พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ ฺโต) ๙๕ พระพุทธศาสนา นอกจากเปนปจจัยสําคัญท่ีชวยให ชนชาติไทยมีศิลปวัฒนธรรมที่เจริญกาวหนามาในอดีตแลว ก็ยังคงเปนสถาบันหลักของประเทศ และเปนองคประกอบ สําคญั ของสงั คมไทยอยูแ มในปจ จบุ นั เพียงแตรอเวลา และรอความสามารถของคนไทย ท่ี จะนําศักยภาพของพระพุทธศาสนาท่ีมีอยูอยางสูง เอามาใช ใหเปนประโยชนในการรวมพัฒนาภูมิธรรมภูมิปญญาของ มนษุ ยชาติ ใหอารยธรรมของโลกเจริญประณตี ยง่ิ ขนึ้ ปจจุบันนี้ ถามองกวางออกไปในโลก ก็จะเห็นวา คน จํานวนมากมาย โดยเฉพาะผูที่มีการศึกษา ในประเทศท่ี พัฒนาแลวอยางสูง พากันหันมาสนใจศึกษามองเห็นคุณคา ของพระพุทธศาสนามากข้ึนๆ (นาสังเกตอยางชวนแปลกใจ ดวยวา ในทางกลับกัน พระพุทธศาสนาดูเหมือนวาจะเรียวรี และกําลังเสื่อมโทรมหรือสูญหายเหลือนอยลงไปทุกทีจาก ประเทศที่ดอยพฒั นา หรอื ลา หลงั ทง้ั หลาย) ทั้งนี้ เพราะพระพุทธศาสนามีส่ิงที่ชนชาตเิ หลาน้ันไมมี ซึ่งสามารถนําไปเสริมเติมสวนท่ีบกพรองขาดแคลนในภูมิ ธรรมภูมิปญญาของเขาใหบริบรู ณขึ้นมาได ประชาชนในประเทศท่ีพัฒนาแลวทั้งหลายน้ัน รู ตระหนักแลววา แมประเทศชาติของเขาจะเจริญกาวหนาใน
๙๖ ความสําคัญของพระพทุ ธศาสนา ในฐานะศาสนาประจําชาติ ดานวัตถุและระบบการตางๆ แลวอยางมากมาย แตก็ยัง เกลื่อนกลนไปดวยปญหานานัปการท้ังที่ยังแกไมได และท่ี เกิดประดังข้ึนมาใหม ไมส ามารถบรรลสุ นั ตสิ ขุ ที่แทจ ริง ดวยเหตุนั้น เขาจึงคิดวา วัฒนธรรมและอารยธรรม ของเขาไดเดินทางผิดพลาด หรือมิฉะน้ันก็คงขาดปจจัยหรือ องคประกอบสําคัญบางอยางไป และจึงพากันแสวงหา วิถที างที่ถกู ตอ ง หรือปจ จยั สําคญั ท่ีขาดไปน้นั ในที่สุด หลายคนก็ไดมาพบคําตอบในพระพุทธศาสนา และมองเหน็ วา พระพทุ ธศาสนาสามารถช้ีและชักจูงพวกเขา เขาสูวิถีทางแหงการพัฒนาท่ีถูกตอง พรอมทั้งสามารถ อํานวยองคประกอบหรือปจจัยสําคัญที่ขาดไปในอารยธรรม ของเขา ซ่ึงจะทําใหเขาแกไขปญหาท่ีคางคาอยู เขาถึงชีวิตท่ี มคี วามหมายและความสุขท่แี ทจรงิ ได สิ่งท่ีขาดไปในอารยธรรมของชนชาติที่พัฒนาแลว เหลาน้ี ก็คือ การพัฒนาด้านจิตปัญญา หรือ การพัฒนา จิตใจ และการพัฒนาปญญา ท่ีเรียกวา สัมมาปญญา ซึ่ง เปนการพัฒนาสองดานหรือสองระดับ ที่เปนแดนถนัดเปน พิเศษของพระพุทธศาสนา ดังน้ัน พระพุทธศาสนาจึงอํานวยประโยชน มีคุณคา อยางยิ่ง ตออารยธรรมของมนุษยชาติ เพราะสามารถชี้นํา
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยุตฺโต) ๙๗ บอกทาง ที่จะทําใหการพัฒนาอารยธรรมดําเนินไปอยาง ถูกตองสมบูรณ สงผลใหมวลมนุษยประสบสันติสุขและ อิสรภาพไดต ามความมุงหมาย ในทางตรงขาม ประเทศดอยพัฒนา หรือลาหลัง บาง ประเทศ กลับปลอยใหพระพุทธศาสนาเสื่อมโทรมหรือสูญ หายไปจากประเทศของตน ที่ถึงกับตั้งเจตนาตัดรอน หรือ ทาํ ลายลางเสียก็มี การท่ีเปนเชนน้ีก็เพราะเหตุวา ประเทศเหลาน้ี ไดเริ่ม นบั ถอื พระพทุ ธศาสนาต้ังแตครั้งท่ีตนยงั มีความเจรญิ นอ ย การยอมรับนับถือในคร้ังน้ัน ก็คือ การตกลงที่จะ ป ฏิ บั ติ จ า ก จุ ด ที่ ต น ยั ง อ ยู ห า ง ไ ก ล ห ลั ก ก า ร ข อ ง พระพุทธศาสนา ใหกาวหนาไปในทิศทางที่จะเขาถึง พระพุทธศาสนามากขึ้นๆ ตามลําดับ และรับเอาไดเฉพาะ แตหลักการและคุณคาบางสวนที่ตนจะรูเขาใจและใช ประโยชนไ ดใ นเวลานน้ั ๆ หรือเทา ทีผ่ ูเ ผยแพรหลักธรรมในยุค สมัยนนั้ จะสามารถนาํ เสนอได ตอมา เม่ือปฏิบัติเจริญกาวหนาไปบางระยะหน่ึง ก็ กลับเส่ือมถอยลง เพราะเหตุปจจัยตางๆ เชน เหตุการณทาง การเมือง มีศึกสงครามภายนอกบางภายในบาง ความ เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมในทางท่ีไมเอ้ืออํานวย
๙๘ ความสาํ คญั ของพระพทุ ธศาสนา ในฐานะศาสนาประจําชาติ บาง ศาสนศึกษาและสถาบันศาสนาเส่ือมโทรมเสียเองบาง ความเช่ือถือหรือลัทธิศาสนาอ่ืนเขามาปะปนบาง เปนตน รวมทั้งภูมิหลัง ซ่ึงไมมีพื้นฐานท่ีหนักแนนเพียงพอที่จะตอรับ กบั คณุ คา ใหมไ ดด ี ตอ มา แมจ ะมีการปรับปรุงและกลบั เจริญขน้ึ อีก แลวก็ กลับเสื่อมลงอีก เจริญและเสื่อมสลับกันมาตลอดเวลา ยาวนาน และระหวางนั้น รูปแบบตางๆ ท่ีพัฒนาขึ้นมาทีละ นอยๆ ก็คอยๆ สะสมพอกพูนมากข้ึน จนทําใหเนื้อหาสาระ ของพระพทุ ธศาสนาถกู จํากัดปกคลุมอยูภายในเครื่องหอหุม แหง รูปแบบท่ีจบั ตัวแขง็ ท่ือ จากภาวการณที่เปนมาอยางนี้ เมื่อใกลจะถึงยุค ปจจุบัน ก็อยูในสภาพที่เฉื่อยชา ซึ่งจัดไดวาอยูขางเสื่อม ศาสนิกชนสวนใหญยังอยูหางไกลจากหลักการของพระ ศาสนา หรือมิฉะน้ัน ก็ดึงหลักการของพระศาสนาลงมาปรับ ใหเขากับสภาพของตน ความรูความเขาใจแทจริงในพระ ศาสนามีนอย พระพุทธศาสนาถูกพอกดวยความเช่ือถือและ ขอ ปฏบิ ัตทิ ีเ่ ขามาปะปนจากภายนอกเปน อันมาก ในสภาพที่วาน้ี พอดีวัฒนธรรมจากประเทศตะวันตก หลั่งไหลเขามา ประชาชนเห็นส่ิงดีแปลกใหมที่ตนไมมี โดยเฉพาะความเจริญกาวหนาทางวัตถุทั้งหลาย ก็ต่ืนเตน
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยุตฺโต) ๙๙ หันมาระดมใหความสนใจ ตอนรับเอาเขามาๆ และเพลินช่ืน ชม ซ่ึงในเวลาเดียวกันนั้น ก็เปนเหตุใหละเลยไมไดเอาใจใส ศาสนา ตลอดจนศลิ ปวฒั นธรรมของตน ศาสนาและศิลปวัฒนธรรมน้ัน เมื่อย่ิงถูกปลอยปละ ละเลยไมเอาใจใส ก็ยิ่งเฉื่อยยิ่งเสื่อมลงไปอีก ชนชาติน้ันก็ มวั เพลิดเพลินกับส่ิงดที ีต่ นไมม่ ี ซง่ึ ระดมรับเอาเขามา พรอม กับที่ไมใสใจและไมรูจักท่ีจะใชประโยชนจากพระพุทธ ศาสนา เพราะตนเองก็ไมมีความรูและไมไดศึกษาใหเขาใจ เปน อนั ไมไดประโยชนจากส่งิ ดที ต่ี นมี ในที่สุด ก็มองไมเห็นคุณคา พระพุทธศาสนาจึงคอยๆ เสื่อมโทรมหรือสูญหายหรือถึงกับถูกตัดรอนทําลายดวย เจตนา พูดสั้นๆ วา ประเทศเหล่านี้มัวสนใจแต่ส่ิงดีท่ีตนไม่มี ไม่ใส่ ใจสิ่งดีที่ตนมี ยิ่งกวานั้น ยังไมเพียรพยายามทําส่ิงดีที่ตนไมมี ใหมีข้ึนเปนของตนเอง โดยไมตองคอยรับเอาจากพวกอ่ืน และสิ่งดีท่ีตนมี ก็กลับทอดทิ้ง หรือคิดทําลาย แทนท่ีจะ พยายามขุดคนคุณคาหาทางนํามาใชใหเปนประโยชน อัน เปนสภาพอยางหน่ึงของประเทศที่ลาหลังหรือดอยพัฒนา ทงั้ หลาย
๑๐๐ ความสําคัญของพระพุทธศาสนา ในฐานะศาสนาประจําชาติ สภาพที่เปนไปในประเทศพัฒนาแลวอยางสูง และ ประเทศดอยพัฒนา ท่ีไดกลาวมาตามลําดับนี้ ท้ังสองฝาย เปนบทเรียนทมี่ ีคา สําหรับชนชาติไทย ฝายแรก มีส่ิงดีที่ตัวทําไดเปนของตนเอง คือมีความ เจริญดานวัตถุและระบบการตางๆ และแสวงหาส่ิงดีท่ีตนไม มี (หรือมีไมพอ) โดยใฝจะรับเอาคุณคาทางจิตปญญาจาก แหลงท่ีศึกษาหาได ดังท่ีมาพบในพระพุทธศาสนาเพื่อเติม สว นท่ตี นยงั ขาดอยใู หบ ริบูรณ ฝายหลัง ส่ิงดีที่ตนไมมี ตนอยากจะได คืออยากได และคอยรับเอาความเจริญทางวัตถุท่ีตนไมมีและท่ีตนทํา ไมได สวนสิ่งดีท่ีตนมี กลับไมอยากไดหรือไมใสใจ ไดแก ละเลยหรือทอดท้ิงคุณคาทางจิตปญญาในพระพุทธศาสนา ทต่ี นมอี ยูแลว ไมร จู ักศกึ ษานาํ มาใชใ หเ ปน ประโยชน พูดอีกอยางหนงึ่ วา ฝา ยแรกกําลังจะมีหรือทําใหมีครบ ท้ังสองอยาง สวนฝายหลัง กําลังจะหมดหรือทําใหไมมีท้ัง สองอยาง จะเห็นวา ฝายแรกปฏิบัติถูก และกําลังจะกาวไปสู ความสมบูรณ ฝายหลังปฏิบัติผิด และกําลังจะไมมีอะไร เหลอื เปนของตนเองเลยแมแตอยา งเดยี ว จะดูความหมายท่ีวาพัฒนาหรอื ไม ก็ดไู ดท่ีปญญาตรงน้ี
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) ๑๐๑ วาท่ีจริง ทั้งสองฝายตางก็มีคนละอยาง และขาดคน ละอยาง ส่ิงที่ฝายแรกมี ฝายหลังไมมี สิ่งท่ีฝายหลังมี ฝาย แรกไมม ี วิธี ปฏิ บัติ ท่ีถู กต อ ง ก็คื อ ก า ร ทํ าอ ยา ง เ ส มื อ น แลกเปล่ียนกัน หมายความวา แตละฝายตางก็รักษาและ ฟนฟูหรือขัดเกลาส่ิงดีท่ีตนมีอยูแลวใหใชประโยชนไดเต็มที่ และตางก็ทําส่ิงดีที่ตนยังไมมี ซึ่งอีกฝายหนึ่งมี ใหมีข้ึนเปน ของตนเองบา ง โดยทําข้ึนมาใหมีอยางเขา กลา วคอื ฝายแรก(ประเทศท่ีพัฒนาอยางสูงแลว) รักษาความ เจริญทางวัตถุที่ตนมี ใหอยูในขอบเขตท่ีพอดี และศึกษา เสาะหาคุณคาทางจิตปญญา (ในกรณีน้ี คือ พระพุทธ ศาสนา) ท่ีตนไมมีหรือบกพรอง มาเสริมระบบชีวิตของพวก ตนใหส มบรู ณ ฝายหลัง (ประเทศที่ลาหลัง หรือกําลังพัฒนา) ศึกษา พระพุทธศาสนาท่ีตนมีอยู แลวนําเอาคุณคาทางจิตปญญา มาใชนําทางการจัดระบบชีวิตใหไดผลดี และเพียรพยายาม สรางสรรคความเจริญกาวหนาทางวัตถุ วิทยาการ และ ระบบการตางๆ ที่ตนไมมีหรือยังลาหลัง ใหมีข้ึนอยางเพียง พอที่จะเปนพื้นฐานรองรับคุณคาทางจิตปญญาในระบบ ชวี ิตทีพ่ ฒั นาอยา งสมบูรณ
๑๐๒ ความสําคัญของพระพทุ ธศาสนา ในฐานะศาสนาประจําชาติ บทเรียนโดยสรุปคือ รักษาสิ่งดีที่ตนมีอยู่แล้ว ให้มี คุณค่าอํานวยผลดีอย่างแท้จริง และสร้างสรรค์สิ่งดีท่ีตนยัง ไมม่ ี ให้มีขนึ้ เปน็ ของตนเอง ทาํ ใหมีข้ึนครบถวน ๒ อยาง ทั้ง ความเจริญทางวัตถุใหเปนพื้นฐานท่ีเพียงพอสําหรับการมี ชีวิตที่ดี และคุณคาทางจิตปญญาจากพระพุทธศาสนาพอ สําหรบั นาํ ทางการดาํ เนนิ ชีวติ ท่ดี ี ความที่กลาวมานี้ ช้ีใหเห็นวา การที่ชนชาติไทยใน ปจจุบันจะมีความเปนตัวของตัวเอง และมีอะไรที่จะชวย เปนสวนเสริมใหแกอารยธรรมของมนุษยชาติไดนั้น จะตอง ปฏิบตั ิ ดงั นี้ ก. รักษาและสืบทอดศิลปวัฒนธรรมไทยในสวนที่ ดีงาม ซึ่งมีมาแตอดีต สามารถพัฒนาตอใหเติบขยาย งอก งาม มีคุณคาสบสมัย คือใหผลดีสอดคลองเขากันกับสภาพ ทั้งปจจุบันและท่ีจะเปนตอไป (ตออดีตกับปจจุบัน และโยง ถึงอนาคต) ข. นอกจากสืบตอ พฒั นา และถายทอดส่ิงดีท่ีตนมี ตามขอ ก. แลว จะตองเพียรพยายามสรางสรรคสิ่งดีที่ตนยัง ไมม ี ใหเปน ของทาํ ไดด ว ยตนเอง และใหมเี ปน ของตนเอง จน มีครบท้ังสองอยาง ทั้งสิ่งดีที่ตนมีก็ยังคงมีอยู และสิ่งดีที่ตน ไมม กี ท็ าํ ใหม ขี ้ึน
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ ฺโต) ๑๐๓ โดยเฉพาะคุณคาทางจิตปญญาที่เคยมีมาใน พระพทุ ธศาสนาของตน กด็ าํ รงรกั ษาไว และสืบคนเอาข้ึนมา ใชได ความเจริญทางวัตถุของคนอ่ืนที่ตนตองการและควรจะมี ก็เพียรพยายามใหมีข้ึนโดยใหเปนของที่ทําไดดวยตน ไมใช เปนอยูเพยี งในฐานะผูเ สพหรือบริโภคของท่ีรอรับจากคนอ่ืน ค. ชนชาติไทยมีพระพุทธศาสนาเปนสมบัติลํ้าคา อัน แสดงหลักการพัฒนาทางจิตใจและสัมมาปญญาที่จะใช แกปญหาของโลกปจจุบันน้ีไดดี หลักการนี้เปนสิ่งท่ีขาดไป หรือพรองอยูในอารยธรรมของมนุษยชาติ ซ่ึงชนชาติที่ เรยี กวาพัฒนาแลวก็ยอมรบั กันมากขึ้น ชนชาติไทยน้ัน นอกจากจะพึงศึกษาคนควา พระพุทธศาสนาอยางจริงจัง และจับเอาเนื้อหาสาระของ หลกั การน้มี าใชพัฒนาประเทศชาติของตนแลว ก็พึงเห็นเปน โอกาสท่ีจะชวยแกปญหาของมวลมนุษย และพัฒนาอารย ธรรมของโลกใหสมบูรณ ดวยการนําเสนอพุทธธรรมแก ชาวโลก เฉพาะอยางย่ิงแกชาวประเทศพัฒนาแลวที่กําลัง ตองการอยูนั้น โดยวิธีฉลาดเฟน ฉลาดแสดงอยางสบสมัย สบสถานการณ ขอ พึงปฏบิ ตั ิ ๓ อยา งท่กี ลาวมาน้ีสัมพันธตอ เน่ืองกัน
๑๐๔ ความสาํ คัญของพระพทุ ธศาสนา ในฐานะศาสนาประจําชาติ แตขอซึ่งเปนท่ีรวมแหงคุณคาอันสูงสุด ก็คือ ลําดับ สุดทาย ไดแก การท่ีชนชาติไทยสามารถมีสวนรวมในการ เสริมสรา งอารยธรรมของโลก ดวยการเจียดแจกสมบัติอันล้ํา คาของตน กลาวคือ พุทธธรรม ใหแกชนทุกชาติท่ีกําลัง ตองการ ในฐานะทพ่ี ระพุทธศาสนาน้ัน เปนสวนเติมเต็มแหง อารยธรรมของมวลมนุษย
สรุป พระพุทธศาสนาเทาท่ีคนไทยเราเกี่ยวของ อาจแยกได เปน ๒ ดา น คือ - ดานที่เปน ธรรมวินัย โดยเฉพาะสวนท่ีเรียกวาพุทธ ธรรม อยา งหนึ่ง และ - ดา นท่ีเปน วัฒนธรรม อกี อยางหนง่ึ อยางแรกคือ ธรรมวินัย หมายถึงหลักการเดิมแทๆ ลวนๆ ของพระพุทธศาสนา หรือตัวแทตัวจริงของ พระพุทธศาสนาน้ัน ตามที่พระพุทธเจาทรงสั่งสอน หรือทรง แ ส ด ง แ ล ะ ท ร ง บั ญ ญั ติ ไ ว ซ่ึ ง ป ร า ก ฏ อ ยู ใ น คั ม ภี ร พระพุทธศาสนา และรักษาสืบทอดตอกันมาดวยการจารึก จดจาํ และสือ่ สารอางอิงพระคมั ภรี เ หลา นั้น อยางหลังคือ วัฒนธรรม หมายถึง พระพุทธศาสนา อยางที่คนไทยรูเขาใจ และประพฤติปฏิบัติสะสมสืบตอกัน มา จนซึมแทรกเขาไปในชีวิตจิตใจ กลายเปนสวนหน่ึงแหง ลักษณะนิสัยและความเปนอยู ซ่ึงปรากฏออกมาทางวิถีชีวิต ของหมูชน และอาศัยหมูชนที่ดําเนินตามวิถีชีวิตน้ันนั่น แหละเปนเครื่องรักษาสบื ทอดตวั มนั เอง
๑๐๖ ความสาํ คัญของพระพทุ ธศาสนา ในฐานะศาสนาประจําชาติ พระพุทธศาสนาฝายธรรมวินัย ตองอาศัยการศึกษา เลาเรียน และต้ังใจปฏิบัติ จึงจะปรากฏตัวและแสดงผลได แตพระพุทธศาสนาฝายวัฒนธรรม ปรากฏตัวและแสดงผล อยางเปน ไปเองในวิถีชวี ติ ท่ีดาํ เนินอยโู ดยไมต อ งรตู วั พระพุทธศาสนาฝายธรรมวินัย และพระพุทธศาสนา ฝา ยวัฒนธรรมนัน้ ตางกส็ มั พนั ธอ งิ อาศยั ซึง่ กันและกัน กลาวคือ การท่ีพระพุทธศาสนาจะกลายเปนพระพุทธ ศาสนาของไทย เปนสวนหนึ่งของชีวิตไทย หรือเปนอันหนึ่ง อันเดียวกับความเปนไทยได ก็เพราะไดสะสมสืบทอดซึม แทรกเขาไปในชีวิตจิตใจของคนไทยทั่วไปจนกลายเปน วฒั นธรรมของไทย แตในเวลาเดียวกัน พระพุทธศาสนาฝายธรรมวินัย ก็ เปนหลักกลางหรือเปนมาตรฐานสําหรับทบทวนตรวจสอบ วา พระพุทธศาสนาฝายวัฒนธรรมเขาใกลหรือถอยหาง ออกไปจากหลักการท่ีแทจริงของพระพุทธศาสนา และเปน แ ห ล ง ซึ่ ง อํ า น ว ย เ น้ื อ ห า ส า ร ะ สํ า ห รั บ ป รั บ ห รื อ ช ว ย ดึ ง พระพุทธศาสนาฝายวัฒนธรรมใหเขาสูหรือใหใกลเขามาสู หลกั การท่แี ทจ ริงของพระพุทธศาสนามากย่งิ ขึ้นๆ พดู งายๆ วา
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) ๑๐๗ - ถาไมกลายเปนพระพุทธศาสนาฝายวัฒนธรรม พระพุทธศาสนาฝายธรรมวินัยก็ไมอาจเขาสูความ เปนไทย และ - ถาไมไดศึกษาตรวจสอบและคอยเพ่ิมสาระจาก พระพุทธศาสนาฝายธรรมวินัย พระพุทธศาสนาฝาย วัฒนธรรมก็จะถอยหาง หรือเคลื่อนคลาดจาก หลกั การท่ีแทจริงของพระพทุ ธศาสนาออกไปเรอ่ื ยๆ พระพุทธศาสนาฝายธรรมวินัย โดยเฉพาะพุทธธรรม ไมมีการเส่ือม ไมมีการเจริญ เพราะเปนความจริงท่ีดํารงอยู ตามธรรมดาของมัน และเปนหลักการท่ีเปนกลางๆ สุดแตใคร จะศกึ ษา และนาํ มาใชใ หไดผลดีเหมาะกับกาลเทศะอยา งไร คําท่ีพูดวา พระพุทธศาสนาเจริญหรือเส่ือมนั้น หมายถึง พระพุทธศาสนาฝายวัฒนธรรม หรือพระพุทธ ศาสนาทเี่ ชือ่ ถอื และปฏบิ ัตกิ ันอยูในวถิ ชี ีวติ ของหมชู นน้ันๆ คําวา “พุทธศาสนาเสื่อม” หมายความวา พุทธศาสนาที่ หมูชนนั้นเชื่อถือและปฏิบัติอยูในเวลาน้ัน เลือนลางหรือหาง เหินจากหลักการที่แทจริง คือจากธรรมวินัยไกลออกไปมาก ขึ้น ความรูความเขาใจและการปฏิบัติตามธรรมวินัย จาง คลาย และลดนอยลงไปจากวิถีชวี ิตของหมชู นน้ัน
๑๐๘ ความสาํ คญั ของพระพทุ ธศาสนา ในฐานะศาสนาประจําชาติ คําวา “พระพุทธศาสนาเจริญ” หมายความวา พระพุทธศาสนาที่หมูชนน้ันเชื่อถือและปฏิบัติอยูในเวลาน้ัน หนักแนนหรือใกลเคียงมากข้ึนในทางที่เปนไปตามหลักการ ที่แทจริง คือ ธรรมวินัย ความรูความเขาใจและการปฏิบัติ ตามธรรมวินัยเฟองฟู และซึมแทรกเขาไปอยูในวิถีชีวิตของ หมชู นนัน้ มากขน้ึ พระพุทธศาสนาในประเทศไทย ไดผานความ เปล่ียนแปลงตางๆ มามากมายตลอดเวลายาวนานใน ประวตั ิศาสตร มที ั้งความเสื่อมและความเจรญิ สลับกนั ไป มองในแงหน่ึง ความเจริญและความเสื่อมเปนเรื่อง ธรรมดา เพราะส่ิงทั้งหลายไมเที่ยง ตามหลักของความเปน อนิจจงั จะใหค งท่อี ยูอยางเดิม เปน ไปไมได โดยเฉพาะความเสื่อมยอมเกิดขึ้นไดงายกวาความ เจริญ เหมือนลอเลื่อนท่ีต้ังอยู ณ จุดหนึ่งบนทางลาด ถา ปลอ ยกย็ อ มเลอ่ื นไหลในทางทีต่ า่ํ ลงไป การท่ีจะไมใหไหลลง แมแตเพียงจะใหทรงอยูกับที่ ก็ ตอ งใชค วามพยายามขนื ไว ไมต องพดู ถึงการท่ีจะใหเลื่อนข้ึน ไป ซ่ึงจะตองใชกําลังมากมายในการขับเคล่ือนหรือผลักดัน ยิ่งถา ใหข นึ้ บนทางยาวจนถึงจุดสงู สดุ กย็ ่ิงยากแทบสดุ เข็น
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ ฺโต) ๑๐๙ ขอเปรียบเทียบนี้เปนเพียงเร่ืองของวัตถุ ซ่ึงไมมีชีวิต จิตใจ ใชแ ตก าํ ลงั เพยี รพยายามดวยแรงกาย กย็ ังยาก ยิ่งวัฒนธรรมน้ี มีองคประกอบสลับซับซอน และเปน เร่ืองของมนุษยท่ีมีชีวิตจิตใจ การจัดการใหเปนไปในทางที่ มุงหมาย กย็ ิ่งยากมากกวา นน้ั พระพุทธศาสนาท่ีไดกลมกลืนเขามาเปนเนื้อหาของ วัฒนธรรมไทย เมื่อผานกาลเวลายาวนาน ถาไมเพียร พยายามคอยตรวจสอบเน้ือหานั้นกับหลักการท่ีแทคือธรรม วินัย ไมคอยดึงใหเดินหนาใกลเขามาสูหลักการท่ีแทนั้นมาก ขึ้นๆ หรือไมหมั่นเติมเน้ือหาสาระของธรรมวินัยเขาไปเสริม ไวเรอ่ื ยๆ กย็ อ มเส่อื มโทรมและเลอะเลือนไปอยางแนน อน ส า เ ห ตุ ซ่ึ ง มั ก พ ว ง ม า กั บ ค ว า ม เ ก า แ ก ค รํ่ า ค ร า ท่ี เนื่องจากความลวงกาลผานเวลายาวนาน อันทําใหเกิด ความเส่ือมโทรมเลอะเลอื นแกพระพุทธศาสนา มีขอที่สําคัญ ดังนี้ ก. ภาวะลงร่อง และแข็งท่ือ ซึ่งทําใหจํากัดตัวคับแคบ เวียนวนอยูในที่เดิม หรือย่ําอยูกับที่ และยากตอการแกไข ปรับปรุง ยากท่ีจะปรับใชใหเกิดประโยชนสบสมัย สบ เหตุการณ
๑๑๐ ความสําคัญของพระพุทธศาสนา ในฐานะศาสนาประจําชาติ ภาวะนี้มักเกิดขึ้นเพราะเหตุวา สิ่งท่ีเชื่อถือและปฏิบัติ สืบๆ กันมายาวนาน เม่ือสักวาทําตามๆ กันไป ก็มักทําให เกิดการย้ําเนนเดนชัดอยูในความหมายเพียงแงหนึ่งแงเดียว หรือเกิดความซ้ําท่ีซํ้าทางตายตัว ตลอดจนเกิดมีรูปแบบ ข้นึ มาจับตัวแขง็ ทื่อ และกลายเปนเครื่องหอหุม คลุมปด ไว ข. ภาวะคลาดเคล่ือน และไขว้เขว ซ่ึงทําใหวิปริต ผิดเพี้ยนหางไกลออกไปจากหลักการและความหมายท่ี แทจรงิ ตลอดจนหลงพลาดออกไปนอกลูนอกทาง ภาวะน้ีเกิดข้ึนเพราะการแปลความหมายผิดพลาด และปฏิบัติดวยความประมาท ไมหมั่นตรวจสอบกับหลักการ เดมิ แทใหถ ูกตองชัดเจนอยูเสมอ ค. ภาวะเคลือบพอก และปะปน ซ่ึงทําใหลางเลือน และเลอะเลือน มองไมเห็นของจริง และสับสน จับผิดจับถูก หลงเอาสิง่ ทเี่ คลือบทพ่ี อกหรอื ปลอมปนอยู เปน ตวั แทตวั จรงิ ภาวะน้ีเกดิ จากการขาดความรูความเขาใจ และปลอย ใหความเช่ือถือและขอปฏิบัติภายนอกเขามาหุมหอบดบัง หรือคลุกเคลาปนเปกับเนื้อหาสาระท่ีแทจริง จนเห็นสิ่ง เคลอื บพอกเปนของจริง หรือแยกของจรงิ ไมอ อก
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยุตฺโต) ๑๑๑ ง. ภาวะถดถอย และล้าหลัง ซ่ึงทําใหไมสามารถ กาวหนาใกลเขาไปสูหลักการที่แทของพระพุทธศาสนา แต กลายเปนหา งไกลออกไปจากหลักการทแี่ ทน้ันมากย่งิ ข้ึน ภาวะนี้เกิดจากความขาดการศึกษา ขาดความรูความ เขาใจและปลอยปละละเลย มัวแตจมอยูกับเร่ืองราวเกาๆ ไมปรับปรุงความเชื่อถือและการปฏิบัติ ดวยการคอยดึงให ใกลเขาไปๆ สูหลักการท่ีแทของพระศาสนา ไมศึกษาธรรม วินัยใหรูเขาใจ โดยสัมพันธกับสภาพความคิดนึกและความ เปน ไปตา งๆ ทเ่ี ปน อยจู ริงในเวลานน้ั ๆ ปจ จบุ นั น้ี พระพุทธศาสนาในประเทศไทยมีสภาพดังที่ ไดกลาวขางตน คือ คนไทยสวนใหญละเลยหรือทอดทิ้ง ศิลปวัฒนธรรมของตนที่สืบมาแตอดีต หันไปตื่นเตนสนใจ รับและลอกเลียนวัฒนธรรมจากประเทศตะวันตก สภาพ เชน นี้ไดเปนมาตลอดเวลา ๑ ศตวรรษเศษๆ อยางไรก็ตาม ในชวงเวลาประมาณ ๒ ทศวรรษที่ผาน มาน้ี เปนที่สังเกตวา ประชาชนทั่วไป รวมทั้งคนรุนหนุมสาว ไดหันมาสนใจศึกษาพระพุทธศาสนากันมากขึ้น โดยเฉพาะ คนท่ีสนใจในการปฏิบัติบําเพ็ญสมาธิ หรือจิตภาวนา นับวา มจี ํานวนมากทีเดยี ว
๑๑๒ ความสาํ คัญของพระพุทธศาสนา ในฐานะศาสนาประจําชาติ โดยนัยน้ี สภาพปจจุบันของพระพุทธศาสนาใน สังคมไทย เม่ือพิจารณาตามเกณฑแบงที่เคยพูดไว จึงตอง แยกพูดเปน ๒ ดา น คอื พระพุทธศาสนาฝายธรรมวินัยกําลัง ไดรับความสนใจ ต่ืนตัวศึกษาปฏิบัติกันแพรหลาย แต พระพุทธศาสนาฝายวัฒนธรรมกําลังเส่ือมถอย เลอะเลือน และถูกละเลย ภาวะท่ีแบงออกเปน ๒ ดานนี้ จะบังเกิดเปนผลดี ก็ ตอเม่ือมันเปนเพียงจุดเร่ิมตนแหงการที่จะกลับเขาประสาน กลมกลืนเปนอันหนึง่ อนั เดียวกันตอไป การที่พระพุทธศาสนาฝายวัฒนธรรม เส่ือมถอย เลอะ เลือน และถูกละเลย ยอมเกิดจากสาเหตุสําคัญ ๒ ประการ คอื ประการแรก คนไทยปลอยใหศิลปวัฒนธรรมของตน ตกอยูในภาวะลงรอง แข็งท่ือ ภาวะคลาดเคล่ือน ไขวเขว ภาวะเคลือบพอก แฝง ปะปน และภาวะถดถอย ลาหลัง ประการทส่ี อง คนไทยหนั ไปตนื่ เตนกบั ความเจริญทาง วัตถุและระบบการตางๆ ท่ีเขามาใหมจากภายนอก จน มองขาม ดูถูก ไมเห็นคุณคาและความสําคัญของ ศลิ ปวฒั นธรรมของตน
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) ๑๑๓ สาเหตุเหลาน้ีเปนปจจัยหนุนแกกันและกันเองดวย กลาวคือ เมื่อวัฒนธรรมของตนถูกปลอยใหตกอยูในภาวะลง รอ ง แขง็ ทือ่ ตลอดจนลาหลังแลว ก็ยอมชวนใหเบ่ือหนาย ไม นา สนใจ คนก็ยง่ิ หนั ไปชื่นชมวัฒนธรรมจากภายนอกมากขนึ้ เมื่อคนหันไปเอาใจใสเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมจาก ภายนอก วัฒนธรรมของตนเองก็ยิ่งถูกปลอยใหอยูในภาวะ แข็งท่อื เปน ตน ตลอดจนลาหลงั ยง่ิ ขนึ้ ผลรวมก็คือ ความเสื่อมโทรม เลอะเลือน และถูก ละเลยแหง วฒั นธรรมของตนเองมากยิง่ ๆ ข้ึนไป ความจริง ความเส่ือมโทรม เลอะเลือน และถูกละเลย แหงวัฒนธรรมของตน พรอมกับการหลั่งไหลเขามาของ วัฒนธรรมจากภายนอกนั้น นับวาเปนการประสบ สถานการณรายและความกระทบกระเทือน ซ่ึงถาวางทาที ใหถูกตอง ก็จะทําใหเกิดผลดี คือเปนเหมือนสัญญาณปลุก ทที่ ําใหเ กดิ ความรูตัว ต่นื ตวั และลุกขึน้ มาแกไขปรบั ปรุง อยางนอยก็จะไดเกิดความตระหนักรูเทาทันธรรมดา ที่วา พระพุทธศาสนาฝายวัฒนธรรมท่ีถูกปลอยใหเปนไป เรื่อยๆ เฉื่อยๆ จะตกอยูในภาวะแข็งท่ือ คลาดเคล่ือน ถูก ปะปน และลา หลงั
๑๑๔ ความสาํ คัญของพระพทุ ธศาสนา ในฐานะศาสนาประจําชาติ เม่ือรูตระหนักอยางน้ีแลว ก็จะไดรีบเรงดําเนินการ ตรวจสอบทบทวนตัวเอง ทําการชําระสะสาง เคาะขูดสนิม ลางสิ่งที่พอก ลอกสิ่งที่เคลือบ รอนกรองส่ิงปลอมปนท้ิงไป และจัดปรับใหมใหเขาที่เขาทาง กระปร้ีกระเปรา พรอมที่จะ เคลื่อนไหวอยา งคลอ งตัวตอ ไป ย่ิงมาประจวบพอดีวา ขณะน้ีคนไทยหันมาสนใจ ศึกษาปฏิบัติพระพุทธศาสนาฝายธรรมวินัยมากขึ้น ก็เทากับ เปนโอกาสเหมาะท่สี ุด ท้ังน้ี ดวยเหตุผลดังไดกลาวมาแลววา ความเสื่อม โทรมเลอะเลือนของพระพุทธศาสนาฝายวัฒนธรรม จะแกไข ไดก็ดวยการตรวจสอบกับหลักการที่แทในพระพุทธศาสนา ฝ า ย ธ ร ร ม วิ นั ย แ ล ะ ค อ ย นํ า เ อ า เ น้ื อ ห า ส า ร ะ ใ น พระพุทธศาสนาฝายธรรมวินัยมาเติมใสอยูเสมอๆ เพื่อไมให จางคลาย และเพื่อดึงใหเดินหนาเขาไปหาหลักการที่แทน้ัน มากย่งิ ข้ึนๆ เมื่อคนหันมาสนใจ ศึกษาปฏิบัติตามธรรมวินัยกัน แลว ก็เทากับไดเคร่ืองตรวจสอบและเนื้อหาสาระท่ีตองการ ใชแกไขปรับปรุงน้ันมา โดยไมตองรอหรือหนักแรงกับการทํา เร่อื งนี้อกี
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) ๑๑๕ ในเวลาเดียวกัน แมวาจะเปนการดีท่ีคนไทยหันมา สนใจศึกษาปฏิบัติตามพระพุทธศาสนาฝายธรรมวินัยกัน มากขึ้น แตผูท่ีเห็นแกประโยชนสุขของประเทศชาติอยาง แทจริง ก็ไมควรพอใจเพียงเทาน้ัน พึงตระหนักในหลักการที่ กลาวมาแลววา พระพุทธศาสนาฝายธรรมวินัยจะกลายเปน พระพุทธศาสนาของไทย ก็ตอเมื่อไดซึมซาบกลมกลืนเขาไป อยูในวิถีชีวิตของคนไทย จนกลายเปนพระพุทธศาสนาฝาย วฒั นธรรม ถาตระหนักดังน้ีแลว การที่คนไทยหันมาสนใจศึกษา ปฏิบัติพระพุทธศาสนาฝายธรรมวินัย ก็เทากับเปนการยาง เขาสูข้ันตอนที่สําคัญของการพื้นฟูพระพุทธศาสนาฝาย วัฒนธรรมใหกลับเจริญรงุ เรอื งข้นึ ใหมและกาวหนา ตอ ไปไดอกี ร ว ม ค ว า ม ว า ก า ร ศึ ก ษ า แ ล ะ ป ฏิ บั ติ ต า ม พระพุทธศาสนาฝายธรรมวินัย เปนปจจัยท่ีขาดไมไดสําหรับ การดํารงรกั ษาและพัฒนาพระพทุ ธศาสนาฝา ยวัฒนธรรม ดังน้ัน ในสภาพปจจุบัน แมวาพระพุทธศาสนาฝาย วัฒนธรรมจะเสื่อมโทรม เลือนลาง และถูกละเลย แตเมื่อคน หันมาสนใจศึกษาและปฏิบัติตามพระพุทธศาสนาฝายธรรม วินัยกันมากขึ้น ก็จึงเปนนิมิตดีวาพระพุทธศาสนาฝาย วฒั นธรรมจะกลบั มีชีวิตชีวารงุ เรืองเฟอ งฟขู ึ้นไดอ กี
๑๑๖ ความสําคญั ของพระพุทธศาสนา ในฐานะศาสนาประจําชาติ แตการจะเปนอยางนี้ได จะตองเปนการกระทําดวย ความสํานึกตระหนักในเปาหมาย และต้ังใจโนมการปฏิบัติ ใหสงผลมายังเปาหมายน้ัน คือใหการศึกษาและปฏิบัติตาม หลักการแหงพระธรรมวินัย สงผลตอพระพุทธศาสนาฝาย วัฒนธรรม ดวยการประสานกลมกลืนเน้ือหาสาระแหงพระ ธรรมวินัยน้ันใหซึมซาบเขาไปในกระแสความรูความเขาใจ และการประพฤติปฏิบตั ิทเี่ ปนวิถีชวี ิตของหมชู น ถาการศึกษาและปฏิบัติตามพระพุทธศาสนาฝาย ธรรมวินัย กับการรักษาสืบทอดพระพุทธศาสนาฝาย วัฒนธรรม ยังดําเนินอยูคูเคียงกัน โดยมีความสัมพันธ ในทางที่อิงอาศัยเกื้อกูลกันดังไดกลาวมา พระพุทธศาสนา ของชาวไทยก็จะยังเจริญมั่นคงอยูในประเทศไทย เพื่อ ประโยชนสุขโดยตรงแกชนชาติไทย และโดยออมแกมวลชน ชาวโลก ตลอดกาลนาน พุทธมณฑล คือ พื้นที่ภายในขอบเขตพิเศษท่ีไดอุทิศ ถวายแดพระพุทธเจา หรือบริเวณที่อุทิศใหเปนศูนยกลาง ของพระพุทธศาสนา ซึ่งไดจัดสรางขึ้นเพ่ือแสดงถึง ความสําคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะศาสนาประจําชาติ เปนหลกั ฐานและเปน ท่ีประกาศยืนยนั ความจรงิ ที่วา
พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยุตฺโต) ๑๑๗ พระพุทธศาสนา - เป็นศาสนาของประชากรส่วนใหญข่ องประเทศไทย - เปน็ รากฐานสาํ คัญของวัฒนธรรมไทย - เป็นศูนย์รวมจิตใจให้ชนชาวไทยต้ังอยใู่ นสามัคคี - เปน็ หลกั การแห่งเสรีภาพในการนบั ถอื ศาสนา - เปน็ สถาบันทีด่ าํ รงยนื ยงมาคชู่ าตไิ ทย - เป็นหลักคําสอนสอดคล้องกับลักษณะนิสัยของคนไทยที่ รกั ความเป็นอสิ ระเสรี - เปน็ แหลง่ สาํ คญั ท่ีหลอ่ หลอมเอกลักษณ์ของชาติไทย - เปน็ มรดกและเปน็ คลงั สมบัติอันล้าํ คา่ ของชนชาตไิ ทย - เป็นหลกั นาํ ทางในการพัฒนาชาติไทย และ - เป็นแหล่งของดีมีค่าท่ีชนชาติไทยมอบให้แก่อารยธรรม ของโลก ศูนยกลางของศาสนาประจําชาติน้ี พึงเปนจุดรวม พลังชวี ิตของพระพุทธศาสนา ดุจหัวใจเปนศูนยรวมพลังชีวิต ของบุคคล เปนแหลงแพรกระจายหลักการท่ีแทของ พระพุทธศาสนาออกไปหลอเลี้ยงวัดวาอาราม และองคกรท่ี เผยแพรพระธรรมวินัย ดุจหัวใจเปนแหลงสูบฉีดโลหิตไป หลอ เลี้ยงอวยั วะท้งั ปวงทวั่ รา งกาย
๑๑๘ ความสําคัญของพระพทุ ธศาสนา ในฐานะศาสนาประจําชาติ พุทธมณฑล ในอุดมคติ พึงเปนศูนยกลางท่ีประมวล รักษา และเผยแพรพระพุทธศาสนาฝายธรรมวินัย เปนที่ ทบทวนตรวจสอบพระพุทธศาสนาฝายวัฒนธรรมท่ีเชื่อถือ และประพฤติปฏิบัติกันมาในสังคมไทย ใหคงอยูและคืนเขา สูมาตรฐานและครรลองที่ถูกตอง พรอมท้ังแพรกระจาย เน้ือหาสาระของพระธรรมวินัยออกไปผสมผสานซึมซาบเขา สูวิถีชีวิตของประชาชน ใหพระพุทธศาสนาฝายวัฒนธรรมมี กําลังม่ันคง และเจริญกาวหนาตามแนวทางแหงหลักการที่ แทของพระพทุ ธศาสนา ถาการณเปนไปไดเชนนี้ พุทธมณฑลที่รมรื่นดวยสวน ปาอันงอกงามนาร่ืนรมย ก็จะเปนสัญลักษณแหงความ เจรญิ งอกงามของพุทธธรรมที่แพรหลายออกไป อํานวยสันติ สขุ และความรมเย็นเบกิ บานแกประชาราษฎรทั่วทัง้ สังคม
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124