ความรเู้ บอ้ื งต้นเกยี่ วกบั เศรษฐศาสตร์ เสนอ คุณครณู ฐั รนิ ีย์ สมนกึ สมาชกิ เลขที่ 8 ธนาธร มะลิ ณัฐวุฒิ ศรีเหร เลขที่ 9 เรอื งวุฒิ วงศย์ ะรา เลขที่ 14 ภทั รชพร สนี ลิ เลขท่ี 27 กนกพร มะณีไว เลขท่ี 30
คำนำ สำรบญั 1 2 รายงานเลม่ นจ้ี ดั ทาขน้ึ เพอ่ื เป็นสว่ นหนึง่ ของวิชากฎหมายที่ ควมหมายของวิชา 7 ประชาชนควรรู้ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/7 เพอ่ื ใหไ้ ดศ้ กึ ษาหา เศรษฐศาสตร์ 8 ความรใู้ นเร่อื ง ควำมร้เู บื้องต้นเกี่ยวกบั เศรษฐศำสตรแ์ ละ ความเป็นมาของวิชา 12 ไดศ้ กึ ษาอยา่ งเขา้ ใจเพอ่ื เป็นประโยชนก์ บั การเรยี น เศรษฐศาสตร์ 13 ความหมายของการผลติ 14 ผจู้ ดั ทาหวังวา่ รายงานเลม่ นจ้ี ะเป็นประโยชน์กบั ผอู้ า่ น หรอื นักเรยี น นักศกึ ษา ทกี่ าลงั หาขอ้ มลู เร่อื งนอ้ี ยหู่ ากมี ปัจจยั การผลติ ขอ้ แนะนาหรือขอ้ ผดิ พลาดประการใด ผจู้ ดั ทาขอนอ้ มรบั ไว้ และขออภยั มาณ ทน่ี ้ีดว้ ย คณุ ภาพและราคา ผ้จู ดั ทำและคณะ ประโยชนข์ องวชิ าเศรษฐศาสตร์ 27 มกรำคม 2564 การวเิ คราะหเ์ ศรษฐศาสตร์
1 ควำมเป็ นมำของวิชำ 2 ควมหมำยของวิ ชำเศรษฐศำสตร ์ แนวความคเดิศทราษงเศฐรศษำฐศสาตสตรร์ม์ มี าตงั้ แตส่ มยั โบราณโดยแทรกอยู่ วชิ าเศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาทศี กึ ษาถงึ พฤตกิ รรมของ ในข้อเขียนและหนงั สอื สอนศาสนาของนักปราชญ์ในสมยั นั้น เช่น มนุษย์ เกย่ี วกบั การเลอื กใชท้ รพั ยากรการผลติ ทม่ี อี ยอู่ ยา่ ง จากดั มาทาใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสุด โดยผลติ สนิ คา้ และ หลกั ปรชั ญาของโซเครตสี (Socrates) เพลโต (Plato) ฯลฯ แต่ บรกิ ารขนั้ สุดทา้ ย และจาหน่ายจา่ ยแจกไปยังบุคคลกลมุ่ ตา่ งๆ ของสงั คมหน่ึงๆ เพ่อื สนองความตอ้ งการของมนุษยท์ ี่ แนวความคดิ ดงั กลา่ วยงั ไม่ถอื เป็นหลกั หรอื ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ มอี ยู่อย่างไมจ่ ากดั ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพสงู สุด จนกระทงั่ ครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 15 ซงึ่ เป็นสมยั ท่ีการคา้ ทางยุโรป เจรญิ รงุ่ เรอื งมาก ไดเ้ กิดลทั ธพิ าณชิ ย์นยิ ม (mercantilism) หรอื พวก ทนี่ ิยมการทาการคา้ นักพาณชิ ยน์ ยิ มมคี วามเช่อื ว่าประเทศจะมี ความมนั่ คงทางเศรษฐกจิ กต็ ่อเม่อื ประเทศนนั้ ๆขายสนิ คา้ ขาออกให้ ตา่ งประเทศเป็นมูลคา่ มากกว่าการซอ้ื สนิ คา้ ขาเขา้ หรอื กล่าวอกี นยั หนึง่ คอื เศรษฐกิจของประเทศจะมนั่ คงกต็ อ่ เมอ่ื ประเทศนั้นมี ดลุ การคา้ ที่เกนิ ดุล ทงั้ น้ี เพราะเหน็ ว่าการที่ประเทศมดี ลุ การคา้ เกินดลุ ทาให้มที องคาและเงนิ ตราไหลเขา้ ประเทศมากๆจะเป็นการ สง่ เสรมิ การจา้ งงานภายในประเทศ เน่อื งจากเม่อื ประเทศมปี ริมาณ เงนิ หมนุ เวียนมากจะทาใหก้ ารคา้ เจรญิ เม่อื การคา้ เจรญิ การผลติ ย่อมเพมิ่ ขน้ึ ตาม สง่ ผลให้เกดิ การว่าจา้ งแรงงานเพม่ิ ขึ้นในทส่ี ุด ประชาชนจะมคี วามอยู่ดกี ินดเี น่อื งจากมงี านทาและมรี ายไดเ้ พม่ิ ขนึ้
3 ตอ่ มาในครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 18 อดมั สมทิ (Adam Smith) 4 นอกจากนี้ นกั พาณิชย์นยิ มยังมคี วามเชอ่ื ว่า การที่ ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลยั กลาสโกว์ ซง่ึ เป็นแกนนาของนัก ประเทศจะมงั่ คงั่ คอื มดี ุลการคา้ ทเี่ กนิ ดุลนนั้ รัฐจะตอ้ ง เศรษฐศาสตรส์ านกั คลาสสกิ (classical school) ไดเ้ ขยี นหนังสอื ช่อื เขา้ มามบี ทบาทในการแทรกแซงกจิ กรรมทาง An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of เศรษฐกจิ โดยเฉพาะในดา้ นการคา้ กบั ตา่ งประเทศ Nations หรอื ทน่ี ยิ มเรยี กสนั้ ๆว่า The Wealth of Nations ใน ค.ศ. กลา่ วคอื รฐั จะตอ้ งส่งเสรมิ ใหม้ กี ารส่งออกใหม้ าก 1776 นบั ไดว้ ่าเป็นตาราเศรษฐศาสตรเ์ ล่มแรกและยิง่ ใหญ่ที่สดุ เลม่ พรอ้ มกบั ใหม้ กี ารจากดั การนาเขา้ สนิ คา้ จาก หนง่ึ ของโลกมาจนถงึ ปัจจุบนั ซง่ึ ทาใหอ้ ดมั สมทิ ไดร้ บั การยอมรบั ตา่ งประเทศ รัฐจะเป็นผกู้ าหนดนโยบายการคา้ และ และยกย่องใหเ้ ป็น บดิ าแห่งวชิ าเศรษฐศาสตร์ แนวคดิ หลกั ของ นโยบายดา้ นเศรษฐกจิ อ่นื ๆ โดยเอกชนเป็น ผดู้ าเนินการตามนโยบายของรฐั สานกั คลาสสกิ สนบั สนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรนี ิยม (laissez-faire) กลา่ วโดยสรุป แนวความคดิ ของลทั ธพิ าณชิ ย์นิยมไม่ โดยจากัดบทบาทของรฐั บาลในดา้ นเศรษฐกิจเพราะมคี วามเช่อื ว่า สนับสนุนแนวความคดิ ของระบบเศรษฐกจิ แบบเสรี ระบบเศรษฐกจิ แบบเสรนี ยิ ม จะทาให้ประเทศพฒั นาไปไดด้ ว้ ยดี แตเ่ ป็นลทั ธทิ สี่ นบั สนุนใหร้ ฐั บาลมบี ทบาทในการ เศรษฐกจิ ของประเทศจะมคี วามมงั่ คงั่ กต็ อ่ เมอ่ื รฐั บาลแทรกแซงหรอื ควบคมุ และแทรกแซงกจิ กรรมทาง เศรษฐกจิ โดย มบี ทบาทในกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ให้น้อยที่สุด (ไม่แทรกแซงเลยดี พยายามทาใหป้ ระเทศมดี ุลการคา้ ทเ่ี กนิ ดุลมากๆแลว้ ทส่ี ดุ ) รฐั บาลมหี น้าท่เี พยี งแต่คอยอานวยความสะดวก รกั ษาความ เศรษฐกจิ ของประเทศจะมงั่ คงั่ ประชาชนจะมคี วาม สงบเรยี บรอ้ ยของบ้านเมอื ง และป้องกนั ประเทศ ปล่อยใหเ้ อกชน เป็นอยู่ทดี่ ขี นึ้ เป็นผดู้ าเนนิ กิจกรรมทางเศรษฐกจิ อย่างเสรี นนั่ คอื สมทิ เช่อื ใน พลงั งานกลไกตลาด (ราคา) หรอื ที่เขาเรยี กว่า มอื ทม่ี องไม่เหน็ (invisible hand) นอกจากสมทิ แลว้ นกั เศรษฐศาสตรใ์ นกลุ่มของ คลาสสกิ ยังมที อมสั มลั ทสั (Thomas Multhus) เดวิด รคิ ารโ์ ด
5 6 หลงั จากกลุม่ ของสานกั คลาสสกิ กเ็ ป็นกลุ่มของสานกั นโี อคลาสสกิ ในขณะนนั้ จอหน์ เคนส์ (John Keynes) แกนนาแนวคดิ ทาง (neoclassical school) ซงึ่ เป็นสานกั เศรษฐศาสตร์ทก่ี อ่ ตวั และพฒั นาข้นึ ใน เศรษฐศาสตรส์ านกั เคนส์ (Keynesian Economics) ได้เขยี นหนงั สอื ชอ่ื ตอนปลายครสิ ต์ศตวรรษท่ี 19 แนวคดิ หลกั ของสานกั นโี อคลาสสกิ สว่ นมาก The General Theory of Employment, Interest and Money ซงึ่ ถอื วา่ สบื ตอ่ หรอื ดดั แปลงแกไ้ ขมาจากแนวคดิ ของสานกั คลาสสกิ โดยเชอื่ ว่าการ เป็นตาราเศรษฐศาสตร์มหภาคเลม่ แรกของโลก ใน ค.ศ. 1936 เพอื่ แขง่ ขนั อยา่ งเสรจี ะเป็นแรงผลกั ดนั ใหเ้ ศรษฐกจิ มคี วามมงั ่ คงั ่ นนั ่ คอื อธบิ ายถงึ สาเหตขุ องภาวะสนิ คา้ ล้นตลาด เศรษฐกจิ ตกตา่ และการ สนบั สนุนแนวคดิ ของระบบเศรษฐกจิ แบบเสรเี ช่นเดยี วกบั ของสานกั คลาสสิก ว่างงานจานวนมากตลอดจนวธิ กี ารแกไ้ ข นบั เป็นครงั้ แรกของวงการ นอกจากนนั้ ยงั เนน้ ให้เหน็ วา่ เนอ่ื งจากทรพั ยากรมจี านวนจากดั ดงั นนั้ เศรษฐศาสตร์ทไี่ ดม้ กี ารศกึ ษาเศรษฐศาสตรโ์ ดยรวมของทงั้ ระบบ ผู้บรโิ ภคจะตอ้ งพยายามเลอื กบรโิ ภคสินคา้ และบรกิ ารเพอ่ื ให้ได้รบั ความ เศรษฐกจิ หรอื ของทงั้ ประเทศ เคนส์มคี วามเชอื่ ว่าแนวความคดิ ทถ่ี ูกต้อง พอใจสูงสุด และเชน่ เดยี วกนั ผผู้ ลติ จะต้องตดั สนิ ใจเลอื กวธิ กี ารผลติ ทที่ าให้ คอื อุปสงค์จะเป็นตวั กาหนดอุปทาน ซงึ่ ตรงขา้ มกบั กฎของเซย์ โดยอุป เสียต้นทุนตา่ ทสี่ ุดหรอื ให้ไดก้ าไรสูงสุด นนั ่ คอื แตล่ ะฝ่ ายจะต้องพยายามใช้ สงคแ์ ละอุปทานดงั กล่าวเป็นตวั มวลรวมของทงั้ ประเทศ เคนส์อธบิ ายวา่ ทรพั ยากรอย่างคมุ้ ค่าและประหยดั ทส่ี ุด นกั เศรษฐศาสตร์ทเี่ ป็นผู้ สาเหตทุ ท่ี าให้เกดิ ภาวะเศรษฐกจิ ตกต่าคอื การทรี่ ะบบเศรษฐกจิ มอี ุปสงค์ วางรากฐานแนวคดิ ทสี่ าคญั ของสานกั นโี อคลาสสกิ คอื อัลเฟรด มาร์แชลล์ มวลรวมน้อยเกนิ ไป ดงั นนั้ วธิ แี ก้ไขคอื การเพม่ิ อุปสงคม์ วลรวมของระบบ นอกจากน้ี ยงั มเี ลอง วาลรา ( Walras) วลิ เฟรโด พาเรโต (Vilfredo Pareto) เศรษฐกจิ โดยใช้นโยบายการเงนิ การคลงั จะเหน็ ไดว้ ่าเคนส์เป็นนกั ฯลฯ เศรษฐศาสตร์คนแรกของโลกทก่ี ล่าวถงึ หรอื ให้ความสนใจกบั เศรษฐกจิ นอกจากน้ี นกั เศรษฐศาสตร์ของทงั้ สานกั คลาสสิกและนโี อคลาสสิกต่างมี มวลรวม อันเป็นมูลเหตทุ ที่ าใหม้ กี ารแยกศกึ ษาวชิ าเศรษฐศาสตร์ออกเป็น ความเชอ่ื ว่า อุปทานจะเป็นตวั สร้างอุปสงค์ (supply creates its own 2 ภาค คอื ภาคเศรษฐกจิ ส่วนย่อยซงึ่ เรยี กวา่ เศรษฐศาสตรจ์ ุลภาค กบั demand) ซง่ึ แนวคดิ ดงั กลา่ วเป็นทรี่ จู้ กั กนั ว่าคอื กฎของเซย์ (Say's law) ซงึ่ ภาคเศรษฐกจิ ส่วนรวมซง่ึ เรยี กว่าเศรษฐศาสตร์มหภาค และยกยอ่ ง ให้ มสี าระสาคญั ว่า อุปทานจะเป็นตวั กระตนุ้ ให้เกดิ อุปสงค์ กลา่ วคอื ไมว่ า่ เคนส์เป็น บิดาของวชิ าเศรษฐศาสตรม์ หภาค ผ้ผู ลติ จะผลติ สนิ ค้าหรอื บรกิ ารอะไรออกมากจ็ ะมผี รู้ บั ซอ้ื อยู่ตลอดเวลา นนั ่ คอื จะไม่เกดิ ภาวะสนิ คา้ ลน้ ตลาด ภาวะเศรษฐกจิ ตกต่า หรอื เกดิ การว่างงาน ซงึ่ ต่อมาแนวความคดิ น้ไี ม่ตรงกบั ความเป็นจรงิ เนอ่ื งจากเกดิ ภาวะเศรษฐกจิ ตกตา่ อยา่ งรุนแรง เกดิ ปัญหาการว่างงานจานวนมากใน ค.ศ. 1930 ซงึ่ กฎ
7 ปัจจยั กำรผลิต 8 ควำมหมำยของกำรผลิ ต ปัจจยั การผลติ (tactors of production) หรอื ทรัพยากรการ การผลติ (production) หมายถงึ การนาปัจจยั การผลติ ซงึ่ ผลติ หมายถงึ สิ่งทน่ี ามาใชป้ ระกอบกนั ในการผลติ สินคา้ มอี ยู่จากดั ไดแ้ ก่ ทดี่ นิ แรงงาน ทนุ และ ผปู้ ระกอบการ มาผา่ นกระบวนการผลติ อย่างใดอยา่ ง และบรกิ าร แบง่ หนึง่ เพ่อื ผลติ เป็นสินคา้ และบริการประเภทเศรษฐ ทรพั ย์ (economic goods = เป็นสินคา้ ทมี่ มี ลู คา่ คานวณ ออกเป็น 4 ประเภท คอื ทด่ี นิ แรงงาน ทนุ และ เป็นราคาซ้ือขาย เพราะมจี านวนจากดั ตรงขา้ มกบั ทรพั ย์ เสรี (free goods) ซึ่งมปี รมิ าณเกนิ ความตอ้ งการของ ผปู้ ระกอบการ มนุษย์ จงึ ไมจ่ าเป็นตอ้ งคานวณราคาซ้อื ขาย) สาหรับผลติ 1. ที่ดิน รวมถงึ ส่งิ ทเี่ กดิ ขนึ้ จากธรรมชาติ ซ่ึงมนุษย์ไมไ่ ด้ สนองความตอ้ งการของผบู้ ริโภค (needs and wants) เชน่ โรงงานนา้ ตาลนาออ้ ยไปผา่ นกระบวนการ สรา้ งขนึ้ เชน่ นา้ ป่าไม้ แร่ธาตุ ความหมายของคาว่าทดี่ นิ ผลติ รวมทงั้ การใชเ้ คร่อื งมอื เคร่อื งจกั ร อปุ กรณ์ และ แรงงานขนย้าย ไดผ้ ลผลติ เป็นนา้ ตาลทราย เป็นตน้ ในทางเศรษฐศาสตร์จะกว้างกวา่ ทใี่ ชท้ วั่ ไป กลา่ วคอื ในการ ผลติ ภาคเกษตรใชท้ ดี่ นิ เพอ่ื การเพาะปลกู เลย้ี งสัตว์ ใน ภาคอุตสาหกรรมใชท้ ดี่ นิ เป็นทตี่ งั้ โรงงานเกบ็ สินคา้ แตท่ ด่ี นิ ยังหมายความรวมถงึ ทรัพยากรธรรมชาตทิ เี่ กดิ เหนือ ดนิ ภายในดนิ และตา่ กว่าระดบั พนื้ ดนิ ดว้ ย เชน่ น้า สตั ว์ น้า ป่าไม้ สตั ว์ป่า กา๊ ซธรรมชาติ นา้ มนั ดบิ แร่ธาตุ เป็นตน้
9 10 2. ทนุ รวมถงึ เคร่อื งมอื เคร่อื งจกั ร อปุ กรณ์ และสถานที่ท่ใี ชใ้ นการ 3. แรงงำน รวมถงึ กาลงั กายและกาลงั ความคดิ ของคนทใ่ี ช้ในการ ผลติ หมายถงึ สงิ่ ท่ีมนษยส์ รา้ งขนึ้ สาหรบั ใช้ร่วมกับปัจจยั การผลติ ผลติ หมายถงึ ความสามารถทงั้ กาลงั กายและกาลงั อน่ื ๆ เพ่อื การผลติ สนิ คา้ แบะบรกิ าร เรยี กอกี ช่อื หน่ึงว่า สนิ คา้ ความคดิ ตลอดจนความรคู้ วามชานาญของมนุษย์ ท่ีใชไ้ ปในการ ทุน (capital goods) ไดแ้ ก่ สง่ิ ก่อสรา้ ง เช่น ผลติ สนิ คา้ และบรกิ าร แต่ไม่รวมถงึ ความสามารถในการ โรงงาน ถนน สะพาน ทางรถไฟ เคร่อื งจกั รเครอ่ื งมอื เช่น ประกอบการซงึ่ เป็นปัจจยั การผลติ อกี ประเภทหนงึ่ ท่จี ะกล่าวใน เครอ่ื งจกั รในโรงงาน เครอ่ื งสูบน้า รถแทรกเตอร์ รถบรรทุก รถไถ ลาดบั ต่อไป นา สตั วท์ ใ่ี ชแ้ รงงาน อุปกรณต์ า่ งๆ วัตถุดบิ เช่น เมลด็ พนั ธุ์ ผใู้ ชแ้ รงงานหรอื เจา้ ของแรงงาน ซงึ่ เรยี กสนั้ ๆ ว่าแรงงาน จะ พชื ป๋ ุย ยาฆ่าแมลง น้ามนั เชอื้ เพลงิ เหลก็ เสน้ ไมแ้ ปรรูป ยาง ไดร้ บั ค่าจา้ ง (wages) เป็นผลตอบแทน แผ่น เมด็ พลาสตกิ ผกั ผลไม้ ทีจ่ ะนามาประกอบหรอื แปรรูป แรงงานแบ่งออกเป็น 2 กลมุ่ ใหญ่ๆ คอื สนิ คา้ ทุนเหลา่ น้ีถอื ว่าเป็น ทุนที่แท้จรงิ (real capital) 1) แรงงานที่มที กั ษะ (skilled labor) เป็นแรงงานทีไ่ ดร้ บั การ ทุนเป็นตวั เงนิ หรอื เงนิ ทุน (money capital) ในแงข่ องนกั ฝึกฝนมาอย่าดี การปฏบิ ตั งิ านใช้กาลงั ความคดิ มากกกว่าใช้ เศรษฐศาสตรพ์ จิ ารณาว่า เป็นเพยี งสอื กลางใช้ แรงกาย เช่น แพทย์ สถาปนิก วิศวกร เป็นตน้ แลกเปลย่ี น แต่ สนิ คา้ ทุน จะเป็นตวั บ่งชีก้ าลงั การผลติ ที่เป็นจรงิ ได้ 2) แรงงานทีไ่ มม่ ที ักษะ (unskilled labor) เป็นแรงงานที่ไมไ่ ดร้ บั ดกี ว่าเงนิ ทุน ดงั นนั้ เงนิ ทุนจงึ ไมน่ บั เป็นทุนในทางเศรษฐศาสตร์ การฝกึ ฝนมาก่อน มกั ทางานโดยอาศัยกาลงั กาย เช่น คนงาน ดอกเบ้ีย (interest) เป็นผลตอบแทนของเจา้ ของทุน เน่อื งจาก รบั จา้ งทวั่ ไป คนงานขนข้าวสารในโรงสี เป็นตน้ สนิ คา้ ทุนมคี วามยุ่งยากในการคานวณผลตอบแทน จงึ มกั ตรี าคา เป็นตวั เงนิ ก่อน และคานวณหาผลตอบแทนเป็นดอกเบ้ีย เช่นเดยี วกับเงนิ ทุน
11 คุณภำพและรำคำ 12 4. ผปู้ ระกอบกำร คอื ผทู้ น่ี าทีด่ นิ ทุน แรงงาน มาร่วมดาเนินการ สนิ คา้ และบรกิ ารโดยทวั่ ไปท่มี คี ุณภาพสงู มกั จะมรี าคาสูงตามไป ผลติ ผูป้ ระกอบการ (entrepreneur) หมายถงึ ผทู้ ี่นา ดว้ ย แมแ้ ตส่ นิ คา้ ประเภทเดวี กนั ก็มคี ุณภาพแตกต่างกนั เช่น น้าตาล ทีด่ นิ แรงงาน และทุนมาดาเนินการผลติ สนิ คา้ และบรกิ ารเพ่อื สนอง ทราย ข้าวสาร เป็นตน้ การประหยดั ของผบู้ รโิ ภคในการเลอื กซอ้ื สนิ ้า ความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค ผปู้ ระกอบการจาเป็นตอ้ งมคี วามรู้ และบรกิ ารควรคานึงเรอ่ื งคณุ ภาพควบคูไ่ ปดว้ ย เก่ียวกบั การผลติ สามารถคาคคะเนแนวโนม้ ความตอ้ งการของ ในการบรโิ ภคสนิ คา้ ผบู้ รโิ ภคจะตอ้ งวิเคราะหส์ นิ ้าหรอื บรกิ ารนนั้ เป็น ผบู้ รโิ ภคและกาลงั การผลติ ในอนาคตได้ นอกจากน้ียงั ตอ้ งเป็นผู้ ตดั สนิ ใจว่า จะผลติ อะไร ปรมิ าณเท่าใด ใช้เทคนิคการผลติ แบบ สนิ คา้ หรอื บรกิ ารท่ีมคี ุณภาพมากนอ้ ยเพยี งใด เช่น นักเรยี นจะซอื้ ใด ผลติ แลว้ จาหน่ายแก่ใคร ราคาต่อหน่วยเป็นเท่าใด จงึ จะได้ เสอ้ื สกั หน่ึงตวั ก่อนอ่นื จะตอ้ งพจิ ารณาก่อนว่า เสอื้ ท่ีนกั้ เรยี นจะซอื้ ผลตอบแทนสูงสดุ ผูป้ ระกอบการจะตอ้ งยอมรบั การเสย่ี งในธุรกจิ ของ จะสวมใส่ไปงานใด โอกาสใดบา้ ง จงึ คอ่ ยพจิ ารณานต่อไปว่า จะซอื้ ตน ผลตอบแทนท่ผี ปู้ ระกอบการไดร้ บั อยู่ในรปู ของ กาไร (profit) เสอ้ื ที่มเี น้ือผา้ อย่างไร แบบและสใี ด ควรจะเลอื กเน้อื ผา้ ท่มี คี วาม ผปู้ ระกอบการมบี ทบาทสาคญั มาในการพฒั นาและสรา้ งความ เจรญิ ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ประเทศตา่ งๆ ทีมกี ารพฒั นาเศรษฐกจิ ทนทาน ดูแลรกั ษางา่ ย ตอ่ ไปจงึ คอ่ ยพจิ ารณาราคาของเสอื้ ยี่ห้อ สงู สว่ นใหญ่มาจากการรเิ รม่ิ ของผูป้ ระกอบการา ปัจจบุ ันประเทศไทย ต่างๆ ควรพจิ ารณาราคาตามคุณภาพของเสอ้ื ว่าสมเหตสุ มผลหรือไม่ ไดใ้ ห้ความสาคญั ตอ่ ผปู้ ระกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม เสอ้ื บางย่หี ้อตงั้ ราคาสงู เกินความเป็นจรงิ กไ็ มค่ วรซอ้ื ไม่ควรซอ้ื สนิ คา้ ตามความนยิ มโดยไมไ่ ดพ้ จิ ารณาราคาและคุณภาพ ปลอดภยั ในยุคท่ีเทคโนโลยีการผลติ ทนั สมยั ทาให้มกี ารนามาใชใ้ นกรรมวิธี การผลติ เพ่อื เพม่ิ ปรมิ าณการผลติ หรอื ทาใหส้ นิ คา้ คงทนมสี สี นั สดุด ตา โดยใช้วัสดทุ ีเ่ ป็นอนั ตรายตอ่ สุขภาพ ฉะนนั้ ผบู้ รโิ ภคจะตอ้ งดู ฉลากก่อนการบรโิ ภค โดยคานึงถงึ ส่วนผสม และวันหมดอายุ
13 ประโยชน์ของวิชำ กำรวิเครำะหเ์ ศรษฐศำสตร์ 14 1.ชว่ ยใหเส้ ศารมษารฐถศซำ้อืสหตรรือ์ ใช้ บรโิ ภคสนิ คา้ ท่มี ีอยู่ 1.เศรษฐศาสตรต์ ามความเป็นจริง หรอื เศรษฐศาสตร์พรรณา จากดั ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสุด รู้จกั ใช้ รู้จกั ออม 2.เจ้าของปัจจยั การผลติ ใชค้ วามรทู้ าง (Positive หรือ descriptive economics) การศกึ ษา เศรษฐศาสตร์ ตดั สนิ ใจใชป้ ัจจยั การผลติ ท่ตี น้ ทนุ ต่าแตเ่ กดิ กาไรสงู สดุ เศรษฐศาสตรเ์ ป็นการศกึ ษาเพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจพฤตกิ รรมของ 3.เขา้ ใจสถานการณ์ปัญหาเศรษฐกจิ และปรบั ตวั เขา้ กบั สถานการณไ์ ด้ หนว่ ยเศรษฐกจิ หรอื ระบบเศรษฐกจิ ในการดาเนินกจิ กรรม 4.ใชค้ วามรู้ในการจดั สรรทรพั ยากร กาหนด นโยบายการแกไ้ ขปัญหาเศรษฐกจิ และรกั ษา ทางเศรษฐกจิ เพอ่ื ใหร้ ู้วา่ อะไรคอื สาเหตุ ทาใหเ้ ราสามารถ ผลประโยชน์ในการลงทนุ การคา้ กบั ตา่ งประเทศ ได้ พยากรณ์เหตกุ ารณ์ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ในอนาคต เมอ่ื เกดิ การ เปลย่ี นแปลงในสถาณการณท์ วั่ ๆไปได้ โดยไมค่ านึงถงึ เป้าหมายทางสังคม ไมน่ าเอาจรยิ ธรรม คา่ นิยม ความคดิ ทางสังคมมาพจิ ารณาร่วมดว้ ย เชน่ กรณีทโี่ รงงาน อุตสาหกรรมปลอ่ ยน้าเสียลงส่แู มน่ า้ การศกึ ษาเศรษฐศาสตร์ ตามความเป็นจรงิ จะศกึ ษาเพยี งว่า นา้ ในแมน่ า้ เนา่ กอ่ ใหเ้ กดิ ตน้ ทุนทางเศรษฐกจิ และสงั คมเป็นจานวนเทา่ ไร จะไมช่ แี้ นะ วา่ รัฐบสลควรจะดาเนนิ การเชน่ ไร เศรษฐศาสตร์ทเ่ี ป็นจริงถอื วา่ เป็นวทิ ยาศาสตร์แขนงหนง่ึ เพราะการศกึ ษาสามารถให้ ขอ้ สรุปทเี่ ป็นกฏเกณฑ์ได้
15 16 2.เศรษฐศาสตรต์ ามทคี่ วารจะเป็น หรอื เศรษฐศาสตร์ วชิ าเศรษฐศาสตรม์ คี วามสาคญั ตอ่ ทงั้ บุคคลและประเทศชาตใิ น การตดั สนิ ใจเลอื กใชท้ รพั ยากรทมี่ จี ากดั ใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสดุ นโยบาย (normative หรือ policy economics) ความสาคญั ของวชิ าเศรษฐศาสตรส์ ามารถแบ่งไดเ้ ป็น 2ระดบั การศกึ ษาทกี่ ลา่ วถงึ พฤตกิ รรมของหนว่ ยเศรษฐกจิ ดงั น้ี หรอื ระบบเศรษฐกจิ โดยมกี ารสอดแทรกขอ้ เสนอแนะที่ 1. ระดบั บคุ คล แบ่งออกเป็น เหน็ ว่าถกู หรือควรจะเป็นลงไปดว้ ย โดยคานึงถงึ • ผูบ้ ริโภค ความรทู้ างเศรษฐศาสตรจ์ ช่วยให้ผูบ้ รโิ ภค สามารถตดั สนิ ใจไดว้ ่าจะดาเนินการอย่างไรในการหารายไดว้ าง เป้าหมายทางสงั คม สอดแทรกความตอ้ งการของสงั คม แผนการใช้จ่ายและการออมว่าจะทาอย่างไรจงึ จะทาให้สมาชิกใน ครอบครวั มคี วามเป็นอยู่ทดี่ หี รอื ควรเลอื กบรโิ ภคสนิ คา้ บรกิ าร มกี ารนาเอาคา่ นยิ ม จรยิ ธรรม แนวคดิ ทางสงั คมเขา้ อย่างไรจงึ จะไดร้ บั ประโยชนส์ ูงสุดคมุ้ กบั เงนิ ทตี่ อ้ งจา่ ยไปสาหรบั รว่ มพจิ ารณา เชน่ รฐั บาลตอ้ งการเพม่ิ ภาษสี ินคา้ การซ้อื สนิ คา้ และบรกิ าร รถยนต์ นอกจากศกึ ษาถงึ ผลกระทบตา่ งๆแลว้ สิง่ ทอี่ าจ • ผู้ผลิต การผลติ สนิ คา้ และบรกิ ารผผู้ ลติ จาเป็นตอ้ งใช้ เกดิ ขนึ้ ยังศกึ ษาว่าการขน้ึ ภาษีดงั กลา่ วเป็นธรรมหรอื ไม่ ทรพั ยากรหรอื ปัจจยั การผลติ ทมี่ อี ยู่อย่างจากัดความรทู้ างดา้ น เศรษฐศาสตรจ์ ดั ช่วยให้ผูผ้ ลติ ตดั สนิ ใจว่าจะใชท้ รพั ยากรทมี่ อี ยู่ ใหข้ อ้ ชแี้ นะแกร่ ัฐบาลว่าควรหรอื ไมค่ วรขนึ้ ภาษีสนิ คา้ อย่างจากัดนนั้ ปรสิ นิ คา้ และบรกิ ารอะไรดี จงึ จะตรงกบั ความ ตอ้ งการของผูบ้ รโิ ภคและใช้กรรมวธิ กี ารผลติ อย่างไร ทจี่ ะทาให้ ชนิดนนั้ หรอื ไม่ เศรษฐศาสตร์ทค่ี วรจะเป็นจะใหข้ อ้ สรุป เสยี ตน้ ทุนการผลติ ตา่ ทสี่ ุด แตไ่ ดก้ าไรสูงสุดซงึ่ เป็นเป้าหมาย ทแ่ี ตกตา่ งกนั แลว้ แตก่ ารวินจิ ฉัยของบุคคลว่าอะไรถกู สาคญั ของผูผ้ ลติ อะไรควร ไมอ่ าจกาหนดเป็นกฏเกณฑท์ ตี่ ายตวั ได้
17 บรรณานุกรม 18 2. ระดบั ประเทศ ประเทศตา่ งๆไมว่ ่าจะรา่ รวยหรอื Sitemap.//(2563).//ควำมสำคญั ของวิชำเศรษฐศำสตร.์ // ยากจนตา่ งกต็ อ้ งประสบปัญหาทางเศรษฐกจิ ดว้ ยกนั ทงั้ นนั้ ซงึ่ ปัญหาเราน้ตี า่ งกม็ พี ้นื ฐานมาจากการที่ สืบคน้ เม่อื 23 มกราคม 2564./จาก ทรพั ยากรมรี ้านจากดั และไมเ่ พยี งพอทจี่ ะนามาผลติ https://sites.google.com/site/sujang1215/1- เป็นสินคา้ และบริการเพอื่ สนองความตอ้ งการของ khwam-pen-ma-khwam-hmay-laea-khwam- ประชาชนไดอ้ ย่างครบถว้ น ดงั นนั้ ความร้ทู าง saakhay-khxng-wicha-sersthsastr/1-3-khwam- เศรษฐศาสตร์ จะชว่ ยรฐั บาลในการจดั สรรทรัพยากร ใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสุดและชว่ ยประเทศชาตเิ มอื่ ตอ้ ง saakhay-khxng-wicha-sersthsastr ประสบกบั ปัญหาเศรษฐกจิ อนื่ ๆ เชน่ ปัญหาความ Sitemap.//(2563).//ควำมรู้เบื้องต้นเก่ียวกบั เศรษฐศำสตร.์// ยากจนของประชากร ปัญหาการวา่ งงาน ปัญหาคา่ ครองชพี ทสี่ ูงข้นึ เป็นตน้ สืบคน้ เมอ่ื 23 มกราคม 2564./จาก https://sites.google.com/site/wittawatkadthan/neux ha/bth-thi-1-khwam-ru-beuxng-tn-keiy-wkab- sersthsastr Go to สารบญั
Search
Read the Text Version
- 1 - 11
Pages: