สวสั ดนี กั เรยี น ชน้ั ม . 2 ของครมู ะตมู ฮว้ิ ววววว. . . . เทอมหนา้ กจ็ ะไดพ้ บกันแลว้ ลมื หน้าครูรึยัง (ฮ่า) ครไู ดส้ รุปเนื้อหาให้นกั เรยี น เตรยี มสาหรบั Final เทอมน้ี ไสดซู ิ วา่ เรยี นอะไรไปบ้าง ศลิ าจารกึ หลกั ที่ ๑ ประโยค คาสมาส คาสนธิ คาราชาศพั ท์ การเขยี น Mind Map การพดู ในโอกาสตา่ งๆ การเขยี นบรรยายพรรณนา ยอ่ ความ เรยี งความ คาทมี่ าจากตา่ งประเทศ รามเกยี รต์ิ ตอน เนอื้ หาไมเ่ ยอะไม่นอ้ ยนะนักเรยี น สบิ เรือ่ งกรบุ กริบ นารายณป์ ราบนนทก ทค่ี รรู วบรวมมาใหใ้ นน้ี อย่างที่บอกว่าเปน็ เนอ้ื หาสรุป ถา้ นักเรยี นอา่ นแล้วยังรู้สึก มขี อ้ ข้องใจ ยังไม่เขา้ ใจ ยงั ไม่กระจ่าง กต็ ิดตอ่ สอบถามครเู พม่ิ เติม ได้ทช่ี อ่ งทาง เบอร์ 086 4955644 Facebook : Kool Matoom LineID : i17d เพื่อทาความเข้าใจในเนอ้ื หามาข้นึ ให้ นักเรยี นเปิดหนงั สือเรียนประกอบ ทัง้ เลม่ หลักภาษา และวรรณคดี ถ้ามีคาผิด ครขู อโทษล่วงหนา้ นะเนอ้ื หา เหล่านข้ี อใหเ้ ปน็ ประโยชน์ในการสอบ พร้อมทงั้ เป็น ความรปู้ ระดบั ตัวนกั เรียนเองตลอดไป. .อนโุ มทนา. - ขอบพระคุณแหล่งความรเู้ พิม่ เตมิ ตา่ งๆ ครบู าอาจารย์ ทุกทา่ น ขออภัย หากมไิ ดอ้ า้ งอิง
ศิลาจารกึ หลกั ท่ี 1 (ด้านท่ี 1) ผู้คน้ พบ = พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ร.4 (ตอนท่พี ระองคไ์ ปผนวชทาง เหนอื อักษรในศิลาจงึ เป็นคาไทยเหนือโบราณ) การแตง่ = เป็นการเลา่ อตั ชวี ประวตั ิ เนอ้ื เรอ่ื งประกอบด้วย การเลา่ เรอ่ื งราวทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั พอ่ ขนุ รามคาแหง - พอ่ ชือ่ ขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย์ แม่ชอ่ื นางเสือง พชี่ ือ่ บานเมือง มพี น่ี อ้ งทง้ั หมด 5คน ชาย3 หญงิ 2 พ่คี นโตตายตง้ั แต่ยงั เลก็ ตอนอายุ 19 ขุนสามชนเจา้ เมอื งฉอดมาตเี มอื ง กอู อกรบ จนชนะ (ตรงนแี้ สดงถงึ ความกลา้ หาญ) พ่อจึงแต่งตง้ั เปน็ พระรามคาแหง - ตอนพอ่ เปน็ ราชา ไปล่าสัตว์ ตกปลา(ไดต้ วั เนอื้ ตวั ปลา) หาผลไม้เปรยี้ วหวาน (หมากสม้ หมากหวาน) *แสดงถงึ ความอดุ มสมบรู ณข์ องธรรมชาติ อนั ไหนดเี อามาให้พ่อ ดูแลพ่อ พ่อตาย พีเ่ ป็นราชาก็ดูแลพี่ กอ่ นพีต่ ายจึงตง้ั ใหก้ ูเปน็ ราชา สภาพบา้ นเมือง ความเปน็ อยู่ การปกครอง ในยุคสุโขทยั - บ้านเมืองอุดมสมบรู ณ์ การคา้ ขายอยา่ งเสรี ใครอยากขายอะไรกข็ าย ไมไ่ ด้ เสียจกอบ(เสียภาษ/ี คา่ ผา่ นทาง) - กฎหมายมรดก สมบตั ผิ ู้ตาย ตกเป็นของลกู หลาน - การปกครองโดยธรรม ชาวบ้านมีปัญหาทะเลาะกัน เจา้ เมืองตดั สนิ อย่างเทย่ี ง ธรรมไมร่ ับสินบน เวลามไี ดเ้ มอื งขึน้ กไ็ มท่ ารา้ ยเชลย ดแู ลเขาอย่างดี - ปกครองแบบพอ่ ปกครองลกู ใหช้ าวบ้านคนไหนมีปญั หาอยากปรึกษาเจา้ เมอื งกส็ ่ัน กระดง่ิ รอ้ งทกุ ข์ พดู คยุ ปรกึ ษาเหมอื นพอ่ ลกู ศพั ทน์ า่ สนใจ เงอื น=เงนิ ท่ (อา่ นวา่ ทอ่ )=ตี (ท่เมอื ง=ตเี มอื ง) แพ=้ ชนะ พา่ ย=แพ้ ปว่ั =ผชู้ าย นาง=ผหู้ ญงิ จกอบ=ภาษ/ี คา่ ผา่ นทาง
ประโยค จะเปน็ ประโยคไดต้ อ้ งมี ภาคประธาน + ภาคแสดง +(สว่ นเสริม มไี มม่ กี ไ็ ด)้ ใคร ทาอะไร อ่านแลว้ ตอ้ งร้เู รอ่ื งว่าใครกาลังทาอะไร จงึ จะเปน็ ประโยค เชน่ “นกบิน” อา่ นแล้วรู้เรอื่ งว่า (ใคร)นก (ทาไร)กาลังบิน เป็นประโยค “แดงไปตลาด” อ่านแลว้ รู้ เร่อื งว่า (ใคร)แดง (ทาไร)ไป (สว่ นเสรมิ )ตลาดเมอื่ อา่ นรูเ้ รอื่ ง จงึ เปน็ ประโยค แตถ่ า้ อา่ นแล้วยังไมร่ เู้ ร่ืองเรียกวา่ เปน็ กลมุ่ คา เช่น นกั เรยี นธาตนุ ารายณ์ ,ครู วชิ าภาษาไทย , ผเี สอ้ื ประโยคแบ่ง 3 ชนิด ประโยค ประโยคสามญั ประโยครวม ประโยคซอ้ น ต้องการสอื่ ใจความเดยี ว ใจความมากกว่า1ประโยค ใจความมากกวา่ 1ประโยค เช่น แมค็ เลน่ แบดมนิ ตนั แยกกันแล้วก็อ่านรู้เรอ่ื ง แต่แยกกันไมไ่ ด้ มีคาเชือ่ ม ทสี่ โมสร 1. ประโยคคลอ้ ยตาม ท่,ี ซง่ึ , อัน, วา่ , ผ,ู้ ให,้ เมื่อ (ตอ้ งการสื่อสารแค่ใคร 2. ประโยคขัดแย้ง , เพอ่ื , จน, ตาม ทาอะไร) 3. ประโยคเหตผุ ล 4. ประโยคเลือก
ประโยคสามญั คอื ประโยคที่ตอ้ งการสอ่ื ใจความเดียวเช่น แมค็ เลน่ แบดมนิ ตนั ที่ สโมสร (ตอ้ งการสอื่ สารแคใ่ ครทาอะไร) ประโยครวม ประโยคสามญั 2 ประโยคขึน้ ไปมารวมกนั เช่น “พอ่ ไปตลาด” + “แม่ ไปตลาด” = “พอ่ และแม่ไปตลาด” ใช้ และ เปน็ ตัวเช่ือม รวมแลว้ สามารถแยกออก จากกนั กลายเป็นประโยคสามัญเหมอื นเดิมได้ ประโยครวม มี 4 ลักษณะ ดังน้ี 1. ประโยคคลอ้ ยตาม EX ฉนั และ เธอเปน็ เดก็ ธาตนุ ารายณ์ 2. ประโยคขดั แยง้ EX กวา่ ถว่ั จะสกุ งา ก็ ไหม้ , เขาไปแตผ่ มไม่ไป 3. ประโยคเหตุผล EX กนี้ อนดกึ จงึ ตนื่ สาย 4. ประโยคเลอื ก Ex เธอรกั ฉันหรือเขา ประโยคซอ้ น ประโยคสามัญ 2 ประโยคขน้ึ ไปมาซอ้ นทับกนั แตถ่ ้าแยกกนั ประโยคนั้นจะไม่สมบรู ณ์ อา่ นแล้วงง สงั เกตคาเชื่อม ท,่ี ซง่ึ , อนั , ว่า, ผ,ู้ ให้, เม่ือ, เพ่อื , จน, ตาม EX. ลุงของฉันมีบา้ นซงึ่ อยู่ไกลจากท่นี ่มี าก แยกเป็น “ลงุ ของฉันมีบ้าน” กบั “อยู่ไกลจากทน่ี ่ีมาก” โดยมี ซง่ึ เชอ่ื ม พอแยกแลว้ จะงง อะไรอยไู่ กล? EX. ฉนั ชอบกหุ ลาบ ที่ เขาให,้ EX. เขามาหา เมอื่ ฉนั ไมอ่ ยู่ เป็นต้น
สมาส สนธิ เปน็ การสรา้ งคา ประสมคา ตั้งแต่ 2 คา ข้นึ ไป โดยเป็นคาในภาษาบาลหี รือ สนั สกฤต เทา่ นนั้ ! หลักการคอื สมาส(ชน), สนธ(ิ เชอ่ื ม) - สมาส (ชน) คาเอาคา 2 คามาชนกนั เช่น วรรณคดี = วรรณ+คด,ี ประถมศึกษา = ประถม + ศึกษา, มลู นิธิ = มลู + นธิ ิ - สนธิ (เชอ่ื ม) ก่อนเช่ือมกันตอ้ งปรบั คาทั้งคู่ ท่ที า้ ยคาตน้ กบั หนา้ คา หลงั ตามประเภทของคาสนธิ ไดแ้ ก่ สระสนธ,ิ พยญั ชนะสนธ,ิ นคิ หติ สนธิ เช่น ปรเมนทร์ = ปรม + อินทร,์ สรุ โิ ยทยั = สุริย + อทุ ัย, สงั เกต = ส + เกต
บรรยาย/พรรณนา บรรยาย = การเลา่ ลาดบั เหตกุ ารณ์ บอกวา่ ใคร ทาอะไร ทไี่ หน เมอ่ื ไหร่ อยา่ งไร อยา่ งตรงไปตรงมา EX . “นกั เรยี นธาตนุ ารายณช์ น้ั ม.๒ เปลง่ เสยี งรอ้ งเพลงสามคั คชี มุ นมุ อยา่ ง พรอ้ มเพรยี งกนั ในวนั เขา้ คา่ ยลกู เสอื ตามทฝี่ กึ ฝนมาอยา่ งดี” บอกใคร นกั เรยี น ธาตนุ ารายณ์ กาลงั ทาไรกัน ร้องเพลง “กง่ิ ไมห้ กั เกลอ่ื นถนนหลายสายในสกลนคร หลงั จากทเ่ี มอื่ คนื นฝ้ี นตก อยา่ งหนกั ” บอกเหตุการณ์ บอกลาดบั เวลาด้วย หลังฝนตกเม่อื คืน พรรณนา = เมอ่ื อา่ นแลว้ เกดิ ภาพพจน์ จนิ ตนาการณข์ นึ้ ในหวั EX . “ณ หอ้ งคหกรรม ครปู อ๋ มแปม๋ ทอดไขเ่ จยี วเสยี งดงั ฉา่ ฉา่ เสยี งตะหลวิ กระทบกระทะ ดงั โปง้ ลาง กลน่ิ หอมละมนุ ของไข่ และเครอื่ งเทศลอยมาเตะจมกู ใครเดนิ ผา่ นเปน็ ตอ้ งนา้ ลายสอกนั ทกุ คน” เหน็ ภาพการทอดไข่ ทงั้ เสยี ง กลิ่น ครบรส
การเขยี น Mind Map วิธกี ารคือ - เขยี นคาหรอื ขอ้ ความทสี่ อื่ หรอื แสดงถงึ เรอ่ื งจะทา Mind Map กลาง หนา้ กระดาษ - คดิ ถงึ หวั เรอื่ งสาคญั ทเ่ี ปน็ สว่ นประกอบของเรอ่ื งทที่ า Mind Map - แตกความคดิ ของหวั เรอ่ื งสาคญั แตล่ ะเรอ่ื งในขอ้ ออกเปน็ กง่ิ ๆหลายกง่ิ Mind Map หรอื ผงั ความคดิ มหี ลายแบบ แผนผงั แบบ แผนผังแบบ แผนผังแบบ โครงสร้าง กา้ งปลา เปรยี บเทียบ แผนผังแบบ แผนผงั แบบ แผนผังแบบ เพ่อื ตดั สินใจ ใยแมงมมุ ข้ันบนั ได
การพดู ในโอกาสตา่ งๆ พดู อวยพร การแสดงออกถึงความปรารถนาดี อย่างจรงิ ใจ Ex “ขอใหเ้ ดนิ ทางโดยสวัสดภิ าพ” เมอ่ื ตอ้ งอวยพรใหก้ บั บคุ คลทอี่ าวโุ สสงู กวา่ จะกลา่ วอา้ งถงึ สงิ่ ศกั ด์สิ ทิ ธ์กิ อ่ น อวยพร Ex “ขอสิ่งศกั ดิ์สิทธใ์ิ นสากลโลก ช่วยดลบันดาลใหค้ ุณปา้ พบแตค่ วามสุข” พดู โนม้ นา้ ว การใช้คาพดู ทผี่ ู้ฟงั รสู้ ึกสนใจ คลอ้ ยตาม เห็นด้วย Ex - ขอเชญิ ลองสวมแวน่ ตาทจี่ ะสะทอ้ นจนิ ตนาการอนั ระเอยี ดออ่ นบรสิ ทุ ธิ์ ควรคา่ สาหรบั คณุ - แยกขยะใหด้ ี ทงิ้ ขยะใหถ้ กู ที่ เพอื่ โลกและสภาพแวดลอ้ มทดี่ ขี องธาตนุ ารายณเ์ รา - มาใชก้ ระดาษสองหนา้ กนั เถอะ เพอื่ เปน็ การใชท้ รพั ยากรทม่ี อี ยอู่ ยา่ งจากดั ให้ เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ
ยอ่ ความ เรยี งความ ยอ่ ความ ประกอบดว้ ย 2 สว่ น ได้แก่ 1) คานายอ่ ความ มีความสาคญั คอื ชว่ ยใหร้ แู้ หลง่ ทมี่ าของเรอื่ งยอ่ , ชว่ ยใหร้ ผู้ แู้ ตง่ /ผพู้ ดู , ใชเ้ ปน็ หลกั ฐาน ในการอา้ งองิ ได้ 2) เนอ้ื หาท่ยี อ่ ทาให้ร้เู รอื่ งโดยสังเขป ดว้ ยภาษาของตวั เอง เรียงความ ประกอบดว้ ย 3 สว่ น ไดแ้ ก่ 1) คานา เปน็ ยอ่ หนา้ แรก(ยอ่ หนา้ เดยี ว) ของการเขียนเรยี งความ ควรมีการวางแผนใหเ้ นื้อหา ส่วนน้ีมคี วามนา่ สนใจ ทาใหผ้ อู้ า่ นอยากอา่ นต่อ 2) เนอื้ เรอ่ื ง เนอื้ หาสว่ นนมี้ ีหลายยอ่ หน้า เพราะเปน็ การขยายประเดน็ เนอ้ื หา ใสค่ วามคิดเหน็ ของผ้เู ขียน และยกตวั อย่าง โดยการเขยี นต้องวางแผน เรยี งลาดบั กอ่ นหลงั ใหด้ ี แตล่ ะเรื่องทีย่ กมามีความสัมพันธ์กนั เปน็ เรอ่ื งเดยี วกนั 3) สรปุ ใช้วธิ กี ารเขยี นและภาษาให้กระชับ ชดั เจน ควรมีเพียงยอ่ หนา้ เดียว เป็นการกล่าวยา้ ประเดน็ สาคัญ ย้าจุดประสงคห์ รอื ความคดิ หลกั ของเรอื่ ง อาจมีการทงิ้ ท้ายฝากขอ้ คดิ ขอ้ ย้าเตอื น คาคม สุภาษิตหรือคตสิ อนใจ ตลอดจน ความประทับใจให้แกผ่ อู้ ่าน
รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณป์ ราบนนทก มที ี่มาจาก“รามายณะ”ของอินเดีย กลายเป็นรามเกียรต์ฉิ บับ ร.1 เนอื้ หาท่ี เรยี นในชัน้ ม . 2 มีการประพนั ธ์ เปน็ กลอนบทละคร เรอ่ื งยอ่ . . . ก่อนที่เหล่าเทวดาจะไปหาพระอิศวรบนเขาไกรลาส จะตอ้ งลา้ งเทา้ ล้างเทา้ ทีเ่ ชงิ เขากบั ยักษ์นนทก แต่ละวันระหว่างทาหนา้ ท่ี นนทกถกู เหล่าเทวดา กล่นั แกลง้ จนทนไมไ่ หว จึงไปขอใหพ้ ระอศิ วรประทานนิว้ เพชร(ชี้ใครคนนนั้ ตาย)ให้ เม่อื ไดร้ ับพรนนทกใช้น้วิ เพชรฆา่ เท วดาทน่ี นทกไม่ชอบหน้าไปมากมาย และยัง โออ้ วดว่าตนเหนอื กว่าผู้ใด พระอนิ ทร์ ลกู พ่ีของเทวดาจงึ นาเรอ่ื งราวทงั้ หมดไปเลา่ ให้พระอศิ วรฟัง ดังบทประพนั ธ์ เมอื่ นนั้ พระอศิ วรบรมนาถา พระอศิ วรพดู กบั พระอนิ ทร์ ไดฟ้ งั องคอ์ มรนิ ทรา จง่ึ มบี ญั ชาตอบไป อา้ ยนท่ี าชอบมาชา้ นาน เราจง่ึ ประทานพรให้ การกระทาที่ นนทก มนั กลบั ทรยศกระบถใจ ทาการหยาบใหญถ่ งึ เพยี งนี้ ใชน้ ว้ิ เพชรสงั หารเทวดา ขอ้ คดิ ผมู้ อบอานาจตอ้ งพจิ ารณาใหด้ ี ไมเ่ ชน่ นน้ั จะเกดิ ผลรา้ ยตามมา เม่อื พระอิศวรรู้เรอ่ื งจึงขอให้พระนารายณช์ ่วยจดั การนนทก พระนารายณ์ แปลงกายเป็น นางสวุ รรณอัปสร รูปร่างสวยงาม ดังบทประพันธ์ พบอวยั วะ = ปาก เหลอื บเหน็ สตรีวไิ ลลกั ษณ์ พศิ พกั ตรผ์ อ่ งเพยี รแขไข แกม้ ไรผม ตา แขน หนา้ อก หู งามโอษฐง์ ามแกม้ งามจไุ ร งามนยั เนตรงามกร คว้ิ ทรวดทรง เอว งามถนั งามกรรณงามขนง งามองคย์ ง่ิ เทพอปั สร งามจรติ กริ ยิ างามงอน งามเอวงามออ่ นทง้ั กายา
เวลาชมความงามของผหู้ ญงิ ในงานเขยี น เราเรียกว่าการ ใชว้ รรณศลิ ปแ์ บบ นารปี ราโมทย์ เรอ่ื งยอ่ (ตอ่ ). . .นนทกเหน็ สาวสวยก็เกดิ ชอบ จงึ มา รา่ ยรากับนางสุวรรณอปั สร (อยากจบี เขา) นางกพ็ าร่ายรา หลายทา่ ทงั้ เทพนมปฐมพรหมสห่ี นา้ สอดสรอ้ ยมาลาเฉดิ ฉนิ ทงั้ กวางเดนิ ดงหงสบ์ นิ กนิ รนิ เลยี บถา้ อาไพ (ทา่ ฟอ้ นราระบาของไทย) นนทกราเกยี้ วสาวไปเร่ือย ๆ จนไปพลาดทา่ ท่ที า่ รา นาคามว้ นหาง (ชขี้ าตวั เองหัก) นางสวุ รรณอัปสรจงึ แปลงรา่ งกลับเปน็ พระนารายณ์ นนทกเหน็ ว่ายังไงก็ตายแน่ ๆ จงึ ตดั พ้อวา่ ตนส้พู ระนารายณ์ไม่ได้ เพราะพระนารายณ์มี 4 มอื พระนารายณจ์ งึ ตรสั ใหช้ าตหิ น้านนทก มี 10 หนา้ มมี อื 20 มืออาวุธครบครัน มอี ิทธิฤทธิม์ ากมาย เหาะเหนิ เดนิ อากาศได้ ชาติหน้า นารายณจ์ ะเกนิ เปน็ มนุษยธ์ รรมดา 2 มอื และจะฆา่ นนทกอีกครงั้ พูดจบก็ตดั คอ นนทก ฉบั ! . . . ชาติต่อมา นนทกเกิดเป็ทศกัณฐ์ พระนารายณ์เกดิ เปน็ พระราม
คาทมี่ าจากตา่ งประเทศ ตวั อยา่ ง คะนา้ ขน้ึ ฉา่ ย ไชเ้ ทา้ บรอกโคลี แครร์ อต บรอกโคลี แครร์ อต เป็นคาทม่ี าจากภาษาองั กฤษ ขน้ึ ฉา่ ย คะนา้ ไชเ้ ทา้ เป็นคาท่ีมาจากภาษาจนี นอ้ ยหนา่ กวี ี มงั คดุ ทเุ รียน สตรอวเ์ บอรร์ ี แอปเปลิ กวี ี สตรอวเ์ บอรร์ ี แอปเปลิ เปน็ คาทมี่ าจากภาษาองั กฤษ นอ้ ยหนา่ มงั คดุ ทเุ รยี น เปน็ คาทม่ี าจากภาษาชวา-มลายู
คาราชาศพั ท์ ขอบคณุ ภาพประกอบจาก : https://sites.google.com/site/khamrachasaphth/hmw-hmu-khxng-kha-rachasaphth/kha-rachasaphth-hmwd-rangkay
Search
Read the Text Version
- 1 - 13
Pages: