Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ณัฐนนท์ เปี่ยมจูและคณะ

ณัฐนนท์ เปี่ยมจูและคณะ

Published by วิทย บริการ, 2022-08-15 02:03:47

Description: ณัฐนนท์ เปี่ยมจูและคณะ

Search

Read the Text Version

การพัฒนาเคร่ืองอดั เมด็ ปุ๋ยมลู โคนมสำหรับครัวเรือนมหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง Development of Cow Manure Pellet Machine for Household นายณัฐนนท์ เป่ยี มจู นายวรุตน์ คาดหมาย นางสาวตรดี า ชลวทิ ย์สกลุ โครงร่างงานวจิ ัยฉบับนีเ้ ปน็ ส่วนของการศกึ ษาค้นคว้าตามหลักสูตร วิทยาศาสตรบัณฑติ สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิต คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลยั ราชภัฏหมบู่ ้านจอมบึง พุทธศักราช 2564

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบงการพัฒนาเคร่ืองอัดเมด็ ปยุ๋ มลู โคนมสำหรับครัวเรือน Development of Cow Manure Pellet Machine for Household นายณัฐนนท์ เป่ยี มจู นายวรุตน์ คาดหมาย นางสาวตรีดา ชลวทิ ย์สกุล โครงรา่ งงานวจิ ัยฉบับนเ้ี ปน็ ส่วนของการศกึ ษาค้นคว้าตามหลักสตู ร วิทยาศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิต คณะเทคโนโลยีอตุ สาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พุทธศกั ราช 2564

ชือ่ เรอื่ ง การพัฒนาเครอื่ งอดั เมด็ ป๋ยุ มลู โคนมสำหรบั ครวั เรือน ผ้วู จิ ยั นายณัฐนนท์ เปย่ี มจู สาขาวชิ า นายวรุตน์ คาดหมาย อาจารยท์ ่ีปรึกษา นางสาวตรดี า ชลวทิ ยส์ กลุ ปีการศกึ ษา เทคโนโลยอี ุตสาหกรรมการผลติ ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อำ่ ดี 2564 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง บทคดั ย่อ โครงงานวจิ ยั นี้ผู้ดำเนินการวิจัยได้กำหนดวัตถปุ ระสงค์เพื่อการศกึ ษา ออกแบบและพัฒนา และทดสอบประสิทธิภาพ รวมถึงการวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์ของเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมูลโคนม สำหรับครัวเรือน และยังสามารถเพิ่มมูลค่าของมูลโคนมให้กับผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม ในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยฯ มขี นาด 60 x 40 x 50 เซนติเมตร กลไกการอดั เม็ดเป็นแบบลูกกล้ิงเรยี ว ใชม้ อเตอร์ขนาด 3 แรงเป็น ตัวต้นกำลัง มีค่าใช้จ่ายในการผลิตทั้งสิ้น 15,208 บาท จากการดำเนินงานพบว่า ประสิทธิภาพของ เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมูลโคนมสำหรับครัวเรือนสามารถผลิตปุ๋ยอัดเม็ดมูลโคนมได้วันละ 12 กระสอบ (8 ชั่วโมงต่อวัน) การวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์จากเดิมมูลโคนมมีราคากระสอบละ 28 บาท (15กิโลกรัมต่อกระสอบ) เมื่อนำมาผ่านการแปรรูปโดยการอัดเม็ดแล้ว สารมารถจำหน่ายได้ในราคา กระสอบละ 50 บาท โดยเป็นการเพิ่มมูลค่ามูลโคนมให้กับผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนมได้ถึง 78.6% และในอนาคตถ้ามีการพัฒนาต่อไปทางคณะผู้วิจัยเห็นควรให้มีการพัฒนาชุดลำเลียง อัดเม็ดปุ๋ยมูลโค นมสำหรับครวั เรือนพร้อมซีลรีดถุง เพอื่ ให้มีประสทิ ธิภาพมากยงิ่ ข้ึน

Research Title Development of Cow Manure Pellet Machine Researcher for Household Mr.Natthanon piamju Department Mr.Warut Khatmai Advisor Ms.Trida Chonlawitsakhun Academic Year Manufacturing Technology Assistant Professor Dr.Noppadol Amdee 2021 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ABSTRACT This research project, the researcher has set the objectives for the study. design and development and test the performance including the economic analysis of the dairy cow manure pellet machine. for household and can also increase the value of dairy cow dung for dairy farmers In the area of Moo 5, Don Krabeung Sub-district, Photharam District, Ratchaburi Province The fertilizer pellet machine has dimensions of 60 x 40 x 50 centimeters. The pelleting mechanism is a tapered roller. Uses a 3- horsepower motor as a power source. The total production cost was 15,208 baht. The efficiency of the dairy cow manure pellet machine for households can produce 12 sacks of dairy cow dung pellet fertilizer per day (8 hours per day). An economic analysis of dairy cow manure was originally priced at 28 baht per sack (15 kg per sack). It has been processed by pelletizing. The substance can be sold at a price of 50 baht per sack, which increases the value of dairy cow dung for 78.6% of dairy farmers. Household Dairy Manure Granules with Seal Roll Bag to be more efficient

กติ ติกรรมประกาศ ในการออกแบบและดำเนินการสร้างเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมูลโคนมสำหรับครัวเรือนสามารถ ดำเนินการจนสำเร็จลุล่วงไปไดด้ ว้ ยดีตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ซง่ึ ไดร้ ับความอนุเคราะห์เป็นอย่าง มากจากอาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อ่ำดี และอาจารย์ผู้ให้คำแนะนำ ผศ.วีระยุทธ สุริคำ ที่ได้อนุญาตให้ใช้เครื่องมือและแนะแนวทางในการออกแบบและสร้างเครื่อง อัดเม็ดปุ๋ยมูลโคนม และอาจารย์อีกหลาย ๆ ท่านที่เป็นคณะกรรมการในการสอบ ทางคณะผู้จัดทำ โครงงานวิจัยขอขอบพระคุณทุก ๆ ท่านในสาขาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิต ที่ให้การช่วยเหลือ และแนะนำในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในการดำเนินการสร้าง และอำนวยความสะดวกในการจัดทำ โครงงานวิจัยนีเ้ ปน็ อยา่ งมาก ทางกล่มุ ผูจ้ ดั ทำโครงงานวิจยั ขอบพระคณุ เป็นอยา่ งสงู ณ ที่นด้ี ว้ ย ขอขอบพระคุณครอบครัวของนายสุเวทย์ จันทร์บาง ผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม ซึ่งให้ ข้อมูลต่าง ๆ และให้การแนะนำในเรื่องมูลโคนม ที่ใช้ในการจัดทำโครงงานวิจัย เพื่อให้การจัดทำ โครงงานวิจยั ครั้งน้สี ำเร็จลุล่วงไปได้ดว้ ยดี นายณฐั นนท์ เปี่ยมจู นายวรุตน์ คาดหมาย นางสาวตรดี า ชลวทิ ย์สกุล มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง

จ สารบัญมหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง หน้า บทคดั ย่อภาษาไทย ข บทคัดย่อภาษาองั กฤษ ค กติ ติกรรมประกาศ ง สารบัญ จ สารบญั ภาพ ช สารบญั ตาราง ฌ บทที่ 1 บทนำ 1 1 ความเปน็ มาและความสำคญั ของปัญหา 3 วัตถุประสงค์ 3 ขอบเขตของการวิจัย 4 สมมติฐาน 4 ประโยชนท์ ่ีคาดว่าจะไดร้ บั 4 แผนการดำเนินงาน 5 บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ยี วขอ้ ง 5 ความหมายของปุ๋ย 6 ประเภทของปุ๋ย 11 โคนม 12 เคร่ืองมอื แปรรปู ปุย๋ 15 การวเิ คราะหด์ ้านเศรษฐศาสตร์ 20 เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ กีย่ วข้อง 27 บทท่ี 3 วธิ ีดำเนนิ การวจิ ยั 27 การดำเนินการเก็บข้อมูลเบื้องต้น 29 ข้นั ตอนการดำเนินการสร้างเคร่อื งอัดเมด็ ปุ๋ยมลู โคนมสำหรับครัวเรอื น 30 การออกแบบและการสรา้ งเครอ่ื งอดั เมด็ ปยุ๋ มลู โคนมสำหรับครัวเรอื น 37 รายละเอียดคา่ ใช้จ่ายและวัสดุเครือ่ งอดั เม็ดปุย๋ มูลโคนมสำหรับครวั เรือน

ฉ สารบญั (ตอ่ ) บทที่ 4 ผลการดำเนนิ งาน หน้า ผทู้ ำการทดลอง สถานท่ีทำการทดลอง 40 อุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการทดลอง 40 การศึกษา ออกแบบและพัฒนา และทดสอบประสทิ ธิภาพของเครอ่ื งอดั เมด็ ปุ๋ย 40 40 มูลโคนมสำหรบั ครัวเรอื น 42 การทดสอบหาประสิทธภิ าพของเมด็ ปุย๋ มูลโคนม การวิเคราะหเ์ ชงิ เศรษศาสตร์ของเครอื่ งอดั เมด็ ปุ๋ยมูลโคนมสำหรับครัวเรอื น 44 45 บทที่ 5 สรุปผลการดำเนินงาน 51 51 สรปุ ผลการวิจยั 54 อภปิ รายผล 55 ขอ้ เสนอแนะ มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง บรรณานกุ รม 56 ภาคผนวก 61 62 ภาคผนวก ก แบบเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมูลโคนมสำหรับครวั เรือน 72 ประวตั ผิ ูว้ ิจยั

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง สารบญั ภาพ ช ภาพท่ี หนา้ 2.1 ปยุ๋ เคมี 6 2.2 ปยุ๋ อินทรยี ์ 7 2.3 ปุ๋ยหมกั 7 2.4 ปุ๋ยคอก 8 2.5 ปยุ๋ พืชสด 8 2.6 ปยุ๋ ชวี ภาพ 9 2.7 ปยุ๋ อนิ ทรยี ์ชีวภาพ 9 2.8 โคพันธุ์โฮลสไตน์ฟรเี ช่ยี น 12 2.9 เครอ่ื งบดแบบแฮมเมอรม์ ิลล์ 13 2.10 เครือ่ งบดแบบแบบมินเซอร์ 13 2.11 เครอ่ื งผสมแบบแกนตั้ง 14 2.12 เครื่องผสมแบบแกนนอน 15 2.13 แผนภูมกิ ารวเิ คราะห์จดุ คมุ้ ทนุ break-even chart 17 3.1 ลานตากมูลโคนม 28 3.2 มลู โคนมทบี่ รรจใุ สก่ ระสอบ 28 3.3 แผนการสรา้ งเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมลู โคนมสำหรบั ครวั เรอื น 29 3.4 แบบเคร่ืองอัดเม็ดปุ๋ยมลู โคนมสำหรับครัวเรอื นมุมมองด้านบน 30 3.5 แบบเครอื่ งอดั เม็ดปุย๋ มลู โคนมสำหรับครวั เรือนมมุ มองด้านหนา้ 30 3.6 โครงเครื่องอัดเม็ดปยุ๋ มูลโคนมสำหรบั ครวั เรือน 31 3.7 แบบโครงเมือ่ เชอื่ มเสรจ็ 31 3.8 ปล่องใสว่ ตั ถุดิบ 32 3.9 กระบอกอัดเม็ดปุ๋ย 32 3.10 จานอดั เม็ด 33 3.11 ลกู กลิ้ง 33 3.12 เพลาลูกกล้งิ 34 3.13 ลูกปืน 34 3.14 มอเตอร์ 3 แรง 35 3.15 เหลก็ เพลา 35 3.16 ลูกปืนตกุ๊ ตา เบอร์ P205 36

สารบัญภาพ (ตอ่ ) ซ ภาพที่ หน้า 3.17 มเู่ ล่ย์ 36 3.18 สายพาน 36 3.19 ล้อเลื่อน 37 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง

ฌ สารบญั ตาราง หนา้ ตารางท่ี 1.1 ระยะเวลาดำเนินการ 4 3.1 รายละเอียดขนาดและราคาวัสดขุ องชดุ โครง 37 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 3.2 รายละเอยี ดขนาดและราคาวสั ดุของชุดกลไกลอัดเม็ด 37 3.3 รายละเอยี ดขนาดและราคาวัสดขุ องชุดตน้ กำลัง 38 3.4 ราคาวสั ดอุ ่นื ๆ ของเครื่องอัดเม็ดปุย๋ มลู โคนมสำหรบั ครัวเรือน 38 3.5 ยอดรวมของวสั ดุสำหรบั การสรา้ งเคร่ืองอัดเมด็ ปุย๋ มลู โคนมสำหรบั ครวั เรือน 38 3.6 ราคาวตั ถุดิบของเครอ่ื งอัดเมด็ ปยุ๋ มลู โคนมสำหรบั ครวั เรือน 39 4.1 การทดสอบเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมูลโคนมสำหรบั ครัวเรือน วนั ท่ี 3 กมุ ภาพันธ์ 2565 41 4.2 การทดสอบเครือ่ งอัดเม็ดปยุ๋ มลู โคนมสำหรับครัวเรอื น วนั ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 41 4.3 การทดสอบเคร่อื งอัดเมด็ ป๋ยุ มลู โคนมสำหรบั ครัวเรอื น วันท่ี 14 กุมภาพนั ธ์ 2565 42 4.4 การทดสอบเครอ่ื งอดั เม็ดป๋ยุ มลู โคนมสำหรับครวั เรอื น วนั ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 42 4.5 การทดสอบเครื่องอัดเมด็ ปยุ๋ มูลโคนมสำหรับครวั เรือนวันท่ี 28 กุมภาพนั ธ์ 2565 42 4.6 อัตราสว่ นผสมของปุย๋ อดั เม็ดมลู โคนม สำหรบั เร่งดอก 42 4.7 อัตราส่วนผสมของปยุ๋ อัดเมด็ มูลโคนม สำหรับเรง่ ผล 43 4.8 ความยาวของปยุ๋ อัดเม็ดมูลโคนมตามอตั ราส่วนผสมสูตรเร่งดอก 44 4.9 ความยาวของปยุ๋ อัดเม็ดมูลโคนมตามอัตราส่วนผสมสูตรเรง่ ผล 44 4.10 ค่าใช้จ่ายท่ใี ชใ้ นการดำเนนิ การผลติ สร้างเครื่องอัดเม็ดป๋ยุ มลู โคนมสำหรบั ครัวเรอื น 45 4.11 ค่าวตั ถดุ ิบปยุ๋ มูลโคนม 46 4.12 คา่ วัตถดุ ิบปุ๋ยมลู โคนมต่อมูลโคนม 1 กโิ ลกรัม 46 5.1 ผลการทดสอบเครอื่ งอดั เมด็ ปยุ๋ มูลโคนมสำหรับครัวเรือน 52 5.2 การทดสอบประสทิ ธิภาพของเครอ่ื งอดั เมด็ ปุ๋ยมลู โคนมสำหรบั ครวั เรอื น 52 5.3 การวเิ คราะหด์ ้านเศรษฐศาสตรข์ องเคร่ืองอัดเมด็ ป๋ยุ มูลโคนมสำหรบั ครวั เรอื น 53 5.4 การเพมิ่ มลู คา่ ของมลู โคใหก้ บั ผ้ปู ระกอบอาชีพเลยี้ งโคนม 53

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบงบทท่ี 1 บทนำ ความเปน็ มาและความสำคัญของปญั หา ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศเกษตรกรรมมาอย่างยาวนาน เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตมรสุม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสภาพภูมิประเทศ ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และภูมิอากาศเอื้ออำนวยต่อการทำ การเกษตร ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศประกอบอาชีพทางการเกษตรหรือเกี่ยวข้องมาโดยตลอด (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, 2563) ได้มีการจำแนกประเภทเกษตรกรออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้ 1) กสิกรรม 2) ปศุสัตว์ 3) การประมง และ 4) การป่าไม้ ซึ่งด้านการปลูกพืชผลต้องมีการบำรุงรักษาให้ ไดผ้ ลผลิตทด่ี ีเพ่ือนำไปส่กู ารบริโภคหรือการจำหนา่ ย ดา้ นปศสุ ตั วเ์ ป็นผลได้จากการนำมลู ของสตั ว์มาใช้ใน การใหส้ ารอาหารกับการปลกู พืชผล หรือทเ่ี รยี กกันวา่ การให้ปยุ๋ กับพชื ผลทางการเกษตร ซ่ึงจะเห็นว่าด้าน การปลกู พืชผลและด้านปศุสัตว์กเ็ หมือนท่ีได้กล่าวมา ในเบอื้ งตน้ ทผ่ี ่านมาการเพาะปลูกของประเทศไทย น้ันมีการใชท้ ้งั ปุ๋ยอนิ ทรีย์และป๋ยุ อนินทรีย์ การใชป้ ยุ๋ อนิ ทรีย์จะทำให้เราได้ผลผลิตที่ปลอดจากสารพิษ แต่ การใชป้ ุ๋ยอนนิ ทรีย์ (ปุ๋ยเคม)ี นน้ั เป็นปุ๋ยวิทยาศาสตร์ที่เกิดจากการคิดค้นของนักวชิ าการ เม่ือนำมาใช้งาน จะมผี ลกระทบต่อสภาพแวดลอ้ มต่าง ๆ เช่น สภาพของดนิ ทเี่ ปลย่ี นไป สารเคมที ส่ี ะสมในพชื เป็นตน้ จากสถิติการเกษตรของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2563 พืชที่เพาะปลูกในประเทศและทำการ ส่งออก 3 ลำดับแรก ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง คิดเป็นมูลค่า 1.28 แสนล้านบาท ข้าว คิดเป็นมูลคา่ 1.15 แสนล้านบาท และ ผลิตภณั ฑ์มันสำปะหลงั คิดเป็นมูลค่า 0.83 แสนล้านบาท (สินค้า ส่งออกสำคัญของไทยตามโครงสร้างสินค้าส่งออกโลก, 2563) ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพืชผลทางด้าน เกษตรกรรม (พืชสวนและพืชไร)่ ซึ่งต้องมีการใช้ปุ๋ยในการให้สารอาหารท้ังสิ้นทั่วทุกภมู ิภาค ไม่ว่าจะเปน็ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ ในที่นี้ขอกล่าวถึงภูมิภาคที่มีความ เกี่ยวขอ้ งกบั โครงงาน คอื ภาคตะวันตกที่มกี ารทำการเกษตรกรรม เป็นจำนวนมาก ทง้ั พชื ไร่ และ พชื สวน แต่ที่ปลูกมากเป็นอันดับแรก ได้แก่ การปลูกข้าว รองลงมาคือ การปลูกพืชสวน ได้แก่ มะพร้าว ลำไย ทุเรียน เงาะ ลองกอง มังคุด ลิ้นจี่ สับปะรด 0.36 ล้านตัน (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2562) โดยเฉพาะจังหวัดราชบุรีที่มีการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรกระจายไปทุกอำเภอสามารถผลิต สินค้า เกษตรได้ 317,168 ตนั ตอ่ ปี (สำนกั งานฐานเศรษฐกจิ การเกษตร, 2563) ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้คนยากจนเพิ่มขึ้นทั่วโลกอีก 150 ล้านคนภายในสิ้นปี 2564 (ธนาคารโลก, 2563) นั่นแสดงให้เห็นว่าทุกประเทศต้องหาวิธีการรับมือกับผลกระทบดังกล่าว โดยเฉพาะ ประเทศไทยที่ต้องเตรียมการให้เหมาะสมเพื่อป้องกันปัญหาในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบที่เกิด ข้ึนกับภาคอตุ สาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมการทอ่ งเทย่ี ว อตุ สาหกรรมการเกษตร เป็นต้น แต่เนือ่ งจาก

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 2 ประชากรสว่ นใหญ่ของประเทศเป็นเกษตรกรรมจึงได้รับผลกระทบโดยตรงในทุกภูมภิ าค ในที่นขี้ อกล่าวถึง ในพื้นที่ของจังหวัดราชบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่ของผู้ศึกษาโครงงาน ในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบล ดอนกะเบื้อง อำเภอโพธาราม ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่นกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชุมชนที่มีการเลี้ยงโคนมตาม ครัวเรือนเป็นจำนวนมาก เพราะทุกครัวเรือนล้วนแล้วแตเ่ ป็นผู้ผลิตน้ำนมดิบใหก้ ับสหกรณ์โคนมหนองโพ ซึ่งจากการเลี้ยงโคนมดังกล่าว พบว่า โคนมที่เลี้ยงในแต่ละวันนั้นมีการขับถ่ายมูลออกมาเป็นจำนวนมาก โดยมีการขับถ่ายวันละประมาณ 7-15 ครั้งต่อวัน การขับถ่ายมูลโคสดต่อครั้งคร้ังอยู่ท่ี 413.18 กรัม หรือ ประมาณ 400 กรัม (เกียรติ โชติปาละกุล, 2543) และแต่ละครัวเรือนเลี้ยงโคนมอยู่ที่ประมาณ 10 ตัว และแต่ละตัวขับถ่ายเฉลี่ยน 10 วันต่อครั้ง ดังนั้น ครัวเรือนที่เลี้ยงโคนมสามารถเก็บมูลโคแห้งต่อวันได้ ประมาณ 40 กิโลกรัม มูลโคนมที่ขับถ่ายออกมาหากมีน้ำหนัก 1000 กรัม เมื่อแห้งแล้วจะเหลือน้ำหนัก โดยประมาณ 500 กรัม (สุเวทย์ จันทร์บาง, ผู้ให้สัมภาษณ์, 12 กุมภาพันธ์ 2564) ดังนั้นเกษตรกรผู้เล้ยี ง โคนมสามารถเก็บมลู โคแห้งต่อวันได้ 20 กิโลกรัม/โคนม 10 ตวั /ครัวเรือน ซงึ่ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจะนำ มูลโคแห้งเหล่านี้ไปจำหน่ายสำหรับเป็นปุ๋ยให้กับเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรในการ บำรุงรักษาพืชผลต่าง ๆ บรรจุจำหน่ายกระสอบละ 20 บาท แต่ละกระสอบมีน้ำหนัก 15 กิโลกรัม ซึ่งถือ ว่ามีราคาถูกเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ดังนั้น ผู้บริโภคส่วนหนึ่งจึงมี ความจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งปุ๋ยเคมีจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเกษตรกรรวมไปถึงเป็นผู้บริโภค และมี ราคาแพงซึ่งมีราคาอยู่ที่ตันละ 14,567 บาท หรือปุ๋ยคอก ซึ่งมีราคาเฉลี่ยประมาณตันละ 1,000 บาท (สเุ วทย์ จันทร์บาง, ผ้ใู หส้ มั ภาษณ์, 12 กมุ ภาพนั ธ์ 2564)ซง่ึ ปยุ๋ คอก คอื ปยุ๋ ท่ีได้จากมูลของสตั ว์ตา่ งๆไม่ว่า จะเป็น โค กระบือ สุกร ไก่ เป็ด คา้ งคาว ปุ๋ยคอกมีปริมาณธาตุอาหารหลัก คอื ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P2O5) และโพแทสเซียม (K2O) ซึ่งเป็นสารอาหารที่พืชตอ้ งการในการเจริญเติบโต และมูลสัตว์ที่สามารถ หาได้ง่ายที่สุดคือมูลโค เพราะโคเป็นที่นิยมเลี้ยงกัน ไม่ว่าจะเป็น โคเนื้อ หรือโคนม (กองวิจัยและพัฒนา ข้าว กรมการข้าว, 2559) ดังนั้น ถ้าเราสามารถนำมูลโคนมแหง้ มาแปรรูปเป็นปุ๋ยเม็ดมูลโคนมจะสามารถ เพิ่มมูลค่าให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้ (นงลักษณ์ แก้งคำ, เปรมฤทัย สืบสุนทร, กฤษฎา สินนา และ อาทติ ย์ วงศณ์ รตั น์ 2562) ไดด้ ำเนินการออกแบบและสร้างเครอื่ งอดั เมด็ อาหารสตั วจ์ ากวสั ดใุ นชุมชน โดย การเลือกใช้วัตถุดิบทดแทนและทางเลือกอื่น ๆ ในชุมชน ผลิตเป็นเมด็ อาหารสัตว์สำหรับประเภทสัตว์ปกี ให้เป็นรูปทรงที่ต้องการ โดยมีขนาดความโตที่ 2 ละ 4 มิลลิเมตร ซึ่งขนาดความโต 2 มิลลิเมตร มีการ เกาะตัวดีและเนื้อแน่น และมีระยะเวลาการคืนทุนที่ 118 วัน (ถาวร สังข์สุวรรณ์ 2559) ได้สร้าง เครอ่ื งต้นแบบสำหรับผลิตอาหารอดั เม็ด โดยมีขนาดความโตที่ 5 มิลลเิ มตร ซึ่งสามารถลดต้นทุนและเพิ่ม ผลผลิตใหก้ ับกลุ่มเกษตรกรผู้เลย้ี งสตั วใ์ นพ้ืนที่ได้ จากที่ได้กล่าวมาในเบื้องต้นจะเห็นวา่ เกษตรกรผูเ้ ลี้ยงโคนมได้ผลผลิตจากการขับถ่ายมูลโคนม ที่สามารถนำมาจำหน่ายเป็นปุ๋ยจากมูลโคนมแห้ง แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการจำหน่ายหรือความต้องการของ ผู้บริโภค ที่สำคัญการจำหน่ายมูลโคนมแห้งยังมีราคาที่ถูกมาก ดังนั้นทางคณะผู้จัดทำโครงงานจึงมีความ

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 3 ต้องการเพิ่มมูลค่าของมูลโคนมแห้งให้กับครัวเรือนของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงโคนม โดยการแปรรูปมูลโค นมแหง้ ใหอ้ ยู่ในรปู แบบของปุ๋ยเม็ดมูลโคนมจากการสร้าง “เครื่องอัดเม็ดปยุ๋ มลู โคนม” เพื่อผลิตปุ๋ยเม็ดมูล โคนมแหง้ เพ่ือเป็นการเพิ่มมูลค่าของมลู โคนมแห้ง และยงั มีราคาถกู กว่าการซ้อื ปยุ๋ ตามท้องตลาด วตั ถปุ ระสงคข์ องการวจิ ัย 1. ศึกษา ออกแบบและพฒั นา และทดสอบประสทิ ธิภาพของเคร่ืองอดั เม็ดปุย๋ มลู โคนมสำหรบั ครัวเรอื น 2. วเิ คราะห์ด้านเศรษฐศาสตรข์ องเคร่อื งอดั เม็ดป๋ยุ มูลโคนมสำหรบั ครวั เรือน 3. การเพม่ิ มลู ค่าของมลู โคให้กบั ผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม ขอบเขตของการวจิ ยั 1. โคพันธุ์โฮลสไตนฟ์ รเี ช่ยี น (Holstein Friesian) หรือ โคขาว - ดำ 2. มลู โคนมแห้งไดจ้ ากพื้นท่ี หมู่ท่ี 5 ตำบล ดอนกะเบอื้ ง อำเภอโพธาราม จงั หวดั ราชบุรี 3. วเิ คราะห์จุดคมุ้ ทุน (Break - even point Analysis) 4. เม็ดปุ๋ยมลู โคนมมีความโต 6 มิลลเิ มตร ความยาวอยรู่ ะหวา่ ง 10 – 20 มิลลิเมตร 5. ปุ๋ยอัดเม็ดมูลโคนมสามารถขายได้ไม่น้อยกว่ากระสอบละ 50 บาท (จากเดิม มูลโคนม 15 กิโลกรัม / กระสอบ ขายราคา 20 บาท) สมมตฐิ าน เครื่องอัดเม็ดมูลโคนมสำหรับครัวเรือนสามารถเพิ่มมูลค่าของมูลโคนมให้กับครัวเรือนได้จาก การแปรรปู มูลโคให้มลี ักษณะเปน็ เม็ด และยังสามารถเพ่ิมความสะดวกในการใช้ปุ๋ยให้กับเกษตรกร ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รบั 1. ไดเ้ ครอื่ งอัดเม็ดปยุ๋ มูลโคนมสำหรับครัวเรอื น 2. ทราบการวิเคราะห์ดา้ นเศรษฐศาสตร์ของเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมลู โคนมสำหรับครัวเรือน 3. สามารถเพม่ิ มลู ค่ามลู ค่ามลู โคนมให้กบั ครวั เรือนได้ไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของราคาตน้ ทุน 4. สามารถลดตน้ ทุนในการผลิต

4 ระยะเวลาดำเนนิ การ (เบ้ืองตน้ ) ตารางที่ 1.1 ระยะเวลาดำเนินการ ลำดบั กจิ กรรม ระยะเวลาดำเนนิ การ (เดอื น) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 1 ศกึ ษาปัญหา 2 ศกึ ษาคน้ คว้าทฤษฎี และทบทวน วรรณกรรมที่เก่ียวข้อง 3 วิเคราะหแ์ ละ ออกแบบ 4 สร้างเคร่ืองและ ทดสอบประสทิ ธิภาพ 5 วิเคราะหด์ ้าน เศรษฐศาสตร์ 6 สรปุ ผล

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบงบทท2่ี เอกสารและงานวจิ ัยทเี่ ก่ียวขอ้ ง ในการออกแบบ“การพัฒนาเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมูลโคนมสำหรับครัวเรือน” จากวัสดุในชุมชน ผู้วิจัยได้ทำการรวบรวมหลักการ แนวคิด ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเป็นพื้นฐานเพื่อนำมาใช้เปน็ ข้อมลู ประกอบการดำเนินงาน โดยมรี ายละเอียดของประเด็นตา่ ง ๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. ความหมายของปุ๋ย 2. ชนิดของปุย๋ 3. โคนมและประเภทของโคนม 4. เครื่องมือที่ใช้ในการแปรรูปปุย๋ 5. การคำนวณตน้ ทนุ การผลิตในเชิงเศรษฐศาสตร์ 6. เอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ยี วข้อง ความหมายของปยุ๋ ปุ๋ย หมายถึง สารทีใ่ สล่ งในดินเพื่อให้ธาตุอาหารแก่พชื พชื ต้องการธาตุอาหาร 16 ชนิด ได้แก่ ออกซิเจน ไฮโดรเจน คารบ์ อน ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม กำมะถนั แคลเซียม แมกนีเซียม เหลก็ สังกะสี แมงกานีส ทองแดง โบรอน โมลิบดินัม และคลอรีน ในจำนวนนี้ ออกซิเจน ไฮโดรเจน คาร์บอน (โดยเฉพาะธาตไุ นโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซียม หรอื เรยี กว่าธาตุอาหารหลัก) พชื ได้รับจากน้ำและ อากาศ ส่วนไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม พืชต้องการในปริมาณมากเมื่อเทียบกับธาตุอื่น ๆ (ซึ่งถูกจัดเป็นธาตุอาหารหลักหรือธาตุปุ๋ย) และในดินมักมีไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก จึงมีความ จำเป็นต้องเพม่ิ เตมิ ธาตุเหล่าน้ีโดยการให้ปุ๋ย โดย (ยงยทุ ธ โอสถสภา, 2559) ได้ใหค้ วามหมายของปุ๋ยไว้ว่า ปุ๋ยเป็นสารอนินทรีย์สารอินทรีย์ธรรมชาติหรือสารอินทรีย์สังเคราะห์ซึ่งมีธาตุอาหารพืชประกอบ 1 ธาตุ หรือมากกว่า 1 ธาตุเพราะธาตุอาหารเหล่านั้นเป็นประโยชน์ต่อพืช (จุฑามาศ หานุ, 2556) ได้ให้ ความหมายของปุ๋ยว่าปุ๋ย หมายถึง สารหรือสิ่งซ่ึงเราใส่ลงไปในดิน เพื่อวัตถุประสงค์ให้ปลดปล่อยธาตุ อาหาร พืชโดยเฉพาะไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ที่พืชยงัขาดอยู่ให้พืชได้รับอย่างเพียงพอ พชื สามารถเจริญเติบโตงอกงามดีและให้ผลิตผลสูงข้ึน (ศศิธร บญุ ถาวร, 2558) ไดก้ ล่าววา่ ปุ๋ย คือ วัสดุท่ี มีธาตุอาหารพืชเป็นองค์ประกอบ หรือสิ่งมีชีวิตที่ก่อให้เกิดธาตุอาหารพืช เม่ือใส่ไปในดินแล้วจะ ปลดปล่อย หรือสังเคราะห์ธาตุอาหารที่ จำเป็นให้แก่พืช ห จากความหมายข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า ปุ๋ย คอื สารหรือส่งิ ซึ่งเราใส่ลงไปในดนิ เพือ่ วัตถุประสงค์ใหป้ ลดปลอ่ ยธาตุอาหารพชื โดยเฉพาะไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ที่พืชยงั ขาด อยู่ใหพ้ ืชไดร้ บั อย่างเพียงพอ เพื่อใหพ้ ชื สามารถเจริญเติบโตงอก

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 6 งามดีและใหผ้ ลติ ผลสูงข้นึ (พระราชบญั ญัติปุ๋ยฉบับที่ 2 พ.ศ 2550 มาตรา 3) ให้ความหมายของปุ๋ยทางนี้ ปุ๋ยหมายความว่าสารอินทรีย์อินทรีย์สงั เคราะห์อินทรีย์หรือจุลินทรีย์ไม่ว่าจะเกิดขึน้ โดยธรรมชาติหรือทำ ขึ้นก็ตามสำหรับใช้เป็นธาตุอาหารพืชได้ไม่ว่าโดยวิธีใดหรือทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางเคมีกายภาพ หรือชีวภาพในดินเพื่อบำรุงความเติบโตแก่พืชโดยรวมความไม้จุลินทรีย์ซึ่งสามารถเพิ่มธาตุอาหารที่เป็น ประโยชน์ต่อพืชได้ปุ๋ยที่มีจุลินทรีย์มีชีวิตเป็นส่วนประกอบซึ่งเรียกว่าปุ๋ยชีวภาพการ ใช้ปุ๋ยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิม่ ธาตุอาหารในดนิ ทมี่ ีความอุดมสมบูรณ์ต่ำใหม้ ีความอดุ มสมบูรณข์ องดินสูงข้ึนตามที่ต้องการ จากที่ผู้จัดทำโครงงานได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลของปุ๋ย จึงสามารถให้ความหมายของปุ๋ยได้ว่า ปุ๋ยเป็นสารที่เพิ่มธาตุอาหาร และบำรุงดิน ไม่ว่าปุ๋ยจะเป็น อินทรีย์ อนินทรีย์ หรือ จุลินทรีย์ ต่างใช้เพื่อ เป็นสารอาหารกับพืช แต่จะแตกต่างกันออกไปตามลักษณการใช้งานปุ๋ยและจะส่งผลต่อดินแตกต่างกัน ออกไปเช่นกัน ชนดิ ของปยุ๋ 1. ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยเคมี หรือ ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ คือ ปุ๋ยที่เป็น อนินทรียสาร อาจเป็นปุ๋ยเชิงเดี่ยว ปุ๋ยเชิงผสม และปุ๋ยเชิงประกอบ ตัวอยา่ งปยุ๋ เคมีเชน่ ยเู รยี , ปุย๋ เมด็ 16-20-0 แตไ่ ม่รวมถึงสารท่ีใช้สำหรับปรับปรุงดิน เช่น ซโี อไรต์, ภไู มท์ และ สารต่าง ๆ ท่มี คี ณุ สมบัติโครงสร้างทางฟสิ กิ สข์ องดินให้ดีข้นึ รปู ที่ 2.1 ปุ๋ยเคมี ท่มี า: (https://www.siamchemi.com)

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 7 2. ปุย๋ อินทรยี ์ ปุ๋ยอินทรีย์ คือ ปุ๋ยที่ได้มาจากการเน่าเปื่อยของซากส่ิงมชี ีวิต ธาตุอาหารท่ีได้ส่วนใหญ่ต้องเกดิ จากการย่อยสลายจากจลุ ินทรีย์ก่อน เป็นกระบวนการผลิตสารอาหารจากธรรมชาติ ปุ๋ยอินทรีย์สว่ นใหญ่ มกั จะใชป้ ระโยชน์ในการปรับปรุงคณุ ภาพดนิ เมอ่ื ใส่ลงไปในดินซากสง่ิ มชี วี ติ จะค่อย ๆ สลายตัวและปลอ่ ย ธาตุอาหารออกมาให้พืชช่วยให้ดินร่วยซุย แต่มีข้อเสียคือมีธาตุอาหารน้อยและสัดส่วนไม่แน่นอนต้องใช้ ปรมิ าณมากจึงจะเพียงพอกบั ความตอ้ งการของพชื รปู ที่ 2.2 ปุ๋ยอินทรยี ์ ทม่ี า: (https://www.gotoknow.org/posts/206618) 2.1 ปยุ๋ หมกั ป๋ยุ หมัก คอื ปยุ๋ ท่ีเกิดจากเศษพืชต่าง ๆ เชน่ หญ้าและใบไม้ ตน้ ถ่ัว ต้นขา้ วโพด ซงั ข้าวโพด เปลือกถั่วต่าง ๆ ใบจามจรุ ี ฟางข้าว ผักตบชวา เม่อื นำมากองหมกั ไว้จนเนา่ เปอ่ื ยกใ็ ช้เปน็ หมักได้ รปู ที่ 2.3 ปยุ๋ หมัก ทีม่ า: (มตชิ นออนไลน์ วันจนั ทรท์ ่ี 8 กมุ ภาพันธ์ 2564)

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 8 2.2 ปุย๋ คอก ปุ๋ยคอก คือ ปุ๋ยที่ได้จากสิ่งที่สัตว์ขับถ่ายออกมา เช่น อุจาจาระ ปัสสาวะของสัตว์ต่าง ๆ ปุ๋ยคอกเป็นปุ๋ยที่มีประโยชน์ในการปรับปรุงสภาพทางกายภาพของดิน ช่วยลดอัตราการพังทลายของดนิ เพม่ิ ธาตุอาหารให้แก่ดิน เปน็ ตน้ รูปที่ 2.4 ป๋ยุ คอก ทีม่ า: (http://blog.arda.or.th/) 2.3 ป๋ยุ พชื สด ปยุ๋ พชื สด คอื ปุย๋ ที่ได้จากการปลูกพืชบำรงุ ดิน เชน่ พวกพชื ตระกลู ถ่วั เม่ือพืชเจริญเติบโต ถงึ ระยะหนง่ึ เราก็ไถกลบในขณะทพ่ี ชื ยงั เขยี วและสดอยู่ ซงึ่ มักจะไถกลบในชว่ งทพ่ี ชื กำลงั ออกดอก เพราะ เปน็ ช่วงทเ่ี หมาะสมแก่การใหธ้ าตุอาหารแกพ่ ืชมากท่สี ดุ รปู ท่ี 2.5 ปุ๋ยพืชสด ท่มี า: (https://puechkaset.com)

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 9 3. ปุ๋ยชวี ภาพ ปุ๋ยชีวภาพ คือ การนำจุลินทรีย์ที่มีชีวิตมาใช้เพื่อเพิ่มปริมาณธาตุอาหาร หรือเพิ่มความเป็น ประโยชนข์ องธาตุอาหารในดนิ ปุย๋ ชีวภาพอาจมีบทบาทในการปรับปรงุ บำรุงดนิ ทางชีวภาพ ทางกายภาพ และทางชวี เคมี และปุ๋ยชีวภาพยังหมายความรวมถงึ หัวเช้อื จุลินทรีย์ รูปท่ี 2.6 ป๋ยุ ชีวภาพ ท่ีมา: (KASET Love) 4. ปุ๋ยอนิ ทรยี ช์ ีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ คือ การนำข้อดีของปุ๋ย 2 ชนิด มาผสมกัน โดยนำปุ๋ยอินทรีย์ที่ผ่าน กระบวนการควบคุมคุณภาพการผลิต โดยนำปุ๋ยอินทรีย์และแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น คีเลต ธาตุอาหารเสริม สารบำรุงดินมาผ่านการฆ่าเชื้อและเพาะเชื้อจุลินทรีที่เหมาะสม นำมาผสมกับปุ๋ยอินทรีย์และหมักเพาะ เชื้อจุลินทรีย์ที่ผสมลงไปจนถึงระยะเวลาท่ีพอเหมาะจึงสามารถนำไปใช้งานได้ เป็นปุ๋ยที่เหมาะแก่การทำ เกษตรอนิ ทรยี ์ วกิ ิพเิ ดีย สารานุกรมเสรี (2563) รปู ที่ 2.7 ปุ๋ยอินทรียช์ วี ภาพ ทีม่ า : (KASET HUB)

10 5. นำ้ หมกั ชวี ภาพ น้ำหมักชีวภาพ มีชื่อเรียกได้หลายแบบตามความคุ้นเคยของแต่ละท้องถิ่น เช่น น้ำเอนไซม์ น้ำจุลินทรีย์ น้ำอีเอม็ นำ้ สกดั ชวี ภาพ ป๋ยุ น้ำชวี ภาพ เทคโนโลยชี วี ภาพ 5.1 การเก็บรักษา 5.1.1 จุลินทรีย์สามารถเก็บไว้ได้นานหลายปี ในอุณหภูมิปกติไม่เกิน 45 – 50 องศา เซลเซียส โดยปดิ ฝาใหส้ นทิ อย่าใหอ้ ากาศเข้าและอยา่ เก็บไว้ในต้เู ยน็ 5.1.2 การนำจุลินทรีย์ไปขยายต่อควรใช้ภาชนะที่สะอาดและใช้ให้หมดภายในเวลา ทเ่ี หมาะสม 5.1.3 การเก็บไว้หลายๆวันโยไม่มีการเคลื่อนไหวในภาชนะ จะมีฝ้าขาวเหนือผิวน้ำ นั่นคือการทำงานของจุลินทรีย์ที่ฝักตัวเมื่อเขย่าแล้วทิ้งไว้ชั่วขณะ ฝ้าสีขาวจะสลายตัวกลับไปอยู่ใน จลุ ินทรยี ์เหมอื นเดิม 5.1.4 เมื่อนำไปขยายเชื้อในน้ำและกากน้ำตาลจุลินทรีย์จะมีกลิ่นหอมและเป็นฟอง ขาวๆภายใน 2 – 3 วัน ถา้ ไมม่ ีฟองดังกล่าวแสดงวา่ การหมักขยายเชอ้ื ไม่ไดผ้ ล 5.1.5จุลินทรีย์ที่นำไปขยายเชื้อแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 7 วัน หลังจากที่ได้ที่แล้ว ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเสื่อมคุณภาพที่เกิดจากความไม่สะอาดของน้ำภาชนะและส่ิงแปลกปลอมจากอากาศ เพราะจลุ ินทรยี ์สว่ นใหญ่ไมต่ ้องการอากาศ 5.2 ประโยชนข์ องนำ้ หมกั ชวี ภาพสำหรับคน 5.2.1 ปรบั ความเป็นกรดและดา่ งในรา่ งกาย 5.2.2 ทำให้ระบบการย่อยและการขบั ถา่ ยดขี น้ึ 5.2.3 ทำใหแ้ ตล่ ะเซลลข์ องร่างกายได้สารอาหารอย่างสมดุล 5.2.4 สลายสารพษิ และสร้างภมู ิคุ้มกันในร่างกาย เป็นการลดการใช้ยาปฏิชีวนะ 5.2.5 อดุ มไปดว้ ยโปรตนี วติ ามนิ และเกลอื แร่ วิตามินบรี วม วิตามินบี 1 บี 2 บี 12 5.3 ผลทไ่ี ดจ้ ากการหมักผลไม้แต่ละชนิด 5.3.1 หมกั จากผลไมห้ วานไดว้ ิตามินเอ วิตามนิ ดี วติ ามินอี และวติ ามินเค 5.3.2 หมกั จากผลไมเ้ ปร้ียวได้วิตามินซี และวติ ามินเค 5.3.3 หมักจากขา้ วได้วติ ามินบี วิตามินซี และวติ ามินอี มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง

11 โคนมและประเภทของโคนม นำ้ นมทใ่ี ช้บริโภคมีทงั้ นำ้ นมทไ่ี ดจ้ ากพชื เชน่ ถวั่ เหลืองและนำ้ นมทไี่ ดจ้ ากสัตว์ที่เลย้ี งลกู ด้วยนมมหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง เช่น โค แพะ แกะ กระบือ เป็นต้น น้ำนมโคมีส่วนประกอบที่ใกล้เคียงกับน้ำนมคน (มารดา) มากที่สุด จึงนิยมบริโภคกันทั่ว ในปัจจุบันมีแหล่งเลี้ยงโคนมที่สำคัญอยู่ 4แห่ง คือ บริเวณจังหวัดสระบุรี- นครราชสมี า-ลพบุรี บรเิ วณจงั หวดั ประจวบคีรีขนั ธ์- เพชรบุรี บรเิ วณจังหวัดเชียงใหม่ และบริเวณจังหวัด ราชบรุ ี- นครปฐม เกษตรกรในสามแหลง่ แรกส่งน้ำนมดิบเข้าโรงงานขององค์การส่งเสริมกจิ การโคนมแห่ง ประเทศไทยที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อำเภอปราณบุรีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโคนมมี 6 สายพันธุ์ ประกอบด้วย สายพันธุ์โฮลส์ไตน์ฟรีเชี่ยน สายพันธุ์เรดเดน สายพันธุ์บราวสวิส สายพันธุ์เจอร์ซ่ี สายพันธุ์เรดซินดี และสายพันธุ์ซาฮิวาล ซึ่งในประเทศไทยนิยมเลี้ยง สายพันธุ์โฮลส์ไตน์ฟรีเชี่ยนมากที่สุด เพราะสภาพอากาศเหมาะสำหรับการเลี้ยง ซึ่งในจัดหวัดราชบุรี มีสหกรณ์โคนมที่ อำเภอโพธาราม ทำให้ชุมชนในพื้นที่นี้นิยมประกอบอาชีพเลี้ยงโคนมเพราะมีแหล่งรับ ซ้อื ผลผลติ ท่ใี กลก้ บั ทอี่ ยอู่ าศัย จากการสำรวจการเลี้ยงโคนมในพื้นที่ ตำบลดอนกะเบื้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม ส่วนมากนิยมเลี้ยงโคพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน (Holstein Friesian) ลักษณะ เด่นของโคพันธนุ์ มี้ หี ลายประการ ไดแ้ ก่ มสี ีขาวและสีดำ จงึ เรียกอกี ชื่อหน่ึงว่า พันธุ์ ขาว-ดำ บางตัวอาจจะ มีสีดำ หรือสีน้ำตาล หรือสีน้ำตาลเข็ม หรือสีแดง ตลอดทั้งตัว อย่างน้อยที่ข้อเท้าทั้งสี่จะต้องเป็นสีขาวจึง จะถือว่าเป็นพันธุ์แท้ เป็นโคที่มีขนาดใหญ่ ตัวผู้หนักถึง 1,000 กิโลกรัม ตัวเมียหนัก 600 กิโลกรัม เป็นโคที่ให้นมมากที่สุดในปัจจุบันน้ี สามารถผสมข้ามพันธุ์กับโคเมืองร้อน และให้ลูกผสมที่ให้นมมาก ในปัจจุบันนี้โคนมพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเซี่ยน ได้รับความนิยมสูงมาก โดยนำมาผสมข้ามพันธุ์กับพันธุ์อื่นๆ เชน่ ผสมกับพันธเ์ุ รดเดน ผสมกบั พันธเุ์ รดซินดิ ผสมกับพนั ธซุ์ าฮวิ าล และกรมปศุสัตว์ได้พัฒนาพันธุ์โคนม ขึ้นมาใหม่ เป็นโคนม 3 สายเลือด โดยเอาโคพื้นเมืองผสมกับโคบราห์มัน และผสมกับโคพันธุ์โฮลสไตน์ เรียกชื่อโคพันธุ์นี้ว่า ไทยมิลกิ้งซีบู (ที เอ็ม แซด) ซึ่งเป็นโคที่เหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศเมืองไทย ให้นมมาก และทนร้อนได้ดี โคพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน (Holstein Friesian) หรือชื่อสามัญทั่วไปคือ ขาว-ดำ มีถิ่นกำเนิดในประเทศเนเนเธอร์แลนด์ ให้ผลผลิตน้ำนมเฉลี่ยต่อระยะการให้นมประมาณ 9,000 – 10,000 กโิ ลกรัม

12 รูปที่ 2.8 โคพนั ธุ์โฮลสไตน์ฟรีเช่ยี น (Holstein Friesian) ทมี่ า : (นันทกา แสงจันทร และคณะ, 2564) เครอ่ื งมอื ทใี่ ชใ้ นการแปรรูปปยุ๋ 1. เครื่องบด 1.1 เคร่ืองบดแบบแฮมเมอร์มิลล์ ( Hammer Mill ) เครื่องบดแบบแฮมเมอร์มิลล์ ภายในประกอบด้วย แท่งเหล็กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลาย ๆ แท่งยดึ ตดิ กบั แกนหมุนตรงกลาง เมื่อแกนหมุนจะเหว่ียงแท่งเหล็กไปกระทบวัตถดุ ิบ ทำให้วัตถุดิบถูกตีไป ชนกันเอง หรือ บริเวณผนังรอบ ๆแกนแรงที่กระทำจึงมีทั้งแรงกระแทก และ ช่วงที่วัตถุดิบที่ถูกตใี ห้แตก ตอ้ ง ผา่ นตะแกรงที่จะได้รับแรงขดั สอี ีกครงั้ หลักการทำงานอย่างมปี ระสิทธิภาพ คือ ความเร็วของแกนหมุน และ ลักษณะหัว คอ้ น ( Breaker Plate Hammer Head ) ดังนั้น เครื่องบดแบบแฮมเมอร์มิลล์ จึงเป็นเครื่องบดแบบ เอนกประสงค์ สามารถใช้บดทั้งวัตถุดิบแข็งเป็นผลึกมีเยื่อใยสูง พืชต่าง ๆ รวมไปถึงวัตถุดิบที่มีควานุ่ม เหนยี ว มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 13 รปู ท่ี 2.9 เคร่ืองบดแบบแฮมเมอรม์ ิลล์ (Hammer Mill) ทมี่ า: (บรรจงศรี จรี ะวิพลู วรรณ และ คณะ , 2541) 1.2 เครือ่ งบดแบบแบบมินเซอร์ (Mincer) เครื่องบดอาหารแบบมินเซอร์ หรือ เครื่องบดเนื้อนิยมใช้ กับ วัตถุดิบอาหารสัตว์ ที่มีลักษณะเปียก เช่น ปลา เบ็ดใส้ไก่ กระดูกไก่ปลาย ข้าวนึ่ง เป็นต้น ดังนั้น วัตถุดิบอาหารสัตว์ เหล่านี้ เมอ่ื ถกู บดออกมาก็จะมลี ักษณะเหลว หรือ เละ ซงึ่ ส่วนมากจะนยิ มนำมาผลิตเป็นอาหารสดต่อไป หลักการทำงาน โดยใส่วัตถุดิบอาหารสัตว์ ที่ต้องการบดด้านบนของเครื่องแล้วอาหารสัตว์ จะถูกลำเลียงเข้าเกลียวส่งอาหารที่หมุน และ ผ่านออกไปที่บริเวณตะแกรงอัด หรือ ผ่านหน้าแว้น จึงทำ ให้อาหารเป็นเส้นยาว นิยมใช้ ในหมู่เกษตรกร เนื่องจากใช้บดอาหารแล้วยังสามารถประยุกต์ ใช้ ในการ อัดเม็ดอาหารได้ รปู ที่ 2.10 เครื่องบดแบบแบบมินเซอร์ (Mincer) ทีม่ า: (บรรจงศรี จีระวิพลู วรรณ และ คณะ , 2541)

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 14 2. เครอื่ งผสม 2.1 เครอ่ื งผสมแบบแกนตงั้ (Vertical Mixer) เครื่องผสมแบบแกนตั้ง มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก ด้านล่างเรียวเป็นกรวย ตรงกลางมี เกลียวลำเลียงวัสดุ ทำหน้าที่ลำเลียงวัสดุที่ใส่เข้ามาในเครื่องบริเวณด้านล่าง ส่งเข้าไปในตัวถังผ่าน กระบอกผสม ซึ่งวัสดุมีการผสมเข้ากัน เมื่อวัสดุผ่านกระบอกผสมน้ันแล้วตกลงมาในช่องว่างภายในตวั ถัง วัสดุจะเวียนกลับไปในกระบอกผสมในด้านล่างและเกิดการผสมให้เข้ากันวนเวียนอยู่เช่นนี้ ส่วนของวัสดุ ทผ่ี สมจรงิ ๆ จะอยเู่ ฉพาะสว่ นทถ่ี ูกเกลยี วลำเลียงเทา่ นน้ั ซ่ึงคดิ เปน็ 10 เปอร์เซน็ ต์ ของวสั ดุทต่ี อ้ งการผสม ดงั นนั้ จึงตอ้ งผสมเปน็ ระยะเวลานานถงึ จะผสมไดเ้ ขา้ กันอย่างท่ัวถึง รูปที่ 2.11 เคร่ืองผสมแบบแกนตง้ั (Vertical Mixer) ทีม่ า: (บรรจงศรี จีระวิพลู วรรณ และ คณะ , 2541) 2.2 เคร่อื งผสมแบบแกนนอน (Horizontal Mixer) เครื่องผสมแบบแกนนอน ตัวเครื่องประกอบด้วย ถังผสมเป็นรูปอ่างครึ่งวงกลม ภายในถัง จะมีใบพายหรอื มีเครื่องรบิ บอนติดอยูบ่ นแกนทำหนา้ ท่ีกวนและผสมอาหารให้เข้ากันในขณะทีเ่ ครื่องผสม ทำงาน วัสดุทั้งหมดในถังจะมีการคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างทั่วถึง จึงใช้เวลาในการผสมไม่มาก เหมือนเครื่องผสมแบบแกนตั้ง แต่ต้องการกำลังของมอเตอร์ในการผสมค่อนข้างสูง ข้อดีของเครื่องผสม แบบแกนนอนคอื สามารถใช้ผสมท้ังวตั ถดุ ิบท่ีมีลกั ษณะแหง้ และวัตถุดบิ ทลี่ ักษณะเปียก

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 15 รูปท่ี 2.12 เครื่องผสมแบบแกนนอน (Horizontal Mixer) ท่มี า: (บรรจงศรี จรี ะวิพลู วรรณ และ คณะ , 2541) 3. เครื่องอดั เมด็ อาหาร (Pelleting) การอัดเม็ดเป็นการทำให้คุณค่าของอาหารที่สัตว์กินเข้าไปสูงขึ้น เพราะปริมาณที่กินได้มากข้นึ ขนาดของเม็ดอาหารท่ีจะอัดจะต้องมีขนาดเหมาะสมสมานพอ ทจี่ ะทำให้อยใู่ นกระเพาะรเู มนจนเซลลูโลส ถูกแบคทเี รียย่อยเพื่อเปลี่ยนเป็นกรดไขมนั ทร่ี ะเหยได้ และนำไปใชเ้ ป็นพลงั งานได้ แต่ถา้ ขนาดเม็ดมีขนาด เล็กเกนิ ไปอาหารจะเคล่อื นผา่ นไปเรว็ และจะถูกย่อยในลำไสเ้ ล็ก โดยพบวา่ อาหารอดั เมด็ จะเคลื่อนท่ีผ่าน ทางเดนิ อาหารเรว็ ข้ึนทำให้การย่อยได้ของเย่ือใยตำ่ ลง นอกจากน้ียงั ทำให้สัตว์เคี้ยวเอื้องกินอาหารได้มาก ทำให้อาหารเคลื่อนที่เร็ว โอกาสของการย่อยของอาหารโดยรวมมักต่ำลง ในสัตว์เคี้ยวเอื้องที่ยังอายุน้อย ได้ประโยชน์จาการใช้อาหารอัดเม็ดมากว่า ดังนั้น การอัดเม็ดอาหารหยาบต้องคำนึงถึงสัตว์ที่เลี้ยง ขนาดของเม็ดและค่าใช้จ่ายในการอัดเม็ดตัวอย่าง เช่น การอัดกากสับปะรด อัลฟัลฟ่า ใช้ประโยชน์ ในแง่การเก็บรักษาและขนสง่ แตเ่ พิ่มคุณคา่ ได้สงู กว่าการไม่อดั เม็ด ( บรรจงศรี จรี ะวิพูลวรรณ และ คณะ , 2541 ) การคำนวณต้นทุนการผลิตในเชิงเศรษฐศาสตร์ การวิเคราะห์ตัดสินใจในการเลือกลงทุนโครงการต่างๆต้องมีการพิจารณาในเรื่องของปริมาณ การผลิตที่มีความคุ้มทุนพอดีซึ่งก็คือปริมาณการผลิตที่ทำให้รายรับและต้นทุนหรือรายจ่ายทางบัญชีของ สถานประกอบการมีความเท่ากันนั่นก็คือผลประกอบการเป็นศูนย์และเครื่องมือที่ช่วยในการตั ดสินใจได้ เป็นอย่างดีคือการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (break-even-point analysis) (ไพบูลย์ แย้มเผื่อน, 2548, หน้า 163) สำหรับการวิเคราะห์จุดคุ้มทุนนั้นเป็นการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของต้นทุน ( cost) รายได้ (revenue) และผลกำไร (profit) ที่มีปริมาณกำลังผลิต (volume)มีความแตกต่างกันในช่วงระยะเวลา สั้นๆและขอ้ มูลของโครงการมคี วามแน่นอนตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการผลติ จากที่ไดก้ ล่าวมาในเบื้องตน้ จะเห็นได้วา่ การวิเคราะห์จุดคุ้มทนุ มีความสำคัญสำหรับผบู้ ริหารเป็นอยา่ งมากท่จี ะตดั สินใจพิจารณาเลือก

16 โครงการต่างๆที่สามารถทำให้สถานประกอบการดำรงอยู่ต่อไปได้ (วันชัย ริจิรวนิช และ ชอุ่ม พลอยมีค่า ,2538, หนา้ 45) 1. การวิเคราะจุดคมุ้ ทนุ และแผนภมู ิจดุ ค้มุ ทุน การวเิ คราะจุดคุ้มทนุ และแผนภมู ิจุดคุ้มทนุ (Break-Even Point Analysis (BEP) and Break- Even Chart ) หมายถงึ จุดท่รี ายรบั จากการลงทุนมคี วามคุ้มค่ากับตน้ ทนุ และในการวิเคราะห์จุดคุ้มทุนจะ เป็นการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางด้านต้นทุนรายได้และผลกำไรจากปริมาณการผลิตในช่วงระยะเวลา สน้ั ๆแตข่ อ้ มลู ของโครงการมีความแน่นอนซ่ึงสามารถช่วยให้เกดิ การตัดสนิ ใจพิจารณาเลือกโครงการต่างๆ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสมดังนั้นการวเิ คราะห์จดุ คุ้มทุนจงึ ถือว่าเปน็ การวเิ คราะห์ความสัมพันธ์ทางด้าน เศรษฐศาสตรข์ องปรมิ าณการผลติ ตา่ งๆในช่วงระยะเวลาท่สี นั้ เพ่ือช่วยในการตัดสินใจของผบู้ รหิ าร 1.1 ส่วนประกอบของการวิเคราะห์จุดคุ้มทุนได้แก่ต้นทุนคงที่ต้นทุนแปรผันต้นทุนรวม สมการรายรบั และจดุ คุม้ ทุน 1.1.1 ต้นทุนคงที่ (fixed costs: FC) หมายถึงต้นทุนที่มีอยู่แล้วแม้จะไม่มีการผลิต สินค้าใดๆหรือต้นทุนที่ไม่แปรผันตามปริมาณการผลิตเช่นค่าที่ดินค่าเช่าเงินลงทุนเริ่มต้นค่าใช้จ่ายรายปี เป็นต้น 1.1.2 ต้นทุนแปรผัน (variable costs: VC) หมายถึงต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไปตาม ปริมาณสินค้าที่ผลิตเช่นค่าแรงต่อหน่วยค่ากระดาษในร้านถ่ายเอกสาร สกรูที่ใช้ในการประกอบ เฟอร์นิเจอร์เปน็ ต้น 1.1.3 ต้นทุนรวม (total costs: TC) หมายถึงต้นทุนรวมที่เกิดขึ้นระหว่างต้นทุนคงที่ และตน้ ทุนแปรผนั 1.1.4 สมการรายรับหรือรายได้รวม (revenue functions: TR) หมายถึงสมการที่ได้ จากการคำนวณระหวา่ งราคาสินค้าคูณกับจำนวนสินค้าที่ขายได้โดยเร่ิมต้นรายรับมีคา่ เป็น ศุนย์ และเม่ือ มยี อดขายสนิ ค้ามากขนึ้ ก็จะทำใหส้ มการรายรับเล้ยี งขึ้นไปทางขวาอยา่ งต่อเน่ือง 1.1.5 วิเคราะห์จุดคุ้มทุน (Break-Even Point analysis (BEP) หมายถึงจุดตัดกัน ระหว่างต้นทุนรวมกับสมการรายรับซึ่งเป็นจุดแบ่งระหว่างสอบสถานะของสถานประกอบการดังแสดงใน ภาพที่ 2.11 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง

17 ตน้ ทุน รายรบั รวม (TR) ตน้ ทุนรวม กำไร (TC) มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง จุดคมุ้ ทุน(BEP) ขาดทนุ ตน้ ทนุ แปร ผนั (VC) ต้นทุนคงที่ (FC) ปรมิ าณการ ภาพที่ 2.13 แผนภูมิการวเิ คราะหจ์ ดุ คุ้มทนุ break-even chผลaิตrt) ในการวิเคราะห์จุดคุ้มทุนมีสมมติฐานที่ใช้คือต้นทุนและรายได้จะต้องเพิ่มขึ้นในลักษณะที่เป็น เส้นตรงเพื่อความสะดวกในการวิเคราะห์ซึ่งในความเป็นจริงนั้นปัจจัยเหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงไป ตามแต่ละช่วงเวลา (รชฏ ขำบุญ, ชุติระ ระบอบ, วีรยา ภัทรอาชาชัย, จิราวรรณ สมหวัง, และ โสมขาว สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, 2549,หน้า 145-147) แผนภูมิจุดคุ้มทุนจากภาพท่ี 2.11 เป็นกราฟแสดงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งรายรับหรือรายได้และ ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายกับปริมาณการผลิตโดยกำหนดให้แกนนอนแทนปริมาณการผลิตส่วนแกนตั้งแทน ต้นทุนและรายได้ โดยในส่วนของต้นทุนมีการพิจารณาอยู่ 2 ส่วนคือส่วนของต้นทุนคงที่แล้วส่วนของ ต้นทุนแปรผันเรื่องค่าใช้จ่ายของต้นทุนคงที่แต่ไม่แปรผันตามปริมาณการผลิตและจุดตัดระหว่างเส้นตรง ของรายรบั รวม (TR) และเปน็ เสน้ ตรงของตน้ ทนุ รวม ( TC) คอื จุดค้มุ ทุน (BEP) ในการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (BEP) มีการจำแนกการวิเคราะห์ได้เป็น 2 วิธีคือการวิเคราะห์ จุดค้มุ ทนุ ดว้ ยวิธีกราฟและการวิเคราะห์จุดค้มุ ทุนด้วยวิธีพชี คณิต 1.2 ขน้ั ตอนการวิเคราะหจ์ ุดคมุ้ ทนุ ดว้ ยวธิ ีกราฟ 1.2.1 กำหนดเส้นต้นทุนโดยการลากเส้นตรงในระดับแนวแกนนอนจะได้ต้นทุนคงท่ี (FC) และลากเส้นตรงจากจุดกำเนิดเรียงไปทางขวามือจะได้ต้นทุนแปรผัน (VC) โดยการคำนวณจาก ค่าแรงค่าวัตถุดิบคา่ ใช้จ่ายอื่นๆทีแ่ ปรผนั ไปตามจำนวนชน้ิ งานทีผ่ ลติ จากนัน้ รวมตน้ ทุนคงท่แี ละต้นทุนแปร ผันและเขียนให้เป็นเส้นตรงลากเอียง โดยเริ่มจากจุดตัดของแกนต้นทุนกับต้นทุนคงที่จะได้จะได้ต้นทุน รวม (TC) 1.2.2 กำหนดเส้นรายได้หรือรายรับรวม (TR) โดยการคำนวณจากราคาสินค้าควรกับ ปรมิ าณสนิ คา้ ทผ่ี ลิตหรือจำหน่ายได้ โดยการลากเส้นตรงจากจุดกำเนดิ ให้เอียงไปทางขวามือ

18 1.3.3 จุดตัดที่เกิดขึ้นระหว่างเส้นต้นทุนรวม (TC) และเส้นรายได้หรือรายรับรวม (R) คอื จดุ คุ้มทุนในการผลติ (BEP) การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนด้วยวิธีพีชคณิต เป็นการวิเคราะห์ด้วยวิธีการคำนวณ โดยการ กำหนดคา่ ตัวแปรตา่ ง ๆ ดงั ต่อไปนี้ BEPN= จดุ ค้มุ ทุนในจำนวนหน่วยของสินคา้ BEP$= จดุ คุ้มทุนในหน่วยของเงิน FC = ตน้ ทนุ คงท่ี VC = ต้นทนุ แปรผนั TC = ต้นทนุ รวม TR = รายได้หรอื รายรับรวม N = ปรมิ าณการผลติ ทห่ี นว่ ยใด ๆ vc = ตน้ ทุนแปรผนั ต่อหน่วย P = กำไร p = ราคาขายต่อหน่วยสินค้า มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ดังนนั้ ในการวเิ คราะหจ์ ุดคมุ้ ทนุ โดยวิธีพิชคณติ ประกอบไปด้วยสมการดงั ต่อไปน้ี TR = TC (8.1) (8.2) TR = pN (8.3) (8.4) TC = FC + VC (8.5) BEPN = FC (8.6) p−VC (8.7) BEP$ = p(BEPN) (8.8) BEP$ = p[p−FCVC] (8.9) BEP$ = FC (8.10) (p−VC)/p (8.11) (8.12) BEP$ = FC 1−VpC P = TR − TC P = N − [FC + VC(N)] P = pN − FC − VC(N) P = (p − VC)(N) − FC

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 19 2. สมมติฐานและขอ้ กำกดั และขอ้ ควรระมดั ระวังเก่ียวกับการวเิ คราะห์จดุ คุ้มทนุ (Assumptions & Limitations and Cautions about BEP Analysis) จากที่ได้กล่าวไว้ในเรื่องของการวิเคราะห์จุดคุ้มทุนและแผนภูมิจุดคุ้มทุนนั้น มีข้อสมมติฐาน และข้อจำกดั ของการวเิ คราะหจ์ ดุ คุ้มทนุ ดงั ต่อไปน้ี 2.1 สมมตฐิ านและข้อกำกดั 2.1.1 ราคาของผลติ ภัณฑค์ งท่ีตลอดระยะเวลาการดำเนนิ การของโครงการ 2.1.2 ต้นทุนตา่ งๆ สามารถกำหนดเปน็ ต้นทนุ คงทแี่ ละต้นทนุ แปรผนั ได้อยา่ งชดั เจน 2.1.3 ต้นทุนคงที่จะต้องเท่ากันตลอดระยะเวลาการดำเนินการของโครงการโดยไม่ เปล่ยี นแปลงตามจำนวนการผลิตทีเ่ พิ่มขน้ึ และต้นทุนแปรผนั จะเปลยี่ นแปลงตามปรมิ าณการผลติ 2.1.4 การเปล่ียนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกจิ หรือนโยบายจากทางภาครัฐน้ันไม่มีผล ตอ่ การเปลยี่ นแปลงในเร่ืองของราคาท่ดี ำเนินการจัดซ้ือของโครงการ ( ขอเงินไมม่ ีการเปลีย่ นแปลง) 2.1.5 นโยบายในระดับบริหารและประสิทธิภาพของโครงการทง้ั หมดไม่เปลย่ี นแปลง 2.1.6 ปริมาณการผลิตและปริมาณการจำหน่ายมีความสัมพันธ์กันโดยไม่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงของวัสดุคงคลัง นั่นหมายความว่าผลิตออกมาเท่าไหร่ถือว่าจำหน่ายในทั้งหมดจากข้อ สมมติฐานดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการวิเคราะห์จุดคุ้มทุนเป็นการวิเคราะห์ภายใต้ ขอ้ กำหนดท่ีมีความแนน่ นอนในเรื่องของโครงสร้างเศรษฐกจิ ในชว่ งระยะเวลาส้ันๆและไม่มีการกำหนดค่า ของตัวแปรต่างๆให้คงที่แต่มีเพียงปริมาณการผลิตเท่านั้นทีเ่ กดิ การเปล่ียนแปลงไปตามช่วงระยะเวลาหน่ึง ๆ ตามแผนการผลิตเนื่องจากคำสั่งผลิตของลูกค้าที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์นั้นๆ (วัน ชัย ริจิรวช และ ชอมุ่ พลอยมคี ่า, 2538,หนา้ 73-75) 2.2 ข้อควรระวังเก่ียวกับการวเิ คราะหจ์ ุดคมุ้ ทุน 2.2.1 การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนจะเกิดประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อรายละเอียดของต้นทุนมี ความถกู ตอ้ งตามระบบบัญชแี ละสามารถจำแนกประเภทของตน้ ทนุ คงทีแ่ ละต้นทุนแปรผนั ได้อย่างชดั เจน 2.2.2 ราคาจำหน่ายของผลิตภณั ฑ์ประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลายๆ ประการ และ ราคาจำหนา่ ยตอ้ งคงทีต่ ลอดระยะเวลาในการดำเนินของโครงการ 2.2.3 การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนเหมาะสมสำหรับการวเิ คราะห์ภายในช่วงระยะเวลาสัน้ ๆ ตลอดระยะเวลาในการดำเนินงานของโครงการ 2.2.4 การวิเคราะห์จุดคุม้ ทุนเพียงอย่างเดียวอาจไมส่ ามารถช่วยในการตัดสนิ ใจในการ ดำเนินของสถานประกอบการได้อย่างสมบูรณ์มากนัก เนื่องจากยังมีองค์ประกอบหลายๆอย่างที่มี ความสำคัญต่อการตัดสินใจจึงจำเป็นต้องใช้องค์ประกอบอื่นๆในการพิจารณาร่วมสำหรับใช้ในการ ตัดสนิ ใจดว้ ย

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 20 เอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ียวข้อง 1. กลุ่มการสรา้ งเครื่อง การอัดเม็ดปุ๋ย 1.1 ลักขณา พิทักษ์, เรวัฒน์ เติมกล้า และ ลิขิต มั่งมี (2563, น. 8-17) ได้สร้างเครื่อง อัดเม็ดเชอื้ เพลิงชวี มวลจากใบอ้อย โดยลักษณะเครื่องดังกลา่ วเป็นเครื่องอัดแบบจานหมุนลูกกล้ิงอยู่กับท่ี มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของช่องอัด 6 มิลลิเมตร วัตถุดิบที่ใช้คือใบอ้อยที่ผ่านการบดละเอียดจากรู ตะแกรงขนาด 2 และ 3 มิลลิเมตร ที่ความเร็ว 310 รอบต่อนาที ผลการทดสอบ พบว่า เม็ดเชื้อเพลิงชีว มวลที่ใช้ใบอ้อยผ่านการบดละเอียดจากรูตะแกรงขนาด 2 และ 3 มิลลิเมตร ได้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง เฉลีย่ 5.80 และ 5.85 มลิ ลิเมตร ความยาวเฉลี่ย 45.50 และ 37มลิ ลเิ มตร ตามลำดับ 1.2 นงลักษณ์ แก้งคำ, เปรมฤทัย สืบสุนทร, กฤษฎา สินนา และ อาทิตย์ วงศ์ณรัตน์ (2562). ไดส้ รา้ งเคร่อื งอัดเมด็ อาหารสัตวจ์ ากวัสดุในชมุ ชนในจังหวดั รอ้ ยเอ็ด เครอ่ื งอัดเมด็ อาหารสัตว์จาก วสั ดใุ นชุมชน ขนาด 60x35x89 เซนตเิ มตร มลี อ้ เลื่อน 4 ลอ้ เพอ่ื สะดวกในการเคลื่อนยา้ ย ต้นกำลังเครื่อง เป็นมอเตอร์ขนาด 2 แรงม้า กำหนดความเร็วรอบ เครื่องที่ 350 rpm จานอัดมีลักษณะรูจานอัด 4 มิลลิเมตรและ 2 มิลลิเมตรในจานเดยี วกัน ขณะที่ เครื่องทำการบดอัดอาหารสัตว์ เม็ดอาหารสัตว์จะไหล แยกลงตามช่องทางออกตามขนาดของเมด็ อาหาร 1.3 รัศมี สิทธิขันแก้ว และคณะ (2560, น. 46-54) ได้สร้างเครื่องผลิตหญ้าเนเปียรอ์ ัดเม็ด จะทำการตัดบดให้มีขนาด 2-20 มิลลิเมตร และทำการตาก จนเหลือความชื้น 7.5 % จากนั้นจึงทำการ ผสมคลุกเคล้ากับน้ำหมักชีวภาพ เจือจาง (ในอัตราส่วนหญ้าเนเปียแห้งต่อน้ำหมัก 10 ต่อ 4) จากนั้นทำ การอัดเม็ด ให้ได้หญ้าเนเปียร์อัดเม็ดที่มีขนาดความยาวเฉลี่ย 18.31 mm และขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง เฉลี่ย 5.34 mm ความชื้นเฉลี่ย 4.7% ความหนาแน่นเฉลี่ย 657 kg/m 3 และค่าความร้อน เฉลี่ย 18.10 MJ/kg 1.4 กฤษณะ มะหะพรหม, จิรวัฒน์ กิจทวีสมบูรณ์, ภาณุพงษ์ น้อยมิ่ง (2559) ได้สร้าง ผลติ ภณั ฑอ์ ัดเมด็ สำเร็จรปู ที่ชว่ ยใหพ้ ชื ผักตา่ งๆเจริญเติบโต เชน่ ป๋ยุ เม็ดที่มขี ายตาม ท้องตลาดทั่วไปเป็นท่ี นิยมแก่ชาวสวนในการซื้อมาเพื่อใส่พืชผักและต้องซื้อในปริมาณมากทำให้ผู้ลงทุน เกิดสภาวะการลงทุน ค่อนข้างสูงบางทีปุ๋ยที่ใช้อาจมีสารเร่งให้พืชเจริญเติบโตมีผลกระทบต่อผู้บริโภค พืชผักนั้นๆ ผู้วิจัยคิดว่า ควรนำวัชพชื ทเ่ี ป็นปัญหา เช่น การนำผักตบชวามาทำปุย๋ เพอื่ ลดต้นทนุ ในการซือ้ ปุ๋ยทข่ี ายตามทอ้ งตลาด 1.5 ราวุฒิ ไก่แก้ว, ศรัลย์ ปานศรีพงษ์ และ เจนวิทย์ วรรณพีระ (2547). ได้ให้ความหมาย ของการอัดไวว้ ่า การอดั แท่งเป็นการลดปรมิ าตรและเปน็ การจับตัวกนั เปน็ กลุม่ ก้อนกันของชวี มวล ที่มีการ กระจายตัวอันอย่างหลวมๆ การอัดสามาทำได้หลายรูปแบบ เช่น อัดเป็นเม็ด (pelleting) อัดเป็น ลกู บาศก์ (cubing) อัดเปน็ แทง่ (extruded log) ลักษณจะขน้ึ อยู่กับการนำไปใช้

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 21 1.6 O. S. Orimaye, P. O. Ajewole, and I. O. Oni (2019, น. 1-31). ได้ทำการออกแบบ เครื่องอัดเม็ดอาหารปลา โดยมีชิ้นส่วนพื้นฐานเช่น ฮอปเปอร์ สกรู แม่พิมพ์ โดยใช้พลังงานจากมอเตอร์ ไฟฟา้ ขนาด 5 แรงม้า อัดเม็ดสว่ นผสมผา่ นแมพ่ ิมพข์ นาด 2 มม. 4 มม. และ 6 มม. 1.7 J. C. Paredes-Rojas และคณะ (2020). ไดท้ ำการออกแบบเคร่ืองอัดเมด็ ข้เี ลื่อยโดยใช้ โปรแกรม Solidworks ในการจำลองการสร้าง จานอัดมีขนาดรู 6 มิลลิเมตร มีความเร็วรอบ 100 รอบ/นาที มกี ำลังการผลติ 60 กิโลกรมั /ช่ัวโมง 1.8 Ilesanmi Afolabi Daniyan, Omokhuale Marcus Akhere (2017) ได้ออกแบบและ สร้าง โดยเครื่องประกอบด้วย มอเตร์ไฟฟ้า 3 แรงม้า เพลาขนาด 50 มม. สว่านสกรู, กระบอกอัดเม็ด, ลูกปืน, รอก, สายพานวี หนา 8 มม. ส่วนโครงเครื่องขนาด 800 × 500 × 600 มม. แม่พิมพ์มีขนาดรูที่ ต่างกันสามขนาด ได้แก่ 6 มม. 4 มม. และ 2 มม. 1 . 9 Syaharuddin Rasyid1, Muas Muchtar, and Tri Agus Susanto ( 2 0 1 8 ) ทำการศึกษา ปรับปรงุ และพฒั นาเครอ่ื งอดั เม็ดอาหารไก่โดยใชร้ ุ่นลูกกล้ิงล้อเทเปอร์เพื่อเพ่ิมคุณภาพและ ปริมาณของอาหารไก่อัดเม็ด ระบบเม็ดประกอบด้วยล้อเทเปอร์ 4 ลูกกลิ้ง มอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 1 แรงม้า แม่พิมพ์ทมี่ รี ู 4-6 มม. 2. กลุม่ การหาประสทิ ธิภาพ 2.1 ลักขณา พิทักษ์, เรวัฒน์ เติมกล้า และ ลิขิต มั่งมี.(2563, น. 8-17) ได้ทดสอบ ประสิทธภิ าพ โดยเครื่องอัดเมด็ เชื้อเพลงิ ชวี มวลมีความสามารถใน การทำงาน 5.27 กิโลกรมั ต่อช่ัวโมง คิด เป็น 96 เปอร์เซ็นต์ จากวัตถุดิบใบอ้อยบด ผ่านรูตะแกรงขนาด 2 มิลลิเมตร และเมื่อนำมาทดสอบ คุณสมบัติทางความร้อน พบว่าที่ ความชื้นหลังตากแห้ง 9.90 เปอร์เซ็นต์ ได้ค่าความหนาแน่น 44.00 กโิ ลกรัมตอ่ ลูกบาศก์เมตร และ คณุ สมบตั ทิ างความร้อน 3264.67 แคลอรตี่ ่อกรัม 2.2 ภาณุเมศวร์ สุขศรีศิรวิ ัชร,ชชู าติ พะยอม, และ ศุภชยั แกว้ จนั ทร์ (2563, น. 93 - 101.) ได้ทำการหาประสิทธิภาพเครื่องอัดเม็ดยาสมุนไพร แบบเพลาลูกเบี้ยวเยื้องศูนย์ผลการทดสอบ กับ สมนุ ไพร 3 ชนดิ โดยทดสอบชนิดละ 5 ครั้ง ครั้งละ 30 เม็ด เมด็ ยามคี วามหนา 6 มลิ ลเิ มตร ความกว้าง 8 มลิ ลิเมตร และน้ำหนกั 0.60 กรมั ต่อเม็ด 2.3 ณัฐพล วิชาญ และคณะ (2563, น. 11-22) ได้ทำการทดสอบเครื่องผลิตถ่านอัด แท่ง ด้วยเศษถ่านที่เหลือจากกระบวนการผลิตกล้วยทอดกรอบ โดยเครื่องผลิตถ่านอัด แท่งจะมี 2 กระบวนการในเครื่องเดียว คือกระบวนการ บดถ่าน การอัดแท่งถ่าน โดยความเร็ว ในการทำงานของ เครื่องอยู่ท่ี 300 rpm มีอัตราการผลิต 49.41 kg/hr ถ่านอัดแท่ง มีค่าความชื้น 6.35 % มีค่าความ หนาแน่นมวล 635.92 kg/m3 มีค่าความรอ้ น 5,493.46 kcal/kg

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 22 2.4 ปกรณ์ อุ่นไธสง และ รชต มณีโชต.(2562, น. 147-157) ได้ทำการทดสอบเครื่องอัด แท่งถ่านด้วยสกรูแบบอัดเย็น จากการทดสอบ พบว่า อัตราส่วนผสมที่ให้ค่าความร้อนและประสิทธิภาพ การใช้งานทีดีที่สุด คือ อัตราส่วน 2 : 1 : 0.50 โดยให้ค่าความร้อน 22.58 MJ/kg (5,394 kcal/kg) และ ประสิทธิภาพการใช้งานอุณหภูมิ สูงสุดที่ 87.6°C แล้วปล่อยให้อุณหภูมิลดลงเหลือ 50°C รวมเวลาเผา ไหม้ 4.51 นาที ประสทิ ธภิ าพทางความร้อน 52.81% นอกจากน้ีเม่ือทำการทดสอบต้มน้ำกับภาชนะแบบ มี ฝาปดิ พบว่า อุณหภมู ิเพ่ิมขน้ึ อยู่ท่ี 95°C 2.5 รุ่งนภา จลุ ศักดิ์, วรพจน์ โพธาเจริญ (2561) ไดท้ ำการทดสอบการทดสอบประสทิ ธิภาพ ของเชื้อเพลิงแข็งจากเศษใบไม้(RDF-5) ด้วยใช้วิธี ทดสอบการเดือดของน้ำ กับเตาอ้ังโล่ที่มีประสิทธิภาพ เชิงความร้อน 11.10% เปรียบเทียบกบัการใช้เช้ือเพลิง ถ่านไม้1กิโลกรัม พบวา่ ถ่านไม่ใช้ระยะเวลาใน การตม้ น้ำ ให้ดือดเร็วกว่า การใช้เช้ือเพลิงแข็งจากเศษใบไม้ (RDF-5) แต่เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ระหว่างเช้ือเพลงิ แข็งจากเศษใบไม้(RDF-5) ท่ผี สมแปง้ ใน อตั ราส่วนต่างๆ พบวา่ RDF-5 (แป้งมนั 4%) ใช้ เวลาน้อยทีส่ ดุ ในการต้ม น้ำ ให้เดือด 2.6 เฉลิมชัย เสียงวังเวง, ชูชาติ พยอม, ศุภชัย แก้วจันทร์ และมานพ สารสุข (2560, น. 36–47) ได้ทดสอบเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยอินทรีย์แบบลูกกลิ้งเรียวพบว่า อัตราส่วนโดยมวลปุ๋ยต่อน้ำ 1.50:1, 1.75:1, 2.00:1 และ2.25:1 โดยใช้ความเรว็ ที่ 110 รอบต่อนาที อัตราการทำงานเฉลี่ยได้ 118.7 กิโลกรมั ต่อช่วั โมง ความหนาแน่น 0.509 กรมั ตอ่ ลกู บาศก์เซนตเิ มตร 2.7 ถาวร สังข์สุวรรณ์ (2559, บทคัดย่อ) ได้ทดสอบเครื่องต้นแบบสำหรับผลิตอาหารสัตว์ อัดเม็ด โดยทำการทดลองของส่วนผสมทั้งหมดที่มีน้ำหนัก 2.0 กิโลกรัมใช้เวลาเฉลี่ย 2.02 นาที และจาก การทดลองสรุปไดว้ า่ สว่ นผสมทน่ี ำ้ หนกั 5 กโิ ลกรมั ใช้ เวลาในการอัดน้อยทีส่ ุดได้มีค่าเฉลีย่ เท่ากบั 2.13 นาทถี ือว่าสว่ นผสมทม่ี ีน้ำหนกั 5 กโิ ลกรัมเปน็ น้ำหนกั ทเี่ หมาะสมทีส่ ุด 2.8 ประพันธ์ ศิรพิ ลับพลา,ศตพร กนั แก้ว. (2551). ส่วนผสมอาหารปลาท่ใี ช้ในการทดสอบ ท้ังสูตรโปรตนี 35% และสตู รโปรตนี 28% ใช้รวมกันทง้ั สน้ิ 35.3 กิโลกรัมแต่ใช้เวลาในการอัดเม็ดอาหาร สัตว์รวมทง้ั ส้ิน 30 9.5 นาที แสดงว่าเคร่ืองอัดเม็ดอาหารสตั ว์ทีส่ ร้างขน้ึ ในโครงการวิจัยนี้ มีความสามารถ ในการอัดเม็ดอาหารสัตว์ได้ประมาณ 53 กิโลกรัมต่อชั่วโมงทั้งนี้ไม่นับรวมปริมาณน้ำที่ผสมเข้าไปใน วตั ถุดบิ สว่ นผสมอาหารสตั วอ์ ีกดว้ ย 2.9 จากการศึกษาของ วิรยิ ะ ดวงสุวรรณ และคณะ (2543) พบวา่ การนำเอาเศษวัสดุแต่ละ ชนดิ ทเี่ กิดขึ้นในอุตสาหกรรมไม้ยางพาราไปใช้ประโยชนต์ ้องคำนึงถึงปริมาณท่ีเกิดข้ึนจริงในแต่ละโรงงาน ด้วยเพราะเศษวัสดุบางอย่างหากต้องเคลื่อนย้ายจะก่อให้เกิดความยุ่งยากและอาจจะไม่คุ้มค่ากับการ ลงทุนจากการเกบ็ ข้อมลู ในโรงงานผลิตแผ่นใยไม้อดั ความหนาแนน่ ปานกลางและแผ่นช้นิ ไม้อัดโดยมากจะ เป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่มีกำลังการผลติ ประมาณ 7500 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือนมีฝุ่นไม้เกิดขึ้นมากถึงร้อย

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 23 ละ 2.92 เมื่อคิดเป็นปริมาณจะมีค่าสูงถึง 14 ตันต่อวันซึ่งเป็นปริมาณที่มากเพียงพอที่จะทำการผลติ เป็น แท่งเช้ือเพลิงแข็งเพ่อื ใช้ภายในโรงงานได้ 2.10 Winai Lawonga Phisamas, Wangdee, Suban Thumma, Chatchada Lawonga (2011). ได้ทำการทดสอบหาความหนาแน่นของปุ๋ยเมื่อผ่านการอัด โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ 5 กิโลกรัม ทำการ ทดสอบ 5 ครั้ง ผ่านรูตะแกรงขนาด 4 มิลลิเมตร และ 6 มิลลิเมตร และทำให้แห้งโดยใช้พลังงาน แสงอาทติ ย์ เพอ่ื หาความหนาแนน่ ของเม็ดปุ๋ยอินทรยี ์ 2.11 Ugwu Kenneth Chikwado (2013). กล่าวว่า ประสิทธิภาพของเครื่องขึ้นอยู่กับ ปริมาณน้ำ ไมว่ ่าจะเปน็ สูตรไหน อัตราสว่ นผสมท่ีเหมาะสมจะสามารถให้อัตราการผลิตท่ีมากกว่า และยัง สามารถลดตน้ ทนุ การผลติ ไดอ้ ีกดว้ ย 3. กลุ่มการวิเคราะหต์ น้ ทนุ 3.1 ณัฐพล วิชาญ และคณะ (2563, น. 11-22) ได้ทำการศึกษาเรื่องเศษถ่านที่เหลือจาก กระบวนการผลติ กล้วย ทอดกรอบ วางจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 6 บาท แต่ เมื่อนำเครื่องผลิตถ่านอัด แท่งมาใช้ในการผลิตถ่าน สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับถ่านได้ ซึ่งสามารถวาง จำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท ซงึ่ มมี ลู คา่ มากกวา่ เดิมถึงกโิ ลกรมั ละ 14 บาท 3.2 รุ่งนภา จลุ ศักดิ์, วรพจน์ โพธาเจริญ (2561) ไดว้ เิ คราะห์ผลการคำนวณต้นทุนการผลิต เช้ือเพลิงแข็งจากเศษใบไม้(RDF-5) สำหรับ RDF (แป้งมนั 2%)และ RDF (แปง้ มนั 4%) เท่ากบั 8.75 บาท และ 9.53 บาท/กิโลกรัม หรอื คิดเปน็ 8,750 และ 9,530 บาท/ตนั ตามลำดบั 3.3 ร่มพฤกษ์ เพิ่มเกียรติศักดิ์, สมถวิล วัลลิสุต, พงศ์เทพ อัตริกานนท์และรังสิต สุวรรณ มรรคา (2557, น. 86-99) ไดว้ ิเคราะหด์ า้ รเศรษฐศาสตร์ของ เครือ่ งอัดเม็ดป๋ยุ อินทรีย์และการจัดการผลิต ปุ๋ย ในระดับ ชุมชน พบว่า เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยอินทรีย์ต้นแบบ RM-1 ใช้มอเตอร์ 3 แรงม้า มีกำลังการผลิต ปุ๋ยอินทรยี อ์ ัดเม็ดสงู ต้นทุนการผลิตปุย๋ อินทรีย์อัดเม็ดเพียงตันละ 1,350.71 บาท โดยมีค่าพลงั งาน ไฟฟ้า ต่อตันต่ำ คือ 36.96 บาท ถ้านำเครื่อง RM-1 ไปผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดจะมีรายได้จากการขาย ปุ๋ย 386,448 บาท/ปี 3.4 ภูมิศกั ด์ิ อินทนนท และคณะ (2554, น. 1 - 11.) ไดว้ ิเคราะห์เกีย่ วกบั รายไดแ้ ละตนทุน ของ การผลิตปุยอินทรียชีวภาพอัดเม็ดสูตรผสมเพื่อการผลิตขาวตนทุนต่ำ ตนทุนการผลิตรวมต่ำที่สุดคือ T3 ไดก้ ําไร 7,141.6 บาท/ไรเพราะไดผ้ ล ผลติ สูงทำใหต้นทุนในการผลติ ขาวต่อ 1 กิโลกรมั ตำ่ สดุ 3.5 รุ่งโรจน์ พุทธีสกุล. (2553) ได้ทำการพิจารณาทางดานเศรษฐศาสตรหากใชตนทนุ ในป ที่ 1 เท่ากับ 556,669 บาท โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยรอยละ 8 ตอป โดยคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ทั้ง โครงการ โดยกําหนดราคาขายอยูที่กิโลกรัมละ 9.84 บาท จะใชระยะเวลาในการคืนทุน เทากับ 1.4 ปมี

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 24 ผลรวมมูลค่าปจจุบันสทุ ธิ (Net Present Value หรือ NPV) ของคาตอบแทนเทากับ 1,006,729.90 บาท ตอ่ 5 ปี 3.6 ประพันธ์ ศิริพลับพลา,ศตพร กันแก้ว. (2551). ได้วิเคราะห์ในขณะเดินเครื่องอัดเม็ด อาหารสัตว์นาน 1 ช่วั โมงตอ้ งใช้ไฟเพ่ือเดนิ มอเตอร์ขับชุดเพลาส่งกำลังขับเคลื่อนใบเด๋ียวลำเลียงชุดลูกรีด อัดเม็ดอาหารสัตว์ผ่านกระบอกรีดและชุดคันเขย่ากระบะป้อนวัตถุดิบส่วนผสมอาหารสัตว์ไฟ 2.2 ยูนิต กโิ ลวตั ต์ตอ่ ชว่ั โมงหากคิดอัตราคา่ ไฟ 3.5 บาทต่อยูนิตจะตอ้ งเสียค่าไฟ 7 บาท 70 สตางค์ 3.7 Dr. Nabil Alnasser, Dr. Osama Samih Shaban, Dr. Ziad Al-Zubi ( 2 0 1 4 ) ได้กล่าวว่า การวิเคราะห์จุคุ้มทุนเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ การวางแผน และการควบคุม สามารถ ชใ้ี ห้เห็นถึงผลกระทบและความเปน็ จรงิ ทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ ได้ 3.8 Flora Guidry, James O. Horrigan and Cathy Craycraft (1998) ได้กล่าวว่า Cost Volume Profit analysis เป็นหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์ผลที่ง่ายที่สุดในการจัดการบัญชี จะชี้ให้เห็น ภาพรวมทางการเงนิ ทำใหส้ ามารถตรวจสอบผลกระทบทีจ่ ะเกิดขึน้ จากการตดั สินใจของผจู้ ัดการ 4. กลุ่มการหาส่วนผสม 4.1 อนุสรา งามเลิศ และคณะ (2562. น. 27 - 38.) ได้ทำการศึกษาชนิดของตัวประสานที่ เหมาะสมในการผลิตถ่านอัดแท่งจากเปลือกยูคาลิปตัส ผลการศึกษาพบว่าตัวประสานที่เหมาะสมในการ ผลิตถ่านอัดแท่งจากเปลือกยูคาลิปตัส คือ แป้งเปียกใน อัตราส่วน 1.5:10 โดยน้ำหนัก ซึ่งมีค่าดัชนีการ แตกรว่ นเทา่ กบั 0.58 ดังนน้ั แปง้ เปียกจงึ เป็น ตวั ประสานเหมาะแก่การนำไปใช้งานการทำถา่ นอดั แท่งจาก เปลือกยคู าลิปตสั 4.2 ปกรณ์ อุ่นไธสง และ รชต มณีโชต.(2562, น. 147-157) ได้ศึกษาเรื่องการสร้างเคร่อื ง ผลิตถ่านอัดแทง่ จากฝกั ราชพฤกษ์แลว้ หา คา่ ความรอ้ นและประสทิ ธิภาพการใชง้ านที่ดีทีส่ ดุ โดยการนำฝัก ราชพฤกษ์แก่มาเผา ด้วยกระบวนการคาร์บอนไนเซชั่นให้กลายเป็นถ่าน จากนั้นทำการบดและผสมตาม อัตราส่วน ที่กำหนดไว้ซึ่งประกอบด้วย ถ่านฝักราชพฤกษ์แป้งมันสำปะหลัง และน้ำ รวม 3 อัตราส่วน ได้แก่ อตั ราส่วน 1 : 1 : 0.75, 2 : 1 : 0.50 และ 3 : 1 : 0.25 โดยน้ำหนกั 4.3 ซาลีนา สาแม็ง และคณะ (2561, น. 745- 753) ได้ทำการคัดเลือกอัตราส่วนของการ ผลิตถ่านอัดแท่งที่เหมาะสมจากเปลือกสบั ปะรดผสมยางล้อรถเหลือทิ้ง โดยผลการศึกษาพบว่าอตั ราส่วน ที่เหมาะสมคือ อัตราส่วนผสม 90 : 10 ซึ่งมีค่าความร้อนเฉลี่ยเท่ากับ 20,241.09 จูลต่อกรัม เนื่องจากมี ค่าความร้อนทสี่ งู มีควนั ใน ปรมิ าณน้อย และไม่มีกลิ่นของยาง 4.4 ธีรารัตน์ จีระมะกร และคณะ (2561, น. 1040-1047) ได้ศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสม ในการผลิตเชอื้ เพลิงชีวมวล โดยทำการทดลอง ในอตั ราส่วนผสมระหวา่ งเศษไม้ไผ่และใบออ้ ย 5 อตั ราสว่ น จากผลการทดลองพบว่า อัตราสว่ น 100:0 (T1) มีค่าดชั นกี ารแตกรว่ นและปริมาณฝนุ่ ผงน้อยท่ีสุดเท่ากับ 0.98 และ 0.1393 เปอร์เซ็นต์ ให้ค่าค่าความร้อน สูงที่สุดเท่ากับ 7,190 แคลอรี่ต่อกรัม จากผลการ

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 25 ทดลองสรุปไดว้ ่า เศษไมไ้ ผ่กับใบอ้อยสามารถนำมาผลิตเชื้อเพลิงชวี มวลอัดเม็ด ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพใน ทกุ อตั ราส่วน 4.5 ศุภชัย ธรรมศิริทรัพย์และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภูมิพัฒน์ ภาชนะ (2561, น. 502 - 512) ได้ทำการทดลองตัวประสาน พบว่าหญ้าเนเปียร์สายพันธุ์ปากช่อง 1 สามารถนำ มาผลิตเป็น เชื้อเพลิงอัดแท่ง ได้ โดยการใช้แป้งมันสำ ปะหลังเป็นตัวประสานช่วยให้หญ้าสามารถยึดเกาะกันได้ดี ยิ่งขึ้น โดยสัดส่วนของ หญ้าเนเปียร์และแป้งมันสำ ปะหลังที่เหมาะสมคือ สัดส่วน 90 : 10 ซึ่งมีค่าความ ร้อนเท่ากับ 3,887.1 แคลอรี ต่อกรัม มีค่าความหนาแน่นเท่ากับ 0.723 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร มีค่า ต้านทานแรงกดเท่ากับ 24.727 กิโลกรมั ตอ่ ตารางเซนตเิ มตร และมีดัชนกี ารแตกรว่ นเท่ากบั 0.942 4.6 รุ่งนภา จุลศักดิ์, วรพจน์ โพธาเจริญ (2561) ได้ศึกษาการผสมเศษใบไม้กับตัวประสาน คือแป้งมันโดยในข้ัน ตอนนี้ได้ทดลองผสม แป้งมันในอตัราส่วนต่างๆ ต่อน้ำหนักของเศษใบไม้เพื่อหา อัตราส่วนการผสมที่เหมาะสม และ ทำการอัดแท่ง จากผลการทดสอบ พบว่าการผสม แป้งมัน ในอตัรา ส่วน 2% โดยน้ำหนัก มีความเหมาะสมท่ีสุด 4.7 เสริมศักดิ์ เกิดวัน, รุ่งโรจน์ จีนด้วง, สุธาพร เกตุพันธ์ (2561) ได้ทำการทดสอบอัดขึ้น รูปถ่านแท่ง พบว่าอัตราส่วนที่เหมาะสมขององค์ประกอบที่ได้กำหนดไว้ ได้แก่ ผงถ่าน แป้งมันสำปะหลงั และนำ้ คือ 1 : 1 : 0.50 (โดยน้ำหนกั ) 4.8 พงษ์ศักดิ์ อยู่มั่น (2559, น. 34-48) ได้ทดสอบเครื่องอัดแท่งถ่านในรูปแบบ เกลียวอัด เย็นสำหรับเชื้อเพลิงชีวมวล จากเศษวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิตกาแฟชุมชนและ การหาคุณสมบัติ ทางเชื้อเพลิงจากผลิตภัณฑ์ถ่านอัดแท่ง พบว่า ผลิตภัณฑ์อัดถ่านเมื่อผสม องค์ประกอบต่าง ๆ ตาม อัตราส่วนที่ได้กำหนดไว้ คือ ผงถ่าน แป้งมันสำปะหลัง และน้ำ (2:1 : 0.50) มีลักษณะทางกายภาพที่มี รปู ทรงท่ีตอ้ งการ เกาะตัวกันแนน่ และไม่มีรอยรา้ ว ทำใหค้ วามสามารถใน 4.9 อภิรักษ์ สวัสดิ์กิจ และคณะ (2551, น. 454 – 458) ได้ทำการศึกษาถึงการผลิต เชื้อเพลิงถ่านอัดแท่ง จากชีวมวลโดยอาศัยเทคนิคเอ็กซ์ทรูชั่นแบบอัดรีดเย็น และใช้แป้งเปียกเป็นตัว ประสาน โดยมี สัดส่วนการผสมอยู่ที่ 30:70 40:60 และ 50:50 ตามลำดับ ส่วนแป้ง มันจะมีสัดส่วนการ ผสมต่อน้ำหนักวัตถุดิบเท่ากับ 1 : 10 จากการศึกษา พบว่าค่าความหนาแน่นและความต้านทานแรงกด จะแปรผนั ตามสัดส่วน การผสมของผงซังขา้ วโพดและผงกะลามะพร้าวแต่จะแตกต่างกันไม่มากนัก 4.10 รัชนีพร สุทธิภาศิลป์ และ ธัญวรรณ์ ศรีเดชะกุล (2551) ได้ทำการศึกษาอัตราส่วน ของวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และการอัดเม็ด พบว่าวัสดุเกษตร ที่จะนำมาเป็นส่วนผสมต้องบดให้ ละเอียดและคลุกเคล้าให้เข้ากนั โดยมีส่วนผสมเพือ่ ผลติ ปุ๋ย อินทรีย์อัดเม็ด ดังน้ี มูลสุกร 20 % มูลไก่ 20 % มลู คา้ งคาว 4 % เปลอื กถั่วลสิ งบด 18 % รายละเอียด 32 % แกลบดำ 6 % และใชก้ ากนำ้ ตาลเป็นตัว ประสานในการอดั เมด็

26 4.11 Masayuki Hara (ม.ป.ป.) ได้กล่าวว่า ปริมาณความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเร็ว ในการอัดเมด็ ความช้นื ท่ดี ีท่ีสดุ อยทู่ ี่ 40% ยิง่ มคี วามช้นื มากกจ็ ะมแี รงเสียดทานน้อยลง 4.12 Daniyan, Omokhuale, Aderoba, Ikumapayi & Adaramola (2017). ได้ทำการ ทดสอบหารอัตราส่วนผสมระหว่าง มูลไก่และมูลสุกร เมื่อถูกหมุน ผสมและเติมอากาศในอัตราส่วน 2:1 ตามลำดับ (12.2 กรัม: 6.1 กรัม) ดังนั้นนำ้ หนกั รวมของปุ๋ยหมกั คือ 18.3 กรัม เมอ่ื แห้งต่อไป รวมท้งั หมด นำ้ หนักปุย๋ หมักลดลงเหลอื 18.2 กรมั มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง บทที่ 3 วธิ กี ารดำเนนิ งาน วิธีการดำเนินงานการออกแบบและการสร้างเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมูลโคนมสำหรับครัวเรือน สำหรับเพิ่มมูลค่ามูลโคนมให้กับเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนมในตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอ โพธาราม จังหวัดราชบุรี ทางคณะผู้จัดทำโครงงานวิจัยได้มีการศึกษาและเก็บข้อมูลท่ีเกี่ยวข้อง เพ่อื ดำเนินการสรา้ งเคร่ืองดงั กล่าว โดยมีการวางแผนการดำเนนิ งานตามขัน้ ตอนต่าง ๆ ดังน้ี 1. การดำเนินการเก็บขอ้ มูลเบือ้ งต้น 2. ขน้ั ตอนการสร้างเคร่ืองอดั เม็ดปยุ๋ มลู โคนมสำหรับครวั เรอื น 3. การออกแบบและสรา้ งเครอ่ื งอดั เมด็ ปยุ๋ มลู โคนมสำหรับครัวเรือน 4. รายละเอียดค่าใช้จ่ายและวสั ดเุ ครอ่ื งอัดเมด็ ปุ๋ยมูลโคนมสำหรับครัวเรือน การดำเนนิ การเกบ็ ข้อมูลเบื้องต้น การดำเนินการเก็บข้อมูลเบื้องต้นคณะผู้จัดทำโครงงานวิจัยได้ลงสำรวจพื้นที่ ตำบล ดอนกระเบอ้ื ง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบรุ ี ซงึ่ เปน็ ชุมชนท่ีเกษตรกรประกอบอาชพี เล้ยี งโคนม และ โคนมท่ีเลี้ยงมีการขับถ่ายมูลโคนมออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้เลี้ยงส่วนใหญ่จะนำมูลโคนมมาทำการ ตากแห้งตามความเหมาะสมของพื้นที่ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจัดเตรียมไว้เพื่อการจำหน่ายมูลโคนม ตากแห้งแต่ก็ไม่ได้ราคาสูงมาก แต่มีเกษตรผู้เลี้ยงโคนมบางส่วนที่ได้ดำเนินการชำระล้างมูลโคนม ในเวลาช่วงเช้าและเย็นของทุก ๆ วัน เนื่องจากการจำหน่ายมูลโคนมตากแห้งมีราคาไม่สูงมาก อีกทั้ง ยงั ต้องเสียเวลาและพื้นท่ีในการดำเนินการเพ่ือให้ได้มลู โคนมตากแห้ง ซง่ึ การชำระลา้ งดังกล่าวจะไหล ลงแม่น้ำลำคลองของหมู่บ้าน ทำให้เกิดเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ที่วางไข่ของแมลงวันและยุงลาย การเน่าเสีย การอุดตนั ของท่อระบายน้ำของแม่น้ำลำคลองไมส่ ามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้ เป็นต้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในชุมชนจากมลพิษทางน้ำและทางอากาศ ท่ีเกดิ ขึ้นโดยตรงจากการกระทำดงั กล่าว ที่ผ่านมาทางคณะผู้จัดทำโครงงานวิจัยได้ดำเนินงานเก็บข้อมูลของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม สายพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน หรือสายพันธุ์ขาว – ดำ ของนายสุเวทย์ จันทร์บาง พบว่า โคนมท่ีเลี้ยง มปี ระมาณ 30 ตวั โคนนมทเ่ี ล้ยี งจะมีการขบั ถา่ ยออกมาประมาณ 40 กโิ ลกรมั ต่อวัน เมอื่ โคนมที่เลี้ยง มกี ารขับถา่ ยออกมามลู ของโคนมนน้ั จะมลี กั ษณท่ียังเปียกอยู่ และตอ้ งนำมลู โคนมมาทำการตากท่ีลาน ตากมูลโคนม (ภาพที่ 3.1) เพื่อให้มูลโคนมที่ยังเปียกอยู่ให้แห้งก่อน ซึ่งมูลโคที่แห้งแล้วจะมีน้ำหนัก ลดลงประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักมูลโคนมที่ยังเปียกอยู่ เมื่อตากมูลโคนมจนแห้งแล้ว จะนำ มูลโคนมบรรจุใส่กระสอบ (ภาพที่ 3.2) กระสอบละประมาณ 15-20 กิโลกรัม ซึ่งจำหน่ายในราคา กระสอบละ 28 บาท เฉลี่ยตันละประมาณ 1,400 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกมาก แต่กลับเป็นที่ต้องการ ของเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชไร่ พืชสวน และพชื อ่ืน ๆ เปน็ อย่างมาก

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 28 ภาพที่ 3.1 ลานตากมลู โคนม ภาพท่ี 3.2 มูลโคนมท่บี รรจใุ สก่ ระสอบ ดังนั้น จากปัญหาที่ได้กล่าวมาในเบื่องต้น ทางคณะผู้จัดทำโครงงานวิจัยจึงได้มี แนวความคดิ ท่จี ะดำเนินการสรา้ งเคร่ืองอัดเม็ดปุ๋ยมูลโคนมสำหรับครัวเรือน เพ่ือเป็นการแก้ปัญหาใน ระยะยาวสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่มีการนำมูลโคนมมาทำ การตากท่ีลานตากมูลโค นม และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมบางส่วนที่ได้ดำเนินการชำระล้างมูลโคนมในทุก ๆ วัน ให้เปลี่ยนแนวทาง ความคิดและวธิ ีการการดำเนินงานดังกลา่ วมาเป็นการนำมลู โคนมมาทำการตากตามพื้นที่ทีเ่ หมาะสม ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เพราะว่ามูลโคนมนั้นสามารถนำมาเพิ่มมูลค่าของมูลโคนมได้เมื่อนำมาทำ ปุ๋ยอัดเม็ดสำหรับการจำหน่าย ซึ่งสอดคล้องกับแนวความคิดของนายสุเวทย์ จันทร์บาง และเกษตรผู้ เล้ียงโคนม รายอ่ืน ๆ ในอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบรุ ี

29 ขนั้ ตอนการดำเนนิ การสร้างเครอื่ งอัดเมด็ ปยุ๋ มูลโคนมสำหรับครวั เรือน เริ่มต้น ศึกษาข้อมลู เบอ้ื งตน้ ออกแบบเครอ่ื งอัดเม็ดปยุ๋ มลู โคนม สำหรบั ครวั เรือน มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง สร้างโครง สรา้ งชดุ ต้นกำลัง สรา้ งชุด เครื่องอดั ฯ อดั เมด็ ประกอบชิ้นสว่ น และตดิ ตงั้ มอเตอร์ ทดสอบ ไมผ่ ่าน ประสิทธิผา่ น ไม่ผา่ น ทดสอบ ประสทิ ธิ ผ่าน เครือ่ งอดั เม็ดปยุ๋ มลู โคนมสำหรบั ครัวเรอื นเสรจ็ สมบูรณ์ ภาพท่ี 3.3 แผนการสรา้ งเครื่องอัดเมด็ ปยุ๋ มลู โคนมสำหรับครัวเรอื น

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 30 การออกแบบและการสร้างเครอ่ื งอัดเม็ดปยุ๋ มลู โคนมสำหรับครวั เรอื น ในการออกแบบเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมูลโคนมสำหรับครัวเรือน ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาแนวทาง และทฤษฎีการอัดเม็ดปุ๋ยและอาหารสัตว์ในวิธีต่างๆ เช่น แบบลูกกลิ้งเรียว แบบทรงกระบอกแนวต้ัง แบบทรงกระบอกแนวนอน แบบเกรียวรดี อัด เป็นต้น จากการศึกษาทางกลุ่มผู้วิจัยพบวา่ การอัดเม็ด แบบลูกกลิ้งเรียว เหมาะสมที่สุดเพราะ ต้องการให้เครื่องอัดเม็ดนั้น มีขนาดเล็ก สามารถดูแลงาน และกลไกลไม่ซับซ้อน เนื่องจากผู้ใช้งานเป็นผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนมซึ่งเป็นฟาร์มขนาดเล็ก ทาง ผวู้ ิจยั ไดอ้ อกแบบเครื่องใหม้ ขี นาดเหมาะสมตอ่ การใชง้ านของผู้ประกอบอาชพี เลย้ี งโคนม กลุ่มผวู้ ิจยั ไดอ้ อกแบบเครือ่ งอดั เม็ดป๋ยุ มูลโคนมสำหรับครวั เรือน โดยมีความกว้าง ขนาด45 เซนตเิ มตร ความยาว 60 เซนตเิ มตร และความสงู 50 เซนติเมตร ดงั ภาพที่ 3.3 และ ภาพท่ี 3.4 ภาพที่ 3.4 แบบเคร่อื งอัดเม็ดปยุ๋ มูลโคนมสำหรบั ครัวเรอื นมุมมองด้านบน ภาพที่ 3.5 แบบเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมลู โคนมสำหรบั ครัวเรอื นมุมมองด้านหนา้

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 31 1. การสรา้ งโครงเคร่ืองอัดเม็ดป๋ยุ มูลโคนมสำหรับครวั เรอื น 1.1 ชดุ โครงเคร่ืองอดั เมด็ ปุย๋ มูลโคนมสำหรับครวั เรือน เหล็กที่ใชใ้ นการสร้างโครงใช้ เหล็กฉากขนาด 1.5 นวิ้ หนา 3 มิลลิเมตร 2 31 ภาพท่ี 3.6 โครงเคร่ืองอดั เมด็ ปยุ๋ มูลโคนมสำหรับครวั เรือน *หมายเหตุ* ภาพชดุ โครงสร้างสามารถดูได้จากภาพผนวก 1.1.1 ตัดเหลก็ ฉากขนาด 1.5 นว้ิ ยาว 60 เซนติเมตร จำนวน 4 ชนิ้ แล้วทำการตดั เข้ามุม 45˚ ( แบบหมายเลข A-0001 ชนิ้ ที่ 1 ) 1.1.2 ตัดเหล็กฉากขนาด 1.5 น้วิ ยาว 40 เซนตเิ มตร จำนวน 4 ชิ้น แล้วทำการตดั เขา้ มมุ 45˚ ( แบบหมายเลข A-0001 ชิ้นที่ 2 ) 1.1.3 ตัดเหล็กฉากขนาด 1.5 นิ้ว ยาว 42 เซนติเมตร จำนวน 4 ชิ้น ( แบบหมายเลข A-0001ช้ินท่ี 3 ) 1.1.4 ทำการเชือ่ มเหล็ก ชนิ้ ที่ 1 ช้นิ ท่ี 2 และชน้ิ ที่ 3 เข้าด้วยกัน โดยใช้มุม 45˚ ท่ี ได้ทำการตดั เขา้ มมุ ไว้เข้าชนกัน ดังภาพท่ี 3.6 ภาพที่ 3.7 แบบโครงเม่อื ประกอบเสรจ็

32 1.2 ปล่องใสว่ ตั ถดุ บิ ใช้เหลก็ แผ่นหนา 2 มิลลิเมตร มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบงภาพท่ี 3.8 ปล่องใส่วตั ถุดิบ 1.2.1 ตดั เหลก็ แผ่นหนา 2 มม. เปน็ รปู ส่ีเหลย่ี มค้างหมขู นาดดา้ นบน 33 ซม. ดา้ นล่าง 9 ซม. สงู 20 ซม. ทง้ั หมด 4 ชนิ้ ( แบบหมายเลข A-0002 ช้ินที่ 8-1 ) 1.2.2 ตดั เหล็กแผ่นหนา 2 มม. เปน็ รูปสเ่ี หลย่ี มผืนผา้ ขนาด 22 x 15 ซม. 1 ช้นิ แล้วทำการตดั ให้เปน็ ช่องตรงกงึ่ กลางของเหล็กใหม้ ีขนาด 9 x 9 ซม. ( แบบหมายเลข A-0002 ชนิ้ ที่ 8-2 ) 1.2.3 เชอ่ื มเหลก็ ที่เปน็ รปู ส่ีเหลีย่ มคางหมเู ขา้ ด้วยกนั โดยความกว้างด้านบน จะต้องมีขนาด 33 ซม. ดา้ นล่าง 9 ซม. 1.2.4 ทำการเชอ่ื มเหล็กแผ่นที่เหลอื อีกช้ินท่ดี ้านล่าง โดยให้ช่องท่ตี ดั ไว้ ตรงกบั ชอ่ ง ท่อี ยูด่ ้านล่างของปล่องใสว่ ตั ถุดบิ 2. การสรา้ งชุดกลไกลอดั เม็ดปุ๋ย ชุดกลไกลอัดเม็ดปุ๋ยประกอบด้วย ช่องป้อนวัตถุดิบ จานอัดเม็ดปุ๋ย ลูกกลิ้ง เพลา และ ตวั ลอ็ คลูกกลิง้ ซ่ึงการสร้างมวี ธิ กี ารดังนี้ 2.1 ชอ่ งปอ้ นวัตถุดิบ ภาพที่ 3.9 กระบอกอดั เม็ดปุ๋ย

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 33 2.1.1 กระบอกอัดเมด็ ปยุ๋ ใชท้ อ่ เหลก็ ขนาด Ø127 มม. ยาว 185 มม. หนา 2 มม. 2.1.2 ตัดช่องปอ้ นวัตถุดิบทางด้านข้างเป็นสีเ่ หล่ียมผืนผ้าให้ได้ขนาด 65 x 20 มม. ท้ังสองด้าน เพ่ือใช้เปน็ ชอ่ งใสเ่ พลาลกู กล้ิง 2.1.3 ตัดช่องป้อนวัตถุดิบทางด้านห้าให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม ขนาด 48 x 48 มม. เพื่อ ใช้เปน็ ช่องทางออกของเมด็ ปุ๋ย 2.1.4 นำเหล็กรูปตัวซี ขนาด 50 มม. มาตัดที่ความยาว 140 มม. แล้วนำมาเชื่อม ตดิ ทางด้านข้างทัง้ สองขา้ งทีไ่ ด้ตดั ไว้ของช่องป้อนวัตถุดบิ เพื่อใชเ้ ปน็ ยดึ ช่องป้อนใหต้ ดิ กับโครง 2.1.5 ทำการตัดเหล็กแผ่นหนา 1 มม. ขนาด 20 x 5 ซม. 3 ชิ้น แล้วทำการเชื่อม เขา้ ไปยังช่องตรงกลางของประบอกอดั เม็ดปุ๋ย ( แบบหมายเลข B-0001 ช้ินที่ 1 ) 2.2 จานอดั เมด็ ปุ๋ย ภาพที่ 3.10 จานอดั เม็ด 2.2.1 นำเหลก็ เพลาขนาด Ø127 มม. หนา 15 มม. มาเจาะรู ขนาด Ø ด้านบน 5 มม. ด้านลา่ ง 6 มม. โดยวิธีการเจาะ จะเจาะใหม้ ีรูมากทส่ี ุด ดงั ภาพที่ 3.8 2.2.2 เจาะรูที่ศูนย์กลาง ขนาด Ø25 มม. เพื่อใช้สวมเพลาแล้วทำการเชื่อมปิด ดา้ นบนเพื่องลอ็ คเพลา ( แบบหมายเลข B – 0002 ชน้ิ ท่ี 2 ) 2.3 ลูกกลง้ิ ภาพที่ 3.11 ลูกกลิ้ง

34 2.3.1 นำเหลก็ เพลาขนาด Ø76.2 มม. มาตดั ใหม้ คี วามหนา 27 มม. 2.3.2 นำเหลก็ เพลาที่ตัดมากัดเใหเ้ ปน็ รอ่ ง โดยมีความลกึ จากผิวเหลก็ 3 ซม. 2.3.3 ทำการกลึงคว้าน ขนาด Ø42 มม. ลึก 12 มม. ทั้งสองด้าน ให้ลูกกลิ้ง กลวง เพื่อใหส้ ามารถใส่ลูกปนื ได้ ( แบบหมายเลข B-0003 ชน้ิ ที่ 4 ) 2.4 เพลาลกู กล้งิ มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง1221 ภาพที่ 3.12 เพลาลกู กลง้ิ 2.4.1 นำเหล็กเพลาขนาด Ø25 มม. มาตดั ให้มคี วามยาว 200 มม. 2.4.2 ทำการกลึงจดุ ที่ 1 ใหเ้ หลือ Ø19 มม. ยาว 25 มม. 2.4.3 ทำการกลึงจดุ ท่ี 2 ใหเ้ หลือ Ø20 มม. ยาว 42.5 มม. 2.5 ลกู ปืน ( แบบหมายเลข B-0003 ชิ้นที่ 3 ) ภาพท่ี 2.5.1 ลกู ปืนเบอร์ 6004 ขนาดรูใน Ø20 มม. ขอบนอก Ø42 มม. หนา 12 มม. ใช้ สำหรบั ใส่ติดกบั ลูกกล้ิง ( หมายเลขแบบ B-0003 ชนิ้ ท่ี 4)

35 3. ชดุ ต้นกำลงั 3.1 มอเตอรข์ นาด 3 แรง มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ภาพท่ี 3.14 มอเตอร์ 3 แรง 3.1.1 ติดตัง้ มอเตอร์เข้ากับเหล็กจับยึด ( หมายเลขแบบ A-0000 ช้นิ ที่6 ) โดยที่ให้ ฝั่งเพลาของลงด้านลา่ ง 3.1.2 ทำการติดตังมู่เล่ย์ ขนาด 3 นวิ้ ไปยงั ปลายของมอเตอร์ 3.2 เหลก็ เพลา ใชเ้ หลก็ ขนาด Ø25 มม. ภาพที่ 3.15 เหล็กเพลา 3.2.1 นำเหล็กเพลาขนาด Ø25 มม. มาตดั ทคี่ วามยาว 35 ซม. 3.2.2 ทำการกลึงเหล็กเพลา ตั้งแต่บริเวณฝั่งหัวของเพลาลงมา 10 ซม. ให้ได้ ขนาด Ø24 มม. 3.2.3 ทำการกลึงเหล็กเพลา ตั้งแต่บริเวณฝั่งหัวของเพลาลงมา 1.5 ซม. ให้ได้ ขนาด Ø22 มม. 3.2.4 ทำการกัดบริเวณหวั ของเพลาขนาดความกว้าง 5 มม. เพอื่ ใช้เป็นร่องลม่ิ

36 3.3 ลูกปืนตุ๊กตา เบอร์ P205 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบงภาพท่ี 3.16 ลกู ปนื ตุ๊กตา เบอร์ P205 3.3.1 ทำการกดั ฐานของลูกปืนตุ๊กตา ใหบ้ างลงเหลือขนาด 10 มม. 3.4 มู่เลย่ ์ ขนาด 10 นว้ิ ภาพที่ 3.17 มเู่ ล่ย์ 3.5 สายพาน ขนาด B - 48 นิ้ว ภาพท่ี 3.18 สายพาน

37 3.6 ล้อเลื่อน ขนาด 2 น้ิว มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ภาพท่ี 3.19 ล้อเลื่อน รายละเอียดคา่ ใชจ้ ่ายและวสั ดเุ ครื่องอัดเมด็ ปยุ๋ มูลโคนมสำหรับครวั เรือน ตารางท่ี 3.1 รายละเอียดขนาดและราคาวัสดขุ องชดุ โครง รายละเอยี ดตามมาตราฐาน ขนาด จำนวน ราคา (บาท) 1 440 เหลก็ ฉาก 1.5 น้วิ ยาว 825 เซนติเมตร 1 60 500 เหล็กฉาก 1 น้วิ ยาว 160 เซนตเิ มตร รวม ตารางท่ี 3.2 รายละเอียดขนาดและราคาวสั ดขุ องชุดกลไกลอัดเมด็ รายละเอียดตามมาตราฐาน ขนาด จำนวน ราคา (บาท) 1 70 เหล็กทอ่ กลม 5½ นว้ิ ยาว 18.5 เซนติเมตร 1 137 1 30 เหลก็ เพลา 5 นิว้ ยาว 2 เซนตเิ มตร 1 45 1 47 เหลก็ แผ่น 5 มม. 13.6 x 13.6 เซนติเมตร 1 100 4 240 เหล็กเพลา 1 น้ิว ยาว 17.5 เซนติเมตร 1 80 749 เหลก็ เพลา 3 นวิ้ ยาว 2.6 เซนติเมตร เหลก็ รปู ตัวซี 2 น้ิว ยาว 28 เซนตเิ มตร ลูกปนื 6004 20 x 42 x 12 มลิ ลเิ มตร ลกู ปืน 6005 25 x 47 x 12 มลิ ลเิ มตร รวม

ตารางท่ี 3.3 รายละเอียดขนาดและราคาวัสดุของชุดตน้ กำลงั 38 รายละเอยี ดตามมาตราฐาน ขนาด จำนวน ราคา (บาท) 1 4,800 มอเตอร์ 3 แรง 3 เฟส - 1 350 1 750 มู่เลย่ ์ 3 นวิ้ - 1 90 1 105 มู่เลย่ ์ 10 นิว้ - 1 เส้น 120 เหล็กเพลา 1 น้วิ ยาว 35 เซนตเิ มตร 6,215 มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง ตลบั ลูกปนื ต๊กุ ตา P-205 - สายพาน B-48 - รวม ตารางท่ี 3.4 ราคาวัสดุอ่ืนๆ ของเคร่ืองอดั เมด็ ป๋ยุ มลู โคนมสำหรับครวั เรือน รายละเอยี ดตามมาตราฐาน ขนาด จำนวน ราคา (บาท) นอ็ ต M7 7 x 25 มิลลเิ มตร 14 ชดุ 42 น็อต M12 12 x 50 มลิ ลิเมตร 8 ชุด 75 เกลียว M12 12 x 100 มิลลเิ มตร 2 40 ลอ้ เล่ือน 4 440 สีรองพื้น (กระป๋องสเปรย์) 2 นิว้ 3 180 สีทาจรงิ (กระป๋องสเปรย์) - 3 180 กล่องกนั น้ำพลาสติก - 1 257 ปมุ่ ฉกุ เฉิน 1 120 สกรูเกลยี วปล่อย กว้าง 151 x ยาว 198 x สงู 96 1 กล่อง 110 - 1,444 ½ น้วิ รวม ตารางที่ 3.5 ยอดรวมของวัสดสุ ำหรับการสรา้ งเครื่องอัดเม็ดปยุ๋ มลู โคนมสำหรับครวั เรอื น ลำดบั ที่ รายการ ราคา (บาท) 1 ราคาวสั ดขุ องชดุ โครง 500 2 ราคาวัสดุของชุดกลไกลอดั เม็ด 749 3 ราคาวสั ดุของชุดตน้ กำลงั 6,215 4 ราคาวัสดุอ่นื ๆ 1,444 รวม 9,478

ตารางท่ี 3.6 ราคาวตั ถุดิบของเครอ่ื งอัดเมด็ ปุ๋ยมลู โคนมสำหรับครวั เรือน 39 รายการวัตถุดิบ จำนวน ราคา (บาท) 60 ป๋ยุ นำ้ สตู รเรง่ ดอก 2 ขวด (1 ลิตร/1ขวด) 180 120 ปุ๋ยน้ำสตู รเร่งผล 1 ขวด (1 ลิตร/1ขวด) 180 112 น้ำหมักชวี ภาพ 2 แกลอนเล็ก (1 ลิตร/1ขวด) 652 กากน้ำตาล 1 แกลอนใหญ่ (5 ลติ ร/1ขวด) มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง มลู โคนม 4 กระสอบ (15 กิโลกรัม/กระสอบ) รวม

มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 40 บทที่ 4 ผลการดำเนนิ งาน ผลการดำเนินงานของเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมูลโคนมสำหรับครัวเรือน ทางคณะผู้จัดทำได้ กำหนดองค์ประกอบในการแสดงผลการดำเนินงานตั้งแต่ 1) ผู้ทำการทดลอง 2) สถานที่ทำการ ทดลอง 3) อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง 4) การศึกษา ออกแบบและพัฒนา และทดสอบประสิทธิภาพ ของเครือ่ งอดั เม็ดปุย๋ มูลโคนมสำหรบั ครวั เรือน 5) การวเิ คราะหด์ ้านเศรษฐศาสตร์ของเครอื่ งอัดเม็ดปุ๋ย มูลโคนมสำหรับครัวเรือน และ 6) การเพิ่มมูลค่าของมูลโคให้กับผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม ซึ่งได้ ดำเนินการทดลอง ตามวัตถุประสงค์ที่ได้กำหนดไว้ในเบื้องต้น รวมถึงการหาข้อบกพร่องต่าง ๆ เพ่ือ หาแนวทางหรือวธิ ีการปรบั ปรงุ แก้ไขท่ีเหมาะสมเพือ่ ใหเ้ กิดประสิทธิภาพสูงสดุ ในการใชง้ านของเคร่ือง อดั เมด็ ปยุ๋ มูลโคนมสำหรับครวั เรือน ผทู้ ำการทดลอง 1. นายณฐั นนท์ เปยี่ มจู 2. นายวรุตน์ คาดหมาย 3. นางสาวตรีดา ชลวทิ ย์สกลุ สถานท่ที ำการทดลอง สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิต คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราช ภัฎหมู่บา้ นจอมบึง อุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการทดลอง 1. เคร่ืองอัดเม็ดปยุ๋ มูลโคนมสำหรบั ครัวเรือน 2. มลู โคนม 3. ป๋ยุ นำ้ สตู รเร่งดอก 4. ปยุ๋ น้ำสตู รเรง่ ผล 5. นำ้ หมกั ชีวภาพ 6. กากน้ำตาล


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook