Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ใบงานการฝึกประสบการณ์ในสถานศึกษาแห่งที่ ๒

ใบงานการฝึกประสบการณ์ในสถานศึกษาแห่งที่ ๒

Published by NATTAWAT THEKAPORN, 2020-09-03 01:02:47

Description: ใบงาน การฝึกประสบการณ์ในสถานศึกษา
โดยนางสาวจิตราวรรณ บุตราช
วิทยาลัยแห่งที่ ๒
ระหว่างวันที่ ๓๑ สิงหาคม - ๔ กันยายน ๒๕๖๓

Search

Read the Text Version

1 ใบงาน การฝึกประสบการณใ์ นสถานศึกษา โดยนางสาวจิตราวรรณ บตุ ราช สถานศึกษาแห่งที่ ๒ ระหว่างวนั ที่ ๓๑ สิงหาคม - ๔ กันยายน ๒๕๖๓

2 ใบงาน การฝกึ ประสบการณใ์ นสถานศกึ ษา โดยนางสาวจิตราวรรณ บตุ ราช วิทยาลยั แห่งท่ี ๒ ระหว่างวันที่ ๓๑ สงิ หาคม - ๔ กันยายน ๒๕๖๓ ๑. วเิ คราะห์บริบทของสถานศกึ ษาในดา้ นที่ประสบความสาเรจ็ และสิ่งท่ีควรพฒั นา - ศึกษาขอ้ มูลพ้นื ฐานสถานศึกษา ๑. ประวัตขิ องวิทยาลัยแห่งที่ ๒ วทิ ยาลยั เทคนิคตรงั ได้ถอื กาเนดิ มาจากประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ ฉบับลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2520 เรื่องรวมโรงเรยี นการช่างตรังและโรงเรยี นอาชวี ศกึ ษาตรัง เปน็ โรงเรียนเทคนิคตรัง ต้ังแต่วันท่ี 1 มกราคม 2521 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับลงวันที่ 18 สิงหาคม 2523 เรื่อง ยกฐานะโรงเรียนเทคนิคตรัง เป็นวทิ ยาลัยเทคนิคตรงั ต้ังวันท่ี 1 เมษายน 2521 โรงเรียนช่างไม้ตรัง เปิดทาการสอนเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2481 โดยโรงธรรมของวัดมัชฌิมภูมิ เปน็ สถานทีเ่ ล่าเรียน ต่อมาในปี พ.ศ. 2499 ไดเ้ ปลี่ยนชอ่ื จากโรงเรียนชา่ งไมต้ รังเป็นโรงเรียนการช่างตรัง และใน ปี พ.ศ. 2591 โรงเรียนการชา่ งตรงั ไดย้ า้ ยมาทาการสอน ในหมู่ที่ 4 ตาบลบ้านควน อาเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง จนถงึ ปจั จบุ นั โรงเรียนการช่างสตรี กรมอาชีวศึกษาได้ประกาศต้ังโรงเรียนการช่างสตรีตรังข้ึนในปี พ.ศ. 2494 และตอ่ มาในปี พ.ศ. 2520 กรมอาชวี ศกึ ษาได้ประกาศยุบโรงเรยี นการชา่ งตรังกบั โรงเรยี นอาชีวศกึ ษาตรัง ขึน้ เป็น โรงเรียนเทคนคิ ตรัง โรงเรยี นเทคนคิ ตรงั สังกดั กองโรงเรียนอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ต้ังอยู่ กม.5 หมู่ท่ี 4 ถนน ตรัง – ปะเหลียน ตาบลบา้ นควน อาเภอเมือง จงั หวดั ตรงั โดยมเี น้ือทท่ี ัง้ สิน้ 300 ไร่ ดา้ นทศิ ตะวนั ตก ตดิ กับถนนตรงั – ปะเหลยี น ด้านทศิ ตะวนั ออก ตดิ กบั ถนนเข้าหม่บู า้ นและท่ดี ินสาธารณะ ด้านทศิ เหนือ ตดิ กบั ถนนทางเขา้ ศูนย์บารุง การทางตรงั และสถานวี ทิ ยุ ดา้ นทิศใต้ ตดิ กบั ถนนเข้ากองร้อย ต.ช.ด. กองรอ้ ยอาสาฯและ กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ กรมอาชีวศึกษา ได้ประกาศยกฐานะโรงเรียนเทคนิคตรังเป็นวิทยาลัยเทคนิคตรัง เม่ือวันท่ี 1 เมษายน 2523 ทาการเปดิ สอนดังน้ี 1. ประเภทวิชาอุตสาหกรรม เปดิ เรียนระดบั ปวช. สาขาวิชาช่างก่อสรา้ ง สาขาวิชาช่างยนต์ 2. ประเภทวิชาคหกรรมแผนกวชิ าผ้าและเครอ่ื งแตง่ กาย แผนกวชิ าอาหารและโภชนาการ แผนกวิชาคหกรรมทัว่ ไป 3. ประเภทวิชาพณิชยกรรมแผนกวิชาการบญั ชี แผนกวิชาการเลขานุการ แผนกวิชาการตลาด พ.ศ. 2521 เปดิ สอนหลักสูตร ปวช. แผนกวิชาช่างไฟฟาู กาลัง พ.ศ. 2522 เปดิ สอนหลกั สตู ร ปวช. แผนกวชิ าช่างเชอื่ มและโลหะแผ่น พ.ศ. 2524 เปดิ สอนหลกั สูตร ปวท. สาขาวชิ าบริหารธุรกิจ แผนกวิชาการบัญชี พ.ศ. 2526 เปดิ สอนหลักสูตร ปวส. แผนกวชิ าคหกรรมทวั่ ไป และแผนกวชิ าการบญั ชี พ.ศ. 2527 เปิดสอนหลักสูตร ปวช. แผนกวิชาชา่ งอเิ ล็กทรอนิกส์ เปิดสอนหลักสตู ร ปวส. แผนกวิชาช่างกอ่ สรา้ งและแผนกวชิ าช่างยนต์

3 พ.ศ. 2534 เปดิ สอนหลักสตู ร ปวส. แผนกวิชาช่างไฟฟูากาลงั พ.ศ. 2535 เปดิ สอนหลกั สตู ร ปวช. แผนกวชิ าคหกรรมธุรกิจ พ.ศ. 2536 พ.ศ. 2537 เปิดสอนหลกั สูตร ปวช. แผนกวชิ าชา่ งกลโรงงาน พ.ศ. 2538 ปวส. แผนกวชิ าช่างเทคนคิ โลหะ และแผนกวิชาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พ.ศ. 2539 เปิดสอนหลักสตู ร ปวส. แผนกวชิ าช่างอิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. 2540 เปดิ สอนหลกั สูตร ปวส. แผนกวิชาการเลขานกุ าร พ.ศ. 2541 เปดิ สอนหลกั สูตร ปวช. และ ปวส. ระบบทวภิ าคี ไดแ้ ก่ พ.ศ. 2542 1. แผนกวชิ าช่างกอ่ สรา้ ง พ.ศ. 2543 2. แผนกวิชาช่างยนต์ พ.ศ. 2544 3. แผนกวชิ าธุรกิจค้าปลีก พ.ศ. 2545 เปดิ สอนหลกั สูตร ปวส. แผนกวิชาคอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ พ.ศ. 2550 เปิดสอนหลกั สตู ร ปวส. สมทบแผนกวิชาชา่ งยนต์และแผนกวิชาช่างกอ่ สรา้ ง พ.ศ. 2552 พ.ศ. 2556 เปดิ สอนหลกั สูตร ปวส. แผนกวชิ าช่างเทคนิคการผลิต พ.ศ. 2561 เปิดสอนหลักสูตร ปวช. แผนกวชิ าคอมพิวเตอรธ์ ุรกิจ พ.ศ. 256๓ เปิดสอนหลกั สตู ร ปวส. แผนกวชิ าคหกรรมธุรกิจ เปิดสอนหลักสตู ร ปวส. ระบบทวิภาคี แผนกวชิ าช่างเทคนิคอุตสาหกรรม เปดิ สอนหลกั สูตร ปวส. แผนกวิชาเคร่ืองกลอุตสาหกรรม แผนกวิชาเทคนิค คอมพวิ เตอร์ แผนกวชิ าการตลาด เปดิ สอนหลักสตู ร ปวส. ระบบทวิภาคี แผนกวิชาเทคโนโลยีการยาง แผนกวชิ าคหกรรม เปิดสอนหลักสตู ร ปวส. ระบบทวิภาคี สาขาวชิ าธรุ กิจโรงแรม สาขาวชิ าการโรงแรม เปิดสอนหลกั สูตร ปทส. (ระดับปริญญาตร)ี สาขาวิชาเครอ่ื งกล (เทคนคิ ยานยนต์) สาขาวิชาการโยธา และสาขาวิชาการบัญชี เปิดสอนหลกั สูตร ปทส. (ระดับปรญิ ญาตร)ี สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศกึ ษา เปิดสอนหลกั สตู ร ปวช. แผนกวชิ าเทคโนโลยกี ารยางและพอลเิ มอร์ เปดิ สอนหลกั สตู ร ปวช. แผนกวชิ าการโรงแรม เปิดสอนหลกั สูตร ปริญญาตรี สาขาวชิ าเทคโนโลยยี านยนต์ (ต่อเนอ่ื ง) เปิดสอนหลักสตู ร ปรญิ ญาตรี สาขาวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศและ การสือ่ สาร เปิดสอนหลกั สตู ร ปรญิ ญาตรี สาขาวชิ าเทคโนโลยีไฟฟูา

4 2. ขนาดและท่ตี ้งั วทิ ยาลัย ขนาดเนือ้ ท่ที ้งั สิ้น 300 ไร่ โดยมเี ขตตดิ ต่อ ดงั นี้ ดา้ นทศิ ตะวันตก ตดิ กับถนนตรงั – ปะเหลียน ดา้ นทศิ ตะวนั ออก ตดิ กบั ถนนเขา้ หมูบ่ า้ นและที่ดนิ สาธารณะ ดา้ นทศิ เหนอื ตดิ กับถนนทางเขา้ ศนู ย์บารงุ การทางตรงั และสถานวี ิทยุ ด้านทิศใต้ ตดิ กบั ถนนเขา้ กองร้อย ต.ช.ด. กองร้อยอาสาฯและ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ท่ตี ้งั วทิ ยาลัย เลขที่ 96 หมูท่ ี่ 4 ถนนตรัง – ปะเหลียน ตาบลบา้ นควน อาเภอเมือง จังหวดั ตรัง 92000 บนเนอ้ื ที่ 260 ไร่ โทรศพั ท์. 0 – 7550 – 1027, โทรสาร. 0 – 7550 – 1070 เวบ็ ไซต์ www.technictrang.ac.th. สารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส์ trang01 สงั กัดสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ ๓. การจดั การศกึ ษา หลกั สตู รการเรยี นการสอน สถานศึกษาไดจ้ ัดการเรยี นการสอน จานวน 3 หลักสตู ร ดงั นี้ 3.1 หลกั สตู รประกาศนยี บัตรวิชาชีพ (ปวช.) (1) ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม 1.1 สาขางานยานยนต์ 1.2 สาขางานเครอ่ื งมอื กลและซอ่ มบารุง 1.3 สาขางานไฟฟูากาลงั 1.4 สาขางงานอิเล็กทรอนิกส์ 1.5 สาชางานเชอ่ื มโลหะ 1.6 สาขางานกอ่ สรา้ ง 1.7 สาขางานโยธา 1.8 สาขางานสถาปตั ยกรรม 1.9 สาขางานผลิตภณั ฑ์ยางและพอลเิ มอร์ (2) ประเภทวิชาพาณชิ ยกรรม 2.1 สาขางานการบัญชี 2.2 สาขางานการเลขานุการ 2.3 สาขางานการขาย 2.4 สาขางานคอมพวิ เตอรธ์ รุ กิจ (3) ประเภทวชิ าคหกรรม 3.1 สาขางานผ้าและเคร่ืองแต่งกาย 3.2 สาขางานอาหารและโภชนาการ (4) ประเภทวิชาอุตสาหกรรมการทองเท่ยี ว 4.1 สาขางานการโรงแรมและบรกิ าร 4.2 สาขางานการทองเทย่ี ว

5 (5) ประเภทวชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5.1 สาขางานเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.2 หลักสูตรประกาศนยี บตั รวิชาชีพชัน้ สงู (ปวส.) (1) ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม 1.1 สาขางานเทคนคิ ยานยนต์ 1.2 สาขางานเทคนิคการผลิต 1.3 สาขางานเทคนคิ การเชื่อมอุตสาหกรรม 1.4 สาขางานเครื่องกลไฟฟูา 1.5 สาขางานตดิ ตงั้ ไฟฟูา 1.6 สาขางานระบบเสยี งและระบบภาพ 1.7 สาขางานระบบโทรคมนาคม 1.8 สาขางานเทคนคิ คอมพวิ เตอร์ 1.9 สาขางานเทคนคิ การก่อสรา้ ง 1.10 สาขางานโยธา 1.11 สาขางานสถาปัตยกรรม 1.12 สาขางานเทคโนโลยกี ารยางและพอลิเมอร์ (2) ประเภทวชิ าบรหิ ารธุรกจิ 2.1 สาขางานการบัญชี 2.2 สาขางานเลขานกุ าร 2.3 สาขางานการตลาด 2.4 สาขางานการพัฒนาโปรแกรม 2.5 สาขางานเทคโนโลยีสานกั งาน (3) ประเภทวชิ าคหกรรม 3.1 สาขางานการตดั เย็บเส้ือผ้าชั้นสูง 3.2 สาขางานอาหารและโภชนาการ (4) ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรมการทองเทีย่ ว 4.1 สาขางานการโรงแรมและการบรกิ าร 4.2 สาขางานการทองเทย่ี ว (5) ประเภทวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร 5.1 สาขางานเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.3 หลักสตู รปริญญาตรี (ป.ตรี) (1) ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม 1.1 สาขางานเทคโนโลยยี านยนต์ (ต่อเนื่อง) 1.2 สาขางานเทคโนโลยไี ฟฟาู 1.3 สาขางานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร

6 4. ดา้ นนกั เรยี น นักศึกษาและบคุ ลากร ข้อมูลดา้ นผ้เู รียน ระดบั ชน้ั (หลักสตู รปกติ + ทวภิ าคี) รวม (คน) สาขาวชิ า/สาขางาน ปวช.1 ปวช.2 ปวช.3 ปวส.1 ปวส.2 ชาย หญงิ ทั้งหมด ชาย หญงิ ชา่ งยนต์ ชาย หญงิ ชาย หญิง ชาย หญงิ ชาย หญงิ 390 - 390 97 - ชา่ งกลโรงงาน 73 - 11 - 35 - 72 - 88 1 89 ชา่ งเชื่อมโลหะ 33 1 3 50 - 50 ชา่ งไฟฟาู กาลัง 9- 328 4 332 ช่างอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 80 1 21 - 23 - 9 - 2 - 167 13 180 ช่างกอ่ สรา้ ง 61 6 77 4 81 ชา่ งโยธา 23 - - - 10 - - - 31 - 101 14 115 สถาปัตยกรรม 27 1 17 12 29 เทคโนโลยกี ารยางฯ 81 49 2 89 1 39 - 71 - 31 25 56 เทคโนโลยี -- สารสนเทศ 20 1 34 4 10 - 42 2 108 39 147 การบญั ชี 21 16 การตลาด 7 1 31 3 13 - 3 - 14 163 177 การจดั การธุรกจิ ค้า 5 39 18 86 104 ปลีก 5 16 17 5 26 3 18 1 13 4 การเลขานกุ ารฯ - 13 13 คอมพิวเตอร์ธรุ กิจ -- 1585 - - - 1 การท่องเที่ยว 3 89 92 การโรงแรม 2 14 7 1 15 5 3 8 6 11 66 131 197 อาหารและ 13 32 25 97 122 โภชนาการ 7 15 10 3 18 2 23 6 36 12 54 266 320 แฟช่ันและส่งิ ทอ 19 58 2 30 3 45 2 20 2 29 45 80 125 16 28 - 9 8 23 4 15 1 23 -11 -- - - - - -7-6 - 7 - 14 - 32 1 22 13 19 11 22 6 22 13 36 4 20 10 28 - 23 4 11 4 54 7 57 11 44 43 53 6 14 5 17 8 11 10 10 - - -1- - - - รวมทั้งหมด (คน) 426 228 234 171 411 230 181 189 330 220 1,582 1,038 2,620

7 ระดับปรญิ ญาตรี ระดบั ปรญิ ญาตรี รวม (คน) สาขาวิชา/สาขางาน ทล.บ.1 ทล.บ.2 เทคโนโลยยี านยนต์ ชาย หญงิ ชาย หญิง ชาย หญงิ ทั้งหมด เทคโนโลยีสารสนเทศ 56 - 56 เทคโนโลยไี ฟฟาู 31 - 25 - รวมท้ังหมด (คน) 99 - - 9 9 18 ๑๗ - - - ๑๗ - ๑๗ ๕๗ 9 25 - ๘๒ 9 ๙๑ ขอ้ มลู ผ้สู าเรจ็ การศกึ ษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๑ ระดบั ชน้ั แรกเข้า สาเรจ็ การศึกษา คดิ เป็นร้อยละ ปวช. ๓ ๖๑๒ ๓๖๗ ๕๙.๙๗ ปวส. ๒ ๔๓๘ ๓๕๘ ๘๑.๗๔ รวม ปวช. ๑,๐๕๐ ๗๒๕ ๖๙.๐๕ ขอ้ มลู ผู้สาเรจ็ การศกึ ษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ ระดับชน้ั แรกเขา้ สาเรจ็ การศกึ ษา คดิ เปน็ รอ้ ยละ ปวส.๑ ๕๖๕ ๓๑๒ ๕๕.๒๒ ปวส.๒ ๓๓๙ ๒๗๓ ๘๐.๕๓ รวม ปวส. ๙๐๔ ๕๘๕ ๖๔.๗๑ ข้อมูลบุคลากร ประเภท ท้งั หมด มีใบประกอบ สอนตรงสาขา (คน) วชิ าชพี (คน) (คน) ผูอ้ านวยการ/รองผอู้ านวยการ ๕ - ขา้ ราชการครู ๙๖ ๕ ๙๖ ข้าราชการพลเรอื น ๓ ๙๖ - พนักงานราชการครู ๖ - ๖ พนกั งานราชการ (อืน่ ) ๖ - ครูพิเศษสอน - - ๒๒ เจ้าหน้าที่ ๒๒ ๒๒ - บุคลากรอื่นๆ (นกั การภารโรง/ยามรกั ษาการ/พนกั งานขับ ๒๗ - - รถ/อืน่ ๆ) ๑๕ - รวมครู ๑๒๔ ๑๒๔ ๑๒๔ รวมทงั้ ส้นิ ๑๗๔ ๑๒๔ ๑๒๔

๕. ด้านอาคารสถานที่ 8 ท่ี รายการอาคาร/โรงฝกึ งาน/ห้องปฏิบตั ิการ พน้ื ท่ีปฏบิ ตั ิงาน/ตารางเมตร 1. โรงฝึกงานแผนกวชิ าชา่ งยนต์ 1,332 2. โรงฝกึ งานแผนกวชิ าชา่ งกอ่ สร้าง 1,062 3. โรงฝกึ งานชา่ งเทคนิคพ้ืนฐาน 928 4. โรงฝึกงานชา่ งเชอ่ื มโลหะ 1,232 5. โรงฝึกงานชา่ งกลโรงงาน 928 6. อาคารแผนกวชิ าช่างไฟฟาู กาลงั 2,400 7. อาคารแผนกวชิ าชา่ งอเิ ล็กทรอนิกส์ 1,728 8. อาคารแผนกวชิ าอาหารและโภชนาการ 416 9. อาคารแผนกผ้าและเครอื่ งแตง่ กาย 416 10. อาคารเรยี น 3 832 11. อาคารแผนกวชิ าสถาปัตยกรรม (อาคารเรียน 4) 1,728 12. อาคารแผนกวิชาสามัญ สัมพันธ์ (อาคารเรยี น 7) 1,920 13. โรงฝึกงานแผนกวชิ าเทคโนโลยียางและพอลเิ มอร์ 479 14. โรงฝกึ งานปูน 432 15. อาคาร 1 832 16. อาคาร 2 832 17. ศนู ย์บรกิ ารทางวิชาการ 384 18. อาคารแผนกวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 1,920 19. อาคารปฏบิ ัติการขาย 240 20. อาคารสถาบันการอาชีวศึกษา 2549 5,000 21. อาคารเรียนชวั่ คราว 1 360 22. อาคารเรียนช่วั คราว 2 360 23. อาคารเรียนชัว่ คราว 3 360 24. โรงอาหาร 1,800 25. อาคารห้องเวรยาม 12 26. อาคารห้องรักษาความปลอดภัย 48

9 ๖. ปรชั ญา อตั ลักษณ์ เอกลกั ษณ์ ของสถานศึกษา ๖.1 ปรัชญา “วชิ าชีพเดน เน้นคณุ ธรรม ยดึ ม่ันบรกิ าร สร้างงานสู่สากล” ๖.2 อตั ลกั ษณ์ “ฝมี ือดี มนี ้าใจ วินัยเด่น” ๖.3 เอกลักษณ์ “แหล่งเรยี นรู้ สอู่ าชีพ” ๗. วิสัยทศั น์ พนั ธกิจ เป้าประสงค์ ยทุ ธศาสตร์กลยุทธก์ ารพฒั นาคุณภาพการจดั การศึกษา ๗.1 วิสยั ทัศน์ มุ่งมั่นผลิตและพัฒนากาลังคนด้านวิชาชีพให้มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากลตอบสนองความ ตอ้ งการของสังคมดว้ ยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ๗.2 พันธกจิ พันธกจิ ที่ 1 จดั การอาชีวศึกษาและฝกึ อบรมวชิ าชพี อย่างมคี ณุ ภาพสู่มาตรฐานสากล พนั ธกิจท่ี 2 สร้างเครือข่ายความรว่ มมอื กับสถานประกอบการ องคก์ รภาครัฐ และเอกชน ใน การจัดการศกึ ษา พันธกิจที่ 3 พฒั นาเทคโนโลยี นวัตกรรม สิง่ ประดิษฐ์ และงานวจิ ัย พันธกจิ ท่ี 4 ส่งเสรมิ สนบั สนนุ ศาสนา ศลิ ปะ วัฒนธรรม และส่งิ แวดล้อม พันธกิจท่ี 5 ส่งเสริมการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง - ขอ้ มลู คา่ นิยม วฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ สภาพชุมชน เศรษฐกจิ สงั คม การเมือง วทิ ยาลยั ตงั้ อยใู่ นย่านชุมชนใหม่ ผสมผสานกับชมุ ชนเกา่ มีหน่วยงานราชการต้ังอยรู่ อบๆ มตี ลาดนัด ช่วงเย็น ร้านค้า บ้านเช่า และหอพัก นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนบ้านเรือนราษฎรบางส่วน ผู้ปกครองนักเรียน นักศึกษา ส่วนใหญ่ มีอาชีพรับจ้าง และค้าขาย ระดับการศึกษาของผู้ปกครอง อยู่ในระดับประถมศึกษา รายได้ของ ครอบครัวเฉล่ีย 5,000 – 10,000 บาท ตอ่ เดือน ค่าใชจ้ า่ ยของนกั เรยี น คนละ 50 - 100 บาทตอ่ วัน 1. สถานที่สาคัญรอบวทิ ยาลยั ไดแ้ ก่ 1) วทิ ยาลยั การอาชพี ตรัง 2) โรงเรยี นวิเชยี รมาตุ 3) วัดทุง่ หวงั 4) ศนู ย์วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ตรงั 5) สถาบันโรคผวิ หนงั เขตรอ้ นภาคใต้ จงั หวดั ตรัง 6) ศนู ย์ควบคุมโรคตดิ ตอ่ นาโดยแมลงที่ 47 จังหวัดตรัง 7) กองร้อย อสจ. ตรงั . ที่ 1 8) สานกั งานโยธาธิการ จังหวดั ตรงั 9) สถานตี ารวจทางหลวง 2 กองกากบั การ 7 10) กองรอ้ ยตารวจตระเวนชายแดนที่ 435

10 11) ศูนยบ์ ารงุ รักษาทางตรัง 12) หมวดการทางยา่ นตาขาว 13) ศูนยบ์ ริการโครงการสบู น้าด้วยไฟฟาู จังหวดั ตรงั 14) สานกั งานสาธารณสุข จงั หวดั ตรัง 15) สถานีวิทยุ วปถ.17 ตรงั 16) โรงเรยี นมิตรภาพที่ 31 (วดั ทุ่งหวงั ) 17) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลบา้ นควน 18) เทศบาลตาบลโคกหลอ่ 19) สถานพี ัฒนาทด่ี นิ ตรงั 20) โครงการชลประทานตรงั 21) โครงการพฒั นานา้ บาดาล 5 22) ท่าอากาศยานตรัง 23) สานกั งานการศกึ ษา การศาสนา และวฒั นธรรม จังหวดั ตรัง 2. แหล่งการเรยี นรู้ และสถานทีส่ าคญั ในชุมชนที่สถานศกึ ษาตั้งอยู่ 1) วัดท่งุ หวัง 2) ศูนยว์ ทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ตรงั 3) สถาบนั โรคผิวหนงั เขตร้อนภาคใต้ จังหวดั ตรงั 4) ศูนยค์ วบคุมโรคติดต่อ นาโดยแมลงท่ี 47 จงั หวัดตรัง 5) สถานวี ิทยุ วปถ. 17 ตรัง 6) ทา่ อากาศยานตรงั 7) สถานอี ตุ นุ ยิ มวิทยาตรัง 3. ลักษณะภูมิประเทศและอาณาเขตตดิ ต่อและการปกครอง จงั หวัดตรังเปน็ จงั หวัดชายฝง่ั มหาสมุทรอนิ เดีย มฝี ั่งทะเลยาวเหยียดทางดา้ นตะวนั ตกมีเกาะ ในทะเลอนั ดามนั อยใู่ นการปกครองกวา่ 40 เกาะ ภูมิประเทศเป็นท่ีราบสูง จากเชิงเขาบรรทัดลาดต่าลงมาจนจด ฝั่งอันดามัน ลักษณะพ้ืนท่ีเป็นควน (เนิน) สูงต่ากระจายอยู่ทั่วไป มีแม่น้าสาคัญ ได้แก่ แม่น้าตรัง ซึ่งมีต้นกาเนิด จากเทือกเขาหลวง และแม่น้าปะเหลียน ซึ่งมีต้นกาเนิดจากเทือกเขาบรรทัด มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 4,917 ตาราง กิโลเมตร หรือ 3,088,399.375 ไร่ มีอาณาเขตติดตอ่ ดา้ นจังหวัดตา่ งๆ ดังนี้ ทิศเหนอื จดอาเภอทงุ่ สง จังหวดั นครศรีธรรมราช และอาเภอคลองทอ่ ม จงั หวัดกระบี่ ทิศใต้ จดอาเภอทงุ่ หว้า จังหวดั สตลู และทะเลอันดามัน ทิศตะวนั ออก จดอาเภอควนขนุน อาเภอกงหรา อาเภอตะโหมด จังหวัดพทั ลุง (มเี ทอื กเขาบรรทดั ก้ันอาณาเขต) ทิศตะวันตก จดอาเภอคลองทอ่ ม เกาะลนั ตา จงั หวดั กระบี่ และทะเลอนั ดามัน มหาสมุทรอินเดยี จังหวดั ตรงั มีพืน้ ท่ีรวม 4,941 ตารางกโิ ลเมตร แบง่ การปกครองออกเปน็ 10 อาเภอ คอื อาเภอ เมือง อาเภอกนั ตงั อาเภอหว้ ยยอด อาเภอย่านตาขาว อาเภอปะเหลียน อาเภอสเิ กา อาเภอวงั วิเศษ อาเภอนาโยง

11 อาเภอรษั ฎา และอาเภอหาดสาราญ เปน็ จังหวัดทอ่ งเท่ียวอกี แห่งหนึ่งของภาคใต้ ในอดีตเคยเป็นเมืองทา่ ค้าขาย กบั ต่างประเทศ และเปน็ ศูนย์กลางการคมนาคมไปสจู่ ังหวดั นครศรีธรรมราช เมอื งสิบสองนกั ษตั รใน 4. สภาพทางสังคมสภาพของสงั คมไทยในจังหวัดตรัง ประชาชนส่วนใหญ่มีเชื้อชาติไทย โดยมีคนไทยเช้ือสายจีนประมาณ 30% ของประชาชน ทั้งหมด อาศยั ประกอบธุรกิจอยู่ในเขตตัวเมือง และย่านธุรกิจทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาพุทธ รองลงมาคือ ศาสนาอิสลาม ซ่ึงมีมากในท้องท่ีอาเภอปะเหลียน อาเภอย่านตาขาว อาเภอกันตัง อาเภอสิเกา ชาวไทยอิสลาม เหลา่ นี้ มีภาษาพดู เช่นเดียวกับประชาชนในเมอื ง คอื ภาษาไทยทอ้ งถิ่นภาคใต้ 5. อปุ นสิ ยั ใจคอของคนจงั หวดั ตรัง โดยทวั่ ไปมีจิตใจโอบออ้ มอารี เอ้อื เฟอื้ เผอ่ื แผ่ สามคั คีช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน ร่วมมือต่อทาง ราชการเป็นอยา่ งดี 6. ความเชือ่ ศรทั ธา คา่ นิยม ในจรยิ ธรรม ขนบธรรมเนยี มประเพณี ประชาชนส่วนมากในจังหวัดตรัง มีเชื้อสายไทยผสมจีน จริยธรรมและขนบธรรมเนียม ประเพณจี งึ มีลกั ษณะผสมผสาน ระหว่างไทย-จนี ในดา้ นจรยิ ธรรม สมัยก่อนตรังเป็นเมืองแรกท่ีมีต้นยางพารามาปลูกโดยพระยารัษฎานุประดิ ษฐมหิศรภักดี นาพันธ์มุ าจากมาเลเซยี มาปลกู เป็นแห่งแรกของภาคใต้ เมืองตรงั มแี หลง่ ท่องเที่ยวทั้งน้าตกและเกาะกลางทะเลอัน งดงามเปน็ จานวนมาก 7. ด้านสาธารณสขุ ของจังหวัด มีบริการด้านการแพทย์และการสาธารณสุขท้ังภาครัฐและเอกชน มีการวางแผนครอบครัว และส่งเสริม อนามยั แมแ่ ละเดก็ มีบริการด้านสุขภาพของประชาชน ประชาชนจังหวัดตรังมีประกันสุขภาพจาแนก เป็น สวสั ดกิ ารประชาชนผ้มู รี ายไดน้ อ้ ย กลมุ่ ประกันสังคม กลุ่มขา้ ราชการรฐั วิสาหกจิ กลุ่มประกันสขุ ภาพเอกชน 8. ด้านการศกึ ษา จงั หวดั ตรัง มุ่งให้จังหวัดเปน็ ศนู ย์กลางทางการศึกษาทกุ ระดบั และสาขาในภมู ภิ าค ฝงั่ ทะเลอันดามัน โดย สง่ เสริมใหม้ ี การขยายสถาบนั การศึกษา และจัดต้ังศนู ยพ์ ัฒนาความรู้ ในรูปของสถาบนั การศึกษา ศูนย์ฝกึ อบรม ทางดา้ นวชิ าการ หอสมดุ ศูนยบ์ รกิ ารทดลองปฏิบัตงิ านทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ รวมถงึ พิพิธภัณฑ์และอุทยาน การศกึ ษา เป็นต้น เพอื่ ให้ประชาชน มีความรสู้ กึ ได้มีสว่ นร่วมกับการพัฒนาการศึกษาใหแ้ กเ่ ยาวชนในจงั หวัดของ ตน ดงั เช่นการจัดตัง้ มหาวิทยาลัยรามคาแหง สาขาวทิ ยบรกิ ารเฉลมิ พระเกยี รติ จงั หวัดตรัง ท่ีเกิดขึ้นจากการ รว่ มมือรว่ มใจกนั ของหนว่ ยงานภาครัฐและหนว่ ยงานเอกชน ไดแ้ ก่ จังหวัดตรัง องค์การบริหารสว่ นจงั หวดั ตรงั เทศบาลนครตรงั หอการค้าจงั หวัดตรังและประชาชนชาวตรังทุกหมเู่ หล่า 9. สภาพเศรษฐกิจของจงั หวัด ภาวะเศรษฐกิจของจงั หวัดตรงั ขึ้นอยู่กับพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ยางพารา ประชาชนส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพการทาสวนยางพารา ถ้าปีใดยางพารามีราคาสงู เศรษฐกิจของจงั หวดั โดยรวมก็จะดี แต่ถ้าปีใดราคา ยางพาราตกตา่ เศรษฐกิจโดยรวมกจ็ ะซบเซาไปด้วย 10. อาชีพสาคัญทท่ี ารายไดม้ าสูจ่ ังหวดั ตรังได้แก่ 1) การกสิกรรม พืชที่ปลูกสาคัญ ได้แก่ ยางพารา ข้าว มะพร้าว ปาล์มน้ามัน ทุเรียน มะมว่ งหมิ พานต์ สะตอ กาแฟ แตงโม ถัว่ ลสิ ง ผกั ต่าง ๆ 2) การประมง จังหวัดตรังมีอาณาเขตติดต่อกับฝั่งทะเลอันดามันมหาสมุทรอินเดีย ถึง 4 อาเภอ 1 กิง่ อาเภอ การประมงจึงเป็นอาชีพและรายได้หลักทส่ี าคญั อย่างหน่ึงของจังหวัดตรัง

12 3) การอุตสาหกรรมแบ่งออกเป็นอุตสาหกรรมหลัก 5 ประเภท ได้แก่ อุตสาหกรรมแปร รปู น้ายางพารา อตุ สาหกรรมแปรรูปไม้ยางพารา อุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารทะเล อุตสาหกรรมน้ามัน ปาลม์ และอุตสาหกรรมการท่องเท่ียว 4) การปาุ ไม้ ไดแ้ ก่ การเผาถ่านไม้ 5) การพาณิชย์ ได้แก่ การค้าส่ง ค้าปลีก ค้ากับต่างประเทศ มีสินค้าจากผลิตผลทาง การเกษตร เชน่ ยางแผน่ รมควัน ยางแท่งทที ีอาร์ สัตวน์ า้ ทะเล และผลติ ภัณฑจ์ ากสตั ว์นา้ ทะเล ฯลฯ 11. ทรพั ยากรที่สาคญั ของจังหวดั ตรัง จาแนกตามประเภทได้ดงั น้ี 1) ยางพารา เป็นพืชเศรษฐกิจท่ีทารายได้ให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก ปลูกทั่วไปทุก อาเภอแต่ปลกู มากท่สี ุด ได้แก่ อาเภอปะเหลียน 2) สตั ว์น้า จังหวดั ตรงั มอี าณาเขตติดตอ่ กับชายฝ่งั ทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย ในเขต อาเภอสิเกา อาเภอกันตัง อาเภอปะเหลียน อาเภอย่านตาขาว และกิ่งอาเภอหาดสาราญ มีความยาวประมาณ 119 กโิ ลเมตร จึงอุดมสมบูรณ์ไปดว้ ยสัตวท์ ะเลนานาชนิด 3) แร่ธาตุ ไดแ้ ก่ แรด่ บี กุ แร่ฟลูออไรด์ แรถ่ ่านหนิ และแร่แบไรท์ มมี ากทอ่ี าเภอหว้ ยยอด 4) ปาล์มน้ามัน ปลูกมากท่ีอาเภอสิเกา และอาเภอวังวิเศษ ซ่ึงมีพ้ืนที่ติดต่อกับจังหวัด กระบ่ี 5) รังนกมีตามเกาะต่าง ๆ ในเขตอาเภอกันตัง อาเภอปะเหลียน อาเภอสิเกา ซึ่งเอกชน ไดร้ ับสัมปทานเกบ็ ในแต่ละปี - วเิ คราะห์ SWOT ของวิทยาลยั เทคนคิ ตรงั (SWOT Analysis) จดุ แขง็ (STRENGTH) จดุ ออ่ น (WEAKNESS) ๑. การบริหารแบบมีสว่ นรว่ ม ๑. การจัดหาครูพิเศษ วิทยากร สิ่งประดิษฐ์ งาน ๒. มพี ื้นท่ีจัดการศกึ ษาขนาดใหญ่ สรา้ งสรรค์ ในการร่วมพฒั นาผู้เรียน ๓. ผู้บริหารมีจานวนครบ ๕ ท่าน จึงสามารถ ๒. จานวน ผลงานนวตั กรรม สงิ่ ประดิษฐ์ งาน รองรบั ภาระงาน กากบั ตดิ ตาม ไดอ้ ย่างทั่วถงึ สรา้ งสรรค์ งานวิจยั ควรมสี ดั สว่ นท่สี ูงข้นึ ๔. บคุ ลากรมีความรู้ความสามารถครบตามสาขา ๓. การใช้นวัตกรรมแกป้ ัญหาการเรียนการสอน วชิ าชพี หรอื โดยการใช้วจิ ยั ในชน้ั เรียนทคี่ รูผู้สอน ๕. ครูผู้สอนมีการจัดทาและพัฒนาหลักสูตร บางสว่ นยังไม่จดั ทาการวิจัยชั้นเรียนทเ่ี ต็ม รปู แบบ สมรรถนะที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ร่วมกับ ชมุ ชน สถานประกอบการ ๔. การกากบั ดแู ลการใชอ้ าคารสถานที่ ห้องเรยี น ๖. สถานศึกษามีอัตราส่วนครูต่อนักเรียนที่ดี หอ้ งปฏบิ ัตกิ าร โรงฝึกงาน ศูนยว์ ทิ ยบริการ เยี่ยม คือ ๑:๑๔ จัดครูให้สอนตรงกั บ และอน่ื ๆ ท่ีมพี ื้นท่ใี นการดูแลเปน็ จานวนมาก สาขาวิชาท่ีจบการศึกษา มีการพัฒนา แต่มบี คุ ลากรสนับสนนุ จานวนที่ยงั ไม่เพียงพอ ฝึกอบรม อย่างสม่าเสมอ ๕. ผูป้ กครองมีรายได้น้อย ขาดความพร้อมใน ๗. วสั ดุ ครภุ ัณฑ์ มีความพร้อม ๘. อาคารสถานที่มีจานวนมากมีความพร้อมและ การสนบั สนนุ ค่าใช้จา่ ยนอกเหนือจาก เพยี งพอต่อจานวนนกั เรยี น ค่าใช้จ่ายพนื้ ฐานในโครงการเรยี นฟรี

๙. สภาพแวดล้อมภายในเอ้ือต่อการเรียนการ 13 สอน อุปสรรค (THREAT) ๑๐.นักเรียน นักศึกษา มีทักษะ และมีสมรรถนะ ๑. เสถียรภาพทางการเมืองส่งผลต่อการ ตรงตามหลกั สตู รและสมรรถนะของสาขาวชิ า เปลีย่ นแปลงนโยบายการศึกษาบอ่ ยครัง้ ๑๑.บุคลากรส่วนใหญ่เป็นคนพื้นถิ่นอยู่ใกล้เคียง ๒. รายได้ของพ่อแม่ ผู้ปกครองไม่ดี ส่งผลให้ สถานศกึ ษา นกั เรยี นนักศกึ ษาตอ้ งออกกลางคัน ๑๒.สถานศึกษาเป็นท่ียอมรับ ยกย่อง จาก ๓. ไม่มีรถโดยสารประจาทางส่วนใหญ่เป็นรถ หน่วยงานต้นสังกัด องค์กรภายนอก จนเป็น สถานศกึ ษาตน้ แบบ รับจ้างส่วนบุคคลจึงทาให้ผู้ปกครองมีค่าให้ จ่ายเพิ่มขึ้น ๑๓.การสง่ เสริมพฒั นาองคค์ วามร้ขู องบุคลากรครู ๔. สือ่ เทคโนโลยนี าเสนอค่านิยมและวัฒนธรรม ในทุกรูปแบบ ท่ี ไ ม่ เ ห ม า ะ ส ม ส่ ง ผ ล ใ ห้ ผู้ เ รี ย น ข า ด ค ว า ม รับผิดชอบ วินัย คุณธรรม จริยธรรม จิต ๑๔.การจดั โครงการ กจิ กรรม การบริการวิชาการ สาธารณะ การสื่อสารและสัมพันธภาพกับ และวิชาชีพสู่ชุมชน ในการซ่อม สร้าง อบรม บคุ คลอ่นื ๆ วชิ าชพี การชว่ ยเหลือชุมชนเมื่อมีอุทกภัยและ ๕. คา่ นยิ มของการใหบ้ ตุ รหลานเรยี นในสาย ความชว่ ยเหลอื เรง่ ด่วน สามญั มากกวา่ ท่ีจะเรยี นในสายอาชพี โอกาส (OPPORTUNITY) ๑. วทิ ยาลยั อยูใ่ นตัวเมือง มถี นนเส้นหลกั ผา่ น หนา้ วิทยาลยั จึงทาให้สะดวกในการเดินทาง ๒. วทิ ยาลัยอย่ใู กล้สนามบนิ จึงทาใหม้ ีโอกาสใน การเปิดหลกั สูตรสาขาใหมๆ่ ที่รองรบั ตลาดแรงงานได้เปน็ อย่างดี ๓. นโยบาย กฎหมายของรฐั มสี ว่ นชว่ ยส่งเสรมิ การจัดการศกึ ษา เชน่ งบประมาณจาก นโยบายเรยี นฟรี 15 ปี ๔. การส่งเสริมการจดั การศกึ ษาระบบทวิภาคี เพ่อื ผลิตกาลัง ฝมี อื แรงงานให้ตรงกับความ ตอ้ งการของสถานประกอบการ ๕. การจัดงบประมาณสนับสนุนการจดั การศึกษา ของรัฐ เช่น การให้นกั เรยี นสามารถก้ยู ืมเงนิ เพื่อการศึกษาได้ ๖. งบประมาณสาหรบั โครงการศูนย์บม่ เพาะ และโครงการตา่ ง ๆ สง่ ผลใหม้ วี สั ดุ อุปกรณ์ เพื่อการจดั การเรยี นการสอนทส่ี นับสนนุ นกั เรียนให้ได้รบั ประสบการณจ์ ริง ๗. สถานศกึ ษามเี ครอื ขา่ ยความร่วมมอื จากท้งั ภาครัฐและภาคเอกชน เป็นอยา่ งดี

14 ๘. นาเทคโนโลยชี ่วยสนับสนนุ ใหค้ รูและนักเรยี น สามารถพัฒนาตนเองและสรา้ งองค์ความรู้ นวัตกรรมได้มากขึน้ ๙. วทิ ยาลัยสามารถนานโยบายสกู่ ารลงปฏิบัตไิ ด้ ทนั ทีเพราะบคุ ลากรมีความพร้อมและมกี าร รับรู้เปูาหมายร่วมกนั ท้งั วิทยาลัย ตั้งแต่ ผบู้ ริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และ นักเรยี น ๑๐.นโยบายการสง่ เสรมิ การเปน็ ผปู้ ระกอบการ ๑๑.รฐั บาลจดั สรรงบประมาณสนับสนุนการจัด การศึกษาจึงชว่ ยแบ่งเบาภาระของ ผ้ปู กครอง ทา้ ให้นักเรยี นมโี อกาสศึกษามากข้นึ . ๑๒.เทคโนโลยชี ว่ ยให้การสอ่ื สารระหวา่ ง สถานศกึ ษากบั ผู้เรยี น ผปู้ กครอง ชมุ ชน สังคม สะดวกรวดเรว็ มากขน้ึ ๑๓.พัฒนาสภาพแวดล้อมโดยไดร้ ับการสนับสนุน และการร่วมมือจากชมุ ชน - กรณีสถานศึกษาประสบความสาเร็จในการนานโยบายส่กู ารปฏิบัตใิ ห้ทา่ นศึกษาปจั จยั และ นวตั กรรมท่ีสง่ ผลตอ่ ความสาเร็จ และเสนอแนวคดิ การนาไปประยุกตใ์ ช้ การนานโยบายสูก่ ารปฏบิ ัตขิ องสถานศกึ ษา วิทยาลยั ได้มีการรว่ มกาหนด “กลยทุ ธ์” ในการพฒั นา สถานศึกษาไว้ทัง้ หมด ๑๘ ประการ “สู่ความสาเรจ็ ” ดงั นี้ ๑. ส่งเสรมิ การพัฒนาครูวิชาชีพรว่ มกบั สถานประกอบการและเครือข่ายวิชาชพี ๒. เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการจัดการเรยี นการสอนดว้ ยหลักสูตรฐานสมรรถนะ ๓. ยกระดบั คณุ ภาพดา้ นการจดั การเรยี นการสอนด้านภาษาอังกฤษ ๔. เพิม่ ประสทิ ธิภาพการจัดการอาชวี ศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี ๕. ขยายเครือขา่ ยความร่วมมือทางการศึกษา ๖. ยกระดบั คุณภาพการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี ๗. เพมิ่ ประสทิ ธิภาพศูนยป์ ระสานงานการผลิตและพฒั นากาลงั คนอาชีวศกึ ษา ๘. ขยายเครอื ขา่ ยการจดั การศึกษาร่วมกับโรงเรียนมธั ยมศึกษา ๙. สรา้ งการรับรูท้ างบวก ๑๐.ส่งเสรมิ การสร้างนวตั กรรม สิ่งประดษิ ฐ์ การวจิ ยั เพ่ือพัฒนาอาชพี และคณุ ภาพชีวติ ๑๑.สง่ เสรมิ การวจิ ยั เพ่อื พัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รยี น และการจดั การศึกษา ๑๒.ปลูกจิตสานักความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข ๑๓.ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยและประเพณที ้องถิน่

15 ๑๔.ส่งเสรมิ การอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ๑๕.เพ่ิมประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารจัดการภายใตห้ ลกั ธรรมาภบิ าล ๑๖.พัฒนาหอ้ งเรียนสู่มาตรฐาน ๑๗.ปรับสภาพแวดล้อมในสถานศกึ ษาให้นา่ อยู่ ๑๘.ยกระดบั การขบั เคลอ่ื นหลกั ปรชั ญาของเศรษกจิ พอเพยี งในสถานศึกษา แนวทางการประยกุ ตใ์ ช้ ประเดน็ นกั เรยี น ผู้ทเี่ กยี่ วขอ้ ง ชมุ ชน / สังคม ครแู ละบคุ ลากร ทางการศกึ ษา การบรหิ ารจัดการสถานศึกษา มี - เมอ่ื จบการศึกษา - บคุ ลากรสามารถ - ชุมชนมสี ถานศกึ ษาทม่ี ี คณุ ภาพเพอื่ ให้บุตรหลาน เปาู หมายความสาเร็จท่ีทกุ คนใน นักเรียนจะเป็นคนมี ดาเนนิ งานได้อยา่ ง ไดเ้ ขา้ มาศึกษาหาความรู้ สถานศกึ ษา มกี ารตกลงรว่ มกัน คณุ ภาพ เป็นท่ียอมรับ เปน็ ระบบ - สามาถนาไปใช้ใน ชีวติ ประจาวันได้ ดังคาวา่ และมีสว่ นร่วมในการปฏิบัติงาน ของคนทัว่ ไป - มีส่วนร่วมในการ สร้างเงนิ สรา้ งงาน สร้าง อาชพี รว่ มกัน ดาเนินงานตา่ งๆ ใน - มที ักษะในดา้ นวิชาชีพท่ี สูงขึน้ วิทยาลัย - เปน็ การสรา้ งโอกาศใน การพัฒนาผู้เรียน มีเป้าหมาย - ได้รับการพฒั นาที่ - ครูได้พัฒนาองค์ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กระบวนการความคดิ เพือ่ ผเู้ รียนจะต้องได้รับการพัฒนาการ หลากหลายรปู แบบ ความรู้ ของตนเองใน นาไปสูก่ ารเปลี่ยนแปลง นวัตกรรมใหมๆ่ จากแรง เรียนรู้ท่ีหลากหลาย ด้วยความรู้ ด้วยความรู้ และทกั ษะ การสรา้ งรายวิชา บันดาลใจสู่ความสาเร็จ และทกั ษะวิชาชีพตามหลกั สูตร วิชาชีพตามหลักสตู ร ใหมๆ่ เพ่ือสอดรับกับ - มกี ารเข้าไปฝึกทักษะ ยคุ โลกาภวิ ัตน์ ใหมๆ่ ในสถาน ประกอบการ - ไดม้ ีการจดั ทา นวตั กรรม ส่ิงประดิษฐ์ และ เทคโนโลยสี มัย วิทยาลยั มกี ารส่งเสรมิ ให้มีการ - เป็นการเปิดโอกาสให้ - เป็นการเปดิ โอกาส บรหิ ารจัดการแบบมีสว่ นรว่ ม ทา นกั เรียนได้มีสว่ นรว่ มใน ให้ครู และบุคลากรได้ ให้การทางานได้รบั ความร่วมจาก การดาเนินกจิ กรรม/ มสี ว่ นรว่ มในการ ทกุ ภาคสว่ น โครงการ เพื่อสร้างการ ดาเนนิ กจิ กรรม/ กล้าคิด กลา้ แสดงออก โครงการ เพอื่ สรา้ ง และภาวะผู้นาใหก้ บั การกล้าคดิ กล้า นกั เรียน แสดงออก และภาวะ ผ้นู าใหก้ ับบุคลากรใน สถานศกึ ษา

16 ประเดน็ นกั เรียน ผู้ที่เก่ยี วขอ้ ง ชมุ ชน / สังคม การสร้างภาคเี ครอื ข่าย ท้งั ใน - ได้ฝกึ ประสบการณ์ ครแู ละบคุ ลากร - มีการเรยี นรู้รว่ มกันระ ทางการศกึ ษา ว่างชมุ ชน สถาน ภาครัฐ และเอกชน ท้งั ในด้านการ อาชีพในสถาน ประกอบการ - ครูได้ออกไปฝึกงาน จดั การเรียนการสอน ความรว่ มมือ ประกอบการท่มี ี ในสถานประกอบการ และได้เรยี นรนู้ วิตกร ต่างๆ คุณภาพ รม เทคโนโลยี สมยั ใหม่ เพ่อื นา - ไดฝ้ กึ ทักษะวิชาชีพที่ ความร้มู าถา่ ยทอด ใหก้ ับนกั เรียนต่อไป ตรงกบั สาขาวิชาท่ี ตนเองเรียน - ไดเ้ รยี นรู้เทคโนโลยี สมยั ใหม่ ส่งเสรมิ สนับสนุนการจัดการเรียน - ได้ทาและเรียนรสู้ ิง่ - ได้เรยี นรูส้ ง่ิ ใหม่ๆ - นาพาชุมชนสู่การพัฒนา กา้ วทนั ยุคโลกาภวิ ฒั น์ ในรูปแบบใหม่ที่ดี การสอนในระบบทวิภาคีใน 3 มิติ ใหม่ ที่เท่าทนั และยคุ เทคโนโลยี รปู แบบใหม่ เท่าทันยุค 1 ในกลุ่มที่ต้องทา เทคโนโลยี ดิจทิ ัล โลกาภิวัฒน์ - ได้แนวความคิด - พฒั นาชมุ ชนใหก้ า้ วหนา้ ๒ ในกลุม่ ทคี่ วรทา ใหมๆ่ ในการพฒั นา ทนั เทคโนโลยี ๓. กล่มุ ที่ทาก็ได้ ไม่ทากไ็ ด้ สถานศึกษา นักเรียน ให้มีคุณภาพ ดา้ นการจดั ทางานวจิ ัย นวัตกรรม - ได้พฒั นาส่งิ ใหมๆ่ ใน - มกี ารคิดค้นงานวจิ ยั - ชุมชนได้สิง่ ประดิษฐ์ ส่งิ ประดิษฐ์ และเทคโนโลยีดา้ น ดา้ นการทานวัตกรรม พฒั นานวัตกรรม นวัตกรรม เทคโนโลยี วชิ าชพี เทคโนโลยี สิง่ ประดิษฐ์ และ ใหม่ๆ ทน่ี ักเรยี น ครู - นาไปทาเป็นแนวทาง เทคโนโลยใี นด้าน ร่วมกันพฒั นา นาไปใช้ ในการประยุกต์ใช้ตอ่ ไป วิชาการและวชิ าชีพ ในชุมชน ไดต้ รงตาม เพือ่ เปน็ พ้นื ฐานในการ ความต้องการของชมุ ชน นาไปพัฒนานักเรียน สงั คม สถานศกึ ษา ชุมชน ตอ่ ไปได้

17 นวัตกรรมที่สง่ ผลต่อความสาเรจ็ ของสถานศกึ ษา การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของสถานศกึ ษาท่ีเปน็ แบบอย่างที่ดี (Best Practice) วทิ ยาลยั ได้มีนวตั กรรมในการบริหารงาน \"การบรหิ ารจัดการแบบมสี ่วนร่วมโดยใชแ้ ผนกวิชาเป็นฐาน\" 4.1 ความเปน็ มาและความสาคญั วิทยาลยั เป็นสถานศกึ ษาขนาดใหญ่ จัดการเรียนการสอนทั้งระดับ ปวช. ปวส. และระดบั ปริญญาตรี รวมถึงจัดฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทางตามความต้องการของ ประชาชนในท้องถ่ิน มีประเภทวิชาที่ จัดการเรียนการสอนรวมทั้งส้ิน 5 ประเภทวิชา คือ อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม คหกรรม อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และเทคโนโลยีสารสนเทศ มี สาขาวิชาที่จัดการเรยี นการสอน ระดบั ปวช. จานวน 19 สาขาวิชา และระดับ ปวส. จานวน 17 สาขาวชิ า การบริหารจัดการศกึ ษาจงึ จาเปน็ ตอ้ งมีรูปแบบที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ปีการศึกษา 2559 วิทยาลัยได้จัดประชุมครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งหมด เพ่ือระดมความคิดเห็นในการพัฒนาระบบ การบริหารจัดการของสถานศึกษา พบว่าที่ ผา่ นมาการบริหารสถานศกึ ษา เน้นการสงั่ การจากบนลงล่าง แผนกวิชา ซ่ึงเป็นหนว่ ยปฏิบตั ิ ขาดการมีส่วนร่วมในการคิดวางแผน ทาให้เกิดช่องว่างระหว่างฝุายบริหารกับฝุายปฏิบัติ จึง ส่งผลให้การดาเนินงานบางอย่างไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามท่ีตั้งไว้ ด้วยเหตุนี้ วิทยาลัย จึงปรับปรุงรูปแบบการ บรหิ ารจดั การใหม่ โดย เนน้ การบรหิ ารจดั การแบบมสี ่วนร่วม โดยใช้แผนกวิชาเป็นฐาน ต้ังแต่ปีการศึกษา 2559 จนถงึ ปจั จบุ นั 4.2 วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อใหเ้ กิดการบรหิ ารจัดการแบบมีสว่ นร่วมของ ผู้บริหาร ครู และบคุ ลากรทางการ ศึกษา ทงั้ สถานศึกษา รว่ มกนั พฒั นาไปด้วยกนั 4.3 กรอบแนวคิด การบริหารโดยใช้แผนกวิชาเป็นฐาน คือ แนวคิดของการกระจายอานาจการบริหารการ จัดการศึกษาไป ยังแผนกวิชาโดยตรง โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าแผนกวิชา และ ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นคณะกรรมการโดย ร่วมมือกันบริหารจัดการศึกษาภายในวิทยาลัยฯ มีอานาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการตัดสินใจร่วมกัน เกี่ยวกับงานด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านการบริหารบุคคล และด้านการบริหารทั่วไป โดยมุ่งเน้นผลผลิต ผลลัพธ์ท่ีเกิดขึ้นกับนักเรียน นักศึกษา เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา มีประสิทธิภาพ จบการศึกษาออกไป เป็นที่ ตอ้ งการของตลาดแรงงานและสถานประกอบการ หรือประกอบอาชีพได้ 4.4 วธิ กี ารดาเนนิ การ การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม โดยใช้แผนกวิชาเป็นฐาน ดาเนินการโดยการ ประยุกต์ใช้แนวคิดการ บริหารจัดการ โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการบริหาร จัดการแบบมีส่วนร่วม โดยสรุปเป็นหลักการที่ สาคญั คือ 1) ให้ถือว่าแผนกวิชาแตล่ ะแผนกเป็นเสมือนโรงเรียน โรงเรียนหนงึ่ ทีจ่ ะตอ้ งรบั การ กระจายอา นาจจากสถานศึกษาในการบรหิ ารด้านบุคลากร ด้านวชิ าการ ด้านงบประมาณ และด้านการบรหิ ารท่วั ไป 2) ใหแ้ ผนกวชิ ามีส่วนรว่ มในการบริหารจดั การที่ 4 ข้นั ตอน คอื 2.1) ร่วมวางแผนและตัดสนิ ใจ 2.2) รว่ มดาเนนิ การ 2.3) รว่ มติดตามประเมนิ ผล 2.4) ร่วมรับประโยชน์

18 3) แนวปฏิบตั ิ 3.1) แผนกวิชามีคณะกรรมกรรบริหารและดาเนนิ งานประจาแผนกวชิ า มีผู้รับผดิ ชอบงานที่ เกี่ยวข้องกบั ฝาุ ยบรหิ ารของวทิ ยาลัย ท้งั 4 ฝุาย คอื ฝุายบรหิ ารทรัพยากร ฝุายวิชาการ ฝุายพัฒนากิจการนักเรียน นกั ศึกษา และฝาุ ยแผนงานและความรว่ มมอื โดยเนน้ การแบ่งงานกนั ทา ไม่ให้หนักทค่ี นใดคนหน่ึง 3.2) กาหนดจดั ประชุมหวั หนา้ แผนกวชิ ารว่ มกบั ฝาุ ยบรหิ ารสถานศกึ ษาประจาสปั ดาห์ ทกุ วนั ศกุ ร์ (เวลา 13.30 – 15.30 น.) โดยมจี ุดประสงคก์ ารประชุม 4 ประการ คอื 3.2.1) รบั ฟงั สภาพปญั หาการบรหิ ารและการดาเนินงานตา่ ง ๆ ทผี่ า่ นมาของแผนก 3.2.2) แจ้งข้อมลู ข่าวสารและมอบนโยบายท่สี ถานศึกษาไดร้ ับจากหน่วยงาน ต้นสงั กัด หรือพน้ื ท่ี 3.2.3) ตดิ ตามผลการดาเนินการของหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทผี่ ่านมาในรอบสัปดาห์ 3.2.4) วางแผนดาเนนิ งานกจิ กรรมต่าง ๆ ในสปั ดาหห์ น้า 4) ใหแ้ ผนกวิชามีส่วนรว่ มในการจัดทาแผนพัฒนาการจดั การศึกษาและแผนปฏบิ ัตกิ าร ประจาปี งบประมาณ เสนอโครงการพัฒนาคุณภาพของแผนกวชิ า ทง้ั ดา้ นวิชาการ ด้านอาคารสถานที่ การจดั สภาพแวดลอ้ ม การพัฒนาบคุ ลากร และการจัดกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น 5) ให้แผนกวชิ ามีสว่ นรว่ มในการคัดเลือกบุคลากร (ในกรณจี าเป็นตอ้ งจา้ ง) ประเมิน ประสิทธิภาพการปฏิบัตงิ านของบุคลากร และการเสนอขอเลอ่ื นขั้นเงนิ เดอื นของครู และบคุ ลากร ทางการศกึ ษา ของแผนกในแต่ละรอบของการประเมินตามโควตา้ ทวี่ ทิ ยาลยั จดั สรรให้ 6) จัดกิจกรรมยกยอ่ งเชิดชูเกียรติครู และนกั เรยี น นกั ศกึ ษา ของแต่ละแผนกวชิ าท่มี ี ผลงานหรือ สร้างช่อื เสยี งให้กบั สถานศึกษา โดยการมอบเกียรติหนา้ เสาธง การเผยแพรป่ ระชาสัมพันธ์ ทางปูายโฆษณา สอื่ สงิ่ พมิ พ์ ส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศ และสอ่ื มวลชน 7) จดั ระบบการนเิ ทศภายในแบบกัลยาณมิตร โดยฝาุ ยบรหิ ารสถานศึกษามกี ารตรวจ เย่ียมให้ ขวัญกาลงั ใจแกแ่ ผนกวชิ าอยา่ งสม่าเสมอ 4.5 ผลการดาเนินงาน 1) บรรยากาศการทางานในสถานศึกษาเป็นไปอย่างราบรนื่ ไมม่ เี ร่ืองร้องเรียนทง้ั ภายใน และ ภายนอก 2) สถานศึกษาไดร้ ับการพัฒนาอยา่ งทัว่ ถงึ โดยกระจายถึงแผนกวชิ าอยา่ งชัดเจน ส่งผล ให้ สถานศกึ ษาไดร้ บั สถานศึกษาปลอดภยั ตดิ ต่อกัน 2 ครงั้ จากกระทรวงแรงงาน ปีการศกึ ษา 2562 3) สถานศึกษามปี ริมาณผู้เรยี นท้ังระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาตรี เพ่มิ ข้นึ อย่าง ต่อเน่อื งทกุ ปี 4) ผู้เรียนมีการออกกลางคนั ลดลง และสาเรจ็ การศกึ ษาตามระยะเวลาท่ีกาหนดในหลักสูตร เพิ่มข้ึน 5) ครูไดร้ ับการพัฒนาความรู้ ทักษะ ทงั้ จากการฝึกอบรม โดยหน่วยงานตา่ ง ๆ และการ ฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชีพในสถานประกอบการเพ่มิ ขนึ้ รวมท้ังมคี วามกา้ วหน้าในตาแหน่ง โดยไดเ้ ลอ่ื นวิทยฐานะ คศ. 2 และ คศ. 3 เพิม่ ขนึ้ 6) นกั เรียน นักศึกษา ได้รบั การพฒั นาความรู้ ทกั ษะฝมี ือ จนมสี มรรถนะสงู ไดร้ บั รางวลั จาก การเป็นตวั แทนเขา้ ร่วมประกวด แสดง แขง่ ขันทักษะวชิ าชพี ทักษะพน้ื ฐาน สงิ่ ประดษิ ฐ์ นวตั กรรม ทั้งระดบั ภาค และระดับชาติอย่างต่อเนอื่ ง

19 7) ศษิ ยเ์ ก่าแต่ละแผนกวิชาและชุมชน ได้ใหก้ ารสนบั สนนุ กิจกรรมของสถานศึกษามากข้ึน ทั้ง ด้านวัสดุ ครุภัณฑ์ และงบประมาณ เพื่อการพัฒนาสถานศกึ ษา 8) สถานศึกษาได้รบั การประกาศใหเ้ ป็นสถานศกึ ษาตน้ แบบสาหรับการฝกึ ประสบการณ์ ของผู้ท่ี จะบรรจุแตง่ ตั้งเป็นผอู้ านวยการและรองผอู้ านวยการสถานศกึ ษา สังกดั สานกั งาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๔.๖ ความสาเร็จของสถานศกึ ษาท่สี ง่ ผลให้เกิดความน่าเชื่อถอื ของชมุ ชน ผปู้ กครอง นกั เรยี น สถานศึกษารางวัลพระราชทาน ๑. สถานศึกษารางวลั พระราชทาน ปกี ารศึกษา ๒๕๕๖ ๒. สถานศกึ ษารางวัลพระราชทาน ปกี ารศึกษา ๒๕๖๐ สถานศึกษาปลอดภัย ๑. ได้รับรางวลั ชนะเลิศสถานศึกษาปลอดภัย จากระทรวงแรงงาน ปีการศึกษา ๒๕๖๑ ๒. ไดร้ ับรางวลั ชนะเลิศสถานศกึ ษาปลอดภัย จากระทรวงแรงงาน ปีการศกึ ษา ๒๕๖๒ รางวัลของสถานศึกษา 1. ไดร้ ับรางวลั ชนะเลิศ ทักษะการออกแบบและการประกอบอาหารเชงิ ธุรกจิ สมู่ าตรฐานสากล ระดบั ปวส. ในการแข่งขันทกั ษะวิชาชีพ ทักษะพ้ืนฐานจากงานประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่ง ประเทศไทย ระดับชาติ ครัง้ ท่ี ๒๙ ประจาปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ 2. ไดร้ ับรางวัลรองชนะเลศิ อนั ดับ ๑ ทักษะการผสมเครือ่ งด่ืม ประเภท Classic Bartender ในการ แข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐานจากงานประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย ระดบั ชาติ ครงั้ ที่ ๒๙ ประจาปีการศึกษา ๒๕๖๒ 3. ไดร้ บั รางวัลรองชนะเลศิ อนั ดับ ๒ ทกั ษะพิมพ์ไทยดว้ ยคอมพวิ เตอร์ ระดับ ปวช. ในการแขง่ ขนั ทักษะวิชาชีพ ทักษะพ้ืนฐานจากงานประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย ระดับชาติ ครง้ั ท่ี ๒๙ ประจาปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ 4. รางวลั รองชนะเลิศ อันดบั ๔ ทักษะการประกวดร้องเพลงไทยสากลชาย ทักษะพ้นื ฐานจากงาน ประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแหง่ ประเทศไทย ระดับชาติ คร้งั ท่ี ๒๙ ประจาปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒ 5. นกั เรียน นกั ศกึ ษา ไดร้ ับรางวัลรองชนะเลิศ อนั ดับ ๓ จากการประกวดสวดมนตห์ มสู่ รรเสริญ พระรตั นตรยั ทานองสรภัญญะ ในงานส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาเยาวชนเน่ืองในวันสาคัญทางศาสนา (วันมาฆบูชา) ณ มหาวิทยาลัยจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเลยนครศรธี รรมราช 6. นกั เรียน นกั ศกึ ษาได้รบั รางวัลชนะเลศิ ระดับชาติ ณ จงั หวดั สุพรรณบุรี ในการแข่งขนั ทักษะ การประกอบอาหารไทยเชงิ ธรุ กิจ ประเภทหอยทอดจานรอ้ น (Street Food) และการแข่งขันทักษะการออกแบบ และการประกอบอาหารเชิงธุรกิจสู่มาตรฐานสากล ประเภทอาหารเพื่อสุขภาพจากหลักประกอบลีลา ( Food Healthy Challenge) 7. การพัฒนาการเรยี นการสอนโดยใช้กระบวนการชุมชนการเรียนรวู้ ิชาชพี (PLC) สาขาวิชาคณิต ไทย สังคม และพละ จากการคัดสรรผลงานหน่ึงโรงเรียนหนึ่งนวัตกรรม ระดับภาค โดย คุรุสภา ประจาปี การศึกษา ๒๕๖๒ 8. ได้คดั เลือกให้เปน็ สถานศึกษาแบบอยา่ งการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้และการบริหารจัดการตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสถานศึกษาพอเพียง รางวัลชนะเลิศ ระดบั ชาติ จากกระทรวงศึกษาธิการ ปี การศึกษา ๒๕๖๒

20 9. ไดร้ บั รางวัลชมเชย การประกวดส่ิงประดษิ ฐค์ ดิ ค้นทางดา้ นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยรี ะดับ อาชีวศึกษาและอดุ มศกึ ษา ภาคกลาง – ภาคใต้ ประจาปี พ.ศ.2561 10.รางวลั รองชนะเลิศอันดบั 1 : การศึกษาปรมิ าณทีเ่ หมาะสมของทางปาลม์ ที่ใช้เป็นสารตวั เติมต่อ การทาแผ่นพน้ื ยางพารา รบั เงินรางวัล 15,000 บาท จากการรว่ มประกวดโครงงานวิจัยด้านยางพารา จดั โดยการ ยางแหง่ ประเทศไทย (กยท.) กรุงเทพมหานคร 11.รางวลั ชมเชย : การศึกษาปริมาณซลิ กิ าทเ่ี หมาะสมตอ่ การทาดอกไม้จากเย่อื กระดาษเคลอื บนา้ ยางพารา รบั เงนิ รางวลั 5,000 บาท จากการร่วมประกวดโครงงานวจิ ยั ดา้ นยางพารา จดั โดยการยางแห่งประเทศ ไทย (กยท.) กรุงเทพมหานคร 12.รางวลั ชมเชย : การศกึ ษาปริมาณแคลเซียมคาร์บอเนตทเี่ หมาะสมต่อการทากรวยอจั ฉริยะจาก ยางพารา รับเงนิ รางวัล 5,000 บาท จากการร่วมประกวดโครงงานวิจยั ด้านยางพารา จัดโดยการยางแห่งประเทศ ไทย (กยท.) กรงุ เทพมหานคร 13.รางวลั ชมเชย: การศกึ ษาปริมาณข้เี ล่อื ยที่เหมาะสมต่อการทาอฐิ บล็อกตวั หนอนจากยางธรรมชาติ รับเงินรางวัล 5,000 บาท จากการร่วมประกวดโครงงานวิจัยด้านยางพารา จัดโดยการยางแห่งประเทศไท ย (กยท.) กรุงเทพมหานคร 14.ได้รับรางวลั รองชนะเลิศอันดับ 1 การแขง่ ขันทกั ษะวิชาชพี ทักษะประมาณราคางานกอ่ สร้าง ระดบั ภาค ภาคใต้ ประจาปกี ารศึกษา 2561 ระดบั ปวส. ๑๕. การประเมินสถานศึกษาที่จัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีสู่ความเป็นเลิศระดับชาติ วิทยาลัยได้รับ การประเมินในระดับ ๕ ดาว ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติในพิธีเชิดชูเกียรติสถานศึกษาและสถานประกอบการท่ี จดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคสี ่คู วามเป็นเลศิ ๑๖. โครงการส่งเสริมความร่วมมือกับสถานประกอบการ สมาคมวิชาชีพ องค์การวิชาชีพในการจัด อาชวี ศกึ ษารว่ มกัน และมีผลสาเร็จในการปฏิบัตงิ านศูนยก์ าลังคนอาชีวศึกษา ระดบั ดีมาก ๑๗. แผนกวิชาช่างไฟฟูากาลัง ได้รับรางวัลชนะเลิศ จากการแข่งขันทักษะวิชาชีพในอนาคตแห่ง ประเทศไทย ระดับภาค ในการติดต้ังเคร่อื งปรับอากาศ ระดับ ปวช. ๑๘. แผนกวชิ าเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ จากการแข่งขันทักษะวิชาชีพใน อนาคตแห่งประเทศไทย ระดับภาค ในสาขางานผลติ ภัณฑก์ ารยางแห้ง ระดบั ปวช. ๑๙. แผนกวิชาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ จากการแข่งขัน ทักษะวชิ าชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย ระดบั ภาค ในสาขางานผลติ ภัณฑ์จากยางแห้ง ระดบั ปวสใ ๒๐. แผนกวิชาช่างกลโรงงาน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ จากการแข่งขันทักษะวิชาชีพใน อนาคตแห่งประเทศไทย ระดับภาค ในสาขาเครื่องยนตเ์ ลก็ และจกั รยานยนต์ ระดับ ปวช. ๒๑. แผนวิชาช่างไฟฟูากาลัง ได้รับรางวัลชนะเลิศ จากการแข่งขันทักษะวิชาชีพในอนาคตแห่ง ประเทศไทย ระดบั ชาติ ในสาขาการตดิ ตงั้ เคร่อื งปรบั อากาศ ระดับ ปวช. ๒๒. แผนกวิชาชา่ งกลโรงงาน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ จากการแข่งขันทักษะวิชาชีพใน อนาคตแห่งประเทศไทย ระดับชาติ ในสาขาเครื่องยนตเ์ ล็กและจกั รยานยนต์ ระดบั ปวช. ๒๓. แผนกวชิ การบัญชี ได้รับรางวลั รองชนะเลศิ อันดับ ๒ จากการแข่งขันทักษะวิชาชีพในอนาคต แหง่ ประเทศไทย ระดับชาติ ในสาขาโปรแกรมสาเร็จรปู เพอ่ื งานบญั ชี ระดับ ปวส. ๒๔. แผนกวิชาช่างก่อสร้าง ได้รับรางวัลชนะเลิศ จากการแข่งขันคอนกรีตพลังช้างอาชีวศึกษา ระดับประเทศ ในประเภทคอนกรตี เปูาหมายรกั ษโ์ ลก ระดบั ภาคใต้

21 ๒๕. แผนกวชิ าช่างกอ่ สร้าง ได้รบั รางวัลรองชนะเลิศ จากการแข่งขันคอนกรีตพลังช้างอาชีวศึกษา ระดับประเทศ ในประเภทคอนกรตี เปาู หมายรักษโ์ ลก ระดับภาคใต้ ๒๖. ดาเนินโครงการส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระในกลุ่มผู้เรียนอาชีวศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ระดับ ๕ ดาว ประจาปกี ารศึกษา ๒๕๕๘ ๒๗. อนุสิทธิบัตรสาหรับการประดิษฐ์ตามรายละเอียดการประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ เคร่ืองย่อยโฟม ประจาปีการศกึ ษา ๒๕๕๘ ๒๘. อนุสิทธิบัตรสาหรับการประดิษฐ์ตามรายละเอียดการประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ มะเขือยาวเชื่อม แห้ง ๒๙. อนสุ ทิ ธิบัตรสาหรบั การประดษิ ฐต์ ามรายละเอยี ดการประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ น้าเก้ายคุ สาเร็จรูป ๓๐. แผนกวิชาการท่องเท่ียว ได้รับรางวัลชนะเลิศ (ระดับเหรียญทอง) การแข่งขันทักษะ “การ จดั ทาและนาเสนอขายรายการนาเท่ียว” ระดับภาคใต้ ๓๑. แผนกวชิ าการท่องเทีย่ ว ไดร้ บั รางวลั รองชนะเลิศอันดบั สอง ระดับเหรียญทองแดง การแข่งขัน ทักษะ “การจดั ทาและนาเสนอขายรายการนาเท่ยี ว” ๓๒. แผนกวิชาการท่องเท่ียว ได้รับรางวัลชนะเลิศ (ระดับเหรียญทอง) การแข่งขันทักษะ “การ จดั ทาและนาเสนอขายรายการนาเทย่ี ว” ระดับชาติ คร้ังที่ ๒๖ ประจาปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๐ ๓๓. แผนกวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้รับรางวัลชนะเลิศ (ระดับเหรียญทอง) การแข่งขันทักษะ “การออกแบบ Web page” ระดบั ชาติ ครัง้ ท่ี ๒๖ ประจาปีการศึกษา ๒๕๖๐ ๓๔. แผนกวชิ าสามญั ไดร้ ับรางวลั เหรียญเงิน การแข่งขันทักษะพื้นฐาน “การประกวดการเล่านิทาน พ้ืนบ้าน” ระดบั ชาติ คร้งั ท่ี ๒๖ ประจาปกี ารศึกษา ๒๕๖๐ ๔.๗ แนวคิดการนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการบริหารสถานศกึ ษา 1. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะตามสาขาวชิ าชพี 2. มรี ะบบการบริหารจัดการเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลและหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 3. จัดการเรยี นการสอนท่ีหลากหลาย ต่อเนอ่ื ง สอดคล้องกบั ความตอ้ งการของชุมชน ทอ้ งถน่ิ โดยยดึ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ 4. ผู้เรยี นอาชวี ศกึ ษามีปริมาณเพม่ิ ข้ึนทุกหลกั สตู รอย่างมีคุณภาพ 5. พัฒนาพื้นที่ในการจัดการเรียนการสอนใหเ้ พียงพอ เหมาะสม และมีบรรยากาศทเี่ ออื้ ตอ่ การจัดการเรยี นรู้ 6. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการบริหารจัดการและส่งเสริมการเรียนร้ดู ว้ ยตนเอง 7. จัดการเรยี นการสอนโดยมุง่ เน้นสมรรถนะอาชพี พฒั นาผู้เรยี นในการประดิษฐค์ ดิ คน้ นวตั กรรม และเทคโนโลยีใหม่ ๆ 8. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ ความสามารถในการสร้างเครือขา่ ยการทาวจิ ัย นวัตกรรม สิ่งประดิษฐแ์ ละเทคโนโลยีดา้ นวชิ าชพี 9. จดั โครงสร้างการบริหารองคก์ รอย่างเป็นระบบและมเี อกภาพ 10.พฒั นาและบารงุ รกั ษาสภาพแวดลอ้ มทง้ั ภายในและภายนอกหอ้ งเรียน หอ้ งปฏิบตั กิ าร โรง ฝึกงาน ใหม้ บี รรยากาศทเ่ี อือ้ ตอ่ การเรียนการสอน 11.ผ้เู รยี น ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษาไดร้ บั การสง่ เสริมด้านสุขภาพการกฬี าและนันทนาการ

22 12.พัฒนาบุคลากรทกุ ระดับตามแนวทางการปฏิรูปการศกึ ษาและปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 13.ร่วมมือกบั สถานประกอบการเพือ่ พฒั นาผู้เรยี น และครู ดา้ นทักษะและประสบการณ์ พฒั นาคณุ ภาพสถานศกึ ษาให้เปน็ ไปตามมาตรฐานการอาชีวศกึ ษา ๒. วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ สภาพทว่ั ไป การเชอื่ มโยงนโยบายสกู่ ารปฎิบัติ กระบวนการบริหารสถานศึกษา การบรหิ ารทรพั ยากร จุดเดน่ จุดดอ้ ยของสถานศกึ ษา การบริหารความเสีย่ ง ปจั จัยสู่ความสาเร็จ และ สรปุ แนวคดิ การสง่ เสริมพฒั นา หรอื แนวทางการแก้ไขปญั หา โดยใช้ปญั หาเปน็ ฐาน (Problem Based Learning : PBL) ประเด็นทไี่ ด้รบั มอบหมาย คือ กระบวนการบริหารจดั การอาชีวศกึ ษาทวิภาคี การยกระดบั การสร้างเครือข่ายและความรว่ มมือกับประชาคมการศกึ ษา ๑. กระบวนการบรหิ ารจัดการอาชีวศึกษาทวิภาคี พระราชบญั ญตั ิการอาชีวศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๔ “การอาชวี ศกึ ษา” หมายความว่า กระบวน การศกึ ษาเพือ่ ผลิตและพัฒนากาลังคนในดา้ นวชิ าชพี ระดับฝีมือ ระดับเทคนิคและระดับเทคโนโลยี มาตรา ๖ การ จัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพต้องเป็นการจัดการศึกษาในด้านวิชาชีพที่สอดคล้องกับแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนการศึกษาแห่งชาติ เพื่อผลิตและพัฒนากาลังคนในด้านวิชาชีพระดับฝีมือ ระดบั เทคนิค และระดบั เทคโนโลยี รวมท้ังเป็นการยกระดับการศึกษาวิชาชีพให้สูงข้ึนเพ่ือให้สอดคล้องกับ ความ ตอ้ งการของตลาดแรงงาน โดยนาความร้ใู นทางทฤษฎีอนั เปน็ สากลและภูมปิ ญั ญาไทยมาพฒั นาผ้รู ับ การศกึ ษาให้มี ความรู้ความสามารถในทางปฏิบัติและมีสมรรถนะจนสามารถนาไปประกอบอาชีพในลักษณะ ผู้ปฏิบัติหรือ ประกอบอาชีพโดยอิสระได้ (สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, ๒๕๕๑: ๒-๓) มาตรา ๘ กาหนดให้การ จัดการอาชวี ศกึ ษาและการฝึกอบรมวิชาชพี ใหจ้ ัดได้โดยรูปแบบดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) การศึกษาในระบบ เปน็ การจัดการศึกษาวชิ าชีพท่เี นน้ การศกึ ษาในสถานศึกษาอาชวี ศึกษา หรือ สถาบันเป็นหลกั โดยมกี ารกาหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาการวัดและการประเมินผล เป็น เง่อื นไขของการสาเรจ็ การศึกษาที่แน่นอน (๒) การศกึ ษานอกระบบ เป็นการจดั การศกึ ษาวชิ าชีพที่มีความยืดหย่นุ ในการกาหนด จุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการศึกษา ระยะเวลา การวัดและการประเมินผล ท่ีเป็นเงื่อนไขของการสาเร็จการศึกษา โดยเน้ือหา และหลักสตู รจะต้องมคี วามเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละ กลุม่ (๓) การศกึ ษาระบบทวิภาคี เป็นการจดั การศกึ ษาวชิ าชีพท่เี กิดจากข้อตกลงระหว่าง สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันกับ สถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ในเรื่องการจัด หลักสูตร การเรียน การสอน การวัดและการประเมินผล โดยผ้เู รยี นใชเ้ วลาส่วนหน่ึงในสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือ สถาบนั และเรียน ภาคปฏิบตั ิในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจหรอื หน่วยงานของรัฐ เพ่ือประโยชน์ในการผลิตและ พัฒนากาลังคน สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันสามารถจัดการศึกษาในหลายรูปแบบรวมกันก็ได้ ทั้งนี้ สถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันน้ันต้องมุ่งเน้นการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเป็นสาคัญ (สานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา, ๒๕๕๑: ๓-๔) สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ดาเนินการจัดการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งเน้น การปฏิรูปการศึกษาทั้งด้านการบริหาร และการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง

23 รวมทงั้ การปฏิรูปการเรียนรู้ให้สอดคล้อง กับความต้องการของตลาดแรงงานและภาคอุตสาหกรรม ส่งเสริมและ พัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพ การพัฒนา ความร่วมมือในการจัดการศึกษา และการพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน การศึกษาในการจัดการเรียนการสอนท่ี หลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการเรียนการสอน ร่วมกับสถาน ประกอบการ จะเปน็ กระบวนการที่ส่งเสริมให้ ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และสามารถพัฒนาขีด ความสามารถในการแข่งขนั ท้งั ดา้ นการผลติ และ บรกิ ารของประเทศ (สานักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ, ๒๕๕๑: ๑) ดังทีมี่ นี กั การศกึ ษา กล่าววา่ การจัดการศึกษาเพ่ืออาชีพ โดยความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการ กับ สถานศึกษาไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม ต่างก่อให้เกิดผลดีที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับ ประสบการณ์ ตรงจากสถานประกอบการ ฝึกให้ผู้เรียนมีกิจนิสัยและเจตคติท่ีดีในการทางานทั้งยังก่อให้เกิดความ รว่ มมอื กัน อยา่ งใกลช้ ดิ ในการใช้ทรพั ยากรที่มอี ยู่ร่วมกันอย่างมีประสทิ ธิภาพและทนั ต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้าน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยที ส่ี าคัญอย่างอีกประการหน่ึงคือ การจดั การศกึ ษาโดยความรว่ มมือน้ีทาให้ได้ ผลผลิตท่ี ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานโดยสามารถปฏิบัตงิ านในสถานประกอบการไดท้ นั ที จากนโยบายสานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษาที่ได้กาหนดไว้ สู่การปฏบิ ตั ิของวิทยาลัย และ วิทยาลัยได้มีกาหนดกระบวนการบริหารจัดการอาชีวศึกศึกษาทวิภาคี ตามแนวทางที่ สอศ. กาหนดเพื่อให้การ บริหารจัดการได้ถกู ต้องตามมาตรฐานการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี ทไี่ ด้กาหนดไว้ ดังน้ี ๑. ผ้บู รหิ ารไดม้ ีการแจง้ แนวนโยบายของสานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษาให้กับบคุ ลากร ภายในวิทยาลัยทราบ เพอื่ ร่วมกันดาเนนิ การตามนโยบายกาหนด ๒. ขอมติท่ปี ระชมุ ในการแจง้ ความประสงค์ท่ตี อ้ งการเปิดการเรยี นการสอนในระบบทวภิ าคขี องแต่ ละแผนกวชิ า ๓. มกี ารเชญิ สถานประกอบการที่ตอ้ งการร่วมจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคกี บั ทางวทิ ยาลยั มารว่ มประชุมกับวิทยาลัยเพ่ือรบั ทราบแนวทางการดาเนินการจัดการเรียนการสอนในระบบทวิภาคี และแนวทาง ในการลดหยอ่ นภาษี สาหรับนกั เรียนกลุ่มทเ่ี รยี นระบบทวิภาคี ๔. มีการจัดลงนามความร่วมมอื (MOU) กับสถานประกอบการที่ต้องการร่วมจดั การเรยี นการสอน ในระบบทวิภาคกี ับวิทยาลยั ๕. เชญิ แผนกวชิ า หลกั สูตร และสถานประกอบการร่วมกันจัดทาแผนการเรียน แผนการฝึกอาชพี เพ่อื ให้ได้รายวชิ าและแผนการเรียนทีม่ คี วามพร้อมสมบรู ณ์ ตามความต้องการของสถานประกอบการ และวิทยาลัย มากท่สี ุด ๖. เมอื่ ไดแ้ ผนการเรยี นทไ่ี ด้จัดรว่ มกันระหวา่ งสถานประกอบการกบั วทิ ยาลยั แลว้ นักเรยี นสามารถ เข้ามาเรยี นในระบบทวิภาคีได้ และทางวิทยาลัยจะต้องมีการจัดทาสัญญาฝึกร่วมกันระหว่าง สถานประกอบการ นักเรยี น ผู้ปกครอง และมีการจดั ทาคาสั่งครนู เิ ทศประจาภาคเรยี นนนั้ ๆ เพอ่ื กากบั ตดิ ตาม ดแู ลเอาใจใส่ และเป็นผู้ ประเมินนกั เรยี น ๗. สถานประกอบการตอ้ งมีจานวนครูฝึกในสถานประกอบการตามเกณฑ์มาตรฐานการจัดการ อาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคีกาหนด ๘. ครฝู กึ ในสถานประกอบการจะต้องเป็นผทู้ ่ีผ่านการเข้ารบั การอบรมครูฝึกหลกั สูตร 30 ชว่ั โมง ๙. ครฝู ึกในสถานประกอบการจะต้องเปน็ ผู้ร่วมในการประเมนิ ผลการเรียนของนักเรยี นระบบทวิ ภาคี รว่ มกบั ครนู เิ ทศ ครปู ระจารายวชิ า ๑๐.เม่อื นกั เรยี นออกฝกึ อาชพี จะต้องมหี นงั สือสง่ ตวั ไปฝึกอาชพี และเมอ่ื นักเรียนฝึกอาชีพครบตาม หลักสูตรแล้วสถานประกอบการจะต้องทาหนังสือสง่ ตัวนักเรียนกบั วทิ ยาลัย

24 จากการบรหิ ารจดั การดงั กล่าว วทิ ยาลยั สามารถเปดิ สอนนกั เรยี นในระบบทวิภาคี ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี (ปวช.) จานวน ๑ สาขา และ ระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชั้นสงู (ปวส.) ดังน้ี ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชพี (ปวช.) ๑. สาขางานยายนต์ ระดับประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ชนั้ สูง (ปวส.) ๑. สาขางานเทคนคิ ยานยนต์ ๒. สาขางานเคร่ืองมอื กล ๓. สาขางานเทคนคิ การเชือ่ มอตุ สาหกรรม ๔. สาขางานเทคโนโลยสี ารสนเทศ ๕. สาขางานธรุ กจิ ค้าปลกี ทัว่ ไป ๖. สาขางานการโรงแรม และในปีการศึกษาหน้าวิทยาลัยได้มีการศึกษาข้อมูลและมีแนวโน้มในการท่ีจัดเปิดสอนในระบบทวิภาคี เพม่ิ เติมในอกี หลายสาขา อาทิเช่น สาขาโลจิสติกส์ , สาขาไฟฟูา , สาขางานอาหารและโภชนาการ เป็นต้น เพื่อ เปน็ การขยายโอกาศทางการศึกษาและโภชนาการ เปน็ ตน้ ๒. การยกระดบั การสร้างเครอื ข่าย ๑) สถานศึกษามกี ารสารวจความต้องการของภาคีเครอื ข่ายในการสนับสนุนการจัดการอาชีวศึกษา ระบบ ทวภิ าคี ไดแ้ ก่ สถานศกึ ษา สถานประกอบการ และ ผ้ปู กครอง ในการพัฒนาแผนการจดั การไเรียนการสอน และมี การเชอ่ื มโยงแลกเปล่ียนเรยี นร้หู รือแหลง่ เรยี นรู้ซึง่ กันและกัน ๒) สถานศึกษามกี ารประเมินความพงึ พอใจ ของภาคีเครือขา่ ยทีมี่ ีตอ่ การจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี อัน ได้แก่ สถานประกอบการ ผู้ปกครอง และนาผลการประเมินมาพฒั นาการจดั การศกึ ษาอย่างชดั เจนเปน็ รูปธรรม สถานศกึ ษาไดร้ ับการยอมรบั ไดร้ ับการสนับสนุนจากภาคเี ครือข่าย อย่างสมา่ เสมอและตอ่ เนือ่ ง ๓) วิทยาลยั จัดโครงการหรือกจิ กรรมดเี ด่นของการจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคีของสถานศึกษา เป็น โครงการหรอื กิจกรรมท่ีวทิ ยาลยั ร่วมกับสถานประกอบการดาเนินการจนบรรลุผลสาเรจ็ เกิดความภาคภูมิใจ โครงการหรอื กิจกรรมดเี ดน่ น้นั ต้องโดดเด่นมีวิธกี ารริเรม่ิ สร้างสรรค์ขึน้ มาใหม่ หรอื ประยุกต์ข้ึนมาใหม่ ส่งผลต่อ คณุ ภาพผู้เรียน ใช้หลกั การบริหารการจดั การแบบมสี ว่ นรว่ ม เน้นการทางานเป็นระบบ ได้รับการยกยอ่ งจาก ผเู้ กีย่ วข้องมกี าร เผยแพร่ ประชาสัมพนั ธ์ ผลงานอย่างแพร่หลายเกิดประโยชน์ในวงกวา้ ง ๔) เน้นการจัดการศกึ ษาระบบทวภิ าคีใหเ้ ป็นรูปธรรมมากย่ิงขน้ึ ๕) การจัดการศึกษาระบบทวิทง้ั วิทยาลัยและสถานประกอบการตอ้ ง “ WIN WIN ” ท้งั คู่ ๓. ความร่วมมอื กบั ประชาคมการศกึ ษา ๑) ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรม ๒) รว่ มมอื กบั หอการค้าจงั หวดั ตรัง ๓) ร่วมมอื กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจงั หวดั ตรงั ๔) คัดเลอื กสถานประกอบการท่มี ีช่อื เสยี ง และไดม้ าตรฐานในเขตพน้ื ที่จังหวัดตรงั ๕) มกี ารลงนามความรว่ มมือกบั สถานประกอบการที่ต้งั อย่ใู นพื้นทเ่ี ขตอุตสาหกรรม ๖) มีโครงการยกระดับคณุ ภาพการจดั อาชวี ศึกษาทวิภาคี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook