Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พลวงพรหม 65

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พลวงพรหม 65

Published by KroorachaneChanel, 2023-05-12 15:52:33

Description: หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พลวงพรหม 65

Search

Read the Text Version

ษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖๕ สาระการเรียนรู้ ชน้ั / หนว่ ยการจัดประสบการณ์ อนุบาลปีที่ 2 อนุบาลปที ่ี 3 รเรียนรู้ ประสบการณ์สำคญั อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี -การสังเกตโดย -การสงั เกตลกั ษณะ -ขนาด รูปรา่ ง -ขนาด รปู รา่ ง ใชป้ ระสาทสมั ผัส ส่วนประกอบ การ รูปทรง -ปรมิ าตร รปู ทรง -ปรมิ าตร เปล่ียนแปลง และ นำ้ หนัก -สนุกกับ นำ้ หนัก -สนกุ กบั ความสัมพนั ธ์ของสิ่ง ตัวเลข ตวั เลข ต่างๆ โดยใชป้ ระสาท -แรงและพลังงาน -แรงและพลงั งาน สมั ผสั อย่างเหมาะสม -เสียงรอบตวั -ดิน -เสียงรอบตวั - - การสังเกตสง่ิ ต่างๆ หนิ ทราย -ฝน ดิน หิน ทราย - และสถานทจ่ี าก ฝน มมุ มองที่ต่างกัน -แรงและพลังงาน - -การบอกและแสดง เสยี งรอบตัว -แรงและพลงั งาน ตำแหน่ง ทศิ ทาง และ ฤดูฝน ฤดรู อ้ น ฤดู -เสยี งรอบตวั ระยะทางของส่งิ ต่างๆ หนาว ฤดฝู น ฤดูร้อน ดว้ ยการกระทำ -ฤดูหนาว ฤดหู นาว ภาพวาด ภาพถ่าย -ฤดูรอ้ น -ฤดูหนาว และรปู ภาพ -ฤดรู อ้ น -การเลน่ กับสอื่ ตา่ งๆ -พร้อมแล้ว หนา้ ๖๕

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษ ตามหลักสตู รปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ตัวบ่งช้ี สภาพทพี่ งึ ประสงค์ สาระท่คี วร อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี ระดบั ปฐมวยั

ษฎร์) พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ สาระการเรยี นรู้ ช้นั / หน่วยการจดั ประสบการณ์ รเรียนรู้ ประสบการณ์สำคัญ อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนบุ าลปที ี่ 2 อนบุ าลปที ี่ 3 ท่ีเปน็ ทรงกลม ทรง สำหรับหอ้ งเรยี น ใหม่ สเ่ี หลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก ทรง กรวย -การทำซ้ำ การต่อเติม และการสรา้ งแบบรปู -การนบั และแสดง จำนวนของส่งิ ตา่ งๆ ในชวี ติ ประจำวัน -การใช้ภาษาทาง คณติ ศาสตร์กบั เหตุการณ์ใน ชวี ติ ประจำวัน - การรวมและการ แยกส่งิ ต่างๆ -การบอกและแสดง อันดับท่ีของส่งิ ตา่ งๆ -การชงั่ ตวง วดั สงิ่ ตา่ งๆ โดยใช้เครอ่ื งมือ หนา้ ๖๖

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษ ตามหลกั สูตรปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ ตัวบง่ ชี้ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ สาระทีค่ วร อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี ๑๐.๑.๒ จับคู่ ๑๐.๑.๒ จบั คู่ -การจับคู่และ - และเปรียบเทยี บ และเปรยี บเทียบ เปรยี บเทยี บ เ ความแตกต่าง ความแตกต่าง หรอื ความเหมือน หรอื ความเหมือน ของสง่ิ ต่างๆโดย ของสิง่ ต่างๆโดย ใช้ลกั ษณะท่ี ใชล้ ักษณะท่ี สงั เกตพบเพยี ง สงั เกตพบสอง ลกั ษณะเดยี ว ลักษณะขึ้นไป ๑๐.๑.๓ จำแนก ๑๐.๑.๓ จำแนก -การจำแนกและ - และจัดกลมุ่ สงิ่ และจดั กลุม่ ส่ิง จดั กลุม่ จ ต่างๆโดยใชอ้ ย่าง ตา่ งๆ โดยใช้ นอ้ ยหนึง่ ลักษณะ ตั้งแตส่ อง เป็นเกณฑ์ ลกั ษณะข้นึ ไป เปน็ เกณฑ์ ระดบั ปฐมวยั

ษฎร์) พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ สาระการเรียนรู้ ชนั้ / หนว่ ยการจัดประสบการณ์ รเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคญั อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนบุ าลปีที่ 2 อนุบาลปที ี่ 3 และหน่วยทไี่ ม่ใช่ หนว่ ยมาตรฐาน -การจบั คแู่ ละ -การจบั คู่ การ -ขนาด รูปร่าง -ขนาด รปู ร่าง เปรยี บเทยี บ เปรยี บเทียบ และการ รปู ทรง -ปริมาตร รปู ทรง -ปรมิ าตร เรียงลำดับสิง่ ตา่ งๆ นำ้ หนัก -สนกุ กับ น้ำหนกั -สนุกกับ ตามลักษณะ ความ ตวั เลข ตวั เลข ยาว/ความสูง น้ำหนัก -แรงและพลงั งาน -แรงและพลังงาน ปรมิ าตร -เสยี งรอบตวั -ดนิ -เสยี งรอบตวั - -การเปรียบเทียบและ หิน ทราย -ฝน ดนิ หิน ทราย - เรียงลำดบั จำนวนของ ฝน สิ่งตา่ งๆ -การจำแนกและ - การคดั แยก การจดั -ขนาด รปู ร่าง -ขนาด รปู ร่าง จัดกล่มุ กลมุ่ และการจำแนก รูปทรง -ปริมาตร รูปทรง -ปรมิ าตร สงิ่ ต่างๆ ตามลกั ษณะ น้ำหนกั -สนกุ กับ นำ้ หนัก -สนุกกับ และรปู รา่ ง รปู ทรง ตวั เลข ตวั เลข - การตอ่ ของชน้ิ เล็ก -แรงและพลังงาน -แรงและพลังงาน เตมิ ในชนิ้ ใหญ่ให้ -เสียงรอบตัว -ดนิ -เสยี งรอบตวั - สมบูรณ์ และการแยก หนิ ทราย -ฝน ดนิ หนิ ทราย - หนา้ ๖๗

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษ ตามหลกั สตู รปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ตวั บ่งช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ สาระทีค่ วร อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี ๑๐.๑.๔ ๑๐.๑.๔ -การเรียงลำดับ - ส เรียงลำดบั สง่ิ ของ เรยี งลำดบั ส่งิ ของ สิง่ ของหรือ เ หรือเหตกุ ารณ์ หรอื เหตกุ ารณ์ เหตกุ ารณ์ อย่างน้อย ๔ อย่างน้อย ๕ ลำดับ ลำดบั ๑๐.๒ มี ๑๐.๒.๑ ระบุ ๑๐.๒.๑ อธบิ าย -การเชือ่ มโยง - ความสามารถใน สาเหตุหรือผลท่ี เชือ่ มโยงสาเหตุ ความรู้และ ค การคิดเชงิ เกดิ ข้ึนใน และผลทเ่ี กิดขน้ึ ทักษะตา่ งๆใช้ใน ท เหตผุ ล เหตุการณ์หรือ ในเหตกุ ารณ์หรือ ชีวติ ประจำวนั ช การกระทำเมื่อมี การกระทำดว้ ย ผู้ช้ีแนะ ตนเอง -การคาดคะเน - ๑๐.๒.๒ คาดเดา ๑๐.๒.๒ หรอื คาดคะเนส่งิ คาดคะเนสง่ิ ที่ ท่ีอาจจะเกิดขนึ้ อาจจะเกิดขึ้น หรอื มสี ว่ นร่วมใน และมีสว่ นร่วมใน ระดับปฐมวยั

ษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖๕ สาระการเรยี นรู้ ชั้น/ หน่วยการจัดประสบการณ์ รเรียนรู้ ประสบการณส์ ำคญั อนุบาลปีท่ี 2 อนบุ าลปที ่ี 3 ฝน อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี ช้นิ สว่ น -การเรียงลำดับ - การบอกและ -แรงและพลงั งาน -แรงและพลงั งาน ส่งิ ของหรือ เรียงลำดบั กิจกรรม เหตกุ ารณ์ หรอื เหตกุ ารณต์ าม -เสียงรอบตวั -ดิน -เสยี งรอบตัว - ช่วงเวลา -การเชอ่ื มโยง หนิ ทราย -ฝน ดนิ หนิ ทราย - ความร้แู ละ -การอธบิ ายเชื่อมโยง ทักษะต่างๆใช้ใน สาเหตแุ ละผลที่ ฝน ชวี ิตประจำวัน เกดิ ขึ้นในเหตุการณ์ หรือการกระทำ -แรงและพลงั งาน - เสียงรอบตัว -แรงและพลงั งาน -เสียงรอบตัว -แรงและพลงั งาน -แรงและพลังงาน -เสียงรอบตวั -ดนิ -เสยี งรอบตัว - หิน ทราย -ฝน ดิน หิน ทราย - -โควดิ 2019 ฝน -โควิด2019 -การคาดคะเน -การคาดเดาหรือการ -แรงและพลงั งาน -แรงและพลังงาน คาดคะเนสง่ิ ที่อาจจะ -เสียงรอบตวั -ดิน -เสียงรอบตัว - เกิดขนึ้ อยา่ งมเี หตุผล หิน ทราย -ฝน ดนิ หิน ทราย - -การมสี ่วนรว่ มในการ -โควดิ 2019 ฝน หนา้ ๖๘

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษ ตามหลกั สูตรปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ตวั บง่ ชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ สาระทค่ี วร อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี การลงความเหน็ การลงความเห็น จากข้อมูล จากข้อมลู อย่างมี เหตุผล ๑๐.๓ มี ๑๐.๓.๑ ๑๐.๓.๑ -การตดั สินใจ - ความสามารถใน ตดั สินใจในเรื่อง การคิดแกป้ ญั หา ง่ายๆและเริ่ม ตัดสินใจในเรื่อง - และตดั สินใจ เรียนรูผ้ ลท่ี ส เกิดขึ้น ง่ายๆและยอมรับ แ แ ๑๐.๓.๒ ระบุ ผลทีเ่ กดิ ขึ้น ปัญหา และ แกป้ ญั หาโดย ๑๐.๓.๒ ระบุ -การระบปุ ญั หา ลองผดิ ลองถูก ปญั หาสร้าง สร้างทางเลือก ทางเลอื กและ และเลือกวธิ ี เลอื กวิธี แกป้ ญั หา แกป้ ญั หา ระดบั ปฐมวยั

ษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖๕ สาระการเรียนรู้ ชนั้ / หนว่ ยการจดั ประสบการณ์ รเรยี นรู้ ประสบการณ์สำคัญ อนุบาลปที ี่ 2 อนบุ าลปีท่ี 3 -โควดิ 2019 อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี ลงความเหน็ จาก ขอ้ มลู อยา่ งมีเหตผุ ล -การตดั สนิ ใจ -การตดั สินใจและมี -แรงและพลังงาน -แรงและพลังงาน ส่วนรว่ มใน -เสยี งรอบตัว -ดิน -เสียงรอบตัว -การระบปุ ัญหา กระบวนการแกป้ ญั หา หิน ทราย -ฝน -ดิน หนิ ทราย สรา้ งทางเลอื ก -โควิด2019 -ฝน และเลือกวธิ ี - การมีส่วนรว่ มในการ -โควดิ 2019 แกป้ ญั หา เลือกวธิ กี ารแกป้ ัญหา -แรงและพลังงาน - การมสี ว่ นรว่ มในการ -เสยี งรอบตวั -ดิน -แรงและพลังงาน แก้ปญั หาความขดั แย้ง หิน ทราย -ฝน -เสยี งรอบตวั - -การตดั สนิ ใจและมี ดนิ หนิ ทราย - ส่วนรว่ มใน ฝน กระบวนการแกป้ ัญหา หนา้ ๖๙

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษ ตามหลักสตู รปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ตัวบง่ ชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ สาระทีค่ วร อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี มาตรฐานที่ ๑๑ มจี ินตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์ ๑๑.๑ ทำงาน ๑๑.๑.๑ สร้าง ๑๑.๑.๑ สรา้ ง -การทำงาน - ศ ศิลปะตาม ผลงานศิลปะเพื่อ ผลงานศิลปะเพ่ือ ศลิ ปะ จนิ ตนาการและ ส่ือสารความคิด สือ่ สารความคิด ความคิด ความรู้สึกของ ความรู้สึกของ สรา้ งสรรค์ ตนเองโดยมีการ ตนเองโดยมีการ ดัดแปลงและ ดดั แปลงและ แปลกใหม่จาก แปลกใหมจ่ าก เดิมหรอื มี เดิมและมี รายละเอียด รายละเอียด เพ่ิมขนึ้ เพ่มิ ขน้ึ ระดับปฐมวยั

ษฎร์) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ สาระการเรยี นรู้ ช้นั / หนว่ ยการจดั ประสบการณ์ อนุบาลปที ี่ 2 อนุบาลปีท่ี 3 รเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคัญ อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี -การทำงาน -การทำกจิ กรรมศิลปะ -การปฏบิ ตั ิ -การปฏบิ ตั ิ ศลิ ปะ ตา่ งๆ กจิ กรรมศลิ ปะ กจิ กรรมศลิ ปะ -การสร้างสรรคส์ งิ่ สร้างสรรค์ สรา้ งสรรค์ สวยงาม -การรบั ร้แู ละแสดง ความคดิ ความรูส้ ึก ผ่านสื่อ วัสดุ ของเลน่ และชิน้ งาน -การแสดงความคิด สรา้ งสรรค์ผ่านศลิ ปะ -การสรา้ งสรรค์ ช้ินงานโดยใช้รูปรา่ ง รูปทรงจากวัสดุท่ี หลากหลาย หนา้ ๗๐

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษ ตามหลักสตู รปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ตัวบ่งชี้ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สาระที่ควร ๑๑.๒ แสดง อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี ทา่ ทาง/ เคลื่อนไหวตาม ๑๑.๒.๑ ๑๑.๒.๑ -การแสดง - จินตนาการอยา่ ง เคล่ือนไหว เคลอ่ื นไหว สร้างสรรค์ ทา่ ทางเพ่อื ทา่ ทางเพ่ือ ทา่ ทางตาม ท สื่อสารความคดิ สือ่ สารความคดิ ความร้สู ึกของ ความรสู้ กึ ของ จินตนาการและ จ ตนเอง อย่าง ตนเอง อย่าง หลากหลายหรอื หลากหลายและ ความคิด ค แปลกใหม่ แปลกใหม่ สรา้ งสรรค์ ส ระดับปฐมวยั

ษฎร์) พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ สาระการเรยี นรู้ ชั้น/ หน่วยการจัดประสบการณ์ รเรยี นรู้ ประสบการณ์สำคัญ อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนบุ าลปที ่ี 2 อนบุ าลปีที่ 3 -การแสดง -การฟังเพลง การร้อง -การปฏิบัติ -การปฏบิ ตั ิ ทา่ ทางตาม เพลง และการแสดง กิจกรรมเคลื่อนไหว กจิ กรรม จนิ ตนาการและ ปฏกิ ริ ิยาโต้ตอบ และจงั หวะ เคลอ่ื นไหวและ ความคดิ เสยี งดนตรี จงั หวะ สร้างสรรค์ -การเลน่ เครื่องดนตรี ประกอบจังหวะ -การเคลื่อนไหวตาม เสียงเพลง/ดนตรี -การแสดงความคิด สรา้ งสรรคผ์ า่ นภาษา ทา่ ทาง การ เคล่อื นไหว และศลิ ปะ หนา้ ๗๑

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษ ตามหลักสูตรปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ตวั บ่งช้ี สภาพที่พงึ ประสงค์ สาระที่ควร อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี มาตรฐานท่ี ๑๒ มเี จตคติทด่ี ีตอ่ การเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหา ๑๒.๑ มเี จตคตทิ ่ี ๑๒.๑.๑ สนใจ ๑๒.๑.2 สนใจ -การซกั ถาม - ดีต่อการเรยี นรู้ ซกั ถามเกยี่ วกบั หยิบหนังสือมา เกี่ยวกบั แ สญั ลักษณห์ รือ อ่านและเขยี นส่อื สัญลักษณต์ า่ งๆ บ ตัวหนังสอื ทพี่ บ ความคดิ ดว้ ย ว เห็น ตนเองเปน็ ห ประจำอย่าง ต่อเนอ่ื ง ๑๒.๑.๒ ๑๒.๑.๒ -การ - กระตือรอื รน้ ใน กระตือรอื ร้นใน กระตือรือร้นใน ก การเข้าร่วม การร่วมกิจกรรม การร่วมกิจกรรม ก กิจกรรม ตั้งแต่ตน้ จนจบ ก ก ต ระดับปฐมวยั

ษฎร์) พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ สาระการเรยี นรู้ ชน้ั / หนว่ ยการจดั ประสบการณ์ รเรียนรู้ ประสบการณส์ ำคญั อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนบุ าลปีท่ี 2 อนุบาลปที ่ี 3 าความรไู้ ดเ้ หมาะสมกับวัย -การรักการอา่ น - การอ่านหนงั สือภาพ -ทกุ หนว่ ยการ -ทุกหน่วยการ และสามารถ นทิ านหลากหลาย เรยี นรู้ เรียนรู้ บนั ทึกข้อมลู ด้วย ประเภท/รปู แบบ วิธกี าร - การอ่านอย่างอิสระ หลากหลาย ตามลำพงั การอ่าน ร่วมกนั การอา่ นโดยมี ผู้ชแี้ นะ -การ - การร่วมสนทนาและ -ทกุ หน่วยการ -ทกุ หน่วยการ กระตือรือรน้ ใน แลกเปลีย่ นความ เรียนรู้ เรยี นรู้ การรู้ คิดเหน็ กระตือรือร้นใน การร่วมกจิ กรรม ตง้ั แต่ต้นจนจบ หนา้ ๗๒

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษ ตามหลักสูตรปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ตวั บ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ สาระทค่ี วร อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี ๑๒.๒ มี ๑๒.๒.๑ คน้ หา ๑๒.๒.๑ ค้นหา -การหาคำตอบ - จากแหล่งเรยี นรู้ จ ความสามารถใน คำตอบของข้อ คำตอบของข้อ ใกล้ตวั ท การแสวงหา สงสัยตา่ งๆ ตาม สงสยั ต่างๆ โดย - แ ความรู้ วธิ ีการของตนเอง ใช้วธิ ีการที่ หลากหลายด้วย ตนเอง ๑๒.๒.๒ ใช้ ๑๒.๒.๒ ใช้ - การใชป้ ระโยค - คำถามวา่ ค ประโยคคำถาม ประโยคคำถาม “เมอ่ื ไร” “ อย่างไร” ในการ อ ว่า “ทีไ่ หน” วา่ “เมอื่ ไร” ค้นหาคำตอบ ค เกี่ยวกับเรือ่ งที่ เ “ทำไม” ในการ อยา่ งไร” ในการ สนใจ ส ก ค้นหาคำตอบ คน้ หาคำตอบ ห ว ห ระดบั ปฐมวยั

ษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖๕ สาระการเรยี นรู้ ชนั้ / หนว่ ยการจดั ประสบการณ์ รเรียนรู้ ประสบการณ์สำคญั อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนุบาลปีท่ี 2 อนุบาลปีท่ี 3 -การหาคำตอบ - การสำรวจสิ่งตา่ งๆ -ทุกหนว่ ยการ -ทกุ หน่วยการ เรียนรู้ เรียนรู้ จากแหล่งเรยี นรู้ และแหลง่ เรยี นรู้ ท่หี ลากหลาย รอบตวั -การเลอื กและใช้ แหล่งเรียนรู้ - การใช้ประโยค -การตง้ั คำถามในเร่ือง คำถามวา่ ทีส่ นใจ “เมอื่ ไร” - การสบื เสาะหา อย่างไร” ในการ ความร้เู พ่ือคน้ หา คน้ หาคำตอบ คำตอบของข้อสงสัย เกยี่ วกับเรือ่ งที่ ต่างๆ สนใจและ -การมีสว่ นร่วมในการ กระตือรือร้นทีจ่ ะ รวบรวมขอ้ มลู และ หาคำตอบดว้ ย นำเสนอข้อมูลจากการ วธิ กี าร สบื เสาะ หาความรู้ใน หลากหลาย รูปแบบต่างๆ หนา้ ๗๓

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ การจดั ประสบการณ์ การจัดประสบการณ์สำหรับเดก็ ปฐมวยั อายุ ๓ – ๖ ปี เป็นการจัดกิจกรรมในลักษณะบูรณา การผ่านการเล่น การลงมือกระทำจากประสบการณ์ตรงอย่างหลากหลาย เกิดความรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งเกิดการพัฒนาท้ังด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ไม่จัดเป็นรายวิชา โดยมหี ลักการ และแนวทางการจัดประสบการณ์ ดงั น้ี 1. หลักการจัดประสบการณ์ ๑.๑ จัดประสบการณ์การเล่นและการเรียนรู้หลากหลาย เพื่อพัฒนาเด็กโดยองค์รวม อยา่ งสมดลุ และตอ่ เนือ่ ง ๑.๒ เน้นเด็กเป็นสำคัญ สนองความต้องการ ความสนใจ ความแตกต่างระหว่างบุคคล และบริบทของสงั คมท่ีเดก็ อาศยั อยู่ ๑.๓ จัดให้เด็กได้รับการพัฒนา โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการ ของเดก็ ๑.๔ จัดการประเมินพัฒนาการให้เป็นกระบวนการอย่างต่อเนื่อง และเป็นส่วนหน่ึงของ การจดั ประสบการณ์ พร้อมทง้ั นำผลการประเมนิ มาพฒั นาเด็กอย่างตอ่ เน่อื ง ๑.๕ ให้พอ่ แม่ ครอบครวั ชุมชน และทุกฝ่ายทีเ่ กีย่ วข้องมีสว่ นร่วมในการพัฒนาเดก็ ๒. แนวทางการจัดประสบการณ์ ๒.๑ จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและการทำงานของสมองที่ เหมาะสมกบั อายุ วฒุ ภิ าวะและระดับพัฒนาการ เพ่อื ใหเ้ ด็กทกุ คนได้พัฒนาเตม็ ตามศักยภาพ ๒.๒ จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับแบบการเรียนรู้ของเด็ก เด็กได้ลงมือกระทำเรียนรู้ ผ่านประสาสมั ผัสทั้งหา้ ไดเ้ คล่อื นไหว สำรวจ เล่น สงั เกต สืบค้น ทดลอง และคดิ แกป้ ัญหาดว้ ยตนเอง ๒.๓ จัดประสบการณ์แบบบูรณาการ โดยบูรณาการทั้งกิจกรรม ทักษะ และสาระการ เรียนรู้ ๒.๔ จัดประสบการณ์ให้เด็กได้ริเริ่มคิด วางแผน ตัดสินใจลงมือกระทำและนำเสนอ ความคิดโดยครูหรือผู้จดั ประสบการณ์เป็นผู้สนบั สนุนอำนวยความสะดวก และเรียนร้รู ว่ มกบั เด็ก ๒.๕ จัดประสบการณ์ใหเ้ ด็กมปี ฏิสัมพันธก์ ับเด็กอืน่ กับผใู้ หญ่ ภายใต้สภาพแวดล้อมท่ีเอ้ือ ต่อการเรียนรู้ ในบรรยากาศทอ่ี บอุ่นมคี วามสขุ และเรยี นรู้การทำกิจกรรมแบบร่วมมอื ในลกั ษณะตา่ งๆกัน ๒.๖ จัดประสบการณ์ให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับส่ือและแหล่งการเรียนร่ีหลากหลายและอยู่ ในวถิ ชี ีวิตของเด็ก ๒.๗ จัดประสบการณ์ท่ีส่งเสรมิ ลักษณะนิสัยท่ีดีและทักษะการใช้ชีวิตประจำวันตลอดจน สอดแทรกคณุ ธรรมจริยธรรมใหเ้ ป็นสว่ นหนึ่งของการจัดประสบการณก์ ารเรยี นร้อู ยา่ งตอ่ เนื่อง ๒.๘ จัดประสบการณ์ทง้ั ในลักษณะที่ดีการวางแผนไวล้ ่วงหน้าและแผนท่ีเกิดข้ึนในสภาพ จริงโดยไม่ได้คาดการณไ์ ว้ ๒.๙ จัดทำสารนิทัศน์ด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก เปน็ รายบุคคล นำมาไตร่ตรองและใช้ให้เป็นประโยชนต์ ่อการพัฒนาเดก็ และการวิจยั ในช้นั เรียน ระดับปฐมวยั หนา้ ๗๔

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ๒.๑๐ จัดประสบการณโ์ ดยใหพ้ อ่ แม่ ครอบครัว และชุมชนมีสว่ นรว่ มทง้ั การวางแผน การ สนับสนุนสอ่ื แหล่งเรียนรู้ การเข้ารว่ มกิจกรรม และการประเมนิ พัฒนาการ ๓. การจัดกิจกรรมประจำวนั กิจกรรมสำหรับเด็กอายุ ๓ – ๖ ปีบริบูรณ์ สามารถนำมาจัดเป็นกิจกรรมประจำวันได้หลาย รูปแบบเป็นการช่วยให้ครูผู้สอนหรือผู้จัดประสบการณ์ทราบว่าแต่ละวันจะทำกิจกรรมอะไร เม่ือใด และ อย่างไร ท้ังนี้ การจัดกิจกรรมประจำวันสามารถจัดได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการ นำไปใช้ของแต่ละหน่วยงานและสภาพชุมชน ท่ีสำคัญครูผู้สอนต้องคำนึงถึงการจัดกิจกรรมให้ครอบคลุม พัฒนาการทุกด้านการจดั กิจกรรมประจำวันมหี ลกั การจดั และขอบข่ายกจิ กรรมประจำวัน ดังนี้ 3.1 หลักการจัดกิจกรรมประจำวัน ๑. กำหนดระยะเวลาในการจัดกิจกรรมแต่ละกิจกรรมให้เหมาะสมกับวยั ของเดก็ ในแต่ละ วันแตย่ ืดหยุน่ ไดต้ ามความตอ้ งการและความสนใจของเดก็ เชน่ วัย ๓-๔ ปี มีความสนใจชว่ งสนั้ ประมาณ ๘-๑๒ นาที วัย ๔ – ๕ ปี มคี วามสนใจอยูไ่ ดป้ ระมาณ ๑๒-๑๕ นาที วัย ๕-๖ ปี มีความสนใจอยไู่ ด้ประมาณ ๑๕- ๒๐ นาที ๒. กิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดท้ังในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ ไม่ควรใช้เวลาต่อเนื่องนานเกิน กว่า๒๐ นาที ๓. กจิ กรรมที่เด็กมีอิสระเลอื กเล่นเสรี เพ่ือช่วยให้เด็กรู้จกั เลือกตดั สนิ ใจ คิดแก้ปัญหา คิด สรา้ งสรรค์ เชน่ การเล่นตามมมุ การเลน่ กลางแจง้ ฯลฯ ใช้เวลาประมาณ ๔๐-๖๐ นาที ๔. กิจกรรมควรมีความสมดุลระหว่างกิจกรรมในห้องและนอกห้อง กิจกรรมท่ีใช้ กล้ามเน้ือใหญ่และกล้ามเนื้อเล็ก กิจกรรมที่เป็นรายบุคคล กลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่ กิจกรรมท่ีเด็กเป็นผู้ ริเริ่มและครูผู้สอนหรือผู้จัดประสบการณ์เป็นผู้ริเร่ิม และกิจกรรมท่ีใช้กำลังและไม่ใช้กำลัง จัดให้ครบทุก ประเภท ท้ังน้ี กิจกรรมท่ีต้องออกกำลังกายควรจัดสลับกับกิจกรรมท่ีไม่ต้องออกกำลังมากนัก เพื่อเด็กจะ ได้ไมเ่ หนื่อยเกนิ ไป ๓.๒ ขอบขา่ ยของกิจกรรมประจำวนั การเลือกกิจกรรมที่จะนำมาจัดในแต่ละวันสามารถจัดได้หลายรูปแบบ ท้ังน้ี ข้ึนอยู่กับความ เหมาะสมในการนำไปใช้ของแต่ละหน่วยงานและสภาพชุมชน ที่สำคัญครูผู้สอนต้องคำนึกถึงการจัด กิจกรรมใหค้ รอบคลมุ พัฒนาการทุกดา้ น ดงั ต่อไปน้ี ๓.๒.๑ การพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ เป็นการพัฒนาความแข็งแรง การทรงตัว ความ ยดื หยนุ่ ความคล่องแคล่วในการใช้อวัยวะต่าง ๆ และจังหวะการเคลือ่ นไหวในการใช้กลา้ มเนื้อใหญ่ โดยจัด กจิ กรรมใหเ้ ด็กไดเ้ ล่นอสิ ระกลางแจ้ง เลน่ เครอื่ งเล่นสนาม ปีนปา่ ยเล่นอิสระ เคล่อื นไหวรา่ งกายตามจังหวะ ดนตรี ๓.๒.๒ การพฒั นาการกล้ามเนื้อเล็ก เป็นการพฒั นาความแข็งแรงของกลา้ มเน้ือเลก็ กลา้ มเน้ือมือ-นิ้วมือ การ ประสานสัมพนั ธ์ระหว่างกลา้ มเน้ือมือและระบบประสาทตามือไดอ้ ย่าง โดยจดั กิจกรรมให้เด็กไดเ้ ล่นเครื่องสัมผัส เล่นเกมการศึกษา ฝึกช่วยเหลือตนเองในการแต่งกาย หยิบจับช้อนส้อม และใช้วัสดุอุปกรณ์ศิลปะ เช่น สี เทียน กรรไกร พกู่ นั ดนิ เหนยี ว ระดับปฐมวยั หนา้ ๗๕

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ๓.๒.๓ การพัฒนาการอารมณ์ จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เป็นการปลูกฝังให้เด็กมี ความรู้สึกที่ดีตอ่ ตนเองและผ้อู นื่ มีความเช่ือม่ัน กล้าแสดงออก มีวินัย รับผิดชอบ ซ่ือสัตย์ ประหยัด เมตตา กรุณา เอ้ือเฟื้อ แบ่งปัน มีมารยาท และปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทยและศาสนาที่นับถือ โดยจัดกิจกรรม ต่างๆ ผ่านการเล่น ให้เด็กได้มีโอกาสตัดสินใจเลือก ได้รับการตอบสนองตาความต้องการได้ฝึกปฏิบัติโดย สอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรมอย่างตอ่ เน่อื ง ๓.๒.๔ การพัฒนาสังคมนิสัย เป็นการพัฒนาให้เด็กมีลักษณะนิสัยที่ดี แสดงออกอย่างเหมาะสม และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวัน มีนิสัยรักการทำงาน รักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อ่ืน รวมทั้งระมัดระวังอันตรายจากคนแปลกหน้า ให้เด็กได้ปฏิบัติ กิจวัตรประจำวันอย่างสม่ำเสมอ เช่น รับประทานอาหาร พักผ่อนนอนหลับ ขับถ่าย ทำความสะอาด รา่ งกาย เล่นและทำงานร่วมกับผู้อ่ืน ปฏิบัตติ ามกฎกติกา ข้อตกลงของสว่ นรวม เก็บของเขา้ ทเ่ี ม่ือเลน่ หรือ ทำงานเสรจ็ ๓.๒.๕ การพัฒนาการคิด เป็นการพัฒนาให้เด็กมีความสามารถในการคดิ แก้ปัญหาความ คิดรวบ ยอด และคิดเชิงเหตุผลทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยจัดกิจกรรมให้เด็กได้สังเกต จำแนก เปรียบเทียบ สืบเสาะหาความรู้ สนทนา อภิปรายและเปล่ียนความคิดเห็น เชิญวิทยากรมาพูดคุยกับเด็ก ศกึ ษานอกสถานท่ี เล่นเกมการศกึ ษา ฝึกการแก้ปัญหาในชีวติ ประจำวัน ฝกึ ออกแบบและสร้างชิน้ งาน และ ทำกจิ กรรมทั้งเป็นรายบุคคล กล่มุ ย่อย และกลมุ่ ใหญ่ ๓.๒.๖ การพัฒนาภาษา เป็นการพัฒนาให้เด็กใช้ภาษาส่ือสารถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ความรู้ ความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ทเี่ ดก็ มีประสบการณ์โดยสามารถตั้งคำถามในส่ิงที่สงสัยใคร่รู้ จัดกิจกรรมทางภาษา ใหม้ ีความหลากหลายในสภาพแวดล้อมที่เออื้ ต่อการเรียนรู้ มุ่งปลูกฝงั ให้เด็กไดก้ ล้าแสดงออกในการฟัง พูด อ่าน เขียน มีนิสัยรักการอ่าน และบุคคลแวดล้อมต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ภาษา ท้ังน้ีต้องคำนึกถึง หลักการจดั กิจกรรมทางภาษาท่ีเหมาะสมกับเด็กเปน็ สำคัญ ๓.๒.๗ การส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เป็นการส่งเสริมให้เด็กมีความคิดริเร่ิม สร้างสรรค์ ได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและเห็นความสวยงามของสิ่งต่างๆ โดยจัดกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์ดนตรี การเคลื่อนไหวและจังหวะตามจินตนาการ ประดิษฐ์ส่ิงต่างๆ อย่างอิสระ เล่นบทบาท สมมตุ ิ เลน่ นำ้ เล่นทราย เลน่ บล็อก และเลน่ ก่อสร้าง ระดับปฐมวยั หนา้ ๗๖

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ กำหนดหน่วยการเรียนรู้ตลอดปี ชน้ั อนบุ าลปที ่ี 2 ลำดับท่ี ภาคเรยี นที่ 1 ลำดับท่ี ภาคเรยี นที่ 2 1 หนว่ ยปฐมนิเทศ 21 หน่วยร้รู อบปลอดภยั 2 หนว่ ยโรงเรยี นของเรา 22 หนว่ ยลอยกระทง 3 หน่วยตัวเรา 23 หน่วยเวลา กลางวนั – กลางคืน ๔ หนว่ ยหนูทำได้ 2๔ หน่วยรักความเป็นไทย 5 หนว่ ยครอบครัวมีสุข 25 หนว่ ยวนั ชาติ 6 หน่วยอาหารดีมีประโยชน์ 26 หน่วยเศรษฐกจิ พอเพยี ง 7 หน่วยฝน 27 หน่วยเทคโนโลยี และการสอ่ื สาร 8 หนว่ ยขา้ ว 28 หนว่ ยวนั ขึน้ ปีใหม่ 9 หนว่ ยปลอดภัยไวก้ ่อน 29 หน่วยสนุกกบั ตวั เลข 10 หนว่ ยวันเฉลมิ พระชนมพรรษา(28 ก.ค.) 30 หนว่ ยขนาด รูปร่าง รปู ทรง 11 หนว่ ยวันแม่ 31 หนว่ ยวันเดก็ วันครู 12 หน่วยรักเมอื งไทย 32 หน่วยโลกสวยด้วยสสี ัน 13 หนว่ ยของเลน่ ของใช้ 33 หน่วยฤดูหนาว 1๔ หน่วยชมุ ชนของเรา 3๔ หนว่ ยแรงและพลังงาน 15 หน่วยต้นไมท้ รี่ กั 35 หน่วยเสียงรอบตวั 16 หนว่ ยดิน หนิ ทราย 36 หน่วยรักการอ่าน 17 หน่วยสัตว์นา่ รัก 37 หนว่ ยปรมิ าตร น้ำหนกั 18 หนว่ ยการคมนาคม 38 หนว่ ยฤดรู อ้ น 19 หน่วยโควดิ 2019 39 ผลงานของหนู/Open House 20 ประเมนิ พัฒนาการ/การสอนแบบ ๔0 ประเมนิ พฒั นาการ/การสอนแบบ โครงงาน โครงงาน หมายเหตุ สามารถปรับเปลย่ี นหนว่ ยการจดั ประสบการณใ์ ห้สอดคล้องและเหมาะสมกบั เหตกุ ารณ์ ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๗๗

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ กำหนดหนว่ ยการเรียนร้ตู ลอดปี ชน้ั อนุบาลปีที่ 3 ลำดับท่ี ภาคเรยี นที่ 1 ลำดบั ที่ ภาคเรียนท่ี 2 1 หน่วยปฐมนิเทศ 21 หน่วยรู้รอบปลอดภัย 2 หน่วยโรงเรยี นของเรา 22 หน่วยลอยกระทง 3 หน่วยตวั เรา 23 หน่วยเวลา กลางวนั – กลางคนื ๔ หนว่ ยหนทู ำได้ 2๔ หนว่ ยรักความเป็นไทย 5 หนว่ ยครอบครัวมสี ขุ 25 หนว่ ยวันชาติ 6 หนว่ ยอาหารดีมปี ระโยชน์ 26 หน่วยเศรษฐกิจพอเพยี ง 7 หน่วยฝน 27 หน่วยเทคโนโลยี และการส่อื สาร 8 หน่วยข้าว 28 หน่วยวนั ข้นึ ปใี หม่ 9 หนว่ ยปลอดภัยไวก้ อ่ น 29 หน่วยสนุกกบั ตวั เลข 10 หนว่ ยวันเฉลมิ พระชนมพรรษา(28 ก.ค.) 30 หนว่ ยขนาด รูปรา่ ง รูปทรง 11 หนว่ ยวนั แม่ 31 หน่วยวนั เด็ก วันครู 12 หนว่ ยรกั เมืองไทย 32 หนว่ ยโลกสวยดว้ ยสสี นั 13 หนว่ ยของเลน่ ของใช้ 33 หน่วยฤดหู นาว 1๔ หน่วยชมุ ชนของเรา 3๔ หน่วยแรงและพลังงาน 15 หน่วยต้นไมท้ ร่ี กั 35 หนว่ ยเสียงรอบตวั 16 หน่วยดนิ หิน ทราย 36 หนว่ ยรกั การอ่าน 17 หน่วยสัตว์นา่ รัก 37 หนว่ ยปรมิ าตร น้ำหนกั 18 หนว่ ยการคมนาคม 38 หน่วยฤดรู ้อน 19 หน่วยโควดิ 2019 39 ผลงานของหน/ู Open House 20 ประเมินพฒั นาการ/การสอนแบบ ๔0 ประเมนิ พฒั นาการ/การสอน โครงงาน แบบโครงงาน หมายเหตุ สามารถปรบั เปล่ยี นหน่วยการจัดประสบการณใ์ ห้สอดคลอ้ งและเหมาะสมกบั เหตุการณ์ ระดับปฐมวยั หนา้ ๗๘

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ กำหนดการจดั ประสบการณ์ ระดบั ปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ ภาคเรยี นท่ี 1 สัปดาห์ ช้ันอนบุ าล 2 (4-5 ป)ี ช้ันอนุบาล 3 (5-6 ปี) หน่วยการเรียนรู/้ สาระทีค่ วรเรียนรู้ ท่ี หน่วยการเรยี นรู้/สาระทคี่ วรเรียนรู้ เร่อื งราวเกีย่ วกับตัวเด็ก 1 เรือ่ งราวเกยี่ วกบั ตัวเดก็ หน่วยปฐมนิเทศ ๑. แนะนําช่ือเดก็ ช่อื ครู ชอื่ พี่เลีย้ ง ชอ่ื เพื่อน หน่วยปฐมนเิ ทศ ๒. แนะนําสัญลกั ษณ์ประจําตัวและของใช้ ส่วนตัว ๑. การพดู แนะนําช่ือของตนเอง ชือ่ จรงิ ชอ่ื เลน่ ๓. แนะนาํ เดินสาํ รวจห้องเรยี น ห้องนำ้ โรง อาหาร สนามเดก็ เล่น อาคารเรียนและมารยาท ๒. การแนะนาํ ช่ือ ชื่อครู ชอ่ื พี่เลยี้ ง สัญลักษณ์ ในการรับประทานอาหาร ๔. การปฏบิ ัติตนตามข้อตกลงของห้องเรยี น ประจําตวั ๕. มารยาทไทยการแสดงความเคารพกล่าว สวสั ดี ขอบใจ ขอบคุณ ขอโทษ ๓. การแนะนําสถานท่ี (เดนิ สํารวจ) ห้องเรียน ห้องนำ้ หอ้ งอาหาร ๔. การปฏบิ ตั ติ นในการรบั ประทานอาหาร ๕. การปฏิบตั ิตนตามมารยาทไทย การสวัสดี การขอบคุณ การขอโทษ 2 เร่อื งราวเก่ียวกับบคุ คล เรอ่ื งราวเก่ยี วกบั บคุ คล และสถานที่แวดลอ้ มเด็ก และสถานท่ีแวดลอ้ มเด็ก หน่วยโรงเรยี นของเรา หนว่ ยโรงเรียนของเรา ๑. พัฒนาการทางภาษาและการรู้หนังสือ ๑. พัฒนาการทาง ภาษาและการร้หู นังสอื 2. ชื่อโรงเรยี นและสถานทใ่ี นโรงเรียน 2. สถานที่ตา่ งๆใน โรงเรยี นและทาํ ความ รจู้ ัก ๓. สาํ รวจอาคารตา่ งๆในโรงเรยี น กับบุคคลที่ เก่ียวข้อง ๔. บคุ ลากรในโรงเรยี น 3. ความรูพ้ น้ื ฐาน เก่ียวกับหนงั สอื และ ๕. มารยาทในโรงเรยี น ตวั หนังสือ ๖. สรา้ งข้อตกลงและการปฏิบัตขิ องห้องเรยี น 4. ทาํ แผนผังในโรงเรียน 5. กิจกรรมอา่ นร่วมกนั และเติมคําปาก เปลา่ จากปกนทิ านเรอ่ื งหมนี ้อยจะไป โรงเรียน 6. บุคคลในโรงเรียนและหน้าท่ีของ บุคคลใน โรงเรียน 7. กิจกรรมการอ่านร่วมกันและการปิด คาํ ให้ เดก็ ทายจากปกนิทานเร่ืองหมีน้อย จะไป โรงเรยี น 8. การเดนิ ทาง มาโรงเรียน ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๗๙

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ สปั ดาห์ ชนั้ อนุบาล 2 (4-5 ป)ี ชนั้ อนบุ าล 3 (5-6 ป)ี ที่ หน่วยการเรียนรู้/สาระทีค่ วรเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นรู/้ สาระท่คี วรเรียนรู้ 9. กจิ กรรมการอ่านร่วมกันและ อาสาสมคั ร เด็กอ่านคาํ จากปกนิทาน เรื่องหมนี ้อย จะไป โรงเรียน 10. ขอ้ ปฏิบัตขิ องห้องเรียนและโรงเรยี น 11. ทบทวนคณิตศาสตร์จํานวน ๑-๕ 3 เรือ่ งราวเกย่ี วกบั ตัวเดก็ เร่ืองราวเกี่ยวกับตัวเดก็ หน่วยตัวเรา หนว่ ยตัวเรา 1. การสนทนาเร่ืองสว่ นต่าง ๆของร่างกาย รจู้ ัก 1. บอกชื่ออวัยวะและความสําคญั ของอวยั วะ ความแตกตา่ งของเพศชาย เพศหญิง น้ัน เปรียบเทยี บความแตกตา่ งของอวัยวะ ร้จู กั อวัยวะท่สี ําคญั ร่างกาย 2. ความสาํ คญั ของอวัยวะ และหน้าที่อวัยวะ 2. การเรยี นรู้หน้าทข่ี องอวยั วะของร่างกาย 3. การดแู ลสุขภาพอนามัย และรักษาความ บอกประโยชนข์ องอวยั วะของรา่ งกาย สะอาดของร่างกาย การแปรงฟนั แสดง 3. การวทิ ยากรสาธติ การแปรงฟนั ปฏิบัตจิ ริง บทบาทสมมตกิ ารแปรงฟัน และการรักษา การแปรงฟันอยา่ งถูกวธิ ี ความสะอาดของร่างกาย 4. การดแู ลรกั ษาและปอ้ งกันอนั ตรายของ 4. สนทนาเรื่องการใช้อวยั วะใหถ้ กู หนา้ ท่ี และ อวัยวะ แบง่ กลุ่มสงั เกตชดุ ปฐมพยาบาล การปอ้ งกันระวังตนให้พน้ จากอนั ตราย เบ้ืองตน้ สาธติ การปฐมพยาบาลเบือ้ งตน้ 5. การเปรียบเทยี บเดก็ ท่ีมรี ูปร่างแตกตา่ งกนั 5. การปฏิบัติตนให้มพี ลานามยั ท่ีดี โดยใช้ภาพ ช่ังนำ้ หนกั วดั สว่ นสงู บนั ทกึ กราฟ การปฏบิ ัติ สุขบัญญัติ 10 ประการ ตนใหม้ รี ่างกายสมบรู ณ์แขง็ แรง รบั ประทาน อาหารที่มีประโยชน์ ออกกําลังกาย การ พกั ผ่อนเป็นเวลา 4 เรอื่ งราวเก่ียวกับตัวเด็ก เรอ่ื งราวเกีย่ วกบั ตัวเดก็ หน่วยหนทู ำได้ หน่วยหนูทำได้ ๑. การลา้ งมอื 1. การลา้ งมอื ตาม 7 ขั้นตอน ๒. การแตง่ ตัว 2. การเลอื กเครื่องแต่งกายและการแต่งตัว ๓. การรบั ประทานอาหาร 3. การใชเ้ ครอ่ื งมือ เครื่องใช้ในการรับประทาน ๔. การใชห้ ้องนำ้ ห้องสว้ ม อาหาร ๕. การปแู ละเก็บเครอ่ื งนอน การเกบ็ ของ 4. การใช้และทาํ ความสะอาดหลังใชห้ อ้ งน้าํ ใช้สว่ นตัว หอ้ งส้วม 5. การปแู ละเกบ็ เครื่องนอน 6. การเก็บของใช้สว่ นตวั 5 เร่ืองราวเก่ียวกับบุคคล เรอื่ งราวเก่ียวกบั บุคคล และสถานทแี่ วดลอ้ มเด็ก และสถานท่ีแวดลอ้ มเดก็ ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๘๐

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ สปั ดาห์ ชั้นอนบุ าล 2 (4-5 ป)ี ชนั้ อนุบาล 3 (5-6 ป)ี หนว่ ยการเรียนร/ู้ สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ที่ หน่วยการเรียนร/ู้ สาระทคี่ วรเรียนรู้ หนว่ ยครอบครัวมีสุข หน่วยครอบครวั มีสขุ 1. ประวัตคิ วามเปน็ มาของตนเองและบคุ คลใน ครอบครวั ๑. สมาชิกในครอบครัว (เครือญาต)ิ 2. การปฏิบัตติ นเป็นสมาชกิ ทีด่ ีของครอบครัว 3. การปฏบิ ตั ิตนเป็นสมาชิกทด่ี ขี องครอบครวั ๒. จํานวนสมาชกิ ในครอบครัว (การไหว้ในโอกาสต่าง ๆ) 4. บทบาทหนา้ ทีข่ องบคุ คลในครอบครวั ๓. บทบาทหน้าทสี่ มาชกิ ในครอบครัว 5. อาชีพของบคุ คลในครอบครัว (การนับและ การแสดงจํานวน การส่งเสริมพัฒนาการทาง ๔. การปฏิบัตติ นต่อบุคคลในครอบครวั ภาษาโดยใช้หนังสือเรื่องผ้ึงนอ้ ย ๕. อาชีพของบคุ คลในครอบครวั 6 สง่ิ ตา่ ง ๆ รอบตัวเด็ก ส่งิ ต่าง ๆ รอบตัวเด็ก หน่วยอาหารดีมีประโยชน์ หน่วยอาหารดีมีประโยชน์ 1. อาหารหลกั 5 หมู่ 1. อาหารหลัก 5 หมู่ 2. รสชาตขิ องอาหาร 2. อาหารท่ีมีประโยชน์และอาหารท่ีไม่มี 3. สขุ นิสยั และมารยาทในการรับประทาน ประโยชน์ อาหาร 3. ประโยชน์ของอาหาร 4. ประโยชน์ของอาหาร 4. อาหารไทย 4 ภาค 5. วิธกี ารประกอบอาหาร 5. การประกอบอาหารส้มตาํ ไทย 6. การประกอบอาหารต้มจดื เตา้ ห้หู มสู บั 7 ธรรมชาติรอบตัว ธรรมชาตริ อบตัว หนว่ ยฝน หนว่ ยฝน ๑. สมบัตขิ องน้ำ ๑. ปรากฏการณ์ธรรมชาติ วฏั จกั รของนำ้ ๒. เหตกุ ารณ์ทส่ี ัมพนั ธ์กับการเกดิ ฝน ๒. การปฏิบตั ติ นอย่างเหมาะสมเม่ือฝนตก ๓. การปฏิบตั ิตนเมอื่ ฝนตก ๓. โรคทพ่ี บบอ่ ยในฤดฝู น และการป้องกัน ๔. การบอกอาการเมื่อเจบ็ ป่วย ๔. โครงการตามพระราชดาํ ริฯโครงการแก้มลงิ ๕. โครงการตามพระราชดําริฯ โครงการฝาย ๕. โครงการตามพระราชดําริฯ โครงการฝน ชะลอนำ้ หลวง 8 ธรรมชาติรอบตัว ธรรมชาติรอบตัว หนว่ ยข้าว หน่วยขา้ ว 1. ข้าวประเภทต่าง ๆ เชน่ ขา้ วเปลอื ก ข้าวสาร 1. ข้าวชนิดตา่ ง ๆ เชน่ ข้าวเจา้ ข้าวเหนยี ว ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๘๑

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ สปั ดาห์ ชนั้ อนุบาล 2 (4-5 ป)ี ช้นั อนุบาล 3 (5-6 ป)ี หนว่ ยการเรยี นรู้/สาระที่ควรเรยี นรู้ ที่ หน่วยการเรยี นร/ู้ สาระท่ีควรเรียนรู้ 2. ขัน้ ตอนการทํานา ขา้ วสุก 3. ประเพณที ี่เกี่ยวกบั ข้าว 4. ประโยชนข์ องข้าว 2. ลกั ษณะของตน้ ข้าว 5. อาหารทที่ ํามาจากข้าว 6. การทําขนมบวั ลอย 3. ข้ันตอนในการทํานา 4. ประเพณีทีเ่ กยี่ วกบั ข้าว 5. อาหารท่ีทํามาจากข้าว 6. การทําขนม แพนเค้ก 9 เรื่องราวเกยี่ วกบั ตัวเดก็ เร่อื งราวเกย่ี วกบั ตัวเดก็ หนว่ ยปลอดภยั ไว้กอ่ น หน่วยปลอดภัยไว้กอ่ น ๑. การรกั ษาความปลอดภัยในการทาํ กิจวตั ร 1. การรกั ษาความปลอดภัยของตนเองและ ประจาํ วัน ผอู้ ืน่ ใน กจิ วตั รประจาํ วัน 2. ความปลอดภยั จากการเล่นของเลน่ การเลน่ 2. ความปลอดภยั จากการเล่นของเล่นและการ ในสนามเดก็ เลน่ และการระวังภัยจากสถานที่ เล่นใน สนามเดก็ เล่น การหลีกเล่ยี งสถานท่ี เส่ียงอนั ตราย เส่ียงอันตราย 3. การระวังอันตรายจากของมีคม 3. ความปลอดภัยจากของมีคม 4. การระวังอนั ตรายจากสัตว์มีพษิ 4. ความปลอดภยั จากสัตว์มีพิษ 5. การระวังภัยจากคนแปลกหน้า 5. การระมดั ระวงั ตนเองจากคนแปลกหน้า นับปากเปลา่ ๑-๑๐ การนบั และแสดงจาํ นวน ๑-๔ 10 เร่ืองราวเกีย่ วกับบคุ คลและสถานทแี่ วดล้อม เร่ืองราวเก่ยี วกบั บคุ คลและสถานท่แี วดลอ้ ม เด็ก เดก็ หนว่ ยวนั เฉลมิ พระชนมพรรษา(28 ก.ค.) หน่วยวนั เฉลมิ พระชนมพรรษา(28 ก.ค.) ๑. พระราชประวตั ิ ๑. พระราชประวตั ิ ๒. พระผ้ทู รงเป็นจอมทัพไทย ๒. พระผูท้ รงเป็นต้นแบบของความวิริยอุตสาหะ ๓. พระผู้ทรงปลุกจิตสำนึกในการทำความดี ๓. พระผทู้ รงปลุกจติ ส านึกในการท าความดี ๔. การแสดงความจงรกั ภกั ดี ๔. การแสดงความจงรักภกั ดี 5. การจำแนกเงนิ เหรียญ 5. พระราชกรณยี กิจ 11 เรอื่ งราวเก่ียวกับบุคคล เรอื่ งราวเกยี่ วกับบุคคล และสถานท่ีแวดลอ้ มเดก็ และสถานทแี่ วดล้อมเด็ก หน่วยวนั แม่ หน่วยวันแม่ ๑. ความรพู้ น้ื ฐานเกี่ยวกับหนังสือและ ๑. ความรู้พนื้ ฐานเกยี่ วกับหนังสือและ หนา้ ๘๒ ระดับปฐมวยั

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ สปั ดาห์ ชั้นอนบุ าล 2 (4-5 ป)ี ชนั้ อนบุ าล 3 (5-6 ปี) หน่วยการเรียนร/ู้ สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ที่ หน่วยการเรยี นร้/ู สาระท่ีควรเรียนรู้ ตวั หนังสอื เร่ือง นมจากเตา้ ตวั หนังสือ ๒. พระราชประวตั แิ ละพระราชกรณียกจิ สมเด็จ พระนางเจา้ สริ ิกติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ๒. ความสำคัญของวนั แม่แห่งชาติ ในรชั กาลที่ ๙ ๓. ความสำคญั ของวนั แมแ่ หง่ ชาติ ๓. สัญลกั ษณข์ องวันแมแ่ ห่งชาติ ๔. สัญลักษณข์ องวันแมแ่ หง่ ชาติ ดอกไม้ และ ธง ๔. การปฏิบัตติ นตอ่ แม่แห่งชาตแิ ละแมข่ องเรา ๕. การทำความเคารพและการปฏิบัติตนท่ี ถูกต้องต่อแม่ ๕. การทำบตั รอวยพรวันแม่ ๖. การทำบัตรอวยพรวนั แม่ ๗. การนับ การจ าแนกและเปรยี บเทยี บ ๖. การร้อยมาลยั กราบแม่ ๑–๗ ๗. การนับ การจำแนกและเปรยี บเทียบ ๑ - ๔ 12 เรื่องราวเกีย่ วกับบุคคลและสถานทแ่ี วดล้อม เรอื่ งราวเก่ยี วกับบคุ คลและสถานท่แี วดล้อม เด็ก เด็ก หน่วยรกั เมืองไทย หน่วยรักเมืองไทย ๑. - ประเทศไทยสภ่ี าค ๑. พระมหากษตั ริย์ไทย - ดอกไม้ประจำชาติ ๒. ประเพณไี ทย ๔ ภาค 2. สถานทีส่ ำคัญในท้องถ่ิน ๓. บา้ นไทย ๓. ภาษาและพยัญชนะไทย ๔. วนั สำคญั ตามประเพณไี ทย 4. ของหวาน ขนมไทย 5. หนา้ ทีข่ องเด็กในการเปน็ พลเมอื งด 5. - ลกั ษณะนสิ ัยของคนไทย - มารยาทไทย การอยรู่ ่วมกนั กบั ผู้อืน่ 13 สง่ิ ต่างๆ รอบตัว ส่ิงตา่ งๆ รอบตัว หนว่ ยของเลน่ ของใช้ หน่วยของเล่นของใช้ ๑. การแยกของใช้สว่ นตัวและส่วนรวม ๑. การรู้จักของเล่นของใช้ ๒. ลกั ษณะของเลน่ ของใช้ ๒. การรู้จักของเล่นของใช้ (การจำแนกและการ ๓. การเก็บของเล่นของใช้ จัด กลมุ่ ของเล่นของใชต้ ามรูปทรงเรขาคณิต) ระดับปฐมวยั หนา้ ๘๓

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ สัปดาห์ ชนั้ อนุบาล 2 (4-5 ป)ี ชั้นอนบุ าล 3 (5-6 ป)ี หนว่ ยการเรียนรู/้ สาระท่ีควรเรียนรู้ ท่ี หน่วยการเรยี นรู้/สาระที่ควรเรยี นรู้ ๓. อนั ตรายที่เกดิ จากของเล่น และวธิ ีป้องกนั ๔. การปฏบิ ตั ิตนในการเล่นขนาดตัวอักษร อันตราย ๔. อันตรายทเ่ี กดิ จากของใช้และวิธีป้องกนั ๕. การใช้วัสดุและสง่ิ ของเครื่องใช้อยา่ ง อันตราย ๕. การเกบ็ รกั ษาของเล่นของใช้ ค้มุ คา่ 14 เร่อื งราวเก่ียวกบั บคุ คล เร่อื งราวเกยี่ วกับบคุ คล และสถานทแ่ี วดล้อมเดก็ และสถานทีแ่ วดลอ้ มเด็ก หน่วยชุมชนของเรา หน่วยชุมชนของเรา ๑. ช่อื ชมุ ชนของเราสถานทีส่ ำคญั ในชุมชน ๑. สถานทส่ี ำคญั ในชมุ ชน(พระราชวังไกลกังวล) (พระราชวังไกลกังวล) ๒. ชมุ ชนน่าอยู่(ตลาด วัด โรงเรียน สถานี ๒. สถานท่ที อ่ งเท่ียวในชุมชน (ทะเล,ตลาดน้ำ, ตำรวจ สถานรี ถไฟ และโรงพยาบาล) เพลินวาน) ๓. การคดั แยกขยะ(ขยะแหง้ ,ขยะเปียก,ขยะมี ๓. การปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชกิ ทดี่ ใี นชมุ ชน พษิ ,ขยะรไี ซเคิล) ๔. การคิดแยกขยะ (ขยะเปยี ก/ขยะแห้ง) ๔. อาชพี คนในชุมชน(ค้าขาย ประมง และการ ๕. อาชพี ในชมุ ชน (ตำรวจ,ทหาร,หมอ,ประม, ท่องเทยี่ ว) ค้าขาย) ๕. บคุ คลสำคัญในชุมชน (ความอดทนของโผน กง่ิ เพชร แชมป์ นกั มวยโลกคนแรกของไทย) 15 ธรรมชาตริ อบตัว ธรรมชาติรอบตัว หนว่ ยต้นไมท้ ี่รัก หน่วยต้นไม้ท่ีรัก 1. ชือ่ และส่วนประกอบของต้นไม้ 1. ช่ือและลกั ษณะของต้นไม้ 2. รูปร่างและลกั ษณะของใบไม้ 2. การจำแนกประเภทของต้นไม้ (ไม้ดอก ไม้ 3. การปลกู ต้นไม้การดูแลตน้ ไม้ ผล ไมใ้ บ) 4. ประโยชนข์ องตน้ ไม้ 3. การทดลองการดดู นำ้ ของราก และหนา้ ท่ี 5. การประกอบอาหารจากพืช ของราก 4. การบำรุงดแู ลรักษาตน้ ไม้ 5. โทษของการทำลายปา่ 16 ธรรมชาติรอบตัว ธรรมชาตริ อบตัว หนว่ ยดนิ หนิ ทราย หนว่ ยดนิ หนิ ทราย 1. สังเกตลักษณะ ดิน หิน ทรายจากของจรงิ 1. สงั เกตลกั ษณะ ดิน หิน ทรายจากของจริง เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของ ดนิ หิน บนั ทึกข้อมูลลกั ษณะของดิน หนิ ทราย โดยการ ทราย (ขนาด สี ผิวสัมผสั กลน่ิ ) วาดภาพ เปรียบเทยี บความแตกตา่ งของ ดิน 2. การคาดคะเนเมื่อนำดิน หิน ทราย ใสล่ งใน หนิ ทราย (ขนาด สี ผิวสมั ผัส กล่นิ ) ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๘๔

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ สปั ดาห์ ช้นั อนบุ าล 2 (4-5 ป)ี ช้นั อนบุ าล 3 (5-6 ปี) หน่วยการเรยี นรู้/สาระท่คี วรเรยี นรู้ ท่ี หนว่ ยการเรยี นร/ู้ สาระท่ีควรเรียนรู้ 2. การปฏบิ ตั จิ รงิ การใช้ดินหินทรายในการทำ แกว้ ที่มีน้ำมีอะไรบา้ งท่ีอยู่ในดิน หนิ เครอ่ื งกรองน้ำ 3. บอกประโยชนข์ อง ดนิ หนิ ทราย เคร่ืองใช้ ทราย ที่ทำจากดนิ หนิ ทราย 4. สง่ิ มชี ีวิตทอ่ี ยูด่ นิ หนิ ทราย ส่ิงไม่มชี วี ติ ที่อยู่ 3. บอกประโยชน์ของดิน หนิ ทราย บอก ดิน หิน ทราย 5. การดแู ลรักษาธรรมชาติรอบตัว เห็นคุณค่า ส่ิงประดษิ ฐ์ท่ีได้จากดิน หิน ทรายในชนั้ เรยี น ดิน หิน ทรายอยไู่ ดน้ าน ๆ 4. สำรวจส่งิ มีชวี ิตทอ่ี ย่ดู นิ หนิ ทราย 5. การปฏิบตั ติ นในการดูแลรักษาธรรมชาติ รอบตวั เห็นคุณค่าดิน หิน ทรายอยู่ ได้นาน ๆ 17 ธรรมชาติรอบตัว ธรรมชาตริ อบตัว หน่วยสัตวน์ า่ รกั หนว่ ยสัตว์น่ารกั ๑. พัฒนาการทางภาษาและการรหู้ นงั สอื จาก ๑. พฒั นาการทางภาษาและการรู้หนังสอื นทิ านเร่อื ง อะไรอยู่ในน้ำ นทิ านเรื่อง ตัวอะไรกำลังมา ๒. ลักษณะของสัตวน์ ำ้ ประเภทของสัตว์ สตั ว์ 2. ลักษณะของสัตว์เล้ียง แตล่ ะชนิดมรี ูปร่าง ลกั ษณะ และขนาดแตกต่าง 3. ประเภท รูปร่างลักษณะ และขนาดของสตั ว์ กนั ของสตั ว์ ท่ีแตกต่างกนั ๓. การรกั ษาความปลอดภัยและป้องกัน 4. การปอ้ งกันอนั ตรายและความปลอดภยั จาก อันตรายจากสตั ว์ สตั ว์ ๔. ความเมตตากรณุ าตอ่ สตั ว์ 5. ประโยชน์ของสตั ว์ตอ่ มนุษย์ ๕. ประโยชน์ของสตั วน์ ้ำตอ่ มนษุ ย์ 6. ความเมตตากรุณา ต่อสัตว์ ๖. การนบั การจำแนกและเปรยี บเทยี บ ๑ - ๕ 7. อาหารสตั ว์เล้ยี ง 8. การนับ การจำแนกและเปรียบเทยี บ ๑ – ๙ 18 เร่ืองราวเกยี่ วกับตัวเดก็ เรอ่ื งราวเก่ียวกับตัวเดก็ หน่วยการคมนาคม หน่วยการคมนาคม 1. ฟังนทิ านสนทนาเรอื่ งความสำคญั และชื่อ 1. นับปากเปล่า 1 - 20 จัดกล่มุ จำแนก ของยานพาหนะ เลน่ บทบาทสมมติ ยานพาหนะ 2. คาดคะเนเสียงยานพาหนะทางบก สังเกต 2. นบั ปากเปล่า 1 - 20 ทอ่ งคำคลอ้ งจอง นับ ลกั ษณะยานพาหนะทางบก จำนวนตู้รถไฟ 3. ต่อภาพเรอื และสนทนาลักษณะ 3. นับปากเปลา่ 1 - 20 ทดลอง จำแนก จัด ระดับปฐมวยั หนา้ ๘๕

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ สปั ดาห์ ชนั้ อนุบาล 2 (4-5 ป)ี ชั้นอนุบาล 3 (5-6 ปี) หน่วยการเรียนรู/้ สาระท่คี วรเรียนรู้ ที่ หนว่ ยการเรียนร/ู้ สาระทคี่ วรเรยี นรู้ กลุ่มของจมลอย เปรียบเทียบ แพกบั เรือ ยานพาหนะทางนำ้ 4. นับปากเปล่า 1 - 20 ฟงั นิทานและสนทนา เก่ยี วกับสะพานลอย 4. สงั เกตลักษณะเครื่องบิน อภิปราย ท่องคำ 5. นับปากเปล่า 1 - 20 ฟงั นิทานเรอ่ื ง “น้อง หนูไมร่ ะวงั ” เล่นบทบาทสมมติข้ามทางม้าลาย คลอ้ งจองยานพาหนะทางอากาศ 5. เลา่ ประสบการณ์ และสงั เกตการใส่หมวก กนั นอ๊ ก 19 เรือ่ งราวเกย่ี วกับตัวเด็ก 1. รู้จกั โรคโควิด2019 1. รจู้ กั โรคโควิด2019 2. การแพรร่ ะบาดของโรคโควิด2019 2. การแพรร่ ะบาดของโรคโควิด2019 3. การดูแลและการป้องกันตนเองให้ปลอดภยั 3. การดแู ลและการป้องกนั ตนเองใหป้ ลอดภยั จากโรคโควดิ 2019 จากโรคโควิด2019 4. การปฏบิ ตั ิตนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาด 4. การปฏบิ ัตติ นในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 5. ชวี ิตวถิ ใี หม่ New Normal 5. ชวี ติ วิถใี หม่ New Normal และบอก ผลกระทบท่เี กิดจน้ึ จากการแพร่ระบาด 20 ประเมนิ พฒั นาการ/การสอนแบบโครงงาน ประเมินพฒั นาการ/การสอนแบบโครงงาน ระดับปฐมวยั หนา้ ๘๖

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ กำหนดการจดั ประสบการณ์ ระดับปฐมวยั โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ ภาคเรยี นท่ี 2 สัปดาห์ ชั้นอนบุ าล 2 (4-5 ป)ี ชน้ั อนบุ าล 3 (5-6 ปี) ที่ หนว่ ยการเรยี นร/ู้ สาระที่ควรเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นร/ู้ สาระที่ควรเรยี นรู้ 21 เรอื่ งราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เรื่องราวเกยี่ วกับตัวเดก็ หนว่ ยรู้รอบปลอดภยั หน่วยรรู้ อบปลอดภัย 1. การระมัดระวังอันตรายท่ีอาจเกดิ ขึ้นกบั 1. การประเมินภัยรอบตวั เมื่ออยใู่ นสถานที่ ตัวเอง และสถานการณ์ต่าง ๆ 2. ไฟฟา้ มีประโยชน์มากมายแตม่ ีอันตรายมาก 2. ภัยพบิ ตั ติ า่ ง ๆได้แก่ อคั คีภยั วาตภยั เช่นกนั อุทกภัย 3. การปฏบิ ตั ติ ัวเมอื่ ไดย้ ินสัญญาณเตือนภยั การ 3. การระวงั ภัยอัคคีภยั การดูแลช่วยเหลอื ชว่ ยเหลือตนเองเม่ือเกิดเหตรุ ้าย ตนเองเมื่อมีเหตุไฟไหม้ 4. การสงั เกตส่ิงแวดล้อมรอบตวั ท่เี ป็นสัญญาณ 4. การส ารวจจดุ อันตรายในโรงเรียน และ เตอื นภัย เชน่ กลิ่นเหม็นไหม้ เสยี งกระจกแตก สถานทอ่ี ่ืน ๆ ทีเ่ ดก็ อาศัยอยู่ และการปฏบิ ัติ เสยี งทดี่ งั มากๆ ตวั เพื่อให้พ้นภยั 5. การปฏิบตั ิตนและป้องกนั ภยั ทอี่ าจเกิด 5 การปฏบิ ัติตนเพื่อปอ้ งกันภัยทอ่ี าจเกดิ ข้นึ กับตนเองเม่ืออยู่ในสถานที่สาธารณะ เมื่อ ขน้ึ กับเด็กเม่ืออยู่ใน สถานท่สี าธารณะอยหู่ ่าง พลัดหลงกบั พ่อแม่ ผปู้ กครอง 22 เรอ่ื งราวเกีย่ วกบั บคุ คล เร่อื งราวเกี่ยวกับบคุ คล และสถานทแ่ี วดล้อมเดก็ และสถานที่แวดลอ้ มเดก็ หนว่ ยลอยกระทง หนว่ ยลอยกระทง 1. ความเปน็ มาและความสำคัญของวันลอย 1. ความเปน็ มาและความสำคัญของประเพณี กระทง ลอยกระทง 2. กิจกรรมในวนั ลอยกระทง 2. กลีบและฐานกระทง – การชง่ั น้ำหนัก 3. การดูแลรักษาสิง่ แวดลอ้ มในแม่น้ำ 3. การจม – ลอยโดยการทดลองหาจำนวน 4. ส่วนประกอบของกระทง กลีบกระทง ที่มากที่สดุ ทีก่ ระทงไม่จม 5. ลกั ษณะรูปรา่ งฐานกระทง 4. การบันทึกและนำเสนอผลการทดลอง 6. รปู ร่าง ขนาด พ้ืนทขี่ องฐานกระทงทีม่ ีผลต่อ 5. การดูแลรักษาธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมใน การจมการลอย แม่น้ำ 23 ธรรมชาตริ อบตัว ธรรมชาติรอบตัว ระดับปฐมวยั หนา้ ๘๗

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ สัปดาห์ ชน้ั อนบุ าล 2 (4-5 ปี) ชน้ั อนุบาล 3 (5-6 ปี) หนว่ ยการเรียนร/ู้ สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ท่ี หน่วยการเรยี นร/ู้ สาระทคี่ วรเรียนรู้ หนว่ ยเวลา กลางวนั – กลางคนื หนว่ ยเวลา กลางวนั – กลางคนื ๑. การเกดิ กลางวนั -กลางคืน ๒. ลกั ษณะของดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ 1. ลักษณะของดวงอาทิตย์ ดวงดาว ๓. การปฎิบตั ิกจิ วัตรประจ าวนั ตามหน้าท่ี 2. ลักษณะของดวงจนั ทร์ และความรับผดิ ชอบ ๔. ส่งิ มีชีวติ กลางวัน กลางคืน 3. ความแตกตา่ งระหว่างกลางวันและกลางคนื ๕. กิจกรรมการอ่านร่วมกันจากหนังสือเรื่อง “ป๋องแป๋งไม่ยอมนอน” 4. การปฏิบตั ิตนในเวลากลางวนั และกลางคืน 5. สตั วท์ อี่ อกหากนิ ในเวลากลางวนั และ กลางคืน 24 เร่ืองราวเกีย่ วกับบคุ คล เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล และสถานที่แวดล้อมเดก็ และสถานที่แวดล้อมเดก็ หนว่ ยรกั ความเป็นไทย หนว่ ยรกั ความเป็นไทย 1. ฉนั เป็นคนไทย 1. ฉันเป็นคนไทย 2. ฉนั ภมู ใิ จในความเป็นไทย ทีม่ วี นั สำคัญของ 2. ฉันภมู ใิ จในความเปน็ ไทยที่มีวันสำคญั ของ ชาติ ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตรยิ ์ ศาสนาและพระมหากษัตรยิ ์ 3. – คนไทยใชภ้ าษาไทยเป็นภาษาประจำ 3. คนไทยใชภ้ าษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ ชาติ มีวัฒนธรรมประเพณี ประจำชาติ และ มวี ฒั นธรรมประเพณีประจำชาตแิ ละท้องถ่ิน ท้องถิน่ 4. คนไทยมีมารยาทดี - รอบตวั เรามีทงั้ สงิ่ แวดลอ้ มตามธรรมชาติ 5. คนไทยมคี วามซ่อื สตั ย์ มวี ินยั มคี วามกตญั ญู และส่ิงแวดลอ้ มท่ีมนุษย์สรา้ ง ข้นึ ซึ่งมีความ แตกต่างกัน 4. - คนไทยมีมารยาทดี มคี วามซือ่ สัตย์ มี น้ำใจ มีวนิ ยั กตัญญู - ชุมชนของเรามีสงิ่ แวดล้อมท่ีแตกต่างกัน แตเ่ ราอยรู่ ว่ มกันอย่าง สงบสขุ เพราะเราทุก คนเปน็ คนไทย 5. - คนไทยสว่ นมากนับถือศาสนาพทุ ธ พระมหากษัตรยิ ไ์ ทยทรงอุปถัมภ์ ทกุ ศาสนา ในประเทศไทย ศาสนาทุกศาสนาสอนใหท้ ุก คนเป็นคนดี - ทุกคนตอ้ งชว่ ยกันดูแลรักษาส่งิ แวดล้อม และใชท้ รพั ยากรอย่างคุ้มค่า 25 เรื่องราวเกี่ยวกบั บคุ คล เร่อื งราวเกยี่ วกับบุคคล และสถานทีแ่ วดล้อมเดก็ และสถานทีแ่ วดล้อมเด็ก ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๘๘

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ สปั ดาห์ ช้ันอนุบาล 2 (4-5 ป)ี ชนั้ อนุบาล 3 (5-6 ป)ี ที่ หนว่ ยการเรียนร/ู้ สาระที่ควรเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนร/ู้ สาระที่ควรเรียนรู้ หนว่ ยวันชาติ หนว่ ยวนั ชาติ 1. วันชาตขิ องประเทศไทยตรงกับวันท่ี ๕ 1. วนั ชาตขิ องประเทศไทยตรงกบั วนั ท่ี ๕ ธันวาคมของทุกปีซ่งึ เปน็ วนั พระบรมราชสมภพ ธนั วาคมของทกุ ปีซึง่ เป็นวนั พระบรม (วันเกดิ ) พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัวรชั กาลท่ี ราชสมภพ (วันเกิด )พระบาทสมเดจ็ พระ ๙ เจ้าอยหู่ วั รชั กาลที่ ๙ ๒. วนั ท่ี ๕ ธนั วาคมถือเป็นวันพอ่ แห่งชาติ ๒. วนั ท่ี ๕ ธันวาคมถอื เป็นวันพ่อแห่งชาติ เนือ่ งจากพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั รัชกาลที่ เนอ่ื งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว ๙ ทรงเปน็ ผมู้ พี ระคณุ แก่ชาติเปรียบเสมอื นพ่อ รชั กาลท่ี ๙ ทรงเป็นผ้มู ีพระคุณแก่ชาติ ของชาวไทย เปรียบเสมือนพ่อของชาวไทย ๓. ความสำคัญของวันชาตแิ ละพระคุณพ่อ ๓. ความสำคัญของวันชาตแิ ละพระคุณพ่อ ๔. ความกตญั ญูต่อผ้มู พี ระคุณ ๔. ความกตญั ญตู ่อผูม้ พี ระคุณ ๕. การรกั ษาส่งิ แวดล้อมในชุมชน ๕. การรกั ษาส่ิงแวดลอ้ มในชุมชน 26 สิ่งตา่ ง ๆ รอบตัว ส่งิ ตา่ ง ๆ รอบตัว หน่วยเศรษฐกิจพอเพยี ง หน่วยเศรษฐกิจพอเพยี ง 1. หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงสำหรบั 1. ความรู้เรื่องหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ เด็กปฐมวยั พอเพียงและการปฏบิ ัติตามหลกั ปรัชญาของ - การประหยดั เศรษฐกิจพอเพียง 2. การพง่ึ พาตนเอง 2. การประหยดั อดออม(เงิน) - การแตง่ ตวั ด้วยตนเอง - สิ่งของเครอื่ งใช้นำ้ /ไฟ 3. การพง่ึ พาตนเอง 3. การพึง่ พาตนเองการแต่งตัว , - การรับประทานอาหารด้วยตนเองใหห้ มด - การรบั ประทานอาหารและดื่มนม ไมเ่ หลอื ทง้ิ 4. การเก็บของเล่นของใช้เขา้ ทดี่ ว้ ยตนเอง 4. การพึง่ พาตนเอง 5. การเลอื กอย่างมเี หตผุ ล - การเก็บของเลน่ ของใช้เข้าที่ด้วยตนเอง - การปลูกผกั รักสุขภาพ 5. การรจู้ ักเลือกอย่างมีเหตุผล - การเลือกซอื้ อาหารท่ีมีประโยชน์ - การปลกู ผกั รักสขุ ภาพ 27 ส่ิงตา่ ง ๆ รอบตัว สิง่ ตา่ ง ๆ รอบตัว หนว่ ยเทคโนโลยี และการสื่อสาร หน่วยเทคโนโลยี และการส่ือสาร 1. การส่อื สารทางโทรศัพท์ 1. ชนิดของจดหมาย ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๘๙

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ สัปดาห์ ชัน้ อนบุ าล 2 (4-5 ปี) ช้ันอนบุ าล 3 (5-6 ปี) หนว่ ยการเรยี นร/ู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ที่ หน่วยการเรียนรู/้ สาระที่ควรเรยี นรู้ 2. ลักษณะของจดหมาย 2. การเดนิ ทางของเสียงผา่ นโทรศพั ท์ 3. หนา้ ท่ขี องบุรุษไปรษณีย์ 4. การเดนิ ทางของจดหมาย 3. การประดิษฐ์โทรศัพท์ตามวิธีการ ข้อสงสยั 5. ข้นั ตอนการสง่ จดหมาย 6. การสือ่ สารทางอน่ื ๆ ได้แก่ วิทยุ โทรทศั น์ ของตนเองเพือ่ หาคำตอบจากวัสดทุ ก่ี ำหนดให้ 4. การทดสอบการได้ยินเสียงของโทรศัพท์ กระดาษที่ประดษิ ฐ์ จากกรวยทม่ี ีขนาด, รูปรา่ ง,ความยาวของเชอื ก ตา่ งกัน 5. การสอ่ื สารทางอ่ืนๆได้แก่ วิทยุ โทรทัศน์ จดหมาย 28 เรือ่ งราวเก่ยี วกบั บคุ คล เรื่องราวเกย่ี วกับบคุ คล และสถานทีแ่ วดล้อมเด็ก และสถานทแ่ี วดลอ้ มเด็ก หนว่ ยวันขนึ้ ปใี หม่ หน่วยวันขน้ึ ปีใหม่ 1. การเชดิ หนุ่ ประกอบคำคล้องจอง “ปีใหม่” 1. ประวตั ิความเปน็ มาของวันปใี หม่ เล่าประวตั คิ วามเปน็ มาของวันปีใหมแ่ ละ 2. แสดงบทบาทประเพณีวนั ปใี หม่ ประเพณีวนั ขึน้ ปีใหม่ 3. การส่งบตั รอวยพรและค าอวยพร 2. เล่าประสบการณ์เก่ียวกบั วันปีใหม่การ 4. สงิ่ ทคี่ วรปฏบิ ัติในการจดั งานเลย้ี งวนั ปีใหม่ ปฏิบัตติ นในวนั ขนึ้ ปีใหม่การปฏบิ ัติตนตาม 5. การแสดงบทบาทสมมตติ ามนิทาน มารยาทไทย ของขวัญวนั ปีใหม่ การต่อ เติมแบบรปู 3. การสง่ บัตรอวยพรและการกล่าวคำอวยพร ของขวญั แบบต่าง ๆ 4. ร้องและรำวง เพลง “รำวงปีใหม”่ สง่ิ ทีค่ วร ปฏบิ ัติในการจดั งานเล้ยี งวันปีใหม่ 5. การนับแสดงจำนวนกล่องของขวญั 1 - 8 การตอ่ เติมแบบรูป 29 ส่ิงตา่ ง ๆ รอบตัว ส่ิงต่าง ๆ รอบตัว หน่วยสนกุ กับตัวเลข หนว่ ยสนกุ กับตัวเลข 1. นับและแสดงจำนวน 1 - 8 1. นบั และแสดงจำนวน 1 - 14 2. การรวมสง่ิ ต่างๆสองกลมุ่ และบอกจำนวนท่ี 2. การรวมส่งิ ตา่ ง ๆ สองกลมุ่ และบอก ระดับปฐมวยั หนา้ ๙๐

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ สปั ดาห์ ช้ันอนบุ าล 2 (4-5 ปี) ชัน้ อนบุ าล 3 (5-6 ป)ี หนว่ ยการเรียนร้/ู สาระท่คี วรเรียนรู้ ที่ หน่วยการเรยี นรู้/สาระทคี่ วรเรยี นรู้ จำนวนทีเ่ กิดจากการรวมสิ่งต่าง ๆ สองกลมุ่ มี เกดิ จาการรวมสง่ิ ต่างๆสองกลุ่มทมี่ ีผลรวมไม่ ผลรวมไมเ่ กิน 14 3. การแยกกลุ่มออกจากกล่มุ ใหญแ่ ละบอก เกิน ๑๐ จำนวนท่ีเหลอื เมื่อแยกกลุม่ ย่อยทมี่ จี ำนวนไม่ เกนิ 14 ๓. การแยกกลุม่ ออกจากกลุ่มใหญ่และบอก 4. การเปรยี บเทยี บจำนวนของสงิ่ ตา่ ง ๆ สอง กลุม่ มจี ำนวนไมเ่ กนิ 14 เช่น เทา่ กัน ไม่ จำนวนท่เี หลอื เมื่อแยกกลมุ่ ย่อยทม่ี จี ำนวนไม่ เทา่ กนั มากกวา่ น้อยกว่า 5. เรียงลำดับของสงิ่ ตา่ ง ๆ ไม่เกนิ 5 ส่ิง เกิน ๑๐ สงิ่ ต่าง ๆ รอบตัว 4. เปรียบเทียบจำนวนของส่งิ ตา่ ง ๆ เช่น หน่วยขนาด รูปรา่ ง รูปทรง 1. ลักษณะวสั ดุทรงสามเหล่ยี ม เท่ากนั หรอื ไม่เท่ากัน มากกว่าหรอื น้อยกว่า 2. วสั ดุทรงสามเหลี่ยมรอบตัวเรา 3. เปรยี บเทียบความเหมอื น ความตา่ งของ 5. เรียงลำดบั ทขี่ องสิง่ ต่างๆไม่เกิน ๓ สิ่ง วัสดุ ทรงกลม ทรงสเ่ี หลี่ยม และทรง สามเหล่ียม 30 สิง่ ตา่ ง ๆ รอบตัว 4. จำแนกวัสดทุ รงกลม ทรงสี่เหลีย่ ม ทรง หนว่ ยขนาด รปู รา่ ง รูปทรง สามเหลยี่ ม และรปู วงกลม รูปส่ีเหล่ยี ม รูป 1. ลกั ษณะวัสดุทรงสีเ่ หลี่ยม สามเหลี่ยม 2. วสั ดทุ รงส่ีเหลี่ยมรอบตวั เรา 5. ประโยชนข์ องทรงสามเหล่ียม 3. เปรียบเทยี บความเหมอื น ความตา่ งของ วัสดุทรงกลมและทรงสเ่ี หลยี่ ม เรือ่ งราวเก่ยี วกบั บุคคล 4. จำแนกวัสดุทรงกลม ทรงสี่เหล่ยี ม และรปู และสถานท่แี วดลอ้ มเดก็ วงกลมรปู สี่เหลยี่ ม หน่วยวนั เด็ก วนั ครู 5. ประโยชน์ของทรงส่เี หลยี่ ม 1. ความสำคัญของวนั เด็ก 2. คำขวัญวนั เดก็ ประจำปี 31 เร่อื งราวเกยี่ วกับบุคคล 3. หน้าท่ขี องเด็ก และสถานท่ีแวดลอ้ มเด็ก 4. ความสำคญั ของครู 5. การปฏิบัตติ ่อครแู ละผู้ใหญอ่ ย่างมี สัมมา หนว่ ยวนั เดก็ วันครู คารวะมคี วามกตญั ญตู อ่ ผู้มพี ระคุณ ๑. ความสำคญั ของวันเด็ก ๒. คำขวญั วนั เดก็ ประจำปี ๓. หน้าทข่ี องเด็ก ๔. ความสำคัญของวนั ครู ๕. การปฏิบตั ติ อ่ ครูและผู้ใหญ่อยา่ งมสี ัมมา คารวะ 32 สง่ิ ต่าง ๆ รอบตัว สงิ่ ต่าง ๆ รอบตัว หน่วยโลกสวยด้วยสีสนั หน่วยโลกสวยด้วยสสี ัน 1. ประเภทของสี 1. แมส่ ีและการผสมสีจากแม่สี - สีจากธรรมชาติ 2. สผี สมข้ันท่ี 3 - สีที่มนุษยส์ รา้ งข้ึน 3. ความลบั ของสดี ำ ระดับปฐมวยั หนา้ ๙๑

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ สปั ดาห์ ช้นั อนุบาล 2 (4-5 ป)ี ชน้ั อนุบาล 3 (5-6 ป)ี ที่ หนว่ ยการเรียนรู/้ สาระทค่ี วรเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้/สาระทค่ี วรเรียนรู้ 2. แมส่ ี และการผสมสี 4. การทำสผี สมอาหารจากพืช 3. สแี ทนสัญลักษณ์ (สขี องธงชาตไิ ทย) 5. การทำหวานเยน็ จากสีธรรมชาติ 4. สที ี่ได้จากพชื ผัก ผลไม้ 5. การท้าวุน้ สีจากสีธรรมชาติ 33 ธรรมชาติรอบตัว ธรรมชาตริ อบตัว หน่วยฤดูหนาว หน่วยฤดูหนาว 1. ฤดกู าล 3 ฤดู ฤดรู อ้ น ฤดูฝน ฤดหู นาว 1. ฤดูกาล 3 ฤดู ฤดรู อ้ น ฤดูฝน ฤดหู นาว ลกั ษณะทวั่ ไปของฤดูหนาว ช่วงเดอื นทเ่ี กิด ฤดูกาลต่าง ๆ ในรอบปี การ 2. สภาพอากาศในฤดหู นาว ลมหนาว การเกดิ เกิดฤดูกาล ลม 2. สภาพอากาศและปรากฏการณ์ที่เกดิ ขนึ้ ใน ๓. อากาศร้อน อากาศเยน็ การเคลอื่ นตวั ของ ฤดูหนาว อากาศ 3. แรงลมและการเคล่ือนท่ีของลม ๔. การรกั ษาสุขภาพของตนเองในฤดูหนาว 4. ทดลองการสร้างกระแสลม ๕. การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในฤดู 5. การรกั ษาสุขภาพของตนเองในฤดหู นาว หนาว พชื ผัก ผลไมใ้ นฤดูหนาว วธิ ีการทำให้รา่ งกายอบอ่นุ 34 ธรรมชาติรอบตัว ธรรมชาติรอบตัว หน่วยแรงและพลงั งาน หน่วยแรงและพลงั งาน 1. ในชีวติ ประจำวนั มกี ารออกแรงกระทำสิ่ง ๑. แรงมผี ลทำให้สิ่งต่ำง ๆ เปล่ียนแปลง ตา่ งๆด้วยวิธีการท่หี ลากหลาย รปู ร่าง และการเคล่อื นท่ี เกดิ จำก นำ้ มัน แกส๊ 2. แรงมผี ลทำใหส้ ่งิ ต่างๆเปลี่ยนแปลงรปู รา่ ง ธรรมชาติ ลม ไฟฟ้า คนหรอื สตั ว์ ชว่ ยอำนวย และการเคลอื่ นที่ การทำกงั หันหมนุ ยาง ความสะดวก ในชีวิตประจำวัน 3. แสงและไฟฟ้าไดม้ าจากแรงและพลงั งาน ๒. สิง่ ของเครื่องใชท้ ใ่ี ช้พลังงำนไฟฟา้ แตล่ ะ เช่น ดวงอาทิตย์ ลม นำ้ เช้อื เพลงิ การทำกงั หนั ชนดิ มวี ธิ ีการใชแ้ ตกตา่ งกนั ต้องใช้ใหถ้ ูกวธิ ี รองน้ำ เพอื่ ไม่ให้ เกดิ อนั ตรายและเป็นการประหยัด 4. แสงชว่ ยให้เรามองเหน็ เม่ือมีสิ่งต่างๆไปบงั พลังงาน แสงจะเกิดเงา การใช้แสงผ่านเลนส์เว้า 5. ไฟฟา้ ทำใหส้ ่ิงของเคร่ืองใชบ้ างอยา่ งทำงาน ได้ 35 ธรรมชาตริ อบตัว ธรรมชาติรอบตัว หนว่ ยเสียงรอบตัว หน่วยเสียงรอบตวั 1. เสียงเกิดจากการสั่นของสิ่งต่าง ๆ 1. เสียงเกิดจากการส่ันของสิ่งตา่ ง ๆ 2. เสยี งทเี่ กิดจากแหล่งที่มาของเสยี งแตกต่าง 2. เสียงท่ีเกดิ จากแหลง่ ท่ีมาของเสียงแตกต่าง กนั จะไม่เหมือนกนั กนั จะไมเ่ หมือนกัน 3. การมีสมาธิในการฟงั เสยี ง, การแยกเสยี งดงั 3. การมีสมาธใิ นการฟังเสยี ง, จำแนกทิศทาง ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๙๒

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ สัปดาห์ ช้ันอนบุ าล 2 (4-5 ป)ี ช้นั อนบุ าล 3 (5-6 ปี) หนว่ ยการเรียนรู/้ สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ที่ หน่วยการเรียนร/ู้ สาระทคี่ วรเรียนรู้ ของเสียง จากเคร่ืองดนตรแี ละเคร่ืองมือ - เสียงเบา,วัตถตุ ่างกันทำใหเ้ กดิ เสยี งตา่ งกนั ต่าง ๆ 4. การสำรวจเสยี งจากวัตถุต่าง ๆ (กระดาษ 4. เสียงสื่อสัญญาณสำคญั ตา่ ง ๆ เช่น เสยี ง แกว้ ไม้ โลหะ) 5. การดแู ลรักษาหู ไซเรนของรถพยาบาล เสียงนาฬิกาปลุก เสยี ง - การปอ้ งกนั อนั ตรายจากเสียงดงั กรงิ่ ประตู - มารยาทในการใช้เสียง 5. การดแู ลรักษาหู - การป้องกนั อนั ตรายจากเสียงดงั มารยาท ในการใช้เสยี ง 36 ส่งิ ตา่ ง ๆ รอบตัว สิ่งต่าง ๆ รอบตัว หนว่ ยรักการอ่าน หน่วยรักการอ่าน ๑. ความรูพ้ ื้นฐานเกีย่ วกับหนังสอื และ ๑. ความรพู้ ื้นฐานเกยี่ วกับหนังสือและ ตัวหนังสือจากหนงั สอื ภาพ ตวั หนังสอื จาก หนังสอื ภาพ - การอ่านหนังสอื นิทานโดยใชก้ ารอ่าน ร่วมกัน ๑.๑. การอา่ นหนังสือนิทานโดยใชก้ าร - การอา่ นแบบชแี้ นะ อา่ นรว่ มกัน - การอา่ นอสิ ระ ๒. การทำหนงั สือนทิ าน ๔ ช่อง ๑.๒. การอ่านแบบชแี้ นะ ๓. การเปรยี บเทียบ จำแนก จัดกลุม่ จำนวน ๑.๓. การอ่านอิสระ ๔. การนบั และแสดงจำนวน ๑ - ๑๗ ๒. การเล่นเกมทางภาษาและกิจกรรมรักการ ๕. พื้นฐานการบวกไมเ่ กิน ๑๗ อ่าน ๓. การทำหนงั สอื เล่มเลก็ ๔. การเปรียบเทียบ จำแนก จัดกลุ่มจำนวน ๕. การนบั และแสดงจำนวน ๑ - ๑๙ ๖. พืน้ ฐานการบวกไมเ่ กิน ๑๙ 37 ส่ิงตา่ ง ๆ รอบตัว สิ่งตา่ ง ๆ รอบตัว หน่วยปริมาตร นำ้ หนกั หนว่ ยปริมาตร นำ้ หนกั ๑. ปรมิ าตรของสิ่งต่างๆ ๑. ปริมาตรของท่ีอยู่ในภาชนะต่างกนั ๒. การเปรียบเทียบปริมาตรของส่ิงต่างๆ ใน ๒. การตวงโดยใช้เคร่อื งมือและหนว่ ยท่ีไม่ใช่ ภาชนะที่ขนาดแตกต่างกัน หนว่ ยมาตรฐาน ๓. เสยี งที่เกิดจากขวดน้ำทม่ี ีปรมิ าตรแตกต่าง ๓. การคาดคะเนนำ้ หนกั ของสิง่ ของ กัน 4. น้ำหนกั ของสงิ่ ของทใี่ สใ่ นน้ำมี ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๙๓

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ สปั ดาห์ ช้ันอนบุ าล 2 (4-5 ปี) ชัน้ อนุบาล 3 (5-6 ปี) หนว่ ยการเรยี นรู้/สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ที่ หนว่ ยการเรยี นรู้/สาระทีค่ วรเรียนรู้ ความสัมพันธก์ ับปรมิ าตร ของนำ้ ทีล่ น้ ออกมา ๔. การเรยี นรูเ้ ร่ืองน้ำหนกั 5. การช่งั โดยใชเ้ ครือ่ งมือและหน่วยท่ีไม่ใช่ หน่วยมาตรฐาน ๕. การเปรียบเทียบน้ำหนกั ของสง่ิ ตา่ งๆ 38 ธรรมชาตริ อบตัว ธรรมชาติรอบตัว หน่วยฤดรู ้อน หนว่ ยฤดรู ้อน ๑. สภาพอากาศในฤดูร้อน ๑. สภาพอากาศในฤดูร้อนเปรียบเทียบรอ้ น- ๒. การแต่งกายในฤดูร้อน เยน็ 3. โรคทีพ่ บในฤดูร้อนและการป้องกัน ๒. การแต่งกายในฤดรู อ้ น 4. อาหารในฤดูร้อน ๓. ประเพณีวฒั นธรรมและการละเล่นไทย 5. ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย (วนั สงกรานต)์ ๔. การดำรงชีวติ ของคน สัตว์และการ เจริญเติบโต ของพืช (การปลูกต้น กระบองเพชร) ๕. โรคในฤดรู ้อนและการป้องกนั 39 ผลงานของหนู/Open House ผลงานของหนู/Open House 40 ประเมินพัฒนาการ/การสอนแบบโครงงาน ประเมินพฒั นาการ/การสอนแบบโครงงาน ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๙๔

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ การสร้างบรรยากาศการเรยี น การจดั สภาพแวดล้อม การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยเป็นไปอย่างราบร่ืนและมีประสิทธิภาพ ถ้าหากเด็กอยู่ใน สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีการสนับสนุนอำนวยความสะดวกจากผู้ใหญ่ ภายใต้บรรยากาศที่มีความสุข ไม่เคร่งเครียดด้วยกฎระเบียบที่เคร่งครัดหรือยากต่อการปฏิบัติ การจัดบรรยากาศการเรียนรู้จึงแบ่ง ออกเป็น 3 ดา้ น การจัดสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ เป็นการจัดสภาพแวดล้อมตามแนวคิดเรื่องการ ตอบสนองความต้องการพ้นื ฐานและการเรียนร้โู ดยการปฏิสมั พันธก์ บั สงิ่ แวดล้อม การจดั การจงึ มเี ปา้ หมาย ใหเ้ ดก็ อย่รู ว่ มกันอยา่ งมีสขุ อนามยั ทดี่ ี การจัดสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ มีความสำคัญต่อเด็กมาก เนื่องจากธรรมชาติของเด็ก ในวัยน้ีสนใจท่ีจะเรียนรู้ ค้นคว้า ทดลองและต้องการสัมผัสกับส่ิงแวดล้อมรอบ ๆ ตัว ดังน้ัน การ จัดเตรียมสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสมตามความต้องการของเด็ก จึงมีความสำคัญที่เก่ียวข้องกับพฤติกรรม และการเรียนรู้ของเด็ก เด็กสามารถเรียนรู้จากการเล่นท่ีเป็นประสบการณ์ตรงท่ีเกิดจากการรับรู้ด้วย ประสาทสัมผัสทั้งห้าจึงจำเป็นต้องจัดส่ิงแวดล้อมในห้องเรียนและในโรงเรียนให้สอดคล้องกับสภาพและ ความตอ้ งการของหลักสูตร เพอื่ สง่ ผลให้บรรลจุ ดุ หมายในการพัฒนาเด็ก การจัดสภาพแวดล้อมจะต้องคำนงึ ถึงส่งิ ตอ่ ไปนี้ 1. ความสะอาด ความปลอดภยั 2. ความมอี สิ ระอยา่ งมขี อบเขตในการเลน่ 3. ความสะดวกในการทำกจิ กรรม ๔. ความพร้อมของอาคารสถานที่ เช่น หอ้ งเรยี น ห้องน้ำห้องส้วม สนามเด็กเล่น ฯลฯ 5. ความเพียงพอเหมาะสมในเรื่องขนาด น้ำหนัก จำนวน สขี องสอื่ และเคร่ืองเลน่ 6. บรรยากาศในกาเรียนรู้ การจัดที่เล่นและมมุ ประสบการณต์ า่ ง ๆ สภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์)คำนึงถึงความปลอดภัย ความสะอาด ความเป็น ระเบียบ ความเป็นตัวของตัวเอง ให้เด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่น ม่ันใจ และมีความสุข ซ่ึงอาจจัดแบ่งพ้ืนท่ี ใหเ้ หมาะสมกบั การจัดกจิ กรรมตามหลักสูตร ดังนี้ 1. พ้ืนท่ีอำนวยความสะดวกเพื่อเด็กและผู้สอนที่แสดงผลงานเด็ก อาจจัดเป็นแผ่นป้าย หรือที่แขวนผลงานที่เก็บแฟ้มผลงานของเด็ก อาจจัดทำเป็นกล่องหรือจดั ใส่แฟ้มรายบุคคลท่ีเก็บเครื่องใช้ ส่วนตัวของเด็ก อาจทำเป็นช่องตามจำนวนเด็กที่เก็บเครื่องใช้ของผู้สอน เช่นอุปกรณ์การสอน ของ ส่วนตวั ผูส้ อน ฯลฯ ป้ายนเิ ทศตามหนว่ ยการสอนหรือส่งิ ท่ีเด็กสนใจ 2. พืน้ ที่ปฏิบตั ิกิจกรรมและการเคลื่อนไหว ต้องกำหนดให้ชัดเจน ควรมีพ้ืนที่ที่เด็กสามารถ จะทำงานได้ด้วยตนเอง และทำกิจกรรมด้วยกันในกลุ่มเล็ก หรือกลุ่มใหญ่ เด็กสามารถเคล่ือนไหวได้ อยา่ งอสิ ระจากกิจกรรมหนง่ึ ไปยังกิจกรรมหน่ึงโดยไมร่ บกวนผู้อืน่ 3. พ้ืนที่จัดมุมเล่นหรือมุมประสบการณ์ สามารถจัดได้ตามความเหมาะสมข้ึนอยู่กับสภาพ ของห้องเรียน จัดแยกส่วนท่ีใช้เสียงดังและเงียบออกจากกัน เช่น มุมบล็อกอยู่ห่างจากมุมหนังสือ มุม บทบาทสมมุติอยู่ตดิ กับมมุ บล็อก มุมวทิ ยาศาสตร์ อยใู่ กล้มุมศิลปะ ฯลฯ ท่ีสำคญั จะต้องมขี องเล่น วัสดุ อุปกรณ์ในมุมอย่างเพียงพอต่อการเรียนรู้ของเด็ก การเล่นในมุมเล่นอย่างเสรีมักถูกกำหนดไว้ในตาราง ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๙๕

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ กิจกรรมประจำวัน เพื่อให้โอกาสเด็กได้เล่นอย่างเสรีประมาณวันละ 60 นาที การจัดมุมเล่นต่าง ๆ ผู้สอนควรคำนึงถึงสิ่งตอ่ ไปน้ี 3.1 ในห้องเรียนควรมมี ุมเล่นอย่างนอ้ ย 3 –5 มมุ ท้งั นีข้ ึน้ อยูก่ ับพน้ื ที่ของห้อง 3.2 ควรมีการผลัดเปลยี่ นสื่อของเล่นตามมุมบ้าง ตามความสนใจของเดก็ 3.3 ควรจดั ให้มปี ระสบการณ์ท่เี ด็กได้เรียนรู้ไปแล้วปรากฏอยใู่ นมมุ เล่น เชน่ เดก็ เรียนรู้ เรื่องผีเส้ือ ผู้สอนอาจจัดให้มีการเลี้ยงหนอน หรือมีผีเสื้อสต๊าฟใส่กล่องไว้ให้เด็กดูในมุมธรรมชาติศึกษา หรือมมุ วทิ ยาศาสตร์ ฯลฯ 3.๔ ควรเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการจัดมุมเล่น ทั้งนี้เพื่อจูงใจให้เด็กรู้สึกเป็น เจา้ ของ อยากเรียนรู้ อยากเข้าเล่น 3.5 ควรเสริมสร้างวินัยให้กับเด็ก โดยมีข้อตกลงร่วมกันว่าเมื่อเล่นเสร็จแล้วจะต้อง จัดเกบ็ อุปกรณท์ ุกอยา่ งเขา้ ทใ่ี ห้เรียบร้อย มุมเล่นหรือมุมประสบการณ์ทค่ี วรจดั มดี ังน้ี มุมบลอ็ ก เป็นมุมทีจ่ ัดเก็บบลอ็ กไม้ตนั ที่มีขนาดและรูปทรงต่าง ๆ กันเดก็ สามารถนำมาเล่นต่อประกอบ กนั เป็นสิง่ ต่าง ๆ ตามจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ของตนเอง การจัดมุมบล็อกเป็นมุมท่ีควรจัดให้อยู่ห่างจากมุมที่ต้องการความสงบ เช่น มุมหนังสือทั้งนี้ เพราะเสียงจากการเล่นก่อไม้บล็อก อาจทำลายสมาธิเด็กที่อยู่ในมุมหนังสือได้ นอกจากน้ียังควรอยู่ห่าง จากทางเดินผ่านหรือทางเข้าออกของห้องเพ่ือไม่ใช้กีดขวางทางเดินหรือเกิดอันตรายจากการเดินสะดุดไม้ บลอ็ ก การจัดเก็บไม้บล็อกเหล่าน้ี ควรจัดวางไว้ในระดับท่ีเด็กสามารถหยิบมาเล่นหรือนำมาเก็บ ดว้ ยตนเอง ได้อย่างสะดวก ปลอดภยั และควรให้ฝึกให้เด็กหัดจัดเก็บเปน็ หมวดหมเู่ พื่อความเป็นระเบยี บ สวยงาม มมุ หนังสือ ในห้องเรียนควรมีท่ีเงียบสงบ สำหรับให้เด็กได้ดูรูปภาพ อ่านหนังสือนิทาน ฟังนิทาน ผู้สอนควรได้จดั มุมหนังสือใหเ้ ด็กได้คุ้นเคยกับตัวหนังสอื และได้ทำกิจกรรมสงบตามลำพังหรือเปน็ กลุ่มเล็ก ๆ การจัดมุมหนังสือ เป็นมุมท่ีต้องการความสงบ ควรจัดห่างจากมุมที่มีเสียง เช่น มุมบล็อก มุมบทบาทสมมติ ฯลฯ และควรจัดบรรยากาศจูงใจให้เด็กได้เข้าไปใช้เพ่ือเด็กจะได้คุ้นเคยกับตัวหนังสือ และปลูกฝงั นิสยั รักการอา่ นใหก้ ับเด็ก มุมบทบาทสมมติ มุมบทบาทสมมติ เป็นมุมท่ีจัดข้ึนเพ่ือให้เด็กมีโอกาสได้นำเอาประสบการณ์ท่ีได้รับจากบ้าน หรือชุมชนมาเล่นแสดงบทบาทสมมติ เลียนแบบบุคคลต่าง ๆ ตามจินตนาการของตนเอง เช่น เป็นพ่อ แม่ในมุมบ้าน เป็นหมอในมุมหมอ เป็นพ่อค้าแม่ค้าในมุมร้านค้า ฯลฯ การเล่นดังกล่าวเป็นการปลูกฝัง ความสำนกึ ถงึ บทบาททางสงั คมทเ่ี ด็กไดพ้ บเห็นในชวี ติ จรงิ การจัดมุมบทบาทสมมติน้ี ควรอยู่ใกล้มุมบล็อกและอาจจัดให้เป็นสถานท่ีต่าง ๆ นอกเหนือจากการจัดเป็นบ้าน โดยสังเกตการเล่นและความสนใจของเด็กว่ามีการเปลี่ยนแปลงบทบาท การเล่นจากบทบาทเดิมไปสู่รูปแบบการเล่นอื่นหรือไม่ อุปกรณ์ท่ีนำมาจัดก็ควรเปลี่ยนไปตามความสนใจ ระดับปฐมวยั หนา้ ๙๖

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ของเด็กเช่นกัน ดังน้ัน มุมบทบาทสมมติจึงอาจจัดเป็นบ้าน ร้านอาหาร ร้านขายของ ร้านเสริมสวย โรงพยาบาล เป็นต้น ในขณะเดียวกันอุปกรณ์ที่นำมาจัดให้เด็กต้องไม่เป็นอันตรายและมีความเหมาะสม กบั สภาพทอ้ งถน่ิ มมุ วทิ ยาศาสตร์ มุมวิทยาศาสตร์หรอื มุมธรรมชาติศึกษาเปน็ มมุ เล่นที่ผู้สอนจัดรวบรวมสิ่งของตา่ งๆ หรอื สิ่งท่ี มีในธรรมชาติมาให้เด็กได้สำรวจ สังเกต ทดลอง ค้นพบด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการช่วยพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ใหก้ บั เด็ก การจัดมมุ วิทยาศาสตร์ หรือมุมธรรมชาติศึกษา เปน็ มมุ ท่ตี ้องการความสงบคล้ายมุมหนังสือ จึงอาจจัดไว้ใกล้กันได้ และเพื่อเร้าให้เด็กสนใจในสิ่งท่ีนำมาแสดง ของท่ีจัดวางไว้จึงควรอยู่ในระดับท่ีเด็ก หยิบ จับ ดูวัสดุอุปกรณ์เหล่านั้นได้โดยสะดวก และสิ่งที่นำมาต้ังแสดงน้ันไม่ควรจะต้ังแสดงของสิ่ง เดียวกนั ตลอดปี แต่ควรปรับเปลี่ยนให้น่าสนใจ สภาพแวดล้อมนอกห้องเรียน คือ การจัดสภาพแวดล้อมภายในอาณาบริเวณรอบ ๆ สถานศึกษา รวมทั้งจัดสนามเด็กเล่น พร้อมเคร่ืองเล่นสนาม จัดระวังรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณ สถานศึกษาและบริเวณรอบนอกสถานศึกษา ดูแลรักษาความสะอาด ปลูกต้นไม้ให้ความร่มรื่นรอบๆ บริเวณสถานศกึ ษา สง่ิ ตา่ งๆเหล่านเ้ี ปน็ สว่ นหนึง่ ท่สี ่งผลตอ่ การเรยี นร้แู ละพฒั นาการของเด็ก สภาพแวดล้อมนอกห้องเรียน ประกอบด้วย 1) สนามเด็กเล่น มีพ้ืนผิวหลายประเภท เช่น ดิน ทราย หญ้า พ้ืนท่ีสำหรับเล่นของเล่นท่ีมี ล้อ รวมท้ังที่ร่ม ที่โล่งแจ้ง พ้ืนดินสำหรับขุด ที่เล่นน้ำ บ่อทราย พร้อมอุปกรณ์ประกอบการเล่น เครอื่ งเล่น สนามสำหรับปีนป่าย ทรงตัว ฯลฯ ทั้งน้ีต้องไม่ติดกับบริเวณที่มีอันตราย ต้องหม่ันตรวจตราเครื่องเล่นให้ อย่ใู นสภาพแข็งแรง ปลอดภยั อยเู่ สมอ และหม่นั ดแู ลเรอ่ื งความสะอาด 2) ที่น่ังเล่นพักผ่อน จัดท่ีนั่งไว้ใต้ต้นไม้มีร่มเงา อาจใช้กิจกรรมกลุ่มย่อยๆ หรือกิจกรรมท่ี ตอ้ งการความสงบ หรอื อาจจดั เป็นลานนิทรรศการใหค้ วามรู้แกเ่ ดก็ และผ้ปู กครอง 3) บริเวณธรรมชาติ ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผักสวนครัว หากบริเวณสถานศึกษา มีไม่ มากนัก อาจปลูกพชื ในกระบะหรอื กระถาง ๔) ห้องปฏิบัติการและอาคารประกอบต่างๆ เช่น โรงอาหาร เรือนเพาะชำ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการต่างๆ ควรจัดให้มีพื้นท่ีสำหรับเป็นที่ให้เด็กทำกิจกรรมการเรยี นรู้ ที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับ เดก็ การจัดสภาพแวดล้อมด้านจิตภาพ เป็นการจัดการห้องเรียนตามแนวคิด เรื่องการเรียนการรู้ อย่างมีความสุข ตามกฎ ระเบียบ กติกา ข้อตกลงท่ีทุกคนสามารถปฏิบัติร่วมกันได้และเกิดความสุขในการอยู่ รว่ มกนั การจดั สภาพแวดล้อมทางจิตภาพ มีรายละเอยี ดดงั น้ี 1. บุคลิกภาพผสู้ อน บุคลิกภาพผู้สอนช่วยสอนบรรยากาศในการเรียนร้ใู ห้เกิดข้ึนในห้องเรียนให้ เป็นอย่างดี ย้ิมแย้มแจ่มใส มีกิริยามารยาทแบบไทย แต่งกายเหมาะสมกับวัฒนธรรมท้องถ่ิน ใช้ภาษาถูกต้อง ชัดเจน เต็มใจตอบคำถามของเด็ก พูดกับเด็กด้วยเสียงนุ่มนวลเป็นมิตรและพูดชี้แจงเหตุผลแก่เด็กด้วยน้ำเสียง ปกติ 2. การจดั การช้นั เรียนของผู้สอน ผู้สอนควรใส่ใจดูแลเดก็ อยรู่ ่วมกันในห้องเรียนอย่างมคี วามสุข พร้อมท้ังเรียนรู้สิทธิและหน้าท่ีของตน มีการสร้างข้อตกลงในการปฏิบัติตนร่วมกันระหว่างครูกับเด็ก และเด็ก ระดับปฐมวยั หนา้ ๙๗

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ กับเด็ก การแบ่งหน้าที่การรับผิดชอบ แนวทางปฏิบัติเมื่อเด็กไม่ทำตามข้อตกลงและแก้ไขปัญหาเม่ือมีข้อ ขัดแย้งเกดิ ข้นึ 2.1 การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับเด็ก ความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้สอนกับเด็ก ชว่ ยเสรมิ สร้างให้เด็กรู้สกึ อบอุน่ ปลอดภัย สร้างความมั่นใจแก่ตนเอง และเกิดความรูส้ ึกที่ดีตอ่ ตนเอง ให้โอกาส เด็กท่ตี อ้ งการพูดคุยกบั ผู้สอน ตอบเม่ือเด็กถามและยอมรับการชว่ ยเหลือของเด็ก 2.2 การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับเด็ก ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเด็กกับเด็กใน สถานศึกษาจะทำให้เด็กอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างเด็กกับเด็ก โดยการจัด กิจกรรมที่ส่งเสรมิ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สร้างความรับผดิ ชอบในการทำงาน ให้เด็กได้ร่วมคดิ ร่วมทำ และ รว่ มแก้ปัญหา 2.3 การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับสถานศึกษา ผู้สอนมีบทบาทสำคัญย่ิงใน การสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับสถานศึกษา ผู้สอนจึงควรสร้าง ความสัมพันธ์ผู้ปกครอง กระตุ้นให้ผู้ปกครองแลกเปล่ียนเรียนรู้กับทางโรงเรียน สนับสนุนให้ผู้ปกครองเย่ียมช้ัน เรียนของเด็ก จัดประชุมพบปะระหว่างผู้ปกครอง รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้ทำงานอาสาสมัครร่วมกับ ทางโรงเรยี น การจัดสภาพแวดล้อมทางสังคม เป็นการจัดสภาพแวดล้อมที่เกิดจากแนวคิดเรื่องการเรียนรู้ ทางสังคมของเด็กปฐมวัยที่เรียนรู้ทางสังคมจากการเล่น การทำกิจกรรมและการทำงานร่วมกับผู้อ่ืนทั้งเด็กและ ผู้ใหญ่ การจัดสภาพแวดล้อมทางสังคมจึงเป็นการจัดการที่ให้เด็กอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข สนับสนุน ให้ปฏิบัติตนในลักษณะที่สังคมยอมรับและเกิดทักษะทางสังคม มีสัมพันธ์ท่ีดีกับผู้อ่ืน สนับสนุนให้เกิดการ แบ่งปันกันทั้งในด้านความคิด ความรู้สึก พื้นท่ีและอุปกรณ์ต่างๆ จัดให้มีบรรยากาศแบบประชาธิปไตย เด็กได้ แสดงความเห็นและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่างๆ เช่น การกำหนดข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบต่างๆ การแบ่ง หนา้ ท่ี การฝึกวนิ ัยในตนเอง ส่ือเพ่ือส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก เป็นตัวกลางกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ตาม จดุ มุ่งหมายท่ีกำหนด การเรียนรู้ของเด็กอายุ 3-6 ปี จำเป็นต้องผ่านการลงมือปฏิบัติจริงหรือเกิดจากการค้นพบ ด้วยตนเองเป็นประสบการณ์ตรง ซ่ึงเด็กจะเรียนรู้จากส่ิงท่ีเป็นรูปธรรมหรือมองเห็น จับต้องได้ ไปสู่ส่ิงที่เป็น นามธรรมเม่ือเข้าสู่อายทุ ี่สูงข้ึน การเรยี นรู้ของเด็กวัยนีจ้ ึงขนึ้ อยู่กบั ของจริงท่ีพบเห็น ของเล่นทีเ่ ลียนแบบของจริง นทิ านและเพลง ดังน้ี 1. ของเล่น เป็นส่ิงท่ีประกอบการเล่นของเด็ก ของเล่นช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้และเกิด ความมั่นใจในการเล่น ของเล่นอาจจัดทำขึ้นเองจากวัสดุ ส่ิงของ เศษวัสดุเหลือใช้ท่ีมีอยู่รอบตัวในชีวิตประจำวัน หรือเป็นการเลือกซ้ือของเล่นท่ีมีขายในท้องตลาด ซึ่งการจัดหาของเล่นให้เด็กต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและ เหมาะสมกับวัยเด็ก 1.1 ลักษณะของเล่นเด็ก แบง่ เป็น หนา้ ๙๘ - ของจริง - ของเล่นเลียนแบบของจริง (ตกุ๊ ตาคน รถเด็กเล่น ฯลฯ) - ของเล่นสร้างสรรค์ (ตัวตอ่ พลาสติก บลอ็ กพลาสติก ฯลฯ) - ของเล่นเพื่อการศึกษา (ไม้บลอ็ ก เกมภาพตดั ต่อ โดมิโน ฯลฯ) ระดับปฐมวยั

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ - ของเล่นพ้นื บ้าน (ตะกร้อใบลาน กะลารองเท้า ป่ีใบมะพรา้ ว ฯลฯ 1.2 ประเภทของเล่นเด็ก ของเล่นเด็กมหี ลากหลายรูปแบบ แบง่ เป็น - ของเล่นฝึกประสาทสัมผัส (ของเล่นมีผิวสัมผัสเรียบ ขรุขระ ของเล่นหยิบจับไว้ในมือได้ ฯลฯ) - ของเลน่ ฝกึ การเคล่ือนไหว (ลกู บอล ของเล่นลากจูงได้ ของเล่นไขลาน ฯลฯ) - ของเลน่ ฝกึ ความสัมพันธ์มือ ตา (กระดานค้อนตอก กลอ่ งหยอดรูปทรง ฯลฯ) - ของเล่นฝกึ ภาษา (หนงั สือภาพ นทิ าน เทป เพลงเด็ก เคร่อื งดนตรี หุ่นมือ ฯลฯ) - ของเล่นฝกึ การสังเกต (ของเลน่ รปู ทรงเรขาคณิต แผ่นภาพจบั คู่ ฯลฯ) - ของเล่นฝึกการคิด (ภาพตัดต่อ ตวั ตอ่ ภาพปริศนา ฯลฯ) - ของเล่นฝึกความคิดสร้างสรรค์ (บล็อกไม้ ตัวต่อ ของเล่นเคร่ืองครัว ของเล่นร้านค้า ฯลฯ) 1.3 การเลือกของเลน่ เด็ก หลกั เกณฑท์ ี่ควรคำนึงถึงมีดังนี้ - ความปลอดภัยในการเล่น ของเล่นสำหรับเด็กอาจทำด้วยไม้ ผ้า พลาสติก หรือโลหะที่ ไม่มีอันตรายเก่ียวกับผิวสัมผัสที่แหลมคมหรือมีช้ินส่วนท่ีหลุดหรือแตกหักง่าย รวมท้ังมีน้ำหนักพอเหมาะที่เด็ก สามารถหยบิ เล่นเองได้ - ประโยชน์ในการเล่น ของเล่นที่ดีควรช่วยเร้าความสนใจของเด็กให้อยากรู้อยากเห็น มี สีสันสวยงามสะดุดตาเด็ก มีการออกแบบที่ส่งเสริมให้เด็กใช้ความคิดและจินตนาการที่จะเล่นอย่างริเริ่ม สร้างสรรค์หรือแก้ปัญหาช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวและการใช้มือได้อย่างคล่องแคล่วทั้งยัง เสริมสรา้ งการพัฒนาประสาทมือและตาใหส้ ัมพันธ์กัน - ประสิทธิภาพในการใช้เล่น ของเล่นที่เหมาะสมควรมีความยากง่ายที่เหมาะสมกับระดับ อายุและความสามารถตามพัฒนาการของเด็ก ของเล่นควรทำให้เด็กได้ใช้ประสบการณ์ตรงและเกิดการเรียนรู้ ด้วยตนเอง มีความแข็งแรงทนทาน และปรับเปล่ียนดัดแปลงใช้ประโยชน์ได้หลายโอกาส หลายรูปแบบหรือเล่น ไดห้ ลายคน - ความประหยดั ทรัพยากร ของเล่นที่ดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงหรือผลติ ด้วยเทคโนโลยีที่ ทนั สมยั หากแตเ่ ปน็ วสั ดขุ องหรือของเลน่ ที่สามารถจัดหาได้ง่าย 2. นิทาน เป็นส่ือ เครอ่ื งมือ และวิธีการท่สี ำคัญในการพัฒนาเด็ก การอ่านหนังสือใหเ้ ดก็ ฟังจะช่วย สรา้ งความคุ้นเคยระหวา่ งเด็กกับหนังสือ ถือเป็นการบ่มเพาะนิสยั รักการอา่ นหนังสือในเด็กได้อย่างแยบยล 2.1 ประโยชน์ของนิทาน นิทานมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างพัฒนาการเด็กในทุกด้าน ดงั น้ี - ด้านร่างกาย การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง เด็กจะได้บริหารร่างกายตามเร่ืองราวของนิทาน ทำใหอ้ วัยวะสว่ นต่างๆ ของรา่ งกายแข็งแรง - ด้านอารมณ์ จิตใจ การอ่านหนังสือให้เด็กฟังเด็กจะรู้สึกสนุกสนานมีความสุขที่ได้ฟัง เร่ืองราวหรอื ท่องบทกลอนและแสดงท่าทางอย่างอสิ ระตามความต้องการ เด็กจะมอี ารมณด์ ี ยมิ้ แย้มแจม่ ใส - ด้านสงั คม สร้างความสมั พันธ์ในครอบครัวและสังคมรอบด้าน - ด้านสติปัญญา การอ่านหนังสือจะช่วยให้เด็กสามารถจดจำถ้อยคำ จำประโยคและ เร่ืองราวในหนังสือได้ รู้จกั เลยี นแบบคำพูด เขา้ ใจความหมายของเรื่องท่ีจะอา่ น รจู้ ักคดิ และรจู้ กั จนิ ตนาการ 2.2 วิธีการเล่านิทานและเร่ืองราวสำหรับเด็ก เมื่อเลือกนิทานเรื่องราวท่ีเหมาะสมกับวัยของ เด็กได้แล้ว วิธีการเล่านิทานหรือเรื่องราวเพ่ือให้เด็กเกิดความสนใจติดตามฟังเนื้อเรื่องจนจบ จำเป็นต้องทำให้ เหมาะกับเร่ืองที่จะเล่าดว้ ย ในการเล่าเรื่องนิทานท่ีนิยมใชม้ ี 2 วธิ ี ดงั น้ี ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๙๙

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ 2.2.1 การเล่าเรื่องโดยไม่มีอุปกรณ์ เป็นการเล่านิทานด้วยการบอกเล่าด้วยน้ำเสียงและ ลีลาของผ้เู ล่า 2.2.2 การเล่าเรื่องโดยมีอุปกรณ์ช่วย อุปกรณ์ท่ีใช้ช่วยในการเล่าเร่ืองมีหลายประเภท ไดแ้ ก่  อุปกรณ์ที่เป็นสิ่งแวดล้อม ได้แก่ สัตว์ พืช บุคคลสำคัญ สถานท่ีสำคัญ ข่าว และ เหตกุ ารณ์ ตลอดจนส่ิงทม่ี ีอยู่ตามธรรมชาติ  วัสดุเหลือใช้ สิ่งของที่ไม่เป็นที่ต้องการแต่ยังมีประโยชน์ เช่น ภาพจากหนังสือ นติ ยสาร กงิ่ ไม้ สงิ่ เหลา่ นอี้ าจนำมาใชป้ ระการเล่าเร่ืองได้  ภาพ ใช้รูปภาพที่มีเร่ืองราวเล่าได้ เช่น ภาพที่มีเรื่องราวรวมอยู่ในแผ่นเดียวหรือทำ เป็นแผ่นภาพ พลกิ หลายๆ แผน่ ขนาดใหญพ่ อควรและมีเน้ือเร่ืองเขียนไวด้ ้านหลงั  หุ่นจำลอง ใชห้ นุ่ ทที่ ำดว้ ยผา้ หรอื กระดาษ  สไลดป์ ระกอบการเล่าเร่ือง  หน้ากากทำเปน็ รูปตัวละคร  เทปนทิ านหรอื เร่ืองราว  น้ิวมือประกอบการเลา่ เร่ือง 2.2.3 การอ่านนิทาน การสร้างนิสัยรักการอ่านให้เด็กเป็นหน้าท่ีสำคัญประการหนึ่งของ ผู้สอน เพราะ หนังสือคืออาหารสมองและอาหารใจ หนังสือคือ ความสุข หนังสือคือเพื่อน หนังสือคือแหล่ง เรียนรู้ ของเด็กไปตลอดชีวิต การสร้างนสิ ัยรักการอ่านให้เด็ก จึงเป็นการสร้างพ้ืนฐานสำคัญของชีวิตให้เด็ก เด็ก จะรักหนังสือได้จากการที่ผู้สอนอ่านหนังสือที่เด็กชอบให้ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่าท่ีเด็กเรียกร้อง ต้องการ เด็กจะ รสู้ ึกพอใจและมีความสุขมากในขณะที่ผู้ใหญ่อ่านหนังสือให้ฟัง และจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนรกั หนังสือ และรักการ อา่ น ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๐๐

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ แหล่งเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก สถานศึกษามีแหล่งเรียนรู้ภายในได้แก่ คอมพิวเตอร์จำนวน 40 เคร่ือง ใช้เพื่อกาเรียนการสอน 20 เครื่อง ใชเ้ พอื่ สืบคน้ ข้อมูลทางอนิ เตอร์เน็ต 10 เคร่ือง ใช้เพ่อื การบรหิ ารจัดการ 10 เคร่ือง ห้องท่ีจัดไว้ปฏิบัติกิจกรรมเฉพาะมีท้ังหมด 9 ห้อง ได้แก่ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องภาษาอังกฤษ ห้อง วิทยาศาสตร์ ห้องสมุด ห้องสหกรณ์ ห้องพักครู ห้องปฏิบัติการดนตรี ห้องครัว ห้องพัสดุ หอประชุม พ้นื ทปี่ ฏิบตั ิกิจกรรม/นนั ทนาการ ได้แก่ สนามฟตุ บอล สนามวอลเล่ย์บอล สนามตะกรอ้ สนามเด็กเล่น สนามบาสเกตบอล หอประชุม ฯลฯ แหล่งเรยี นรภู้ ายในโรงเรียน แหล่งเรยี นรภู้ ายนอกโรงเรยี น ขอ้ มูล/เรอ่ื งศึกษาค้นคว้า ช่อื แหล่งเรียนรู้ ชอื่ แหล่งเรยี นรู้ 1. ปราสาทบ้านพลวง ต.บ้าน - ต ำน าน /ป ระ วัติ ค ว าม 1. หอ้ งปฏบิ ัติการ คอมพิวเตอร์ พลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เป็ น มาของป ราสาท บ้ าน 2. ศูนย์เกษตรอินทรยี ์ 2. ห้องสมุดประชาชนอำเภอ พลวง 3. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทาง ปราสาท จ.สุรินทร์ -รูปแบบงานศิลปะ ภาษาองั กฤษ 4. หอ้ งดนตรี 3. วัดปราสาทวารีศรีกุญชร บ้าน -อารยธรรม 5. ศูนย์กฬี าและ พลวง หมู่ 2 ต.บ้านพลวง -รายงานทางวชิ าการ นนั ทนาการ 6. สวนปา่ ฯลฯ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ - บ ริ ก า ร สื บ ค้ น ท า ง 7. สนามเดก็ เลน่ 4. แหล่งเรียนรู้ทางการเกษตร อนิ เทอร์เนต็ บา้ นพลวง ต.บา้ นพลวง - การฝกึ อาชีพ ฯลฯ อ. ปราสาท จ.สรุ ินทร์ - กิจกรรมวันสำคัญทางพุทธ 5. องค์การบริหารสว่ นตำบลบา้ น ศาสนา พลวง ฯลฯ -วฒั นธรรมประเพณที อ้ งถ่นิ -ปฏบิ ตั ิธรรม ฯลฯ -การปลูกพืชหมุนเวียนตาม ฤดกู าลและพืชปลอดสารพิษ -การทำป๋ยุ ชวี ภาพ -ก า ร พั ฒ น า ชุ ม ช น สู่ ชุ ม ช น เขม้ แข็ง -การสง่ เสรมิ อาชีพ -การกฬี าต้านยาเสพติด ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๐๑

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ชมุ ชน ภูมิปญั ญาท้องถนิ่ และแหลง่ เรยี นรู้ในชมุ ชน บริเวณที่ตั้งโรงเรียน เป็นที่ราบทำนาปี นอกเขตชลประทาน มีป่าเป็นหย่อมๆเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ สภาพของหมู่บา้ นกระจายอยูเ่ ป็นกลมุ่ ตงั้ ช่ือตามลักษณะภูมปิ ระเทศ ส่วนใหญม่ ีแหลง่ น้ำตามธรรมชาตทิ ี่ ได้รับการพัฒนาเป็นอ่างเก็บน้ำ หนองน้ำขนาดใหญ่ ท่ีให้ความสะดวกต่ออุปโภค บริโภค การใช้น้ำใน ชีวิตประจำวัน และน้ำเพ่ือการเกษตร ซึ่งหมู่บ้านในเขตบริการของโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) ประกอบด้วย บ้านพลวง หมู่ 1 บ้านพลวงใต้ บ้านตาจ๊วด หมู่ 2 บ้านกังจาน บ้านโคกตะแบง หมู่ 3 บ้านโคกตะเคียน บ้านนิคมซอย 2 หมู่ 6 บ้านโคกเพชร หมู่ 11 บ้านกุมพะเนียง หมู่ 12 และบ้าน หนองพลวง หมู่ 14 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลัก ได้แก่ การทำนา เล้ียงสัตว์ อาชีพเสริมรองลงมาคือ การค้าขายและรับจ้าง หัตถกรรมในครัวเรือน ราษฎรในตำบลมีการรวมกลุ่มกันทอผ้าต่างๆ เช่น ผ้า ไหมมัดหมี่โฮล ผา้ ไหมสำเรจ็ รูป ผ้าไหมมัดหม่ี เป็นต้น ในด้านภาษา ประชาชนส่วนใหญ่เป็นคนพ้นื ที่ ภาษาถ่ินท่ีใช้คือ ภาษาเขมร มีบ้างเล็กน้อยที่ใช้ภาษา ลาว หรือส่วย มกี ารอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ เช่น การทำบุญขา้ วเปลือก ประเพณี โฎนตา การเล่นลิเก กันตรึม เรือมอันเร เรือมตร๊ด เป็นต้น สถานท่ีท่องเที่ยวในชุมชน คือ ประสาท หนิ บา้ นพลวง เป็นสถานทีท่ อ่ งเที่ยวและแหลง่ เรยี นรู้ชุมชนทีส่ ามารถรับผู้คนไดต้ ลอดท้ังปี ปราชญช์ าวบา้ นทเ่ี ปน็ ภูมิปัญญาท้องถิน่ ได้แก่ ภูมิปญั ญา หมทู่ ี่ ช่อื -สกุล ดนตรีไทย เครอ่ื งสายไทย 1 บ้านพลวง นายใน ลัดดาไสว ดนตรไี ทย เครอ่ื งสายไทย หลวงพ่อเปรอื่ ง สงวนดี เครือ่ งสายไทย (ซอ) นายหน่มุ ลัดดาไสว จักสาน นายดี ประไว ชา่ งไม้ ช่างปนู นายอาจ ลัดดาไสว ชา่ งไม้ ชา่ งปนู นายเฮียง ประไว การประกอบอาหาร นางดรุณี เฉลยี วไว การจกั สานไม้ไผ่ นายแจง้ เกิดสบาย พิธีกรรม จกั สาน 2 บา้ นพลวงใต้ นายเออื้ น ครบส่วน จกั สาน นายเชน พันธเ์ สน ทำบายศรสี ูข่ วญั นายหอม กายดี ทอผ้าไหม มัดหมี่ นางพดั หมั่นเทีย่ ง นวดแผนโบราณ นางกาน ครบส่วน การปลกู พืชไร่ มะละกอ นางเออ้ื ย เสาใย มดั หม่ผี ้าไทย นายโฉลม สุขสบาย นางป่วน สขุ สบาย ชา่ งไม้ เขา้ ทรง 6บ้านตะเคยี น นายเปน็ ครบส่วน เพาะพันธ์ุปลา นางนกนอ้ ย อิดประโคน นายเดอื น ประไวย์ ศาสตร์โบราณ(ดูฤกษย์ าม) 11 บ้านโคก นายเหือย หา้ วหาญ ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๐๒

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ หมทู่ ี่ ชื่อ-สกุล ภมู ิปัญญา เพชร นายทองมา ชยั ขนั ธ์ จกั สานไมไ้ ผ่ 1 2 บ้ า น กุ ม นายธง ไดไ้ ซร้ บายศรี พะเนยี ง นางเพยี ร ทองทา ทำเสื่อ สานแห ลอบ ดักปลา นายดดั สาขาจันทร์ ช่าง นายชอ๊ ค หอมเนียม ชา่ งกอ่ สรา้ ง 14 บ้านหนอง นายยนต์ ศรแี ยม้ ตีกลอง พลวง นายปฐวี เรืองสุขสุด ช่างกอ่ สร้าง ช่างก่อสร้าง นายสุเมธ สำราญสุข นายคอย สำราญสขุ การประเมนิ พฒั นาการ การประเมินพัฒนาการเด็กอายุ ๓-๖ ปี เป็นการประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสติปัญญาของเด็ก โดยถือเป็นกระบวนการต่อเนื่อง และเป็นสว่ นหนึ่งของกิจกรรมปกติท่ี จัดให้เด็กในแต่ละวัน ผลท่ีได้จากการสังเกตพัฒนาการเด็กต้องนำมาจัดทำสารนิทัศน์หรือจัดทำข้อมูล หลักฐานหรือเอกสารอย่างเป็นระบบ ด้วยการรวบรวมผลงานสำหรับเด็กเป็นรายบุคคลท่ีสามารถบอก เรื่องราวหรือประสบการณ์ที่เด็กได้รับว่าเด็กเกิดการเรียนรู้และมีความก้าวหน้าเพียงใด ทั้งน้ี ให้นำข้อมูล ผลการประเมินพัฒนาการเด็กมาพิจารณา ปรับปรุงวางแผนการจัดกิจกรรม และส่งเสริมให้เด็กแต่ละคน ได้รบั การพฒั นาตามจดุ หมายของหลกั สตู รอย่างต่อเนอ่ื ง การประเมนิ พัฒนาการควรยึดหลกั ดังนี้ ๑. วางแผนการประเมินพัฒนาการอยา่ งเปน็ ระบบ ๒. ประเมนิ พฒั นาการเดก็ ครบทุกดา้ น ๓. ประเมินพฒั นาการเดก็ เปน็ รายบุคคลอยา่ งสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี ๔. ประเมินพัฒนาการตามสภาพจรงิ จากกิจกรรมประจำวันดว้ ยเคร่ืองมือและวิธีการท่ี หลากหลาย ไมค่ วรใชแ้ บบทดสอบ ๕. สรุปผลการประเมนิ จดั ทำขอ้ มลู และนำผลการประเมินไปใชพ้ ัฒนาเด็ก สำหรบั วธิ ีการประเมินทเี่ หมาะสมและควรใช้กับเด็กอายุ ๔-๖ ปี ไดแ้ ก่ การสังเกต การบันทึก พฤติกรรมการสนทนากับเด็ก การสมั ภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมลู จากผลงานเด็กท่เี กบ็ อยา่ งมรี ะบบ ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๐๓

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ การจัดทำหลักสตู รสถานศกึ ษา หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยเป็นหลักสูตรของสถานศึกษาท่ีเปิดสอนระดับปฐมวัยแต่ละแห่ง วางแผนหรือกำหนดแนวทางการจัดการศึกษา เพอื่ ส่งเสริมให้เด็กบรรลุมาตรฐานคุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ ตวั บ่งช้ีและสภาพท่ีพงึ ประสงค์ตามท่ีหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนด สถานศึกษาต้องคำนึงถึง วิสัยทศั น์ จดุ เนน้ ภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ สภาพบรบิ ทและความตอ้ งการของชมุ ชน มาออกแบบหลกั สูตรสถานศึกษา ดงั น้ี ๑. จุดหมายของหลักสูตรสถานศึกษา สถานศึกษาต้องดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาบนพื้นฐานหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย โดยสถานศึกษาต้องเช่ือมโยงมาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยไปสู่การ จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา และสะท้อนให้เห็นหลักการของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เช่น การประสาน ความรว่ มมอื ระหว่างครอบครัวชมุ ชน คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้สอนปฐมวยั และผู้มีส่วนเก่ียวข้องมีสว่ น รว่ มในการพัฒนาเด็ก ๒. การสรา้ งหลักสูตรสถานศกึ ษา หลักสูตรสถานศึกษาจะต้องสนองต่อการเปลีย่ นแปลงทางสงั คมเศรษฐกิจและปรบั เปล่ียนให้ สอดคล้องกับธรรมชาตแิ ละการเรียนรขู้ องเดก็ ปฐมวัย การสรา้ งหลักสตู รสถานศกึ ษาควรดำเนนิ การ ดังนี้ ๒.๑ ศกึ ษาทำความเข้าใจหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั ค่มู ือหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย และ เอกสารประกอบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย รวมทั้งศึกษาข้อมูลเก่ียวกับตัวเด็กและครอบครัว สภาพ ปัจจุบัน สภาพตา่ งๆ ที่เปน็ ปญั หา จดุ เด่น ภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ ความต้องการของชุมชนและท้องถิ่น ๒.๒ จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา โดยกำหนดปรัชญา วิสัยทัศน์ ภารกิจหรือพันธกิจ เป้าหมาย มาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ ตัวบ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ โดยโครงสร้างหลักสูตร ประกอบด้วย การวิเคราะห์ สาระการเรียนรู้รายปีเพ่ือกำหนดประสบการณ์สำคัญและสาระที่ควรรู้ในแต่ ละช่วงอายุ ระยะเวลาเรยี น การจัดประสบการณ์ การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ การประเมินพัฒนาการและการบริหารจัดการหลักสูตร ซึ่งสถานศึกษาอาจกำหนดโครงสร้างหลักสูตรได้ ตามความเหมาะสมและความจำเปน็ ของสถานศกึ ษาแตล่ ะแหง่ ๒.๓ การประเมินหลักสูตรของสถานศึกษาปฐมวัย แบ่งออกเป็นการประเมินก่อนนำ หลักสูตรไปใช้เป็นการประเมินเพ่อื ตรวจสอบคุณภาพของหลักสตู ร องคป์ ระกอบของหลักสูตรหลังจากท่ีได้ จัดทำแล้ว โดยอาศัยความคิดเห็นจากผู้ใช้หลักสูตร ผู้มีส่วนร่วมในการทำหลักสูตร ผู้เชี่ยวชาญ ผทู้ รงคณุ วุฒิในด้านต่างๆ การประเมินระหว่างการดำเนินการใช้หลักสูตรเป็นการประเมินเพ่ือตรวจสอบว่า หลักสูตรสามารถนำไปใช้ได้ดีเพียงใด ควรมีการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องใด และการประเมินหลังการใช้ หลักสูตร เป็นการประเมินเพ่ือตรวจสอบหลักสูตรท้ังระบบหลังจากท่ีใช้หลักสูตรครบแต่ละช่วงอายุเพื่อ สรปุ ผลวา่ หลกั สูตรที่จัดทำควรมกี ารปรับปรงุ หรือพฒั นาให้ดีขนึ้ อย่างไร ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๐๔

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ การจดั การศึกษาระดบั ปฐมวยั (เดก็ อายุ ๓-๖ ปี) สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะสามารถนำหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัยไปปรับใช้ได้ ทั้งในส่วนของโครงสร้างหลักสูตร สาระการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ และการ ประเมินพัฒนาการให้เหมาะสมกับสภาพ บริบท ความต้องการ และศักยภาพของเด็กแต่ละประเภท เพ่ือ พัฒนาให้เด็กมีคุณภาพตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนด โดย ดำเนินการ ดงั นี้ ๑. การกำหนดเป้าหมายคุณภาพเด็ก ซ่ึงหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยได้กำหนดมาตรฐาน คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางเพื่อให้ทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวข้องใช้ ในการพัฒนาเด็ก สถานศึกษาหรือผู้จัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ สามารถเลือกหรือปรับใช้ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์ในการพัฒนาเด็ก เพื่อนำไปจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลให้ ครอบคลุมพัฒนาการของเดก็ ทงั้ ด้านรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และสตปิ ญั ญา ๒. การประเมินพัฒนาการเด็กจะต้องคำนึงถึงปัจจัยความแตกต่างของเด็ก อาทิ เด็กท่ีมี ความพิการแต่ละด้าน อาจต้องมีการปรับการประเมินพัฒนาการท่ีเอื้อต่อสภาพความพิการของเด็ก ท้ัง วิธีการและเครอื่ งมือทใี่ ชค้ วรให้สอดคลอ้ งกับเด็กกลมุ่ เปา้ หมายเฉพาะดา้ นดังกลา่ ว ๓. สถานศึกษาท่ีมีเด็กกลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้านควรได้รับการสนับสนนุ ครูพ่เี ลี้ยงให้การดูแล ช่วยเหลือและส่งเสริมพัฒนาการ กรณีท่ีมีเด็กกลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้านมีผลพัฒนาการไม่เป็นไปตาม เป้าหมาย ควรมกี ารส่งต่อไปยงั สถานพฒั นาเด็กที่มีความต้องการพเิ ศษเพื่อให้ได้รบั การพัฒนาต่อไป ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๐๕

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ การสร้างรอยเช่ือมต่อระหว่างการศกึ ษาระดับปฐมวัยกบั ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ การสร้างรอยเช่ือมต่อระหว่างการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีท่ี ๑ มี ความสำคัญอย่างยิ่ง ส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยในการปรับตัวรับการเปล่ียนแปลงได้เป็นอย่างดี สามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างราบรื่น การเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปี ท่ี ๑ จะประสบผลสำเรจ็ ได้ บุคลากรทุกฝ่ายที่เกย่ี วข้องต้องดำเนนิ การดังต่อไปน้ี ๑. ผ้บู รหิ ารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทเป็นผู้นำในการสร้างรอยเชื่อมต่อระหว่าง หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานในช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยต้อง ศึกษาหลักสูตรท้ังสองระดับ เพื่อทำความเข้าใจและจัดระบบการบริหารงานด้านวิชาการที่จะเอ้ือต่อการ เชอื่ มต่อการศึกษา โดยดำเนินการดงั น้ี ๑.๑ จัดประชุมผู้สอนระดับปฐมวัยและผู้สอนระดับประถมศึกษา ร่วมกันสร้างความ เข้าใจรอยเชื่อมต่อของหลักสูตรทั้งสองระดับให้เป็นแนวปฏิบัติของสถานศึกษา เพื่อผู้สอนทั้งสองระดับจะ ได้เตรยี มการสอนได้สอดคลอ้ งกบั เดก็ วัยน้ี ๑.๒ จัดหาเอกสารหลักสูตรและเอกสารทางวิชาการของทั้งสองระดับมาไว้ให้ผู้สอนและ บคุ ลากรอืน่ ๆ ได้ศกึ ษาทำความเข้าใจ อย่างสะดวกและเพียงพอ ๑.๓ จัดกิจกรรมให้ผู้สอนท้ังสองระดับมีโอกาสแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ใหม่ๆ รว่ มกัน ๑.๔ จัดหาสอื่ วัสดุอุปกรณ์ และจดั สภาพแวดลอ้ มทส่ี ่งเสริมการสรา้ งรอยเชอื่ มต่อ ๑.๕ จัดกิจกรรมให้ความรู้ กิจกรรมสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ และจัดทำเอกสารเผยแพร่ ให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเข้าใจการศึกษาท้ังสองระดับและให้ความ ร่วมมือในการชว่ ยเหลอื เด็กใหส้ ามารถปรับตัวเข้ากบั สภาพแวดล้อมใหม่ไดด้ ี ในกรณีท่ีโรงเรียนไม่มีช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ ในสถานศึกษาของตนเอง ผู้บริหาร สถานศึกษาควรประสานกับสถานศึกษาที่คาดว่าเด็กจะไปเข้าเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ในการช่วยเหลอื เดก็ สามารถปรับตวั เขา้ กบั สถานศึกษาใหม่ได้ ๒. ผูส้ อนระดบั ปฐมวยั ผู้สอนระดับปฐมวัยต้องศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน การจัดการเรียนการ สอนในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และสร้างความเข้าใจให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองและบุคลากรอ่ืนๆ รวมทั้ง ช่วยเหลือเด็กในการปรบั ตวั กอ่ นเล่ือนขึน้ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ โดยผู้สอนควรดำเนนิ การ ดงั นี้ ๒.๑ เกบ็ รวบรวมข้อมลู เกีย่ วกับตัวเด็กเป็นรายบุคคลเพื่อส่งตอ่ ผู้สอนชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑ ซึ่งจะทำให้ผู้สอนระดับประถมศึกษาสามารถใช้ข้อมูลน้ันช่วยเหลือเด็กในการปรับตัวเข้ากับการเรียนรู้ ใหม่ตอ่ ไป ๒.๒ พูดคุยกับเด็กถึงประสบการณ์ท่ีดีๆ เก่ียวกับการจัดการเรียนรู้ในระดับชั้น ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เพื่อใหเ้ ด็กเกดิ เจตคตทิ ดี่ ตี อ่ การเรียนรู้ ๒.๓ จัดให้เด็กได้มีโอกาสทำความรู้จักกับผู้สอน ตลอดจนการสำรวจสภาพแวดล้อมและ บรรยากาศของหอ้ งเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๐๖


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook