Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ระบบบริหารราชการเวียดนาม

ระบบบริหารราชการเวียดนาม

Published by E-book Prasamut chedi District Public Library, 2019-03-14 01:18:52

Description: ผลิตโดย สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)
หนังสือ,เอกสาร,บทความที่เผยแพร่นี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น

Search

Read the Text Version

2) สร้างนโยบายและหลักสูตรเกี่ยวกับการฝึกอบรมให้กับผู้นำ� ระดบั สงู ทม่ี ีอำ�นาจในการควบคุมบังคับ เชน่ ในด้านการสรา้ งนโยบาย ทกั ษะการบรหิ ารจัดการ การออกแบบนโยบาย ความรเู้ ชิงเศรษฐกจิ และกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นตน้ 3) ปฏิรปู ระบบการศึกษาของชาติ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงการนำ� เอาการฝึกอบรมหลักสูตรข้นั สูงระดับนานาชาตทิ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมมาปรบั ใช้ 4) ดงึ ดดู นกั ลงทนุ ตา่ งชาตใิ นการลงทนุ ดา้ นการศกึ ษาในเวยี ดนาม 5) การรับรองคุณภาพให้กับสถาบันฝึกอบรมด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารของต่างชาติและเวียดนาม 6) สง่ นกั ศกึ ษาท่ีศกึ ษาในระดบั ปรญิ ญาตรีและผสู้ �ำ เรจ็ การศกึ ษา ไปฝกึ อบรมทกั ษะยงั ตา่ งประเทศ 6.3.3 ความรว่ มมอื กบั ประเทศตา่ งๆ เน่ืองจากเวียดนามเป็นประเทศท่ีเพ่ิงปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจ จากระบบวางแผนจากส่วนกลางไปสู่เศรษฐกิจแบบกลไกตลาด และ กำ�ลังอยู่ในระหว่างพัฒนาประเทศให้เป็นประเทศทม่ี รี ายไดร้ ะดบั กลาง ดงั นน้ั จงึ จ�ำ เปน็ ตอ้ งอาศยั การลงทุนจากต่างชาติและความร่วมมือจาก องค์การระหว่างประเทศในการพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์ 150

ความร่วมมืออินเดยี -เวียดนาม อินเดียและเวียดนามมีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรอย่างย่ิง มากกว่า 50 ปี ตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีเนรูและประธานาธิบดี โฮจมิ นิ ห์ เวียดนามเป็นประเทศที่ถูกสงครามทำ�ลายระบบเศรษฐกิจ และสิ่งก่อสร้างพื้นฐานมากกว่าศตวรรษ อย่างไรก็ตามในแง่ของการ ตอบรับเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมนั้น เป็นที่ทราบ กันว่าเวียดนามไม่ได้ต้องการเทคโนโลยีระดับสูงที่มีพร้อมเหมือนกับ ญ่ปี ุ่น แตเ่ วยี ดนามต้องการเทคโนโลยีระดบั กลาง ซ่งึ อินเดียสามารถ ท่ีจะให้ความช่วยเหลือและแนะนำ�ในการวางระบบโครงสร้างพ้ืนฐาน ทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมได้ นอกจากนี้เวียดนามและอินเดียยัง มีความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจที่ดีต่อกัน อินเดียมีการนำ�เข้าสินค้าจาก เวยี ดนาม ในขณะที่เวียดนามมกี ารพ่ึงพาประสบการณใ์ นอุตสาหกรรม น�มันจากอินเดีย เวียดนามเป็นประเทศทม่ี ีแหล่งแรงงานท่ีไดร้ ับ การศึกษาดี และมีอัตราการรู้หนังสือที่เพิ่มขึ้น แต่ยังประสบปัญหา แรงงานขาดทักษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวียดนามใต้ ซึ่งถือเป็น อุปสรรคที่สำ�คัญของเวียดนามตามความต้ังใจของรัฐท่ีจะให้เวียดนามมี สมรรถนะในการแข่งขันกับอินเดียและจีนท่ีมีการบริการด้านเทคโนโลยี และเทคโนโลยรี ะดบั สงู ความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างอินเดีย และเวียดนาม นับเป็นโอกาสของเวียดนามที่ได้เรียนรู้จากอินเดียที่มี การเติบโตทางเทคโนโลยอี ยา่ งรวดเร็วถือเป็นการปฏิวัติระบบเศรษฐกิจ บนฐานความรู้ เวียดนามต้องการความช่วยเหลือทางด้านเทคโนโลยี ในการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสงั คม ดงั นัน้ อนิ เดยี จึงเปน็ ผชู้ ว่ ยเหลอื ระบบบรหิ ารราชการของสาธารณรฐั สงั คมนยิ มเวียดนาม 151

ท่เี หมาะสม อนิ เดยี และเวยี ดนามมีความรว่ มมือกันหลายด้าน อาทเิ ชน่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศกึ ษา การแลกเปล่ียนทางวัฒนธรรม ความรว่ มมอื ทางดา้ นการพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ ซง่ึ เปน็ ดา้ นทค่ี อ่ นขา้ ง ชัดเจนโดยมีแผนการปฏิบัติงานร่วมระหว่างสองประเทศในปี พ.ศ. 2550 – 2552[22] ศนู ย์การเรียนร้เู ด่นๆ ท่ไี ด้รับการชว่ ยเหลอื จากอินเดีย มีดังนี้ • ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การศกึ ษา (ITEC: Infor- mation Technology and Education Center) รัฐบาลอินเดียส่งเสริมการฝึกอบรมในโครงการศูนย์เทคโนโลยี สารสนเทศเพอื่ การศกึ ษา (ITEC: Information Technology and Education Center) โดยสนบั สนนุ ค่าเครื่องบนิ คา่ เลา่ เรียน ทพี่ กั และ เบี้ยเลี้ยง ซึ่งเวียดนามได้รับการจัดสรรในโครงการดังกล่าว 75 ทนุ โครงการดังกล่าวยังรวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารมวลชน ภาษาอังกฤษ การจดั การ การวางแผนการศกึ ษา การฝกึ อบรมครฯู ลฯ นอกจากนี้ในด้านการศึกษา รัฐบาลอินเดียมีการมอบทุนการศึกษา ให้แกน่ ักศกึ ษาเวยี ดนามและนักวจิ ัยจ�ำ นวน 130 ทุน ในทกุ ๆ ปี ส�ำ หรับ ศึกษาในสถานศึกษาของอินเดยี และอนิ เดียยังวางแผนที่จะก่อตงั้ ศนู ย์ สอนภาษาอังกฤษในดานัง ชว่ งปี พ.ศ. 2549 – 2550 อินเดียมีการ มอบทุนการศึกษาทั้งระยะสั้นและระยะยาวมากกว่า 100 ทุน โดย เฉพาะอยา่ งยิ่งการสนบั สนุนทุนการศกึ ษาในโครงการ ITEC ทีอ่ นิ เดีย มีการสนับสนุนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 รวมทั้งสิ้น 362 ทุน (สิงหาคม พ.ศ. 2551) ซึ่งจากทุนดังกล่าวสาขาที่นักศึกษาเวียดนามสนใจมากที่สุด ได้แก่ เทคโนโลยีสารสนเทศ ภาษาอังกฤษ การบริหารการเงิน 152

การฝกึ ปฏิบัตทิ างการเกษตร เทคโนโลยีสิ่งแวดลอ้ ม และเทคโนโลยี ชีวภาพ นอกจากนี้ยังมีทุนระยะยาวในทุกๆปีในการศึกษาเกี่ยวกับ ประวตั ศิ าสตร์อนิ เดีย เศรษฐศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ที่มอบให้แก่จังหวัด และเมอื งทางตอนใตข้ องเวียดนาม • ศูนย์วิทยบริการระดับสูงในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Advanced Resource Centre in IT) ตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2542 รฐั บาล อินเดียไดใ้ หค้ วามชว่ ยเหลือรัฐบาลเวยี ดนาม โดยจัดตั้งศูนย์วทิ ยบริการ ระดบั สูงในด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ (Advanced Resource Centre in IT) ในฮานอยตามข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยที ท่ี ง้ั สองประเทศลงนามรว่ มกนั เพอ่ื พฒั นาทรพั ยากรมนุษย์ ในด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ โดยทรี่ ัฐบาลอนิ เดียช่วยในการฝกึ อบรม แรงงานดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศและการใชบ้ รกิ าร ซง่ึ สนองความตอ้ งการ ของเวียดนามท่ีต้องการความช่วยเหลือด้านการเพ่ิมศักยภาพของ ทรัพยากรมนุษย์ เพื่อการแข่งขันทางเศรษฐกจิ อกี ทั้งเวยี ดนามต้องการ เพ่มิ ความเร็วในดา้ นเครือขา่ ยอเิ ล็กทรอนิกส์ และพฒั นาความร้เู กี่ยวกับ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมทั้งการวิจัยและพัฒนา [22] นอกจากการสนบั สนนุ ดา้ นทนุ การศกึ ษาและดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศแลว้ อินเดียยังมีการวางแผนกลยุทธ์ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ใหแ้ กเ่ วียดนาม ดงั นี้ 1) พัฒนากลยุทธ์ความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับ อดุ มศึกษา ทัง้ ความร่วมมอื ระหวา่ งสหรฐั อเมรกิ าและเวียดนาม (Viet- namese-American Bilateral Trade Agreement: BTA) อาเซยี น เขตปลอดภาษีการค้า (The Asean Free Trade Area: AFTA) ระบบบริหารราชการของสาธารณรัฐสังคมนยิ มเวียดนาม 153

ความตกลงทว่ั ไปวา่ ด้วยการคา้ และบริการ (The General Agree- ment on Trade and Services: GATS) 2) ขยายความร่วมมือกับต่างชาติในการต้ังศูนย์เทคโนโลยี ระดับสูงในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งสามารถร่วมกันวิจัยและพัฒนา โครงการด้านวิทยาศาสตร์ 3) ใชก้ ลยทุ ธใ์ นการสอนภาษาตา่ งประเทศโดยเฉพาะภาษาองั กฤษ ใชก้ ารเรยี นการสอน ใชอ้ ปุ กรณท์ ท่ี นั สมยั ซง่ึ ใชใ้ นมหาวทิ ยาลยั ตา่ งประเทศ และมีความเหมาะสมกับความต้องการในการเรียนรู้ของเวียดนาม โดยเฉพาะสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และ เศรษฐศาสตร์ 4) พัฒนาคุณภาพงานวิจัยและหลักสูตรการฝึกอบรมท่ีเป็น บริบทเฉพาะของเวียดนาม เพื่อดึงดูดนักวิจัยต่างชาติ และเพื่อรักษา เอกลักษณอ์ นั เก่าแกข่ องเวียดนาม 5) มีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์ในการเรียน และร่วมวิจัยกับมหาวิทยาลัยต่างชาติ และสนับสนุนการส่งนักศึกษา และอาจารย์ไปศึกษายังต่างประเทศในด้านท่ีรัฐบาลสนับสนุนและให้ ความสำ�คัญ 6) สนับสนุนเคร่ืองมือและนโยบายในการอำ�นวยความสะดวก เพื่อกระตนุ้ การศกึ ษาต่อต่างประเทศโดยใชเ้ งินทนุ สว่ นตวั 7) มีการควบคุมคุณภาพของธุรกิจบริการฝึกอบรม รวมทั้ง หลักสตู รออนไลน์โดยสถาบันฝกึ อบรมตา่ งชาติ 8) สร้างความสัมพันธ์กับองค์การรับประกันคุณภาพระดับ ภูมภิ าคและระดับโลก เพอ่ื สร้างมาตรฐานให้แกผ่ ้เู รยี นในประเทศ 154

9) สร้างโอกาสในการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณภาพสูงจาก ต่างชาติในการสนับสนุนการฝึกอบรมและวิจัย ในขณะที่สร้างระบบ และนโยบายในการส่งนักศึกษาและบุคลากรเวียดนามไปศึกษา ตา่ งประเทศเพอื่ กลับมาพัฒนาและสร้างชาติ 10) เข้าร่วมการฝึกอบรมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในตลาด ต่างประเทศ เพ่อื ทจ่ี ะส่งออกแรงงานทมี่ ีทักษะตามความต้องการ ของตลาด [22] • พัฒนาคนผ่านยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS: Ayeyawady-Chao Phraya- Mekong Economic Cooperation Strategy) ความรว่ มมือในโครงการยทุ ธศาสตรค์ วามร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง เพื่อท่ีจะพัฒนาความไม่เท่าเทียมกันทาง เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิก อันได้แก่ ไทย ลาว กัมพชู า พม่า และ เวยี ดนาม โดยมปี ระเทศไทยรบั ผดิ ชอบดา้ นนโยบายและผลกั ดนั การน�ำ ไป ใช้ภายใต้หน่วยงานที่ชื่อว่า สำ�นักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ระหวา่ งประเทศ (ไทย) (TICA: Thailand International Development Cooperation Agency) ซ่งึ ได้ อ อ ก แ บ บ แ ผ น เพื่อยกระดับ ความสามารถระดับบุคคลและระดับองค์การของประเทศกล่มุ สมาชิก และพัฒนาเพ่ือเตรียมความสามารถในการแข่งขันระดับสากล ซึ่งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็น 1 ใน 8 ด้านของแผนการพัฒนา อันได้แก่ ระบบบรหิ ารราชการของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 155

1) การอ�ำ นวยความสะดวกดา้ นการคา้ และลงทนุ 2) ความรว่ มมอื ด้านการเกษตร 3) ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมและพลังงาน 4) การเชื่อมโยงด้านคมนาคม 5) ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม การท่องเทีย่ ว 6) การพัฒนาทรัพยากรมนษุ ย์ 7) สาธารณสขุ 8) ความ ร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งแผนพัฒนาถูกออกแบบให้มีการประชุม หารอื ในระดับรฐั มนตรี เพือ่ ผลักดนั เชงิ นโยบาย มนี โยบายและแผนด้าน การพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ โดยการให้การศึกษา การฝกึ อบรม และ การเรยี นรแู้ กข่ า้ ราชการของประเทศสมาชกิ เพอ่ื ทจ่ี ะสรา้ งประสบการณ์ และความรู้ในส่วนที่จำ�เป็นต่อการพัฒนาประเทศ เช่น การพัฒนา ระบบอาชวี ศกึ ษา การพัฒนาทกั ษะแรงงานอุตสาหกรรม การบรหิ าร จดั การดา้ นการเงนิ ฯลฯ ตลอดจนการสง่ เสรมิ ความรว่ มมอื และการสรา้ ง เครือข่ายด้านเทคนิคการแลกเปล่ยี นระหว่างผ้เู ช่ยี วชาญและนักวิจัย สนบั สนนุ ใหม้ กี ารท�ำ วจิ ยั รว่ มกันระหว่างสถาบันซ่ึงเวียดนามสามารถใช้ เงอ่ื นไขนเ้ี รียนร้จู ากประเทศเพอ่ื นบา้ น 156

7 กฎหมายสำ�คญั ทค่ี วรรู้ ระบบบรหิ ารราชการของสาธารณรัฐสงั คมนยิ มเวยี ดนาม 157

7.1 กฎระเบียบขา้ ราชการ กฎระเบยี บขา้ ราชการของเวยี ดนาม เปน็ แบบประเทศสงั คมนยิ ม ที่ยงั มคี วามเกย่ี วพันกับพรรคเวยี ดนาม จึงมีประเดน็ ที่นา่ ศึกษาดงั นี้ การคัดเลือกและการเลือกสรร นโยบายและวธิ กี ารของการคดั เลอื ก และการเลอื กสรรบคุ ลากร เข้าทำ�งานภาครัฐของเวียดนาม ในปัจจุบันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงจาก ในอดีตไปมาก คุณสมบัติในการเลือกสรรบุคลากรเข้าทำ�งานมีดังนี้ การคัดเลือกและการเลื่อนตำ�แหน่งเจ้าหน้าที่ระดับคอมมูน (ชุมชน ระดบั ลา่ ง)จะด�ำ เนนิ การผา่ นการทดสอบ การคดั เลอื กและการเลอื กสรร บคุ ลากรส่วนใหญ่จะถูกกระจายอำ�นาจไปยังหน่วยงานราชการต่างๆ หากหน่วยงานเหล่าน้ันมีความสามารถพอท่ีจะจัดการทดสอบได้เอง แต่จุดอ่อนของการคัดเลือกและการเลือกสรรบุคลากรเข้าทำ�งาน ภาครัฐ รวมถึงการเลื่อนตำ�แหน่งงานในปัจจุบันของเวียดนาม คือ การทก่ี ารทดสอบสว่ นใหญพ่ ยายามมงุ่ เนน้ ไปทค่ี วามยตุ ธิ รรม ความโปรง่ ใส และความเป็นรูปธรรมแต่เน้ือหาของข้อสอบไม่ได้มีความเก่ียวข้องกับ งาน นอกจากนั้น ยงั มกี ารเล่นพรรคเลน่ พวกในการคัดเลอื กบุคลากร อยา่ งแพรห่ ลายทง้ั ในสว่ นกลางและสว่ นท้องถิ่น นอกจากน้ีเน้ือหาของข้อสอบยังเอนเอียงไปในการกระตุ้นให้ ผู้สมัครเรียนรู้ด้วยการท่องจำ�มากกว่าความเข้าใจและการนำ�ความรู้ ไปใช้อย่างสร้างสรรค์ จึงทำ�ให้ขาดทักษะในการบริหารจัดการและ การปฏิบัติ 158

การประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน ระบบบรหิ ารผลงานของเวยี ดนามแบ่งการประเมนิ ออกเป็น 3 ระดับ คือ • การประเมินตนเอง (Self Assessment): การประเมนิ ตนเองในชว่ งการวัดทัง้ ในแงก่ ารบรรลเุ ปา้ หมาย และแง่ความคบื หน้า • การประเมนิ โดยเพอ่ื นรว่ มงาน (Peer Review): การประเมนิ จะถูกนำ�มาพูดคุย และมีการนำ�เสนอต่อเพื่อนร่วมงาน โดยจะมี การพจิ ารณาและโหวต แตจ่ ะไมม่ กี ารระบชุ อ่ื และจะใชผ้ ลตามฉนั ทามติ • การประเมนิ โดยหวั หนา้ งาน (Evaluation by Immediate Supervisor): ผู้บังคับบัญชาโดยตรงจะเป็นผู้พิจารณาในขั้นสุดท้าย กรณีท่ีมีความคิดเห็นแตกต่างกันผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้ตัดสินใจ โดยความถี่ในการประเมินขึ้นอยู่กับแต่ละหน่วยงาน อาจจะเป็นปีละ ครง้ั หรอื ปลี ะสองครง้ั ซึ่งเพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูประบบราชการ งานวิจัยเรื่อง การนำ�ระบบการเติบโตตามตำ�แหน่งมาใช้ในระบบ ข้าราชการเวียดนาม คา่ ตอบแทน ในประเด็นเร่ืองเงินเดือนของพนักงานท่ีปฏิบัติงานในท้องถ่ิน รัฐบาลเวียดนามได้ให้ค่าตอบแทนพนักงานที่ทำ�งานให้แก่รัฐบาลใน ทอ้ งถนิ่ สงู กวา่ ค่าจา้ งแรงงานข้นั ต�่ำ ประมาณ 2.3 เท่า ขา้ ราชการเวยี ดนามมีเงินเดอื นประมาณ 1.5 ล้านดอ่ ง หรอื ประมาณ 2,250.18 บาท และเมอ่ื เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2555 รัฐบาล เวียดนามได้ปรับขึ้นเงินเดือนข้ันต�สำ�หรับข้าราชการอีกประมาณ ระบบบริหารราชการของสาธารณรัฐสังคมนยิ มเวยี ดนาม 159

รอ้ ยละ 27 หรอื ประมาณ 1,554 บาท จนถึงขณะนีเ้ งนิ เดือนข้าราชการ นป่ารจับะขปึ้นรคะ่ามแารณงข2ั้นตล่ำ�้าสนูงดส่อุดงถหึงรร้ออื ย3ล,ะ00609.2ส4ำ�หบราับทภนาคอเกอจกาชกนนต้ี ัร้งแัฐตบ่เาดลือไนด้ ตุลาคมปี 2555 โดยแรงงานในฮานอยและโฮจิมินห์ซิตี้ได้รับค่าแรง ขั้นต่�ำ สูงที่สุด คือ 2 ล้านดอ่ ง หรอื ประมาณ 3,000.24 บาท สว่ น แรงงานในเขต 2 จะได้รบั คา่ จา้ งขัน้ ต่ำ� 1.78 ล้านด่อง หรือประมาณ 2,670.22 บาทต่อเดือน ส่วนแรงงานในเขต 3 ได้รบั ค่าแรงขั้นต�่ำ 1.55 ล้านดอ่ ง หรอื ราว 2,325.19 บาทตอ่ เดือน และแรงงานในเขต 4 มีคา่ แรง ขน้ั ต�ำ่ อยูท่ ่ี 1.4 ล้านด่อง หรอื ประมาณ 2,100.17 บาทตอ่ เดอื น นอกจากนี้ผู้ที่ทำ�งานให้รัฐบาลจะมีเงินกองทุนประกันสังคม ซึง่ ไดร้ ับ เงนิ สมทบจากรฐั บาลเชน่ เดยี วกนั ตารางท่ี 1 อตั ราการขน้ึ เงนิ เดอื นขา้ ราชการเวยี ดนาม พ.ศ. 2542 – 2552 ปี เงนิ เดือนขนั้ ต� เพมิ่ ขนึ้ อตั รา ร้อยละ รอ้ ยละสะสม เมื่อเทยี บกับ 2542 180,000 ระดับก่อนหนา้ นี้ - 2544 210,000 - 17 2546 290,000 17 55 2548 350,000 38 76 2550 450,000 21 105 2552 540,000 29 125 พ.ค. 2552 650,000 20 145 20 160

เกณฑก์ ารจา่ ยเงนิ เดอื นขา้ ราชการเวยี ดนามแตล่ ะขน้ั นน้ั ประกอบ ด้วยระดับเงินเดือนที่ระบุไว้ในแผนงาน กลุ่มงาน ระดับตำ�แหน่งของ ขา้ ราชการท่ีระบุไว้ในโครงสรา้ งเงินเดือน ผลประโยชน์ตอบแทน ในประเด็นเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนเพ่ิมเติมของพนักงาน ที่ปฏิบัติงานในท้องถิ่น รัฐบาลเวียดนามได้ให้ค่าตอบแทนเพิ่มเติมแก่ พนกั งานทที่ ำ�งานใหแ้ กร่ ฐั บาล ตวั อยา่ งเช่น เบยี้ กันดาร เงินเส่ยี งภัย เงินเพ่ิมค่าครองชีพสำ�หรับผู้ที่ปฏิบัติงานในพ้ืนที่ท่ีมีค่าครองชีพสูง เงินสำ�หรับผู้ที่ทำ�งานหลายอย่าง เงินเพิ่มพิเศษสำ�หรับงานที่ต้องการ ความร้คู วามสามารถสงู เงินเพิ่มพิเศษส�ำ หรับผทู้ ่ีอาสาไปทำ�งานในเขต เศรษฐกจิ ใหม่ ในพน้ื ทท่ี ่ีเปน็ เกาะ พ้ืนทที่ ห่ี ่างไกลความเจรญิ หรอื เงิน ประจ�ำ ต�ำ แหน่งสำ�หรบั นกั บรหิ าร เป็นต้น เวลาและเง่อื นไขการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าทีท่ ี่ท�ำ งานใหแ้ กท่ ้องถ่นิ ของเวยี ดนามน้นั มชี ่ัวโมงการ ทำ�งาน 8 ชัว่ โมงตอ่ วัน 5 วันตอ่ สัปดาห์ (วนั จันทร์ – วนั ศุกร)์ การลา เจ้าหน้าท่ที ่ที ำ�งานให้แก่ท้องถ่นิ ของเวียดนามน้นั มวี นั ลาพกั ผอ่ น ประมาณ 12 – 18 วนั ตอ่ ปี ระบบบรหิ ารราชการของสาธารณรฐั สังคมนิยมเวียดนาม 161

การเกษียณอายุ โดยทภ่ัวาคไปบขงั คา้ รบั าวชยั กเกาษรยีจณะตขอ้องงมระีอบาบยุงราานชกคารรบสกว่ �ำนหใหนญดข่ อ้ันยตทู่ ำ�่อ่ี ถางึยจุ 5ะ5ม–ีสทิ65ธ์ิ ปี ได้รบั ผลประโยชน์การเกษียณอายงุ าน สำ�หรับทีเ่ วียดนามมกี ารกำ�หนด อายเุ กษยี ณราชการสำ�หรับชายและหญิงทีอ่ ายุต่างกัน โดยชายเกษยี ณ ราชการอายุ 60 ปี และหญิงเกษยี ณราชการอายุ 55 ปี วนิ ัยส�ำ หรบั ข้าราชการเวยี ดนาม วนิ ยั ขา้ ราชการเวยี ดนามตามพระราชกฤษฎกี า35/2005/ND-CP ประกอบไปดว้ ย การตำ�หนิ การตักเตือน การตัดเงินเดือน การลดขน้ั การถอดถอน และเลกิ จา้ ง ถึงกระนนั้ ก็ยังมีปญั หาเกิดขนึ้ เนอื่ งดว้ ย ไม่มีความเข้มงวดในการใช้ระเบียบวินัย ซึ่งมีสาเหตุจากลักษณะทาง วฒั นธรรมของชาวเวียดนามที่ไม่ตอ้ งการทำ�ให้เกดิ ความขุน่ เคอื ง อีกทัง้ ระบบการจ้างงานตลอดชีพ ไม่ได้เตรียมการลงโทษขั้นสูงสุดในการนำ� บุคลากรที่ไร้ความสามารถ หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ ออกจากงาน 7.2 กฎหมายแรงงาน กฎหมายแรงงานบังคับใช้กับชาวเวียดนามที่ทำ�งานกับบริษัท ตา่ งชาตหิ รอื องคก์ รตา่ งชาติและชาวตา่ งชาตทิ ท่ี �ำ งานอยใู่ นบรษิ ทั เวยี ดนาม และองค์กรต่างๆ ของเวียดนาม รวมถึงทำ�งานกับชาวเวียดนามเป็น รายบคุ คล แตไ่ มบ่ ังคับใช้กับบุคคลตา่ งชาติทท่ี ำ�งานอยใู่ นบริษัทตา่ งชาติ และองค์กรต่างชาติในเวียดนาม สญั ญาการจา้ งงานตอ้ งมสี ญั ญาวา่ จ้าง 162

ที่เป็นลายลักษณ์อักษรและรูปแบบท่ีจัดพิมพ์โดยกระทรวงแรงงาน ของเวียดนาม การตกลงด้วยวาจาอาจกระทำ�ได้ในกรณีทเี่ ป็น การจา้ งลกู จา้ งท�ำ งานในบา้ นเรอื น และเปน็ การจา้ งงานชว่ั คราวนอ้ ยกวา่ 3 เดือน อย่างไรก็ตาม ลกู จ้างและนายจา้ งในกรณหี ลังนี้ ยังคงตอ้ ง ปฏิบัติตามข้อกำ�หนดในกฎหมายแรงงานด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้ต้องการ ทำ�งานในเวียดนามควรศึกษาหรือมีความรู้เบ้ืองต้นในระเบียบหรือ กฎหมายท่ีเก่ียวขอ้ ง คอื 7.2.1 การจ้างและการฝกึ อบรม 1) บริษัทสามารถจ้างชาวเวียดนามอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปได้ โดยวิธีตอ่ ไปนี้ - จา้ งโดยตรง - มอบหมายให้บริษัทจัดหางานของรัฐเป็นผู้จัดหาในกรณีท่ี เปน็ องคก์ รระหว่างประเทศ หรอื ส�ำ นกั งานตวั แทน (Representative Office) - ถ้าบุคคลท่ีหน่วยงานของรัฐจัดหาให้ไม่เป็นที่พอใจ บริษัทสามารถจดั หาแรงงานได้เอง 2) เพื่อวัตถุประสงค์ในการฝึกอบรม บริษัทอาจจ้างแรงงาน อายุระหว่าง 16 - 18 ปีได้ และหากหลังจากสิ้นสุดเวลาฝึกอบรม คนงานเหลา่ นนั้ ยงั อายไุ มถ่ งึ 18 ปี ก็สามารถขออนญุ าตจากบิดามารดา ของคนงานหรือผู้ให้การอุปถัมภ์ได้ ในกรณีที่คนงานนั้นเป็นเด็กกำ�พร้า การวา่ จ้างจะต้องไดร้ บั อนุญาตจากหน่วยงานจา้ งงานทอ้ งถน่ิ ระบบบริหารราชการของสาธารณรฐั สงั คมนยิ มเวยี ดนาม 163

3) บริษัทสามารถจ้างชาวต่างประเทศได้ สำ�หรับตำ�แหน่งที่ ตอ้ งการความช�ำ นาญด้านเทคนคิ หรอื ไม่สามารถหาชาวเวยี ดนามมา ปฏบิ ัติหน้าทนี่ ั้นได้ 4) บริษทั ตอ้ งวางแผนฝกึ อบรมและเปิดหลักสูตรฝึกอบรมและ สามารถส่งคนงานไปฝึกในศูนย์ฝึกอบรมต่างประเทศหรือในประเทศได้ เพ่ือยกระดบั ความสามารถของคนงานทุกระดับในบริษทั 5) ผปู้ ระกอบธรุ กจิ ในเวยี ดนาม รวมถงึ บรษิ ทั ตา่ งชาตสิ �ำ นกั งาน ตวั แทน และสาขาของบรษิ ทั ตา่ งชาติ ทต่ี อ้ งการจา้ งแรงงานตา่ งชาตติ อ้ ง ลงประกาศรบั สมคั รแรงงานในหนงั สอื พมิ พข์ องเวยี ดนามอยา่ งนอ้ ย 1 ฉบบั เปน็ เวลา 3 วนั 7.2.2 สัญญาว่าจ้าง 1) สัญญาจ้างชาวเวียดนามต้องกระทำ�เป็นลายลักษณ์อักษร และลงนามโดยผอู้ �ำ นวยการของบริษทั และลูกจ้าง 2) สญั ญาจ้างจะตอ้ งมีสาระดังตอ่ ไปนี้ - งานที่จะตอ้ งทำ� / สถานทที่ ำ�งาน - คา่ จา้ ง / เงนิ เดือน - ระยะเวลาของสญั ญา - การประกันสิทธคิ มุ้ ครองแรงงาน - การประกนั สังคม - เงือ่ นไขสำ�หรับการทดลองงาน (ถา้ ม)ี 3) ระยะเวลาทดลองงานจะตอ้ งไม่เกนิ 30 วนั แตใ่ นกรณี 164

เปน็ งานดา้ นเทคนคิ หรือการจัดการที่ซับซอ้ น อาจมีระยะทดลองงาน นานกว่า แตต่ ้องไม่เกิน 60 วัน เงนิ เดือนของลูกจ้างในช่วงเวลาทดลอง งานไมต่ ่ํากว่าร้อยละ 70 เงินเดือนที่ตกลง ในชว่ งระยะเวลาทดลองงาน ท้งั สองฝ่ายตา่ งสามารถยกเลกิ สญั ญา โดยไม่ต้องประกาศล่วงหน้าและ จา่ ยค่าปรับ 4) การจ้างงานที่มีการกำ�หนดระยะเวลาการจ้างกระทำ�ได้ ครง้ั ละ 1 – 3 ปี ตอ่ สัญญาไดอ้ ีก 1 คร้ัง คร้ังละ 1 – 3 ปี หลังจากน้ัน จะตอ้ งเปน็ สญั ญาถาวร 5) สญั ญาจา้ งงานจะเรม่ิ มผี ลบงั คบั ใชใ้ นวนั ทท่ี ง้ั สองฝา่ ยตกลงกนั 6) หากนายจ้างละเมิดสัญญาการว่าจ้าง โดยการยกเลิกการ จ้างงาน ซงึ่ ขัดกับสญั ญาการวา่ จา้ ง นายจ้างจะตอ้ งรบั ลูกจ้างคนนนั้ เข้า ทำ�งานต่อไปและต้องจ่ายค่าชดเชยเท่ากับเงินเดือนที่ลูกจ้างได้สูญเสีย ไป หากนายจา้ งปฏิเสธทจี่ ะรบั ลูกจ้างรายน้ันเขา้ ท�ำ งานตอ่ ไป ลูกจ้าง จะต้องไดร้ ับค่าจา้ งเท่าท่สี ญู เสียไป รวมกับเงนิ เพิม่ เตมิ อกี คร่ึงหน่ึงของ เงินเดือนทีไ่ ดร้ บั ในแต่ละปีรวมกับเงนิ เพิม่ เตมิ อนื่ ๆ (ถ้ามี) 7) ในกรณีที่ลูกจ้างลาออก หรือนายจ้างให้ออกโดยไม่มี ความผิด นายจ้างต้องจ่ายเงินพิเศษอีก 0.5 เท่าของเงินเดือนเดือน สดุ ท้ายคณู จ�ำ นวนปีที่ทำ�งาน เช่น ทำ�งานนาน 10 ปี ต้องจา่ ย 0.5 x เงิน เดือน x 10 ปี เทา่ กับ 5 เดือน 8) นายจ้างสามารถไล่คนงานออกจากงานได้ หากแรงงาน ขาดงานเกิน 5 วันต่อเดือน หรือ 20 วันต่อปี โดยไม่จำ�เป็นต้องให้ เหตุผลใดๆ แกแ่ รงงานทถี่ กู ไล่ออก ระบบบรหิ ารราชการของสาธารณรฐั สงั คมนิยมเวยี ดนาม 165

7.2.3 กฎหมายเวลาทำ�งาน • ชว่ั โมงการท�ำ งานปกตติ อ้ งไมเ่ กนิ 8 ชว่ั โมงตอ่ วนั และ 48 ชว่ั โมง ต่อสัปดาห์ ลูกจ้างสามารถทำ�งานล่วงเวลาแต่ไม่เกิน 4 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 200 ชั่วโมงต่อปี ในกรณีพิเศษที่รัฐบาลได้ระบุเงื่อนไข เวลาทำ�งานล่วงเวลาสามารถขยายนานมากที่สุดถึง 300 ชั่วโมงต่อปี ธรุ กจิ ในสว่ นเศรษฐกจิ ทง้ั หมดรวมไปถงึ ธรุ กจิ ที่มีเงนิ ลงทนุ จากตา่ งประเทศ ได้มีการสนบั สนนุ ใช้ข้อก�ำ หนดเวลาท�ำ งานสัปดาหล์ ะ 40 ชวั่ โมง • ในเวลาท�ำ งานแตล่ ะผลดั ตอ้ งมกี ารหยดุ พกั อยา่ งนอ้ ย 30 นาที • ในแตล่ ะสปั ดาห์ คนงานต้องมวี นั หยุดอย่างน้อย 1 วนั • ชว่ั โมงทำ�งานผลดั กลางคืน ตง้ั แต่ 22.00 น. ถึง 06.00 น. • เวลาท�ำ งานปกตติ อ้ งลดลงอยา่ งนอ้ ย1ชว่ั โมงส�ำ หรบั คนงาน ทีป่ ฏบิ ตั งิ านหนกั มาก งานอนั ตราย หรอื สภาวะท่ีมสี ารพิษ คนงานหญงิ ที่มที ารกอายตุ �กว่า 12 เดือน และคนงานทมี่ อี ายุต�กว่า 18 ปี • คนงานหญิงสามารถลาคลอดได้ 4 เดอื น โดยได้รับเงินเดือน เต็มจากรฐั บาล รวมเปน็ เวลา 5 เดอื น (ชว่ งลาคลอด 4 เดือน นายจา้ ง ไม่ต้องจ่าย) 7.2.4 กฎหมายการประกนั สงั คมและการประกนั สุขภาพ การประกนั สงั คมและการประกนั สขุ ภาพใชบ้ งั คบั เฉพาะคนงาน ชาวเวียดนาม โดยทกุ เดือนบรษิ ัทจะตอ้ งจ่ายเงนิ ประกันดังตารางต่อไป นี้ [7] 166

ตารางที่ 2 สดั ส่วนการจ่ายประกนั สงั คมและการประกนั สขุ ภาพ ระหวา่ งนายจา้ งและลูกจ้างในแตล่ ะเดือน นายจา้ ง/ลูกจา้ ง ค่าประกนั สงั คม ค่าประกันสขุ ภาพ รวม นายจ้าง 15% 2% 17% ลูกจา้ ง 5% 1% 6% รวม 20% 3% 23% ท่มี า: สำ�นกั งานคณะกรรมการส่งเสรมิ การลงทนุ ปี 2551 7.2.5 การสิน้ สดุ สัญญาว่าจ้างแรงงาน 1) นายจ้างสามารถทำ�การยกเลิกสัญญาว่าจ้างก่อนเวลาได้ ในกรณีดงั ตอ่ ไปนี้ (ก) ลูกจ้างผิดพลาดซ�ๆ ในการปฏิบัติงานตามสัญญา วา่ จา้ งแรงงาน (ข) ลูกจ้างถูกลงโทษหรือไลอ่ อกตามกฎหมายแรงงาน (ค) ขณะทล่ี ูกจ้างเป็นโรคหรือเจ็บป่วย และยังไม่สามารถ ทำ�งานต่อ หลังจากได้รับการรักษาเป็นเวลา 1 ปี สำ�หรับสัญญา วา่ จา้ งแรงงานที่ไมก่ �ำ หนดเวลา 6 เดอื นส�ำ หรบั สญั ญาแรงงานทกี่ �ำ หนดเวลา และครึ่งเวลาตามเวลากำ�หนดสำ�หรับสัญญาแรงงานสำ�หรับงานพิเศษ หรือตามฤดกู าล ระบบบรหิ ารราชการของสาธารณรัฐสงั คมนยิ มเวยี ดนาม 167

(ง) นายจ้างอย่ใู นภาวะถูกบีบบังคับต้องลดผลผลิตและ พนกั งานเพื่อพยายามฟื้นฟู เนื่องจากความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ไฟไหม้ หรือเหตกุ ารณร์ ุนแรง (จ) นายจ้างหยุดกิจการธุรกิจ นอกจากการสิ้นสุดสัญญา ในกรณีขอ้ (ข) ดงั กลา่ ว ในกรณขี ้อท่ีเหลือตอ้ งมีการประกาศล่วงหน้า 45 วนั สำ�หรบั สญั ญาวา่ จ้างแรงงานท่ไี มก่ ำ�หนดเวลา 30 วนั สำ�หรบั สัญญาแรงงานทีก่ ำ�หนดเวลาทำ�งาน 1 ปี ถงึ 3 ปี และ 3 วนั สำ�หรบั งานพิเศษหรือตามฤดูกาลทไ่ี ม่เกิน 1 ปี 2) นายจา้ งไม่มสี ิทธยิ กเลิกสัญญาว่าจ้างแรงงานในกรณดี ังตอ่ ไปน้ี • ลกู จ้างผู้มีโรคหรอื เจ็บป่วย เนอ่ื งจากอบุ ตั เิ หตุเกี่ยวข้องกบั ท่ีท�ำ งาน หรอื โรคทเี่ กิดจากสภาพงานท่ีทำ� และกำ�ลงั ไดร้ บั การรักษา • ลูกจ้างผู้กำ�ลังลาพักร้อน ลาพักด้วยตัวเอง หรือลาพัก ในกรณีใดๆ ที่ไดร้ บั อนญุ าตจากนายจา้ ง • ลกู จา้ งเปน็ หญงิ โดยเหตผุ ลสมรส ตง้ั ทอ้ ง คลอดบตุ ร หรอื เลี้ยงบุตรทม่ี อี ายุไมเ่ กนิ 12 เดอื น ยกเวน้ กรณที ่บี รษิ ัทหยุดกจิ กรรม ธุรกจิ 7.2.6 กฎหมายทวั่ ไป 1) การลาพักประจ�ำ ปี ลกู จา้ งทท่ี ำ�งานครบ 12 เดือน จะได้มีสทิ ธลิ าพักรอ้ นโดยไมห่ กั เงินเดอื น การลาหยุดประจ�ำ ปีแบง่ ได้ตามกรณีดงั นี้ 168

• 12 วนั ส�ำ หรบั ผทู้ ม่ี สี ภาพงานปกติ • 14 วัน สำ�หรับผู้ทำ�งานที่ใช้แรงงานหนัก มีความเสี่ยงหรือ อันตราย หรือกิจกรรม งานในสถานทห่ี รอื ในสภาพที่ไม่สามารถทนได้ หรอื ส�ำ หรบั ลกู จา้ งทม่ี อี ายตุ า่ํ กวา่ 18 • 16 วัน สำ�หรับผู้ทำ�งานที่ต้องใช้แรงงานหนัก มีความเสี่ยง เปน็ พเิ ศษ หรือกิจกรรมงานในสถานที่หรือในสภาพที่ไม่สามารถทนได้ เปน็ พเิ ศษ จำ�นวนวันลาพักสามารถเพ่ิมขึ้นตามสัดส่วนพอถึงรอบเวลา ทำ�งานในบริษัทเดียวหรือนายจ้างจะเพิ่มอีก 1 วัน จากเวลาทำ�งาน ทุก 5 ปขี องการจา้ งงาน 2) การจา้ งชาวตา่ งชาติ โดยปกติ ลกู จา้ งชาวตา่ งชาตจิ ะไดร้ บั สมคั รในต�ำ แหนง่ ท่ตี อ้ งการทกั ษะ ด้านเทคนิค หรือชำ�นาญการด้านบริหาร นายจ้างต้องวางแผนหรือ มีโครงการฝึกฝนลูกจ้างเวียดนามเพื่อแทนลูกจ้างชาวต่างชาติ เพราะ ฉะนั้นการทำ�งานในเวียดนาม ชาวต่างชาติต้องได้รับอนุญาตจาก ฝา่ ยบริหารแรงงาน (เช่น กรมแรงงาน ทหารที่ทพุ พลภาพ และสังคม ประจำ�จงั หวดั หรือนครทน่ี ายทนุ ต้ังสถานธรุ กิจ) กอ่ นลงนามในสัญญา วา่ จา้ งแรงงานกบั นายจา้ ง การรับสมัครชาวต่างชาติต้องมีสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 3 ของ แรงงานทั้งหมดของนายจ้าง ในกรณีนายจ้างจำ�เป็นต้องรับสมัคร ชาวต่างชาติในสัดส่วนเกินร้อยละ 3 ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ที่เกีย่ วขอ้ งในทอ้ งถิ่น ระบบบริหารราชการของสาธารณรัฐสงั คมนยิ มเวียดนาม 169

ชาวต่างชาติที่ได้รับสมัครจากสำ�นักงานลงทุนของต่างประเทศ (Foreign Invested Enterprises - FIEs) หรือตัวแทน หรือสาขาของ บรษิ ทั ต่างประเทศ ทำ�งาน 3 เดอื นข้นึ ไป ต้องขอใบอนุญาตทำ�งานจาก เจ้าหนา้ ท่ีทีเ่ กยี่ วข้องในท้องถน่ิ ยกเว้นกรณดี งั ต่อไปนี้ • ชาวต่างชาติผู้ทีท่ ำ�งานในเวียดนามไม่เกิน 3 เดือนหรือ มาเวยี ดนามเพอื่ จดั งานดว่ น • ชาวต่างชาติผู้เป็นสมาชิกของคณะกรรมบริหารจัดการ (Board of Management) • ชาวต่างชาติผู้เป็นหัวหน้าตัวแทนหรือสาขาของบริษัท ตา่ งประเทศที่เวียดนาม • นักกฎหมายต่างประเทศผู้มีใบอนุญาตปฏิบัติงานทาง กฎหมายจากกระทรวงยตุ ธิ รรมของเวียดนาม ในกรณีที่ไม่ต้องการใบอนุญาตปฏิบัติงาน นายจ้างต้องเสนอต่อ กรมแรงงาน ทหารทท่ี พุ พลภาพและสงั คม รายชอ่ื ของลกู จา้ งชาวตา่ งชาติ ประกอบดว้ ย ชือ่ เต็ม อายุ สญั ชาติ หมายเลขหนงั สือเดินทาง และ วนั ทีเ่ รมิ่ และสนิ้ สุดการท�ำ งาน ใบรายละเอยี ดนี้ต้องส่งก่อนลว่ งหน้าวนั เรมิ่ ทำ�งาน 7 วัน [1] 7.2.7 ใบอนุญาตทำ�งาน (Work Permit) หน่วยงานแรงงานท้องถ่ิน ผ้ทู ุพพลภาพจากสงคราม และ สวัสดิการสังคม (The Local Department of Labour, War Invalids and Social Affairs: DoLISA) ของกระทรวงแรงงาน 170

เวียดนาม เป็นผู้ออกใบอนุญาตให้เข้าทำ�งานในเวียดนามได้ไม่เกิน 36 เดือน และสามารถต่ออายุได้อีกไม่เกิน 36 เดือน ยกเว้นแรงงาน ต่างชาติที่เข้ามาแก้ไขปัญหาฉุกเฉินที่เกิดขึ้นในกิจการ ที่แรงงานใน เวียดนามไม่สามารถแก้ไขได้ หรือชาวต่างชาติระดับกรรมการของ บริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนก่อตั้งตามกฎหมายของเวียดนาม หรือ ชาวต่างชาติที่ดำ�รงตำ�แหน่งหัวหน้าสำ�นักงานตัวแทนสาขาของ บริษัทต่างชาติในเวียดนาม และนักกฎหมายต่างชาติที่ได้รับใบรับ รองรองจากกระทรวงยุติธรรมของเวียดนามให้ปฏิบัติหน้าที่ใน เวียดนามเป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่ว่าจ้างแรงงานต่าง ชาติซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตทำ�งาน จะต้องแจ้งชื่อ อายุ สัญชาติ หมายเลขหนังสือเดินทาง ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อน วันที่เริ่มต้นและวันทสี่ ิ้นสุดการทำ�งานต่อหน่วยงาน DoLISA ของ เวียดนาม จากรายละเอยี ดของกฎหมายแรงงานของเวยี ดนาม จะเห็นได้ว่ามี ลักษณะที่ยืดหยุ่นให้กับการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ ซึ่งจะเห็นได้ จากตัวเลขการลงทนุ ทเ่ี พม่ิ ขน้ึ ทกุ ปี และแมว้ า่ จะมขี อ้ จ�ำ กดั ในการสง่ รายได้ ออกนอกประเทศ แตเ่ วยี ดนามยอมใหม้ กี ารสง่ั ซอ้ื เครอ่ื งจกั รหรอื อปุ กรณ์ ทน่ี �ำ มาใชใ้ นอตุ สาหกรรม โดยหกั รายไดท้ ีต่ ้องนำ�เข้าประเทศ ซึ่งเป็น จุดที่ต่อท่อหายใจให้กับอุตสาหกรรมต่างชาติ และการเข้าไปลงทุน ในเวียดนามของต่างชาติในหลายภาคส่วนต่างต้องการแรงงานราคาถูก ซง่ึ แรงงานในเวียดนามตอบสนองเป็นอยา่ งดี ดูไดจ้ ากตารางที่ 3 ท่ี เปรียบเทียบให้เหน็ ถึงอัตราคา่ จา้ งทตี่ า่ งกนั ในแตล่ ะเขต ระบบบริหารราชการของสาธารณรัฐสงั คมนิยมเวียดนาม 171

ตารางท่ี 3 อตั ราค่าแรงข้นั ต�ำ่ ในเวยี ดนามระหว่าง พ.ศ.2551-2555 ที่มา: www.amchamvietnam.com 172

7.3 กฎหมายเข้าเมือง 7.3.1 ระยะเวลาทีไ่ ดร้ บั อนญุ าตให้พำ�นักในเวียดนาม นักท่องเทีย่ วไทยไมต่ ้องขอวีซ่าเข้าเวียดนาม และสามารถอยู่ ภายในประเทศเวียดนามได้ไมเ่ กิน 1 เดือน และหนังสือเดินทาง ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน โดยสามารถรับวีซ่าเข้าประเทศ เวียดนามได้ที่สนามบินนานาชาติ และด่านตรวจคนเข้าเมืองระหว่าง ประเทศลาวและกัมพูชา ผู้เดินทางเข้าประเทศทุกคนต้องกรอกแบบฟอร์มศุลกากร สีเหลืองมีสำ�เนาสีขาว และจะต้องเก็บใบสีเหลืองไว้กับหนงั สอื เดนิ ทาง อย่าให้หายเป็นอันขาด เพราะว่าจะต้องใช้แสดงแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร เวลาเดินทางกลบั ออกจากประเทศ 7.3.2 สงิ่ ของต้องหา้ ม หนังสือและเอกสารต่อต้านการปกครองของรัฐบาลเวียดนาม สิ่งพิมพ์ลามกอนาจาร ยาเสพติดให้โทษ ปืนและอาวุธทุกชนิด วิดีโอ หรือแผ่นซีดีที่นำ�เข้า เจ้าหน้าที่จะยึดเอาไปตรวจสอบ 2 - 3 วัน แล้ว จะคืนให้ผู้นำ�เข้า การนำ�วัตถุโบราณออกนอกเวียดนามเป็นการผิด กฎหมาย เว้นแต่จะมีหนังสืออนุญาตจากกระทรวงวัฒนธรรมของ เวยี ดนาม ดงั น้นั เมือ่ ซอ้ื สินค้าที่เป็นวตั ถุโบราณหรือเลยี นแบบ ควรขอ ใบเสรจ็ รับเงินจากร้านค้ากับใบรบั รองการส่งสินค้าออกมาดว้ ย มฉิ ะน้นั อาจจะมีโทษปรับและถูกริบสินค้า ผู้เดินทางที่มีเครื่องประดับทองคำ� ระบบบริหารราชการของสาธารณรัฐสังคมนยิ มเวียดนาม 173

มาและมิใช่ของใช้ส่วนตัวจะต้องแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรด้วย ของ ยกเวน้ อากร มีดังต่อไปน้ี บหุ ร่ี 200 มวน สุรา 2 ลติ ร น� หอม และ เครอื่ งประดับพอควรแก่ฐานะ 7.3.3 ข้อมูลส�ำ หรับนกั ท่องเทยี่ ว • ผูถ้ ือหนังสือเดินทางไทย สามารถเดินทางเข้าเวียดนามโดยได้ รบั การยกเว้นการตรวจลงตราและพ�ำ นักอยใู่ นเวียดนามไดไ้ ม่เกนิ 30วนั • ชาวต่างชาติที่อยู่ในเวียดนามต้องถือหนังสือเดินทางติดตัว ตลอดเวลา ท้งั น้ีควรถ่ายเอกสารหนังสือเดินทาง บตั รเครดติ และ เอกสารส�ำ คัญอืน่ ๆ เน่อื งจากโรงแรมที่พักจะขอสำ�เนาหนงั สอื เดนิ ทาง ดว้ ย • เวยี ดนามไมอ่ นญุ าตใหถ้ า่ ยภาพอาคารทท่ี �ำ การตา่ งๆ ของรฐั • หากนำ�เงนิ ตราตา่ งประเทศติดตวั เข้าประเทศมากกว่า 7,000 ดอลลาร์สหรฐั ตอ้ งแจง้ ให้ศุลกากรเวียดนามทราบ การนำ�เงินตราออก นอกประเทศมากกวา่ 7,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตอ้ งได้รับอนุญาตจาก ธนาคารแหง่ ชาตหิ รอื ธนาคารกลางในทอ้ งถน่ิ กอ่ น มเิ ชน่ นน้ั จะถกู ยดึ เงนิ • บทลงโทษของเวยี ดนามในคดียาเสพติด การฉอ้ โกงหนว่ ยงาน ของรัฐมโี ทษประหารชวี ิต [28] 174

7.4 กฎหมายอนื่ ๆ ท่ีควรรู้ 7.4.1 กฎหมายควบคมุ ยาสบู กฎหมายนี้ได้ยกร่างตามข้อกำ�หนดต่างๆ ภายใต้อนุสัญญา ควบคมุ ยาสูบ องค์การอนามยั โลก อาทิ การมคี ำ�เตอื นบนซองบหุ รเ่ี ป็น รปู ภาพ การหา้ มโฆษณาและส่งเสรมิ การขายทกุ รปู แบบ การห้ามสบู บหุ รใ่ี นสถานทส่ี าธารณะ การใหส้ ขุ ศกึ ษาเรอ่ื งพษิ ภยั บหุ ร่ี การชว่ ยเหลือ ผู้สูบบุหรี่ให้เลิก ห้ามบริษัทบุหรี่ทำ�กิจกรรมเพื่อสังคม ยกเว้นกรณี ช่วยเหลือความอดอยาก ความยากจน ช่วยเหลือภัยพิบัติ แต่ห้าม ทำ�ประชาสัมพันธ์การทำ�กิจกรรมเหล่านี้ การนำ�ภาษียาสูบส่วนหนึ่ง มาตั้งเป็นกองทุนสนับสนุนการควบคุมยาสูบ และมีเป้าหมายเพื่อ เป็นกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพในอนาคต การกำ�หนด ราคาขั้นต่ำ�ของผลิตภัณฑ์ยาสูบ และที่สำ�คัญคือการกำ�หนดให้ธุรกิจ ยาสูบ ซึ่งเป็นของรัฐเช่นเดียวกับโรงงานยาสูบของไทยต้องทำ�ธุรกิจ สอดคล้องกับนโยบายการควบคุมยาสูบของรัฐท่ีจะทำ�ให้จำ�นวนคนสบู บหุ รล่ี ดลง รวมถงึ มาตรการชว่ ยเหลอื ชาวไรย่ าสบู ในการปลกู พชื ทดแทน [29] 7.4.2 กฎหมายควบคมุ สื่อออนไลน์ ทางการเวียดนามได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายควบคุมการใช้ อินเทอร์เน็ต ที่ห้ามไม่ให้ผู้ใช้เว็บบล็อก หรือเว็บไซต์สังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ค และทวติ เตอร์ เผยแพร่หรอื พูดคุยเก่ยี วกบั ข่าวสารขอ้ มลู ทว่ั ไป ยกเว้นข้อมลู สว่ นตวั นอกจากนี้ยงั ไดก้ ำ�หนดใหบ้ รษิ ทั ทใี่ หบ้ ริการ ระบบบรหิ ารราชการของสาธารณรัฐสงั คมนยิ มเวียดนาม 175

อินเทอร์เน็ตจากต่างชาติ นำ�เซิร์ฟเวอร์เข้ามาตั้งไว้อยู่ภายในประเทศ เวยี ดนามอกี ด้วย [9] 7.4.3 กฎหมายจ�ำ กดั ความเร็วรถยนต์ ในเมอื งใช้ความเร็วไดไ้ ม่เกิน 40 กม./ชม. และนอกเมอื งไม่เกนิ 60 กม./ชม. ผฝู้ า่ ฝืนจะถกู ยดึ ใบขับขี่เป็นเดอื น [14] 7.4.4 กฎหมายการค้าประเวณี กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ ได้ออกกฎกระทรวง และ ประกาศกระทรวงฉบับใหม่ท่ีครอบคลุมถึงการป้องกันการใช้ความ รนุ แรงภายในครอบครวั ไปจนถึง “อตุ สาหกรรมทางเพศ” ซึง่ มุ่งลงโทษ “ผซู้ อื้ ” เปน็ ครง้ั แรก โดยกำ�หนดโทษปรับตงั้ แต่ 50,000 - 10,000,000 ดอ่ ง (24 - 480 ดอลลาร์สหรัฐ) ตามลักษณะการกระท�ำ ความผดิ ที่แตก ตา่ งกนั ออกไป บทลงโทษสำ�หรับผูซ้ ื้อบรกิ าร หาก “ซ้อื ” เพ่ือมเี พศสมั พันธก์ บั ชายหรือหญงิ คร้งั ละหลายคน โทษปรับจะอยูร่ ะหว่าง 2 – 5 ล้านด่อง และหากมเี พศสมั พนั ธก์ บั หญงิ ท่ีถกู บังคับใหข้ ายบริการโดยมิได้มีความสมัครใจ โทษปรับกจ็ ะกลาย เปน็ ระหว่าง 5 – 10 ลา้ นด่อง 176

สำ�หรับการกระทำ�ความผิดครั้งแรก โทษปรับสำ�หรับผู้ท่ีมีเพศ สัมพันธ์กบั หญงิ ขายบรกิ ารจะเปน็ ระหว่าง 100,000 - 300,000 ด่อง (5 - 15 ดอลลารส์ หรฐั ) ซึง่ เป็นการเตือน โทษปรบั จะเพิ่มขึน้ เปน็ 300,000 - 500,000 ดอ่ ง สำ�หรับผู้ท่ีมเี พศสัมพันธก์ ับหญิงหรือชาย หลายคนในคราวเดียวกนั และเป็น 500,000 - 1,000,000 ด่อง หากมี เพศสมั พนั ธ์กับหญงิ หรอื ชายท่ถี ูกบงั คับใหข้ ายบรกิ าร ถ้าหากผู้กระทำ�ผิดในเรื่องนี้เป็นชาวต่างชาติ นอกจากจะมี โทษปรบั ระหวา่ ง 100,000 - 1,000,000 ดอ่ ง สำ�หรบั การกระท�ำ ผิด คร้งั แรกแล้ว ก็ยงั อาจจะถกู เนรเทศออกจากเวยี ดนามอีกด้วย ซ่ึงขน้ึ อยู่ กบั ลกั ษณะและสถานการณ์แวดลอ้ มของการกระทำ�ผิด ส�ำ หรบั ผทู้ ก่ี กั ขงั หนว่ งเหนย่ี วผอู้ น่ื เพอ่ื ใหค้ า้ ประเวณี ปดิ บงั ซอ่ นเรน้ การคา้ ประเวณี และขดั ขวางการปฏิบัติงานของเจา้ หนา้ ทีร่ ัฐเพ่อื ปราบ ปรามการค้าประเวณี ผเู้ กี่ยวขอ้ งจะถกู ปรับตั้งแต่ 15 - 20 ล้านด่อง (715 - 950 ดอลลารส์ หรัฐ) บทลงโทษส�ำ หรบั เจา้ หนา้ ที่รฐั หากเจ้าหน้าท่ีของรัฐรายใดท่ีใชอ้ �ำ นาจในทางมชิ อบ ทำ�การปิดบัง ซ่อนเร้น ช่วยเหลือให้มีการค้าประเวณี รวมทั้งใช้กำ�ลังขัดขวางการ ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายในการกวาดล้างการค้า ประเวณจี ะมโี ทษปรบั 20 - 30 ล้านด่อง ทัง้ นี้ ยังไม่รวมถงึ การลงโทษ ทางวินยั ถึงขัน้ ไล่ออกดว้ ย [23] ระบบบริหารราชการของสาธารณรฐั สังคมนิยมเวียดนาม 177

178

8 ลกั ษณะเด่นของระบบราชการ ทน่ี า่ เรียนรู้ ระบบบรหิ ารราชการของสาธารณรฐั สังคมนิยมเวยี ดนาม 179

8.1 กรณีศึกษาการปฏิรูประบบการบริหารกิจการ สาธารณะ จงั หวัดลงั ซอน ประเทศเวียดนาม เมอื งลังซอน (Lang Son) เป็นเมอื งหลกั ดา้ นสังคม วฒั นธรรม เศรษฐกิจ และการปกครองของจังหวัดลังซอน ประเทศเวียดนาม มพี ้นื ที่ 79 ตารางกโิ ลเมตร มปี ระชากรประมาณ 140,000 คน ต้งั อยู่ ไม่ห่างจากชายแดนติดตอ่ กบั ประเทศจนี โดยมที างคมนาคมทีส่ ะดวก เชื่อมระหวา่ ง 3 เมืองเศรษฐกิจ ได้แก่ ฮานอย ไฮฟอง และ Quang Ninh และยงั มีทางรถไฟเชอ่ื มต่อไปยังประเทศเพื่อนบา้ น จงึ นับเป็น ประตูวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไปสู่ประเทศจีนและประเทศยุโรปอ่ืนๆ จงึ มีรายได้จากการทอ่ งเท่ยี วและการค้าขายเปน็ หลัก สภาพปัญหาในการบริหารกิจการท้องถิ่นโดยท่ัวไปของประเทศ เวียดนาม • การดูแลท้องถิ่นแบบเดิมท่ีมีการบริหารและเงินอุดหนุน มาจากส่วนกลาง ปราศจากความน่าเชื่อถือ ไม่สามารถตอบสนอง ความต้องการการพัฒนาในยุคที่มีความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ อยา่ งรวดเร็วในปจั จบุ นั ได้ • การบริหารราชการ ทั้งพันธกิจและระบบการทำ�งานไมม่ ี ความชดั เจน • การปฏิบัติราชการมีความไม่แน่นอน และทับซ้อน รวมทั้ง ขน้ั ตอนกระบวนการยงุ่ ยาก กฎระเบยี บตา่ งๆ ยงั หละหลวม กฎระเบียบ บางอยา่ งลา้ สมยั 180

• การบริหารจัดการเป็นแบบรวมศูนย์ แต่ยังไร้ทิศทาง องค์กรที่ บริหารงานและหน่วยงานราชการไม่มีนโยบายและระเบียบทางการเงิน ท่ีชัดเจน • พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐขาดความรับผิดชอบ ขาดระเบียบ ขาดประสิทธิภาพในการทำ�งาน ขาดทักษะการบริหาร วิธีการทำ�งาน ลา้ สมัย ซับซ้อนและล่าชา้ มกี ารคอรัปช่ัน • องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินไม่มีความเข้าใจปัญหาของ ประชาชน มกั เฉยชาเมือ่ ตอ้ งท�ำ งานท่ีทา้ ทาย แนวทางการแกป้ ญั หา รัฐบาลเวียดนามได้มีการวางนโยบายการปฏิรูประบบการบริหาร รัฐกิจ (Public Administration Reform: PAR) ไวม้ ากมาย เพือ่ สนองตอบนโยบายดงั กลา่ ว ซง่ึ รฐั บาลกลางเวียดนามได้พัฒนาแผนการ ด�ำ เนนิ การโครงการ PAR เปน็ จ�ำ นวนมากในระหวา่ งปพี .ศ. 2544 – 2553 (ค.ศ. 2001- 2010) โดยปฏิรูป 4 เรอ่ื ง ไดแ้ ก่ 1) ปฏิรูปสถาบนั 2) ปฏริ ูปกลไกบริหาร 3) ปฏริ ูปขา้ ราชการ 4) ปฏิรูประบบงบประมาณ ท้ังน้ี เทศบาลเมอื งลังซอน (Lang Son) ได้ตอบสนองนโยบายนอี้ ยา่ ง ฉบั พลัน โดยไดเ้ ริม่ การปฏริ ปู ระบบการบรหิ ารรัฐกจิ (PAR) ด้วยการ ดำ�เนนิ โครงการ “One Stop Shop” และ “e-portal” ท้งั ในระดับ เทศบาลและระดับชุมชน และประสบความส�ำ เร็จโดยได้รบั รางวลั เป็น ตัวอยา่ งเทศบาลท่ดี ีในดา้ นการใชโ้ ครงการ PAR ระบบบริหารราชการของสาธารณรฐั สงั คมนิยมเวียดนาม 181

โครงการ One Stop Shop เปน็ การรบั มอื กบั ปญั หาของการบรหิ ารจดั การ และการประสานงาน ระหวา่ งบคุ คลและระหวา่ งหน่วยงานปกครองต่างๆ ของรฐั ท้งั ในระดับ เดียวกันและตา่ งระดบั กนั ท่จี ะรบั เร่ืองและแจง้ ผลให้ผใู้ ช้บรกิ าร ณ จดุ บรกิ ารเดียว มวี ัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพอ่ื สนองตอ่ นโยบายและความตอ้ งการในแผนหลกั ของ PAR 2) เพ่ือเพิ่มความสะดวกของประชาชน องคก์ รธุรกิจ และองคก์ ร ตา่ งๆ ในงานบรกิ ารของรฐั 3) เพื่อเพิ่มคุณภาพการบริการ ความมีวินัย และทัศนคติในการ บรกิ ารรวมถงึ การระบขุ อบเขตอ�ำ นาจและความรบั ผดิ ชอบของหนว่ ยงาน ตา่ งๆ ของรฐั ใหช้ ดั เจนมากขน้ึ 4) เพอ่ื ชว่ ยเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ ความคลอ่ งตวั และการจดั โครงสรา้ ง ใหม่ของหน่วยงานราชการ โดยบทบาทและภารกจิ ท่ี One Stop Shop ตอ้ งดำ�เนนิ การ คือ • การบริหารงานตอ้ งโปรง่ ใส งา่ ย และถูกตอ้ งตามกฎหมาย • ระเบยี บขน้ั ตอนคา่ ใชจ้ า่ ยคา่ ธรรมเนยี มตา่ งๆรวมถงึ ระยะเวลา ที่ต้องใช้ในการจัดการเรื่องต่างๆ นั้น ต้องแสดงให้เห็นชัดเจนทั้งแก่ หน่วยงานและสาธารณชน • การยน่ื ค�ำ ร้องและการรบั ฟังผล ตอ้ งทำ� ณ จดุ บรกิ ารเดยี วกัน • การเดินเรื่องประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ เรอื่ งท่ีรอ้ งขอมาสำ�เร็จผลนั้น เปน็ ความรับผดิ ชอบของหน่วยงานรฐั • เรือ่ งทร่ี อ้ งขอต้องดำ�เนินการให้เสรจ็ โดยเรว็ ตรงเวลา และให้ ความสะดวกแก่ประชาชนผ้มู าใช้บริการ 182

สว่ นงานที่ One Stop Shop ให้บรกิ าร ไดแ้ ก่ • ออกใบรับรองการจดทะเบียนธุรกิจสำ�หรับองค์กรและธุรกิจ ในครัวเรอื น • ออกใบอนุญาตการสรา้ งและการซ่อมแซมอาคาร • การจดั สรรท่ีดนิ • การใหเ้ ชา่ ที่ดิน • การโอนกรรมสทิ ธ์ิการใชป้ ระโยชน์ทดี่ นิ • การเปลย่ี นแปลงการใชป้ ระโยชนท์ ่ดี นิ • การออกรบั รองสทิ ธ์ิการใช้ประโยชน์ทีด่ ิน • การจดั จ้างแรงงาน • สวัสดกิ ารของรัฐ ฯลฯ โครงการ E-portal เว็บไซต์ http://langsoncity.com.vn เปน็ การรวบรวมเอาขอ้ มูล จากสภาประชาชนของเทศบาล และคณะกรรมการภาคประชาชน รว่ มกับข้อมูลจากแผนกงานตา่ งๆ ของชุมชน (Ward and Commune) มวี ัตถปุ ระสงคส์ �ำ คญั ในการพัฒนาดังนี้ 1) เพ่ือให้ขอ้ มลู ที่จ�ำ เป็นเก่ียวกบั เทศบาล หน่วยงานท้องถ่นิ กรม และกองต่างๆ 2) เพอ่ื ใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั การใหบ้ รกิ ารของรฐั โดยเฉพาะ One Stop Shop 3) เพ่อื เปดิ โอกาสให้ธุรกิจต่างๆ ได้มโี อกาสพูดคุยกนั ระบบบริหารราชการของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวยี ดนาม 183

4) เพอ่ื ประชาสัมพนั ธ์เกี่ยวกับเมอื งลงั ซอน (Lang Son) 5) เพื่อปรับให้ระบบการบริการเป็นระบบคอมพิวเตอร์ และ เปลย่ี นเปน็ ระบบ e-government 6) เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนกับหน่วยงาน ของรัฐ ผสู้ ง่ ออก และนกั ธรุ กจิ ในการพัฒนาเศรษฐกจิ ร่วมกัน รูปแบบเวบ็ ไซตน์ ้ี แบ่งเปน็ 5 ส่วนดังนี้ 1) ดา้ นบนเป็นตราสัญลักษณข์ องเมือง 2) ด้านซา้ ยเป็นแทบบรรจุช่อื รายการ (Menu Bar) 3) ด้านขวาเป็นช่องทางการค้นหา (Search) และพน้ื ท่ีโฆษณา 4) พน้ื ท่ีตรงกลางแสดงข้อมูลตา่ งๆ 5) ด้านล่างมีรายการเว็บไซต์ เพื่อตดิ ต่อกบั คณะทำ�งาน ผลท่ีไดร้ บั จากการศึกษากรณีจังหวดั ลงั ซอน (Lang Son) การนำ�ใช้ PAR และ e-portal เข้ามาช่วยในการปรบั ปรุงระบบ บรหิ ารจัดการเมืองลังซอน (Lang Son) ได้สง่ ผลดตี า่ งๆ ให้เกิดข้นึ อย่าง เหน็ ไดช้ ดั ทั้งการเพ่มิ ประสทิ ธิภาพในการท�ำ งาน และการได้รับบรกิ าร ทด่ี ขี นึ้ ของประชาชน ดงั น้ี 1) เกิดการปรบั เปลีย่ นวิธีการท�ำ งานเพื่อเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ และ คุณภาพการให้บรกิ ารประชาชนอยา่ งตอ่ เนือ่ ง โดยคณะกรรมการประชาชนได้นำ�ระบบควบคุมคุณภาพ ISO 9001:2000 มาใชเ้ พอ่ื ปรบั ปรงุ รปู แบบการบรหิ ารงานราชการ รวมท้ังยัง ได้มกี ารรับรองกฎหมายถงึ 29 ฉบับ เพ่ือปฏริ ปู ระเบยี บในการบรหิ าร 184

สำ�หรับการบังคับใช้ระบบควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐาน (National Standard (TCVN) ISO 9001:2000) นอกจากนี้ ยังได้มกี าร ก�ำ หนดหนา้ ท่ีความรับผดิ ชอบท่ีชัดเจนขน้ึ ส�ำ หรับหน่วยงานตา่ งๆ เพอ่ื ให้รับเรื่องและดำ�เนินการได้ในเวลาที่กำ�หนดเอาไว้ ส่วนในด้านการ วางแผนนนั้ ได้กำ�หนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาไปถงึ ปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) โดยแผนหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจะเน้น การก�ำ กับดแู ล การด�ำ เนินการ และการสรา้ งความเขม้ แข็งของโครงการ ส�ำ คัญต่างๆ รวมถึงการกระจายอ�ำ นาจไปยงั ชมุ ชน และหน่วยงานที่ ดแู ลการบริการสาธารณะ 2) สรา้ งความใกลช้ ดิ ระหวา่ งผบู้ รหิ าร ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน และประชาชน โดยในการปรับปรุงระบบงานเพ่ือเพ่ิมความสามารถและคุณภาพการ ทำ�งานครั้งนี้ คณะกรรมการประชาชนต้องลงไปดูแลการทำ�งานของ ทุกกรม กองอยา่ งใกล้ชิด เพ่อื ใหค้ ำ�ปรึกษา ก�ำ หนด ดแู ล เร่งรัด รวมถึง ช่วยแกไ้ ขปญั หาท่รี บั มือไดย้ าก นอกจากน้นั คณะท�ำ งานทกุ คนในคณะ กรรมการประชาชนยังลงพน้ื ที่ เพ่ือพบปะประชาชนท่เี กี่ยวข้องกับ ปัญหาการเวนคืนทด่ี ิน เพื่อรับทราบสภาพปัญหาและหาทางแก้ไข ขอ้ ขัดแย้งนนั้ ๆ 3) พัฒนาระบบการจัดเก็บและบันทึกข้อมูลหลังจากท่ีมีการนำ� ระบบนม้ี าใชใ้ นระหวา่ งปี พ.ศ. 2550 – 2553 เมืองลงั ซอนได้เรมิ่ ให้ ความสำ�คัญกับการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับระบบ ขนั้ ตอนงานราชการ และเอกสารต่างๆ เพื่อดำ�เนินโครงการการปรับ ระบบบริหารราชการของสาธารณรัฐสงั คมนยิ มเวียดนาม 185

ข้ันตอนระเบยี บราชการใหง้ ่ายลง ขณะนอ้ี ยใู่ นขน้ั ตอนทค่ี ณะกรรมการ ประชาชนของเทศบาลกำ�ลังขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ประชาชนระดบั จงั หวดั 4) มีการระบุความชัดเจนของหน้าที่และพันธกิจของหน่วยงาน ภาครัฐเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ�งานและการให้บริการ ได้มี การด�ำ เนินการทบทวนและจดั ระเบียบหน่วยงานชำ�นาญการเฉพาะทาง รวมถึงดูแลปรับเปลี่ยนหน้าที่และความรับผิดชอบของพนักงาน ทั้ง ข้าราชการและลูกจ้างทุกคน เพื่อไม่ให้เกิดความซ�ซ้อน สับสน ความยุ่งยากต่างๆ ในการทำ�งาน ซงึ่ หน่วยงานส่วนใหญส่ ามารถปรับตวั กับการกำ�หนดหนา้ ทแ่ี ละพันธกิจแบบใหม่นอี้ ยา่ งเหมาะสม 5) มกี ารปฏริ ปู นโยบายขา้ ราชการและพนกั งานของรฐั นอกเหนอื จาก การทบทวนอำ�นาจหน้าที่ของตำ�แหน่งต่างๆ ในระบบงานราชการแล้ว คณะกรรมการประชาชนยังให้ความสนใจรายละเอียดด้านคุณภาพ ของตำ�แหน่งงานแต่ละตำ�แหน่ง เพื่อเป็นพนื้ ฐานในการปรับปรุง และการรับสมัครคนเข้าทำ�งาน นอกจากนั้นคณะกรรมการประชาชน ยังขอให้แต่ละหน่วยงานทำ�การทบทวนระเบียบการทำ�งาน การแบ่ง และจัดสรรหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคนในหน่วยงานอย่าง ละเอยี ดด้วย 6) เกิดการปฏิรูปงานบริหารราชการที่โปร่งใส และตรวจสอบได้ เมือ่ มกี ารจดั สรรงบประมาณลงมา แต่ละหน่วยงานตอ้ งวางแผน จัดทำ� 186

งบประมาณ และประกาศแผนการใช้งบประมาณให้ประชาชนไดท้ ราบ อย่างชัดเจนเปิดเผย เพื่อลดโอกาสการใช้งบประมาณอย่างสิ้นเปลือง นอกจากนั้น การจดั ซอ้ื จดั จา้ งยังตอ้ งได้รบั การตรวจสอบอย่างละเอียด อกี ดว้ ย 7) งานบรกิ ารมคี วามทนั สมยั มากขน้ึ เพอ่ื ใหบ้ รกิ ารอยา่ งรวดเรว็ และ การบรหิ ารงานของคณะกรรมการประชาชน Ward และ Commune อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ จึงมกี ารนำ�เอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ ได้แก่ ระบบ e-portal ซึง่ ได้รับการปรับปรุงมาอย่างตอ่ เนือ่ ง การปฏิรูประบบราชการใหม่ของเมืองลังซอน ทป่ี ระสบผลส�ำ เรจ็ เปน็ อยา่ งมากน้ี ยงั ไดส้ ง่ ผลดตี อ่ ประชาชนผู้รับบริการในเมืองโดยแผนก One Stop Shop มกี ารประกาศขั้นตอน ระยะเวลา และคา่ ธรรมเนียม การบรกิ ารไวอ้ ยา่ งชดั เจน มกี ารลดขน้ั ตอนระเบยี บราชการทย่ี งุ่ ยากออกไป สว่ นการรบั เรอ่ื งตา่ งๆ นน้ั ท�ำ ไดง้ า่ ยขน้ึ เนอ่ื งจากมกี ารปรบั ปรงุ ระเบยี บ ขน้ั ตอนแบบใหมท่ ช่ี ดั เจน งา่ ย และเปดิ เผยการปฏริ ปู งานบรกิ ารนท้ี �ำ ให้ ประชาชนมคี วามตน่ื เตน้ ยนิ ดเี ปน็ อยา่ งมาก เพราะการมี One Stop Shop สามารถเพิ่มคุณภาพการให้บริการ และตอบสนองความต้องการของ ประชาชน ส่งผลทำ�ให้เกดิ ความประทบั ใจในการบริการของรัฐรวมถึง ลดความขัดแย้งยุ่งยากของพนักงาน และยังเป็นการแสดงออกถึง ความโปรง่ ใสในการบริหารงานและการบริการประชาชน และด้วย ความชัดเจนและง่ายดายของระเบยี บขน้ั ตอนแบบใหมน่ ้ีการท�ำ ผดิ กฎ ระเบียบ เช่น กรณีการดำ�เนินการก่อสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาตก็ลดนอ้ ย ระบบบรหิ ารราชการของสาธารณรัฐสงั คมนิยมเวียดนาม 187

ลงไป จงึ สง่ ผลดตี อ่ ระบบสงั คมและเศรษฐกจิ โดยรวมของประเทศเวยี ดนาม ด้วย [26] 8.2 การปฏิรปู ระเบียบราชการในหนว่ ยงานศุลกากร จากความสำ�เร็จของแผนการปฏิรูประเบียบราชการของเวียดนาม ระยะปีพ.ศ. 2544 – 2555 ทเ่ี รยี กย่อว่า โครงการ 30 นบั เปน็ ครง้ั แรก ทเ่ี วยี ดนามมชี อ่ งทางเพอ่ื รบั ฟงั และรวบรวมความคดิ เหน็ จากภาคเอกชน ผ่านสภาท่ีปรึกษาเพ่อื การปฏิรูประเบยี บราชการ ซึ่งสิง่ ที่ประชาชนและ ผู้ประกอบการใหค้ วามสนใจเปน็ พิเศษ คอื การปฏริ ูประเบียบราชการ ในหน่วยงานศุลกากร ซึ่งถือว่าได้ประสบความสำ�เร็จ โดยสามารถ ลดระเบยี บราชการลงเหลือ 59 ข้อ จากจำ�นวนท้ังหมด 330 ข้อ และ ประหยัดงบประมาณ 2 ล้านลา้ นดอ่ ง ซง่ึ เทคโนโลยีถอื เปน็ กญุ แจส�ำ คัญ ในการปฏิรูปของหนว่ ยงาน นอกจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศแล้ว ทางศุลกากรได้เน้นการปรับปรุงระเบียบด้านศุลกากรให้สะดวกและ กระทดั รัดมากขึน้ อาทเิ ชน่ แบบฟอรม์ การเสยี ภาษไี ดม้ กี ารปรบั ปรงุ ตามแนวทางยกเลิกข้อกำ�หนดที่ไม่จำ�เป็นและเนื้อหาซำ้�ซากโดยเฉพาะ ระเบยี บเกย่ี วกบั การคนื ภาษีรายไดบ้ คุ คลธรรมดา [26] 8.3 การปฏิรูประเบียบราชการในหน่วยงานประกัน สังคม สำ�หรับหน่วยงานประกันสังคมได้เน้นการกระจายอำ�นาจใน การปรับปรุงระเบียบราชการ จนนำ�มาซึ่งประสิทธิภาพ ยกตัวอย่าง เชน่ การประกันสงั คมของนครไฮฟองไดก้ ระจายอ�ำ นาจจากระดับนคร 188

สู่ระดับเขต ซึ่งได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและ ภาคเอกชน ไมว่ า่ จะเปน็ การเดนิ ทาง และคา่ ใชจ้ า่ ย ส�ำ หรบั หนว่ ยงาน ประกันสังคมนั้นก็สามารถแก้ปัญหางานล้นมือ การทำ�งานแบบใช้ อ�ำ นาจเปน็ ใหญ่ และการบรหิ ารแบบขุนนาง การปรับปรุงหน่วยงานประกันสังคมนครไฮฟองด้วยการกระจาย อำ�นาจเป็นการปรับปรุงระเบียบราชการแบบก้าวกระโดด โดยไดม้ ี การร่างระเบียบการแก้ไขปัญหาของประชาชนและเอกชนขึ้นใหม่ จึงสามารถเปลี่ยนแปลงจิตสำ�นึก วิธีการทำ�งาน และยกระดับทักษะ ความสามารถ ตลอดจนความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ข้าราชการ อีกประเด็นคือ การจัดกลไกการบริหารให้มีความกระทัดรัด โดยการ โยกยา้ ยเจ้าหน้าทไี่ ปยงั เขตเพื่อทำ�หนา้ ท่แี ก้ไขทกุ ปญั หาของชาวบ้าน จากผลสำ�เร็จของหน่วยงานศุลกากรและหน่วยงานประกันสังคม ได้พิสูจน์ให้ถึงเห็นความถูกต้องของการปฏิรูประเบียบราชการใน เวียดนาม โดยจนถึงปัจจุบันสามารถปรับปรุงระเบียบราชการ ให้สะดวก หรือให้มีรูปแบบเดียวเหมือนกันทั่วประเทศประมาณ 258 ข้อ ข้อกำ�หนดหรือเงื่อนไขที่สร้างความเดือดร้อนหลายข้อ ถูกยกเลิก ทง้ั น้ีแต่ละปีช่วยประหยัดเงินให้กับประชาชน และ ผปู้ ระกอบการประมาณ 5 ลา้ น 7 แสนลา้ นดอ่ ง และนบั เป็นคร้งั แรกที่ เวียดนามมศี ูนยข์ ้อมูลแหง่ ชาติเกยี่ วกบั ระเบียบราชการ ท้ังยังสามารถตรวจและปรับปรงุ ระเบียบราชการ โดยลดระเบยี บ ราชการ และประกาศอยา่ งเปน็ ทางการอย่างน้อยรอ้ ยละ 30 และลดคา่ ธรรมเนียมในการดำ�เนินการตามระเบียบราชการประมาณร้อยละ 30 ด้วย นบั เปน็ ความสำ�เรจ็ ที่ส�ำ คัญ โดยเฉพาะกระทรวงและทอ้ งถิน่ หลาย แหง่ ได้บรรลุเป้าหมายท่ีได้รบั มอบหมายจากนายกฯ [26] ระบบบริหารราชการของสาธารณรฐั สงั คมนิยมเวยี ดนาม 189

8.4 พรรคการเมืองเดียวทอ่ี ยู่คูป่ ระเทศ การจัดองคก์ รพรรคคอมมิวนิสตแ์ ห่งเวียดนาม แม้ในทางทฤษฎีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเวียดนามจะทำ�งานเคียงคู่ ไปกับแนวรว่ มปิตภุ ูมแิ ห่งชาติ (Vietnam Fatherland Front) แตใ่ น ความเปน็ จรงิ พรรคมกี ลไกในการรวบอ�ำ นาจมาไวท้ พ่ี รรคแตเ่ พยี งผเู้ ดยี ว โครงสรา้ งและการทำ�งานขององคก์ รพรรคคอมมิวนิสต์ - ที่ประชุมสมัชชาตัวแทนแห่งชาติ (National Congress) ทำ�หน้าทตี่ ัดสนิ ทศิ ทางของพรรคและรัฐบาล - คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนสิ ต์ (Central Committee) เป็นผ้แู ตง่ ต้งั ประธานาธิบดีและนายกรฐั มนตรี โดยต้องไดร้ ับความเหน็ ชอบจากสภาแห่งชาติ (National Assembly) - เลขาธกิ ารพรรคคอมมิวนสิ ต์ (General Secretary) เป็นผู้นำ� สงู สุดของพรรค ดูแลนโยบายภายใน นโยบายความมน่ั คง และนโยบาย ระหวา่ งประเทศ รวมท้งั เป็นผู้นำ�สงู สดุ ของกองทพั - คณะกรรมการกรมการเมือง (Politburo) มีอำ�นาจสูงสุดในการ บริหารประเทศและเปน็ ผู้ควบคุมนโยบายทีค่ ณะรฐั มนตรีนำ�ไปปฏบิ ตั ิ - ส�ำ นกั งานเลขานุการ (Secretariat) รบั ผิดชอบการแกป้ ญั หา ต่างๆ ขององค์กร และเป็นผู้นำ�นโยบายของคณะกรรมการกลางทั้ง ดา้ นเศรษฐกจิ สังคม ความมนั่ คง และการตา่ งประเทศมาปฏิบัติ เป็นผู้ ตรวจตราหนว่ ยงานต่างๆ ของคณะกรรมการกลางอกี ต่อหน่ึง - คณะกรรมาธิการกลางกองทพั (Central Military Commis- sion) ท�ำ หนา้ ที่ให้คำ�แนะน�ำ ด้านการทหาร และการป้องกนั ประเทศ เป็นผู้นำ�เรื่องทเ่ี กี่ยวกับการทหารทกุ เร่อื ง [18] 190

บรรณานุกรม [1] กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ. 2556. สรปุ ขอ้ มูลกฎหมายแรงงาน-ประเทศเวยี ดนาม. คน้ วันที่ 24 กรกฎาคม 2555 จาก http://www.ditp.go.th/main.php?filename=intro [2] กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์. 2554. คู่มือ การค้าและการลงทนุ สาธารณรัฐสังคมนยิ มเวียดนาม. สาธารณรัฐสังคมนยิ มเวยี ดนาม, หน้า 1-120. [3] กรมเจรจาการค้าการคา้ ระหวา่ งประเทศ. 2555. AEC กับนโยบายการลงทนุ ในประเทศเวยี ดนาม. ค้นวนั ที่ 14 มนี าคม 2557 จาก http://www.thai-aec.com/67 [4] กองเอเชียตะวนั ออก 2 กรมเอเชียตะวนั ออกกระทรวงการต่าง ประเทศ. ม.ป.ป. ข้อมลู เศรษฐกจิ รายประเทศ: สาธารณรฐั สังคมนยิ มเวยี ดนาม Socialist Republic of Vietnam. ค้นวนั ที่ 24 มนี าคม 2557 จาก http://test.mfa.go.th/business/2386.php?id=273 ระบบบริหารราชการของสาธารณรัฐสังคมนยิ มเวยี ดนาม 191

[5] คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครปฐม. 2555. บทบาทของประเทศเวยี ดนามกับอาเซียน. คน้ วันที่ 17 มนี าคม 2557 จาก http://www.gotoknow.org/posts/501040 [6] คณะสังคมวทิ ยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ศนู ยร์ ังสติ . ม.ป.ป.ประวตั ิศาสตร์เวยี ดนาม (ยอ่ ). ค้นวันท่ี 20 มีนาคม 2557 จาก http://museum.socanth.tu.ac.th/images/page5On- line%20Exhibition/vietnam/vietnam_a5.html [7] จารวุ รรณ เจตเกษกจิ . เวียดนาม กับ AEC โอกาสทางธรุ กจิ ที่ผู้ประกอบการไทยควรรู.้ อุตสาหกรรมสาร, หน้า 24-28. [8] ท่องเทยี่ วประเทศเวียดนาม. ม.ป.ป. ประวัตศิ าสตรเ์ วียดนาม. คน้ วนั ที่ 24 มนี าคม 2557 จาก http://vietnam.moohin.in.th/?p=24 [9] โพสตท์ เู ดย.์ 2556. เวยี ดนามใช้กฎหมายคมุ ส่อื ออนไลน.์ ค้นวันที่ 24 มนี าคม 2557 จาก http://m.posttoday.com/article.php?id =244193&channel_id=11000 192

[10] ประเทศเวยี ดนาม. หนงั สอื หนง่ึ ในประชาคม ชุดประเทศเวยี ดนาม: สาธารณรัฐสังคมนยิ มเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam). หน้า 7-16. [11] ธัญญาทพิ ย์ ศรีพนา. 2556. การสง่ ออกแรงงานเวียดนาม. วารสารการเมอื งการปกครอง. 3 (ฉบบั ท่ี 2 มนี าคม – สิงหาคม 2556: การจัดการชุมชนเพอ่ื การ พฒั นาทย่ี งั่ ยืน ( II ): 178 - 180 [12] วริษฐา สงวนเสรมิ ศร.ี 2555. ม.ป.ป. เอกสารสถาบัน ด�ำ รงราชานภุ าพ คน้ วนั ที่ 28 มนี าคม 2557 จาก http://www.stabundamrong.go.th/web/home.html [13] วิทยาลยั เทคโนโลยสี ยาม. 2556. กระทรวงสาธารณสุข ของเวยี ดนามลงทุน 4.7 ล้านเหรียญสหรฐั ในเวชระเบียบ อเิ ล็กทรอนกิ ส.์ คน้ วนั ท่ี 28 มีนาคม 2557 2555 จาก http://board.siamtechu.net/forum.php?mod=view thread&tid=3701 [14] ศนู ย์ขอ้ มลู อาเซียนของกรงุ เทพมหานคร. 2557. การขา้ มถนนในประเทศเวียดนาม. คน้ วนั ท่ี 29 มนี าคม 2557 จาก http://asean.bangkok.go.th/index.php/2014-06-22- 13-10-48/69-2014-06-22-13-08-48 ระบบบรหิ ารราชการของสาธารณรฐั สังคมนิยมเวยี ดนาม 193

[15] สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์. 2555. ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ประเทศเวยี ดนาม: กฎหมายแรงงานในเวยี ดนาม. คน้ วนั ท่ี 17 เมษายน 2557 จาก http://www.thaiembassy.org/hochiminh/th/ thai-people/2264/29148 [16] สันติยา เอกอคั ร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.์ 2550. กลยุทธ์ด้านการศกึ ษา เพอ่ื เร่งรดั พฒั นาแรงงานฝมี อื กรณีศกึ ษาเวียดนาม. ค้นวันที่ 17 เมษายน 2557 จาก http://news.sanook.com/ scoop/0/scoop_133390.php [17] สุกญั ญา มกราวุธ และ สธุ าสนิ ี ไชยโชตวิ ัฒน์. 2556. 100 เรอื่ งน่ารู้ในเวียดนาม. พิมพ์ครั้งท่ี 2. กรงุ เทพมหานคร: อมรินทรพ์ รนิ้ ต้งิ แอนดพ์ บั ลชิ ช่ิง. [18] ส�ำ นกั งานความรว่ มมอื พัฒนาเศรษฐกจิ กบั ประเทศเพอ่ื นบา้ น (องคก์ ารมหาชน). 2556. ยุทธศาสตร์ความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกจิ ของ สพพ. กบั สาธารณรัฐสงั คมนยิ มเวียดนาม ระหวา่ งปี 2557-2560. คน้ วนั ท่ี 19 เมษายน 2557 จาก http://www.neda.or.th/index.aspx 194

[19] ส�ำ นกั งานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกจิ กับ ประเทศเพื่อนบา้ น (องค์การมหาชน). ม.ป.ป. สาธารณรฐั สังคมนยิ มเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam). คน้ วันที่ 19 เมษายน 2557 จาก http://www.neda.or.th/index.aspx [20] สำ�นักอาเซียน กรมเจรจาการคา้ ระหว่างประเทศ. 2555. Country Profile สาธารณรัฐสังคมนิยมเวยี ดนาม. หนา้ 29. [21] ส�ำ นกั งานสง่ เสรมิ วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.). 2553. ตลาดด้านการท่องเทีย่ วในเวียดนาม. ค้นวนั ที่ 19 เมษายน 2557 จาก http://122.155.9.68/talad/index.php/vietnam/ sector/tourism-related [22] Arup Barman. 2011. Vietnam HRD Collaboration-The strategic moves. India [23] ASTV ผจู้ ดั การออนไลน์. 2556. ไปเวียดนาม.. เทย่ี วอย่างวา่ ระวังเจอดมี โี ทษปรับหลายลา้ น. ค้นวนั ที่ 30 เมษายน 2557 จาก http://www.manager.co.th/indochina/ viewnews.aspx?NewsID=9560000069065 ระบบบรหิ ารราชการของสาธารณรัฐสงั คมนยิ มเวยี ดนาม 195

[24] Bruynooghe, F. et al. 2009. Implementation of Civil Service Legislation in Vietnam: Strengthening Elements of a Position-Based System [25] Central Intelligence Agency. 2014. The World Factbook. Retrieved May 12, 2014 from https://www.cia.gov/library/publications/ the-world-factbook/rankorder/2119rank.html [26] DELGOSEA.eu. “Institutional Innovation”, Yala Municipality, Thailand: ม.ป.ป. การปฏริ ูประบบการ บรหิ ารกิจการสาธารณะ - เมอื งลงั ซอน ประเทศเวยี ดนาม. ค้นวนั ท่ี 30 เมษายน 2557 จาก http://www.delgosea.eu/cms/Downloads/ Documents-In-Your-Language/Documents-in-Tha [27] Government Inspectorate. 2006. Functions and tasks. Retrieved April 25, 2014 from http://www.thanhtra.gov.vn/en/Pages/ Functions-and-tacks.aspx?CQID=0&LVID=26 [28] International Cooperation Study Center, Thammasat University. ม.ป.ป. ประเทศสาธารณรฐั สังคมนิยมเวียดนาม. คน้ วนั ที่ 28 เมษายน 2557 จาก http://www.apecthai.org/apec/th/ profile1.php?continentid=2&country=v9 196

[29] mcot.net. 2555. เวียดนามออกกฎหมายคุมเข้มหา้ มโฆษณาบหุ ร่.ี คน้ วนั ท่ี 28 เมษายน 2557 จาก http://www.mcot.net/site/ content?id=4ff6755a0b01dabf3c047752#. U9H1s7Hy9KQ [30] Ministry of Agriculture and Rural Development. 2008. Authorities and Organization Structure of MARD. Retrieved April 19, 2014 from http://www.mard.gov.vn/en/Pages/history.aspx ?TabId=AboutMARD [31] Ministry of Finance. 2009. TASKS AND POWERS. Retrieved April 19, 2014 from http://www.mof.gov.vn/portal/page/portal/ mof_en/Introduction/tp [32] Ministry of Information and Communications. Main Functions. Retrieved April 25, 2014 from http://english.mic.gov.vn/intro/Trang/ MainFunctions.aspx ระบบบรหิ ารราชการของสาธารณรัฐสงั คมนิยมเวยี ดนาม 197

[33] Ministry of Justice. 2013. TASKS AND POWERS. Retrieved April 25, 2014 from http://www.moj.gov.vn/en/Pages/ Tasks%20and%20powers.aspx [34] Ministry of Labour, War Invalids and Social Affairs. 2013. Duties and responsibilities. Retrieved April 25, 2014 from http://www.molisa.gov.vn/en/Pages/ Detail-news.aspx?IDNews=1477 [35] Ministry of National Defence. 2006. The Ministry of Defence of the Socialist Republic of Vietnam. Retrieved April 25, 2014 from http://www.mod.gov.vn [36] Ministry of Natural Resources and Environment. 2004. Task Function. Retrieved April 25, 2014 from http://www.monre.gov.vn [37] Ministry of Public Security. 2011. introduction of Ministry. Retrieved April 25, 2014 from http://www.mps.gov.vn/web/guest/english_ detail//vcmsviewcontent/bZCI/2401/0/11801 198

[38] Ministry of Planning and Investment. 2004. Ministerial Functions and Responsibilities. Retrieved April 25, 2014 from http://www.mpi.gov.vn/portal/page/ portal/mpi_en/3094/Ministerial%20Functions%20 and%20%20Responsibilities [39] Ministry of Science and Technology, War Invalids and Social Affairs. 2013. Functions and tasks. Retrieved April 25, 2014 from http://www.most.gov.vn/Desktop.aspx0/ Introduction/Functions-and-tasks/Functions_and_ tasks/ [40] Poon Y., Hùng N. & Trong D. 2009. The reform of the civil service system as Vietnam moves into the middle-income country category. In Public Administration Reform and Anti-Corruption: A series of Policy Discussion Papers. United Nations Development Programme (UNDP) [41] Thanachart Numnonda. 2556. แผนยทุ ธศาสตร์ไอซที ีของประเทศในกลุ่มอาเซียน. คน้ วนั ที่ 28 มีนาคม 2557 จาก http://thanachart.org ระบบบริหารราชการของสาธารณรัฐสงั คมนิยมเวียดนาม 199