340 ใบความรทู้ ่ี 6 เร่ือง การพัฒนายา มาตรฐาน และรูปแบบการใชย้ าท่มี กี ัญชาและกญั ชง ในการแพทยแ์ ผนปจั จุบนั วตั ถุประสงค์ 1. เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องกับการพัฒนายา มาตรฐาน และรูปแบบการใช้ยา ทมี่ ีกญั ชาและกญั ชงในการแพทยแ์ ผนปัจจบุ ัน 2. เพื่อให้มีทักษะการแสวงหาความรู้ และทักษะการคิดวิเคราะห์ การพัฒนายา มาตรฐาน และรปู แบบการใชย้ าท่ีมกี ญั ชาและกัญชงในการแพทย์แผนปจั จุบนั 3. เพื่อให้ตระหนักถึงการพัฒนายา มาตรฐาน และรูปแบบการใช้ยาที่มีกัญชาและกัญชง ในการแพทย์แผนปจั จุบัน เนือ้ หา 1. การพฒั นายาจากกัญชา ยาจากกัญชาถือเป็นยาประเภทใหม่ เน่ืองด้วยข้อกาหนดด้านกฎหมายจึงทาให้ การศึกษาวิจัยของยากัญชายังมีอยู่น้อย เนื่องจากกัญชาไม่ใช่ยาวิเศษหรือยาครอบจักรวาล ด่ังความเชื่อท่ีร่าลือกัน แพทย์จะไม่รักษาด้วยยากัญชาเป็นลาดับแรก จะเลือกใช้กับผู้ป่วยท่ี ไม่ตอบสนองต่อยาอื่น ๆ หรือได้รับผลข้างเคียงจากยา ที่ไม่สามารถยอมรับได้ ในขณะที่มีผลิตภัณฑ์ กัญชาทางการแพทย์เพียงบางส่วนเท่าน้ัน ท่ีได้รับการขึ้นทะเบียนยาอย่างเป็นทางการ และระบุว่า ใช้ได้กับเพียงบางโรค อย่างไรก็ดีการพัฒนายาจากกัญชา ยังจาเป็นต้องควบคุมคุณภาพ และสร้าง มาตรฐาน เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัย และได้รับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์สูงสุด นอกจากนี้แล้วข้อมูล ทางคลินิก และแนวทางการจ่ายยาก็มีความจาเป็นไม่แพ้กัน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้แก่แพทย์ และบคุ ลากรทีเ่ ก่ียวข้อง เพอื่ ลดความเสี่ยงจากผลขา้ งเคียงรวมถึงการเสพตดิ ยาจากกัญชาให้น้อยที่สดุ 2. มาตรฐานการผลติ ยากญั ชาเพ่อื ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ กัญชาถูกนาไปใช้ในการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์ และพบว่าค่อนข้างปลอดภัยสาหรับ ผู้คนส่วนใหญ่ แต่ยังมีพบในบางรายที่บริโภคกัญชากลับควบคุมอาการของโรคได้แย่ลง และเกิดผล ข้างเคียงใหม่ เช่น ความอ่อนเพลีย การทางานของตับผิดปกติ และเกิดอาการท้องร่วง ไม่มียาชนิดใด ท่ีปลอดภัยที่สุด ยาทุกประเภทสามารถก่อให้เกิดความเสี่ยงของอาการข้างเคียง และอาการ ไม่พึงประสงค์ได้ (อาจสง่ ผลใหเ้ กิดอันตราย) โดยเฉพาะอย่างย่ิงการบรโิ ภค THC และสารแคนนาบินอยด์
341 สังเคราะห์ในปริมาณมาก จะก่อให้เกิดอันตรายได้ เช่น (ความดันโลหิตต่าขณะเปล่ียนท่าทางท่ีส่งผล ให้ล้ม หรืออาการวิกลจริตระดับเบาไปจนถึงรุนแรง) การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์เพื่อให้มีปริมาณ สารสาคัญคงที่ในทุกรอบการผลิต ควบคุมปริมาณสารปนเปื้อน มีกระบวนการผลิตท่ีถูกต้องเป็น ไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติท่ีดีในการผลิตยา (GMP) จึงมีความจาเป็นอย่างย่ิง การควบคุม คุณภาพที่ดีควรจะเร่ิมตั้งแต่การควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบ โดยควบคุมต้ังแต่กระบวนการเพาะปลกู ไปจนถงึ กระบวนการผลิตให้ได้มาซ่ึงผลิตภัณฑ์สาเร็จรูป ทุกขนั้ ตอนของการผลิตยา และกระบวนการ ทดสอบจะตอ้ งมีการบนั ทึกข้อมลู อยา่ งชัดเจน บุคลากร สถานท่ี และวัตถดุ บิ ตอ้ งเป็นไปตามมาตรฐาน กระบวนการเหลา่ นีจ้ ะชว่ ยใหผ้ ู้ปว่ ย และผู้ส่ังจา่ ยยาได้รับผลติ ภัณฑท์ ่ีมีคณุ ภาพและปลอดภยั ตัวอยา่ งแผนภาพของกระบวนการผลติ ยาน้ามันกญั ชา วัตถุดิบกญั ชาชิ้นแหง้ สารสกัดกัญชา และผลติ ภัณฑส์ าเรจ็ รปู ตอ้ งผา่ นการตรวจคณุ ภาพ โดยควบคมุ มาตรฐานตาม American Herbal Pharmacopeia และ Thai Herbal Pharmacopeia (THP) มีการตรวจสอบเอกลักษณ์ของกัญชาการตรวจสอบพืชวัตถุดิบเพื่อยืนยันว่า เป็นกัญชาจริง ไม่ใช่พืชที่มีสารปลอมปนหรือพืชทดแทน การตรวจสอบเอกลักษณ์ และปริมาณของสารออกฤทธ์ิ THC และ CBD ให้เป็นไปตามที่กาหนด การตรวจสอบปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคไม่ให้เกินที่ มาตรฐานกาหนด การตรวจสอบยาฆ่าแมลง และโลหะหนักได้แก่ สารหนู สารปรอท สารตะก่ัว แคดเมียม ซ่ึงอาจจะเหลือตกค้างมาได้ในระหว่างการเพาะปลูก ต้องไม่เกินที่มาตรฐานกาหนดเพื่อ ความปลอดภัยของผู้ป่วย
342 การควบคุมคณุ ภาพของผลิตภัณฑย์ ากัญชา 3. รปู แบบยาเตรยี ม และการให้ยา กัญชาทางการแพทย์ก็เหมือนกับยาชนิดอื่น ๆ ท่ีมีรูปแบบยาเตรียมที่หลากหลาย ประเภท (เชน่ การสูดไอระเหย การใหย้ าทางปาก การสง่ ยาผ่านผิวหนัง) เพ่อื สนองความต้องการของ ผู้ป่วยท่ีแตกต่างกันไป วิธีการบริหารยาจะขึ้นอยู่กับรูปแบบยารูปแบบยาเตรียมมีความสาคัญ อยา่ งมาก เพราะจะส่งผลต่อพฤตกิ รรมตา่ ง ๆ ของผปู้ ่วย ได้แก่ ข้อ 1 ผู้ป่วยรบั ยาเขา้ ไปตามปริมาณท่กี าหนดในแต่ละวันหรอื ไม่ ขอ้ 2 พวกเขารบั ยาเม่ือไร (ช่วงเวลาของวัน) ข้อ 3 พวกเขารบั ยาบ่อยเพยี งใด (ความถ่ใี นการใช้) ข้อ 4 พวกเขาตอ้ งไดร้ ับยาปรมิ าณเทา่ ไร (ปริมาณการรบั ยารวมในแตล่ ะวนั ) ข้อ 5 อาการข้างเคยี งท่ีเกดิ ข้ึน และจะทนอาการข้างเคียงเหล่าน้ันอย่างไร รูปแบบยาที่มีกัญชาและกญั ชงทใี่ ช้ในการแพทยแ์ ผนปจั จุบันมี 9 รูปแบบดังน้ี รูปแบบที่ 1 การสดู ไอระเหย – ดว้ ยปอด การใช้เคร่ืองพ่นไอระเหย หรือเครื่องมือสูดไอระเหยทางการแพทย์ ผู้ป่วยจะสูดดม สารแคนนาบินอยด์ (จากช่อดอกกัญชาแห้ง) ในรูปแบบไอระเหยซ่ึงจะดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด ผ่านทางปอด การสดู ไอระเหยเป็นวธิ ีการที่มีประสิทธภิ าพปอด จะสามารถดูดซึมไอระเหยท่ีสูดดมเข้า ไปได้อย่างรวดเร็ว ยาออกฤทธ์ิได้ทันที ไอระเหยจะมีสารแคนนาบินอยด์ และเทอร์ปีน ในปริมาณท่ี สม่าเสมอ และวัดค่าได้รวดเร็ว ทาให้การปรับขนาดยาง่ายขึ้น หรือการรับยาในปริมาณท่ีเหมาะสม โดยไม่เกิดอาการข้างเคียง และยังบรรเทาอาการได้อยา่ งรวดเรว็ โดยจะเห็นผลภายในไม่กี่นาที แม้ว่า
343 การสูดไอระเหยจะทาให้ระดับสารแคนนาบินอยด์ในเลือดสูง แต่ผลท่ีได้เมื่อเทียบกับการบริหารยา ทางปากแล้วจะมีระยะเวลาการออกฤทธิท์ ่ีสั้น ปริมาณแคนนาบินอยด์ที่ถูกนาส่งจะขึ้นอยูก่ ับความลึก ของการสดู ลมหายใจปริมาณในการสูบ และระยะเวลาการกล้ันหายใจ รปู แบบที่ 2 เครอื่ งพ่นไอระเหยทางการแพทย์ เครื่องที่ใช้กับช่อดอกกัญชาแห้ง แต่ไอระเหยจะไม่มีส่วนประกอบของนิโคติน กลีเซอรีน หรือโพรพิลีนไกลคอล และกลิ่นรสสังเคราะห์ รวมถึงไม่มีไรเหย และควันขนาดใหญ่ท่ีเป็นพิษ และรบกวนผู้อ่นื ถอื เป็นเครอ่ื งมอื ที่มีประสิทธภิ าพ ปลอดภัยและผู้ป่วยใช้งานง่าย รปู แบบท่ี 3 การสูบ การสูบจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้ป่วยจึงไม่แนะนาให้ใช้วิธีการน้ี สารประกอบ ไพโรไลซิส ท่ีเป็นพิษจะถูกสร้างขึ้นเม่ือมีการสูบ (หรือการเผาไหม้) โดยท่ัวไปจะมีการม้วนช่อดอก กัญชาทาเป็น (บุหร่ีสอดไส้กัญชา) และสูดสารแคนนาบินอยด์ ในรูปแบบควันเข้าไปยังปอด ยาจะ ดดู ซมึ เขา้ ไปในกระแสเลือดผ่านทางปอด รปู แบบท่ี 4 ทางปาก – ผ่านทางปาก และการหยดใตล้ ้ิน สารแคนนาบินอยด์ (สารสกดั จากพืชทงั้ ต้น หรอื สารแคนนาบินอยด์สกดั แยก) ท่ใี หท้ างปาก โดยการกลืน (ทางปาก) เมื่อกลืนยาเข้าไป ยาจะเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางกระเพาะอาหาร ลาไส้ และตับ เมื่อให้ยาดูดซึมทางใต้ล้ิน ยาจะไม่ผ่านตับ และเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงยาเตรียมสาหรับ การใหท้ างปากเป็นรูปแบบยาที่คนุ้ เคยทาให้ช่วยใหก้ ารบรหิ ารยาง่ายข้นึ การใช้ยาในแต่ละครั้ง สามารถทาโดยหยดยาไว้ใตล้ ิ้น ยาจะถูกดูดซึมผ่าน ชั้นเยอื่ เมือกบุผิว ในปาก (เรียกว่า การดูดซึมใต้ลิ้น) และจะเข้าไปสู่กระแสเลือด การนาส่งยาใต้ล้ินเป็นการบริหารยาท่ี สามารถเพ่ิมปริมาณยารวมที่ร่างกายรับได้ หมายความว่าผู้ป่วยรับยาปริมาณเพียงเล็กน้อย แต่ยังคง ให้ได้ผลการรักษาเหมือนเดิมเม่ือเทียบกับการกลืนแคปซูล หรือการดื่มชา น้ามันหยดใต้ล้ินจึงเป็น รูปแบบยาท่ดี ีมปี ระสิทธภิ าพ รปู แบบท่ี 5 สเปรย์ สเปรย์ก็เป็นการบริหารยาใต้ลิ้น เช่นเดียวกับการใช้น้ามัน ตัวอย่างเช่น ซาติเวกซ์ (Sativex™) ซ่ึงเป็นรูปแบบยาเตรียม (ฉีดพ่นในช่องปาก) ท่ีได้มาตรฐานทางเภสัชกรรม ผลิตมาจาก กัญชาสองสายพันธ์ุ โดยสายพันธ์ุหน่ึงผลิต THC เป็นหลัก และอีกสายพันธุ์หนึ่งผลิต CBD เป็นหลัก สารประกอบออกฤทธิ์ THC และ CBD ในสัดส่วนที่แน่นอนจะถูกนาไปละลายในสารละลาย แอลกอฮอล์ ก่อนจะนาไปบรรจใุ นขวดยาพน่ แบบกาหนดขนาด ซงึ่ ใชพ้ น่ ใต้ลิ้น รปู แบบที่ 6 แคปซูล โดยทั่วไปแคปซูลจะประกอบด้วยสารแคนนาบนิ อยด์เด่ยี ว (คือ THC และ CBD) ในปริมาณ ความเข้มข้นท่ีแน่นอนละลายอยู่ ในน้ามันตัวพาแคปซูล เมื่อถูกกลืนแล้วจะแตกตัวออก ยาจะถูก
344 ปล่อยออกมาก่อนที่จะถูกดูดซึมในกระเพาะอาหาร และลาไส้ อัตรา (เวลา) ในการดูดซึมอาจไม่ สามารถคาดการณ์ได้ และอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยอ่ืน ๆ เช่น มีอาหารอยู่ ในระบบทางเดิน อาหาร หรือผู้ป่วยมีการเคล่ือนไหว (ออกกาลังกาย เดิน) ประเด็นท่ีน่าสนใจคือ THC มีผลให้อัตรา ความเร็วของการส่งอาหารออกจากกระเพาะช้าลง (จากกระเพาะไปสู่ลาไส้) การบริหารยาทางปาก (โดยการกลืน) ส่งผลให้เวลาการออกฤทธ์ิของยาช้าลง ความเข้มข้นของระดับยาในเลือดลดลง และ ระยะเวลาท่ียาออกฤทธ์ินานข้ึนเมื่อเทียบกับการสูดไอระเหย ปริมาณสารแคนนาบินอยด์รวม จะขนึ้ กับกระบวนการเมแทบอลิซมึ ในตับ และปรมิ าณอาหารในกระเพาะอาหาร ซ่ึงเทา่ กบั วา่ ปริมาณ การรับยาทางปากอาจไมม่ ีความแนน่ อน และไมส่ ามารถคาดการณ์ได้ รปู แบบท่ี 7 ชาหรอื สารละลาย ผู้ป่วยบางรายบริโภคกัญชาทางการแพทย์ ในรูปแบบชา โดยใช้ช่อดอกชงในน้าร้อน เมื่อด่ืมชาสารแคนนาบินอยด์ จะถูกดูดซึมในกระเพาะ และลาไส้เล็ก และเช่นเดียวกับการให้ยา ทางปาก ปริมาณสารแคนนาบินอยด์รวม จะข้ึนกับกระบวนการเมตาบอลิซึมในตับ และปริมาณ อาหารในกระเพาะอาหาร ซึ่งเท่ากับว่าปริมาณการรับยาทางปากอาจไม่มีความแน่นอน และ ไม่สามารถคาดการณ์ได้ย่ิงไปกว่านั้น ชาส่วนใหญ่มักมีความเข้มข้นของสารแคนนาบินอยด์ต่า สารประกอบในชาจะเปล่ียนแปลงตามเวลาในการต้ม ปริมาณของชาที่ใช้ และระยะเวลาในการเก็บ ซึ่งหมายความว่า การบริหารยาด้วยชาอาจทาให้ผลการรักษาโรคไม่แน่นอน แต่ในผู้ป่วยบางราย กลบั พบวา่ การใชช้ ากญั ชาด่ืมไดผ้ ลดี เพยี งแตก่ ารกาหนดปริมาณยาอาจจะทาได้ยากอาหารรูปแบบยา เตรียมจากพืชท้ังต้นอีกประเภทหนึ่ง คือ อาหาร เช่น คุกก้ี บราวนี่ การรับประทานอาหารเหล่านี้ ยากตอ่ การควบคุมปริมาณองค์ประกอบสารแคนนาบินอยด์ ท่ีได้รับให้คงที่ ผู้ป่วยอาจรับยาเกินขนาด ได้ง่าย เนื่องจากยาอาจออกฤทธิ์หลังผา่ นไปราว 2 - 3 ชั่วโมง และผูป้ ่วยอาจรบั ประทานยาคร้ังที่สอง หากพวกเขาต้องรอยาออกฤทธ์ิผลการรักษาโรคอาจไม่แน่นอนนักเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ยาให้ ทางปากที่ได้มาตรฐาน และส่วนใหญ่ต้องใช้เวลานานกว่ายาจะออกฤทธ์ิจึงทาให้อาหารไม่ถือเป็น ผลติ ภณั ฑ์สาหรับการบาบัดรักษาโรค รูปแบบท่ี 8 การส่งยาผา่ นผิวหนงั การบริหารยาผ่านทางผิวหนัง เป็นการส่งยาผ่านผิวหนัง รูปแบบยาเตรียมโดยทั่วไป ได้แก่ ครีมทาบนผิวหนังหรือเยื่อเมือกบุผิว และแผ่นแปะผิวหนัง ซึ่งเป็นการแปะแผ่นติดท่ีมียาอยู่ ลงบน ผิวหนังโดยตรงผู้ป่วยจะค่อย ๆ ได้รับยาในปริมาณท่ีเฉพาะเจาะจงในเวลาที่กาหนด ปัจจุบันมีการใช้ รูปแบบยานี้ เพือ่ รักษาอาการทางผวิ หนังบางประเภท และอาการปวดกล้ามเน้ือเฉพาะที่ หรือปวดข้อ สารแคนนาบินอยด์ ส่วนใหญ่ไม่ชอบน้า จึงทาให้ยาซึมผ่านไปสู่กระแสเลือดน้อยทาให้ระดับ ความเข้มข้นยาในเลือดอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ยากอาจจะต้องประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การนาส่งสารด้วยนาโนเทคโนโลยี อาจจะช่วยให้ยาเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีข้ึน ส่วนยาในรูปแบบ
345 ครีมส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ทา และออกฤทธิ์เฉพาะที่ซ่ึงไม่จาเป็นต้องมีการส่งผ่านผิวหนังไปสู่ กระแสเลือด รปู แบบที่ 9 การสง่ ยาผ่านทวารหนกั - ยาเหน็บทวาร ยาเหน็บทวารหนักเป็นอีกรูปแบบหน่ึงที่น่าสนใจ เพราะเป็นอีกวิธีหนึ่งในการนาส่งยา เหมาะสาหรับผู้ป่วยที่ไม่รู้ตัวหรือว่ากินยาไม่ได้ เช่น ผู้ป่วยเด็กที่ไม่ยอมกลืนยา ผู้ป่วยมะเร็งท่ี ไม่สามารถกลืนยาได้ ผู้ป่วยท่ีกลืนแล้วสาลัก เนื่องจากบริเวณทวารหนักยาจะสามารถเข้าสู่กระแส เลือด ได้จากเส้นเลือดบริเวณทวารหนัก หลังจากสอดยาตัวยาจะค่อย ๆ ปลอดปล่อย โอกาสท่ีจะถูก เปล่ียนแปลงที่ตับก็จะน้อยลงกว่าการกิน การถูกเปล่ียนแปลงท่ีตับก็จะลดลง โอกาสเมายาก็จะลด น้อยลงดว้ ยเช่นกัน จึงลดอาการข้างเคยี งจากกญั ชาได้เม่ือเทียบกับการกิน สรุป 1. การพัฒนายาจากกัญชา เนื่องจากโรคบางโรคผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อยาอื่น ๆ ในการ รักษาโรคทางการแพทย์จึงได้พัฒนายาจากกัญชาและกัญชง เพื่อควบคุมคุณภาพสร้างมาตรฐาน เพื่อใหผ้ ู้ปว่ ยปลอดภัยและไดร้ ับประสิทธิภาพของผลิตภณั ฑส์ งู สุด 2. มาตรฐานการผลิตยากัญชา เพ่ือใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในการผลิตยา จึงมีความ จาเปน็ อยา่ งย่ิง ในการควบคุมคณุ ภาพท่ีดคี วรจะเร่มิ ตง้ั แต่การควบคุมคณุ ภาพของวัตถุดิบ โดยควบคมุ คุณภาพต้งั แต่กระบวนการเพาะปลูกไปจนถงึ กระบวนการผลิตให้ได้มาซง่ึ ผลติ ภณั ฑ์สาเรจ็ รูป ทุก ขั้นตอนของการผลิตยา และกระบวนการทดสอบจะต้องมีการบันทึกข้อมูลอย่างชัดเจน วัตถุดิบต้อง เป็นไปตามมาตรฐาน กระบวนการเหล่านี้จะช่วยให้ผปู้ ่วย และผู้ส่ังจ่ายยาได้รับผลติ ภัณฑ์ท่ีมีคุณภาพ และปลอดภยั 3. รปู แบบยาที่มกี ัญชาและกญั ชงท่ีใช้ในการแพทย์แผนปัจจบุ ันมี 9 รูปแบบ ได้แก่ (1) การ สูดไอระเหย - ดว้ ยปอด (2) เคร่ืองพน่ ไอระเหยทางการแพทย์ (3) การสูบ (4) ทางปาก - ผ่านทางปาก และการหยดใต้ล้ิน (5) สเปรย์ (6) แคปซูล (7) ชาหรือสารละลาย (8) การส่งยาผ่านผิวหนัง และ (9) การสง่ ยาผ่านทวารหนัก - ยาเหนบ็ ทวาร
Search
Read the Text Version
- 1 - 6
Pages: