ไอหยุ หมดั ชดู ชูโรงเรยี นบ้านโต ตาบลแมห่ วาด อาเภอธารโต จงั หวดั ยะลา สานักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษายะลา เขต ๓
คำนำ การพฒั นาความสามารถในการอา่ นและการคดิ เปน็ เป้าหมายท่ีสาคญั ของการศึกษา เนื่องจากการอา่ นโดยไมใ่ ช้วิจารณญาณในการพินิจพิเคราะห์ (Critical) หรือไม่พิจารณาแยกแยะ (Analytical)ขอ้ เทจ็ จริง อาจทาใหก้ ารอา่ นนัน้ รับขอ้ มูลหรอื สือ่ สารผิดวตั ถุประสงค์ แบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์มีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์ให้กับนักเรียนโดยเฉพาะนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ท้ังน้ีเพ่ือท่ีจะเป็นพ้ืนฐานในการอ่านในระดับสูงไม่ว่าจะเป็นการอ่านเพ่ือการคิดวิพากษ์ (Critical Thinking) การคิดสังเคราะห์(Synthesis Thinking) และการอ่านเพอ่ื พฒั นาความคดิ สรา้ งสรรค์ (Creative Thinking) แบบฝกึ ทกั ษะการอ่านคิดวิเคราะห์ได้นาเนื้อหาท่ีหลากหลายมาใช้เป็นเน้ือหาที่ยังเป็นปัญหาในการอ่านของนักเรียนในบทเรียน ทงั้ ทเ่ี ปน็ ประเดน็ ความสนใจตามเหตุการณ์ปัจจุบัน วัฒนธรรมและประเพณีในท้องถ่ินของนักเรียน และเน้ือหาที่มีการสอดแทรกแง่คิดในการใช้ชีวิตตามวัยของนักเรียนโดยแบ่งออกเปน็ ๘ เรือ่ งดว้ ยกนั คอื ๑) โคลงโลกนิติ (เนือ้ หาท่นี กั เรยี นมปี ัญหา) ๒) กาพยเ์ หช่ มเครอ่ื งคาวหวาน (เน้อื หาทน่ี ักเรียนมปี ัญหา) ๓) ตากใบ (นิทานในท้องถ่ิน) ๔) สุขแสนลน้ ทุกข์แสนนาน (ให้แงค่ ิดและเตอื นสติ) ๕) ลิเกฮลู ู (ประเพณีและวัฒนธรรมในทอ้ งถน่ิ ) ๖) ภยั พบิ ัติโลกรอ้ น (ตระหนักถึงความสาคัญของเหตุการณ์โลกปัจจุบนั ) ๗) กฎแหง่ กรรม(ให้แง่คิดและมมุ มองในการปฏิบัติตนในชวี ติ ประจาวัน) ๘) พระอจั ฉริยะภาพทางดนตรี (บคุ คลสาคญั ) แบบฝึกการอ่านคิดวิเคราะห์อาจไม่นาเสนอเน้ือหาทั้งหมดโดยเฉพาะในส่วนของหลักภาษาต่าง ๆ เพราะมีในหนังสือเรียนและหนังสือต่างๆ ท่ีมีอยู่แล้ว เพียงแต่ได้ใช้แนวคิดต่าง ๆ มาช่วยให้นกั เรียนได้เกิดทกั ษะดงั กลา่ ว ผู้จัดทาขอขอบพระคุณสาหรับทกุ ๆ ท่าน รวมทัง้ นักเรียนท่ีมีส่วนให้แบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์เล่มนี้สาเร็จลง ส่ิงใดท่ีไม่เหมาะ ไม่ควรหรือแม้แต่ข้อติชม ผู้จัดทาขอน้อมรับด้วยความยินดี โดยฝากข้อความดังกล่าวผ่านมาที่ [email protected] ผู้จัดทาจักขอบพระคณุ อย่างย่งิ ไอหยุ หมดั ชดู ชู
แนวทำงในกำรใช้๑. แนวทำงของครู ๑.๑ การจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์นั้นครูควรทาความเข้าใจส่วนประกอบของแบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่พฒั นาการอา่ นคดิ วเิ คราะหใ์ ห้เขา้ ใจ โดยมี ๖ ข้ันตอนดงั ตอ่ ไปน้ีกาหนดสง่ิ ท่ี กาหนดปญั หา กาหนดต้องวเิ คราะห์ หลกั การสรุปและ ตรวจสอบ พิจารณานาเสนอ โครงสรา้ ง แยกแยะ ๑.๒ บทบาทของครูในการจัดกิจกรรมโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์นั้นควรเป็นลักษณะเครื่องช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ (Scaffolding) เป็นการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้(Facilitator) และเปน็ ผ้เู รยี นรูร้ ่วมไปกบั นักเรียน (Learner) ๑.๓ ครูต้องเข้าใจว่าน่ีไม่ใช่การเรียนหลักภาษา จุดเน้นอยู่ท่ีการอ่านและคิดวิเคราะห์ และการอ่านไม่ใช่อ่านออกเสียง แต่เป็นการอ่านจับใจความ สรุปความ และทาความเข้าใจเกี่ยวกั บบทความหรือเนื้อหา ๑.๔ ครตู ้องให้ความยุตธิ รรมและความเป็นธรรมในการวัดและประเมินผลเพ่ือให้นักเรียนเกิดทศั นคตทิ ่ดี ีต่อการเรยี นร้แู ละควรใหบ้ รรยากาศเป็นไปอยา่ งผ่อนคลาย
๒. แนวทำงของนกั เรียน เพ่อื ที่จะใหเ้ กิดผลในการอ่านคดิ วเิ คราะห์นน้ั มแี นวทางในการเรยี นรดู้ ังตอ่ ไปน้ี ๒.๑ นักเรียนต้องทาความเข้าใจว่าน่ีไม่ใช่การอ่านสะกดคา แต่เป็นการอ่านเพื่อทาความเขา้ ใจ โดยเน้นท่กี ารทาความเข้าใจเนอ้ื หาหรอื สารทต่ี อ้ งการสอื่ ดังน้ันถ้านักเรียนไม่สามารถอ่านคาใดคาหนึ่งไดค้ วรทจี่ ะข้ามไปกอ่ นโดยไม่ตอ้ งกงั วลและมาทาความเข้าใจภายหลัง โดยในแบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์จะมี “อภธิ านศัพท์” อย่ดู ้านหลงั ใหน้ ักเรยี นไดศ้ ึกษา ๒.๒ นักเรียนสามารถศึกษาเน้ือหาได้เพ่ิมเติม ทั้งจากทางเว็บไซต์ (Web Site) หรือแหล่งเรียนรู้อ่นื ๆ โดยดไู ด้จากบรรณานุกรม ๒.๓ ขณะที่นักเรียนอ่านไม่ควรเคร่งเครียด ควรผ่อนคลายและไม่ต้องกังวลเก่ียวกับคาศัพท์หรอื หลกั ภาษามากนัก ๒.๔ นกั เรยี นควรให้เกียรติและเคารพสิทธิของผู้อื่น โดยให้ความร่วมมือ ความช่วยเหลือและเออ้ื เฟอ้ื ในขณะดาเนินกิจกรรมในช้นั เรียน ๒.๕ นกั เรียนสามารถใชแ้ บบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ทั้งในและนอกเวลาเรียน โดยต้องระวงั ไมใ่ หเ้ กดิ ความชารดุ เสยี หาย ๒.๖ ถ้านักเรียนมีปัญหาและไม่สบายใจใด ๆ ในขณะดาเนินกิจกรรมให้นักเรียนบอกกับครูผู้จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ไดท้ นั ที
๓. แนวทำงในกำรวัดและประเมนิ ผลกำรอำ่ นคิดวิเครำะห์ การวดั ประเมนิ ผลการอ่านคดิ วิเคราะหน์ ้นั ได้แยกออกเปน็ ๔ ประเดน็ ดว้ ยกัน โดยใช้เกณฑ์การประเมินเชงิ คุณลักษณะ (Rubrics) ซง่ึ มรี ายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปน้ีหัวข้อในกำร เกณฑก์ ำรประเมินเชิงคุณลักษณะประเมิน ๔ (ดมี ำก) ๓ (ด)ี ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง)การระบปุ ญั หา สาม ารถ อ่านแล้ว ระ บุ สามารถอ่านแล้วระบุ สามารถอ่านแล้วระบุ เม่ือนักเรียนอ่านเนื้อ ประเด็น/หัวข้อ/ช่ือเร่ืองท่ี ประเด็น/หัวข้อ/ช่ือ ประเด็น/หัวข้อ/ช่ือ เรอื่ งแล้วไม่สามารถระบุ สื่อถึงเนื้อหาหรือบทความ เร่อื งทสี่ ื่อถึงเนอื้ หาหรือ เรอ่ื งที่ส่ือถึงเน้ือหาหรือ ประเด็น/หัวข้อ/ชื่อเร่ือง ที่ได้ศึกษา ได้ครบถ้วน บทความที่ได้ศึกษาได้ บทความทไี่ ดศ้ ึกษาได้ ที่ ส่ื อ ถึ ง เ น้ื อ ห า ห รื อ สมบูรณ์ พร้อมให้เหตุผล ครบถว้ นสมบรู ณ์ บทความทีศ่ ึกษาได้ ประกอบการแยกแยะ สามารถอ่านแล้วจาแนก ส า ม า ร ถ อ่ า น แ ล้ ว ส า ม า ร ถ อ่ า น แ ล้ ว ไม่ ส า ม า รถ อ่า นแ ล้ ว ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง ร ะ บุ จาแนกความแตกต่าง จาแนกความแตกต่าง จาแนกความแตกต่าง ใจความสาคัญเก่ียวกับ ร ะ บุ ใจ ค วา ม ส า คั ญ ร ะ บุ ใ จ ค ว า ม ส า คั ญ ระบุใจความสาคัญจาก ข้ อ มู ล จ า ก เ น้ื อ ห า ไ ด้ เ ก่ี ย ว กับ ข้อ มู ล จ า ก เ ก่ี ย ว กั บ ข้ อ มู ล จ า ก เน้ือหาทีศ่ ึกษาได้ ถกู ต้องครบถว้ นสมบรู ณ์ เน้ือหา ได้ถูกตอ้ ง เน้อื หาการเปรยี บเทียบ สามารถอ่านแล้วจัดลาดับ ส า ม า ร ถ อ่ า น แ ล้ ว ส า ม า ร ถ อ่ า น แ ล้ ว ไม่ ส า ม า รถอ่า นแ ล้ ว รวบรวมตีความ ให้เหตุผล จั ด ล า ดั บ ร ว บ ร ว ม จั ด ล า ดั บ ร ว บ ร ว ม จั ด ล า ดั บ ร ว บ ร ว ม ป ร ะ ก อ บ แ ล ะ เ ขี ย น ตี ค ว า ม ใ ห้ เ ห ตุ ผ ล ตี ค ว า ม ใ ห้ เ ห ตุ ผ ล ตี ค ว า ม ใ ห้ เ ห ตุ ผ ล แผนภาพโครงเร่ืองของ ประกอบ และเขียน ประกอบ และเขียน ป ร ะ ก อ บ แ ล ะ เ ขี ย น ข้ อ มู ล จ า ก เ นื้ อ ห า ไ ด้ แผนภาพโครงเร่ืองของ แผนภาพโครงเร่ืองของ แผนภาพโครงเร่ืองจาก ถูกตอ้ ง ครบถ้วนสมบรู ณ์ ข้อมูลจากเนื้อหาได้ ขอ้ มูลจากเนอื้ หาได้ ข้ อ มู ล จ า ก เ น้ื อ ห า ที่ ถกู ตอ้ ง ศึกษาได้การเชือ่ มโยง สามารถอ่านแล้วเช่ือมโยง ส า ม า ร ถ อ่ า น แ ล้ ว ส า ม า ร ถ อ่ า น แ ล้ ว ไม่ ส า ม า รถ อ่า นแ ล้ วสมั พันธ์ สรุปและนาเสนอเน้ือหาได้ เ ช่ื อ ม โ ย ง ส รุ ป แ ล ะ เ ช่ื อ ม โ ย ง ส รุ ป แ ล ะ เ ชื่ อ ม โ ย ง ส รุ ป แ ล ะ ถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ น า เ ส น อ เ นื้ อ ห า ไ ด้ นาเสนอเนื้อหาได้ นาเสนอเน้ือหาจากท่ี พร้อมทั้งให้ข้อคิดเห็น ถู ก ต้ อ ง ค ร บ ถ้ ว น ศึกษาได้ ประกอบ สมบูรณ์ หมำยเหตุ ครูผ้จู ัดกจิ กรรมการเรียนรแู้ ละนกั เรียนควรที่จะศึกษาเกณฑด์ ังกล่าวใหล้ ะเอียดเพือ่ ผลประโยชนแ์ ละเกดิ ความสมั ฤทธ์ิผลดังจุดประสงค์ท่ีไดต้ ้ังไว้
มำตรฐำนและตวั ชี้วดั ในแบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ เร่ือง “กฎแหง่ กรรม” เลม่ นไ้ี ดว้ ิเคราะห์มาตรฐานและตวั ชว้ี ดั รวมทง้ั สังเคราะหเ์ ปน็ จุดประสงค์ในการเรยี นรู้ โดยมีรายละเอียดดงั ต่อไปน้ี๑. มำตรฐำนและตวั ช้ีวดัมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวชวี้ ดัท ๑.๑ การใช้กระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละ ๑. อา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ งความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ัดสินใจ แกป้ ัญหาในการ เหมาะสมกับเร่ืองที่อา่ นดาเนนิ ชวี ิตและมีนิสยั รักการอ่าน ๒. จับใจความสาคัญจากเรื่องทีอ่ ่าน ๓. ระบุเหตุและผล และข้อเทจ็ จริงกบั ข้อคิดเห็นจาก เรือ่ งทอ่ี ่าน ๕. ตีความคายากในเอกสารวิชาการ โดยพจิ ารณาจากบริบท ๘. วิเคราะหค์ ุณคา่ ท่ีได้รบั จากการอ่านงานเขยี นอยา่ ง หลากหลายเพ่อื นาไปใชแ้ ก้ปญั หาในชีวติ ๙. มีมารยาทในการอา่ นท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมี ๑. พดู สรุปใจความสาคญั ของเร่ืองที่ฟังและดูวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคดิ และ ๒. เลา่ เรือ่ งยอ่ จากเร่ืองที่ฟงั และดูความร้สู กึ ในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมีวจิ ารณญาณ ๕. พดู รายงานเรือ่ งหรือประเด็นท่ศี ึกษาค้นควา้ จากการฟงัและสรา้ งสรรค์ การดู และการสนทนา ๖. มมี ารยาทในการฟงั การดูและการพูดท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์ ๓. อธบิ ายคุณคา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมทีอ่ ่านวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คุณคา่ ๔. สรปุ ความรู้และขอ้ คดิ จากการอ่านไปประยุกต์ในชวี ติ จริงและนามาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ๒. จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ ๒.๑นกั เรียนสามารถอา่ นออกเสยี งคาศัพทใ์ นเร่ืองกฎแห่งกรรมไดถ้ ูกต้อง ๒.๒นักเรยี นสามารถอา่ นแลว้ ระบุหวั ข้อและใจความสาคญั ๒.๓ นักเรียนสามารถอา่ นแล้วสรุปเน้อื หาเกยี่ วกับกฎแห่งกรรมและอธบิ ายรายละเอียดจากเน้ือเรอื่ งท่ีอ่านได้ถูกต้อง ๒.๔นักเรยี นสามารถทาแบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะหเ์ ร่ืองกฎแหง่ กรรมได้ถูกตอ้ งผ่านเกณฑร์ ้อยละ ๘๐ ๒.๕ นักเรยี นสามารถนาเสนอและสรปุ ใจความสาคญั จากเรื่องที่อา่ นได้ ๒.๖ นกั เรยี นมมี ารยาทในการอ่าน ฟงั การดูและการพดู โดยให้ความรว่ มมือ เคารพสทิ ธิผู้อ่ืนพร้อมให้ความช่วยเหลือและร่วมมือในขณะทากิจกรรมการเรียนรทู้ ง้ั ใหห้ อ้ งเรียนและนอกหอ้ งเรยี น
แบบทดสอบกำรอ่ำนคดิ วิเครำะหก์ ่อนเรียน : กฎแห่งกรรมคำช้ีแจง: ให้นักเรียนอา่ นคาถามในแตล่ ะข้อใหล้ ะเอียดแลว้ เลอื กข้อที่ถูกที่สดุ เพยี ง ๑ ข้อ ลงในกระดาษคาตอบ๑.เพราะเหตใุ ดพรานสมพงศ์จงึ เสียสตวิ ่งิ เข้าไปในป่า ก. เสียใจทีต่ นเองฆ่าสัตว์หลายตัว ข. ภรรยาคลอดลูกด้วยความเจ็บปวด ค. ดาเนนิ การฝงั ลกู ตนเองไม่สาเรจ็ ง. ลูกทีเ่ กิดมามีรูปรา่ งหน้าตาคลา้ ยลิง๒. ขอ้ ใดไมใ่ ช่เหตุการณ์จริงในเรอ่ื งกฎแห่งกรรม ก.พรานสมพงศ์ไม่ไดล้ า่ ลิงมาเพ่อื การคา้ ข. นายสมพงศเ์ ป็นพรานที่มีความร้เู ร่อื งลงิ ดีมาก ค. นายพรานผู้นอ้ งตั้งช่ือลูกลิงกาพร้าวา่ “บุญรอด” ง. เวรกรรมท่พี รานสมพงศ์ก่อไวส้ ่งผลถึงลูกทีเ่ กดิ มา๓. นกั เรียนคิดวา่ ขอ้ ใดคือสง่ิ ท่ีพรานสมพงศย์ ังปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ที่ดอี ยูบ่ ้าง ก.รักลูกทีเ่ กิดมาแตห่ น้าตาคล้ายลิง ข. ฆ่าลงิ เพื่อเป็นอาหารให้กบั ครอบครัว ค. นาลูกลงิ กาพร้าไปใหน้ ้องชายเลย้ี ง ง. เชอื่ ฟงั คาบอกเลา่ ของหมอตาแยวา่ จะเกิดอาเพศ๔. นักเรียนคดิ ว่าการตอบแทนบุญคณุ ของลิง “บญุ รอด” ต่อนายพรานรุ่นน้อง คืออะไร ก. ติดตามนายพรานไปลา่ สัตว์ ข. น่ังรอนายพรานกลับบ้าน เฝ้าบา้ นให้ ค. ติดตามนายพรานไปทุกที่ ง. ปกปอ้ งอนั ตรายให้กับนายพราน๕. ส่งิ ทด่ี ที ี่เราควรปฏิบตั ิตามนายพรานรุน่ น้องคือสงิ่ ใด ก. หยดุ การลา่ สตั ว์ และเล้ียงลกู ลงิ ใหม้ ีชีวิตต่อไป ข. เปน็ นายพรานล่าสัตวท์ ีม่ คี วามเชยี่ วชาญ ค. ไม่ได้ฆ่าสัตว์ใหญ่ ฆ่าเพยี งสตั ว์เลก็ ง. เห็นประโยชนข์ องลงิ ว่ามนี ิสัยคลา้ ยมนุษย์ และเฝ้าบ้านได้
๖. ขอ้ ใดเปน็ สานวนสุภาษิตที่เปรียบเทยี บได้กบั ชวี ติ ของนายพรานสมพงศ์ ก. กงเกวยี นกาเกวียน ข. โคน่ กลว้ ยอย่าไว้หน่อ ค. ปลาหมอตายเพราะปาก ง. เวรยอ่ มระงบั ดว้ ยการไม่จองเวร๗. ข้อใดเปน็ ความหมายของคาว่า “ทศมาส” ก. ๑๐ ปี ข. ๑๐ วนั ค. ๑๐ เดอื น ง.๑๐ สัปดาห์๘. ข้อใดเปน็ บทสุดทา้ ยของกรรมที่นายพรานฆา่ ลิงมาเปน็ อาหาร ก. นายพรานเสยี ใจ ข. นายพรานเสียสติ ค. นายพรานเสยี ชวี ติ ง. นายพรานติดกบั ดัก๙. ข้อใดมคี วามหมายเหมือนกบั คาว่า “อาเพศ” ก. เวรกรรมแต่ชาตปิ างก่อน ข. รา่ งกายไม่สมประกอบ ค. บุคคลทม่ี สี ติสมั ปชญั ญะดี ง. สิ่งไมด่ ไี ม่งาม๑๐. พรานสมพงศเ์ สียชวี ติ จากอาวธุ ใด ก.ธนู ข. ปืน ค. บ่วง ง. ระเบิด
กิจกรรมท่ี ๑ให้นักเรียนอ่านเน้อื หาทีก่ าหนดใหแ้ ลว้ ให้นกั เรียนอภปิ รายกับเพอ่ื นในห้อง แล้วเขยี นคาตอบลงในผังมโนทศั น์ตา่ ง ๆ ทกี่ าหนดให้ ผูเ้ ล่า: นายอดิศพร ทองลอย (อ้างใน วเิ ชียร เกษประทุม. ๒๕๕๓)ตอนท่ี ๑ ในปา่ ใหญม่ ีพรานอยคู่ นหนง่ึ ช่ือ “สมพงศ”์ ผชู้ ายคนนชี้ อบลา่ สัตว์เปน็ ประจาและมพี รานผ้นู อ้ งเปน็ คนชอบล่าสตั วเ์ หมือนกนั แตว่ ่าสว่ นใหญร่ ะยะหลงั สัตวม์ นี ้อยจงึ นิยมไปยงิ ลิงเอามาแกลม้ เหลา้ เพราะลงิ ยิงงา่ ย อยู่บนตน้ ไมไ้ ม่สงู มากนักย่งิ เปน็ ลิงลมยง่ิ ง่ายเพราะลงิ ลมอยูใ่ นระยะต่า และไม่ค่อยหนคี น ~๑~
๑. นกั เรยี นคิดว่าเนอื้ หาที่อา่ นมี ………………………………………………………………… เร่อื งราวเกี่ยวกับสงิ่ ใด ………………………………………………………………… …………………………………………………………………๒. นกั เรียนคดิ ว่าใจความสาคัญ ………………………………………………………………… ของเร่อื งคอื อะไร ………………………………………………………………… …………………………………………………………………๓. นายพรานผพู้ ่ีและผนู้ อ้ งมี ………………………………………………………………… ลักษณะใดทีเ่ หมอื นกนั ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ~๒~
ตอนท่ี ๒ วันหนง่ึ สมพงศ์ไดไ้ ปลา่ ลงิ อีกครั้ง แลว้ ก็เจอลงิ อยู่ตัวหน่ึง ลงิ ตวั น้ีจะมีลูกน้อย ๆ ตดิ คอไปด้วยเขายกปนื ข้ึนยงิ และลิงก็ตกลงมาพร้อมดว้ ยลกู ของมนั สมพงศร์ ูส้ ึกสงสารลูกลงิ ถ้าหากวา่ ไม่ได้รับการรักษาให้อาหารก็จะตายเสียเปลา่ กน็ าลิงตวั นี้ไปหาพรานผู้น้อง พรานผู้น้องก็ได้ต้ังช่ือลิงตวั น้ีว่า“บุญรอด” พอได้บุญรอดมาเขาก็เดินไปท่ีอาเภอ ระยะทางต้ัง ๒๐ กิโลเมตร เพื่อไปซ้ือนมและขวดนมเพื่อนามาให้บุญรอดกินให้มีชีวิตรอดต่อไป ส่วนพรานผู้น้องเม่ือได้เจ้าบุญรอดมาก็หยุดการล่าสัตว์เนื่องจากว่าบุญรอดนั้นเหมือนคนหลาย ๆ อย่าง เขาจะไปไหนก็ตาม แสนรู้ เวลาเขาไปทาธุระท่ีไหนจะน่ังรอคอยอย่หู นา้ บา้ นจนกระทงั่ เขากลับและเปน็ สัตว์ทเ่ี ฝ้าของได้ดีมาก๑. นักเรียนคิดวา่ เนื้อหาท่ีอ่าน ………………………………………………………………… เกยี่ วกับส่งิ ใด ………………………………………………………………… …………………………………………………………………๒. นกั เรียนคดิ วา่ ประโยคใดท่ี ………………………………………………………………… เหมาะสมท่จี ะใช้เปน็ ใจความ สาคญั ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… …………………………………………………………………๓. นายพรานทั้งสองคดิ อย่างไร ………………………………………………………………… เกย่ี วกับบุญรอด ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ~๓~
ตอนที่ ๓ ส่วนสมพงศ์ท่ีเป็นนายพรานฆ่าแม่บุญรอดตาย ก็มีภรรยาท่ีกาลังต้องครรภ์อ่อน ๆ จนครบกาหนดทศมาส ก็ปวดท้องจะคลอดกันแบบบ้านนอก โดยใช้หมอตาแยมาทาคลอด จนกระทั่งคลอดลูกออกมา สมพงศ์และพรานผู้น้องต้องตกใจเพราะลูกที่เกิดมามีรูปร่าง คล้ายลิง หัวบุ๋มและมือไม้ไม่สมประกอบ หมอตาแยบอกว่าถ้าเอาไว้ต่อไปก็จะทาให้เกิด อาเพศหรือจะเกิดสิ่งท่ีไม่ดีไม่งามต้องเอาไปฝังเสีย เขาจึงรีบจัดการขุดหลุมฝัง สมพงศ์เห็น ลูกตัวเองแล้วไม่เป็นไปตามท่ีคิดไว้ก็เผลอตัวพูดออกไปว่า ไม่ใช่ ไม่ใช่ และก็ตกใจมาก ว่งิ ลงจากเรือนและว่ิงหายเขา้ ไปในป่า เมื่อถึงตอนเช้ามีคนมาเรียกให้พรานผู้น้องไปช่วยกันเก็บศพสมพงศ์ เพราะถ้าไป ตอนบ่ายศพจะเน่า ทาให้พรานผู้น้องตกใจมาก เม่ือพรานผู้น้องไปดูศพก็ต้องตกใจ เพราะ ลกั ษณะอาการของศพน้ันถกู ปนื ยิงที่หนา้ เละจาแทบไมไ่ ด้ มแี ตเ่ สอ้ื ผ้าและเคร่ืองแต่งตัวที่บอก ลักษณะของสมพงศ์ ซ่ึงจากการบอกเล่า พบว่าสมพงศ์ตายเพราะถูกปืนที่ดักยิงสัตว์โดย เอาเชือกผูกท่ีไก แล้วก็ล่ามไปข้างหน้าเวลาสัตว์มาเดินเตะเชือก เชือกจะสับไกทาให้ นกสับที่แก็ปแล้วมันก็จะระเบิดทาให้สัตว์ท่ีโดนยิงน้ันเสียชีวิต แต่สมพงศ์น้ันกลับเดินเข้าไป แบบสัตว์สี่เท้าจึงทาให้ปืนถูกที่หน้า เพราะถ้าเดินธรรมดาสองเท้าก็จะถูกแค่บริเวณที่หัวเข่า เทา่ นั้น น่ีเปน็ เรือ่ งเกย่ี วกบั กรรมท่ีสมพงศท์ าไวใ้ นชาติปัจจุบัน ~๔~
๑. เหตุใดสมพงศแ์ ละพรานผ้นู ้องจงึ .................................................................................. ตกใจเมอ่ื เห็นเด็กทีค่ ลอดออกมา .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. ..................................................................................๒. สมพงศม์ ลี กั ษณะการเสียชีวติ .................................................................................. คลา้ ยกบั สตั วอ์ ย่างไร .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. ..................................................................................๓. ท่านไดแ้ ง่คดิ ใดจากเน้ือหา .................................................................................. ทงั้ หมดที่ได้อ่าน .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. ~๕~
กจิ กรรมท่ี ๒ใหน้ ักเรยี นสรุปเนื้อหาท้งั หมดเกยี่ วกับเน้อื หาลงในตารางสรุปจากเนอื้ เร่ืองดังกล่าวควรตั้งช่ือเร่อื งว่า ………………………………………………………………………………ให้นกั เรยี นสรุปยอ่ เนื้อเรอื่ งอย่างส้นั ๆ ทีไ่ ด้อ่านทั้งหมดลงในผังมโนทศั นท์ ใี่ ห้เหตุการณต์ อนที่ ๑ ..........................................................................................เหตกุ ารณต์ อนที่ ๒ ..........................................................................................เหตกุ ารณ์ตอนที่ ๓ ..........................................................................................ขอ้ คิดทีไ่ ดจ้ ากเรื่อง .......................................................................................... .......................................................................................... .......................................................................................... .......................................................................................... .......................................................................................... .......................................................................................... .......................................................................................... .......................................................................................... .......................................................................................... .......................................................................................... .......................................................................................... .......................................................................................... .......................................................................................... ~๖~
กจิ กรรมท่ี ๓ให้นักเรยี นเขยี นเล่าเรอื่ งราวส้นั ๆ บรรยายเหตุการณท์ ่คี ลา้ ยกบั เน้อื เร่อื งท่ีนกั เรียนได้อา่ นมาขา้ งตน้ .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... ~๗~
แบบทดสอบการอ่านคิดวเิ คราะห์หลังเรียน : กฎแห่งกรรมคาช้แี จง: ใหน้ ักเรยี นอา่ นคาถามในแต่ละข้อให้ละเอยี ดแลว้ เลอื กข้อที่ถูกที่สุดเพยี ง ๑ ข้อ ลงในกระดาษคาตอบ๑. นักเรียนคดิ วา่ ข้อใดคือสง่ิ ท่ีพรานสมพงศย์ งั ปฏิบัตใิ นสิง่ ที่ดอี ยู่บ้าง ก. ฆา่ ลิงเพ่ือเป็นอาหารใหก้ บั ครอบครวั ข. นาลูกลิงกาพร้าไปให้น้องชายเลี้ยง ค. รักลูกท่ีเกิดมาแต่หน้าตาคล้ายลิง ง. เช่อื ฟงั คาบอกเล่าของหมอตาแยวา่ จะเกิดอาเพศ๒.เพราะเหตุใดพรานสมพงศ์จงึ เสียสติวงิ่ เข้าไปในป่า ก. เสียใจท่ีตนเองฆา่ สตั วห์ ลายตวั ข. ภรรยาคลอดลูกด้วยความเจบ็ ปวด ค. ลูกท่เี กิดมามรี ปู ร่างหน้าตาคลา้ ยลงิ ง. ดาเนนิ การฝังลกู ตนเองไม่สาเรจ็๓. ขอ้ ใดเปน็ ความหมายของคาวา่ “ทศมาส” ก. ๑๐ สปั ดาห์ ข. ๑๐ วนั ค. ๑๐ เดอื น ง. ๑๐ ปี๔. ขอ้ ใดไมใ่ ช่เหตกุ ารณจ์ รงิ ในเรื่องกฎแห่งกรรม ก.พรานสมพงศ์ไม่ได้ล่าลิงมาเพือ่ การคา้ ข. นายสมพงศเ์ ป็นพรานที่มีความรเู้ ร่ืองลงิ ดมี าก ค. นายพรานผนู้ ้องต้ังช่อื ลูกลิงกาพรา้ ว่า “บญุ รอด” ง. เวรกรรมท่พี รานสมพงศ์ก่อไวส้ ง่ ผลถงึ ลูกทเ่ี กดิ มา๕. ส่งิ ทด่ี ที ีเ่ ราควรปฏิบตั ิตามนายพรานรนุ่ นอ้ งคือส่งิ ใด ก. เป็นนายพรานล่าสตั ว์ท่มี คี วามเช่ยี วชาญ ข. ไม่ได้ฆา่ สตั ว์ใหญ่ ฆา่ เพยี งสตั วเ์ ล็ก ค. หยุดการล่าสัตว์ และเลยี้ งลกู ลิงให้มชี ีวิตต่อไป ง. เห็นประโยชน์ของลงิ วา่ มนี ิสัยคลา้ ยมนุษย์ และเฝ้าบ้านได้ ~๘~
๖. ข้อใดมีความหมายเหมือนกับคาวา่ “อาเพศ” ก. ส่งิ ไม่ดไี มง่ าม ข. ร่างกายไม่สมประกอบ ค. เวรกรรมแต่ชาติปางก่อน ง. บคุ คลท่ีมสี ตสิ ัมปชัญญะดี๗. นักเรยี นคดิ ว่าการตอบแทนบุญคุณของลงิ “บุญรอด” ต่อนายพรานร่นุ น้อง คืออะไร ก. ติดตามนายพรานไปล่าสัตว์ ข. ปกปอ้ งอันตรายให้กับนายพราน ค. ตดิ ตามนายพรานไปทุกท่ี ง. น่งั รอนายพรานกลบั บา้ น เฝ้าบ้านให้๘. ขอ้ ใดเป็นบทสดุ ทา้ ยของกรรมทนี่ ายพรานฆ่าลงิ มาเปน็ อาหาร ก. นายพรานเสียใจ ข. นายพรานเสียสติ ค. นายพรานตดิ กับดกั ง. นายพรานเสียชวี ิต๙. พรานสมพงศเ์ สียชีวิตจากอาวธุ ใด ก. ปนื ข. ธนู ค. บ่วง ง. ระเบิด๑๐. ข้อใดเป็นสานวนสภุ าษิตท่ีเปรยี บเทียบไดก้ ับชวี ิตของนายพรานสมพงศ์ ก. เวรยอ่ มระงบั ดว้ ยการไมจ่ องเวร ข. กงเกวยี นกาเกวยี น ค. ปลาหมอตายเพราะปาก ง. โคน่ กล้วยอย่าไว้หนอ่ ~๙~
บรรณานกุ รมกระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๓). หนังสอื เรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษา ปีท่ี ๑ : ววิ ธิ ภาษา. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.จุฬาลกั ษณ์ ดอกเขม็ .(๒๕๕๐). ผลสมั ฤทธแิ์ ละทกั ษะการอ่านเชงิ วเิ คราะห์ กลุ่มสาระ การเรยี นรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ด้วยรูปแบบการสอนแบบร่วมมอื กนั เรยี นรู้ (เทคนิค STAD). วิทยานพิ นธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑติ (ศษ.ม.)(หลกั สตู ร และการสอน). ขอนแก่น : บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.ปรางทอง แก้วหลา่ ยงู อิศเรศ พพิ ัฒน์มงคลพร และ สถาพร ขันโต. (เมษายน – มถิ นุ ายน ๒๕๔๙). รายงานการวิจยั เร่ือง การพัฒนากิจกรรมสง่ เสริมการอ่านสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย เพอื่ สรา้ งความเข้าใจและแรงจงู ใจในการอ่านของนักเรยี น ชว่ งช้ันที่ ๓(ชั้น มัธยมศึกษาปที ี่ ๒), วารสารศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ . ๒๖ (๒) : ๖๗ – ๗๖.พรทพิ ย์ ซงั ธาดา. (๒๕๔๕). วรรณกรรมทอ้ งถน่ิ . พิมพ์คร้งั ท่ี ๔.กรุงเทพฯ : สุวรี ยิ าสาสน์ .ฟองจนั ทร์ สุขย่งิ กลั ยา สหชาตโิ กสยี ์ ศรวี รรณ ชอ้ ยหิรญั ภาสกร เกิดอ่อน ระวีวรรณ อินทรประพันธ์. (ม.ป.ป.). หนงั สือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน : ภาษาไทย วรรณคดี และวรรณกรรม. กรุงเทพฯ : บริษทั อักษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จากัด.ราชบัณฑิตยสถาน. (๒๕๔๖). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พุทธศกั ราช ๒๕๔๒. กรงุ เทพฯ : นานมบี ุ๊คสพ์ บั ลิเคช่นั ส์._______________. (ม.ป.ป.). พจนานกุ รมฉบับบัณฑติ ราชตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒. (ออนไลน์). Source : http://rirs3.royin.go.th/dictionary.aspโรงเรียนบ้านโต. (๒๕๕๓). หลักสตู รการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๓ (ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑). ยะลา : สานักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษายะลา เขต ๓.วิเชียร เกษประทมุ . ๒๕๕๓. นิทานพ้ืนบ้าน. กรุงเทพฯ : บรษิ ัทสานักพิมพ์ พ.ศ. พัฒนา จากดั .สารีย์ เจรญิ จติ และ คณะ. (มิถุนายน ๒๕๔๖). “การสรา้ งแบบทดสอบวนิ จิ ฉัยการอา่ นจับ ใจความสาหรบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔อาเภอปราสาท จังหวดั สรุ ินทร์”, วารสารวจิ ัย มข. (บศ.). ปที ่ี ๓ (๑) : ๗๖ – ๘๓. ~ ๑๐ ~
อภิธานศัพท์คาท่ี คาศัพท์ ความหมาย ๑ ทศมาศ ๑๐ เดอื น ๒ นก ชนิ้ สว่ นของปนื ทาหน้าที่สาหรบั จดุ ประกายปืน ๓ สมประกอบ สมบรู ณ์ ครบถ้วน ๔ อาเพศ เหตทุ เี่ กดิ ขนึ้ อยา่ งผดิ ปรกติวิสัย ถือวา่ เป็นลางไมด่ ี ๕ หมอตาแย หมอทท่ี าคลอดในสมยั โบราณ ~ ๑๑ ~
แนวทางในการตอบกิจกรรมที่ ๑ ๑. ตอนท่ี ๑ นักเรยี นคิดวา่ เน้ือหาทอ่ี ่านมี นักเรยี นคิดวา่ ใจความสาคญั ของ นายพรานผูพ้ ีแ่ ละผู้นอ้ งมีลกั ษณะ เรอื่ งราวเกีย่ วกับสง่ิ ใด เร่อื งคืออะไร ใดทีเ่ หมือนกนันายพรานและลิงลม เกี่ยวกับพรานพ่ีน้องที่ชอบลา่ สัตว์ ชอบล่าสตั ว์ โดยเฉพาะลิงลมท่ีลา่ ได้งา่ ย๒. ตอนท่ี ๒นักเรียนคิดว่าเน้ือหาท่อี า่ นเกี่ยวกับ นักเรยี นคิดว่าประโยคใดที่ นายพรานท้ังสองคดิ อยา่ งไรสิ่งใด เหมาะสมทจ่ี ะใช้เปน็ ใจความสาคัญ เกย่ี วกบั บญุ รอดการล่าลิงลมของนายพรานทงั้ สอง นายพรานทงั้ สองยงิ แมล่ งิ และ นา รู้สกึ สงสารลกู ลงิและ ลกู ลงิ ลมที่ช่อื “บุญรอด” ลกู มันมาเล้ียง โดยต้งั ชอ่ื ให้มันว่า “บุญรอด” ๓. ตอนที่ ๓ สมพงศ์มลี กั ษณะการเสยี ชีวิตคลา้ ย ทา่ นได้แงค่ ิดอะไรจากเน้อื หา สตั วอ์ ยา่ งไร ทัง้ หมดท่ีได้อา่ น เหตใุ ดสมพงศ์และพรานผู้นอ้ งจึง ตกใจเม่ือเห็นเด็กทค่ี ลอดออกมา เพราะสมพงศ์ถูกยิงเขา้ ท่ีหน้าคลา้ ย ถ้าทาส่ิงใดไวก้ บั ผอู้ ื่นสง่ิ น้นั กจ็ ะ กบั สัตวท์ ี่เดินสเี่ ทา้ เข้าไปถกู กบั ดัก กลบั คนื มาที่เราเพราะลกู ที่เกดิ มาผิดปกติ มีรปู ร่างคลา้ ยลิง หัวบมุ๋ และมือไมไ้ ม่สมประกอบ ~ ๑๒ ~
กิจกรรมที่ ๒ ชือ่ เรือ่ งควรสอดคล้องกับเน้ือหาที่อ่านหรือสรุป ให้แง่คิดมาใชใ้ นการตงั้ ชอ่ื เร่ือง เช่นจากเน้ือเองดงั กล่าวควรตง้ั ช่อื เรื่องว่า กฎแหง่ กรรม หรือ นายพรานและลิงลม หรือ บญุ รอดกับนายพราน เป็นต้นเหตกุ ารณ์ตอนที่ ๑เหตุการณต์ อนที่ ๒ นายพรานสมพงศแ์ ละน้องชอบล่าลงิ ลมมากิน เพราะยิงง่ายเน่ืองจากลงิ ไม่กลัวคนเหตุการณ์ตอนท่ี ๓ สมพงศ์ได้ยงิ ลิงตัวหน่ึงตายและนาลูกมนั มาเลย้ี งข้อคิดทีไ่ ด้จากเร่ือง ใหช้ อ่ื วา่ “บุญรอด” ซง่ึ บญุ รอดน้ันก็เปน็ ลิง ที่แสนรู้ ภรรยาของสมพงศ์ไดค้ ลอดลูกซ่งึ ลูกสมพงศ์คล้าย ลิง สมพงศจ์ งึ นาลูกไปทงิ้ และถูกกบั ดกั ท่ีทาไว้ทา ให้สมพงศเ์ สียชีวิต ถา้ ทาสิง่ ใดไวก้ บั ผใู้ ดส่ิงนัน้ จะกลบั คนื มากจิ กรรมท่ี ๓ ตามวจิ ารณญาณของครู โดยใชเ้ กณฑ์คณุ ภาพเกีย่ วกบั “การระบปุ ัญหา” “การจาแนกแยกแยะ” “การเปรยี บเทยี บ” และ “การเชอ่ื มโยง”โดยนักเรียนสามารถส่ือเรอื่ งราวของตนเองทีเ่ กิดจากการกระทาและการกระทานน้ั ส่งผลกระทบต่อนักเรยี นอยา่ งไรได้อยา่ งเข้าใจถูกต้องแบบทดสอบวัดการอา่ นคิดวิเคราะห์ ก่อนเรียน หลังเรียนขอ้ ท่ี คาตอบ ขอ้ ที่ คาตอบ ๑ง ๑ข ๒ข ๒ค ๓ค ๓ค ๔ข ๔ข ๕ก ๕ค ๖ก ๖ก ๗ค ๗ง ๘ค ๘ง ๙ง ๙ก๑๐ ข ๑๐ ข ~ ๑๓ ~
แบบฝึกทักษะการอ่านคดิ วเิ คราะห์ สาหรบั นกั เรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย เลม่ ท่ี ๗ เรือ่ ง“กฎแหง่ กรรม” โดย ไอหยุ หมดั ชดู ชูเก่ียวกับผู้แตง่ช่อื นายไอหยุ หมดั ชูดชูการศกึ ษา ศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑิต (ศษ.ม.) การบรหิ ารการศึกษา ครุศาสตรบัณฑติ (คบ.) ภาษาไทยตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการสถานที่ทางาน โรงเรยี นบา้ นโต ตาบลแมห่ วาด อาเภอธารโต จงั หวดั ยะลา สังกดั สานกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๓ข้อมูลทางบรรณานุกรมนายไอหยุ หมดั ชูดชู ๑. แบบฝึกทกั ษะการอา่ นคิดวเิ คราะห์ สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เลม่ ที่ ๗ เรือ่ ง “กฎแห่งกรรม” (ชือ่ เร่ือง) ๒.พิมพค์ ร้ังที่ ๒ ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๕๖พิมพ์ที่ โรงเรียนบ้านโต ตาบลแมห่ วาด อาเภอธารโต จังหวดั ยะลา สังกัดสานักงานเขตพืน้ ท่ี การศกึ ษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๓ภาพประกอบ โดย นายไอหยุ หมดั ชูดชู ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการ โรงเรยี นบา้ นโต สังกัดสานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๓ทปี่ รกึ ษา๑.นายประสทิ ธิ์ จินากลุ ตาแหน่ง ผ้อู านวยการโรงเรยี นบา้ นโต๒.นางอรวรรณ เรอื งหริ ญั ตาแหนง ผ้อู านวยการโรงเรยี นบ้านใหม่ (วนั ครู ๒๕๐๓)๓.นายวชั ระ จนั ทรัตน์ ตาแหนง่ ศกึ ษานเิ ทศก์ สพป ยะลา.๓ ( วดั ผล )๔.นางสาวสุรางค์ ศกุ รวรรณ ตาแหนง่ ครชู านาญการพเิ ศษ ( ภาษาไทย )๕.นางสุขศริ ิ ทักษะกวิน ตาแหนง ครูชานาญการพเิ ศษ ( ภาษาไทย ) ตดิ ตอ่ : โรงเรยี นบ้านโต อาเภอธารโต จงั หวดั ยะลา ๙๕๑๗๐ Email : [email protected]
Search
Read the Text Version
- 1 - 23
Pages: