35 ตอการเกิดการชะลางพังทลาย โดยเฉพาะดินที่มีลักษณะเนื้อดินบนและดินลางตางกัน ดินตื้นที่มีเนื้อดิน รวนหยาบ และมีความลาดชันสูง (สภาพพื้นที่ลอนชันและพื้นที่เนินเขา ความลาดชัน 12-35 เปอรเซ็นต) ควรมีมาตรการอนุรักษดินและน้ำที่เหมาะสม เชน การทำคันดินกั้นน้ำ ทำขั้นบันได และปลูกพืชตามแนว ระดับขวางความลาดชันของพื้นที่ เพื่อชะลอความเร็วของน้ำที่ไหลบาผานผิวดิน ชวยลดการชะลางของ หนาดิน และน้ำซึมผานลงไปในดินชั้นลางไดมากขึ้น ทำใหความชื้นในดินมากข้ึน นอกจากนี้ ควรปลูกพืช คลุมดนิ เพ่อื ชว ยรักษาความช้นื ของดินไวแ ละยังชวยลดการชะลา งพงั ทลายของดินไดอีกดวย เมื่อพิจารณาถึงปจจัยดานลักษณะของดินที่มีผลตอการชะลางพังทลายของดิน ซึ่งดินแตละชนิดจะ ทนตอการชะลางพังทลายที่แตกตางกันในสภาพแวดลอมที่คลายคลึง โดยเฉพาะคาปจจัยความคงทนของ ดิน (K-factor) ที่สามารถนำไปประเมินการสูญเสียดินในสมการการสูญเสียดินสากล (USLE) จะเห็นวา ปจจัยสมบัติดินที่มีผลตอคาปจจัยความคงทนของดิน ไดแก (1) ผลรวมปริมาณรอยละของทรายแปงและ ปริมาณรอยละของทรายละเอียดมาก (% silt + % very fine sand) (2) ปริมาณรอยละของทราย (% sand) (3) ปริมาณรอยละของอินทรียวัตถุในดิน (% organic matter) (4) โครงสรางของดิน (soil structure) และ (5) การซาบซึมน้ำของดิน (permeability) (กรมพัฒนาที่ดิน, 2545) จากการศึกษาคา ปจจัยความคงทนของดินตอการชะลางพังทะลาย (K-factor) ตามชนิดวัตถุตนกำเนิดดินในพ้ืนที่สูงของลมุ น้ำคลองลาว พบวา ผลรวมปริมาณรอ ยละของทรายแปงและปริมาณรอยละของทรายละเอียดมากมีคา สูง สงผลใหคา K-factor สูง และปริมาณรอยละของอินทรียวัตถุในดินสูงสงผลใหคา K-factor ต่ำ และยัง พบวา ดินในกลุม วตั ถุตนกำเนดิ ดินพวกหนิ ตะกอนเนือ้ หยาบมแี นวโนมใหค า K-factor มากท่สี ุด และดินใน กลุมวัตถุตนกำเนิดดินพวกหินอัคนีสีเขมมีคา K-factor นอยที่สุด (กองสำรวจดินและวิจัยทรัพยากรดิน, 2562) จากลักษณะและสมบัติดินดังกลาวชี้ใหเห็นวา ดินที่มีคา K-factor สูง (งายตอการกรอน) จะมี แนวโนม เกดิ การชะลางพงั ทลายของดนิ ไดส งู สว นดินท่ีมคี า K-factor ตำ่ (ยากตอ การกรอน) จะมแี นวโนม เกดิ การชะลา งพังทลายของดนิ ไดต ่ำ ดินที่พบเปนสวนใหญของพื้นที่ อยูในกลุมดินท่ีเกิดจากตะกอนน้ำพามาทับถมอยูบนพื้นที่ราบ (ตะพักลำน้ำเกา) ซึ่งมีเน้ือดินเปนดินรวนถึงรวนละเอียด ปริมาณอินทรียวัตถุปานกลาง ไดแก ชุดดินลำภู รา (Ll) คิดเปนรอยละ 13.17 ของเนื้อท่ีท้ังหมด มีแนวโนมคาปจจัยความคงทนของดิน (K-factor) ต่ำกวา ดินในกลุมวัตถุตนกำเนิดดินพวกหินตะกอนเนื้อหยาบซึ่งมีเนื้อดินเปนกลุมดินรวนหยาบและปริมาณ อินทรียวัตถุต่ำ ไดแก ชุดดินสวี (Sw) ชุดดินทาแซะ (Te) และชุดดินพะโตะ (Pto) คิดปนรอยละ10.76 ของเนอ้ื ทท่ี ้งั หมด นอกจากปจจัยดานลักษณะสมบัติของดินแลว ปจจัยดานสภาพพื้นที่และการใชประโยชนที่ดินก็มี ผลตอการชะลางพังทลายของดิน โดยเฉพาะความลาดชันของพื้นที่จะมีผลโดยตรงตอการชะลางพังทลาย ของผิวหนาดิน การไหลบาของน้ำผานผิวหนาดิน ระดับน้ำใตดิน ความชื้นในดินการระบายน้ำ ความยาก งายตอการกักเก็บน้ำและเขตเกษตรกรรม ดังนั้น สภาพพื้นที่จึงเปนปจจัยที่สำคัญอยางหนึ่งที่ควบคุม ลักษณะของการใชประโยชนที่ดินซึ่งสงผลตอการชะลางพังทลายของดินดวย โดยเฉพาะไมยืนตน เชน ปาลมน้ำมันและยางพารา ซึ่งเปนพืชเศรษฐกิจทีป่ ลูกเปนสวนใหญและปลูกในพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง ทำ
36 ใหดินมีอัตราการถูกชะลางพังทลายของดินสูง เนื่องจากปลูกในพื้นที่ที่มีความลาดชันสูงและมีสิ่งปกคลุม ผวิ หนา ดินนอ ย สง ผลทำใหค วามอุดมสมบูรณของดนิ ลดลง เปน สาเหตุสำคญั ที่ทำใหส มบตั ิดนิ ทางกายภาพ ลดลง และสงเสริมใหเกิดการชะลางพังทลายของดินเพิ่มสูงขึ้น พื้นที่ลาดชันเชิงซอนหรือพื้นที่ลาดชันสูง (slope complex or steep slope) มีความลาดชันมากกวา 35 เปอรเซ็นต เปนพน้ื ท่ที ีย่ งั ไมม กี ารจำแนก ประเภทดิน ซึ่งกระจายตวั เปนสวนใหญข องพนื้ ท่ี คดิ เปนรอยละ 20.51 ของเน้ือท่ีทัง้ หมด ไมเหมาะสมตอ การปลูกพืชทุกชนิด เนื่องจากมีอัตราการชะลางพังทลายสูงมาก การจัดการดูแลรักษาลำบาก ทำใหเกิด การชะลางพังทลายรุนแรงมาก แตถามีความจำเปนตองนำพื้นที่นี้มาใชประโยชนทางดานการเกษตร มี ความจำเปนอยางยิ่งที่จะตองพิจารณาถึงชนิดพืชที่จะปลูกรวมกับลักษณะของดินภายใตการจัดการ อนุรักษดินและน้ำเปนพิเศษหรือทำในระบบวนเกษตร สภาพพื้นที่ลาดชันเชิงซอนหรือพื้นที่ลาดชันสูง สามารถแบง ยอ ยออกเปน 3 ระดับ ดังนี้ 1) พน้ื ทีส่ งู ชนั (steep slope) มคี วามลาดชัน 35-50 เปอรเซ็นต 2) พ้นื ทสี่ ูงชันมาก (very steep slope) มคี วามลาดชัน 50-75 เปอรเซ็นต 3) พ้นื ที่สงู ชันมากท่ีสดุ (extremely steep slope) มีความลาดชันมากกวา 75 เปอรเ ซน็ ต ตารางที่ 3-3 ทรัพยากรดินในพ้ืนที่ลุมน้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยาและอำเภออา วลึก จงั หวดั กระบี่ ลำดบั สญั ลกั ษณ คำอธบิ าย เนอ้ื ที่ ไร รอยละ 1 Ak-cA ชดุ ดินอาวลึก มเี นอื้ ดนิ บนเปนดินเหนยี ว ความลาดชนั 280 0.19 0-2 เปอรเ ซ็นต 123 0.08 2 Ak-cB ชุดดนิ อา วลึก มเี น้ือดินบนเปนดนิ เหนยี วความลาดชนั 11 0.01 2-5 เปอรเซน็ ต 456 0.31 3 Ak-cC ชดุ ดนิ อา วลกึ มเี น้ือดนิ บนเปนดินเหนยี วความลาดชัน 178 0.12 5-12 เปอรเซน็ ต 524 0.35 4 Fd-slB ชดุ ดินฝง แดง มเี นอื้ ดนิ บนเปนดนิ รวนปนทราย ความ 605 0.41 ลาดชัน 2-5 เปอรเ ซน็ ต 1,591 1.07 5 Fd-slC ดินฝงแดง มเี นือ้ ดนิ บนเปน ดินรวนปนทราย ความลาด ชัน 5-12 เปอรเซ็นต 6 Kbi-br-clB ดนิ กระบท่ี มี่ ีสนี ำ้ ตาล มีเน้อื ดินบนเปน ดินรวนปนดิน เหนยี ว ความลาดชนั 2-5 เปอรเ ซน็ ต 7 Kbi-br-clC ดนิ กระบีท่ ีม่ ีสนี ้ำตาล มเี นอื้ ดนิ บนเปนดินรว นปนดนิ เหนียว ความลาดชนั 5-12 เปอรเ ซ็นต 8 Kbi-clA ชดุ ดนิ กระบ่ี มเี นื้อดินบนเปนดินรวนปนดินเหนยี ว ความลาดชัน 0-2 เปอรเซ็นต
37 ตารางท่ี 3-3 ทรพั ยากรดินในพ้ืนทล่ี มุ น้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยาและอำเภออาวลึก จงั หวัดกระบ่ี (ตอ) ลำดบั สญั ลักษณ คำอธิบาย เนอ้ื ที่ ไร รอยละ 9 Kbi-clB ชุดดินกระบี่ มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนดินเหนียว ความลาด ชัน 2-5 เปอรเ ซน็ ต 2,819 1.90 3,194 2.15 10 Kbi-clC ชุดดินกระบี่ มีเน้ือดินบนเปนดินรวนปนดินเหนียว ความลาด 1,358 0.92 ชนั 5-12 เปอรเซน็ ต 65 0.04 11 Kbi-clD ชุดดินกระบี่ เนื้อดินบนเปนดินรวนปนดินเหนียว ความลาด 247 0.17 ชัน 12-20 เปอรเซน็ ต 969 0.65 12 Kc-clD ชุดดินคลองซาก มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนดินเหนียว ความ 360 0.24 ลาดชัน 12-20 เปอรเ ซ็นต 414 0.28 13 Klt-clC ชุดดินคลองเต็ง มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนดินเหนียว ความ 3,314 2.24 ลาดชัน 5-12 เปอรเ ซน็ ต 2,459 1.66 1,552 1.05 19 Ll-mw, ดินลำภูราที่มีการระบายน้ำดีปานกลางและดินรวนละเอียด มี 4,267 2.88 fl-clB เนื้อดินบนเปนดินรวนปนดินเหนียว ความลาดชัน 2-5 เปอรเ ซน็ ต 1,584 1.07 2,432 1.64 20 Nat-slC ชุดดินนาทวี มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนทราย ความลาดชัน 5-12 เปอรเซ็นต 21 Ntn-clB ชุดดินนาทอน มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนดินเหนียว ความ ลาดชัน 2-5 เปอรเ ซ็นต 22 Ntn-clC ชดุ ดินนาทอน มเี นอื้ ดินบนเปนดนิ รว นปนดนิ เหนียวความลาด ชัน 5-12 เปอรเ ซ็นต 23 Ntn-clD ชุดดินนาทอน มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนดินเหนียวความลาด ชัน 12-20 เปอรเซ็นต 24 Ntn-clE ชุดดินนาทอน มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนดินเหนียวความลาด ชนั 20-35 เปอรเ ซ็นต 25 Ntn-fl-lC ชุดดินนาทอนที่เปนดินรวนละเอียดมีเนื้อดินบนเปนดินรวน ปนดนิ เหนยี ว ความลาดชัน 5-12 เปอรเซน็ ต 26 Ntn-vd- ดินนาทอนที่เปนดินลึกมาก ที่มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนดิน clB เหนียว ความลาดชนั 2-5 เปอรเ ซน็ ต 27 Pac-clA ชดุ ดนิ ปากจั่น มีเน้อื ดนิ บนเปนดนิ รวนปนดนิ เหนียวความลาด ชัน 0-2 เปอรเซน็ ต
38 ตารางท่ี 3-3 ทรัพยากรดนิ ในพน้ื ทล่ี ุมนำ้ คลองลาว อำเภอปลายพระยาและอำเภออา วลกึ จังหวดั กระบี่ (ตอ) ลำดบั สัญลักษณ คำอธิบาย เนื้อที่ ไร รอ ยละ 28 Pac-clB ชดุ ดนิ ปากจ่ัน มเี นือ้ ดนิ บนเปนดนิ รวนปนดินเหนยี ว ความลาดชัน 6,481 4.37 2-5 เปอรเซ็นต 29 Pac-clC ชดุ ดนิ ปากจัน่ มเี นือ้ ดนิ บนเปนดินรวนปนดนิ เหนยี ว ความลาดชัน 6,014 4.06 5-12 เปอรเซน็ ต 30 Pac-fl-lB ชุดดินปากจั่นที่เปนดินแบบรวนละเอียด มีเนื้อดินบนดินรวน 7,188 4.85 ความลาดชนั 2-5 เปอรเ ซน็ ต 31 Pkm-sclB ชุดดินปากคม มีเนื้อดินบนเปนดินรวนเหนียวปนทรายปนทราย 412 0.28 ความลาดชนั 2-5 เปอรเซน็ ต 32 Pkm-slB ชุดดินปากคม มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนทรายความลาดชัน 2-5 701 0.47 เปอรเ ซ็นต 33 Pkm-slC ชุดดินปากคม มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนทราย ความลาดชัน 5- 228 0.15 12 เปอรเ ซน็ ต 34 Pto-slC ชุดดินพะโตะ มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนทราย ความลาดชัน 5- 1,570 1.06 12 เปอรเ ซน็ ต 35 Pto-slD ชุดดินพะโตะ มีเนื้อดินบนเปนดนิ รวนปนทราย ความลาดชัน 12- 3,228 2.18 20 เปอรเซน็ ต 36 Pto-slE ชุดดินพะโตะ มีเนื้อดนิ บนเปนดินรวนปนทราย ความลาดชัน 20- 1,556 1.05 35 เปอรเ ซ็นต 37 Ro-fl-sclA ดินรือเสาะที่มีอนภุ าคดินเปนดินรวนละเอยี ด มีเนื้อดินบนเปนดนิ 1,210 0.82 รว นเหนียวปนทราย ความลาดชัน 0-2 เปอรเ ซน็ ต 38 Ro-fl-slA ชุดดินรือเสาะที่มีอนุภาคดินเปนดินรวนละเอียด มีเนื้อดินบนเปน 11,436 7.71 ดินรวนปนทราย ความลาดชนั 0-2 เปอรเ ซ็นต 39 Ro-pic- ดินรือเสาะที่มีศิลาแลงออน มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนทราย 1,065 0.72 siclA ความลาดชนั 0-2 เปอรเซ็นต 40 Ro-siclA ชุดดินรือเสาะ มีเนื้อดินบนเปนดินรวนเหนียวปนทรายแปง ความ 3,753 2.53 ลาดชัน 0-2 เปอรเ ซน็ ต 41 Ro-siclB ชุดดินรือเสาะ มีเนื้อดินบนเปน ดนิ รวนเหนียวปนทรายแปง ความ 350 0.24 ลาดชัน 2-5 เปอรเซน็ ต
39 ตารางท่ี 3-3 ทรัพยากรดินในพื้นที่ลมุ นำ้ คลองลาว อำเภอปลายพระยาและอำเภออาวลึก จงั หวดั กระบี่ (ตอ ) ลำดบั สัญลกั ษณ คำอธิบาย เนอื้ ที่ ไร รอยละ 42 Ro-silA ชุดดินรือเสาะ มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนทรายแปง ความลาด 2,664 1.80 ชัน 0-2 เปอรเซ็นต 43 Ro-silB ชุดดินรือเสาะ มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนทรายแปง ความลาด 29 0.02 ชนั 2-5 เปอรเซน็ ต 44 Sw-d- ชุดดนิ สวที เี่ ปนดนิ ลึก มีเน้อื ดนิ บนเปนดินรว นปนทราย ความลาด 3,296 2.22 slA ชนั 0-2 เปอรเ ซน็ ต 45 Sw-d- ชดุ ดินสวีทเ่ี ปน ดินลกึ มีเน้อื ดนิ บนเปน ดนิ รว นปนทราย ความลาด 503 0.34 slB ชนั 2-5 เปอรเซน็ ต 46 Sw-d- ชดุ ดินสวีทเ่ี ปนดินลึก มเี น้ือดินบนเปนดนิ รวนปนทราย ความลาด 170 0.11 slC ชนั 5-12 เปอรเ ซ็นต 47 Sw-slB ชุดดินสวี มีเน้ือดินบนเปน ดนิ รว นปนทราย ความลาดชนั 2-5 1,546 1.04 เปอรเ ซน็ ต 48 Sw-slC ชุดดินสวี มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนทราย ความลาดชัน 5-12 1,330 0.90 เปอรเซน็ ต 49 Te-slA ชุดดินทาแซะ มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนทราย ความลาดชัน 0-2 3,725 2.51 เปอรเ ซน็ ต 50 Te-slB ชุดดินทาแซะ มเี นอ้ื ดนิ บนเปน ดนิ รว นปนทราย 3,418 2.30 ความลาดชนั 2-5 เปอรเซ็นต 51 Te-slB/d3 ชุดดินทาแซะ มีเนื้อดินบนเปนดินรวนปนทราย พบกอนกรวดมาก 777 0.52 ทรี่ ะดบั ความลึก 50-100 เซนตเิ มตร ความลาดชนั 2-5 เปอรเซน็ ต 52 Te-slC ชุดดนิ ทา แซะ มีเนอ้ื ดินบนเปนดนิ รว นปนทราย 1,203 0.81 ความลาดชนั 5-12 เปอรเซน็ ต 53 SC พ้ืนทล่ี าดชนั เชิงซอนมีความลาดชันมากกวา 35 เปอรเซ็นต 30,407 20.51 54 U เขตชมุ ชนและส่ิงปลกู สราง 4,475 3.02 55 W พืน้ ที่นำ้ 760 0.51 เน้ือทร่ี วม 148,272 100.00
40 ภาพที่ 3-4 ทรพั ยากรดนิ พนื้ ทลี่ มุ น้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยาและอำเภออาวลึก จงั หวดั กระบ่ี
41 สภาพปญหาและขอ จำกัดของดนิ สภาพปญหาและขอจำกัดของดินในพื้นที่ลุมน้ำคลองลาว สวนใหญเปนดินตื้นและเนื้อดินปนเศษหิน ความอุดมสมบูรณของดินต่ำ เสี่ยงตอการขาดแคลนน้ำและการชะลางพังทลายของดิน เนื่องจากพื้นที่มี ความลาดชันสูง โดยแยกเปน 3 ประเภทหลัก (กรมพัฒนาที่ดิน, 2561) ซึ่งพบการกระจายตัวในพื้นที่ตาง ๆ (ตารางท่ี 3-4 ภาพท่ี 3-5) โดยมีรายละเอียด พอสังเขป ดังนี้ 1) ปญ หาดินตืน้ เปนดินที่เปนชั้นดินหนาประมาณ 50 เซนติเมตร สวนใหญมีเนื้อดินเปนดินรวน ดินรวนปนทราย และดินรวนปนดินเหนียว ชั้นถัดไปเปนชั้นดินมีเนื้อดินเปนดินรวนปนทราย ดินรวนปนดินเหนียวและดิน เหนียวที่มีปริมาณกรวด หรือเศษหินปะปนมากกวาหรือเทากับรอยละ 35 โดยปริมาตร หรือพบหินพ้ืน ภายในความลึก 50 เซนติเมตรจากผิวดิน จากลักษณะของดินดังกลาวถือเปนอุปสรรคตอการเจริญเติบโต ของพืชดานการชอนไชของรากพืช ทำใหการเกาะยึดตัวของดินไมดี ยากแกการไถพรวน เกิดการชะลาง พงั ทลายไดงาย สภาพปญหานี้พบครอบคลุมเน้ือทร่ี วม 2,699 ไร หรือรอยละ 1.82 ของเนอื้ ทท่ี ั้งหมด แบง ดินตน้ื ออกไดเปน 2 ประเภท คือ (1) ปญหาดินตื้นถึงเศษหิน กอนกรวดหรือเศษหิน สวนใหญพบกระจายตัวอยูในพื้นที่ตำบลนา เหนอื มเี น้อื ที่ 1,241 ไร หรือรอ ยละ 0.84 ของเน้อื ทท่ี ัง้ หมด (2) ปญหาดนิ ต้ืนถงึ ชั้นหินพ้ืน สว นใหญพบกระจายตัวอยูในพื้นที่ตำบลเขาใหญ มีเนื้อท่ี 1,458 ไร หรอื รอ ยละ 0.98 2) ปญหาดนิ มีความอุดมสมบรู ณต ่ำ เมื่อพิจารณาหลกั เกณฑก ารประเมินความอุดมสมบูรณข องดนิ ในประเทศไทยนน้ั กรมพฒั นาท่ีดิน ใชเกณฑการประเมินจากคาวิเคราะหดิน 5 รายการ คือ รอยละปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณฟอสฟอรัสที่ เปน ประโยชน ปรมิ าณโพแทสเซยี มที่เปน ประโยชน ความจแุ ลกเปล่ียนแคตไอออน และอตั รารอยละความ อิ่มตัวเบส ซึ่งแตละรายการจะมีเกณฑประเมินเปนคาสูง ปานกลาง ต่ำ เนื่องจากสภาพทางธรรมชาติ โดย ดินมีวัตถุตนกำเนิดดินที่มีแรธาตุอาหารตามธรรมชาติต่ำ ประกอบกับมีการใชประโยชนทีด่ ินอยางตอเน่ือง ติดตอกันเปนเวลานาน โดยไมไดมีการปรับปรุงบำรุงดินเทาที่ควร ทำใหดินเสื่อมโทรม ความอุดมสมบูรณ ลดลงอยางตอเนื่อง สงผลใหพืชเจริญเติบโตชา ผลผลิตตกต่ำ คุณภาพไมดี สภาพปญหานี้พบกระจาย ครอบคลมุ เนือ้ ท่ีรวม 102,078 ไร หรอื รอยละ 68.85 ของเนอ้ื ท่ีทง้ั หมด และสามารถแบง ตามสภาพพนื้ ท่ี คือ (1) ดินมีความอุดมสมบรู ณต ่ำท่เี ปน ดินลึกปานกลาง สว นใหญพบกระจายตัวอยใู นพน้ื ท่ี ตำบลเขา ตอ ตำบลนาเหนือ และตำบลเขาใหญ มีเนื้อท่ี 100,865 ไร หรือรอยละ 68.03 ของเนอื้ ที่ทัง้ หมด (2) ดินมีความอุดมสมบูรณต่ำที่เปนดินลึกมาก สวนใหญพบกระจายตัวอยูในพื้นที่ ตำบลเขาตอ และตำบลนาเหนอื มเี นือ้ ที่ 1,213 ไร หรือรอยละ 0.82 ของเน้อื ทที่ งั้ หมด 3) ปญหาพน้ื ทีม่ ีความลาดชันสูง พื้นที่ที่มีความลาดชันสูง สวนใหญมีสภาพการใชที่ดินเปนปาไม พื้นที่นี้ไมเหมาะที่จะนำมาใช ประโยชนดานการเกษตร และมีความเสี่ยงตอการชะลางพังทะลายของดินสูง สวนใหญพบกระจายตัวอยู
42 ในพื้นที่ตำบลเขาตอ ตำบลเขาเขน ตำบลนาเหนือ ตำบลเขาใหญ มีเนื้อที่ 30,407 ไร หรือรอยละ 20.51 ของเนอื้ ท่ีท้งั หมด 4) พนื้ ท่ลี าดชนั เชิงซอน มคี วามลาดชันมากกวา 35 เปอรเ ซ็นต ดินที่มีความอดุ มสมบรู ณป านกลางถงึ สูงในพ้นื ทด่ี อน สวนใหญพ บกระจายตวั อยูในพืน้ ที่ตำบลเขา ตอและตำบลนาเหนอื มีเนอื้ ท่ี 30,407 ไรห รือรอ ยละ 20.51 ของเน้อื ทท่ี ัง้ หมด 5) พนื้ ท่ีนำ้ มีเนื้อท่ี 4,475 ไรหรือรอ ยละ 3.02 ของเนอ้ื ท่ีท้งั หมด 6) พนื้ ทล่ี าดชันเชงิ ซอน มเี นอื้ ที่ 760 ไรหรอื รอ ยละ 0.51 ของเนือ้ ที่ทั้งหมด ตารางท่ี 3-4 สภาพปญหาของดินในพื้นที่ลุม น้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยาและอำเภออาวลึก จงั หวดั กระบี่ คำอธิบาย เนือ้ ที่ ไร รอ ยละ 1) ปญ หาดนิ ต้ืน 2,699 1.82 1.1) ดินตนื้ ถงึ เศษหนิ 1,241 0.84 1.2) ดินต้นื ถึงชั้นหนิ พื้น 1,458 0.98 2) ปญหาดนิ มคี วามอุดมสมบรู ณต่ำ 102,110 68.87 2.1) ดนิ ทม่ี คี วามอุดมสมบูรณต ่ำที่เปน ดินลกึ ปานกลาง 100,897 68.05 2.2) ดนิ ทีม่ คี วามอุดมสมบรู ณต ำ่ ทเ่ี ปน ดินลกึ มาก 1,213 0.82 3) ดนิ ทีม่ ีความอุดมสมบรู ณป านกลางถงึ สงู 7,821 5.27 4) พ้นื ทล่ี าดชนั เชงิ ซอน มีความลาดชนั มากกวา 35 เปอรเซน็ ต 30,407 20.51 5) พื้นท่ีชุมชนและส่งิ ปลูกสรา ง 4,475 3.02 6) พื้นทนี่ ้ำ 760 0.51 รวมเนอ้ื ที่ 148,272 100.00
43 ภาพท่ี 3-5 สภาพปญหาทรัพยากรดิน พ้นื ท่ลี มุ น้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยาและอำเภออาวลึก จงั หวดั กระบ่ี
44 3.5 ทรพั ยากรน�า 3.5.1 ลําน�าธรรมชาติที่สําคัญ พน้ื ท่ีลุมนำ้ คลองลาว ลักษณะลมุ นำ้ วางตวั ตามแนวทศิ เหนอื -ทิศใต เปนสวนหนึง่ ของลุมนำ้ สาขาภาคใตฝ ง ตะวันตกสวนท่ี 2 (2505) และลุมน้ำหลักภาคใตฝงตะวันตก (25) (ภาพท่ี 3-6) ดงั นี้ ลุมน้ำสาขาภาคใตฝงตะวันตกสวนที่ 2 (2505) เปนลุมน้ำสาขาที่อยูทางทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือของลุมน้ำสาขาภาคใตฝงตะวันตก (25) ครอบคลุมพื้นที่อำเภอปลายพระยา อำเภอ อา วลึก อำเภอเมืองกระบ่ี จังหวดั กระบ่ี อำเภอทับปุด อำเภอเมืองพังงา อำเภอตะกวั่ ทงุ อำเภอทา ยเหมือง อำเภอตะกั่วปา จังหวัดพังงา อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎรธานี สภาพภูมิประเทศสวนใหญเปนพื้นที่ลาด ชนั เชงิ ซอนรองลงมาเปนลูกคลน่ื ลอนลาดเล็กนอย พ้ืนที่ราบเรยี บหรอื คอ นขางราบเรยี บ พ้นื ทล่ี ูกคล่ืนลอน ชัน พื้นที่เนินเขา ตามลำดับมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,097 เมตร โดยมีคลองพังงาไหลผาน พน้ื ท่ที างทศิ เหนือลงไปทางทิศใตของลุมนำ้ ไหลลงสทู ะเลอนั ดามัน บรเิ วณอำเภอเมอื งพงั งา จังหวัดพังงา ลักษณะทางกายภาพของลุมน้ำคลองลาว มีรูปแบบลำธารแบบรูปแบบของลำธารเปนแบบ กิ่งไม (dendritic drainage pattern) เปนลักษณะโครงขาย การระบายน้ำที่ลำน้ำยอยไหลมารวมกันกับ ลำน้ำหลัก ลักษณะคลายกิ่งไมหรือเสนประสาทมีทิศทางการไหลจากทิศตะวันตก ไดแก คลองบางเทาแม คลองบางอวด คลองแทงแก คลองบางไกตาย คลองมะรุย และทิศตะวันออก ไดแก คลองบางปริก คลอง บางไทร คลองทอม ไหลมาบรรจบลงสูตอนกลางของพื้นที่ เปนคลองสายหลักคือ คลองลาว และออกสู แมน้ำมะรุยทางตอนใตของพื้นที่เขตพัฒนาที่ดินลุมน้ำคลองลาว สำหรับระบบอุทกวิทยาของลุมน้ำคลอง ลาว ประกอบดวย ลำน้ำ ดงั นี้ 1) คลองลาว เปนคลองสายหลักของพื้นท่ีเขตพัฒนาที่ดินลุมน้ำคลองลาว มีตนกำเนิดจาก แนวเขาแกว อยูทางตอนบนของพื้นที่ลุมน้ำ ไหลมารวมกับลำธารเล็ก ๆ หลายสายไหลลงสูแมน้ำมะรุย ทางตอนใตของพน้ื ท่ี บรเิ วณบานมะรุย ตำบลมะรยุ อำเภอทบั ปุด จังหวดั พังงา 2) คลองบางเทาแม มีตน กำเนิดจากน้ำตกบางเทาแม บรเิ วณบานบางยิงววั อยทู างตอนบน ของพื้นที่ลุมน้ำ ไหลมารวมกับลำธารเล็ก ๆ หลายสายไหลลงสูคลองลาว บริเวณบานเขาตอ ตำบลเขาตอ อำเภออาวลึก 3) คลองบางอวด มีตน กำเนดิ จากแนวเขาพนม อยูทางทศิ ตะวนั ตกของพน้ื ท่ีลุมนำ้ ไหลมารวม กับลำธารเลก็ ๆ หลายสายไหลลงสคู ลองลาว บริเวณบานบางไทร ตำบลนาเหนือ อำเภออา วลึก 4) คลองแทงแก มีตนกำเนิดจากแนวเขาพนม บริเวณบานเขาใหญ เปนลำคลองที่รับน้ำ จากคลองบางปริก และคลองบางไทร อยูทางตอนกลางของพื้นที่ลุมน้ำ ไหลลงสูคลองลาว บริเวณบานนา เหนือ ตำบลนาเหนือ อำเภออาวลกึ 5) คลองทอม มีตนกำเนิดจากแนวเขาใหญ ไหลลงสูคลองลาว บานนาเหนือ ตำบลนาเหนือ อำเภออาวลกึ
45 3.5.2 สภาพป�ญหาทรพั ยากรน�า - แหลงน้ำที่มีอยูไมสามารถใชประโยชนไดอยางเต็มที่ เนื่องจากมีขนาดเล็กและตื้นเขิน ขาด ระบบสงนำ้ และเครอ่ื งสบู นำ้ ตลอดจนการบริหารจัดการที่ดี - ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ตลอดจนแหลงน้ำเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะในชวงฤดู แลงในบรเิ วณพืน้ ทใ่ี กลล ำนำ้ หรือแหลง นำ้ ขนาดเล็ก - การบุกรุกพื้นที่แหลงน้ำจากชาวบาน บริเวณแหลงน้ำหลายสายถูกบุกรุกจากชาวบานเพ่ือ นำไปใชเ ปนพ้ืนทเี่ พาะปลูก โดยเฉพาะการปลกู พชื สวนและไรน า เปน ตน - คุณภาพน้ำในลำน้ำสายสำคัญบางสายเสื่อมโทรม เนื่องจากการปนเปอนของสารเคมีทาง การเกษตรสลู ำนำ้ โดยตรง - การพฒั นาพน้ื ทแี่ หลงน้ำท่ีมีอยูไ มไดร บั การพัฒนาและปรบั ปรุงใหม ีประสิทธิภาพ มีศักยภาพ ในการเกบ็ และการระบายน้ำ - ปญหาน้ำทวมฉับพลันที่เกิดขึ้นในบางชุมชน เนื่องจากลำน้ำมีความลาดชันสูงไมมีแหลงเก็บ กกั นำ้ และชะลอการไหลของน้ำ อกี ทัง้ ยังเปน พน้ื ทีท่ เี่ ปนทางผานของนำ้ อีกดวย แนวโนมในอนาคตสถานการณปญหาของแหลงน้ำ เชน ปญหาการขาดแคลนน้ำใชในชวงฤดู แลง ปญหาน้ำทวมในชวงฤดูฝนที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่ ปญหาการบุกรุกพื้นที่แหลงน้ำ ปญหาการพัฒนา พื้นที่แหลงน้ำ และปญหาคุณภาพแหลงน้ำ ในอนาคตเมื่อคำนึงถึงความตองการที่เพิ่มขึ้นของการใชน้ำใน ดานตาง ๆ อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของประชากร การเจริญเติบโตดานเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะทำให เกิดความไมสมดุลในดานการใชน้ำและทรัพยากรธรรมชาติอื่นที่เกี่ยวของ อาจกอใหเกิดปญหาตาง ๆ ตามมา ปญ หาเหลานีย้ งั คงเปนปญหาสำคัญทคี่ วรไดรับการแกไ ขอยางตอเน่อื ง
46 ภาพที่ 3-6 เสน ทางนำ้ และเสน ทางคมนาคม พน้ื ทล่ี ุมน้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยาและอา วลกึ จังหวดั กระบี่
47 ภาพที่ 3-7 ขอบเขตพืน้ ทลี่ มุ นำ้ คลองลาว อำเภอปลายพระยาและอา วลกึ จงั หวัดกระบ่ี
48 3.6 ขอบเขตที่ดินตามกฎหมายและนโยบาย ขอมลู ขอบเขตทด่ี นิ ของรฐั ดา นทรพั ยากรปา ไม (ตารางที่ 3-5) ตารางท่ี 3-5 ขอ มลู ท่ดี ินของรฐั ทใี่ ชรวมในการวิเคราะหดานทรพั ยากรปาไม อำเภอปลายพระยา และ อำเภออาวลกึ จงั หวัดกระบ่ี หนว ยงานและขอมูลประเภททดี่ ิน สถานะทางกฎหมาย 1. กรมอุทยานแหง ชาติ สัตวป า และพันธุพ ชื 1.1 อุทยานแหง ชาติ แผนทแี่ นบทา ย พระราชกฤษฎกี า(พระราชบญั ญตั ิ อุทยานแหง ชาติ พ.ศ.2504 และท่ีแกไขเพม่ิ เตมิ ) 1.2 เขตรกั ษาพันธุสัตวปา แผนทแ่ี นบทาย พระราชกฤษฎกี า(พระราชบญั ญัติ สงวนและคมุ ครองสัตวป า พ.ศ.2535 พระราชบัญญตั ิสงวนและคมุ ครองสตั วป า (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2546 และพระราชบญั ญัตสิ งวนและ คุมครองสตั วป า (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ.2557) 1.3 เขตหามลา แผนทแี่ นบทา ยประกาศกฎกระทรวง 1.4 วนอทุ ยาน ไมร ะบุ 2. กรมปา ไม 2.1 ปาสงวนแหง ชาติ ปา สงวนแหงชาติ โดยกฎกระทรวง ตาม พ.ร.บ.ปา สงวนแหงชาติ พ.ศ.2507และที่แกไขเพ่ิมเตมิ 2.2 เขตการจำแนกเขตการใชป ระโยชน มตคิ ณะรัฐมนตรี วันที่ 10 และ 17 มนี าคม 2535 ทรพั ยากรและดนิ ปา ไมในเขตปาสงวนแหงชาติ 3. สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากร ธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม ชัน้ คุณภาพลมุ น้ำ มตคิ ณะรฐั มนตรี 4.กรมพฒั นาทด่ี ิน ปาไมถ าวร มติคณะรฐั มนตรี 5. สำนักงานปฏิรปู ท่ีดนิ เพือ่ เกษตรกรรม เขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) แผนทแ่ี นบทาย พระราชกฤษฎกี า (พระราชบญั ญตั ิ การปฏริ ปู ทด่ี ินเพ่อื เกษตรกรรม พ.ศ.2518) 6.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแหงชาติ (คทช.) แปลงที่ดินทำกนิ ตามนโยบายท่ีดินแหง ชาติ (คทช.) มตคิ ณะรัฐมนตรี
49 เมื่อจำแนกพื้นท่ีปาไมตามขอ กำหนดการใชที่ดินประเภทและวัตถปุ ระสงคของการประกาศเขตปาไม ตามกฎหมาย (แนวเขตปาไมและที่ดินของรัฐประเภทอื่นไมชัดเจนและมีการทับซอนกัน) สามารถจำแนก พ้นื ท่ีในพน้ื ทล่ี ุมน้ำ ไดด งั น้ี 3.6.1 พื้นที่เขตป�าสงวนแห่งชาติ การจำแนกเขตการใชประโยชนทรัพยากรและที่ดินปาไมในเขตปาสงวนแหงชาติตามมติ คณะรัฐมนตรี วันที่ 10 และ 17 มีนาคม 2535 ไดใหความเห็นชอบตามมติของคณะกรรมการ นโยบายปา ไมแหงชาติ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ เรื่องการจำแนกเขตการใชประโยชนทรัพยากรและที่ดินปา ไมในเขตปาสงวนแหงชาติ ซึ่งไดจำแนกเขตปาสงวนแหงชาติ ออกเปน 3 เขต ดังนี้ เขตพื้นที่ปาเพื่อการ อนุรักษ (โซน C) เขตพื้นที่ปาเพื่อเศรษฐกิจ (โซน E) และเขตพื้นที่ปาที่เหมาะสมตอการเกษตร (โซน A) เมื่อจำแนกปาตามเขตปาสงวนแหงชาติ พบวา พื้นที่ลุมน้ำคลองลาว อยูในเขตปาสงวนแหงชาติหลายปา (ตารางที่ 3-6) และสามารถจำแนกเขตการใชประโยชนทรัพยากรและที่ดินปาไมในพื้นที่ปาสงวนแหงชาติ (ตารางท่ี 3-7) ตารางที่ 3-6 พืน้ ทเ่ี ขตปา สงวนแหงชาตใิ นพื้นท่ลี มุ นำ้ คลองลาว อำเภอปลายพระยาและอำเภออาวลกึ จงั หวัดกระบ่ี ปาสงวนแหงชาติ เน้อื ท่ี ไร รอ ยละของลุมน้ำ พ้นื ทป่ี า สงวนแหง ชาติ 69,490 46.87 - ปาควนมะรยุ 1,393 0.94 - ปาเขาตอ 35,830 24.17 - ปาเขาพนมและปาพลูเถื่อน 770 0.52 - ปาเขาแกวและปา ควนยิงววั 29,913 20.17 - ปาเขาใหญ 1,584 1.07 ท่มี า : กรมปาไม (2560) ตารางที่ 3-7 พื้นที่เขตการใชประโยชนทรัพยากรและที่ดินปาไม พื้นที่ลุมน้ำคลองลาว อำเภอปลายพระ ยาและอำเภออา วลึก จังหวัดกระบ่ี เขตปา จำแนกในเขตปาสงวนแหง ชาติ เน้ือท่ี ไร รอ ยละของลมุ น้ำ พื้นที่เหมาะสมตอการเกษตร (โซน A) 8,814 5.94 พน้ื ทปี่ าอนุรักษ (โซน C) 22,342 15.07 พน้ื ท่ีปาเศรษฐกิจ (โซน E) 31,802 21.45 ทีม่ า : กรมปา ไม (2560)
50 3.6.2 พื้นที่ป�าอนุรกั ษต์ ามมติคณะรฐั มนตรี ตามมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดชั้นคุณภาพลุมน้ำ เพื่อใหมีการอนุรักษทรัพยากรท่ี เหมาะสมจึงไดแบงพื้นที่ชั้นคุณภาพลุมน้ำออกเปน 6 ชั้น คือ พื้นที่ลุมน้ำชั้น 1A พื้นที่ลุมน้ำชั้น 1B พื้นที่ ลุมน้ำชั้น 2 พื้นที่ลุมน้ำชั้น 3 พื้นที่ลุมน้ำชั้น 4 และพื้นที่ลุมน้ำชั้น 5 จากขอกำหนดการใชประโยชนและ การจัดการพื้นที่ชั้นลุมน้ำคุณภาพตาง ๆ สรุปสาระสำคัญได คือ การใชประโยชนพื้นที่ลุมน้ำชั้น 1 และ พื้นที่ลุมน้ำชั้น 2 ซึ่งเปนพื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญที่ตองสงวนรักษาไวเปนแหลงตนน้ำลำธารและ เปนพื้นที่ปาไมของประเทศ เนื่องจากมีลักษณะและสมบัติที่อาจมีผลกระทบทางสิ่งแวดลอมจากการ เปลี่ยนแปลงการใชที่ดินไดงายและรุนแรง ไมควรจะเปลี่ยนแปลงพื้นที่เพือ่ ใชทำการเกษตร สำหรับการใช ประโยชนพื้นที่ลุมน้ำชั้น 3 4 และพื้นที่ลุมน้ำชั้น 5 นั้น ใหใชทำการเกษตรไดแตตองมีมาตรการตามขอ กำหนดการใชประโยชนพ ื้นทีล่ มุ นำ้ ไดแก มาตรการดานการอนุรักษด ินและน้ำ และการปอ งกันการชะลาง พังทลายของดนิ เปน ตน ดังนน้ั ขอ กำหนดตาง ๆ จงึ มมี าตรการทีเ่ ขม งวดแตกตางกัน เพ่ือปองกันการเสื่อม โทรมของดิน และใหสามารถใชประโยชนที่ดินไดอยางยั่งยืนตอไปพื้นที่โครงการฯ (ตารางที่ 3-8) ประกอบดว ย ชน้ั คุณภาพลุม นำ้ ดงั น้ี 1) พื้นที่ลุมน้ำชั้น 1A เปนพื้นที่ลุมน้ำชั้นที่ 1 ซึ่งมีสภาพเปนปาสมบูรณกอนป 2525 โดย พื้นที่นี้ควรสงวนรักษาไวเปนปาตนน้ำลำธาร (หามมีการใชประโยชนอยา งอื่น) มีเนื้อที่ประมาณ 3,774 ไร หรือรอ ยละ 2.55 ของเนอ้ื ทท่ี ั้งหมด 2) พื้นที่ลุมน้ำชั้น 1B เปนพื้นที่ลุมน้ำชั้นที่ 1 ซึ่งสภาพปาถูกบุกรุก หรือมีการเปลี่ยนแปลง ไปเพื่อพัฒนาการใชที่ดินรูปแบบอื่นกอน ป 2525 โดยพื้นที่นี้ควรสงวนรักษาไวเปนปาตนน้ำลำธาร และ ควบคมุ การใชป ระโยชนเ ปน พิเศษ มเี น้อื ท่ปี ระมาณ 1,800 ไร หรอื รอยละ 1.21 ของเนื้อทท่ี ัง้ หมด 3) พื้นที่ลุมนำ้ ชั้น 2 เปนพื้นที่มีความลาดชันคอนขางสูง ซึ่งมีคุณภาพเหมาะสมตอการเปน ปาตนน้ำลำธาร และสามารถนำมาใชประโยชนเพื่อกิจการที่สำคัญ เชน การทำเหมืองแร สวนยางพารา หรือพืชทมี่ คี วามมั่นคงตอเศรษฐกิจ มเี นอ้ื ท่ีประมาณ 17,311 ไร หรือรอยละ 11.68 ของเนอ้ื ที่ท้งั หมด 4) พืน้ ที่ลมุ น้ำช้ัน 3 เปน พนื้ ท่ีมีความลาดเทสูง สามารถนำมาใชป ระโยชนไดท้ังกิจกรรมทำ ไม เหมืองแร และสามารถใชพื้นที่เพื่อการเกษตรไดโดยถาเปนบริเวณที่เปนดินลึกควรปลูกไมผล หรือไม ยืนตน แตถาเปนบริเวณที่เปนดินตื้นควรปลูกปาและทุงหญา มีเนื้อที่ประมาณ 15,308 ไร หรือรอยละ 10.32 ของเนือ้ ทท่ี งั้ หมด 5) พื้นที่ลุมนำ้ ชั้น 4 เปนพื้นที่มีความลาดชันต่ำ และปาถูกบุกรุกเปนพ้ืนที่ใชประโยชนเพ่ือ กิจการทำไม เหมืองแร และสามารถใชพื้นที่เพื่อการเกษตรได โดยถาเปนบริเวณที่เปนดินลึก และมีความ ลาดชันมากควรปลูกไมผล แตถาเปนบริเวณที่มีความลาดชันนอยจะใชประโยชนเพื่อการปลูกพืชไรได มี เนื้อท่ปี ระมาณ 40,446 ไร หรอื รอ ยละ 27.28 ของเนื้อท่ีทงั้ หมด 6) พืน้ ทลี่ มุ นำ้ ชัน้ 5 เปนพ้นื ที่ราบลุม มเี น้ือทีป่ ระมาณ 69,633 ไร หรือรอยละ 46.96 ของ เนื้อท่ที ้ังหมด
51 ตารางท่ี 3-8 พืน้ ที่ชนั้ คณุ ภาพลมุ นำ้ ในพน้ื ทล่ี ุมนำ้ คลองลาว อำเภอปลายพระยาและอำเภออาวลึก จังหวัดกระบ่ี ชัน้ คณุ ภาพลมุ น้ำ เนือ้ ที่ รอ ยละ พื้นทล่ี ุมน้ำชัน้ 1A ไร 2.55 พื้นทล่ี มุ นำ้ ชนั้ 1B 1.21 พน้ื ทลี่ มุ นำ้ ชั้น 2 3,774 11.68 พน้ื ที่ลมุ นำ้ ชั้น 3 1,800 10.32 พื้นที่ลุมนำ้ ชั้น 4 17,311 27.28 พื้นท่ีลุมนำ้ ชัน้ 5 15,308 46.96 40,446 รวมเนือ้ ท่ี 69,633 100.00 148,272 ท่ีมา: สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม (2555) 3.6.3. ป�าไม้ถาวรตามมติคณะรฐั มนตรี ปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี เปนแนวเขตที่ดินที่เห็นสมควรรักษาไวเปนเขตปาไม โดยมีกรมปาไมเปนหนวยงานรับผิดชอบในการนำพื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีมีมติใหรักษาไวเปนปาไมถาวรใน พืน้ ทโ่ี ครงการฯ ประกอบดว ย พื้นทเ่ี ขตปา ไมถ าวรนอกเขตปา ดังน้ี (ตารางที่ 3-9) ตารางที่ 3-9 พื้นที่เขตปาไมถาวรนอกเขตปาในพื้นที่ลุมน้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยาและ อำเภออาวลึก จังหวดั กระบี่ ปา ไมถ าวรนอกเขตปา เนอ้ื ที่ พื้นทีป่ า ไมถาวร ไร รอยละ - ปาหินดานควนลังตงั หรือปาเขาแกวและปาควนยิงววั - ปา เขาตอ 8,266 5.58 7,500 5.06 766 0.52 3.6.4. เขตพื้นที่ปฎิรปู ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เขตพื้นที่ปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ตามแผนที่แนบทาย พระราชกฤษฎีกา พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 พบวา มีเนื้อที่ 5,448 ไร หรือรอยละ 3.62 ของเนอ้ื ทที่ ้งั หมด
52 3.6.5 เขตนิคมสหกรณ์ เขตนิคมสหกรณในพื้นที่ลุมน้ำคลองลาว เปนนิคมสหกรณจัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกา ประกอบดวย เขตนิคมสหกรณอาวลึก มีเนื้อที่ 6,497 ไร หรือรอยละ 4.38 ของเนื้อที่ทั้งหมด และเขต นคิ มสหกรณพ นม มีเน้อื ที่ 2,970 ไร หรือรอยละ 2.00 ของเนือ้ ท่ที ้ังหมด
53 ภาพที่ 3-8 สถานภาพปา ไม พนื้ ทล่ี มุ น้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยาและอาวลกึ จงั หวดั กระบ่ี
54 3.7 ทรพั ยากรป�าไม้ พื้นที่ปาไมในเขตปาตามกฎหมายวิเคราะห จากการซอนทับขอมูลพื้นที่ปาอนุรักษ (เขตรักษาพันธุ สัตวป า อุทยานแหงชาติ วนอทุ ยาน) พื้นที่ปาสงวนแหงชาติ (เขตการใชประโยชนท รัพยากรและท่ีดิน ปาไม ในพื้นที่ปาสงวนแหงชาติ) พื้นที่ปาอนุรักษตามมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดชั้นคุณภาพลุมน้ำ ปาไม ถาวรนอกเขตปา เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แปลงที่ดินทำกินตามนโยบายที่ดินแหงชาติ (คทช.) และสภาพการใชท ่ีดินในพ้ืนทีโ่ ครงการ พบวา มีสถานภาพของทรพั ยากรปาไม (ตารางท่ี 3-10) ตารางที่ 3-10 สถานภาพทรัพยากรปาไมในพื้นที่ลุมน้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยา และอำเภออาวลึก จงั หวัดกระบี่ สถานภาพทรพั ยากรปา ไม เนือ้ ที่ ไร รอยละ 1) พืน้ ทใ่ี นเขตปา ตามกฎหมาย 18,809 12.68 1.1) พน้ื ท่ปี า สมบรู ณ 17,248 11.63 1.2) พ้ืนทีป่ า รอสภาพฟนฟู 1,561 1.05 2) พน้ื ทม่ี กี ารใชประโยชนเ พอ่ื เกษตรกรรม 122,500 82.62 - พื้นที่นา 59 0.04 - ไมย นื ตน 122,172 82.4 - ไมผ ล 179 0.12 3) ทุงหญาเลยี้ งสตั วแ ละโรงเรอื นเลย้ี งสัตว 90 0.06 4) พื้นทเ่ี บด็ เตลด็ 1,728 1.17 5) พน้ื ทช่ี มุ ชนและสิ่งปลูกสราง 4,475 3.02 6) พน้ื ทน่ี ้ำทสี่ รางขน้ึ 760 0.51 รวมเน้ือท่ี 148,272 100.00 หมายเหตุ : เน้ือทีป่ า ไมต ามกฎหมายและปา ตามมตคิ ณะรัฐมนตรี คำนวณดว ยระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร 3.8 สภาพการใช้ที่ดิน สภาพการใชที่ดินในโครงการปองกันการชะลางพังทลายของดินและฟนฟูที่เกษตรกรรมดวยระบบ อนุรักษดินน้ำ พื้นที่ลุมน้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยาและอำเภออาวลึก จังหวัดกระบี่ ซึ่งเนื้อที่รวมทั้งส้ิน 148,272 ไร พบวา มีการใชท ีด่ ินแบง ออกเปน 5 ประเภทหลัก (ตารางที่ 3-11 และภาพท่ี 3-8) ไดแ ก 1) พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสราง (U) มีเนื้อที่ 4,475 ไร คิดเปนรอยละ 3.01 ของเนื้อที่ทั้งหมดไดแก หมูบาน 26 หมูบาน สถานที่ราชการและสถาบันตาง ๆ โรงงานอุตสาหกรรม และแหลงรับซื้อทาง การเกษตร ไดแ ก ยางพารา ปาลมน้ำมัน กาแฟและทเุ รยี น
55 2) พ้ืนทเี่ กษตรกรรม (A) มีเน้อื ที่ 122,500 ไร หรือรอ ยละ 82.62 ของเนือ้ ที่ท้งั หมด 3) พนื้ ที่ปา ไม (F) มเี นือ้ ท่ี 18,809 ไร หรือรอ ยละ 12.69 ของเนื้อทีท่ ง้ั หมด 4) พื้นที่เบ็ดเตล็ด มีเนื้อที่ 1,728 ไร หรือรอยละ 1.17 ของเนื้อที่ทั้งหมด ไดแก ทุงหญาธรรมชาติ และทงุ หญาสลบั ไมพุม/ไมละเมาะ 5) พน้ื ทีน่ ้ำ มีเนือ้ ท่ี 760 ไร หรอื รอ ยละ 0.51 ของเนือ้ ทที่ งั้ หมด ตารางที่ 3-11 ประเภทการใชท่ดี ินในพ้ืนท่ลี มุ น้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยา และอำเภออาวลึก จงั หวดั กระบ่ี สัญลักษณ ประเภทการใชที่ดนิ เน้อื ที่ ไร รอ ยละ U พืน้ ทชี่ ุมชนและสงิ่ ปลูกสรา ง 4,475 3.02 U2 หมูบา นบนพน้ื ราบ 2,938 1.98 U201 หมบู านบนพ้นื ราบ 2,836 1.91 U201/A301 หมูบา นบนพื้นราบ/ไมย ืนตนผสม 77 0.05 U201/A401 หมบู า นบนพน้ื ราบ/ไมผลผสม 25 0.02 U3 สถานทรี่ าชการและสถาบนั ตา ง ๆ 489 0.33 U301 สถานทร่ี าชการและสถาบนั ตา ง ๆ 489 0.33 U4 สถานีคมนาคม 422 0.29 U405 ถนน 422 0.29 U5 ยานอุตสาหกรรม 593 0.40 U500 พ้ืนท่อี ตุ สาหกรรมรา ง 71 0.05 U502 โรงงานอุตสาหกรรม 522 0.35 U6 อ่ืนๆ 33 0.02 U605 สถานบี รกิ ารน้ำมัน 33 0.02 A พืน้ ทเี่ กษตรกรรม 122,500 82.62 A1 พ้ืนทนี่ า 59 0.04 A100 นารา ง 59 0.04 A3 ไมย ืนตน 122,172 82.41 A300 ไมยนื ตนราง/เสือ่ มโทรม 157 0.11 A301 ไมยืนตน ผสม 1 0.00 A302 ยางพารา 25,146 16.96 A302/A312 ยางพารา/กาแฟ 5 0.00 A302/A403 ยางพารา/ทุเรยี น 9 0.01
56 ตารางที่ 3-11 ประเภทการใชท่ดี ินในพนื้ ทลี่ มุ น้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยา และอำเภออาวลึก จงั หวดั กระบ่ี (ตอ) สญั ลกั ษณ ประเภทการใชท ีด่ ิน เนอ้ื ที่ ไร รอ ยละ A303 ปาลม น้ำมัน 96,788 65.28 A303/A411 ปาลม นำ้ มนั /กลว ย 46 0.03 A303/A419 ปาลม น้ำมนั /มังคดุ 7 0.01 A312 กาแฟ 13 0.01 A4 ไมผล 179 0.11 A401 ไมผ ลผสม 93 0.06 A403 ทเุ รยี น 5 0.00 A403/A411 ทุเรยี น/กลวย 9 0.01 A403/A420 ทเุ รยี น/ลางสาด ลองกอง 16 0.01 A403/A422 ทเุ รียน/มะนาว 4 0.00 A404 เงาะ 10 0.01 A411 กลว ย 7 0.00 A414 ฝร่งั 24 0.02 A419 มงั คุด 5 0.00 A420 ลางสาด ลองกอง 6 0.00 A7 ทงุ หญาเลี้ยงสตั วและโรงเรอื นเลยี้ งสตั ว 90 0.06 A703 โรงเรือนเลีย้ งสตั วป ก 47 0.03 A704 โรงเรือนเลยี้ งสกุ ร 43 0.03 F พน้ื ทปี่ าไม 18,809 12.68 F1 ปาไมผลดั ใบ 18,809 12.68 F100 ปา ไมผ ลดั ใบรอสภาพฟนฟู 1,561 1.05 F101 ปา ไมผ ลัดใบสมบูรณ 17,248 11.63 W พื้นทนี่ ำ้ 760 0.51 W1 แหลงนำ้ ธรรมชาติ 230 0.16 W101 แมน ำ้ ลำหวย ลำคลอง 203 0.14 W102 หนอง บึง ทะเลสาบ 27 0.02 W2 แหลง นำ้ ทสี่ รางขน้ึ 530 0.35 W201 อา งเก็บนำ้ 155 0.10 W202 บอน้ำในไรน า 375 0.25
57 ตารางท่ี 3-11 ประเภทการใชท ดี่ ินในพน้ื ทลี่ มุ นำ้ คลองลาว อำเภอปลายพระยา และอำเภออาวลึก จังหวดั กระบ่ี (ตอ ) สัญลกั ษณ ประเภทการใชท ดี่ นิ เนื้อที่ ไร รอ ยละ M พืน้ ทเี่ บด็ เตล็ด 1,728 1.17 M1 ทุงหญาธรรมชาติ 1,671 1.13 M101 ทุง หญา ธรรมชาติ 1,327 0.90 M102 ทุงหญา สลับไมพ มุ /ไมละเมาะ 344 0.23 M4 พ้นื ทถ่ี ม 57 0.04 M405 พื้นที่ถม 57 0.04 รวมเน้อื ที่ 148,272 100.00 1) พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสราง (U) มีเนื้อที่ 4,475 ไร หรือรอยละ 3.02 ของเนื้อที่ทั้งหมด ประกอบดวย หมบู า นบนพน้ื ราบ สถานท่รี าชการและสถาบันตาง ๆ สถานีคมนาคม ยานอุตสาหกรรมและ พืน้ ทอ่ี นื่ ๆ (1) หมูบานบนพื้นราบ (U2) มีเนื้อที่ 2,938 ไร หรือรอยละ 1.98 ของเนื้อที่ทั้งหมดประกอบดวย หมูบ านบนพืน้ ราบ 2,836 ไร หรือรอยละ 1.91 ของเน้อื ท่ีทง้ั หมด หมบู า นบนพ้ืนราบ/ไมยนื ตน ผสม 77 ไร หรือรอยละ 0.05 และหมูบานบนพื้นราบ/ไมผลผสม 25 ไร หรือรอยละ 0.02 ซึ่งเปนที่อยูอาศัยโดยทั่วไป นอกจากตัวเมอื ง มกั กระจายอยูทว่ั ไปตามพ้นื ที่ (2) สถานทรี่ าชการและสถาบันตา งๆ (U3) มีเนื้อที่ 489 ไร หรอื รอ ยละ 0.33 ของเนื้อทที่ ั้งหมด (3) สถานคี มนาคม (U4) ประกอบดว ย ถนน มีเนื้อที่ 422 ไร หรอื รอ ยละ 0.29 ของเนือ้ ท่ีท้งั หมด (4) ยานอุตสาหกรรม (U5) มีเนื้อที่ 593 ไร หรือรอยละ 0.40 ของเนื้อที่ทั้งหมด ประกอบดวย พ้นื ท่ีอุตสาหกรรมราง 71 ไร หรอื รอ ยละ 0.05 และโรงงานอตุ สากรรม 522 ไร หรอื รอยละ 0.35 (5) พืน้ ทีอ่ ื่น ๆ (U6) มีเนื้อท่ี 33 ไร หรอื รอ ยละ 0.02 ของเน้ือทที่ ้ังหมด ประกอบดวย สถานีบริการ นำ้ มัน 33 ไร หรือรอยละ 0.02 2) พนื้ ท่ีเกษตรกรรม (A) มีเน้ือที่ 122,500 ไร หรอื รอยละ 82.62 ของเนือ้ ทท่ี ้ังหมด (1) พืน้ ท่นี า (A1) มีเน้ือท่ี 59 ไร หรือรอยละ 0.04 ของเนือ้ ที่ทั้งหมด ประกอบดว ย นารา ง มีเน้ือ ที่ 59 ไร หรือรอ ยละ 0.04 ของเน้อื ทที่ ัง้ หมด (2) ไมยืนตน (A3) มีเนื้อที่ 122,172 ไร หรือรอยละ 82.41 ของเนื้อที่ทั้งหมด พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ของจังหวัด คอื ปาลม นำ้ มนั มีเน้ือที่ 96,788 ไร หรอื รอ ยละ 65.28 ของเนอ้ื ทีท่ ้งั หมด และยางพารา (A302) มีเน้อื ที่ 25,146 ไร หรือรอ ยละ 16.96 ของเนอ้ื ทีท่ ั้งหมด นอกจากน้ี ยงั มไี มยนื ตน อืน่ ๆ ประกอบดวย ไมยืน ตนราง/เสื่อมโทรม 157 ไร ไมยืนตนผสม 1 ไร ยางพารา/กาแฟ 5 ไร ยางพารา/ทุเรียน 9 ไร ปาลมน้ำมัน/ กลวย 46 ไร ปาลมน้ำมนั /มงั คดุ 7 ไร และกาแฟ 13 ไร
58 (3) ไมผ ล (A4) มเี นื้อที่ 179 ไร หรอื รอ ยละ 0.11 ของเนอื้ ที่ท้งั หมด ประกอบดว ย - ไมผ ลผสม (A401) มเี นอื้ ที่ 93 ไร หรือรอ ยละ 0.06 ของเนอ้ื ท่ที ง้ั หมด - ทเุ รียน (A403) มเี นอื้ ท่ี 5 ไร - ทุเรียน/กลวย (A403/A411) มีเนื้อที่ 9 ไร หรือรอยละ 0.01 ของเน้อื ท่ที ้ังหมด - ทุเรียน/ลางสาด ลองกอง (A403/A420) มเี นื้อท่ี 16 ไร หรอื รอ ยละ 0.01 ของเนือ้ ทที่ ง้ั หมด - ทุเรียน/มะนาว (A403/A422) มีเน้ือท่ี 4 ไร - เงาะ (A404) มีเนื้อท่ี 10 ไร หรือรอยละ 0.01 ของเนื้อที่ท้งั หมด - กลวย (A411) มีเนื้อท่ี 7 ไร - ฝร่ัง (A414) มีเน้ือที่ 24 ไร หรือรอยละ 0.02 ของเนือ้ ทีท่ ั้งหมด - มังคุด (A419) มีเนื้อท่ี 5 ไร - ลางสาด ลองกอง (A420) มีเนื้อท่ี 6 ไร (4) ทุงหญาและโรงเรือนเลี้ยงสัตว (A7) มีเนื้อท่ี 90 ไร ประกอบดวย โรงเรือนเลี้ยงสัตวปก 47 ไร และโรงเรอื นเล้ียงสุกร 43 ไร 3) พื้นที่ปาไม (F) มีเน้ือที่ 18,809 ไร หรือรอยละ 12.68 ของเน้ือท่ีจังหวัด ประกอบดวย (1) ปาไมผลัดใบ (F1) มีเนื้อที่ 18,809 ไร หรือรอยละ 12.68 ของเนื้อที่ทั้งหมด แบงเปน ปาไม ผลัดใบรอสภาพฟน ฟู 1,561 ไร หรอื รอ ยละ 1.05 ของเนื้อท่ที ้งั หมด ปาไมผ ลดั ใบสมบรู ณ 17,248 ไร หรือ รอยละ 11.63 ของเน้อื ท่ที ้ังหมด 4) พ้นื ทีน่ ำ้ (W) มเี นอื้ ที่ 760 ไร หรือรอ ยละ 0.51 ของเนื้อท่ีทง้ั หมด ประกอบดว ย (1) แหลงน้ำธรรมชาติ ไดแก แมนำ้ ลำหว ย ลำคลอง (W101) มีเน้ือท่ี 203 ไร หรอื รอ ยละ 0.14 ของเนื้อที่ทั้งหมด และหนอง บึง ทะเลสาบ (W102) มีเนื้อที่ 27 ไร หรือรอยละ 0.02 ของเนื้อที่ทั้งหมด ทำใหเกิดแหลงน้ำผิวดินที่เกิดจากการถูกกระทำของลำน้ำกระจายอยูทั่วไป ทั้งลักษณะหนอง บึง และ บางแหง พบมากเปน แหลงน้ำชุมชนในรปู ฝาย (2) แหลงน้ำที่สรางขึ้น ไดแก อางเก็บน้ำ (W201) มีเนื้อที่ 155 ไร หรือรอยละ 0.10 ของเนื้อท่ี ทง้ั หมด และบอนำ้ ในไรน า มเี น้ือท่ี 375 ไร หรอื รอ ยละ 0.25 ของเนอ้ื ที่ท้งั หมด 5) พื้นที่เบ็ดเตล็ด (M) มีเนื้อที่ 1,728 ไร หรือรอยละ 1.17 ของเนื้อที่ทั้งหมด ประกอบดวย ทุง หญาธรรมชาติ 1,327 ไร หรือรอยละ 0.90 ของเนอื้ ท่ที ั้งหมด ทุงหญา สลับไมพมุ /ไมละเมาะ 344 ไร หรือรอย ละ 0.23 ของเนื้อทท่ี งั้ หมด และพนื้ ทีถ่ ม 57 ไร หรือรอยละ 0.04 ของเนอ้ื ทีท่ งั้ หมด
59 ภาพท่ี 3-9 สภาพการใชท่ดี นิ พ้ืนท่ลี ุมน้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยา และอำเภออาวลึก จังหวดั กระบ่ี
60 3.9 พื้นที่เสี่ยงต่อการชะล้างพังทลายของดิน การชะลางพังทลายของดินเปนปญหาที่สำคัญที่สงผลใหทรัพยากรที่ดินเสื่อมโทรมเนื่องจากทำให เกิดการสูญเสียหนาดิน การสูญเสียธาตุอาหารและอินทรียวัตถุในดิน สงผลใหความอุดมสมบูรณของดิน ลดลง โดยเฉพาะอยางยิ่งในพน้ื ทีท่ ่มี กี ารใชท่ีดินในการปลูกพืชอยางเขม ขนในรอบป รวมท้ังในพ้ืนท่ีที่มีการ ใชเคร่อื งจักรกลในการไถพรวนดินเปน สาเหตสุ ำคญั ท่ที ำใหส มบัตทิ างกายภาพของดินโดยเฉพาะโครงสราง ดินถูกทำลาย ยิ่งสงเสริมใหเกิดการพังทลายของดินในพื้นท่ีผลจากการชะลางพังทลายของดินจะสงผล กระทบตอสิ่งแวดลอมทั้งในพื้นที่ที่เกิดการชะลางพังทลายของดินและพื้นที่โดยรอบ และทำใหผลผลิตตอ หนวยพื้นที่ลดลง เนื่องจากความอุดมสมบูรณลดลง และเกิดการตื้นเขินของแมน้ำ ลำคลองจากมีการ สะสมของตะกอนดิน ทำใหศักยภาพในการเก็บกักน้ำของแหลงน้ำต่ำลง ปญหาเหลานี้จะสงผลกระทบตอ การเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป ดังนั้น จึงมีความจำเปนอยางยิ่งที่จะตองมีการปองกันการชะลางพังทลาย ของดนิ เพอ่ื รกั ษาทรพั ยากรทดี่ ินใหส ามารถใชท ี่ดินไดอ ยางยง่ั ยืน การชะลางพังทลายของดินในแตละพื้นที่จะมีระดับความรุนแรงแตกตางกันไป ขึ้นอยูกับลักษณะ ของดินเอง และปจจัยจากภายนอก โดยปกติแลวการชะลางพังทลายของดินในประเทศไทยจะเกิดขึ้นโดย มีฝนเปนปจจัยหลักที่สำคัญ แตโดยธรรมชาติแลวจะเกิดไมรุนแรงบนพื้นที่ที่มีความลาดชันนอยและมีส่ิง ปกคลุมผิวดินหรือพื้นที่ที่มีความลาดชันสูงแตมีสิ่งปกคลุมผิวดินหนาแนนจนเม็ดฝนไมสามารถกระทบสู พื้นดินได แตจะเกิดรุนแรงมากขึ้นถาพื้นที่มีความลาดชันมากขึ้นและไมมีสิ่งปกคลุมผิวดิน โดยมีกิจกรรม การใชที่ดินของมนุษยเปนตัวเรงใหเกิดความรุนแรงมากขึ้น การชะลางพังทลายของดินนอกจากมี ผลกระทบตอสง่ิ แวดลอ มแลว ยงั สงผลเสยี ทางดานเศรษฐกิจ และจากการประเมินการสญู เสยี ดนิ (ตันตอไร ตอป) ในพื้นที่ลุมน้ำคลองลาว สามารถแบงระดับความรุนแรงของการชะลางพังทลายของดินออกเปน 5 ระดบั (ตารางท่ี 3-12 และภาพท่ี 3-9) ดังน้ี 1) ความรนุ แรงของการชะลางพังทลายของดินระดบั นอย พืน้ ทม่ี คี วามรนุ แรงของการชะลางพงั ทลายของดินในระดับนอ ย ซ่งึ มีปริมาณการสญู เสียดนิ 0-2 ตนั ตอ ไรตอ ป โดยมคี รอบคลมุ เนอ้ื ทีป่ ระมาณ 28,622 ไร หรือรอ ยละ 19.30 ของเน้ือท่ที ้งั หมดพบกระจายตัวอยู ในตำบลเขาตอ ตำบลเขาเขน อำเภอปลายพระยา ตำบลนาเหนือ ตำบลเขาใหญ อำเภออาวลึก ซึ่งบริเวณ ที่มีสูญเสียดินเล็กนอยสวนใหญมีสภาพพื้นที่เปนลูกคลื่นลอนลาดเล็กนอยถึงพื้นที่ราบเรียบหรือคอนขาง ราบเรียบ การใชท่ีดินสวนใหญเปนปา ไมผ ลัดใบสมบูรณ และใชประโยชนในการปลูกยางพารา พื้นที่นีซ้ ึง่ มี สถานภาพความรุนแรงในระดับนอย แตควรไดรับการจัดการดวยมาตรการอนุรักษดินและน้ำที่เหมาะสม เพือ่ ปอ งกนั การสญู เสยี ดินเพอื่ ใชประโยชนอ ยางเหมาะสม 2) ความรุนแรงของการชะลางพังทลายของดนิ ระดบั ปานกลาง พื้นที่มีความรุนแรงของการชะลางพังทลายของดินในระดับปานกลาง ซึ่งมีปริมาณการสูญเสียดิน 2-5 ตันตอไรตอป โดยมีเนื้อที่ครอบคลุมประมาณ 43,937 ไร หรือรอยละ 29.63 ของเนื้อที่ทั้งหมดพบกระจายตัว อยูในตำบลเขาตอ ตำบลเขาเขน อำเภอปลายพระยา ตำบลนาเหนือ ตำบลเขาใหญ อำเภออาวลึก สภาพ พื้นที่สวนใหญมีลักษณะเปนพื้นที่ลูกคลื่นลอนชัน สวนใหญใชประโยชนในการปลูกปาลมน้ำมัน และ
61 ยางพารา พื้นที่นี้ควรมีการใชประโยชนที่ดินอยางระมัดระวัง โดยการปลูกพืชตามแนวระดับหรือขวาง ความลาดเท และควรมกี ารปรับปรงุ บำรุงดินอยางตอ เนอื่ ง 3) ความรนุ แรงของการชะลางพังทลายของดนิ ระดบั รุนแรง พืน้ ท่ีมคี วามรนุ แรงของการชะลา งพังทลายของดนิ ในระดบั รุนแรง ซึ่งมีปริมาณการสูญเสยี ดนิ 5-15 ตัน ตอไรตอป โดยมีเนื้อที่ครอบคลุมประมาณ 52,537 ไร หรือรอยละ 35.43 ของเนื้อที่ทั้งหมด โดยพบกระจาย ตัวอยูพื้นท่ีตำบลเขาตอ ตำบลเขาเขน อำเภอปลายพระยา ตำบลนาเหนือ ตำบลเขาใหญ อำเภออาวลึก สวนใหญเปนปาไมผลัดใบสมบูรณ และใชประโยชนในการปลูกยางพารา พื้นที่นี้ควรนำมาตรการปองกัน การสูญเสียดินทั้งวิธีพืชและวิธีกลสำหรับปองกันการสูญเสียดินมีการปรับปรุงบำรุงดินอยางตอเนื่อง เพ่ือ การใชประโยชนทด่ี นิ ทางการเกษตรไดอ ยา งยัง่ ยืนตลอดไป 4) ความรุนแรงของการชะลา งพังทลายของดนิ ระดบั รนุ แรงมาก พื้นทมี่ คี วามรนุ แรงของการชะลา งพังทลายของดินในระดบั รุนแรงมาก ซึ่งมปี รมิ าณการสูญเสียดนิ 15- 20 ตันตอไรตอป โดยมีเนื้อที่ครอบคลุมประมาณ 3,538 ไร หรือรอยละ 2.39 ของเนื้อที่ทั้งหมด โดยสวน ใหญพบกระจายตัวอยูในตำบลเขาตอ ตำบลเขาเขน อำเภอปลายพระยาตำบลนาเหนือ ตำบลเขาใหญ อำเภออาวลึก สภาพพื้นที่สวนใหญมีความลาดชันสูง และมีการใชประโยชนที่ดินในการปลูกปาลมน้ำมัน และยางพารา และปาไมผลัดใบสมบูรณ พื้นที่นี้หากมีการใชประโยชนที่ดินทางการเกษตร จำเปนอยางย่ิง ที่ตองมีมาตรการอนุรักษดินและน้ำอยางเครงครัดมีการปรับปรุงบำรุงดินอยางตอเนื่อง เพื่อปองกันการ สญู เสียดิน 5) ความรุนแรงของการชะลางพังทลายของดินระดับรุนแรงมากท่สี ุด พื้นที่มีความรุนแรงของการชะลางพังทลายของดินในระดับรุนแรงมาก ซึ่งมีปริมาณการสูญเสียดิน มากกวา 20 ตันตอ ไรต อป โดยมเี นอ้ื ท่ีครอบคลุมประมาณ มีเนือ้ ท่ี 19,638 ไร หรือรอ ยละ 13.24 ของเนื้อ ที่ทั้งหมด โดยพบกระจายตัวอยูในตำบลเขาตอ ตำบลเขาเขน อำเภอปลายพระยา ตำบลนาเหนือ ตำบล เขาใหญ อำเภออาวลึก พื้นที่สวนใหญมีความลาดเทสูง สภาพพื้นที่สวนใหญมีลักษณะเปนพื้นที่ลูกคล่ืน ลอนชัน สงผลใหมีอัตราการสูญเสียดินรุนแรงมากที่สุดโดยมากกวา 9.6 มิลลิเมตรตอป มีลักษณะของการ ชะลางพังทลายของดินเปนรองลึก (gully) เกิดขึ้นทั่วไป และมีการใชประโยชนที่ดินในการปลูกปาลม น้ำมันและยางพารา
62 ตารางที่ 3-12 ระดับความรุนแรงของการชะลางพังทลายของดินในพื้นที่ลุมน้ำคลองลาว อำเภอปลายพระ ยาและอาวลกึ จงั หวัดกระบ่ี ระดับความรนุ แรง คาการสูญเสียดิน เน้ือท่ี รอ ยละ นอ ย (ตนั /ไร/ ป) ไร 19.30 ปานกลาง 29.63 รนุ แรง 0-2 28,622 35.43 รุนแรงมาก 2-5 43,937 2.39 รนุ แรงมากทส่ี ดุ 5-15 52,537 13.24 15-20 3,538 มากกวา 20 19,638 100.00 รวมเนอ้ื ท่ี 148,272 จากผลการศึกษา จะเห็นวา พื้นที่สวนใหญมีความรุนแรงของการชะลางพังทลายในระดับรุนแรง โดยมีปริมาณการสูญเสียดิน 5-15 ตันตอไรตอป โดยครอบคลุมเนื้อที่คิดเปนรอยละ 35.43 ของเนื้อที่ ทั้งหมด โดยพบกระจายตัวอยูใ นตำบลเขาตอ ตำบลเขาเขน อำเภอปลายพระยา ตำบลนาเหนอื ตำบลเขา ใหญ อำเภออาวลึก ซึ่งพื้นที่ดังกลาวเปนพื้นที่ที่มีความลาดชันอยูในชวง 0-12 เปอรเซ็นตต มีลักษณะ สภาพพื้นที่เปนแบบราบเรียบถึงคอนขางราบเรียบ ลูกคลื่นลอดลาดเล็กนอย และลูกคลื่นลอนลาด บางสวนเมื่อพิจารณาประเภทการใชที่ดินเปนปาผลัดใบสมบูรณ และมีการใชประโยชนของพื้นที่ในการ ปลูกปาลม น้ำมันและยางพารา ซง่ึ หากมปี ญหาการชะลา งพังทลายควรไดร ับการปอ งกันเพื่อไมใหเกิดความ เสียหายตอการผลิตและผลผลิตของเกษตรกร อีกทั้งลดตนทุนการผลิตที่สูญหายไปกับการชะลางของ ผิวหนาดินที่อาจเกิดขึ้นอยางตอเนื่อง นอกจากนี้ ในพื้นที่ที่มีสภาพภูมิประเทศแบบเนินเขาแบบสูงชันและ แบบสูงชันมากจะเกิดการชะลางพังทลายของดินที่มีความรุนแรงมากที่สุด โดยกอใหเกิดปริมาณการ สญู เสยี ดนิ มากกวา 20 ตนั ตอ ไรต อป โดยพื้นที่ดังกลา วมีการใชป ระโยชนท่ดี ินเปน ปาลม น้ำและยางพารา ทั้งนี้ เพื่อเปนการปองกันและหยุดการชะลางพังทลายของดินอยางยั่งยืนโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความ รุนแรงของการสูญเสียดินปานกลางถึงรุนแรงมากที่สุดนั้น ควรมีมาตรการในการจัดระบบอนุรักษดินและ น้ำที่เหมาะสมสำหรับแตละพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่บางแหงที่มีการใชที่ดินอยางไมเหมาะสมเนื่องจาก พื้นที่ที่มีความลาดชันสูง ควรปรับเปลี่ยนการใชที่ดินใหเหมาะสม และวิธีการจัดการมีความนไปไดจริง วิธีการที่สะดวก และเสียคาใชจายนอย ไมตองใชแรงงานมาก และสอดคลองตามความตองการของชุมชน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาถึงการคาดคะเนการชะลางพังทลายของดินในแตละพื้นที่และแตละระดับ แมกระทั้งใน พื้นที่ที่มีการชะลางพังทลายในระดับนอยซึ่งมีปริมาณการสูญเสียดิน 0-2 ตันตอไรตอป ซึ่งไมควรเพิกเฉยตอ การใชมาตรการอนุรกั ษดินและน้ำ และมีจัดการปรบั ปรุงดินทีเ่ หมาะสม ซึ่งหากมกี ารละเลยหรือมีการจัดการ ที่ไมเหมาะสม และถูกตองตามหลักวิชาการอาจจะสงผลกระทบที่รุนแรงขึ้น ซึ่งเกิดปญหาตอการสูญเสียดิน ปริมาญและคุณภาพผลผลิต และสงผลกระทบตอตนทุนการผลิต การจัดการดิน น้ำ ปุย ทำใหเกษตรกรใน พื้นท่มี คี าใชจายทเี่ พิ่มสงู ขึน้ ตามไปดวย
63 ภาพท่ี 3-10 การสญู เสียดิน พนื้ ทลี่ มุ น้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยา และอำเภออา วลึก จงั หวดั กระบ่ี
64 3.10 สภาวะเศรษฐกิจและสังคม จากการศึกษาขอมูลเชิงสังคมและเศรษฐกิจจากหนวยงานตาง ๆ และการสัมภาษณเกษตรกรใน พื้นที่ลุมนำ้ ยอยคลองลาว ประกอบดวย ตำบลนาเหนือ ตำบลเขาใหญ อำเภออาวลึก ตำบลเขาเขน ตำบล เขาตอ อำเภอปลายพระยา จังหวดั กระบ่ี มรี ายละเอยี ดดงั น้ี (ตารางท่ี 3-13) 1. สภาพสังคมและการรวมกลมุ เกษตรกร ประชากรของพื้นทล่ี ุมนำ้ คลองลาว เฉลยี่ ตำบลละ 3,960.00 คน โดยตำบลทีม่ ีประชากรสูงสุด คอื ตำบลเขาตอ จำนวน 5,468 คน รองลงมาเปน ตำบลเขาเขน จำนวน 4,143 คน ตำบลนาเหนอื จำนวน 3,460 คน และตำบลเขาใหญ จำนวน 2,769 คน ตามลำดับ มีจำนวนประชาชนเพศชาย โดยรวม เฉล่ีย ตำบลละ 1,969.25 คน จำนวนประชาชนเพศหญิง เฉลี่ยตำบลละ 1,990.75 คน จำนวนครัวเรือน โดยรวม เฉลี่ยตำบลละ 1,270.75 ครัวเรือน โดยตำบลเขาตอมีจำนวนครัวเรือนสูงสุด จำนวน 1,597.00 ครัวเรอื น รองลงมาตำบลเขาเขน จำนวน 1,375.00 ครวั เรือน ตำบลนาเหนอื จำนวน 1,096.00 ครัวเรือน ตำบลเขาใหญ จำนวน 1,015.00 ครัวเรือน โครงสรางพื้นฐานดานสาธารณูปโภคทุกครัวเรือนมีไฟฟาใช ครัวเรือนที่มีการใชน้ำประปาตลอดทั้งป เฉลี่ยรอยละ 92.38 มีโทรศัพทเคลื่อนที่ เฉลี่ยรอยละ 99.42 ทุก ครัวเรือนมีการใชเสนทางคมนาคมตลอดทั้งป นอกจากนี้มีสถานบริการสาธารณะ หนวยธุรกิจ และการ รวมกลุมของเกษตรกรหรือกลุมอาชีพทุกตำบล ซึ่งมีจำนวนแตกตางกันขึ้นอยูกับขนาดของพื้นที่และ ประชากร 2. ดานเศรษฐกิจ การประกอบอาชีพ ประชากรสวนใหญในทุกตำบลประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกพืช เศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต คือ ปาลมน้ำมัน และยางพารา นอกจากนี้ประชากรในตำบลตาง ๆ มีการ ประกอบอาชีพ ดานอื่น ๆ เชน รับราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัท ธุรกิจสวนตัว ไดแก คาขาย และอื่น ๆ เชน รับจางทั่วไป จากครัวเรือนทำการเกษตรทั้งหมด การประกอบอาชีพเกษตรกรรม ตำบลนาเหนือ เฉลี่ยรอยละ 51.16 รองลงมาตำบลเขาเขน เฉลี่ยรอยละ 45.87 ตำบลเขาใหญ เฉลี่ยรอย ละ 42.44 และตำบลเขาตอ เฉลี่ยรอยละ 42.15 โดยภาพรวมอาชีพเกษตรกรรม เฉลี่ยรอยละ 45.41 รับ ราชการ ตำบลเขาตอ เฉลี่ยรอยละ 2.28 รองลงมาตำบลเขาเขน เฉลี่ยรอยละ 1.76 ตำบลเขาใหญ เฉลี่ย รอยละ 1.48 และตำบลเขาตอ เฉลี่ยรอยละ 0.94 โดยภาพรวมอาชีพรับราชการ เฉลี่ยรอยละ 1.62 พนักงานรัฐวิสาหกิจ ตำบลเขาตอ เฉลี่ยรอยละ 0.47 รองลงมาตำบลนาเหนือ เฉลี่ยรอยละ 0.24 ตำบล เขาเขน เฉลี่ยรอยละ 0.20 และตำบลเขาใหญ เฉลี่ยรอยละ 0.15 โดยภาพรวมอาชีพพนักงานรัฐวิสาหกิจ เฉลี่ยรอยละ 0.27 พนักงานบริษัท ตำบลเขาเขน เฉลี่ยรอยละ 1.79 รองลงมาตำบลเขาตอ เฉลี่ยรอยละ 1.73 ตำบลนาเหนือ เฉล่ียรอยละ 0.92 และตำบลเขาใหญ เฉลีย่ รอยละ 0.49 โดยภาพรวมอาชีพพนักงาน บริษัท เฉลี่ยรอยละ 1.23 ธุรกิจสวนตัว เชน คาขาย ตำบลเขาตอ เฉลี่ยรอยละ 3.90 รองลงมาตำบลเขา แขน เฉลี่ยรอยละ 3.67 ตำบลเขาใหญ เฉลี่ยรอยละ 2.38 และตำบลนาเหนือ เฉลี่ยรอยละ 1.54 โดย ภาพรวมธรุ กจิ สว นตัว เชน คา ขาย เฉลย่ี รอ ยละ 2.87 อื่น ๆ เชน รบั จา งท่วั ไป ตำบลนาเหนือ เฉลย่ี รอ ยละ 2.24 รองลงมาตำบลเขาแขน เฉลยี่ รอยละ 1.85 ตำบลเขาใหญ เฉล่ยี รอยละ 1.59 และตำบลเขาตอ เฉลี่ย
65 รอยละ 1.34 โดยภาพรวมอื่น ๆ เชน รับจางทั่วไป เฉลี่ยรอยละ 1.76 ไมมีอาชีพ ตำบลเขาแขน เฉลี่ยรอ ย ละ 5.69 รองลงมา ตำบลเขาตอ เฉลี่ยรอยละ 5.02 ตำบลเขาใหญ เฉลี่ยรอยละ 4.85 และตำบลนาเหนือ เฉลี่ยรอยละ 3.86 โดยภาพรวมไมมีอาชีพ เฉลี่ยรอยละ 4.86 ครัวเรือนเกษตรกร (รอยละของครัวเรือน ทั้งหมด) ตำบลนาเหนือ เฉลี่ยรอยละ 93.75 รองลงมาตำบลเขาแขน เฉลี่ยรอยละ 89.02 ตำบลเขาใหญ เฉลี่ยรอยละ 88.00 และตำบลเขาตอ เฉลี่ยรอยละ 87.54 โดยภาพรวมครัวเรือนเกษตรกร (รอยละของ ครัวเรือนทั้งหมด) เฉลี่ยรอยละ 89.58 พื้นที่ทำการเกษตร (ไรตอครัวเรือน) ตำบลเขาเขน เฉลี่ยรอยละ 37.78 รองลงมาตำบลนาเหนอื เฉล่ียรอ ยละ 35.92 ตำบลเขาใหญ เฉลยี่ รอ ยละ 31.05 ตำบลเขาตอ เฉลีย่ รอยละ 28.60 โดยภาพรวมพื้นที่ทำการเกษตร (ไรตอครัวเรือน) เฉลี่ยรอยละ 34.34 แรงงานภาค การเกษตร (คนตอครัวเรือน) ตำบลเขาใหญ เฉลี่ยรอยละ 2.62 รองลงมาตำบลเขาเขน เฉลี่ยรอยละ 2.38 ตำบลนาเหนือ เฉลี่ยรอยละ 2.18 ตำบลเขาตอ เฉลี่ยรอยละ 2.10 โดยภาพรวมแรงงานภาคการเกษตร (คนตอครัวเรือน) เฉลี่ยรอยละ 2.32 รายได (บาทตอคนตอป) ตำบลเขาใหญ เฉลี่ยปละ 78,130.72 บาท รองลงมาตำบลเขาเขน เฉลี่ยปละ 76,612.04 บาท ตำบลเขาตอ เฉลี่ยปละ 70,813.95 บาท ตำบลนา เหนือ เฉลี่ยปละ 56,889.61 บาท โดยภาพรวมรายได (บาทตอคนตอป) เฉลี่ยปละ 70,611.58 บาท ลักษณะการถือครองที่ดิน (ครัวเรือน) เปนโฉนดที่ดิน,นส.3,น.ส.3กฯ ตำบลนาเหนือ จำนวน 1,246.00 ครัวเรือน รองลงมาตำบลเขาตอ จำนวน 1,125.00 ครัวเรือน ตำบล เขาเขน จำนวน 953.00 ครัวเรือน ตำบลเขาใหญ จำนวน 895.00 ครัวเรือน โดยภาพรวมโฉนดที่ดิน,นส.3,น.ส.3กฯ คาเฉลี่ย 1,054.75 ครัวเรือน ใบจอง ส.ค.1 ส.ค.2 ส.ค.3 นค.3 กสน.5 ตำบลเขาเขน จำนวน 168.00 ครัวเรือน โดยภาพรวม ใบจอง ส.ค.1 ส.ค.2 ส.ค.3 นค.3 กสน.5 คาเฉลี่ย 42.00 ครัวเรือน สทก.1 ส.ป.ก.4-01 ตำบลเขาตอ จำนวน 338.00 ครัวเรือน และตำบลเขาเขน จำนวน 64.00 ครัวเรือน โดยภาพรวมสทก.1 ส.ป.ก.4-01 คาเฉลี่ย 201.00 ครัวเรือน ไมมีเอกสารสิทธิ์ ตำบลเขาตอ จำนวน 13.00 ครัวเรือน และตำบลเขาเขน จำนวน 2.00 ครัวเรือน โดยภาพรวมไมมีเอกสารสิทธิ์ คาเฉลี่ย 3.75 ครัวเรือน สำหรับเครื่องมือทาง การเกษตร เกษตรกรสว นใหญใ นพ้นื ท่ี มเี คร่อื ง ตดั หญา และเคร่ืองพน ยาฆาหญา เปนตน ตารางที่ 3-13 สภาวะเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ลุมคลองลาว ตำบลนาเหนือ ตำบลเขาใหญ อำเภออาวลึก ตำบลเขาเขน ตำบลเขาตอ อำเภอปลายพระยา จงั หวดั กระบี่ สภาวะเศรษฐกจิ และสงั คม อ.อา วลกึ อ.ปลายพระยา คา เฉล่ีย ต.นาเหนือ ต.เขาใหญ ต.เขาเขน ต.เขาตอ 3,960.00 สภาพสังคมและการรวมกลมุ เกษตรกร 4,143 5,468 1,969.25 2,060 2,681 1,990.75 1) ประชากร 3,460 2,769 2,083 2,787 1,270.75 1,375 1,597 (1) ชาย (คน) 1,738 1,398 (2) หญิง (คน) 1,722 1,371 (3) จำนวนครวั เรือน 1,096 1,015 (หลงั คาเรือน)
66 ตารางที่ 3-13 สภาวะเศรษฐกิจและสังคมในพื้นท่ีลุมคลองลาว ตำบลนาเหนือ ตำบลเขาใหญ อำเภอ อาวลึก ตำบลเขาเขน ตำบลเขาตอ อำเภอปลายพระยา จังหวดั กระบ่ี (ตอ ) สภาวะเศรษฐกิจและสงั คม อ.อาวลึก อ.ปลายพระยา คา เฉลย่ี 2) โครงสรางพืน้ ฐาน ต.นาเหนือ ต.เขาใหญ ต.เขาเขน ต.เขาตอ (1) สาธารณูปโภค (รอ ยละ) - ครวั เรือนที่มไี ฟฟา ใช 100.00 100.00 100.00 100.00 100.00 - ครัวเรือนทใ่ี ชนำ้ ประปา 100.00 100.00 92.00 77.52 92.38 ตลอดป - ครัวเรอื นที่มโี ทรศพั ท 97.66 100.00 100.00 100.00 99.42 เคลื่อนที่ - การคมนาคมใชไดตลอด 100.00 100.00 100.00 100.00 100.00 ทั้งป (2) สถานบรกิ ารสาธารณะ มี มี มี มี (3) หนว ยธรุ กจิ มี มี มี มี (4) การรวมกลมุ ของ มี มี มี มี เกษตรกร/กลมุ อาชีพ สภาพเศรษฐกจิ 1) การประกอบอาชีพ (1) เกษตรกรรรม 51.16 42.44 45.87 42.15 45.41 (2) ราชการ 0.94 1.48 1.76 2.28 1.62 (3) พนกั งานรฐั วิสาหกจิ 0.24 0.15 0.20 0.47 0.27 (4) พนักงานบริษทั 0.92 0.49 1.79 1.73 1.23 (5) ธรุ กิจสวนตวั เชน คาขาย 1.54 2.38 3.67 3.90 2.87 (6) อนื่ ๆ เชน รบั จางท่ัวไป 2.24 1.59 1.85 1.34 1.76 (7) ไมม อี าชีพ 3.86 4.85 5.69 5.02 4.86 2) ครัวเรอื นเกษตรกร 93.75 88.00 89.02 87.54 89.58 (รอยละของครัวเรือนท้ังหมด) สภาพเศรษฐกิจ 3) พ้ืนทท่ี ำการเกษตร 35.92 31.05 37.78 28.60 34.34 (ไร/ ครัวเรือน)
67 ตารางที่ 3-13 สภาวะเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ลุมคลองลาว ตำบลนาเหนือ ตำบลเขาใหญ อำเภออาวลึก ตำบลเขาเขน ตำบลเขาตอ อำเภอปลายพระยา จงั หวดั กระบ่ี (ตอ) สภาวะเศรษฐกจิ และสังคม อ.อา วลึก อ.ปลายพระยา คาเฉลี่ย ต.นาเหนือ ต.เขาใหญ ต.เขาเขน ต.เขาตอ 4) แรงงานภาคเกษตร 2.18 2.62 2.38 2.10 2.32 (คน/ครวั เรอื น) 5) รายได (บาท/คน/ป) 56,889.61 78,130.72 76,612.04 70,813.95 70,611.58 6) ลักษณะการถือครองที่ดิน (ครัวเรือน) (1) โฉนดที่ดิน,นส.3,น.ส.3กฯ 1,246.00 895.00 953.00 1,125.00 1,054.75 (2) ใบจอง ส.ค.1 ส.ค.2 ส.ค. - - 168.00 - 42.00 3 นค.3 กสน.5 (3) สทก.1 ส.ป.ก.4-01 - - 64.00 338.00 201.00 (2) ไมม เี อกสารสิทธ์ิ - - 2.00 13.00 3.75 7) เครอ่ื งมือการเกษตร เคร่อื งตัด เคร่อื งตัด เคร่ืองตัด เครื่องตัดหญา หญา หญา หญา เคร่อื งพน ยา เครือ่ งพนยา เครือ่ งพน ยา เคร่อื งพน ยา ทมี่ า : กรมการพฒั นาชุมชน (2562) 3. พชื เศรษฐกิจทส่ี ำคญั จากผลการศึกษาสถานการณพืชเศรษฐกิจที่สำคัญภาคใตตอนบน ลุมน้ำคลองลาวในพื้นที่ตำบล เขาเขน ตำบลเขาตอ อำเภอปลายพระยา ตำบลเขาใหญ ตำบลนาเหนือ อำเภออาวลึก จังหวัดกระบี่ ลุม น้ำคลองลาวเกษตรกรสวนใหญประกอบอาชีพทางการเกษตร ปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต คือ ปาลมน้ำมัน ยางพารา จากการกำหนดกรอบ หลักการ ความเขาใจ เขาถึง และการพัฒนา โดยการนำ ฐานขอมูลดานทรัพยากรดิน ดินมีปญหา การชะลางพังทลายดนิ เปนตัวกำหนดพื้นท่ีเปาหมาย จากสภาพ ปญหา โดยพิจารณาการปลูกพืชตามระดับความรุนแรง การชะลางพังทลายของดิน ได 5 ระดับ ในพื้นที่ ปลูกปาลมน้ำมัน แบงตามระดับความรุนแรงของการชะลางพังทลายของดิน แบงออกเปน 4 ระดับ คือ ระดับความรุนแรงนอย (0 - 2 ตันตอไรตอป) ระดับความรุนแรงปานกลาง (2 - 5 ตันตอไรตอป) ระดับ ความรุนแรง (5 - 15 ตันตอไรตอป) ระดับความรุนแรงมากที่สุด (มากกวา 20 ตันตอไรตอป) และพื้นท่ี ปลกู ยางพารา แบงตามระดบั ความรุนแรงของการชะลางพงั ทลายของดนิ แบง ออกเปน 5 ระดับ คอื ระดับ
68 ความรุนแรง นอย (0 - 2 ตันตอไรตอป) ระดับความรุนแรงปานกลาง (2 - 5 ตันตอไรตอป) ระดับความ รุนแรง (5 - 15 ตันตอ ไรตอป) ระดับความรุนแรงมาก (15 - 20 ตนั ตอไรตอป) ระดับความรนุ แรงมากทีส่ ดุ (มากกวา 20 ตันตอไรตอป) 3.1 ปาลมน้ำมัน แบง ตามระดบั ความรนุ แรงของการชะลางพังทลายของดิน แบง ออกเปน 4 ระดับ 1) ระดับความรุนแรงนอย (0 - 2 ตันตอไรตอป) ใหผลผลติ เฉลี่ยไรละ 3,262 กิโลกรัม ราคา ผลผลิต เฉลี่ยกิโลกรัมละ 3.41 บาท มูลคาผลผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 11,123.42 บาท ตนทุนการผลิต ทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 7,492.88 บาท อัตราสวนผลตอบแทนตอตนทุน เฉลี่ยไรละ 3,630.54 บาท ผลตอบแทนเหนอื ตนทุนท้ังหมด เฉลีย่ ไรล ะ 2.30 บาท 2) ระดับความรุนแรงปานกลาง (2 - 5 ตันตอไรตอป) ใหผลผลิต เฉลี่ยไรละ 3,850.36 กิโลกรัม ราคาผลผลิต เฉลี่ยกิโลกรัมละ 3.41 บาท มูลคาผลผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 13,129.73 บาท ตนทุนการผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 7,964.03 บาท อัตราสวนผลตอบแทนตอตนทุน เฉลี่ยไรละ 5,165.70 บาท ผลตอบแทนเหนอื ตนทนุ ทงั้ หมด เฉลี่ยไรละ 2.07 บาท 3) ระดบั ความรุนแรง (5 - 15 ตนั ตอไรต อป) ใหผลผลติ เฉลย่ี ไรละ 3,836.14 กิโลกรัม ราคา ผลผลิต เฉลี่ยกิโลกรัมละ 3.41 บาท มูลคาผลผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 13,081.24 บาท ตนทุนการผลิต ทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 8,258.39 บาท อัตราสวนผลตอบแทนตอตนทุนทั้งหมด 2.15 ผลตอบแทนเหนือ ตนทุนทั้งหมด เฉลยี่ ไรล ะ 4,822.85 บาท 4) ระดับความรุนแรงมากที่สุด (มากกวา 20 ตันตอไรตอป) ใหผลผลิต เฉลี่ยไรละ 3,182.50 กิโลกรัม ราคาผลผลิต เฉลี่ยกิโลกรัมละ 3.41 บาท มูลคาผลผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 10,852.33 บาท ตนทุนการผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 8,635.06 บาท อัตราสวนผลตอบแทนตอตนทุนทั้งหมด 2.17 ผลตอบแทนเหนือตนทุนท้งั หมด เฉลีย่ ไรล ะ 2,217.27 บาท เมื่อพิจารณาในภาพรวมของผลผลิต ตนทนุ ผลตอบแทนของปาลมนำ้ มัน พบวา ในพ้ืนที่ดิน แตละระดับความรุนแรงการชะลางพังทลายของดิน ในระดับความรุนแรงนอย ผลผลิตตอไรโดยเฉลี่ยใน ภาพรวมไดรับผลผลิตต่ำ เนื่องจากบางพื้นที่ในชวงฤดูฝนน้ำทวม ทำใหผลผลิตลดลง สวนระดับความ รุนแรงปานกลาง และระดับรุนแรง ทั้งสองระดับไดรับผลผลิตตอไรไมมีความแตกตางกันมากนัก พื้นที่ที่มี ระดับความรุนแรงมากที่สุด ผลผลิตลดลง ตามระดับความรุนแรงของการชะลางที่เพิ่มขึ้น ตนทุนการผลิต มแี นวโนม เพ่มิ ขน้ึ ตามระดบั ความรุนแรงของการชะลางพังทลายของดิน ผลตอบแทนเหนือตน ทุนทั้งหมดมี แนวโนมลดลง เมอ่ื ระดับการชะลางพังทลายของดินเพิม่ สงู ขนึ้ 3.2 ยางพารา แบงตามระดับความรนุ แรงของการชะลางพังทลายของดนิ แบง ออกเปน 5 ระดบั 1) ระดับความรุนแรงนอย (0 - 2 ตันตอไรตอป) ใหผลผลิต เฉลี่ยไรละ 236.33 กิโลกรัม ราคาผลผลิต เฉลี่ยกิโลกรัมละ 32.20 บาท มูลคาผลผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 7,609.83 บาท ตนทุนการ ผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 6,142.74 บาท อัตราสวนผลตอบแทนตอตนทุนทั้งหมด 1.24 ผลตอบแทนเหนือ ตนทุนทงั้ หมด เฉลย่ี ไรละ 1,467.09 บาท
69 2) ระดับความรุนแรงปานกลาง (2 - 5 ตันตอไรตอป) ใหผลผลิต เฉลี่ยไรละ 233.00 กิโลกรัม ราคาผลผลิต เฉลี่ยกิโลกรัมละ 32.20 บาท มูลคาผลผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 7,180.60 บาท ตนทุนการ ผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 5,953.57 บาท อัตราสวนผลตอบแทนตอตนทุนทั้งหมด 1.21 ผลตอบแทนเหนือ ตนทุนท้ังหมด เฉล่ียไรละ 2,227.03 บาท 3) ระดับความรุนแรง (5 - 15 ตันตอไรตอป) ใหผลผลิต เฉลี่ยไรละ 205.00 กิโลกรัม ราคา ผลผลิต เฉลี่ยกิโลกรัมละ 32.20 บาท มูลคาผลผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 6,601.00 บาท ตนทุนการผลิต ทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 5,958.80 บาท อัตราสวนผลตอบแทนตอตนทุนทั้งหมด 1.11 ผลตอบแทนเหนือ ตน ทนุ ทั้งหมด เฉล่ียไรล ะ 642.20 บาท 4) ระดับความรุนแรงมาก (15 - 20 ตันตอไรตอป) ใหผลผลิต เฉลี่ยไรละ 193.71 กิโลกรัม ราคาผลผลิต เฉลี่ยกิโลกรัมละ 32.20 บาท มูลคาผลผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 6,237.46 บาท ตนทุนการ ผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 6,209.25 บาท อัตราสวนผลตอบแทนตอตนทุนทั้งหมด 1.00 ผลตอบแทนเหนือ ตนทนุ ทัง้ หมด เฉล่ยี ไรละ 28.21 บาท 5) ระดับความรุนแรงมากที่สุด (มากกวา 20 ตันตอไรตอป) ใหผลผลิต เฉลี่ยไรละ 175.40 กิโลกรัม ราคาผลผลิต เฉลี่ยกิโลกรัมละ 32.20 บาท มูลคาผลผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 5,647.88 บาท ตนทุนการผลิตทั้งหมด เฉลี่ยไรละ 5,842.09 บาท อัตราสวนผลตอบแทนตอตนทุนทั้งหมด 0.97 ผลตอบแทนเหนือตนทุนท้งั หมดขาดทนุ เฉลยี่ ไรล ะ 194.21 บาท เมื่อพิจารณาในภาพรวมของผลผลิต ตนทุน ผลตอบแทนของยางพารา พบวา ผลผลิตลดลง เมื่อระดับความรุนแรงการชะลางพังทลายของดินเพิ่มขึ้น และผลตอบแทนเหนือตนทุนทั้งหมดลดลง เม่ือ ระดบั ความรุนแรงการชะลางพังทลายของดินเพมิ่ ขึน้ เชน เดียวกัน ผลจากการเกิดการชะลางพังทลายของดินในพื้นที่ปลูกปาลมน้ำมัน และยางพารา โดยเฉพาะ ผลผลิต ตนทุนการผลิต และผลตอบแทนของการปลูกพืชในพื้นที่มีการชะลางพังทลายของดิน เห็นวา โดย ภาพรวมของตนทุนตอหนวยผลิตในแตละระดับยังขึ้นอยูกับการจัดการของเกษตรกรแตละราย เชน การใช ปจ จัยการผลิต การดูแลรกั ษา และบางพื้นที่ในชวงฤดฝู นน้ำทวม ทำใหผลผลิตลดลง ถา หากเกษตรกรไมมีการ จดั การทีด่ พี อ เมื่อพิจารณาผลจากการเกิดชะลางพังทลายของดินในพื้นที่เพาะปลูกพืช โดยเฉพาะผลผลิต ตน ทุนการผลติ และผลตอบแทนของการปลูกพชื ในพ้ืนท่มี ีระดับการชะลางพงั ทลายตางกัน จะเหน็ วา โดย ภาพรวมของตนทุนการผลิตพืชมีแนวโนมสูงขึ้นเมื่อปลูกในพื้นที่มีระดับความรุนแรงของการชะลาง พังทลายของดินที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคาแรงงานในการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น เปนผลทำใหตนทุนผัน แปรในการผลิตเพิ่มขึ้น เชน คาจางแรงงานเก็บผลผลิตปาลมน้ำมัน คากรีดยางพารา นอกจากนี้ ผลผลิต ของพืชมีปริมาณลดลงตามระดับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นของการชะลางพังทลายของดิน สงผลใหแนวโนม ของผลตอบแทนเหนอื ตนทุนทั้งหมดลดลง (ตารางท่ี 3-14)
70 ตารางท่ี 3-14 ตนทุนการผลิต ผลผลิต และผลตอบแทนเหนือตนทุนทั้งหมดของการปลูกพืช ในพื้นท่ีมี ระดบั การชะลางพงั ทลายตา งกัน พืช ระดบั การ ผลผลติ ราคา มลู คา ตนทนุ การ ผลตอบแทน ชะลา ง เฉล่ยี ผลผลิต ผลผลิต ผลิต B/C เหนอื ตน ทนุ (กก./ไร) (บาท/ไร) พังทลาย (บาท/ ทั้งหมด ratio ทง้ั หมด ของดิน* กก.) (บาท/ไร) (บาท/ไร) ปาลมนำ้ มัน นอย 3,262.00 3.41 11,123.42 7,492.88 2.03 3,630.54 ปานกลาง 3,850.36 3.41 13,129.73 7,964.03 2.07 5,165.70 รุนแรง 3,836.14 3.41 13,081.24 8,258.39 2.15 4,822.85 รนุ แรง 3,182.50 3.41 10,852.33 8,635.06 2.15 2,217.27 มากทสี่ ุด ยางพารา นอย 236.33 32.20 7,609.83 6,142.74 1.24 1,467.09 ปานกลาง 223.00 32.20 7,180.60 5,953.57 1.21 1,227.03 รุนแรง 205.00 32.20 6,601.00 5,958.80 1.11 642.20 รุนแรงมาก 193.71 32.20 6,237.46 6,209.25 1.00 28.21 รนุ แรงมาก 175.40 32.20 5,647.88 5,842.09 0.97 -194.21 ที่สุด หมายเหตุ : * ระดบั การชะลา งพังทลายของดิน 5 ระดับ คา การสญู เสียดนิ คือ นอ ย (0 - 2 ตันตอ ไรตอ ป) ปานกลาง (2 - 5 ตนั ตอ ไรต อ ป) รุนแรง (5 - 15 ตันตอไรต อป) รุนแรงมาก (15 - 20 ตันตอไรต อป) รนุ แรงมากทีส่ ุด (มากกวา 20 ตันตอไรตอ ป) ทีม่ า : จากการสำรวจ กลมุ วางแผนการใชที่ สพข.11 (2563) 4. ความรู ความเขาใจ ดานการอนรุ กั ษด นิ และน้ำ จากการสัมภาษณเกษตรกรกลุมตัวอยางเกี่ยวกับความรู ความเขาใจดานการอนุรักษดินและน้ำใน พื้นที่ลุมน้ำคลองลาว โดยมุงเนนขอมูลเกี่ยวกับความรู ความเขาใจ 1) ดานการชะลางพังทลายของดิน 2) ผลกระทบของการชะลางพังทลายของดิน 3) วิธีการรักษาและปองกันไมใหเกิดชะลางพังทลายของดิน 4) ทัศนคติตอการปอ งกนั สภาพปญ หาทีเ่ กดิ ขึน้ ในพื้นท่ี 4.1 ความรู ความเขา ใจ การชะลา งพังทลายของดนิ 1) จากการสมั ภาษณเ กษตรกรเกีย่ วกับการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนที่เพาะปลกู พืช และ ที่อยูอาศัย พบวา เกษตรกรไมมีลักษณะสภาพปญหาดานการชะลางพังทลายของดิน เฉล่ียหรือรอยละ
71 20.40 สวนใหญม ีปญหาการชะลางพังทลายของดิน เฉลี่ยรอ ยละ 79.60 ลักษณะและสภาพปญหาท่ีพบใน พื้นที่ของเกษตรกร คือ หนาดินมีรองหรือรองน้ำเล็ก เฉลี่ยรอยละ 87.85 น้ำไหลบาพัดพาหนาดิน เฉล่ีย รอยละ 59.06 แหลงน้ำตื้นเขินมากขึ้น เฉลี่ยรอยละ 13.28 มีรอยทรุดหรือรอยแยก เฉลี่ยรอยละ 16.18 และมีการใชป ยุ หรือสารเคมีหรือยาฆา แมลง มากขึน้ เฉลีย่ รอ ยละ 9.64 ของเกษตรกรทสี่ ำรวจทั้งหมด 2) ผลกระทบตอผลผลิต พบวา เกษตรกรสวนเกษตรกรที่เหลือรอยละ 22.23 ไมมี ผลกระทบตอผลผลิต สวนใหญมีผลกระทบตอผลผลิต เฉลี่ยรอยละ 77.77 กรณีมีผลกระทบจากการชะ ลางพังทลายของดินทำใหผลผลิตลดลงในระดับนอย (ลดลงไมเกินรอยละ 20) เฉลี่ยรอยละ 48.24 ระดับ ปานกลาง (ลดลงรอยละ 20 - 40) เฉลี่ยรอยละ 33.34 และระดับมาก (ลดลงมากกวารอยละ 40) เฉลี่ย รอ ยละ 18.42 3) แนวทางการปองกันและแกไขปญหาการชะลางพังทลาย จะเห็นวา เกษตรกรดำเนินการ แกไขและปองกัน เฉลี่ยรอยละ 33.15 ของเกษตรกรทั้งหมด โดยใชวิธีการใชทางปาลมน้ำมนั หรือเศษวสั ดุ ขวางทางนำ้ เฉล่ียรอ ยละ 70.22 สรา งครู ะบายนำ้ เฉล่ยี รอยละ 20.11 ปลกู พืชคลมุ ดิน เฉลี่ยรอยละ 9.67 เกษตรกรที่เหลือไมไดดำเนินการแกไขหรือปองกัน เฉลี่ยรอยละ 66.85 เนื่องจากขาดองคความรู เฉล่ีย รอยละ 68.86 ขาดงบประมาณสนับสนุน เฉลี่ยรอยละ 22.91 ขาดแรงงาน เฉลี่ยรอยละ 4.67 ไมมีเวลา เฉลี่ยรอยละ 3.56 4) กรณีเกษตรกรไมไดแกไข แตมีความประสงคใหหนวยงานเขาชวยเหลือ เฉลี่ยรอยละ 77.82 โดยมีระดับความตองการใหหนวยงานของรัฐชวยเหลือในระดับนอย เฉลี่ยรอยละ 19.31 ระดับ ปานกลาง เฉลี่ยรอยละ 65.98 ระดับมาก เฉลี่ยรอยละ 14.71 มีเพียงบางสวนไมตองการใหเขาไปแกไข ดำเนินการ เฉล่ียรอยละ 22.18 (ตารางที่ 3-15) ตารางที่ 3-15 ความรู ความเขาใจดานการอนุรักษดินและน้ำ ในพื้นที่ลุมน้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยา อำเภออา วลกึ จงั หวัดกระบี่ ปการผลติ 2563 รายการ รอยละ 1) ลักษณะและสภาพปญ หาดา นการชะลางพังทลายของดินในพน้ื ทป่ี ลกู พชื และท่ีอยอู าศัย (1) ไมม ี 20.40 (2) มี (ตอบไดม ากกวา 1 ขอ ) 79.60 - หนาดนิ มรี อง/รอ งนำ้ เลก็ ๆ 87.85 - นำ้ ไหลบาพัดพาหนา ดนิ 59.06 - แหลงนำ้ ตื้นเขนิ มากขน้ึ 13.28 - มีรอยทรุดหรือรอยแยก 16.18 - มีการใชป ุย /สารเคมี/ยาฆาแมลง มากขน้ึ 9.64 2) ผลกระทบตอผลผลติ (กรณที ีม่ รี องน้ำ/หนา ดินถูกพดั พาหรอื ทรุดตวั ) (1) ไมม ี 22.23 (2) มี โดยมผี ลกระทบใหผ ลผลิตลดลงในระดบั 77.77
72 ตารางที่ 3-15 ความรู ความเขาใจดานการอนุรักษดินและน้ำ ในพื้นที่ลุมน้ำคลองลาว อำเภอปลายพระยา อำเภออา วลกึ จงั หวดั กระบ่ี ปการผลิต 2563 (ตอ) รายการ รอยละ - นอ ย (ลดลงไมเกนิ 20%) 48.24 - ปานกลาง (ลดลง 20-40%) 33.34 - มาก (ลดลงมากกวา 40%) 18.42 3) แนวทางการปองกนั และแกไ ขปญหาการชะลางพังทลาย (กรณีทีด่ ินถกู น้ำกดั เซาะ/นำ้ พดั พาหนา ดนิ ) (1) ดำเนินการแกไ ข/ปองกนั โดยวิธี 33.15 - ใชท างปาลมน้ำมนั /เศษวัสดุขวางทางนำ้ 70.22 - ครู ะบายนำ้ 20.11 - ปลกู พชื คลุมดิน 9.67 4) แนวทางการปองกันและแกไขปญหาการชะลางพังทลาย (กรณที ดี่ นิ ถูกนำ้ กัดเซาะ/น้ำพดั พาหนาดิน) (2) ไมดำเนินการแกไ ข/ปองกัน เนื่องจาก 66.85 - ขาดองคความรู 68.86 - ขาดงบประมาณสนับสนนุ 22.91 - ขาดแรงงาน 4.67 - ไมม เี วลา 3.56 5) กรณีทีไ่ มไดแกไ ข ความประสงคใ หหนว ยงานรัฐชว ยเหลอื (1) ไมต อ งการ 22.18 (2) ตองการ โดยมรี ะดับความตองการ 77.82 - นอ ย 19.31 - ปานกลาง 65.98 - มาก 14.71 ที่มา : จากการสำรวจ กลมุ วางแผนการใชท ่ีดนิ สำนักงานพฒั นาทดี่ นิ เขต 11 (2563) 4.2 ความรู ความเขาใจเกี่ยวกับผลกระทบของการชะลางพังทลายของดิน พบวา เกษตรกร มี ความรู ความเขาใจถึงผลกระทบของการชะลางพังทลายของดิน ดังนี้ ตะกอนดินในแมน้ำลำคลองตื้นเขิน จะทำใหในฤดูฝนเก็บน้ำไวไมทัน ทำใหเกิดน้ำทวม และในฤดูแลงขาดแคลนน้ำ เฉลี่ยรอยละ 99.31 ไม แนใจ เฉลี่ยรอยละ 0.69 ดินที่ถูกชะลาง/กัดเซาะจะถูกพัดพาไหลไปตกตะกอนในแหลงน้ำ ลำคลอง อาง เก็บน้ำ ทำใหตื้นเขิน เฉลี่ยรอยละ 95.73 ไมใช เฉลี่ยรอยละ 2.55 ไมแนใจ เฉลี่ยรอยละ 1.73 สารเคมี และยาฆาแมลงที่ไหลไปปนกับตะกอนดิน ทำใหเกิดมลพิษสะสมในดิน และน้ำในพื้นที่ตอนลาง มีผลเสีย
73 หายตอคน พืช สัตวบก และสัตวน้ำ เฉลี่ยรอยละ 92.64 ไมใช เฉลี่ยรอยละ 3.78 ไมแนใจ เฉลี่ยรอยละ 4.37 ทำใหเ กดิ ความเสียหายกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม เฉลยี่ รอ ยละ 89.82 ไมใช เฉลีย่ รอยละ 7.65 ไมแ นใ จ เฉล่ยี รอ ยละ 2.53 ของเกษตรกรทสี่ ำรวจทงั้ หมด ทั้งนี้ จะเห็นวา เกษตรกรมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับผลกระทบของการชะลางพังทลาย ของดินตอความเสียหายทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยดินที่ถูกชะลางหรือกัดเซาะจะถูกพดั พาไหลไปตกตะกอนในแหลงน้ำ ทำใหแหลงน้ำตื้นเขิน สงผลใหในฤดูฝนแมน้ำลำคลองเก็บน้ำไวไมทันเกดิ น้ำทวม และเกิดสภาวะขาดแคลนน้ำในฤดูแลง อีกทั้งสารเคมีและยาฆาแมลงที่ไหลปนไปกับตะกอนดินสู พื้นทต่ี อนลา ง ทำใหเ กดิ มลพิษสะสมในดินและน้ำมผี ลเสยี ตอ คน พืช สัตวบ ก และสตั วน ำ้ (ตารางท่ี 3-16) ตารางที่ 3-16 ความรูและความเขาใจ เกี่ยวกับผลกระทบการชะลางพังทลายของหนาดิน พื้นที่ลุมน้ำ คลองลาว อำเภอปลายพระยา อำเภออาวลึก จงั หวดั กระบี่ ปก ารผลติ 2563 รายการ ใช รอ ยละ ลำดับ ไมใ ช ไมแนใจ 1 1) ตะกอนดินในแมน้ำลำคลอง จะทำใหในฤดฝู นเก็บน้ำ 99.31 2 - 0.69 3 ไวไ มท ัน ทำใหเ กิดน้ำทว ม และในฤดแู ลงขาดแคลนนำ้ 2.55 1.73 4 2) ดินทถี่ ูกชะลาง/กดั เซาะจะถกู พดั พาไหลไปตกตะกอน 95.73 3.78 4.37 ในแหลง นำ้ ลำคลอง อางเกบ็ น้ำ ทำใหตนื้ เขนิ 7.65 2.53 3) สารเคมีและยาฆาแมลงทไี่ หลไปปนกบั ตะกอนดิน ทำ 92.64 ใหเกิดมลพษิ สะสมในดิน และน้ำในพน้ื ที่ตอนลาง มี ผลเสียหายตอ คน พืช สัตวบก และสัตวนำ้ 4) ทำใหเ กดิ ความเสยี หายกบั ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ 89.82 สงิ่ แวดลอ ม ทม่ี า : จากการสำรวจ กลุม วางแผนการใชท่ดี ิน สพข.11 (2563) 4.3 ความรู ความเขาใจเกี่ยวกับวิธีการรักษาและปองกันไมใหเกิดชะลางพังทลายของดิน พบวา เกษตรกร มีความรู ความเขาใจถึงวิธีการรักษาและปองกันไมใหเกิดชะลางพังทลายของดิน ดังน้ี การยก รองและปลูกพืชทำรองน้ำไปตามแนวระดับ เฉลี่ยรอยละ 87.70 ไมใช เฉลี่ยรอยละ 7.59 ไมแนใจ เฉลี่ยรอย ละ 4.71 การใชวัสดุตาง ๆ อยางงาย เชน ทอนไม หิน กระสอบบรรจุทราย อิฐ และ กอสรางขวางทาง ระบายน้ำเพื่อชะลอความเร็วของน้ำไมใหกัดเซาะ เฉลี่ยรอยละ 86.11 ไมใช เฉลี่ยรอยละ 8.04 ไมแนใจ เฉลี่ยรอยละ 5.84 การทำฝายน้ำลนหรือคันชะลอความเร็วของน้ำ เฉลี่ยรอยละ 84.29 ไมใช เฉลี่ยรอยละ 6.49 ไมแนใจ เฉลี่ยรอยละ 8.58 การทำคันดินขวางทางลาดเท เฉลี่ยรอยละ 82.28 ไมใช เฉลี่ยรอยละ 11.62 ไมแนใจ เฉลี่ยรอยละ 6.10 การปลูกพืชแบบขั้นบันได (ปรับพื้นที่เปนขั้น ๆ ) เฉลี่ยรอยละ 80.12 ไมใช เฉลี่ยรอยละ 8.55 ไมแนใจ เฉลี่ยรอยละ 11.34 การใชวัสดุคลุมดิน เชน เศษซากพืช เฉลี่ยรอยละ 80.11 ไมใช เฉลี่ยรอยละ 15.08 ไมแนใจ เฉลี่ยรอยละ 4.81 การถางปา ตัดไมทำลายปา การขุดถนนทำ
74 ใหเกิดการชะลางพังทลายของดิน เฉลี่ยรอยละ 78.83 ไมใช เฉลี่ยรอยละ 11.97 ไมแนใจ เฉลี่ยรอยละ 9.20 การปลกู หญา แฝกขวางทางลาดชัน เฉล่ยี รอ ยละ 78.03 ไมใช เฉลยี่ รอยละ 11.94 ไมแนใจ เฉล่ยี รอย ละ 10.03 การปลูกพืชสลับเปนแถบ เฉลี่ยรอยละ 77.39 ไมใช เฉลี่ยรอยละ 14.64 ไมแนใจ เฉลี่ยรอยละ 7.97การปลูกพืชคลุมดิน เฉลี่ยรอยละ 71.79 ไมใช เฉลี่ยรอยละ 19.95 ไมแนใจ เฉลี่ยรอยละ 8.25 การ ปลูกพืชหมุนเวียน หรือปลูกพืชแซมหรือปลูกพืชเหลื่อมฤดู เฉลี่ยรอยละ 69.07 ไมใช เฉลี่ยรอยละ 23.70 ไมแ นใ จ เฉลีย่ รอ ยละ 7.22 ทั้งนี้ จะเห็นวา เกษตรกรมีความรู ความเขาใจในวิธีการรักษาและปองกันไมใหเกิดการชะลาง พังทลายของดินในแตละวิธีการมากนอยแตกตางกัน แตเมื่อสอบถามถึงความตองการวิธีการรักษาและ ปองกันการชะลางพังทลายของดิน พบวา 4 อันดับแรกที่เกษตรตองการ คือ การยกรองและปลูกพืชทำรอง น้ำไปตามแนวระดับ การใชวัสดุตาง ๆ อยางงาย เชน ทอนไม หิน กระสอบบรรจุทราย อิฐ และ กอสราง ขวางทางระบายน้ำเพื่อชะลอความเร็วของน้ำไมใหกัดเซาะ การทำฝายน้ำลนหรือคันชะลอความเร็วของน้ำ การทำคนั ดินขวางทางลาดเท การปลูกพชื แบบข้นั บนั ได (ปรบั พ้นื ทเี่ ปน ขน้ั ๆ ) (ตารางท่ี 3-17) ตารางที่ 3-17 ความรู ความเขาใจ วิธีการรักษาและปองกันการชะลางพังทลายของดิน ในพื้นที่ลุมน้ำ คลองลาว อำเภอปลายพระยา อำเภออาวลกึ จงั หวดั กระบี่ ปก ารผลิต 2563 วิธีการรกั ษาและปอ งกัน รอ ยละ ไมแนใจ ใช ไมใ ช 4.71 5.84 1) การยกรองและปลกู พืชทำรองน้ำไปตามแนวระดบั 87.70 7.59 8.58 2) การใชวสั ดตุ าง ๆ อยางงา ย เชน ทอนไม หิน 86.11 8.04 6.10 11.34 กระสอบบรรจุทราย อิฐ และ กอสรา งขวางทาง 4.81 9.20 ระบายนำ้ เพื่อชะลอความเรว็ ของน้ำไมใ หก ดั เซาะ 10.03 3) การทำฝายน้ำลน หรอื คนั ชะลอความเรว็ ของนำ้ 84.29 6.49 7.97 8.25 4) การทำคันดินขวางทางลาดเท 82.28 11.62 7.22 5) การปลกู พืชแบบขน้ั บนั ได (ปรบั พนื้ ท่ีเปนข้ัน ๆ) 80.12 8.55 6) การใชวัสดุคลุมดนิ เชน เศษซากพชื 80.11 15.08 7) การถางปา ตดั ไมทำลายปา การขดุ ถนนทำใหเกิด 78.83 11.97 การชะลางพังทลายของดิน 8) การปลกู หญาแฝกขวางทางลาดชัน 78.03 11.94 9) การปลกู พชื สลบั เปน แถบ 77.39 14.64 10) การปลกู พชื คลุมดิน 71.79 19.95 11) การปลูกพชื หมนุ เวียน/ปลกู พืชแซม/ 69.07 23.70 ปลกู พชื เหล่ือมฤดู ท่ีมา : จากการสำรวจ กลุม วางแผนการใชทีด่ นิ สำนกั งานพัฒนาทด่ี นิ เขต 11 (2563)
75 4.4 ทัศนคตติ อการปอ งกนั สภาพปญหา จากการสอบถามขอมูลของเกษตรกรเกี่ยวกับ ดานทศั นคติการยา ยถ่นิ ฐาน ความชวยเหลือจาก หนวยงานของรัฐในการจัดทำเขตระบบอนรุ กั ษดินและนำ้ และสภาพปญ หาดา นการเกษตร ดงั น้ี 1) การยายถิ่นฐาน จากการสอบถามขอมูลของเกษตรกร ในกรณีที่คาดวาในอนาคตจะเกิด ดินถลม และทางรัฐตองการใหเกษตรกรอพยพออกจากพื้นที่โดยทางรัฐจัดหาสถานที่ให พบวา เกษตรกร ไมมีความตองการออกจากพื้นที่ เฉลี่ยรอยละ 47.12 ตองการออกจากพื้นที่ไปอยูในสถานที่ที่รัฐจัดให เฉลย่ี รอยละ 20.19 ไมแ นใ จ เฉลี่ยรอ ยละ 32.69 2) ความชวยเหลือจากหนวยงานภาครัฐในการจัดทำเขตระบบอนุรักษดินและน้ำ จากการ สอบถามเกษตรกร พบวา เกษตรกรที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมดเห็นดวยที่ใหหนวยงานรัฐจัดทำเขตระบบ อนรุ ักษดนิ และนำ้ ในพ้ืนท่ี 3) ปญหาดานการเกษตร พบวา เกษตรสวนใหญรอยละ 92.31 มีปญหาเกี่ยวกับการทำ การเกษตร คือ ราคาผลผลิตตกต่ำ เฉลี่ยรอยละ 84.00 ศัตรูพืชรบกวน เฉลี่ยรอยละ 24.00 ผลผลิตลดลง เฉลยี่ รอ ยละ 22.15 ฝนแลง หรอื ฝนทิ้งชว ง เฉลย่ี รอยละ 16.62 และมีเกษตรกรบางสว น รอ ยละ 7.69 ไมมี ปญหา (ตารางที่ 3-18) ตารางที่ 3-18 ทัศนคติดานการยายถิ่นฐาน ปญหาดานการเกษตร ในพื้นที่ลุมน้ำคลองลาว อำเภอปลาย พระยา อำเภออาวลึก จงั หวัดกระบ่ี ปก ารผลติ 2563 รายการ รอยละ 1) การยายถนิ่ ฐาน (กรณีทคี่ าดวา ในอนาคตจะเกิดดินถลม และทางรฐั ตองการพน้ื ที่ 47.12 ใหอ พยพออกจากโดยทางจดั หาสถานทใ่ี ห) 20.19 32.69 (1) ไมม ีความตอ งการออกจากพืน้ ที่ (2) มีความตอ งการออกจากพนื้ ทไ่ี ปอยใู นสถานทท่ี ่รี ฐั จดั ให - (3) ไมแ นใ จ 100.00 2) ความชวยเหลือจากหนว ยงานภาครฐั ในการจดั ทำเขตระบบอนรุ ักษดนิ และนำ้ (1) ไมเหน็ ดว ย 7.69 (2) เห็นดว ย 92.31 3) ปญหาดา นการเกษตร 84.00 (1) ไมมี 24.00 (2) มี 22.15 16.62 - ราคาผลผลติ ตกต่ำ - ศตั รูพืชรบกวน - ผลผลิตลดลง - ฝนแลง /ฝนทงิ้ ชวง ที่มา : จากการสำรวจ กลมุ วางแผนการใชทด่ี ิน สำนักงานพฒั นาท่ีดนิ เขต 11 (2563)
76 3.11 การวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมและศักยภาพ (SWOT) จากการรวบรวมขอ มูลสภาพแวดลอมทางกายภาพ สังคมและเศรษฐกิจ เพื่อจดั ทำแผนการใชท ี่ดิน เพื่อการปองกันการชะลางพังทลายของดินและฟนฟูพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ลุมน้ำคลองลาว ไดวิเคราะห SWOT โดยศึกษาสภาพการณภายในและภายนอก วิเคราะหจุดแข็ง จุดออน โอกาสและขอจำกัด ใน 4 ดาน ไดแก ดานทรัพยากรธรรมชาติ ดานเศรษฐกิจ ดานสังคม และดานนโยบาย เพื่อนำไปใชในการกำหนด มาตรการทีเ่ หมาะสมและวางแผนบรหิ ารโครงการ สรุปไดดังนี้ 1. ดา นกายภาพ (ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม) จุดแข็ง (Strength) จดุ ออ น (Weakness) 1. มีระบบลุมน้ำที่สามารถบริหารจัดการเชิง 1. ทรัพยากรดินเสื่อมโทรม เนื่องจากการใช พื้นที่ได ประโยชนทดี่ นิ มานาน และปลูกพชื เชิงเด่ียว 2. ทรัพยากรดินสวนใหญมีศักยภาพในการปลูก 2. การบุกรุกพื้นที่ปาไมเพื่อทำการเกษตรในพื้นที่ พืชเศรษฐกิจหลักของพื้นที่ ไดแก ปาลมน้ำมัน ไมเหมาะสมทำการเกษตร ทำใหระบบนิเวศนถูก ยางพารา หรอื พืชทางเลือกอนื่ ๆ ทำลาย 3. มีแหลงน้ำที่สรางไวแลว โดยไดรับการ 3. พื้นที่สวนใหญมีตะกอนดินสะสมในลำน้ำ ทำให สนบั สนนุ แหลงนำ้ ตน ทนุ จาก กรมพัฒนาทด่ี ิน ระบายนำ้ ไมท ัน 4. พ้นื ท่ีมศี ักยภาพในการพัฒนาแหลง น้ำ 4. ขาดแคลนนำ้ อุปโภคบรโิ ภคในชว งฤดูรอน โอกาส (Opportunity) ปญหา (Threat) 1. เปนนโยบายระดับประเทศในการแกไขปญหา 1. ปญหาการบังคับใชกฎหมายเพื่อปองกันการบุกรุก ดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ ม พืน้ ท่ีปา พน้ื ทสี่ าธารณะ ปญ หาการทับซอนกันระหวา ง 2. จังหวัดไดใหความสำคัญกับแผนอนุรักษและ พ้นื ทท่ี ำกนิ ของราษฎรเดมิ กบั พ้นื ที่เขตปา ฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยาง 2. การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศทำใหมีผลกระทบ ยั่งยนื ไดก ำหนดไวเ ปน ยทุ ธศาสตรจังหวดั ตอสิ่งแวดลอม 3. ภาคเอกชนใหความสนใจและเขารวม ส น ั บ ส น ุ น ก า ร แ ก ไ ข ป ญ ห า แ ล ะ ฟ น ฟู ทรัพยากรธรรมชาติ
77 2. ดานสงั คม จุดแขง็ (Strength) จุดออน (Weakness) 1. เกษตรกรในพื้นที่ใหความสนใจและเขามามี 1. หัวหนาครอบครัวที่เปนเกษตรกรสวนใหญเปน สว นรว มในการกำหนดแผนงาน/กิจกรรมตาง ๆ ผูส ูงอายุ 2. เกษตรกรมีความรูจากภูมิปญญาชาวบาน ใน 2. การขาดแคลนแรงงาน และมีการอพยพ การหาแนวทางเพ่อื แกไขปญ หาและพฒั นาพนื้ ท่ี เคล่ือนยา ยแรงงาน 3. ผูนำทองที่ ผูนำทองถิ่น และผูนำชุมชน ให 3. คนในชุมชนมีทัศนคติแบบเดมิ ยากตอการยอมรับ ความสำคัญในการแกไขปญหาตา ง ๆ นวัตกรรมใหม โอกาส (Opportunity) ปญหา (Threat) 1. จังหวัดไดใหความสำคัญกับการเสริมสราง 1. การเติบโตอยางรวดเร็วของสังคม การรับเอา คุณภาพชีวิตประชาชนสูสังคมนาอยู และปรับตัว วัฒนธรรมตาง ๆ เขามาสงผลกระทบตอสังคม รองรับกระแสการเปลี่ยนแปลงไดถูกกำหนดไวเปน กอใหเ กดิ ปญหาตา ง ๆ ยทุ ธศาสตรของจังหวัด 2. คาครองชีพสูงผลใหเกษตรกรในพื้นที่มีความ 2. ภาคเอกชนใหความสนใจและเขารวมสนับสนุน เดอื ดรอ น รายไดไ มพอคา ใชจ าย การแกไ ขปญหาใหกับชมุ ชน 3. กระแสการบรโิ ภคอาหารปลอดภยั ใสใจสขุ ภาพ
78 3. ดานเศรษฐกจิ จดุ แข็ง (Strength) จุดออน (Weakness) 1. เปน ชมุ ชนทีม่ ีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู 1. ฐานการผลติ สนิ คา เกษตรกรรมเปนการปลกู แลว พืชท่ปี ลูก ไดแก ปาลม นำ้ มัน ยางพารา และไมผ ล พชื เชิงเดี่ยวทำใหเกษตรกรมคี วามเส่ยี งจาก ผสม การเขา ไปสงเสริมหรือพัฒนา ทำไดงายขน้ึ ความไมแ นน อนของราคา 2. เกษตรกรบางสวนขาดองคค วามรู เชน ดาน การพฒั นาทรพั ยากรดิน พืช น้ำ และการตลาด 3. ผปู ระกอบการรายยอ ยบางสว น ยงั ขาด ความรดู านการผลติ การตลาด และสรา ง มูลคาเพิม่ 4. การผลิตพืชอาหารทางการเกษตรไมเพยี งพอ ตอความตอ งการบริโภคในพ้ืนท่ี โอกาส (Opportunity) ปญหา (Threat) 1. นโยบายของรฐั บาลมงุ เนน การแกไ ขปญหาภาค 1. ราคาผลผลติ ทางการเกษตรไมแนน อน การเกษตรเพือ่ สรา งการเติบโตทางเศรษฐกิจ สง ผลกระทบตอ รายไดและความเปนอยู 2. จงั หวดั ไดใ หความสำคัญกบั การยกระดับขดี 2. ปจจัยการผลิตมีราคาแพง สงผลกระทบตอ ความสามารถในการผลติ ดา นการเกษตรและแปรรปู รายไดและตนทนุ การผลติ สินคาเกษตรอยางครบวงจรควบคกู บั การพัฒนา 3. งบประมาณสนับสนุนจากภาครฐั จำกดั อตุ สาหกรรมสะอาดและพลังงานทางเลือกไดถ กู กำหนดไวเปนยทุ ธศาสตรจงั หวัด 3. แผนปฏิรปู ประเทศดานเศรษฐกจิ ใหค วามสำคญั กบั การพฒั นาฟน ฟทู รัพยากรดิน ทเ่ี ปนพน้ื ฐานสำคญั ตอการพฒั นาการผลติ ภาคการเกษตร 4. กรมพัฒนาที่ดินมีแผนงาน/โครงการ สนับสนุนที่ สอดคลองกับสภาพปญหาและความตองการของ เกษตรกรเพ่อื เพิม่ ประสทิ ธิภาพและลดตนทนุ การผลิต
79 4. ดา นนโยบาย จดุ แขง็ (Strength) จุดออน (Weakness) 1. กรมพัฒนาที่ดิน ใหความสำคัญในการคัดเลือกพื้นท่ี 1. เกษตกรยังขาดการรับรูนโยบายของ เปนตนแบบในการบริหารจดั การเชงิ พนื้ ทีร่ ะดับลุมนำ้ หนว ยงานระดับพนื้ ที่ 2. กรมพัฒนาที่ดิน กำหนดใหเปนแผนปฏิบัติการ โครงการ ระยะ 20 ป 3. หนวยงานมีฐานขอมูลเชิงวิชาการสนับสนุนการ วางแผนและกำหนดมาตรการในการแกไขปญหา 4. องคกรปกครองสวนทองถิ่นในพื้นที่ดินลุมน้ำ ให ความสำคัญกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม การแกปญหาการบุกรกุ ทำลายปา และความ เสื่อมโทรมของดิน การปลูกตนไม การสรางจิตสำนึก ใหกับประชาชนในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอมใหความสำคัญในดานการพัฒนาโครงสราง พื้นฐานดานตาง ๆ การพัฒนาดานเศรษฐกิจ การ ประกอบอาชพี การชวยเหลอื ดานตา ง ๆ การรวมกลุม โอกาส (Opportunity) ปญ หา ( Threat ) 1. จังหวัดไดใหความสำคัญกับการยกระดับขีด 1. การสนับสนุนดานนโยบาย ขาดความ ความสามารถในการผลิตดานการเกษตรและแปรรูป ตอเน่อื ง สินคาเกษตรอยางครบวงจร ควบคูกับการพัฒนา 2. ขาดการติดตามและประเมินผลตาม อุตสาหกรรมสะอาดและพลังงานทางเลือก และกำหนด ตัวชี้วัดที่ครอบคลุมทุกมิติทางกายภาพ ไวเ ปนยทุ ธศาสตรจ ังหวดั สังคมและเศรษฐกจิ 2. มีหนวยงานของรัฐเขาบูรณาการงานในพื้นที่เพื่อ สงเสริม/สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่ตาง ๆ โดยเฉพาะดานการเกษตร เชน การปลูกพืชผสมผสาน การปลูกพืชแซม ใชทดี่ นิ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง วิเคราะหความสัมพันธระหวางจุดแข็งกับโอกาสจุดแข็งกับขอจำกัดจุดออนกับโอกาสและจุดออน กับขอจำกัด (TOWS matrix) ซึ่งผลของการวิเคราะหความสัมพันธในขอมูลแตละคูดังกลาวทำใหได แนวทางและมาตรการสำหรับการพัฒนาพื้นที่เพื่อปองกันการชะลางพังทลายของดินและฟนฟูพื้นท่ี เกษตรกรรม เพื่อเปนแนวทางในการกำหนดมาตรการดานการอนุรักษดินและน้ำ กำหนดแผนงาน/ โครงการสนับสนุนจากหนวยงานที่เกี่ยวของ การจัดลำดับความสำคัญของปญหาในการกำหนดแผนการ ดำเนนิ งาน และกลไกการขบั เคลือ่ นแผนบรหิ ารจัดการโครงการ ในลำดับถัดไป
80
81 4บทที่ แผนการใชท้ ด่ี นิ เพอ่ื การอนรุ กั ษด์ นิ และน้ํา
82 4บทท่ี แผนการใช้ที่ดินเพ่ือการ อนุรักษด์ ินและน�า เขตการใชที่ดินเปนผลจากการวิเคราะหขอมูลสถานภาพของทรัพยากรธรรมชาติและสภาพการใช ที่ดินรวมกับขอกฎหมายที่เกี่ยวของภายในพื้นที่โครงการฯ โดยการวิเคราะหอยูภายใตเงื่อนไขที่ตองรักษา สภาพปาไมและระบบนิเวศของพื้นที่ไว รวมกับการใชพื้นที่ใหเ หมาะสมกับศักยภาพของที่ดินตามประเภท การใชที่ดิน ภายใตขอจำกัดการใชที่ดินของภาครัฐ และตองสอดคลองกับภาวะเศรษฐกิจสังคมของชุมชน ในพื้นที่ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยเนนการมีสวนรวมของชุมชนและภาครัฐในการพิจารณาจัดทำ แผนการใชที่ดินในพื้นที่โครงการฯ เพื่อใหเกิดการใชประโยชนพื้นที่อยางยั่งยืน และคงไวซึ่งสมดุลของ ระบบนเิ วศรวมทัง้ กอ ใหเกดิ ประโยชนในแงของการฟนฟแู ละอนุรกั ษทรพั ยากรธรรมชาตใิ นพื้นทีโ่ ครงการฯ ตอไป จากการวเิ คราะหฐ านขอมลู เพื่อการพจิ ารณากำหนดเขตการใชทด่ี ินในพ้ืนทลี่ ุมน้ำคลองลาว สามารถ กำหนดเขตการใชท่ีดินในพ้ืนที่ ไดเปน 5 เขตหลัก คือ 1) เขตพื้นที่ปาไมตามกฎหมาย 2) เขตเกษตรกรรม 3) เขตชุมชนและสิ่งปลูกสราง 4) เขตแหลงน้ำ และ 5) เขตพื้นที่คงสภาพปาไมนอกเขตปาตามกฎหมาย (ตารางที่ 4-1 และภาพที่ 4-1) โดยมรี ายละเอยี ด ดังน้ี 4.1 เขตพื้นที่ป�าไม้ตามกฎหมาย เขตพื้นที่ปาไมตามกฎหมายในพื้นที่โครงการฯ มีเนื้อที่ 31,452 ไร หรือรอยละ 21.21 ของเนื้อที่ ทั้งหมด พื้นที่ในเขตนี้เปนบริเวณที่มีการประกาศเปนเขตปาไมตามกฎหมาย รวมถึงบริเวณที่มีมติ คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการใชทรัพยากรที่ดิน พื้นที่เขตอุทยานแหงชาติ พื้นที่เขตรักษาพันธุสัตวปา หรือ พื้นที่ช้ันคุณภาพลุม น้ำชัน้ ที่ 1 และชั้นที่ 2 และเม่ือพิจารณาตามวตั ถุประสงคหลักของการประกาศเขตปา ไม ความเหมาะสมของที่ดินตอการทำเกษตรบนพื้นที่สูงในดานความลาดชันของพื้นที่และความลกึ ของดนิ สามารถกำหนดเขตการใชท ่ดี ิน โดยมีรายละเอยี ด ดงั นี้ 4.1.1 เขตพื้นที่ป�าอนุรกั ษ์ เขตนี้อยูในพื้นที่ปาเพื่อการอนุรักษ (โซน C) ในเขตปาสงวนแหงชาติ อุทยานแหงชาติ หรือพื้นที่คุณภาพลุมน้ำชั้นท่ี 1 และช้ันท่ี 2 โดยเขตนี้กำหนดขึ้นเพื่อใหคงสภาพเปนปาท่ีสมบรู ณ ซึ่งเปน พื้นที่ที่มีความสำคัญตอระบบนิเวศและสิ่งแวดลอมอยางสูง เนื่องจากเปนพื้นที่ตนน้ำ โดยบริเวณนี้มี ลักษณะเปนผืนปาขนาดใหญจึงมีความจำเปนตองสงวนรักษาพื้นที่ไวเปนปาของประเทศตอไป เพื่อ รักษาคุณภาพของพื้นที่ลุมน้ำและเปนแหลงตนน้ำลำธาร อีกทั้งเพื่อปองกันภัยธรรมชาติอันเนื่องมาจากน้ำ
83 ทวม และการพังทลายของดิน หรือเพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม ดิน น้ำ พันธุพืช พันธุสัตวที่มีคุณคาและหา ยาก ตลอดจนรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ เมื่อพิจารณาจากขอมูลการสำรวจสภาพการใชที่ดิน สามารถจำแนกออกเปนพื้นที่ปาสมบูรณ พื้นที่ปารอสภาพฟนฟู และพื้นที่ที่มีการใชประโยชนเพื่อ การเกษตร ซึง่ เปน พื้นท่รี อการพิสูจนส ทิ ธติ ามมตคิ ณะรฐั มนตรี เมือ่ วันท่ี 30 มิถุนายน 2541 1) เขตคุมครองสภาพปา (หนวยแผนที่ 111) เขตนี้มีเนื้อที่ 13,143 ไร หรือรอยละ 8.86 ของเนื้อท่ีท้ังหมด สภาพพ้นื ท่ปี จ จุบันมลี กั ษณะเปน ปาสมบูรณ ขอเสนอแนะการใชพน้ื ทใ่ี นเขตคมุ ครองสภาพปา จากการที่รัฐบาลมีนโยบายที่เดนชัดในการรักษาพื้นที่ปาไม โดยเฉพาะบริเวณที่เปนปา สมบูรณใหคงสภาพอยู เพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศภายในพื้นที่ลุมน้ำ ดังนั้นในการใชพื้นท่ี ดงั กลา วจงึ ควรดำเนนิ การ ดังน้ี - ควบคมุ มใิ หม ีการเปล่ยี นแปลงสภาพปาตามธรรมชาติไปใชป ระโยชนในรปู แบบอื่น - ควรมีการบำรงุ รกั ษาสภาพปาธรรมชาติตามหลกั วชิ าการ - ดำเนินการปองกันและปราบปรามการลักลอบตัดไมทำลายปาใหมีประสิทธิภาพและมี การปฏบิ ัติอยา งตอ เนื่อง รวมทง้ั ดำเนนิ การกับผกู ระทำผิดอยา งเด็ดขาด - ถาบริเวณนี้มีการบุกรุกพื้นที่ในภายหลัง เจาหนาที่ผูรับผิดชอบในพื้นที่ควรรีบดำเนินการ ปลกู ปา ทดแทนโดยเรว็ และปองกนั การบกุ รุกเพมิ่ - ควรสงเสริมใหราษฎรในพื้นที่และพื้นที่ขางเคียงเห็นคุณคาของทรัพยากรปาไม และมี สว นรวมในการดแู ลรักษาปา ไม 2) เขตฟนฟูทรัพยากรปาตามธรรมชาติ (หนวยแผนที่ 112) เขตนี้มีเนื้อที่ 1,344 ไร หรือ รอยละ 0.91 ของเนื้อที่ทั้งหมด พื้นที่ในเขตนี้ปจจุบันมีสภาพเปนพ้ืนทีป่ ารอสภาพฟนฟู และบางบริเวณมี การใชประโยชนเพื่อการเกษตร ไดแก บริเวณที่มกี ารปลกู พืชไร ไรหมุนเวยี น ในสภาพพืน้ ที่มีความลาดชัน มากกวา 50 เปอรเซ็นต สว นใหญมกี ารใชพ นื้ ท่ีเพอื่ ปลูกพืชไร ปา รอสภาพฟนฟู และไรหมนุ เวยี น ขอเสนอแนะการใชพ ื้นท่ใี นเขตฟนฟสู ภาพปาธรรมชาติ - กำหนดมาตรการและแนวทางในการปองกันมิใหราษฎรบุกรุกพื้นที่ในเขตนี้ เพื่อนำ กลบั มาใชดานการเกษตรรวมทั้งปองกนั มใิ หม กี ารเปดพื้นท่ีปาเพ่ือทำการเกษตรเพิ่ม - ควรจัดทำแนวกันไฟเพื่อปองกันไฟปาที่อาจเกิดขึ้นไดจากธรรมชาติหรือจากกิจกรรมของ มนษุ ย เพ่อื ใหปาไมมกี ารฟนตวั ตามธรรมชาตทิ ส่ี มบูรณ 3) เขตฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติภายใตเงื่อนไข เขตนี้มีเนื้อที่ 7,377 ไร หรือรอยละ 4.98 ของเนอื้ ทีท่ ัง้ หมด พืน้ ที่ในเขตนปี้ จจบุ ันเปน บริเวณท่ีมีการใชท ดี่ นิ เพ่ือการปลูกยางพาราและไมผ ล - เขตพ้ืนทีท่ ่ีมีการใชที่ดินเพื่อการเกษตรท่ีมแี นวโนม ของการชะลางพังทลายสูง (หนวย แผนที่ 1131) เขตนี้มีเนื้อที่ 5,183 ไร หรือรอยละ 3.50 ของเนื้อที่ทั้งหมด พื้นที่เขตนี้ปจจุบันมีการใช ที่ดินปลูกยางพาราและไมผล ซึ่งดินเปนดินลึกในสภาพพื้นที่มีความลาดชัน 35-50 เปอรเซ็นต และเปน บรเิ วณซ่งึ มคี วามเส่ียงตอการชะลางพงั ทลายในระดับรนุ แรงถึงรนุ แรงมากท่ีสดุ
84 - เขตพื้นที่ที่มีการใชที่ดินเพื่อการเกษตรที่มีแนวโนมของการชะลางพังทลายปานกลาง (หนวยแผนที่ 1132) มีเนื้อที่ 2,055 ไร หรือรอยละ 1.39 ของเนื้อที่ทั้งหมด พื้นที่เขตนี้ปจจุบันมีการใช ที่ดิน เพื่อปลูกยางพารา ในสภาพพื้นที่มีความลาดชัน 12-35 เปอรเซ็นต และเปนบริเวณซึ่งมีความเสี่ยง ตอการชะลา งพงั ทลายในระดบั ปานกลางถงึ รนุ แรง - เขตพื้นท่ีที่มีการใชทีด่ ินเพื่อการเกษตรที่มีแนวโนมของการชะลา งพงั ทลายต่ำ (หนวย แผนที่ 1133) มีเนื้อที่ 139 ไร หรือรอยละ 0.09 ของเนื้อที่ทั้งหมด พื้นที่เขตนี้ปจจุบันมีการใชที่ดินเพ่ือ การปลูกขาวโพด ในสภาพพื้นที่มีความลาดชันต่ำกวา 12 เปอรเซ็นต และเปนบริเวณซึ่งมีความเสี่ยงตอ การชะลา งพงั ทลายในระดบั นอ ยถงึ ปานกลาง ขอ เสนอแนะการใชพ้ืนที่ในเขตฟน ฟทู รพั ยากรธรรมชาตภิ ายใตเงือ่ นไข - ใหหนวยงานที่เกี่ยวของปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 เรื่อง มาตรการและแนวทางแกไขปญหาที่ดินปาไม โดยมุงเนนแกไขปญหาในพื้นที่ปาอนุรักษตามกฎหมาย เชน เขตอุทยานแหงชาติ และพื้นที่ปาอนุรักษตามมติคณะรัฐมนตรี กำหนดใหกรมปาไมสำรวจพื้นที่ที่มีการ ครอบครองใหชดั เจน - ใหหนวยงานที่เกี่ยวของปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2540 เรื่อง แผนการจัดการทรพั ยากรที่ดินและปา ไมร ะดบั พื้นที่ เพอื่ ใหเกิดการบรหิ ารจดั การทรัพยากรท่ีดินและปาไม อยางมีระบบโดยใหมีการอนุรักษควบคูกับการพัฒนาที่ยั่งยืน และสงวนรักษาไวซึ่งทรัพยากรปาไมที่ เหลืออยูรวมถึงฟนฟูปาที่เสื่อมสภาพ โดยตองอยูบนหลักในการลดปญหาความขัดแยงของการใช ทรัพยากรในพืน้ ท่ี - ควรเพิ่มมาตรการในการอนุรักษที่เขมงวด จริงจังและตอเนื่อง เพื่อคงสภาพปาไมใหมีความ สมบูรณ โดยการพฒั นาดา นตา ง ๆ ตองคำนึงถึงความยั่งยืนของระบบนิเวศและผลกระทบตอพื้นท่ีลุมน้ำ ดานลาง โดยเฉพาะแนวทางจัดการใหพื้นท่ีปาไมเปนตัวควบคมุ ปริมาณน้ำในลมุ น้ำในเวลาที่เหมาะสม เชน การสรางฝายชะลอนำ้ ในบรเิ วณทเี่ หมาะสม - ควรเรง ปลูกปา ทดแทนและฟน ฟูสภาพปา เพอื่ รักษาระบบนเิ วศลุมนำ้ บรเิ วณพืน้ ท่ีที่มีความลาด ชันสูง และพ้นื ทเ่ี สี่ยงตอการชะลา งพงั ทลาย โดยเพ่ิมมาตรการอนรุ กั ษด ินและน้ำทีเ่ หมาะสม เชน การปลูก หญา แฝกและสรางฝายชะลอนำ้ เปน ตน - ควรสงเสริมและรณรงคใหราษฎรในพื้นที่เห็นถึงคุณคาของทรัพยากรปาไมและมีสวนรวมใน การดูแลและบำรงุ รกั ษาผืนปา ในพืน้ ทรี่ ว มกนั 4.1.2 เขตพื้นที่ป�าเศรษฐกิจ เขตนี้อยูในพื้นที่ปาเพื่อเศรษฐกิจตามมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง การจำแนกเขตการใช ประโยชนทรัพยากรและที่ดินปาไมในพื้นที่ปาสงวนแหงชาติ วันที่ 10 และ 17 มีนาคม 2535 ซึ่งพื้นที่ปา เพื่อเศรษฐกิจนี้ไดกำหนดไวเพื่อการผลิตไมและของปา เพื่อการพัฒนาทรัพยากรปาไม และประสาน การใชประโยชนรวมกันระหวางทรัพยากรปาไมและทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ เพื่อประโยชนทางเศรษฐกิจ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158