เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ าหลักการแปลภาษาอังกฤษเบอ้ื งตน้ เรอ่ื ง หลักการแปลภาษา ระดบั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 วชิ า หลกั การแปลภาษา โดย Master ธวัชชัย พรหมพันธกรณ์ For your new best experiences 1
สารบัญ หน้า เทคนคิ การแปลภาษาแบบมืออาชีพ 3–6 Grammar: 5 Tense ภาษาอังกฤษทีค่ ุณจำเปน็ ต้องรู้ 7 – 11 แบบฝกึ หดั 12 เฉลยแบบฝกึ หดั 13 2
เทคนิคการแปลภาษาแบบมืออาชีพ หลายคนเรยี นภาษาองั กฤษเพ่ือใหพ้ ูดภาษาอังกฤษได้เก่งๆ แต่จะเก่งทง้ั ที การเขยี นกเ็ ป็นทักษะภาษาอังกฤษทไี่ ม่ ควรทิง้ ขว้าง โดยเฉพาะทกั ษะการแปลจากภาษาไทยไปเปน็ ภาษาองั กฤษ เพราะนอกจากจะทำใหเ้ ราเขยี นคล่อง ขนึ้ แลว้ ทกั ษะการแปลกจ็ ะช่วยให้เราสามารถเปลี่ยนภาษาในหวั ของเราเวลาพดู ได้อยา่ งรวดเร็ว มาดูกนั ดีกวา่ วา่ กฎเหลก็ ทเี่ ราควรท่องให้ขึน้ ใจเวลาแปลมอี ะไรบ้าง 1. อย่าลืมเปล่ียนระบบวันท่ี หรือ หน่วยต่างๆ เวลาแปลภาษาจากภาษาไทยไปเปน็ อีกภาษาท่ีอยู่ปลายทาง เราควรคำนึงอยู่เสมอว่าผู้อ่านของเราไม่ไดค้ ุ้นเคยกับ ระบบที่เราใช้ เช่น เราไม่สามารถใชป้ ี พ.ศ.ได้ แต่ตอ้ งใช้ค.ศ.เท่าน้ัน หนว่ ยตา่ งๆเหล่าน้ี ยังรวมไปถงึ อณุ หภูมิ เชน่ ประเทศไทยนยิ มใชอ้ งศาเซลเซียส ในขณะทีบ่ างประเทศใช้ฟาเรนไฮต์ ตวั อย่างเชน่ อณุ หภมู ใิ นกรงุ เทพฯ ร้อนที่สดุ ของปีอย่ทู ี่ 43 องศาเซลเซยี สในวนั ที่ 25 เมษายน 2016 อาจแปลไดเ้ ป็น “The highest temperature ever recorded in Bangkok this year was 109.4 °F on April 25, 2016.” นอกจากนี้ยงั มเี ร่ือง ความสงู ระยะทาง น้ำหนกั การเอาเดือนหรอื วันท่ขี ึน้ ก่อนก็แตกตา่ งกนั ในแตล่ ะประเทศ นอกจากน้ี การเขียนเรื่องตัวเลขกต็ ้องระวัง เช่น ถา้ ภาษาไทยบอกวา่ 42,000 ลา้ นบาท ภาษาองั กฤษก็ต้องเป็น 42 billion baht เนอื่ งจากภาษาปลายทางมคี ำเฉพาะให้เราใช้อยู่แล้ว เปน็ ตน้ 3
2. แบ่งประโยคได้เมื่อจำเป็น เปน็ ท่ีรูโ้ ดยทั่วกันว่า วิธีการแบ่งประโยคของภาษาไทยกบั ภาษาองั กฤษไมเ่ หมือนกัน คนเขียนภาษาไทยเอง บางทีก็ จะตดิ การเขยี นไปเรือ่ ยๆ ไม่มีจดุ เริม่ หรอื จบของประโยค และตดิ นิสัยนี้ไปใช้กับการเขยี นภาษาอังกฤษซง่ึ เปน็ เร่ือง ทไ่ี ม่ถกู ต้อง ดังนั้น สงิ่ ท่เี ราควรทำเวลาเจอประโยคยาวเหยยี ดคือ การหาจดุ เรม่ิ และจุดจบของประโยค เพือ่ ใหเ้ ขียนงา่ ยข้นึ และคนอา่ นเข้าใจงา่ ยข้ึน พยายามใชค้ ำเชอ่ื มตา่ งๆเข้ามาช่วยเพ่อื ให้เหน็ ความต่อเนอ่ื งของประโยค แทนทใ่ี ช้ comma คนั่ ไปเรื่อยๆ เช่น เดก็ หญงิ คนดงั กล่าวได้ถกู รถชนและสลบไปบนถนนโดยไมม่ ีใครช่วยเหลือ รวมทั้งผ้กู ่อเหตุก็ได้หลบหนไี ปหลังเกิด เหตุอีกดว้ ย อาจจะสามารถตัดเป็น “The girl was hit by a car and lying unconscious on the road. No one stepped in to help her while the suspect fled the scene after the accident.” 3. รักษาโทนของภาษาต้นฉบับ เราต้องวิเคราะหก์ ่อนเลยว่า บทความท่ีเราต้องการแปลน้ัน เปน็ บทความประเภทไหน เราตอ้ งแปลบทความมสี าระ จริงจัง แบบขา่ ว หรือบทความเบาสมอง เชน่ เนอ้ื เร่ืองกอสสปิ ตา่ งๆบนเว็บไซต์ วธิ ีท่ีจะช่วยให้เราคุน้ เคยกับสไตลข์ องภาษาได้ดที ่ีสุด คือเราต้องอา่ นและคลกุ คลี กบั ภาษาปลายทางแบบทีเ่ ราตอ้ งใช้ใหบ้ ่อย สังเกตวิธีการใช้ภาษา คำ วิธีการจดั เรียงประโยคและบทความ เพ่ือให้มโี ทนที่ใกล้เคยี งกบั ต้นฉบับ และคนอ่าน เขา้ ถงึ ไดม้ ากทีส่ ดุ เช่น ถา้ เราจะบอกว่า สไตลเ์ ป๊ะมาก เราอาจจะเลอื กพูดวา่ style on fleek ซ่งึ เปน็ ศัพทว์ ัยรุ่น มากกว่าการพดู วา่ fashionable style ซึง่ ดูทางการมากกวา่ 4
4. เลือกใช้คำให้เหมาะสมกับสิ่งที่แปล ถ้าเราเริม่ แปลบทความเป็นภาษาอังกฤษในช่วงแรกๆ บทความประเภททง่ี ่ายทส่ี ุด คือเราตอ้ งเลอื กบทความท่ีไม่ได้ มีศัพทเ์ ฉพาะมากมาย เปน็ บทความเร่อื ง lifestyle ทัว่ ไป อย่างไรก็ตาม เราอาจจะตอ้ งการท้าทายตวั เองดว้ ยการเลือกแปลหมวดท่ีมีความทา้ ทายมากข้นึ เช่น เราอาจจะ อยากรเู้ ร่ืองการแปลสญั ญาตา่ งๆ ฟงั ดแู ล้วอาจจะดนู ่ากลวั แตภ่ าษากฎหมายนั้น เราสามารถเลือกเข้าไปดู template ตา่ งๆเปน็ ภาษาองั กฤษ ซึง่ มมี ากมายใหเ้ ราได้ศึกษา เชน่ สญั ญาเชา่ บ้าน หรือ Residential Tenancy Agreement ซง่ึ ในแต่ละวงการ ก็จะมคี ำเหมาะสมในการ เลอื กใช้มากกว่า เช่น คำว่าเจา้ ของบ้าน เราอาจจะคดิ งา่ ยๆว่า home owner ก็แปลว่าเจ้าของบา้ นเหมือนกนั แต่ในสญั ญา คำท่ีสวยงามและเหมาะสมกวา่ อาจจะเปน็ คำว่า landlord เปน็ ตน้ 5
5. อย่าติดใช้สำนวนของภาษาตน้ ฉบบั เกนิ ไป ภาษาแต่ละภาษาย่อมแฝงวัฒนธรรมของประเทศหรือสังคมน้ันๆมาดว้ ย อยา่ งไรก็ตาม สำนวนการใช้ประโยค หรือ การใช้คำ อาจจะไมส่ ามารถแปลมาเปน็ ภาษาปลายทางไดต้ รงท้ังหมด ถ้าแปลตรงเกินไป คนอ่านก็จะไมเ่ ข้าใจเลย เชน่ สารวัตรหึงโหด “เจอภาพบาดตาของภรรยากับเพ่ือน” เราจะแปลภาพบาดตานี้ว่าอะไร การจดั การกบั โจทย์ แบบนี้ เราอาจจะต้องวเิ คราะหก์ ันสกั หนอ่ ย และอาจจะเขียนออกมาว่า “angered by his wife and friend’s intimacy” ซึง่ จะทำใหผ้ ้อู า่ นเขา้ ใจได้ มากกวา่ พยายามมาคิดคำวา่ ภาพ บาดตาแล้วแปลตรงตัวจนคนอ่านสบั สน เปน็ ตน้ กฎดังกล่าวเป็นส่ิงทต่ี ้องคำนึงถึงเสมอเวลาเราเร่ิมแปลบทความจากภาษาไทยเปน็ ภาษาอังกฤษ และความทา้ ทาย ย่อมเกิดข้ึนเปน็ เร่ืองปกตเิ วลาเราได้โจทย์ใหมๆ่ ดังนัน้ อยา่ ลมื อ่านให้หลากหลายและลองเขยี นเพื่อฝกึ ฝน แล้วการ แปลภาษาองั กฤษก็จะไม่ยากอย่างที่คิดอีกต่อไป 6
Grammar: 5 Tense ภาษาองั กฤษท่ีคณุ จำเปน็ ต้องรู้ หากพูดถึง Grammar (แกรมมา่ ) หรือไวยากรณ์ภาษาองั กฤษ ก็ถือเป็นพนื้ ฐานสำคญั ในการเรยี นภาษาอังกฤษ ท่ี จะนำไปสู่การส่ือสารภาษาอังกฤษได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ ทัง้ ในเรอ่ื งของการฟงั พดู อา่ น เขียน โดยเฉพาะการ เขยี น Essay ใหเ้ ป็นมืออาชีพ ดังนัน้ ไวยากรณภ์ าษาอังกฤษจึงเป็นสิง่ จำเปน็ สำหรับผ้เู รยี นท่ีจะต้องมคี วามเข้าใจ ในหลกั การ และกฎเกณฑข์ องภาษาอังกฤษอยา่ งถกู ต้อง เพื่อจะไดต้ ีความ และเข้าใจความหมายของประโยค ภาษาอังกฤษต่างๆได้อย่างถูกต้อง ซ่ึงวนั น้ีเราจะขอนำเสนอไวยากรณใ์ นเรื่องของ Tense ตา่ งๆทีค่ ุณควร จำเป็นตอ้ งรูค้ ่ะ Present Simple Tense เรมิ่ ต้นด้วย Tense ท่ีงา่ ยๆไม่ซบั ซอ้ นอย่าง Present Simple Tense โดย Tense นจี้ ะใชพ้ ดู ถงึ เหตุการณท์ ี่เกิดข้นึ ในปัจจบุ ัน หรอื ความสามารถเฉพาะตวั ของบุคคลใดบุคคลหนึง่ ประโยคอุทาน เรอ่ื งท่ัวๆไปท่ีเกิดข้ึนจรงิ ขณะพดู การกระทำซำ้ จนเปน็ นิสัย และใชก้ ับคำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) ท่แี สดงเวลาหรือเหตุการณ์ในอนาคต หรือ กำหนดเวลาท่ีแนน่ อนแล้ว นอกจากนยี้ ังสามารถมคี ำวเิ ศษณเ์ หลา่ นีอ้ ยูด่ ว้ ย เช่น sometimes, often, never, always เปน็ ต้น โดยมีโครงสร้างคอื : S (Subject) + V.1 (Verb ช่อง1) + O (Object) 7
หากคำนาม (noun) หรือประธาน (subject) เป็นเอกพจน์ กรยิ าชอ่ ง1 (verb1) จะต้องเตมิ s หรือ es เชน่ She eats bread in the morning. หากคำนาม (noun) หรอื ประธาน (subject) เป็นพหูพจน์โดยรวมถึง I และ You ด้วย กริยาชอ่ ง1 (verb1) จะไม่ ตอ้ งเตมิ s หรือ es เชน่ They/ I/ You go to school. ประโยคคำถาม ใช้ verb to do/does นำหนา้ ประโยค ถ้าตอ้ งการทำเปน็ คำถามท่ีตอบ “Yes”, “No” ใหน้ ำ Verb to be (is, am, are) ขนึ้ ต้นนำหนา้ ประโยค เช่น Are you hungry? Yes, I’m so hungry. ประโยคปฏเิ สธ ใช้ verb to do/does + not นำหนา้ คำกริยา เชน่ They don’t go to school today หรอื She doesn’t want to talk to anyone now. Verb to be (is, am, are) สามารถใชไ้ ด้กับ Present Tense ได้ เมอ่ื ต้องการจะเปลีย่ นประโยคบอกเลา่ เปน็ ประโยคปฏิเสธ โดยให้เติม not หลงั verb to be ไดเ้ ลย เชน่ He is not a bad guy. หรือ We are not his sisters. Present Continuous Tense Present Continuous Tense เปน็ Tense ท่ใี ช้พดู ถึงเหตุการณ์ท่ีกำลังเกิดข้ึนจริงอยใู่ นขณะนน้ั หรือเหตุการณไ์ ด้ เกดิ ขึ้นก่อนขณะพูดและยังเกิดข้ึนตอ่ อีกเล็กน้อยขณะที่พูดจบไป นอกจากนยี้ งั ใช้กบั การกระทำทีเ่ กดิ ขนึ้ จนเปน็ นสิ ยั และสว่ นมากมักจะมีคำทใ่ี ชบ้ อกเวลา เช่น now, today, at this moment เป็นตน้ โดยมโี ครงสรา้ งคอื : S (Subject) + Verb to be (is, am, are,) + V.1(เตมิ ing) เช่น I am eating an apple now. หรือ We are watching TV. 8
ประโยคคำถาม ให้เติม verb to be ไว้หน้าประธาน (subject) เช่น Are you going to work today? ประโยคปฏิเสธ ใหเ้ ติม not ไวห้ ลงั verb to be และตามดว้ ย V.1+ing เช่น She is not riding a bike. หรอื They are not cutting trees. Past Simple Tense Past Simple Tense เป็น Tense ทจี่ ะใชส้ ำหรบั พดู ถงึ เหตกุ ารณ์ทเ่ี กดิ ขึ้นในอดตี และจบลงไปแลว้ ซึ่งปจั จุบันก็ ไมไ่ ดท้ ำแลว้ รวมถงึ ยังใช้กบั เหตกุ ารณ์ท่ีทำจนเปน็ นิสัยในอดตี ซง่ึ มักจะมีคำว่า often, always อยู่ในประโยค และ มคี ำบ่งบอกเวลา เช่น yesterday, at the time, last night, last week, in 2016 เปน็ ต้น โดยมีโครงสรา้ งคอื : S (Subject) + V.2 (Verb ช่อง2) + O (Object) เช่น They danced last night. หรือ He bought a computer last Sunday. ประโยคคำถาม (ในรูปแบบบอกเลา่ ) ใช้ Verb to do (did) ขนึ้ ตน้ ประโยค และเป็นกรยิ าแท้ในประโยคให้เปน็ ชอ่ งที่ 1 เช่น Did you go to supermarket yesterday? Yes, I did / No, I didn’t. หรือ Did two cats die last year? Yes, they did / No, they didn’t. ประโยคคำถาม (ในรูปแบบปฏิเสธ) ใช้ Verb to do (did) + ประธาน + not + กรยิ าชอ่ ง1 เชน่ Did you not buy a computer last Sunday? หรือ ใช้ Didn’t + ประธาน + กรยิ าชอ่ ง1 เช่น Didn’t It rain heavily last rainy season? ประโยคปฏเิ สธ ใหใ้ ช้ did not หรอื didn’t วางไว้หนา้ กรยิ าแทช้ อ่ งท่ี1 9
เชน่ You didn’t cook dinner for me last week. หรอื The train didn’t arrive at 8 o’clock this morning. Future Simple Tense Future Simple Tense เป็น Tense ทใี่ ช้กับเหตกุ ารณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในอนาคต ยังไม่ได้กระทำหรือเกิดข้นึ ในขณะท่ีพดู แต่เปน็ การคาดการณว์ า่ จะเกิดขึน้ ในอนาคต โดยมกั จะมีคำวิเศษณ์บอกเล่าอยดู่ ้วย เชน่ tomorrow, next year, next week เปน็ ตน้ โดยมโี ครงสรา้ งคอื : S (Subject) + will, shall + V.1 (Verb ช่อง1) + O (Object) เช่น We will go to Japan next year. หรอื การใช้ be going to จะใช้กับเหตุการณ์ทีต่ งั้ ใจจะทำและกำลังจะเกดิ ข้ึนในไม่ชา้ น้ี S (Subject) + be going to + V.1 (Verb ชอ่ ง1) + O (Object) เช่น I am going to Japan next week. ประโยคคำถาม ใหใ้ ช้ will, shall หรอื be going to ข้ึนนำหน้าประโยค เชน่ Will I go to school tomorrow? หรือ Will she not buy a bike next month? หรือ Is he going to see movie tonight? ประโยคปฏเิ สธ ให้เตมิ not หลัง will, shall หรือ be going to ได้เลย เช่น We will not go to cinema next week. หรือ I am not going to see movie tonight. Future Perfect Continuous Tense Future Perfect Continuous Tense เป็น Tense ที่ใช้บอกเหตกุ ารณห์ รอื การกระทำที่ไดก้ ระทำต่อเนื่องกันมา ตั้งแตอ่ ดีต และยังดำเนินตอ่ เน่อื งไปถงึ ปัจจุบนั และในอนาคต โดยมีโครงสรา้ งคือ : S (Subject) + will, shall + have + been + V.1 (เติม ing) + O (Object) แบบมเี หตุการณเ์ ดยี ว เช่น I will have been eating breakfast for 30 minutes at 8 o’clock tomorrow. 10
แบบมสี องเหตุการณ์ (ซึ่งเหตุการณท์ ี่ได้ดำเนนิ มาแลว้ ระยะหนงึ่ ใช้ Future Perfect Continuous อกี เหตุการณ์ หนง่ึ ใช้ Present Simple) เชน่ I will have been waiting for two hours when the plane arrives. ประโยคคำถาม ให้ใช้ will ขน้ึ ตน้ ประโยค ตามดว้ ยประธาน และตาม have been V.1 (เตมิ ing) เชน่ Will you have been waiting for me for two hours when I arrive? หรอื How long will you have been waiting for me when I arrive? อยา่ งไรกต็ ามการเรยี นรใู้ นเร่ืองของ Grammar หรอื ไวยากรณภ์ าษาอังกฤษไม่ไดเ้ ป็นเรอ่ื งทยี่ ากเกินความสามารถ ของคณุ เพยี งแตต่ ้องทำความเขา้ ใจในรูปประโยค และท่ีสำคญั หมัน่ ใช้ใหเ้ ป็นประจำ โดยทีไ่ มต่ ้องกลัวว่าคณุ จะพูด ผิดหรอื ถกู เพราะหากคุณใชม้ ันเป็นประจำกจ็ ะทำให้คณุ เกิดความเคยชินนัน่ เองค่ะ 11
คำถามท้ายเรอื่ ง (แบบฝึกหัด) 1. กฎเหลก็ ของการแปลท่ีควรท่องจำใหข้ นึ้ ใจมีอะไรบา้ ง 2. ถ้าเราเร่ิมแปลบทความเปน็ ภาษาอังกฤษในชว่ งแรกๆ ควรเลอื กบทความประเภทใด 3. Mr. Sam and his cousins always go to shopping mall every Saturday. ถอื เปน็ รูปแบบ โครงสร้างของ Tense อะไร 4. โครงสรา้ งที่จะใชส้ ำหรบั พดู ถึงเหตุการณ์ทเ่ี กิดขน้ึ ในอดตี และจบลงไปแล้วซง่ึ ปัจจุบนั กไ็ ม่ได้ทำแลว้ รวมถึงยงั ใชก้ บั เหตุการณ์ทท่ี ำจนเป็นนสิ ยั ในอดตี ถือเปน็ โครงสรา้ งของ Tense อะไร 5. We will not go to cinema next week. เปน็ ประโยคแบบใด ของไวยากรณ์ใด 6. ขอ้ ความตอ่ ไปนแ้ี ปลวา่ อะไร “If I were a little bird, I would fly away from here.” 12
เฉลย ข้อท่ี 1 อย่าลืมเปลี่ยนระบบวันที่ หรือ หน่วยต่าง ๆ แบ่งประโยคได้เมื่อจำเป็น รักษาโทนของภาษาต้นฉบับ เลือกใช้คำให้เหมาะสมกับส่ิงที่แปล อยา่ ตดิ ใช้สำนวนของภาษาต้นฉบบั เกนิ ไป ขอ้ 2 บทความที่ง่ายท่ีสุด หรือ บทความท่ไี มไ่ ด้มศี ัพทเ์ ฉพาะมากมาย อาจเปน็ บทความเรื่อง lifestyle ทัว่ ไป ขอ้ 3 Simple Present Tense ข้อ 4 Simple Past Tense ขอ้ 5 ประโยคปฏเิ สธ ของ Future Simple Tense ขอ้ 6 ถา้ ฉนั เปน็ นกตัวเลก็ ๆ ฉนั จะบินหนไี ปจากที่น่ี Reference by English for Share Facebook page : Username EFS79 Written by Master Arth ( Tawatchai Prompuntagron) For Kasintorn Saint Peter school Bang Bua Thong District, Nonthaburi 13
Search
Read the Text Version
- 1 - 13
Pages: