รายงาน เร่ือง ความเชื่อในวรรณคดีไทย จดั ทาโดย นาย พสิ ิษฐเ์ ดช อศั มส์ ิริ ม.5/8 เลขที่2 นาย อรุชา สีหเนตร ม.5/8 เลขท3ี่ นาย นพพงศ์ พินิจพงศ์ ม.5/8 เลขที่12 นาย ภรู ิณฐั จงั หวะ ม.5/8 เลขที2่ 8 เสนอ ครู สุภลกั ษณ์ พลเรือง ภาษาไทย ท32102 โรงเรียนราชสีมา ปี การศึกษา 2563 ภาคเรียนที่2
คานา ความเชื่อเปนสิ่งทอี่ ยคุ ูกั คนทยมาอยางชานานไมวาจะเปนความเช่ือพนื เมอื งหรือรั เขา ตทุกอยางลวนมคี ุณคาใน ตวั ของมนั นามา ่ึง ศู รัท า ละเร่ืองเลาสื ตอกนั มาจากรุนสูรุนจนกลายเปนวั น รรมท่นี าศึกษา ละคนควาเพอื่ เปน ความรูสูคนรุนหลงั สื ไป รายงานเลนนีจดั ทาขึนเพื่อเปนสวนหน่ึงของรายงานวิชาภาษาไทยชนั มั ยมศกึ ษาปี ท่ี5/8เพอื่ ใหไดความรูในการสื คนเร่ือง ความเช่ือโดยมกี ารตงั ขอ เขตของการศึกษาเรื่องนีคือ “ความเชื่อเกี่ยวกั วรรณคดี” โดยสุดทายนีทาง จู ดั ทาหวงั วาจะเปนประโยชน์ ก ทู ไ่ี ดเขามาศกึ ษาความรุเก่ียวกั ความเช่ือ ละทาง จู ดั ทาไดใหมาไวท่ี รรณานุกรมสาหรั ปูทอ่ี ยากจะศกึ ษา ทงั นีหากมขี อ ดิ พลาดประการใด จู ดั ทาตองขออภยั มา ณ ที่นีดวย คณะ จู ดั ทา ลงวนั ที่ : 5/มนี าคม/2564
สาร ญั 1 2 ความเชื่อเกี่ยวกั พระพทุ ศาสนา 2 ความเชื่อเร่ืองความฝัน 3 ความเช่ือเร่ืองสัตว์ อกเหตุ 3 เขมนตา อกเหตุ 4 การ ตงกายประจาวนั 4 ความเชื่อเรื่อง สี าง เทวดา เชน ตวั อยางความเชื่อในวรรณคดีไทย เรื่องขุนชาง ขนุ น
1 ความเชื่อทพ่ี บในวรรณคดไี ทย มหี ลายประการ เช่น ความเช่ือเก่ียวกั พระพทุ ศาสนา เชน ความเช่ือเร่ืองกรรม ถึงกรรมจกั อยไู ด ฉนั ใด พระเอย กรรม มมี ีใคร ฆาขา กศุ ลสงสนองไป ถึงที่ สุขนา าปสงจาตกชา ชวยไดฉันใด (ลิลติ พระลอ) ความเชื่อเรื่อง ญุ าป อนิจจงั ส่ิงใดในโลกลวน เท่ียง ท คง ต าป ญุ ยงั ตรึง นน อยนู า คือเงาติดตวั ตรัง กอเกือรกั ษา (ลลิ ติ พระลอ) ตาม ต ญุ าป ล ความเชื่อเร่ืองไสยศาสตร์ เชน คาถาอาคม เจาอุตสาห์ศึกษาวชิ าการ เขียนอานทองได ลวไตถาม ตารั ใหญพชิ ยั สงคราม สูรยจ์ นั ทร์ฤกษย์ ามกรอ รู อยยู งคงกระพนั ลองหน ภาพยนตร์ กู ใชใหตอสู รักทงั เรียนเสกเปาเปนเจาชู กู จิตรหญิงอยูไมเคลอื่ นคลาย ทานขรวั หวั รอวาออ กว เร่ืองเจาชูรู ลวตองมนั่ หมาย เมยี ของเขาเจาอยาไดทาราย สาว ก มหมายเอาเถดิ วา
2 กจู ะใหวชิ าสารพดั ใหชะงดั เวทมนตร์พระคาถา ทวงทีเองจะดีดงั จินดา ลวคายชานหมากมาใหเณรกิน เณร กวรั ลวกินชานหมาก ขรัวตอยดวยสาก ท หัว ิ่น ไม ตกไม ุ ดงั ทุ หิน ทานขรวั หัวเราะดินคากๆ ไป (ขนุ ชางขนุ น) ความเช่ือเรื่องความฝัน มกั จะเปนความฝันเพือ่ อกเหตุทก่ี าลงั จะเกิดขึน สามารถ งไดเปน 2 ประเภท ใหญ ๆ ได ก 1.ฝันดี เชน นางศรีประจนั ฝันวาได หวน ตอมากตงั ครรภ์ พอคลอดลูกออกมาเปนหญิงกตงั ชื่อวา พมิ พลิ าไลย “วาพระพิษณุกรรมเ์ หาะดนั ฟา ถอื หวนประดั มาสวมนิวนาง” 2.ฝันราย เชน นางวนั ทองฝันวาถกู เสือลากเขาไปในปา ตอมานางกถูกตดั สินประหารชีวติ “ฝันวาพลดั ไปในไพรเถอ่ื น เลอื่ นเปือนไมรูทจ่ี ะกลั หลงั ลดเลียวเทีย่ วหลงในดงรงั ยงั มพี ยคั ฆร์ ายมาราวี ทงั สองมองหมอ อยรู ิมทาง พอนางดนั ปามาถงึ ท่ี โดดตะครุ คา คนั ในทนั ที ลวฉดุ คราพาร่ีไปในไพร” ความเชื่อเรื่องสตั ว์ อกเหตุ เชน “สินฝันครนั ต่ืนตกประหมา หวดี วากอด วั สะอนื ไห เลาความ อก วั ดวยกลวั ภยั ประหลาดใจนองฝันพรน่ั อุรา ใตเตยี งเสียงหนูกกุกกก มงมมุ ทมุ อกที่ริมฝา ยง่ิ หวาดหวนั่ พร่นั ตวั กลวั มรณา ดงั วิญญานางจะพรากไปจากกาย ครานนั ขุน น สนสนิท ฟังความตามนิมิตกใจหาย ครงั นีนาจะมอี นั ตราย ฝันรายสาหสั ตดั ตารา” มงมุมทุมอก หมายถงึ ทุมอกคอื ตอี ก เช่ือกนั วาเมอื่ มงมุมตอี กของมนั จะเปนลางรายอยางหน่ึง
3 เงือดา จะฟาดใหขาดกลาง พอจงิ จกทกั ขวางไมหางท่ี เงืองดอดใจไมฆาตี เคราะห์ดี ลวมึงจึงจะรอดตวั เขมนตา อกเหตุ หลงั ตาขวามี ใู หลาภ หลงั ตา าย หู ญงิ กลาวถงึ ก่ึงกลางตาจะมคี นมาสู ตา ายเ อื งต่าเขาจะหาความเอา จมูกจะมคี นหาความเอาไมดี หูขวาจะไดยินขาวรายมา อก หู ายดีจะไดลาภ คอขางขวาจะมีลูกชายอนั พึงใจ คอขาง ายจะมลี กู หญิงอนั พงึ ใจ จะรกั ขาวของนกั นา รัก รขาง ายจะไดลาภ รกั รขางขวาความจะมาถงึ หัวใจเขาจะทาโทษ หลงั ตาจะไดเปนนอยกวาทาน ปากขวาจะมลี าภ ปากลางจะมีทกุ ขเ์ พราะญาติ การ ตงกายประจาวนั วนั อาทติ ยส์ ิท ิโชคโฉลกดี เอาเครื่องสี ดง รงเปนมงคล วนั จนั ทร์นนั ควรสีนวลขาว จะยืนยาวชนั ษาสถา ล องั คารมวงชวงงามสีครามปน เปนมงคลขตั ยิ าไมราคี วนั พุ สุดดดี วยสี สด กั เหลือง ปดปนประดั สลั สี วนั พฤหัส ดีจดั เครื่องเขยี วเหลอื งดี วนั ศุกร์เมฆหมอกออกสงคราม วนั เสาร์ทรงดาจงึ ลาเลศิ สนประเสริฐเสียนศกึ จะนึกขาม ทงั พาชีขี่ขั ประดั งาม ใหตองตามสีสันจงึ กนั ภยั
4 ความเชื่อเร่ือง สี าง เทวดา เชน ปูราพงึ ถึงเทพดา หากนั มา ตปา มา ตทา ตนา มา ตถาคหู า ทุกทศิ มานง่ั เฝาพระปู เจาทุกตา ล ตน ริพารทกุ หมู ตรวจตราอยทู กุ หง ปู ตงพระพนสั ดี ศรีพรหมรกั ษ์ ยกั ษก์ ุมาร ริพารภูตปีศาจ ดาเดยี รดาษมหิมา นายกคน ลคน ตน เทพย หู าวทาว หู าญเรืองฤท ์ิชาญเหลอื หลาย ตงั เปนนายเปนมลุ ตวั ขนุ ใหข่ีชาง างขเี่ สือขสี่ ีห์ างขี่หมขี ห่ี มู างขงี่ ูขี่ เงอื ก ขม่ี าเ ือก นั าย างขีค่ วายขี่ รด ดรองกองนากลวั ภตู ปรตวั หลายหลาก ปรเปนกากภาษา เปนหัวกาหัว รง สรงเปนหวั เสือหวั ชาง เปนหวั กวางหวั ฉมนั ตวั ตางกนั พนั ลกึ ลคกึ กมุ อาวุ เคร่ือ งจะยุท ยงย่งิ เตนโลดว่งิ ระเ ง คุกเครง เสียงคะครืน ฟืนไมไหลหิน า ดาษดากนั าดเ ง รเรงรองกองกเู กรียง เสียงสเทือน รณี เทยี พล ีเสรจสรรพ ปกู งั คั ทุก ประการ จ่ึง อกสารอนั จะใช ใหทงั ยามนตร์ดล อกทงั กลอนั จะทา ใหยายาเขาเ ือด มนตราเหือดหายศกั ด์ิ ใหอารกั ษเ์ ขา หนี เี ขา พ ลวไส กูจงึ จะใชสลาเหิร เดริ เวหาไปสู เชญิ พระภู รทาว ชกั มาสูสองหยาว อยาคลาวคากู สงั่ นี (ลลิ ติ พระลอ) ตัวอย่างความเช่ือในวรรณคดไี ทย เรื่องขุนช้าง ขุนแผน เสภาเรื่อง ขุนชางขนุ น เปนวรรณคดที ่ีประพนั ์ขึนในรชั สมยั พระ าทสมเดจพระพทุ เลศิ หลา นภาลยั รัชกาลท๒ี่ หงกรุงรตั นโกสินทร์พระองคท์ รงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหประชุมกวีเพ่อื ประพนั ์ เสภาเรื่องนีขนึ จาก นิทานพืน านทเ่ี ลาสื ตอกนมาตงั ตสมยั กรุงศรีอยุ ยา อีกทงั ยงั ทรงพระราชนิพน เ์ อง ดวยใน างตอนนอกจากนียงั มกี าร เพมิ่ เตมิ เร่ืองราวเนือหาตอมาในรชั สมยั พระ าทสมเดจพระนง่ั เกลา เจาอยูหัว ละพระ าทสมเดจพระจอมเกลาเจาอยหู วั เนือหา ละลลี าวรรณศลิ ป์ ของเสภาเรื่องนีมีคณุ คาโดด เดนเปนอยางย่งิ วรรณคดสี โมสรจึงไดยกยองใหเปนยอด หงกลอน สุภาพในรชั สมยั พระ าทสมเดจพระ มงกุฎเกลาเจาอยูหวั ขนุ ชางขนุ นเลถึงชีวิตของสามญั ชนในสมยั ของสมเดจพระพนั วษา เนือเรื่องตอนท่สี ะเทอื นใจ ทส่ี ุดคอื โศกนาฏกรรม ชีวิตของนางวนั ทอง หญิงสาวชาว านทต่ี องประส ปัญหาการมีคคู รองสองคนจนมี สานวนเรียก “วนั ทองสองใจ” เรื่องราวสวนทายของตอน ขุนชางถวายฎีกา ได สดงความรูสึกนึกคิด ของกวที ม่ี ตี อจุดจ ของนางวนั ทอง ความวา “นางวนั ทองรั พระราชโองการให นั ดาล งั จติ หาคิดไม อกศุ ลดลมวั ให ชว่ั ใจ ดวยสินในอายุทเ่ี กิดมา”
5 จะเหนไดวา นอกจากเหตุ ลเกี่ยวก ความรักความ ูกพนั ละความประหมา่ั ของนางวนั ทองในสถานการณ์ ทอ่ี ยเู ฉพาะพระ พกั ตร์สมเดจพระพนั วษา ลวกวียงั ไดอางถงึ “อกุศลดลมวั ให ชว่ั ใจ” คอื ลกรรมที่ไมดี ละ ความเช่ือทว่ี านางวนั ทองคงสิน อายุขยั ตเพียงเทานนั จากตวั อยางขางตน เู ขยี นเหนวา วรรณคดีมิใช ตจะ เปนเร่ืองราว นั เทงิ ใจเทานนั วรรณคดียงั สามารถสะทอนความคิดความเช่ือของคนใน ตละยคุ สมยั ไดเปน อยางดเี ชนกนั อาจกลาวไดวา วรรณคดีเปนเครื่อง นั ทึก ประวตั ศิ าสตร์ความคิด ละภมู ิปัญญาของสงั คม นน่ั เอง ในเสภาเรื่อง ขนุ ขางขุน นตอ ขนุ ชางถวายฎีกา นีปรากฏคติความเช่ือโ ราณท่นี าสนใจหลาย เร่ืองคตคิ วามเช่ือ เหลานนั สมั พนั ก์ ตอนอน่ื ๆ ในเสภาเรื่องนี ละวรรณคดีเรื่องอน่ื ๆ คติความเช่ือโ ราณท่นี าสนใจในขุนชางขนุ น ตอน ขุนชางถวายฎีกา ได กความเช่ือเรื่ องนิมติ ละไสยศาสตร์โ ราณ ความเชื่อเร่ืองนิมิต หมายถึง ความเชื่อเร่ืองลาง อกเหตจุ ากปรากฏการณ์ตางๆ ท่ี ประส สวนไสยศาสตร์โ ราณ หมายถงึ วิชาการความรูเก่ียวก เวทมนตร์คาถาทงั ปวง 2นิมิต:คตวิ ามเช่ือเร่ืองลาง อกเหตุ นิมติ คอื ปรากฏการณ์ตางๆ ่ึงคนยอมรั วาเปนสิ่ง อกเหตุปรากฏในลกั ษณะตางๆ ดงั นีนิมติ ที่ เกิดจากตวั คนได กนิมิตฝัน นิมติ กระเหมนตามอวยั วะ เชน ขนลกุ รอนหรือหนาวโดยมิใชฤดกู าล นิมิตที่ เกิ ด จาก สตั วไ์ ด กนิมิตจงิ จกทกั นิมติ ตุ๊ก ก รอง นิมิตกา อกขาว นิมติ หนูกดั า นิมิตท่เี กิดจาก ปรากฏการณ์ รรมชาติได ก นิมิตฟา นิมิตลมพายนุ ิมติ เมฆรูปตางๆ นิมิตท่ีเกิดจากภตู ไี ดนิมติ ีมา ปรากฏภาพหลอน นิมติ เสียงภูต ีรองคราง นิมติ กลิน่ ากศพ นิมิตทีเ่ กิดจากปรากฏการณ์ ประหลาดไ ก่ นิมิตขาวสารงอก กลางเตาไฟ นิมิตหวีหกั ขณะหวี มเปนตนสาหรั นิมติ ท่ีปรากฏในตอน ขนุ ชางถวาย ฎีกา ได กความฝัน ่ึงเปนนิมติ ทเี่ กิดจากตวั คน ละนิมิตทีเ่ กิดจากสัตว์ คติความเชื่อเกี่ยวกั นิมติ ฝัน ฝันเปนความเชื่อโ ราณเกิดจากเหตุ๔ ประการ ได ก ประการ รก พุ นิมิตเปนฝันเน่ืองจากกรรมท่ีทาไวความฝันนีเหนเปนภาพชดั เจน หากเวลาท่ีฝัน เปนเวลาเชามืดจะทานาย ได มนยามาก ประการท่ีสองจิตนิวรณ์เปนฝันเน่ืองจากความวิตกกงวลของตวั เองั ฝันไมเปนเรื่องเปนราว เกิด เวลาใดกไดมภี าพไมชดั เจน
6 ประการทีส่ ามเทพสงั หรณเ์ ปนฝันเน่ืองจากสิ่งศกั ด์สิ ิท ์ิมา อกลวงหนาเกียวก เรื่องที่จะเกดัิ ก ั ตน มกั ฝันเวลาตีสี่ถงึ ฟา สาง ท านายตามต าราได ประการที่ส่ี าตโุ ขภเปนฝันเนื่องจากอาการ าตุ ปรปรวน เชน อาการทองเสีย ทองอืด ทองเฟอ มกั ฝันเวลาดึกตหี น่ึงตีสอง ทานายไมได เมอ่ื พระหมน่ื ไวยหรือพลายงามพามารดาของตนกลั เรือน ขุนชางกเกิดนิมิตฝันขึน ความวา “จะกลาวถึงเจาจอมหมอมขุนชนอนครางหลั กรนอยูป นเปือน อศั จรรยฝ์ ัน ปร ชเชือน วาขีเรือนขนึ ตวั ทวั่ ทงั นนั หาหมอมารกั ษายาเขาปรอท มนั กินปอดตั ไตออกไหลลนั่ ทงั ไส นอยไส ใหญ ลไส ตนั ฟันฟางกหกั จากปากตวั ” ขุนชางฝันวาตนเปนโรคเรือนตองรกั ษาดวยยาเขาปรอท ตยากลั เปนพิษทาลายอวยั วะภายในเสียสิน ทงั ฟันกหกั จากปาก ตาราการทานายไดกลาวถึงฝันเรื่องฟันโยกฟันหักไววา เจาของความฝันจะเสียชีวิต หรือ ญาติจะเจ ปวยหรือเสียชีวติ ่ึง เหตกุ ารณ์หลงั จากนนั คือนางวนั ทองไดรั โทษประหากชีวติ นอกจากขุน ชาง ลว นางวนั ทองเองกนิมติ ฝันอยางน่ากลวั เชนกนั พระพายโชยเสาวรสขจายขจร พระจนั ทร์ จม จงกระจางดวง ดเุ หวาเราเสียงสาเนียงกอง ระฆงั ฆองขาน ขงในวงั หลวง วนั ทองนองนอนสนิททรวง จิตงวงระงั สู ภวงั ค์ ฝันวาพลดั ไปในไพรเถือ่ น เลอ่ื นเปื อนไมรู ทจ่ี ะกลั หลงั ลดเลยี วเที่ยวหลง ในดงรงั ยงั มีพยคั ฆร์ ายมาราวี ทงั สองมองหมอ อยูริ มทาง พอนางดนั ปามาถงึ ท่ี โดดตะครุ คา คนั ในทนั ที ลวฉุด คราพารี่ไปในไพร” นางวนั ทองฝันวาตนหลงเขาไปในปา ละถกู เสือตะครุ ตาราการทานายฝันไดกลาวถึงเรื่องเสือกดไว เจาของฝนั จะมศี ตั รู มงุ รายพยา าท คาทานายนีอาจไมตรงก เหตุการณข์ องเร่ืองนกั ตก สดงใหเหนถึงนิมติ ทีเ่ ปนเรื่องไมดเี ชนกนั เมื่อนางตน่ื ขึนไดเลาความฝันให กขุน นไดรูการท านายฝัน ละการ กฝันถอื เปน คติความเชื่อทเี่ กี่ยวก เรื่องฝันท่สี าคญั เพราะ อาจจะชวยใหฝันรายกลายเปนดไี ดการเลาความฝันถอื เปนการ กฝันอยางหน่ึง โดยใหเลาก นาในขนั นา เม่อื เสรจใหเทนา ทิง
7 คติความเช่ือเกี่ยวกั นิมิตทเี่ กิดจากสตั ว์ เมือ่ นางวนั ทองตน่ื จากฝันราย ลวงพ ก นิมติ ทเ่ี กดัิ จากสตั วใ์ นหองนอนอกี ยงิ เปนการยาเตอื น ลางรายใหมากขึน “ใตเตียงเสียงหนูกกกุ กก มงมมุ ทุมอกท่รี ิ มฝา ยิ่งหวาดหวนั่ พร่นั ตวั กลวั มรณา ดงั วิญญาณนางจะพรากไปจากกาย” นิมติ เร่ือง มงมุมทุมอกหรือ มงมุมตีอกเปนนิมิตท่นี าสนใจมาก นิมติ นีเปนความเช่ือของคนไทย ภาคกลาง ถือวาเปนลาง หรือส่ิง อกเหตลุ กั ษณะหน่ึง มกั เปนเหตรุ ายมากกวาเหตดุ ี่ มงมุมเป น มงมมุ ชนิด หน่ึงตวั ใหญ ละขายาวกวา มงมุมจั มลงวนั มงมุมชนิดนีใชอกของมนั ตีลง นพืนเกิดเสียงพอไดยนิ ละสังเกตไดนิมิตนีปรากฏตาราคือ ตารา มงมมุ ตีอก ส าหรั ตีความนิมิต หาก มงมมุ ตีอกในเรือนจะเกิด พลดั พราก ขาทาสหนีของหาย ตไดคืน หากตีอกในทนี่ อนจะถงึ กชีวิต เกิดความทุกขท์ รมาน าดเจ เปน ตน ในตอนนีนางวนั ทองเหนนิมติ มงมุมตีอกทรี่ ิมฝา ทาใหนางกลวั วาตนจะถึงฆาต นอกจากจะพ ในตอน ดงั กลาว ลว ตอนตนของเสภาเร่ืองนีได สดงนิมติ มงมมุ ตอี กเชนกนในตอนที่ขนุ ไกร ิดาของ พลาย กวั (ขุน น)ชะตาใกลถงึ ฆาต 4“ครานนั ขนุ ไกรใจหาญ ส่งั นายหมวดพลนั ทนั ใด ส่ังเสรจพอเวลาเขาใตไฟ กั นางทองประศรีภริ ิยา ให มีลางคนื นนั สนน่ั องึ สยดสยองพองขนทกุ คนไป รั หมาย ลวอานหาชาไม จงเทย่ี วตดิ ตามไพร ให รี มา ขนุ ไกรกเขาในเคหา ทงั ตราพลาย กว ววไว มงมมุ ตีอก ึงหา หยุดไม เยนยะเยือกจั ใจไปทกุ ยาม” จะเหนไดวา นิมิตตางๆ อาจมที งั ทีเ่ กิด กตวั เอง ละสภาพ วดลอมรอ ตวั การ สดงนิมิต อกเหตุ เหลานีตอกยาใหเหนถงึ วิถชี ีวติ ของคนไทยสมยั กอนท่ี กู พนั ก ลาง อกเหตุั ่ึงอาจเปนเพราะความรูทาง วทิ ยาศาสตร์ยงั ไมสามารถอ ิ ายชะตา กรรมของ ุคคลไดความเชื่อในสิ่งทมี่ องไมเหนวามอี านาจ นั ดาล ชีวติ ของตนชวยอ ิ ายให ูคนตงั อยใู นความไมประมาท คอยระมดั ระวงั ตน ละทาความดีขณะเดียวกนกั็ ชวยให คู นตงั ตนทาใจก ความไม นนอนของชีวติ ไปดวยเชนนกั ไสยศาสตร์: หลกั วิชา หงคาถาเวทมนตร์ ในวรรณคดีเรื่อง ขนุ ชางขนุ น ตอน ขนุ ชางถวายฎีกา ยงั ปรากฏความเช่ือเกยี วก ไสยศาสตร์ดวยั ไสยศาสตรห์ มายถึงตา ราหรือวิชาทางไสยเปนของลทั ิอนั เนื่องดวยเวทมนตร์คาถา ่ึงเชื่อวามาจาก พราหมณ์การเขาชนะหรื อมอี านาจเหนือ อู ื่น ไดนนั อาจมาจากคนคนนนั เปน ูรูไสยศาสตร์สามารถใช คาถาเวทมนตร์ งั คั คว คมุ สิ่งตางๆ ไดในชวงตนของตอน ขนุ ชางถวายฎีกา เราจะเหนความรู ละอานาจ ของไสยศาสตร์ทพ่ี ระหม่นื ไวยใชนตอนขนึ เรือนขนุ ชางความวา่
8 “คะเนนั ยา่ ายามไดสามครา ฟาขาวดาวเดนดวงสวาง จงึ เ นเหลาขาวปลาให พรายกิน ลงยนั ตร์ าชะเอาปะอก เปามนตร์ เ ือง นชอมุ มวั ดเู วลาปลอดหวงทกั ทนิ จนั ทร์ กระจางทรงกลดหมดเมฆสิน เสกขมนิ วานยาเขาทาตวั หยิ ยกมงคลขึนใส หวั พรายยว่ั ยวนใจให ไคลคลา” จะเหนไดวาพระหม่ืนไวยม์ ีความรูเร่ืองฤกษย์ าม พิ ีกรม เวทมนตร์ ละวตั ถุพิ ีไสยเปนอยางดกี ารขึน เรือนของ ูอ่ืนจ ตอง ลางอาถรรพณ์ของเรือนใหไดกาเปนอน เพือ่ ไมใหมศี ตั รูมาขวางทางไดพระหมืน่ ไวยใช ีพรายเปนตวั ชวยทาลายอาถรรพณ์ ทงั หลาย เร่ิมจากการคานวณเวลาทเ่ี หมาะ นาส่ิงของเ นไหว พี ราย ได กเหลา ละอาหาร ลวพระหม่นื ไวยใชวตั ถุพิ ีไสย ได กขมนิ วานยายนั ตร์ าชะ ละมงคลสาคญั ทสี่ ุด คอื การทองมนตร์เพ่ือใหตนสามารถคว คุม ีพรายได 5.การใช ีพรายเปนตวั ชวยในการอานวยความสะดวก ก ูทมี่ อี านาจสัง่ นนั พ ในวรรณคดีเรื่องอ่ืนๆ อกี ตวั อยางเรื่อง ลลิ ิต พระลอปเู จาสมิงพรายชวยทาเสนหใ์ หพระลอหลงพระเพอ่ื นพระ พง การทาเสนห์ก ั คุ คลที่เปนใหญอยางพระลอนนั จา เปนจะตองจดั การกั รรดา ี าน เี มือง ่ึงดู ลปกปองเมอื งของ พระลอเสียกอน “ปู ร าพงึ ถงึ เทพดา หากนั มา ตปา มา ตทา ตนา มา ตมานง่ั เฝาคูหาทกุ ที่ พระปู เจ าทกุ ตา ลตน ริพารทกุ หมู ตรวจตราอยทู กุ หง ปู ตงพระพนสั ดี ศรี พรหม รักษย์ กั ษก์ มุ าร ริพารภูตปีศาจ ดาเดยี รดาษมหิ มา นายกคน ลคน ตนเทพย หู าวทาว ู หาญ เรืองฤท ์ิชาญเหลอื หลาย ตงั เปนนายเปนมลุ ตวั ขุนใหขีช่ าง างข่ีเสือข่ีสีห์ (...) เทยี พล เี สรจสรรพ ปู ก งั คั ทกุ ประการ จ่งึ อกสารอนั จะใช ให ทงั ยามนตร์ ดล อก
9 ทงั กลอนั จะทา ใหยายาเขาเ อื ด มนตราเหือดหายศกั ด์ิใหอารักษเ์ ขาหนี เี ขา พ ลวไส กู จงึ จะใช สลาเหิรเดิรเวหาไปสู เชิญพระภู รทาวชกั มาสู สองหยาว อยาคลาค าก”ู ส่ังนีฯ จะเหนไดวาปเู จาสมิงพรายเกณฑก์ องทพั ไี ปจดั การ ีเมอื งของพระลอ ลกั ษณะเชนนีเหมอื นก การทาั ลาย ี าน ีเรือน ของขนุ ชาง เพอื่ ใหระหมน่ื ไวยเขาเรือนไดสะดวกเชนกนั เวทมนตร์ของพระหม่นื ไวยนนั มีหลายประเภทดวยกนั ได กเวทมนตร์ในการเรียก พี ราย เวท มนตร์สะกดอาถรรพณ์เวท มนตร์สะกดให ูอ่นื ตน่ื หรือหลั สวนขนุ นกไดใชเวทมนตร์มหาเสนหท์ าให คนรักคนหลงให กนางวนั ทอง สิ่งสาคญั อกี ประการหน่ึงคอื วตั ถุพิ ีไสย ท่นี าสนใจได กยนั ตก์ ารทายนั ตน์ นั เปนศาสตร์ในวชิ า ไสยศาสตร์ ่ึงมนุษยไ์ ด ศึกษา ละเรียนรูถายทอดสื ตอกนมา ยนั ตท์ ่ี พรหลาย ได กยนั ตส์ ามมุมหรือยนั ต์ สา เปนรูปสามเหลย่ี มเชน ยนั ตใ์ พดั ยนั ตช์ าย ง ยนั ตส์ ่ีมมุ หรือยนั ตส์ ่ีเปนรูปสี่เหลยี่ ม เชน ยนั ตพ์ ระ พุท คุณ ยนั ตห์ ามุมหรือยนั ตห์ า เปนรูปหามมุ เชน ยนั ต์ คลวคลาด ยนั ตก์ ลมหรือยนั ตด์ วง เปนรูปวงกลม เชน ยนั ตพ์ ระ ารมสี ิ ทิศ ยนั ตภ์ าพ เชน ยนั ตห์ นุมาน ยนั ตอ์ งคพ์ ระ เปนตน การทายนั ตห์ รือการลงยนั ตองอาศยั ความรูความเช่ียวชาญเร่์ิมตนจากการเตรียมวสั ดทุ ด่ี ีวนั ละ ฤกษด์ ี จดั เครื่องสักการ ชู า เม่ือลงเลขยนั ตจ์ ะใชอกั ษรขอม ภาษา าลี ถอื เปาภาษาขลงั นอกั ษร ละภจะตอง ริกรรมคาถาตาม ตชนิดของยนั ต์ จากนนั ปลุกเสก ดวยคาถาพระพุท คุณ พระ รรมคณุ พระสงั ฆคณุ คาถาพระเจา๕พระองค์ คาถาพระเจา๑๖ พระองค์ ละ คาถา พระเจา๒๘ พระองค์ นอกจากยนั ต์ ลว ยงั มีวตั ถุไสยอื่นๆ อีก เชน มงคล ลกั ษณะเปนวงดายสวมศีรษะเพอ่ื ความเปนสิริ มงคล วานยาเปนพชื เชื่อกจะใหอยูย่ งคงกระพนั ละเปนสิริมงคล นามนั พรายเปนนามนั ที่ไดจากการ ลนปลายคางศพหญิงทตี่ ายทงั กลมมีอานาจ ทาใหคนหลงรัก นามนั จนั ทน์ ละ จวงจนั ทน์เปนนามนั ละ 6.เครื่องหอมสกดจากไมจนั ทนป์ ลกุ เสก ลวเกดิั มงคล งอิท ิเจเป น งดนิ สอพองน ามา ดั หนาส าหรั เป น เสนห์ใหคน รกั บทสรุป: บทบาทของคตคิ วามเชื่อกบั การวิเคราะห์วรรณคดี เมื่ออานวรรณคดีเรื่อง ขนุ ชางขนุ น ตอม ขนุ ชางถวายฎีกา จะพ คตคิ วามเช่ือโ ราณของคนไทย 2 ประเภทใหญได กคตคิ วามเช่ือเกยี วก นิมิตั ประกอ ดวยความฝัน ละสตั ว์ อกเหตุ ละคติความเชื่อ เรื่องไสยศาสตร์ ่ึงเนนการใชเวทมนตร์เพือ่ เออื ประโยชน์ตางๆ ก ูใชไสยศาสตร์นนั คติความเช่ือเหลานี มไิ ดสะทอน านตอน ขุนชางถวายฎีกา ตเพียงตอนเดยี ว หากยงั ปรากฏในตอนอ่ืนๆ ของวรรณคดีเรื่อง เดยี วกนั ละปรากฏคติความเชื่อทคี่ ลายกนในวรรณคดเี รื่องอน่ื ั เชน ลิลิตพระลอ ดงั นนั นั ไดวาวรรณคดี่
10 เป นภาพสะทอนของสังคมในเรื่ องความคิดความเชื่อไดเปนอยางดนี อกจากนี เู ขียนเหนวาหากสังเกต ท าทของคติความเชื่อทป่ี รากฏในวรรณคดีกจะชวยใหวเิ คราะหว์ รรณคดีไดลึก ึงยงิ่ ขึนอกี ดวย เม่ือพิจารณาคติความเช่ือประกอ การวเิ คราะห์วรรณคดเี ราจะเหนไดเปน2ประการตามประเภทน ของคติความเช่ือ ประการ รก คตคิ วามเช่ือเกี่ยวก นิมติ ชว่ั ยทาใหเราเขาใจวิ ีคิด ละการใชเหตุ ลของคนสมยั กอน เราสามารถท านายจุด จ ของนางวนั ทองไดจากนิมติ ฝันของขนุ ชาง ละนางวนั ทอง รง นั ดาลจาก“อกศุ ล ดลมวั ให ชวั่ ใจ” ทาใหนางวนั ทอง ตองเ ชิญก ความตายั นิมติ ตางๆ เปนกลวิ ีที่ชวยเนนใหเหนวา่ นางวนั ทองตองตายตามกรรมหรืตามอายขุ ยั ที่สินไป เม่ือพจิ ารณาเรื่องราวชวงชีวติ สุดทายของนางวนั ทองอกี ครัง เราอาจมคี าถามท่ีนาสนใจวา่ นางวนั ทองตองโทษประหาร ดวย รง นั ดาลกรรมเกา นิมิต ละอายุขยั หรือ นางวนั ทองตองโทษประหารจากการกระท าของตนเองหรือการกระท า ของตวั ละครอื่นก นอยางไรกตาม ขอคิดสาคญั ทไี่ ดจากการใชคติความเชื่อเกี่ยวก นิมิตในวรรณคดีกคั็ อื ตวั ละครทุกตวั ยงั คงประมาทก ชีวติ นามา ่ึงจุดจ ทีเ่ ปนโศกนาฏกรรม หากตวั ละครประส ก นิมิตรายตางๆ ลวตงั ตนอยใู นความไม่ ประมาท กอาจจะชวยใหตนรอดพนจากอนั ตรายได ประการทสี่ อง คติความเชื่อเก่ียวก ไสยศาสตร์ชวั่ ยทาใหเราเหนขอคิดส าคญั 2 ขอ ขอ รก มตวั ละครจะมีอิท ิฤท ์ิ ในทางไสยศาสตร์มากเพียงใด เม่อื จะตองประส พ เจอจดุ จ อนั สนเศรา ตนเองกไม อาจหลกี หนีพนไดขอสอง การใช ไสยศาสตร์เปนสิ่งฉา ฉวยอานวยความสุขไดเพียงสันๆ จะเหนไดวา พระ หมืน่ ไวยไดอยูก มารดาของตนไมก่ั ีวนั นางวนั ทองกตองโทษประหาร ละพระหม่นื ไวยกชวยมารดาไว ไมไดหากเราดาเนินชีวิตดวยสติ ละความสุจริตไมหวงั พ่งึ ไสย ศาสตร์เปน “ทางลดั ” เรากอาจมีชีวิตท่มี ี ความสุขอยางยง่ั ยนื วรรณคดเี ปนทงั ส่ิงสรางความ นั เทิงเริงใจ เปนส่ิงสะทอนสังคม ละเปน ทเรียนสอนใจ หาก อู านพยายามเขาใจ ละคดิ วเิ คราะห์เร่ืองราวตางๆ กจะเหนวา วรรณคดมี ีคณุ คา กตวั อู านเปนอยางยง่ิ เสภาเร่ือง ขุนชางขนุ น นีเปนตวั อยางวรรณ คดีเพชรนางามที่มคี ณุ คายิง ก่ อู านตลอดจนสงั คมสวนรวม
11 บรรณานุกรม ราช ณั ฑิตสถาน. พจนานุกรม ฉ ั ราช ณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: นานมี คุ๊ ส์พ ลั ิ เคชน่ั ส์,๒๕๔๖. สารานุกรมวั น รรมไทยภาคกลาง เลม ๗. กรุ งเทพฯ: มลู นิ ิสารานุกรมวั น รรมไทย นาคารไทยพาณิชย,์ ๒๕๔๒. สารานุกรมวั น รรมไทยภาคกลาง เลม ๘. กรุ งเทพฯ: มลู นิ ิสารานุกรมวั น รรมไทย นาคารไทยพาณิชย,์ ๒๕๔๒. สารานุกรมวั น รรมไทยภาคกลาง เลม ๑๑. กรุงเทพฯ: มูลนิ ิสารานุกรมวั น รรมไทย นาคารไทยพาณิชย,์ ๒๕๔๒. กรมศิลปากร. ลลิ ิตพระลอ. พระนคร: รรณาคาร, ๒๕๑๔. ขนุ ชาง ขนุ น ฉ ั หอสมุด หงชาต.ิ พระนคร: คลงั วทิ ยา, ๒๕๐๖
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: