สั ต ว์ เ ล็ ก ใ น ป า ใ ห ญ่ จดั ทําโดย ด.ช.ปองภาดา อุ่นพรมมี ม.2/2 เลขที21 โรงเรียน ราชสีมาวิทยาลัย
คํานาํ ใ น ป า ที มี ข น า ด ใ ห ญ่ นั น มี ช นิ ด ข อ ง สั ต ว์ อ ยู่ ห ล า ย ช นิ ด จึ ง มี ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ที จ ะ หาชนิดพันธุ์ของสัตว์สาํ คัญทีอยู๋ในปา เ ห ล่ า นี เ พื อ ศึ ก ษ า ห า ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ข อ ง ข นิ ด พั น ธุ์ เ เ ล ะ ร ะ บ บ นิ เ ว ศ ผจู้ ดั ทํา วันท่ี 30 มถิ ุนายน พ.ศ.2564 ด.ช.ปองภาดา อุ่นพรมมี
สารบัญ 1.ลักษณะของสตั ว-์ กระรอก 2.ลักษณะของสตั ว-์ นก 3.ลักษณะของสตั ว-์ มด 4.ลักษณะของสตั ว-์ เเมงมุม 5.ลักษณะของสตั ว-์ หนอห 6.ลักษณะของสตั ว-์ ลิง 7.ลักษณะของสตั ว-์ งู 8.ลักษณะของสตั ว-์ ตักแตน 9.ลักษณะของสตั ว-์ กระต่ายปา 10.ลักษณะของสตั ว-์ เเมวปา 11.ลักษณะของสตั ว-์ ค้างคาว
กระรอก ลักษณะ เปน สตั วเ์ ลียงลกู ด้วยนม มขี นาดลําตัวเล็ก ขนปุยปกคลมุ ทัวทัง รา่ งกาย นัยน์ตากลมดํา หางเปนพวงฟู จดั อยูใ่ นประเภท สตั วฟ์ นแทะ อาหารของ กระรอกคือผลไมแ้ ละเมล็ดพชื ประเภทของกระรอก กระรอกต้นไม,้ กระรอกดิน และ กระรอกบนิ
ลักนษกณะ สัตว์ปก หรือ นก โดยมีลักษณะทัวไปคือ เปนสัตว์ เลือดอุ่น ออกลูกเปนไข่ รยางค์คู่ หน้าเปลียนแปลงไปเปนปก มีขน นก และมีกระดูกทีกลวงเบา ใน แ ต่ ล ะ วั น น ก ต้ อ ง ก า ร อ า ห า ร จํานวนมาก โดยนกแต่ละชนิดจะ ห า อ า ห า ร ที แ ต ก ต่ า ง กั น อ อ ก ไ ป
มด ลักษณะ มด เปน แมลง ในวงศ์ Formicidae อันดับ Hymenoptera มดมีการสร้างรัง เปน อาณาจักร ขนาดใหญ่ บางรังมีจํานวน ประชากร มากถึงล้านตัว มีการแบ่ง วรรณะ กันทําหน้าทีคือ วรรณะมดงาน เปนมดเพศ เมียเปน หมัน ทําหน้าทีหาอาหาร สร้างและ ซ่อมแซมรัง ปกปองรังจากศัตรู ดูแลตัวอ่อน และงานอืน ๆ ทัวไป เปนวรรณะทีพบได้มาก ทีสุด วรรณะสืบพันธุ์ เปนมดเพศผู้ และราชินี เพศเมีย มีหน้าทีสืบพันธุ์ เนืองจากมดเปน สัตว์ในวงศ์ Formicidae จึงสามารถผลิต กรดมด หรือกรดฟอร์มิกได้เปนลักษณะ เฉพาะของสัตว์ในวงศ์นี
เเมงมมุ แมงมุม จัดเปนสิงมีชีวิตพวก สัตว์ขาปล้อง หรืออาร์โธพอด เช่น เดียวกับ แมลง กิงกือ ปู เปนต้น จัดอยู่ในอันดับ ARANEAE มีรูป ทรง ลักษณะ และขนาดแตกต่างหลากหลาย กันออกไป มีความยาวเพียง 0.4 มิลลิเมตร แมงมุมกินอาหารจําพวก เพลียอ่อน หนอน โดยส่วนใหญ่เมือจะล่าเหยือจะสร้าง ใย เพือเปนรังอาศัย และดักเหยือ
หนอน หนอน เปนคําทีใช้เรยี กชือตัวอ่อนของ แมลง ทีมี การเปลียนแปลงรูปรา่ งและการเจรญิ เติบโตแบบ Holometabola โดยมี 4 ระยะการเจรญิ เติบโต คือ ไข่ หนอน ดักแด้ และ ตัวเต็มวัย ตามลําดับ ลักษณะของตัวหนอนจะไม่มี ตารวม มี ปก ทีเจรญิ อยู่ภายใน ตัวหนอนมีการเจรญิ เติบโตขึนไปได้ หลายระยะ โดย การลอกคราบ จนถึงระยะสุดท้าย จะลอกคราบกลายเปน ดักแด้ พบได้ใน แมลง จําพวก ด้วง ผีเสือ แมลงวัน
ลิง ลิง หรอื วานร เปนชือสามัญของสัตว์ในไฟลัม สัตว์มีแกนสันหลัง ชัน สัตว์เลียงลูกด้วยนม จัดอยู่ใน อันดับวานร ลิงโลกเก่า คือ ลิงทางซีก โลกตะวันออกแถบทวีปเอเชียและทวีปแอฟรกิ า ไม่มีหาง มีพัฒนาการ ของนิวหัวแม่มือให้หันเข้าหากัน เพือช่วยในการจับสิงของ มีฟนกราม 2 ซี เช่นเดียวกับมนุษย์ และมีความสามารถในการมองเห็นได้ดีลิงโลก ใหม่ คือ ลิงทีพบทางแถบอเมรกิ าใต้และอเมรกิ ากลาง อาศัยอยู่บน ต้นไม้ มีหางยาว และสามารถใช้หางช่วยในการยึดเหนียว สมองในส่วน ของประสาททีเกียวกับการมองเห็นพัฒนาการขึนอย่างเด่นชัด มีฟน กราม 3 ซี ลิงไม่มีหาง คือ ลิงทีมวี ิวัฒนาการสูงกว่าลิงจําพวกอืน มีจุด เด่น คือ มีรา่ งกายทีใหญ่โตกว่าลิงทัวไป ไม่มีหาง มีนิวใช้หยิบจับ อาหารหรอื สิงต่าง ๆ ได้ดีกว่าลิงจําพวกอืน และมักใช้ชีวิตบนพืนดิน มากกว่าบนต้นไม้
งู เปน สัตว์เลือยคลาน อันดับ หนึง ไม่มีขา ไม่มี เปลือกตา มีเกล็ดปกคลุม ผิวหนังทัวทังลําตัว งู ว่องไวในการเคลือนที มีลินสองแฉกเพือใช้ สาํ หรับรับความรู้สึกทางกลิน จัดอยู่ในชัน REPTILIA ตระกูล SQUAMATA โกิน สัตว์เลียง ลูกด้วยนม ขนาดเล็กเปนอาหาร ออกลูกเปนไข่ งูจะลอกคราบเมือมันเริมโตขึน ทําให้ผิวหนัง ของงูเริมแข็งและคับขึน งูทีพบส่วนใหญ่จะ ไม่มีพิษส่วนงูมีพิษจะใช้พิษในการฆ่าและล่า เหยือมากกว่าใช้ปองกันตัวเอง
ตักแตน ตักแตนจัดอยู่ในไฟลัม อารโ์ ธรพอด ตักแตนมีหนวดทีค่อนข้างสัน ตักแตนส่งเสียงได้จากการถูขาทีซ่อนอยู่กับ ปกหรอื ท้อง หรอื การกระพือปก อวัยวะรบั เสียง จะอยู่ทีส่วนท้องท่อนแรก ขาทีซ่อนอยู่ของตักแตนจะยาว และแข็งแรง เปนพิเศษ เหมาะแก่การกระโดด เพราะปก เปนเพียงเนือเยือทีไม่เหมาะทีจะใช้บิน ตัวเมียจะมีขนาดใหญ่ว่าตัวผู้
กระต่ายปา กระต่ายปา เปน สัตว์เลียงลูกด้วยนม ในวงศ์ Leporidae ชนิดหนึง มีลักษณะเด่นคือ มีหู ยาว สามารถมองไกล มีขนขึนบรเิ วณกระพุ้ง แก้มและมีฟนหน้าของขากรรไกรบน 4 ซี เรยี ง ซ้อนกัน 2 คู่ ฟนคู่หลังเล็กกว่าคู่หน้า ขาคู่หลัง ยาวกว่าขาคู่หน้า เท้าหน้ามี 5 นิว เท้าหลังมี 4 นิว ใต้ฝาเท้ามีขนปกคลุมหนาแน่นช่วยให้ เคลือนไหวได้โดยไม่มีเสียง หางสันเปนกระจุก ขนบรเิ วณหลังเปนสีนาตาลปนเทา ปลายขนมี สีนาตาลเข้ม มีความยาวลําตัวและหัว 44-50 เซนติเมตร ความยาวหาง 6.5-8.5 เซนติเมตร นาหนัก 1.35-7 กิโลกรมั
เเมวปา แมวปา เปน สัตว์เลียงลูกด้วยนม จําพวก เสือขนาดเล็ก อยู่ในวงศ์ FELIDAE มีรูปร่าง คล้าย แมวบ้าน มีลักษณะเด่นคือ มีหูแหลม ยาวเปนรูป สามเหลียม มีขายาว หางสันมี ลายสีเข้มสลับเปนปล้อง ๆ ขนปลายหางมี สีดํา ตามลําตัวมีสีนาตาลเหลือง บริเวณหลังมี สีนาตาลเข้ม สีขนบริเวณท้องจะอ่อนกว่าลํา ตัว ทีมีขนาดใหญ่ทีสุด มีความยาวลําตัวและ หัว 50–56 เซนติเมตร ความยาวหาง 26–31 เซนติเมตร มีนาหนัก 4–6 กิโลกรัม มักอาศัย อยู่ในปาดิบแล้ง ปาเบญจพรรณ หรือปาเต็ง รัง จับสัตว์ขนาดเล็กทีอาศัยบนพืนดินกินเปน อาหาร เช่น กระต่ายปา กบ หนู กิงก่า หรือ นก ทีอาศัยอยู่บนพืนดินกินเปนอาหารหลัก ออกหากินทังกลางวันและกลางคืน
ค้ า ง ค า ว ค้างคาว เปนสัตว์เลียงลูกด้วยนานมชนิดเดียวทีบิน ได้จรงิ และต่อเนืองด้วยขาหน้าทีปรบั ตัวกลายเปน ปก ค้างคาวบินได้คล่องตัวกว่า นก เนืองด้วยขาที ยืนยาวออกมาและคลุมไปด้วย เยือบุผิวบางๆ ลําตัว ยาว 29–34 มิลลิเมตร เมือกางปกออกมีความยาว 15 เซนติเมตร และหนัก 2–2.9 กรมั ค้างคาว จํานวนมาก บรโิ ภคแมลง และส่วนใหญ่ของ ค้างคาวทีเหลือ บรโิ ภคผลไม้ มีค้างคาวบางชนิดที บรโิ ภคสัตว์อืนเปนอาหารแทนแมลง เช่น ค้างคาว แวมไพร์ ที บรโิ ภคเลือด ค้างคาวส่วนใหญ่เปน สัตว์ออกหากินตอนกลางคืน และส่วนใหญ่ใน จํานวนนีก็เกาะอาศัยอยู่ในถาหรอื ทีพักอืน
อ้างอิง https://th.wikipedia.org https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8% B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8% 9B%E0%B8%B5%E0%B8%81 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8% A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8 %81 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%87%E0%B8% B9 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8% 99%E0%B8%AD%E0%B8%99 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8% A1%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8% B2 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8% A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8% B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8% B2
อ้างอิงhttps://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E 0%B8%94 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0 %B8%B4%E0%B8%87 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0 %B8%B1%E0%B9%8A%E0%B8%81%E0%B9% 81%E0%B8%95%E0%B8%99 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0 %B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8% B8%E0%B8%A1 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0 %B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8% 84%E0%B8%B2%E0%B8%A7
Search
Read the Text Version
- 1 - 16
Pages: