สถานประกอบการ หมายถึง สถานประกอบการท่รี ่วมมอื กบั สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบนั การอาชีวศึกษาในสงั กดั ส านกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษาเพ่ือจดั การอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพ ท้งั น้ี ตามหลกั เกณฑท์ คี่ ณะกรรมการการอาชีวศึกษาก าหนด เช่น บริษทั จ ากดั บริษทั จ ากดั (มหาชน) หา้ ง หุ้นส่วน ร้านคา้ อู่ สถานประกอบอาชีพอสิ ระ แหลง่ วิทยาการ แหล่งวิทยาการ หมายถงึ หน่วยราชการ รฐั วิสาหกิจ หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารของราชการ หรือสถานประการ ท้งั น้ี ค าว่า แหล่งวทิ ยาการไม่รวมถงึ สถานศกึ ษา ผคู้ วบคมุ การฝึก หมายถึง ผทู้ ่ีสถานประการมอบหมายใหท้ าหนา้ ที่ ประสานงานกบั สถานศกึ ษา ในการจดั ฝึกงาน และรบั ผดิ ชอบดูแลการฝึกงานของนกั ศกึ ษาในสถานประกอบการ ครูฝึก หมายถึง ผทู้ ี่ท าหนา้ ที่ สอน ฝึก อบรม นกั ศึกษาในสถานประกอบการ การฝึกทกั ษะวิชาชีพ หมายถึง การเรียน การฝึก การปฏบิ ตั ิงาน ในสถานประกอบการ บนั ทกึ ความร่วมมอื หรือ MOU มาจากค าวา่ Memorandum of Understanding หมายถึง หนงั สือซ่ึงฝ่ายหน่ึงแสดงความสมคั ใจ จะปฏบิ ตั อิ ยา่ งหน่ึงอยา่ งใดและตามเงื่อนไขทีป่ รากฏใน หนงั สือน้นั กบั อีกฝ่ายหน่ึง โดยทห่ี นงั สือน้ีไมถ่ อื วา่ เป็นสัญญาผกู มดั แต่แสดงความตอ้ งการอนั แน่วแน่ ของผลู้ งนามว่า จะปฏบิ ตั ดิ งั ทไี่ ดร้ ะบไุ ว
การอาชีวศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green College) 1. บทบาทของผบู้ ริหารในการจดั การสิ่งแวดลอ้ มโดยภาพรวมอยใู่ นระดบั มากโดยเรียงค่าเฉล่ียจากมากไปนอ้ ย คอื ▪ ดา้ นการจดั กิจกรรมรณรงคแ์ ละรักษาสิ่งแวดลอ้ มของสถานศึกษา การเปล่ยี นแปลงของสภาพแวดลอ้ มในปัจจุบนั ดว้ ยน้ามอื ของมนุษยก์ อ่ ให้เกิดผลกระทบต่อการดารงชีวิต เกิดปัญหาตา่ ง ๆ ข้นึ มากมาย เช่น ปัญหาภาวะโลกร้อน ทเ่ี ราทุกคนกาลงั ประสบอยู่ ซ่ึงปัญหาดงั กล่าวเกิด จากการใชท้ รพั ยากรส่ิงแวดลอ้ มที่ขาดความตระหนกั และใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งคุม้ ค่า โดยให้ความรู้แกน่ กั เรียน และผูเ้ กี่ยวขอ้ ง ใหต้ ระหนกั ถึงการอนุรักษแ์ ละพฒั นาส่ิงแวดลอ้ ม ในโรงเรียนและชุมชน ซ่ึงเป็นสิ่งแวดลอ้ ม ใกลต้ วั เมื่อเราสามารถอนุรกั ษแ์ ละพฒั นาส่ิงแวดลอ้ ม ใหอ้ ยใู่ นสภาพดีไดแ้ ลว้ เพ่ือให้มีผลต่อการเรียนรู้ บรรยากาศที่ดี มสี ภาพแวดลอ้ มเหมาะแก่การเรียนรู้ เพ่ิมศกั ยภาพและผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนกั เรียนได้ และนกั เรียนยงั สามารถนาความรู้ ทกั ษะ และประสบการณ์ที่ไดร้ ับไปประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ ป็นประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ได้ สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการศกึ ษาของ สพฐ. และ สมศ. วตั ถปุ ระสงค์ ๑. เพ่ือสร้างความตระหนกั ให้กบั ผเู้ รียนและชุมชนร่วมกนั อนุรักษส์ ิ่งแวดลอ้ ม ๒. เพื่อใหผ้ ูเ้ รียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจและเกิดทกั ษะในการอนุรกั ษแ์ ละพฒั นาส่ิงแวดลอ้ มให้ยง่ั ยืน ๓. เพอ่ื ให้ผเู้ รียนนาความรู้และประสบการณท์ ีไดร้ ับไปใชใ้ นการอนุรกั ษแ์ ละพฒั นาส่ิงแวดลอ้ มท่เี กิดประโยชน์ แก่ตนเองและสงั คมได้
▪ ดา้ นการบริหารงานส่ิงแวดลอ้ มของสถานศกึ ษา โดยเนน้ พฒั นาทรพั ยากรมนุษยส์ ิ่งแวดลอ้ ม ... ความสามารถ ดา้ นผูป้ กครองและชุมชน ไดแ้ ก่ การบริหาร จดั การสถานศึกษา และการพฒั นาต่างๆ ... สาาคญั อยา่ งย่งิ ที่จะบริหารสภาพแวดลอ้ มในสถานศกึ ษาทเี่ อ้อื ตอ่ การ ปฏิบตั งิ านของครู ผคู้ น้ ควา้ อสิ ระจึงสนใจท่ีจะศึกษาการ. ▪ ดา้ นการจดั บรรยากาศและสภาพแวดลอ้ มของสถานศกึ ษา และ บรรยากาศของโรงเรียนเป็นสภาวะอนั เกิดจากการมปี ฏสิ ัมพนั ธร์ ะหวา่ งบุคคลกบั ส่ิงแวดลอ้ มในโรงเรียน แลว้ ส่งผลถึงความรู้สึกของบุคคล เป็นสภาพการณ์ที่ไมอ่ าจมองเห็นหรือจบั ตอ้ งได้ ปัจจยั สาคญั ของการจดั สภาพแวดลอ้ มในสถานศกึ ษาประการหน่ึง คือ การพฒั นาผเู้ รียน การทจี่ ะ. ทาให้ผูเ้ รียนพฒั นาไดด้ ีน้นั จะตอ้ งจดั บรรยากาศ และสภาพแวดลอ้ มในดา้ นตา่ งๆ ...โดย อารี ยา ส ดา รตั น์ - 2014
▪ ดา้ นการร่วมมือระหวา่ งสถานศกึ ษากบั ชุมชนดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม บทบาทของผูบ้ ริหารในการจดั การส่ิงแวดลอ้ ม จาแน ภาพรวมและรายดา้ น อยใู่ นระดบั มาก ซ่ึงผบู้ ริหารสถานศึกษา เห็นว่าดา้ นทม่ี ีการปฏิบตั สิ ูงท่สี ุด คอื ดา้ นการบริหาร สถานศกึ ษา รองลงมาดา้ นการจดั กิจกรรมรณรงคแ์ ละรกั ษาส่ิงแวดลอ้ มของสถานศกึ ษา และดา้ นท่ีมกี ารปฏบิ ตั ติ ่าที่ส ระหว่างสถานศกึ ษากบั ชุมชนดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม ส่วนครูผสู้ อน เห็นว่าดา้ นท่ีมีการปฏิบตั สิ ูงทีส่ ุด คือ ดา้ นการจดั กิจกร สิ่งแวดลอ้ มของสถานศกึ ษา รองลงมา ดา้ นการร่วมมอื ระหวา่ งสถานศกึ ษากบั ชุมชนดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม และดา้ นที่มีกา การจดั บรรยากาศและสภาพแวดลอ้ มของสถานศกึ ษา 2. ผบู้ ริหารสถานศกึ ษาและครูผูส้ อน มีความคิดเห็นตอ่ บทบาทของผูบ้ ริหารในการจดั การส่ิงแวดลอ้ มของสถานศกึ ษา โดยภ นยั สาคญั ทางสถิตทิ รี่ ะดบั .๐๕ และผบู้ ริหารและครูผสู้ อนท่ที างานในสถานศึกษาท่ีมขี นาดตา่ งกนั มรี ะดบั ความคิดเห็นตอ่ บท จดั การส่ิงแวดลอ้ มของสถานศึกษา โดยภาพรวมไม่แตกตา่ งกนั
3. ขอ้ เสนอแนะในการจดั การส่ิงแวดลอ้ มของสถานศึกษา คือผูบ้ ริหารควรมวี ิสัยทศั น์ มีการวางแผนและกาหนดนโยบายท่ชี ดั สิ่งแวดลอ้ มท้งั ภายในและภายนอกสถานศกึ ษาทเ่ี อ้อื ตอ่ การเรียนรู้ของนกั เรียนอยา่ งจริงจงั และควรส่งเสริมสนบั สนุนใหน้ กั เ ชุมชน มีโอกาสแสดงความคดิ เห็นในการปรบั ปรุง การจดั สิ่งแวดลอ้ มดา้ นอาคารสถานที่ เพือ่ ทาใหส้ ถานศึกษาเป็นสถานศึก ท่ีมา : https://so06.tci-thaijo.org/index.php
ความสามารถด้านดจิ ทิ ลั (Digital Literacy) ความสามารถดจิ ติ อล (Digital Literacy) เขา้ ใจหลกั ความปลอดภยั ไซเบอร์ ต่อมาจึงเป็นการตอ่ ยอดไปสู่การประยกุ ตใ์ ช้ และพฒั นาการใชใ้ หเ้ ทคโนโลยี ตอบโจทยช์ ีวิตของตนเอง คนรุ่นใหม่ส่วนใหญต่ อ้ งการใชช้ ีวติ อิสระ มากกว่างานประจาทาให้รายไดไ้ มแ่ น่นอน และขาดสวสั ดิการมนั่ คงนิยม หาเงินเพ่อื ใชม้ ากกวา่ เกบ็ อตั ราการเป็นหน้ีสูงข้ึนต้งั แตอ่ ายยุ งั นอ้ ยจึงตอ้ งรู้จกั หลกั บริหารการเงินให้ดี เขา้ ใจ หลกั ความเส่ียงกบั ผลตอบแทนรู้ทนั การหลอกลวง เช่น เงนิ ดิจิตอลปลอม เป็นตน้ ทกั ษะความเขา้ ใจและใชเ้ ทคโนโลยีดิจิทลั หรือ Digital literacy หมายถึง ทกั ษะในการนาเคร่ืองมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยดี ิจิทลั ทม่ี ีอยใู่ นปัจจุบนั อาทิ คอมพวิ เตอร์ โทรศพั ท์ แทปเลต โปรแกรม คอมพิวเตอร์ และสื่อออนไลน์ มาใชใ้ ห้เกิดประโยชนส์ ูงสุด ในการส่ือสาร การปฏบิ ตั ิงาน และการทางาน ร่วมกนั หรือใชเ้ พื่อพฒั นากระบวนการทางาน หรือระบบ ...
Digital literacy หรือทกั ษะความเขา้ ใจและใชเ้ ทคโนโลยดี ิจิทลั ... และวิทยาการต่างๆ เน้ือหาการ เรียนรู้แบบ ดิจิตอลจะเขา้ มาแทนท่ีไดเ้ พราะสามารถแกไ้ ขเน้ือหาภาย ไดส้ ะดวก การรู้ดิจิทลั (Digital literacy) คืออะไร ทุกวนั น้ีผูใ้ หญ่ส่วนใหญ่มกั เรียกเดก็ และเยาวชนในยคุ ปัจจุบนั วา่ Digital native ซ่ึงหมายถงึ กลุ่มคนท่ีเกิดและเติบโตในยคุ เทคโนโลยดี ิจิทลั เดก็ และเยาวชนเก่ียวขอ้ งกบั ส่ิงตา่ งๆ ที่เป็นดิจิทลั ดว้ ยรูปแบบและช่องทางทแ่ี สนงา่ ยดายในทุกที่และทกุ เวลาที่ตอ้ งการ ตวั อยา่ งการมสี ่วนร่วมแบบออนไลน์ เช่น Social networking Instant-massing (IM) Video-strea ming การแชร์ภาพ และการใชอ้ นิ เทอร์เนต็ แบบเคล่ือนที่
แมว้ า่ การแนะนาเกี่ยวกบั การใชเ้ ทคโนโลยอี ินเทอร์เนต็ จะไมใ่ ช่เร่ืองจาเป็นสาหรับเด็ก และเยาวชนยคุ ดิจิทลั นอกจากน้ีพวกเคา้ ยงั สามารถพฒั นาทกั ษะเก่ียวกบั เทคโนโลยีอนิ เทอร์เน็ตไดอ้ ยา่ งรวดเร็วเมอ่ื เป รียบเทียบกบั กล่มุ คนทมี่ ีอายมุ ากกว่า แต่ทวา่ การใชง้ านท่ีปราศจากคาแนะนาก็ทาใหพ้ วกเคา้ ยงั คงเป็นเพยี งผใู้ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ และการสื่อสารมือสมคั ร ซ่ึงนาไปสู่ขอ้ กงั วลและปัญหาต่างๆ เกี่ยวกบั การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารทีเ่ หมาะสมและถกู ตอ้ ง เพอ่ื ให้ความรู้ในเรื่องดงั กลา่ วแกเ่ ด็กและเยาวชน เด็กและเยาวชนจาเป็นตอ้ งพฒั นาความรู้ การคิดเชิงวิเคราะห์ รวมถงึ ทกั ษะการส่ือสารและการจดั การสารสนเทศสาหรับยคุ ดิจิทลั นอกจากน้ีจากการเพ่ิมข้นึ ของธุรกิจและบริการในรูปแบบออนไลนผ์ ทู้ มี่ ที กั ษะการรู้ดิจิทลั มกั จะ เป็นผไู้ ดร้ บั ประโยชน์ในการเขา้ ถงึ บริการการสุขภาพและบริการจากภาครฐั และโอกาสสาหรบั การถกู ว่าจา้ งงานการศกึ ษาและการมสี ่วนร่วมของภาคประชาชนเป็นภาพโมเดลขา้ งตน้ นาเสนอ ส่วนประกอบตา่ งๆท่ีเก่ียวขอ้ งสมั พนั ธ์กนั ภายใตก้ ารรู้ดิจิทลั ครอบคลมุ ต้งั แต่ประเดน็ ข้นั พ้นื ฐาน ไปจนกระทงั่ ข้นั ที่สูงข้ึน ท้งั น้ีเป็นการพฒั นาเชิงตรรกะจากทกั ษะข้นั พ้นื ฐานไปสู่ทกั ษะที่สูงข้นึ แตก่ ารปฏิบตั ิน้นั ไม่จาเป็นตอ้ งเป็นไปตามลาดบั ข้นั ส่วนมากข้นึ อยกู่ บั ความตอ้ งการของผเู้ รียนรู้ แต่ละคนนิยามของคาว่า การรู้หนงั สือ หรือ Literacy แบบด้งั เดิมน้นั เนน้ ทกั ษะซ่ึงเกี่ยวขอ้ งกบั การคิดคานวณ การฟัง การพูด การอ่าน การเขยี น และการคิดเชิงวิเคราะห์ดว้ ยเป้าหมายคือการพฒั นานกั คิดและผเู้ รียนผซู้ ่ึงสามารถเขา้ ร่วมสังคม ในวธิ ีทม่ี ปี ระสิทธิภาพ ทกั ษะท้งั หมดดงั กล่าวจาเป็นสาหรับการมสี ่วนร่วมในสังคมดิจทิ ลั อยา่ งไรกต็ ามมนั เป็นเพียงส่วนหน่ึงของชุดทกั ษะและความสามารถท้งั หมดซ่ึงจาเป็น
ความสามารถทางการเงิน (Financial Literacy) ในโลกยคุ ใหมท่ ีค่ นจมอยกู่ บั ตวั เองและมือถอื ตอ้ งระวงั การเห็นโลกดา้ นเดียว (Filter Bubble)หรือ ขาดการรับรู้ในมุมมองอน่ื ทีแ่ ตกต่าง และหลากหลายในสงั คมเป็นปรากฏการณ์ทเ่ี รียกวา่ Echo Chamber รวมถึงการทาประโยชนค์ นื กลบั ให้กบั สงั คมดว้ ย สรุปผลการสารวจทกั ษะทางการเงนิ (Financial Literacy) ปี 2559 และแนวทางการด าเนินการของ ธปท. ทกั ษะทางการเงนิ เป็นพ้ืนฐานสาคญั ทจี่ าเป็นในการด ารงชีวติ ของประชาชน ผทู้ ่ีมที กั ษะทางการเงิน ดีจะมี ความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั ผลติ ภณั ฑท์ างการเงนิ สามารถวางแผน และบริหารจดั การเงนิ ไดอ้ ยา่ งมี ประสิทธิภาพ ท้งั ในดา้ นการใชจ้ า่ ย การเก็บออม และการจดั การหน้ีสิน ซ่ึงเป็นภูมิคุม้ กนั ทางการเงนิ สาคญั ที่จะ ช่วยเพิม่ พนู ความมง่ั คงั่ ในการพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ของตนเองและครอบครวั สามารถรบั มอื กบั ความทา้ ทายต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งมน่ั คงเช่น การบริหารจดั การหน้ีให้เหมาะกบั ความสามารถของตน และการเตรียมพร้อมสาหรับ เขา้ สู่วยั เกษียณ ซ่ึงนาไปสู่ความเป็นอยทู่ ีด่ ีอยา่ งยงั่ ยืนของประชาชน และเสถยี รภาพทางเศรษฐกิจของ ประเทศต่อไป อยา่ งไรกด็ ีคนไทยในปัจจบุ นั ยงั มีทกั ษะทางการเงนิ ไมเ่ ขม้ แขง็ นกั ประกอบกบั สภาพแวดลอ้ มต่าง ๆ เช่น การกา้ วเขา้ สู่สังคมผสู้ ูงอายแุ ละสภาวะหน้ีครัวเรือนในระดบั สูง ซ่ึงเป็นความทา้ ทายท่ตี อ้ งกา้ วผา่ นในระยะตอ่ ไป ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)จึงตระหนกั ถึงความจ าเป็นในการเร่ง ส่งเสริมทกั ษะทางการเงนิ ให้แกป่ ระชาชนอยา่ งต่อเน่ือง โดยไดท้ าการสารวจทกั ษะทางการเงนิ ของคนไทย เพื่อให้ทราบพฒั นาการระดบั ทกั ษะทางการเงิน ซ่ึงใช้เป็นขอ้ มูลประกอบการกาหนดนโยบายการส่งเสริม ความรู้ทางการเงนิ ให้เหมาะสมต่อไป การสารวจทกั ษะทางการเงนิ ปี 2559 เป็นการสารวจตามแนวทางของ OECD1
โดยร่วมมือกบั ส านกั งานสถติ ิแห่งชาติซ่ึงครอบคลุมกลมุ่ ตวั อยา่ ง 10,876 ราย ท้งั ในและนอกเขต เทศบาลจากทุกจงั หวดั ทวั่ ประเทศ โดยมี รายละเอียดดงั น้ี 1. ภาพรวมผลการสารวจปี 2559 การสารวจทกั ษะทางการเงนิ ตามแนวทางของ OECประกอบดว้ ย องคป์ ระกอบ 3 ดา้ น คอื (1) ความรู้ทางการเงนิ (2) พฤตกิ รรมทางการเงนิ และ (3) ทศั นคตทิ างการเงิน ซ่ึง พบวา่ คา่ เฉลย่ี ทกั ษะทางการเงนิ ของคนไทยในปี 2559 อยทู่ ร่ี ้อยละ 61.0 โดยคนไทยออ่ นดา้ นความรู้ทาง การเงนิ ทสี่ ุด มีคะแนนอยทู่ ร่ี ้อยละ 48.6 สาหรบั ดา้ นพฤติกรรมทางการเงินมีคะแนนทร่ี ้อยละ 62.2 และดา้ นทศั นคตทิ างการเงินมีคะแนนทีร่ อ้ ยละ 76.0 ซ่ึงในภาพรวมทกั ษะทางการเงินของคนไทยมแี นวโนม้ ดีข้ึนกวา่ ปี 2556 และเท่ากบั ปี 2558 แต่ องคป์ ระกอบในดา้ นพฤติกรรมทางการเงนิ มีแนวโนม้ ลดลงจากปี 2556 และ 2558 เช่น การไมต่ ้งั เป้าหมาย ระยะยาว ขาดการดูและบริหารเงนิ ของตนเองอยา่ งใกลช้ ิด ไม่ช าระคา่ ใชจ้ ่ายตรงตามเวลาเรียกเก็บ และขาด การไตร่ตรองอยา่ งถถี่ ว้ นกอ่ น การเลอื กซ้ือ ส่วนในดา้ นทศั นคตทิ างการเงินปรับตวั ดีข้ึนจากการสารวจ 2 คร้งั ก่อนสาหรับช่วงวยั ท่ี มีคะแนนทกั ษะทางการเงินต่ากว่ากลมุ่ อนื่ ไดแ้ ก่ กลุ่มเจนเนอเรชนั่ Z2 (อายตุ ่ากวา่ 16 ปี ) กลมุ่ เจนเนอเรชน่ั Baby Boomer ข้ึนไป (อายตุ ้งั แต่ 51 ปี ข้นึ ไป) นอกจากน้นั หากพจิ ารณาทกั ษะ ทางการเงิน 2. จดุ อ่อนทกั ษะทางการเงนิ ในมติ ิตา่ ง ๆ 2.1 มิตอิ งคป์ ระกอบของทกั ษะทางการเงิน (2.1.1) ดา้ นความรู้ทางการเงิน พบว่า คนไทยไดค้ ะแนนนอ้ ยกวา่ คา่ เฉล่ยี OECD เกือบทุกหวั ขอ้ ยกเวน้ เร่ือง การคานวณเงนิ ตน้ และดอกเบ้ยี เงนิ ฝาก โดยจดุ ออ่ นของคนไทยท่ียงั คงพบต่อเน่ือง เช่น มูลค่าเงินตาม กาลเวลา ดอกเบ้ยี เงนิ ฝากทบตน้ และการกระจายความเส่ียงในการลงทุน เช่นเดียวกบั การสารวจคร้งั ก่อน ๆ นอกจากน้ีหวั ขอ้ ท่เี ป็นจดุ ออ่ นทีส่ ุดของคนไทยเมือ่ เปรียบเทียบกบั คา่ เฉลย่ี OECD คอื นิยามเงินเฟ้อ ซ่ึง ความไมเ่ ขา้ ใจเร่ืองภาวะเงนิ เฟ้ออาจเป็นหน่ึงปัจจยั ท่ีส่งผลใหค้ นไทยวางแผนการเงินเพื่อยามเกษียณไม่ เหมาะสม เนื่องจากไมไ่ ดค้ านึงถึงมูลคา่ ของเงินทล่ี ดลงไปตามกาลเวลา (2.1.2) ดา้ นพฤตกิ รรมทางการเงนิ พบว่า แมใ้ นภาพรวมจะมีคะแนนเฉล่ยี สูงกว่าคา่ เฉลย่ี OECD แตม่ ีจดุ ที่ควรพฒั นาต่อไปในดา้ นการจดั สรรเงินก่อนใชจ้ ่าย การบริหารจดั การเงนิ เพ่อื มิให้ประสบปัญหา เงนิ ไมพ่ อใช้ การศึกษาและเปรียบเทียบขอ้ มลู กอ่ นซ้ือผลิตภณั ฑท์ างการเงิน และการเลอื กวธิ ีการออมท่ี เหมาะสม นอกจากน้ี ยงั พบว่าพฤติกรรมการออมควรไดร้ บั การส่งเสริมใหด้ ีข้ึน เน่ืองจากพบว่ากว่า 1 ใน 3 ของคนไทยไมม่ เี งินออม โดย ผทู้ ่ีมีเงนิ ออมส่วนใหญม่ กั ออมเงนิ เผ่ือฉุกเฉิน/เจ็บป่ วย และเพ่อื ใชจ้ ่ายยามชรา หรือเกษียณอายุ อยา่ งไรก็ตาม พบวา่ คนไทยกว่า 1 ใน 3 ยงั มีจานวนเงนิ ออมเผอ่ื ฉุกเฉินต่ากวา่ ท่คี วรจะเป็น (พอสาหรับค่าใชจ้ า่ ย 3 เดือน) และมีเพยี ง 14% ท่ีวางแผนเกบ็ ออมเพอ่ื ยามชราและสามารถท าไดต้ ามแผนท่ี วางไว
(2.1.3) ดา้ นทศั นคตทิ างการเงนิ พบว่าทศั นคติท่ีคนไทยควรไดร้ ับการพฒั นาท่ีสุด คือ นิยม ความสุข ในการใชเ้ งินมากกวา่ การออมเพ่อื อนาคต 2.2 มิตชิ ่วงวยั ของประชากรในแต่ละเจนเนอเรช่ัน (Gen) (2.2.1) Gen Z (ผทู้ ่ีเกิดปี 2544 เป็นตน้ ไป) มคี วามรู้ ทางการเงนิ พ้ืนฐานยงั ไมด่ ีนกั สาหรบั ดา้ นพฤติกรรมก็ยงั ไม่เห็นความสาคญั ของการต้งั เป้าหมายทาง การเงนิ ระยะยาว เนน้ เพียงสามารถใชเ้ งินที่ไดม้ าให้ เพียงพอตอ่ คา่ ใชจ้ ่าย รวมท้งั ยงั ไมเ่ ห็นความสาคญั ของ การเกบ็ ออมและไม่ไดเ้ ก็บออมในวิธีทเ่ี หมาะสม นอกจากน้ี ยงั ขาดทกั ษะในการเปรียบเทียบขอ้ มูลกอ่ นซ้ือ และไมท่ ราบแหล่งขอ้ มูลทเ่ี หมาะสมในการศกึ ษาหาขอ้ มูล สาหรบั ดา้ นทศั นคติ ควรส่งเสริมใหม้ ที ศั นคติท่ี ดีเก่ียวกบั การออม ยงั ไมไ่ ดค้ ิด/ วางแผน 25.2% คดิ / วางแผนแลว้ แต่ยงั ไมเ่ ริ่มท า 30.4% คิด/ วางแผนแลว้ แต่ยงั ท าไมไ่ ดต้ ามแผน ท่ีวางไว/้ ต้งั ใจไว้ 30.2% คิด/ วางแผนแลว้ และท าไดต้ ามแผนทีว่ างไว้ 14.2% การ คดิ วางแผนเก็บออมไวส้ าหรับยามเกษียณ < 3 เดือน 37.3% 3 - 6 เดือน 6 เดือน - 1 ปี 8.2% 9.3% มากกว่า 1 ปี 13.0% ไม่แน่ใจ 32.2% จานวนเงินออมเผอื่ ฉุกเฉิน (2.2.2) Gen Y (ผทู้ ่ีเกิดปี 2524 – 2543) มีความรู้การเงนิ พ้ืนฐานที่ค่อนขา้ งดี แต่ในดา้ นพฤติกรรม พบว่าส่วน ใหญ่ยงั ไมม่ เี ป้าหมายทางการเงินในระยะยาว และขาดการบริหารจดั การเงินทดี่ ี เช่น จดั สรรเงินกอ่ นใช้ ออม เงินในวิธีที่เหมาะสม หรือ ไม่กเู้ งนิ เมอื่ เงินไม่พอใช้ รวมท้งั ขาดการไตร่ตรองอยา่ งถีถ่ ว้ นกอ่ นซ้ือ สินคา้ และ มีการใชจ้ ่ายเกินตวั สาหรบั ดา้ นทศั นคติ ควรส่งเสริมทศั นคติดา้ นการออมเช่นกนั
(2.2.3) Gen X (ผทู้ ่ีเกิดปี 2509 – 2523) มีความรู้ทางการเงินค่อนขา้ งดี แตพ่ บว่าส่วนใหญ่ยงั ไม่ สามารถบริหารจดั การเงนิ ให้รองรบั กบั ความรับผดิ ชอบทางการเงนิ ท่ีเพิ่มมากข้นึ ท าให้เกิดปัญหาเงินไม่ พอใช้ นอกจากน้ียงั มวี ธิ ีการออมทไ่ี ม่เหมาะสมมากนกั รวมท้งั ไม่ทราบแหล่งขอ้ มูลท่ีควรศึกษากอ่ น ตดั สินใจเลอื ก ผลติ ภณั ฑส์ ่วนในดา้ นทศั นคตพิ บว่ามีทศั นคตทิ ดี่ ีในทกุ ดา้ น (2.2.4) Gen Baby Boomer ข้นึ ไป (ผทู้ ่เี กิดกอ่ นปี 2509) มีความรู้ทางการเงินไม่ดีนกั โดยในดา้ น พฤติกรรมพบว่ากลุ่มน้ีไม่เห็นความจ าเป็นของการต้งั เป้าหมายทางการเงินในระยะยาว และไมไ่ ดเ้ ลอื ก ออม เงนิ ในวธิ ีท่ีเหมาะสม ท้งั ยงั ขาดการเปรียบเทียบผลติ ภณั ฑก์ อ่ นตดั สินใจเลอื กซ้ือ และไม่ทราบแหล่งขอ้ มลู ท่ี ควรศึกษากอ่ นการตดั สินใจ สาหรับดา้ นทศั นคติ อาจดว้ ยอายทุ ี่มากข้ึนคนกลุม่ น้ีจึงมงุ่ เนน้ ด าเนินชีวิตเพ่อื วนั น้ีและ ไมค่ านึงถงึ อนาคตมากนกั
3. แนวทางการดาเนินการของ ธปท. ธปท. ไดม้ ีการส่งเสริมทกั ษะทางการเงนิ แก่คนไทยในหลากหลาย ช่องทางโดยใชร้ ูปแบบที่เขา้ ใจงา่ ย และสอดคลอ้ งกบั เหตกุ ารณ์ในช่วงชีวิต ผา่ นส่ือสงั คมออนไลนต์ ลอดจน ร่วมกบั สื่อมวลชนและองคก์ รพนั ธมติ รเพื่อ ส่ือสารความรู้ทางการเงินให้สามารถเขา้ ถึงประชาชนในวงกวา้ ง ไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและทว่ั ถึง โดยมุ่งเนน้ ประเด็นท่เี ป็น จุดออ่ น เช่น การค านวณดอกเบ้ียเงนิ ฝากทบตน้ มลู คา่ เงนิ ตามกาลเวลา ความเส่ียงและผลตอบแทน นอกจากน้นั ในดา้ นพฤติกรรมทางการเงินทีค่ ะแนนมี แนวโนม้ ลดลง ธปท. กม็ ีนโยบายส่งเสริมพฤตกิ รรมทางการเงนิ ทด่ี ีโดยใช้ มาตรการเชิงป้องกนั (Preventive) กบั กลมุ่ คนรุ่นใหม่ (Gen Y) ซ่ึงเป็นวยั แรงงานหลกั ของประเทศดว้ ยการให้ ความรู้ควบคู่การลง มอื ปฏบิ ตั ิจริงร่วมกบั การกระตนุ้ อยา่ งตอ่ เนื่อง เพอ่ื บ่มเพาะพฤตกิ รรมท่ดี ีต้งั แต่อายยุ งั นอ้ ย อนั เป็นรากฐาน สาคญั ท่ีจะท าใหเ้ ยาวชนรุ่นใหมม่ ภี ูมิคุม้ กนั ทางการเงินท่ีดี สามารถบริหารจดั การการเงินไดอ้ ยา่ ง เหมาะสม ท้งั ในดา้ นการออมและการจดั การหน้ีสิน ซ่ึงจะช่วยใหบ้ รรลเุ ป้าหมายตา่ ง ๆ ในการดาเนินชีวิตไดต้ ามท่ี ต้งั ใจไว้ โดยขณะน้ีอยรู่ ะหวา่ งดาเนินงานกบั 2 กลุม่ หลกั ไดแ้ ก่ นกั ศึกษาอาชีวศกึ ษา และผทู้ ีเ่ ริ่มท างาน (First Jobber
ความสามารถทางสังคม (Social Literacy) การรู้สังคมหมายถงึ วฒั นธรรมแบบการมีส่วนร่วม ซ่ึงถูกพฒั นาผ่านความร่วมมือและเครือข่าย เยาวชนตอ้ งการทกั ษะสาหรับการทางานภายในเครือขา่ ยทางสังคม เพอื่ การรวบรวมความรู้ การเจรจาขา้ ม วฒั นธรรมท่ีแตกต่าง และการผสานความขดั แยง้ ของขอ้ มลู การใชส้ ่ือสังคมออนไลน์ เป็นกิจกรรมในวิถชี ีวิตของพลเมอื งดิจิทลั ในยคุ ปัจจุบนั เพื่อติดตอ่ สื่อสาร แลกเปลย่ี นขอ้ มลู นาเสนอตวั ตน ตลอดจนนามาใชเ้ พอื่ สร้างการเรียนรู้ สร้างรายได้ ฯลฯดงั น้นั ทกุ คนจึง ควรเรียนรู้การใชง้ านส่ือสงั คมออนไลนอ์ ยา่ งมีประสิทธิภาพและรู้เท่าทนั ท้งั ในบริบทของผรู้ บั สารและผูส้ ่ง สารดว้ ย บทความน้ีเป็นการนาเสนอแนวคิดเกี่ยวกบั การรู้เทา่ ทนั ส่ือสังคมออนไลน์ องคป์ ระกอบของทกั ษะ การรู้เท่าทนั ส่ือสงั คมออนไลน์ วิธีการสอนและรูปแบบการสอนเพอื่ พฒั นาทกั ษะการรู้เท่าทนั ส่ือสังคม ออนไลน์ เทคโนโลยเี ป็นองคป์ ระกอบสาคญั ทม่ี ีผลตอ่ การเปล่ียนแปลงตอ่ กระบวนการกิจกรรมของมนุษยใ์ น หลายๆดา้ น เช่น สงั คมความเป็นอยู่ การปกครอง เศรษฐกิจ แมแ้ ตด่ า้ นการเมอื งการปกครอง การ เปลย่ี นแปลงดา้ น เทคโนโลยนี ้นั เป็นไปอยา่ งรวดเร็วไดส้ ่งผลกระทบอยา่ งกวา้ งขวางตอ่ ระบบ เศรษฐกิจ ภาคการผลิต ภาคการ บริการ และคณุ ภาพชีวติ ของประชาชนเทคโนโลยี เป็นส่วนหน่ึงของผลกระทบท่ีเกิดข้ึนกบั สังคมใน หลายๆดา้ น เป็นท้งั เคร่ือง
วิธีการปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั เทคโนโลยที ่ีเปลี่ยนแปลง คนไทยในอนาคตจะตอ้ งมีความรู้ดา้ นไอทีเป็นอยา่ งดี คนทุกคนไม่ว่าจะยากดีมจี นจะตอ้ งรู้จกั การใชอ้ ุปกรณ์ ไอที หรืออยา่ งนอ้ ยก็การกดป่ ุมใชง้ านอปุ กรณอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์ตา่ งๆ และตอ้ งมคี นอกี กล่มุ หน่ึงทจ่ี ะตอ้ งรู้วธิ ี พฒั นาเทคโนโลยแี ละอปุ กรณท์ สี่ าหรบั ใชด้ ว้ ย จะรู้เพียงการใชอ้ ยา่ งเดียวไม่ได้ เพราะจะทาให้ประเทศของ เราตอ้ งสูญเสียเงนิ ตราตา่ งประเทศในการบริโภคไอที นอกจากคนไทยจะตอ้ งมคี วามรู้ดา้ นไอทีดงั ทีก่ ลา่ ว มาแลว้ น้ี ยงั จาเป็นจะตอ้ งปรับตวั ใหส้ ามารถคดิ และทางานในสงั คมใหม่คือ สงั คมไอทไี ดโ้ ดยไมม่ ีปัญหา ขดั ขอ้ ง การปรบั ตวั น้ีจะแตกตา่ งกนั ออกไปสุดแทแ้ ตพ่ ้นื ฐานและอาชีพการงาน บางอาชีพอาจจะไมต่ อ้ ง ปรบั ตวั มากนกั แตบ่ างอาชีพอาจจะตอ้ งปรบั ตวั คอ่ นขา้ งมาก เพราะสามารถนาอปุ กรณไ์ อทมี าใชช้ ่วยในการ ทางานไดห้ ลายอยา่ ง คร้ันจะไมใ่ ชก้ ไ็ ม่ไดเ้ พราะจะทาใหไ้ ม่สามารถทางานไดร้ วดเร็วและมคี ุณภาพเทา่ กบั ผู้ ท่ีนามาใช้ ดงั น้นั ผปู้ ระกอบอาชีพที่มลี กั ษณะเช่นน้ีจึงตอ้ งขวนขวายหาทางปรบั ตวั ใหส้ ามารถเรียนรู้และใช้ อปุ กรณ์ไอทีไดโ้ ดยรวดเร็ว มฉิ ะน้นั ก็จะไม่สามารถประกอบอาชีพเดิมต่อไปไดอ้ ีก 1. ติดตามการเปล่ยี นแปลงทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยที ี่เกิดข้ึน ตลอดจนทาความเขา้ ใจบทบาทของ เทคโนโลยีใหม่ท่ีจะมีผลกระทบตอ่ บคุ คลและในอนาคต 2. พจิ ารณาถึงการเปลีย่ นแปลงทีเ่ กิดข้ึนและกาลงั เกิดข้ึน โดยเฉพาะเทคโนโลยีเกี่ยวกบั คอมพิวเตอร์หรือ อินเทอร์เน็ตเน่ืองจากเป็นเทคโนโลยที ่จี าเป็นมากในปัจจบุ นั และสามารถนาเทคโนโลยีน้นั ๆมาปรบั ใชไ้ ด้ จริง 3. เตรียมความพร้อมเพ่ือรองรบั ตอ่ การนาเทคโนโลยมี าใช้ เนื่องจากการจดั การเทคโนโลยไี ม่สามารถใชเ้ งนิ ซ้ือหามาเพียงอยา่ งเดียว แตต่ อ้ งมีความเขา้ ใจในศกั ยภาพ และการทางานของเทคโนโลยนี ้นั ๆดว้ ย ตวั อยา่ งเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต 1. คอมพิวเตอร์ (Computer) ปัจจุบนั คอมพวิ เตอร์ไดพ้ ฒั นาไปจากยคุ แรกทเ่ี คร่ืองมขี นาดใหญ่ทางาน ไดช้ า้ ความสามารถต่า และใชพ้ ลงั งานสูง เป็นการใชเ้ ทคโนโลยีวงจรรวมขนาดใหญ่ (Very Large Scale Integrated Circuit, VLSI) ในการผลิตไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor) ทาให้ ประสิทธิภาพของส่วนประมวลผลของเครื่องพฒั นาข้นึ อยา่ งเห็นไดช้ ดั นอกจากน้ียงั ไดม้ กี ารพฒั นา หน่วยความจาให้มีประสิทธิภาพสูงข้ึนแตม่ รี าคาถกู ลง ซ่ึงช่วยเพ่มิ ศกั ยภาพในการทางานของ คอมพวิ เตอร์ส่วนบคุ คลในปัจจุบนั โดยทคี่ อมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในขณะน้ีมีความสามารถเท่าเทยี ม หรือมากกว่ากบั เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ในสมยั กอ่ น ตลอดจนการนาคอมพวิ เตอร์ชนิดลด ชุดคาสง่ั (Reduced Instruction Set Computer) หรือ RISC มาใชใ้ นการออกแบบหน่วย ประเมนิ ผล ทาให้เครื่องคอมพวิ เตอร์สามารถทางานไดเ้ ร็วข้นึ โดยใชค้ าสงั่ พ้นื ฐานงา่ ย ๆ นอกจากน้ีพฒั นาการและการประยกุ ตค์ วามรู้ในสาขาวชิ าตา่ ง ๆ ท้งั สาขาวทิ ยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีส่งผลใหเ้ คร่ืองคอมพิวเตอร์มกี ารประมวลผลตาม หลกั เหตุผลของมนุษยห์ รือระบบปัญญาประดิษฐ์
2. ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence ; AI) เป็นการพฒั นาระบบคอมพวิ เตอร์ให้มี ความสามารถท่จี ะคิดแกป้ ัญหา และให้เหตุผลไดเ้ หมือนอยา่ งการใชภ้ มู ปิ ัญญาของมนุษยจ์ ริง ปัจจบุ นั ทีน่ กั วทิ ยาศาสตร์ในหลายสาขาวชิ าไดศ้ ึกษา และทดลองทจี่ ะพฒั นาระบบคอมพวิ เตอร์ให้ สามารถทางานทม่ี เี หตุผล โดยการเลียนแบบการทางานของสมองมนุษย์ ซ่ึงความรู้ทางดา้ นน้ีถา้ ไดร้ ับการพฒั นาอยา่ งตอ่ เนื่องจะสามารถนามาประยกุ ตใ์ ชง้ านตา่ ง ๆ อยา่ งมากมาย เช่น ระบบ ผูเ้ ชี่ยวชาญเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ถกู พฒั นาข้ึน เพอ่ื ให้มคี วามสามารถในการแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ ง ผเู้ ชี่ยวชาญ และหุ่นยนต์ (Robotics) เป็นการพฒั นาสิ่งประดิษฐ์ให้สามารถปฏิบตั งิ าน และใชท้ กั ษะ การเคลอ่ื นไหวไดใ้ กลเ้ คียงกบั การทางานของมนุษย์ เป็นตน้ มอื ท่ีผลกั ดนั ให้ระบบเศรษฐกิจมกี ารพฒั นา รวมถึงเปล่ียนแปลงรูปแบบการดารงชีวิตของมนุษย์ อยา่ งไรก็ตามเทคโนโลยเี องกส็ ามารถส่งผลกระทบในดา้ นที่ไม่ตอ้ งการเช่น การสร้างมลพษิ หรือการเกิด ส่วนเกินจากการผลติ ที่ไม่ตอ้ งการกลายเป็นส่วนหน่ึง ของปัญหาดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม การพฒั นาเทคโนโลยี กลายเป็นเครื่องมือในการแกป้ ัญหาตา่ งของมนุษยแ์ ต่ในขณะ เดียวกนั ก็สร้างปัญหารูปแบบใหม่ๆใหเ้ กิดข้นึ ดว้ ย การทาความเขา้ ใจแนวโนม้ การพฒั นาเทคโนโลยจี าเป็นตอ้ งมองระยะยาวมากข้ึน เพ่ือสะทอ้ นภาพการ พฒั นาเทคโนโลยใี ห้เกิดประโยชน์ดา้ นบวกมากกว่าจะกลายเป็นผลเสียตอ่ สังคมโดยรวม
ทักษะคล่องแคล่ว (Agility Skills) ทกั ษะคน (Human Skills) ทักษะ ผ้ปู ระกอบการ (Entrepreneurship Skills) และทกั ษะสื่อสาร Communication Skills) ▪ 4 ทักษะ ทกั ษะคลอ่ งแคลว่ (Agility) จำเป็นมำกทสี่ ุดในโลกยคุ ใหมท่ ี่มีกำรเปล่ยี นแปลงเร็ว แรง และมกั มำแบบไม่คำดหมำย เช่น โควดิ ดงั น้นั กำรเจอปัญหำใหมๆ่ แลว้ สำมำรถ “ปรับวธิ ีคิด เปลย่ี น ไมห่ ยดุ ชะงกั ลดผลกระทบในทำงลบท่ีเกดิ ข้นึ ควบคู่ไปกบั กำรสรำ้ งโอกำสจำกสถำนกำรณใ์ หม่ที่มำถงึ ” ควำมเช่ียวชำญเหลำ่ น้ีเรียกวำ่ ทกั ษะคลอ่ งแคล่วท่ตี อ้ งถกู ฝึกฝ และทีท่ ำงำน ทกั ษะคน (People) กำรทำงำนเป็นทมี เพรำะแนวโนม้ อนำคตงำนมกั เป็นโปรเจคขำ้ มฝ่ำย ขำ้ มแผนก ขำ้ มประเทศ กำรทำงำนกบั คนท่ีมีควำมแตกตำ่ งหลำกหลำยใหป้ ระสบควำม ทกั ษะผปู้ ระกอบกำร (Entrepreneurship) ทกั ษะผูป้ ระกอบกำรก็คือทกั ษะแบบเถำ้ แก่หรือเถำ้ แก่เน้ีย ที่ตอ้ งรูห้ ลำยเร่ืองแบบบรู ณำกำร จดั กำรงำนใหส้ ำเร็จแบบเบด็ เสร็จภำยใตค้ วำมไม่แน่นอนสูง และ ทกั ษะทีต่ อ้ งใชไ้ ม่ใช่แคใ่ นธุรกจิ ส่วนตวั แตใ่ นงำนแทบทุกระดบั ขององคก์ รแทบทกุ ประเภท ทกั ษะส่ือสำร (Communication) ควำมเชี่ยวชำญในกำรเช่ือมโยงขอ้ มลู เพ่ือเล่ำเร่ืองรำวใหค้ นเขำ้ ใจและจดจำไดใ้ นเวลำอนั ส้นั ควบคกู่ บั ควำมสำมำรถในกำรเลือกใชศ้ พั ท์ ท่สี ำมำรถโน้มนำ้ วใ ซ่ึงจำเป็นมำกข้นึ เร่ือยๆ โดยเฉพำะสำหรบั ผูบ้ ริหำร และผูป้ ระกอบกำร ความคิดเห็น
ปณธิ าน (Determination) Determination ซ่ึงหมายถึง ปณิธานหรือความมุ่งมนั่ ท่ีจะสร้างสรรคส์ ่ิงดี ๆ ใหโ้ ลก ใหส้ ังคม ท่ีใหญ่กว่าประโยชนส์ ่วนตน คณะการบญั ชี และการจดั การ ม่งุ สรา้ งสรรคผ์ ลงานทางวชิ าการท่ีมีความเป็นเลศิ และผลิตบณั ฑติ ที่มคี ณุ ภาพ เพยี บพรอ้ มดว้ ยความรูท้ างวชิ าการและวชิ าชพี มีความใฝ่รู้ มคี วามคิดเชงิ วิเคราะหแ์ ละริเรมิ่ สรา้ งสรรค์ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม เป็นแบบอยา่ งทีด่ ีแก่สงั คม และดาเนินชีวติ อย่ใู นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข นคี้ ือปณิธานของอาชีพนน้ั ๆ สร้างคนสู่งาน เช่ียวชาญเทคโนโลยี เป็นปณิธานขององคบ์ างองคก์ รซ่ึงปณิธานแตล่ ะแห่ง องคก์ าร ลว้ นแลว้ แต่มีคุณค่าและความหมายท่ีแฝงดว้ ยความหมายท่ลี ึกซ่ึง แตส่ ามรถแปลงออกมาเป็นการปฏิบตั ไิ ด้
ผู้ประกอบการ (Entrepreneurship Skills) และทกั ษะสื่อสาร Communication Skills) ทกั ษะผปู้ ระกอบการ (Entrepreneurship) ทกั ษะผปู้ ระกอบการกค็ อื ทกั ษะแบบเถา้ แกห่ รือเถา้ แกเ่ น้ีย ท่ตี อ้ งรู้หลายเรื่องแบบบรู ณาการ จดั การ งานใหส้ าเร็จแบบเบ็ดเสร็จภายใตค้ วามไม่แน่นอนสูง และทรัพยากรทจ่ี ากดั ซ่ึงจะกลายเป็นทกั ษะทีต่ อ้ งใช้ ไม่ใช่แคใ่ นธุรกิจส่วนตวั แต่ในงานแทบทกุ ระดบั ขององคก์ รแทบทกุ ประเภท ธุรกจิ เร่ิมไม่ยากหรอก ถา้ คิดแค่ ซ้ือมา ขายไป อะไรมนั ก็ “ง่าย” หละครบั แต่ในความเป็นจริงน้นั ธุรกิจ เริ่มง่าย แต่ อยรู่ อด ยาก เตบิ โตนี่กย็ ิง่ ลาบาก ถา้ เราขาดทกั ษะ ในการท่ีจะ “ผลกั ดนั ” ใหธ้ ุรกิจ เดินไปขา้ งหนา้ มีความรู้ ทกั ษะ มากมายหลายอยา่ งที่ ผปู้ ระกอบการตอ้ ง เรียนรู้ และพฒั นาตวั เอง อยเู่ สมอวนั น้ีผมนา
6 ทักษะ (Skills) ทจ่ี าเป็ นเบือ้ งต้นสาหรับ คนที่จะก้าวมาเป็ นเถ้าแก่ใหม่ 1.การคิดอย่างเป็ น ระบบ (Systematic Thinking) เถา้ แก่ใหม่ตอ้ ง คิดอยา่ งเป็นระบบ ? แลว้ คิดอยา่ งไร หลกั การง่าย ๆ ของการคดิ แบบน้ีคือ เหตุ และ ผล มีสิ่งน้ี เพราะมสี ิ่งน้นั จะทาอยา่ งไรบา้ งให้ไดย้ อดขาย คิด ออกมาอ๋อ ตอ้ งทาโน่น น่ีนน่ั บลา ๆ คดิ ให้ไดต้ ้งั แต่ตน้ น้ายนั ปลายน้า เครื่องมอื ทน่ี ิยมใชก้ นั เช่น Fish Bone Diagram (แผนผงั กา้ งปลา)แผนผงั ของ การคน้ หาสาเหตแุ ละ ผล Mind Map (แผนผงั ความคดิ )
2.การนาเสนอ (Presentation) ตอ้ งนาเสนอ ความคิด นาเสนอไอเดีย นาเสนอสินคา้ ได้ สรุปส้นั ๆ คือ “ขายเป็น” รูปแบบการขายไมว่ ่าจะ เป็นการนงั่ พูดคุย โทรศพั ท์ หรือ แมก้ ระทงั่ ออกไปยืน หนา้ เวที มอื ถือไมล์ ไฟส่องหนา้ กลอ้ งทกุ ตวั ต่างจด จอ้ งมาที่เรา ตอ้ งกลา้ ครบั กลา้ เสนอหนา้ !! ตอ้ งบอกว่า “ดา้ นได้ อายอด” ถา้ มวั แต่อาย ไอด้ า่ งมนั กค็ าบไป Dag นะครับ ทกั ษะน้ีสาคญั มาก ถึงสาคญั ท่ีสุดลองดสู ินคา้ แบรนดด์ งั ๆ สิครับ เดี๋ยวน้ีเจา้ ของกิจการตอ้ งออก โรงมานาเสนอเอง ตวั อยา่ ง Iphone กม็ ี สตฟิ จอ๊ บ เป็นตน้ แบบ ไล่มาที่ Facebook ก็มี มาร์ค เป็นตวั นา ทุก คนต่าง “ขาย” ส่ิงที่เขามี “นาเสนอ” สิ่งท่ีเขาสร้าง ไดอ้ ยา่ งน่าซ้ือพฒั นาจุดน้ีครับ….แลว้ ธุรกิจเราจะเตบิ โต อยา่ งยง่ั ยืน อยา่ งให้ธุรกิจตอ้ งสะดดุ เพราะ “เถา้ แก่ใหม่เป็นใบ้ ไมก่ ลา้ พดู ” 3.การเจรจาต่อร่อง (Negotiation) นาเสนอแลว้ ยอ่ มมีคนอยากซ้ือ มคี นสนใจ มคี นขอทาธุรกิจดว้ ย ไมว่ า่ ในรูปแบบใด เป็นลกู คา้ เป็น พนั ธมติ ร เป็นตวั แทน หรือ เป็นหุน้ ส่วน หรือแมก้ ระทงั่ เราไปเป็น “ลกู หน้ี” ในรูปแบบตา่ ง ๆ เช่น การซ้ือ ของจาก Supplier ,กเู้ งินธนาคาร เป็นตน้ เหล่านน้ีตอ้ งใชท้ กั ษะในการ “เจรจาตอ่ รอง” เพื่อให้ได้ ผลประโยชนท์ ้งั สองฝ่าย ที่ Happy-Happy คอื มคี วามสุขท้งั 2 ฝ่ายหากบกพร่องส่วนน้ีเราอาจจะเป็ น “ฝ่ าย เสียผลประโยชน์” เกินความจาเป็น ตน้ ทุนต่าง ๆ กจ็ ะเพิม่ ข้นึ กาไรกจ็ ะลดนอ้ ยถอยลง เป็นตน้ พฒั นาอยา่ งไร ? ลองเร่ิมจาก ฝึกตอ่ ราคาสินคา้ ในตลาดนดั ดสู ิครบั (ถา้ แม่คา้ ด่าอยา่ มาวา่ ผมแนะนานา 555 )
4.การบริหารงาน (Management) แบง่ งานได้ ใชค้ นเป็น ตอ้ งรู้ จงั หวะ เวลา ว่าตอนน้ีควรทาอะไร แผนการทีว่ างไว้ ดาเนินมาถงึ ข้นั ตอนไหน แลว้ งานน้ีใครเหมาะ งานน้ีใครไมค่ วรทาเริ่มธุรกิจ จริง ๆ กม็ กี นั ไมก่ ี่คนหรอกครับ ตวั เรากบั แฟน หรือ ไม่ ก็เพ่ือน 2-3 คน เอาเขา้ จริง ทาแมร่งเกือบทกุ อยา่ งแมเ้ ร่ิม ๆ เราจาเป็นทจี่ ะตอ้ งทาเป็นทุกอยา่ ง แตเ่ รากต็ อ้ ง เป็นนกั วางแผน นกั จดั การ ไม่ใช่ทุกสิ่งอยา่ งมา “สุม” ไวท้ ่ีเราคนเดียว อยา่ งน้ีไมใ่ ช่แลว้ นะครับงานไหน ให้ ทีมงาน Outsource ดแู ลไดก้ ป็ ล่อยไป เพียงแตม่ ีระบบในการ จ่ายงาน ตรวจสอบงาน และประเมนิ ผลงานท่ี ชดั เจนวนั หน่ึงเราตอ้ งโตข้นึ คาว่าโต คือ ขนาดของ “สมาชิก” ในธุรกิจ เป็นพนกั งานทม่ี ากข้ึน เราตอ้ งมี กระบวนการ คดั สรร ทีม่ าตรฐานไมใ่ ช่เพียงเพราะวา่ เป็น เพือ่ น เป็นญาติ ใช้เสน้ สาย แต่สุดทา้ ยไม่ไดง้ าน ตอ้ งวางระบบ บริหารจดั การในทกุ ดา้ นใหด้ ีครบั บคุ ลากร การเงิน บญั ชี การตลาด ขาย และปฏิบตั ิการ คอ่ ย ๆ พฒั นาไปดว้ ยกนั ครบั 5.การสร้างแรงบนั ดาลใจ (Motivation) โอย้ !!! กาลงั ใจตวั เองก็จะไม่มอี ยแู่ ลว้ จะไปให้กาลงั ใจคนอน่ื ได้ อยา่ งไรกนั …เออนน่ั แหละ !!! ตอ้ งฝึกไง ตอ้ งพฒั นาไง ตอ้ งสร้างไง ไมว่ ่าจะเหนื่อย จะทอ้ หรือหนกั สักเพียง ไหนครับ เราตอ้ งเป็น “แกนหลกั ” ของ “ความมน่ั คงในธุรกิจ” ถา้ เราห่อเหี่ยว ทกุ คนในทมี ก็ ห่อเห่ียว ธุรกิจ กห็ ดหู่ สุดทา้ ยก็ ล่มจม
ศูนย์ปฏบิ ตั ิการอาชีวศึกษา (Complex College) สถานศึกษาในสังกดั สอศ.มีจานวนท้งั หมด 429 แห่ง ประกอบดว้ ย (ดาวน์โหลดขอ้ มลู ไดท้ ี่น่ี ขอ้ มูล 429 แห่ง) (ประกาศจัดต้งั สถานศึกษาล่าสุด:วทิ ยาลัยเทคโนโลยีและการบริหารจดั การอตุ สาหกรรมอ้อยและนา้ ตาลทราย จงั หวดั ลพบุรี วทิ ยาลยั การอาช นครพนม และวิทยาลยั เสริมทกั ษะพระภิกษุ สามเณร จ.พระนครศรีอยธุ ยา) จานวนสถานศึกษาในสังกดั สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ปี การศึกษา 2561 ลาดบั ประเภทสถานศึกษา Division จานวนสถานศึกษา NO. Number of Instututions 1 วทิ ยาลยั เทคนิค Technical College 2 วิทยาลยั การอาชีพ Industrial and Community Education College 132 3 วทิ ยาลยั บริหารธุรกิจและทอ่ งเท่ยี ว College of Business Administration and Tourism 135 4 วิทยาลยั พณิชยการ Commercial College 3 5 วิทยาลยั ศลิ ปหัตถกรรม Arts and Crafts College 5 6 วทิ ยาลยั สารพดั ช่าง Polytechnic College 3 7 วิทยาลยั อาชีวศึกษา Vocational College 48 8 วิทยาลยั เทคโนโลยีและการจดั การ Technologhy and managerment college 39 9 วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยี College of Agriculture and Technology 9 10 กาญจนาภเิ ษกวิทยาลยั ช่างทองหลวง Goldsmith College 43 11 วทิ ยาลยั เทคโนโลยแี ละอุตสาหกรรมการต่อเรือ Ship Building Industrial and Technology 1 3 College 12 วิทยาลยั ประมง Fishery College 3 13 วทิ ยาลยั การอาชีวศึกษา Vocational College 1 14 วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาเทคโนโลยฐี านวทิ ยาศาสตร์ Science Based Technology Vocational 1 College 1 15 วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมง College of Agricultural Technology 1 16 วทิ ยาลยั เสริมทกั ษะ พระภิกษุสามเณร 1 17 วิทยาลยั เทคโนโลยแี ละการบริหารจดั การอตุ สาหกรรมออ้ ยและน้าตาลทราย
รวม 429 ทม่ี า : กล่มุ เทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ การบริหารงานอาชีวศึกษา ศูนย์เทคโนโลยสี ารสนเทศและกาลงั คนอาชีวศึกษา ความคิดเห็น คุณไม่มีสิทธ์ิเพม่ิ ความคดิ เหน็
สำนึกโลก (Global Mindset) และสำนกึ ควำมยงั่ ยืน (Sustainability Mindset) สำนึกโลก (Global Mindset) และสำนึกควำมยงั่ ยนื (Sustainability Mindset)หมำยควำมว่ำ จะคดิ จะทำอะไร ท้งั ที กฝ็ ึกคดิ กำรใหญ่ไปตลำดโลกแต่ในขณะเดียวกนั สำนึกควำมยง่ั ยืนตอ้ งมอี ยู่ และสะทอ้ นออกมำในทกุ ส่ิง ทเี่ รำทำ โดยไมต่ อ้ งรอให้มกี ระแสภำยนอกมำบบี ค้นั สำนกึ โลก (Global Mindset) กรรณิกำ บตุ รพรม (2557) กล่ำววำ่ สำนึกโลก (Global Mindset) หมำยถงึ ทรรศนะกำรมองโลก อยำ่ งลมุ่ ลกึ ดว้ ยมมุ มองทก่ี วำ้ งไกล ยอมรบั ควำมหลำกหลำยทำงวฒั นธรรมมีกำร ใส่ใจต่อประเด็นปัญหำโลก โดยเฉพำะอยำ่ งย่งิ กำรใชท้ รพั ยำกรและกำรอนุรกั ษส์ ิ่งแวดลอ้ ม เห็นวำ่ ทกุ ประเทศตอ้ งมีกำรพ่ึงพำอำศยั กนั วรวรรณ ครุฑวณิชนนท์ (2557) กล่ำวถงึ ควำมหมำยสำนึกโลก หมำยถึง ทศั นคตแิ บบสำกล ที่เป็นกำรมองภำพในมมุ กวำ้ ง ไมไ่ ดจ้ ำกดั แคเ่ ฉพำะควำมรู้ในประเทศ แต่ตอ้ งรู้ใหเ้ ทำ่ ทนั โลกท่ีพฒั นำไป อยำ่ งรวดเร็ว โดยพจิ ำรณำขอ้ มูลจำกหลำกหลำยแหล่ง แลว้ นำไปคิดวิเครำะหเ์ พ่อื ให้เขำ้ ใจควำมเป็นไปของโลก ซ่ึงทศั นคติแบบสำกลน้ี ถอื เป็นหน่ึงในทกั ษะทส่ี ำคญั และจำเป็นอยำ่ งย่งิ โดยเฉพำะคนท่ีเป็นผนู้ ำ เพ่อื กำ้ วให้ทนั ต่อกำรเปล่ียนแปลงของโลกยคุ ใหม่
สมคิด เลศิ ไพฑูรย์ (2558) ให้ควำมหมำยสำนึกโลก หมำยถึง กำรสร้ำงโลกทศั นส์ ำกล โดยคิดคน้ เป็นตน้ แบบ (Originality) ทเี่ คร่งครัดในจรรยำบรรณและมีควำมรับผดิ ชอบ (Accountability) กำ้ วล้ำอยำ่ ง ผนู้ ำ (Leadership) ทพี่ ร้อมยึดมนั่ ในจิตวิญญำณของบคุ คล สรุปไดว้ ่ำสำนึกโลก ควำมหมำย กำรมองภำพในมุมกวำ้ ง ไมไ่ ดจ้ ำกดั แคเ่ ฉพำะควำมรู้ในประเทศ แตต่ อ้ งรู้ให้เท่ำทนั โลกท่ีพฒั นำไปอยำ่ งรวดเร็ว โดยพิจำรณำขอ้ มลู จำกหลำกหลำยแหล่ง แลว้ นำไปคดิ วเิ ครำะห์ เพ่ือให้เขำ้ ใจควำมเป็นไปของโลก ซ่ึงทศั นคติแบบสำกลน้ี ถอื เป็นหน่ึงในทกั ษะทส่ี ำคญั และจำเป็นอยำ่ งยิ่ง โดยเฉพำะคนที่เป็นผนู้ ำ เพื่อกำ้ วใหท้ นั ต่อกำรเปลยี่ นแปลงของโลกยคุ ใหม่ สำนกึ ยง่ั ยืน (Sustainability Mindset) เกศินี วฑิ ูรชำติ (2562) กล่ำวถงึ สำนึกยง่ั ยนื (Sustainability Mindset)เป็นพ้นื ฐำนของกำรสร้ำงแนวคดิ กำรพฒั นำอยำ่ งยง่ั ยนื ใหเ้ กิดข้นึ ทเี่ ริ่มจำก Mindset ของคนในองคก์ ร เมื่อคนในองคก์ รเช่ือเหมอื นกนั กท็ ำให้ กำรดำเนินงำนบนหลกั พ้ืนฐำนของจริยธรรม มีควำมเป็นธรรมต่อผใู้ ห้บริกำร พนกั งำน และสังคม เมอื่ เคล่ือน แนวคดิ น้ีไปดว้ ยกนั ก็จะเกิดเป็นขบวนกำรพฒั นำทย่ี ง่ิ ใหญแ่ ละตอบโจทยเ์ ร่ืองกำรทำธุรกิจให้ยงั่ ยืนได้
ปรำชญ์ เกิดไพโรจน์ (2562) กลำ่ วถงึ สำนึกยง่ั ยืน คอื กำรดำเนินกิจกรรมให้มคี วำมยงั่ ยนื น้นั ตอ้ ง ประกอบไปดว้ ยหลำยปัจจยั ไม่วำ่ จะเป็นกำรพฒั นำท้งั ภำยในและภำยนอกขององคก์ ร รวมไปถงึ ควำมร่วมมอื จำกหลำยภำคส่วนในกำรร่วมกนั ผลกั ดนั นโยบำยและมำตรำกำรตำ่ ง ๆ อกี ท้งั กำรนำเทคโนโลยแี ละนวตั กรรม มำใชอ้ ยำ่ งตรงจุด และควรมีกำรสร้ำงควำมตระหนกั รู้ถงึ วิกฤตของโลก เพอ่ื ช่วยส่งเสริมให้ควำมยง่ั ยนื เกิดข้ึน อยำ่ งแทจ้ ริง สรุปไดว้ ำ่ สำนึกยง่ั ยนื หมำยถึง กำรดำเนินกิจกรรม บนพ้ืนฐำนของแนวคดิ กำรพฒั นำอยำ่ งยง่ั ยนื โดยเริ่มจำก Mindset ของคนในองคก์ รและทำใหค้ นในองคก์ รมีควำมเช่ือทเี่ หมือนกนั มีกำรดำเนินงำนบน หลกั พ้นื ฐำนของจริยธรรม มีควำมเป็นธรรมตอ่ ผใู้ หบ้ ริกำร พนกั งำน และสงั คม และจะส่งผลเกิดเป็นขบวนกำร พฒั นำทีย่ งั่ ยนื
หลกั การสร้างความสาเร็จด้วยกฎแห่งความสาเร็จ (The Law of Success)
หลกั การสร้างพลงั ความคิดเชิงบวก (The Power of Positive Thinking)
Search