พ ร ะ ร า ช ป ร ะ วั ติ พระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรม ราชชนนีพันปหลวง เปนพระธิดาพระองคใหญของหมอมเจา นักขัตรมงคลกิติยากร (ภายหลังเปน พระวรวงศเธอพระองคเจา นักขัตรมงคล กรมหมื่นจันทบุรี สุรนาถ) ประสูติ แตหมอมหลวง บัว กิติยากร (ราชสกุลเดิม: สนิทวงศ) เมื่อวันศุกรท่ี ๑๒ สิงหาคม พ.ศ ๒๔๗๕ ณ บานของพลเอกเจาพระยาวงษานุ ประพัทธ (หมอมราชวงศสทาน สนิทวงศ) บานเลขท่ี 180๘ ถนนพระรามท่ี 6 ตําบลวังใหม อําเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร อันเปนบานของพระอัยกาฝายพระมารดา มีพระเชษฐาสองคน คือหมอมราชวงศกัลยาณกิต์ิ หมอมราชวงศอดุลกิต์ิ และมี พระกนิษฐาคนหนง่ึ คือ ทานผูห ญิง บษุ บา สธนพงศ สําหรับพระนาม \"สิริกิต์ิ\" ไดรับพระราชทานจากพระบาท สมเดจ็ พระปกเกลาเจาอยูห ัว รัชกาลที่ 7 มีความหมายวา “ผูเปนศรีแหง กิติยากร” เรียกโดยลําลองวา “คุณหญิงสิริ” สว นพระราชสวามี จะทรงเรยี กวา \"แมส ริ ิ\"
ในระหวางยังทรงพระเยาว ส ถ า น ก า ร ณ บ า น เ มื อ ง ไ ม สู สงบนักเนื่องจากเพิ่งพนจากชวง ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔ มิ ถุ น า ย น พ .ศ . ๒4 ๗ ๕ ไมน านหมอ มเจา นักขัตรมงคล ตองทรงออกจากราชการทหารโดยรัฐบาลแตงต้ังใหไปรับตําแหนง เลขานุการเอกประจําสถานทูตสยาม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐ สว นหมอ มหลวงบัวซึ่งมีครรภแกยังคงอยูในประเทศไทย แตไดเดินทาง ไปสมทบหลังจากใหกําเนิดหมอมราชวงศสิริกิต์ิได ๓ เดือน โดยมอบ หมอมราชวงศสิริกิติ์ใหอยูในความดูแลของเจาพระยาวงษานุประพัทธ และทาววนิดาพิจาริณี บิดาและมารดาของหมอมหลวงบัว ดังน้ัน จึงตองอยูไกลจากบิดามารดาตั้งแตอายุนอย บางคราวตองเดินทางไป ตางจังหวัด เชน พ.ศ. ๒๔๗๖ หมอมเจาอัปษรสมาน กิติยากร พระมารดาของหมอมเจานักขัตรมงคล ไดทรงรับนัดดาตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลท่ี 7 ไปอยูท่ีจังหวัด สงขลา ปลายป พ.ศ. ๒4๗7 หมอมเจานักขัตรมงคลทรงลาออก จากราชการแลวกลับมาประเทศไทย จึงทําใหหมอมราชวงศสิริกิติ์ ซ่งึ ขณะน้ันอายไุ ด ๒ ชันษา ๖ เดือน ไดกลับมาอยูรวมพรอมหนากนั ทั้งครอบครัว ณ ตําหนักในวังเทเวศร บริเวณถนนกรุงเกษม ปากคลองผดงุ กรุงเกษม รมิ แมน าํ้ เจาพระยา
การศึ กษ า พ.ศ. 24๗๙ เมื่อหมอมราชวงศหญิงสิริกิต์ิ ทรงมีอายุได ๔ ชันษา ก็ไดเขารับการศึกษาครั้งแรกในชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ทวาในขณะน้ันแมเหตุการณดานการเมืองภายในประเทศไทย จะสงบลงแตสถานการณระหวางประเทศก็ไมสงบกลาวคือ สงครามมหาเอเชียบูรพา เร่ิมแผขยายมาถึงประเทศไทย กรุงเทพมหานครถูกโจมตีทางอากาศหลายคร้ังจนการคมนาคม ไมสะดวก พระบิดาจึงใหหมอมราชวงศสิริกิติ์ยายไปเรียน ท่ีโรงเรียนเซนตฟรังซีสชาเวียรคอนแวนต เพราะอยูใกลวัง พระบิดา ไดเรียนท่ีนั่นตั้งแตช้ันประถมศึกษาปที่ ๒ จนถึง ช้ันมัธยมศึกษา หมอมราชวงศหญิงสิริกิต์ิไดเร่ิมเรียนเปยโน ซ่งึ เรยี นไดดีและเรว็ เปน พิเศษ นอกจากนี้ยังไดศึกษาภาษาอังกฤษ และภาษาฝรง่ั เศสซง่ึ ทรงสันทัดเชนกนั พ.ศ. ๒๔๘๙ ครั้นเมื่อสงครามโลกครั้งท่ี 2 สงบลง หมอมเจานักขัตรมงคลตองเสด็จไปดํารงตําแหนงอัครราชทูตผูมี อํานาจเต็มประจําสํานักเซนตเจมส ประทศอังกฤษ ไดทรงพา ครอบครัวท้ังหมดไปอยูดวย ในเวลาน้ันหมอมราชวงศหญิงสิริกิต์ิ มีอายไุ ด ๑๓ ปเ ศษ และเรยี นจบช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๓ แลว
ขณะที่อยูในประเทศอังกฤษ หมอมราชวงศหญิงสิริกิติ์ได ศึกษาตอทั้งวิชาภาษาอังกฤษและฝร่ังเศสและวิชาเปยโนกับ ครูพิเศษ หลังจากน้ันไมนานพระบิดายายไปประเทศเดนมารก และฝรั่งเศส ตามลําดับ หมอมราชวงศสิริกิต์ิยังคงเรียนเปยโน และตั้งใจจะศึกษาตอในวิทยาลัยการดนตรีท่ีมีชื่อเสียงของ กรงุ ปารสี จนจบ ระหวา งทีอ่ ยใู นประเทศฝรง่ั เศส หมอ มราชวงศหญิงสิริกิติ์ได มีโอกาสรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช (ขณะนั้นทรงศึกษาตอที่ประเทศสวิตเซอรแลนด หลงั จากเสด็จขึน้ ครองราชย) ซึ่งพระองคเสด็จประพาสกรุงปารีส เ พื่ อ ท อ ด พ ร ะ เ น ต ร โ ร ง ง า น ทํ า ร ถ ย น ต ทั้ ง นี้ เ นื่ อ ง จ า ก พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลท่ี 9 โปรดการดนตรี เปนพิเศษ ขณะที่หมอมราชวงศหญิงสิริกิต์ิก็สนใจศิลปะเชนกัน ทาํ ใหเ กดิ ความสมั พนั ธข ึ้น
อ ภิ เษ กสมรส วันท่ี ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙1 พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ รัชกาลท่ี 9 ทรงประสบอุบัติเหตุ ท า ง ร ถ ย น ต ณ ป ร ะ เ ท ศ สวิตเซอรแลนด ทรงเขารับการ รกั ษาในโรงพยาบาลแหงหน่งึ โดยมีหมอมหลวงบัวและหมอมราชวงศหญิงสิริกิต์ิ เขาเฝาฯ เยย่ี มพระอาการเปนประจําและในชวงระยะเวลาท่ีหมอมราชวงศสิริกิต์ิ อ ยู เ ฝ า ถ ว า ย พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ จ า อ ยู หั ว รั ช ก า ล ท่ี 9 ที่สวิตเซอรแลนดนั้น สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาล(พระนามในเวลานั้น) ไดทรงรับเปนธุระจัดการใหหมอมราชวงศสิริกิต์ิเขาศึกษาในโรงเรียน Pensionnat Riante Rive ซึ่งเปนโรงเรียนประจําแหงหน่ึงของโลซาน ประทศสวิตเซอรแลนด ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลที่ 9 ท รงห าย จากอาการป ระช วร แลว ก็ไดทรงหม้ัน หมอมราชวงศส ริ ิกติ ิ์ เปนการภายในเมื่อวนั ที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. 2492 หลังจากทรงหม้ันแลวหมอมราชวงศหญิงสิริกิต์ิยังคงศึกษาตอ กระทั่ง พ.ศ. 2493 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวรัชกาลที่ 9 เสด็จพระนครเพื่อรวมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล พระองคทานโปรดฯ ใหห มอมราชวงศหญงิ สริ กิ ติ ต์ิ ามเสดจ็ พระราชดาํ เนินกลบั ดวย
เมื่อวันที่ ๒8 เมษายน พศ. ๒๔๙๓ พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกับหมอมราชวงศ สิริกิต์ิจึงจัดข้ึน ณ วังสระปทุม โดยมีสมเด็จพระศวีสวรินทิรา บรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจา เสด็จฯ เปนองคประธานในการน้ี ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ จ า อ ยู หั ว ท ร ง ล ง พ ร ะ อ ภิ ไ ธ ย ใ น ท ะ เ บี ย น ส ม ร ส แ ล ะ โปรดใหหมอมราชวงศสิริกิต์ิ กิติยากร พรอมทั้งสักขีพยานลงนาม ในทะเบียนน้ัน หลังจากน้ันสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจาเสด็จออก ในพระราชพิธีถวายน้ําพระพุทธมนตเทพมนตแดสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลที่ 9 และรดน้ําพระพุทธมนตเทพมนตแดหมอมราชวงศสิริกิต์ิ กิติยากร ในการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสตามโบราณราชประเพณี ตอมาสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลท่ี 9 โปรดเกลาฯ ใหอาลักษณอาน ป ร ะ ก า ศ ส ถ า ป น า ห ม อ ม ร า ช ว ง ศ สิ ริ กิ ต์ิ กิ ติ ย า ก ร ขึ้ น เ ป น “สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์” พรอมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณอันมีเกียรติคุณรุงเรืองยิ่ง มหาจกั รีบรมราชวงศในการน้ดี วย ตอมา ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. 24๙3 พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชดําริวาตามโบราณราชประเพณีเมื่อสมเด็จพระมหา กษัตริยาธิราชเจาไดเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกแลว ยอมโปรดใหสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระอัครมเหสีข้ึนเปน สมเดจ็ พระบรมราชินี
ดงั นัน้ พระองคจ ึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหประกาศสถาปนา เฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสิริกิต์ิ ข้ึนเปนสมเด็จพระนางเจา สิริกิติ์พระบรมราชินี หลังจากนั้นท้ังสองพระองคไดเสด็จฯ กลับไปยังสวิตเซอรแลนด เพื่อทรงรักษาพระองคและ ทรงศกึ ษาตอ จนกระทั่งพระองคมีพระประสูติกาลสมเด็จพระเจา ลูกเธอเจาฟาอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณว ดี และเมื่อสมเด็จพระเจาลูกเธอ มีพระชันษาได ๓ เดือน พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหัว รัชกาลท่ี 9 และสมเด็จพระนางเจา สิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง จึงเสด็จ นิวัติประเทศไทย
พระราชโอรส และพ ระราชธิ ด า สมเด็ จพ ระนางเจ าสิ ริ กิ ต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราช ชนนีพันปหลวง ทรงมีพระราชโอรส และพระราชธดิ า ๔ พระองค ดงั นี้ 1. สมเด็จพระเจาลูกเธอเจาฟาหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประสูติ ณ สถานพยาบาลมองซัวซี นครโลซาน ประเทศสวิตเซอรแลนด เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2494 ตอมาได ทรงลาออกจากฐานันดรศักด์ิ (ปจจุบันทรงพระนามวาทูลกระหมอม หญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริโสภาพรรณวดี) ทรงเคยสมรสกับ นายปเตอร เลด เจนเซน ชาวอเมริกันทรงมีพระโอรส 1 พระองค และพระธดิ า 2 พระองค 2. สมเด็จพระเจาลูกยาเธอเจาฟาวชิราลงกรณบรมจักราดิศร สันติวงศ เทเวศร ธํารงสุรบริบาล อภิคุณูประการ มหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรวรางกูร กิติสิริสมบูรณ สวางควัฒนบรมขัตติยะ ราชกุมาร ประสูติ ณ พระท่ีน่ังอัมพรสถาน เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2495 ตอมาทรงไดรับการสถาปนาข้ึนเปนสมเด็จพระบรมโอรสา ธิ ร า ช เ จ า ฟ า ม ห า ว ชิ ร า ล ง ก ร ณ ส ย า ม ม กุ ฎ ร า ช กุ ม า ร เมื่อ พ.ศ. 2515 (ปจจุบันทรงพระนามวาพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกลา เจา อยูหัว)
3. สมเด็จพระเจาลูกเธอ เจาฟา สิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย ประสูติ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน เมื่อวันท่ี 2 เมษายนพ.ศ. 2498 ตอมาทรงไดรับพระราชทานโปรดเกลาฯ ใหเฉลิมพระอิสริยยศ เปนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเจาฟา มหาจักรี สิรินธรรัฐสีมาคุณากรปยชาติ สยามบรมราชกุมารี เมื่อ พ.ศ. 2520 (ปจจุบันทรงพระนามวาสมเด็จพระกนิษฐา ธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร)ี 4. สมเด็จพระเจาลูกเธอเจาฟาจุฬาภรณวลัยลักษณ อัครราช กุมารี (ปจจุบันทรงพระนามวา สมเด็จเจาฟาฯ กรมพระศรี สวางควัฒน วรขัตติยราชนารี) ประสูติ ณ พระท่ีน่ังอัมพรสถาน เมื่อวันท่ี 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 ทรงเคยอภิเษกสมรสกับ เรืออากาศโท (ยศในขณะน้ัน) วีระยุทธ ดิษยะศริน ทรงมีพระราชธิดา 2 พระองค
ผูสําเรจ็ ราชการแทนพระองค ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลท่ี 9 มีพระบรมราช โองการประกาศวาตามราชประเพณี เมื่อสมเด็จพระนางเจา สิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปหลวง ไดทรง ดํารงตาํ แหนงผสู าํ เร็จราชการแทนพระองคเคยมีประกาศใหออก พระนามวา สมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรมราชินี ไดทรง ดาํ รงตาํ แหนง ผูสําเรจ็ ราชการแทนพระองค ระหวางท่ีผนวช และ ไดปฏิบัติพระราชภารกิจแทนพระองคดวยพระปรีชาสามารถ สนองพระราชประสงคเปนที่เรียบรอย จึงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหเฉลิมพระอภิไธยสมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง \"สมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ\" นับวาทรงเปนสมเด็จพระนางเจาฯ พระบรม ราชินีนาถพระองคที่ 2 ในประเทศไทย โดยพระองคแรก คือ สมเด็จพระนางเจาเสาวภาผองศรี พระบรมราชินีนาถ (ภายหลังไดรับ การสถาปนาเปนสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชนิ ีนาถพระบรมราชชนนพี ันปห ลวง
พ ร ะ ร า ช ก ร ณี ย กิ จ ดานการสง เสริมศิลปาชีพ สมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรม ราชชนนีพันปหลวง ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจมากมาย โดยเฉพาะอยางย่ิงภารกิจในการสงเสริม คุณภาพชีวิต อาชีพ และความเปนอยูของบุคคลผูยากไร และ ประชาชนในชนบท หางไ กลไ ด โ ดยเสด็จพระ ราช ดําเนินพ ระบ าทส มเด็ จ พระเจาอยูหวั รัชกาลท่ี 9 ไปท่วั ทุกหนแหงในแผนดนิ ไทยนี้
โครงการที่มีสาขาขยายกวางไปท่ัวประเทศโครงการหน่ึง ก็คือโครงการสงเสริมศิลปาชีพ ซึ่งในภายหลังทรงพระกรุณา โปรดเกลาฯ ใหกอตั้งเปนรูปมูลนิธิ พระราชทานนามวา \"มูลนิธิสงเสริมศิลปาชีพพิเศษ ในพระบรมราชินูปถัมภ\" เมื่อวันท่ี 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 และเมื่อ พ.ศ. 2528 ไดเปลี่ยนชื่อเปน มูลนิธิสงเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจา สิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ อันเปนการสงเสริมอาชีพและ ขณะเดียวกันยังอนุรักษและสงเสริมงานศิลปะพื้นบานที่มี ความงดงามหลายสาขา เชน การปน การทอ การจักสาน เปน ตน
ดานการอนุรักษท รพั ยากรธรรมชาติ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ถวายพระราชสมัญญา \"พระมารดาแหงการคุมครอง ความหลากหลายทางชีวภาพ\" แดพระนามสมเด็จพระนางเจา สิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง เพื่อเปน การแสดงกตเวทิคุณของรัฐบาลและปวงชนชาวไทย ในพระมหา กรุณาธคิ ุณทท่ี รงมตี อการคุมครองความหลากหลายทางชีวภาพ ของประเทศ
ดานสาธารณสขุ โดยไดทรงดํารงตําแหนงสภานายิกาการสภากาชาดไทย และหากเสด็จฯ เยือนตางประเทศ ทรงเสด็จฯ ทอดพระเนตร กิจการกาชาดของประเทศนั้นๆ เพื่อทรงนํามาปรับปรุงกิจการ สภากาชาดไทยอยเู สมอ
ดานการศึกษา ท ร ง เ ป น ผู ว า ง ร า ก ฐ า น ก า ร ศึ ก ษ า ท ร ง ส ง เ ส ริ ม ดานการศึกษา ดวยทรงมีวิสัยทัศนอันกวางไกลมาต้ังแตคร้ัง ทรงพระเยาว มีพระราชดํารัสเกี่ยวกับการศึกษาอยูเนือง ๆ ทรงตระหนักถึงความสําคัญวา ผลของการศึกษาในวันนี้จะเปน ตัวกําหนดอนาคต พระราชทานทุนการศึกษา และสงเสริม การพัฒนาความรูในดานตาง ๆ ทรงมีกระแสพระราชดํารัส ดวยความหวงใยในการเรียนรูประวัติศาสตรไทยของนักเรียน นิสิตนักศึกษา วาการศึกษาประวัติศาสตรของชาติ เด็กไทยควร มีความรู เกี่ยวกับความเปนมาของประเทศชาติ วามีวิวัฒนาการ มาอยา งตอ เนือ่ ง และเปล่ียนแปลงมาสูป จจุบันไดอ ยา งไร
พระราชนิพนธ สมเด็ จพ ระนางเจ าสิ ริ กิ ต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรม ราชชนนี พั นป หลวง ได ทรง พระราชนิพนธบันทึก เรื่อง \"ความ ทรงจําในการตามเสดจ็ ตางประเทศ ทางราชการ\" เมื่อ พ.ศ. 2505 เปนพระราชนิพนธ ที่คนไทยควรจะ ไดอาน และตระหนักถึงพระปรีชาสามารถในดานอักษรของ พระองคทานอีกอยางหนึ่งดวย ดวยความสํานึกในพระมหา กรณุ าธคิ ุณลนเกลา ลน กระหมอมปวงชนชาวไทยทง้ั ภาครฐั บาลและ เอกชนจึงไดรวมกันกําหนดใหวันท่ี 12 สิงหาคม ของทุกป เปนวันแมแหงชาติ ตั้งแตวันท่ี 12 สิงหาคม พ.ศ. 2519 เปนตน มา เพือ่ เปนท่ีราํ ลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระองคทาน และเปน การสํานึกถึงคุณของแมไปพรอมดวย ดวยนับถือกันท่ัวไปวา พระองคเปรียบประดุจแมของปวงชนชาวไทยท้ังปวง เคียงขางพอ ของชาวไทย น่ันคือ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลท่ี 9 เสมอมา
บรรณานุกรม พี่พี AdmissionPremium. (2563). พระราชกรณียกจิ \"ดา นการศกึ ษา\" ใน สมเด็จพระนางเจา สิรกิ ิติ์ พระบรมราชนิ นี าถ. สืบคน 5 กรกฎาคม ๒๕๖๓, จาก https://www.admissionpremium.com/content/2911 สานุกรมเสร.ี (2563). สมเด็จพระนางเจา สิรกิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ พระบรมราชชนนพี นั ปหลวง. สืบคน 5 กรกฎาคม ๒๕๖๓, จาก https://th. wikipedia.org/wiki/สมเดจ็ พระนางเจาสริ กิ ติ _์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ_พระบรมราชชนนีพันปหลวง
Search
Read the Text Version
- 1 - 19
Pages: