Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สื่อ2

สื่อ2

Published by HASURA TATA, 2020-12-28 04:26:49

Description: สื่อ2

Search

Read the Text Version

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ความหมายของศิลปะและองค์ประกอบศิลป์ หลัก ก า รจัดอ งค์ ประ ก อ บศิ ล ป์

สาระสาคญั หลกั การจดั องค์ประกอบศิลป์ หรือการประสาน องค์ประกอบเป็ นกลวธิ ีสาคญั ในการสร้างสรรค์งานทศั นศิลป์ โดยนาส่วนประกอบทางศิลปะ ได้แก่ เส้น สี นา้ หนัก รูปร่าง รูปทรง พืน้ ผวิ ฯลฯ นามาจดั ระเบยี บให้เกดิ การเป็ นอนั หนึ่ง อนั เดยี วกนั และเกดิ จุดเด่นน่าสนใจ

ความหมายของศิลปะ ศิลปะเป็ นกจิ กรรมทเี่ กดิ ขนึ้ มาพร้อมๆ กบั มนุษย์ ซ่ึง สะท้อนให้เห็นถงึ ทศั นคตคิ วามเช่ือ ชีวติ ความเป็ นอยู่ของสังคม มนุษย์นับแต่ดกึ ดาบรรพ์ เม่ือเริ่มมีวฒั นธรรมมาจนถงึ ปัจจุบนั คานิยามจากดั ความหมายของศิลปะได้ปรากฏขนึ้ อย่างมากมาย จากความรู้สึกนึกคดิ ความเข้าใจของผู้เกยี่ วข้อง

ศิลปะ หมายถงึ ผลแห่งความคดิ สร้างสรรค์ของมนุษย์ ทแ่ี สดงออกมาในรูปลกั ษณะต่างๆ ให้ปรากฏซ่ึงสุนทรียภาพ ความประทับใจ หรือความสะเทือนอารมณ์ ตามประสบการณ์ รสนิยม และทกั ษะของบุคคลแต่ละคน นอกจากนีย้ งั มีนักปราชญ์ นักการศึกษา ท่านผู้รู้ได้ให้นิยามความหมายของศิลปะแตกต่าง กนั ออกไป

ศิลปะ คือ การเลยี นแบบธรรมชาติ การแสดงออกของ บุคลกิ ภาพทางอารมณ์ของมนุษย์ การส่ือสารอย่างหนึ่งระหว่าง มนุษย์ การระบายความปรารถนาในใจของศิลปิ นออกมา การ แสดงออกของผลงานด้านต่างๆ ทสี่ ร้างสรรค์

จากความหมายและคานิยามทางศิลปะท่ีได้นามากล่าวอ้างไว้ ข้างต้น จะเห็นได้ว่าผลงานท่เี รียกกนั ว่าเป็ น “ศิลปะ” จะมที ศั นะท่ี แตกต่างกนั ออกไป ยากทจี่ ะหาข้อสรุปทแ่ี น่นอนหรือกาหนดลกั ษณะ ของงานศิลปะได้โดยในแต่ละยคุ สมัยท่านผู้รู้ได้กาหนดความหมาย ของศิลปะไปตามบริบทของตนเอง ซึ่งย่อมจะมีความแตกต่างหรือ เปลยี่ นแปลงไปตามสภาพสังคม สิ่งแวดล้อม และความเจริญก้าวหน้า ของเทคโนโลยอี ย่างไรกต็ าม กเ็ ป็ นทยี่ อมรับกนั ในประการหน่ึงว่า ผลงานที่ถือว่าเป็ นงานศิลปะจะต้องเป็ นงานท่ีมีการสร้างสรรค์ ไม่ใช่ เกดิ ขนึ้ มาเองกล่าวคือ จะต้องมีมนุษย์เป็ นผู้สร้างสรรค์ผลงานน้ันๆ

ประเภทของศิลปะ ประเภทของศิลปะมีการแบ่งประเภททห่ี ลากหลาย สามารถ แบ่งได้เป็ น 2 แนวทางคือ แบ่งตามความมุ่งหมายของศิลปะและแบ่ง ตามลกั ษณะกล่มุ วชิ า โดยรายละเอยี ดเกย่ี วกบั ประเภทของศิลปะแต่ละ แนวทางมดี งั นี้

1 แบ่งตามความมุ่งหมายของศิลปะ 1.1 วจิ ติ รศิลป์ คือ ผลงานศิลปะทเ่ี น้นคุณค่าทางความ งามเป็ นสาคญั ท้งั นีเ้ พื่อตอบสนองทางจิตใจมากกว่าประโยชน์ใช้สอย วจิ ติ รศิลป์ ประกอบด้วย ดุริยางค์ศิลป์ นาฏศิลป์ สถาปัตยกรรม วรรณกรรม ทศั นศิลป์ ได้แก่ จติ รกรรม ประตมิ ากรรม และภาพ พมิ พ์

1.2 ศิลปประยกุ ต์หรือประยุกต์ศิลป์ คือผลงานศิลปะทส่ี ร้างสรรค์ ขนึ้ เพื่อมุ่งเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็ นสาคญั โดยใช้หลกั ทาง สุนทรียศาสตร์ควบคู่ไปด้วย ศิลปะประยุกต์ ประกอบด้วย มณั ฑนศิลป์ อุตสาหกรรมศิลป์ พาณชิ ย์ศิลป์ หัตถศิลป์ และการ ออกแบบต่างๆ เป็ นต้น

ส่ วนประกอบของศิลปะ เป็ นหลกั สาคญั สาหรับผู้สร้างสรรค์ และผู้ศึกษางานศิลปะ เน่ืองจากผลงานศิลปะใด ๆ กต็ าม ล้วนมีคุณค่าอยู่ 2 ประการ คือ คุณค่าทางด้านรูปทรง และ คุณค่าทางด้านเรื่องราวคุณค่าทางด้าน รูปทรง เกดิ จากการนาเอา องค์ประกอบต่าง ๆ ของ ศิลปะ อนั ได้แก่ เส้น สี แสงและเงา รูปร่าง รูปทรง พืน้ ผวิ ฯลฯ มาจดั เข้าด้วยกนั เพื่อให้เกดิ ความงาม

ถ้าองค์ประกอบทจี่ ดั ขนึ้ ไม่สัมพนั ธ์กบั เนื้อหาเรื่องราวที่ นาเสนองานศิลปะน้ันกจ็ ะขาดคุณค่าทางความงามไป ดงั น้ัน การจดั องค์ประกอบศิลป์ จงึ มคี วามสาคญั ในการสร้างสรรค์ งานศิลปะเป็ นอย่างยง่ิ เพราะจะทาให้งานศิลปะทรงคุณค่าทาง ความงามอย่างสมบูรณ์

องค์ประกอบของศิลปะ เป็ นองค์ประกอบทถี่ ูกกาหนดขนึ้ โดยธรรมชาติ เป็ น องค์ประกอบ มูลฐานของความงามในการออกแบบ จาเป็ นต้อง เข้าใจคุณค่าและมูลฐานทสี่ าคญั ของความงาม สามารถนาไปใช้ให้ เกดิ ความกลมกลืน องค์ประกอบของศิลปะประกอบด้วย จุด, เส้น, สี, รูปร่างรูปทรง, ลกั ษณะผวิ , ลวดลายและช่องว่าง

รูปแบบการจดั องค์ประกอบทางศิลปะ เป็ นหลกั ทสี่ าคญั สาหรับผู้สร้างสรรค์ และผู้ศึกษางานศิลปะ เน่ืองจากผลงานศิลปะ ใดๆ กต็ าม ล้วนมีจุดเด่นทเี่ น้นเป็ นหลกั ใหญ่ๆ อยู่ในตวั ดวั ยกนั 2 ประการ คือ ทางด้านรูปทรง เกดิ จากการนาเอา องค์ประกอบต่างๆ ของศิลปะ ได้แก่ เส้น, สี, แสงและเงา รูปร่าง รูปทรง พืน้ ผวิ ฯลฯ มา จดั เข้าด้วยกนั เพ่ือให้เกดิ ความงามทางศิลป์ (Art Composition) และทางด้านเรื่องราว หรือสาระของผลงานทศ่ี ิลปิ นผู้สร้างสรรค์ ต้องการทจ่ี ะแสดงออก

ความสาคญั ขององค์ประกอบศิลป์ องค์ประกอบศิลป์ เป็ นเรื่องทผี่ ู้เรียนศิลปะทุกคนต้องเรียนรู้ เป็ นพืน้ ฐาน เพ่ือทีจ่ ะนาไปใช้ได้ให้เกดิ ประสิทธิภาพในการออกแบบ โครงสร้างหรือรูปร่างของภาพ แล้วนาไปประยุกต์ใช้ในงานออกแบบ ต่างๆ ได้ เช่น การจดั วางส่ิงของเพ่ือตกแต่งบ้าน, การจดั สานักงาน,การ จดั โต๊ะอาหาร, จดั สวน, การออกแบบปกรายงาน, ตัวอกั ษร, และการ จดั บอร์ดกจิ กรรมต่างๆ สามารถนาไปใช้กบั การออกแบบอ่ืนๆ ได้เป็ น อย่างดซี ึ่งเหล่านี้ เราต้องอาศัยหลกั องค์ประกอบศิลป์ ท้งั สิ้น

จุด (point) ถือว่าเป็ น ส่วนประกอบทเี่ ลก็ ทส่ี ุด ทจี่ ะเริ่มต้น ไปสู่ส่วนอ่ืนๆ จงึ เป็ นจุดทม่ี ีมวลและ มปี ริมาตรได้ด้วย จะมขี นาดเลก็ หรือ ใหญ่กไ็ ด้ การใช้จุด กเ็ พื่อบอกถงึ ความต่อเน่ือง เช่ือมโยง การเน้นนา สายตาหรือจะใช้เน้นให้เกดิ ความเด่น ขององค์ประกอบอ่ืนๆ กไ็ ด้

เส้น (line) เส้นในทาง เรขาคณติ หรือในทางการเขยี นแบบ น้ัน หมายถงึ จุดทเี่ รียงต่อๆ กนั ส่วนใหญ่ใช้เคร่ืองมือเขยี นแบบ กาหนดขนาดและทศิ ทางแต่เส้นใน การออกแบบจะมอี สิ ระท้งั ขนาด ทศิ ทางระยะ มีสภาพเป็ นตวั แบ่ง พืน้ ท่ี หรือกาหนดบริเวณว่างและ สร้างรูปทรงขององค์ประกอบต่างๆ

เส้นต้งั ตรง ให้ความรู้สึก ม่นั คง แขง็ แกร่ง แน่นอน ตรง สง่า แสดงถงึ ความสูง เส้นต้งั ท่ี ประกฎในสวน เช่น ต้นไม้ เสา โคมไฟ กาแพง ร้ัว

เส้ นนอนหรื อเส้ นระดบั ให้ความรู้สึกราบเรียบ สงบ พกั ผ่อน เช่น เส้นทข่ี อบฟ้าไกล ตัดกบั ทะเลยามเยน็ ในทางการ จดั สวนเส้นนอนจะสร้างพืน้ ที่ ในทางราบ เช่น สนามหญ้า ผวิ นา้ ทางเดนิ

เส้นโค้ง ให้ความรู้สึก นุ่มนวล อ่อนไหว สบาย และ ความเป็ นอสิ ระ การเคล่ือนท่ี จะ เห็นได้ว่า ในการออกแบบสวน จะใช้เส้นโค้งมาก เช่น เส้นทไ่ี หล คดเคยี้ ว ของสนามหญ้า ทางเดนิ เท้า ถนน สระนา้

เส้นทะแยง เส้นขวาง เส้นซิกแซก เส้นเหล่านีใ้ ห้ ความรู้สึกเคล่ือนไหว รวดเร็ว ตื่นเต้น แขง็ กร้าว อทิ ธิพลของ เส้นลกั ษณะนี้ คือ ความมแี บบ แผน น่าเกรงขาม จงึ เป็ นเส้นท่ี มกั ใช้ ตกแต่งสวนประดษิ ฐ์


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook