก็ ของการผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) ยังคงมีต้นทุนของค่าแรงงานทางตรงที่ต่ากว่าต้นทุน เท่ากับ 4,376.25 บาท มีต้นทุนการผลิตต่อหน่วย เท่ากับ วัตถุดิบทางตรงของการผลิตธูปหอมสมุนไพรสูตรเก่า 3.50 บาท และต้นทุนการผลิตต่อกล่อง เท่ากับ 35 บาท ทังนีเน่ืองการผลิตธูปหอมสมุนไพรสูตรใหม่นันมีวิธีการ มีราคาขายส่งและขายปลีกเท่ากับ 22 บาท และ 25 บาท ผลิตที่สะดวกและรวดเร็วกว่า กล่าวคือสามารถขึนรูป ตามลาดับ จะเห็นได้ว่าต้นทุนการผลิตที่ผู้วิจัยได้จากการ ธูปหอมโดยใช้แบบพิมพ์ไม่ต้องปั้นหรือคลึงด้วยมือแบบ วิเคราะห์ต้นทุนนันสูงกว่าราคาขายท่ีกาหนด ทังนี สูตรเดิม นอกจากนันการผลิตธูปหอมสมุนไพรสูตรใหม่ใช้ เน่ืองจากกลุ่มผู้ผลิตธูปหอมสุมนไพรเองนันอาจยังไม่มี กรรมวธิ ใี นการอบใหธ้ ปู หอมนนั แหง้ แทนการตากแดดแบบ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับการคานวณต้นทุน จงึ ทาให้ไมส่ ามารถ ก า ร ผ ลิ ต ธู ป ห อ ม ส มุ น ไ พ ร สู ต ร เ ดิ ม ซ่ึ ง ส า ม า ร ถ คานวณต้นทุนได้ครบถ้วน ส่งผลให้มีการกาหนดราคาขาย ป ร ะ หยั ด เวลาม าก ก ว่าจึ งส่งผล ทาใ ห้ ต้นทุนค่ าแรงงาน ท่ีต่ากว่าต้นทุนท่ีควรจะเป็น จึงส่งผลทาให้มีอัตรากาไร ทางตรงนนั ต่ากว่าไปด้วย ในส่วนของค่าใชจ้ ่ายในการผลิต ขันต้นและอัตรากาไรจากการดาเนินงานติดลบ (ขาดทุน) จะเห็นได้ว่าต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิตของการผลิต เท่ากับร้อยละ -82.34 และ เท่ากับร้อยละ -92.76 ธูปหอมสมุนไพรไลย่ ุงสูตรใหม่นัน สูงกว่าการผลิตของการ ตามลาดบั ผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม ทังนีเพราะการผลิต ธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรใหม่นันต้องใช้เครื่องอบในการ ส่วนต้นทุนการผลิตของการผลิตธูปหอมสมุนไพร ทาให้ธูปหอมแห้ง จึงทาส่งผลทาให้มีการใช้ไฟฟ้ามากกวา่ ไล่ยงุ สตู รใหม่ (แบบขด) เทา่ กับ 6,620 บาท มีตน้ ทนุ การ การผลิตธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรเดิม อีกทังยังมีค่าเสื่อม ผลิตต่อหน่วย เท่ากับ 6.62 บาท และต้นทุนการผลิต ราคาของอุปกรณท์ ่ีนามาทาธูปหอมทส่ี งู กว่าดว้ ย ต่อกล่อง เท่ากับ 13.24 บาท มีราคาขายส่งและขายปลีก เท่ากับ 25 บาท และ 23 บาท ตามลาดับ มีอัตรากาไร จากการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ผลิตธูปหอมสมุนไพรใน ขันต้น เท่ากับร้อยละ 50.96 และมีอัตรากาไรจากการ ด้านความพร้อมในการดาเนินงาน เห็นได้ว่าทางกลุ่มมี ดาเนินงาน เท่ากับร้อยละ 49.11 เม่ือพิจารณาจากอัตรา ความพร้อมในการดาเนินงานในหลาย ๆ ด้าน แต่สาหรับ กาไรทังสองแล้วจะเห็นได้ว่าในส่วนของการจาหน่าย การคิดต้นทุนและการกาหนดราคาขายนันทางกลุ่มได้ทา ธูปหอมสมุนไพรไล่ยุงสูตรใหม่ (แบบขด) ยังคงมีกาไรจาก การคิดต้นทุนและกาหนดราคาขายตามข้อตกลงของกลุ่ม 80VRoMl.U1 TNLo.J1oJuaVRrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
แม้ว่าทางกลุ่มได้มีการคิดต้นทุนอย่างสม่าเสมอเพื่อ กติ ตกิ รรมประกาศ กาหนดราคาขายให้มีความเหมาะสมนัน แต่ก็ยังคงคิด โ ค ร ง ก า ร วิ จั ย นี ไ ด้ รั บ ทุ น อุ ด ห นุ น วิ จั ย จ า ก ต้นทุนการผลิตไม่ครบถ้วนและไม่เป็นไปตามหลักการทาง วิชาการตามท่ี (ดวงมณี โกมารทัต, 2553) กล่าวไว้ว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาภายใต้โครงการ องค์ประกอบของต้นทุนจะต้องประกอบไปด้วยวัตถุดิบ ความร่วมมือในการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการการเรียนรู้ ทางตรง ค่าแรงงานทางตรงและค่าใช้จ่ายในการผลิต ในสถานศึกษากับการนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและ ซ่ึงส่งผลทาให้การคิดต้นทุนในการผลิตธูปหอมสมุนไพร นวัตกรรมไปพัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการผลิตภณั ฑ์ ไล่ยุงสูตรเดิม (แบบธูป) มีต้นทุนท่ีต่ากว่าความเป็นจริง ชมุ ชนในพืนที่ภาคเหนอื 6 จังหวดั อันส่งผลทาให้กาหนดราคาขายท่ีไม่ส่งผลกาไร (ขาดทุน) เอกสารอา้ งอิง อีกด้วย แต่สาหรับการคิดต้นทุนการผลิตธูปหอมสมุนไพร กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย. แนวทางและ สูตรใหม่(แบบขด) นัน ทางกล่มุ ได้ศึกษาและเรียนรู้การคิด ต้นทุนตามหลักการทางวิชาการอย่างถูกต้องแล้วจึงส่งผล หลักเกณฑ์การคัดสรรสุดยอดหน่ึงตาบลหนึ่ง ทาใหส้ ามารถคดิ ตน้ ทนุ ได้ครบถว้ นและถูกต้อง จงึ สง่ ผลให้ ผลิตภัณฑ์ประจาปีพ.ศ.2552. กรุงเทพฯ : โรง กาหนดราคาขายได้อย่างเหมาะสมและสามารถก่อให้เกิด พมิ พ์บที ีเอสเพรส, 2552. กาไรได้ ดวงมณี โกมารทัต. (2552). การบัญชีต้นทุน. กรุงเทพฯ : จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั . ในส่วนความต้องการในด้านการสนับสนุนจาก ธารี หิรัญรัศมี และคณะ. (2548). การบัญชีชันต้น. (พิมพ์ หน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานที่เก่ียวข้องนัน จะเห็นว่า ครังที่ 2). กรงุ เทพ: จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย ทางกลุ่มก็ยังคงมีความต้องการด้านการสนับสนุนจากการ อัจฉราภรณ์ พลู ยงิ่ และคณะ.(2561). การวิเคราะห์ต้นทุน สนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง และผลตอบแทนการผลิตธูปหอมสมุนไพร : ในหลาย ๆ ด้าน ซ่ึงตรงกับ (กรมพัฒนาชุมชนกระทรวง กรณีศึกษากลุ่มธูปหอม สมุนไพรไล่ยุง ตาบลนา มหาดไทย, 2552) กล่าวว่าผู้ผลิตสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น แก่น อาเภอภูเพียง จังหวัดน่าน. บทความวิจัย. ในปัจจุบันไม่สามารถที่จะดารงอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ รายงานสืบเนอื่ งจากการประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ เน่ืองจากการมีทักษะในการผลิตอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ พิบูลสงครามวิจัย ครังที่ 4 : มหาวิทยาลัยราชภัฏ จะต้องมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐหรือ พบิ ลู สงคราม. หน่วยงานทีเ่ ก่ยี วข้องเพ่อื ใหค้ าปรึกษา แนะนาเกย่ี วกับการ บรหิ ารจดั การภายใน วารสารวิชาการรับใชส้ งั คม มทร.ล้านนา 81 ปที ี่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฏาคม - ธนั วาคม 2561
““ววาารรสสาารรววแชิแิชนานากวกวทาทารารารงรงบกัับกใาใาชชรรส้ส้เเตงตัังครครยีมยีมมมมมบบหหททาาคควววททิิวาายยมมาาเพเลลพยัยั่ือ่ือเเตททตีพคคพี ิมโโิมนนพพโโล์ลใใ์นยนยวรี วรี าาาารชรชสมสมางางรครคลลลล้าา้ นนนนาา”” แนวคดิ และหลักการ ปัจจุบัน วิชาการรับใช้สังคม (socially-engage scholarship) ได้มีการดาเนินการกันแพร่หลายและ ตอ่ เนื่อง โดยเป็นการทางานเชิงวชิ าการรว่ มกนั ระหวา่ งมหาวทิ ยาลัยฯ หรือหน่วยงานต่าง ๆ กับสังคมเพือ่ เปา้ หมาย สาคญั ในการเปล่ยี นแปลงสังคมสู่ทศิ ทางที่ดีขึ้น โดยการทางานรว่ มกันทว่ี า่ นนั้ ต้ังอย่บู นหลักการพ้นื ฐาน 4 ประการ คือ ร่วมคิดร่วมทา (Partnership) ผู้เก่ียวข้องมีผลประโยชน์ร่วมกัน (Mutual benefit) เรียนรู้และใช้ความรู้ รว่ มกนั (Scholarship) และมผี ลกระทบต่อสังคม (Social impact) การดาเนนิ งาน “วิชาการรับใช้สังคม” จะเน้นการมสี ว่ นรว่ มของชุมชน หมูบ่ า้ น/ชมุ ชนแบบมีสว่ นรว่ มโดย สมาชิกในชุมชน นักวิชาการของมหาวิทยาลัย หน่วยงาน ร่วมกันคิด กาหนดแนวทางในการดาเนินการร่วมกัน การมสี ว่ นร่วมของคนในชุมชนทช่ี ่วยกนั ค้นหาความต้องการ หรือปัญหาท่ีต้องการการแกไ้ ข โดยแบ่งได้เปน็ 1. งานบริการวชิ าการ (community service learning) ทม่ี กี ระบวนการนาองค์ความร้ทู ่ีมีอยู่ภายในหรือ ภายนอกมหาวิทยาลัยมาปรบั ปรุง ประยุกต์ และใช้กระบวนการที่เหมาะสมและเข้ากับบริบทของแต่ละชุมชนหรือ สถานประกอบการ 2. งานวิจัย (socially-engage research) ท่ีสร้างองค์ความรู้เพื่อตอบสนองความต้องการและแก้ปัญหา ใหก้ บั ผใู้ ช้ อาทิ ชุมชนหรือผปู้ ระกอบการ ดงั นัน้ การดาเนินการ “วารสารทางวิชาการรบั ใชส้ ังคม” จะเป็นแนวทางหนึง่ ให้นักวิจยั นักบรกิ ารวิชาการ ท้ังภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ที่ทางานร่วมกับผู้ใช้ผลงานไม่ว่าจะเป็นคนในชุมชนหรือผู้ประกอบการ มีแหล่งวารสารที่สามารถตีพิมพ์เผยแพร่ผลงาน เป็นแหล่งแลกเปล่ียนเรียนรู้ ซ่ึงจะส่งผลดีต่อการดาเนินงาน วิชาการด้านรับใช้สังคมของมหาวิทยาลัย และประเทศชาติให้พัฒนาข้ึนต่อไป ท้ังงานวิชาการรับใช้สังคมเพื่อ ประโยชนข์ องชุมชนและสาธารณะ และงานวิชาการรบั ใชส้ ังคมเพอ่ื ผ้ปู ระกอบการ วตั ถุประสงค์ของ “วารสารวิชาการรบั ใช้สงั คม” วารสารวิชาการรับใช้สังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มีวัตถุประสงค์เพ่ือตีพิมพ์ผลงาน วิชาการด้านรับใช้สังคม ท้ังงานวิจัยและงานบริการวิชาการ เผยแพร่เพื่อพัฒนาสังคมและส่งเสริมให้นักวิชาการ ด้านรบั ใชส้ ังคมในหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ได้มีแหลง่ นาเสนอผลงานทางวิชาการสสู่ าธารณะ หลกั เกณฑก์ ารเสนอบทความวิจัยสาหรับ “วารสารวิชาการรับใช้สงั คม” 1. เป็นบทความท่ีเกิดจากการค้นคว้าวิจัยโดยมีกระบวนการนาไปสู่การสร้างความรู้เพ่ือใช้ประโยชน์ใน ชุมชน สถานประกอบการ และมีข้ออธิบายได้อย่างชัดเจน และ/หรือ เป็นบทความท่ีเกิดจากการบริการวิชาการที่ สามารถอธิบายกระบวนการนาองค์ความรู้ ไปปรับใช้ ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของ ชุมชนหรอื ผูป้ ระกอบการ 82VRoMl.U1 TNLo.J1oJuaVRrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
2. เป็นงานวิจัยหรืองานบริการวิชาการที่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์เพื่อการใช้ประโยชน์ในการพัฒนา สงั คม ชมุ ชน ท้องถ่นิ และ/หรอื ผู้ประกอบการ 3. มีการนาผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในสถานประกอบการหรือในชุมชนในรูปแบบใดรูปแบบหน่ึง อาทิประโยชน์เชงิ นโยบาย เชงิ พานชิ ย์ เชงิ สาธารณะ หรืออืน่ ๆ 4. เป็นการบริการวิชาการท่ีสามารถอธิบายกระบวนการหรือวิธีการนาเอาองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ใน สถานประกอบการหรอื ในชุมชน 5. การนาไปใช้ประโยชน์เกิดผลกระทบกับสังคม ชุมชน ท้องถ่ินหรือผู้ประกอบการในด้านการยกระดับ คุณภาพด้านต่างๆ อย่างชัดเจน อาทิ รายได้ โอกาสในการดาเนนิ ชีวติ สุขภาพตลอดจนผลกระทบด้านสิง่ แวดลอ้ ม ในชุมชน ฯลฯ และ/หรอื มีผลกระทบในทางบวกในด้านตา่ งๆของโรงงาน สถานประกอบการ การเขียนบทความจากงานวิจัยและบริการวิชาการเพ่ือตีพิมพ์ใน “ วารสารวิชาการรับใช้สังคม” จะต้อง สอดคล้องกับประกาศ ก.พ.อ. ฉบับท่ี 9 ที่เก่ียวกับการเขียนเอกสารวิชาการรับใช้สังคม ซึ่งมี 7 ประการ คือ สามารถอธบิ าย/ช้ีแจงในประเดน็ ดังต่อไปนี้ 1. สภาพการณ์ก่อนการเปลยี่ นแปลงที่เกดิ ข้นึ 2. การมีส่วนรว่ มและการยอมรบั ของสังคมเป้าหมาย 3. กระบวนการที่ทาให้เกิดการเปลยี่ นแปลงท่ดี ีขึน้ 4. ความรคู้ วามเชีย่ วชาญทใี่ ชใ้ นการทาให้เกดิ การเปลี่ยนแปลงนัน้ 5. การคาดการณ์สง่ิ ที่จะตามมาหลังจากการเปลี่ยนแปลงน้ัน 6. การประเมินผลลพั ทก์ ารเปลีย่ นแปลงทเ่ี กดิ ขน้ึ 7. แนวทางการติดตามและธารงรักษาพัฒนาการทเี่ กิดขึน้ ใหค้ งอยตู่ ่อไป วารสารวิชาการรับใชส้ งั คม มทร.ล้านนา 83 ปีที่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฏาคม - ธันวาคม 2561
รปู แบบและแนวการเขยี นบทความ เขียนบทความภาษาไทยความยาวไม่เกิน 10 หน้ากระดาษ A4 พิมพ์ด้วยตัวอักษร TH Saraban PSK ขนาด 15 พอยต์ อาจมีภาพ ตาราง แผนภมู ิประกอบโดยทง้ั หมดตอ้ งอย่ใู นข้อจากัด 10 หนา้ ดังกลา่ ว องคป์ ระกอบของบทความ ชื่อโครงการวิจัย การเขียนชื่อเร่ืองใช้ภาษาไทยถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ กระชับสามารถส่ือจุดประสงค์การวิจัย ชัดเจน ในกรณีท่ีมีภาษาอังกฤษให้ทาเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะตัวแรกของคานามและคุณศัพท์ เช่น Vaginal Misoprostol in Previous Cesarean Section ท่ีเหลือทาเป็นเล็กหมด รวมทั้ง คากริยา คากริยาวเิ ศษณ์ และคาท่ีไมใ่ ช่เป็นคานาเชน่ ตัวอยา่ ง ถา้ สงสยั ขอแนะนาใหพ้ ิมพต์ ัวใหญ่ เฉพาะตัวแรกของบรรทัดเท่าน้ัน นอกน้ันทาตัวเล็ก เช่น Vaginal misoprostol in previous cesarean section ไมแ่ นะนาให้ใช้ตวั สัญลักษณ์ตา่ ง ๆ ในการพิมพ์ชือ่ เรื่อง ชอ่ื ผดู้ าเนนิ โครงการและผู้ร่วมดาเนนิ โครงการ หนว่ ยงาน บทคัดยอ่ • ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ ใ ห้ ค ร บ ป ร ะ เ ด็ น Objective , Material and Method, Results, Conclusion เขยี น 10 – 15 บรรทัด ไมม่ หี ัวขอ้ ก็ได้ • ภาษาไทยให้มีข้อความเหมือนภาษาอังกฤษ ความยาวไม่ควรเกิน 300 คา โดยให้สรุป เน้ือหาของบทความทัง้ หมดใหเ้ ขา้ ใจทม่ี าของการทาวิจยั วัตถปุ ระสงค์ วิธีดาเนินการวิจยั โดยยอ่ ผลการวจิ ยั วิธกี ารนาไปใช้ประโยชน์ และได้ผลลัพธ์ อยา่ งไร คาสาคัญ Keywords บทนา • ชใ้ี ห้เห็นความสาคัญของเรื่องทีท่ า เขยี นให้ส้นั กระชบั ไมเ่ กิน 15- 20 บรรทดั • ค้นควา้ เพิ่มเตมิ ว่ามีผู้ใดทางานในลกั ษณะใกล้เคียงแลว้ บ้าง ได้ผลอยา่ งไร • ระบุแนวทางการวิจัย/กระบวนการดาเนินการบริการวิชาการ จุดประสงค์ เขียน เป็นความเรียงหรอื จดั ลาดับความสาคญั แล้วจัดเรยี งเปน็ หัวข้อ (อาจกลา่ วถงึ ข้อ 1. สภาพการณก์ อ่ นการเปลย่ี นแปลงท่เี กดิ ข้นึ ) วิธีดาเนนิ งาน อธิบายวิธีดาเนินโครงการให้เห็นขั้นตอน กระบวนการระบุขอบเขตของการวิจัย วิธีเลือก กลุ่มตัวอย่างให้ชัดเจน ในลักษณะท่ีหากมีผู้อ่ืนต้องการทาวิจัยในลักษณะเดียวกันสามารถอ่าน 84RVoMl.U1 TNLo.J1oJuaVRrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
และนาไปปฏิบัติได้ (กล่าวถึงข้อ 2.การมีส่วนร่วมและการยอมรับของสังคมเป้าหมาย 3.กระบวนการท่ีทาให้เกิดการเปล่ียนแปลงที่ดีขึ้น 4.ความรู้ความเช่ียวชาญท่ีใช้ในการทาให้ เกิดการเปล่ยี นแปลงน้ันหรอื ใชอ้ งค์ความรอู้ ะไรไปทาบา้ ง) ผลการดาเนินงาน อธิบายผลท่ีเกิดจากโครงการโดยตรง ไม่มีการแสดงความคิดเห็นในส่วนนี้ อาจมีภาพประกอบ แผนภูมิตาราง (อาจอธิบายถึงข้อ 2.การมีส่วนร่วมและการยอมรับของสังคมเป้าหมาย ข้อ 6.ผลลัพธก์ ารเปลย่ี นแปลงท่ีเกดิ ขนึ้ จากการลงไปดาเนินโครงการ) การนาไปใชป้ ระโยชน์ อธิบายให้เห็นว่าผลงานดังกล่าวได้นาไปใช้ประโยชน์อย่างไร ใครคือผู้ใช้ และมีกระบวนการ ผลักดัน ผลงานดังกล่าวสู่การใช้ประโยชน์ทั้งเชิงนโยบาย เชิงพาณิชย์ และเชิงสาธารณะอย่างไร (อาจอธิบายถึงขอ้ 2.การมสี ว่ นร่วมและการยอมรับของสังคมเปา้ หมายและข้อ 6.ผลลพั ธ์การ เปลีย่ นแปลงท่ีเกดิ ขึน้ จากการลงไปดาเนินโครงการ) อภปิ รายผล สรุปและอ้างอิงให้เห็นว่าผลการดาเนินงานดังกล่าวได้องค์ความรู้ใหม่ นวัตกรรมหรือทางเลือก ใหม่ให้แก่พื้นที่อย่างไร และอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดข้ึนจากผลการดาเนินงานให้เป็นรูปธรรม รวมท้ังเสนอและการทางานในข้ันต่อไป (อาจอธิบายข้อ 5.การคาดการณ์สิ่งที่จะตามมา หลังจากการเปล่ียนแปลงนั้น ข้อ 7. แนวทางการติดตามและธารงรักษาพัฒนาการท่ีเกิดขึ้น ให้คงอยู่ต่อไป) บรรณานกุ รม การรวบรวมรายการเอกสารทั้งหมดทีผ่ ้เู ขียนได้ใช้อ้างอิงในการเขียนผลงานนน้ั ๆ จดั เรียงรายการ ตามลาดับอักษรชื่อผู้แต่ง ภายใต้หัวข้อ เอกสารอ้างอิง สาหรับผลงานวิชาการภาษาไทยหรือ Reference สาหรับผลงานวิชาการภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิงแบบ APA (American Psychological Association) ตัวอย่างการเขียนเอกสารอ้างองิ มีดงั นี้ หนงั สือ ช่อื ผแู้ ต่ง . ปีทีพ่ มิ พ์ . ชอ่ื เรื่อง. (ฉบับพิมพ์). สถานทีพ่ ิมพ.์ ผู้จดั พมิ พ์ : ตัวอย่าง พรพิมลตรีโชติ .2542 .ชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลพม่า. กรุงเทพฯสานักงานกองทุนสนับสนุนการ : วิจยั . บทความ ช่ือผู้แต่ง .ปีที่พิมพ์(บรรณาธิการ) . ชื่อบทความ . ในชื่อบรรณาธิการ., ชื่อเรื่องท่ีฉบับพิมพ์. หน้า. : สถานทีพ่ ิมพ์ (ปรากฏบทความผู้จดั พิมพ์) ตัวอยา่ ง เสรี ลีลาภัย . 2542. เศรษฐกจิ ชาตินยิ มในประเทศกาลงั พฒั นาและสถานการณ์ในประเทศไทย. วารสารวชิ าการรบั ใชส้ งั คม มทร.ลา้ นนา 85 ปีท่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฏาคม - ธนั วาคม 2561
ณรงค์ เพช็ รประเสรฐิ (บรรณาธกิ าร), 1999 จดุ เปล่ยี นแห่งยุคสมยั . 90-141. กรงุ เทพฯ: ศนู ย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์ การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลยั . บทความในวารสาร ชอ่ื ผูแ้ ต่ง. ปีทพี่ มิ พ์. “ ช่ือบทความ.” ชื่อวารสาร. ปีที่ (ลาดับท)่ี , เลขหน้าท่ีปรากฏบทความ. ตัวอย่าง พุทธชาด โปธิบาล และนานันท์ ตรงดี. 2541. “สถานะของภาษาตากใบในภาษาถ่ิน”. วารสาร สงขลานครินทร ฉบับสังคมศาสตร์และมนษุ ยศาสตร์. 4, 2: 167-187. สาระสงั เขปจากฐานข้อมลู CD-Row ช่ือผแู้ ต่ง. ปีที่พิมพ์. ชือ่ บทความ (ซดี ีรอม). ชือ่ วารสาร, ปีที่ (ลาดบั ที่), เลขหนา้ ที่ปรากฏบทความ ในวารสาร, สาระสงั เขปจาก: ช่อื ฐานข้อมลู และหมายเลขเอกสารเพื่อการสบื คน้ ตวั อยา่ ง Preston, W. 1982. Poetry ideas in teaching literature and writing to foreign student (CD-ROM). TESOL quarterly, 16, 489-502. Abstract from: Dialog File: ERIC Item: EJ274529 วทิ ยานพิ นธ์ ชอ่ื ผูแต่ง. ปีท่ีพิมพ์. “ช่ือวทิ ยานพิ นธ.์ ” ระดบั วิทยานิพน์หรือปริญญานิพนธ์มหาวทิ ยาลัย. ตัวอยาง เบ็ญจรัช เวชวิรัช. 2541. “การศึกษาปัจจัยท่ีมีผลกระทบต่อมูลค่าการให้สินเชื่อเพ่ือการส่งออก และนาเข้าของสถาบันการเงินไทย.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาเศรษฐศาสตร์บัณฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์. แหลง่ สารสนเทศบนอินเตอรเน็ต ช่ือผูแต่ง. ปีท่ีพิมพ์. “ชื่อบทความ.” ชื่อวารสาร. ปีที่หรือเล่มท่ี, ฉบับที่ สืบค้นเม่ือวันท่ี เดือน ปี, จากแหลง่ ที่อยู่บนอินเตอรเ์ นต็ ตัวอย่าง Indick,W.2002. “Gender Differences in Moral Judgment: Is Non-Consequential Reasoning a Factor?” Current Research in Social Psychology. 5,2 Retrieved November 11,2002, from http://www.uiowa.edu/grpproc/crisp/ crisp5.2htm การสง่ ต้นฉบับ กองบรรณาธิการ “วารสารวชิ าการรับใช้สงั คม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา” สง่ อีเมล์ (E-mail) แฟ้มข้อมูลมาท่ี [email protected] หรอื ระบบ Online Submission : http://kaewpanya.rmutl.ac.th/cttc/jses/login.php งานคลังความรู้ สถาบนั ถ่ายทอดเทคโนโลยสี ู่ชุมชน ทอี่ ยู่ 98 หมู่ 8 ตาบลป่าป้อง อาเภอดอยสะเก็ด จงั หวัดเชยี งใหม่ โทรศัพท์ : 0 5326 6518 ต่อ 1031 โทรสาร : 0 5326 6522 86RVoMl.U1 TNLo.J1oJuaVRrnonMula.aU2rlySTN-LooJ.cJu2inoaJeulul2rylyn0o1a-6flDSEecnoegcmiaabgleleyrd2o0Sf18hEonlgaarsgheidpScholarship
Search