ภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษา ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ตอนที่ ๑ ตอนท่ี ๒ ตอนท่ี ๓ ตอนที่ ๔ ๑_หลกั สูตรวชิ าภาษาไทย ๒_แผนการจัดการเรียนรู้ ๓_PowerPoint_ประกอบการสอน ๔_ใบงาน_เฉลย ๕_ข้อสอบประจาหนว่ ย_เฉลย ๖_ข้อสอบ_เฉลย ๗_ข้อสอบ O-NET_เฉลย ๘_การวัดและประเมินผล ๙_เสริมสาระ ๑๐_สื่อเสริมการเรียนรู้ บรษิ ัท อกั ษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จำกดั : 142 ถนนตะนำว เขตพระนคร กรงุ เทพฯ 10200 Aksorn CharoenTat ACT.Co.,Ltd : 142 Tanao Rd. Pranakorn Bangkok 10200 Thailand โทรศัพท์ : 02 622 2999 โทรสำร : 02 622 1311-8 [email protected] / www.aksorn.com
๓ตอนที่ การฟัง การดู การพดู ๑หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ การฟัง และดูอย่างมีประสทิ ธภิ าพ จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑. สรุปแนวคดิ และแสดงความคดิ เหน็ จากเร่อื งท่ีฟังและดไู ด้ ๒. วิเคราะหแ์ นวคดิ การใชภ้ าษาและความนา่ เช่ือถือจากเร่อื งท่ีฟังและดอู ยา่ งมีเหตผุ ลได้ ๓. ประเมินเร่ืองท่ีฟังและดแู ลว้ กาหนดแนวทางนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาเนนิ ชีวติ ได้
การฟงั และดอู ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ความหมาย การฟังและดู คือ กระบวนกำรรับสำรผ่ำนคลนื่ เสียงและ สัญลักษณท์ ่มี ำ จำกนนั้ ผู้รบั สำรจงึ แปลคลื่นเสียง ที่ได้ยิน หรอื ภำพทีเ่ ห็นเปน็ ควำมหมำยตำ่ งๆ
แนวทางฝึกทกั ษะการฟังและดูอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ก่อนฟังและดู ขณะฟงั และดู หลงั ฟังและดู • ฝกึ ทักษะกำรได้ยิน • ทำควำมเข้ำใจ • ต้งั คำถำม • ฝกึ สมำธิ • จบั ใจควำม • ทบทวนบันทึก • เปดิ ใจให้กว้ำง • วิเครำะห์จดุ มงุ่ หมำย • แลกเปลย่ี นควำมคดิ เห็นกับผอู้ ่นื • ศึกษำหำควำมรลู้ ่วงหนำ้ • ตีควำม • นำควำมรู้ไปใชป้ ระโยชน์ • กำหนดจุดม่งุ หมำยในกำรฟงั • ประเมินค่ำ • จดบันทึก
แนวทางการประเมินค่าเรอื่ งทฟ่ี ังและดู รปู แบบ ลักษณะรปู แบบ แนวทางการประเมนิ คา่ รูปแบบ ควรพจิ ารณาวา่ ขา่ ว • เนอ้ื หำสำระของข่ำวแสดงข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเหน็ สมเหตุสมผลเพียงใด • แหล่งท่มี ำของขอ้ มลู มคี วำมเชื่อถอื เพยี งใด โฆษณา ควรพจิ ารณาวา่ • รูปแบบกำรนำเสนอ ดึงดูดควำมสนใจ หรือสร้ำงควำมสนใจเพยี งใด • กระตนุ้ กลุ่มเป้ำหมำยใหเ้ กิดควำมต้องกำรทจี่ ะซ้ือสนิ ค้ำ และบริกำรมำกน้อยเพียงใด เพลง ควรพจิ ารณาวา่ • ควำมสอดประสำนระหวำ่ งเนือ้ รอ้ งและทำนอง นำเสนอควำมคิดรวบยอดของบทเพลง ควรพจิ ารณาว่า ละคร • กลวิธีกำรนำเสนอ กำรสร้ำงฉำก ตวั ละคร โครงเร่อื ง และองค์ประกอบศิลปม์ คี วำม เหมำะสมกับเนือ้ หำของละครอยำ่ งไร
การใชภ้ าษา ลักษณะการใช้ภาษาในสอื่ ประเภทตา่ งๆ ขา่ ว โฆษณา • ภำษำในข่ำวใชเ้ ลำ่ เร่อื งรำวหรอื เหตุกำรณ์ตำ่ งๆ • ภำษำแปลกใหม่ ไมซ่ ้ำใคร เรียงรูปประโยค • ใชเ้ นื้อที่จำกดั ใช้คำงำ่ ยๆ เลือกคำทที่ ำใหเ้ ห็น เปน็ แบบเฉพำะทต่ี ำ่ งไปจำกไวยำกรณแ์ ละ อำกปั กิรยิ ำชัดเจน • ตัดส่วนท่ีไม่สำคญั ออก คงไวเ้ พยี งสำระสำคญั โครงสร้ำงภำษำ • เพอ่ื จูงใจใหผ้ รู้ บั สำรคล้อยตำมและซอื้ สนิ คำ้ บริกำร เพลง ละคร • ใชภ้ ำษำไพเรำะ สละสลวย ถ้อยคำคล้องจองสมั ผสั กัน • ใชภ้ ำษำท่มี ีควำมสมจรงิ สือ่ อำรมณ์ • ใชภ้ ำพพจน์โวหำรถ่ำยทอดเร่ืองรำว • แนวคดิ หลักของเพลงเพอื่ ชักจูงให้ผูฟ้ งั เกดิ จนิ ตภำพ ควำมร้สู กึ นึกคดิ บรรยำกำศของเรอื่ ง • ใหผ้ ูร้ ับสำรเกิดอำรมณร์ ว่ ม และเกิด ควำมบันเทิง จรรโลงจิตใจ จนิ ตภำพคลอ้ ยตำมได้
แนวทางการประเมินค่าดา้ นภาษา พิจารณาการเลือกใช้ถ้อยคาเพอ่ื สอ่ื ความ หมำยถึง กำรพิจำรณำว่ำผสู้ ่งสำรเลือกใช้ถอ้ ยคำเพ่อื สื่อควำมมำยงั ผ้รู ับสำรได้ถูกต้อง เหมำะสมแกค่ วำมและกำลเทศะหรือไม่ พจิ ารณาการใชว้ รรณศลิ ป์ หมำยถึง กำรพิจำรณำควำมกลมกลนื ระหว่ำงกำรใช้ภำษำกับเนื้อ เร่อื ง ตลอดจนกำรใชโ้ วหำร เช่น บรรยำย พรรณนำ เปน็ ต้น ละครหรือบทเพลงควรพจิ ำรณำกำรใชภ้ ำพพจน์ เชน่ • อปุ มำ • อติพจน์ • บคุ คลวัต เพ่อื พจิ ำรณำควำมสอดคล้องของอำรมณก์ ับบทประพนั ธ์
แนวคิ ด การนาเสนอแนวคิด ขา่ ว แนวคดิ สำคญั ทีส่ ่ือมำพร้อมเนื้อหำของข่ำว มุง่ นำเสนอว่ำใคร โฆษณา ทำอะไร ท่ีไหน อยำ่ งไร แนวคดิ คือกำรนำเสนอคุณสมบัติ สมรรถนะของสนิ ค้ำ และบริกำรท่ีต้องกำรชกั จูง โนม้ น้ำวใหผ้ รู้ บั สำรเกิดควำมสนใจ เพลง มลี ักษณะคล้ำยละคร คอื มุ่งควำมบนั เทงิ และจรรโลง ใจสอดแทรกแนวคดิ ต่ำงๆ ลงไป ละคร แนวคิดสำคญั มุง่ ใหค้ วำมบนั เทิงเปน็ หลัก มกี ำรสอดแทรก แนวคดิ ทรรศนะ คำสอนของผสู้ ง่ สำรลงไปดว้ ย แนวทางการประเมินคา่ แนวคดิ กำรพจิ ำรณำ ใครค่ รวญ ไตรต่ รองว่ำแนวคิดท่ปี รำกฏนนั้ ส่งผล หรือมีอทิ ธิพลอย่ำงไรตอ่ ตัวบุคคลหรอื สังคมโดยรวม ผรู้ ับสำรแตล่ ะคนมสี ทิ ธิ ในกำรตคี วำม เหน็ ด้วย ไม่เหน็ ด้วยกบั สำรทีไ่ ด้รบั อยำ่ งอสิ ระ
๒หน่วยการเรียนรู้ที่ การพดู อภปิ ราย การพดู แสดงทรรศนะ และการโตแ้ ยง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. พดู ในโอกาสตา่ งๆ พดู แสดงทรรศนะ โตแ้ ยง้ โนม้ นา้ วใจและเสนอแนวคดิ ใหมด่ ว้ ยภาษาถกู ตอ้ งเหมาะสมได้ ๒. มีมารยาทในการฟัง การดแู ละการพดู
การพูดอภิปราย ความหมายและความสาคญั ของการพูดอภปิ ราย กำรทบี่ ุคคลกล่มุ หนงึ่ มคี วำมต้องกำรจะปรึกษำหำรอื กันในเร่อื งใดเรอื่ งหนึง่ เพอ่ื ช่วยกันแสดงควำมคิดเหน็ เพื่อแก้ปัญหำ หรือเป็นกำรแลกเปลี่ยนควำมร้กู ัน
การพดู อภิปราย จุดมงุ่ หมายของการพดู อภปิ ราย เพือ่ แลกเปลย่ี นควำมรู้ ควำมคิดและประสบกำรณ์ เพื่อแกป้ ญั หำร่วมกนั ในเรือ่ งใดเรอ่ื งหนึง่ เพื่อนำคนที่มีควำมสนใจในเร่ืองเดียวกนั มำพดู เรอ่ื งที่สนใจเหมอื นกนั เพื่อนำเสนอข้อเทจ็ จริงอย่ำงเปน็ ทำงกำร เพือ่ วเิ ครำะหเ์ รื่องใดเรอ่ื งหน่ึงทม่ี คี วำมคดิ เห็นแตกต่ำงกนั ตำมมมุ มองของผู้อภปิ รำย
ประเภทของการพูดอภปิ ราย การอภปิ รายในกลุม่ กำรอภิปรำยตง้ั แต่ ๒ คนขนึ้ ไป ุุกคนมสี ่วนในกำรพดู แสดงควำมคิดเหน็ การอภปิ รายในทป่ี ระชมุ ชน กำรอภิปรำยกลมุ่ หนึ่งเปน็ ผู้พดู อกี กล่มุ หนง่ึ เป็นผฟู้ ัง เมื่อจบกำรอภปิ รำยจะเปดิ โอกำสใหผ้ ้ฟู งั ไดซ้ ักถำมหรือร่วมแสดงควำมคดิ เหน็ แบง่ เป็น ๒ ลกั ษณะ ๑. การอภปิ รายเป็นคณะ ๒. การอภิปรายแบบปาฐกถาหมู่ องค์ประกอบของการพดู อภิปราย ผู้ดาเนนิ การอภปิ ราย ผ้อู ภิปราย หวั ข้อเร่อื ง สถานท่ีอภิปราย
ประเภทของการพดู อภปิ ราย ผดู้ ำเนนิ กำรอภปิ รำยกล่ำวทักทำย ผ้รู ว่ มอภปิ รำยและผฟู้ งั กำรอภิปรำย ผู้ดำเนินกำรอภิปรำยกล่ำวถงึ ควำมสำคัญของประเด็นทจ่ี ะอภิปรำย ผดู้ ำเนนิ กำรอภปิ รำยกลำ่ วแนะนำผู้ร่วมอภิปรำย และกลำ่ วถงึ ขั้นตอนที่จะใชใ้ นกำรอภิปรำย เพ่ือใหเ้ ป็นขอ้ ตกลงร่วมกันของผรู้ ่วมอภปิ รำย เมอ่ื ผู้อภปิ รำยไดอ้ ภปิ รำยจบลง ผู้ดำเนินกำรอภิปรำยสรปุ สำระสำคญั ของผู้ทีอ่ ภิปรำย และพดู เช่อื มโยงกลำ่ วเชิญผู้อภิปรำยคนต่อไป เม่อื กำรอภปิ รำยจบลง ผู้ดำเนนิ กำรอภปิ รำยสรปุ สำระสำคัญและเชิญใหผ้ ฟู้ ังได้ร่วมแสดงควำมคดิ เหน็ หรอื ซักถำมปัญหำ ใหผ้ ูร้ ่วมอภิปรำยทุกคนมสี ่วนร่วมในกำรตอบปัญหำ ผู้ดำเนินกำรอภปิ รำยสรปุ สำระท่ีไดจ้ ำกกำรอภิปรำยอีกคร้งั หนึ่ง และกล่ำวขอบคณุ ทกุ ฝำ่ ยทร่ี ว่ มกำรอภปิ รำย
การพดู แสดงทรรศนะ ทรรศนะเชิงขอ้ เท็จจรงิ กำรแสดงทรรศนะเชิงข้อเท็จจริงเป็นเพียงกำรสนั นษิ ฐำน จะน่ำเชื่อถอื มำกนอ้ ยเพียงใด ขอ้ เทจ็ จริงที่ถูกตอ้ ง ขึ้นอยู่กับเหตุผลทีผ่ ูแ้ สดงทรรศนะนำมำสนับสนุน ทรรศนะเชิงคุณค่า เป็นทรรศนะทเ่ี กดิ จำกกำรประเมนิ อำจเป็นวัตถุ บคุ คล กจิ กรรม โครงกำร วธิ ีกำรหรือทรรศนะ อำจจะประเมนิ โดยกำรเปรียบเทยี บกับสง่ิ ทีเ่ ปน็ ประเภท เดียวกันหรอื มีลกั ษณะคล้ำยกนั ตำมเกณฑ์ที่กำหนด หรอื ประเมินโดยลำพงั ของสิง่ น้นั ก็ได้ ทรรศนะเชงิ นโยบาย เป็นทรรศนะทีบ่ ่งบอกว่ำในอนำคตควรทำอะไร อย่ำงไรหรอื ควรจะปรับปรงุ แก้ไขสง่ิ ใด นโยบำยมหี ลำยระดบั ตงั้ แตร่ ะดับบุคคล กลุ่มบุคคล องค์กำร สถำบันและประเทศชำติ ทรรศนะประเภทนี้มกั จะต้องบอกให้แน่ชัด ข้นั ตอนอยำ่ งไร มเี ปำ้ หมำยเปน็ ประโยชนอ์ ย่ำงไร
องคป์ ระกอบของการพูดแสดงทรรศนะ โครงสร้างของการแสดงทรรศนะ ประกอบด้วยสว่ นสำคญั ๓ สว่ น คือ ทมี่ า ข้อสนับสนนุ ข้อสรปุ คอื สว่ นทีเ่ ป็นเรือ่ งรำว คอื หลกั กำรข้อเท็จจริง คือ สำรทส่ี ำคญั ของกำรแสดงทรรศนะ ทำใหเ้ กิดกำรแสดงทรรศนะ ทรรศนะของบคุ คลอน่ื เปน็ ขอ้ วินจิ ฉยั ข้อสนั นษิ ฐำน ขอ้ เสนอแนะหรอื ท่ีผแู้ สดง-ทรรศนะนำมำใช้ กำรประเมนิ ทน่ี ำเสนอเพ่อื ใช้เปน็ แนวทำงปฏบิ ตั ิ และมีควำมจำเปน็ ประกอบให้เป็นเหตผุ ลสนบั สนนุ เพอื่ ให้เกิดกำรเปลยี่ นแปลงไปในทศิ ทำงที่ดี ทจ่ี ะตอ้ งแสดงทรรศนะ ภาษาท่ีใชใ้ นการแสดงทรรศนะ • ควรใชถ้ อ้ ยคำกะทดั รัด มคี วำมหมำย เรียงลำดบั เนื้อควำมไม่สบั สน ถกู ต้องตำมระดับของกำรสอ่ื สำร • ใช้คำหรอื กลมุ่ คำกรยิ ำช่วยในขอ้ สรุป เช่น นำ่ นำ่ จะ คง ควรจะตอ้ ง • ใชค้ ำหรอื กลมุ่ คำท่ีสอ่ื ควำมหมำยไปในทำงแสดงทรรศนะ แสดงควำมเช่อื มั่น คำดคะเน
การโตแ้ ย้ง ความหมายและความสาคญั ของการโตแ้ ยง้ การโตแ้ ยง้ คือ กำรแสดงทรรศนะแย้งกนั ระหว่ำงบุคคล ๒ ฝ่ำย โดยแต่ละฝำ่ ยจะใชข้ ้อมลู สถิติ หลกั ฐำน เหตผุ ล เพือ่ สนับสนุนทรรศนะของตน คดั ค้ำนทรรศนะของอกี ฝ่ำยหนึง่ คณุ สมบตั ิของผโู้ ต้แยง้ • มคี วำมรู้ ควำมเข้ำใจหัวขอ้ ท่ีจะนำมำโตแ้ ย้งเปน็ อยำ่ งดี • มคี วำมสำมำรถในกำรเรียบเรียงหัวข้อท่ีจะโตแ้ ย้ง ไม่ทำใหผ้ ูฟ้ ังสับสน • มคี วำมสำมำรถในกำรนำเสนอ • มีควำมสำมำรถในกำรสรุปไดอ้ ย่ำงคมคำยและนำ่ เช่ือถอื ประเด็นในการโต้แยง้ • ข้อโต้แย้งเชิงนโยบาย มงุ่ ใหเ้ กิดกำรกระทำใหม่ เปลยี่ นแปลงวธิ กี ำรปฏิบัตทิ ี่จะทำให้ดีกวำ่ ที่เคยเปน็ อยู่ • ข้อโตแ้ ย้งเชิงขอ้ เทจ็ จริง เพือ่ เสนอทำงเลอื กทั้งในแง่ควำมคดิ และกำรกระทำให้แก่ผู้ฟัง • ข้อโต้แย้งเชงิ คณุ ค่า กำรตัดสนิ มำตรฐำนของแนวคดิ หรือสิง่ ทนี่ ำเสนอมักจะมีคำท่ีชี้ให้เห็น
Search
Read the Text Version
- 1 - 16
Pages: