Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง แบบหน่วยการเรียนเล่ม4

ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง แบบหน่วยการเรียนเล่ม4

Description: ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง แบบหน่วยการเรียนเล่ม4

Search

Read the Text Version

ส่ือการเรียนรู้แบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ( Self – Learning Package ) แบบหน่วยการเรียน ( Instructional Module ) เล่ม 4 วชิ างานเคร่ืองมือกลเบือ้ งต้น ช่ืองานตัดเหลก็ เพลากลมด้วยเครื่องเลื่อยกล จัดทาโดย กล่มุ ปลูกต้นกล้าอาชีพ

เริ่มต้น ศึกษาและทาแบบฝึ กหัด เรียนซ่อมเสริม ผ่านเกณฑ์ 80 % ศึกษาบทเรียนต่อไป ไม่ผ่านเกณฑ์

❄เม่ือท่านศึกษาชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง แบบหน่วยการเรียน ช่ืองานตดั เหลก็ เพลากลม ด้วยเครื่องเล่ือยกลนีแ้ ล้ว ท่านจะสามารถ ......... 8. อธิบายวธิ ีใช้เคร่ืองมืออปุ กรณ์ทใี่ ช้งานตดั เหลก็ เพลากลมด้วยเครื่องเลื่อยกลได้ถูกต้อง 8.3 วธิ ีใช้ตะไบ 8.5 ส่วนประกอบของเครื่องเล่ือยกลแบบชัก

ใบเนื้อหา ( Information Sheet : IS ) ช่ือวชิ า งานเคร่ืองมือกลเบื้องต้น ช่ืองาน : งานตดั เหลก็ เพลากลมด้วยเคร่ืองเล่ือยกล 8. วธิ ีใช้เคร่ืองมืออปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในงานตดั เหลก็ เพลากลมด้วยเครื่องเลื่อยกล 8.3 วธิ ีใช้ตะไบ ตะไบเป็ นเคร่ืองมือทใ่ี ช้สาหรับการลบคบี คม ของชิ้นงานทเี่ กดิ จากการตัดด้วยเคร่ือง เล่ือยกล เพ่ือให้สะดวกต่อการวดั ขนาดอกี ท้งั ยงั เป็ นการป้องกนั อนั ตรายที่อาจเกดิ จากคมของ ชิ้นงานแก่ผู้ปฏิบัตงิ านอกี ด้วย 8.3.1 ชนิดของตะไบ ตะไบทใ่ี ช้สาหรับการลบคมชิ้นงานนี้เป็ นตะไบทใี่ ช้งานกนั ทว่ั ไป ๆ สาหรับงานช่าง ทว่ั ไป โดยจะมอี ยู่ 2 ลกั ษณะคือ ตะไบหยาบและตะไบละเอยี ด ซ่ึงจะมลี กั ษณะดงั นี้ 8.3.1.1 ตะไบแบน รูปที่ 1.72 แสดงลกั ษณะของตะไบแบน ตะไบแบนจะมลี กั ษณะคล้ายรูปสี่เหลยี่ มผืนผ้า นิยมใช้สาหรับงานตะไบผวิ ราบของชิ้นงาน เช่น ผวิ งานส่ีเหลยี่ ม เป็ นต้น 8.3.1.2 ตะไบท้องปลงิ รูปท่ี 1.73 แสดงลกั ษณะของตะไบทอ้ งปลิง ตะไบท้องปลงิ มลี กั ษณะด้านหน่ึงเป็ นส่วนโค้งนูนคล้ายท้องปลงิ อกี ด้านหนึ่งมลี กั ษณะเป็ นผวิ ราบเหมาะสาหรับงานตะไบทตี่ ้องการใช้ชิ้นงานเกดิ เป็ นส่วนโค้ง เช่น งานตะไบรูเจาะเป็ นต้น

8.3.1.3 ตะไบสามเหลย่ี ม รูปที่ 1.74 แสดงลกั ษณะของตะไบสามเหลี่ยม ตะไบสามเหลยี่ มจะมลี กั ษณะเป็ นรูปสามเหลย่ี มคล้ายสามเหลย่ี มด้านเท่า นิยมใช้สาหรับ งานทตี่ ้องการทามุมแหลมหรืองานตะไบร่องบ่า ต่าง ๆ 8.3.1.4 ตะไบส่ีเหลยี่ ม รูปที่ 1.75 แสดงลกั ษณะของตะไบสี่เหล่ียม ตะไบส่ีเหลยี่ มจะมลี กั ษณะเป็ นรูปส่ีเหลยี่ ม นิยมใช้สาหรับงานทตี่ ้องการทาร่องหรือบ่าฉาก เป็ นต้น 8.3.1.5 ตะไบกลม รูปท่ี 1.76 แสดงลกั ษณะของตะไบกลม ตะไบกลมนิยมใช้สาหรับงานตะไบรูเจาะกลมทวั่ ๆ ไป 8.3.2 วธิ ีการจบั ตะไบ สาหรับวธิ ีการจับตะไบเบื้องต้นน้ันมหี ลกั การดงั นี้ 8.3.2.1 ท่าจับตะไบเบื้องต้น รูปท่ี 1.77 แสดงท่าจบั ตะไบเบ้ืองตน้

8.3.2.2 ท่าจับตะไบขนาดใหญ่ รูปท่ี 1.78 แสดงท่าจบั ตะไบขนาดใหญ่ 8.3.2.3 ท่าจับตะไบขนาดกลาง รูปที่ 1.79 แสดงท่าจบั ตะไบขนาดกลาง 8.3.2.4 ท่าจับตะไบขนาดเลก็ รูปที่ 1.80 แสดงท่าจบั ตะไบขนาดเลก็ 8.4 วธิ ีการใช้นา้ หนักกดโครงเล่ือย ( ตุ้มถ่วงนา้ หนัก ) ตุ้มถ่วงนา้ หนัก รูปท่ี 1.81 แสดงตุม้ ถ่วงน้าหนกั วธิ ีใช้นา้ หนักกดโครงเลื่อยให้นาตุ้มถ่วงนา้ หนักวางลงบนโครงเล่ือยของเครื่องเลื่อยกลจากน้ัน จึงยกโครงเลื่อยลงเพ่ือให้โครงเล่ือยกดลงบนชิ้นงานเพ่ือเป็ นการเพมิ่ นา้ หนักกดลงทชี่ ิ้นงาน นา้ หนักกดโครงเล่ือย ยงิ่ เลื่อนห่างออกจากหัวเครื่องมากเท่าใดจะกดให้ใบเล่ือยตดั เฉือน มากเท่าน้ัน ดงั น้ันการเล่ือนปรับระยะนา้ หนักกดให้สังเกตการตัดเฉือนของฟันเล่ือยด้วย

นา้ หนักกดใกล้หัวเครื่อง = นา้ หนักกดโครงเลื่อยน้อย นา้ หนักกดห่างหัวเคร่ือง = นา้ หนักกดโครงเลื่อยมาก 8.5 เครื่องเลื่อยกลแบบชัก 8.5.1 ส่วนประกอบของเครื่องเล่ือยกลแบบชัก โครงเลื่อย ใบเล่ือย ปากกา ฐานเครื่อง รูปท่ี 1.82 แสดมงสอ่วเตนอปรร์ะกอบเคร่ืองเล่ือยชกั เครื่องเลื่อยกลเป็ นเคร่ืองเล่ือยท่มี ีขนาดใหญ่ใช้ระบบกลไกในการทางาน สามารถตดั ชิ้นงานได้จานวนมากๆ มที ้งั ระบบอตั โนมตั ิและกง่ึ อตั โนมตั ิ เคร่ืองเล่ือยกลสามารถแยก ออกเป็ นชนิดใหญ่ได้ 4 ชนิด เครื่องเลื่อยชัก ( Power Hack Saw ), เคร่ืองเล่ือยสายพาน แนวนอน ( Horizontal Band Saw ) ,เครื่องเลื่อยสายพานแนวต้งั ( Vertical Band Saw ) และ เครื่องเลื่อยวงเดือน ( Radius Saw ) 8.5.1.1 โครงเลื่อย โครโงคเลร่ืองยเล่ือย รูปท่ี 1.83 แสดงโครงเคร่ืองเลื่อยชกั โครงเลื่อยของเคร่ืองเล่ือยชักเป็ นส่วนทอ่ี ยู่ด้านบนสุดของตัวเครื่อง ทาด้วยเหลก็ หล่อมี ลกั ษณะคล้ายตวั C ทาหน้าทจ่ี ับยดึ ใบเลื่อย และพาใบเล่ือยให้เคลื่อนที่ ไป – กลบั เพื่อตดั ชิ้นงานโดยรับกาลงั มาจากมอเตอร์

8.5.1.2 ฐานเคร่ือง ฐาน ล้อ รูปท่ี 1.84 แสดงฐานเคร่ืองเล่ือยชกั ฐานเครื่อง ดงั รูปที่ 1.84 เป็ นส่วนทร่ี องรับนา้ หนักท้งั หมดของเคร่ืองเลื่อยทาจาก เหลก็ หล่อมคี วามแขง็ แรงสามารถรับนา้ หนักและส่วนประกอบอื่นๆ ได้ดี รอบๆ ฐานจะมรี ่อง เพ่ือรองรับนา้ หล่อเยน็ ส่วนล่างสุดจะมลี ้อเพ่ือความสะดวกในการเคล่ือนย้าย 8.5.1.3 มอเตอร์ รูปท่ี 1.85 แสดงมอเตอร์ มอเตอร์ เป็ นส่วนทีใ่ ช้ในการส่งกาลงั เพื่อให้โครงเลื่อยทางาน ในการเคล่ือนท่ตี ดั เฉือน ชิ้นงาน จะตดิ ต้งั อยู่ใต้ฐานเครื่อง ดงั รูปท่ี 1.85 8.5.1.4 ปากกาจับงาน รูปท่ี 1.86 แสดงปากกาจบั ยดึ ชิ้นงาน ปากกาจับงานเป็ นส่วนทขี่ าดไม่ได้ ทาหน้าทจี่ ับยดึ ชิ้นงานขณะทที่ าการตัดชิ้นงาน ส่วน ใหญ่ทาด้วยเหลก็ หล่อ เกลยี วทใี่ ช้ในการขนั จับยดึ จะเป็ นเกลยี วส่ีเหลย่ี มคางหมูสามารถออก แรงจบั ยดึ ได้ดี ดงั รูปท่ี 1.86

สเสกเลกลอองงศศาา รูปที่ 1.87 แสดงสเกลองศา ปากกาสามารถปรับเป็ นมุมต่างๆ ได้ต้งั แต่ 0 – 45 องศา ทฐ่ี านของปากกาจะมสี เกลบอก จานวนองศา ดงั รูปที่ 1.87 ชชิ้น้นิ งงาานน เหเหลลกก็็ หหนนุนุน ชิ้นชงิ้นานงาน ปากของปากกาไม่ขนาน ปากของปากกาขนาน กนั รูปท่ี 1.88 แสดงการจบั ยดึ งานดว้ ยปากกา กนั การจับยดึ ชิ้นงานด้วยปากกาถ้าชิ้นงานทม่ี คี วามยาวเกนิ กว่าปากของปากกากส็ ามารถจับ ชิ้นงานได้ตามปกติ แต่ในกรณที ช่ี ิ้นงานมขี นาดส้ันกว่าปากของปากกาจะทาให้การจบั ยดึ ชิ้นงานได้ไม่แน่น อนั เน่ืองมาจากแรงกดทเี่ กดิ จากเกลยี วในการจับยดึ ทาให้ปากของปากกาเกดิ แรงบบี ทาให้ชิ้นงานถูกบบี และพยายามดดี ตวั ออกจากการจบั ยดึ ของปากกา เม่ือทาการเล่ือย จะทาให้ชิ้นงานหลดุ ออกจากปากของปากกาทาให้ใบเล่ือยหักได้ เพ่ือป้องกนั ปัญหาดงั กล่าวให้ ใช้เหลก็ หนุนทม่ี ขี นาดเท่ากนั หรือใกล้เคยี งกนั มาช่วยในการจบั ยดึ ชิ้นงานดงั รูปท่ี 1.88

8.5.1.5 สวติ ช์เปิ ด-ปิ ด สวสติ วชเ์ติปิชด์ –เปิ ด – ปิ ด ปิ ด รูปท่ี 1.89 แสดงสวิตชเ์ ปิ ด-ปิ ด สวติ ช์เปิ ด-ปิ ด ทาหน้าทเี่ ป็ นสะพานไฟเพ่ือใช้ในการจ่ายไฟให้กบั มอเตอร์ และมหี น้าที่ตดั ไฟเม่ือชิ้นงานขาดด้วยระบบอตั โนมตั ิ ดงั รูปที่ 1.89 8.5.1.6 ระบบการส่งกาลงั ระบบส่งกาลงั ในการเล่ือยชิ้นงานน้ัน โครงเล่ือยจะมกี ารเคลื่อนทเ่ี พื่อนาใบเลื่อยให้ เคล่ือนทตี่ าม ใบเล่ือยกจ็ ะทาหน้าที่ตดั ชิ้นงาน ดงั น้ันจึงต้องอาศัยแรงขบั จากมอเตอร์และส่ง กาลงั มายงั ระบบต่างๆ ดงั นี้ 1) ระบบสายพาน พู่เล่พย์เู่ตลวัย่ ต์ใวหั ใญหญ่ ่ ระบรบะสบาบยพสานายพาน พเู่ พล่ยู่เต์ลวั ่ยเล์ตก็ วั เลก็ รูปที่ 1.90 แสดงระบบสายพาน ระบบสายพาน มอเตอร์จะส่งกาลงั โดยใช้พ่เู ล่ย์ตวั เลก็ ส่งกาลงั ให้สายพานเพ่ือขบั พู่เล่ย์ตวั ใหญ่ให้หมุนตาม เพ่ือเป็ นการทดความเร็วรอบให้ช้าลง ดงั รูปท่ี 1.91

2.) ระบบเฟื องทด ร่องรเพ่อ่อื งใเชพใ้ น่ือกใาชร้เเยย้อืือ้ งงศศูนูนย์ ย์ ระบรบะเฟบือบงทเฟดื องทด รูปที่ 1.91 แสดงระบบเฟื องทด ระบบเฟื องทด หลงั จากส่งกาลงั ให้กบั พ่เู ล่ย์ตวั ใหญ่แล้ว ทป่ี ลายของเพลาอกี ด้านหน่ึงจะ มเี ฟื องตวั เลก็ ประกอบอยู่ และเฟื องตวั เลก็ จะส่งกาลงั ให้กบั เฟื องตวั ใหญ่อกี ทอดหนึ่ง เพ่ือเป็ น การทดความเร็วรอบให้ตา่ ลง ทเ่ี ฟ่ื องตวั ใหญ่จะมรี ่องเพ่ือใช้ในการเยือ้ งศูนย์ให้มลี กั ษณะคล้าย ลูกเบีย้ ว ดงั รูปท่ี 1.91 8.5.1.7 เพลาข้อเหวย่ี ง เพเพลลาาขขอ้อ้ เเหหวว่ยี งยี่ ง รูปท่ี 1.92 แสดงเพลาขอ้ เหวย่ี ง เพลาข้อเหวยี่ ง จะรับกาลงั จากเฟื องตวั ใหญ่ เพลาข้อเหวยี่ งมหี น้าทเี่ ปลยี่ นการเคลื่อนที่ แบบวงกลมให้เป็ นแบบเส้นตรงโดยวธิ ีการเยือ้ งศูนย์ ดงั รูปที่ 1.92

8.5.1.8 ระบบไฮดรอลกิ ส์ ระรบะบบบไไฮฮดดรรออลลิกกิส์ส์ รูปท่ี 1.93 แสดงชุดระบบไฮดรอลิกส์ ระบบไฮดรอลกิ ส์ มหี น้าทย่ี กโครงเล่ือยในช่วงจังหวะทใี่ บเล่ือยไม่ได้ตัดชิ้นงาน เพ่ือ ไม่ให้ใบเล่ือยสัมผสั ชิ้นงานเป็ นการยืดอายุการใช้งานให้กบั ใบเล่ือย ดงั รูปท่ี 1.93 8.5.1.9 ระบบหล่อเยน็ ระบบหล่อเยน็ รูปที่ 1.94 แสดงชุดระบบหล่อเยน็ การหล่อเยน็ ใบเลื่อยโดยการใช้ป้ัมนา้ แบบฟันเฟื องต่อกาลงั จากเพลาของชุดเฟื องทดด้วยโซ่ นา้ หล่อเยน็ จะถูกป้ัมดูดขนึ้ มาเพื่อใช้ในการระบายความร้อนและสาหรับคายเศษออกจากแนว ตัด นา้ หล่อเยน็ จะไหลกลบั ลงถังเกบ็ ทอ่ี ยู่ใต้โครงเล่ือยและจะถูกดูดขนึ้ มาใช้งานหมุนเวยี นไป เช่นนีต้ ลอด

8.5.1.10 แขนต้ังระยะตดั ( Cut off Gage ) แขนต้งั ระยะตัด รูปที่ 1.95 แสดงแขนต้งั ระยะตดั การเลื่อยชิ้นงานแต่ละคร้ัง จะต้องทาการวดั ความยาวของชิ้นเพื่อให้ได้ความยาวของ ชิ้นงานตามความต้องการ แต่ถ้าต้องการชิ้นงานทม่ี ขี นาดความยาวเดียวกนั จานวนมากๆ ควร ใช้แขนต้งั ระยะ ( Cut off Gage ) ช่วยในการเล่ือยคร้ังต่อๆ ไป แขนต้งั ระยะสามารถปรับระยะ ได้โดยมเี พลาเป็ นตัวบงั คบั แขนต้ังระยะจะเคล่ือนทต่ี ามเพลานี้ และเมื่อปรับระยะความยาว ได้ตามต้องการแล้วกท็ าการขนั สกรูเพ่ือยดึ แขนต้งั ระยะตามตาแหน่งทตี่ ้องการ และ เมื่อต้องการตัดชิ้นงานชิ้นต่อไปกท็ าการป้อนชิ้นงานให้ชนกบั แขนต้งั ระยะนีก้ จ็ ะได้ ชิ้นงานทมี่ ีขนาดเท่ากนั ข้อควรจา ไม่ควรดนั ชิ้นงานกระแทกแขนต้งั ระยะด้วยความแรง เพราะจะทาให้ แขนต้งั ระยะมีความคลาดเคลื่อนไปจากเดิม

8.5.1.11 กลไกการทางานของเครื่องเล่ือยกล โครงเล่ือย จุดหมุน เฟื องขบั เเพพลลาาขขอ้ ้อเหเวห่ียวงยี่ ง เฟื องทด รูปท่ี 1.96 กลไกการทางานเครื่องเล่ือยกล กลไกการทางานของเครื่องเล่ือยกลแบบชัก เป็ นกลไกส่งกาลงั ด้วยมอเตอร์ส่งกาลงั ผ่าน เฟื องขบั ซ่ึงเป็ นเฟื องทด เพื่อทดความเร็วรอบมอเตอร์ ทขี่ ้างเฟื องขบั มรจุดหมุนก้านต่ออยู่ คนละศูนย์กบั ศูนย์กลางเฟื อง เพื่อต่อก้านต่อ ไปขบั โครงเลื่อย ให้ชักโครงเล่ือยเดินหน้าและ ถอยหลงั 8.5.1.12 วธิ ีตรวจสอบเคร่ืองเล่ือยกล ในการตรวจสอบสภาพของเคร่ืองเล่ือยกลก่อนการปฏิบัตงิ านน้ันมจี ุดสาคญั ต่าง ๆ บน เครื่องเลื่อยกลทจี่ ะต้องทาการตรวจสอบทุกคร้ัง ดงั นี้ 1.) การตรวจสอบสวติ ช์ เปิ ด – ปิ ด ดงึ ขนึ ้ รูปท่ี 1.97 แสดงการตรวจสอบสวิตชเ์ ปิ ด –ปิ ด ก่อนปฏบิ ัตงิ านผู้ปฏบิ ตั งิ านจะต้องทาการตรวจสอบสวติ ช์เปิ ด – ปิ ด ของเครื่องเลื่อยกลว่า มสี ภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ โดยให้จบั โครงเล่ือยแล้วทาการดงึ สวติ ช์ขนึ้ เพ่ือเปิ ดใช้งานหาก เลื่อยไม่ทางานให้ทาการแจ้งให้ครูผู้สอนทราบโดยทนั ที

2.) การตรวจชุดสายพาน รูปท่ี 1.98 แสดงการตรวจสอบชุดสายพาน ในข้นั ตอนของการตรวจสอบชุดสายพานของเคร่ืองเลื่อยกลจะต้องทาการหยุดเครื่องก่อน ทาการตรวจสอบทุกคร้ัง แล้วทาการตรวจดูว่ามสี ายพานเส้นใดหลุดออกจากพ่เู ล่ย์หรือไม่ 3.) การตรวจชุดเฟื องส่งกาลงั รูปที่ 1.99 แสดงการตรวจสอบชุดเฟื องส่งกาลงั การตรวจสอบชุดเฟื องส่งกาลงั ให้ผู้ปฏบิ ตั งิ านทาการตรวจสอบสภาพการจบั ยดึ ของเฟื องที่ ใช้ในการส่งกาลงั แต่ละตวั ว่าได้ทาการจับยดึ แน่นหรือไม่ หากมเี ฟื องตวั ใดจับยดึ ไม่แน่นให้ทา การขนั ด้วยประแจให้แน่นก่อนการใช้งาน 4.) การตรวจปากกาจบั ยดึ ชิ้นงาน สสกกรรูลูลอ็ อ็ กกปปากากกากจบัายจดึ บั งายนดึ งาน รูปท่ี 1.100 แสดงการตรวจสอบปากกาจบั ยดึ ชิ้นงาน ทาการตรวจสอบปากกาจบั ยดึ ชิ้นงานบนเคร่ืองเล่ือยกลว่าได้ทาการขนั สกรูยดึ เข้ากบั ตวั เครื่องเล่ือยแน่นหรือไม่ หากไม่แน่นให้ทาการขันด้วยประแจจนแน่นพร้อมใช้งาน

5.) การตรวจการจบั ยดึ ใบเลื่อยและพจิ ารณาฟันเล่ือย รูปท่ี 1.101 แสดงการตรวจสอบใบเลื่อย การตรวจสอบการจับยดึ ใบเลื่อย ใบเลื่อยจะต้องตงึ และหันฟันเลื่อยไปในทศิ ทางเดนิ หน้า ตัดเฉือนชิ้นงาน เน่ืองจากเครื่องเลื่อยกลจะตัดเฉือนชิ้นงานในจงั หวะเดนิ หน้าเท่าน้ัน ใบเลื่อย ความยาวใบเลื่อย ในความยาว 1 นิ้ว มี 18 ฟัน รูปท่ี 1.102 แสดงความยาวและจานวนฟันของใบเล่ือย ทาจากเหลก็ กล้ารอบสูง ( High Speed Steel ) ( H.S.S. ) โดยท่วั ไปจะมคี วามยาว 14 นิว้ กว้าง 1 นิว้ หนา 0.05 นิว้ จานวนฟันจะมตี ้งั แต่ 14 ถงึ 32 ฟัน/นิว้ เช่น ใบเลื่อยขนาด 14 x 18 T หมายความว่าใบเลื่อยยาว 14 นิว้ โดยวดั จากศูนย์กลางของรูถงึ ศูนย์กลางของรูอกี ด้านหน่ึง และภายในความยาว 1 นิว้ นับจานวนฟันได้ 18 ฟัน เป็ นต้น ดงั รูปท่ี 1.102

จานวนฟันของใบเล่ือยขนึ้ อยู่กบั วสั ดุ จานวนฟัน/นิว้ วสั ดุ 14-16 อะลูมิเนียม ดีบุก ทองแดง พลาสติก วสั ดุสงั เคราะห์ 18-22 เหลก็ กลา้ คาร์บอน เหลก็ หล่อ เหลก็ รูปพรรณ 32 เหลก็ ทาเครื่องมือ แผน่ โลหะที่มีผนงั บาง ลวด สายเคเบิล มุมคาย มุมลิ่ม มุมหลบ ระยะพิต รูปที่ 1.103 แสดงมุมต่าง ๆ ของใบเลื่อย ฟันของใบเล่ือยจะมลี กั ษณะคล้ายลมิ่ คือจะใช้ในการจิกเนื้อชิ้นงาน ใบเลื่อยที่ใช้ตดั วสั ดุจะมี มุมทสี่ าคญั 3 มุม ดงั รูปที่ 1.103 ตารางค่ามมุ ของฟันเลื่อย มุมฟันเล่ือย วสั ดุอ่อนองศา วสั ดุแขง็ องศา มุมคาย 5 0 มุมล่ิม 45 50 มุมหลบ 40 40 คลองเล่ือย รูปที่ 1.104 แสดงคลองเล่ือย

ใบเล่ือยจะต้องมคี ลองเล่ือยเพ่ือป้องกนั การขดั ตวั ของใบเลื่อยระหว่างการใช้งานเป็ นสาเหตุ ทาให้ไม่สามารถเล่ือยชิ้นงานได้ และอาจทาให้ใบเล่ือยหัก คลองใบเลื่อยจะต้องมคี วามหนา มากกว่าตวั ใบเลื่อย ดงั รูปที่ 1. 104 การประกอบใบเลื่อยเข้ากบั โครงเล่ือย ต้องพจิ ารณาทศิ ทางของฟันเล่ือย โดยพจิ ารณาจาก โครงเลื่อยว่าจังหวะใดเป็ นจังหวะทที่ าการตัดเฉือนชิ้นงาน โดยทว่ั ไปจะเป็ นจงั หวะเดนิ หน้า การประกอบให้หันฟันเลื่อยทเี่ ป็ นมุมลมิ่ ไปทางด้านทเ่ี ป็ นจังหวะตดั เฉือนชิ้นงาน เมื่อ ประกอบเสร็จแล้วให้ทาการขนั ปรับใบเลื่อยให้ตงึ ด้วยแรงมือหมุนเท่าน้ัน 6.) การตรวจการระบบไฟฟ้า รูปที่ 1.105 แสดงการตรวจสอบระบบไฟฟ้า ต้องทาการตรวจสอบดูระบบไฟฟ้าของเคร่ืองเล่ือยกลการปฏบิ ัตงิ านทุกคร้ังว่าสายไฟเกดิ การหลดุ หรือเปี ยกนา้ หรือไม่ หากเป็ นเช่นน้ันให้แจ้งครูผู้สอนโดยทนั ที ข้อควรระวงั ในการตรวจสอบเคร่ืองเล่ือยกล 1. ต้องปิ ด สวติ ช์ ไฟก่อนทาการตรวจสอบระบบไฟฟ้าก่อนทุกคร้ัง 2. ห้ามใช้มือจับใบเลื่อยในขณะทาการตรวจสอบ สวติ ช์ เปิ ด – ปิ ด เพราะใบเล่ือยจะทางาน ทนั ทีเม่ือทาการเปิ ดสวติ ช์เครื่อง 3. เพื่อความปลอดภยั ควรมคี รูผู้สอนอยู่ด้วยในขณะทาการตรวจสอบเครื่องจักรกลทุกชนิด

AM PM ย่อมาจากอะไร – AM ย่อมาจาก Ante Meridiem หมายถงึ Before noon แปลว่า ก่อนเที่ยง เริ่มต้งั แต่เทย่ี งคืน (24:00) ถงึ ก่อนเทย่ี งวนั ( 11:59 ) – PM ย่อมาจาก Post Meridiem หมายถึง After noon แปลว่า หลงั เทีย่ งวนั เริ่มต้งั แต่เที่ยงวนั (12:00) ถงึ ก่อนเท่ียงคืน (23:59) AM PM ย่อแบบไหนจงึ จะถูก ตัวย่อของ PM และ AM ทถ่ี ูกต้องและเป็ นทยี่ อมรับมดี ้วยกนั 3 รูปแบบคือ – ตวั พมิ พ์เลก็ มีจุด a.m. และ p.m.