ศลิ ปวฒั นธรรมภาคใต้ เรอ่ื ง มโนราห์
วตั ถุประสงค์ เน้ือหาบทเรียน
วตั ถุประสงค์ 1.จัดทำขึน้ เพ่อื เป็นสือ่ ในกำรเรียน กำรำ.2มำรถเรยี นไดอ้ ย่ำงไมจ่ ำกัด เวลำและทบทวนไดต้ ำมทีต่ อ้ งกำร 3. สำมำรถตอบสนองควำมต้องกำร ของผใู้ ชไ้ ด้ดีและรวดเร็วในกำร คำนวณ 4. สำมำรถสร้ำงแรงจงู ใจใน กระบวนกำรเรยี นกำรสอนไดอ้ ยำ่ งมี ประสทิ ธภิ ำพ
ควำมเปน็ มำ โนรา เป็นศิลปะพ้ืนเมอื งภาคใต้ เรยี กวา่ โนรา แต่ คาวา่ มโนราห์ หรือ มโนราหน์ น้ั เป็ นคาท่ีเกิดข้ึนมา เมื่อสมยั กรุงศรีอยุธยาโดยการนาเอาเรอื่ งพระสุธน- มโ น ร าห์ ม า แ สด ง เ ป็ น ล ะ ค ร ช า ต รี จึง มี ค า เรยี กวา่ มโนราห์ สว่ นกาเนิดของโนรานน้ั สนั นิษฐาน กันว่าไดร้ ับอิทธิพลจากการร่ายราของอินเดีย โบราณก่อนสมยั ศรีวชิ ยั ท่ีมาจากพ่อคา้ ชาวอินเดีย สงั เกตไดจ้ ากเคร่ืองดนตรีที่เรียกวา่ เบ็ญจสงั คีตซงึ่ ประกอบโหม่ง ฉ่ิง ทบั กลอง ปี่ ใน ซ่ึงเป็ นเครื่อง ดนตรีโนรา และทา่ ราของโนราอีกหลายท่าที่ละมา้ ย คลา้ ยคลึงกบั การร่ายราของทางอินเดีย และเริ่มมี โนราเป็ นกิจลกั ษณะข้ึนเม่ือประมาณปี พุทธศกั ราช ท่ี 1820 ซงึ่ ตรงกบั สมยั สโุ ขทยั ตอนตน้
เทริด เป็ นเคร่ืองประดบั ศีรษะของตวั นายโรง หรือโนราใหญ่หรือตวั ยืนเครื่อง (โบราณไมน่ ยิ มใหน้ างราใช)้ ทาเป็ นรปู มงกฎุ อยา่ งเตยี้ มกี รอบหนา้ มดี า้ ยมงคล ประกอบ
มกั ทาดว้ ยแผน่ เงนิ เป็ นรปู คลา้ ย นกนางแอ่นกาลงั กางปี ก ใช้ สาหรบั โนราใหญห่ รือตวั ยืน เครื่อง สวมตดิ กบั สงั วาลอยทู่ ี่ ระดบั เหนอื สะเอวดา้ นซา้ ยและขวา คลา้ ยตาบทิศของละคร
ซบั ทรวง สาหรบั สวมหอ้ ยไวต้ รงทรวงอก นยิ มทาดว้ ยแผน่ เงนิ เป็ นรปู คลา้ ย ขนมเปี ยกปูนสลกั เป็ นลวดลาย และ อาจฝังเพชรพลอยเป็ นดอกดวง หรืออาจรอ้ ยดว้ ยลกู ปัด นยิ มใช้ เฉพาะตวั โนราใหญ่หรือตวั ยืน เคร่ือง ตวั นางไมใ่ ชซ้ บั ทรวง
เค่ืองรปู ปัด เครื่องรปู ปัดจะรอ้ ยดว้ ยลกู ปัดสี เป็ นลายมดี อกดวง ใชส้ าหรบั สวม ลาตวั ท่อนบนแทนเส้อื
เป็ นผา้ ยาวสี่เหลีย่ มผนื ผา้ นงุ่ ทบั ชาย แลว้ รงั้ ไปเหน็บไวข้ า้ งหลปั ลอ่ ยปลาย ชายใหห้ อ้ ยลงเชน่ เดยี วกบั หางกระเบน เรียกปลายชายที่พบั แลว้ หอ้ ยลงนวี้ า่ \"หางหงส\"์ (แตช่ าวบา้ นสว่ นมาก เรียกวา่ หางหงส)์ การนงุ่ ผา้ ของโนรา จะรง้ั สงู และรดั รปู แนน่ กว่านงุ่ โจม กระเบน
หนา้ ผา้ ลกั ษณะเดยี วกบั ชายไหว ถา้ เป็ นของ โนราใหญห่ รือนายโรงมกั ทาดว้ ยผา้ แลว้ รอ้ ยลกู ปัดทาบเป็ นลวดลาย ที่ ทาเป็ นผา้ 3 แถบคลา้ ยชายไหวลอ้ ม ดว้ ยชายแครงก็มี ถา้ เป็ นของนางรา อาจใชผ้ า้ พน้ื สีตา่ งๆ สาหรบั คาด หอ้ ยเชน่ เดยี วกบั ชายไหว
กาไล กาไลของโนรามกั ทาดว้ ยทองเหลอื ง ทาเป็ นวงแหวน ใชส้ วมมือและเทา้ ขา้ งละหลายๆ วง เชน่ แขนแตล่ ะ ขา้ งอาจสวม 5-10 วงซอ้ นกนั เพื่อ เวลาปรบั เปลีย่ นท่าจะไดม้ เี สียงดงั เป็ นจงั หวะเรา้ ใจยิ่งขนึ้
ผา้ หอ้ ย ผา้ สีตา่ งๆ ที่คาดหอ้ ยคลา้ ย ชายแครงแตอ่ าจมมี ากกวา่ โดยปกตจิ ะใชผ้ า้ ที่โปรง่ ผา้ บาง สีสด แตล่ ะผนื จะเหน็บหอ้ ยลง ทงั้ ดา้ นซา้ ยและดา้ นขวาของ หนา้ ผา้
เล็บ เป็ นเครื่องสวมนวิ้ มอื ใหโ้ คง้ งาม คลา้ ยเล็บกนิ นร กินรี ทาดว้ ย ทองเหลอื งหรือเงนิ อาจตอ่ ปลาย ดว้ ยหวายที่มลี กู ปัดรอ้ ยสอดสไี ว้ พองาม นยิ มสวมมอื ละ 4 นว้ิ (ยกเวน้ หวั แมม่ อื )
หนา้ ทาสี เป็ นหนา้ กากของตวั ตลกหญิง ทาเป็ นหนา้ ผหู้ ญิง มกั ทาสขี าว หรือสเี นอื้
ทบั โทน (โทนหรือทบั โนรา) เป็ นคู่ เสียงตา่ งกนั เล็กนอ้ ย ใชค้ นตเี พียงคนเดยี ว เป็ นเคร่ือง ตที ส่ี าคญั ที่สดุ เพราะทาหนา้ ที่ คมุ จงั หวะ และเป็ นตวั นาในการเปลย่ี นจงั หวะทานอง (แตจ่ ะตอ้ งเปลย่ี นตามผรู้ า ไมใ่ ชผ่ รู้ า เปลี่ยน จงั หวะลลี าตามดนตรี ผทู้ าหนา้ ท่ี ตที บั จงึ ตอ้ งนงั่ ใหม้ อง เห็นผรู้ า ตลอดเวลา และตอ้ งรเู้ ชงิ ของผรู้ า)
กลองทดั เป็ นกลองทดั ขนาดเล็ก (โตก วา่ กลองของหนงั ตะลงุ เล็กนอ้ ย) ๑ ใบทาหนา้ ที่ เสริมเนน้ จงั หวะและลอ้ เสยี ง ทบั
ปี่ เป็ นเครื่องเป่ าเพยี งชนิ้ เดยี วของวง นยิ มใชป้ ่ี ใน หรือ บางคณะอาจใชป้ ่ี นอก ใชเ้ พียง ๑ เลา ป่ี มวี ิธีเป่ าท่ี คลา้ ยคลงึ กบั ขลยุ่ ป่ี มี ๗ รแู ต่ สามารถกาเนดิ เสยี งได้ ถึง ๒๑ เสียง ซึ่งคลา้ ยคลึงกบั เสยี งพดู มากทส่ี ดุ
โหมง่ คือ ฆอ้ งคู่ เสยี งตา่ งกนั ท่ีเสียงแหลม เรียกว่า \"เสยี งโหมง้ \" ท่ีเสียงทมุ้ เรียกว่า \"เสยี งหมงุ่ \" หรือ บางครง้ั อาจจะเรียกวา่ ลกู เอกและลกู ทมุ้ ซ่ึง มเี สียงแตกตา่ งกนั เป็ น คแู่ ปดแต่ ดง้ั เดิมแลว้ จะใชค้ ่หู า้
ฉิ่ง หลอ่ ดว้ ยโลหะหนารปู ฝาชมี รี ตู รง กลางสาหรบั รอ้ ยเชอื ก สารบั นงึ มี 2 อนั เรียกวา่ 1 คเู่ ป็ นเคร่ืองตี เสริมแตง่ และเนน้ จงั หวะ ซึ่งการตี จะแตกตา่ งกบั การตฉี ิ่ง ในการ กากบั จงั หวะของดนตรีไทย
กรบั เสเปน กรบั พวง กรบั กรบั ไม้ หรือ แกระ คือ กรบั มี ทงั้ กรบั อนั เดยี วที่ใชต้ กี ระทบกบั ราง โหมง่ หรือกรบั คู่ และมีที่รอ้ ย เป็ นพวงอยา่ งกรบั พวง หรือใช้ เรียวไมห้ รือลวด เหล็กหลาย ๆ อนั มดั เขา้ ดว้ ยกนั ตใี หป้ ลาย กระทบกนั
Search
Read the Text Version
- 1 - 22
Pages: