Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore science-67

science-67

Published by ห้องเรียนครูหยุ, 2018-09-05 22:51:34

Description: science-67

Search

Read the Text Version

เกณฑ์การแข่งขันงานศิลปหตั ถกรรมนกั เรยี น ครัง้ ที่ ๖๗ ปีการศึกษา ๒๕๖๐ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สรุปกจิ กรรมการแข่งขันกลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ช่อื กจิ กรรม เขตพนื้ ท/ี่ ระดับช้ัน ประเภท หมายเหตุ สพป. สพม.๑. การแขง่ ขันอจั ฉริยภาพทางวทิ ยาศาสตร์ ทีม ๓ ป.๑-๓ ป.๔-๖ ม.๑-๓ ม.๑-๓ ม.๔-๖ คน๒. การประกวดโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ทมี ๓ ประเภททดลอง   คน ทีม ๓๓. การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์   คน ประเภทสิง่ ประดิษฐ์ ทมี ๓   คน๔. การแขง่ ขนั การแสดงทางวทิ ยาศาสตร์ ทีม ๒ (Science Show)   คน๕. การประกวดผลงานสิ่งประดษิ ฐท์ าง    วิทยาศาสตร์ ๔๕๕ ๕ รวม ๑ รวม ๕ กิจกรรม ๑๐ ๑๐ ๒๐ รายการศิลปหัตถกรรมนกั เรยี น คร้ังท่ี ๖๗ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๐ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ หนา้ 1

1. การแขง่ ขันอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์1. คุณสมบัติผเู้ ข้าแขง่ ขัน 1.1 นกั เรียนระดับชนั้ ป. 4-6 1.2 นกั เรียนระดบั ชัน้ ม. 1-3 1.3 นกั เรยี นระดับช้นั ม. 4-62. ประเภท และระดับช้นั (ประเภททมี 3 คนโรงเรียน 1 โรง มสี ทิ ธิสง่ ได้ 1 ทีม) 2.1 ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษา ป. 4-6 สงั กัด สพป. และ สงั กัดอ่ืน ๆ ทกุ สงั กัด 2.2 ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ ม. 1-3 สงั กัด สพป. และ อปจ.ทม่ี ชี ้ันเรียน ป.1-ม.3 2.3 ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ม. 1-3 สงั กัด สพม. และ สงั กัดอืน่ ๆ ทกุ สังกดั ยกเว้นในกลุม่ 2.2 2.4 ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย ม. 4-6 สงั กดั สพม. และ สงั กดั อนื่ ๆ ทกุ สังกัด3. วิธีดาเนินการและรายละเอียดหลกั เกณฑ์การแขง่ ขนั 3.1 สง่ รายช่ือนกั เรียนผเู้ ข้าแข่งขนั พรอ้ มช่อื ครผู ้ฝู ึกสอนไมเ่ กนิ ทมี ละ 2 คน ตามแบบฟอรม์ ทกี่ าหนด 3.2 ขอบข่ายการดาเนินการแข่งขนั 3.2.1 การแขง่ ขันระดับภมู ิภาค (ระดบั กลมุ่ เครือขา่ ย เขตพ้ืนท่ี และระดับภาค) แบง่ การแข่งขนัออกเป็น 2 รอบ ดังนี้ 3.2.1.1 รอบท่ี 1 : กจิ กรรมการตอบปัญหาทางวิทยาศาสตร์ (ภาคเชา้ ) - ขอบขา่ ยของเนอื้ หา ความรู้เก่ียวกบั สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรใ์ นแตล่ ะระดบั ชน้ั ความรู้ทว่ั ไปเก่ยี วกบั วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละสงิ่ แวดลอ้ ม เหตกุ ารณป์ จั จบุ ัน - ผ้เู ขา้ แข่งขันทาขอ้ สอบแบบปรนยั 40 ขอ้ และข้อสอบแบบโจทยส์ ถานการณ์ตามแนวการประเมินผลนกั เรยี นนานาชาติ (PISA) จานวน 2 ข้อ (เวลาท่ใี ช้แขง่ ขนั 60 นาที) แบ่งเนื้อหา ดงั นี้ 1) เน้อื หาทว่ั ไป แบบปรนัย 20 ข้อ 2) ความสามารถทางดา้ นทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 20 ขอ้ 3) โจทย์สถานการณ์ตามแนวการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) 2 ข้อ (โดยโจทย์สถานการณ์ตามแนวการประเมนิ ผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) ท้ัง 2 ข้อนั้น แตล่ ะข้อจะประกอบด้วยขอ้ คาถามยอ่ ยแบบเขยี นอธบิ ายคาตอบ และจะมีข้อคาถามแบบเลือกตอบในรปู แบบต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสม) - ผูเ้ ขา้ แข่งขนั ตอบปัญหาสดบนเวที จานวน 20 ขอ้ ๆ ละ 2 คะแนน (เวลาท่ใี ชแ้ ข่งขนั30 นาท)ี - ผ้ทู ที่ าคะแนนไดล้ าดับท่ี 1-12 ได้สิทธิเข้าแขง่ ขันรอบท่ี 2 ในกรณที ม่ี ที ีมได้คะแนนรวมเท่ากันให้จัดลาดับจากคะแนนโจทย์สถานการณ์ตามแนวการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ PISA (20 คะแนน) หากคะแนนดังกล่าวยังเท่ากันอีกให้พิจารณาจากการตอบปัญหาสดบนเวที (40 คะแนน) หากคะแนนดังกล่าวยังเท่ากันอีกให้พิจารณาคะแนนในส่วนความสามารถทางด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (20 คะแนน)หากคะแนนดงั กล่าวยงั เทา่ กันอีกใหแ้ ขง่ ขันตอบปญั หาสดบนเวทีข้อต่อขอ้ จนกวา่ จะได้ผู้ชนะ 3.2.1.2 รอบท่ี 2 : กิจกรรมแข่งขนั กระบวนการแก้ปญั หาทางวิทยาศาสตร์ (ภาคบา่ ย เวลาที่ใช้แขง่ ขนั 2 ชัว่ โมง) 3.2.1.3 ส่อื ข้อสอบ สถานการณ์ปญั หา (คณะกรรมการจดั เตรียม)ศิลปหัตถกรรมนักเรยี น ครง้ั ท่ี ๖๗ ปีการศึกษา ๒๕๖๐ กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์ หน้า 2

3.2.2 การแข่งขันระดับชาติ กจิ กรรมการแข่งขัน สาหรบั ทกุ ทมี มดี งั น้ี3.2.2.1 กจิ กรรมการตอบปญั หาทางวิทยาศาสตร์- ขอบขา่ ยของเน้อื หา ความรเู้ ก่ียวกบั สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในแตล่ ะระดับช้นั ความรู้ท่ัวไปเกยี่ วกบั วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสงิ่ แวดล้อม เหตุการณ์ปจั จบุ ันและดาราศาสตร์- ผู้เขา้ แข่งขันทาข้อสอบแบบปรนัย 40 ขอ้ และขอ้ สอบโจทยส์ ถานการณต์ ามแนวการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) จานวน 2 ข้อ (เวลาที่ใชแ้ ข่งขัน 60 นาท)ี แบง่ เน้ือหา ดงั น้ี1) เนือ้ หาทัว่ ไป แบบปรนยั 20 ขอ้2) ความสามารถทางดา้ นทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 20 ขอ้3) โจทยส์ ถานการณต์ ามแนวการประเมนิ ผลนกั เรยี นนานาชาติ (PISA) 2 ข้อ (โดยโจทย์สถานการณต์ ามแนวการประเมนิ ผลนกั เรียนนานาชาติ (PISA) ทั้ง 2 ข้อนน้ั แตล่ ะข้อจะประกอบด้วยข้อคาถามยอ่ ยแบบเขียนอธิบายคาตอบ และจะมขี อ้ คาถามแบบเลือกตอบในรูปแบบตา่ ง ๆ ได้ตามความเหมาะสม)- ผูเ้ ขา้ แข่งขันตอบปญั หาสดบนเวที จานวน 20 ข้อ ๆ ละ 2 คะแนน (เวลาท่ีใชแ้ ข่งขนั 30 นาท)ี3.2.2.2 กิจกรรมแขง่ ขนั กระบวนการแกป้ ญั หาทางวิทยาศาสตร์ ( เวลาท่ีใช้แขง่ ขัน 2 ชว่ั โมง)3.2.2.3 ในกรณที ที่ มี ผ้ชู นะไดค้ ะแนนเทา่ กนั ให้พจิ ารณาจากคะแนนจากการตอบปญั หาสดบนเวที (40 คะแนน) หากคะแนนยังเทา่ กนั อีกใหใ้ ช้คะแนนจากกระบวนการแก้ปญั หาทางวิทยาศาสตร์ (100คะแนน) เป็นตวั ตดั สนิ3.2.2.4 ส่ือ ขอ้ สอบ สถานการณป์ ญั หา (คณะกรรมการจดั เตรยี ม)4. เกณฑ์การใหค้ ะแนน (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) ดังนี้4.1 กิจกรรมการตอบปัญหาทางวทิ ยาศาสตร์ (คะแนนเตม็ 100 คะแนน)4.1.1 เนอื้ หาท่วั ไป แบบปรนยั 20 ขอ้ ขอ้ ๆ ละ 1 คะแนน จานวน 20 คะแนน4.1.2 ความสามารถทางด้านทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 20 ขอ้ ๆ ละ 1 คะแนน จานวน 20 คะแนน4.1.3 โจทยส์ ถานการณต์ ามแนวการประเมนิ ผลนกั เรยี นนานาชาติ (PISA) 2 ข้อ จานวน 20 คะแนน4.1.4 ผูเ้ ขา้ แข่งขนั ตอบปัญหาสดบนเวที จานวน 20 ขอ้ ๆ ละ 2 คะแนน จานวน 40 คะแนน4.2 กิจกรรมแขง่ ขนั กระบวนการแก้ปญั หาทางวทิ ยาศาสตร์ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)4.2.1 การเตรยี มวัสดอุ ปุ กรณ์ 10 คะแนน4.2.2 การออกแบบการทดลอง 10 คะแนน4.2.3 การปฏบิ ตั ิการทดลอง 30 คะแนน4.2.4 การเขยี นรายงานการทดลอง 50 คะแนน แบ่งเป็น(1) ตั้งช่อื เรื่อง 2 คะแนน(2) กาหนดวตั ถุประสงค์ 5 คะแนน(3) ตง้ั สมมติฐาน 4 คะแนน(4) กาหนดตัวแปร 4 คะแนน(5) วสั ดุอปุ กรณ์ 3 คะแนน(6) วธิ ีการทดลอง 12 คะแนน(7) บนั ทึกผลการทดลอง 10 คะแนนศิลปหัตถกรรมนักเรยี น คร้ังท่ี ๖๗ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๐ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ หน้า 3

(8) อภิปรายและสรปุ ผลการทดลอง 10 คะแนน 4.3 นาคะแนนในขอ้ 4.1 และ 4.2 รวมกันเป็นคะแนน 200 คะแนน แล้วคดิ ค่าเฉลย่ี ร้อยละ5. เกณฑ์การไดร้ บั รางวลั ร้อยละ 80 - 100 ไดร้ ับรางวลั ระดับเหรยี ญทอง ร้อยละ 70 – 79 ได้รบั รางวัลระดับเหรียญเงิน ร้อยละ 60– 69 ได้รับรางวัลระดับเหรียญทองแดง ตา่ กวา่ ร้อยละ 60 ได้รบั เกียรติบัตร เว้นแต่กรรมการจะเหน็ เป็นอยา่ งอื่น ผลการตดั สนิ ของคณะกรรมการถือเป็นสน้ิ สุด6. คณะกรรมการการแข่งขัน 6.1 จานวนระดับชนั้ ละ 1 ทีม ทมี ละอยา่ งน้อย 5 คน ประกอบดว้ ย ครู ศึกษานิเทศก์หรือ บคุ ลากรอน่ื ทเี่ หมาะสม 6.2 คุณสมบตั ิของคณะกรรมการตอ้ งมีความรดู้ ้านวิทยาศาสตร์ ครอบคลุมทุกสาขาวชิ า หมายเหตุ 1. คณะกรรมการดาเนินการ จัดทาแบบทดสอบทุกฉบบั และแจกผเู้ ขา้ แขง่ ทกุ คนในวันแขง่ ขัน 2. แจกกระดาษคาตอบใหท้ มี ละ 1 แผ่น 3. ไม่อนุญาตใหน้ าเครื่องคดิ เลขหรืออุปกรณ์ช่วยคานวณอืน่ ๆ เขา้ ไปในหอ้ งแขง่ ขัน7. สถานท่แี ข่งขนั 7.1 การจัดสอบปรนัยจัดสอบในห้องเรยี น 7.2 การตอบสดบนเวที จัดเวทสี าหรบั พิธีกรดาเนินการอา่ นคาถามเปน็ รายข้อ มเี วลาใหผ้ เู้ ขา้ หอ้ งแข่งขนัแต่ละทีมตอบคาถามและจัดใหม้ ีการแสดงคะแนนเป็นรายขอ้ (real time) 7.3 การแข่งขันกระบวนการแกป้ ญั หาใช้ห้องปฏบิ ัติการวทิ ยาศาสตร์8. การเขา้ แขง่ ขันระดบั ภาค และระดับชาติ 8.1 ให้ทีมท่ีเป็นตัวแทนของของเขตพ้ืนท่ีการศึกษาเข้าแข่งขันในระดับภาค ทุกกจิ กรรมต้องได้คะแนน ระดับเหรียญทอง ลาดับท่ี 1 (คะแนนร้อยละ 80 ข้ึนไป) และทีมทีเ่ ป็นตัวแทนระดับภาคเข้าแขง่ ขัน ในระดบั ชาติ จะตอ้ งได้คะแนนระดบั เหรียญทอง ลาดับที่ 1 - 3 (คะแนนรอ้ ยละ 80 ขน้ึ ไป ) 8.2 ในกรณีแข่งขันระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา ท่ีมีทีมชนะลาดับสูงสุดได้คะแนนเท่ากัน และในระดับภาค มี มากกว่า 3 ทีม ให้พิจารณาลาดับที่ตามลาดับข้อของเกณฑ์การให้คะแนน เช่น มีทีมที่ได้คะแนนข้อที่ 1 เท่ากันให้ดขู ้อที่ 2 ทีมทไ่ี ด้คะแนนข้อท่ี 2 มากกว่าถือเป็นผู้ชนะ แต่ถา้ ข้อที่ 2 เท่ากนั ให้ดใู นข้อถัดไป กรณี คะแนนเท่ากันทุกข้อ ให้คณะกรรมการร่วมกนั พจิ ารณาตดั สินช้ขี าด9. การเผยแพร่ผลงานท่ีไดร้ ับรางวลั ผลงานของนกั เรยี นที่สง่ เข้ารว่ มการแข่งขันในทกุ ช้ินงานและทุกระดบั ชน้ั คณะกรรมการ/ หนว่ ยงานที่จดั การแข่งขัน และสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน มสี ทิ ธใิ นการนาไปเผยแพรป่ ระชาสมั พันธ์ได้ศิลปหัตถกรรมนกั เรยี น คร้งั ท่ี ๖๗ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๐ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ หนา้ 4

ใบสง่ รายชอ่ื นักเรียนเขา้ แข่งขนั1. กจิ กรรม “การแขง่ ขนั อัจฉรยิ ภาพทางวิทยาศาสตร”์2. ระดับช้นั .........................................................3. ช่ือ/นามสกุล นักเรยี น คนที่ 1............................................................. ช้ัน……………………....................... เกิดวันท่ี……....เดอื น…………………พ.ศ………………...อายุ…………………...ปี คนท่ี 2...............................................................ช้ัน……………………....................... เกิดวนั ที่……....เดือน………………….พ.ศ………………...อายุ…………………...ปี คนท่ี 3...............................................................ชั้น……………………....................... เกิดวันที่……....เดือน………………….พ.ศ………………...อายุ…………………...ปี4. ครูผูฝ้ กึ สอน 1. ช่ือ-นามสกุล................................................. ตาแหนง่ ..................................... เบอรม์ อื ถือ................................... E-mail ..............โทรสาร…………....... 2. ชือ่ -นามสกลุ ................................................. ตาแหนง่ ..................................... เบอรม์ ือถอื ................................... E-mail ..............โทรสาร………….......5. ช่ือโรงเรียน ...........................................................................................................................6. สานักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษา .................................. ภูมิภาค........................................................ศลิ ปหัตถกรรมนกั เรยี น ครั้งท่ี ๖๗ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๐ กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์ หนา้ 5

2. การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลอง๑. คณุ สมบตั ิผู้เข้าประกวด ๑.๑ นักเรยี นระดับช้ัน ป. ๔-๖ ๑.๒ นักเรียนระดับชน้ั ม. ๑-๓ ๑.๓ นักเรียนระดบั ช้นั ม .๔-๖๒. ประเภทและจานวนผเู้ ขา้ ประกวด (ประเภททมี ๒-๓ คน) ๒.๑ ระดับชน้ั ประถมศกึ ษา ป. ๔-๖ สังกัด สพป. และ สงั กัดอนื่ ๆ ทกุ สงั กัด ๒.๒ ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาตอนต้น ม. ๑-๓ สังกัด สพป. และ อปจ.ทม่ี ีชั้นเรียน ป.๑-ม.๓ ๒.๓ ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนต้น ม. ๑-๓ สงั กัด สพม. และ สงั กดั อืน่ ๆ ทกุ สงั กัด ยกเว้นในกลุ่ม ๒.๒ ๒.๔ ระดับชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย ม. ๔-๖ สงั กัด สพม. และ สงั กัดอ่ืน ๆ ทุกสังกดั๓. วิธีดาเนนิ การและรายละเอียดหลกั เกณฑก์ ารประกวด ๓.๑ ส่งรายชอ่ื นักเรยี นผ้เู ข้าประกวด ทีมละ ๓ คน พร้อมชื่อครูที่ปรึกษา ทมี ละ ๒ คน ตามแบบฟอร์มทกี่ าหนด ๓.๒ โครงงานทส่ี ่งเข้าประกวดตอ้ งเปน็ โครงงานประเภททดลอง ทเี่ ก่ียวขอ้ งกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ท่ีใชว้ ธิ ีการทางวิทยาศาสตร์ในการศกึ ษาหาความรู้เพ่ือใหไ้ ด้คาตอบในเรอื่ งท่ศี กึ ษา ๓.๓ การประกวดระดับภมู ิภาค (ระดับกลุ่มเครือข่าย เขตพน้ื ท่ี และระดบั ภาค) ส่งรายงานโครงงานเปน็รปู เล่มล่วงหน้า ๗ วนั ก่อนการประกวด จานวน ๖ ชุด และส่งให้คณะกรรมการในวนั รายงานตวั จานวน ๖ ชดุ (ระดบั ชาติ) ๓.๔ การประกวดระดบั ชาติ สง่ รายงานโครงงานเป็นรปู เลม่ ใหค้ ณะกรรมการในวันรายงานตัว จานวน ๖ ชดุ ๓.๕ นาผังโครงงานมาแสดงตามเกณฑ์มาตรฐาน๖๐ ซม. ๖๐ ซม.ก ข ก ๖๐ ซม. ๑๒๐ ซม.๓.๖ อุปกรณ์อ่นื ๆ ที่นามาสาธิตอาจวางบนโต๊ะ โดยไมย่ ่นื ออกมาจากโต๊ะเกนิ ๖๐ ซม.๓.๗ นาเสนอโครงงานต่อคณะกรรมการและตอบข้อซกั ถามใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที๓.๘ สื่อ วสั ดุ อุปกรณ์ ผสู้ ง่ โครงงานเข้าประกวดจดั เตรยี มมาเอง๓.๙ พืน้ ทจี่ ัดวางแผงโครงงานและแสดงผลงาน คณะกรรมการจดั ให้เท่ากนั ไม่เกนิ ๑.๕๐ ม. × ๑.๒๐ ม.ศิลปหตั ถกรรมนกั เรยี น ครั้งท่ี ๖๗ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๐ กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ หน้า 6

๔. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ๑๐๐ คะแนน ดงั น้ี ๔.๑ เป้าหมาย หรือปญั หาในการทาโครงงาน ๒๐ คะแนน พิจารณาจาก โครงงานมุง่ เนน้ เพื่อคน้ พบสงิ่ ใหม่ทางวิทยาศาสตร์ (วิทยาศาสตร์พื้นฐาน) หรอื พัฒนา หรอื นาองค์ความรไู้ ปใช้เพอ่ื แกป้ ญั หาด้วยวิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ ในด้านการเกษตร สงิ่ แวดลอ้ ม พลงั งานทางเลอื ก การพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ในทอ้ งถน่ิ หรอื หวั ข้ออนื่ ๆ ที่มีความสาคัญตอ่ การพฒั นาประเทศ (วทิ ยาศาสตรป์ ระยกุ ต)์ ๔.๒ ความสมบูรณ์ของรายงานโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ๔๐ คะแนน พิจารณาจาก ความสอดคล้องของ ท่ีมาและความสาคัญของปญั หา ปญั หา วตั ถุประสงค์ สมมตฐิ าน การทดลองผลการทดลอง การอภิปรายหรอื วิจารณผ์ ล การสรปุ ผลการทดลอง ข้อเสนอแนะ และการอ้างองิ ๔.๓ การนาเสนอปากเปลา่ ๔๐ คะแนน พจิ ารณาจาก การนาเสนอโครงงานอย่างมปี ระสิทธิภาพ โดยแสดงถงึ ความคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ ความคดิแก้ปัญหา ความคดิ วิเคราะห์ และความคิดสร้างสรรค์ พร้อมทั้งแสดงความเชอื่ มโยงจากความร้พู ืน้ ฐานท่ไี ดร้ บัในชั้นเรยี นนาไปสกู่ ารทาโครงงาน รวมถึงตอบคาถามได้กระชบั และชดั เจน๕. เกณฑก์ ารได้รบั รางวัล รอ้ ยละ 80 - 100 ไดร้ ับรางวัลระดับเหรยี ญทอง รอ้ ยละ 70 – 79 ได้รับรางวลั ระดบั เหรียญเงิน ร้อยละ 60– 69 ไดร้ บั รางวัลระดบั เหรียญทองแดง ต่ากวา่ ร้อยละ 60 ไดร้ บั เกียรตบิ ัตร เวน้ แตก่ รรมการจะเหน็ เปน็ อย่างอ่ืน ผลการตัดสนิ ของคณะกรรมการถอื เป็นสน้ิ สดุหมายเหตุ ** การประกวดระดับภมู ภิ าค ได้รบั เกียรตบิ ัตรเขา้ รว่ มการประกวด การประกวดระดับชาติ ได้รับเกยี รตบิ ัตรชมเชย หมายเหตุ โครงงานที่ไดร้ บั รางวลั มลี กั ษณะดงั นี้ โครงงานทไ่ี ดร้ ับรางวัลระดบั เหรยี ญทองแดง เปน็ โครงงานทม่ี ีเนื้อหาสาระทางวิชาการ ทถี่ กู ต้องสมบรู ณ์และทนั สมัย มีแนวคดิ และการนาเสนอทช่ี ดั เจน โครงงานที่ไดร้ ับรางวัลระดบั เหรียญเงิน ใชเ้ กณฑ์เดียวกบั เหรยี ญทองแดง และมี แนวโน้มสามารถนาไปใชอ้ า้ งองิ หรือนาไปปฏบิ ัตไิ ด้ โครงงานทไี่ ดร้ ับรางวัลระดบั เหรียญทอง ใช้เกณฑ์เดียวกับเหรยี ญเงิน และมกี าร กระตุ้นใหเ้ กดิ ความคดิ และการค้นคว้าต่อเน่อื ง เป็นทเ่ี ชอ่ื ถือและยอมรบั ตง้ั แตร่ ะดบั สถานศกึ ษา ทอ้ งถิ่น เขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษา ภมู ิภาค ประเทศ ถึงระดบั นานาชาติ อยา่ งน้อยหน่ึงระดับ๖. คณะกรรมการการประกวด จานวนระดับชั้นละ ๑ ทมี ทมี ละ ๕ คน คุณสมบตั ิของคณะกรรมการ ๖.๑ ครูหรอื บุคลากรทางการศกึ ษาหรือบุคลากรอื่น ๆ ที่มคี วามร้ดู ้านวทิ ยาศาสตร์ หรอื มีความสามารถเฉพาะทางเหมาะสมกับกจิ กรรม ๖.๒ บคุ ลากรทม่ี ีความเชยี่ วชาญดา้ นกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ในทอ้ งถ่ินหรอื ในสถาบันการศึกษา หมายเหตุ ไมแ่ ตง่ ตัง้ บคุ คลท่ีมสี ่วนใดส้ ว่ นเสียกบั ผลการประกวดเป็นกรรมการ เช่น แต่งตง้ั ครูในโรงเรยี นทีส่ ่งทมี เข้ารว่ มประกวดเปน็ คณะกรรมการ เป็นตน้ศิลปหตั ถกรรมนักเรยี น คร้งั ที่ ๖๗ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๐ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ หน้า 7

๗. สถานที่ประกวด หอ้ งโถง มบี รเิ วณใหผ้ สู้ นใจเข้าชมได้๘. การเขา้ ประกวดระดับภาค และระดบั ชาติ ๘.๑ ให้ทมี ท่ีเป็นตัวแทนของของเขตพ้ืนที่การศึกษาเข้าประกวดในระดับภาค ทุกกจิ กรรมต้องไดค้ ะแนน ระดับเหรยี ญทอง ลาดบั ท่ี ๑ (คะแนนร้อยละ ๘๐ ขึน้ ไป) และทีมทเ่ี ปน็ ตวั แทนระดับภาคเขา้ ประกวด ในระดบั ชาติ จะตอ้ งได้คะแนนระดบั เหรยี ญทอง ลาดับที่ ๑ - ๓ (คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ขึ้นไป ) ๘.๒ ในกรณีประกวดระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ท่ีมีทีมชนะลาดับสูงสุดได้คะแนนเท่ากัน และในระดับภาค มี มากกว่า ๓ ทีม ให้พิจารณาลาดับที่ตามลาดับข้อของเกณฑ์การให้คะแนน เช่น มีทีมที่ได้คะแนนข้อที่ ๑ เทา่ กันให้ดขู ้อที่ ๒ ทมี ท่ีไดค้ ะแนนข้อที่ ๒ มากกว่าถือเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าขอ้ ท่ี ๒ เทา่ กนั ให้ดูในข้อถัดไป กรณี คะแนนเท่ากันทุกขอ้ ให้คณะกรรมการตัดสินเปน็ ผชู้ ขี้ าด๙. การเผยแพร่ผลงานท่ีไดร้ ับรางวลั ผลงานของนกั เรยี นท่สี ง่ เข้ารว่ มการประกวดในทุกชิน้ งานและทุกระดับช้ัน คณะกรรมการ/ หนว่ ยงานที่จดั การประกวด และสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน มสี ิทธใิ นการนาไปเผยแพรป่ ระชาสมั พนั ธไ์ ด้ศิลปหัตถกรรมนักเรยี น คร้งั ที่ ๖๗ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๐ กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ หนา้ 8

๑๐. รูปแบบการเขียนรายงาน (ปกนอก) รายงานโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ประเภททดลอง เร่อื ง......................................................................................................................... โดย ๑........................................................................................................................ ................. ๒.......................................................................................................................................... ๓......................................................................................................................................... ครูทีป่ รกึ ษา ๑. ...................................................................................................................................... ๒. ...................................................................................................................................... โรงเรยี น........................................สานกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา............................. รายงานฉบบั นเี้ ป็นส่วนประกอบของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ประเภททดลอง ระดบั ช้นั ....................................... เนอื่ งในงานศลิ ปหัตถกรรมนกั เรียน ครง้ั ที่......... วันท่ี ..............เดอื น...............พ.ศ. …….ศลิ ปหัตถกรรมนักเรียน ครงั้ ท่ี ๖๗ ปีการศึกษา ๒๕๖๐ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ หนา้ 9

(ปกใน) เร่ือง........................................................................................................................ โดย ๑. ......................................................................................................................................... ๒. ......................................................................................................................................... ๓. .........................................................................................................................................ครทู ี่ปรึกษา ๑. ...................................................................................................................... ๒. ......................................................................................................................บทคดั ย่อ ความยาวไมเ่ กนิ ๒๐ หน้ากิตตกิ รรมประกาศสารบัญสารบัญตารางสารบญั รปู ภาพบทที่ ๑ บทนาบทที่ ๒ เอกสารทเี่ กีย่ วขอ้ งบทที่ ๓ อปุ กรณ์และวธิ ีการดาเนนิ การบทที่ ๔ ผลการดาเนินการบทที่ ๕ สรปุ ผลการดาเนินการ/อภิปรายผลการดาเนินการการอ้างองิภาคผนวก จานวนไม่เกนิ ๑๐ หนา้หมายเหตุ ขนาดของกระดาษเขยี นรายงานใหใ้ ชก้ ระดาษพิมพ์ ขนาดเอ ๔ พมิ พห์ น้าเดยี ว ความยาวไม่เกิน ๒๐ หนา้ เฉพาะบทที่ ๑-๕ รวมสรุปผลการดาเนินการ อาจมภี าคผนวกได้อีกไม่เกิน ๑๐ หน้า และทารายงานส่งจานวน ๖ ชุด ส่งให้คณะกรรมการล่วงหน้า ๗ วัน ก่อนการประกวด (ระดับ ภูมภิ าค) และสง่ ให้คณะกรรมการในวนั รายงานตวั (ระดับชาติ) จานวน ๖ ชดุศิลปหตั ถกรรมนกั เรียน ครงั้ ท่ี ๖๗ ปีการศึกษา ๒๕๖๐ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ หนา้ 10

ใบสง่ รายชอื่ นกั เรยี นเข้าประกวด๑. กิจกรรม “โครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลอง” เร่อื ง...............................................๒. ระดับชน้ั .........................................................๓. ชื่อ/นามสกลุ นักเรียน คนท่ี ๑............................................................. ช้ัน……………………....................... เกิดวันที่……....เดอื น…………………พ.ศ………………...อายุ…………………...ปี คนท่ี ๒...............................................................ชั้น……………………....................... เกิดวนั ที่……....เดอื น………………….พ.ศ………………...อายุ…………………...ปี คนท่ี ๓...............................................................ช้ัน……………………....................... เกดิ วันที่……....เดอื น………………….พ.ศ………………...อายุ…………………...ปี๔. ครูผฝู้ กึ สอน ๑. ช่อื -นามสกลุ ................................................. ตาแหนง่ ..................................... เบอร์มอื ถือ................................... E-mail ..............โทรสาร…………....... ๒. ช่อื -นามสกุล................................................. ตาแหนง่ ..................................... เบอรม์ อื ถือ................................... E-mail ..............โทรสาร………….......๕. ชือ่ โรงเรียน ...........................................................................................................................๖. สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษา .................................. ภมู ิภาค.................................................ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรยี น ครั้งท่ี ๖๗ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๐ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ หนา้ 11

3. การประกวดโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ประเภทสิง่ ประดษิ ฐ์1. คุณสมบตั ิผเู้ ขา้ ประกวด 1.1 นกั เรยี นระดับชัน้ ป.4-6 1.2 นกั เรยี นระดบั ชนั้ ม.1-3 1.3 นักเรยี นระดบั ช้ัน ม.4-62. ประเภทและจานวนผู้เข้าประกวด (ประเภททีม 3 คน) 2.1 ระดบั ชัน้ ป. 4-6 จานวน 1 ทีม 2.2 ระดับชน้ั ม. 1-3 สังกดั สพป. จานวน 1 ทมี 2.3 ระดับชนั้ ม. 1-3 สังกัด สพม. จานวน 1 ทีม 2.4 ระดบั ชนั้ ม. 4-6 จานวน 1 ทมี3. วิธีดาเนินการและรายละเอยี ดหลักเกณฑ์การประกวด 3.1 ส่งรายช่ือนกั เรยี นผู้เข้าประกวด พร้อมชือ่ ครทู ปี่ รึกษาทีมละ 2 คน ตามแบบฟอร์มทีก่ าหนด 3.2 โครงงานทส่ี ง่ เขา้ ประกวดต้องเป็นโครงงานประเภทสง่ิ ประดษิ ฐ์ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกับกล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรท์ ี่ใช้วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์ในการศึกษาหาความร้เู พอ่ื ให้ได้คาตอบในเรอ่ื งท่ีศึกษา 3.3 ส่งรายงานโครงงานเปน็ รปู เล่มล่วงหนา้ กอ่ นการประกวดจานวน 6 ชดุ (ระดบั ภาค)และจานวน 6 ชดุ (ระดับชาต)ิ 3.4 นาผงั โครงงานมาแสดงตามเกณฑม์ าตรฐาน60 ซม. 60 ซม.ก ข ก 60 ซม. 120 ซม.3.5 อุปกรณอ์ ่ืนๆที่นามาสาธติ อาจวางบนโต๊ะ โดยไมย่ ่ืนออกมาจากโตะ๊ เกิน 60 ซม.3.6 นาเสนอโครงงานตอ่ คณะกรรมการและตอบข้อซกั ถามใช้เวลาประมาณ 10 นาที3.7 สิง่ ประดิษฐ์ ผูส้ ง่ โครงงานเข้าประกวดจัดเตรียมมาเอง3.8 พน้ื ที่จดั วางแผงโครงงาน คณะกรรมการจดั ใหเ้ ท่ากันไมเ่ กนิ 1.50 ม. × 1.00 ม.4. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 100 คะแนน4.1 การกาหนดปญั หาและตง้ั สมมติฐาน 10 คะแนน4.2 ขอ้ มูลที่เก่ยี วข้องประกอบการทาโครงงาน 10 คะแนน4.3 การออกแบบสงิ่ ประดิษฐ์ 10 คะแนน4.4 อุปกรณแ์ ละเครอ่ื งมอื ทใี่ ช้ในการประดิษฐ์ 5 คะแนน4.5 การดาเนินการ 5 คะแนน4.6 การบันทึกข้อมลู และจดั ทาข้อมลู 5 คะแนนศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี น ครัง้ ท่ี ๖๗ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๐ กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ หนา้ 12

4.7 การแปลความหมายข้อมลู และสรุปผล 5 คะแนน4.8 ความคิดริเรมิ่ สรา้ งสรรค์ 10 คะแนน4.9 ขนาดแผงโครงงานและการแสดงผลงานตามเกณฑม์ าตรฐาน 5 คะแนน4.10 การนาเสนอปากเปล่า 10 คะแนน4.11 การตอบขอ้ ซกั ถามของกรรมการ 10 คะแนน4.12 รปู แบบการเขียนรายงาน 5 คะแนน4.13 การนาไปใช้ประโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งคมุ้ ค่า 10 คะแนน5. เกณฑ์การตดั สินร้อยละ 80 - 100 ได้รบั รางวัลระดับเหรยี ญทองร้อยละ 70 – 79 ได้รบั รางวลั ระดบั เหรียญเงนิร้อยละ 60 – 69 ไดร้ บั รางวัลระดบั เหรยี ญทองแดงต่ากวา่ ร้อยละ 60 ไดร้ ับเกียรติบัตร เวน้ แต่กรรมการจะเห็นเปน็ อย่างอ่นืผลการตดั สินของคณะกรรมการถอื เปน็ ทส่ี น้ิ สุด6. คณะกรรมการการประกวดจานวนระดบั ช้ันละ 1 ทีม ทีมละ 5 คนคณุ สมบตั ิของคณะกรรมการ- บคุ ลากรในท้องถ่นิ ทม่ี ีความรคู้ วามสามารถเฉพาะทางเหมาะสมกบั กิจกรรม- ครูและบุคลากรทางการศกึ ษาทม่ี คี วามร้คู วามสามารถเฉพาะทางเหมาะสมกับกิจกรรม- บุคลากรสงั กดั อ่ืน ๆ เช่น อาชีวศกึ ษา/วทิ ยาลยั /มหาวิทยาลัย เปน็ ตน้สถานทแี่ ข่งขนัหอ้ งโถง มบี รเิ วณใหผ้ สู้ นใจเขา้ ชมได้ข้อเสนอแนะในการตอ่ ยอดในระดับชาติ ควรต่อยอดโดยการจัดคา่ ยพฒั นาทกั ษะกิจกรรมดังกลา่ ว7. การเขา้ แขง่ ขนั ระดับภาค และระดับชาติ7.1 ให้ทีมที่เป็นตัวแทนของของเขตพื้นท่ีการศึกษาเข้าแข่งขนั ในระดับภาค ทุกกิจกรรมต้องได้คะแนนระดบั เหรียญทอง ลาดบั ท่ี ๑ (คะแนนร้อยละ ๘๐ ขึน้ ไป) และทีมท่เี ปน็ ตวั แทนระดบั ภาคเข้าแขง่ ขันในระดบั ชาติ จะต้องไดค้ ะแนนระดับเหรยี ญทอง ลาดบั ที่ ๑ - ๓ (คะแนนร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป )7.๒ ในกรณีแข่งขันระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา ที่มีทีมชนะลาดับสูงสุดได้คะแนนเท่ากัน และในระดับภาค มีมากกว่า ๓ ทีม ให้พิจารณาลาดับที่ตามลาดับข้อของเกณฑ์การให้คะแนน เช่น มีทีมที่ได้คะแนนข้อที่ ๑เท่ากนั ให้ดขู ้อที่ ๒ ทมี ที่ไดค้ ะแนนข้อที่ ๒ มากกว่าถือเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าขอ้ ที่ ๒ เท่ากนั ใหด้ ใู นข้อถัดไป กรณีคะแนนเท่ากันทุกขอ้ ให้ประธานกรรมการตดั สินเปน็ ผชู้ ้ีขาด8. การเผยแพร่ผลงานท่ีได้รับรางวัลผลงานของนักเรียนที่ได้รับคะแนนสูงสุดอันดบั ที่ 1 - 3 คณะกรรมการพิจารณาและนาไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ต่อไป ซึ่งผลงานของผู้แข่งขัน ถือเป็นลิขสิทธ์ิของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เพื่อใช้ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรียน ครัง้ ท่ี ๖๗ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๐ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ หนา้ 13

9. รูปแบบการเขียนรายงาน (ปกนอก) รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทสง่ิ ประดิษฐ์ เร่อื ง......................................................................................................................... โดย1.........................................................................................................................................2................................................................................................................... .......................3.............................................................................................................................. ........... ครทู ี่ปรกึ ษา1. ......................................................................................................................................2. ...................................................................................................................................... โรงเรยี น........................................สานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษา............................. รายงานฉบบั นีเ้ ป็นสว่ นประกอบของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ประเภทสง่ิ ประดิษฐ์ ระดบั ช้ัน....................................... เนอ่ื งในงานศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี น ครง้ั ที่ วันท่ี ..............เดอื น...............พ.ศ. …….ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครัง้ ท่ี ๖๗ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๐ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ หนา้ 14

(ปกใน) เรอ่ื ง........................................................................................................................ โดย 1. ......................................................................................................................................... 2. ......................................................................................................................................... 3. .........................................................................................................................................ครูท่ีปรกึ ษา 1. ....................................................................................................................................... 2. ......................................................................................................................................บทคัดย่อ ความยาวไม่เกนิ 20 หน้า กติ ติกรรมประกาศ สารบัญ สารบัญตาราง สารบญั รปู ภาพ บทที่ 1 บทนา บทที่ 2 เอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ ง บทที่ 3 อปุ กรณแ์ ละวิธีการดาเนนิ การ บทท่ี 4 ผลการดาเนนิ การ บทท่ี 5 สรปุ ผลการดาเนนิ การ/อภิปรายผลการดาเนินการ บรรณานุกรม ภาคผนวก จานวนไมเ่ กิน 10 หน้า หมายเหตุ ขนาดของกระดาษเขียนรายงานใหใ้ ชก้ ระดาษ ขนาดเอ 4 พิมพ์หน้าเดยี ว ความยาวไม่เกิน20 หนา้ เฉพาะบทท่ี 1-5 รวมสรุปผลการดาเนินการ มภี าคผนวกไดอ้ กี ไม่เกนิ 10 หนา้ และทารายงานส่งตามรปู แบบการเขยี นรายงานท่ีกาหนด จานวน 6 ชุด (ระดับภาค) โดยจดั สง่ เอกสารให้แกส่ านกั งานเขตพื้นท่ีที่เป็นเจ้าภาพในระดับภูมิภาคล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน นับถึงวันแรกของการประกวดแข่งขัน สามารถจัดส่งโดยตรงหรือจัดส่งทางไปรษณยี ์ลงทะเบยี น EMS ตามระยะเวลาทกี่ าหนดเทา่ นั้น และจานวน 6 ชุด (ระดับชาติ)โดยสง่ ให้คณะกรรมการในวันรายงานตัวศิลปหัตถกรรมนกั เรยี น คร้งั ที่ ๖๗ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๐ กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ หน้า 15

ใบส่งรายช่อื นักเรยี นเขา้ ประกวด1. กิจกรรม “โครงงานวทิ ยาศาสตร์ ประเภทส่ิงประดษิ ฐ์” เร่อื ง ..........................................................2. ระดบั ช้นั .........................................................3. ช่ือนกั เรียน 1. ............................................................................................................................. 2. ............................................................................................................................. 3. .............................................................................................................................4. ครทู ี่ปรึกษา 1. .............................................................เบอรโ์ ทรศพั ท.์ ........................................ 2. .............................................................เบอรโ์ ทรศัพท์.........................................5. ชอ่ื โรงเรยี น ....................................................................................................................................6. สานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา ........................................................................................................7. ภมู ภิ าค ..........................................................................................................................................ศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี น ครงั้ ที่ ๖๗ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๐ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ หนา้ 16

๔. การแข่งขนั การแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) การแขง่ ขนั การแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) เปน็ กิจกรรมการสอ่ื สารทางวทิ ยาศาสตร์ ที่สรา้ งแรงบนั ดาลใจ และปลกู ฝังเจตคติทีด่ ตี ่อการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์1. คุณสมบัติผู้เขา้ แข่งขัน1.1 นักเรยี นระดับชั้น ป. 4-61.2 นกั เรียนระดบั ชัน้ ม. 1-31.3 นักเรยี นระดบั ช้ัน ม. 4-62. ประเภท และระดบั ชั้น (ประเภททมี 3 คนโรงเรียน 1 โรง มสี ทิ ธสิ ง่ ได้ 1 ทีม)2.1 ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษา ป. 4-6 สังกดั สพป. และ สงั กดั อนื่ ๆ ทุกสงั กัด2.2 ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ม. 1-3 สังกัด สพป. และ อปจ.ทมี่ ชี น้ั เรียน ป.1-ม.32.3 ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาตอนตน้ ม. 1-3 สงั กัด สพม. และ สังกัดอนื่ ๆ ทุกสงั กดั ยกเวน้ ในกล่มุ 2.22.4 ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ม. 4-6 สงั กัด สพม. และ สงั กดั อน่ื ๆ ทกุ สงั กดั3. วิธีดาเนนิ การและรายละเอยี ดหลกั เกณฑก์ ารแขง่ ขัน3.1 ส่งรายช่อื นักเรยี นผเู้ ข้าแข่งขนั ทมี ละ3คน พรอ้ มชือ่ ครผู ฝู้ กึ สอนทมี ละ 2 คน ตามแบบฟอรม์ ท่กี าหนด3.2 ระดบั ภูมภิ าค (ระดบั กลมุ่ เครอื ขา่ ย เขตพน้ื ท่ี และระดบั ภาค) ให้แต่ละทมี ทเ่ี ขา้ แข่งขนั สง่ รายชอื่นักเรยี นพร้อมรายงานการแสดงทง้ั หมดลว่ งหน้า 7 วนั ก่อนการแข่งขนั จานวน 6 ชุด3.3 ระดับชาติ ใหแ้ ต่ละทมี ทีเ่ ขา้ แข่งขนั ส่งรายชอ่ื นักเรยี นพร้อมรายงานการแสดงทง้ั หมดต่อกรรมการในวนั รายงานตวั จานวน 6 ชดุ3.4 เวลาที่ใชใ้ นการแสดง ทมี ละ 13 - 15 นาที กรณใี ช้เวลาแสดงเกนิ หรอื ขาด จะถูกหักคะแนนนาทีละ 1 คะแนน (เศษวินาทีท่ีเกนิ หรือขาดต้ังแต่ 30 วนิ าที ใหป้ ดั เป็น 1 นาที) ทง้ั นี้การหกั คะแนนเรือ่ งการใช้เวลาแสดง หกัไดส้ งู สดุ ไดไ้ มเ่ กนิ 5 คะแนน3.5 กาหนดใหม้ ีผูแ้ สดงบนเวที จานวน 3 คน เท่านนั้ ไมอ่ นญุ าตให้ใชบ้ ุคคลประกอบฉาก หรอื ทาหนา้ ที่ใดๆ ประกอบการแสดงบนเวที (ยกเว้น ผู้ชมทถี่ กู เชญิ ข้ึนไป ในช่วงเวลาท่เี ชิญผูช้ มเข้าไปมีสว่ นร่วมในการแสดง)4 . เกณฑก์ ารให้คะแนน (คะแนนเตม็ 100 คะแนน) ดังน้ี4.1 สาระทางวชิ าการ (30 คะแนน) - เน้อื หาทางวทิ ยาศาสตร์ท่ถี ูกต้อง 10 คะแนน - ความเชอ่ื มโยงสมั พนั ธข์ องกิจกรรมทีน่ ามาแสดง 8 คะแนน - ผลสาเรจ็ ของการทดลอง 7 คะแนน - ความน่าสนใจของประเด็นในกจิ กรรมทนี่ าเสนอ 5 คะแนน4.2 มีความคิดสร้างสรรค์ในกิจกรรมการแสดงที่สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ได้(25 คะแนน)4.3 การแสดง (30 คะแนน) - วัสดอุ ปุ กรณ์ท่ีใช้ในการแสดง (มีความเหมาะสม ประหยัด และใช้วัสดทุ ่เี ป็นมิตร กับสิ่งแวดลอ้ ม) 5 คะแนน - เทคนคิ การนาเสนอ 5 คะแนน - การใช้ภาษา 5 คะแนน - ความปลอดภยั 5 คะแนนศิลปหตั ถกรรมนกั เรียน คร้งั ที่ ๖๗ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๐ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ หนา้ 17

- การมีส่วนร่วมของผชู้ มในกจิ กรรมทแ่ี สดง 5 คะแนน- เวลาในการแสดงภายในเวลา 13-15 นาที 5 คะแนน4.4 การสรุปคุณคา่ และประโยชนข์ องกจิ กรรมทีแ่ สดง (10 คะแนน)4.5 รายงานการแสดง (5 คะแนน)5. เกณฑ์การได้รบั รางวลัรอ้ ยละ 80 - 100 ได้รบั รางวัลระดบั เหรยี ญทองร้อยละ 70 – 79 ได้รับรางวลั ระดบั เหรียญเงนิร้อยละ 60 – 69 ได้รับรางวัลระดับเหรยี ญทองแดงต่ากว่าร้อยละ 60 ไดร้ บั เกียรตบิ ัตร เวน้ แต่กรรมการจะเหน็ เปน็ อย่างอ่ืนผลการตดั สินของคณะกรรมการถอื เป็นทสี่ ิ้นสุด6. คณะกรรมการการแข่งขนัจานวนระดบั ช้นั ละ 1 ทมี ทีมละ 5 คนคุณสมบัติของคณะกรรมการ- บคุ ลากรในทอ้ งถ่ินทมี่ ีความรคู้ วามสามารถเฉพาะทางเหมาะสมกบั กิจกรรม- ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาทม่ี ีความร้คู วามสามารถเฉพาะทางเหมาะสมกบั กจิ กรรม (ไม่แต่งตั้งบุคคลทม่ี สี ่วนใด้สว่ นเสียกับผลการแข่งขนั เป็นกรรมการ เชน่ แต่งตง้ั ครูในโรงเรยี นทสี่ ง่ ทมี เข้าร่วมแขง่ ขันเป็นคณะกรรมการ เป็นตน้ )- บุคลากรสังกัดอืน่ ๆ ทม่ี คี วามรู้ความสามารถเฉพาะทางเหมาะสมกบั กิจกรรม เชน่ อาชวี ศึกษา /วทิ ยาลัย /มหาวิทยาลยั เป็นต้น7. สถานทแี่ ข่งขนั7.1 การแข่งขันระดับภูมิภาค (ระดับกลุม่ เครือขา่ ย เขตพน้ื ท่ี และระดับภาค) ใหใ้ ชพ้ ื้นทีห่ รือเวทีในการแข่งขนั ทีม่ บี รเิ วณใหผ้ ้สู นใจเข้าชมได้7.2 การแข่งขันระดบั ชาติ ใหใ้ ช้พ้นื ทหี่ รอื เวที ขนาด 8 เมตร * 6.5 เมตร ในการแข่งขัน และมีพนื้ ทบ่ี รเิ วณใหผ้ ้สู นใจเขา้ ชมการแขง่ ขนั ไดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ 70 ทน่ี ัง่8. การเขา้ แข่งขันระดบั ภาค และระดับชาติ8.1 ใหท้ ีมที่เป็นตวั แทนของเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาเขา้ แข่งขนั ในระดบั ภาคทกุ กจิ กรรมต้องได้คะแนนระดบั เหรียญทอง ลาดบั ที่ 1 (คะแนนร้อยละ 80 ขึน้ ไป) และทมี ท่ีเป็นตวั แทนระดับภาคเขา้ แข่งขนั ในระดบั ชาติ จะต้องได้คะแนนระดบั เหรียญทอง ลาดับที่ 1 - 3 (คะแนนรอ้ ยละ 80 ขึ้นไป )8.2 ในกรณีทผี่ ลการแขง่ ขนั ระดบั เขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษา ระดบั ภาค หรอื ระดบั ชาติ มีทีมชนะลาดับสูงสดุ ได้คะแนนเท่ากนั การตัดสนิ ในการเรียงลาดบั ทีด่ งั กลา่ วใหพ้ จิ ารณาตดั สนิ จากทมี ท่ีมีคะแนนสงู ทส่ี ุด ในเกณฑ์การใหค้ ะแนน ขอ้ 4.1 สาระทางวชิ าการ ถ้า (4.1) เทา่ กนั ใหพ้ ิจารณาตดั สนิ จากทีมท่ีมคี ะแนนสูงทสี่ ดุ ข้อ4.2 มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์กจิ กรรมการแสดงทส่ี ามารถนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรไ์ ด้ และถ้า (4.2)เทา่ กันอกี ใหพ้ จิ ารณาตัดสนิ จากทมี ทม่ี คี ะแนนสูงทส่ี ดุ ข้อ 4.3 การแสดง และถ้า (4.3) เท่ากนั อีก ใหพ้ จิ ารณาตัดสนิ จากทมี ทมี่ ีคะแนนสงู ทส่ี ุด ขอ้ 4.4 การสรปุ คุณคา่ และประโยชนข์ องกจิ กรรม ท่แี สดง และถา้ (4.4)เท่ากนั อีก ใหค้ ณะกรรมการร่วมกนั พิจารณาตัดสินช้ีขาดการเรียงลาดับที่ดงั กล่าว9. การเผยแพรผ่ ลงานทีไ่ ด้รบั รางวลัผลงานของนกั เรยี นทส่ี ง่ เข้ารว่ มการแขง่ ขนั ในทกุ ชนิ้ งานและทกุ ระดับชนั้ คณะกรรมการ/หนว่ ยงานทจี่ ดั การแขง่ ขนั และสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน มสี ทิ ธิในการนาไปเผยแพรป่ ระชาสมั พนั ธไ์ ด้ศิลปหตั ถกรรมนักเรียน คร้ังท่ี ๖๗ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๐ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ หนา้ 18

10. รูปแบบการเขยี นรายงาน (ปกนอก)รายงานการแสดงทางวทิ ยาศาสตร์ (Science Show) เรือ่ ง......................................................................................................................... โดย1.........................................................................................................................................2..........................................................................................................................................3......................................................................................................................................... ครทู ป่ี รกึ ษา1. ......................................................................................................................................2. ...................................................................................................................................... โรงเรยี น........................................สานักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษา............................. รายงานฉบบั น้ีเปน็ สว่ นประกอบของการแข่งขันการแสดงทางวทิ ยาศาสตร์ (Science Show) ระดับชนั้ ....................................... เน่อื งในงานศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี น คร้ังที.่ .. วนั ท่ี ..............เดอื น...............พ.ศ. …….ศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี น ครั้งท่ี ๖๗ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๐ กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ หน้า 19

(ปกใน) เรือ่ ง........................................................................................................................ โดย1. ......................................................................................................................................... 2. .........................................................................................................................................3. ......................................................................................................................................... ครูท่ีปรกึ ษา 1. ....................................................................................................................................... 2. ......................................................................................................................................คานาสารบัญ1. มลู เหตจุ ูงใจ (บทนาอธบิ ายถงึ ทม่ี าของเร่ืองทนี่ ามาแสดง)2. เน้อื หาโดยยอ่ ความยาวไมเ่ กิน 5 หนา้3. การนาหลกั การทางวทิ ยาศาสตร์เข้ามาใช้4. การนาความรู้ไปประยุกต์ใช้บรรณานกุ รมภาคผนวก จานวนไม่เกนิ 5 หนา้หมายเหตุ ขนาดของกระดาษเขียนรายงานให้ใชก้ ระดาษ ขนาดเอ 4 พมิ พห์ นา้ เดียว ความยาวไมเ่ กนิ 5 หนา้ (จากขอ้ 1 - 4 ) อาจมีภาคผนวกได้อกี ไม่เกนิ 5 หนา้ และทารายงานส่งตามรปู แบบการเขียนรายงานทกี่ าหนด จานวน 6 ชุด สง่ ให้คณะกรรมการลว่ งหนา้ 7 วนั ก่อนการแข่งขัน (ระดับภมู ิภาค)และสง่ ให้คณะกรรมการในวันรายงานตัว (ระดับชาต)ิ จานวน 6 ชุดศลิ ปหัตถกรรมนกั เรียน ครง้ั ที่ ๖๗ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๐ กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ หนา้ 20

ใบสง่ รายช่ือนกั เรียนเขา้ แข่งขัน1. กจิ กรรม “การแสดงทางวทิ ยาศาสตร์ (Science Show)” เร่ือง .............................................2. ระดับชน้ั .........................................................3. ชอ่ื /นามสกุล นกั เรียน คนที่ 1............................................................. ช้นั ……………………....................... เกดิ วนั ที่……....เดอื น…………………พ.ศ………………...อายุ…………………...ปี คนท่ี 2...............................................................ชนั้ ……………………....................... เกดิ วันท่ี……....เดอื น………………….พ.ศ………………...อายุ…………………...ปี คนท่ี 3...............................................................ชั้น……………………....................... เกิดวันท่ี……....เดือน………………….พ.ศ………………...อายุ…………………...ปี4. ครูผฝู้ กึ สอน 1. ช่อื -นามสกุล................................................. ตาแหน่ง..................................... เบอรม์ อื ถอื ................................... E-mail ..............โทรสาร…………....... 2. ช่อื -นามสกุล................................................. ตาแหน่ง..................................... เบอรม์ อื ถอื ................................... E-mail ..............โทรสาร………….......5. ชอ่ื โรงเรยี น ...........................................................................................................................6. สานักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษา .................................. ภมู ิภาค........................................................ศลิ ปหัตถกรรมนกั เรียน ครงั้ ท่ี ๖๗ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๐ กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ หน้า 21

5. การประกวดผลงานสง่ิ ประดษิ ฐท์ างวิทยาศาสตร์ สง่ิ ประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ หมายถงึ ผลงานท่เี กดิ จากความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างส่ิงประดษิ ฐ์เพื่อการใชง้ านโดยมีการประยุกตใ์ ชห้ ลักการทางวิทยาศาสตร์ ซงึ่ สิ่งประดิษฐ์ท่ีสร้างขนึ้ นั้น อาจเปน็ นวัตกรรมใหม่ หรอื เปน็ การดัดแปลง หรอื พฒั นาต่อยอดจากส่ิงท่ีมีใช้งานอย่แู ลว้ ท้ังนส้ี ิ่งประดิษฐ์ทีส่ รา้ งข้ึนมลี กั ษณะภายใต้หัวขอ้ ดงั นี้ 1. การใช้เทคโนโลยโี ดยใส่ใจสง่ิ แวดล้อม (Green Technology) 2. อาหารและการเกษตรกรรม (Food and Agriculture) 3. ความปลอดภยั และสุขภาพ (Safety and Health) 4. เทคโนโลยสี าหรบั ผทู้ มี่ คี วามต้องการพเิ ศษ (Technology for Special Needs) 5. การศึกษาและความบนั เทิง (Education and Recreation) 6. การจดั การภัยพบิ ัติ (Disaster Management)1. คณุ สมบตั แิ ละจานวนผูเ้ ข้าประกวด ผู้ส่งผลงานสง่ิ ประดิษฐเ์ ขา้ ประกวดต้องเปน็ นกั เรยี นระดับการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน โดยร่วมกันเป็นทมี ๆละ 2 คน ในการพจิ ารณาตัดสนิ ให้แยกตามระดบั การศกึ ษา ดังนี้ ๑.1 ระดับชั้น ป. ๑-6 จานวน 1 ทีม ๑.2 ระดบั ชน้ั ม. 1-3 สังกดั สพป. จานวน 1 ทีม ๑.3 ระดับชั้น ม. 1-3 สังกดั สพม. จานวน 1 ทมี ๑.4 ระดับชั้น ม. 4-6 จานวน 1 ทีม2. หลักเกณฑแ์ ละรายละเอียดการประกวด 1. ผู้มีสิทธสิ ่งผลงานเขา้ ประกวดตอ้ งเป็นนกั เรยี นระดบั การศกึ ษาข้นึ พืน้ ฐาน และมีอายุระหว่าง6-19 ปี 2. เจา้ ของผลงานสามารถคิดและประดิษฐร์ ่วมกนั ไดผ้ ลงานละไม่เกิน 2 คน ต่อหนึง่ ผลงาน 3. ผลงานท่ีส่งเข้าประกวดต้องมลี ักษณะเก่ียวข้องหรือสอดคลอ้ งกบั หัวข้อใดหัวข้อหนึ่งหรือหลายหัวข้อดังกล่าวข้างต้น และมคี วามเหมาะสมกับวยั ของเจ้าของผลงาน ผลงานที่ไมเ่ กี่ยวข้องหรือสอดคล้องจะไมไ่ ด้รับพิจารณา 4. ผลงานอาจมีขนาดเท่าของจริงโดยเม่ือบรรจลุ งหีบห่อแล้วต้องมีขนาดไม่เกิน 1 x 0.5 x 0.5 เมตรและมีน้าหนกั ไม่เกนิ 10 กิโลกรัม หรือเป็นหุน่ จาลองย่อสว่ นได้ แตต่ ้องแสดงการทางานไดจ้ ริง 5. ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องจัดส่งเอกสารจานวน 7 เล่ม ในระดับภาคและระดับชาติในวันรายงานตัว และพรอ้ มโปสเตอรแ์ สดงผลงาน ขนาด 90 x 120 เซนติเมตร จานวน 1 แผน่ศลิ ปหัตถกรรมนักเรียน ครง้ั ท่ี ๖๗ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๐ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ หนา้ 22

3. เกณฑก์ ารให้คะแนนส่งิ ประดษิ ฐท์ างวทิ ยาศาสตร์3.1หลกั เกณฑก์ ารพจิ ารณาการให้คะแนนสง่ิ ประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ (ระดับประถมศกึ ษา)เกณฑพ์ จิ ารณา ขอ้ พิจารณา1. ความคิดสรา้ งสรรค์ (30 คะแนน)1.1 ความคิดรเิ รมิ่ สร้างสรรค์ (15 คะแนน) - การทแ่ี สดงถึงมีความคดิ สร้างสรรค์ ในการทาสงิ่ ประดษิ ฐ์ ตัง้ แตโ่ จทยป์ ัญหา วิธีการแกป้ ัญหา การใชป้ ระโยชน์ การออกแบบ การสร้างขนึ้ ใหม่ การพฒั นา การดดั แปลง1.2 ความโดดเด่นเฉพาะ (15 คะแนน) อปุ กรณแ์ ละชนิ้ สว่ นต่าง ๆ - ชน้ิ งานส่งิ ประดษิ ฐท์ ีท่ าขน้ึ มคี วามโดดเดน่ นา่ สนใจและแสดง ใหเ้ ห็นถงึ ความแตกตา่ งจากสิง่ ประดิษฐช์ ิน้ อน่ื ๆในประเภท เดียวกนั อย่างเห็น ไดช้ ดั เจน2. คุณภาพของส่ิงประดิษฐ์ (20 คะแนน)2.1 การออกแบบ (5 คะแนน) - การออกแบบและตกแตง่ สามารถดึงดูดความสนใจ มขี นาด และน้าหนักท่ีเหมาะสมในการใช้งาน2.2 ระบบการทางาน (10 คะแนน) - มกี ารออกแบบตดิ ตง้ั อปุ กรณ์ เพื่อใหเ้ กดิ การทางานอยา่ งมี ความสมั พนั ธ์สอดคลอ้ งและถกู ตอ้ งตามหลักวิชาการ2.3 ความปลอดภยั (5 คะแนน) - การทางานของสิง่ ประดิษฐ์มีความปลอดภยั และเหมาะสมกับ สภาพการใชง้ าน3. การเลอื กใชว้ ัสดุ (20 คะแนน)3.1 ความประหยัด (5 คะแนน) - การเลอื กใช้วัสดุทม่ี ีคณุ คา่ เหมาะสมกับสภาพและประโยชน์ใน การใชง้ าน ราคาไมแ่ พง3.2 ความเหมาะสม (10 คะแนน) - คณุ ภาพของวัสดทุ ีใ่ ช้มีความคงทน แข็งแรงและมคี วาม ปลอดภัย3.3 ท่ีมาของวสั ดุ (5 คะแนน) - วัสดทุ ี่นามาสรา้ งหาได้ง่ายโดยท่วั ไป4. คณุ คา่ ของสง่ิ ประดิษฐ์ (10 คะแนน)4.1 ทางานได้ (5 คะแนน) - สามารถสาธติ ทดลอง ใชง้ านได้หรือพสิ ูจนไ์ ด้ว่าทางานได้4.2 เปน็ มิตรกบั สงิ่ แวดลอ้ ม (5 คะแนน) ทางานได้ตามวตั ถุประสงค์ของสงิ่ ประดษิ ฐ์ สามารถนาไป พฒั นาตอ่ ยอด หรือพฒั นาใช้งานไดอ้ ยา่ งกว้างขวาง - ไม่มีผลทาลายสง่ิ แวดลอ้ ม5. การนาเสนอผลงาน (20 คะแนน)5.1 ความถกู ตอ้ งชัดเจน (10 คะแนน) - มกี ารอธิบายรายละเอยี ดของผลงานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ชัดเจน ตามทฤษฎีและสามารถตอบคาถามได้อย่างถูกตอ้ ง5.2 ทกั ษะการสอ่ื สาร (5 คะแนน) - สามารถถา่ ยทอดแนวคดิ และกระบวนการ ใหผ้ ้อู นื่ เขา้ ใจ ได้ งา่ ยและชัดเจน รวมทง้ั มบี คุ ลิกภาพเหมาะสม5.3 วิธีการและรูปแบบการนาเสนอ - มีวธิ กี ารและรูปแบบการนาเสนอผลงานอยา่ งครบถว้ น(5 คะแนน) เหมาะสมเป็นทีน่ ่าสนใจ มวี ัสดุ อุปกรณป์ ระกอบการอธิบาย สาธิต ทดลอง ตลอดจนเอกสารในการเผยแพรผ่ ลงานศิลปหตั ถกรรมนักเรียน ครงั้ ท่ี ๖๗ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๐ กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน้า 23

3.2 ข้อพจิ ารณาการให้คะแนนสิง่ ประดษิ ฐท์ างวทิ ยาศาสตร์ (ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น) จดุ ใหค้ ะแนนส่ิงประดษิ ฐ์ ขอ้ พิจารณา1. ความคดิ สรา้ งสรรค์ (30 คะแนน)1.1 ความเปน็ ตน้ คิด (10 คะแนน) - การท่แี สดงถงึ มีความคิดสรา้ งสรรค์ ในการทาสงิ่ ประดษิ ฐ์ ต้งั แต่ โจทยป์ ัญหา วิธกี ารแกป้ ัญหา การใชป้ ระโยชน์ การออกแบบ การ สร้างข้ึนใหม่ การพฒั นา การดัดแปลงอุปกรณแ์ ละชิ้นส่วนตา่ ง ๆ1.2 ความคิดรเิ รมิ่ สร้างสรรค์ (10 - การที่แสดงถงึ มีความคดิ สร้างสรรค์ ความคดิ แปลกใหม่ ไมซ่ ้าแบบคะแนน) ใคร - ช้นิ งานสงิ่ ประดิษฐท์ ่ที าข้นึ มคี วามโดดเด่นน่าสนใจ และแสดงให้เหน็1.3 ความโดดเดน่ เฉพาะ (10 ถึงความแตกต่างจากสิง่ ประดิษฐช์ นิ้ อ่นื ๆในประเภทเดยี วกันอยา่ งคะแนน) เหน็ ไดช้ ดั เจน2. คุณภาพของส่ิงประดษิ ฐ์ (30 คะแนน)2.1 การออกแบบ (10 คะแนน) - การออกแบบและตกแตง่ สามารถดงึ ดูดความสนใจ มีขนาดและ น้าหนักทเ่ี หมาะสมในการใชง้ าน2.2 ระบบการทางาน (10 คะแนน) - มีการออกแบบตดิ ตัง้ อปุ กรณ์ เพ่ือใหเ้ กิดการทางานอย่างมี ความสัมพันธ์สอดคล้องและถูกต้องตามหลกั วิชาการ2.3 ความปลอดภยั (10 คะแนน) - การทางานของสงิ่ ประดษิ ฐม์ ีความปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพ การใชง้ าน3. การเลือกใช้วสั ดุ (10 คะแนน)3.1 ความประหยัด (5 คะแนน) - การเลอื กใชว้ ัสดทุ ่ีเหมาะสมกบั สภาพและประโยชนใ์ นการใชง้ าน ราคาไม่แพง3.2 ความเหมาะสม (5 คะแนน) - คุณภาพของวัสดทุ ่ใี ชม้ ีความคงทน แข็งแรงและมคี วามปลอดภยั4. คณุ ค่าของสิ่งประดิษฐ์ (15 คะแนน)4.1 ทางานได้และมีประโยชนใ์ น - สามารถสาธิต ทดลอง ใชง้ านได้หรอื พสิ ูจน์ไดว้ า่ ทางานได้ ทางานได้การใช้งาน (5 คะแนน) ตามวัตถุประสงคข์ องส่งิ ประดษิ ฐ์ สามารถนาไปพฒั นาตอ่ ยอด หรอื4.2 เป็นมติ รกบั สง่ิ แวดลอ้ ม พฒั นาใช้งานไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง(5 คะแนน) - ไมม่ ีผลทาลายสงิ่ แวดล้อม4.3 ประโยชน์ของสงิ่ ประดิษฐ์ (5 - มีประโยชนต์ ่อผบู้ รโิ ภคคะแนน) - สามารถสง่ ผลในเชงิ พาณิชยไ์ ด้5. การนาเสนอผลงาน (15 คะแนน)5.1 ความถูกต้องชัดเจน (5 คะแนน) - มกี ารอธิบายรายละเอียดของผลงานไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ชัดเจนตาม ทฤษฎแี ละสามารถตอบคาถามไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง5.2 ทักษะในการสอ่ื สาร (5 คะแนน) - สามารถถา่ ยทอดแนวคดิ และกระบวนการ ใหผ้ อู้ ่นื เขา้ ใจไดง้ า่ ยและ ชัดเจน รวมทง้ั มีบุคลิกภาพเหมาะสม5.3 วิธกี ารและรปู แบบการนาเสนอ - มวี ธิ กี ารและรปู แบบการนาเสนอผลงานอย่างครบถว้ นเหมาะสมเปน็ (5 คะแนน) ท่นี ่าสนใจ มีวสั ดุ อปุ กรณ์ประกอบการอธบิ าย สาธติ ทดลอง ตลอดจนเอกสารในการเผยแพรผ่ ลงานศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี น ครัง้ ท่ี ๖๗ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๐ กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ หน้า 24

3.3 หลกั เกณฑ์การพจิ ารณาการให้คะแนนสง่ิ ประดิษฐท์ างวิทยาศาสตร์ (ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย) จดุ ใหค้ ะแนนสงิ่ ประดิษฐ์ ข้อพจิ ารณา1. ความคดิ สรา้ งสรรค์ (30 คะแนน)1.1 ความเปน็ ตน้ คดิ (10 คะแนน) - การทแ่ี สดงถึงมคี วามคิดสร้างสรรค์ ในการทาสงิ่ ประดิษฐ์ ตง้ั แต่ โจทยป์ ัญหา วิธีการแกป้ ัญหา การใชป้ ระโยชน์ การออกแบบ การสรา้ งขึน้ ใหม่ การพฒั นา การดัดแปลงอปุ กรณ์และช้ินสว่ นต่าง1.2 ความคดิ ริเร่มิ สรา้ งสรรค์ (10 ๆคะแนน) - การทแ่ี สดงถึงมีความคิดสรา้ งสรรค์ ความคิดแปลกใหม่ ไมซ่ ้า แบบใคร1.3 ความโดดเดน่ เฉพาะ (10 - ช้นิ งานส่งิ ประดษิ ฐท์ ่ีทาข้ึนมีความโดดเดน่ น่าสนใจ และแสดงให้คะแนน) เห็นถึงความแตกตา่ งจากสง่ิ ประดษิ ฐ์ช้ินอนื่ ๆในประเภทเดยี วกัน อย่างเหน็ ไดช้ ดั เจน2. คณุ ภาพของส่งิ ประดิษฐ์ (30 คะแนน)2.1 การออกแบบ (10 คะแนน) - การออกแบบและตกแตง่ สามารถดงึ ดดู ความสนใจ มีขนาดและ นา้ หนกั ทเี่ หมาะสมในการใช้งาน2.2 ระบบการทางาน (15 คะแนน) - มกี ารออกแบบตดิ ต้ังอปุ กรณ์ เพอื่ ใหเ้ กิดการทางานอยา่ งมี ความสัมพนั ธส์ อดคล้องและถูกต้องตามหลกั วชิ าการ2.3 ความปลอดภยั (5 คะแนน) - การทางานของสิ่งประดษิ ฐม์ คี วามปลอดภยั และเหมาะสมกับ สภาพการใช้งาน3. การเลอื กใชว้ สั ดุ (10 คะแนน)3.1 ความประหยดั (5 คะแนน) - การเลอื กใช้วัสดทุ เ่ี หมาะสมกบั สภาพและประโยชน์ในการใชง้ าน ราคาไม่แพง3.2 ความเหมาะสม (5 คะแนน) - คณุ ภาพของวัสดทุ ่ใี ช้มคี วามคงทน แขง็ แรงและมคี วามปลอดภยั4. คณุ ค่าของสิ่งประดษิ ฐ์ (20 คะแนน)4.1 ทางานได้ และมปี ระโยชน์ใน - สามารถสาธติ ทดลอง ใชง้ านได้หรือพสิ ูจน์ไดว้ ่าทางานได้การใชง้ าน (10 คะแนน) ทางานได้ตามวตั ถปุ ระสงคข์ องส่งิ ประดษิ ฐ์ สามารถนาไปพฒั นา4.2 เป็นมิตรกบั สง่ิ แวดล้อม (5 ต่อยอด หรือพฒั นาใชง้ านได้อยา่ งกว้างขวางคะแนน) -ไมม่ ผี ลทาลายสิง่ แวดล้อม4.3 ประโยชนข์ องสงิ่ ประดิษฐ์ (5 - มีประโยชนต์ อ่ ผบู้ รโิ ภคคะแนน) - สามารถสง่ ผลในเชงิ พาณชิ ยไ์ ด้5. การนาเสนอผลงาน (10 คะแนน)5.1 ความถูกตอ้ งชดั เจน (5 คะแนน) - มกี ารอธบิ ายรายละเอียดของผลงานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง ชัดเจนตาม5.2 ทักษะการสอ่ื สารและรูปแบบ ทฤษฎีและสามารถตอบคาถามได้อยา่ งถกู ตอ้ งในการนาเสนอ (5 คะแนน) - สามารถถา่ ยทอดแนวคิดและกระบวนการ ใหผ้ ้อู ่ืนเข้าใจไดง้ ่าย และชดั เจน รวมท้งั มบี คุ ลกิ ภาพเหมาะสม - มีวธิ ีการและรูปแบบการนาเสนอผลงานอย่างครบถ้วนเหมาะสม เปน็ ทน่ี ่าสนใจ มวี ัสดุ อปุ กรณป์ ระกอบการอธิบาย สาธิต ทดลอง ตลอดจนเอกสารในการเผยแพรผ่ ลงานศิลปหัตถกรรมนกั เรยี น ครง้ั ที่ ๖๗ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๐ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ หนา้ 25

4. เกณฑก์ ารตัดสนิ และรางวลั รอ้ ยละ 80 - 100 ได้รบั รางวัลระดับเหรียญทอง รอ้ ยละ 70 – 79 ไดร้ บั รางวลั ระดับเหรยี ญเงนิ ร้อยละ 60 – 69 ได้รับรางวลั ระดบั เหรยี ญทองแดง ตา่ กว่าร้อยละ 60 ได้รับเกียรตบิ ตั ร เวน้ แต่กรรมการจะเหน็ เปน็ อย่างอ่ืน ผลการตัดสนิ ของคณะกรรมการถือเป็นทสี่ ิน้ สดุ5. คณะกรรมการการตัดสิน จานวนระดับชัน้ ละ 1 ทมี ทมี ละ 5 คน คุณสมบัติของคณะกรรมการ - บคุ ลากรในท้องถ่ินทม่ี ีความรูค้ วามสามารถเฉพาะทางเหมาะสมกับกจิ กรรม - ครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางเหมาะสมกับ กิจกรรม - บุคลากรสังกัดอน่ื ๆ เช่น อาชวี ศกึ ษา/วิทยาลัย/มหาวิทยาลยั /มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎในพ้ืนที่6. สถานทแี่ ข่งขนั ห้องโถง ซง่ึ มบี รเิ วณใหผ้ สู้ นใจเขา้ ชมได้7. การเขา้ แข่งขันระดับภาค และระดบั ชาติ 7.1 ให้ทีมท่ีเป็นตัวแทนของของเขตพื้นท่ีการศึกษาเข้าแข่งขันในระดับภาค ทุกกิจกรรมต้องได้คะแนน ระดับเหรียญทอง ลาดับท่ี ๑ (คะแนนร้อยละ ๘๐ ข้นึ ไป) และทมี ทเี่ ปน็ ตวั แทนระดับภาคเข้าแข่งขัน ในระดบั ชาติ จะต้องไดค้ ะแนนระดบั เหรยี ญทอง ลาดบั ที่ ๑ - ๓ (คะแนนร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ) 7.๒ ในกรณีแข่งขันระดับเขตพื้นที่การศึกษา ที่มีทีมชนะลาดับสูงสุดได้คะแนนเท่ากัน และในระดับภาค มี มากกว่า ๓ ทีม ให้พิจารณาลาดับที่ตามลาดับข้อของเกณฑ์การให้คะแนน เช่น มีทีมท่ีได้คะแนนข้อท่ี ๑ เทา่ กนั ให้ดูข้อที่ ๒ ทมี ทไี่ ดค้ ะแนนขอ้ ท่ี ๒ มากกว่าถือเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าข้อที่ ๒ เท่ากัน ให้ดูในข้อถัดไป กรณี คะแนนเท่ากนั ทุกข้อให้ประธานกรรมการตัดสินเปน็ ผชู้ ้ีขาด8. การเผยแพร่ผลงานท่ีได้รับรางวลั ผลงานของนักเรียนท่ีได้รับคะแนนสูงสุดอันดบั ท่ี 1 - 3 คณะกรรมการพิจารณาและนาไปเผยแพรใ่ นเว็บไซต์ต่อไป ซึ่งผลงานของผู้แข่งขัน ถือเป็นลิขสิทธ์ิของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพื่อใช้ในการเผยแพรแ่ ละประชาสมั พันธ์ศลิ ปหัตถกรรมนกั เรยี น ครง้ั ที่ ๖๗ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๐ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ หน้า 26

รูปแบบการจัดทาเอกสารรายงานผลการประดิษฐ์สิง่ ประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ (Inventions)เอกสารรายงานผลการประดิษฐส์ ง่ิ ประดิษฐท์ างวิทยาศาสตร์ (ความยาวไม่เกิน 15 หนา้ ) ประกอบดว้ ย 1. ปก : ช่ือส่งิ ประดษิ ฐ/์ ผปู้ ระดิษฐ์/โรงเรยี น/เขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษา ปกใน : ชื่อส่ิงประดษิ ฐ์ทางวิทยาศาสตร์ เจา้ ของผลงานสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ คนที่ 1............................................................. ชั้น……………………....................... เกดิ วันท…่ี …....เดือน…………………พ.ศ………………...อายุ…………………...ปี คนท่ี 2...............................................................ช้ัน……………………....................... เกิดวนั ท…ี่ …....เดอื น………………….พ.ศ………………...อายุ…………………...ปี ครทู ี่ปรึกษา ชอ่ื ................................................................................................................................. โรงเรียน........................................................... ทตี่ ง้ั ..................................................... โทรศัพท.์ .................................. โทรสาร…………………..มือถอื …………............... E-mail ......................................................................................................................... 2. บทคัดย่อ 3. ความเปน็ มา/แนวคดิ /แรงบนั ดาลใจในการสร้างสรรคผ์ ลงาน 4. วัตถุประสงค์ 5. วสั ดุที่ใช้ 6. งบประมาณ 7. ขน้ั ตอนการผลิตสง่ิ ประดษิ ฐฯ์ และวธิ ีใช้ 8. แผนภาพและหลกั การทางาน 9. ขนาด/น้าหนกั ส่งิ ประดษิ ฐท์ างวทิ ยาศาสตร์ฯ 10. ภาคผนวก ภาพสเกต็ ต้นแบบสิง่ ประดิษฐท์ างวทิ ยาศาสตร์ฯ ภาพถา่ ย ข้ันตอนการผลิต สิง่ ประดษิ ฐ์ทางวิทยาศาสตร์ และการใชง้ านในมมุ มองทแี่ สดงให้เหน็ ผลการปฏิบัตงิ านไดเ้ ป็น อย่างดีศิลปหัตถกรรมนักเรยี น ครงั้ ที่ ๖๗ ปีการศึกษา ๒๕๖๐ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ หนา้ 27


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook