Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กศน.ตำบลบัวทอง รายงานสรุปผลการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุ่มสนใจ หลักสูตร 3 ชั่วโมง จำนวน 3 กลุ่ม

กศน.ตำบลบัวทอง รายงานสรุปผลการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุ่มสนใจ หลักสูตร 3 ชั่วโมง จำนวน 3 กลุ่ม

Published by กศน.ตำบลบัวทอง, 2021-07-14 10:17:18

Description: กศน.ตำบลบัวทอง รายงานสรุปผลการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุ่มสนใจ หลักสูตร 3 ชั่วโมง จำนวน 3 กลุ่ม

Search

Read the Text Version

คำนำ ปีงบประมาณ 2564 กศน.ตำบลบวั ทอง ได้ดำเนินงาน จัดกิจกรรมโครงการศูนยฝ์ กึ อาชีพชุมชน ซึ่งเป็นกิจกรรม ที่จัดเพื่อตอบสนองนโยบายและความต้องการของประชาชน โดยเน้นการจัดเวทีชาวบ้าน การจัดกระบวนการเรียนรู้ของ ชมุ ชนการจัดการความร้ใู นชุมชน การพัฒนานวัตกรรมการเรยี นรขู้ องประชาชนในชมุ ชน กศน.ตำบลบัวทอง ได้จัดทำสรุปรายงานผลจัดการศึกษาต่อเนื่อง ไตรมาสท่ี 3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ซึ่งกศน.ตำบลบัวทอง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อค้นพบและข้อเสนอแนะจากการประเมินระดับความสนใจของผู้รับบริการ ดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้งาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั ตอ่ ไป นายวิเชียร วรรณโกษิตย์ ครู กศน.ตำบลบัวทอง

สารบญั 1.หลักสตู รวชิ าชีพจัดการศกึ ษาต่อเนื่อง หนา้ วชิ าการปลกู กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลิตโดยไมต่ ้องถอนต้น (จํานวน 3 ชั่วโมง) 1-23 2.สรปุ วชิ าการปลูกกระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลิตโดยไมต่ อ้ งถอนตน้ (จาํ นวน 3 ช่วั โมง) กลมุ่ ท่ี 1 24-36 สถานท่จี ดั ศาลากลางหมู่บา้ น หมู่ที่ 3 บา้ นสะยา ตำบลบวั ทอง อำเภอเมืองบุรีรมั ย์ จังหวดั บรุ รี มั ย์ 37-48 ตอนท่ี 1 แบบรายงานผลการจดั การศกึ ษาต่อเนื่อง ตอนที่ 2 แบบประเมนิ ผลการจดั การศึกษาต่อเนื่อง 49-62 ตอนท่ี 3 ทะเบยี นผ้จู บหลกั สูตรการจดั การศกึ ษาตอ่ เน่ือง ตอนที่ 4 แบบประเมนิ ความพึงพอใจ 63 ตอนท่ี 5 แบบตดิ ตามผู้เรยี นหลงั จบหลักสูตรการศกึ ษาตอ่ เน่ือง ตอนที่ 6 สรุปภาพกจิ กรรมการจดั การศกึ ษา 3.สรปุ วิชาการปลกู กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลติ โดยไม่ตอ้ งถอนตน้ (จํานวน 3 ชว่ั โมง) กลมุ่ ท่ี 23 สถานทจี่ ัด ศาลากลางหม่บู า้ น หม่ทู ี่ 8 บา้ นรนุ ตะวนั ออก ตำบลบัวทอง อำเภอเมืองบุรรี ัมย์ จงั หวัดบุรรี ัมย์ ตอนที่ 1 แบบรายงานผลการจดั การศกึ ษาต่อเนื่อง ตอนท่ี 2 แบบประเมนิ ผลการจัดการศึกษาต่อเนอ่ื ง ตอนท่ี 3 ทะเบยี นผูจ้ บหลักสูตรการจดั การศึกษาตอ่ เนื่อง ตอนที่ 4 แบบประเมนิ ความพึงพอใจ ตอนท่ี 5 แบบตดิ ตามผเู้ รยี นหลังจบหลักสตู รการศกึ ษาตอ่ เนื่อง ตอนท่ี 6 สรปุ ภาพกิจกรรมการจดั การศึกษา 4.สรปุ วิชาการปลูกกระชายขาวในกระถางเก็บผลผลติ โดยไม่ตอ้ งถอนตน้ (จํานวน 3 ชว่ั โมง) กลมุ่ ที่ 3 สถานทจี่ ัด ศาลากลางหมบู่ ้าน หม่ทู ่ี 12 บ้านหนองมะคา่ ตำบลบัวทอง อำเภอเมืองบรุ รี ัมย์ จงั หวดั บุรรี มั ย์ ตอนที่ 1 แบบรายงานผลการจัดการศกึ ษาต่อเนอ่ื ง ตอนที่ 2 แบบประเมนิ ผลการจดั การศึกษาต่อเน่ือง ตอนท่ี 3 ทะเบยี นผจู้ บหลักสูตรการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ตอนที่ 4 แบบประเมนิ ความพึงพอใจ ตอนที่ 5 แบบติดตามผูเ้ รยี นหลงั จบหลักสตู รการศกึ ษาตอ่ เน่ือง ตอนที่ 6 สรุปภาพกิจกรรมการจดั การศกึ ษา คณะผูจ้ ัดทำ

หลักสตู รวิชาชีพจดั การศึกษาต่อเนื่อง การปลกู กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลติ โดยไมต่ อ้ งถอนตน้ (จาํ นวน 3 ช่วั โมง) สำนกั งาน กศน.จังบุรีรัมย์ 1. ความเป็นมา “กระชาย” สมุนไพรไทยที่เป็นอย่างดีกันดี เป็นพืชล้มลุก ในชนบทจะนิยมปลูกกระชายเป็นแบบพืชผักสวนครัวใน บริเวณบ้านหรือใต้ร่มต้นไม้ผล เกษตรกรบางรายปลูกกระชายเป็นรายได้เสริม กระชาย มีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ กระชายดำ กระชายแดง และกระชายขาว (บางพื้นที่เรียกกระชายเหลือง) แต่ที่นิยมนำเหง้ามาประกอบอาหารคือกระชายขาว อาหารที่มี กระชายขาวเป็นส่วนประกอบ ตัวอย่างเช่น ผัดฉ่า แกงป่า ขนมจีนน้ำยา ผสมอยู่ในเครื่องแกง เป็นต้น ในตำราอาหารคาว กระชายขาวจะใชเ้ พ่ิมรสเผ็ดร้อนและชว่ ยดบั กลิ่นคาวของอาหาร นอกจากนี้ กระชายขาวยังมีสรรพคุณทางยาใบกระชายใช้บำรุง ธาตุ แก้โรคในปาก ถอนพิษ เหง้าและรากกระชาย แก้บิด ขับปัสสาวะ ใช้เป็นยาทารักษากลากเกลื้อน ส่วนเหง้าใต้ดินของ กระชายแก้ปวดท้อง แกม้ วนทอ้ ง บำรงุ กำลงั และรกั ษารดิ สีดวง ในสถานการณ์ปัจจุบันทีเ่ กิดการแพร่ระบาดของโรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรน่า (โควดิ -19) ไปทั่วโลก ทมี วจิ ยั ที่เกิด จากความร่วมมือกันของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS ได้ศึกษาวิจัย “กระชาย ขาว” พบว่าสารสกัดจากกระชายขาว ซึ่งมีสารสำคัญ 2 ชนิด สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของโควิด-19 ได้ถึง 100% โดยสารสำคัญทั้ง 2 ตัวที่อยู่ในกระชายขาว ได้แก่ Pandulatin A และ Pinostrobin สารทั้ง 2 ตัว ในกระชายขาว สามารถทำหนา้ ที่ยบั ย้ังการเจรญิ เติบโตของเชื้อไวรัสต้นเหตุของโควิด-19 ได้ ซ่งึ สารท้งั 2 ตัวนสี้ ามารถลดจำนวนเซลล์ที่ติด เช้อื จาก 100% ให้ลดลงจนเหลอื 0% นอกจากน้ี ยงั สามารถยับยง้ั เซลล์ในการผลติ ไวรสั ไดถ้ งึ 100% อีกด้วย สำนักงาน กศน.จังหวัดบรุ รี มั ย์ ได้ตระหนักถงึ ความสำคญั ของการของการนำกระชายขาวมาใช้ประโยชน์ ทั้งใน แง่ของการเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารคู่ครัวซึ่งมีสรรพคุณทางยา และการต่อยอดเป็นอาชีพเสริม เพื่อสร้าง รายได้ให้แก่ครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง จึงเกิดหลักสูตร “การปลูกกระชายขาวในกระถางเก็บผลผลิตโดยไม่ต้องถอนต้น” ระยะเวลา 3 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้เรียนที่มีความสนใจอยากเริ่มปลูกกระชายขาวไว้ประกอบอาหารในครัวเรือนหรือ ผู้ท่ี ปลูกกระชายขาวอยูแ่ ลว้ ไดม้ ีการต่อยอด เกดิ ทกั ษะและความรู้ท่ีไดจ้ าการอบรมไปเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ เพื่อ สร้างรายได้เสริมใหก้ ับตนเองและครอบครวั ต่อไป 2. หลกั การของหลกั สตู ร 1. เปน็ หลักสตู รทมี่ กี ารจดั กระบวนการเรียนรู้ท้ังภาคทฤษฎแี ละปฏบิ ัติ มคี วามยดื หยนุ่ ทัง้ เนอื้ หา ระยะเวลาเรียน และ จดั กระบวนการเรยี นรู้ 2. เป็นหลกั สูตรการประกอบอาชีพท่ีมุ่งเน้นให้ผเู้ รยี นมที ักษะในอาชีพ และสง่ เสริมการมีงานทำของประชาชน 3. เป็นหลกั สตู รที่สอดคล้องกบั บรบิ ทชมุ ชนและสังคม ภูมปิ ญั ญา วิถชึ ีวิต และใช้เวลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ 3. จุดมุ่งหมาย 1. เพ่ือสง่ เสริมให้ผเู้ รียนมีเรียนรู้ ความเข้า และเกิดทักษะตามเนื้อหาหลักสูตรการปลกู กระชายขาวในกระถางเก็บ ผลผลิตโดยไมต่ ้องถอนตน้ รายงานสรปุ ผลการจดั กิจกรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รปู แบบกลมุ่ สนใจ หลักสตู ร 3 ชั่วโมง จำนวน 3 กลุ่ม 1

2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเห็นช่องทางการประกอบอาชีพหรือการต่อยอดอาชีพ และพัฒนาอาชีพจาก การปลูก กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลิตโดยไมต่ อ้ งถอนตน้ 4. กลุ่มเป้าหมาย 1. ประชาชนทไ่ี มม่ ีอาชพี 2. ประชาชนท่ตี อ้ งการมีอาชีพเสรมิ 3. ประชาชนตอ้ งการเปล่ยี นอาชพี 5. ระยะเวลา หลกั สตู รการจัดการศกึ ษาอาชีพเพ่ือการมีงานทํา ต่อยอดอาชีพเดิม หลกั สตู ร ๓ ชว่ั โมง แบ่งออกเปน็ 1. ภาคทฤษฎี ๑ ชัว่ โมง 2. ภาคปฏบิ ตั ิ ๒ ช่ัวโมง 6. โครงสร้างของหลักสตู ร เรื่อง จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เน้ือหา การจัดกระบวน ชวั่ โมง การเรียนรู้ ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ 1. ความรู้พื้นฐาน 1) เพื่อใหผ้ เู้ รียนมีความรู้และ 1) ความร้พู ้ืนฐานเกยี่ วกบั 1) วิทยากรอธบิ าย 20 - เกยี่ วกบั กระชาย เข้าใจพืน้ ฐานเกีย่ วกับ กระชาย 2) อบรมใหค้ วามรู้ กระชาย 2) ลกั ษณะทาง โดยวิทยากร 2) เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นสามารถ พฤกษศาสตร์ และกระบวบการ อธบิ ายถึงสรรพคณุ ของ 3) ลกั ษณะของกระชาย แลกเปลีย่ นเรียนรู้ กระชายได้ เหลอื ง 3) เพื่อใหผ้ เู้ รยี นบอกสามารถ 4) สรรพคุณของกระชาย ถงึ ประโยชน์ของกระชายได้ 5) ประโยชน์ของกระชาย 4) เพื่อให้ผู้เรยี นทราบถงึ 6) การใช้กระชายใน ประโยชนข์ องกระชายใชเ้ พ่อื วัตถุประสงค์ตา้ นโควดิ -19 วัตถปุ ระสงค์ต้านโควดิ -19 ได้ 2. การปลกู 1) เพ่ือให้ผ้เู รียนมีความรู้และ 1) การเตรยี มดินปลูก 1) วทิ ยากรอธิบาย 20 - กระชาย เข้าใจเก่ยี วกบั ปลกู กระชาย กระชายขาว 2) อบรมใหค้ วามรู้ 2) เพ่ือใหผ้ ูเ้ รยี นสามารถ 2) ฤดูการปลูกกระชาย โดยวิทยากร อธบิ ายถึงการเตรยี มหัวพันธุ์ ขาว และกระบวบการ กระชายได้ 3) การปลกู การเตรยี ม แลกเปล่ยี นเรียนรู้ รายงานสรุปผลการจดั กิจกรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รูปแบบกลุ่มสนใจ หลกั สตู ร 3 ชว่ั โมง จำนวน 3 กลมุ่ 2

3) เพื่อใหผ้ เู้ รียนบอกถงึ เหงา้ พันธกุ์ ระชายขาว ประโยชนข์ องกระชายได้ 4) การเตรยี มหัวพนั ธุ์ 4. เพอื่ ให้ผู้เรียนบอกวิธกี าร กระชายขาว เก็บเกีย่ วผลผลิตกระชายได้ 5) สภาพแวดล้อมที่ เหมาะสม 6) การปลกู กระชายใน แปลง 7) การใส่ปยุ๋ และกำจดั วัชพชื 8) การเก็บเกีย่ วผลผลิต 3. การปลูก 1) เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นบอกวัสดุ 1) วัสดุ อปุ กรณ์ 1) วทิ ยากรอธบิ าย 20 2 กระชายขาวใน 2 กระถางโดยไม่ อุปกรณ์ ทีใ่ ช้ 2) วิธีทำกระถางปลูก 2) อบรมให้ความรู้ ตอ้ งขดุ ดิน ปลูกกระชายขาวในกระถาง กระชายขาวเก็บผลผลติ โดยวทิ ยากร เกบ็ ผลผลิตโดยไมต่ ้องถอนต้น โดยไมต่ อ้ งถอนตน้ และกระบวบการ 2) เพื่อใหผ้ เู้ รียนสามารถวธิ ี 3) การเตรียมดินปลูก แลกเปลีย่ นเรียนรู้ ทำกระถางการปลกู กระชาย 4) การเตรียมเหงา้ พนั ธุ์ 3) สาธิตวธิ ีทำ ขาวเกบ็ ผลผลิตโดยไมต่ ้อง กระชายก่อนปลูก กระถางปลูกกระชาย ถอนตน้ ได้ 5) วิธีการปลูกกระชายขาว ขาวเก็บผลผลติ โดย 3) เพื่อให้ผเู้ รียนสามารถ ในกระถางเก็บผลผลติ โดย ไมต่ ้องถอนต้น อธบิ ายวิธีการปลกู กระชาย ไมต่ ้องถอนต้น 4) ฝึกทำกระถางและ ขาวในกระถางเก็บผลผลิต 6) การดูแลรักษากระชาย การปลกู กระชายขาว โดยไมต่ อ้ งถอนตน้ ได้ ขาวในกระถางเก็บผลผลิต ในกระถางเก็บ 4) เพื่อให้ผเู้ รยี นสามารถทำ โดยไมต่ ้องถอนตน้ ผลผลติ โดยไมต่ ้อง กระถางและปลูกกระชายขาว 7) วิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิต ถอนตน้ ในกระถางเกบ็ ผลผลติ โดยไม่ กระชายขาวในกระถางเก็บ ต้องถอนต้นได้ ผลผลิตโดยไมต่ ้องถอนต้น รวม 1 7. ส่อื การเรยี นรู้ 1. เอกสารประกอบการบรรยาย 2. ใบความรู้, ใบงาน, แบบทดสอบ 3. วัสดุฝกึ ในการประกอบการเพาะปลูก 4. ส่ือของจรงิ ,สื่อตัวอยา่ งประกอบการบรรยาย รายงานสรปุ ผลการจดั กจิ กรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รูปแบบกลุ่มสนใจ หลักสตู ร 3 ชั่วโมง จำนวน 3 กลุม่ 3

5. แบบสอบถามความพึงพอใจ 8. การวดั และประเมนิ ผล 1. การสังเกต 2. การเข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรู้และบนั ทึกผลการเรยี นรู้ 3. การประเมนิ ความรภู้ าคทฤษฎีระหว่างเรยี นและจบหลกั สูตร 4. การประเมินผลงานการปฏิบัตริ ะหวา่ งเรียน 9. เกณฑก์ ารจบหลักสตู ร 1. มีเวลาเรยี น ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 2. มีผลการประเมินตลอดหลกั สูตรไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 60 3. มผี ลงานการประเมนิ ทดสอบที่มีคุณภาพตามหลักเกณฑท์ กี่ ำหนด 10. เอกสารการจบหลักสูตร 1. ทะเบียนคุมวฒุ ิบตั ร 2. ใบวฒุ บิ ัตร รายงานสรุปผลการจัดกจิ กรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รปู แบบกลุ่มสนใจ หลักสูตร 3 ช่ัวโมง จำนวน 3 กลมุ่ 4

โครงสรา้ งเนอื้ หา หลักสูตรวชิ าชีพจดั การศกึ ษาตอ่ เนอ่ื ง การปลูกกระชายขาวในกระถางเก็บผลผลิตโดยไมต่ ้องถอนต้น (จาํ นวน 3 ชว่ั โมง) 1. แนวคิด “กระชาย” สมุนไพรไทยๆ ที่คุ้นเคยกันดี เป็นพืชล้มลุก ในชนบทจะนิยมปลูกกระชายเป็นแบบพืชผักสวนครัวใน บริเวณบ้านหรือใตร้ ่มต้นไม้ผล เกษตรกรบางรายปลูกกระชายเปน็ รายไดเ้ สรมิ กระชาย มอี ยดู่ ้วยกัน 3 ชนดิ คอื กระชายดำ กระชายแดง และกระชายขาว (บางพื้นที่เรียกกระชายเหลอื ง) แต่ท่ีนิยมนำเหง้ามาประกอบอาหารคือกระชายขาว อาหาร ที่มีกระชายขาวเป็นส่วนผสม ตัวอย่างเช่น ผัดฉ่า แกงป่า ขนมจีนน้ำยา ผสมอยู่ในเครื่องแกง เป็นต้น ในตำราอาหารคาว กระชายขาวจะใช้เพิ่มรสเผ็ดร้อนและช่วยดับกลิ่นคาวของอาหาร นอกจากนี้ กระชายขาวยังมีสรรพคุณทางยาใบกระชาย ใช้บำรงุ ธาตุ แกโ้ รคในปาก ถอนพษิ เหง้าและรากกระชายแก้บิด ขบั ปสั สาวะ ใชเ้ ป็นยาทารกั ษาขีก้ ลาก สว่ นเหง้าใต้ดินของ กระชายแกป้ วดท้อง แก้มวนทอ้ ง บำรงุ กำลัง และรกั ษารดิ สีดวง และในสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) ไปทั่วโลก ทีมวิจัย ที่เกิด จากความร่วมมือกันของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS ได้ศึกษาวิจัย “กระชาย ขาว” พบว่าสารสกัดจากกระชายขาว ซึ่งมีสารสำคัญ 2 ชนิด สามารถยับยั้งการเจริฐเติบโตของโควิด -19 ได้ถึง 100% โดยสารสำคัญทัง้ 2 ตัวที่อยู่ในกระชายขาว ได้แก่ Pandulatin A และ Pinostrobin สารทั้ง 2 ตัวในกระชายขาว สามารถ ทำหนา้ ที่ยับย้งั การเจริญเติบโตของเช้ือไวรสั ต้นเหตขุ องโควิด-19 ได้ ซ่งึ สารท้งั 2 ตวั น้ีสามารถลดจำนวนเซลล์ท่ีติดเช้ือจาก 100% ให้ลดลงจนเหลอื 0% นอกจากน้ี ยังสามารถยบั ยง้ั เซลลใ์ นการผลิตไวรัสไดถ้ ึง 100% อกี ด้วย 2. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นมีความรู้และเข้าใจพ้นื ฐานเกย่ี วกบั กระชาย 2. เพื่อให้ผเู้ รยี นสามารถอธิบายการปลูกกระชายขาวในกระถางเก็บผลผลิตโดยไมต่ ้องถอนตน้ ได้ 3. เพื่อให้ผเู้ รียนสามารถบอกขั้นตอนวิธีการและสามารถปลูกกระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลิตโดยไมต่ ้องถอนต้น ได้ 4. เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นสามารถปลูกกระชายขาวในกระถางเก็บผลผลติ โดยไม่ต้องถอนต้น ใช้ในครัวเรอื นและพฒั นาเปน็ อาชีพเพื่อสรา้ งรายได้ให้กับตนเองและครอบครวั ได้ 3. ขอบข่ายเน้อื หา ขอยข่ายเนอ้ื หาใช้เวลาการเรยี นรู้ 3 ช่วั โมง ประกอบดว้ ยเนอ้ื หา จำนวน 3 เรอ่ื ง ดังนี้ เร่ืองท่ี 1 ความรพู้ ื้นฐานเกี่ยวกับกระชาย เรอื่ งที่ 2 การปลกู กระชายขาว เรือ่ งท่ี 3 การปลกู กระชายขาวในกระถางเก็บผลผลิตโดยไม่ตอ้ งถอนต้น รายงานสรปุ ผลการจดั กิจกรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รูปแบบกลุ่มสนใจ หลกั สตู ร 3 ชว่ั โมง จำนวน 3 กลุ่ม 5

เนอ้ื หา เรื่องท่ี 1 ความรพู้ ้ืนฐานเกี่ยวกบั กระชาย 1. แนวคิด “กระชาย” สมุนไพรไทยๆ ที่คุ้นเคยกันดี เป็นพืชล้มลุก ในชนบทจะนิยมปลูกกระชายเป็นแบบพืชผักสวนครัวใน บรเิ วณบ้านหรือใตร้ ม่ ต้นไม้ผล เกษตรกรบางรายปลูกกระชายเปน็ รายได้เสรมิ กระชาย มีอย่ดู ว้ ยกัน 3 ชนดิ คอื กระชายดำ กระชายแดง และกระชายขาว (บางพ้นื ที่เรียกกระชายเหลอื ง) แต่ที่นิยมนำเหงา้ มาประกอบอาหารคอื กระชายขาว อาหาร ที่มีกระชายขาวเป็นส่วนผสม ตัวอย่างเช่น ผัดฉ่า แกงป่า ขนมจีนน้ำยา ผสมอยู่ในเครื่องแกง เป็นต้น ในตำราอาหารคาว กระชายขาวจะใช้เพิ่มรสเผ็ดร้อนและช่วยดับกลิ่นคาวของอาหาร นอกจากนี้ กระชายขาวยังมีสรรพคุณทางยาใบกระชาย ใชบ้ ำรงุ ธาตุ แก้โรคในปาก ถอนพิษ เหงา้ และรากกระชายแก้บิด ขับปสั สาวะ ใช้เปน็ ยาทารกั ษาขก้ี ลาก ส่วนเหงา้ ใต้ดินของ กระชายแก้ปวดท้อง แกม้ วนท้อง บำรงุ กำลัง และรักษารดิ สดี วง 2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1) เพื่อใหผ้ ู้เรียนมีความรู้และเขา้ ใจพื้นฐานเกี่ยวกับกระชาย 2) เพ่ือให้ผูเ้ รียนสามารถอธิบายถึงสรรพคุณของกระชายได้ 3) เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นสามารถบอกถงึ ประโยชนข์ องกระชายได้ 4) เพ่ือให้ผูเ้ รียนทราบถึงประโยชนข์ องกระชายใชเ้ พ่ือวัตถุประสงค์ตา้ นโควดิ -19 ได้ 3. ขอบข่ายเนอื้ หา ขอยข่ายเน้ือหาเรื่องที่ ๑ ความรู้พืน้ ฐานเกย่ี วกับกระชาย ประกอบด้วยเน้อื หา ดังน้ี 1) ความรพู้ ้ืนฐานเกี่ยวกับกระชาย 2) ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ 3) ลกั ษณะของกระชาย 4) สรรพคุณของกระชาย 5) ประโยชน์ของกระชาย 6) การใช้กระชายในวัตถปุ ระสงคต์ ้านโควดิ -19 รายงานสรปุ ผลการจัดกจิ กรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รปู แบบกลมุ่ สนใจ หลกั สตู ร 3 ชวั่ โมง จำนวน 3 กลุม่ 6

เรอ่ื งท่ี 1 ความรพู้ น้ื ฐานเกีย่ วกับกระชาย 1.1 ความรพู้ นื้ ฐานเกีย่ วกบั กระชาย กระชาย หรอื ขิงจนี เปน็ พืชสมนุ ไพรท่ีปลูกเลย้ี งกันในประเทศจนี และเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ กระชายมีชอ่ื สามัญอืน่ อีกคอื กะแอน (อสี าน, เหนอื ) กะซาย, ขงิ ซาย (อีสาน) จี๊ปู (เงย้ี ว แม่ฮ่องสอน) ซพี ู (เงีย้ ว แม่ฮอ่ งสอน) เป๊าะซอ เรา้ ะ (กะเหร่ยี ง แม่ฮ่องสอน) เปา๊ ะสี่ (กะเหร่ยี ง แม่ฮ่องสอน) ละแอน (เหนือ) ว่านพระอาทติ ย์ (กรงุ เทพฯ) 1.2 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้นกระชายนบั ว่าเป็นพืชล้มลุกชนิดหน่ึงมคี วามสูงประมาณ 2-3 ฟุต มีลำต้นใต้ดินเรียกว่า \"เหง้า\" เป็นเหง้าสั้นแตก หนอ่ ได้ เชน่ เดยี วกบั ขงิ ข่า และขมน้ิ รากอวบรปู ทรงกระบอกหรือรูปไข่ ค่อนข้างยาวปลายเรียวแหลมออกเป็นกระจุก มีผิวสีน้ำตาลอ่อนเนื้อใบ สีเหลืองมีกลิ่นหอมเฉาะตัว ส่วนที่อยู่เหนือดินเป็นกาบใบที่หุ้มซ้อนกัน เป็นชั้นๆ สีแดงเรือ่ ๆ ใบเป็น ใบเดี่ยว เรียงสลับตัวใบรูปรปี ลายใบเรียว แหลม ขอบใบเรียบ เส้นกลางใบ ก้านใบและกาบใบด้านบนเป็นร่อง ดา้ นลา่ งนูนเป็นสนั ออกดอกเปน็ ช่อสีขาวหรือขาวอมชมพูที่ยอด (แทรก อยรู่ ะหว่างกาบใบ) ดอกบานทีละดอก มีลกั ษณะเป็นถงุ ผลเปน็ ผลแห้ง เมือ่ แก่แล้ว ที่มา : 1. ขอ้ มลู จากเว็บไซต์วิกีพีเดยี สานุกรมเสรี 2. ภาพจากเว็บไซตส์ ำนักงานเกษตรและสหกรณจ์ งั หวดั สรุ นิ ทร์ https://www.opsmoac.go.th/surin-local_wisdom-preview- 422891791854 1.3 ลักษณะของกระชาย 1) ต้นกระชาย มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนบริเวณเอเชียตะวันออก เฉยี งใต้ โดยจัดเปน็ ไมล้ ้มลกุ มีเหง้าสนั้ แตกหนอ่ ได้ มีรากอวบ เปน็ รูป ทรงกระบอกหรือรูปทรงไข่ค่อนข้างยาว ปลายเรียว มีความยาว ประมาณ 4-10 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 1-2 เซนติเมตร ออกเป็น กระจุก ผิวมสี ีนำ้ ตาลออ่ น ส่วนเนื้อในมสี เี หลอื งและมีกลน่ิ หอมเฉพาะตัว มัก พบขน้ึ ในปา่ ดบิ ร้อนช้นื ท่มี า : ภาพจากเวบ็ ไซต์สำนักงานเกษตรและสหกรณจ์ ังหวดั สุรนิ ทร์ https://www.opsmoac.go.th/surin-local_wisdom-preview-422891791854 รายงานสรปุ ผลการจัดกจิ กรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รปู แบบกลมุ่ สนใจ หลกั สตู ร 3 ช่ัวโมง จำนวน 3 กลุม่ 7

2) ใบกระชาย คอื ลักษณะของส่วนท่อี ย่เู หนือดิน มีประมาณ 2-7 ใบ ลักษณะของใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ ลักษณะเป็นรูปรี ใบยาว ประมาณ 12-50 เซนติเมตรและกว้างประมาณ 5-12 เซนติเมตร โคนใบ มนหรือแหลม ส่วนปลายใบเรียวแหลม มีขอบเรียบ เส้นกลางใบ ด้านใบ และกาบใบด้านบนจะเป็นร่อง ส่วนด้านล่างจะนูนเป็นสัน ด้านใบเรียบมี ความยาวประมาณ 7-25 เซนติเมตร ส่วนกาบใบเป็นสีชมพูยาวประมาณ 7-25 เซนตเิ มตร ระหว่างก้านใบและกาบใบจะมีล้นิ ใบ ท่มี า : ภาพจากเวบ็ ไซตส์ ำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวดั สุรนิ ทร์ https://www.opsmoac.go.th/surin-local_wisdom-preview- 422891791854 3) ดอกกระชาย ออกดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลด โดยจะออกที่ยอด ระหว่างกาบใบคู่ในสุด มีความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร แต่ละดอกจะมีใบประดับ 2 ใบ มีสีขาวหรือสีขาวอมชมพูอ่อน ๆ เป็นรูปใบหอกกว้างประมาณ 8 มิลลเิ มตร และยาวประมาณ 3.5-4.5 เซนตเิ มตร ทก่ี ลบี เลีย้ งมีสีขาวหรือสขี าวอมชมพูอ่อน โคน ติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 1.7 เซนติเมตร ปลายจะแยกเป็น 3 แฉก ส่วนกลีบดอกมีสีขาวหรือสีขาวอมชมพูอ่อน โคน ตดิ กนั เป็นหลอด ยาวประมาณ 6 เซนตเิ มตร และปลายแยกเป็น 3 กลีบเป็นรูปใบหอก มีขนาดไม่เท่ากัน กลีบใหญ่มี 1 กลีบ กว้างประมาณ 7 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 1.8 เซนติเมตร ส่วนอีก 2 กลีบจะมีขนาดเท่ากัน กว้างประมาณ 5 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร มีเกสรตัวผู้อยู่ 6 อัน แต่มี 5 อันที่เปลี่ยนไปมีลักษณะเหมือนกลีบดอก โดย 2 กลีบบนมีสี ชมพู รูปไข่กลับขนาดเท่ากัน มีความกว้างประมาณ 1.2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1.7 เซนติเมตร ส่วนอีก 3 กลีบ ล่างมีสีชมพูติดกันเป็นกระพุ้ง มีความกว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ยาวประมาณ 2.7 เซนตเิ มตร และทปี่ ลายจะแผ่กว้าง ประมาณ 2.5 เซนติเมตร มีสีชมพูหรือสีม่วงแดงเป็นเส้นอยู่ เกอื บท้ังกลีบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงกระเปาะและปลายกลีบ จะ มีเกสรตวั ผูท้ ี่สมบรู ณอ์ ยู่ 1 อัน ก้านชอู ับเรณูหมุ้ กา้ นเกสรตัวเมยี รายงานสรปุ ผลการจัดกิจกรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รปู แบบกลมุ่ สนใจ หลกั สตู ร 3 ช่ัวโมง จำนวน 3 กลมุ่ 8

4) ผลกระชาย ผลแก่จะแตกเปน็ 3 เสย่ี ง มเี มล็ดค่อนขา้ งใหญ่ ที่มา : ภาพจาเว็บไซต์ https://www.bloggang.com/m/mainblog.php?id =fasaiwonmai&month=15-09-2014&group=2&gblog=619 กระชาย มีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ กระชายดำ กระชายแดง และกระชายขาว (แต่ในบทความนี้เราจะพูดกันถึงกระชายเหลือง ครับ) โดยกระชายเป็นพืชสมุนไพรที่คนไทยต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารไดห้ ลากหลายเมนู โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการนำมาใช้เป็นสว่ นผสมสำคัญในแกงปา่ หรอื ผดั ต่าง ๆ โดยสว่ น ที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารกันมากที่สุดคือ รากสะสมอาหาร หรือที่เรียกว่า \"นมกระชาย\" ซึ่งรากกระชายนี้จะมีกลิ่นหอม เฉพาะตัว สามารถใช้เป็นผักจิ้มได้โดยตรง แต่คนส่วนใหญ่มักจะ นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องแกงซะมากกว่า เพราะมีคุณสมบัติในการ ชว่ ยดับกลนิ่ คาวของเนื้อสัตว์เนือ้ ปลาได้เปน็ อยา่ งดี กระชายที่นิยมใช้กันก็คือกระชายขาวและกระชายดำ ซ่ึง กระชายดำปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยม จนทำให้กระชายเหลืองถูกลดความสำคัญลงไป แต่ว่ากันว่าในด้านสรรพคุณทางยา สมุนไพร กระชายขาวนั้นดีกว่ากระชายดำ เพราะบางทีเราก็คิดไปเองว่าสมุนไพรถ้าเป็นสีเข้มกว่าก็น่าจะมีประโยชน์ มากกว่า แถมกระชายดำยังได้รับการโปรโมตทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนทั่วไปหลงคิดว่ากระชายดำนั้นดีกว่า กระชายขาวนัน่ เอง ทีม่ า : ภาพจากเว็บไซต์ mgronline https://mgronline.com/travel/detail/9640000007506 1.4 สรรพคุณของกระชาย สมุนไพรกระชาย มีสรรพคุณทางยานานบั ประการ จนได้ชื่อในวงการแพทยแ์ ผนไทยวา่ เป็น \"โสมไทย\" เนื่องจาก กระชายกับโสมมีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง เช่น สรรพคุณในการบำรุงกำลังและเสริมสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งเป็น ลักษณะเด่นของสมุนไพรทั้งสองชนิด ทั้งกระชายและโสมต่างก็เป็นพืชที่มีส่วนสะสมอาหารที่ใช้เป็นยาอยู่ใต้ดินเหมือนกนั แถมยังสามารถเรืองแสงในทม่ี ืดไดเ้ หมอื นกันดว้ ย และในเรือ่ งของลักษณะท่ีคลา้ ยกับรูปร่างมนุษย์เหมือน ๆ กัน ซึ่งบางคร้ัง เราจะเรียกโสมว่า \"โสมคน\" และเรยี กกระชายว่า \"นมกระชาย\" (เน่ืองจากกระชายมีลักษณะท่คี ล้ายคลึงกบั นมผหู้ ญิงนั่นเอง และบางครง้ั กด็ ูคล้ายเพศชาย จึงเกิดความเชื่อทว่ี ่ามันนา่ จะมคี วามเกี่ยวข้องในเรอ่ื งสรรพคุณทางเพศ) 1) กระชายมสี รรพคุณชว่ ยบำรงุ ร่างกาย เป็นยาอายวุ ัฒนะ 2) ชว่ ยบำรุงธาตุในรา่ งกาย (ใบ) 3) กระชายขาวมีสรรพคณุ ชว่ ยแก้ลมวงิ เวยี น แน่นหนา้ อก รายงานสรปุ ผลการจดั กจิ กรรมการศกึ ษาต่อเนื่อง รปู แบบกลมุ่ สนใจ หลักสูตร 3 ช่วั โมง จำนวน 3 กลุม่ 9

4) ช่วยบำรุงกำลงั เสรมิ สมรรถภาพทางเพศ บำบดั โรคนกเขาไม่ขนั หรือโรคอดี ี (Erectile Dysfunctional หรอื ED) (เหงา้ ใต้ดิน) 5) ช่วยบำรงุ หัวใจ ดว้ ยการใชเ้ หงา้ และรากของกระชายนำมาปอกเปลือก ลา้ งนำ้ ใหส้ ะอาด นำมาห่ันตากแหง้ แล้วบดจนเป็นผง และใหใ้ ช้ผงแห้งทเ่ี ตรยี มไวป้ ระมาณ 1 ช้อนชา นำมาชงกับนำ้ ร้อนครึ่งถ้วยชา แล้ว รับประทานเพียงครั้งเดยี ว (เหงา้ , ราก) 6) ช่วยบำรุงกระดกู ช่วยทำให้กระดกู ไม่เปราะบาง 7) ชว่ ยปรบั สมดุลของฮอรโ์ มนต่าง ๆ ในร่างกาย 8) ชว่ ยบำรงุ กำหนัด แก้อาการกามตายดา้ น (เหง้าใตด้ นิ ) 9) ชว่ ยบำรุงสมอง เพราะชว่ ยทำใหเ้ ลอื ดไปเลยี้ งสมองส่วนกลางไดด้ มี ากขึน้ 10) ชว่ ยปรับสมดลุ ของความดนั โลหิตในรา่ งกาย ชว่ ยลดความดนั โลหติ เมอื่ ความดันโลหิตสูง แตเ่ มื่อความดัน โลหิตตำ่ กจ็ ะช่วยทำใหค้ วามดันเพิม่ ขึน้ จนเป็นปกติ 11) สรรพคณุ กระชายช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ (ใบ) 12) กระชายมีสรรพคุณทางยาช่วยแก้โรคในปากและคอ เชน่ ปากเปือ่ ย ปากแห้ง ปากเปน็ แผล (ใบ, เหง้า) 13) ช่วยแกฝ้ ้าขาวในปาก ดว้ ยการใช้กระชายที่ลา้ งสะอาดนำมาบดแบบไมต่ อ้ งปอกเปลอื ก แลว้ ใสใ่ นโถปัน่ พอ หยาบ แลว้ นำมาใสข่ วดปดิ ฝาแชไ่ วใ้ นตู้เย็น แล้วนำมากินก่อนอาหารครัง้ ละ 1 ชอ้ นชาเล็ก กนิ วนั ละ 3 มื้อ ก่อนอาหารประมาณ 15 นาที ประมาณ 1 อาทติ ย์ (ราก) 14) เหงา้ ใตด้ นิ มีรสเผ็ดร้อนและขม มีสรรพคุณชว่ ยแก้อาการปวดท้อง มวนในท้อง อาการท้องอืด ทอ้ งเฟ้อ ด้วยการใชเ้ หงา้ และรากประมาณครึง่ กำมือ ถ้าสดให้ใชป้ ระมาณ 5-10 กรมั แต่ถ้าเปน็ แห้งให้ใช้ประมาณ 3-5 กรมั แลว้ นำมาต้มเอานำ้ ดื่มแก้อาการ หรอื จะนำมาใช้ปรงุ เปน็ อาหารไวร้ ับประทานก็ได้เชน่ กนั (เหงา้ ใตด้ นิ ) 15) ช่วยแก้อาการทอ้ งรว่ ง ทอ้ งเดิน ดว้ ยการใชเ้ หง้าสด 1-2 เหงา้ ใชเ้ หงา้ ท่ีปง้ิ ไฟแลว้ นำมาฝนหรือตำผสมกับ นำ้ ปูนใส หรอื จะคั้นใหข้ น้ ๆ แลว้ นำมารับประทานครั้งละ 1-2 ชอ้ นชาก็ได้ (เหงา้ , ราก) 16) ชว่ ยแกบ้ ดิ โดยใชเ้ หง้าสดประมาณ 2 เหง้า นำมาบดจนละเอียดแลว้ เติมนำ้ ปนู ใส คนั้ เอาแต่น้ำมาด่มื (เหง้า สด) 17) ชว่ ยรักษาอาการท้องเดินในเด็ก (เหง้า, ราก) 18) รากกระชายมีสรรพคุณช่วยแกโ้ รคกระเพาะ (ราก) 19) ชว่ ยแกอ้ าการบิดมกู เลือด (เหง้า, ราก) รายงานสรปุ ผลการจดั กจิ กรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รูปแบบกล่มุ สนใจ หลักสูตร 3 ชัว่ โมง จำนวน 3 กลุ่ม 10

20) ใช้เปน็ ยาขับปสั สาวะ แก้อาการปสั สาวะพิการ (เหงา้ , ราก) 21) ชว่ ยบำรุงตับและไตให้แขง็ แรง ชว่ ยรักษาโรคไต ช่วย ทำให้ไตทำงานไดด้ ยี ่ิงข้นึ 22) ชว่ ยป้องกนั ไทรอยด์เปน็ พษิ 23) ชว่ ยรกั ษาอาการกระเพาะปสั สาวะเกรง็ ซง่ึ ในกรณีน้ี อาจจะต้องใช้เม็ดบัวที่ต้มแล้วนำมารับประทานรว่ ม ดว้ ย 24) ชว่ ยแก้อาการไสเ้ ลอ่ื นในเพศชาย 25) ช่วยควบคมุ ไมใ่ ห้ต่อมลูกหมากโต 26) ช่วยบำรงุ มดลูกของสตรี ป้องกันไม่ใหม้ ดลกู โต ทม่ี าซ ภาพมาจากเวบ็ ไซต์ https://www.tescolotus.com/blog/view/1225 27) แกอ้ าการตกขาว ชว่ ยขับระดูขาวของสตรี (เหง้า) 28) ชว่ ยขับน้ำคาวปลาของสตรีหลงั คลอดบตุ ร 29) ใช้เป็นยารกั ษารดิ สีดวงทวาร ด้วยการใชเ้ หงา้ สดประมาณ 60 กรัม (6-8 เหงา้ ) นำมาผสมกบั เน้ือ มะขามเปยี กประมาณ 60 กรมั เกลือแกง 3 ชอ้ นแกง และนำมาตำแล้วต้มกับนำ้ 6 แกว้ แลว้ เคยี่ วจนเหลอื 2 แกว้ นำมารับประทานคร้ังละครง่ึ แกว้ กอ่ นนอน แลว้ รับประทานติดต่อกันประมาณ 1 เดอื นจนกวา่ จะ หาย (เหงา้ ใต้ดนิ ) 30) ใบช่วยถอนพิษต่าง ๆ (ใบ) 31) ชว่ ยแก้อาการปวดเมือ่ ย ด้วยการใช้เหงา้ หรือรากแก่ ๆ นำมาหนั่ เป็นแว่นบาง ๆ แล้วนำไปตากแหง้ และ นำมาชงกับนำ้ ดื่ม (ราก, เหงา้ ) 32) ช่วยบำรุงเส้นเอ็นใหแ้ ข็งแรง 33) เหง้าและรากใช้เปน็ ยาภายนอก สรรพคุณช่วยรกั ษาข้ีกลาก ขเี้ กล้ือน (เหงา้ , ราก) 34) ช่วยรกั ษาโรคน้ำกดั เท้า ด้วยการใช้รากกระชายทง้ั เปลอื กมาล้างแลว้ ผง่ึ ให้แห้ง ฝานเปน็ แว่น ๆ และนำไป บดให้เป็นผงหยาบ ๆ และใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพรา้ วมาอนุ่ ในหม้อใบเล็ก ๆ เติมผงกระชาย ใช้ นำ้ มนั 3 เท่าของปรมิ าณกระชาย แลว้ นำมาหงุ ดว้ ยไฟอ่อน ๆ ราว 15-20 นาที แล้วกรองกระชายออก เก็บนำ้ มันไวใ้ นขวดแกว้ สชี า นำมาใชท้ าบริเวณทีเ่ ปน็ (ราก) 35) ชว่ ยแก้อาการคันหนงั ศรี ษะจากเชื้อรา ดว้ ยการใช้นำ้ มันดงั กล่าว (จากสูตรรักษาโรคน้ำกัดเทา้ ) นำมาเข้า สตู รทำเป็นแชมพูสระผม หรือจะใช้น้ำมันกระชายโกรกผมแล้วนวดใหเ้ ขา้ หนงั ศรี ษะก็ได้ แล้วค่อยลา้ งออก (นำ้ มันกระชาย) 36) ชว่ ยรักษาฝีด้วยการใช้เหง้ากับรากมาตำใหล้ ะเอียดแล้วนำมาทาหวั ฝีที่บวม จะทำให้หายเรว็ ย่ิงขน้ึ (เหงา้ , ราก) 37) เหงา้ มฤี ทธ์ใิ นการชว่ ยตา้ นเช้อื ราท่เี ปน็ สาเหตุของการเกิดโรคผวิ หนงั และโรคในชอ่ งปากดีพอสมควร (เหง้า) รายงานสรุปผลการจดั กิจกรรมการศกึ ษาต่อเนื่อง รูปแบบกล่มุ สนใจ หลกั สตู ร 3 ช่วั โมง จำนวน 3 กลุ่ม 11

38) กระชายมีสารที่ออกฤทธ์ิช่วยตา้ นการก่อการกลายพันธ์ุ โดยการบรโิ ภครากกระชายสามารถช่วยลดความ เสยี่ งของการเกดิ โรคมะเร็งได้ 39) กระชายมสี ารท่ีออกฤทธ์ทิ ำใหอ้ นมุ ูลอิสระเปน็ กลาง จึงมีผลช่วยลดความเสียหายของการเกดิ อนมุ ลู อสิ ระภายในร่างกายได้ 40) กระชายมีฤทธช์ิ ว่ ยตา้ นการอักเสบ การบริโภค กระชายเป็นประจำอาจไดผ้ ลคล้ายกบั การ รับประทานยาแอสไพรินและอาจจะช่วยป้องกนั การเกดิ โรคท่ีมสี าเหตุมาจากการอกั เสบเร้ือรัง ภายในรา่ งกายได้ 41) งานวจิ ยั จากมหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ร่วมกบั มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ได้ศึกษาพบวา่ สาร สกัดจากกระชายสามารถชว่ ยต้านการเส่ือมของ กระดูกอ่อนในหลอดทดลองได้ และไดผ้ ลเปน็ ที่น่าพอใจ ท่มี า: ภาพมาจากเวบ็ ไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=bXXJkU6BrhM 42) งานวจิ ยั ในประเทศกานาพบว่าสาร Pinostrobin จากรากและใบมีฤทธชิ์ ว่ ยต้านเชอ้ื Plasmodium falciparum ซง่ึ เป็นสาเหตขุ องการเกิดโรคมาลาเรยี 43) งานวิจยั ของมหาวิทยาลยั สงขลานครินทรพ์ บวา่ สารสกัดคลอโรฟอร์มและเมทานอลจากรากของกระชายมี ฤทธิ์ในการตา้ นการเจริญเติบโตของเช้ือ Giardia intestinalis ซง่ึ เป็นพยาธเิ ซลล์เดยี วในลำไสท้ ี่ก่อให้เกิด ภาวะท้องเสีย ซึ่งเป็นปัญหาท่ีสำคัญอยา่ งมากสำหรับผปู้ ่วยทเี่ ปน็ โรคภมู คิ ุ้มกนั บกพรอ่ ง 44) งานวิจัยของจุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั พบว่าสาร Pinostrobin, Pinocembrin, Panduratin A และ Alpinetin ของกระชายนั้นมีฤทธิต์ า้ นแบคทีเรยี ไดห้ ลายชนดิ รายงานสรุปผลการจัดกจิ กรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รูปแบบกลุม่ สนใจ หลักสูตร 3 ชั่วโมง จำนวน 3 กล่มุ 12

1.5 ประโยชน์ของกระชาย 1) ประโยชนก์ ระชาย สามารถนำมาทำเปน็ นำ้ กระชายป่ัน ดื่มเพ่ือเพ่ิมความสดชน่ื บำรุงร่างกาย ทำใหร้ า่ งกาย กระปรีก้ ระเปรา่ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี 2) น้ำกระชายช่วยทำใหร้ ่างกายกระปร้ีกระเปร่า ยิ่งขึน้ ช่วยทำให้เหน่ือยน้อยลง 3) ชว่ ยทำใหเ้ สน้ ผมแข็งแรง เปลีย่ นผมขาวใหก้ ลับ เปน็ ดำ ช่วยทำให้ผมบางกลับมาหนาขนึ้ และช่วยแกป้ ญั หาผม หงอก ผมรว่ งได้ 4) รากนำมาใชเ้ ปน็ เครื่องแกงในการประกอบอาหาร ช่วยดับกลน่ิ คาวของเน้ือและปลาไดเ้ ป็นอย่างดี โดยเฉพาะ อยา่ งยิ่งปลาดุก ปลาไหล ปลากลุ า เปน็ ต้น และยังทำให้ อาหารมีกลิน่ และรสที่หอมแบบเปน็ เอกลักษณ์อีกด้วย 5) รากกระชายสามารถชว่ ยไลแ่ มลงได้ ด้วยการนำ ตะไคร้ ขา่ หอมแดง ใบสะเดาแก่ นำมาตำผสมกันแลว้ ใช้ผสม กบั นำ้ ฉดี ในบริเวณทม่ี แี มลงรบกวน ทมี่ า : ภาพมาจากเว็บไซต์ https://cooking.kapook.com/view159494.html ทมี่ า : 1. ข้อมูลมาจากเวบ็ ไซตส์ ำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพชื อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ สมเดจ็ พระเทพ รัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี, ช่ือพรรณไม้แหง่ ประเทศไทย สำนกั งานหอพรรณไม้ กรมอุทยานแหง่ ชาติ สัตว์ป่า และ พนั ธุ์พืช (เต็ม สมิตินนั ทน)์ , เวบ็ ไซตเ์ ทคโนโลยีชาวบ้าน, เว็บไซตม์ หาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธิราช, เว็บไซตว์ ิทยาลยั พยาบาล บรมราชชนนี จังหวัดพะเยา, เว็บไซต์หมอชาวบ้าน (รศ.ดร.สุธาทพิ ภมรประวัติ), สถาบนั วิจัยวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี แหง่ ประเทศไทย (วว.) เว็บไซตส์ ำนักงานเกษตรและสหกรณ์จงั หวดั สรุ ินทร์ 1.6 กระชายใช้ในวตั ถุประสงคต์ า้ นโควดิ -19 จากการระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยก็มีการค้นคว้าวิจัยเพื่อเสาะหายาและวัคซีนที่จะช่วยยับยั้งและรักษา โรคนี้ รวมถึงมีการศึกษาวิจัยสมุนไพรไทยหลากหลายชนิดในการนี้ด้วย ที่ได้ยินกันบ่อยๆ ก็คือ“ฟ้าทะลายโจร” ที่มีมีฤทธ์ิ ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสและสมุนไพรอีกหนึ่งชนิดที่มีงานวิจัยออกมา ว่าช่วยออกฤทธิ์ต้านไวรัสด้วยเช่นกันก็ คอื “กระชายขาว” สมุนไพรไทยๆ ท่ีคนุ้ เคยกันดี เนอ่ื งจากเป็นส่วนประกอบของอาหารไทยหลากหลายเมนู รายงานสรุปผลการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุ่มสนใจ หลกั สูตร 3 ชว่ั โมง จำนวน 3 กลุ่ม 13

ทีมวิจัยที่เกิดจากความร่วมมือกันของคณะ วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์ความ เป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS ได้ศึกษาวิจัย “กระชายขาว” พบว่าสารสกัดจากกระชาย ขาว ซึ่งมีสารสำคัญ 2 ชนิด สามารถยับยั้งการเจริญเติบโต ของโควิด-19 ได้ถึง 100% โดยสารสำคัญทั้ง 2 ตัวที่อยู่ใน กระชายขาว ได้แก่ Pandulatin A และ Pinostrobin สาร ทั้ง 2 ตัวในกระชายขาว สามารถทำหน้าที่ยับยั้งการ เจรญิ เติบโตของเช้ือไวรัสตน้ เหตขุ องโควิด-19 ได้ ซงึ่ สารทัง้ 2 ตัวนส้ี ามารถลดจำนวนเซลลท์ ่ีตดิ เชือ้ จาก 100% ใหล้ ดลงจน เหลือ 0% นอกจากนี้ ยังสามารถยับยั้งเซลล์ในการผลิตไวรัส ไดถ้ ึง 100% อีกด้วย ท่มี า: ภาพจากเว็บไซตส์ ารกัดกระชายขาวมหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธบิ ดี มหาวทิ ยาลัยมหิดล https://www.rama.mahidol.ac.th/ramaclinic/article/09sep2020-1522 การใช้กระชายในวัตถุประสงค์ต้านโควิด-19 นั้นยังคงเป็นการศึกษาในห้องทดลอง โดยเลือกใช้สารสกัดจาก กระชายขาว ซึ่งถูกนำมาสกัดใช้ในลักษณะของยา แต่หากนำมาใช้กินกันในอาหารทั่วไป จะมีสรรพคุณดังนี้ 1) ใบกระชาย ใช้บำรุงธาตุ แกโ้ รคในปาก คอ ถอนพิษ แก้โลหิตเปน็ พษิ 2) เหง้าและรากกระชาย แกบ้ ิด ขับปสั สาวะ ใช้เปน็ ยารกั ษาภายนอกทารกั ษากลากเกลอ้ื น 3) เหงา้ ใตด้ ินกระชาย แกป้ วดท้อง แกม้ วนท้อง บำรงุ กำลงั รกั ษารดิ สดี วง ทม่ี า : ขอ้ มูลจากเวบ็ ไซต์ 1. มหาวิทยาลัยมหดิ ล mahidol.ac.th 2. โครงการอนุรักษ์พนั ธกุ รรมพชื อันเนื่องมาจากพระราชดำริ http://www.rspg.or.th 3. โรงพยาบาลอานันทมหิดล http://www.ananhosp.go.th 4. mgronline 108 การกนิ https://mgronline.com/travel/detail/9640000007506 รายงานสรปุ ผลการจดั กิจกรรมการศกึ ษาต่อเนื่อง รปู แบบกลุ่มสนใจ หลกั สูตร 3 ช่วั โมง จำนวน 3 กลุ่ม 14

เนอ้ื หา เรอ่ื งท่ี 2 การปลูกกระชายขาว 1. แนวคดิ “กระชาย” เปน็ ไมล้ ม้ ลุกไมม่ ีลำต้นบนดิน มเี หง้าใต้ดนิ ซึ่งแตกรากออกไปเป็นกระจุกจำนวนมาก อวบน้ำ ตรงกลาง พองกว้างกว่าส่วนหัวและท้าย ใบ เดี่ยว เรียงสลับเป็นระนาบเดียวกัน รูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 4.5-10 เซนติเมตร ยาว 13-15 เซนติเมตร ตรงกลางดา้ นในของก้านใบมรี อ่ งลกึ ดอก ช่อ ออกแทรกอยูร่ ะหวา่ งกาบใบท่ีโคนต้น กลีบดอกสีขาว หรือชมพูอ่อน ใบประดับรูปใบหอกสมี ่วงแดง ดอกย่อยบานครัง้ ละ 1 ดอก กระชาย ถือว่าเปน็ เครื่องเทศชนิดหนึ่งทีค่ นไทย ค้นุ เคย กนั มานานแล้ว จะมีถน่ิ กำเนดิ ในแถบรอ้ นอยู่ทบี่ ริเวณเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ จะพบข้นึ อย่บู รเิ วณในป่าดิบร้อนชื้น เป็นไม้ลมลุกที่มีลำต้นอยู่ใต้ดินซึ่งจะเรียกว่า เหง้า และเหง้าที่อยู่ใต้ดินจะแตกรากออกไปเป็นกระจุกจำนวนมากจะเป็นท่ี สะสมอาหารอวบนำส่วนตรงกลางจะพองกว้างกว่าส่วนหัวและส่วนท้าย ส่วนเนื้อด้านในจะมีสีแ ตกต่างไปตามชนิดของ กระชาย และจะมีกลิ่นหอม ส่วนที่อยู่เหนือดินจะประกอบด้วยโคนก้านใบที่เป็นกาบหุ้มซ้อนกัน กาบใบจะมีสีแดงเรื่อ ๆ ตรงแผ่นใบจะเป็นรูปรีสว่ นปลายจะแหลม กว้างประมาณ 4.5-10 ซม. ยาวประมาณ 15-30 ซม. ส่วนตรงกลางด้าน ในของก้านใบจะมีช่องลึก ดอกช่อออกแทรกอยู่ระหว่าง กาบใบที่โคนต้น กลีบดอกมีสีขาวหรือสีชมพูอ่อน ดอกย่อยบาน ครั้งละ 1 ดอก ส่วนในเหง้ากระชายนี้จะมีน้ำมันหอมระเหยและมีสารสำคัญหลายชนิดสะสมอยูซ่ ึ่งจะมีสรรพคุณในการดบั กลิ่นคาวและเป็นสารที่มีสรรพคุณทางยาสมุนไพรหลายชนิดสารทีว่านี้คือ สารแคมฟีน (Camphene) ทูจีน (Thujene) และการบรู เม่ือรบั ประทานเป็นอาหารจะพบไดใ้ นน้ำยาขนมจีน และเครือ่ งผสมในเคร่อื งแกงต่าง ๆ 2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) เพ่ือให้ผู้เรยี นมีความร้แู ละเข้าใจเกี่ยวกับปลกู กระชายขาว 2) เพื่อใหผ้ ูเ้ รียนสามารถอธบิ ายถึงการเตรยี มหวั พนั ธ์ุกระชายได้ 3) เพ่ือให้ผู้เรียนบอกถึงประโยชนข์ องกระชายได้ 4) เพ่ือใหผ้ ูเ้ รยี นบอกวธิ กี ารเก็บเก่ยี วผลผลติ กระชายได้ 3. ขอบข่ายเนอ้ื หา ขอยข่ายเน้อื หาเร่ืองที่ 2 การปลูกกระชายขาว ประกอบด้วยเน้อื หา ดังนี้ 1) การเตรียมดนิ ปลูกกระชายขาว 2) ฤดกู ารปลูกกระชายขาว 3) การปลกู การเตรยี มเหง้าพันธ์กุ ระชายขาว 4) การเตรียมหัวพนั ธ์ุกระชายขาว 5) สภาพแวดลอ้ มทเี่ หมาะสม 6) การปลกู กระชายในแปลง 7) การใสป่ ุย๋ และกำจดั วัชพชื 8) การเก็บเก่ยี วผลผลิต รายงานสรปุ ผลการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเน่ือง รปู แบบกลมุ่ สนใจ หลกั สูตร 3 ชัว่ โมง จำนวน 3 กลุ่ม 15

เร่ืองที่ 2 การปลูกกระชายขาว 2.1 การเตรยี มดินปลูกกระชายขาว 1) ไถพรวนหรือขดุ ดินเพ่ือให้ดนิ รว่ นซยุ 2) ถา้ ดนิ ระบายน้ำดี ไม่จำเป็นต้องยกร่อง กระชาย สามารถขน้ึ ได้ดใี นดินทุกชนดิ โดยเป็นดินทมี่ ีการระบายนำ้ ไดด้ ีไมท่ ว่ มขัง การเตรยี มดนิ ควรไถพรวน ตอนตน้ ฤดฝู น และควรมีการยกร่องปลูกโดยมรี ะยะห่างระหว่างแถว 75 ซม. ระหวา่ งต้น 30 ซม. 2.2 ฤดกู ารปลูกกระชายขาว ปลกู ในช่วงฤดฝู นปลายเดอื น เมษายน-พฤษภาคมและจะเก็บหวั ในช่วงฤดหู นาว คือปลายเดือน ธันวาคม-มกราคม ซึง่ ช่วงดงั กลา่ วหวั จะแหง้ การปลูกการเตรียมเหงา้ พนั ธ์ุกระชาย 2.3 การเตรียมเหงา้ พนั ธก์ุ ระชายขาว มีตา 1) คัดเลือกหัวพันธุ์ที่มีอายุ 7-9 เดือน ควร มา สมบูรณ์ ไม่มโี รคแมลงทำลาย ก่อน 2) แบ่งหัวพันธุ์โดยการหั่น ขนาดของเหง้า มตี าอย่างนอ้ ย 3-5 ตาหรือแงง่ มนี ำ้ หนกั 15-50 กรมั 3) แช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดแมลง ลาไธออน หรือคลอไพรีฟอส 1-2 ชวั่ โมง ตามอัตราแนะนำ 4) ชุบท่อนพันธ์ุดว้ ยสารเคมปี อ้ งกัน กำจัดเช้ือรา ปลูก ทีม่ า : ภาพจากเวบ็ ไซต์หัวกระชายเม็ดพันธ์ดุ ีวถิ ีไทย https://www.nanagarden.com/product/343401 2.4 การเตรียมหัวพนั ธุ์กระชายขาว การปลูกใชท้ ่อนพนั ธม์ุ ี 2 ลักษณะคือหัวแม่และแงง่ 1) การปลูกโดยหวั แม่ควรมนี ้ำหนกั ประมาณ 15-50 กรมั / หวั 2) การปลูกดว้ ย แง่งพนั ธุ์มปี ล้อง 7-9 ปล้อง / ช้นิ น้ำหนัก 15-30 กรมั ยาว 8-12 ซม. ก่อนปลูกกระชายหัวพนั ธุ์ ควรแชด่ ว้ ยยาปอ้ งกันเช้ือรา และยาฆ่าเพลีย้ โดยแชไ่ ว้ประมาณ 30 นาที กระชายจะใช้เวลาในการงอก ประมาณ 30-70 วัน หลงั ปลูก รายงานสรปุ ผลการจดั กจิ กรรมการศึกษาต่อเน่ือง รูปแบบกลมุ่ สนใจ หลักสูตร 3 ชวั่ โมง จำนวน 3 กลมุ่ 16

2.5 สภาพแวดล้อมทีเ่ หมาะสม 1) ชอบอากาศร้อนชนื้ ดินร่วนปนทราย ไม่ชอบดนิ เหนยี วและดนิ ลกู รัง 2) ปลูกในท่ีกลางแจง้ 2.6 การปลูกกระชายขาวในแปลง 1) ระยะระหว่างต้น และระหว่างแถว 30x30 ซม. 2) ขุดหลุมขนาด กวา้ งxยาวxลึก 15X15x15 ซม. 3) ใสป่ ุ๋ยคอกรองก้นหลมุ ประมาณหลุมละ 200 กรัม ( 1 กระป๋องนม ) 4) นำหวั พนั ธ์ทุ ่ีเตรยี มไวล้ งปลูก กลบดินหนา 5 ซม. 5) คลุมแปลงด้วยฟางหรือหญ้าคาหน้าประมาณ 2 นิ้ว เพ่ือปอ้ งกนั การงอกของวัชพืชและรักษาความช้นื ในดิน 6) รดน้ำใหช้ ุ่ม ทมี่ า : ภาพจากเวบ็ ไซต์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG190913164506919 2.7 การใส่ปุ๋ยและกำจดั วัชพืช กระชายงอก ยาวประมาณ 5-10 ซม. ควรรีบทำการกำจัดวชั พืชและใสป่ ยุ๋ แอมโมเนียซัลเฟต อัตรา 50 กก./ ไร่ เชือ้ กำจดั วชั พชื ครัง้ ที่ 2 ควรพรวนดนิ กลบโคนแถว 2.8 การเก็บเก่ยี วผลผลิต กระชายในช่วงต้นฤดูฝนหลังฝนตก 1-2 ครั้ง ในช่วงเดือน มนี าคม-พฤษภาคม จะสามารถเก็บหัวได้ประมาณช่วงฤดูหนาวจนถึงฤดู แล้ง หรือควรให้มีอายุประมาณ 10-12 เดือน ในช่วงเดือนธันวาคม- เมษายน โดยสังเกตจากใบ และลำต้นที่เริม่ มสี ีเหลือง และเห่ยี วแหง้ ทม่ี า : ภาพจากเว็บไซต์ http://www.vigotech.in.th/index.php?lay=show&ac=article&Id=539819130&Ntype=8 รายงานสรปุ ผลการจดั กจิ กรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รูปแบบกลมุ่ สนใจ หลักสตู ร 3 ชัว่ โมง จำนวน 3 กลุม่ 17

เน้อื หา เรอ่ื งท่ี 3 การปลกู กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลิตโดยไมต่ ้องถอนต้น 1. แนวคดิ พชื สมนุ ไพรหลากหลายชนดิ ซงึ่ แตล่ ะชนดิ สามารถป้องกันรักษาโรคตา่ งๆได้ แต่เนื่องจากไวรัสโคโรนา่ สายพันธุ์ ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 เป็นโรคชนิดใหม่ที่เพิ่งเกดิ ขึ้น ผู้ที่มีความรูต้ ามสถาบันต่างๆจึงพากันวิจัยสมุนท่ี จะสามารถช่วย ปอ้ งกนั และรกั ษาโควิดได้ ท้งั น้ผี ลจากการวิจัยพบว่ามสี มนุ ไพรหลายชนิดท่มี ีการอ้างว่ามีสรรพคุณชว่ ยป้องกันและรักษาโค วิด-19 ได้ โดยมีการแชร์ลงในโซเชียล ทำให้ประชาชนเริ่มมีความหวังและมีกำลังใจมากขึ้น แต่สมุนไพรที่โดดเด่นจากการ วิจัยแล้วเชื่อว่ามีคุณภาพมากท่ีสุดคือ กระชายขาว เป็นสมุนไพรท่ีมีผสมอยู่ในเครื่องแกง และเป็นสมุนไพรท่ีเป็นเคร่ืองปรุง อาหารไทยหลากหลายชนิด จึงทำให้ขณะนี้มีการนำกระชายขาวมาทำเป็น น้ำกระชายดื่มกัน ซึ่งเป็นอีกทางเลือก หนึ่งของความหวังที่หลายคนเชื่อว่าจะช่วยป้องกันโควิด-19 และเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ประหยัดเวลา ในการหา สมุนไพรที่เป็น “กระชายขาว” นำมาใช้ประโยชน์ทั้งในแง่ของการเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารคู่ครัวซึ่งมีสรรพคุณ ทางยาและการต่อยอดเป็นอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง จึงเกิดหลักสูตร “การปลูกกระชาย ขาวในกระถางเก็บผลผลิตโดยไม่ต้องถอนต้น”เพื่อใหผ้ ูเ้ รยี นที่มีความสนใจอยากเริ่มปลูกกระชายขาวไว้ประกอบอาหารใน ครัวเรือนหรือ ผู้ที่ปลูกกระชายขาวอยู่แล้ว ได้มีการต่อยอด เกิดทักษะและความรู้ที่ได้จาการอบรมไปเป็นแนวทางในการ ประกอบอาชีพ เพอื่ สร้างรายได้เสริมให้กบั ตนเองและครอบครัวต่อไป 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) เพื่อใหผ้ ูเ้ รยี นบอกวัสดุ อปุ กรณ์ ทใี่ ช้ปลูกกระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลิตโดยไมต่ ้องถอนต้นได้ 2) เพ่ือใหผ้ ูเ้ รียนสามารถวิธที ำกระถางปลูกกระชายขาวเก็บผลผลิตโดยไมต่ อ้ งถอนต้นได้ 3) เพ่ือให้ผเู้ รยี นสามารถอธิบายวิธีการปลกู กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลิตโดยไมต่ ้องถอนต้นได้ 4) เพื่อใหผ้ เู้ รียนสามารถทำกระถางและการปลกู กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลติ โดยไมต่ อ้ งถอนต้นได้ 3. ขอบข่ายเน้อื หา ขอยข่ายเนื้อหาเร่ืองที่ 3 ปลกู กระชายโดยไม่ตอ้ งขดุ ดนิ ประกอบดว้ ยเนอ้ื หา ดังนี้ 1) วสั ดุ อุปกรณ์ 2) วธิ ที ำกระถางปลกู กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลิตโดยไมต่ ้องถอนตน้ 3) การเตรยี มดินปลกู 4) การเตรียมเหงา้ พันธุ์กระชายกอ่ นปลูก 5) วิธกี ารปลกู กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลติ โดยไมต่ ้องถอนตน้ 6) การดแู ลรักษากระชายขาวในกระถางเก็บผลผลิตโดยไม่ต้องถอนต้น 7) วิธีการเก็บเกี่ยวผลผลติ กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลิตโดยไมต่ ้องถอนตน้ รายงานสรปุ ผลการจดั กิจกรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รูปแบบกลมุ่ สนใจ หลกั สูตร 3 ช่ัวโมง จำนวน 3 กลมุ่ 18

เรอื่ งที่ 3 การปลูกกระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลิตโดยไมต่ อ้ งถอนต้น 3.1 วัสดุ อุปกรณ์ การปลกู กระชายขาวในกระถางเก็บผลผลิตโดยไมต่ ้องถอนตน้ มวี ัสดุ อุปกรณ์ ด้งน้ี 1) วัสดุ อปุ กรณ์ ทำกระถางปลูกกระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลิตโดยไมต่ อ้ งถอนต้น - กระถางพลาสตกิ ขนาด 10 - 15 นิว้ จำนวน 2 ใบ - มีด/มดี คัดเตอร์ จำนวน 1 เล่ม - ไม้บรรทัด/ตลบั เมตร จำนวน 1 อนั - ดินสอ/ปากกาเคมี จำนวน 1 แท่ง 2) วัสดุ อปุ กรณ์ เตรยี มดนิ ปลูก - ดินรว่ นปนทราย จำนวน 2 สว่ น - ปุย๋ คอก/ป๋ยุ หมัก จำนวน 1 ส่วน - แกลบดำ จำนวน 1 สว่ น - ชอ้ นปลูก/พร่วั จำนวน 1 ดา้ ม - บวั รดน้ำ จำนวน 1 อนั 3.2 วธิ ีทำกระถางปลกู กระชายขาวเกบ็ ผลผลติ โดยไม่ต้องถอนต้น 1) นำกระถางพลาสติก ขนาด 10 - 15 น้ิว ใบท่ี 1 มาวดั ขนาดของกระถางดว้ ยไมบ้ รรทัด/ตลับเมตร ตามรปู ท่ี 1 เพ่อื แบง่ ส่วนกระถาง เป็น 6 สว่ น หรอื บางกระถางดูจากก้นจะมีเสน้ แบ่งสว่ นกระถางเป็น 6 สว่ น ตามรูปที่ 2 รูปท่ี 1 รปู ที่2 รายงานสรปุ ผลการจัดกจิ กรรมการศกึ ษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุม่ สนใจ หลักสตู ร 3 ชว่ั โมง จำนวน 3 กลมุ่ 19

2) ขดี เสน้ เป็นแนวต้ังของกระถาง ตามรูปท่ี 3 และขีดเส้นตามแนวนอนของกระถาง โดยขีดเสน้ ล่างสูง จากกน้ กระถาง ประมาณ 2 น้วิ และขีดเส้นบนห่างจากเส้นล่าง ประมาณ 4 นว้ิ ในส่วนที่ 1 ส่วนท่ี 3 และสว่ นที่ 5 ตามรูปที่ 4 เพ่อื เป็นช่องในกระถาง ใบที่ 1 รูปที่ 3 รปู ท่ี 4 3) เจาะช่องกระถางพลาสติก ใบที่ 1 โดยใช้มีดคัดเตอร์ ในส่วนที่ 1 ส่วนที่ 3 และส่วนที่ 5 ตามเส้นที่ขีดไว้ ตาม รปู ท่ี 5 4) นำกระถางพลาสติก ขนาด 10 - 15 นิ้ว ใบที่ 2 มาวัดขนาดของกระถางด้วยไม้บรรทัด/ตลบั เมตร ตามรูปที่ 1 เพ่ือ แบ่งส่วนกระถาง เป็น 6 ส่วน หรือบางกระถางดูจากก้นจะมีเส้นแบ่งส่วนกระถางเป็น 6 ส่วน แล้วขีดเส้นเป็นแนวตั้งของ กระถาง ตามรูปที่ 3 และขีดเส้นตามแนวนอนของกระถางพลาสติก โดยขีดเส้นล่างสูงจากก้นกระถาง ประมาณ 3 นิ้ว และขีด เสน้ บนหา่ งจากเสน้ ล่าง ประมาณ 4 นิ้ว ในสว่ นที่ 1 ตามรปู ที่ 4 เพื่อเปน็ ช่องกระถาง ใบท่ี 2 หลังจากนัน้ เจาะช่องกระถางพลา สติด ใบท่ี 1 โดยใชม้ ีดคัดเตอร์ ในสว่ นที่ 1เพยี งช่องเดยี วตามเส้นทีข่ ีดไว้ ตามรปู ที่ 6 รูปท่ี 5 รูปท่ี 6 รายงานสรปุ ผลการจัดกจิ กรรมการศึกษาต่อเนื่อง รปู แบบกลมุ่ สนใจ หลักสูตร 3 ช่วั โมง จำนวน 3 กลุ่ม 20

5) นำกระถางพลาสตกิ ขนาด 10 - 15 น้วิ ใบท่ี 1 และ ใบท่ี 2 ท่ีเจาะช่องแล้วมาซ่อนกัน โดยที่กระถางพลาสติก ใบท่ี 1 อย่บู นหรืออยู่ด้านในกระถางพลาสติก ใบที่ 2 ตามรูปที่ 7 โดยการปิดช่องหรือไมใ่ หช้ ่องตรงกนั รูปท่ี 7 3.3 การเตรยี มดนิ ปลูก การปลกู ในกระถาง การเตรยี มดนิ ปลกู จะใช้ดนิ ผสมกับปยุ๋ คอกหรือปุ๋ยหมักและแกลบดำ ในอัตราดินต่อปุ๋ยต่อแกลบดำที่ 2:1:1 โดยเตรยี มให้พอเหมาะกบั กระถางพลาสติก ขนาด 10 - 15 น้ิว ทเี่ ตรยี มไว้สำหรบั การปลกู กระชาย 3.4 การเตรียมเหงา้ พันธ์กุ ระชายก่อนปลกู 1) เลือกหัวพันธุ์ที่มีอายุ 7-9 เดือน มีตาสมบูรณ์ นำมาตัดแยกเอาส่วนหัวพันธุ์ที่มีตาอย่างน้อย 3-5 ตาหรือแง่ง มี นำ้ หนัก 15-50 กรัม โดยใช้มีด/มดี คดั เตอร์ เพ่ือปอ้ งกนั การซ้ำของหัวพันธุ์กระชาย ตามรปู ท่ี 8 2) นำหวั พนั ธ์ุในสว่ นที่ตัดไปแช่นำ้ เปล่าทิ้งไว้ ประมาณ 2 วัน เพือ่ กระตุ้นการแตกตาหรือระตุ้นการงอก ของหัว พันธ์กุ ระชาย ตามรปู ที่ 9 รูปท่ี 8 รปู ท่ี 9 รายงานสรปุ ผลการจัดกจิ กรรมการศกึ ษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุ่มสนใจ หลักสตู ร 3 ช่วั โมง จำนวน 3 กลมุ่ 21

3.5 วธิ ีการปลูกกระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลิตโดยไม่ตอ้ งถอนตน้ 1) นำเศยอฐิ หรอื เศษกระเบือ้ งมารองกน้ เพื่อป้องกนั ดนิ ปลูกไหลออก ตามรปู ที่ 10 2) นำดนิ ท่ีเตรยี มไว้ใสใ่ นกระถางพลาสติก ขนาด 10 - 15 น้วิ ใบที่ 1 และ ใบท่ี 2 ที่เจาะช่องซ่อนกนั ไวแ้ ลว้ ส่วน 2 ใน 4 ของกระกระถางพลาสตกิ ตามรปู ที่ 11 รูปที่ 10 รูปที่ 11 4) นำหัวพนั ธทุ์ แี่ ตกตาหรอื กระตุ้นการงอก มาปลกู โดยการขดุ ฝงั หัวพนั ธ์ใุ ห้หา่ งตามความเหมาะสม ประมาณ 3-5 หัว ระดบั ไมค่ วรฝังลึก เพราะอาจทำให้แง่งเน่าได้งา่ ย ตามรปู ท่ี 13 5) นำดนิ ทเ่ี ตรียมไวใ้ ส่เพ่ิม เพื่อกลบหัวพันธ์ุที่ปลูกไว้ ในสว่ นท่ี 3 ใน 4 ตามรปู ท่ี 14 รปู ท่ี 13 รูปท่ี 14 3.6 การดแู ลรกั ษากระชายขาวในกระถางเก็บผลผลติ โดยไม่ต้องถอนตน้ รายงานสรุปผลการจดั กจิ กรรมการศึกษาต่อเน่ือง รปู แบบกลมุ่ สนใจ หลกั สตู ร 3 ชว่ั โมง จำนวน 3 กลมุ่ 22

1) รดนำ้ ใหช้ ่มุ อยู่เสมอ ตามรูปที่ 15 2) กระชายงอก ยาวประมาณ 5-10 ซม. ทำการกำจดั วชั พืชและใส่ปยุ๋ 3) ดแู ลรกั ษา จนควรใหม้ ีอายปุ ระมาณ 10-12 เดือน จงึ สามารถเก็บเกีย่ วผลผลติ กระชายในกระถางโดย ไม่ต้อง ขุดดินได้ ตามรปู ที่ 16 รปู ที่ 15 รูปท่ี 16 3.7. วิธกี ารเก็บเกี่ยวผลผลติ กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลติ โดยไม่ต้องถอนต้น 1) นำกระถางพลาสตกิ ขนาด 10 - 15 นวิ้ ใบท่ี 1 และใบท่ี 2 ท่ีปลูกกระชาย ที่มอี ายปุ ระมาณ 10-12 เดือน สามารถเกบ็ เกี่ยวผลผลติ กระชายในกระถางโดยไม่ตอ้ งขุดดินได้ มาหมนุ ชอ่ งที่เจาะใหต้ รงกัน ตามรูปที่ 17 2) นำผลผลิตกระชายในกระถางโดยไม่ต้องขุดดนิ มานำประกอบอาหาร สร้างอาชพี เกิดรายได้ให้กับตนเองและ ครอบครวั หรือนำไปใชป้ ระโยชน์อนื่ ๆ ตามความต้องการ ตามรูปที่ 18 รปู ที่ 17 รูปท่ี 18 ทม่ี า : ขอ้ มลู เว็บไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=K-LbsdK6gQk รายงานสรปุ ผลการจดั กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง รปู แบบกลุม่ สนใจ หลักสูตร 3 ชัว่ โมง จำนวน 3 กลมุ่ 23

รายงานสรปุ ผลการจัดกจิ กรรมการศึกษาต่อเน่ือง รปู แบบกลมุ่ สนใจ หลกั สตู ร 3 ชว่ั โมง จำนวน 3 กลมุ่ 24

แบบรายงานผลการจดั การศึกษาตอ่ เนอื่ ง กศน.ตำบลบวั ทอง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำเภอเมืองบรุ รี มั ย์.  1. หลักสตู ร การปลกู กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลติ โดยไมต่ ้องถอนตน้ จำนวน 3 ช่วั โมง 2. ช่อื วิทยากร นายสรุ จักร สุริยา วฒุ กิ ารศกึ ษา ม.ต้น .อายุ 48 ปี อาชีพ รับจา้ ง 3. ประเภทของวิทยากร ( ) ข้าราชการ ( ) ลกู จ้าง ( ✓ ) วทิ ยากรภายนอก ( ) อ่ืนๆ โปรดระบ.ุ ........................ 4. พ้ืนทดี่ ำเนนิ การ ( ) ในเขตเทศบาล ชือ่ หมู่บ้าน/ชุมชน............................................................. ( ✓ ) นอกเขตเทศบาล ชือ่ หมู่บ้านสะยา หมู่ท่ี 3 ตำบลบัวทอง อำเภอเมือง จงั หวดั บรุ รี ัมย์ 5. ระยะเวลาดำเนินการ เม่อื วนั ที่ 18 เดอื น มิถนุ ายน พ.ศ. 2564 ส้ินสุดเมอ่ื วนั ท่ี 18 เดือน มถิ นุ ายน พ.ศ. 2564 6. อนมุ ตั ิเบกิ จ่ายจากงบประมาณ ประเภทงบรายจ่ายอนื่ ค่าใช้จา่ ยโครงการศนู ยฝ์ กึ อาชีพ แผนงาน : ยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการพัฒนาและเสริมสร้าศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โครงการขับเคลื่อนการพัฒนา การศกึ ษาทยี่ ั่งยืน รหสั 7019 จำนวน 1,570 บาท ค่าวสั ดุ 970 บาท คา่ ตอบแทนวทิ ยากร 600 บาท 7. วิธีการสำรวจความตอ้ งการเรียน ดำเนินการอย่างไร ( ) ประชาคม ( ) แนะแนว ( ✓ ) สำรวจความต้องการ ( ) อ่นื ๆ (โปรดระบ)ุ ............................................................................ 8. จำนวนผู้เรยี นและผ้ผู า่ นการเรียน/อบรม จำแนกตามอายแุ ละเพศ เพศ ตำ่ กว่า 15 ปี 15-39 ปี 40-59 ปี 60 ปีข้นึ ไป รวม รวมทัง้ สน้ิ อายุ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผเู้ รียน 42 6 จำนวนผผู้ ่านการฝกึ อบรม 42 6 9. จำนวนผเู้ รียนและผผู้ า่ นการฝกึ อบรม จำแนกตามกลุ่มอาชีพและเพศ เพศ รบั พนกั งาน คา้ ขาย เกษตรกรรม รบั จา้ ง อน่ื ๆ โปรด รวม รวม ทงั้ สิ้น อายุ ราชการ รัฐวสิ าหกจิ ระบุ 6 ช ญ ช ญ ชญ ช ญ ชญชญชญชญ 6 จำนวนผู้เรียน 42 จำนวนผู้ผ่านการฝกึ อบรม 42 10. จำนวนผู้เรียนและผผู้ ่านการฝึกอบรม จำแนกตามกลุ่มเป้าหมายและเพศ เพศ ผ้นู ำ อบต. ผ้ตู ้องขัง ทหารกอง แรงงาน แรงงาน เกษตรกร อสม. กลุม่ รวม รวม อายุ ทอ้ งถน่ิ ประจำการ ไทย ตา่ งด้าว สตรี ทง้ั สิ้น ชญชญชญชญชญชญชญชญชญชญ จำนวนผ้เู รยี น 42 6 จำนวนผผู้ า่ นการฝกึ อบรม 42 6 รายงานสรุปผลการจดั กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบกลมุ่ สนใจ หลักสตู ร 3 ชว่ั โมง จำนวน 3 กล่มุ 25

11. จำนวนผเู้ รียนและผผู้ ่านการฝึกอบรม แยกตามระดับการศกึ ษาและเพศ เพศ ตำ่ กวา่ ป.4 ประถม ม.ต้น ม.ปลาย อนุ ปรญิ ญา สูงกว่า รวม รวมท้งั สิ้น อายุ ป.4 ปริญญา ตรี ปรญิ ญาตรี ช ญ ชญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ 6 จำนวนผู้เรียน 6 จำนวนผ้ผู า่ นการฝกึ อบรม 123 12 3 12. การตดิ ตามผู้ผ่านการฝึกอบรม 12.1 มีการติดตามผผู้ า่ นการฝึกอบรม ( ) ไมม่ ี เพราะ..................................................................................................................................................... ( ✓ ) มี ดำเนนิ การอยา่ งไร ตดิ ตามโดยวธิ ใี ช้แบบตดิ ตามผ้เู รยี น 12.2 ผลการประเมินความพึงพอใจในการจดั โครงการ อยูใ่ นระดบั ใด ดีมาก 12.3 ผู้ผ่านการฝกึ อบรมไดน้ ำความร้ไู ปใชจ้ ริง เพม่ิ รายได้............คน ลดรายจ่าย.........คน  นำไปประกอบอาชพี ...........คน พฒั นาคุณภาพชีวิต.............คนใช้เวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน.์ ...6.......คน อื่น ๆ ระบุ............คน 13. ปัญหา อปุ สรรค และขอ้ เสนอแนะ 13.1 ปัญหา อุปสรรค ( ✓ ) ไม่มี ( ) มี (โปรดระบ)ุ ................................................................................................................................................... 13.2 ข้อเสนอแนะ.......................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ลงช่อื .......................................................วิทยากร (นายสรุ จกั ร สุริยา) ลงชอ่ื .......................................................ครู กศน.ตำบล (นายวิเชียร วรรณโกษติ ย์) ลงช่ือ......................................................เจา้ หน้าทีง่ านการศกึ ษาตอ่ เนือ่ ง ( นางพชั ญส์ ติ า ทุมภา) ลงชื่อ.......................................................ครู คศ.3 (นายเสถียร บตุ รสิงห)์ รายงานสรุปผลการจัดกิจกรรมการศกึ ษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุ่มสนใจ หลกั สตู ร 3 ชวั่ โมง จำนวน 3 กลมุ่ 26

แบบประเมินผลการจดั การศึกษาตอ่ เนื่อง หลักสูตร การปลกู กระชายขาวในกระถางเก็บผลผลติ โดยไม่ต้องถอนตน้ จำนวน ๓ ช่วั โมง ระหว่างวันที่ 18 เดือน มถิ นุ ายน พ.ศ. 2564 ถงึ วันท่ี 18 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2564 สถานทจ่ี ัด ศาลากลางหมูบ่ ้าน หมู่ท่ี 3 บา้ นสะยา ตำบลบวั ทอง อำเภอเมืองบุรีรมั ย์ จงั หวดั บรุ รี มั ย์ 1. ความรู้ 2.ทกั ษะ 3.คุณภาพ 4.ผลการ ระดับการ ลำดบั เลขประจำตัว ชอ่ื – สกลุ ความ การ ของผลงาน/ ประเมนิ ประเมิน ท่ี ประชาชน เขา้ ใจใน ปฏบิ ตั ิ ผลการ รวม(๑๐๐) (ผ่าน/ไม่ เน้ือหา (๔๐) ปฏิบตั (ิ ๔๐) ผ่าน) สาระ(๒๐) 1 3310101337681 นายฟ้าสยาม มากกว่าวง 20 40 40 100 ผ่าน 2 3310101330989 นายประกอบ สนิ ชัยศรี 20 40 40 100 ผ่าน 3 5310190015711 นางเนียม คะเชนรมั ย์ 20 40 40 100 ผา่ น 4 3310101331993 นางสุราณี มะโนบาล 20 40 40 100 ผ่าน 5 3310101338271 นายบญุ เกิด รม่ ใหม่ 20 40 40 100 ผา่ น 6 3310101337673 นายสมัย พะสุรมั ย์ 20 40 40 100 ผา่ น ลงชอ่ื ...........................................วิทยากร ลงชอื่ ..........................................หัวหน้า กศน.ตำบล (นายสุรจักร สุรยิ า) (นายวิเชยี ร วรรณโกษิตย์) ลงชื่อ.................................................ผอู้ นุมตั ิ (นายเสถียร บตุ รสงิ ห์) ครู รกั ษาการในตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอเมอื งบรุ รี มั ย์ รายงานสรปุ ผลการจดั กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง รปู แบบกล่มุ สนใจ หลักสูตร 3 ช่ัวโมง จำนวน 3 กลุ่ม 27

ทะเบียนผูจ้ บหลักสตู รการจัดการศึกษาตอ่ เนอ่ื ง หลักสตู ร การปลูกกระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลติ โดยไม่ตอ้ งถอนตน้ จำนวน ๓ ชว่ั โมง ระหวา่ งวนั ท่ี 18 เดอื น มิถนุ ายน พ.ศ. 2564 ถงึ วันท่ี 18 เดือน มิถนุ ายน พ.ศ. 2564 สถานทีจ่ ัด ศาลากลางหมู่บา้ น หมทู่ ่ี 3 บา้ นสะยา ตำบลบวั ทอง อำเภอเมืองบุรีรมั ย์ จังหวดั บุรรี ัมย์ ที่ ชื่อ-นามสกลุ เลขประจำตัว อายุ วฒุ ิ อาชพี ทอี่ ยู่ปจั จุบนั ผลการ เลขที่ ประชาชน การศึกษา ประเมนิ หลกั ฐาน ผา่ น ไม่ สำคัญ ผ่าน 1 นายฟ้าสยาม มากกวา่ วง 3310101337681 70 ป.6 รับจ้าง 72 หมู่ท่ี 3 ✓ 2 นายประกอบ สนิ ชัยศรี 3310101330989 58 ป.6 รบั จา้ ง 86 หมทู่ ่ี 3 ✓ 3 นางเนียม คะเชนรมั ย์ 5310190015711 53 ป.6 รบั จา้ ง 49 หมูท่ ี่ 3 ✓ 4 นางสรุ าณี มะโนบาล 3310101331993 54 ป.6 รบั จ้าง 66 หม่ทู ่ี 3 ✓ 5 นายบญุ เกิด รม่ ใหม่ 3310101338271 65 ป.6 รบั จ้าง 83 หมู่ที่ 3 ✓ 6 นายสมัย พะสรุ มั ย์ 3310101337673 62 ป.6 รับจ้าง 83 หมทู่ ่ี 3 ✓ (ลงชื่อ)....................................................... นายวิเชยี ร วรรณโกษติ ย์) ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล รายงานสรุปผลการจดั กจิ กรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รูปแบบกลุม่ สนใจ หลักสตู ร 3 ชว่ั โมง จำนวน 3 กลุม่ 28

แบบประเมนิ ความพึงพอใจ หลักสูตรการปลกู กระชายขาวในกระถางเก็บผลผลิตโดยไมต่ อ้ งถอนตน้ จำนวน ๓ ช่ัวโมง ระหว่างวันที่ 18 เดือน มถิ ุนายน พ.ศ. 2564 สถานท่ีจัด ศาลากลางหม่บู ้าน หมทู่ ี่ 3 บา้ นสะยา ตำบลบวั ทอง อำเภอเมืองบุรรี ัมย์ จงั หวัดบรุ ีรมั ย์ ขอ้ มูลพน้ื ฐานของผู้ประเมินความพงึ พอใจ เพศ ( ) ชาย ( ) หญิงอาย.ุ ..........ปี วุฒกิ ารศกึ ษา......................อาชพี .......................................... คำช้แี จง 1. แบบประเมินความพึงพอใจ มี 4 ตอน 2. โปรดแสดงเครื่องหมาย √ ในช่องว่างระดับความพึงพอใจตามความคดิ เห็นของท่าน ระดับความพึงพอใจ หมาย ขอ้ รายการประเมนิ ความพงึ พอใจ มาก มาก ปาน น้อย นอ้ ย เหตุ ตอนท่ี ๑ ความพงึ พอใจด้านเนื้อหา ทีส่ ดุ กลาง ทสี่ ุด 1 เนอ้ื หาตรงตามความต้องการ 2 เนือ้ หาเพยี งพอตอ่ ความต้องการ 3 เนอ้ื หาปจั จุบนั ทนั สมยั 4 เนอื้ หามีประโยชนต์ ่อการนำไปใชใ้ นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตอนที่ ๒ ความพงึ พอใจด้านกระบวนการจัดกจิ กรรมการอบรม 5 การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม 6 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกบั วตั ถปุ ระสงค์ 7 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา 8 การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับกลมุ่ เป้าหมาย 9 วธิ ีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวตั ถุประสงค์ ตอนท่ี ๓ ความพึงพอใจต่อวทิ ยากร 10 วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องท่ถี า่ ยทอด 11 วิทยากรมีเทคนคิ การถ่ายทอดใชส้ อื่ เหมาะสม 12 วิทยากรเปดิ โอกาสใหม้ สี ่วนรว่ มและซกั ถาม ตอนที่ ๔ ความพึงพอใจดา้ นการอำนวยความสะดวก 13 สถานท่ี วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก 14 การส่ือสาร การสรา้ งบรรยากาศเพอ่ื ให้เกดิ การเรียนรู้ 15 การบริการ การชว่ ยเหลือและการแกป้ ญั หา ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ รายงานสรปุ ผลการจัดกจิ กรรมการศกึ ษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุ่มสนใจ หลกั สูตร 3 ชั่วโมง จำนวน 3 กล่มุ 29

สรปุ ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจ ผลการประเมนิ ผูเ้ ข้าร่วมกจิ กรรมโครงการหลักสูตรการศกึ ษาต่อเนื่อง กลุ่มสนใจ วิชาการปลกู กระชายในกระถางเกบ็ ผลผลติ โดยไม่ตอ้ งถอนตน้ โดยใช้เกณฑ์เกบ็ กลุ่มตวั อย่างจำนวนผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการ 6 คน ดงั นี้ 1. ผลการประเมนิ ข้อมูลทั่วไปของผู้เข้าร่วมกิจกรรม สรุปได้ดงั น้ี เพศ ชาย 4 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 80 เพศ หญิง 2 คน คิดเปน็ ร้อยละ 20 ระดบั ความพงึ พอใจ 5 = มากท่สี ุด 4 = มาก 3 = ปานกลาง 2 = น้อย 1 = นอ้ ยทส่ี ุด 2. ผลการประเมินความพึงพอใจของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการหลกั สตู รวิชาชพี ระยะส้นั วิชาการสานทีใ่ ส่แก้วจากเส้นพลาสติก 1. ด้านเนือ้ หา - เนอื้ หาตรงตามความตอ้ งการ มีระดับความพงึ พอใจดีมากทสี่ ดุ จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ100 - เนอื้ หาเพียงพอต่อความต้องการ มีระดบั ความพึงพอใจดีมากทสี่ ุด จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ100 - เนือ้ หาปจั จุบนั ทนั สมยั มรี ะดับความพงึ พอใจดีมากท่ีสดุ จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ100 - เนื้อหามปี ระโยชน์ตอ่ การนำไปใชใ้ นการพัฒนาคุณภาพชีวิต มีระดับความพึงพอใจดีมากทสี่ ุด จำนวน 6 คน คิดเป็นรอ้ ยละ100 2. ด้านกระบวนการจดั กิจกรรมการอบรม - การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม มีระดบั ความพึงพอใจดมี ากที่สดุ จำนวน 6 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ100 - การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกบั วัตถุประสงค์ มีระดบั ความพงึ พอใจดีมากทีส่ ดุ จำนวน 6 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ100 - การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับเวลา มีระดับความพงึ พอใจดมี ากที่สุด จำนวน 6 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ100 - การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเปา้ หมาย มรี ะดับความพึงพอใจดมี ากที่สุด จำนวน 6 คน คดิ เปน็ ร้อยละ100 - วิธีการวัดผล/ประเมนิ ผลเหมาะสมกับวัตถปุ ระสงค์ มรี ะดบั ความพึงพอใจดมี ากที่สุด จำนวน 6 คน คดิ เป็น รอ้ ยละ100 รายงานสรปุ ผลการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเน่ือง รปู แบบกลุ่มสนใจ หลักสูตร 3 ชัว่ โมง จำนวน 3 กลมุ่ 30

3. ด้านวทิ ยากร - วิทยากรมีความร้คู วามสามารถในเร่อื งท่ถี ่ายทอด มรี ะดับความพึงพอใจดีมากทสี่ ดุ จำนวน 6 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ100 - วทิ ยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้ส่อื เหมาะสม มรี ะดบั ความพงึ พอใจดีมากทสี่ ุด จำนวน 6 คน คดิ เป็นร้อยละ100 - วทิ ยากรเปดิ โอกาสใหม้ สี ่วนร่วมซักถาม มีระดบั ความพึงพอใจดมี ากทสี่ ดุ จำนวน 6 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ100 4. ด้านการอำนวยความสะดวก - สถานท่ี วสั ดุ อุปกรณ์และส่ิงอำนวยความสะดวก มีระดับความพึงพอใจดีมากทส่ี ุด จำนวน 6 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ100 - การสือ่ สาร การสร้างบรรยากาศเพือ่ ให้เกิดการเรียนรู้ มีระดบั ความพงึ พอใจดีมากที่สุด จำนวน 6 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ100 - การบรกิ าร การชว่ ยเหลือและการแก้ปญั หา มรี ะดับความพงึ พอใจดีมากท่สี ดุ จำนวน 6 คน คิดเป็นรอ้ ยละ100 สรปุ ผล ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการหลักสตู รวิชาชีพระยะส้ัน วิชาการปลูกกระชายในกระถางเกบ็ ผลผลติ โดยไม่ตอ้ งถอนต้น ผเู้ รยี นมีความพึงพอใจมากท่สี ดุ ขอ้ เสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………….. รายงานสรปุ ผลการจดั กิจกรรมการศึกษาต่อเน่ือง รปู แบบกลมุ่ สนใจ หลกั สูตร 3 ชั่วโมง จำนวน 3 กลุ่ม 31

แบบติดตามผู้เรยี นหลังจบหลกั สตู รการศกึ ษาตอ่ เน่ือง กศน.ตำบลบวั ทอง กศน.อำเภอเมอื งบรุ รี ัมย์ จังหวัดบรุ รี ัมย์ หลกั สูตร วชิ าการปลูกกระชายขาวในกระถางเก็บผลผลิตโดยไม่ต้องถอนต้น จำนวน ๓ ชวั่ โมง ระหว่างวนั ที่ 18 เดอื น มถิ ุนายน พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 18 เดือน มิถนุ ายน พ.ศ. 2564 สถานทีจ่ ดั ศาลากลางหมบู่ ้าน หมทู่ ี่ 3 บ้านสะยา ตำบลบัวทอง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จงั หวดั บุรรี ัมย์ ชอ่ื วิทยากร นายสรุ จักร สุริยา คำชีแ้ จง แบบตดิ ตามผู้เรยี นจบหลกั สูตรการศึกษาต่อเน่ือง มวี ตั ถุประสงคเ์ พอ่ื รวบรวมขอ้ มลู ของผเู้ รยี นในการนำความรู้ ไปใชป้ ระโยชน์หลงั จากจบหลักสูตรแลว้ การนำไปใช้ประโยชน์ ที่ ชือ่ – นามสกุลผู้เรียน ตอ้ งการ ตอ้ งการมี ตอ้ งการ ใช้เวลาว่างให้ อืน่ ๆ หมายเหตุ มีรายได้ อาชีพ ไดร้ ับการ เกิดประโยชน์ โปรดระบุ พัฒนา 1 นายฟา้ สยาม มากกวา่ วง ✓ 2 นายประกอบ สินชยั ศรี ✓ 3 นางเนยี ม คะเชนรมั ย์ ✓ 4 นางสุราณี มะโนบาล ✓ 5 นายบญุ เกดิ รม่ ใหม่ ✓ 6 นายสมัย พะสรุ มั ย์ ✓ ลงชอ่ื ..............................................ผรู้ ายงาน (นายวิเชยี ร วรรณโกษติ ย์) ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล) รายงานสรุปผลการจดั กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบกลมุ่ สนใจ หลกั สูตร 3 ชัว่ โมง จำนวน 3 กลมุ่ 32

แบบติดตามและประเมินผลการจัดการศกึ ษาอาชีพ กศน.ตำบลบวั ทอง อำเภอเมอื ง จังหวดั บรุ รี ัมย์ คำชี้แจง แบบติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาอาชีพฉบับนี้มวี ัตถุประสงคเ์ พือ่ ศึกษาและรวบรวมข้อมลู เกี่ยวกับประโยชน์ทีผ่ ู้เรยี นได้รบั หลังจากเรียนวชิ าชีพจบแลว้ ดงั น้ันจึงขอให้ นักศึกษาท่ีเรียนจบหลักสูตรวิชาชีพ ตอบแบบสอบถาม โดยทำเคร่ืองหมาย ✓ ในช่อง  และกรอกขอ้ ความตามความเป็นจรงิ ๑. ช่ือ ....................................... นามสกุล ........................... อายุ ......... ปี เพศ  หญิง  ชาย ปจั จบุ นั อาชีพ ........................................................................... มีรายได้ต่อเดือน ................................................................. บาท ๒. เรียนวชิ าชีพ ................................................................................................. กลมุ่ อาชีพ  เกษตรกรรม  อุตสาหกรรม  พาณชิ ยกรรม  ความคิดสร้างสรรค์  อาชีพเฉพาะทาง ๓. ประโยชน์ท่ีไดร้ ับหลังจากเรียนจบวชิ าชีพแล้ว สามารถนำความรูไ้ ปใช้เพ่อื  ตอ้ งการมีรายได้  ต้องการมีอาชพี  ตอ้ งการไดร้ บั การพัฒนา  ใช้เวลาว่างใหเ้ กิดประโยชน์  อื่น ๆ โปรดระบ…ุ ……………………………………………………………………………………………… ลงช่ือผู้เก็บข้อมูล ( …………………………………………………. ) ครู กศน. ตำบล รายงานสรุปผลการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง รปู แบบกลุม่ สนใจ หลกั สตู ร 3 ชว่ั โมง จำนวน 3 กลุ่ม 33

ภาพกจิ กรรมการจัดการศกึ ษาต่อเน่ือง กศน.บลบวั ทอง วชิ าการปลกู กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลติ โดยไมต่ อ้ งถอนตน้ จานวน 3 ช่วั โมง ในวนั ท่ี 18 มถิ นุ ายน 2564 ต้งั แตเ่ วลา 09.00 – 12.00 น. สถานทจี่ ดั ศาลากลางหมบู่ า้ น หมทู่ ่ี 3 บา้ นสะยา ตาบลบวั ทอง อาเภอเมอื งบรุ รี มั ย์ จงั หวดั บรุ รี มั ย์ หม่ทู ี่ 9 บา้ นหนองเพขร ตาบลบวั ทอง อาเภอเมอื งบรุ รี มั ย์ จงั หวดั บรุ รี มั ย์ รายงานสรุปผลการจดั กิจกรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รปู แบบกลมุ่ สนใจ หลักสตู ร 3 ชว่ั โมง จำนวน 3 กลุม่ 34

ผ้เู รยี นฝึกปฏิบัตจิ ากที่วทิ ยากรไดใ้ หค้ วามรู้ รายงานสรุปผลการจดั กจิ กรรมการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบกล่มุ สนใจ หลักสูตร 3 ชั่วโมง จำนวน 3 กล่มุ 35

ผลงาน ของผเู้ รยี น วชิ าการปลกู กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลติ โดยไมต่ อ้ งถอนตน้ รายงานสรปุ ผลการจดั กิจกรรมการศึกษาต่อเน่ือง รปู แบบกลุ่มสนใจ หลักสูตร 3 ชว่ั โมง จำนวน 3 กลมุ่ 36

รายงานสรปุ ผลการจัดกจิ กรรมการศึกษาต่อเน่ือง รปู แบบกลมุ่ สนใจ หลกั สตู ร 3 ชว่ั โมง จำนวน 3 กลมุ่ 37

แบบรายงานผลการจดั การศึกษาตอ่ เนือ่ ง กศน.ตำบลบวั ทอง ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอเมอื งบรุ รี มั ย์.  1. หลักสตู ร การปลูกกระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลิตโดยไม่ตอ้ งถอนตน้ จำนวน 3 ชั่วโมง 2. ช่ือวิทยากร นางนารินทร์ ไชยวงษา วุฒกิ ารศึกษา ม.ต้น .อายุ 55 ปี อาชีพ รับจา้ ง 3. ประเภทของวิทยากร ( ) ขา้ ราชการ ( ) ลกู จ้าง ( ✓ ) วิทยากรภายนอก ( ) อื่นๆ โปรดระบ.ุ ........................ 4. พน้ื ท่ีดำเนินการ ( ) ในเขตเทศบาล ชือ่ หมบู่ ้าน/ชมุ ชน............................................................. ( ✓ ) นอกเขตเทศบาล ชื่อหมบู่ ้านรุนตะวันออก หมทู่ ่ี 8 ตำบลบวั ทอง อำเภอเมอื ง จงั หวัดบรุ ีรัมย์ 5. ระยะเวลาดำเนินการ เม่ือวันท่ี 18 เดือน มถิ ุนายน พ.ศ. 2564 ส้ินสุดเม่อื วันที่ 18 เดือน มถิ ุนายน พ.ศ. 2564 6. อนุมตั ิเบกิ จ่ายจากงบประมาณ ประเภทงบรายจา่ ยอืน่ คา่ ใชจ้ า่ ยโครงการศูนยฝ์ กึ อาชีพชุมชน แผนงาน : ยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการพัฒนาและเสริมสร้าศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โครงการขับเคลื่อนการพัฒนา การศึกษาทย่ี ง่ั ยนื รหัส 7019 จำนวน 1,570 บาท ค่าวัสดุ 970 บาท คา่ ตอบแทนวทิ ยากร 600 บาท 7. วิธีการสำรวจความต้องการเรียน ดำเนินการอย่างไร ( ) ประชาคม ( ) แนะแนว ( ✓ ) สำรวจความต้องการ ( ) อื่นๆ (โปรดระบ)ุ ............................................................................ 8. จำนวนผู้เรียนและผ้ผู ่านการเรียน/อบรม จำแนกตามอายแุ ละเพศ เพศ ตำ่ กว่า 15 ปี 15-39 ปี 40-59 ปี 60 ปขี น้ึ ไป รวม รวมท้งั สนิ้ อายุ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผเู้ รยี น 24 6 จำนวนผู้ผา่ นการฝกึ อบรม 24 6 9. จำนวนผู้เรยี นและผผู้ ่านการฝึกอบรม จำแนกตามกลุม่ อาชีพและเพศ เพศ รับ พนักงาน คา้ ขาย เกษตรกรรม รบั จา้ ง อน่ื ๆ โปรด รวม รวม ทงั้ สิน้ อายุ ราชการ รัฐวสิ าหกจิ ระบุ 6 ช ญ ช ญ ชญ ช ญ ชญชญชญชญ 6 จำนวนผู้เรยี น 24 จำนวนผู้ผ่านการฝกึ อบรม 24 10. จำนวนผูเ้ รียนและผูผ้ า่ นการฝกึ อบรม จำแนกตามกล่มุ เปา้ หมายและเพศ เพศ ผนู้ ำ อบต. ผตู้ อ้ งขงั ทหารกอง แรงงาน แรงงาน เกษตรกร อสม. กลุ่ม รวม รวม อายุ ท้องถิ่น ประจำการ ไทย ต่างดา้ ว สตรี ทั้งสน้ิ ชญชญชญชญชญชญชญชญชญชญ จำนวนผเู้ รยี น 24 6 จำนวนผู้ผา่ นการฝึกอบรม 24 6 รายงานสรุปผลการจัดกจิ กรรมการศกึ ษาต่อเน่ือง รูปแบบกล่มุ สนใจ หลกั สตู ร 3 ชัว่ โมง จำนวน 3 กลุ่ม 38

11. จำนวนผเู้ รยี นและผ้ผู า่ นการฝกึ อบรม แยกตามระดับการศกึ ษาและเพศ เพศ ตำ่ กวา่ ป.4 ประถม ม.ตน้ ม.ปลาย อนุ ปรญิ ญา สูงกวา่ รวม รวมทั้งส้ิน อายุ ป.4 ปริญญา ตรี ปริญญาตรี ช ญ ชญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ 6 จำนวนผู้เรียน 6 จำนวนผผู้ ่านการฝึกอบรม 12 3 12. การตดิ ตามผู้ผ่านการฝึกอบรม 12.1 มกี ารติดตามผู้ผ่านการฝกึ อบรม ( ) ไมม่ ี เพราะ..................................................................................................................................................... ( ✓ ) มี ดำเนนิ การอย่างไร ตดิ ตามโดยวธิ ใี ช้แบบติดตามผู้เรียน 12.2 ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจในการจัดโครงการ อยูใ่ นระดับใด ดีมาก 12.3 ผผู้ า่ นการฝึกอบรมไดน้ ำความรู้ไปใชจ้ ริง เพ่ิมรายได.้ ...........คน ลดรายจ่าย.........คน  นำไปประกอบอาชพี ...........คน พัฒนาคณุ ภาพชีวิต.............คนใช้เวลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์....6.......คน อ่ืน ๆ ระบุ............คน 13. ปญั หา อปุ สรรค และข้อเสนอแนะ 13.1 ปัญหา อุปสรรค ( ✓ ) ไมม่ ี ( ) มี (โปรดระบ)ุ ................................................................................................................................................... 13.2 ข้อเสนอแนะ.......................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ลงชอื่ .......................................................วทิ ยากร (นางนารนิ ทร์ ไชยวงษา) ลงช่อื .......................................................ครู กศน.ตำบล (นายวเิ ชยี ร วรรณโกษติ ย์) ลงชื่อ......................................................เจ้าหน้าที่งานการศึกษาตอ่ เนอ่ื ง ( นางพชั ญส์ ติ า ทุมภา) ลงชือ่ .......................................................ครู คศ.3 (นายเสถียร บตุ รสงิ ห์) รายงานสรุปผลการจัดกิจกรรมการศกึ ษาต่อเนื่อง รปู แบบกลุม่ สนใจ หลกั สูตร 3 ช่ัวโมง จำนวน 3 กลุม่ 39

แบบประเมินผลการจัดการศกึ ษาต่อเนื่อง หลกั สูตร การปลูกกระชายขาวในกระถางเก็บผลผลิตโดยไม่ตอ้ งถอนต้น จำนวน ๓ ชั่วโมง ระหว่างวนั ที่ 18 เดอื น มิถุนายน พ.ศ. 2564 ถงึ วันท่ี 18 เดือน มถิ นุ ายน พ.ศ. 2564 สถานทจี่ ดั ศาลากลางหมู่บา้ น หมูท่ ่ี 8 บา้ นรนุ ตะวนั ออก ตำบลบวั ทอง อำเภอเมืองบรุ รี ัมย์ จงั หวดั บุรีรัมย์ ลำดับ เลขประจำตวั ช่อื – สกุล 1. ความรู้ 2.ทักษะ 3.คุณภาพ 4.ผลการ ระดับการ ท่ี ประชาชน ความ การ ของผลงาน/ ประเมนิ ประเมนิ เข้าใจใน ปฏบิ ัติ ผลการ รวม(๑๐๐) (ผา่ น/ไม่ 1 3310101337681 นายวีระ เชิญรัมย์ เนอ้ื หา (๔๐) ปฏิบตั (ิ ๔๐) ผ่าน) สาระ(๒๐) ผ่าน 20 40 40 100 2 3310101330989 นางสมาน เชญิ รมั ย์ 20 40 40 100 ผา่ น 3 5310190015711 นางสงวน จัดรัมย์ 20 40 40 100 ผ่าน 4 3310101331993 นางจารุวรรณ นารคี ำ 20 40 40 100 ผ่าน 5 3310101338271 นางรงุ่ ทพิ ย์ เชญิ รัมย์ 20 40 40 100 ผา่ น 6 3310101337673 นายประทนิ โปร่งจติ ร 20 40 40 100 ผา่ น ลงชื่อ...........................................วทิ ยากร ลงชอื่ ..........................................หัวหนา้ กศน.ตำบล (นางนารนิ ทร์ ไชวงษา) (นายวเิ ชียร วรรณโกษติ ย์) ลงชอื่ .................................................ผอู้ นมุ ัติ (นายเสถียร บตุ รสิงห์) ครู รกั ษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอเมืองบรุ ีรมั ย์ รายงานสรปุ ผลการจดั กิจกรรมการศึกษาต่อเน่ือง รูปแบบกลมุ่ สนใจ หลักสตู ร 3 ชวั่ โมง จำนวน 3 กลุ่ม 40

ทะเบียนผู้จบหลกั สตู รการจดั การศกึ ษาตอ่ เน่อื ง หลักสตู ร การปลูกกระชายขาวในกระถางเก็บผลผลติ โดยไม่ต้องถอนต้น จำนวน ๓ ชัว่ โมง ระหวา่ งวนั ท่ี 18 เดอื น มิถุนายน พ.ศ. 2564 ถงึ วันท่ี 18 เดือน มถิ นุ ายน พ.ศ. 2564 สถานท่ีจัด ศาลากลางหม่บู ้าน หมู่ท่ี 8 บา้ นรนุ ตะวนั ออก ตำบลบวั ทอง อำเภอเมืองบุรรี ัมย์ จงั หวดั บุรรี มั ย์ ท่ี ช่อื -นามสกลุ เลขประจำตวั อายุ วุฒิ อาชพี ท่ีอย่ปู จั จุบัน ผลการ เลขท่ี ประชาชน การศึกษา ประเมิน หลกั ฐาน ผ่าน ไม่ สำคัญ ผา่ น 1 นายวีระ เชญิ รัมย์ 3310101337681 70 ม.ปลาย รบั จ้าง 2 หมทู่ ี่ 8 ✓ 2 นางสมาน เชญิ รมั ย์ 3310101330989 58 ม.ตน้ รบั จา้ ง 5 หมทู่ ี่ 8 ✓ 3 นางสงวน จัดรมั ย์ 5310190015711 53 ม.ต้น รบั จา้ ง 13 หมู่ที่ 8 ✓ 4 นางจารวุ รรณ นารีคำ 3310101331993 54 ม.ปลาย รับจา้ ง 9 หมทู่ ่ี 8 ✓ 5 นางรุ่งทิพย์ เชิญรมั ย์ 3310101338271 65 ประถม รบั จา้ ง 4 หมูท่ ่ี 8 ✓ 6 นายประทนิ โปรง่ จิตร 3310101337673 62 ม.ปลาย รบั จา้ ง 12 หมู่ที่ 8 ✓ (ลงชื่อ)....................................................... นายวเิ ชียร วรรณโกษิตย์) ตำแหนง่ ครู กศน.ตำบล รายงานสรุปผลการจดั กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุ่มสนใจ หลกั สตู ร 3 ช่ัวโมง จำนวน 3 กลุ่ม 41

แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ หลักสตู รการปลูกกระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลติ โดยไมต่ ้องถอนตน้ จำนวน ๓ ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 18 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2564 สถานท่ีจัด ศาลากลางหม่บู า้ น หม่ทู ี่ 8 บ้านรุนตะวนั ออก ตำบลบัวทอง อำเภอเมืองบุรรี ัมย์ จังหวัดบรุ รี ัมย์ ข้อมูลพ้นื ฐานของผู้ประเมินความพึงพอใจ เพศ ( ) ชาย ( ) หญงิ อาย.ุ ..........ปี วฒุ กิ ารศึกษา......................อาชพี .......................................... คำช้ีแจง 1. แบบประเมินความพึงพอใจ มี 4 ตอน 2. โปรดแสดงเคร่อื งหมาย √ ในช่องวา่ งระดับความพงึ พอใจตามความคดิ เหน็ ของท่าน ระดับความพงึ พอใจ หมาย ขอ้ รายการประเมนิ ความพึงพอใจ มาก มาก ปาน น้อย น้อย เหตุ ตอนท่ี ๑ ความพึงพอใจด้านเนือ้ หา ท่สี ุด กลาง ทสี่ ดุ 1 เน้อื หาตรงตามความต้องการ 2 เนือ้ หาเพียงพอตอ่ ความตอ้ งการ 3 เนื้อหาปัจจบุ นั ทนั สมัย 4 เน้อื หามปี ระโยชน์ต่อการนำไปใชใ้ นการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ตอนที่ ๒ ความพึงพอใจดา้ นกระบวนการจดั กิจกรรมการอบรม 5 การเตรียมความพรอ้ มกอ่ นอบรม 6 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกบั วัตถุประสงค์ 7 การจดั กิจกรรมเหมาะสมกบั เวลา 8 การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย 9 วิธกี ารวัดผล/ประเมนิ ผลเหมาะสมกบั วตั ถุประสงค์ ตอนท่ี ๓ ความพึงพอใจตอ่ วิทยากร 10 วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเร่อื งทถ่ี ่ายทอด 11 วทิ ยากรมเี ทคนคิ การถ่ายทอดใชส้ อื่ เหมาะสม 12 วิทยากรเปดิ โอกาสให้มสี ว่ นร่วมและซกั ถาม ตอนท่ี ๔ ความพงึ พอใจดา้ นการอำนวยความสะดวก 13 สถานท่ี วัสดุ อปุ กรณแ์ ละสง่ิ อำนวยความสะดวก 14 การส่ือสาร การสร้างบรรยากาศเพอ่ื ให้เกดิ การเรยี นรู้ 15 การบริการ การช่วยเหลือและการแกป้ ัญหา ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะอืน่ ๆ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ รายงานสรปุ ผลการจัดกจิ กรรมการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุ่มสนใจ หลักสตู ร 3 ชัว่ โมง จำนวน 3 กลุ่ม 42

สรปุ ผลการประเมินความพึงพอใจ ผลการประเมนิ ผูเ้ ข้าร่วมกิจกรรมโครงการหลกั สตู รการศกึ ษาต่อเน่ือง กลุ่มสนใจ วชิ าการปลูกกระชายในกระถางเก็บ ผลผลิตโดยไมต่ อ้ งถอนตน้ โดยใชเ้ กณฑเ์ กบ็ กลุ่มตัวอยา่ งจำนวนผเู้ ขา้ รว่ มโครงการ 6 คน ดงั น้ี 1. ผลการประเมนิ ข้อมูลท่ัวไปของผ้เู ข้าร่วมกิจกรรม สรุปได้ดังน้ี เพศ ชาย 2 คน คิดเปน็ ร้อยละ 20 เพศ หญงิ 4 คน คิดเปน็ ร้อยละ 80 ระดับความพงึ พอใจ 5 = มากท่สี ุด 4 = มาก 3 = ปานกลาง 2 = น้อย 1 = นอ้ ยทสี่ ดุ 2. ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการหลกั สูตรวชิ าชีพระยะสั้น วิชาการสานท่ใี สแ่ ก้วจากเส้นพลาสตกิ 1. ด้านเน้อื หา - เน้อื หาตรงตามความต้องการ มรี ะดบั ความพึงพอใจดีมากท่สี ุด จำนวน 6 คน คดิ เป็นร้อยละ100 - เน้อื หาเพยี งพอต่อความตอ้ งการ มรี ะดับความพงึ พอใจดีมากท่สี ุด จำนวน 6 คน คิดเป็นรอ้ ยละ100 - เนอ้ื หาปัจจุบนั ทนั สมยั มรี ะดับความพงึ พอใจดีมากท่สี ุด จำนวน 6 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ100 - เน้ือหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพฒั นาคณุ ภาพชีวติ มรี ะดับความพงึ พอใจดีมากทีส่ ุด จำนวน 6 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ100 2. ด้านกระบวนการจดั กจิ กรรมการอบรม - การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม มีระดับความพงึ พอใจดมี ากท่สี ุด จำนวน 6 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ100 - การออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ มีระดบั ความพงึ พอใจดีมากทสี่ ุด จำนวน 6 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ100 - การจดั กิจกรรมเหมาะสมกับเวลา มีระดับความพงึ พอใจดีมากท่สี ุด จำนวน 6 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ100 - การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลมุ่ เป้าหมาย มีระดับความพงึ พอใจดมี ากทส่ี ุด จำนวน 6 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ100 - วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ มีระดับความพึงพอใจดีมากท่สี ดุ จำนวน 6 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ100 รายงานสรปุ ผลการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบกลมุ่ สนใจ หลกั สตู ร 3 ช่ัวโมง จำนวน 3 กลุ่ม 43

3. ด้านวทิ ยากร - วิทยากรมีความรูค้ วามสามารถในเรอ่ื งที่ถ่ายทอด มีระดับความพงึ พอใจดีมากท่สี ุด จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ100 - วิทยากรมเี ทคนิคการถ่ายทอดใช้สื่อเหมาะสม มีระดบั ความพึงพอใจดีมากทีส่ ดุ จำนวน 6 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ100 - วิทยากรเปิดโอกาสใหม้ ีสว่ นร่วมซกั ถาม มรี ะดับความพึงพอใจดมี ากทส่ี ุด จำนวน 6 คน คิดเปน็ ร้อยละ100 4. ด้านการอำนวยความสะดวก - สถานท่ี วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก มรี ะดับความพงึ พอใจดีมากทส่ี ดุ จำนวน 6 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ100 - การสอื่ สาร การสรา้ งบรรยากาศเพ่ือให้เกดิ การเรียนรู้ มีระดับความพงึ พอใจดีมากท่ีสุด จำนวน 6คน คดิ เป็นรอ้ ยละ100 - การบริการ การช่วยเหลอื และการแก้ปญั หา มีระดบั ความพงึ พอใจดีมากทส่ี ดุ จำนวน 6 คน คิดเปน็ ร้อยละ100 สรุปผล ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของผู้เข้ารว่ มโครงการหลักสตู รวชิ าชพี ระยะสน้ั วชิ าการปลกู กระชายในกระถางเกบ็ ผลผลิตโดยไมต่ ้องถอนตน้ ผู้เรียนมีความพึงพอใจมากทส่ี ดุ ข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………….. รายงานสรุปผลการจัดกิจกรรมการศกึ ษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุม่ สนใจ หลกั สตู ร 3 ชว่ั โมง จำนวน 3 กลมุ่ 44

แบบติดตามผู้เรยี นหลังจบหลักสูตรการศกึ ษาตอ่ เน่ือง กศน.ตำบลบวั ทอง กศน.อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จงั หวัดบุรีรมั ย์ หลกั สูตร วชิ าการปลกู กระชายขาวในกระถางเก็บผลผลติ โดยไมต่ ้องถอนต้น จำนวน ๓ ชวั่ โมง ระหวา่ งวนั ท่ี 18 เดือน มิถนุ ายน พ.ศ. 2564 ถงึ วันท่ี 18 เดือน มิถนุ ายน พ.ศ. 2564 สถสถานที่จัด ศาลากลางหมู่บา้ น หมู่ที่ 8 บา้ นรนุ ตะวนั ออก ตำบลบัวทอง อำเภอเมืองบรุ รี มั ย์ จงั หวัดบุรรี ัมย์ ชอ่ื วทิ ยากร นางนารินทร์ ไชยวงษา คำชแี้ จง แบบติดตามผู้เรียนจบหลักสูตรการศึกษาต่อเน่ือง มีวัตถปุ ระสงคเ์ พอ่ื รวบรวมขอ้ มูลของผู้เรียนในการนำความรู้ ไปใช้ประโยชน์หลังจากจบหลักสตู รแลว้ ที่ ช่ือ – นามสกุลผเู้ รียน ต้องการ ต้องการมี การนำไปใชป้ ระโยชน์ อ่นื ๆ หมายเหตุ มีรายได้ อาชพี โปรดระบุ 1 นายวีระ เชญิ รมั ย์ ตอ้ งการ ใชเ้ วลาว่างให้ 2 นางสมาน เชญิ รัมย์ ไดร้ ับการ เกดิ ประโยชน์ 3 นางสงวน จัดรมั ย์ พัฒนา 4 นางจารวุ รรณ นารีคำ 5 นางรุง่ ทิพย์ เชญิ รัมย์ ✓ 6 นายประทิน โปร่งจิตร ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ลงชือ่ ..............................................ผูร้ ายงาน (นายวิเชยี ร วรรณโกษิตย์) ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล) รายงานสรปุ ผลการจัดกจิ กรรมการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุม่ สนใจ หลกั สูตร 3 ชวั่ โมง จำนวน 3 กล่มุ 45

ภาพกจิ กรรมการจดั การศกึ ษาต่อเน่ือง กศน.บลบวั ทอง วชิ าการปลกู กระชายขาวในกระถางเกบ็ ผลผลติ โดยไมต่ อ้ งถอนตน้ จานวน 3 ช่วั โมง ในวนั ท่ี 18 มิถนุ ายน 2564 ต้งั แตเ่ วลา 09.00 – 12.00 น. สถานทจี่ ดั ศาลากลางหมบู่ า้ น หมทู่ ่ี 8 บา้ หนองมะคา่ ตาบลบวั ทอง อาเภอเมอื งบรุ รี มั ย์ จงั หวดั บรุ รี มั ย์ รายงานสรุปผลการจดั กิจกรรมการศกึ ษาต่อเนื่อง รูปแบบกล่มุ สนใจ หลักสตู ร 3 ชว่ั โมง จำนวน 3 กลมุ่ 46

ผู้เรยี นฝึกปฏิบตั จิ ากทีว่ ทิ ยากรไดใ้ หค้ วามรู้ รายงานสรุปผลการจดั กิจกรรมการศึกษาต่อเน่ือง รปู แบบกล่มุ สนใจ หลกั สตู ร 3 ช่ัวโมง จำนวน 3 กลมุ่ 47