Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore E - book วิชา-ง20207-วิชาการแผน-1

E - book วิชา-ง20207-วิชาการแผน-1

Published by suksawat.sasiri18, 2020-06-14 23:52:16

Description: E - book วิชา-ง20207-วิชาการแผน-1

Search

Read the Text Version

1. เกณฑก์ ารให๎คะแนน รายการ ระดับคะแนน ตอบคาถามได๎ถูกต๎อง 1 ตอบคาถามไมํถูกต๎อง หรือไมตํ อบ 0 2. เกณฑก์ ารตดั สินคะแนน ระดบั คุณภาพ การแปลคะแนน ระดับคะแนน ดี 3 8 - 10 2 5-7 พอใช๎ 1 0 –4 ปรบั ปรุง 3. สรุปผลคะแนน จานวน ............. คน  ผํานเกณฑ์การประเมิน จานวน ............. คน  ไมํผํานเกณฑ์การประเมิน ลงช่ือ..............................................................ผู๎สอน (นายสุขสวสั ดิ์ สาศริ ิ) ตาแหนงํ พนกั งานราชการ วนั ที.่ ..........เดือน...........................พ.ศ.............

แบบบนั ทกึ คะแนนแบบฝึกหัดท่ี 1.1 เรอื่ ง ห๎องสมุดและแหลํงเรยี นร๎ู วชิ าการศึกษาคน๎ ควา๎ เบอ้ื งต๎น รหัสวชิ า ง20207 กลุมํ สาระการเรียนร๎ูการงานอาชีพและเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ................................................................................................................................................... ..... คาชแ้ี จง : ให๎ครูประจาช้ัน สังเกตการใช๎ทักษะในขณะปฏิบตั กิ ิจกรรม โดยเขยี นระดบั คะแนนลงในตารางท่ีตรงกบั ความสามารถของนักเรยี น ลาดับที่ ชอื่ – นามสกุล คะแนน รอ้ ยละ สรุปผล (10 คะแนน) ผ่าน ไมผ่ า่ น เฉลยี่ ร้อยละ หมายเหตุ : ผาํ นเกณฑก์ ารประเมินรอ๎ ยละ 80 (ต๎องได๎คะแนน 8 คะแนนขนึ้ ไป) 1. เกณฑ์การประเมิน รายการ ระดบั คะแนน ตอบคาถามเก่ยี วกบั ห๎องสมดุ และแหลํงเรียนร๎ูได๎ถกู ต๎อง ครอบคลุมและชัดเจน 2 ตอบคาถามเกี่ยวกับห๎องสมุดและแหลงํ เรียนรู๎ได๎ แตไํ มคํ รอบคลุมและไมํชดั เจน 1 ตอบคาถามเก่ยี วกบั ห๎องสมดุ และแหลํงเรียนร๎ู ไมํถกู ตอ๎ งหรือไมํตอบเลย 0

2. ระดับคุณภาพ ดี ( 8 - 10 คะแนน )  ระดับคุณภาพ 3 พอใช๎ ( 7 - 5 คะแนน )  ระดับคุณภาพ 2 ปรบั ปรุง ( 0 - 4 คะแนน )  ระดบั คณุ ภาพ 1 3. . ผลการประเมนิ 3.1 ผาํ นเกณฑ์การประเมิน จานวน.................................คน 3.2 ไมผํ าํ นเกณฑก์ ารประเมิน จานวน.................................คน ลงชอ่ื ..............................................................ผู๎สอน (นายสุขสวสั ด์ิ สาศิริ) ตาแหนงํ พนักงานราชการ วนั ท่.ี ..........เดอื น...........................พ.ศ.............

แบบบนั ทึกคะแนนแบบฝึกหัดท่ี 1.2 เร่ือง ทรพั ยากรสารสนเทศ วิชาการศึกษาคน๎ ควา๎ เบื้องต๎น รหัสวิชา ง20207 กลุํมสาระการเรียนร๎ูการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ............................................................................................................................. ........................... คาชี้แจง : ให๎ครูประจาชั้น สังเกตการใชท๎ ักษะในขณะปฏิบตั กิ ิจกรรม โดยเขียนระดบั คะแนนลงในตารางท่ีตรงกบั ความสามารถของนกั เรียน ลาดับท่ี ชอื่ – นามสกลุ คะแนน รอ้ ยละ สรปุ ผล (10 คะแนน) ผา่ น ไมผ่ ่าน หมายเหตุ : ผาํ นเกณฑ์การประเมนิ ร๎อยละ 80 (ต๎องไดค๎ ะแนน 8 คะแนนขน้ึ ไป)

1. เกณฑ์การประเมนิ รายการ ระดับคะแนน ตอบคาถามถูกต๎อง ครอบคลุม 1 ตอบคาถามไมํถูกต๎อง 0 2. ระดับคุณภาพ ดี ( 8 - 10 คะแนน )  ระดับคณุ ภาพ 3 พอใช๎ ( 7 - 5 คะแนน )  ระดับคุณภาพ 2 ปรบั ปรงุ ( 0 - 4 คะแนน )  ระดับคณุ ภาพ 1 3. . ผลการประเมนิ 3.1 ผํานเกณฑก์ ารประเมิน จานวน.................................คน 3.2 ไมผํ ํานเกณฑ์การประเมิน จานวน.................................คน ลงชอ่ื ..............................................................ผ๎ูสอน (นายสขุ สวสั ด์ิ สาศิริ) ตาแหนํง พนักงานราชการ วันที่...........เดือน...........................พ.ศ.............

แบบบันทึกคะแนนแบบฝึกหัดที่ 1.3 เรอ่ื ง ทรัพยากรสารสนเทศ วิชาการศกึ ษาคน๎ ควา๎ เบอ้ื งตน๎ รหัสวิชา ง20207 กลํมุ สาระการเรยี นรู๎การงานอาชพี และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1 .................................................................................................................................................. ...... คาชีแ้ จง : ให๎ครูประจาช้ัน สงั เกตการใช๎ทักษะในขณะปฏบิ ัติกิจกรรม โดยเขียนระดับคะแนนลงในตารางที่ตรงกับ ความสามารถของนกั เรยี น ลาดับท่ี ชอ่ื – นามสกลุ คะแนน ร้อยละ สรุปผล (10 คะแนน) ผา่ น ไม่ผา่ น

หมายเหตุ : ผาํ นเกณฑก์ ารประเมินรอ๎ ยละ 80 (ตอ๎ งได๎คะแนน 8 คะแนนขึน้ ไป) 1. เกณฑ์การประเมิน รายการ ระดบั คะแนน ตอบคาถามแหลงํ สารสนเทศไดถ๎ กู ต๎อง ครอบคลมุ และชัดเจน 2 ตอบคาถามแหลํงสารสนเทศได๎ แตํไมคํ รอบคลุมและไมชํ ัดเจน 1 ตอบคาถามแหลงํ สารสนเทศไมถํ กู ต๎อง หรือไมํตอบเลย 0 2. ระดบั คุณภาพ ดี ( 8 - 10 คะแนน )  ระดับคุณภาพ 3 พอใช๎ ( 7 - 5 คะแนน )  ระดบั คณุ ภาพ 2 ปรับปรงุ ( 0 - 4 คะแนน )  ระดบั คุณภาพ 1 3. . ผลการประเมนิ 3.1 ผํานเกณฑ์การประเมนิ จานวน.................................คน 3.2 ไมํผํานเกณฑ์การประเมิน จานวน.................................คน ลงชือ่ ..............................................................ผู๎สอน (นายสขุ สวสั ดิ์ สาศริ ิ) ตาแหนงํ พนักงานราชการ วนั ท.ี่ ..........เดือน...........................พ.ศ.............

แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เรอ่ื ง ทรพั ยากรสารสนเทศ วิชาการศกึ ษาค๎นคว๎าเบอื้ งตน๎ รหัสวชิ า ง20207 กลุมํ สาระการเรยี นร๎ูการงานอาชพี และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ............................................................................................................................. ........................... คาช้ีแจง : ใหค๎ รูประจาชั้น สังเกตการใช๎ทักษะในขณะปฏบิ ัติกิจกรรม โดยเขียนระดบั คะแนนลงในตารางท่ีตรงกบั ความสามารถของนักเรยี น รายการประเมิน/คะแนน สรปุ ผล ลาดบั ที่ ช่อื – นามสกุล ีมความรับผิดชอบ มีความ ืซ่อสัต ์ยสุจริต มุํง ่ัมนในการทางาน ีมระเบียบวินัย ตรง ํตอเวลา รวมคะแนน ร๎อยละ ผําน ไมํผําน (4) (4) (4) (4) (4) 20

รายการประเมิน/คะแนน สรุปผล ลาดับท่ี ชอ่ื – นามสกุล ีมความรับผิดชอบ ีมความซื่อสัต ์ยสุจริต มุํง ั่มนในการทางาน มีระเ ีบยบวินัย ตรง ํตอเวลา รวมคะแนน ร๎อยละ ผําน ไมํผําน (4) (4) (4) (4) (4) 20 หมายเหตุ ผาํ นเกณฑ์การประเมนิ ร๎อยละ 80 (ต๎องได๎คะแนน 16 คะแนนข้นึ ไป) 1. เกณฑก์ ารแบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ รายการ คะแนน ประเมิน 1. มคี วาม 4 3 2 10 รับผดิ ชอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มคี วาม มีความ ไมมํ ีความ ทางานตามหนา๎ ทที่ ี่ ทางานตามหน๎าทที่ ่ี รับผดิ ชอบ รบั ผิดชอบ รบั ผิดชอบ ไดร๎ บั มอบหมาย ได๎รับมอบหมาย ทางานทไี่ ด๎รบั ในงานที่ได๎รบั งานทไ่ี ดร๎ ับ อยํางครบถว๎ นเต็ม ครบถ๎วน เมอ่ื มี มอบหมายไมํ มอบหมายไมํ มอบหมาย ความสามารถ เมื่อมี ปญั หาพยายาม ครบถ๎วน เม่ือมี ครบถ๎วน ปัญหาพยายามแกไ๎ ข แกไ๎ ขปัญหาในการ ปญั หาสามารถ เมอ่ื มปี ัญหา ปญั หาในการทางาน ทางานด๎วยตนเอง แก๎ไขปัญหาใน ไมํสามารถ ดว๎ ยตนเองทุกคร้ัง เปน็ บางคร้ัง การทางานดว๎ ย แก๎ปัญหาใน ตนเองในบางครง้ั การทางาน ดว๎ ยตนเอง 2. มีความ มคี วามซ่อื สัตย์ มคี วามซ่อื สตั ย์ มคี วามซ่อื สัตย์ คัดลอกงาน คดั ลอก ซ่อื สตั ย์สจุ ริต สจุ รติ ไมลํ อกงาน ของผ๎ูอนื่ ใน งานผ๎อู ่นื สุจรติ ไมํลอกงาน สจุ รติ คดั ลอก บางครงั้ และทจุ ริต ของผู๎อืน่ ไมทํ จุ รติ ทุจริตในการ ในการ ในการทา ของผอู๎ ่นื ไมทํ ุจรติ งานของผูอ๎ ืน่ ใน ทา สอบทกุ แบบทดสอบ แบบทดสอบ คร้งั เป็นแบบอยาํ งได๎ดี ในการทา บางครง้ั ไมํ บางคร้งั เย่ียม แบบทดสอบ ทจุ รติ ในการทา แบบทดสอบ

รายการ คะแนน ประเมิน 4 3 2 10 3. มงุํ มั่นใน มีความตงั้ ใจ สนใจ มีความตง้ั ใจ มีความต้ังใจ มีความต้งั ใจ ไมํมีความ การทางาน มงํุ มั่น และ สนใจ มุํงม่นั และ สนใจ มํงุ มน่ั สนใจ มํุงมั่น ต้ังใจ ไมํ กระตือรอื ร๎นตํอการ กระตือรือรน๎ ตอํ และกระตือรอื รน๎ และ สนใจและ ทางานอยํางดีเยีย่ ม การทางานอยาํ งดี ตอํ การทางาน กระตอื รอื ร๎น ไมมํ ุงํ มั่น พอใช๎ ตอํ การ ทางาน ทางานน๎อย มาก 4. มีระเบยี บ ทางานอยาํ งมี ทางานอยํางมี ทางานอยาํ งมี ทางานอยาํ ง ทางานไมํมี วนิ ยั ระเบยี บเรยี บรอ๎ ยทกุ ระเบยี บเรยี บรอ๎ ย ระเบยี บ มรี ะเบียบ ระเบียบ คร้งั มีวนิ ยั เคารพ บางครง้ั มีวนิ ัย เรียบร๎อยบางครง้ั เรยี บร๎อย ไมเํ รียบรอ๎ ย กฎการปฏบิ ตั ิตน เคารพกฎการ มีวนิ ัยเคารพกฎ บางคร้งั ไมํมี ไมํมวี นิ ัย ในห๎องเรยี นและ ปฏิบัติตน การปฏิบตั ติ น วินยั เคารพ ไมํเคารพ ขณะทีเ่ รียนอยาํ ง ในห๎องเรียนและ ในห๎องเรียนและ กฎการปฏิบตั ิ กฎการ เครํงครัดสมา่ เสมอ ขณะทีเ่ รียนอยําง ขณะท่ีเรยี นใน ตน ปฏิบัตติ น เครงํ ครัด บางคร้งั ในห๎องเรยี น ใน และขณะที่ หอ๎ งเรียน เรียน และขณะท่ี เรียน 5 ตรงตอํ ทางานเสรจ็ ทนั เวลา ทางานเสรจ็ ชา๎ กวาํ ทางานเสร็จชา๎ ทางานเสรจ็ ทางานไมํ เวลา เวลาท่กี าหนดไมํ กวําเวลาท่ี ชา๎ กวาํ เวลาที่ เสรจ็ ไมํสงํ เกิน 5 นาที กาหนดไมํเกนิ กาหนดเกนิ งาน 10 นาที 10 นาที 2. เกณฑ์การประเมนิ ระดับคุณภาพ การแปลคะแนน ระดบั คะแนน ดี 3 16 - 20 2 10 - 15 พอใช๎ 1 0-9 ปรับปรงุ

3. สรปุ ผลคะแนน จานวน ............. คน  ผาํ นเกณฑก์ ารประเมิน จานวน ............. คน  ไมผํ ํานเกณฑ์การประเมิน ลงช่ือ..............................................................ผ๎สู อน (นายสุขสวสั ดิ์ สาศริ ิ) ตาแหนงํ พนักงานราชการ

ใบความร๎ทู ่ี 3 วิชา การศกึ ษาค๎นคว๎าเบื้องต๎น (ง20207) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ช่ือหนํวยการเรียนร๎ู ทรัพยากรสารสนเทศ เร่ือง ทรพั ยากรสารสนเทศประเภทวสั ดุตพี ิมพ์ เวลา1 ชั่วโมง .............................................................................................................. .................................................. ความหมายของทรัพยากรสารสนเทศ ทรพั ยากรสารสนเทศ (Information Resources) หมายถึง สื่อรปู แบบตํางๆท่ีใชใ๎ นการบันทกึ สารสนเทศไว๎ โดยใช๎ ตัวอกั ษร สัญลักษณ์ภาพ เสียง ทัง้ ทอี่ ยูํในรปู กระดาษ ฟลิ ม์ เทปแมเํ หลก็ ฐานข๎อมลู และเครือขาํ ย ประเภทของทรัพยากรสารสนเทศ ทรัพยากรสารสนเทศในสถาบันบริการสารสนเทศ แบํงออกไดเ๎ ปน็ 3 ประเภท คือ 1. วสั ดุตพี ิมพ์ 2. วัสดไุ มตํ ีพมิ พ์ 3. สือ่ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 1. วสั ดตุ พี มิ พ์ (Printed Materials) ความหมายของวัสดุตีพิมพ์ หมายถึง สิง่ ตพี ิมพเ์ ป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อรวบรวมสารสนเทศไวบ๎ นแผนํ กระดาษเพื่อเผยแพรํ มีการ เรยี กชอ่ื ตาํ งกนั ตามรูปแบบท่ีนาเสนอ ไดแ๎ กํ หนงั สอื วารสาร หนงั สือพิมพ์ จุลสาร กฤตภาค วัสดุตีพิมพ์แบํงออกได๎ดังนี้ 1. หนังสอื (Books) คอื ส่งิ พิมพ์ท่เี ย็บรวมเป็นรูปเลมํ คงทนถาวร มีความหนาพอประมาณ อาจเป็นปกอํอนหรอื ปกแข็งก็ได๎ มกี ารเรียบเรียงไว๎ตามหลักสากล หนังสือเป็นสิง่ พิมพท์ ี่เกิดจากความคิด สติปญั ญา ความรู๎ และประสบการณ์ของมนุษย์ แบงํ ออกตามลักษณะ เนื้อหาและการใช๎งานประเภทตํางๆดงั นี้ หนงั สอื แบํงตามลกั ษณะเนื้อหาไดด๎ ังนี้ หนงั สอื สารคดี (Non Fiction) คอื หนังสือทีม่ ํุงให๎ความร๎ู และสาระแกํผูอ๎ าํ น ได๎แกํ หนงั สอื ประเภทวชิ าการตํางๆ เชนํ หนงั สอื ทางดา๎ นแพทยศ์ าสตร์ วศิ วกรรมศาสตร์ทุกสาขา วทิ ยาศาสตร์ ภาษาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ฯลฯ

หนังสืออา้ งองิ (Reference Book) คอื หนงั สือที่ใชเ๎ ป็น เคร่ืองมือในการศึกษาค๎นควา๎ หาคาตอบ หาขอ๎ เท็จจรงิ ของเรื่องใดเร่ือง หน่ึง หรอื คาใดคาหน่งึ สามารถตอบคาถามได๎อยํางรวดเรว็ เพราะได๎จัด เนื้อหาไว๎อยํางมรี ะเบยี บ จงึ หาคาตอบไดโ๎ ดยไมตํ ๎องอาํ นท้งั เลํม หนงั สอื บันเทิงคดี (Fiction Book) คือหนังสือที่มเี นอ้ื หา มํุงให๎ความบันเทงิ แกํผ๎อู ําน เขียนขน้ึ จากประสบการณห์ รือจินตนาการของผูเ๎ ขยี น โดยอาศยั เค๎าโครงเร่อื งจากความเป็นจริงของบคุ คลในสงั คม ซง่ึ ผ๎ูอาํ นจะได๎รับความเพลิดเพลนิ ไดร๎ บั ข๎อคิดคตชิ วี ติ ทผี่ ู๎เขยี นสอดแทรกไวใ๎ นเร่ือง หนังสือ บนั เทิงคดีไดแ๎ กํ นวนิยาย บทละคร เรื่องสน้ั ท่ีจบตอนและมีความสมบรู ณ์ในตัวเอง บทร๎อย กรอง ฯลฯ หนังสอื ตาราและแบบเรยี น (Text Book) คือ หนงั สอื ที่ใชใ๎ นรายวิชาตํางๆ ทีเ่ ปดิ สอนตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา เชํนหนงั สอื ภาษาองั กฤษ และยังมหี นังสืออาํ นเสรมิ การเรยี น ตํางๆ เชํน หนังสอื อาํ นนอกเวลา หนงั สืออาํ นเพิม่ เติม หนงั สือสํงเสรมิ การอําน เป็นต๎น หนังสือความรทู้ ั่วไป (General Book) คือ หนังสือทม่ี ํุงให๎ความร๎เู สนอ เรอ่ื งราวทวั่ ไป ไมํเฉพาะเจาะจงความร๎ูสาขาวิชาใดวชิ าหน่งึ มวี ธิ ีเขยี นขึน้ งาํ ยๆ ไมํสลับซบั ซ๎อนลึกซ้ึงมากนัก สาหรบั ผู๎อํานและผ๎สู นใจทั่วไป

2. จุลสาร (Pamphlets) คือ สิง่ พมิ พ์ขนาดเลก็ มคี วามหนาไมํมากนกั เสนอเนอื้ หาสาระให๎ความร๎ู เก่ียวกบั เร่อื งใดเรื่องหน่งึ เพียงเร่อื งเดียว จบสมบูรณ์ในตัว เนื้อเร่ืองใหมํ ทนั สมยั อยํใู นความสนใจ ของคน ทั่วไป ให๎สาระความรทู๎ ่ีใช๎เป็นแหลํงค๎นควา๎ อ๎างอิงได๎ สวํ นใหญํเป็นสงิ่ พมิ พ์ของหนํวยงาน ราชการ องคก์ าร สถาบัน และสมาคมตาํ งๆจดั พิมพข์ ึน้ เพือ่ เผยแพรํเรื่องราวของหนวํ ยงาน 3. กฤตภาค (Clipping) คอื ส่ิงพมิ พ์ที่ห๎องสมุดจัดทาและรวบรวมขนึ้ จากการตัดข๎อความทสี่ าคญั เร่ืองราว รูปภาพทีม่ ีคณุ คําและมีประโยชน์ นําสนใจนาํ ศึกษาจาก วารสาร นติ ยสาร หนังสือพมิ พ์ จลุ สาร แล๎วนามาผนึกด๎วยกาวลงบนกระดาษเปลาํ บอกแหลงํ ทม่ี าตาม แบบฟอรม์ ทหี่ ๎องสมดุ จดั ทาไว๎ แล๎วรวมเอาเรอ่ื งเดยี วกนั เก็บไว๎ในแฟ้มเดียวกนั จัดเรยี งแฟม้ ไว๎ในตู๎จลุ สาร ตามลาดบั อักษรหวั เรอื่ ง อกั ษร A-Z และ ก-ฮ 4. วารสารและนติ ยสาร (Periodical and Magazines) คอื สิ่งพิมพ์ช่ือเดยี วกันที่มีกาหนดออก เเนํนอน ติดตํอกนั เป็นระยะๆโดยสมา่ เสมอ เชนํ รายสัปดาห์ รายปักษ์ รายเดอื น เป็นตน๎ เปน็ ส่งิ พิมพท์ ี่ให๎ความรู๎เร่ืองราว ตาํ งๆทท่ี นั สมัย ประกอบดว๎ ยบทความทางวิชาการ สารคดี บนั เทิงคดี เร่อื งเบ็ดเตลด็ ตํางๆ 5. หนังสือพมิ พ์ (Newspaper) คือ สง่ิ พิมพ์ทม่ี ีกาหนดออกสมา่ เสมอ ตามระยะเวลาท่ีกาหนด ติดตอํ กันเป็นลาดับ โดยมากมกี าหนดออกเปน็ รายวัน ราย 2 วัน ราย 6 วันฯลฯ เสนอขําว เหตุการณ์ทเ่ี กดิ ขึน้ ในแตํละวัน เสนอความ เคลือ่ นไหวใหมๆํ ทางด๎านการเมอื ง เศรษฐกจิ สงั คม การศึกษา กีฬา ธุรกิจ บันเทิง ทัง้ ภายในและนอกประเทศ ทาใหผ๎ อู๎ าํ นเปน็ คนทนั ตํอเหตุการณ์ตลอดเวลา วสั ดไุ ม่ตพี ิมพ์ (Non-printed Materials) ความหมาย ของวสั ดุไมตํ ีพมิ พ์ คือ สื่อความรู๎ทีอ่ ยูํในรปู ของเสยี งและภาพ ทาให๎เกดิ การเรียนร๎ูได๎เร็ว เข๎าใจ งํายและชัดเจนซึ่งห๎องสมดุ แตํละแหํงอาจมไี วใ๎ ห๎บริการไมํเหมอื นกนั ขึน้ อยํูกับขนาดของห๎องสมุด ความจาเป็น ความพร๎อม และความต๎องการของผ๎ูใช๎ ตลอดจนงบประมาณในการจดั หา ประเภทของวสั ดุไมํตีพมิ พ์ แบงํ ได๎ 3 ประเภทคือ โสตวัสดุ ทัศนวสั ดุ และโสตทศั นวสั ดุ 1. โสตวสั ดุ (Audio Materials) คือ ทรัพยากรสารสนเทศที่ถํายทอดความร๎ู ความคิด โดยใชเ๎ สียงเปน็ สื่อ และรบั ด๎วยการฟัง หรือ การได๎ยนิ โดยผาํ นประสาททางหู ได๎แกํ แผํนเสยี ง แถบบันทึกเสยี ง เทปบันทกึ เสยี ง เป็นต๎น 1.1 วิทยุ (Radios) 1.2 แผนํ เสยี ง ทาดว๎ ยครั่งพลาสติก หรอื ครั่งผสมพลาสติก การบันทึกข๎อมลู จะถูกบนั ทึกไว๎บนแผนํ กลม ทมี่ ีรอํ งเล็กๆ สงู บ๎าง ต่าบา๎ งคล๎ายคล่นื เพือ่ ใหเ๎ ขม็ ของเครอื่ งเลํน

แผํนเสียงเดินไปตามลักษณะคลื่น ทาใหเ๎ กดิ เสยี ง 1.3 คอมแพ็คดสิ ก์ เปน็ แผนํ กลมมีขนาดเส๎นผําศูนยก์ ลางประมาณ 3.5 น้ิว หรอื 5 น้วิ บันทึกสญั ญาณเสียงด๎วยระบบดิจิตอล และอํานสญั ญาณด๎วยแสงเลเซอร์ คุณภาพดีกวาํ แผํนเสยี ง 2. ทศั นวสั ดุ (Visual Materials)คือ ทรัพยากรสารสนเทศที่สอื่ สารโดยการเห็น บางชนดิ ตอ๎ งใช๎อปุ กรณ์และ เครอื่ งชํวยจึงจะมองเหน็ เชนํ 2.1 แผนท่ี 2.2 รปู ภาพ 2.2 ลูกโลก 2.3 แผนสถติ ิ 2.4 หุนํ จาลอง 2.5 ของตัวอยําง ให๎ประโยชน์ในการเรยี นร๎ู เชํน หนิ ดนิ แรํ เงนิ ตราประเทศตํางๆ 3. โสตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Materials) หมายถึง วสั ดุทส่ี ือ่ สารท้ังโดยการฟังและการเหน็ บันทึกและถํายทอดสารนิเทศดว๎ ยสญั ลักษณ์ ภาพ แสง สี เสียง โดยถํายทอดความร๎ู ความคิด เนอื้ หาสาระด๎วยเสียงและภาพทเี่ คล่ือนไหวไดไ๎ ปพร๎อมๆกัน เชํน 3.1 ภาพยนตร์ (Motion Pictures) เปน็ ภาพน่งิ ที่ถาํ ยทอดตอํ เน่ืองกนั ไปตามแนวตั้งของฟิลม์ นามาฉาย ดว๎ ยอตั ราความเรว็ ท่ีกาหนด จะเห็นภาพทเี่ คลอ่ื นไหวไดต๎ ามธรรมชาติ มที ั้งชนดิ ภาพสีและขาวดา 3.2 โทรทศั น์ (Televisions) มีทั้งโทรทศั น์เพ่ือการศกึ ษา เป็นการเพ่ิมพนู ความรู๎ เชนํ รายการขาํ ว รายการแนะแนวอาชีพ รายการเกย่ี วกับวัฒนธรรม และรายการเพื่อความบนั เทงิ ในหลายรปู แบบ 3.3 วีดิทัศน์ หรือ แถบภาพ(Vedio Tape) บันทึกภาพและเสยี งไว๎ในเส๎นเทป เป็นรูปคลื่นแมํเหลก็ ไฟฟ้า มีทง้ั ชนิดม๎วน ตลบั และกลํองสามารถนามาใชไ๎ ด๎ทันที 3.4 ซีดี วีซีดแี ละดวี ีดี (Audio-CD, VCD, DVD) ผูใ๎ ชบ๎ รกิ ารสามารถใช๎บริการศึกษาคน๎ ควา๎ ด๎วยตนเอง จากสือ่ ข๎อมลู ท่ีมคี ุณภาพความคมชัดสูงและทนั สมัย ประกอบไปด๎วยเนอื้ หาความร๎ูความบันเทงิ ตํางๆ มากมาย เชนํ ภาษา วชิ าการ ดนตรี สารคดี นวนยิ าย รวมถึงภาพยนตร์ ส่อื อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Media) หมายถึง ส่ือท่บี ันทกึ เผยแพรํความรู๎เน้ือหาสาระของสารสนเทศ ดว๎ ยวิธีการทาง อเิ ลก็ ทรอนิกส์แมํเหลก็ โดยใช๎รหสั แทนตัวเลขและตัวอักษร ใชค๎ อมพวิ เตอร์ในการบนั ทึกและอํานข๎อมลู สือ่ อิเลก็ ทรอนิกสม์ หี ลายประเภท เชํน 1. สื่อแบบออฟไลน์ คอื สื่อท่ีผลติ สาเรจ็ รูป หอ๎ งสมุดจดั ซ้ือหามาใชด๎ ว๎ ยเครื่องคอมพิวเตอร์ ภายในหอ๎ งสมดุ เชํน -แผํนซดี ี ซงึ่ ใหข๎ อ๎ มูลเปน็ เสียง เป็นภาพ หรอื เปน็ ข๎อความ บนั ทกึ ไวใ๎ นหนวํ ยความจา

หลายรูปแบบ ปจั จบุ ันมสี ารสนเทศมากมายทีจ่ ดั ทาในรูปแบบน้ี เชํน หนงั สือ สารานุกรม พจนานุกรม และส่ือการ สอนตํางๆ -แผนํ วดี ทิ ศั น์ แผํนดีวดี ี ใหข๎ ๎อมูลเป็นภาพและเสียง -ฐานขอ๎ มูลซีดรี อม ใหข๎ ๎อมลู ทมี่ กี ารจดั เก็บทเ่ี ป็นระบบสามารถสบื ค๎นได๎ด๎วยโปรแกรมทีใ่ ห๎ ควบคํูมากับฐานขอ๎ มลู เชํนหนงั สืออเิ ล็กทรอนิกส(์ E-Book) และวารสารอิเลก็ ทรอนิกส์(Electronic Journals) 2. สอ่ื แบบออนไลน์ คือส่ืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ทสี่ ืบคน๎ ทางออนไลน์ มกี ารเชื่อมตํอสัญญาณเข๎ากับระบบ อินเทอร์เนต็ เชํน -การสืบคน๎ จากเวิรล์ ไวดเ์ ว็บ -การสบื ค๎นฐานข๎อมูลตาํ งๆ -หนังสอื อิเล็กทรอนิกส์ -วารสารอเิ ล็กทรอนิกส์ -จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail หรือ E-mail ) เป็นการสงํ ข๎อความทางเครือขาํ ย ผใู๎ ชส๎ ามารถสํงจดหมายอเิ ล็กทรอนิกส์ถึงผใ๎ู ชง๎ านท่ีอยํูภายในอนิ เทอรเ์ นต็ หรือ เครอื ขํายอืน่ ไดท๎ ว่ั โลก ชวํ ยให๎ตดิ ตํอผอู๎ ื่นได๎อยํางรวดเร็ว 3. ส่อื ที่ใช๎สัญญาณคล่ืนวิทยุโทรทัศน์ ได๎แกํ -รายการวทิ ยุ -รายการโทรทศั นแ์ บบฟรี เชนํ สถานโี ทรทศั น์ ชอํ ง 7, สถานโี ทรทัศนช์ ํอง 3 -รายการโทรทศั น์แบบเสยี เงิน เชนํ เคเบิลทวี ี (Cable Television) เปน็ ส่ืออิเล็กทรอนกิ ส์ทมี่ ีการ นามาใชก๎ นั อยาํ งกว๎างขวาง ในประเทศไทยเป็นสื่อทต่ี ๎องสมคั รเปน็ สมาชิก จํายคําตดิ ตั้งและคาํ บริการเปน็ รายเดือน ผ๎ผู ลติ หรอื ผแ๎ู ทนจาหนาํ ย จะสงํ สัญญาณถงึ ผรู๎ ับตามบ๎านเรือน สานกั งาน และหอ๎ งสมดุ โดยสายเคเบลิ คํู หรอื อาจ สํงสญั ญาณทางส่ือดาวเทียมคูํกบั สายเคเบลิ ทีเ่ ดนิ สายตํอเข๎าเครอื่ งรับ หรือสํงสัญญาณดาวเทียมผาํ นเสาอากาศ ถึงเครื่องรบั โดยตรงก็ได๎ รบั ไดท๎ ัง้ ภาพและเสียง มสี าระความรู๎ ความบนั เทิง ให๎เลือกตามตอ๎ งการ

ใบงานท่ี 5 วชิ า การศึกษาคน๎ ควา๎ เบื้องต๎น (ง20207) ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ชื่อหนวํ ยการเรยี นรู๎ ทรพั ยากรสารสนเทศ เรอ่ื ง ทรัพยากรสารสนเทศประเภทวัสดตุ ีพมิ พ์ เวลา 1 ชวั่ โมง ............................................................................................................................. ................................... คาสัง่ ใหน๎ กั เรยี นตอบคาถามและเติมคา หรือข๎อความลงในชอํ งวํางให๎ถูกต๎อง 1.จงบอกความหมายของทรัพยากรสารสนเทศ ........................................................................................................................ .................................. ............................................................................................................................. ............................ 2.ทรพั ยากรสารสนเทศมีกีป่ ระเภท อะไรบ๎าง ....................................................................................................................................................... .. ............................................................................................................................. ............................ ............................................................................................................................. ........................... 3.วัสดุตีพมิ พ์หมายถึงอะไร มีอะไรบ๎างอธิบายสัน้ ๆพอเข๎าใจ ................................................................................................................................................. ........ .......................................................................................................................... ............................... ............................................................................................................................. ............................ ......................................................................................................................................................... 4.จงอธิบายความหมายของหนงั สอื บนั เทงิ คดี ............................................................................................................................. ............................ ............................................................................................................................. ............................ ................................................................................. ........................................................................ ............................................................................................................................. ............................ ......................................................................................................................................................... 5. จบั คขูํ อ๎ ความท่ีมีความสมั พันธ์กัน โดยนาข๎อความที่อยูํในวงเลบ็ ทางขวามือ เตมิ ลงหน๎าขอ๎ ความทางซ๎ายมือข๎อ1-5 5.1 ...............................สิง่ พมิ พข์ นาดเล็กมีความหนาไมํมากนกั (กฤตภาค) 5.2................................สง่ิ พิมพช์ ่ือเดยี วกันมกี าหนดออกแนํนอ (หนงั สือ) 5.3................................ส่ิงพิมพ์ที่มีกาหนดออกแนนํ อนเป็นรายวนั (จุลสาร) 5.4................................สิ่งพิมพ์ท่ีห๎องสมุดจดั ทาขึน้ โดยตัดจากสิ่งพิมพ์ (วารสาร) 5.5................................ส่งิ พิมพท์ ่ีเยบ็ รวมเปน็ รปู เลมํ คงทนถาวร (หนังสือพิมพ์) ชอื่ ...................................................................................ช้ัน.......................เลขที่.................

ใบงานที่ 6 วชิ า การศกึ ษาค๎นคว๎าเบ้ืองต๎น (ง20207 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1 เรอ่ื งทรัพยากรสารสนเทศประเภทวสั ดไุ มตํ ีพิมพ์ เวลา1 ช่วั โมง ............................................................................................................................. ................................... คาชีแ้ จง ใหน๎ กั เรียนเขียนชื่อ-เลขท่ี-ชน้ั ใหเ๎ รยี บร๎อย แล๎วทากจิ กรรมเตมิ ผงั ความคดิ โดยนาวัสดุไมตํ พี ิมพ์แตํละ ประเภท ที่ศึกษาจากใบความร๎ทู ่ี 7 เรื่องทรัพยากรสารสนเทศประเภทวสั ดุไมํตีพมิ พ์ มาสรปุ ใสกํ ่ิงผังความคดิ ให๎ สมบูรณท์ ี่สดุ และระบายสีให๎สวยงาม 1.ชื่อ............................................................................................ช้ัน................................เลขที่.......................

เฉลยใบงานท่ี 5 วชิ า การศกึ ษาคน๎ คว๎าเบ้ืองต๎น (ง20207) ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ช่ือหนํวยการเรียนรู๎ ทรพั ยากรสารสนเทศ เร่อื ง ทรัพยากรสารสนเทศประเภทวสั ดุตีพิมพ์ เวลา 1 ช่ัวโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คาส่งั ให๎นกั เรียนตอบคาถามและเตมิ คา หรือขอ๎ ความลงในชอํ งวํางให๎ถูกตอ๎ ง 1. จงบอกความหมายของทรัพยากรสารนเิ ทศ (1 คะแนน) หมายถงึ สื่อรปู แบบตํางๆท่ใี ช๎ในการบนั ทึกสารนเิ ทศไว๎ โดยใช๎ตัวอักษร สญั ลกั ษณ์ภาพ เสียง ทั้งทอ่ี ยํูในรูปกระดาษ ฟิลม์ เทปแมํเหลก็ ฐานขอ๎ มูล และเครือขาํ ย 2.ทรพั ยากรสารนิเทศมีกีป่ ระเภท อะไรบา๎ ง (1 คะแนน) ทรัพยากรสารนิเทศมี 3 ประเภท คอื 1. วสั ดตุ พี มิ พ์ 2. วัสดุไมตํ ีพิมพ์ 3. สือ่ อิเลก็ ทรอนิกส์ 3.วสั ดุตพี มิ พ์หมายถึงอะไร มีอะไรบา๎ งอธบิ ายสัน้ ๆพอเขา๎ ใจ (2 คะแนน) วัสดุตีพิมพ์หมายถงึ ส่งิ ตีพมิ พ์เป็นลายลักษณอ์ ักษร เพื่อรวบรวมสารสนเทศไว๎บนแผนํ กระดาษเพื่อ เผยแพรํ มีการเรียกชื่อตาํ งกนั ตามรปู แบบทน่ี าเสนอได๎แกหํ นังสอื วารสาร หนงั สอื พิมพ์ จลุ สาร กฤตภาค จัดแบงํ ได๎ดังนี้ 1. หนงั สือ 2. จุลสาร 3. กฤตภาค 4. วารสารและนิตยสาร 5. หนงั สือพิมพ์ 4.จงอธิบายความหมายของหนงั สือบนั เทิงคด.ี .......... (1 คะแนน) หนงั สือบนั เทิงคดเี ปน็ หนังสอื ท่.ี .มเี นือ้ หามุงํ ใหค๎ วามบนั เทงิ แกผํ ูอ๎ ําน เขยี นขึน้ จากประสบการณ์หรอื จนิ ตนาการของผเ๎ู ขยี น โดยอาศยั เค๎าโครงเร่อื งจากความเปน็ จริงของบุคคลในสงั คม ซง่ึ ผู๎อํานจะได๎รับความ เพลิดเพลิน ได๎รบั ข๎อคดิ คติชวี ติ ทผี่ ๎ูเขยี นสอดแทรกไวใ๎ นเร่อื ง หนงั สอื บันเทงิ คดไี ด๎แกํ นวนยิ าย บทละคร เรอื่ งสัน้ ที่ จบตอนและมคี วามสมบรู ณใ์ นตวั เอง บทร๎อยกรอง 5.จับคํขู ๎อความท่ีมีความสัมพันธ์กัน โดยนาขอ๎ ความทางขวามอื เตมิ ลงหนา๎ ข๎อความทางซา๎ ยมอื (ขอ๎ ละ 1 คะแนน) 5.1…....จุลสาร …………………สงิ่ พมิ พ์ขนาดเล็กมคี วามหนาไมมํ ากนัก 5.2…… วารสาร……………………………สง่ิ พิมพ์ช่ือเดยี วกันมีกาหนดออกแนนํ อน 5.3………หนงั สือพิมพ์………………….สง่ิ พิมพท์ ี่มีกาหนดออกแนํนอนเป็นรายวัน 5.4………กฤตภาค………..………………สงิ่ พิมพท์ หี่ ๎องสมุดจัดทาขึ้นโดยตัดจากส่ิงพิมพ์อน่ื 5.5……หนังสอื ………….………ส่ิงพมิ พ์ทีเ่ ยบ็ รวมเปน็ เลํมคงทนถาวร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook