Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงาน เรื่อง สามัคคีเภทคำฉันท์

รายงาน เรื่อง สามัคคีเภทคำฉันท์

Published by 33 Supitcha, 2023-07-31 08:08:24

Description: สามัคคีเภทคำฉันท์

Search

Read the Text Version

๑ รายงาน เรื่อง สามคั คีเภทคาฉัณท์ สมาชิก นางสาว ธนญั ญา วีระกลุ เลขที่๒๐ เลขท่ี๓๐ นางสาววราภรณ์ ขวานทอง เลขที่๓๓ เลขท่ี๓๖ นางสาวสพุ ชิ ฌาย์ ไชยเวช เลขท่๓ี ๗ นางสาวอาทิตยา เมืองทอง นางสาวอรณี ดวงกระจาย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่๖.๔ เสนอ นางณฐั ยา อาจมงั กร รายงานฉบบั นเี ้ป็นส่วนหน่ึงของวิชาภาษาไทย ท๓๓๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ โรงเรียน มธั ยมวดั หนองแขม



๓ คำนำ รายงานฉบับนีเ้ ป็นสว่ นหน่ึงของรายวิชาภาษาไทย ท๓๓๑๐๑ โดยมวี ัตถปุ ระสงค์เพอื่ ให้ได้ศกึ ษาหา ความรเู้ รอ่ื งสามคั คีเภทคำฉันท์โดยไดศ้ ึกษาผ่านแหล่งความรู้ต่างๆเช่นหนังสอื หรอื เวบ็ ไซต์ในอินเทอร์เนต็ โดยรายงานเล่มนม้ี ีเนอื้ หาเกย่ี วกับ ที่มาของการแตง่ ลกั ษณะคำประพันธ์และคุณคา่ ทางวรรณศลิ ป์เปน็ ต้น ผูจ้ ดั ทำคาดหวงั เป็นอย่างยิง่ ว่าการจะทำเอกสารฉบบั นี้จะมีขอ้ มลู ท่เี ป็นประโยชน์แก่ผทู้ ี่ตอ้ งการศกึ ษาวรรณคดี เรอ่ื งสามคั คีเภทคำฉนั ท์ คณะผู้จดั ทำ ๑๑/๐๗/๒๕๖๖

สารบญั ๔ คำนำ ๓ สารบญั ๔ ผแู้ ตง่ ๕ จุดประสงคใ์ นการแตง่ ๖ ที่มาของเรื่อง ๖ ลกั ษณะคำประพนั ธ์ ๗ เรือ่ งย่อกอ่ นบทเรยี น ๙ ถอดคำประพันธ์ ๑๐ คำศพั ทย์ าก ๒๗ คณุ คา่ ดา้ นวรรณ ๓๐ บรรณานุกรม ๓๒

๕ ผู้แตง่ นายชิต บรุ ทตั เกดิ เมือ่ วันที่ ๖ กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๓๕ เปน็ บตุ รนายชู นางปริก ไดร้ บั การศึกษา ขั้นต้นจากบิดาซง่ึ เป็นเปรยี ญ ๕ ประโยค และไดเ้ ขา้ เรยี นในโรงเรยี นวดั ราชบพธิ เปน็ แหง่ แรก แล้วยา้ ยมา เรียนต่อจนสำเรจ็ ช้ันมธั ยมบริบรู ณ์ทโี่ รงเรียนวดั สทุ ัศน์ ขณะนนั้ อายุได้ ๑๕ ปี บิดาจึงจดั การใหบ้ วชเปน็ สามเณร ณ วดั ราชบพิธสถติ มหาสีมาราม พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชนิ วรสริ วิ ัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจา้ ทรงเปน็ อปุ ัชฌจารย์ นายชติ เป็นผ้รู กั รู้ รกั เรยี น มคี วามรู้ในภาษาบาลีและฝกึ ฝนภาษาอังกฤษดว้ ยตนเองจน อยใู่ นเกณฑ์ใช้ได้ นายชติ เรม่ิ การประพนั ธ์เมอ่ื อายุ ๑๘ ปี ขณะนั้นได้กลบั มาบวชเป็นสามเณรอกี เป็นคร้ังที่ สอง ณ วัดเทพศิรนิ ทราวาสและไดย้ ้ายไปอยทู่ ี่ วัดบวรนิเวศวิหาร จงึ ได้อุปสมบททว่ี ดั นี้ในฐานะเปน็ ศษิ ย์ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระวชริ ญาณวโรรสสามเณรชติ ได้สรา้ งงานประพันธโ์ ดยใชน้ ามปากกาเป็น คร้ังแรกวา่ “เอกชน” จนเจริญรุง่ โรจน์ขึน้ ในระยะเวลาอันรวดเร็ว นายชิตใชน้ ามสกุลเดิมว่า ชวางกรู ตอ่ มาในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ จงึ ได้รับพระราชทานนามสกุลวา่ “บรุ ทตั ” และในปเี ดยี วกนั น้นั เองนายชติ บรุ ทัตได้สมรสกบั จ่ัน แตห่ ามีบตุ รธิดาดว้ ยกันไม่ นามปากกาของ ชิต บรุ ทตั คือ “เจ้าเงาะ”“เอกชน” “แมวคราว”ใช้ในการประพันธบ์ ทความตา่ ง ๆ ในหน้าหนงั สอื พมิ พ์และ นิตยสารตา่ ง ๆ เสมอมาจนตลอดอายุ นายชิต บุรทตั ถงึ แกก่ รรมเมอื่ วนั ที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๕ ดว้ ยโรคลำไสพ้ ิการ ณ บา้ นถนนวสิ ทุ ธกิ ษตั ริย์ รวมอายไุ ด้ ๕๐ ปี

๖ จดุ ประสงค์ในการแต่ง สามัคคเี ภทคำฉนั ท์ แต่งข้ึนเพอื่ มุง่ สรรเสริญธรรมแห่งความสามคั คเี ป็นแก่นของเร่อื ง และหลกั ธรรมขอ้ นไี้ ม่ ลา้ สมยั สามารถยังประโยชน์ให้เกดิ ขนึ้ แกห่ มชู่ นที่มคี วามพร้อมเพรียงกนั พฒั นาสงั คม หากนำมาประยกุ ตใ์ ช้ให้ สอดคลอ้ งกบั สภาพความเป็นจรงิ หลักธรรมสำคญั สะท้อนใหเ้ ห็นถึงการแตกความสามคั คีกันระหว่างเหล่ากษัตรยิ ์ลิจฉวี เปน็ สาเหตุนำไปสู่ การเสยี แควน้ วชั ชีแกพ่ ระเจา้ อชาตศัตรู ผคู้ รองแคว้นมคธ ทัง้ ทแี่ ต่เดมิ นั้น กษัตรยิ ล์ จิ ฉวที กุ องคล์ ้วนตงั้ มั่น อยู่ ในธรรมท่เี รยี กว่า 'อปรหิ านิยธรรม' คอื ธรรมอันเป็นไปเพอื่ เหตุแหง่ ความเจรญิ ฝา่ ยเดียว ผ้ปู ฏบิ ตั จิ กั ไมเ่ ปน็ ไป ในทางเสอ่ื ม อนั ได้แก่ ๑. เม่อื มีกจิ ใดเกดิ ข้นึ กป็ ระชมุ กันปรกึ ษาในกจิ นั้น ๒. เมื่อประชมุ ก็พร้อมเพรียงกันประชุม เมอ่ื เลิกกพ็ ร้อมเพรยี งกนั เลิก และพร้อมเพรยี งกนั กระทำกจิ อันควรทำ ๓. ถอื มน่ั ตามขนบธรรมเนยี มหรอื ประเพณอี ันดอี นั ชอบท่มี อี ยู่ ไมเ่ ลกิ ถอน หรอื ดัดแปลงเสียใหม่ ๔. มีความเคารพยำเกรงผทู้ ่ีอยู่ในฐานะเปน็ ผใู้ หญ่ ท้ังเชือ่ ถือกระทำตามถอ้ ยคำบญั ชาและคำแนะนำสง่ั สอน ของผเู้ ปน็ ใหญ่น้นั ๕. ไม่ประทษุ รา้ ยข่มเหงบตุ รและภริยาของกันและกนั ดว้ ยประการใดๆ ๖. ไม่ลบหลดู่ หู มิ่นต่อเจดียสถาน หรอื สถานทศ่ี ักดิ์สทิ ธิ์ และการกระทำพลีกรรมบวงสรวงกก็ ระทำตามควร ๗. อำนวยความคุ้มครองปอ้ งกันแกพ่ ระอรหันต์ บรรดาท่มี อี ยใู่ นแว่นแควน้ วชั ชีใหเ้ ป็นสขุ และปราศจาก ภยันตราย ที่มาของเรอื่ ง “สามัคคเี ภทคำฉนั ท์” เกดิ จากวกิ ฤตการณท์ งั้ ภายในและภายนอกประเทศ ในสมัยรัชกาลที่ 6 เช่น สงครามโลกครั้งท่ี 1, กบฏ ร.ศ. 130 ประกอบกบั คนไทยในสมยั น้นั ไดร้ ับการศกึ ษามากขน้ึ ทำใหเ้ กิด แนวความคดิ เก่ยี วกับกจิ การบา้ นเมอื งท่หี ลากหลาย จงึ สง่ ผลกระทบตอ่ ความม่ันคงของบ้านเมอื ง ทำใหใ้ นช่วง ดังกล่าว มกั เกดิ ความนยิ มแต่งวรรณคดีปลกุ ใจใหร้ กั ชาติ สามัคคเี ภทคำฉันทก์ ็เปน็ วรรณคดีเรื่องหนึ่งทม่ี ่งุ ช้ีใหเ้ ห็นความสำคัญของความสามัคคี การรวมเป็นหมคู่ ณะ เป็นน้ำหน่งึ ใจเดยี วกนั สามัคคีเภทคำฉันท์จึงถอื เป็นวรรณคดีทม่ี เี นือ้ หาเป็นคติสอนใจ

๗ ลกั ษณะคำประพนั ธ์ สามคั คเี ภทคาฉนั ท์ แต่งด้วยคาประพนั ธ์ประเภทฉันท์ ๑๙ ชนิด กาพย์ ๑ ชนดิ คอื ๑. สทั ทลุ วิกกีฬิตฉนั ท์ ๑๙ เป็นฉนั ท์ทีม่ ีลีลาการอ่านสง่างาม เคร่งขรึม มีอานาจดจุ เสอื ผยอง ใช้แตง่ สาหรบั บทไหว้ครู บทสดดุ ี ยอพระเกียรติ ๒. วสนั ตดิลกฉนั ท์ ๑๔ เป็นฉันท์ท่ีมลี ลี าไพเราะ งดงาม เยอื กเย็นดุจเม็ดฝน ใช้สาหรบั บรรยายหรือพรรณนา ชน่ื ชมส่ิงที่สวยงาม ๓. อปุ ชาติฉันท์ ๑๑ นิยมแตง่ สาหรบั บทเจรจาหรือบรรยายความเรียบๆ ๔. อที สิ งั ฉันท์ ๒๑ เป็นฉนั ทท์ ่ีมีจงั หวะกระแทกกระทนั้ เกรีย้ วกราด โกรธแค้น และอารมณ์รุนแรง เชน่ รักมาก โกรธมาก ตนื่ เต้น คึกคะนอง หรือพรรณนาความสบั สน ๕. อนิ ทรวิเชยี รฉันท์ ๑๑ เป็นฉันทท์ ี่มลี ีลาสวยงามดุจสายฟ้าพระอนิ ทร์ มีลีลาออ่ นหวาน ใช้บรรยายความหรือ พรรณนาเพ่ือโน้มน้าวใจให้อ่อนโยน เมตตาสงสาร เอน็ ดู ให้อารมณ์เหงาและเศร้า ๖. วิชชมุ มาลาฉันท์ ๘ หมายถงึ ระเบยี บแห่งสายฟ้า เป็นฉันทท์ ใี่ ช้ในการบรรยายความ

๘ ๗. อนิ ทรวงศฉ์ นั ท์ ๑๒ เป็นฉนั ท์ทม่ี ีลีลาตอนท้ายไม่ราบเรียบคล้ายกลบทสะบดั สะบงิ ้ ใช้ในการบรรยายความหรือ พรรณนาความ ๘. วงั สฏั ฐฉนั ท์ ๑๒ เป็นฉนั ทท์ ีม่ ีสาเนยี งอนั ไพเราะเหมือนเสียงปี่ ๙. มาลนิ ีฉันท์ ๑๕ เป็นฉันท์ทใ่ี ช้ในการแตง่ กลบทหรือบรรยายความท่ีเคร่งขรึม เป็นสงา่ ๑๐. ภุชงคประยาตฉนั ท์ ๑๒ เป็นฉนั ท์ท่ีมลี ีลางามสง่าดุจงูเลอื ้ ย นยิ มใช้แต่งบทท่ีดาเนนิ เรื่องอย่างรวดเร็วและ คกึ คกั ๑๑. มาณวกฉนั ท์ ๘ เป็นฉนั ทท์ ม่ี ีลีลาผาดโผน สนุกสนาน ร่าเริง และตน่ื เต้นดจุ ชายหนุ่ม ๑๒. อุเปนทรวเิ ชียรฉนั ท์ ๑๑ เป็นฉันทท์ ่มี ีความไพเราะใช้ในการบรรยายบทเรียบๆ ๑๓. สทั ธราฉันท์ ๒๑มีความหมายว่า ฉันท์ยงั ความเล่ือมใสให้เกดิ แก่ผ้ฟู ัง จงึ เหมาะเป็นฉันท์ท่ใี ช้สาหรบั แตง่ คานมสั การ อธิษฐาน ยอพระเกยี รติ หรืออญั เชญิ เทวดา ใช้แตง่ บทสนั้ ๆ ๑๔. สาลนิ ีฉันท์ ๑๑ เป็นบทท่ีมคี าครุมาก ใช้บรรยายบทท่เี ป็นเนอื ้ หาสาระเรียบๆ ๑๕. อปุ ัฏฐิตาฉนั ท์ ๑๑ เป็นฉันทท์ ี่เหมาะสาหรบั ใช้บรรยายบทเรียบๆ แต่ไม่ใคร่มีคนนิยมแตง่ มากนัก ๑๖. โตฏกฉนั ท์ ๑๒ เป็นฉนั ทท์ ี่มีลลี าสะบดั สะบงิ ้ เหมือนประตกั แทงโค ใช้แต่งกบั บทท่ีแสดงความโกรธเคือง ร้อนรน หรือสนกุ สนาน คกึ คะนอง ต่ืนเต้น และเร้าใจ ๑๗. กมลฉันท์ ๑๒ หมายถึง ฉนั ท่มี ีความไพเราะเหมอื นดงั ดอกบวั ใช้กับบทท่ีมคี วามตื่นเต้นเล็กน้อยและใช้ บรรยายเรื่อง ๑๘. จิตรปทาฉันท์ ๘ เป็นฉันทท์ เ่ี หมาะสาหรบั บททน่ี ่ากลวั เอะอะ เกรีย้ วกราด ต่ืนเต้นตกใจและกลวั ๑๙. สรุ างคนางค์ฉนั ท์ ๒๘ มีลกั ษณะการแตง่ คล้ายกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ แต่ต่างกนั ทีม่ ีข้อบงั คบั ครุ ลหุ เพ่มิ ขนึ ้ มา ทาให้เกิดความไพเราะมากยง่ิ ขนึ ้ เหมาะสาหรับข้อความท่คี ึกคกั สนกุ สนาน โลดโผน ตื่นเต้น ๒๐. กาพยฉ์ บงั ๑๖เป็นกาพย์ที่มีลีลาสงา่ งาม ใช้สาหรบั บรรยายความงามหรือดาเนนิ เรื่องอย่างรวดเร็ว

๙ เรื่องย่อกอ่ นบทเรยี น ในกาลโบราณมกี ษตั ริย์องค์หน่งึ ทรงพระนามวา่ พระเจ้าอชาตศตั รู ทรงครอบครองแควน้ มคธ มีราชคฤหเ์ ปน็ เมืองหลวง พระองค์ทรงมอี ำมาตยท์ ีส่ นทิ คนหนง่ึ ชือ่ ว่า วสั สการพราหมณ์ ทปี่ รกึ ษาราชการ ท่วั ไป พระเจ้าอชาตศตั รูมีพระราชประสงค์จะปราบแควน้ วัชชอี ันมีพวกกษัตริย์ลิจฉวีปกครอง แตพ่ ระองคย์ งั ลังเลพระทัยเมือ่ ได้ทรงทราบว่ากษัตรยิ ์ลจิ ฉวีทกุ ๆ พระองคล์ ว้ นแต่ทรงตั้งม่ันอยู่ในธรรมที่เรยี กว่า “อปรหิ านิยธรรม ๗” คอื ธรรมอันเปน็ ไปเพอ่ื เหตแุ ห่งความเจรญิ ฝ่ายเดียว ดงั นั้นพระองคจ์ งึ ปรึกษาโดยเฉพาะ กับวัสสการพราหมณ์วา่ ควรจะกระทำอย่างไรจึงจะหาอุบายทำลายเหตุแหง่ ความพรอ้ มเพรียงของพวกกษตั ริย์ ลิจฉวีได้ วันหน่ึงพระเจา้ อชาตศัตรเู สดจ็ ออกว่าราชการ จงึ ดำรสั เป็นเชิงหารือกบั พวกอำมาตยใ์ นเรื่องจะยกทัพ ไปรบกับแคว้นวัชชี มวี ัสสการพราหมณ์เพยี งผ้เู ดียวท่ีกราบทูลเป็นเชงิ ทกั ท้วงและทั้งทำนายวา่ ถ้ารบก็จะ พา่ ยแพด้ ว้ ย พระเจา้ อชาตศตั รูได้ทรงฟงั ก็ทรงแสรง้ แสดงพระอาการพโิ รธ และมีพระราชโองการส่ังเจ้าหน้าท่ี ให้นำตัววัสสการพราหมณ์ไปลงโทษ คือ เฆี่ยน โกนผม ประจาน แลว้ ขับไล่ เม่อื ถกู เนรเทศออกจาก แคว้นมคธก็เดินทางมุ่งตรงไปเมอื งเวสาลีอันเป็นเมืองหลวงของแควน้ วัชชีภายหลงั ทว่ี สั สการพราหมณไ์ ดเ้ ข้า เฝ้ากษตั รยิ ล์ จิ ฉวีและกราบทูลขอ้ ความต่าง ๆ ดว้ ยความฉลาดลึกซ้ึง ประกอบกบั มรี อยถูกโบยฟกช้ำใหเ้ ห็น กษตั ริย์ลจิ ฉวที กุ พระองค์ต่างกท็ รงหมดความฉงนสนเท่หว์ ่าจะเป็นกลอุบาย เมอื่ วัสสการพราหมณ์คาดคะเนว่า พวกกษตั ริยล์ จิ ฉวีวางใจตนจนหมดความสงสยั

๑๐ ถอดคำประพันธ์ ภชุ งคประยาต ฉันท์ฯ ทิชงค์ชาตฉิ ลาดยล คะเนกลคะนึงการ กษัตริย์ลิจฉววี าร ระวังเหือดระแวงหาย เหมาะแก่การณ์จะเสกสรร ปวัตนว์ ัญจโนบาย มลา้ งเหตพุ ิเฉทสาย สมคั รสนธิ์สโมสร ถอดความไดว้ า่ พราหมณผ์ ฉู้ ลาดคาดคะเนว่ากษัตรยิ ล์ ิจฉวีวางใจคลายความ เป็นโอกาสเหมาะที่จะเรมิ่ ดำเนินการตาม กลอบุ ายทำลายความสามัคคี ณวันหน่งึ ลถุ งึ กา ลศึกษาพิชากร กุมารลิจฉวีวร เสด็จพรอ้ มประชุมกัน ตระบัดวสั สการมา สถานราชเรียนพลนั ธแกล้งเชิญกมุ ารฉนั สนทิ หน่ึงพระองคไ์ ป ลหุ อ้ งหับรโหฐาน ก็ถามการณ์ ณ ทันใด มลิ ี้ลับอะไรใน กถาเชน่ ธปุจฉา ถอดความได้ว่า วันหนึ่งเม่ือถงึ โอกาสทจี่ ะสอนวิชา กุมารลจิ ฉวีกเ็ สด็จมาโดยพรอ้ มเพรียงกนั ทนั ใด วสั สการพราหมณ์กม็ าถึงและแกล้งเชญิ พระกมุ ารพระองคท์ ส่ี นทิ สนมเข้าไปพบในหอ้ งสว่ นตัว แล้วกท็ ูลถาม เรื่องท่ีไม่ใชค่ วามลับแต่ประการใด จะถูกผิดกระไรอยู่ มนุษย์ผู้กระทานา และคโู่ คกจ็ งู มา ประเทยี บไถมใิ ช่หรือ กมุ ารลจิ ฉวีขตั ตยิ ์ ก็รบั อรรถออออื กสกิ เขากระทาคือ ประดจุ คาพระอาจารย์ ก็เทา่ นนั้ ธเชิญให้ นวิ ตั ในมชิ ้านาน ประสิทธิศ์ ิลป์ ประศาสน์สาร สมยั เลกิ ลเุ วลา ถอดความได้ว่า ดังเชน่ ถามว่า ชาวนาจงู โคมาคู่หน่ึงเพ่อื เทยี มไถใช่หรอื ไม่ พระกุมารลิจฉวกี ร็ ับสง่ั เห็นด้วยวา่ ชาวนาก็ คงจะกระทำดงั คำของพระอาจารย์ ถามเพยี งเท่าน้ันพราหมณก์ เ็ ชญิ ใหเ้ สด็จกลบั ออกไป

๑๑ อรุ สลจิ ฉวีสรร พชวนกนั เสด็จมา และต่างซกั กุมารรา ชองค์นัน้ จะเอาความ พระอาจารย์สเิ รยี กไป ณขา้ งในธไต่ถาม อะไรเธอเสนอตาม วจสี ัตย์กะส่ำเรา กมุ ารน้นั สนองสา รวากยว์ าทตามเลา เฉลยพจน์กะครูเสา วภาพโดยคดมี า ถอดคำประพนั ธไ์ ด้ว่า คร้นั ถึงเวลาเลิกเรยี นเหลา่ โอรสลจิ ฉวกี ็พากันมาซักไซ้พระกมุ ารวา่ พระอาจารย์เรยี กเข้าไปข้างใน ได้ไต่ถามอะไรบ้าง ขอให้บอกมาตามความจรงิ พระกมุ ารพระองคน์ น้ั ก็เล่าเรือ่ งราวทพ่ี ระอาจารยเ์ รยี กไปถาม กมุ ารอ่นื กส็ งสยั มิเชอ่ื ในพระวาจา สหายราชธพรรณนา และต่างองคก์ พ็ าที ไฉนเลยพระครเู รา จะพูดเปล่าประโยชน์มี เลอะเหลวนักละล้วนนี รผลเหน็ บเปน็ ไป เถอะถงึ ถา้ จะจรงิ แม้ ธพดู แทก้ ท็ ำไม แนะชวนเข้าณขา้ งใน จะถามนอกบยากเย็น ถอดคำประพนั ธ์ไดว้ า่ องค์กว็ ิจารณว์ ่าพระอาจารยจ์ ะพูดเรื่องเหลวไหลไร้สาระเช่นนีเ้ ป็นไปไม่ได้ และหากว่าจะพดู จริง เหตุใดจะต้องเรียกเข้าไปถามขา้ งในห้อง ถามขา้ งนอกหอ้ งกไ็ ด้ ชะรอยวา่ ทิชาจารย์ ธคดิ อ่านกะท่านเปน็ รหัสเหตุประเภทเห็น ละแน่ชดั ถนดั ความ และทา่ นมามสุ าวาท มกิ ลา้ อาจจะบอกตา พจจี รงิ พยายาม ไถลแสรง้ แถลงสาร ถอดคำประพนั ธไ์ ดว้ า่ สงสยั วา่ ท่านอาจารยก์ ับพระกุมารต้องมีความลบั อยา่ งแนน่ อน แล้วกม็ าพูดโกหก ไม่กล้าบอก ตามความเป็นจริง แกล้งพูดไปตา่ ง ๆ นานา กมุ ารราชมิตรผอง กส็ อดคล้องและแคลงดาล พิโรธกาจวิวาทการณ์ อบุ ตั ขิ น้ึ เพราะข่นุ เคือง พพิ ิธพนั ธไมตรี ประดามนี ิรันดรเ์ นอื ง กะองคน์ ้ันกพ็ ลันเปลอื ง มลายปลาตพนิ าศปลงฯ

๑๒ ถอดคำประพนั ธ์ได้ว่า กมุ ารลจิ ฉวีท้งั หลายเหน็ สอดคล้องกนั กเ็ กิดความโกรธเคอื ง การทะเลาะวิวาทกเ็ กิดข้ึนเพราะ ความขนุ่ เคอื งใจ ความสมั พันธอ์ นั ดีทีเ่ คยมีมาตลอดกถ็ ูกทำลายยอ่ ยยับลง มาณวกฉนั ท์ ล่วงลปุ ระมาณ กาลอนกุ รม หน่ึงณนิยม ทา่ นทวิชงค์ เมอ่ื จะประสทิ ธ์ิ วิทยะยง เชิญวรองค์ เอกกมุ าร เธอจรตาม พราหมณไป โดยเฉพาะใน ห้องรหุฐาน จง่ึ พฤฒถิ าม ความพสิ ดา ขอธประทาน โทษะและไข ถอดคำประพนั ธ็ได้ว่า เวลาผ่านไปตามลำดับ เมื่อถึงคราวท่ีจะสอนวิชากจ็ ะเชิญพระกมุ ารพระองค์หนึง่ พระกมุ ารกต็ าม พราหมณ์เขา้ ไปในหอ้ งเฉพาะ พราหมณจ์ งึ ถามเนื้อความแปลก ๆ ว่า ขออภยั ชว่ ยตอบด้วย อยา่ ติและหลู่ ครูจะเฉลย เธอนะ่ เสวย ภตั กะอะไร ในทนิ นี่ ดฤี ไฉน พอหฤทยั ยิ่งละกระมัง ราชธกเ็ ล่า เคา้ ณประโยค ตนบริโภค แล้วขณะหลงั วาทะประเทือง เรอ่ื งสปิ ระทัง อาคมยงั สิกขสภา ถอดคำประพนั ธไ์ ดว้ ่า อย่าหาวา่ ตำหนิหรอื ลบหลู่ ครขู อถามว่าวนั นี้พระกมุ ารเสวยพระกระยาหารอะไร รสชาตดิ หี รอื ไม่ พอพระทัยมากหรือไม่ พระกุมารกเ็ ล่าเรือ่ งเกย่ี วกบั พระกระยาหารท่เี สวย หลงั จากนั้นกส็ นทนาเร่อื ง ทว่ั ไป แล้วกเ็ สด็จกลับออกมายังห้องเรียน

๑๓ เสร็จอนุศาสน์ ราชอุรส ลจิ ฉวิหมด ตา่ งธกม็ า ถามนยมาน ท่านพฤฒอิ า จารยปรา รภกระไร เธอกแ็ ถลง แจง้ ระบมุ วล ความเฉพาะลว้ น จรงิ หฤทยั ต่างบมิเชือ่ เม่ือตรไิ ฉน จง่ึ ผลใน เหตบุ มิสม ถอดคำประพนั ธไ์ ดว้ า่ เมอื่ เสร็จส้นิ การสอนราชกุมารลจิ ฉวที ้ังหมดก็มาถามเรอื่ งราวที่มมี าว่าทา่ นอาจารย์ไดพ้ ูดเรอื่ ง อะไรบ้าง พระกุมารกต็ อบตามความจรงิ แตเ่ หลา่ กมุ ารตา่ งไม่เช่อื เพราะคิดแล้วไมส่ มเหตุสมผล ขนุ่ มนเคือง เร่อื งนฤสาร เชน่ กะกมุ าร กอ่ นกร็ ะ เลกิ สละแยก แตกคณะกล เกลียวบนยิ ม คบดุจเดิม ถอดคำประพันธ์ ต่างข่นุ เคอื งใจด้วยเรื่องไร้สาระเชน่ เดยี วกบั พระกมุ ารพระองคก์ อ่ น และเกดิ ความแตกแยกไม่คบกัน อยา่ งกลมเกลยี วเหมอื นเดมิ อเุ ปนทรวิเชียร ฉันท์ฯ ทชิ งคเ์ จาะจงเจตน์ กลห์เหตุยยุ งเสรมิ กระหน่ำและซำ้ เติม นฤพทั ธก่อการณ์ ละคร้ังระหวา่ งครา ทินวารนานนาน เหมาะทา่ ทิชาจารย์ ธก็เชิญเสดจ็ ไป บห่อนจะมีสา รฤหาประโยชน์ไร กระน้นั เสมอนัย เสาะแสดงธแสร้งถาม ถอดคำประพันธ์ พราหมณเ์ จตนาหาเหตยุ แุ หยซ่ ้ำเตมิ อยู่เสมอ ๆ แตล่ ะคร้ัง แต่ละวนั นานนานครั้ง เห็นโอกาสเหมาะ กจ็ ะเชญิ พระกุมารเสด็จไปโดยไมม่ ีสารประโยชนอ์ ันใด แล้วกแ็ กลง้ ทลู ถาม

๑๔ และบา้ งก็พูดวา่ น่ะแน่ะข้าสดบั ตาม ยบุ ลระบิลความ พจแจ้งกระจายมา ละเมิดตเิ ตียนทา่ น กเ็ พราะท่านสแิ สนสา รพดั ทลทิ ภา วและสดุ จะขดั สน จะแนม่ ิแน่เหลอื พเิ คราะห์เชื่อเพราะยากยล ณท่ีบมีคน ธกค็ วรขยายความ ถอดคำประพันธ์ บางครั้งก็พูดว่า นี่แน่ะข้าพระองคไ์ ด้ยินข่าวเลา่ ลอื กันทวั่ ไป เขานินทาพระกุมารว่าพระองค์แสนจะ ยากจนและขดั สน จะเป็นเช่นนั้นแนห่ รอื พิเคราะห์แลว้ ไมน่ ่าเช่อื ณ ท่นี ไ้ี ม่มีผู้ใด ขอใหท้ รงเล่ามาเถดิ และบ้างก็กล่าววา่ น่ะแนะ่ ข้าจะขอถาม เพราะทราบคดีตาม วจลอื ระบือมา ติฉินเยาะหมน่ิ ท่าน ก็เพราะท่านสแิ สนสา รพันพกิ ลกา ยพลิ กึ ประหลาดเปน็ จะจริงมจิ รงิ เหลือ มนเช่ือเพราะไปเ่ ห็น ผขิ ้อบลำเค็ญ ธกค็ วรขยายความ ถอดคำประพันธ์ บางครั้งก็พดู ว่าข้าพระองคข์ อทลู ถามพระกมุ าร เพราะไดย้ ินเขาเลา่ ลือกันทว่ั ไปเยาะเย้ยดหู ม่ิน ทา่ น ว่าทา่ นน้มี รี ่างกายผิดประหลาดตา่ ง ๆ นานาจะเป็นจริงหรือไม่ ใจไม่อยากเชือ่ เลยเพราะไม่เหน็ ถา้ หากมีส่งิ ใดทล่ี ำบากยากแค้นก็ตรสั มาเถดิ กมุ ารองคเ์ สา วนเคา้ คดีตาม กระท้พู ระครูถาม นยสุดจะสงสัย กค็ ำมิควรการณ์ ครุ ุทา่ นจะถามไย ธซักเสาะสบื ใคร ระบแุ จง้ กะอาจารย์ ทวิชแถลงว่า พระกมุ ารโน้นขาน ยบุ ลกะตูกาล เฉพาะอยกู่ ะกันสอง ถอดคำประพนั ธไ์ ดว้ ่า พระกมุ ารไดท้ รงฟงั เรือ่ งทพี่ ระอาจารย์ถามกต็ รสั ถามกลับว่า สงสัยเหลือเกินเร่อื งไมส่ มควรเช่นนี้ทา่ น อาจารย์จะถามทำไม แลว้ กซ็ กั ไซว้ า่ ใครเปน็ ผ้มู าบอกกับอาจารย์ พราหมณ์ก็ตอบว่าพระกมุ ารพระองค์โนน้ ตรัสบอกเม่อื อยู่กนั เพยี งสองตอ่ สอง

๑๕ กมุ ารพระองคน์ ้นั ธมทิ นั จะไตร่ตรอง กเ็ ชื่อณคำของ พฤฒคิ รูและวู่วาม พิโรธกุมารองค์ เหมาะเจาะจงพยายาม ยุครูเพราะเอาความ บมดิ ปี ระเดตน ก็พอ้ และต่อพษิ ทรุ ทฐิ มิ านจน ลโุ ทสะสบื สน ธพิ ิพาทเสมอมา ถอดคำประพนั ธไ์ ดว้ า่ กุมารพระองค์นัน้ ไมท่ นั ได้ไตรต่ รอง กท็ รงเชอ่ื ในคำพดู ของอาจารย์ ดว้ ยความวู่วามก็กรวิ้ พระกมุ าร ที่ยพุ ระอาจารยใ์ สค่ วามตน จึงตดั พอ้ ต่อวา่ กันข้นึ เกดิ ความโกรธเคืองทะเลาะววิ าทกนั อยเู่ สมอ และฝ่ายกมุ ารผู้ ทชิ ครูมเิ รียกหา กแ็ หนงประดารา ชกมุ ารทชิ งคเ์ ชิญ พระราชบุตรลจิ ฉวมิ ติ รจติ เมนิ ณกนั และกันเหิน คณะห่างกต็ ่างถอื ทะนงชนกตน พลลน้ เถลงิ ลือ กห็ าญกระเหิมฮือ มนฮึกบนกึ ขามฯ ถอดคำประพนั ธ์ เกิดความโกรธเคอื งทะเลาะวิวาทกันอยู่เสมอ ฝ่ายพระกมุ ารทพ่ี ราหมณ์ไมเ่ คยเรยี กเข้าไปหาก็ไม่ พอพระทยั พระกมุ ารทพ่ี ราหมณเ์ ชิญไปพบ พระกมุ ารลจิ ฉวีหมางใจและเหินหา่ งกนั ต่างองคท์ ะนงว่าพระ บดิ าของตนมอี ำนาจลน้ เหลอื จึงมีใจกำเริบไมเ่ กรงกลวั กนั สัทธรา ฉันท์ฯ ลำดบั นัน้ วัสสการพราหมณ์ ธก็ยุศษิ ยตาม แต่งอบุ ายงาม ฉงนงำ ปวงโอรสลจิ ฉวีดำ รณิ วิรุธกส็ ำ คัญประดจุ คำ ธเสกสรร ไปเ่ หลือเลยสกั พระองค์อัน มิละปยิ ะสหฉนั ท์ ขาดสมคั รพนั ธ์ ก็อาดรู ถอดคำประพนั ธ์ ในขณะน้นั วัสสการพราหมณ์ก็คอยยุลูกศษิ ยแต่งกลอุบายให้เกิดความแคลงใจ พระโอรษกษตั ริย์ลจิ ฉวี ท้ังหลายไตรต่ รองในอาการนา่ สงสยั กเ็ ข้าใจว่าเป็นจรงิ ดงั ถอ้ ยคำทอ่ี าจารยป์ ัน้ เรอ่ื งขน้ึ ไมม่ ีเหลือเลยสกั พระองค์เดยี วทีจ่ ะมีความรกั ใคร่กลมเกลยี ว ต่างขาดความสัมพนั ธ์ เกิดความเดือดรอ้ นใจ

๑๖ ตา่ งองคน์ ำความมงิ ามทูล พระชนกอดิศูร แหง่ ธโดยมูล ปวตั ติ์ความ ลุวรบิดรลาม แตกร้าวกา้ วร้ายกป็ า้ ยปาม ณเหตุผล ทลี ะนอ้ ยตาม นฤวเิ คราะหเสาะสน เพราะหมายใด ฟั่นเฝอื เชอื่ นยั ดนยั ตน กษณะตริเหมาะไฉน สบื จะหมองมล สะดวกดาย พจนยปุ ริยาย แทท้ า่ นวัสสการใน เสรมิ เสมอไป บเว้นครา สหกรณประดา หลายอยา่ งต่างกลธขวนขวาย ชท้งั หลาย วัญจโนบาย คร้ันลว่ งสามปีประมาณมา ลิจฉวีรา ถอดคำประพันธไ์ ดว้ า่ แตล่ ะองค์นำเรอ่ื งไมด่ ที ่ีเกิดขน้ึ ไปทลู พระบิดาของตน ความแตกแยกก็ค่อย ๆ ลุกลามไปสู่ พระบิดา เนอ่ื งจากความหลงเชื่อโอรสของตน ปราศจากการใครค่ รวญเกิดความผดิ พอ้ งหมองใจกนั ขนึ้ ฝ่ายวสั สการพราหมณ์ครนั้ เหน็ โอกาสเหมาะสมกค็ อยยแุ หย่อยา่ งงา่ ยดาย ทำกลอบุ ายตา่ ง ๆ พูดยยุ งตาม กลอบุ ายตลอดเวลา เวลาผา่ นไปประมาณ ๓ ปี สามัคคีธรรมทำลาย มติ รภทิ นะกระจาย สรรพเส่อื มหายน์ กเ็ ป็นไป ตา่ งองค์ทรงแคลงระแวงใน พระราชหฤทยวิสัย ผพู้ ิโรธใจ ระวงั กนั ฯ ถอดคำประพันธไ์ ดว้ ่า ความรว่ มมอื กันระหว่างกษตั รยิ ์ลจิ ฉวที ั้งหลายและความสามัคคถี ูกทำลายลงสิ้น ความเป็นมติ ร แตกแยก ความเสื่อม ความหายนะกบ็ งั เกิดขนึ้ กษตั รยิ ต์ า่ งองคร์ ะแวงแคลงใจ มีความข่นุ เคืองใจซึ่งกนั และกัน

๑๗ สาลนิ ี ฉนั ทฯ์ พราหมณค์ รรู ู้สงั เกต ตระหนกั เหตถุ นดั ครัน ราชาวชั ชสี รร พจกั สพู่ นิ าศสม ยินดีบดั นก้ี จิ จะสัมฤทธมิ์ นารมณ์ เรมิ่ มาด้วยปรากรม และอุตสาหแหง่ ตน ใหล้ องตกี ลองนัด ประชุมขัตตยิ ม์ ณฑล เชิญซง่ึ สำ่ สากล กษตั ริย์สสู่ ภาคาร ถอดคำประพนั ธไ์ ดว้ ่า พราหมณผ์ ้เู ปน็ ครูสงั เกตเห็นดังนนั้ กร็ ู้ว่าเหล่ากษัตริย์ลจิ ฉวีกำลังจะประสบความพินาศ จึงยินดมี าก ทภี่ ารกิจประสบผลสำเรจ็ สมดังใจ หลงั จากเร่มิ ต้นด้วยความบากบั่นและความอดทนของตน จงึ ให้ลองตกี ลอง นดั ประชุมกษัตรยิ ์ฉวี เชิญทกุ พระองค์เสดจ็ มายงั ทป่ี ระชุม วัชชีภมู ผี อง สดับกลองกระหมึ ขาน ทุกไท้ไป่เอาภาร ณกจิ เพ่ือเสด็จไป ต่างทรงรับสง่ั วา่ จะเรยี กหาประชุมไย เราใชเ่ ป็นใหญ่ใจ กข็ ลาดกลวั บกล้าหาญ ท่านใดที่เป็นใหญ่ และกล้าใครมิเปรียบปาน พอใจใคร่ในการ ประชมุ ชอบกเ็ ชญิ เขา ถอดคำประพนั ธไ์ ด้ว่า ฝ่ายกษตั ริยว์ ชั ชที ้งั หลายทรงสดับเสียงกลองดงั กกึ กอ้ ง ทกุ พระองค์ไมท่ รงเป็นธุระในการ เสด็จไป ต่างองคร์ ับสง่ั ว่าจะเรียกประชุมด้วยเหตใุ ด เราไมไ่ ด้เป็นใหญ่ ใจก็ขลาด ไมก่ ลา้ หาญ ผู้ใดเป็นใหญ่ มคี วามกล้าหาญไมม่ ีผู้ใดเปรยี บได้ พอใจจะเสด็จไปรว่ มประชุมกเ็ ชิญเขาเถิด ปรึกษาหารือกัน ไฉนนนั้ ก็ทำเนา จกั เรยี กประชมุ เรา บแลเหน็ ประโยชนเ์ ลย รับสงั่ ผลกั ไสสง่ และทกุ องคธ์ เพกิ เฉย ไป่ได้ไปดั่งเคย สมคั รเข้าสมาคมฯ ถอดคำประพันธ์ไดว้ า่ จะปรกึ ษาหารือกันประการใดกช็ า่ งเถดิ จะเรยี กเราไปประชุมมองไมเ่ ห็นประโยชน์ประการใดเลย รบั ส่งั ให้ พ้นตวั ไป และทุกพระองคก์ ท็ รงเพกิ เฉยไม่เสด็จไปเขา้ ร่วมการประชมุ เหมอื นเคย

๑๘ อุปฎั ฐิตา ฉนั ทฯ์ เห็นเชงิ พิเคราะห์ชอ่ ง ชนะคล่องประสบสม พราหมณ์เวทอดุ ม ธก็ลอบแถลงการณ์ ให้วลั ลภชน คมดลประเทศฐาน กราบทูลนฤบาล ภิเผ้ามคธไกร แจ้งลกั ษณสา สนวา่ กษัตรยิ ์ใน วัชชีบรุ ไกร วลหลา้ ตลอดกนั ถอดคำประพันธ์ไดว้ า่ เมือ่ พจิ ารณาเหน็ ช่องทางที่จะได้ชยั ชนะอย่างง่ายดาย พราหมณผ์ ูร้ อบร้พู ระเวทกล็ อบสง่ ข่าว ให้คน สนทิ เดนิ ทางกลับไปยังบ้านเมือง กราบทูลกษัตริย์แห่งแควน้ มคธอันยง่ิ ใหญ่ ในสาสน์แจ้งว่ากษัตรยิ ว์ ชั ชี ทุกพระองค์ บัดน้สี ิกแ็ ตก คณะแผกและแยกพรรค์ ไป่เป็นสหฉัน ทเสมอื นเสมอมา โอกาสเหมาะสมยั ขณะไหนประหน่ึงครา น้ีหากผจิ ะหา ก็บได้สะดวกดี ขอเชิญวรบาท พยหุ ย์ าตรเสดจ็ กรี ธาทพั พลพี รยิ ยทุ ธโดยไวฯ ถอดคำประพนั ธไ์ ดว้ ่า ขณะนเ้ี กดิ ความแตกแยก แบง่ พรรคแบ่งพวก ไมส่ ามัคคีกนั เหมือนแต่เดมิ จะหาโอกาสอันเหมาะสมครงั้ ใด เหมือนดงั ครง้ั น้คี งจะไม่มอี กี แลว้ ขอทูลเชญิ พระองค์ยกกองทพั อันยิ่งใหญม่ าทำสงครามโดยเรว็ เถดิ วิชชมุ มาลา ฉนั ท์ฯ ทราบถึงบัดดล ชาวเวสาลี ขา่ วเศกิ เอิกองึ ชนบทบูรี ในหม่ผู ู้คน หวาดกลวั ทวั่ ไป หมดเลอื ดส่นั กาย แทบทกุ ถ่ินหมด วุ่นหวั่นพรั่นใจ อกสนั่ ขวัญหนี ซอ่ นตัวแตกภยั ท้งิ ย่านบ้านตน ตนื่ ตาหน้าเผือด หลบล้หี นตี าย ซกุ ครอกซอกครัว เข้าดงพงไพร

๑๙ ถอดคำประพนั ธ์ไดว้ า่ ข่าวศกึ แพรไ่ ปจนรถู้ งึ ชาวเมอื งเวสาลี แทบทุกคนในเมืองตา่ งตกใจและหวาดกลัวกันไปท่ัว หนา้ ตาตื่น หนา้ ซีดไม่มีสีเลือด ตวั สนั่ พากันหนตี ายวุ่นวาย พากันอพยพครอบครัวหนีภัย ทิ้งบา้ นเรอื นไป ซมุ่ ซอ่ นตวั เสียในป่า เหลอื จกั หา้ มปราม ชาวคามลา่ ลาด พนั หัวหน้าราษฎร์ ขุนดา่ นตำบล หารอื แกก่ นั คดิ ผันผอ่ นปรน จักไม่ให้พล มาคธข้ามมา จง่ึ ให้ตีกลอง ปา่ วร้องทันที แจ้งขา่ วไพรี รุกเบียนบีฑา เพือ่ หมภู่ มู ี วัชชีอาณา ชุมนมุ บัญชา ป้องกนั ฉนั ใด ถอดคำประพนั ธไ์ ดว้ า่ ไมส่ ามารถห้ามปรามชาวบ้านได้ หัวหน้าราษฎรและนายดา่ นตำบลตา่ ง ๆ ปรึกษากนั คดิ จะยบั ยง้ั ไมใ่ หก้ องทพั มคธขา้ มมาได้ จงึ ตกี ลองป่าวรอ้ งแจ้งข่าวขา้ ศึกเข้ารกุ ราน เพื่อให้เหล่ากษตั รยิ แ์ ห่งวชั ชเี สด็จมา ประชมุ หาหนทางปอ้ งกนั ประการใด ราชาลิจฉวี ไปม่ สี ักองค์ อันนกึ จำนง เพอ่ื จกั เสดจ็ ไป ต่างองค์ดำรัส เรียกนัดทำไม ใครเป็นใหญใ่ คร กลา้ หาญเห็นดี เชิญเทอญท่านตอ้ ง ขัดข้องข้อไหน ปรกึ ษาปราศรยั ตามเร่ืองตามที ส่วนเราเล่าใช่ เป็นใหญย่ งั มี ใจอยา่ งผภู้ ี รกุ ปราศอาจหาญ ถอดคำประพนั ธ์ได้ว่า ไม่มกี ษตั รยิ ล์ ิจฉวีแมแ้ ต่พระองคเ์ ดียวคิดจะเสด็จไป แต่ละพระองคท์ รงดำรสั วา่ จะเรียกประชมุ ด้วย เหตใุ ด ผใู้ ดเปน็ ใหญ่ ผูใ้ ดกล้าหาญ เห็นดีประการใดก็เชญิ เถิด จะปรกึ ษาหารืออยา่ งไรก็ตามแต่ใจ ตวั ของเรา นั้นไมไ่ ดม้ ีอำนาจยงิ่ ใหญ่ จิตใจกข็ ี้ขลาด ไมอ่ งอาจกลา้ หาญ

๒๐ ต่างทรงสำแดง ความแขงอำนาจ สามัคคีขาด แกง่ แยง่ โดยมาน ภูมิศลิจฉวี วัชชรี ัฐบาล บ่ชุมนุมสมาน แม้แต่สักองคฯ์ ถอดคำประพันธ์ไดว้ า่ แต่ละพระองค์ตา่ งแสดงอาการเพกิ เฉย ปราศจากความสามคั คปี รองดองในจติ ใจ กษตั ริยล์ ิจฉวี แห่งวชั ชไี มเ่ สด็จมาประชุมกันแมแ้ ต่พระองค์เดียว อินทรวเิ ชยี ร ฉนั ท์ฯ ป่นิ เขตมคธขัต ตยิ รัชธำรง ยง้ั ทพั ประทับตรง นคเรศวิสาลี ภูธรธสังเกต พิเคราะห์เหตุณธานี แหง่ ราชวัชชี ขณะเศกิ ประชดิ แดน เฉยดูบร้สู ึก และมนิ กึ จะเกรงแกลน ฤๅคิดจะตอบแทน รณทพั ระงบั ภยั ถอดคำประพันธไ์ ด้ว่า จอมกษตั รยิ แ์ ห่งแควน้ มคธหยดุ ทพั ตรงหน้าเมืองเวสาลี พระองค์ทรงสงั เกตวเิ คราะหเ์ หตกุ ารณ์ทาง เมืองวัชชใี นขณะท่ีข้าศึกมาประชดิ เมอื ง ดูนง่ิ เฉยไม่รสู้ กึ เกรงกลวั หรือคิดจะทำสงิ่ ใดโต้ตอบระงับเหตุรา้ ย นิง่ เงยี บสงบงำ บมทิ ำประการใด ปรากฏประหนงึ่ ใน บรุ ว่างและรา้ งคน แน่โดยมิพกั สง สยคงกระทบกล ทา่ นวัสสการจน ลกุ ระนถ้ี นดั ตา ภนิ ทพ์ ทั ธสามัค คยิ พรรคพระราชา ชาวลิจฉวีวา รจะพ้องอนตั ถภ์ ัย ถอดคำประพันธ์ กลับอยอู่ ย่างสงบเงยี บไม่ทำการส่ิงใด มองดูราวกบั เปน็ เมอื งรา้ งปราศจากผคู้ น แน่นอนไมต่ อ้ งสงสยั เลยวา่ คงจะถกู กลอบุ ายของวัสสการพราหมณจ์ นเป็นเชน่ นี้ ความสามคั คผี กู พันแหง่ กษตั รยิ ล์ จิ ฉวีถูกทำลายลง และจะประสบกบั ภยั พบิ ัติ

๒๑ ลูกข่างประดาทา รกกาลขว้างไป หมนุ เล่นสนกุ ไฉน ดจุ กันฉะน้ันหนอ ครูวสั สการแส่ กลแหย่ยุดพี อ ป่ันปว่ นบเหลือหลอ จะมริ า้ วมริ านกนั ครั้นทรงพระปรารภ ธรุ ะจบธจึง่ บัญ ชานายนิกายสรร พทแกล้วทหารหาญ ถอดคำประพันธไ์ ด้วา่ ลูกขา่ งทเี่ ดก็ ขวา้ งเล่นไดส้ นุกฉนั ใด วสั สการพราหมณ์ก็สามารถยุแหย่ใหเ้ หลา่ กษตั ริยล์ ิจฉวแี ตก ความสามัคคไี ด้ตามใจชอบและคิดท่ีจะสนุกฉนั นน้ั ครั้นทรงคดิ ได้ดังน้ันจึงมีพระราชบัญชาแกเ่ หล่าทหารหาญ เรง่ ทำอฬุ ุมป์เว ฬคุ ะเนกะเกณฑ์การ เพอื่ ขา้ มนทธี าร จรเข้านครบร เขารบั พระบัณฑูร อดศิ รู บดีศร ภาโรปกรณต์ อน ทวิ รงุ่ สฤษฎพ์ ลัน จอมนาถพระยาตรา พยหุ าธิทัพขนั ธ์ โดยแพและพว่ งปนั พลข้ามณคงคา จนหมดพหลเน่อื ง พศิ เนอื งขนัดคลา ขึน้ ฝั่งลุเวสา ลบิ ุเรศสะดวกดายฯ ถอดคำประพนั ธ์ได้วา่ ใหร้ ีบสรา้ งแพไมไ้ ผ่เพอ่ื ข้ามแมน่ ำ้ จะเขา้ เมอื งของฝ่ายศตั รู พวกทหารรบั ราชโองการแลว้ กป็ ฏบิ ตั ิ ภารกิจทไ่ี ด้รบั ในตอนเช้างานนัน้ ก็เสรจ็ ทันที จอมกษัตริย์เคลื่อนกองทพั อนั มกี ำลังพลมากมายลงในแพ ทต่ี ดิ กัน นำกำลงั ข้ามแมน่ ำ้ จนกองทพั หมดสิ้น มองดแู นน่ ขนดั ขนึ้ ฝ่ังเมอื งเวสาลีอยา่ งสะดวกสบาย จติ รปทา ฉนั ท์ฯ นาครธา นิวสิ าลี เหน็ รปิ มุ ี พลมากมาย ก็ลุพ้นหมาย ขา้ มติรชล พระนครตน มงุ่ จะทลาย มนอกเต้น ตะละผคู้ น ตา่ งก็ตระหนก มจลาจล ตืน่ บมิเว้น อลเวงไป ท่วั บรุ คา เสียงอลวน

๒๒ ถอดคำประพันธ์ได้ว่า ฝา่ ยเมอื งเวสาลีมองเหน็ ข้าศึกจำนวนมากข้ามแม่นำ้ มาเพอื่ จะทำลายล้างบ้านเมอื งของตน ต่างก็ตระหนกตกใจกันถว้ นหน้า ในเมืองเกิดจลาจลวุน่ วายไปทัว่ เมอื ง สรรพสกล มขุ มนตรี ตรอมมนภี รุกเภทภยั บางคณะอา ทรปราศรยั ยังมิกระไร ขณะน้หี นอ ควรบริบาล พระทวารมน่ั ตา้ นปะทะกัน อริก่อนพอ ขตั ติยรา ชสภารอ ดำริจะขอ วรโองการ ถอดคำประพันธ์ได้วา่ ข้าราชการชัน้ ผู้ใหญ่ตา่ งหวาดกลวั ภยั บางพวกก็พดู วา่ ขณะนี้ยงั ไม่เปน็ ไรหรอก ควรจะป้องกันประตู เมอื งเอาไว้ให้มนั่ คง ต้านทานข้าศกึ เอาไว้ก่อน รอใหท้ ป่ี ระชุมเหล่ากษตั ริย์มคี วามเห็นว่าจะทรงทำประการใด ทรงตรไิ ฉน กจ็ ะได้ทำ โดยนยดำ รสั ภบู าล เสวกผอง กเ็ คาะกลองขาน อาณัติปาน ดจุ กลองพงั ศพั ทอโุ ฆษ ประลโุ สตท้าว ลจิ ฉวดี า้ ว ขณะทรงฟงั ต่างธก็เฉย และละเลยดัง ไทม้ อิ นิ ัง ธุระกบั ใคร ถอดคำประพันธ์ไดว้ า่ กจ็ ะไดด้ ำเนนิ การตามพระบญั ชาของพระองค์ เหล่าขา้ ราชการท้ังหลายกต็ ีกลองสญั ญาณขึ้นราวกับ กลองจะพัง เสยี งดงั กึกก้องไปถึงพระกรรณกษัตริยล์ จิ ฉวี ต่างองคท์ รงเพิกเฉยราวกับไมเ่ อาใจใส่ในเรื่องราว ของผใู้ ด ต่างกบ็ คลา ณสภาคา แมพ้ ระทวาร บุรทั่วไป และทวารใด รอบทศิ ดา้ น สิจะปิดมีฯ เห็นนรไหน

๒๓ ถอดคำประพนั ธไ์ ดว้ า่ ต่างองค์ไมเ่ สด็จไปทป่ี ระชมุ แมแ้ ตป่ ระตูเมอื งรอบทศิ ทกุ บานก็ไม่มผี ้ใู ดปดิ สทั ทุลวิกกฬี ิต ฉันทฯ์ จอมทัพมาคธราษฎรธ์ ยาตรพยุหกรี ธาสู่วิสาลี นคร โดยทางอันพระทวารเปดิ นรนกิ ร ฤๅรอตอ่ รอน อะไร เบ้ืองน้นั ทา่ นคุรุวัสสการทิชก็ไป นำทัพชเนนทรไ์ ท มคธ ถอดคำประพันธ์ไดว้ า่ จอมทัพแห่งแควน้ มคธกรีธาทัพเขา้ เมอื งเวสาลีทางประตูเมืองทเี่ ปิดอยโู่ ดยไมม่ ีผู้คนหรือทหารต่อสู้ ประการใด ขณะนัน้ วสั สการพราหมณผ์ ู้เป็นอาจารยก์ ็ไปนำทพั ของกษัตริย์แห่งมคธ เขา้ ปราบลิจฉวขิ ตั ติย์รฐั ชนบท สู่เงือ้ มพระหัตถห์ มด และโดย ไปพ่ ักตอ้ งจะกะเกณฑ์นกิ าย พหลโรย แรงเปลอื งระดมโปรย ประยทุ ธ์ ราบคาบเสร็จธเสด็จลุราช คฤหอุต คมเขตบเุ รศดจุ ณเดิม ถอดคำประพันธ์ไดว้ ่า เขา้ มาปราบกษัตรยิ ล์ ิจฉวี อาณาจักรทัง้ หมดกต็ กอย่ใู นเง้ือมพระหตั ถ์ โดยทีก่ องทพั ไม่ตอ้ งเปลอื งแรง ในการตอ่ สู้ ปราบราบคาบแล้วเสด็จยงั ราชคฤห์เมอื งยงิ่ ใหญด่ ังเดิม เรื่องตน้ ยุกติก็แต่จะตอ่ พจนเติม อออภาษติ ลขิ ติ เสริม ประสงค์ ปรุงโสตเป็นคติสุนทราภรณจง จับข้อประโยชน์ตรง ตรดิ ู ถอดคำประพันธไ์ ด้ว่า เนื้อเร่ืองแต่เดมิ จบลงเพยี งนี้ แต่ประสงค์จะแต่งสุภาษิตเพ่มิ เติมให้ไดร้ บั ฟงั เพื่อเป็นคติอันทรงคณุ คา่ นำไปคิดไตร่ตรอง

๒๔ อินทรวเิ ชียร ฉนั ทฯ์ อนั ภูบดรี า ชอชาตศตั รู ไดล้ ิจฉวีภู วประเทศสะดวกดี แลสรรพบรรดา วรราชวัชชี ถงึ ซ่ึงพบิ ตั ิบี ฑอนัตถ์พินาศหนา เหี้ยมนนั้ เพราะผันแผก คณะแตกและตา่ งมา ถือทฐิ ิมานสา หสโทษพิโรธจอง ถอดคำประพันธ์ได้วา่ พระเจ้าอชาตศัตรไู ด้แผ่นดนิ วชั ชอี ยา่ งสะดวก และกษัตรยิ ล์ ิจฉวที ัง้ หลายก็ถึงซึ่งความพนิ าศ ลม่ จม เหตเุ พราะความแตกแยกกนั ตา่ งก็มคี วามยดึ ม่ันในความคิดของตน ผกู โกรธซ่ึงกนั และกัน แยกพรรคสมรรคภนิ ทนส้นิ บปรองดอง ขาดญาณพิจารณ์ตรอง ตรมิ ลกั ประจักษ์เจือ เช่ืออรรถยุบลเอา รสเล่ากง็ ่ายเหลอื เหตุหากธมากเมอื คตโิ มหเปน็ มลู ถอดคำประพันธไ์ ด้ว่า ต่างแยกพรรค แตกสามคั คกี นั ไม่ปรองดองกนั ขาดปัญญาทจ่ี ะพิจารณาไตร่ตรอง เชอื่ ถอ้ ยความของ บรรดาพระโอรสอยา่ งง่ายดาย เหตุท่เี ป็นเช่นน้ันเพราะกษัตริยแ์ ตล่ ะพระองค์ทรงมากไปดว้ ยความหลง จ่งึ ดาลประการหา ยนภาวอาดรู เสียแดนไผทสญู ยศศักดเิ สอ่ื มนาม ควรชมนยิ มจดั คุรวุ ัสสการพราหมณ์ เปน็ เอกอุบายงาม กลงำกระทำมา ถอดคำประพันธไ์ ด้ว่า จึงทำให้ถึงซึง่ ความฉิบหาย มีภาวะความเปน็ อยอู่ นั ทุกข์ระทม เสียทัง้ แผ่นดิน เกยี รตยิ ศ และชอื่ เสยี ง ที่เคยมอี ยู่ ส่วนวัสสการพราหมณ์น้ันนา่ ชื่นชมอยา่ งยง่ิ เพราะเป็นเลศิ ในการกระทำกลอุบาย พุทธาทิบัณฑติ พิเคราะห์คดิ พินิจปรา รภสรรเสรญิ สา ธุสมคั รภาพผล สกุ ภาวมาดล วา่ อาจจะอวยผา บนริ าศนริ ันดร ดีสูณ่ หมู่ตน คยพรรคสโมสร คณุ ไร้ไฉนดล หมใู่ ดผสิ ามัค ไป่ปราศนริ าศรอน

๒๕ ถอดคำประพันธ์ได้ว่า ผ้รู ู้ท้ังหลายมพี ระพทุ ธเจา้ เปน็ ตน้ ได้ใคร่ครวญพจิ ารณากลา่ วสรรเสริญวา่ ชอบแล้วในเรอื่ งผลแหง่ ความพรอ้ มเพรยี งกนั ความสามคั คีอาจอำนวยใหถ้ งึ ซึ่งสภาพแห่งความผาสุก ณ หมู่ของตนไม่เสอื่ มคลาย ตลอดไป หากหม่ใู ดมีความสามัคคีร่วมชมุ นมุ กนั ไม่ห่างเหินกนั สิ่งทไี่ ร้ประโยชน์จะมาสไู่ ดอ้ ยา่ งไร พร้อมเพรียงประเสริฐครัน เพราะฉะนนั้ แหละบคุ คล ผ้หู วงั เจรญิ ตน ธุระเกย่ี วกะหม่เู ขา พึงหมายสมัครเปน็ มุขเป็นประธานเอา ธูรทัว่ ณตัวเรา บมเิ ห็นณฝา่ ยเดียว ควรยกประโยชน์ย่นื นรอ่นื ก็แลเหลยี ว ดูบา้ งและกลมเกลียว มิตรภาพผดุงครอง ถอดคำประพนั ธ์ไดว้ า่ ความพร้อมเพรยี งนนั้ ประเสรฐิ ยงิ่ นกั เพราะฉะน้นั บคุ คลใดหวังที่จะได้รับความเจรญิ แหง่ ตนและมี กจิ ธุระอันเปน็ ส่วนรวม ก็พงึ ตง้ั ใจเป็นหวั หน้าเอาเป็นธุระด้วยตวั ของเราเองโดยมิเหน็ ประโยชนต์ นแต่ฝา่ ย เดียว ควรยกประโยชน์ให้บุคคลอื่นบ้าง นึกถงึ ผู้อน่ื บ้าง ต้องกลมเกลียว มีความเปน็ มติ รกันไว้ ยงั้ ทิฐมิ านหย่อน ทมผ่อนผจงจอง อารมี มิ หี มอง มนเมื่อจะทำใด ลาภผลสกลบรร ลุก็ปันก็แบ่งไป ตามนอ้ ยและมากใจ สุจริตนิยมธรรม์ พงึ มรรยาทยึด สปุ ระพฤติสงวนพรรค์ รอ้ื ริษยาอัน อปุ เฉทไมตรี ถอดคำประพันธ์ได้วา่ ต้องลดทฐิ มิ านะ รจู้ ักข่มใจ จะทำสิ่งใดก็เอื้อเฟ้ือกันไมม่ คี วามบาดหมางใจ ผลประโยชนท์ ั้งหลายท่ีเกิดข้ึนก็ แบ่งปนั กนั ไป มากบ้างนอ้ ยบ้างอยา่ งเปน็ ธรรม ควรยึดมั่นในมารยาทและความประพฤตทิ ่ีดีงาม รกั ษาหมคู่ ณะ โดยไม่มีความรษิ ยากนั อนั จะตดั รอนไมตรี ดงั่ น้นั ณหมูใ่ ด ผบิ ไร้สมัครมี พร้อมเพรยี งนิพทั ธน์ ี รววิ าทระแวงกัน สยคงประสบพลัน หวังเทอญมติ ้องสง หิตะกอบทวิการ ซึ่งสขุ เกษมสนั ต์ มนอาจระรานหาญ กเ็ พราะพรอ้ มเพราะเพรยี งกัน ใครเลา่ จะสามารถ หกั ล้างบแหลกลาญ

๒๖ ถอดคำประพนั ธ์ได้ว่า ดงั น้ันถา้ หมูค่ ณะใดไมข่ าดซ่งึ ความสามคั คี มีความพร้อมเพรียงกนั อย่เู สมอ ไม่มกี ารวิวาทและระแวง กนั ก็หวงั ไดโ้ ดยไมต่ ้องสงสยั วา่ คงจะพบซ่งึ ความสุข ความสงบ และประกอบดว้ ยประโยชนม์ ากมาย ใครเล่า จะมีใจกล้าคิดทำสงครามดว้ ย หวังจะทำลายล้างก็ไมไ่ ด้ ทงั้ นเ้ี พราะความพรอ้ มเพรยี งกนั นัน่ เอง ป่วยกลา่ วอะไรฝูง นรสงู ประเสรฐิ ครนั ฤๅสรรพสัตวอ์ ัน เฉพาะมชี ีวีครอง แมม้ ากผกิ ่งิ ไม้ ผิวใครจะใครล่ อ มัดกำกระน้นั ปอง พลหักกเ็ ต็มทน เหล่าไหนผิไมตรี สละลี้ณหม่ตู น กจิ ใดจะขวายขวน บมพิ รอ้ มมิเพรยี งกนั ถอดคำประพันธไ์ ด้ว่า กล่าวไปไยกบั มนุษยผ์ ูป้ ระเสรฐิ หรือสรรพสตั ว์ท่มี ชี ีวิต แมแ้ ต่กงิ่ ไม้หากใครจะใคร่ลองเอามามัดเป็น กำ ต้งั ใจใช้กำลงั หักกย็ ากเตม็ ทน หากหมใู่ ดไม่มีความสามคั คีในหมู่คณะของตน และกิจการอันใดท่ีจะต้อง ขวนขวายทำก็มพิ ร้อมเพรยี งกัน อย่าปรารถนาหวัง สุขทงั้ เจริญอัน มวลมาอุบัตบิ รร ลไุ ฉนบไดม้ ี ปวงทุกข์พิบัตสิ รร พภยันตรายกลี แม้ปราศนิยมปรี ติประสงคก์ ค็ งสม ควรชนประชมุ เชน่ คณะเปน็ สมาคม สามัคคิปรารม ภนพิ ัทธรำพึง ไปม่ กี ็ใหม้ ี ผวิ มีกค็ ำนงึ เนอ่ื งเพอื่ ภยิ โยจึง จะประสบสุขาลัยฯ ถอดคำประพันธไ์ ดว้ ่า กอ็ ยา่ ไดห้ วังเลยความสขุ ความเจริญจะเกิดขนึ้ ไดอ้ ย่างไร ความทกุ ข์พบิ ัติอันตรายและความชว่ั ร้าย ท้งั ปวง ถึงแมจ้ ะไม่ต้องการกจ็ ะตอ้ งได้รับเป็นแนแ่ ท้ ผู้ท่อี ยรู่ วมกันเป็นหมคู่ ณะหรือสมาคม ควรคำนึงถงึ ความสามัคคอี ยู่เปน็ นิจ ถา้ ยงั ไม่มกี ็ควรจะมขี นึ้ ถ้ามอี ยู่แล้วก็ควรใหเ้ จริญรุ่งเรืองยิง่ ข้ึนไปจงึ จะถึงซ่งึ ความสขุ ความสบาย

๒๗ คำศพั ท์ยาก กถา ถอ้ ยคำ กลห์เหตุ เหตุแหง่ การทะเลาะ กสกิ ชาวนา ไกวล ทั่วไป ขัตตยิ ์ พระเจ้าแผ่นดิน คดี เรอื่ ง คม ไป ชเนนทร์ เป็นใหญ่ในฝูงชน ทม ความขม่ ใจ ทลทิ ภาว ยากจน ทั่วบรุ คาม ทว่ั บา้ นท่วั เมือง ทิช ผูเ้ กิด2ครัง้ คือพราหมณ์ ทนิ วัน นครบร เมอื งของขา้ ศึก นย,นยั เค้าความ ความหมาย นยมาน ใจความสำคญั นรนิกร ฝงู ชน นฤพัทธ,นิพัทธ์ เนอื งๆ เสมอ เนื่องกนั นฤสาร ไม่มีสาระ นวิ ัต กลบั นีรผล ไมเ่ ป็นผล ประเด มอบใหห้ มด ประศาสน์ การสง่ั สอน ปรากรม ความเพียร ปรงุ โสต ตกแต่งใหไ้ พเราะน่าฟัง ปลาต หายไป ปวัตน์ ความเป็นไป พฤฒิ ผู้เฒา่ , วัสสการพราหมณ์ พเิ ฉท ทำลาย,ตดั ขาด พิชากร วชิ าความรู้ พทุ ธาทบิ ัณฑติ ผู้รู้ มพี ระพทุ ธเจ้าเปน็ ต้น ภตั ขา้ ว

๒๘ ภาโรปกรณ์ จัดทำ เครือ่ งมอื ตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย ภิณทพ์ ทั ธสามคั คยิ , สมรรคภินทน การแตกสามคั คี ภยิ โญ ยงิ่ ขึ้นไป ภรี ุก ขลาด,กลัว ภมู ิศ พระราชา มน ใจ มนารมณ์ สมดงั ใจ สมดังทคี่ ิด มาน ความถอื ตัว ยกุ ติ ยุต,ิ จบสนิ้ รหุฐาน ทส่ี งัด ที่ลบั ลกั ษณะสาสน จดหมาย เลา รูปความ ขอ้ ความ เค้า วญั จโนบาย อบุ ายหลอกลวง วลั ลภชน คนสนิท วิรธุ ผดิ ปกติ สมัครภาพ ความสมคั รสมานสามัคคี สหกรณ หมู่เหล่า สำ่ หมู่ พวก สกิ ขสภา หอ้ งเรียน สขุ าลัย ทท่ี มี่ ีความสขุ เสาวน ฟัง เสาวภาพ สุภาพ ละมุนละมอ่ ม หายน์ หายน ความเส่อื ม หติ ะ ประโยชน์ เหย้ี มน้นั เหตนุ ั้น อนตั ถ์ ไม่เป็นประโยชน์ อนุกรม ตามลำดบั อภเิ ผ้า ผเู้ ปน็ ใหญ่ อาคม มา มาถงึ อุปเฉทไมตรี ตัดไมตรี อุรสุ โอรส ลูกชาย อุฬุมปเ์ วฬุ แพไม้ไผ่ เอาธูร เอาใจใสเ่ ปน็ ธุระ

๒๙ รับภาระ รบั ผิดชอบ

๓๐ คณุ คา่ วรรณคดี ผิวใครจะใคร่ลอง พลหกั กเ็ ต็ม ๑.คุณคา่ ด้านวรรณศิลป์ การเลน่ เสยี งวรรณยกุ ต์ เชน่ คะเนกลคะนึงการ ระวังเหือดระแวงหาย แมม้ ากผกิ ่งิ ไม้ มดั กำกระนน้ั ปอง มีการเลน่ เสียงพยญั ชนะ เชน่ ทชิ งชาติฉลาดยล กษตั ริยล์ จิ ฉววี าร มีการใชโ้ วหารภาพพจนเ์ ปรียบเทยี บแบบอุปลักษณ์ เป็นการเปรยี บเทียบโดยนยั ไม่กลา่ วเปรยี บเทียบตรง ๆ อย่างอปุ มาอุปไมย แต่ผ้อู ่านก็พอจะจบั เคา้ ไดจ้ ากคำทผ่ี ูแ้ ต่งใช้ เชน่ ตอนพระเจา้ อชาตศัตรทู รงเปรียบเทยี บ การแตกสามัคคขี องกษัตริยล์ จิ ฉวี วา่ ลูกข่างประดาทา รกกาลขวา้ งไป หมนุ เล่นสนกุ ไฉน ดจุ กนั ฉะน้ันหนอ ๒.คุณคา่ ด้านสงั คม สะท้อนดา้ นการศึกษาทกี่ ษัตริย์สมยั ก่อนต้องไดร้ ับการศึกษาจากอาจารย์ผู้ชำนาญในแขนงต่างๆ เช่นเดยี วกับ กษตั รยิ ์ลจิ ฉวีเหน็ ว่าใหพ้ ระราชโอรสได้รำ่ เรียนจากผทู้ ม่ี ีความรู้ กษัตรยิ ์เห็นว่าวสั สการพราหมณ์เปน็ ผ้มู ีความรู้ จึงใหร้ าชโอรสไปศึกษาเล่าเรยี น ณวนั หนงึ่ ลถุ ึงกา ลศกึ ษาพิชากร กุมารลจิ ฉวีวร เสด็จพรอ้ มประชุมกัน ๓.การนำไปใช้ ถา้ หากเรามีความสามคั คกี นั เมอื่ มปี ัญหากจ็ ะสามารถแกไ้ ขได้อย่างรวดเร็ว และควรยกประโยชนใ์ ห้ผอู้ นื่ บา้ ง ไมใ่ ชจ่ ะขา้ แตต่ นเอง หากทำเช่นนีม้ ติ รภาพก็ยงั คงแนต่ แฟ้น

๓๑ พรอ้ มเพรยี งประเสริฐครนั เพราะฉะน้ันแหละบคุ คล ผหู้ วังเจรญิ ตน ธุระเกีย่ วกะหมู่เขา มุขเป็นประธานเอา พงึ หมายสมคั รเปน็ บมเิ หน็ ณฝา่ ยเดียว ธูรทัว่ ณตวั เรา นรอ่นื ก็แลเหลยี ว มติ รภาพผดงุ ครอง ควรยกประโยชน์ย่นื ดบู ้างและกลมเกลียว

๓๒ บรรณานุกรม กลั ยาณี. ถอดความบทอาขยานในสามัคคเี ภทคำฉันท์. [ออนไลน์]. จาก https://www.gotoknow.org/posts/310307. [สบื ค้นเม่อื ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖]. กัลยาณ.ี ถอดความสามัคคเี ภทคำฉนั ท์ในบทเรยี น (๑). [ออนไลน์]. จาก https://www.gotoknow.org/posts/330820. [สบื ค้นเมื่อ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖]. กลั ยาณี. ถอดความสามัคคเี ภทคำฉนั ท์ในบทเรียน (๒). [ออนไลน์]. จาก https://www.gotoknow.org/posts/330832. [สบื ค้นเมอ่ื ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖]. กัลยาณี. ถอดความสามคั คเี ภทคำฉนั ท์ในบทเรยี น (๓). [ออนไลน์]. จาก https://www.gotoknow.org/posts/332007. [สบื ค้นเมื่อ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖]. กลั ยาณี. ถอดความสามคั คเี ภทคำฉันท์ในบทเรยี น (๔). [ออนไลน์]. จาก https://www.gotoknow.org/posts/332012. [สบื คน้ เม่ือ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖]. กัลยาณ.ี ถอดความสามคั คีเภทคำฉันท์ในบทเรียน (๕). [ออนไลน์]. จาก https://www.gotoknow.org/posts/332031. [สบื คน้ เมอื่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖]. กลั ยาณี. เนอ้ื เรื่องย่อสามคั คีเภทคำฉันท์. [ออนไลน์]. จาก https://www.gotoknow.org/posts/283759. [สืบคน้ เมอื่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖]. ณัฐชยา เพ็ชรรัตน์. ใบความร้เู รือ่ ง สามัคคีเภทคำฉันท์. [ออนไลน์]. จาก https://sites.google.com/a/watpa.ac.th/krunatchaya/bi-khwam-ru-reuxng- samakhkhi-pheth-kha-chanth. [สบื ค้นเม่อื ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖]. kanjana pom bintavihok. สามัคคเี ภทคำฉนั ท์. [ออนไลน์]. จาก https://www.gotoknow.org/posts/406381. [สืบค้นเม่อื ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖]. Unknown. ประวตั ิผแู้ ต่ง. [ออนไลน์]. จาก http://samakkeepeatchant.blogspot.com/2013/11/blog-post_3431.html . [สบื คน้ เมือ่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖].

๓๓


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook