Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore นิทานอ่านสบาย ลำดับที่1พระโลสกติสสเถระ

นิทานอ่านสบาย ลำดับที่1พระโลสกติสสเถระ

Description: นิทานอ่านสบาย ลำดับที่1พระโลสกติสสเถระ

Search

Read the Text Version

พระโลสกตสิ สเถระ พระอรหันตผไู มมีบุญในเรอื่ งลาภ บาปกรรมท่ปี ด บังทําลายลาภของผูอื่น จดั ทาํ เมอื่ 22 พฤศจกิ ายน 2555

¾ÃÐâÅÊ¡µÊÔ Êà¶ÃÐ พระโลสกติสสเถระนัน้ แตเ ดิมทา นเปน บุตรในครอบครัว ชาวประมงอาศัยอยูในแควนโกศลซง่ึ อยูรวมกันประมาณหนึง่ พัน ครวั เรือน ในวันทที่ า นถือกาํ เนิดขึ้นมาในครรภของมารดา ชาวประมง ท้ังหมดเทยี่ วหาปลา แตไ มม ใี ครไดปลาเลยสกั ตัวเดียว แมกระท่ังปลา ตัวเล็กๆ นับตัง้ แตวนั นั้นเปนตนมา หมูบา นชาวประมงกเ็ สอ่ื มโทรมลง เปน อยางมาก ขณะทีท่ านอยูในทอ งของมารดา หมูบานชาวประมง ถูกไฟไหมถงึ 7 ครัง้ ถูกพระราชาลงโทษปรบั สินไหมอีก 7 คร้ัง ชาวประมงทง้ั หลายจงึ มีชวี ิตท่ลี าํ บากยากแคน มากขน้ึ เรื่อยๆ บรรดาชาวประมงก็ประชุมกัน ปรึกษากันวา กอ นหนา นี้ พวก เราไมเ คยลําบากเชนนเ้ี ลย เดยี๋ วนี้พวกเรายํ่าแย มเี หตกุ ารณทีไ่ มเคย เกิด เกิดขึ้นอยา งนาพิศวง ในหมูพวกเราตองมตี ัวกาลกิณีเปนแน บรรดาชาวประมงจงึ ทาํ การคน หาตัวกาลกิณี โดยแยกออกเปน 2 กลมุ คือฝา ยละ 500 ครอบครวั เมอ่ื แยกแลวมารดาของทา นอยูใน กลมุ ใด กลุมน้ันกล็ ําบากยากแคน สวนอกี กลุม หนงึ่ ก็เจริญรุงเรอื งดี จากนัน้ กแ็ ยกกลุม ออกไปอีกเร่ือยๆ จนในทส่ี ุดก็เหลือ ครอบครวั ของทานเพียงครอบครัวเดียว คนท้งั หลายจึงรวู าคนใน ครอบครัวน้ีเปนกาลกิณี จงึ ขบั ไล โบยตีใหอ อกไปจากกลุม

มารดาบิดาของทานตองเล้ยี งชพี ดว ยความแรนแคน พอ ทองแกก ็คลอด ณ ท่ีแหงหนึ่ง ดวยเพราะทา นมีอุปนสิ ัยแหงอรหัตผล คอื ผูทจ่ี ะเปน พระอรหันตนนั้ ใครกไ็ มอาจทาํ ลายชีวิตได ดงั นน้ั แม บิดามารดาจะรูวาลกู เปนเหตุใหพวกตนตองลาํ บากเพียงใด แตก ย็ ังสู อตุ สา หเ ล้ียงทา นมาจนถงึ วยั ทีท่ านเทีย่ วว่ิงเลน ไดจ งึ เอากะโลดินเผา1 ใบหน่งึ ใสมือให แลวทําทีบอกวา \"ลกู เอย เจาจงถอื ภาชนะน้ไี ปยังเรอื นหลังน้ันเถิด\" แลว ก็พากันหลบหนไี ป ต้ังแตน นั้ มา ทานก็ตองอยูอยางเดียวดาย เทย่ี วหากินไปตาม ประสาเด็กท่ไี มม คี นเลีย้ ง คํ่าไหนนอนนนั่ ไมไดอ าบนํ้า ไมไดแ ตง ตัว ไมไดเ ปลยี่ นเสือ้ ผา ดเู หมือนปศ าจคลกุ ฝนุ ทา นเลีย้ งชวี ิตมาดวยความ ลําบากจนกระท่ังอายุครบ 7 ขวบ คร้ังนนั้ พระสารีบุตร2 กาํ ลังออกบณิ ฑบาตอยูใ นเมืองสาวัตถี ไดเหน็ เด็กชายกําลังเลือกเก็บเม็ดขาวกนิ ทีละเม็ดเหมือนพวกกาในที่ 1 ภาชนะของโบราณ รปู แปน ปากงมุ หรือโคง เขา อยา งปากตะลุม ใชใสข องมี เครื่องตัดผม เปน ตน ทมี่ า : พจนานกุ รมอิเลก็ ทรอนกิ ส ฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.2542 2 พระอัครสาวกเบอ้ื งขวาขององคส มเด็จพระสัมมาสัมพทุ ธเจา เปนเลศิ ในทาง ปญ ญา

สําหรับเทนํ้าลา งหมอ ใกลก ับประตเู รือนแหง หนึง่ ทานจึงรําพึงวา เด็ก คนนี้นา สงสารนัก เปนเดก็ ทีไ่ หนหนอ คิดดังนี้แลว ก็ย่งิ สงสารมากข้นึ จึง เรียกตัวมาถามวา พอแมอยูไหน อยูบานไหน เม่ือพระสารีบุตรไดทราบวาเด็กชายนัน้ ถูกพอแมท ้งิ ไปจึงถาม วา อยากบวชไหม เด็กชายกต็ อบวา อยากบวช พระสารีบุตรจงึ ไดพา เด็กชายวัย 7 ขวบ ไปยงั เชตวันวิหาร ใหของกิน อาบนํ้าใหเ อง และบวช ใหเปน สามเณรกอน ครัน้ เมื่ออายุครบ 20 ปบ ริบูรณจ ึงใหอุปสมบท พระโลสกตสิ สเถระ แมบวชแลว ก็ยังเปนผมู ีลาภนอย ไมม ีบุญ ในเรื่องลาภ เลา กันวา แมใ นคราวทพ่ี ระเจาปเสนทิโกศลถวายอสทิ สทาน3 อนั เปน ทานใหญยงิ่ ของเมืองสาวัตถี พระโลสกตสิ สะก็ไมไ ดฉ ัน เต็มทอ ง ทานไดอาหารเพียงพอแคสืบตอชีวติ ไปไดเทา นั้น ใครใสบ าตรทา นแมเพยี งขา วตมกระบวยเดียว กป็ รากฏเสมือน มีเต็มเสมอขอบปากบาตร คนอ่นื ๆ เห็นเขา แลวจึงพากันคิดวา บาตร ของภกิ ษรุ ปู น้ีเต็มแลว จึงงดเวน และถวายองคหลังๆ ตอ ไปแทน 3 อทสิ ทาน ทานทยี่ ิ่งใหญ ไมม ีทานใดเสมอเหมือน ทานดงั กลาวนจ้ี ะมขี น้ึ ใน สมยั ของพระพทุ ธเจา แตละพระองค องคล ะครัง้ เทานน้ั ไมม ีใครสามารถจกั ทําไดอ ีก และ ยอมมีสตรเี ปนผูแจงทานนี้เพอื่ พระศาสดาและพระภกิ ษสุ งฆ ในท่นี ีค้ อื พระนางมัลลิกา อัครมเหสีของพระเจาปเสนทโิ กศล ที่มา: เว็บ teenee

ทานทราบเหมอื นกนั วา คงจะเปน วบิ ากกรรมนําใหเ ปนเชน นี้ จงึ ไมประมาท หมนั่ เจริญวิปสสนา จนไดบรรลุอรหตั ผล อันเปนผลชั้น เลศิ แตกย็ ังคงมีลาภนอยไมเ ปลยี่ นแปลง เพราะขาดอาหาร สังขารของทานจงึ รวงโรยทรุดโทรมเร็วกอน เวลาอันควร จนวนั ท่ที านตอ งนิพพาน... พระสารีบุตรกล็ วงรถู ึงเร่ืองการนิพพานน้จี ึงคิดวา วนั น้พี ระโลสกตสิ สเถระจะนิพพาน เราควรใหอาหารแกเธอจน พอ เมื่อทา นคิดอยางน้แี ลว พระสารีบุตรจึงไดพ าพระโลสกติสส เถระไปบณิ ฑบาตในเมอื งสาวตั ถี เพราะเหตุวา พระสารีบตุ รพาพระโล สกตสิ สเถระไปดวย ดังนนั้ แมในเมืองสาวัตถีจะมีผูค นมากมาย แตพ ระ สารีบตุ รกไ็ มไดรบั แมแตก ารยกมอื ไหวจากมหาชน ทา นจงึ พาพระโลสกตสิ สเถระกลบั ไปยงั โรงฉัน บอกใหนง่ั คอย ที่น่ันกอน สวนทานเองจะออกไปใหมอกี ครงั้ คราวนี้ประชาชนชวนกนั ถวายของมากมาย พระสารีบุตรรีบ แบง อาหารท่ไี ดส งกลับไปใหพระโลสกติสสเถระซ่งึ รออยูที่โรงฉัน แต คนทีน่ ําอาหารไป เกดิ ลมื วาใหถ วายแกพ ระชือ่ อะไร จงึ กนิ เสยี เองหมด

เม่ือพระสารบี ุตรกลับมาถงึ วัด พระโลสกติสสเถระก็เขาไป นมสั การทาน พระสารบี ุตรจึงถามวา ไดฉ ันอาหารแลว หรือยัง พระโล- สกตสิ สเถระกต็ อบวา ไมไ ดหรอกครับ พระสารีบุตรถามทราบเรือ่ งก็รูสกึ สลดใจมากวา กาํ ลังแหง กรรมเปนไปไดถ งึ เพียงน้ี เหน็ ยงั พอมีเวลาอยจู งึ ใหพระโลสกตสิ สเถระ น่งั รอในโรงฉนั แลวตวั ของทานก็รบี ไปยงั พระราชวงั ของพระเจา ป เสนทิโกศล พระราชารบั ส่ังใหรับบาตรของพระสารีบตุ ร ทรงพจิ ารณาวา ไมใชเวลาท่จี ะถวายของคาว จงึ รับส่ังใหถ วายของหวาน 4 อยาง คอื เนยใส เนยขน นํ้าผง้ึ และออย จนเต็มบาตร พระสารีบุตรรับบาตรกลบั ไปถึงวหิ าร เรียกพระโลสกตสิ สเถระ มาแลวบอกวา ใหฉ นั ของหวาน 4 อยา งนี้ โดยทานจะถือบาตรยืนอยู แลว ใหพระโลสกติสสเถระนั่งฉัน พระโลสกติสสเถระเกรงวาพระสารี บตุ รจะลําบากในการยืนถือบาตรไวแ ลวใหท า นน่งั ฉัน เพราะฉะนน้ั ทาน ก็จะไมย อมฉนั แตพระสารบี ุตรกลาวกับทา นวา “มาเถดิ โลสกะ มาฉนั เถิด ผมจะยืนถือบาตรให คณุ จงนั่งฉนั ถาผมปลอยมือจากบาตร ในบาตรจะตอ งไมม ีอะไร” ดว ยกาํ ลังฤทธข์ิ องพระเถระ ของหวาน 4 อยางน้นั ไมพ รอ งลง เลย พระโลสกตสิ สเถระฉันตามตองการจนอิ่ม และนพิ พานในวนั นั้น

พระผมู พี ระภาคเจาประทับอยู ณ ท่ีนพิ พานของพระโลสกะ ดวย รบั สงั่ ใหปลงศพของทาน คือ เผาแลวใหเ ก็บอัฐธิ าตุบรรจเุ จดียไว เปน ที่บูชาของมหาชน ในเวลาน้ัน ภกิ ษุทัง้ หลายประชมุ กันในธรรมสภา น่ังสนทนา กันวา ทา นทงั้ หลาย นาอัศจรรยจ ริง พระโลสกติสสเถระเปนผูมีบุญใน ดานลาภนอย อันผูมีบุญนอย มีลาภนอ ย เชนน้ี บรรลุอริยธรรมได อยา งไร บางก็สงสยั วา เพราะเหตใุ ดผทู ่ีจะบรรลุอริยสัจธรรมแลว ยัง จะตอ งเปน ผูม ีลาภนอยถึงเพียงนี้ พระบรมศาสดาเสด็จไปธรรมสภา มีพระดาํ รัสถามวา ภิกษุ ท้งั หลาย เม่ือกี้พวกเธอประชมุ กนั ดว ยเรอ่ื งอะไรเลา เม่ือภกิ ษเุ หลา น้ัน กราบทูลใหท รงทราบแลว พระผูมพี ระภาคเจา จึงตรัสวา ภิกษทุ ัง้ หลาย โลสกติสสะผนู ไี้ ดก ระทาํ กรรมทง้ั ที่สง ผลใหเ ปนผมู ลี าภนอย และเปน ผู ไดอริยธรรม ดวยตนเอง เพราะวา ชาติกอนๆ ทานกระทําอันตรายตอลาภของผูอ่ืน จึง ตองกลายเปนผมู ลี าภนอย แตก็เปนผบู รรลุอรยิ ธรรมไดดว ยผลทเี่ พยี ร บาํ เพ็ญวิปส สนา คอื อนจิ จงั ทกุ ขัง อนัตตา แลวพระผมู ีพระภาคเจากไ็ ดตรสั เลา ถึงอดีตชาตขิ องพระโลสก ตสิ สเถระ...

ขอความบางตอนกลาววาเมอื่ ครัง้ อดีตกาล ในสมยั องค สมเดจ็ พระสมั มาสัมพุทธเจาทรงพระนามวา กสั สปะ มีภิกษรุ ปู หนึ่ง ดาํ รงตําแหนง เจาอาวาสอยูท่ีวัดในหมูบ า นแหง หนึง่ ทา นเปน ผูมีศีล สงบเสงยี่ ม เรียบรอย หม่ันบําเพญ็ เพยี รเจรญิ วปิ ส สนาอยเู สมอ ทา นมีกฎุ มพี4 ผหู น่ึงทําหนาที่อุปฏ ฐาก5 อยูดวย ความเปนสขุ เสมอมา ตอ มา มพี ระอรหนั ตร ูปหนึ่งซึ่งอยใู นปาหิมพานต ไดเ ดนิ ทางผา นมายังหมบู านแถวน้ัน กฎุ ม พีผเู ปน อปุ ฏฐากของเจาอาวาสได เหน็ ทา นแลวก็มีจติ เลื่อมใส จึงรับบาตร นมิ นตใ หน่งั ในเรือน ถวาย อาหารดวยความเคารพ ฟง ธรรมกถา6 เลก็ นอย จากน้ันก็นิมนตไปพกั ยังวดั ใกลบาน พระอรหันตรูปนัน้ ก็ไปยังวัดทก่ี ฎุ ม พเี ปนผูแ นะนํา นมสั การ พระภกิ ษผุ เู ปน เจา อาวาสซึ่งยงั เปน ผูมกี เิ ลสอยูตามกฎของพระวินยั เจา อาวาสนั้นไมทราบเลยวา พระภิกษผุ มู าเยือนน้นั เปน พระอรหนั ต 4 ผูมีทรัพย มีอนั จะกิน เปน ชนชัน้ กลาง เปน คนม่ังค่ัง แตไมถงึ ขั้นเศรษฐี ที่มา : ผูจัดการ Online 5 ผอู ปุ ถมั ภบ ํารงุ พระภิกษุ สามเณร ที่มา : http://th.w3dictionary.org 6 การกลา วธรรม, ถอ ยคําทเ่ี ปน ธรรม ท่มี า : online-english-thai-dictionary.com

ทา นเจา อาวาสก็ไดส นทนาปราศรยั กนั เลก็ นอยพอใหเกิด ความคุน เคย แลวถามวา คุณไดรับภัตตาหารแลวหรือ พระอรหนั ต ทานตอบวา ไดแ ลว ครบั เจาอาวาสกถ็ ามตอ วา คุณไดที่ไหนเลา พระ อรหนั ตทา นก็ตอบวา ไดที่เรือนกุฎม พีใกลๆ วิหารน่แี หละ พระภกิ ษผุ ูมาเยอื นถามถึงเสนาสนะ คือ ท่ีอยขู องทานเพื่อพกั อยูช่วั คราว เมอ่ื ไดร ับอนญุ าตจากเจาอาวาสแลว ทานก็ปดกวาด เสนาสนะใหเ รยี บรอย เก็บบาตร จวี ร วางไวในทที่ ่คี วรวาง จากน้ันกพ็ กั อยดู วยความสขุ ในผลสมาบัติ7 พอถงึ เวลาเยน็ กุฎมพีกใ็ หคนถือพวงดอกไม และน้ํามัน สาํ หรบั เติมประทีปไปท่ีวัด เขาเขา ไปนมสั การพระภิกษุผเู ปนเจา อาวาส กอน แลวก็ถามวา พระคณุ เจา ผเู จรญิ มีพระเถระอาคันตกุ ะมาพักรูป หนึ่ง ใชไหมครบั ทา นก็ตอบวา ใชแ ลว กฎุ ม พีกถ็ ามวา ทานพักอยูท่ี ไหนครับ ทา นเจา อาวาสก็ตอบวา ท่ีเสนาสนะทางดานโนน ดังนั้นกฎุ ม พจี งึ ไดไ ปยังเสนาสนะของพระอรหันตผ ูเปน อาคันตุกะ ฟงธรรมกถาอยูจ นถึงคํา่ จุดประทปี สวางไสว แลว นิมนต พระภิกษุทั้ง 2 รูป ไปยงั เรือนของตนเพื่อรับภัตตาหารในวันรงุ ขนึ้ 7 ผลสมาบตั ิ นน้ั มีแตพระอริยเจา ตั้งแตโ สดาบันเทาน้ันถงึ จะเขาได ปุถชุ นคน ธรรมดาเขา ไมไ ด สมาบัตินเ้ี ขา ออกไดท กุ วันและทุกเวลา ทีม่ า : เว็บพลังจติ

จากนน้ั ก็กลบั ไป ฝายพระภกิ ษเุ จา อาวาสน้ันแมจ ะเปน ผูมศี ีล สงบเสงย่ี ม เรียบรอย หมนั่ บาํ เพญ็ เพยี รเจริญวิปส สนาอยูเสมอ แตก็ยังเปน ปถุ ชุ น ทา นยงั มีกิเลส คือ โลภ และ รษิ ยาอยู เมอ่ื ทานเหน็ กฎุ มพีผูเคยอุปฏฐากตน เอาใจใสเ คารพนบนอบ เล่ือมใสตอพระภกิ ษผุ ูม าเยือนเชน นน้ั ก็คดิ วา กุฎมพีน้ีถูกพระภกิ ษุผู มาเยือน ยใุ หแตกกับเราเสียแลว ถาพระรปู นี้อยูที่นี่นานไป ก็จะทําให กุฎม พไี มเคารพนบั ถือเราอยางเชน เคย คงจะโอนความเคารพนบั ถือไป ใหพระผูมาเยือนเสียหมดแน ดังน้นั เราควรแสดงอาการไมพอใจให เห็นชัดๆ เพือ่ ไมใ หพระภกิ ษุรูปน้นั พกั อยทู น่ี ี่นาน ไมม เี หตอุ ะไรท่คี วรจะคิดอยางนีเ้ ลย แตคนที่จะคิด ก็คิดได เมอื่ คิดแลว ก็ลงมอื ทาํ เมื่อพระอรหันตผ ูเปน อาคันตุกะเขามาปรนนิบตั ิ หรอื สนทนา ทา นเจา อาวาสกไ็ มยอมพดู ดวย เหน็ อาการเชนนน้ั พระภิกษุผูมาเยอื นซึ่งเปนพระอรหนั ตก็รู และเขาใจในความคิดของพระภิกษุผเู ปน เจา อาวาสในทนั ที ทานก็คิดวา พระรปู น้ีไมรหู รอกวา เราไมติดไมห วงใยในลาภ ในตระกลู หรอื ความเปน ใหญในหมูคณะ แลว ทานกลับไปทอี่ ยูข อง ทาน พักอยูดวยความสุขในผลสมาบัติ

เมือ่ ถงึ วันรงุ ข้ึน ท่กี ฎุ มพนี มิ นต ท้ังพระอรหนั ตแ ละพระภกิ ษุ เจา อาวาสใหไ ปรับบาตร พระภกิ ษเุ จาอาวาสก็ตีระฆงั แตถ าตีตามปกติ ก็เกรงพระภิกษุ ผมู าเยือนจะตน่ื และตามไปดวย จงึ ใชหลงั เล็บเคาะระฆังแทน ตอนไป เคาะเรียกท่ปี ระตกู เ็ หมอื นกัน ทา นก็ใชห ลังเล็บเคาะเบาๆ เปน ทาํ นอง วาทานไดทาํ แลว จากน้ันก็ไปยงั เรอื นของกุฎม พีแตเ พียงผูเดยี ว เม่ือพระภิกษุเจาอาวาสไปถึงเรือน กุฎมพีกม็ ารับบาตร นิมนต ใหน ั่ง พลางถามทานวา ทานภกิ ษผุ มู าเยอื นไปไหนเสยี เลา ทาํ ไมจึงไม มาดวย เจาอาวาสจึงตอบอยา งประชดประชนั วา อาตมาไมท ราบ ความประพฤติของพระผใู กลชิดสนิทสนมของคุณ อาตมาตีระฆงั ก็แลว เคาะประตกู ็แลว ก็ยงั เงยี บอยู ไมอ าจปลุกใหตน่ื ได เมือ่ วานคงฉัน อาหารอันประณตี ในเรือนของคณุ จนอ่มิ หมีพีมนั เลยหลบั เพลนิ ไป กระมงั ภิกษุอยา งนี้ ทานยังเล่ือมใสไดลงอีกหรอื สวนทางฝา ยพระอรหนั ตนั้นไดออกจากผลสมาบตั ิ กาํ หนดเวลาบิณฑบาตของตนแลว ก็ชําระสรีระ ทรงบาตรจีวร แลว ก็ เหาะไปในอากาศ แตทา นกลับไปทอ่ี ื่นแทน คือไมอ ยูท่ีนั่นอีกตอ ไป เพราะรูวา ทานเจาอาวาสเปนผตู ระหน่ี หวงแหน

กุฎมพนี นั้ ไดน ิมนตพระภกิ ษเุ จาอาวาส ฉันขาวปายาสซงึ่ ปรุง ดวยเนยใส นํ้าผ้งึ และน้ําตาลกรวด จากนน้ั ก็รมบาตรดวยของหอม ใสขาวปายาสจนเตม็ แลวกลา ววา ขา แตทานผเู จรญิ พระภิกษุผูมา เยือนน้นั คงจะเหน็ดเหน่อื ยเม่อื ยลามาไมได ขอพระคุณเจาโปรดนาํ ขาว ปายาสนีไ้ ปใหท านดวยเถิด พระภิกษผุ ูเปน เจา อาวาสรับบาตรมาแลวก็เดินทางกลับวัด เดินไปก็คิดไปวา หากพระรูปนน้ั ไดฉ ันขาวปายาสน้ี ถงึ เราจะจบั คอฉดุ ใหไปจากวัดก็คงจะไมไ ปเปนแน แตถาเราจะใหข า วปายาสนีก้ บั ใคร ก็ คงจะมีคนรูวา เราไมไดเอาขาวนไี้ ปใหแกพ ระภกิ ษผุ มู าเยือน หากจะทิ้งลงนํ้า เนยใสจะลอยเปน แผน อยเู หนือน้ํา ถาทิ้งไวบน แผนดิน พวกนก กา กจ็ ะพากันมาลอมกิน สง่ิ ท่ีเราทําก็ไมเ ปนความลับ เราควรท้งิ ขาวปายาสนี้ที่ใดดีหนอ... ขณะน้ันทานเห็นไฟกําลงั ไหมซงั ขาวอยูในนาแหง หนึ่ง ก็เลยคยุ ถา นขนึ้ มา เทขา วปายาสลงไป กลบดว ยกอนถาน แลวจึงกลับไปยังวัด คร้ันไมเห็นภิกษรุ ปู น้นั จึงฉุกคดิ ขึ้นมาไดว า ชะรอย ภกิ ษุรูปนั้น จกั เปนพระอรหันต ทานรูความความคดิ ของเราแลวจึงไปเสยี ทอี่ ่ืนเปน แน โอ เพราะปากทองเปน เหตุ เราทํากรรมอันหนกั ไมสมควรเสียแลว

ทันใดนน้ั ความเสียใจอยา งใหญหลวงไดบ ังเกิดขนึ้ กับทาน ต้ังแตวันนน้ั เปนตน มา รา งกายของทานก็ซูบซีดผายผอม ไมสามารถจะ กินอยู ไมส ามารถทีจ่ ะรกั ษาสขุ ภาพรางกายไวได ก็กลายเปนผทู ผี่ อม จนกลายเปนมนษุ ยเ ปรต มีชวี ิตอยูตอมาอีกไมนานก็มรณภาพ ไปหมกไหมอ ยูในนรกหลายแสนป และดว ยเศษแหงผลกรรม ทําใหตองไปเกิดเปน ยักษอกี 500 ชาติ ซึ่งกไ็ มเ คยไดกินอาหารเต็มทอ งเลยสักวันเดียว ไดก ินรกคนเตม็ ทองอยูม้ือหน่ึง แลวก็ตายไปในวนั น้นั จากนัน้ กไ็ ปเกดิ เปนสนุ ัขอีก 500 ชาติ ไมเ คยกินไดอาหารเต็ม ทอ งเชน เดยี วกนั มาไดเ ตม็ ทองเอาวนั สุดทาย คอื วันตาย ไดกิน อาเจียนของคนๆ หนึง่ แลวก็ตาย ภายหลังตอมากไ็ ดเกิดในภพสุดทา ย เปนทานพระโลสกติสส เถระ…. เมือ่ องคสมเด็จพระสมั มาสัมพุทธเจาตรัสเลาเร่อื งนีจ้ บ ก็ กลา ววา ดูเถิด ดูอานภุ าพของผลบญุ และผลบาป ซงึ่ ทานเรียกวา กศุ ลวิบากและอกุศลวบิ าก ซง่ึ ตอสกู ันอยูในชีวติ ของสัตวโลกทง้ั หลาย ผทู อ งเท่ยี วอยูในสงั สารวัฏ

ผลบญุ ชว ยปกปองผองภยั สงเสรมิ ใหเจรญิ กา วหนามชี วี ิต ผาสุก ผลบาปกระหน่าํ ซ้ําเติมใหทุกขย ากลําเค็ญ ดตู วั อยางชวี ิตของพระโลสกะ ทา นตอ งเสวยผลแหงบาปที่ทําตอ พระอรหันตอยางสาหสั แตความดที ่ที าํ ไวก็ไมไ ดสูญหาย ไดเ คยรกั ษา ศีล เจริญภาวนามาก็เปนปจ จัยใหไ ดอุปนสิ ยั แหง อรหัตผล ซ่งึ ในภพสุดทายทีจ่ ะไดเ ปนพระอรหนั ตน้ัน แมจะประสบภยั พิบตั อิ ยา งไรกไ็ มอาจทําใหทานเสียชวี ิตได กรรมช่วั นา กลัว และกรรมดี ก็มผี ลนาชื่นใจจรงิ ๆ ..... พระโลสกตสิ สเถระ ขอ ความในอรรถกถาชาดก เอกนิบาต อรรถกถาอัตถกามวรรคท่ี 5 อรรถกถา โลสกชาดกที่ 1

คาํ ชแี้ จงจากผูจดั ทํา เรอ่ื งพระโลสกตสิ สเถระ พระอรหนั ตผไู มมบี ุญในเร่ืองลาภน้ี เปนเรื่องในชุดลําดบั ที่ 1 ใน ชดุ นทิ านอา นสบาย หนงั สือธรรมะแจกฟรี ในรปู แบบ E-book คะ ขา พเจาไดน ําบทความหลกั มาจากเว็บตา งๆ ดงั นี้คะ • http://www.dhammahome.com • ผูจดั การออนไลน • board.palungjit.com และไดน าํ มาเรียบเรยี งใหมบ างสวนเพ่ือใหงายตอการอานตาม ความคิดของขาพเจา ถามีสวนไหนบกพรองหรือเปน การไมส มควร ขาพเจาขอนอมรบั ความผิดน้นั ดวยตนเองแตเ พียงผเู ดียวคะ ขา พเจาเลอื กเรื่องน้ีมาจดั ทําใหทุกคนไดอานกนั เพราะตัว ขา พเจานั้นแมจ ะพยายามรักษาสติ อารมณ และความประพฤตขิ อง ตวั เองแลว แตก็ยังมกี ารขาดสติ กระทําส่งิ ที่มาคดิ ทีหลังไดวา ไมน า ทํา เลยจรงิ ๆ อยูเยอะมากตามประสาปุถุชน ซง่ึ ก็ไมมคี ุณวิเศษจะสามารถรู ไดว าผทู ีเ่ รากระทาํ สง่ิ ไมสมควรนั้นเปนใคร (ถึงยังไง ไมวา ผูคนเหลา น้ัน จะเปน ใคร กไ็ มส มควรทําอยูแลว ละ คะ )

เรื่องพระโลสกติสสเถระน้ีถือเปนเร่ืองเตือนใจใหขาพเจา สํารวมระวังในตัวเองมากขึ้น และกห็ วังวา ทานทีไ่ ดอานจะไดร ับทง้ั ความเพลดิ เพลนิ และประโยชนอ นั มากมายในนิทานเรื่องนดี้ ว ยนะคะ สว นบางทา นที่อาจจะจําไดวา ชดุ นทิ านอานสนกุ น้ีมมี ากอน แลว 2 เร่อื งมิใชหรือ เร่ืองน้ีนาจะเปนลําดับที่ 3 สิ เรอื่ งน้นั ก็เปน เพราะวา 2 เรือ่ งแรกนัน้ เปนของทา นจิตโตคะ ซ่ึง ณ ตอนนี้ขา พเจากย็ ัง ไมไดค ํายนื ยนั ทชี่ ดั เจนวา ทานอนญุ าตใหนาํ เรื่องที่ทา นเลาไวใหญ าติ โยมท้ังหลายฟง กันน้นั นาํ มาเผยแพรในลักษณะเปน ลายลักษณอ ักษร หรอื ไม เพราะขาพเจา ก็นาํ ขอความ และนิทานของทานมาจากเว็บ อ่ืนๆ ท่ีนํามาลงกนั อยา งแพรหลาย แตเ มอื่ ไมแนใจวาทานอนญุ าตหรือไม เพราะเคยมีคนบอกวา ทา นใหฟ ง เปนเสียงที่อดั จากเทป เปนคําพูดของทานจริงๆ เทา นั้น เพราะเกรงวาจะมคี นนําไปถอดเทปแลว แก หรือ เปล่ียนแปลง เพม่ิ เตมิ ทาํ ใหม ีความหมายผิดพลาดไปจากสงิ่ ทท่ี านพูด ดงั นั้นกเ็ ลยขอลบท้ัง 2 เร่อื งออกไปเพอ่ื ความเหมาะสมคะ 22 พฤศจกิ ายน 2555 วิสาขปนุ มวี ัน ชินปญ จญาณรักษ [email protected]