การพฒั นากิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) สาํ หรบั นักเรยี นชนั มธั ยมศึกษาป ที 3 ชอื ผวู้ จิ ยั สภุ ิชาฤ ทธวิ งศ์ อัญชลี ทองเอม
e ความเปนมาและความสาํ คัญ ภาษาถือเปนเครอื งมอื หลักทีเราทกุ คนใชใ้ นการสอื สาร มนั คือเครอื งมอื ทีเราใชใ้ นการแบง่ ปน แนวความคิด การแสดงความคิดเหน็ การสอื ความหมายในเรอื งต่างๆ กับคนอืนในสงั คม ภาษาในโลกใบนมี มี ากมายหลายพนั ภาษา ในบางประเทศ นอกจากจะมภี าษาราชการทีใชก้ ันเปนภาษาหลัก แล้วยงั มภี าษาถินแตกยอ่ ยออกไปอีกมากมาย บางภาษาก็มคี นพูดไดนอ้ ย บางภาษาก็มคี นพูดและเขา้ ใจ กันนอั ยยา่ งแพรห่ ลายแต่ทังนที ังนนั วตัถปุ ระสงค์ของการมภี าษาก็คือเพอื เปนเครอื งมอื ทีชว่ ยใหค้ นใน สงั คมสามารถสอื สารไดอ้ ยา่ งเขา้ ใจและมปี ระสทิ ธภิ าพ ซงึ จะเปนตัวขบั เคลือนใหส้ งั คมก้าวเดนิ ต่อไปขา้ ง หนา้ ไดภ้ าษาถือเปนสงิ ทีจาํ เปนอยา่ งมากต่อการดาํ รงชวี ติ ของมนษุ ยโ์ ดยเฉพาะอยา่ งยงิ การดาํ เนนิ ชวี ติ ใน ศตวรรษที21 ทีการทํางานในสงั คมขา้ มวี ฒั นธรรมเปนสงิ จาํ เปน (Partnership for 21st Century learning, 2007) 02
ภาษาหนงึ ทีมคี วามสาํ คัญมากในโลกยุคปจจุบนั ก็คือ ภาษาอังกฤษ เนอื งจากเปนภาษาที คนทัวโลกเขา้ ใจและใชก้ ันอยา่ งแพรห่ ลาย ภาษาองักฤษมสี ถานะภาพเปน “ภาษาโลก” (Global or worldlanguage) กล่าวคือ มากกวา่ หนงึ ในสขี องประชากรโลกสามารถใช้ ภาษาอังกฤษในระดบั ใชง้ านไดจ้ นถึงระดบั คล่องแคล่วและผทู้ ีมคี วามสามารถในการใช้ ภาษาอังกฤษก็มจี าํ นวนมากขนึ เรอื ยๆ (Crystal,: ) ภาษาองักฤษไมไ่ ดเป้ นเพยี งภาษา ราชการของประเทศทีเคยตกเปนอาณานคิ มของประเทศอังกฤษเท่านนั แต่ยงัเปนภาษา ทีวงการธุรกิจและการทํางานในประเทศต่างๆ เลือกใชต้ ิดต่อสอื สารระหวา่ งกันวงการ ศึกษาในระดบั นานาชาติเลือกใชภ้ าษาอังกฤษเปนภาษาในการจดั การเรยี นการสอน วงการสอื และประชาสมั พนั ธผ์ ลิตสอื สว่ นใหญเ่ ปนภาษาอังกฤษ เปนต้น 03
วธิ กี ารเรยี นรูแ้ บบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based learning) วธิ กี ารเรยี นรแู้ บบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based learning) ซงึ เปนหนงึ ในวธิ กี ารเรยี นรภู้ าษาเพอื การสอื สารทีเนน้ ผเู้ รยี น เปนศูนยก์ ลาง (Student-centered) โดยผเู้ รยี นจะไดร้ บั มอบหมายภาระงานใหล้ งมอื ปฏิบตั ิหลังจากทีไดร้ บั ตัวปอนทาง ภาษาและคําแนะนาํ ในการทํากิจกรรมแล้ว โดยในระหวา่ งปฏิบตั ิงาน ผเู้ รยี นจะต้องใชท้ ักษะทางภาษาทีตนมใี นการปฏิบตั ิงาน และปฏิสมั พนั ธก์ ับผอู้ ืนเพอื ใหช้ นิ งานออกมาดที ีสดุ และในการมอบหมายภาระงานนเี รายงั สามารถมอบหมายภาระงานทีกระ ต้นุ ใหผ้ เู ร้ ยี นใชทักษะความคิดสรา้ งสรรคเพ์ ่อื สรา้ งผลงานทีมคี วามแปลกใหมเ่ ปนของตนเองไดอีกดว้ ยWillis (1996) องค์ประกอบหรอื กระบวนการของการจดั การเรยี นรูแ้ บบมุง่ ปฏิบตั ิงาน(Task-based learning) ไวดังนี 1. ขนั ก่อนปฏิบตั ิงาน (Pre-Task) ในขนั นี ครจู ะเปนผนู้ าํ เสนอหวั ขอ้ ทีเรยี นใหกับนกั เรยี นเนน้ ยาํ ้คําศัพทแล์ ะวลีทีจาํ เปนสาํ หรบั การปฏิบตั ิ งาน รวมถึงอธบิ ายขนั ตอนในการปฏิบตั ิงานใหน้ กั เรยี นทราบและเตรยี มพรอ้ มสาหรบั การปฏิบตั ิ งานโดยอาจใหน้ กั เรยี นไดด้ หู รอื ฟงตัวอยา่ งงานทีมคี วามคล้ายคลึงกับงานทีจะต้องปฏิบตั ิ 04
2.ขนั ปฏิบตั ิงาน(Task cycle)ในขนั นนี กั เรยี นจะต้องลงมอื ปฏิบตั ิงานเปนค่หู รอื เปนกล่มุ โดยมคี รเู ปนผสู้ งั เกตการณ์ หลังจากนนั นกั เรยี นเตรยี มตัวแล้วนาํ เสนอผลงานใหเ็ พอื น รว่ มชนั ฟง โดยอธบิ ายขนั ตอนการทํางานหรอื สงิ ทีตนค้นพบ อาจจะโดยการรายงานหนา้ ชนั หรอื เขยี นเปนรายงานก็ไดห้ ลังจากนนั เปรยี บเทียบผลงานกับเพอื นรว่ มชนั 3.ขนั เนน้ รปู แบบทางภาษา(Language focus)ในขนั นนี กั เรยี นจะต้องวเิ คราะหแ์ ละ อภิปรายเกียวกับหนา้ ทีของภาษาและรปู แบบทางภาษาจากผลงานทีไดป้ ฏิบตั ิไป หลัง จากนนั ครจู ดั ใหน้ กั เรยี นไดฝ้ กใชแ้ ละทําแบบฝกหดั เกียวกับคําศัพทื วลี และรปู แบบ ทางภาษาใหมท่ ีเกิดขนึ ระหวา่ งหรอื หลังการวเิ คราะหแ์ ละอภิปราย 05
1.วตั ถปุ ระสงค์ของการวจิ ยั 1. เพอื พฒั นากิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การเขยี น ภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์สาํ หรบั นกัเรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที3 2. เพอื พฒั นาการเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ของนกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที ทีเรยี นดว้ ย กิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ 3. เพอื ศึกษาผลสมั ฤทธทิ างการเรยี นภาษาอังกฤษของนกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที ทีเรยี นดว้ ย กิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ 4. เพอื ศึกษาความพงึ พอใจของนกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที ทีมตี ่อกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ 05
2. สมมุติฐานของการวจิ ยั 1.กิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษาอังกฤษ เชงิ สรา้ งสรรค์มปี ระสทิ ธภิ าพตามเกณฑ์ 80/80 2.นกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที3 ทีเรยี นดว้ ยกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities)เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์มคี ะแนนการเขยี น ภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์หลังเรยี นสงู กวา่ ก่อนเรยี นอยา่ งมนี ยั สาํ คัญทีระดบั 0.5 3.นกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที3 ทีเรยี นดว้ ยกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities)เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์มผี ลสมั ฤทธทิ างการ เรยี นภาษาอังกฤษไมต่ ํากวา่ รอ้ ยละ 70ของคะแนนเต็ม 4.นกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที มคี วามพงึ พอใจต่อกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task based activities) เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์อยูใ่ นระดบั มาก 06
3. ขอบเขตของการวจิ ยั 1.ขอบเขตด้านประชากรและกล่มุ ตัวอยา่ ง ประชากรทีใชใ้ นการวจิ ยั ครงั นคี ือนกั เรยี นระดบั ชนั มธั ยมศึกษาปที3โรงเรยี นเหนอื คลองประชาบาํ รงุ จงั หวดั กระบี ปการศึกษา2560 จาํ นวน 10 หอ้ งเรยี น จาํ นวน 354 คนกล่มุ ตัวอยา่ งคือ นกั เรยี นระดบั ชนั มธั ยมศึกษาปที3/1 โรงเรยี นเหนอื คลองประชาบาํ รงุ จงั หวดั กระบี ปการศึกษา2560 จาํ นวน 32 คน โดยใชว้ ธิ ี การเลือกกล่มุ ตัวอยา่ งแบบเจาะจง (Purposive Sampling)เนอื งจากเปนหอ้ งทีเรยี นวชิ าภาษาอังกฤษพนื ฐาน 2 อ.23012 2. ตัวแปรทีศึกษา ตัวแปรต้นกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน(Task-based-activities)เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ ตัวแปรตาม ประสทิ ธภิ าพของกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษา อังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ ผลสมั ฤทธทิ างการเรยี นภาษาองักฤษ ความพงึ พอใจต่อกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ 07
3. ขอบเขตด้านเนอื หา เนอื หาทีใชใ้ นกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การเขยี น ภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์สาํ หรบั ชนั มธั ยมศึกษาปที3 ประกอบดว้ ยเนอื หา 4 เรอื ง ดงั นี กิจกรรมที1 เรอื ง Daily activities กิจกรรมที 2 เรอื ง Going on vacation กิจกรรมที 3 เรอื ง Places around us กิจกรรมที 4 เรอื ง Environment around us 4. ระยะเวลาในการวจิ ยั ดาํ เนนิ การทดลองในภาคเรยี นที 2 ป การศึกษา 2560 โดยใชเ้ วลาในการ ทดลอง 16 ชวั โมง 08
4. เครอื งมอื ทีใชใ้ นการวจิ ยั 1.แผนการจดั การเรยี นรโู้ ดยใชก้ ิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ 2. แบบทดสอบการเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ 3. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ างการเรยี นภาษาอังกฤษแบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏิบตั ิงาน 5. 4.แบบสอบถามความพงึ พอใจต่อกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ 09
5. การรวบรวมขอ้ มูล วธิ กี ารดาํ เนนิ การวจิ ยั เรอื ง การพฒั นากิจกรรมแบบมุง่ 4. วดั ความสามารถในการเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities)เพอื สง่ เสรมิ การเขยี น หลังเรยี นของนกั เรยี น ชนั มธั ยมศึกษาป ที 3แล้วบนั ทึกผล ภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์สาํ หรบั นกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาป การทดสอบเพอื ใชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มูล ที3มวี ธิ กี ารดาํ เนนิ การตามขนั ตอน ดงั นี 5. วดั ผลสมั ฤทธทิ างการเรยี นภาษาอังกฤษของนกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที3 หลังเรยี น แล้วบนั ทึกผลการทดสอบเพอื ใช้ 1. ชแี จงใหน้ เั รยี นกล่มุ ตัวอยาง่ ทราบเกียวกับการวจิ ยั ในการวเิ คราะหข์ อ้ มูล6. นกั เรยี นทําแบบสอบถาม 2. วดั ความสามารถในการเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ ความพงึ พอใจทีมตี ่อกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน ก่อนเรยี นของนกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาป ที3 แล้วบนั ทึกผล (Task-basedactivities) เพอื สง่ เสรมิ การ การทดสอบเพอื ใชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มูล เขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ 3. ดาํ เนนิ การสอนตามแผนการจดั การเรยี นรโู้ ดยใชก้ ิจกรรม 7. เก็บรวบรวมขอ้ มูลทังหมดเพอื นาํ ผลทีได้ แบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-basedactivities) เพอื สง่ เสรมิ มาวเิ คราะหโ์ ดยวธิ ที างสถิต การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ และสงั เกตพฤติกรรม การปฏิบตั ิงานของนกั เรยี นในแต่ละกิจกรรม 10
6. การวเิคราะหข์ อ้ มูล การวเิ คราะหข์ อ้ มูลทีไดจ้ ากการดาํ เนนิ การเก็บรวบรวมขอ้ มูล ผวู้ จิ ยั ไดท้ ําการวเิ คราะหข์ อ้ มูล ดงั นี 1.วเิ คราะหป์ ระสทิ ธภิ าพของกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การ เขยี นภาษาองักฤษเชงิ สรา้ งสรรค์โดยใชค้ ่ารอ้ ยละ (Percentage) 2. วเิ คราะหก์ ารเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ก่อนเรยี นและหลังเรยี นโดยใชค้ ่าเฉลีย(Mean) ค่ารอ้ ยละ(Percentage) และการหาค่าทางสถิติ(Paired t-test) 3.วเิ คราะหผ์ ลสมั ฤทธทิ างการเรยี นภาษาอังกฤษหลังการทดลองโดยวเิ คราะหค์ ่าเฉลีย (Mean) และค่ารอ้ ยละ(Percentage) 4.วเิ คราะหพ์ ฤติกรรมการปฏิบตั ิงานของนกั เรยี นโดยวเิ คราะหค์ ่าเฉลีย (Mean) 5. วเิ คราะหค์ วามพงึ พอใจโดยวเิ คราะหค์ ่าเฉลีย (Mean) และสว่ นเบยี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 6. อภิปรายผลโดยใชต้ ารางและการพรรณนา 11
7. สรปุ ผลการวจิ ยั จากการศึกษาการพฒั นากิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การ เขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์สาํ หรบั นกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปทีสรปุ ผลไดด้ งั นี 1. ผลการศึกษาประสทิ ธภิ าพของกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์สาหรบั นกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที3 พบวา่ กิจกรรมมี ประสทิ ธภิ าพเท่ากับ 80.37/84.38 2. ผลการพฒั นาการเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ของนกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที่3 ทีเรยี น ดว้ ยกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) พบวา่ 1)ก่อนเรยี นนกั เรยี นมคี ะแนนไมต่ ากวา่ รอ้ ยละ ผา่ นเกณฑ์จาํ นวนคนคิดเปนรอ้ ยละ .และมนี กั เรยี นไมผ่ า่นเกณฑ์จาํ นวนคน คิดเปนรอ้ ยละ . หลังเรยี นนกั เรยี นมคี ะแนนไมต่ ําก่ วา่ รอ้ ยละผา่นเกณฑ์จาํ นวนคน คิดเปนรอ้ ยละ . และมนี กั เรยี นไมผ่ าน่ เกณฑ์จาํ นวนคน คิดเปน รอ้ ยละ . และเมอื ทดสอบทางสถิติ Paired t-test พบวา่ ความสามารถการเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรคขอ์ งนกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที หลังเรยี นสงู กวา่ ก่อนเรยี นอยา่ งมนี ยั สาํ คัญทางสถิติทีระดบั . (t = 21.92, sig = 0.00) 12
2) นกั เรยี นมพี ฤติกรรมการปฏิบตั ิงานภาพรวมอยูในระดบั ดี โดยมนี กั เรยี นทีมพี ฤติกรรม ่ การปฏิบตั ิงานในระดบั ดมี าก จาํ นวนคน คิดเปนรอ้ ยละ . ระดบั ดี จาํ นวนคน คิดเปนรอ้ ยละ . และระดบั พอใช้ จาํ นวนคน คิดเปนรอ้ ยละ . 3. ผลการศึกษาผลสมั ฤทธทิ างการเรยี นภาษาองักฤษของนกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที ทีเรยี น ดว้ ยกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) พบวา่ หลังการเรยี นดว้ ยกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) นกั เรยี นมคี ะแนนไมต่ ํา่กวา่ รอ้ ยละผา่ นเกณฑ์จาํ นวนคน คิดเปนรอ้ ยละ. และมนี กั เรยี นไมผ่ า่ นเกณฑ์จาํ นวนคน คิดเปนรอ้ ยละ . 4. ผลการศึกษาความพงึ พอใจของนกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที3 ทีมตี ่อกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์พบวา่ ภาพรวมของ ความพงึ พอใจอยูใ่ นระดบั มาก( X = 3.92, S.D.= .) เมอื พจิ ารณารายดา้ นเรยี งลําดบั จากมากไปหานอ้ ย คือ ดา้ นครผู สู้ อน (= 4.07, S.D. = 0.68) ดา้ นการจดั การเรยี นรดู้ ว้ ยกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) (= 3.98, S.D. = 0.73) ดา้ นเนอื หา (= 3.93, S.D. = 0.76) ดา้ นประโยชนท์ ีไดร้ บั จากการเรยี นรู้ (= 3.85, S.D. = 0.67)และดา้ นสอื การเรยี นรู้ (= 3.79, S.D. = 0.74) ตามลําดบั 13
8. อภิปรายผล จากการวจิ ยั เรอื ง การพฒั นากิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การ เขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์สาํ หรบั นกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที สามารถอภิปรายผลไดด้ งั นี 1. ผลการศึกษาประสทิ ธภิ าพของกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) เพอื สง่ เสรมิ การเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์สาํ หรบั นกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที 3พบวา่ กิจกรรมนมี ปี ระสทิ ธภิ าพเท่ากับ./. ซงึ สงู กวาเกณฑ์ทีตังไวจ้ ะเหน็ ไดว้ า่ คะแนนแบบทดสอบหลังเรยี นสงู กวา่ คะแนนแบบทดสอบท้ายบท เนอื งจากแบบทดสอบท้ายบทเปนแบบทดสอบทีวดั ผลดา้ นการ เขยี นเชงิ สรา้ งสรรค์ในแต่ละกิจกรรมซงึ มเี นอื หาทีค่อนขา้ งยากกวา่ เชน่ แบบทดสอบท้ายบทในกิจกรรมที2 และ 4เปนการวดั การ เขยี นเชงิ สรา้ งสรรค์ในหวั ขอ้ My last vacation และ A Haunted houseซงึ มกี ารกําหนดชอื รอื งและโครงสรา้ งไวยากรณใ์ นการเขยี น แต่ไมม่ กี ารกําหนดคําศัทพแ์ ละรปู ภาพมาใหซ้ งึ อาจทําใหน้ กั เรยี นเขยี นงานเชงิ สรา้ งสรรค์ออกมาไดน้ อ้ ย แต่แบบทดสอบหลังเรยี นเปนแบบทดสอบทีไมม่ กี ารกาหนดโครงสรา้ งไวยากรณใ์ นการเขยี น แต่มกี ารกําหนดคําศัพท์และรปู ภาพมาใหแ้ ล้วใหน้ กั เรยี นเขยี นเล่าเรอื งจากภาพตามจนิ ตนาการ ซงึ อาจกระต้นุ ความสนใจใหน้ กั เรยี นสามารถคิดไดอ้ ยา่ งอิสระและกวา้ งไกลกวา่ 15
2. ผลการพฒั นาการเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ของนกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที3 ทีเรยี นดว้ ยกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based activities) พบวา่ 1) ก่อนเรยี นนกั เรยี นมคี ะแนนไมต่ ํา่กวา่ รอ้ ยละ 70 ผา่ นเกณฑ์จาํ นวน 9คน คิดเปนรอ้ ยละ 28.12 และมนี กั เรยี นไมผ่ า่ นเกณฑ์จาํ นวน 23คน คิดเปนรอ้ ยละ 71.87 หลังเรยี นนกั เรยี นมคี ะแนนไมต่ ํากวา่ รอ้ ยละ 70 ผา่ นเกณฑ์จาํ นวน 23 คน คิดเปนรอ้ ยละ 71.87 และมนี กั เรยี นไมผ่ า่ นเกณฑ์จาํ นวน 9คน คิดเปน รอ้ ยละ 28.12 และเมอื ทดสอบทางสถิติ Paired t-test พบวา่ ความสามารถการเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรคขอ์ งนกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาปที3 หลังเรยี นสงู กวา่ ก่อนเรยี นอยา่ งมนี ยั สาํ คัญทางสถิติทีระดบั 0.5 (t = 21.92, sig = 0.00) จะเหน็ ไดว้ า่ ก่อนเรยี น นกั เรยี นสว่ นใหญม่ คี วามสามารถการเขยี นภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์นอ้ ย แต่เมอื เรยี นดว้ ยกิจกรรมแบบมุง่ ปฏิบตั ิงานแล้วนกั เรยี นสว่ นใหญส่ ามารถเขา้ ใจเทคนคิ การ คิดเชงิ สรา้ งสรรค์มากขนึ ทําใหน้ กั เรยี นสามารถเขยี นงานสรา้ งสรรค์ออกมาไดด้ แี ละทําใหค้ ะแนนการเขยี น ภาษาอังกฤษเชงิ สรา้ งสรรค์สงู ขนึ ดว้ ย ซงึ สอดคล้องกับงานวจิ ยั ของสรุ รี ตั นห์ อมเอือม (2555) ไดพ้ ฒั นาชุด กิจกรรมสง่ เสรมิ การเขยี นเชงิ สรา้ งสรรค์ 16
9. ขอ้ ค้นพบในการวจิ ยั 1. การจดั การเรยี นรแู้ บบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based learning) เปนวธิ กี ารจดั การเรยี นรทู้ ีเนน้ ผเู ร้ ยี นเปนศูนยก์ ลาง เปดโอกาสนกั เรยี นไดเ้ รยี นรผู้ า่ นการปฏิบตั ิงาน โดยนกั เรยี นจะไดท้ ํากิจกรรมต่างๆดว้ ย ตนเองมากกวา่ การนงั ฟงครผู สู้ อนทําใหน้ กั เรยี นไมเ่ บอื หนา่ ยกับการเรยี นและกระตือรอื รน้ อยูต่ ลอดเวลา และใน ขนั Report หรอื ขนั นาํ เสนอนกั เรยี นจะไดแ้ สดงความคิดเหน็ และใหข้ อ้ มูลยอ้ นกลับแก่เพอื นกล่มุ อืนๆ ชว่ ยให้ นกั เรยี นสามารถมองเหน็ ขอ้ ดขี อ้ ดอ้ ยของตนเอง และนาํ ไปปรบั ปรงุ ใหด้ ขี นึ ในครงั ต่อไป 2. หลังจากการจดั การเรยี นรดู้ ว้ ยกิจกรรมการเรยี นรแู้ บบมุง่ ปฏิบตั ิงาน (Task-based learning) พบวา่ นกั เรยี นมคี วามสามารถในการเขยี นเชงิ สรา้ งสรรค์หลังเรยี นสงู ขนึ โดยก่อนเรยี นนกั เรยี นมคี ะแนน เฉลียเพยี งรอ้ ยละ 64.84 แต่หลังเรยี นนกั เรยี นมคี ะแนนเฉลียรอ้ ยละ80.37 ซงึ สงู ขนึ อยา่ งเหน็ ไดช้ ดั และเมอื พจิ ารณาเกณฑ์การประเมนิ เปนรายดา้ น ไดแ้ ก่ความคิดคล่องแคล่ว ความคิดยดื หยุน่ ความคิดรเิ รมิ และ ความคิดละเอียด พบวา่ นกั เรยี นมคี ะแนนเพมิ ขนึ ทกุ ดา้ น 17
10. ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ เสนอแนะเพอื การนาํ ไปใช้ 1. ครคู วรหาสอื เพมิ เติมในขนั ก่อนปฏิบตั ิงาน (Pre-Task) ซงึ จะชว่ ยกระต้นุ ความสนใจของนกั เรยี นไดม้ ากขนึ 2. เนอื งจากกิจกรรมนเี ปนการเรยี นรทู้ ีเนน้ การปฏิบตั ิครจู งึ ควรเตรยี มตัวและวางแผนระยะเวลาในการเรยี น การสอนอยา่ งรอบคอบ 3. คําศัพท์เปนปจจยั สาํ คัญทีชว่ ยกระต้นุ การคิดสรา้ งสรรค์ครคู วรเนน้ การปอนคําศัพท์ใหน้ กั เรยี น ก่อนการปฏิบตั ิงาน ซงึ จะชว่ ยใหน้ กั ัเรยี นนาํ คําศัพท์ทีไดเ้ รยี นรไู้ ปต่อยอดเปนความคิดสรา้ งสรรค์ไดด้ ยี งิ ขนึ 4. หากต้องการพฒั นาผลสมั ฤทธทิ างการเรยี น ควรเพมิ เวลาการปฏิบตั ิงานในแต่ละขนั ใหม้ ากขนึ โดยเฉพาะขนั เนน้ รปู แบบทางภาษา ขอ้ เสนอแนะในการวจิ ยั ครงั ต่อไป ควรมกี ารนาํ วธิ กี ารเรยี นรแู้ บบมุง่ ปฏิบตั ิงานไปใชศ้ ึกษาและพฒั นาทักษะภาษาอังกฤษอืนๆ 18
Thank you จดั ทําโดย นางสาวเพชรฟา ชชุติวฒั นศ์ ิรกิ ลุ 308 นางสาวดาราภรณ์ ทรายโชติชลธาร 305 นางสาวธนวดี มงคลยศ 319 19
Search
Read the Text Version
- 1 - 19
Pages: