ปรับปรุง 31 สิงหาคม 2560เกณฑก์ ารแขง่ ขนั งานศิลปหัตถกรรมนกั เรียน ครั้งท่ี 67 ปีการศึกษา 2560 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สรุปกิจกรรมการแข่งขันกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยรายการกิจกรรมการประกวด เขตพน้ื ท/่ี ระดบั ชั้น ประเภท หมายเหตุ แข่งขนั สพป. สพม. ป. ๑ – ๓ ป. ๔ – ๖ ม.๑ – ๓ ม.๑ – ๓ ม. ๔ – ๖๑. คัดลายมอื สอื่ ภาษาไทย เดีย่ ว ประเภททีม เดี่ยว เป็นนักเรยี น๒ อ่านเอาเรื่องตามแนว PISA โรงเรียน๓. เรยี งร้อยถ้อยความ เดยี่ ว เดียวกนั เดี่ยว๔. ทอ่ งอาขยานทานองเสนาะ ทมี ๓ คน๕. ปริศนาสรา้ งสรรคว์ รรณคดีไทย ทีม ๒ คน๖. กวเี ยาวชนคนรนุ่ ใหม่ ๖.๑ กลอนส่ี (๔ บท) ๖.๒ กาพย์ยานี ๑๑ (๘ บท) ๖.๓ อินทรวิเชยี รฉันท์ ๑๑ (๘ บท) ๗. ตอ่ คาศพั ท์ภาษาไทย ทมี ๒ คน เดย่ี ว รวม ๔ ๗๗๗๗รวม ๗ กิจกรรม ๑๘ ๑๔ ๓๒ รายการศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรียนครั้งที่ ๖7 ปีการศกึ ษา ๒๕60 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย หนา้ 1
การแข่งขันทกั ษะภาษาไทย๑. การจัดกลุ่มผู้เข้าแขง่ ขัน ผูเ้ ขา้ แขง่ ขนั ทกุ ประเภท ให้เป็นไปตามประกาศสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน เรื่อง การจดั งานศิลปหัตถกรรมนักเรยี น คร้งั ท่ี ๖๗ ปีการศึกษา ๒๕๖๐ ลงวันที่ 9 สิงหาคม ๒๕๖๐ จัดกลุ่มการแข่งขันเป็น ๓ กลุ่ม ไดแ้ ก่ ประถมศึกษา ขยายโอกาส มธั ยมสายสามญั ดังนี้ ๑.๑.๑ โรงเรยี นท่เี ปดิ สอนช้นั ป.๑ – ป.๖ ให้โรงเรียนทุกสงั กดั เขา้ แขง่ ขนั ในกลุ่มประถมศึกษา ๑.๑.๒ โรงเรยี นทเ่ี ปดิ สอนชัน้ ป.๑ – ม.๓ (โรงเรียนขยายโอกาส) เฉพาะโรงเรยี นสงั กัดสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน และโรงเรยี นสงั กดั องค์การปกครองสว่ นท้องถ่นิ เขา้ แข่งขันในกลมุ่ประถมศึกษา ๑.๑.๓ โรงเรียนที่เปิดสอนชน้ั ม.๑ – ม.6 โรงเรียนทกุ สงั กดั รวมทัง้ โรงเรยี นขยายโอกาสที่เปิดสอนชัน้ สูงสุดถงึ ม.6 เขา้ แขง่ ขันในกลมุ่ มธั ยม๒. คณะกรรมการตดั สิน คณุ สมบตั ิของคณะกรรมการ ๑) ผทู้ รงคุณวุฒิ ภูมิปญั ญาท้องถิน่ ดา้ นภาษาไทย หรือ ๒) ศึกษานเิ ทศก์ทร่ี ับผดิ ชอบกลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย หรือ ๓) ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ขอ้ ควรคานึง ๑) กรรมการที่เป็นครูต้องไม่ตดั สนิ กรณที ม่ี นี ักเรียนในสถานศกึ ษาของตนเขา้ แขง่ ขันและกรรมการทเี่ ปน็ ศึกษานิเทศก์ต้องไมต่ ัดสนิ กรณีที่มีนักเรียนในสถานศึกษาสงั กดั เขตของตนเข้าแขง่ ขัน ๒) กรรมการที่มาจากครูผู้สอนควรแตง่ ตงั้ ใหต้ ดั สนิ ระดับชั้นทที่ าการสอน ๓) กรรมการควรมาจากสานักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาต่างๆ หลายเขตพ้นื ท่ีในภาคเดียวกนั ๔) กรรมการควรใหข้ ้อเสนอแนะเพ่ิมเตมิ แก่นักเรยี นท่ีชนะลาดบั ท่ี ๑ – ๓๓. เกณฑ์การตัดสนิ รอ้ ยละ 80 - 100 ได้รับรางวลั ระดับเหรียญทอง ร้อยละ 70 - 79 ได้รบั รางวลั ระดบั เหรยี ญเงนิ ร้อยละ 60 - 69 ได้รับรางวัลระดบั เหรียญทองแดง ตา่ กว่ารอ้ ยละ 60 ได้รบั เกียรติบตั ร เวน้ แต่กรรมการจะเหน็ เป็นอยา่ งอืน่ ผลการตัดสนิ ของคณะกรรมการถือเปน็ ทีส่ ้ินสุด๔. การเขา้ แข่งขนั ระดับชาติ ๑) ให้ทีมทเี่ ปน็ ตัวแทนของเขตพ้ืนที่การศึกษาเขา้ แขง่ ขนั ระดบั ภาค ทุกกจิ กรรมต้องได้คะแนนระดับเหรยี ญทอง ลาดบั ท่ี ๑ (คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ข้นึ ไป) และทีมทเี่ ป็นตวั แทนระดับภาคเข้าแข่งขนั ระดบั ชาติ จะต้องไดค้ ะแนนระดบั เหรญี ทอง ลาดบั ที่ ๑ – ๓ (คะแนนร้อยละ ๘๐ ขึน้ ไป) ๒) กรณแี ขง่ ขันระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา ที่มีทีมชนะลาดับสูงสดุ ได้คะแนนเท่ากนั และระดับภาคมมี ากกวา่ ๓ ทีม ใหพ้ จิ ารณาลาดับทีต่ ามลาดบั ขอ้ ของเกณฑก์ ารให้คะแนน เช่น มีทมี ท่ีได้คะแนนขอ้ ท่ี ๑ เท่ากันศิลปหตั ถกรรมนกั เรียนครงั้ ที่ ๖7 ปกี ารศึกษา ๒๕60 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หน้า 2
ใหด้ ขู ้อท่ี ๒ ทีมที่ไดค้ ะแนนข้อที่ ๒ มากกว่าถือเป็นผูช้ นะ แต่ถ้าข้อ ๒ เทา่ กนั ให้ดูข้อถดั ไป กรณีคะแนนเทา่ กันทุกข้อใหป้ ระธานกรรมการตดั สินเปน็ ผู้ช้ีขาด รายละเอยี ดการแข่งขันแตล่ ะประเภท๑. คดั ลายมือส่อื ภาษาไทย๑.๑ ประเภทและจำนวนผ้เู ข้ำแขง่ ขัน ๑.๑.๑ แข่งขนั ประเภทเดย่ี ว ๑.๑.๒ จานวนผเู้ ขา้ แข่งขนั ๑) ชนั้ ป. ๑ – ๓ จานวน ๑ คน ๒) ชั้น ป. ๔ - ๖ จานวน ๑ คน ๓) ช้นั ม. ๑ – ๓ (ขยายโอกาส) จานวน ๑ คน ๔) ชน้ั ม.๑ – ๓ (สามญั ) จานวน ๑ คน ๕) ช้นั ม. ๔ - ๖ จานวน ๑ คน๑.๒ ทักษะท่ีใชใ้ นกำรแข่งขนั การคัดลายมือ๑.๓ วธิ ดี ำเนินกำรและรำยละเอียดหลกั เกณฑ์กำรแขง่ ขัน กาหนดเนอ้ื หาการเขียนใหเ้ หมาะสมตามระดบั ชัน้ ของนักเรียน ใชเ้ วลา ๑.๓๐ ชวั่ โมงโดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดงั น้ี ๑) ใชต้ ัวอกั ษรแบบกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ๕๐ คะแนน ๒) ถูกตอ้ งตามอกั ขรวิธี ๒๕ คะแนน ๒) อ่านง่าย เปน็ ระเบียบ สะอาดเรียบรอ้ ย ๒๕ คะแนนช้นั ป.๑ – ๓ ใชด้ นิ สอดา ตวั บรรจงเตม็ บรรทัด ความยาว ๑๐ - ๑๕ บรรทดั หรือไม่เกิน๑ กระดาษ A๔ชน้ั ป.๔ – ๖ ใชป้ ากกาสนี า้ เงินหรอื สดี า ตวั บรรจงครึ่งบรรทดั ความยาว ๑๕ – ๒๐ บรรทดั หรอืไม่เกนิ ๑ กระดาษ A๔ชนั้ ม.๑ – ๓ ใชป้ ากกาสนี ้าเงินหรือสดี า ตัวบรรจงครง่ึ บรรทัด ความยาว ๒๐ – ๒๕ บรรทดั หรอืไม่เกิน ๑ กระดาษ A๔ช้นั ม.๔ – ๖ ใช้ปากกาสนี า้ เงินหรอื สดี า ตวั บรรจงครง่ึ บรรทดั ความยาว ๒๐ – ๒๕ บรรทัด หรือไมเ่ กนิ ๑ กระดาษ A๔๑.๔ คณะกรรมกำรกำรแขง่ ขนั ให้มีกรรมการชั้นปีละ ๓ – ๕ คน๑.๕ สถำนทจ่ี ัดแข่งขนั ควรเปน็ หอ้ งท่ีมีโต๊ะ เกา้ อี้ ท่สี ามารถดาเนินการแขง่ ขันได้ โดยให้เหมาะสมกับนกั เรยี นแต่ละระดับชน้ั๑.๖ กำรเขำ้ แข่งขันระดับภำค และระดับชำติ ๑.๖.๑ ใหท้ ีมทีเ่ ปน็ ตวั แทนของเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาเข้าแข่งขันระดับภาค ทกุ กิจกรรมต้องได้คะแนนระดับเหรยี ญทอง ลาดับท่ี ๑ (คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ขน้ึ ไป) และทมี ที่เปน็ ตวั แทนระดบั ภาคเข้าแขง่ ขันระดบั ชาติจะตอ้ งได้คะแนนระดบั เหรญี ทอง ลาดบั ที่ ๑ – ๓ (คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป)ศิลปหตั ถกรรมนักเรียนครั้งท่ี ๖7 ปกี ารศึกษา ๒๕60 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย หนา้ 3
๑.๖.๒ กรณีแข่งขันระดบั เขตพนื้ ที่การศึกษา ที่มีทีมชนะลาดบั สูงสดุ ไดค้ ะแนนเท่ากนั และระดับภาคมมี ากกวา่ ๓ ทมี ให้พิจารณาลาดบั ท่ีตามลาดบั ข้อของเกณฑ์การให้คะแนน เช่น มีทีมท่ีไดค้ ะแนนข้อท่ี ๑ เท่ากนัใหด้ ูข้อที่ ๒ ทีมท่ีได้คะแนนข้อท่ี ๒ มากกวา่ ถือเปน็ ผู้ชนะ แตถ่ า้ ข้อ ๒ เทา่ กนั ใหด้ ขู ้อถดั ไป กรณีคะแนนเทา่ กันทุกข้อให้ประธานกรรมการตดั สนิ เปน็ ผชู้ ี้ขาด ๑.๗ กำรเผยแพรผ่ ลงำนที่ไดร้ บั รำงวัล ผลงานของนักเรียนท่ีได้รบั คะแนนสูงสดุ อนั ดบั ที่ ๑ – ๓ คณะกรรมการพิจารณาและนาไปเผยแพร่ในเว็บไซตต์ อ่ ไป ซ่ึงผลงานของผแู้ ขง่ ขัน ถอื เป็นลิขสิทธขิ์ องสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน เพ่ือใชใ้ นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรียนคร้ังท่ี ๖7 ปีการศกึ ษา ๒๕60 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย หน้า 4
๒. อ่านเอาเรือ่ ง ตามแนว PISA๒.๑ ประเภทและจำนวนผเู้ ข้ำแข่งขัน ๒.๑.๑ แขง่ ขันประเภทเด่ียว ๒.๑.๒ จานวนผู้เข้าแข่งขัน ๑) ชัน้ ป. ๑ – ๓ จานวน ๑ คน ๒) ช้นั ป. ๔ - ๖ จานวน ๑ คน ๓) ชั้น ม. ๑ – ๓ จานวน ๑ คน ๔) ชั้น ม. ๔ - ๖ จานวน ๑ คน๒.๒ ทกั ษะท่ใี ช้ในกำรแขง่ ขัน การอ่านถ้อยความ ๓ แบบ ไดแ้ ก่ แบบต่อเนื่อง แบบไมต่ ่อเนือ่ ง และแบบผสม๒.๓ วธิ ดี ำเนนิ กำรและรำยละเอียดหลกั เกณฑก์ ำรแข่งขนั ๒.๓.๑ คณะกรรมการเตรียมบทอ่านและคาถาม ใช้เวลาในการทา ๑.๓๐ ชั่วโมง ๒.๓.๒ ลกั ษณะบทอา่ นเปน็ รอ้ ยแกว้ และร้อยกรอง เน้อื หาหลากหลาย ท้งั เนอื้ หาเชิงวิชาการบันเทิงคดี และสารคดี๒.๔ วธิ กี ารตอบครอบคลมุ สมรรถนะการอา่ น ท้งั ๓ ด้าน ตามแนว PISA คะแนนเตม็ ๑๐๐คะแนน ๑) สมรรถนะการเขา้ ถึงและค้นคืนสาระ ๓๐ คะแนน ๒) สมรรถนะการบรู ณาการและตคี วาม ๓๕ คะแนน ๓) สมรรถนะการสะท้อนและประเมิน ๓๕ คะแนน๒.๕ รปู แบบของการตอบ มี ๔ รปู แบบ ได้แก่ ๒.๕.๑ แบบเลือกตอบจากหลายตวั เลือก ๒.๕.๒ แบบเลอื กตอบเชงิ ซอ้ น ๒.๕.๓ แบบเขียนคาตอบแบบส้ัน หรือแบบปิด ๒.๕.๔ แบบเขียนคาตอบแบบอสิ ระ หรือแบบเปิด๒.๖ ลกั ษณะของถ้อยความ ถอ้ ยความที่กาหนดให้อ่านมมี ากกว่า ๑ ถ้อยความ แตล่ ะถ้อยความมีลักษณะ ดังนี้ ๒.๖.๑ รูปแบบของถอ้ ยความ อาจจะมีรูปแบบเดียวหรือหลายรปู แบบ ๒.๖.๒ วธิ กี ารตอบจะใช้สมรรถนะมากกว่า ๑ สมรรถนะ ๒.๖.๓ รปู แบบการตอบ สามารถใชร้ ูปแบบการตอบได้มากกวา่ ๑ รูปแบบ๒.๗ คณะกรรมกำรกำรแขง่ ขนั ให้มกี รรมการชน้ั ปีละ ๓ – ๕ คน๒.๘ สถำนทจี่ ดั แข่งขัน ควรเป็นห้องทมี่ ีโตะ๊ เก้าอ้ี สาหรับผเู้ ข้าแข่งขนั นง่ั ตามเลขท่ี๒.๙ กำรเขำ้ แขง่ ขนั ระดบั ภำค และระดับชำติ ๒.๙.๑ ใหท้ มี ท่ีเป็นตัวแทนของเขตพื้นที่การศึกษาเขา้ แข่งขันระดบั ภาค ทกุ กจิ กรรมต้องได้คะแนนระดับเหรยี ญทอง ลาดับที่ ๑ (คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ขึ้นไป) และทีมที่เปน็ ตัวแทนระดบั ภาคเข้าแขง่ ขนั ระดับชาติจะตอ้ งได้คะแนนระดบั เหรีญทอง ลาดับท่ี ๑ – ๓ (คะแนนร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป)ศิลปหตั ถกรรมนกั เรยี นคร้ังที่ ๖7 ปกี ารศกึ ษา ๒๕60 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย หน้า 5
๒.๙.๒ กรณีแขง่ ขนั ระดบั เขตพน้ื ที่การศึกษา ที่มีทีมชนะลาดบั สูงสดุ ไดค้ ะแนนเท่ากนั และระดับภาคมมี ากกวา่ ๓ ทมี ใหพ้ จิ ารณาลาดบั ทต่ี ามลาดับข้อของเกณฑ์การให้คะแนน เช่น มีทีมท่ีไดค้ ะแนนข้อท่ี ๑ เท่ากนัใหด้ ูข้อที่ ๒ ทีมท่ีได้คะแนนข้อที่ ๒ มากกวา่ ถือเปน็ ผู้ชนะ แตถ่ า้ ข้อ ๒ เทา่ กนั ใหด้ ขู ้อถดั ไป กรณีคะแนนเท่ากันทกุ ข้อให้ประธานกรรมการตัดสนิ เป็นผูช้ ้ีขาด ๒.๑๐ กำรเผยแพร่ผลงำนที่ได้รบั รำงวลั ผลงานของนักเรียนท่ีไดร้ บั คะแนนสูงสดุ อนั ดบั ที่ ๑ – ๓ คณะกรรมการพิจารณาและนาไปเผยแพรใ่ นเว็บไซตต์ อ่ ไป ซ่งึ ผลงานของผ้แู ข่งขัน ถอื เป็นลิขสิทธขิ์ องสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เพ่ือใช้ในการเผยแพร่ประชาสมั พันธ์ศิลปหัตถกรรมนักเรียนครั้งที่ ๖7 ปีการศึกษา ๒๕60 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย หนา้ 6
๓. เรยี งรอ้ ยถอ้ ยความ๓.๑ ประเภทและจำนวนผ้เู ขำ้ แข่งขนั๓.๑.๑ แข่งขนั ประเภทเด่ียว๓.๑.๒ จานวนผู้เข้าแขง่ ขัน1) ชน้ั ป. ๔ – ๖ จานวน ๑ คน2) ชั้น ม. ๑ – ๓ จานวน ๑ คน3) ช้ัน ม. ๔ – ๖ จานวน ๑ คน๓.๒ วธิ ดี ำเนนิ กำรและรำยละเอียดหลักเกณฑก์ ำรแขง่ ขันกรรมการเตรยี มขอบเขตเนอ้ื หา ใหน้ กั เรียนเขียน ๑ ประเด็น จาก ๓ ประเดน็ ดังน้ี๓.๒.๑ ให้ตัวแทนนกั เรยี นจบั ฉลากเพียง ๑ ประเดน็ จากทกี่ าหนดให้๓.๒.๒ ชแ้ี จงให้นกั เรียนเขียนเรยี งความ ตามประเด็นที่ตัวแทนนกั เรียนจบั ฉลากได้และต้งั ชื่อเรื่องใหม่ตามประเด็นทก่ี าหนดให้ ใช้เวลาในการเขียนเรยี งความ ๑.๓๐ ช่วั โมง๓.๒.๓ เขยี นเรยี งความตามข้อ ๓.๒.๒ชัน้ ป. ๔ – ๖ ความยาวไมน่ อ้ ยกว่า ๑๕ แต่ไมเ่ กิน ๒๐ บรรทดั เขียนครึ่งบรรทดัด้วยปากกา โดยใชต้ วั อกั ษรอ่านง่าย ถูกต้องตามลักษณะวิธีเขยี นอักษรไทยชนั้ ม. ๑ – ๓ ความยาวไม่น้อยกว่า ๒๕ แต่ไม่เกิน ๓๐ บรรทดั เขยี นครึง่ บรรทัดด้วยปากกา โดยใช้ตวั อักษรอ่านง่าย ถูกต้องตามลักษณะวิธเี ขียนอักษรไทยช้ัน ม. ๔- ๖ ความยาวไม่น้อยกวา่ ๓๐ แตไ่ ม่เกิน ๓๕ บรรทดั เขยี นครึ่งบรรทัดดว้ ยปากกา โดยใช้ตวั อักษรอ่านงา่ ย ถกู ต้องตามลกั ษณะวิธเี ขยี นอักษรไทยเมือ่ หมดเวลา ถือวา่ เสรจ็ ส้ินการแข่งขัน๓.๓ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเตม็ ๑๐๐ คะแนน แบ่งเป็น๑) การตัง้ ช่อื เรื่อง สอดคล้องกับเรอื่ งท่ีเขยี น ๑๐ คะแนน๒) เนื้อเรื่อง ๔๐ คะแนน- ลาดับข้อความและความคิดต่อเนื่องสอดคล้องกันตลอดเรื่อง ๑๕ คะแนน- แสดงเหตุและผลอยา่ งสมเหตุสมผล ๑๕ คะแนน- ยกตวั อย่าง อา้ งองิ ประกอบ มสี านวนโวหาร ๑๐ คะแนน สุภาษติ คาคม ตวั เลข สถิติ บุคคล ฯลฯ ไดอ้ ย่างเหมาะสม๓) รปู แบบ ประกอบด้วย สว่ นนา เนื้อเรอ่ื ง และสรปุ ๕ คะแนน๔) เขยี นถกู ต้องตามอักขรวิธี ๑๕ คะแนน ( การสะกดคา เวน้ วรรคตอน เคร่อื งหมายวรรคตอน)๕) ความยาวของเร่ืองตามกาหนด ๕ คะแนน๖) ใช้ตัวอกั ษรอา่ นง่าย ถูกตอ้ งตามลักษณะวธิ เี ขยี นอักษรไทย ๑๕ คะแนน๗) สะอาดเรียบรอ้ ยเป็นระเบียบ ๑๐ คะแนน๓.๔ คณะกรรมกำรกำรแขง่ ขัน ให้มีกรรมการชนั้ ปีละ ๓ – ๕ คน๓.๕ สถำนท่ีจัดแขง่ ขันควรใช้ห้องเรียนที่มโี ต๊ะ เกา้ อี้ ทสี่ ามารถดาเนินการแขง่ ขันไดพ้ ร้อมกันศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี นครัง้ ท่ี ๖7 ปีการศกึ ษา ๒๕60 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หน้า 7
๓.๖ กำรเข้ำแขง่ ขนั ระดับภำค และระดับชำติ ๓.๖.๑ ให้ทีมท่เี ป็นตวั แทนของเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาเขา้ แขง่ ขันระดบั ภาค ทุกกิจกรรมต้องได้คะแนนระดับเหรียญทอง ลาดบั ที่ ๑ (คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ขึน้ ไป) และทีมท่ีเปน็ ตัวแทนระดับภาคเข้าแข่งขนัระดบั ชาติ จะต้องไดค้ ะแนนระดับเหรีญทอง ลาดบั ที่ ๑ – ๓ (คะแนนร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป) ๓.๖.๒ กรณีแข่งขันระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา ที่มีทมี ชนะลาดับสูงสุดไดค้ ะแนนเทา่ กนั และระดบั ภาค มมี ากกวา่ ๓ ทีม ให้พิจารณาลาดับท่ีตามลาดบั ขอ้ ของเกณฑ์การให้คะแนน เช่น มีทีมที่ได้คะแนนข้อท่ี ๑ เทา่ กนั ให้ดขู ้อท่ี ๒ ทีมทีไ่ ดค้ ะแนนขอ้ ที่ ๒ มากกว่าถือเปน็ ผูช้ นะ แต่ถ้าข้อ ๒ เทา่ กัน ให้ดขู ้อถัดไป กรณีคะแนนเท่ากันทุกข้อใหป้ ระธานกรรมการตัดสนิ เปน็ ผชู้ ี้ขาด ๓.๗ กำรเผยแพร่ผลงำนที่ไดร้ ับรำงวัล ผลงานของนักเรยี นท่ีไดร้ ับคะแนนสูงสุดอันดับท่ี ๑ – ๓ คณะกรรมการพิจารณาและนาไปเผยแพรใ่ นเวบ็ ไซต์ตอ่ ไป ซ่งึ ผลงานของผแู้ ขง่ ขัน ถือเปน็ ลิขสิทธ์ขิ องสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน เพ่ือใชใ้ นการเผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์ศิลปหัตถกรรมนกั เรียนครัง้ ที่ ๖7 ปกี ารศกึ ษา ๒๕60 กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หน้า 8
๔. ทอ่ งอาขยานทานองเสนาะ๔.๑ ประเภทและจำนวนผู้เขำ้ แข่งขัน๔.๑.๑ แขง่ ขันประเภทเดี่ยว๔.๑.๒ จานวนผู้เขา้ แข่งขนั๑) ช้นั ป. ๑ - ๓ จานวน ๑ คน. ๒) ชนั้ ป. ๔ - ๖ จานวน ๑ คน๓) ชน้ั ม. ๑ - ๓ จานวน ๑ คน๔) ชน้ั ม. ๔ – ๖ จานวน ๑ คน๔.๒ วธิ ีดำเนนิ กำรและรำยละเอียดหลกั เกณฑ์กำรแขง่ ขัน๔.๒.๑ เนื้อหาบทอาขยานที่นามาใช้แข่งขันท่องอาขยานทานองเสนาะ ประกอบดว้ ยบทอาขยานบทหลกั และบทอาขยานบทเลอื กของแต่ละชั้นปี จากหนังสืออ่านเพิม่ เติม กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย บทอาขยานภาษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ของสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และให้ผูเ้ ขา้ แข่งขันท่องอาขยานทานองเสนาะโดยไม่ดบู ท จานวน ๒ ครัง้ ดงั นี้๔.๒.๒ คณะกรรมการเตรยี มบทอาขยานบทหลักและบทอาขยานบทเลือกของแต่ละช้นั ปี จาแนกเป็นบทอาขยานบทหลัก ๕ บท และบทอาขยานบทเลอื ก ๕ บท และนามาจับฉลากก่อนการแข่งขนั โดย๑) ให้ตัวแทนกรรมการจับฉลากบทอาขยานบทหลักกอ่ นเพ่อื ให้ผเู้ ขา้ แข่งขันใชเ้ ปน็ บทท่องบงั คบั สว่ นบทหลักและบทเลอื กของแตล่ ะชั้นปีนามาอยา่ งละ ๓ บท รวมเป็นชั้นปีละ ๖ บท๒) ผเู้ ข้าแข่งขันแต่ละช้ันทกุ คนท่องบทหลักท่ีกรรมการจับฉลากไว้แล้ว ๑ บท ตามข้อ ๑)๓) ผูเ้ ขา้ แข่งขนั จับฉลากบทหลกั และบทเลือกอีก ๑ บท๔) นักเรียนท่เี ขา้ แขง่ ขนั ไม่ต้องแนะนาตัวเองตอ่ คณะกรรมการ๔.๒.๓ เวลาในการท่องบทอาขยานทานองเสนาะขนึ้ อยู่กับเนือ้ หาบทอาขยาน๔.๓ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนเตม็ ๑๐๐ คะแนน๑) ถกู ตอ้ งตามฉันทลกั ษณ์ของบทร้อยกรอง คะแนนเต็ม ๓๐ คะแนน๒) ถกู ต้องตามอกั ขรวธิ ี เชน่ การอ่านคา, คะแนนเต็ม ๓๐ คะแนนการออกเสยี งคาควบกล้า ร, ล ฯลฯ (ออกเสียงผดิ ๑ ครงั้ หัก ๒ คะแนน)๓) น้าสยี ง เชน่ ความไพเราะ ความหนักเบาและความชัดเจน ฯลฯ คะแนนเต็ม ๓๐ คะแนน๔) ให้อารมณ์ความรสู้ ึกทสี่ อดคลอ้ งกบั เน้อื หาของบทอาขยาน คะแนนเต็ม ๕ คะแนน๕) มีบุคลกิ ภาพ ความสง่างาม และความมนั่ ใจ คะแนนเต็ม ๕ คะแนน๔.4 คณะกรรมกำรกำรแขง่ ขนั ให้มีกรรมการชั้นปลี ะ ๓ – ๕ คน๔.5 สถำนทจ่ี ัดแขง่ ขนัจัดเวทีการแข่งขันให้นักเรียนขึ้นท่องอาขยานทานองเสนาะต่อหน้าคณะกรรมการ และมีท่ีน่ังสาหรับผู้เข้าชมการแข่งขัน รวมท้ังมีห้องเก็บตัวสาหรับนักเรียนท่ีรอเวลาการแข่งขันซึ่งอยู่ไกลจากเวทีพอสมควร เพือ่ ไมใ่ ห้ได้ยินเสียงผเู้ ขา้ แข่งขันท่ีกาลังดาเนนิ การแขง่ ขันศิลปหัตถกรรมนักเรยี นครง้ั ที่ ๖7 ปกี ารศึกษา ๒๕60 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หนา้ 9
๔.6 กำรเขำ้ แขง่ ขันระดบั ภำค และระดับชำติ ๔.6.๑ ให้ทีมท่ีเปน็ ตวั แทนของเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาเข้าแข่งขนั ระดบั ภาค ทกุ กจิ กรรมต้องได้คะแนนระดบั เหรยี ญทอง ลาดับที่ ๑ (คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ขน้ึ ไป) และทมี ที่เปน็ ตวั แทนระดับภาคเขา้ แข่งขันระดบั ชาติจะต้องได้คะแนนระดบั เหรญี ทอง ลาดับที่ ๑ – ๓ (คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ขน้ึ ไป) ๔.๖.๒ กรณแี ข่งขนั ระดบั เขตพ้ืนที่การศึกษา ที่มที ีมชนะลาดับสงู สดุ ได้คะแนนเท่ากนั และระดับภาคมีมากกวา่ ๓ ทมี ให้พจิ ารณาลาดับทต่ี ามลาดับข้อของเกณฑ์การให้คะแนน เชน่ มีทีมที่ไดค้ ะแนนข้อที่ ๑ เทา่ กันใหด้ ขู อ้ ที่ ๒ ทมี ท่ีไดค้ ะแนนข้อท่ี ๒ มากกวา่ ถือเปน็ ผู้ชนะ แต่ถา้ ข้อ ๒ เท่ากนั ใหด้ ูข้อถดั ไป กรณีคะแนนเท่ากันทกุ ข้อใหป้ ระธานกรรมการตดั สนิ เปน็ ผู้ช้ีขาด ๔.7 กำรเผยแพร่ผลงำนทไ่ี ด้รบั รำงวัล ผลงานของนักเรยี นท่ไี ดร้ ับคะแนนสูงสดุ อนั ดบั ที่ ๑ – ๓ คณะกรรมการพจิ ารณาและนาไปเผยแพร่ในเว็บไซตต์ ่อไป ซง่ึ ผลงานของผู้แขง่ ขนั ถือเปน็ ลิขสิทธ์ิของสานักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้นั พน้ื ฐาน เพ่อื ใช้ในการเผยแพร่ประชาสมั พันธ์ศิลปหัตถกรรมนกั เรยี นคร้ังที่ ๖7 ปกี ารศกึ ษา ๒๕60 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย หน้า 10
๕. ปริศนาสรา้ งสรรค์วรรณคดีไทย๕.๑. ประเภทและจำนวนผู้เขำ้ แข่งขัน๕.๒.๑ แขง่ ขนั ประเภททีม ทมี ละ ๓ คน๕.๒.๒ จานวนผูเ้ ข้าแข่งขัน ๑) ชนั้ ป. ๑ – ๓ จานวน ๑ ทมี ๒) ช้นั ป. ๔ - ๖ จานวน ๑ ทีม๓) ชัน้ ม. ๑ - ๓ จานวน ๑ ทมี๔) ชน้ั ม. ๔ - ๖ จานวน ๑ ทมี๕.๒ วิธดี ำเนนิ กำรและรำยละเอียดหลักเกณฑก์ ำรแข่งขัน๕.๒.๑ กรรมการกาหนดบทอ่านวรรณคดีจากเนือ้ หาวรรณคดีทกี่ าหนดในหลกั สตู รแตล่ ะระดับชน้ัเพ่ือจัดทาเป็นอ่านออกเสยี งและเปน็ บทอา่ นเพ่ือตอบคาถามตามแนวทางประเมนิ นักเรียนร่วมกบั นานาชาติ(PISA ) ทั้งวรรณคดีท่เี ป็นร้อยแกว้ และร้อยกรอง ความยาวไม่นอ้ ยกว่า ๑ หน้ากระดาษ A๔๕.๒.๒ วธิ กี ารแข่งขัน แบ่งเปน็ ๒ ตอน ดังนี้ตอนที่ ๑ ใหแ้ ต่ละทีมช่วยกนั ตอบคาถามจากบทอา่ นวรรณคดที ี่กาหนดให้วธิ ีการตอบคาถามให้ครอบคลมุ กลยุทธก์ ารอา่ นตามแนว PISA ทง้ั ๓ สมรรถนะ ใชเ้ วลา ๑ ชว่ั โมง คะแนนเตม็ ๖๐ คะแนน ๑) สมรรถนะการเขา้ ถึงและคน้ คืนสาระ ๒๐ คะแนน ๒) สมรรถนะการบรู ณาการและตีความ ๒๐ คะแนน ๓) สมรรถนะการสะท้อนและประเมิน ๒๐ คะแนนตอนท่ี ๒ ใหแ้ ต่ละทมี เลอื กผู้แทน ๑ คน เพ่ืออ่านออกเสยี งบทวรรณคดเี ป็นทานองเสนาะโดยเก็บตัวผู้ท่ยี ังไม่แข่งขัน คะแนนเตม็ ๔๐ คะแนน ๑) ถกู ต้องตามฉนั ทลักษณข์ องบทร้อยกรอง ๑๐ คะแนน ๒) ถกู ต้องตามอักขรวธิ ี เชน่ การอา่ นคา ๑๐ คะแนน การออกเสยี งคาควบกล้า ร, ล ฯลฯ (ออกเสียงผิด ๑ ครั้ง หกั ๑ คะแนน) ๓) น้าเสยี ง เชน่ ความไพเราะ ความหนักเบาและความชัดเจน ฯลฯ ๑๐ คะแนน ๔) ให้อารมณ์ความรสู้ กึ ท่ีสอดคล้องกับเนื้อหาของบทอ่าน ๑๐ คะแนน๕.๓ คณะกรรมกำรกำรแขง่ ขัน ใหม้ กี รรมการชั้นปีละ ๓ – ๕ คน๕.๔ สถำนที่จัดแข่งขนั ตอนท่ี ๑ จัดห้องแข่งขันมีโต๊ะ เก้าอ้ี นั่งเป็นทีม เพ่ือร่วมกันตอบคาถาม โดยอาจจัดพร้อมกันทุกช่วงชั้น ตอนท่ี ๒ จัดเวทีการแข่งขันให้นักเรียนแต่ละทีมเลือกผู้แทนอ่านออกเสียงบทวรรณคดีเป็นทานองเสนาะต่อหน้าคณะกรรมการ และมีที่น่งั สาหรับผู้เข้าชมการแข่งขัน รวมทั้งมีห้องเก็บตัวสาหรับนักเรียนที่รอเวลาการแข่งขันซ่ึงอยู่ไกลจากเวทีพอสมควร เพ่ือไมใ่ ห้ได้ยนิ เสียงผเู้ ข้าแขง่ ขันท่ีกาลังดาเนนิ การแขง่ ขันศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรียนครั้งที่ ๖7 ปกี ารศกึ ษา ๒๕60 กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หน้า 11
5.5 กำรเขำ้ แขง่ ขนั ระดบั ภำค และระดับชำติ 5.5.๑ ให้ทีมท่ีเปน็ ตวั แทนของเขตพืน้ ที่การศึกษาเข้าแข่งขนั ระดบั ภาค ทกุ กจิ กรรมต้องได้คะแนนระดบั เหรยี ญทอง ลาดับที่ ๑ (คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ข้นึ ไป) และทีมท่เี ปน็ ตวั แทนระดับภาคเขา้ แข่งขันระดบั ชาติจะต้องได้คะแนนระดบั เหรีญทอง ลาดับที่ ๑ – ๓ (คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ขน้ึ ไป) 5.5.๒ กรณแี ข่งขนั ระดบั เขตพ้ืนที่การศึกษา ทม่ี ที ีมชนะลาดับสงู สดุ ได้คะแนนเท่ากนั และระดับภาคมีมากกวา่ ๓ ทมี ให้พจิ ารณาลาดับทต่ี ามลาดับข้อของเกณฑก์ ารให้คะแนน เชน่ มีทีมที่ไดค้ ะแนนขอ้ ที่ ๑ เทา่ กันใหด้ ขู อ้ ที่ ๒ ทมี ท่ีไดค้ ะแนนข้อท่ี ๒ มากกวา่ ถือเปน็ ผู้ชนะ แต่ถ้าข้อ ๒ เท่ากนั ใหด้ ูข้อถดั ไป กรณีคะแนนเท่ากันทกุ ข้อใหป้ ระธานกรรมการตดั สนิ เปน็ ผู้ช้ีขาด 5.6 กำรเผยแพร่ผลงำนทไ่ี ด้รบั รำงวัล ผลงานของนักเรยี นท่ไี ดร้ ับคะแนนสูงสดุ อนั ดับท่ี ๑ – ๓ คณะกรรมการพจิ ารณาและนาไปเผยแพร่ในเว็บไซตต์ ่อไป ซง่ึ ผลงานของผู้แขง่ ขนั ถือเปน็ ลิขสิทธ์ิของสานกั งานคณะกรรมการการศึกษา ข้นั พน้ื ฐาน เพ่อื ใช้ในการเผยแพร่ประชาสมั พันธ์ศิลปหัตถกรรมนกั เรยี นคร้ังที่ ๖7 ปกี ารศกึ ษา ๒๕60 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย หน้า 12
๖. กวเี ยาวชนคนรุน่ ใหม่๖.๑. ประเภทและจำนวนผูเ้ ขำ้ แข่งขัน๖.๑.๑ แขง่ ขนั ประเภททีม ทีมละ ๒ คน๖.๑.๒ จานวนผ้เู ขา้ แข่งขนั๑) ช้ัน ป. ๔ - ๖ จานวน ๑ ทีม ๒) ชน้ั ม. ๑ - ๓ จานวน ๑ ทมี ๓) ชั้น ม. ๔ - ๖ จานวน ๑ ทีม๖.๒ วิธีดำเนนิ กำรและรำยละเอียดหลักเกณฑก์ ำรแข่งขนั๖.๒.๑ กรรมการกาหนดหวั ขอ้ ทจี่ ะใช้ในการแข่งขัน จานวน ๓ หวั ขอ้๖.๒.๒ ให้นักเรียนเลอื กผู้แทน ๑ คน จับฉลากหวั ข้อ แล้วนาหัวข้อทจี่ บั ฉลากได้ไปแตง่ บทร้อยกรอง ๑) ชน้ั ป. ๔ - ๖ แต่งกลอนสี่ จานวน ๔ บท ๒) ชัน้ ม. ๑ - ๓ แต่งกาพยย์ านี ๑๑ จานวน ๘ บท ๓) ชน้ั ม. ๔ - ๖ แตง่ อนิ ทรวิเชียรฉันท์ จานวน ๘ บท๖.๒.๓ ใช้เวลาในการแต่งคาประพนั ธ์ ๑ ชัว่ โมง๖.๒.๔ เกณฑ์การใหค้ ะแนน คะแนนเตม็ ๑๐๐ คะแนน แบ่งเป็น * บทรอ้ ยกรองที่ผดิ ฉนั ทลักษณ์ ตอ่ ไปนี้ กรรมการจะไมน่ าไปตรวจใหค้ ะแนน ๑) ไมม่ สี มั ผสั ระหว่างวรรค ๒) ไม่มีสมั ผัสระหวา่ งบท ๓) ใชส้ ระเสียงสั้น สมั ผัสกับสระเสียงยาวเปน็ สัมผสั บังคบั (เชน่ ใช้ “ใจ”สัมผัส กบั “กาย”) ๔) กรณแี ต่งฉันท์ วางคา ครุ ลหุ ไม่ถกู ตาแหน่ง ๕) เขยี นไมค่ รบตามท่ีกาหนด * บทร้อยกรองทไี่ ม่ผิดฉนั ทลกั ษณ์ กรรมการจะนาไปตรวจให้คะแนนโดยมีหลักเกณฑ์การใหค้ ะแนน ดังน้ี๑) ฉันทลักษณแ์ ละอกั ขรวธิ ี คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน - เขียนตัวสะกดการนั ต์ผิด หักคาละ ๑ คะแนน - มีสัมผสั ซา้ หักคะแนนตาแหนง่ ละ ๒ คะแนน - มีสัมผัสเลือน หกั คะแนนตาแหนง่ ละ ๒ คะแนน๒) ความคิดและเนื้อหา คะแนนเต็ม ๔๐ คะแนน - ตรงประเด็น หมายความวา่ นกั เรียนจะต้องใช้หวั ขอ้ ทก่ี าหนดใหเ้ ป็นแกนเรื่อง - เสนอแนวคดิ สร้างสรรค์ หมายความวา่ เนือ้ หาทน่ี ักเรยี นเสนอนัน้ ใหแ้ ง่คิดทเี่ ป็นประโยชนแ์ ก่ผอู้ า่ น เชน่ แงค่ ดิ ในการดารงชวี ติ การเข้าใจสังคม การปฏบิ ัตติ นใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ สังคม - เสนอแนวคิดแปลกใหม่ หมายถงึ แนวความคิดท่ีเสนอในเน้ือหาไม่ค่อยมีใครกล่าวถงึเปน็ แนวความคิดท่มี เี หตุผลและอยใู่ นขอบเขตของหวั ข้อ๓) กวีโวหาร คะแนนเต็ม ๔๐ คะแนน - เลอื กใช้คาเหมาะแก่เนื้อหาและบรบิ ท - เล่นสมั ผัสอักษร เลน่ คา ไพเราะ สละสลวยและราบรนื่ ช่วยใหค้ าประพนั ธ์ไพเราะยง่ิ ขนึ้ - ใช้โวหารตา่ งๆ ส่งเสริมเนอื้ หาใหม้ ีความหมายลกึ ซึ้งกินใจ เช่น กล่าวเปรยี บเทียบ ใช้บุคลาธิษฐาน เป็นตน้ศิลปหัตถกรรมนกั เรียนครง้ั ท่ี ๖7 ปกี ารศึกษา ๒๕60 กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หน้า 13
๖.3 คณะกรรมกำรกำรแขง่ ขัน ใหม้ กี รรมการช้นั ปีละ ๓ – ๕ คน ๖.4 สถำนท่ีจัดแขง่ ขนั ควรเปน็ หอ้ งทม่ี โี ตะ๊ เก้าอี้ ทสี่ ามารถดาเนินการแข่งขันได้ 6.5 กำรเข้ำแข่งขันระดบั ภำค และระดบั ชำติ 6.5.๑ ให้ทมี ทเ่ี ปน็ ตัวแทนของเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาเขา้ แข่งขนั ระดบั ภาค ทกุ กจิ กรรมต้องได้คะแนนระดบั เหรยี ญทอง ลาดับที่ ๑ (คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ขึ้นไป) และทมี ท่เี ป็นตัวแทนระดับภาคเข้าแขง่ ขันระดับชาติจะตอ้ งได้คะแนนระดบั เหรีญทอง ลาดับที่ ๑ – ๓ (คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป) 6.5.๒ กรณีแข่งขนั ระดับเขตพืน้ ท่ีการศึกษา ท่ีมีทีมชนะลาดับสูงสุดได้คะแนนเท่ากัน และระดบั ภาคมีมากกวา่ ๓ ทีม ให้พิจารณาลาดับทีต่ ามลาดับข้อของเกณฑ์การให้คะแนน เชน่ มีทมี ที่ไดค้ ะแนนข้อที่ ๑ เทา่ กนัให้ดูขอ้ ที่ ๒ ทมี ที่ไดค้ ะแนนข้อท่ี ๒ มากกวา่ ถือเปน็ ผู้ชนะ แต่ถ้าข้อ ๒ เทา่ กนั ใหด้ ูข้อถดั ไป กรณีคะแนนเท่ากนัทุกข้อใหป้ ระธานกรรมการตัดสินเปน็ ผ้ชู ้ขี าด 6.6 กำรเผยแพรผ่ ลงำนท่ไี ด้รับรำงวัล ผลงานของนกั เรยี นที่ไดร้ ับคะแนนสงู สุดอนั ดับที่ ๑ – ๓ คณะกรรมการพจิ ารณาและนาไปเผยแพร่ในเว็บไซตต์ อ่ ไป ซ่งึ ผลงานของผู้แข่งขนั ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เพือ่ ใช้ในการเผยแพรป่ ระชาสมั พนั ธ์ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรยี นครง้ั ท่ี ๖7 ปีการศกึ ษา ๒๕60 กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หนา้ 14
๗. เกณฑก์ ารจดั การแขง่ ขันการต่อคาศัพทภ์ าษาไทย (คาคมเดมิ )๗.๑ ประเภทและคณุ สมบัติผู้เขา้ แข่งขนั :๑. ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ - ๖ ประเภททมี ๆ ละ ๒ คน ( ครูผู้ควบคมุ ๑ คน )๒. ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ - ๓ (ขยายโอกาส) ประเภททีมๆ ละ ๒ คน ( ครูผู้ควบคุม ๑ คน )๓. ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๑ - ๓ (สามัญ) ประเภททมี ๆ ละ ๒ คน ( ครูผู้ควบคุม ๑ คน )๔. ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ - ๖ ประเภทบคุ คล ( ครผู คู้ วบคุม ๑ คน )๗.๒ หลักเกณฑก์ ารแข่งขันและจานวนเกมการแขง่ ขัน ๗.๒.๑ ระดับเขตพ้นื ท่ี ๗.๒.๑.๑ โรงเรียนในเขตพ้ืนท่ีสง่ รายชอ่ื นกั เรียนเข้ารว่ มการแขง่ ขนั ๗.๒.๑.๒ เขตพ้นื ที่ที่มจี านวนนักเรียนเขา้ ร่วมการแขง่ ขนั ๒ ทมี กาหนดให้แข่งขันในรอบตัดสินไดเ้ ลยจานวน ๒ เกม (ไม่มีการแข่งขันรอบคัดเลือก) โดยท่ีรอบชิงชนะเลิศนกั เรยี นทั้ง ๒ โรงเรยี นจะต้องสลับการเร่มิ ตน้ เกมการแขง่ ขัน ในการแข่งขัน ๗.๒.๑.๓ เขตพื้นทท่ี ่ีมจี านวนนักเรยี นเข้าร่วมการแข่งขนั ๓ – ๖ ทมี กาหนดการแขง่ ขันในรอบคัดเลือกแบบนักเรียนแต่ละทีมพบกนั หมดทุกโรงเรียน จากผลการแข่งขันรอบคัดเลือกกรรมการนาผเู้ ขา้ แข่งขนัอนั ดบั ท่ี ๑ และอันดบั ที่ ๒ ในรอบคัดเลือกเขา้ สรู่ อบชงิ ชนะเลศิ จานวน ๒ เกม โดยทีร่ อบชงิ ชนะเลศิ นกั เรียนทัง้๒ โรงเรยี นจะต้องสลับการเริ่มต้นเกมการแข่งขัน ในการแข่งขนั ๗.๒.๑.๔ เขตพ้ืนทีท่ ่ีมจี านวนนักเรียนเขา้ รว่ มการแขง่ ขนั ๗ ทมี ข้นึ ไป กาหนดการแข่งขันในรอบคัดเลือก๕ เกม ดงั น้ี เกมท่ี ๑ กรรมการจบั คู่การแข่งขันด้วยวิธีการจบั สลาก โดยจบั สลากเป็นกล่มุ ๆ ละ ๔ ทีม เกมท่ี ๒ จากผลการแขง่ ขนั เกมท่ี ๑ กรรมการจบั คแู่ ข่งขัน โดยใหน้ กั เรียนสลบั คแู่ ขง่ ขนั ภายในกลุม่ของตนเอง โดยผชู้ นะแข่งกับผ้ชู นะ และทีมท่ีเหลอื อีก ๒ ทีม จะแข่งขันกนั (จบเกมที่ ๒ ให้นกั เรียนส่งใบบนั ทึกผลคะแนนสะสม) เกมท่ี ๓ กรรมการจับคู่การแข่งขนั แบบสวสิ เกมที่ ๔ จากผลการแขง่ ขันเกมที่ ๓ กรรมการจับคูแ่ ข่งขัน โดยให้นกั เรยี นสลบั คู่แข่งขันภายในกลุม่ของตนเอง โดยผู้ชนะแข่งกับผชู้ นะ และทีมทเ่ี หลอื อีก ๒ ทีม จะแข่งขนั กัน (จบเกมท่ี ๔ ให้นักเรยี น สง่ ใบบันทึกผลคะแนนสะสม) เกมที่ ๕ กรรมการจับคู่แข่งขันแบบคิงออฟเดอะฮิลล์ จากผลการแข่งขนั เกมท่ี ๔ ดังนี้ - ทีมท่มี ีคะแนนลาดับท่ี ๑ หลงั จบเกมท่ี ๔ แข่งกับ ทีมทีม่ ีคะแนนลาดบั ที่ ๒ - ทมี ที่มีคะแนนลาดับท่ี ๓ หลังจบเกมท่ี ๔ แขง่ กับ ทมี ท่ีมีคะแนนลาดบั ที่ ๔ - ทมี ที่มีคะแนนลาดับที่ ๕ หลังจบเกมท่ี ๔ แขง่ กบั ทมี ทม่ี คี ะแนนลาดับท่ี ๖ - ทีมทม่ี ีคะแนนลาดับที่ ๗ หลังจบเกมที่ ๔ แข่งกบั ทีมทมี่ คี ะแนนลาดับที่ ๘ ตามลาดบัศลิ ปหัตถกรรมนักเรียนครัง้ ที่ ๖7 ปีการศกึ ษา ๒๕60 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หนา้ 15
จากผลการแข่งขนั รอบคดั เลือก ๕ เกม กรรมการนาทีมทมี่ ีผลคะแนนการแขง่ ขนั ลาดบั ที่ ๑ และลาดบั ที่ ๒ เขา้ สู่รอบชิงชนะเลิศจานวน ๒ เกม โดยทรี่ อบชงิ ชนะเลศิ นกั เรยี นทั้ง ๒ โรงเรยี นจะต้องสลับการเรม่ิ ตน้ เกมการแข่งขัน ในการแข่งขัน หมายเหตุ นกั เรียนตัวแทนระดับเขตเขา้ สู่การแข่งขันระดับภาคจานวน ๑ ทีม ๗.๒.๒ ระดับภาค ๗.๒.๒.๑ นักเรยี นตวั แทนระดับเขตพ้ืนที่เข้าร่วมการแข่งขันระดบั ภาค ๗.๒.๒.๒ กาหนดการแข่งขนั ในรอบคัดเลือกระดบั ภาค ๖ เกม ดงั น้ี เกมท่ี ๑ กรรมการจบั คู่การแข่งขนั ด้วยวธิ กี ารจบั สลาก โดยจบั สลากเป็นกลุ่มๆ ละ ๔ ทีม เกมที่ ๒ จากผลการแข่งขนั เกมท่ี ๑ กรรมการจับคูก่ ารแขง่ ขัน โดยให้นักเรยี นสลบั คแู่ ข่งขันภายในกล่มุ ของตนเอง โดยผู้ชนะแข่งกบั ผู้ชนะ และทีมทเ่ี หลืออีก ๒ ทีม จะแข่งขันกัน (จบเกมท่ี ๒ ใหน้ ักเรยี นส่งใบบนั ทึกผลคะแนนสะสม) เกมที่ ๓ กรรมการจับคู่การแข่งขนั แบบสวิส เกมที่ ๔ จากผลการแขง่ ขนั เกมท่ี ๓ กรรมการจบั คู่การแข่งขัน โดยใหน้ ักเรยี นสลบั คู่แข่งขนั ภายในกล่มุ ของตนเอง โดยผู้ชนะแข่งกับผู้ชนะ และทมี ทเี่ หลืออีก ๒ ทมี จะแข่งขนั กัน (จบเกมท่ี ๔ ให้นักเรยี นส่งใบบนั ทึกผลคะแนนสะสม) เกมท่ี ๕ กรรมการจับคู่แข่งขันแบบคงิ ออฟเดอะฮลิ ล์ จากผลการแขง่ ขนั เกมที่ ๔ ดงั นี้ - ทมี ทม่ี ีคะแนนลาดับที่ ๑ หลงั จบเกมที่ ๔ แข่งกบั ทีมทีม่ คี ะแนนลาดบั ท่ี ๒ - ทีมที่มีคะแนนลาดบั ท่ี ๓ หลังจบเกมที่ ๔ แขง่ กับ ทีมทม่ี ีคะแนนลาดับท่ี ๔ - ทมี ที่มีคะแนนลาดับท่ี ๕ หลงั จบเกมที่ ๔ แขง่ กบั ทีมที่มีคะแนนลาดบั ที่ ๖ - ทมี ทม่ี ีคะแนนลาดบั ที่ ๗ หลังจบเกมที่ ๔ แขง่ กบั ทีมที่มีคะแนนลาดับที่ ๘ ตามลาดับ เกมที่ ๖ กรรมการจบั คู่แข่งขันแบบคิงออฟเดอะฮิลล์ เชน่ เดียวกับการจบั คู่ในเกมท่ี ๕ จากผลการแข่งขันรอบคัดเลือก ๖ เกม กรรมการนาทีมท่มี ีผลคะแนนการแข่งขันลาดบั ที่ ๑และลาดับท่ี ๒ ในรอบคัดเลือกเข้าสรู่ อบชิงชนะเลิศ และทีมที่มผี ลการแขง่ ขันลาดับท่ี ๓ และลาดับที่ ๔ เขา้ สู่รอบชงิ อันดบั ที่ ๓ โดยจะทาการแขง่ ขัน ๒ เกม นักเรยี นทั้ง ๒ โรงเรียนจะตอ้ งสลบั การเริ่มตน้ เกมการแขง่ ขัน ในการแข่งขัน หมายเหตุ นักเรยี นตวั แทนระดับภาคเขา้ สู่การแข่งขนั ระดบั ประเทศจานวน ๓ ทีมศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี นคร้งั ที่ ๖7 ปีการศกึ ษา ๒๕60 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หน้า 16
๗.๒.๓ ระดบั ชาติ ๗.๒.๓.๑ นกั เรยี นตัวแทนระดับภาคเข้ารว่ มการแขง่ ขันระดับชาติ ๗.๒.๓.๒ กาหนดการแขง่ ขนั ในรอบคดั เลือกระดบั ชาติ ๑๓ เกม ดังน้ี เกมท่ี ๑ – ๑๑ กรรมการจบั คู่แข่งขันแบบพบกันหมดทกุ ทีม (หลังจบการแขง่ ขนั เกมท่ี ๑๑สง่ ใบบันทกึ ผลคะแนนสะสม) เกมท่ี ๑๒ กรรมการจับคแู่ ขง่ ขันแบบคงิ ออฟเดอะฮิลล์ จากผลการแขง่ ขันเกมที่ ๑๑ ดังน้ี - ทีมทีม่ ีคะแนนลาดับท่ี ๑ หลงั จบเกมท่ี ๑๑ แข่งกบั ทมี ท่ีมคี ะแนนลาดบั ที่ ๒ - ทีมที่มีคะแนนลาดบั ที่ ๓ หลังจบเกมท่ี ๑๑ แข่งกบั ทีมท่ีมีคะแนนลาดับที่ ๔ - ทีมท่มี ีคะแนนลาดบั ที่ ๕ หลงั จบเกมที่ ๑๑ แขง่ กับ ทมี ท่ีมีคะแนนลาดบั ที่ ๖ - ทมี ที่มีคะแนนลาดับท่ี ๗ หลังจบเกมที่ ๑๑ แข่งกับ ทีมท่ีมีคะแนนลาดับท่ี ๘ ตามลาดับ เกมที่ ๑๓ กรรมการจับคแู่ ขง่ ขนั แบบคิงออฟเดอะฮิลล์ เช่นเดยี วกบั การจบั คู่ในเกมที่ ๑๒ จากผลการแข่งขันรอบคดั เลือก ๑๓ เกม กรรมการนาทีมที่มีผลคะแนนการแข่งขนั ลาดับที่ ๑และลาดับท่ี ๒ ในรอบคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และทีมที่มีผลการแขง่ ขันลาดับที่ ๓ และลาดับท่ี ๔ เขา้ สู่รอบชิงอนั ดับที่ ๓ โดยจะทาการแข่งขนั ๒ เกม นักเรยี นท้ัง ๒ โรงเรยี นจะต้องสลับการเริ่มต้นเกมการแขง่ ขัน ในการแข่งขนัเกณฑก์ ารตัดสินรอ้ ยละ 80 - 100 ไดร้ บั รางวลั ระดับเหรยี ญทองรอ้ ยละ 70 - 79 ไดร้ บั รางวัลระดบั เหรยี ญเงินร้อยละ 60 - 69 ไดร้ ับรางวลั ระดับเหรียญทองแดงต่ากว่าร้อยละ 60 ได้รบั เกียรติบตั ร เวน้ แต่กรรมการจะเหน็ เปน็ อยา่ งอื่นผลการตัดสินของคณะกรรมการถอื เปน็ ทีส่ ิ้นสุด๗.๓ ระบบการแขง่ ขัน ใชก้ ฎกตกิ าและระบบการแขง่ ขันแบบมาตรฐานสากลของสมาคมครอสเวิร์ดเกม เอแมท็ คาคม และซูโดกแุ หง่ ประเทศไทย ๗.๓.๑ รอบคดั เลอื ก ใช้ระบบการแข่งขนั แบบสวสิ หรือแบบพบกนั หมด ๗.๓.๒ รอบชิงชนะเลศิ และชิงอันดับที่ ๓ (แข่งขนั ๒ เกม) นกั เรยี นทมี่ ีผลการแขง่ ขันหลังจากจบรอบคดั เลือกลาดับท่ี ๑ และลาดับท่ี ๒ เขา้ สูร่ อบชงิ ชนะเลิศ และนักเรยี นท่ีมผี ลการแข่งขันลาดับท่ี ๓ และลาดับที่ ๔ เข้าสู่รอบชงิ ท่ี ๓ (เฉพาะระดบั ภาคและระดบั ชาติ)ศิลปหตั ถกรรมนกั เรยี นครั้งที่ ๖7 ปีการศกึ ษา ๒๕60 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย หนา้ 17
๗.๔ กตกิ าการแข่งขัน ๗.๔.๑ อปุ กรณ์ในการแขง่ ขัน ผเู้ ข้าแขง่ ขนั จะต้องเตรียมอุปกรณใ์ นการแข่งขันมาเอง ได้แก่ กระดานที่ใช้ในการแข่งขนั , แปน้ วางเบ้ีย, ตวั เบ้ยี และเบี้ยสารอง (กรณีตวั เบย้ี หาย) โดยทาสญั ลักษณ์ เคร่อื งหมาย หรอืเขียนช่อื โรงเรยี นให้เรยี บร้อย ๗.๔.๒ เวลาในการแข่งขนั ใชเ้ วลาแขง่ ขนั ฝ่ังละ ๒๕ นาที โดยใชน้ าฬิกาจับเวลาแบบเปล่ียนสลับทุกเกม หากไมม่ ีนาฬิกาให้ใช้แท็บเลต็ พีซีหรอื สมาร์ทโฟน(แนะนาให้ใชร้ ะบบ Android) โดยติดตงั้ แอพพลเิ คชั่นสาหรับจับเวลาเพม่ิ เตมิ สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นลงบนแท็บเล็ตพีซหี รือสมารท์ โฟน เพ่ือนามาใชจ้ ับเวลาได้ โดยพมิ พค์ น้ หาใน App Store คาว่า “Scrabble Clock” หรอื “Chess Clock” ผู้เขา้ แขง่ สามารถนาสมาร์ทโฟนที่มโี ปรแกรมนาฬิกาจบั เวลามาใช้ในการแข่งขนั ได้ ก่อนแข่งให้ตรวจสอบแบตเตอรี่ทเ่ี หลือก่อนใช้ทุกครั้ง เมื่อผ้เู ข้าแขง่ ขนั ฝา่ ยใดฝ่ายหนง่ึ ร้องขอให้มีการใช้นาฬกิ าในเกมน้นั คตู่ อ่ สู้ไม่มสี ิทธปิ ฏิเสธหรือเลยี่ งการใช้นาฬิกาได้เพอ่ื ป้องกนั ปัญหาความลา่ ชา้ ในการเลน่ การตดั เกม และการถว่ งเวลา (ก่อนแข่งขนั สามารถทดสอบการใชง้ านของนาฬกิ าทค่ี ตู่ ่อสู้เตรยี มมาก่อนได)้ หากมผี เู้ ลน่ ใชเ้ วลาเกิน (นาฬกิ าท่ใี ช้ตอ้ งต้งั ค่าโปรแกรมใหเ้ วลาติดลบได้)จะถกู หักคะแนนนาทลี ะ ๑๐ คะแนน เศษวนิ าทีจะถูกนบั เปน็ ๑ นาที ตวั อย่างเชน่ นาย ก ใช้เวลาตดิ ลบ -๓.๑๘นาที จะถือวา่ นาย ก ใช้เวลาเกิน ๔ นาที และจะถูกหักคะแนน ๔๐ คะแนน ตามกฎ ผู้เลน่ ควรฝกึ การใช้นาฬิกาจับเวลาให้ชานาญกอ่ นแข่งเพ่ือให้การแขง่ ขันเปน็ ไปตามมาตรฐานสากล หมายเหตุ ห้ามกรรมการตดั เกมการแขง่ ขัน ต้องให้ผู้เขา้ แขง่ ขันเล่นจบการแขง่ ขันเทา่ นัน้ หากมกี ารตดั เกมการแข่งขัน ผคู้ วบคุมทมี หรือผู้เข้าแขง่ ขันสามารถประทว้ งกรรมการผู้ตัดสนิ ได้ ๗.๔.๓ การขอตรวจคาศัพท์ ๗.๔.๓.๑ ผู้เล่นจะสามารถขอตรวจศัพท์ได้ก็ต่อเม่ือคตู่ ่อสู้ขานแตม้ และกดเวลาแล้วเท่าน้ัน ในกรณีไม่ใชน้ าฬกิ าจับเวลาจะขอตรวจศัพท์ไดห้ ลงั จากขานแต้ม หากคตู่ ่อสูย้ ังไม่ขานแต้มและไม่กดเวลาการขอชาเลน้ จ์ไม่เป็นผล ๗.๔.๓.๒ การขอโฮลด์ ในกรณีขอพิจารณาคาศพั ท์ทคี่ ู่แขง่ ขนั ลง คู่แข่งขันจะยังไม่สามารถจบั เบ้ียขน้ึ มาเพิ่มได้ จนกวา่ ค่แู ขง่ ขันท่ขี อโฮลดย์ อมรบั คาศัพทน์ ้ันๆ (เวลาในการขอโฮลด์ ไม่เกิน ๑ นาที) ๗.๔.๓.๓ การตรวจสอบคาศัพท์ ใช้หนังสือพจนานกุ รมราชบณั ฑติ ยสถาน (พ.ศ. ๒๕๕๔) เพ่ือสง่ เสรมิ การใชค้ าศัพท์ภาษาไทยอย่างถกู ต้อง โดยใหผ้ ้เู ล่นเขียนคาศัพท์ทชี่ าเล้นจ์ลงในกระดาษตรวจศัพท์จากนั้น นาไปให้กรรมการที่ทาหน้าทตี่ รวจศัพทต์ รวจสอบ หากผเู้ ล่นไม่เหน็ ดว้ ยกับการตรวจศพั ทข์ องกรรมการทา่ นที่ ๑ สามารถตรวจสอบกับการที่ ๒ ได้ ผลการตัดสินของกรรมการท่ี ๒ ถือเปน็ สิน้ สุด ๗.๔.๔ กฎกติกาเพมิ่ เตมิ ๗.๔.๔.๑ คะแนนสะสมในแต่ละเกม ทีมทีช่ นะในแต่ละเกมได้ ๒ คะแนน , ทีมทเ่ี สมอในแตล่ ะเกมได้๑ คะแนน และทีมที่แพ้ในแต่ละเกมได้ ๐ คะแนน ๗.๔.๔.๒ การจัดอนั ดบั คะแนน ให้นบั คะแนนรวมจากเกมที่ชนะ และเสมอ ก่อนเป็นลาดับแรกหากคะแนนเทา่ กัน ใหใ้ ชแ้ ต้มผลต่างสะสม เปน็ ตัวตัดสินศลิ ปหัตถกรรมนกั เรยี นครั้งท่ี ๖7 ปีการศึกษา ๒๕60 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หน้า 18
๗.๔.๔.๓ แตม้ ผลตา่ งสงู สดุ ตอ่ เกมตอ่ ศพั ท์ภาษาไทยทุกรุ่นแต้มตา่ งไม่เกนิ ๒๕๐ แตม้ ถ้าเกินกว่านน้ั ให้ปัดลงเหลือ ๒๕๐ แต้ม เฉพาะเกมสุดท้ายแต้มตา่ งไม่เกนิ ๒๐๐ แตม้ ถา้ เกินให้ปัดลงเหลอื ๒๐๐ แต้ม ๗.๔.๔.๔ รอบชิงชนะเลศิ ไม่มีผลต่างสูงสดุ ในแตล่ ะเกม ๗.๔.๔.๕ ชนะบายต่อเกมต่อศพั ทภ์ าษาไทยทุกรนุ่ ชนะบายได้ ๑๐๐ แตม้ ๗.๔.๔.๖ การหยดุ เกม ในกรณที จ่ี าเป็นต้องหยุดเกมต้องไม่มกี ารคดิ ศัพท์ และให้คว่าเบ้ียทุกคร้ัง เชน่ตรวจสอบคะแนนให้ตรงกัน , ตัวเบีย้ ชารดุ (ให้เรยี กกรรมการเทา่ น้ัน) เป็นตน้ หมายเหตุ ไม่อนุญาตให้ผู้เขา้ แขง่ ขันเขา้ ห้องนา้ หรอื ลุกจากโต๊ะแข่งขนั ระหวา่ งการแข่งขัน ๗.๔.๔.๗ หา้ มเล่นเครอ่ื งมอื สื่อสาร ใสห่ ฟู ัง หรือคยุ โทรศัพทข์ ณะแข่งขัน ๗.๔.๔.๘ ใหจ้ ับถงุ เบ้ียในระดับสายตาหรือให้พ้นสายตา จับเบ้ียใหค้ รบและวางเบย้ี ทจ่ี ับลงบนโต๊ะก่อนใส่ในแปน้ วางเบย้ี เทา่ นนั้ ห้ามวางถงุ เบยี้ บนโตะ๊ แล้วจบั เบย้ี หา้ มจับเบยี้ ใต้โต๊ะ หรอื เปดิ เบ้ียดใู ต้โต๊ะ ผเู้ ลน่ ฝ่ายตรงขา้ มสามารถตักเตอื นไดห้ ากผเู้ ล่นอกี ฝา่ ยมพี ฤตกิ รรมดังกลา่ ว และสามารถเรียกกรรมการมาตักเตอื นหากยังทาซ้า เมื่อจับเบี้ยเสรจ็ แล้ว ใหร้ ดู เชือกปดิ ถุงเบี้ยให้เรียบร้อย ๗.๔.๔.๙ การทุจรติ ในการแข่งขัน ผเู้ ขา้ แข่งขนั ท่ที จุ รติ ในการแข่งขนั จะถูกปรับแพ้ในเกมนนั้ ๆ ไม่ให้รับรางวลั หรือให้ออกจากการแขง่ ขัน และโรงเรียนจะถูกตัดสทิ ธิ์จากการแข่งข้นั ในปถี ัดไปสาหรบั กจิ กรรมดงั กล่าว ทงั้ นีข้ ้ึนอยู่กับดุลยพินิจของกรรมการตัดสิน๗.๕ คณะกรรมการตดั สินการแขง่ ขัน เปน็ ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ วิทยากร นักกีฬา ที่มีความรู้ ความยุติธรรม มคี วามเข้าใจในระบบการแขง่ ขันตลอดจนกฎและกติกาการแข่งขนั เปน็ อยา่ งดี ๗.๕.๑ กรรมการระดับเขตพ้ืนที่ ให้แต่ละเขตพื้นที่สรรหากรรมการในเขตที่รับผิดชอบหรือใกลเ้ คียงเพอ่ื ดาเนนิ การตดั สนิ จากคุณสมบัตเิ บื้องตน้ ตามความเหมาะสม หรือสอบถามรายช่ือกรรมการที่อย่ใู นเขตพืน้ ท่ไี ด้จากสว่ นกลาง ซ่งึ จะมีรายช่อื กรรมการท่ีมคี วามรูเ้ กี่ยวกบั กิจกรรมดังกลา่ วเพ่อื ประสานงานในทุกจงั หวัด ๗.๕.๒ กรรมการระดับภาค ส่วนกลางจะเปน็ ผู้กาหนดกรรมการตดั สนิ ในแต่ละภาค เพ่อื ให้การจดั การแขง่ ขนั มีประสทิ ธภิ าพ และเกิดปัญหานอ้ ยทีส่ ดุ ส่วนกรรมการดาเนนิ การจดั การแข่งขันใหผ้ รู้ ับผดิ ชอบระดบัภาคของแตล่ ะภาคประสานงานและสรรหาตามความเหมาะสม ๗.๕.๓ กรรมการระดับชาติ สว่ นกลางจะเปน็ ผูก้ าหนดกรรมการตดั สินศิลปหัตถกรรมนกั เรียนครงั้ ท่ี ๖7 ปีการศกึ ษา ๒๕60 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย หน้า 19
คณะกรรมการประสานกจิ กรรมสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทยผ้ปู ระสานงาน โทรศพั ท์ mail [email protected]นางสาวอรอร ฤทธิ์กลาง ๐๘๑ ๔๕๘ ๐๘๙๙นางธนาภรณ์ กอวฒั นา ๐๘๕ ๙๑๒ ๘๘๙๔นางสาวพัชรา ตระกูลสิรพิ นั ธ์ุ ๐๘๕ ๔๘๕ ๙๓๓๙นางสาวนจิ สดุ า อภินนั ทาภรณ์ ๐๘๑ ๕๘๑ ๑ ๔๘๓คณะกรรมการประสานกิจกรรมการต่อคาศพั ท์ภาษาไทย (คาคมเดมิ )ผปู้ ระสานงาน โทรศพั ท์ mailนายภาณวุ ิชญ์ อินปญั ญา 081 002 0077 [email protected]นายรวีวฒั น์ วฒุ ไิ ชยา 089 941 5944 [email protected]นายณฐพงศ์ วงศท์ ิศลักษณ์ 094 543 0458 [email protected]นายธวัชชัย ธีรอาภรณ์ 083 089 5840 [email protected]นายสงกรานต์ จนั ทะเสน 085 301 1330 [email protected]นายศกิ วสั กริ่งสนั เทยี ะ 091 051 9815 [email protected]นายพีรวิชญ์ ธนพเิ ชษฐ์ 091 010 8332 [email protected]นางสาวมนดั ดา จิตนุกูล 088 745 3187 [email protected]นางกลุ วดี บงแก้ว 089 941 5256ศิลปหตั ถกรรมนกั เรียนครั้งท่ี ๖7 ปีการศกึ ษา ๒๕60 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หน้า 20
Search
Read the Text Version
- 1 - 20
Pages: