วสั ดใุ น ชวี ติ ประจาํ วนั จดั ทําโดย ด.ญ มุทิตา ดาํ หนา เสนอ คณุ ครู ภัทรวรรณ อุทสงิ ห์
คํานาํ นีรายงานนีเปนส่วนหนึงใน รายวิชา การออกแบบ เทคโนโลยี ซึงผู้เขียนค่ดว่า รายงานนีจะทําให้ได้ความรู้ จากวัสดุทีใช้ในชีวิตประจาํ วัน วิชา การออกแบบและเทคโนโลยี
STATISTICS สารบญั 3พลาสตกิ 1ไม้ 4ยาง 2โลหะ
วสั ดอุ ุปกรณใ์ น ชวี ติ ประจาํ วนั สิ่งของเคร่อื งใชต า งๆ สรางข้ึนจากวสั ดหุ ลาย ประเภท วัสดแุ ตละ ประเภทมสี มบตั แิ ละ ลักษณะทแี่ ตกตางกนั การเลือกใชว สั ดุใหถูก ตอ งและเหมาะสมจงึ มี ความสาํ คญั ตอการ ออกแบบและสรา ง สิง่ ของเคร่อื งใช วสั ดทุ น่ี ํามาทาํ สงิ่ ของ เคร่อื งใชท เี่ ราพบเจอใน ชวี ิตประจาํ วัน เชน ไม โลหะ พลาสติก ยาง มี สมบัติและการใชง านท่ี แตกตางกัน ดงั นี้
ไม (wood) ไม คอื วสั ดุธรรมชาติทีไ่ ดจ ากลาํ ตนของตน ไมซ ่งึ สว น ใหญจะเป็นไมย นื ตน ไมมคี วามแข็งแรง ทนทาน ตาน ไฟฟ า ไมเป็นสนิม มรี ปู รา งคงตวั ผวิ เรียบ มกี ลิน่ และมลี วดลาย ถา ไดร ับความช้นื เป็นเวลานานอาจบวม ผดิ รปู และผูได ไมแ บง ออกเป็น 2 ประเภทคอื ไมจริงหรือไมธรรมชาติ คือ ไมท่ีไดมาจาก ลําตนของตนไมโ ดยตรง แบง ออกเป็น 2 ประเภทคอื ไมเน้ือแข็ง และไมเ น้ือออน ไมประกอบ คอื ไมทไี่ ดม าจากการนพชนิ้ สวนของไม มาตอ รวมกันดวยกระบวนการตางๆ ไมประกอบมี หลายประเภท เชน ไมอัด ไมปารต เิ คลิ บอรด
โลหะ (metals) โลหะ คอื วสั ดทุ ไี่ ดจ ากการถลงุ สนิ แร ตางๆ โลหะทีน่ ํามาใชง านสวนใหญจะ ผา นการปรับปรงุ สมบตั ใิ หดีข้นึ กอน นํามาใชง านโลหะเป็นควั นําความ รอ นและไฟฟ า มคี วามแขง แรงสงู มี ความคงทนถาวร ไมเส่ือมใสลาย เป็นวตั ถุทึบแสง ทนทานตอการ กดั กรอน โลหะแบง ออกเป็น 2 ประเภทคอื โลหะกลมุ เหลก็ คอื โลหะทมี่ ี เหลก็ เป็นสวนประกอบหลกั แบงออกเป็นเหลก็ ลา และเหลก็ หลอ โดยทัว่ ไปโลหะกลุมเหลก็ จะเกดิ สนิมและมีคุณสมบตั ดิ ูด ติดกบั แมเ หล็กได โลหะนอกกลุมเหลก็ คอื โลหะทีไ่ มมีเหลก เป็นสว น ประกอบ ดังนัน้ โลหะ ประเภทนี้จะไมเ กดิ สนิม และไมดดุ ตดิ กบั แมเ หล็ก เชน อลูมิเนียม ทองแดง สังกะสี ทองเหลือง
พลาสติก (plastic) พลาสตกิ คอื วสั ดุสงั เคราะหท่ีมนุษยส รางข้นึ สว น ใหญเ ป็นผลผลิตทไี่ ดจากการกลนั่ น้ํามันดบิ ปัจจบุ ัน พลาสติกนํามาสรางส่ิงของเคร่ืองใชม ากมายและมี บทบาทอยางยง่ิ ในการดาํ เนินชวี ติ ประจําวัน พลาสตกิ แบง ออกเป็น 2 ประเภทคอื เทอรโมพลาสตกิ จะออนตวั ลงเม่อื โดนความรอ นและจะ แขมตวั เม่อื เยน็ ลง พลาสตกิ ท่ีแข็งตัวแลวสามารถนํามา หลอมเลวอีกได เทอรโ มเซตตองพลาสติก เป็นพลาสตกิ ท่ีมีสมบตั ิ พิเศษ คอื ทนทานตอ การเปล่ยี นแปลงอุณหภูมิและ ทนปฏกิ ิรยิ าเคมไี ดด ี
ยาง (rubber) ยาง คือ วสั ดทุ ่ีมีความยืดหยนุ ถุกนํามาแปรรปู เพ่อื ใชประโยชนในการสรางเคร่อื งใชห ลายชนิด สามารถแบงออกเป็น 2 ประเภท คือ ยางธรรมชาติ คอื ผลผลิตท่ไี ดม าจากตน ยาง เม่ือยา งอยใุ นสภาวะอณุ หภูมติ ่ําจะแขง็ กระดาง เม่ือยางอยู ในท่ีอุณหภูมสิ ูงจะออนน่ิม ทนทานตอ การสึกหรอ แตไมทนตอตัวละลายพวกน้ํามนั ปิโตรเลียม ยางสังเคราะห คือ ยางทไี่ ดจ ากการการ สังเคราะหทางเคมีเพ่ือเลียนแบบยางธรรมชาติ ขอ ดีคอื สามารถปรับปรงุ สมบตั ิตา งๆได
อางองิ สถาบนั สงเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี \"เทคโนโลยี(การออกแบบและเทคโนโลยี)\" โรงพิมพ แหงจุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั . ศนู ยห นังสอื แหง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. 2561 หน า57
Search
Read the Text Version
- 1 - 9
Pages: