ตำรบั ชำสมุนไพรไทย โครงกำร U2T มหำวทิ ยำลยั เทคโนโลยี รำชมงคลธญั บุรี
ชา ทม่ี ำของชำและ ประเภทของชำ ชา เป็นผลผลิตทางเกษตรกรรมจาก ใบ ยอดอ่อน และกา้ นของตน้ ชา ประเภทของชา (Camellia sinensis) นามาผา่ นกรรมวิธี แปรรูปหลากหลาย \"ชา\" ยงั หมายรวมถึง ชาแบ่งหยาบ ๆ ได้ 6 ประเภท เครื่องด่ืมท่ีมีกล่ินหอมทาจากพืชตากแหง้ ไดแ้ ก่ ชาขาว, ชาเหลือง, ชาเขียว, ชนิดต่าง ๆ นามาชงหรือตม้ กบั น้าร้อน ชา ชาอู่หลง, ชาดา และชาผเู อ๋อร์ชาทุก ยงั เป็นเครื่องดื่มท่ีมีผบู้ ริโภคมากท่ีสุดเป็น ชนิดสามารถทาไดจ้ ากตน้ ชาตน้ เดียวกนั แต่ผา่ นกรรมวธิ ีแตกต่าง อนั ดบั สองของโลก รองจากน้า กนั ออกไป
ชำจำก สมุนไพรไทย ประเทศไทยอุดมไปดว้ ยพืชพรรณ สูตรตารับ “ชาจากพืชสมุนไพร ธรรมชาติท่ีมีความหลากหลาย ไทย” หลากหลายชนิดท่ีมีสารออก โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ “พืชสมุนไพร” ผนวก ฤทธ์ิสาคญั ในปริมาณสูง มีสรรพคุณ กบั องคค์ วามรู้ดา้ น “แพทยแ์ ผนไทย” ซ่ึง ในการรักษาสุขภาพอีกท้งั ยงั ให้ ถือเป็นภูมิปัญญาอนั ล้าค่าไดม้ ีการศึกษา รสชาติและกล่ินหอมชวนด่ืม พร้อม และประยกุ ตใ์ ชส้ มุนไพรเหล่าน้ีในการ ท้งั กรรมวธิ ีผลิตและขอ้ มูลเกี่ยวกบั ป้องกนั รักษาโรคต่างๆ อยา่ งมี สารออกฤทธ์ิสาคญั ของสมุนไพรท่ี ประสิทธิผล ทาใหไ้ ทยเป็นประเทศท่ีมี ศกั ยภาพสูงในการสร้างสรรคผ์ ลิตภณั ฑ์ ใชเ้ ป็นวตั ถุดิบผลิต เพ่ือสุขภาพจากสมุนไพรพ้ืนบา้ น
ธำตุเจำ้ เรอื นสรำ้ ง สมดลุ ตำม แพทยแ์ ผนไทย
ตำรบั ชำ สมนุ ไพรไทย
ชาขิง ขิง มีสรรพคุณช่วยใหผ้ อ่ นคลายสบายใจ รสกอ็ ุ่นนุ่ม มีแอบเผด็ จดั จา้ นเลก็ ๆ ท้งั ทา ใหส้ งบใจแต่กส็ ดชื่นในเวลา ส่ วนผสม 1.ขิงแก่ วธิ ีทำ 1. นาเอาขิงสดท่ีแก่สกั หน่อย มาฝานเป็นแวน่ บางๆ นาไปตากในท่ีร่มที่อากาศถ่ายเท สะดวกใหแ้ หง้ ประมาณ 2-3 วนั 2. เวลาชงใชน้ ้าสะอาดหรือน้าที่ผา่ นการกรอง ต้งั น้าใหเ้ ดือด แลว้ ปล่อยใหไ้ ม่เดือดจดั หรือใชน้ ้าร้อนจากกระติกน้าร้อนกไ็ ด้ ประมาณ 100 องศาเซลเซียส 3. ใส่ชาขิงประมาณ 1-2 กรัม ลงในกาน้าจากน้นั เทน้าร้อนลงไปในกาน้าท่ีมีชาขิง ประมาณ 300 มิลลิลิตร แช่น้าทิ้งไว้ 5-10 นาที 4. เม่ือครบเวลาแลว้ รินออกจากกาน้ามาดื่มไดท้ นั ที และไม่ควรแช่ในน้าทิ้งไวเ้ พราะ อาจทาใหเ้ สียรสของสมุนไพรได้ 5. สามารถยดื หยนุ่ เวลาได้ ท้งั น้ีข้ึนอยกู่ บั ความชอบส่วนบุคคล
ชามะตูม สรรพคุณของมะตูม แกก้ ระหาย แกร้ ้อนใน รักษาโรค ทอ้ งเสียเร้ือรัง บิด ลาไสอ้ กั เสบ คนโบราณจึงมกั ดื่มน้ามะตูม เพื่อรักษาธาตุเป็ นประจา ส่ วนผสม มะตูมดิบแก่ (แต่ไม่แก่จดั จนถึงขนาดเปลือกแขง็ เฉือนไม่ เขา้ ) วธิ ีทำ 1. นามะตูมดิบมาฝานเป็นแวน่ ๆ แลว้ นาไปตากแดดจนแหง้ 2. นามาควั่ ใหม้ ีกลิ่นหอม 3. เวลาชง ใหใ้ ส่มะตูม 1 ชิ้นต่อ 1แกว้ ตม้ น้าใหเ้ ดือดแลว้ เท ลงในแกว้ ชา
ชาดอกคาฝอย สมุนไพรดอกคาฝอยสรรพคุณช่วยลดไขมนั ในเสน้ เลือด ป้องกนั ไขมนั อุดตนั ในเสน้ เลือด เน่ืองจากดอกคาฝอยมีกรดไลโนเลอิก (Linoleic Acid) อยมู่ าก ช่วยบารุงประสาทและระงบั ประสาท ช่วยรักษาโรคฮิสทีเรีย (Hysteria) หรือโรควติ กกงั วลอยา่ งหน่ึง หรือโรคขาดความอบอุ่น ช่วย ขยายหลอดเลือด ส่ วนผสม ดอกคาฝอย วธิ ีทำ - นาดอกคาฝอยมาลา้ งน้าใหส้ ะอาด แลว้ นาไปตากแดดจนแหง้ สนิท - เวลาชงใหต้ ม้ น้าร้อนเทใส่ ทิ้งไวป้ ระมาณ 3-5 นาที กส็ ามารถด่ืมได้
ชากระเจ๊ียบแดง ส่ วนผสม ผลกระเจี๊ยบแดง วธิ ีทำ - แยกกลีบของกระเจ๊ียบแดงออกมา ลา้ งใหส้ ะอาด วางให้ สะเดด็ น้า 1. นากลีบกระเจี๊ยบแดงไปตากแดดไวเ้ ป็นเวลา 2-3 วนั แลว้ จึงเกบ็ กลีบกระเจ๊ียบแหง้ ไวใ้ นภาชนะท่ีปิ ดสนิท 2. เวลาชงในใหน้ ากระเจ๊ียบแหง้ 50 กรัม ต่อน้า 5ลิตร ตม้ ใน น้าเดือดประมาณ 8-10 นาที แลว้ จึงเทชาใส่ถว้ ยผา่ นตะแกรง กรอง เติมน้าตาล 400 กรัม หรือดื่มแบบไม่เติมน้าตาล 3. หากชากระเจี๊ยบแดงมีรสเปร้ียวมาก กน็ าสมุนไพรทม่ี ี กลิ่นรสเขา้ กนั ไดด้ ีกบั ชากระเจ๊ียบแดง เช่น เปปเปอร์มินต์ และตะไคร้ มาผสมทาเป็นชารสผสมเพ่ือลดความรสเปร้ียว ได้
ชาเกสรบวั หลวง ฤทธ์ิทางเภสชั วทิ ยา พบวา่ เกสรบวั หลวงมีฤทธ์ิตา้ นอนุมูลอิสระ มี รายงานการทดลองฤทธ์ิย้งั โปรตีนท่ีทาหนา้ ท่ีเร่งปฏิกิริยาเคมี AChE ซ่ึง บางทีอาจมีผลต่อการปกป้องโรคอลั ไซเมอร์ มีฤทธ์ิลดระดบั น้าตาล ไขมนั ในเลือด ช่วยลดการเสี่ยงต่อโรคเสน้ เลือดหวั ใจ ตามคุณประโยชน์โบราณ ท่ีใชเ้ ป็นยาบารุงหวั ใจ ส่ วนผสม เกสรบวั หลวง ใบชา น้าเปล่า วธิ ีทำ - นาเกสรบวั หลวงไปตากใหแ้ หง้ หรือนาไปควั่ ใหม้ ีกลิ่นหอม - นาเกสรบวั หลวงและใบชามาตม้ รวมกนั - กรองกากจากการตม้
ชาเตยหอม การดื่มชาเตยหอมช่วยกระตุน้ ระบบประสาท ทาให้ สมองสดใส รู้สึกสดชื่น กลิ่นหอมจากใบเตย ช่วยผอ่ นคลาย จากความเครียด นอกจากน้ียงั ช่วย Detox ขบั สารพิษใน ร่างกาย ส่ วนผสม ใบเตยหอม วธิ ีทำ 1. นาใบเตยมาลา้ งใหส้ ะอาด แลว้ นามาหนั่ ฝอยและแช่น้าไว้ สกั พกั จากน้นั ตากแดดจนแหง้ 2. นาใบเตยท่ีแหง้ แลว้ ไปควั่ ใชไ้ ฟอ่อนๆ คว่ั จนเป็นสีน้าตาล อ่อนๆ 3. แลว้ นามาชงเป็นชา
ชาใบหม่อน ใบหม่อนมีกรดอะมิโนที่จาเป็นต่อร่างกายครบทุกชนิด มีแคลเซียมสูง โพแทสเซียม โซเดียม แมกนีเซียม เหลก็ สงั กะสี วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 และวติ ามินซี มีสารตา้ นอนุมูลอิสระท่ีสาคญั หลายชนิด มีสรรพคุณลด ระดบั น้าตาลในเลือด ลดความดนั โลหิต ลดไขมนั ในเลือด อีกท้งั ไม่พบ ผลขา้ งเคียง จึงปลอดภยั ต่อผบู้ ริโภค ส่ วนผสม ใบหม่อน วธิ ีทำ 1. นาใบหม่อนมาลา้ งทาความสะอาด จะใบอ่อนหรือใบแก่กไ็ ด้ มาหน่ั เป็น ชิ้นเลก็ ๆ ตดั กา้ นใบออก 2. นามาน่ึงดว้ ยไอน้าประมาณ 1-2 นาที พยายามเกลี่ยใหใ้ บหม่อนถูกไอน้า อยา่ งทว่ั ถึง และระวงั อยา่ ใหใ้ บหม่อนสุกจนเกินไป จากน้นั นาไปผ่งึ ลมให้ พอหมาด
ชารางจืด รางจืด คือราชาสมุนไพรท่ีใชแ้ กพ้ ิษ อีกท้งั มีสรรพคุณ ช่วยลา้ งพิษในร่างกายจากมลพษิ สารเคมีตกคา้ ง ยาฆ่าแมลง ถอนพิษเฉียบพลนั และยงั ช่วยแกไ้ ข้ แกร้ ้อนในดว้ ย ส่ วนผสม ใบรางจืด วธิ ีทำ 1. นาใบรางจืดมาลา้ งใหส้ ะอาด จากน้นั หน่ั เป็นฝอยแลว้ นาไปตากแดดใหแ้ หง้ 2. เม่ือใบรางจืดตากแหง้ ดีแลว้ ใหเ้ กบ็ ใส่ภาชนะท่ีแหง้ ปิ ด ใหส้ นิท แลว้ เกบ็ ไวท้ ี่อุณหภูมิหอ้ ง 3. เมื่อจะนามาชงดื่ม ใหต้ กั ใบรางจืดฝอยเพียง 1-2 ชอ้ นชา แลว้ นามาตม้ ในน้าเดือด 250-300 มิลลิลิตร ประมาณ 10 นาที เมื่อน้าเดือดทิ้งไวใ้ หอ้ ุ่นสกั ครู่แลว้ จึงเทดื่ม
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: