รายงานการศึกษา เรื่อง ปจั จยั ทมี่ ผี ลตอ่ ความพึงพอใจของประชาชนในโครงการ ก่อสรา้ งระบบการป้องกนั การกดั เซาะตล่ิง กรณศี ึกษา : ลาห้วยแม่พริก อาเภอแม่พรกิ จังหวดั ลาปาง ของศูนย์ปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลาปาง จัดทาโดย นางลักษณา หตั ถกจิ รหัสประจาตัวนักศึกษา 25 เอกสารฉบับนีเ้ ปน็ ส่วนหนึ่งในการศึกษาอบรม หลกั สตู ร นกั บรหิ ารงานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย (นบ.ปภ.) รนุ่ ท่ี 10 ระหว่างวนั ที่ 7 มกราคม – 10 เมษายน 2557 วิทยาลัยป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
คำนำ เอกสารการศกึ ษาน้ี ผู้ศกึ ษาได้ จดั ทาขึน้ เพอื่ ศกึ ษาปจั จัยทม่ี ผี ลตอ่ ความพึงพอใจของ ประชาชนในโครงการก่อสร้างระบบปอ้ งกนั การกัดเซาะตลงิ่ กรณีศกึ ษ:าลาห้วยแมพ่ รกิ อาเภอแม่พรกิ จังหวัด ลาปาง ศนู ยป์ อ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 ลาปาง พร้อมขอ้ เสนอแนะแนวทางปรบั ปรงุ แก้ไขทม่ี ี ผลตอ่ ระดบั ความพงึ พอใจของประชาชนในชมุ ชนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เพอ่ื สอดคล้องกบั ความ ตอ้ งการ บรรลเุ ปา้ หมาย เกิดประโยชน์อยา่ งสงู สดุ และเกดิ ความพึงพอใจ อยา่ งแท้จรงิ และนาข้อมลู ไปใช้ ทบทวนปรบั ปรงุ แผนปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยระดับกลมุ่ จงั หวัด พ.ศ2. 553-2557 และแผนปฏบิ ัติการ ฉกุ เฉนิ ในการ แกไ้ ขปัญหาอกุ ทกภั ยระดับกลุม่ จงั หวัดใหส้ อดคล้องกบั สถานการณป์ ัจจบุ นั ท่ีมีการ เปลย่ี นแปลงอย่างรนุ แรงกอ่ ให้เกิดความเสียหายแกช่ ีวิตและทรพั ย์สนิ ของประชาชน เป็นจานวนมาก ซง่ึ กรมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย เปน็ หนว่ ยงานกลางของรฐั ท่ีดาเนนิ การปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั ของประเทศตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ. 2550 ผู้ศกึ ษาหวังเป็นอย่างยง่ิ ว่าคงเป็นประโยชน์สาหรบั ผ้บู รหิ ารระดับสงู ของกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภยั จะสามารถใช้เป็นขอ้ มูลในการพิจารณาบรหิ ารจัดการโครงการ กอ่ สร้างระบบ ปอ้ งกนั การกดั เซาะตล่งิ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธิผล เกิดประโยชน์แกป่ ระชาชนในชมุ ชนลาหว้ ยแม่พริก อาเภอแม่พริก จังหวัดลาปาง เกดิ ความพงึ พอใจท่ไี ด้รับความชว่ ยเหลือ ดังนัน้ หากเอกสารงานวิจยั ส่วนบุคคลฉบับนี้ มขี ้อบกพรอ่ ง หรือผิดพลาด ประการใด ผู้ศกึ ษาวจิ ัย ขอน้อมรบั ด้วยความเคารพ และจะนาไปปรับปรงุ แก้ไขในโอกาส ตอ่ ไป ลกั ษณา หัตถกจิ นักศึกษาหลักสตู ร นบ.ปภ. รุ่นท่ี 10 มนี าคม 2557
กติ ตกิ รรมประกาศ เอกสาร การศกึ ษาวจิ ัย สว่ นบุคคล เรือ่ ง “ ปจั จัยท่มี ีผลตอ่ ความพงึ พอใจของประชาชนใน โครงการกอ่ สรา้ งระบบป้องกนั การกดั เซาะตล่ิง กรณศี กึ ษา : ลาหว้ ยแมพ่ ริก อาเภอแมพ่ รกิ จงั หวดั ลาปาง ” ศูนยป์ ้องกันและบรรเทาสาธารณภยั เขต01ลาปาง น้ี เพราะไดร้ ับความเมตตากรุณาให้คาแนะนจาากท่านอาจารย์ ดร.ปยิ วฒั น์ ขนิษฐบุตร และอาจารย์วรชพร เพชรสวุ รรณ อาจารยท์ ่ปี รกึ ษางานวจิ ัยนกั ศกึ ษา นบ.ปภ. รุ่นที่ 10 อยา่ งใกล้ชิด และขอขอบพระคณุ ผบู้ รหิ ารกรมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั ท่ีเกีย่ วข้องทุกท่านที่ได้กรณุ า คดั เลือกให้ ผวู้ ิจยั ได้ เขา้ รบั การฝกึ อบรมในหลักสตู รนกั บรหิ ารงานป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย (นบ.ปภ.) รนุ่ ท่ี 10 ในครง้ั น้ี โดยเฉพาะ ผอู้ านวยการวิทยาลัยปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย(นางสาวลกั ขณา มนิมนากร) รองผอู้ านวยการวทิ ยาลัยปอ้ งกนั และบรรเทา สาธารณภัย ฝ่ายฝึกอบรม (นายวจิ ารณ์ เหลา่ ธรรมยิง่ ยง ) และ เจา้ หนา้ ท่วี ิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกทา่ น ซ่ึงไดก้ รณุ า ตรวจสอบ แนะนา และให้แนวทาง อนั ถกู ต้อง จนทาใหผ้ ศู้ ึกษาประสบความสาเรจ็ ในการศกึ ษาคน้ คว้า และทาให้ รายงานการศึกษาวิจยั ฉบับนี้ สาเร็จดว้ ยดี ขอขอบพระคณุ ผู้ตอบแบบสอบถามทใี่ ห้ความรว่ มมอื ตอบแบบสอบถามเป็นอยา่ งดี ตลอดจน ประชาชนในชมุ ชนลาหว้ ยแม่พรกิ อาเภอแม่พริก จังหวัดลาปาง ทุกทา่ น ที่ชว่ ยเหลอื และอานวยความสะดวก ในการศึกษาครั้งน้ี ผู้ศึกษาหวังเปน็ อย่างยิง่ ว่ารายงานการศึกษาฉบบั นี้ คงเป็นประโยชน์ตอ่ ผู้สนใจเกี่ยวกับ โครงการกอ่ สร้างระบบปอ้ งกันการกดั เซาะตลิ่ง และใช้เปน็ แนวทางในการศกึ ษาคน้ คว้าต่อไปได้อยา่ งดี คอณุ ันคใวดามดี ท่ีเกิดจากการศกึ ษาครั้งน้ี ผศู้ ึกษาขอมอบแด่ บดิ า มารดา คณาจารย์ และผทู้ เ่ี ก่ียวข้องสนบั สนุนผ้ศู ึกษาด้วยดี ตลอดมา ลักษณา หัตถกจิ
บทสรุปผบู้ รหิ าร การศึกษาวิจยั เรอื่ ง “ ปัจจยั ทม่ี ผี ลต่อความพงึ พอใจของประชาชนในโครงการ กอ่ สร้างระบบปอ้ งกันการกัดเซาะตลิง่ กรณีศึกษา : ลาห้วยแม่พริก อาเภอแมพ่ ริก จงั หวัดลาปาง ” ของ ศนู ยป์ อ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลาปาง เป็นการศกึ ษาเชงิ ปรมิ าณ โดยศึกษาจากประชาชน ในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลในชุมชนลาหว้ ยแมพ่ ริก ทีไ่ ดร้ บั ผลกระทบตอ่ โครงการกอ่ สรา้ งระบบ ป้องกันการกัดเซาะ ตล่งิ ลาหว้ ยแม่พริกอาเภอแมพ่ ริก จังหวัดลาปาง จานวน 120 คน โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ เพ่อื ศึกษาและวิเคราะหถ์ ึงระดบั ความพึงพอใจของประชาชนในชมุ ชนต่อโครงการก่อสรา้ งระบบป้องกนั การกัดเซาะตล่งิ ลาห้วยแม่พรกิ อาเภอแมพ่ รกิ จงั หวดั ลาปาง จากการศกึ ษามผี ลสรุปและขอ้ เสนอแนะ ทีน่ ่าจะเปน็ ประโยชนใ์ นการปรับปรุงโครงการกอ่ สรา้ งระบบป้องกันการกดั เซาะ ตลิ่ง ท่สี ามารถใช้ ดาเนินการได้ ดังน้ี ผลการศกึ ษาสรปุ ระดับความพึงพอใจของประชาชนในชุมชนตอ่ โครงการกอ่ สร้างระบบ ปอ้ งกันการกัดเซาะตลงิ่ ลาห้วยแม่พรกิ อาเภอแมพ่ รกิ จังหวดั ลาปาง ของศนู ย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 ลาปาง จากการศึกษาและวเิ คราะห์ขอ้ มูลทัว่ ไปเกี่ยวกบั ปัจจยั ส่วนบคุ คลของกลุ่มตัวอย่าง จานวน ทง้ั สิ้น 120 คน ปรากฏว่าเปน็ เพศหญงิ มากกวา่ เพศชาย มชี ่วงอายุตา่ กวา่ 20ปี ถงึ อายุ 30 ปี จานวน 56 คน เป็นนักเรยี น/นักศึกษา และอาชีพเกษตรกรรม จานวน 66 คน อาชีพรบั จ้าง จานวน 34 คน อาศัยในเขต เทศบาล จานวน 106 คน ผลการศกึ ษาวิจยั เกี่ยวกบั ปัจจัยท่ีมีผลตอ่ ความพึงพอใจ ของประชาชนในชมุ ชน ลาหว้ ยแม่พริก ท่ีมีตอ่ โครงการก่อสร้างระบบปอ้ งกนั การกดั เซาะตลิง่ ลาหว้ ยแมพ่ ริกอาเภอแม่พริก จงั หวดั ลาปาง ของกลุ่มตัวอยา่ ง จานวนทง้ั ส้ิน120 คน รวม 5 ดา้ น จากการศกึ ษาวจิ ัยครง้ั น้เี มือ่ จาแนกความพึงพอใจ รวมทกุ ด้าน อย่ใู นระดับมาก มีค่าเฉลี่ย4.20 และเม่อื จาแนกเป็นรายดา้ น พบวา่ ความพึงพอใจต่อโครงการน้ี มีประโยชนต์ อ่ ชุมชนและตอ่ ตวั ท่านอยู่ในระดบั มากท่สี ดุ มีค่าเฉลี่ย 4.43ความพึงพอใจตอ่ โครงการน้ีทไี่ ด้มี สว่ นรว่ มในการดาเนนิ งานโครงการนี้ อยู่ในระดบั มาก มีค่าเฉลย่ี 4.03 ความพึงพอใจตอ่ โครงการนี้ทไ่ี ด้มี การประชาสมั พันธ์ให้ขอ้ มูลขา่ วสาร ผลการดาเนนิ งานของโครงการ อย่ใู นระดบั มากมคี ่าเฉล่ีย 4.13 ความพงึ พอใจตอ่ โครงการนี้จะช่วยแก้ปญั หาการกัดเซาะตลงิ่ ของลาห้วยแม่พรกิ ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ อยู่ในระดับมาก มีคา่ เฉล่ีย 4.18 และความพงึ พอใจการดาเนินงานโครงการนใี้ นภาพรวม อยู่ในระดับมาก มีคา่ เฉลย่ี 4.25 เห็นไดว้ า่ ประชาชนในชุมชนลาห้วยแมพ่ ริก มคี วามพึงพอใจตอ่ โครงการก่อสรา้ งระบบ ป้องกันการกัดเซาะตลงิ่ ลาห้วยแม่พริก อาเภอแม่พริก จังหวัดลาปาง ของศนู ยป์ อ้ งกนั และบรรเทา สาธารณภยั เขต 10 ลาปาง อยใู่ นระดบั มากถงึ มากทสี่ ุด ตามลาดับ ขอ้ เสนอแนะตอ่ โครงการ จากการศึกษาและวิเคราะห์ ปจั จยั ที่มผี ลตอ่ ความพงึ พอใจของประชาชนใน โครงการ กอ่ สรา้ งระบบป้องกนั การกดั เซาะตลิง่ ลาหว้ ยแมพ่ ริก อาเภอแม่พรกิ จังหวัดลาปาง ของศนู ย์ปอ้ งกนั และ บรรเทาสาธารณภัย เขต 10ลาปาง พบวา่ ยังไม่เปน็ ไปตามความคาดหวงั ที่กาหนดไวใ้ นวัตถุประสงค์ของ
โครงการเพราะไม่สามารถแกป้ ญั หาการกัดเซาะตลิง่ ไดอ้ ยา่ งถาวรกรณเี กดิ ภยั ธรรมชาติหรอื น้าป่าไหลหลาก ในระดบั มากทาใหเ้ กิดความเสยี หายต่อสง่ิ ก่อสรา้ งซไมง่ึ ส่ ามารถรองรบั ไดท้ัน เพราะชอ่ งนา้ แคบ การระบายน้าชา้ ดนิ เกิดการยบุ ตัวเกิดการพงั ทลายมีผลทาให้บรเิ วณรอยตอ่ ระหวา่ งพื้นท่ที ี่ดาเนนิ การแลว้ กบั พ้นื ทบี่ รเิ วณท่ี ยังไม่มกี ารกอ่ สรา้ ง เกดิ ความเสียหายลุกลามเขา้ ไปยังท้ายของพื้นทท่ี ่ีดาเนนิ การกอ่ สรา้ งแล้ว มผี ลกระทบ ตอ่ ประชาชนทอ่ี าศยั ในชุมชน พ้นื ท่เี กษตรกรรม และ สิ้นเปลืองงบประมาณ และประชาชนในชุมชน ลาห้วยแม่พรกิ มคี วามตอ้ งการใหม้ ี การก่อสรา้ ง โครงการกอ่ สรา้ งระบบปอ้ งกนั การกดั เซาะตลิง่ ตลอด ลาห้วยแม่พรกิ เพ่ือปอ้ งกันการกดั เซาะตล่งิ ใหม้ ีความมนั่ คงแขง็ แรง และให้มีการขดุ ลอกลาห้วยท่ีตนื้ เขนิ การปรบั ปรงุ บริเวณพื้นท่ี กอ่ สรา้ ง ให้เป็นทพี่ กั ผอ่ นหยอ่ นใจ สถานที่ออกกาลงั กายเพอื่ เกิดประโยชนก์ ับ ชมุ ชนทุกครัวเรือน ข้อเสนอแนะเพือ่ การศึกษาครั้งต่อไป 1. ควรทาการศกึ ษาปจั จยั ทม่ี ีผลกระทบต่อความพงึ พอใจของประชาชนในชมุ ชนต่อ โครงการกอ่ สร้างระบบป้องกนั การกดั เซาะตลิ่งลาหว้ ยแม่พริกอาเภอแม่พริก จงั หวดั ลาปาง 2. ควรทาการศึกษาถงึ ประสทิ ธิภาพ และประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั จากโครงการก่อสร้าง ระบบปอ้ งกนั การกดั เซาะตล่งิ ลาห้วยแม่พริกอาเภอแมพ่ รกิ จังหวดั ลาปาง 3. ควรทาการศึกษาดา้ นงบประมาณทจี่ ะนาโครงการตา่ งๆ ลงไปให้ความช่วยเหลือ เนอ่ื งจากใช้งบประมาณสูงมากผ้วู ิจยั เสนอวา่ ควรมมี าตรการและแนวทางในการแก้ไขปญั หาการกัดเซาะตลิง่ ท่เี กดิ ประสทิ ธิผลคุ้มคา่ และประหยัด
สารบัญ 1 2 หนา้ 2 3 บทที่ 1บทนา 3 1.1 ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา 5 8 1.2 วัตถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษา 10 1.3 ขอบเขตของการศกึ ษา 13 1. 4 ประโยชน์ทใ่ี ชใ้ นการศึกษา 15 1.5. นิยามศัพท์ 15 15 บทท่ี 2แนวคดิ ทฤษฎี ระเบยี บ และงานวิจัยทเ่ี กี่ยวข้อง 16 16 2.1 แนวคิดและทฤษฎีดา้ นการจดั การสาธารณภยั 16 2.2 แนวคิดและทฤษฎดี า้ นความพึงพอใจ 17 2.3 แนวคิดและทฤษฎีดา้ นการจัดการมสี ว่ นรว่ ม 20 2.4 กรอบแนวคิดในการศึกษา 21 บทที่ 3วธิ ดี าเนนิ การวิจยั 22 23 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 24 3.2 ขอบเขตและพื้นที่การศึกษา 3.3 เครอื่ งมือท่ใี ชใ้ นการศกึ ษา 3.4 วิธีการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 3.5 การวเิ คราะหข์ อ้ มูล 3.6 สถิติทใ่ี ชใ้ นการวเิ คราะห์ บทที่ 4 ผลของการศกึ ษาวิเคราะห์ สว่ นท่ี 1 ข้อมลู ท่ัวไปปจั จยั ส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม สว่ นที่ 2 ข้อมลู เกี่ยวกบั ความพึงพอใจของประชาชนในชุมชนลาหว้ ยแม่พรกิ ส่วนที่ 3 ขอ้ มลู เกยี่ วกับความคดิ เห็นตอ่ โครงการก่อสรา้ งระบบการกดั เซาะตลง่ิ บทที่ 5 บทสรุปผลการศึกษาวจิ ัยและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการศึกษา 5.2 ข้อเสนอแนะต่อโครงการ 5.3 ขอ้ เสนอแนะเพื่อการศกึ ษาในครัง้ ต่อไป บรรณานกุ รม ภาคผนวก
สารบญั ตาราง ตารางที่ 4.1 จาแนกตามจานวนและรอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถามตามเพศ หนา้ ตารางที่ 4.2 จาแนกตามจานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามตามอายุ ตารางที่ 4.3 จาแนกตามจานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามตามระดับการศกึ ษา 17 ตารางที่ 4.4 จาแนกตามจานวนและรอ้ ยละของผ้ตู อบแบบสอบถามตามอาชีพ 18 ตารางที่ 4.5 จาแนกตามจานวนและร้อยละของผูต้ อบแบบสอบถามตามท่พี ักอาศัย 18 ตารางท่ี 4.6 จาแนกตามความพงึ พอใจของประชาชนในชมุ ชน 19 19 ต่อโครงการกอ่ สรา้ งระบบป้องกนั การกัดเซาะตลงิ่ ลาห้วยแม่พริก 19 20
บทท่ี 1 บทนา 1.1. ความเปน็ มาและความสาคัญของปญั หา จากเหตกุ ารณ์อุทกภยั น้าปุาไหลหลาก เริม่ ตง้ั แตเ่ ดือน ตลุ าคม 2550– มกราคม 2554 ไดส้ ร้างความเสยี หายตอ่ ทรัพยส์ ินของประชาชน และสิ่งสาธารณประโยชนต์ ่าง ๆ เช่น ถนน สะพาน พน้ื ที่ การเกษตร บา้ นเรือนท่อี ย่อู าศัยของประชาชนท่ีปลกู สรา้ งบริเวณริมนา้ ถกู น้ากดั เซาะตลงิ่ มผี ลใหด้ นิ อุ้มนา้ และเกิดการยุบตัว บา้ นเรือนทีอ่ ยูอ่ าศยั โดยรอบทง้ั สองชายฝัง่ จมหายไปกลับแมน่ า้ หากปลอ่ ยไว้ไม่มกี แาลรปะอู งกัน แกไ้ ข การกดั เซาะตลง่ิ ของแม่น้า ล้าคลอง จะท้าให้แผน่ ดนิ บรเิ วณใกลแ้ มน่ า้ ลา้ คลอง หายไปเรอื่ ย ๆ เป็น สาเหตุใหป้ ระชาชนตอ้ งสญู เสียชวี ิตทรัพยส์ นิ ท่ีอยอู่ าศัย และพนื้ ทก่ี ารเกษตร หลายครอบครอวั อตก้อนงออกพพยื้นพท่ี เพื่อไปตัง้ ถน่ิ ฐานยงั แหล่งอ่ืนๆ ถึงแมก้ ารกดั เซาะตลง่ิ ของแม่น้าลา้ คลอง อาจตอ้ งใช้ระยะเวลาการกดั เซาะ นานกวา่ ตามชายฝัง่ ทะเลกต็ าม แตส่ ดุ ท้ายกค็ ือ ความสญู เสยี ความเดือดร้อนของประชาชนผอู้ าศัยอยู่ บรเิ วณล้าหว้ ยแมพ่ ริก อ้าเภอแมพ่ ริก จงั หวดั ล้าปาง พ้ืนทด่ี งั กลา่ วแลว้ ข้างตน้ ได้ รับอทิ ธพิ ลจากพายุหมุน เขตรอ้ นทีเ่ กิดขึ้นในประเทศไทย ท้าให้ มีน้าฝนปรมิ าณมา ก น้าเหนอื เขือ่ นเจ้าพระยาเพม่ิ มากกว่าปกติ ประกอบกับน้าทะเลหนุนสูง เกิดน้าล้นตล่ิงเข้าท่วม บ้านเรือน พืน้ ท่ีการเกษตร เสน้ ทางคมนาคม เปน็ ต้น และมแี นวโนม้ สถานการณจ์ ะทวคี วามรุนแรงมากข้นึ หากใดท่ีปรมิ าณน้าฝน ปรมิ าณน้าเหนือเขือ่ นและน้า ทะเลหนนุ ในช่วงเวลาเดยี วกัน ย่งิ เกดิ ความเสียหายอยา่ งรนุ แรง เนอ่ื งมาจากพนื้ ท่ีโดยส่วนใหญ่ถกู นา้ ไปใช้ ประโยชนเ์ ป็นแหล่งท่ีอยูอ่ าศยั แหลง่ ผลิตทางเศรษฐกจิ ทัง้ เกษตรกรรม อตุ สาหกรรมโครงสรา้ งพืน้ ฐานและ สิ่งกอ่ สร้างตา่ งๆเกิดขนึ้ อย่างมากมาย จากการกระท้าดังกล่าว บางพื้นที่ส่วนใหญ่ มีการถมดนิ ลุกลา้ แมน่ ้า ลา้ คลอง เพือ่ กอ่ สร้างเปน็ การกีดขวางทางนา้ ซึ่งมีอย่เู ดิมตามธรรมชาติ สง่ ผลกระทบให้การไหลเวยี นของ กระแสน้าระ บายออกไมท่ ัน เกดิ สถานการณน์ ้าทว่ มรุนแรง และสร้างความ เสยี หายตอ่ ชวี ิตและทรพั ยส์ นิ ของประชาชน เศรษฐกิจและสงั คมของพน้ื ที่ ประสบภัยการพงั ทลายของตล่ิงในสว่ นนี้จะเป็นการกลา่ วถงึ รายละเอียดทเ่ี กย่ี วข้องกับการพงั ทลายของตลง่ิ รวมถึงสาเหตุและลกั ษณะของการพังทลายโดยสงั เขป เพื่อเปน็ ข้อมูลพน้ื ฐานแก่ผทู้ ่เี ก่ียวข้องในการศกึ ษาและประเมนิ สาเหตุการพงั ทลายของตลิ่งไดอ้ ย่างถูกต้อง อันจะนา้ ไปสู่การเตรียมพร้อมและการแก้ไขปญั หาได้อยา่ งเหมาะสมตอ่ ไป ประเภทของตลง่ิ ใน ล้าน้าต่างๆ สามารถจา้ แนกออกได้เปน็ 3 ประเภทตามลักษณะของ ดินไดด้ งั ตอ่ ไปนี้ (1) ตลง่ิ ทีม่ คี วามเช่ือมแนน่ (Cohesive Banks)เปน็ ตลิง่ ท่ีประกอบจากดนิ ประเภททม่ี ี ความเช่ือมแนน่ (Cohesive Soil) หรอื ดนิ เหนียวเป็นสา้ คัญ ตลงิ่ ประเภทน้มี ีความต้านทานต่อการกดั เซาะ เนื่องจากการไหลของกระแสน้าได้ดี
2 (2) ตล่ิงที่ไม่มีความเชอ่ื มแนน่ (Non-Cohesive Banks)เป็นตล่ิงที่ประกอบจากดนิ ประเภททไี่ ม่มีความเช่ือมแนน่ (Non-Cohesive Soil) เชน่ ทราย หรือกรวด การยดึ เหนี่ยวระหวา่ งอนุภาค ของเมด็ ดนิ อาศัยเพียงแรงเสยี ดทานระหวา่ งอนภุ าคเป็นหลัก ตลง่ิ ประเภทนมี้ คี วามตา้ นทานตอ่ การกดั เซาะ เนื่องจากการไหลของกระแสน้าตา้่ (3) ตลง่ิ แบบผสม (Composite Banks)เปน็ ตล่งิ ทพ่ี บเห็นไดท้ ่ัวไปในแม่น้าทีม่ ีการน้าพา ตะกอน ตลงิ่ ประเภทน้ีประกอบดว้ ยดนิ ท่ีมคี วามเชอื่ มแนน่ และไม่มีความเชอื่ มแนน่ วางตัวเป็นชน้ั ๆ ของ โค้งลา้ นา้ ท่มี ีตลิ่งเปน็ แบบผสม ช้นั ล่างของตล่ิงเปน็ ดินประเภททไี่ มม่ ีความเชอื่ มแนน่ ท่ถี ูกกดั กรอ่ นและพดั พา ได้งา่ ย เช่น ทราย หรือกรวด ส่วนชน้ั บนของตล่ิงเปน็ ดนิ ประเภทท่มี ีความเชือ่ มแนน่ เชน่ ดินเหนยี ว ซึง่ เกดิ จาก การตกตะกอนและทบั ถมของอนุภาคละเอียดจากการไหลหลากของน้าบนผวิ ดิน สาเหตุการพงั ทลายของตล่ิงสามารถจ้าแนกออกไดเ้ ป็น 3 สาเหตดุ งั นี้ 1. การกดั เซาะตลิง่ (Bank Erosion) การกัดเซาะเปน็ การกระทา้ ทเ่ี กิดขนึ้ จากการไหล ของนา้ ผ่านผวิ ตลง่ิ ซ่งึ การไหลของน้าทา้ ให้เกดิ หน่วยแรงเฉือนกระท้ากับผวิ จะเกิดการพัดพาหรือกดั เซาะ เอาผิวดินไหลหลดุ ออกไปไดเ้ ปน็ สาเหตสุ า้ คัญทท่ี ้าให้ตลิง่ เกิดการพังทลาย 2. การขาดเสถยี รภาพทางเทคนคิ ธรณี ( Geotechnical Instabilities) การพลังทลาย ของตลงิ่ จากการขาดเสถยี รภาพ ไดแ้ ก่ การลดระดับน้าในล้าน้าอย่างกะทันหัน 3. การพงั ทลายของตลิ่งในขอ้ 1-2 รวมกัน สว่ นใหญเ่ กิดจากการกัดเซาะทา้ ใหต้ ลงิ่ ขาด เสถียรภาพและเกดิ การทรดุ ตวั และพงั ทลายลงมา การกอ่ สร้างระบบปอู งกนั ตลง่ิ เป็นอกี วิธหี นึง่ ในการแก้ไขปญั หาดา้ นการพงั ทลายของตลง่ิ ท่ีนา่ สนใจในปัจจบุ นั เนือ่ งจากท้างานได้สะดวกรวดเรว็ วธิ ีการท้างานและออกแบบไม่ยงุ่ ยากมากนัก รวมท้งั ยงั ใหค้ วามมน่ั คงของตลิ่งไม่น้อยไปกว่าการสรา้ งกา้ แพงกนั ดนิ งานปรับปรงุ ดนิ ฐานรากซง่ึ เป็นชัน้ ดินอ่อน ทีห่ นามากเพื่อใหส้ ามารถรองรบั คันดินถมหรือลานดินถม (Foundation Improvement for Earth Embankment) ไดอ้ ยา่ งปลอดภัยและไม่เกดิ การทรดุ ตวั เกินเกณฑท์ ี่กา้ หนด ดังนน้ั การศกึ ษาปจั จัยทม่ี ผี ลต่อความพึงพอใจของประชาชนในโครงการก่อสร้างระบบการ ปอู งกันการกดั เซาะตลง่ิ กรณีศกึ ษาลา้ ห้วยแม่พรกิ จงั หวัดล้าปาง ในคร้ังน้ีจงึ ไดด้ า้ เนนิ การขึ้นเพอ่ื ต้องการ ทราบระดบั ความพึงพอใจขอปงระชาชนในชุมชนสา้ หรบั ใชเ้ ป็นขอ้ มูลพนื้ ฐานในการปรับปรุงการดา้ เนนิ งาขนอง โครงการในระยะตอ่ ไปนอกจากน้ียังสามารถน้าผลการศกึ ษา ไปใชเ้ ปน็ แนวทางในการพัฒนาการแกป้ ญั หา การกัดเซาะตลง่ิ และเสรมิ สร้างความรว่ มมอื กบั ภาครัฐและประชาชนมีสว่ นรว่ มไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้ 1.2. วัตถปุ ระสงค์ของการศึกษา การศกึ ษาในคร้ังน้ี มวี ตั ถุประสงค์ดังตอ่ ไปนี้คือ 1.เพือ่ ศึกษาและวิเคราะหถ์ ึงปจั จยั ทีม่ ีผลตอ่ ความพึงพอใจของประชาชนในโครงการกอ่ สรา้ ง ระบบปูองกันการกัดเซาตะล่ิงล้าห้วย แม่พรกิ อ้าเภอแม่พรกิ จงั หวัดลา้ ปาง
3 2. เพ่อื ศึกษาเป็นแนวทางการดา้ เนนิ โครงการในคราวต่อไป รวมถงึ การปฏบิ ตั งิ าน ข้อเสนอแนะ เพื่อนา้ ไปปรับปรงุ แก้ไขโครงการใหม้ ีประสทิ ธภิ าพอย่างสงู สุด 1.3.ขอบเขตการศึกษา ผู้วิจยั ใชก้ ารวิจยั เชิงปรมิ าณ สา้ หรับการศกึ ษาในครง้ั นี้ โดยเลอื กใช้ วิธกี ารส้ารวจดว้ ย แบบสอบถามทีส่ รา้ งข้นึ ซ่งึ ไดก้ า้ หนดขอบเขตของการวจิ ยั ไวด้ ังน้ี คือ 1. ประชากรท่ใี ช้ศกึ ษาเป็นประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลในชุมชน ล้าห้วยแม่พรกิ อ้าเภอแมพ่ ริก จังหวัดล้าปาง 2. ตวั อย่างท่ีใชศ้ กึ ษาเลือกจากประชากร โดยวิธสี ุม่ ตวั อย่างแบบสอบถาม จา้ นว1น20 คน 3. ตวั แปรท่เี กย่ี วขอ้ งกับการศกึ ษา ประกอบด้วย ตวั แปรอสิ ระ คอื ปัจจัยส่วนบุคคลได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา แอลาะชทีพ่ ักอาศัย ประชาชน ตัวแปรตาม คือ ปจั จยั ท่มี ผี ลต่อความพงึ พอใจของประชาชนในโครงการก่อสรา้ ง ระบบปูองกนั การกดั เซาะตล่ิงลา้ หว้ ยแมพ่ รกิ อ้าเภอแมพ่ ริก จังหวัดลา้ ปาง 4. สถานท่ศี ึกษาท่ีผวู้ ิจัยใช้เก็บรวบรวมขอ้ มลู คือบริเวณชุมชนล้าหว้ ยแมพ่ ริก อา้ เภอแมพ่ รกิ จังหวัดลา้ ปาง 5.ระยะเวลาในการศกึ ษา เริ่มตง้ั แตเ่ ดอื นมกราคม – มีนาคม 2557 1.4.ประโยชน์ทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษา ผลจากการศึกษาปจั จยั ทีม่ ผี ลต่อความพึงพอใจของประชาชนในชมุ ชนต่อโครงการ กอ่ สรา้ งระบบปอู งกนั การกดั เซาะตลิ่ง ล้าหว้ ยแม่พรกิ อ้าเภอแมพ่ ริก จังหวัดล้าปาง มีประโยชนต์ ่อฝาุ ย ท่ีเกี่ยวข้องดงั น้ี คือ 1. สามารถน้าผลการวิจยั เร่ือง ปจั จยั ท่มี ผี ลต่อความพึงพอใจของประชาชนในโครงการ ก่อสร้างระบบปอู งกนั การกัดเซาะตลิง่ ล้าห้วยแมพ่ ริก อา้ เภอแมพ่ ริก จงั หวดั ลา้ ปาง ของศนู ย์ปอู งกันและ บรรเทาสาธารณภยั เขต 10 ล้าปาง ไปใช้เป็นขอ้ มลู เบือ้ งตน้ ในการดา้ เนินการโครงการท่มี ีลกั ษณะ คลา้ ยกันตอ่ ไป 2. ทราบถึงความคิดเห็นของประชาชนในชุมชนล้าห้วยแมพ่ ริก ทไ่ี ดร้ ับผลกระทบโดยตรง ต่อโครงการก่อสร้างระบบปูองกันการกัดเซาะตลง่ิ ลา้ ห้วยแมพ่ ริก อา้ เภอแมพ่ ริก จังหวัดล้าปางของศูนยป์ อู งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 ล้าปาง 3. ผูบ้ รหิ ารระดบั สงู สามารถใชผ้ ลการศกึ ษาและวเิ คราะห์ ปัจจัยทีม่ ีผลต่อความพึงพอใจ ของประชาชนในโครงการกอ่ สร้างระบบปูองกนั การกัดเซาะตลง่ิ ลา้ ห้วยแม่พริก อา้ เภอแมพ่ รกิจังหวดั ลา้ ปาง ของศูนยป์ ูองกนั และบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลา้ ปาง ที่นา้ เสนอเป็นแนวทางในการพจิ ารณาตดั สินใจ ในคราวตอ่ ไป
4 1.5. นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ คา้ นิยามศพั ท์เฉพาะในการศกึ ษาในครั้งน้ี ได้แก่ “ สาธารณภัย” หมายถงึ อคั คีภยั อุทกภยั วาตภยั ภัยแลง้ โรคระบาดสตั ว์ โรคระบาสดตั ว์ น้า การระบาดของศตั รพู ชื ตลอดจนภัยอื่น ๆ อนั มีผลกระทบตอ่ สาธารณชน ไมว่ า่ เกิดจากภัยธรรมชาติ หรอื มีผ้ทู า้ ให้เกดิ ขึน้ อุบตั เิ หตุ หรือเหตุอ่นื ใดซ่ึงกอ่ ใหเ้ กดิ อนั ตรายต่อชวี ิต รา่ งกายของประชาชน หรอื ความเสยี หาย แกท่ รัพยส์ ินของประชาชน หรอื ของรัฐ และให้หมายความรวมถงึ ทางอากาศ และการกอ่ วนิ าศกรรมดว้ ย (กรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภยั , 2553) “อุทกภยั ”หมายถึง เหตุการณท์ ม่ี ีนา้ ท่วมพน้ื ดนิ สูงกว่าระดบั ปกติ ซึ่งมสี าเหตุจาก มีปรมิ าณนา้ ฝนมากจนท้าให้มปี รมิ าณน้าสว่ นเกินมาเตมิ ปริมาณน้าผวิ ดินทมี่ ีอย่ตู ามสภาพปกติ จนเกินขดี ความสามารถการระบายนา้ ของแม่นา้ ล้าคลอง และยงั มีสาเหตุมาจากการกระท้าของมนษุ ย์ โดยการปดิ กัน้ การไหลของนา้ ตามธรรมชาติ ทั้งเจตนาและไม่เจตนา จนเป็นอนั ตรายตอ่ ชวี ิตทรพั ยส์ นิ ของประชาชนและ สิ่งแวดล้อม ท้าให้เกิดน้าท่วมขงั / น้าล้นตล่ิง และน้าท่วมฉบั พลัน (Flash Flood) “ นา้ ปุาไหลหลาก ” หมายถึง นา้ ทว่ มท่เี กิดขน้ึ อย่างรวดเร็วมากในบรเิ วณท่ีล่มุ ต่า้ ในแม่นา้ ลา้ ธารหรอื ร่องน้าทเี่ กิดจากฝนตกหนกั ตดิ ต่อกนั หรือจากพายุฝนทเ่ี กดิ ซ้าหลายครงั้ นา้ ปาุ อาจจะ เกดิ จากส่งิ ปลูกสร้างโดยมนษุ ย์ เช่น อ่างเก็บน้า หรอื ฝายพงั ทลายกไ็ ด้ (Flash Flood) “ นา้ กดั เซาะตลงิ่ ” หมายถงึ การกัดเซาะเป็นการกระทา้ ทีเ่ กดิ ขนึ้ จากการไหลของน้า ผา่ นผวิ ตลง่ิ ซ่งึ การไหลของนา้ ทา้ ใหเ้ กดิ หน่วยแรงเฉอื นกระทา้ กับผวิ ตลิง่ หากหน่วยแรงดังกล่าวมีขนาดสูง เกนิ กว่าก้าลงั ต้านทานแรงเฉือนของผิวดนิ จะเกิดการพัดพาหรอื กดั เซาะเอาผวิ ดนิ ไหลหลุดออกไปไดก้ าร กัดเซาะนเ้ี กิดข้นึ ได้ทงั้ บรเิ วณลาดตล่ิงและทอ้ งนา้ การกดั เซาะทอ้ งน้าบริเวณตนี ตล่ิงเป็นสาเหตสุ า้ คญั ทีท่ า้ ให้ตลง่ิ เกดิ การพังทลายและส่งผลต่อการเปล่ยี นแปลงหน้าตดั และทิศทางการไหลของแม่น้า นอกจากนี้ยังทา้ ใหป้ ริมาณตะกอนในล้าน้าเพม่ิ สูงขึน้ ดว้ ย(Bank Erosion) “ ประชาชน ” หมายถึง ประชาชนที่อาศัยในพน้ื ทปี่ ระสบภยั ต้าบลแม่พรกิ อ้าเภอ แม่พรกิ จังหวดั ล้าปาง “ การมีส่วนรว่ ม ” หมายถงึ บทบาทหรือพฤตกิ รรมในการมสี ่วนรว่ มของชมุ ชนในการ พฒั นาดา้ นต่าง ๆ โดยการเข้าร่วมคดิ รว่ มตดั สินใจ ร่วมท้า ร่วมปฏบิ ตั ิในขนั้ ตอนต่าง ๆ เพือ่ เพม่ิ ขดี ความสามารถของคนในชมุ ชน “ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ” หมายถงึ ผบู้ รหิ าร ข้าราชการ ศนู ย์ปูองกนั และบรรเทา สาธารณภัย เขต10 ล้าปาง
5 บทท่ี 2 แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยทเี่ กี่ยวข้อง การวจิ ยั ครัง้ นี้ ผูว้ ิจัยไดก้ ลา่ วถึงปัจจยั ทีม่ ีผลต่อความพึงพอใจของประชนในโครงการ ก่อสร้างระบบปูองกันการกดั เซาะตลง่ิ กรณีศึกษ: าลา้ ห้วยแม่พรกิ อ้าเภอแมพ่ รกิ จังหวัดลา้ ปาง ของศนู ยป์ อู งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 ลา้ ปาง ผู้วิจยั ได้ทา้ การสืบค้น แนวคดิ ทฤษฎีและการทบทวนงานวิจัย จากแหล่งต่างๆ วรรณกรรมทเ่ี กี่ยวขอ้ ง โดยแบง่ เน้อื หาของบทนี้ ออกเป็น 3 สว่ น คอื 1. แนวคดิ ด้านการจัดการสาธารณภยั 2. ทฤษฎคี วามพึงพอใจ 3. ทฤษฎีการมีสว่ นรว่ ม รายละเอยี ดในแตล่ ะส่วนทีก่ ล่าวมาข้างตน้ นี้ มสี าระส้าคัญ ดงั นี้ 2.1. แนวคิดและทฤษฎดี ้านการจัดการสาธารณภยั การจัดการสาธารณภัย เป็นกระบวนการที่จ้าเป็นต้องมคี วามเปน็ พลวตั เปลย่ี นแปลง ไดต้ ามสถานการณ์และครอบคลมุ การดา้ เนนิ การทุกข้นั ตอน ทั้งการวางแผน การจัดวางบคุ ลากร การปฏบิ ัติ การควบคมุ ดูแล การประสาน และการรว่ มมอื ระหวา่ งองค์กรต่างๆ ท่เี ก่ยี วขอ้ งอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ เพื่อ การจัดการที่ดใี นทกุ ระดบั ของวงจรการจัดการสาธารณภัย (กรมปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภัย : การ จดั การสาธารณภัย, 2549) ตามกฎหมาย คา้ วา่ สาธารณภัย หมายถงึ อคั คีภยั อุทกภัย วาตภยั ภัยแลง้ โรคระบาดสัตว์ โรคระบาดสัตว์น้า การระบาดของศัตรูพชื ตลอดจนภยั อื่น ๆ อันมีผลกระทบตอ่ สาธารณชน ไมว่ ่าเกดิ จากภยั ธรรมชาติ หรอื มีผ้ทู ้าใหเ้ กดิ ข้นึ อบุ ตั เิ หตุ หรือเหตอุ น่ื ใด ซงึ่ กอ่ ใหเ้ กิดอนั ตราย ตอ่ ชวี ิต ร่างกายของประชาชน หรือความเสียหายแกท่ รัพยส์ นิ ของประชาชน หรอื ของรัฐ และให้ หมายความรวมถงึ ทางอากาศ และการก่อวนิ าศกรรมด้วย (กรมปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภัย : พระราชบัญญตั ิปูองกนั และบรรเทาสาธารณภยั , 2550) ธรรมชาตขิ องการเกดิ สาธารณภัยต่าง ๆ มลี ักษณะใกล้เคยี งกบั ธรรมชาติของการเกดิ โรค ซงึ่ เทียบเคยี งได้ เช่นเดียวกบั ธรรมชาตขิ องสาธารณภัยธรรมชาติ และสาธารณภัยมนษุ ย์ สง่ ผลกระทบ ตอ่ รา่ งกายและชวี ติ ผลกระทบตอ่ จติ ใจ การสูญเสยี ทรัพย์สินทอี่ ย่อู าศัย ผลกระทบทางเศรษฐกจิ และ ผลกระทบทางการเมืองการปกครอง (กรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย : คมู่ อื การพัฒนาระบบความ ปลอดภัยใหก้ ับองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินท่มี ผี ังเมอื งรวม, 2549) นโยบายการบรหิ ารจัดการสาธารณภยั กรมปูองกนั และบรรเทาสาธารณภยั มนี โยบายในการบรหิ ารจัดการสาธารณภยั ของ ประเทศ ไดย้ ึดแผนแมบ่ ทการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านตา่ งๆ เปน็ เครื่องมือส้าคัญในการบรหิ าร จดั การภัยพิบัตทิ ่ีครอบคลุมทง้ั ระบบ ท้งั ในเชิงการปูองกัน การบรรเทาและการฟนื้ ฟู เพ่ือลดผลกระทบ และความสญู เสยี จากภยั พบิ ตั ติ ่าง ๆ และเปน็ กรอบแนวทางในการบรู ณาการหน่วยงานท่เี กยี่ วขอ้ ง
6 เตรียมความพรอ้ ม ลดผลกระทบ ปฏิบัติการปูองกนั และบรรเทาสาธารณภยั สรา้ งสมรรถนะในการ ตอบสนองต่อภาวะฉกุ เฉิน รวมถึงการหามาตรการและแนวทางทีเ่ หมาะสม ในการแก้ไขปัญหาภยั พิบัติ อยา่ งมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีความจา้ เปน็ ทง้ั ในระดับโลก ระดบั ภาคพื้นทวีป ระดับประเทศ ระดับทอ้ งถิ่น และชุมชน เพอ่ื ปกปูองชวี ิตและทรัพยส์ ิน ลดผลกระทบ การแกไ้ ข การฟ้นื ฟูบูรณะใหก้ ลบั คนื สูส่ ภาพเดิมไดอ้ ย่าง รวดเรว็ ทันสถานการณกา์ รจดั การภัย โดยให้ประชาชนและชุมชนเป็นศูนยก์ ลางในการด้าเนินงานแบบมี สว่ นร่วม องค์กรรบั ผดิ ชอบมเี อกภาพในการบรหิ ารจัดการ ระดับความรนุ แรงของสาธารณภยั ตามแผนการปอู งกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ - ๒๕๕๗ แบ่งระดบั ความรุนแรงได้ 4 ระดับ โดยมีรายละเอยี ดและผู้รับผิดชอบตามระดบั ความรุนแรง ดงั น้ี ระดบั ที่ 1 ได้แก่ สาธารณภัยทเี่ กดิ ข้ึนทว่ั ไปหรอื มขี นาดเลก็ ผมู้ หี นา้ ท่รี บั ผิดชอบ คอื ผอู้ ้านวยการทอ้ งถ่ิน ผู้อา้ นวยการอ้าเภอ สามารถควบคุมสถานการณแ์ ละจัดการระงบั ภยั ได้โดยลา้ พัง ระดบั ที่ 2 ไดแ้ ก่ สาธารณภัยขนาดกลาง ผูม้ ีหนา้ ทร่ี บั ผิดชอบ คอื ผอู้ ้านวยการท้องถิน่ ผู้อ้านวยการอ้าเภอ ไมส่ ามารถควบคุมสถานการณไ์ ด้ ผ้อู า้ นวยการจงั หวดั เข้าควบคมุ สถานการณ์ ระดบั ที่ 3 ไดแ้ ก่ สาธารณภัยขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบรุนแรงกวา้ งขวาง หรือสาธารณภยั ท่ีจา้ เปน็ ต้องอาศยั ผู้เชย่ี วชาญหรอื อุปกรณ์พเิ ศษ ผูม้ ีหน้าท่ีรบั ผดิ ชอบ คอื ผูอ้ า้ นวยการจงั หวัด ไมส่ ามารถ ควบคุมสถานการณไ์ ดผ้ ู้อา้ นวยกลาง และ/หรือผบู้ ัญชาการปูองกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาตเิ ข้า ควบคุมสถานการณ์ ระดับที่ 4 ไดแ้ ก่ สาธารณภยั ขนาดใหญท่ ม่ี ีผลกระทบรา้ ยแรงอย่างยิง่ ผู้มหี น้าผดิ ชอบ คือ นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรฐั มนตรีทน่ี ายกรัฐมนตรีมอบหมาย เขา้ ควบคุมสถานการณ์ วงจรการจัดการภยั พิบตั ใิ นเชงิ รกุ ซงึ่ กรมปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ไดใ้ ช้ในการ จัดการภยั ภายหลังการปฏิรูประบบราชการ ประกอบดว้ ย การลดภยั และการลดความเส่ยี ง การเพเตื่อรรยี อมงพรับรอ้ ม ผลกระทบจากการเกิดภัยการชว่ ยเหลอื และการบรรเทาสาธารณภัย การประเมินความเสยี หาแยละการฟนื้ ฟู บรู ณะ ซ่งึ ปัจจุบนั เปน็ ท่ยี อมรับกนั วา่ การตอบสนองตอ่ สาธารณภัยทเี่ กดิ ข้ึนจะมี ประสทิ ธิภาพได้ ตอ้ งค้านงึ ถงึ การเตรียมพรอ้ มที่ดี มีระบบการเตอื นภยั มีแผนรับมอื สาธารณภัย ในระดบั ประเทศเปน็ หลกั ทง้ั ระยะกอ่ นเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย อยา่ งมีทศิ ทางในการบรหิ ารจดั การสาธารณภยั ดงั นี้ 1. ด้าเนินการก่อนเกิดภยั ( Prevention and Preparedness) เปน็ การดา้ เนนิ การ ปูองกันและลดผลกระทบจากภยั พบิ ตั แิ ละเตรียมความพรอ้ มเผชญิ เหตุ ได้แก่ การศึกษาค้นควา้ ข้อมลู การวิเคราะหข์ อ้ มลู การวเิ คราะหค์ วามเสย่ี ง การจดั ทา้ ท้าแผนปูองกนั ภัย แผนอา้ นวยการ แผนปฏบิ ัตกิ าร การวางระบบการปอู งกัน การก้าหนดมาตรการปูองกันภยั การฝกึ อบรม การเตรยี มบคุ ลากร อปุ กรณ์ เครอื่ งมอื เครือ่ งใช้ การประสานงาน และการประชาสัมพนั ธก์ ับหนว่ ยงานที่เกีย่ วขอ้ ง และประชาชน ในชมุ ชนที่คาดวา่ จะไดร้ ับผลกระทบจากภัยพบิ ตั ิ
7 2. ดา้ เนินการขณะเกิดภยั ( Response Rescue Relief and Mitigation) เปน็ การ ดา้ เนนิ การขณะเกิดภยั ในสภาวะฉกุ เฉินท่จี ะต้องเข้าไประงับภัย และให้ความช่วยเหลืออยา่ งทนั ทว่ งที โดยการจดั ตัง้ ศนู ยอ์ ้านวยการเฉพาะกิจ การระดมทรัพยากรบคุ คล อปุ กรณ์เครื่องมอื เครื่องใช้ เขา้ ไปใน สถานทีท่ เี่ กดิ ภัยอย่างเปน็ ระบบ เพื่อด้าเนนิ การระงบั ยบั ยงั้ ให้ภัยพิบัตนิ ัน้ ยุตลิ งอยา่ งรวดเร็ว โดยมีระบบ การบญั ชาการทเี่ ปน็ เอกภาพ การปฏบิ ตั งิ านอยา่ งมีระบบ การปอู งกนั และลดความเสย่ี งการเกิดอนั ตราย ตอ่ ชีวิตและทรัพยส์ นิ ของผู้ประสบภยั และเจ้าหนา้ ท่ีผู้ปฏบิ ตั ิงานการใหค้ วามช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภัย รวมท้งั การเคลื่อนยา้ ยผ้บู าดเจ็บหรือการอพยพผปู้ ระสบภัยออกนอกพื้นที่ท่ีประสบภยั พิบตั ิได้ทนั ทว่ งที การจดั หาท่ีพักอาศยั สถานทพี่ กั ช่ัวคราวใหแ้ กผ่ ้ปู ระสบภยั การรายงานสถานการณค์ วามเสยี หาย ใหศ้ นู ยอ์ า้ นวยการ เฉพาะกจิ จังหวัดทราบเป็นระยะๆ จนกว่าจะควบคมุ สถานการณภ์ ยั พบิ ตั ใิ ห้ยุติลงได้ 3. ดา้ เนินการภายหลงั เกดิ ภัย ( Recovery and Development) เป็นการดา้ เนินการ ภายหลังการเกดิ ภัยพิบตั ิ เพื่อการช่วยเหลือดา้ นอาชพี ฟน้ื ฟูบรู ณะส่ิงสาธารณประโยชน์ สาธารณูปโภค ควบคุมดูแลจัดเก็บสิ่งปฏิกลู ขยะมลู ฝอยในพ้นื ที่ประสบภัยให้กลับคนื สู่สภาพเดมิ โดยเร็ว เสริมสร้างขวญั ก้าลังใจของผปู้ ระสบภัยพิบัติ และการรักษาความสงบเรยี บร้อยและความปลอดภยั ของผู้ประสบภยั สถานที่ราชการ แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย กาหนดให้มีการจดั ทาแผน 3 ระดับ ดงั นี้ 1. แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2553 –2557 คณะกรรมการปอู งกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ ไดจ้ ดั ท้าแผนการปูองกัน และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2553 –2557ขนึ้ โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อเป็นกรอบและทิศทาง ใหห้ น่วยงานทุกภาคส่วน ต้ังแต่ระดับท้องถนิ่ จนถึงระดบั ประเทศ สามารถปฏบิ ตั งิ านด้านการปูองกันและ บรรเทาสาธารณภัย ร่วมกันได้อย่างเปน็ ระบบ แบบบูรณาการ มีทิศทางเดียวกนั และเสริมก้าลงั กนั โดยกา้ หนดกรอบยุทธศาสตร์ไวค้ รอบคลุมตั้งแตร่ ะยะกอ่ นเกดิ ภยั ระหวา่ งเกิดภัย และหลงั เกิดภัย อยา่ งชดั เจน ส้าหรับสาธารณภยั ทุกประเภท ทั้งภัยธรรมชาติ ภัยท่ีเกดิ จากมนษุ ย์ และภยั ท่เี กี่ยวกับความมน่ั คง (กรมปูองกนั และบรรเทาสาธารณภัย, 2553) 2. แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวัด คณะกรรมการซ่งึ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ โดยผ้วู า่ ราชการจงั หวดั ลงนามเพ่ือประกาศใช้ ซง่ึ แผนการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวดั ต้องสอดคลอ้ งกบั แผนปูองกัน และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อย่างน้อยต้องมีสาระส้าคัญ ดังต่อไปนี้ การต้งั ศูนยอ์ ้านวยการเฉพาะกิจ เม่ือเกดิ สาธารณภยั ข้ึน โครงสรา้ งและผู้มอี ้านาจส่ังการด้านต่างๆ ในการปูองกนั และบรรเทาสาธารณภัย แผนและขนั้ ตอนขององคก์ ารปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ในการจดั หาวสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่อื งมือเครอื่ งใช้ และ ยานพาหนะเพื่อใชใ้ นการปูองกนั และชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั พบิ ตั ิ จัดใหม้ ีเครอื่ งหมายสญั ญาณหรอื ส่ิงอ่ืนใด ในการแจง้ ให้ประชาชนทราบถงึ การเกิดภัยหรือจะเกดิ สาธารณภยั แผนการปฏบิ ตั ิงาน แผนการ ประสานงานกบั องคก์ ารสาธารณกศุ ล
8 3. แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการซง่ึ มีผู้วา่ การกรงุ เทพมหานคร เปน็ ประธานกรรมการ โดยผู้วา่ การ กรงุ เทพมหานครเปน็ ผู้ลงนามเพอื่ ประกาศใช้ ซง่ึ แผนการปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภยั กรงุ เทพมหานคร ต้องสอดคล้องกับแผนปอู งกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ และอย่างน้อยต้องมีสาระส้าคญั ดงั ต่อไปนี้ การจดั ตั้งศูนยอ์ ้านวยการเฉพาะกจิ เมื่อเกิดสาธารณภยั ข้นึ โครงสร้างและผมู้ ีอ้านาจส่งั การด้านตา่ ง ๆ ในการปูองกนั และบรรเทาสาธารณภัย แผนและข้ันตอน ในการจัดหาวสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมอื เคร่อื งใช้ และยานพาหนะเพ่ือใชใ้ นการปูองกนั และช่วยเหลอื ผู้ประสบภยั พบิ ตั ิ จัดใหม้ เี ครอื่ งหมายสญั ญาณหรอื สงิ่ อน่ื ใด ในการแจง้ ใหป้ ระชาชนทราบถงึ การเกดิ ภัยหรอื จะเกดิ สาธารณภยั แผนการปฏบิ ัตงิ าน แผนการ ประสานงานกบั องคก์ ารสาธารณกศุ ลในเขตกรงุ เทพมหานคร ให้หนว่ ยงานหรือบุคคลท่มี หี น้าท่จี ดั ทา้ แผน ตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี จดั ทา้ แผนให้แลว้ เสรจ็ ภายในสองปี นับแตว่ ันท่ีพระราชบัญญตั ินบี้ งั คับใช้ วรรณกรรมเกย่ี วขอ้ งกับด้านการจัดการสาธารณภัย กระสินธุ์ เจรญิ กรุง ( 2548 : บทคัดยอ่ ) ไดศ้ ึกษาการบรหิ ารจัดการปูองกันและระงบั อคั คภี ัยขององคก์ ารบรหิ ารส่วนตา้ บล (อบต .) พบว่า อบต. ส่วนใหญ่มีการบริหารจัดการการปฏบิ ตั งิ าน ปอู งกนั และระงับอัคคภี ัย ทงั้ 4 ด้าน คอื การวางแผน การจดั องคก์ ร การประสานงาน และการควบคุมแต่ อยู่ในระดับต่า้ ยกเวน้ ดา้ นการประสานงานซึง่ ปฏบิ ัติในระดับมาก ปัญหาอปุ สรรคการปฏบิ ัตงิ านปูองกัน และระงบั อัคคีภัยอยใู่ นระดับปานกลาง โดย องค์การบริหารสว่ นต้าบลสว่ นใหญม่ ีปญั หาด้านงบประมาณ รองลงมา คอื ดา้ นวัสดุอุปกรณ์ และด้านบคุ ลากร ระเบยี บท่ีเกย่ี วขอ้ งในการให้ความช่วยเหลอื พระราชบญั ญตั ิปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 (กรมปูองกนั และบรรเทา สาธารณภยั , 2550) เปน็ กฎหมายท่ีตราขนึ้ เพอ่ื การบรหิ ารจดั การสาธารณภัย ท้ังระบบ ทัง้ กอ่ นเกดิ ภยั ขณะ เกิดภัย และหลงั เกิดภยั โดยการระดมสรรพก้าลงั และทรพั ยากรจากทุกภาคสว่ นในการปอู งกนั และ บรรเทาสาธารณภัยโดยเรว็ รวมถงึ การสงเคราะห์ผูป้ ระสบภัยในพนื้ ทอ่ี ย่างทัว่ ถงึ และรวดเรว็ 2.2. แนวคิดและทฤษฎีด้านความพึงพอใจ การปฏบิ ตั งิ านให้มปี ระสทิ ธิภาพ และบรรลวุ ัตถุประสงค์ของหน่วยงานต้องอาศัยปัจจัย หลายอยา่ งหลายประการ โดยเฉพาะบุคคลเป็นองค์ประกอบท่สี า้ คัญในการนา้ มาซงึ่ ความสา้ เร็จ ความพงึ พอใจ ในการปฏบิ ัติงาน มผี ูใ้ หค้ วามหมายของความพงึ พอใจไวห้ ลายหลากความหมาย ดงั น้ี จากการศึกษาความพึงพอใจ สรุปได้ว่า ความพงึ พอใจเป็นความรสู้ กึ สว่ นตัวท่รี ูส้ ึกเปน็ สขุ หรือยนิ ดที ี่ไดร้ บั การตอบสนองความตอ้ งการในส่ิงท่ขี าดหายไปหรือสงิ่ ทท่ี า้ ให้เกดิ ความไมส่ มดลุ ความพงึ พอใจ เป็นสิง่ ทก่ี า้ หนดพฤติกรรมท่ีจะแสดงออกของบคุ คลซึง่ มีผลต่อการเลือกทจ่ี ะปฏิบตั ิในกจิ กรรมใด ๆ น้ัน (สุภาลักษณ์ชัยอนันต์, 2540) ซงึ่ สอดคลอ้ งกับอรรถพรค้าคม (2556) ไดส้ รปุ วา่ ความพึงพอใจหมายถึง
9 ทัศนคติหรือระดบั ความพงึ พอใจของบคุ คลต่อกิจกรรมตา่ งๆซง่ึ สะท้อนให้เห็นถึงประสทิ ธภิ าพของกจิ กรรม นัน้ ๆโดยเกดิ จากพ้ืนฐานของการรับรคู้ ่านยิ มและประสบการณท์ แ่ี ต่ละบคุ คลไดร้ บั ระดบั ความพงึ พอใจ จะเกดิ ขึ้นเมอ่ื กจิ กรรมนน้ั ๆสามารถตอบสนองความตอ้ งการแกบ่ ุคคลนัน้ ได้ พงึ พอใจเปน็ ความรสู้ กึ ทีม่ ตี อ่ สิง่ ใดสิง่ หน่งึ ซ่ึงเป็นไปได้ทง้ั ทางบวกและทางลบแตถ่ า้ เมอ่ื ใด ส่ิงนนั้ สามารถตอบสนองความตอ้ งการหรือทา้ ใหบ้ รรลจุ ดุ มุง่ หมายได้กจ็ ะเกิดความร้สู ึกทางบวกแต่ในทาง ตรงกันข้ามถ้าสิ่งใดสร้างความรู้สึกผดิ หวังไม่บรรลจุ ุดม่งุ หมายก็จะทา้ ใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ ทางลบเปน็ ความรู้สกึ ไม่พงึ พอใจ(สายจติ รสงิ หเสน,ี 2546) ซ่งึ สอดคล้องกบั พทิ ักษ์ ตรุษทิม(2538,24) ไดก้ ลา่ ววา่ ความพึงพอใจ เป็นความรู้สึกของบุคคลที่มีตอ่ เรอ่ื งใดเรือ่ งหนง่ึ ในเชิงการประมาณคา่ ซ่ึงมีความเก่ียวขอ้ งสัมพันธก์ บั ทศั นคติ การวัดความพึงพอใจนนั้ สามารถทา้ ไดห้ ลายวิธเชี น่ การใช้แบบสอบถามการสมั ภาษณแล์ ะการสังเกต( ภณดิ า ชยั ปญั ญา, 2541) จากความหมายของนกั วชิ าการท่ีกล่าวมาขา้ งตน้ สรปุ ได้ว่า ความพงึ พอใจ เป็นทัศนคติ อย่างหนึ่งท่ีมีลกั ษณะเปน็ นามธรรม ไม่สามารถมองเห็นรปู รา่ งได้ เปน็ ความรสู้ กึ ส่วนตัวทเ่ี ปน็ สุข เม่ือได้รับ การตอบสนองความต้องการของตนในส่ิงทขี่ าดหายไป และเป็นสิ่งทกี่ ้าหนดพฤติกรรมในการแสดงออกของ บุคคลที่มีผลต่อการเลอื กทจี่ ะปฏบิ ตั ิในกจิ กรรมนัน้ ๆ ความพงึ พอใจจะท้าให้บุคคลเกิดความสบายใจ หรอื สนองความตอ้ งการท้าให้เกิดความสขุ รวมทง้ั สภาพแวดล้อมตา่ ง ๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง เป็นปัจจยั ท้าให้เกิดความ พึงพอใจหรอื ไม่พงึ พอใจ เปน็ การบอกถึงความชอบของบุคคลทีม่ ตี อ่ ส่ิงหนง่ึ สิ่งใดซงึ่ สามารถวัดไดห้ ลายวิธี เช่น การสมั ภาษณ์ การใช้แบบสอบถามความคดิ เหน็ การใช้แบบส้ารวจความรสู้ กึ เป็นตน้ สรุปไดว้ ่า ความพึงพอใจ คอื ความร้สู ึกพอใจ มผี ลกระทบของประชนในชุมชนต่อ โครงการก่อสรา้ งระบบปอู งกันการกดั เซาะตลงิ่ กรณศี กึ ษาล้าห้วยแมพ่ รกิ อ้าเภอแม่พรกิ จังหวัดลา้ ปาง ศนู ยป์ อู งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 ล้าปาง เพราะเมอ่ื ความตอ้ งการของมนุษย์ได้รบั การ ตอบสนองทง้ั ทางด้านรา่ งกายและจิตใจ ทจี่ ะเกดิ ความพึงพอใจ ชอบใจ เกดิ เปน็ ทศั นคตดิ ้านบวกท่แี สดง ใหเ้ หน็ ถงึ สภาพความพึงพอใจในสิง่ นน้ั และทศั นคติด้านลบทีแ่ สดงให้เหน็ ถงึ สภาพความไมพ่ ึงพอใจ ความพงึ พอใจเปน็ องค์ประกอบด้านความรสู้ ึกของทศั นคติ ซง่ึ ไม่จา้ เป็นตอ้ งแสดงหรืออธบิ ายเชงิ เหตผุ ล เสมอไปกไ็ ด้ ดงั น้ัน ความพึงพอใจจงึ เปน็ ปฏกิ ริ ิยาด้านความรู้สึกตอ่ สงิ่ เรา้ หรอื ส่ิงกระตุ้นท่แี สดงผลออกมา ในลักษณะของผลลพั ธส์ ุดทา้ ยของขบวนการประเมนิ โดยบ่งบอกถึงทศิ ทางของผลประเมินวา่ จะเป็นไปในลักษณะ ทิศทางบวก หรือทศิ ทางลบหรือไม่มีปฏิกริ ิยา คือ เฉยๆ ตอ่ ส่ิงเรา้ หรอื สิ่งกระต้นุ นน้ั ก็ได้ วรรณกรรมเกี่ยวข้องกบั ความพึงพอใจ นางสกุ ัญญา วเิ ชยี รกร2(545) ได้ศกึ ษาความพึงพอใจตอ่ การฝึกอบรมหลักสตู ร “ การเตรยี ม ความพร้อมเพื่อการบรหิ ารราชการยคุ ใหม่ ” พบว่า ข้าราชการผู้เขา้ รบั การฝกึ อบรม ส่วนใหญด่ า้ รง ตา้ แหน่งสตั วแ์ พทย์ รอ้ ยละ 76.7 ขา้ ราชการผู้เข้ารบั การฝึกอบรมครั้งนม้ี คี วามพอใจในระดับมาก เมอ่ื จ้าแนกตามรายวชิ า พบวา่ ขา้ ราชการมคี วามพึงพอใจในวชิ าทีมงานท่มี ปี ระสิทธิภาพและวิชาการ ปฏิรูประบบราชการและการบริหารงานภาครัฐแนวใหม่มากท่สี ดุ โดยมีระดับความพึงพอใจเฉล่ียอยู่ใน
10 เกณฑด์ ี รองลงมาคอื วิชาแนวคิดการบรหิ ารแบบมงุ่ ผลสัมฤทธแิ์ ละวิชาจริยธรรมและค่านยิ มสรา้ งสรรค์ ในการปฏบิ ัติงาน ตามลา้ ดบั ส่วนความพึงพอใจในการจัดการฝึกอบรมนั้น เมือ่ พิจารณาตามองค์ประกอบ การจัดการ พบว่า ข้าราชการทีเ่ ขา้ รับการฝกึ อบรม สว่ นใหญ่มคี วามพึงพอใจในการจัดการดา้ นอาหาร ดา้ นระยะเวลาในการจัดการฝึกอบรม การประสานงานและอ้านวยความสะดวกของเจ้าหนา้ ทผ่ี ดู้ า้ เนนิ การ และสถานที่ฝึกอบรม อยู่ในระดบั มาก รองลงมาคือ ดา้ นการจดั ห้องฝกึ อบรม การประสานงานแจง้ ข่าว การฝึกอบรม ด้านทพี่ กั อาศยั ดา้ นเอกสารประกอบการฝึกอบรม และอปุ กรณ์การฝึกอบรม ตามล้าดับ ซงึ่ สอดคล้องกับ พระครูวนิ ัย ฉนทฺ วชิ โฺ ช ( 2554) ไดศ้ ึกษาความพงึ พอใจของนักเรียน ช่วงชน้ั ท่ี 4 ท่ีมตี ่อการเรยี นการสอนวชิ าพระพทุ ธศาสนา ในโรงเรียนวดั ราชาธวิ าส กรุงเทพมหานคร และ เพอื่ เปรียบเทียบความพงึ พอใจทม่ี ตี ่อการเรียนการสอนวชิ าพระพทุ ธศาสนา ในโรงเรยี นวัดราชาธวิ าส กรุงเทพมหานคร ของนักเรียนชว่ งชน้ั ท่ี 4 ทมี่ เี พศ เกรดเฉลยี่ การศึกษาของผปู้ กครอง และรายได้ของ ผูป้ กครองตา่ งกนั ผลการวจิ ัย พบว่า นักเรยี นชว่ งชัน้ ที่ 4 มีความพงึ พอใจของนักเรยี นชว่ งชนั้ ที่ 4 ทีม่ ีต่อ การเรยี นการสอนวชิ าพระพทุ ธศาสนา ในโรงเรยี นวดั ราชาธิวาส โดยรวมอยู่ในระดับมาก และผลการ เปรียบเทียบ พบว่า นักเรยี นช่วงชน้ั ปีทม่ี ี 4 มีเกรดเฉลย่ี การศึกษาของผ้ปู กครองตา่ งกนั มคี วามพงึ พอใจ ของนักเรยี นช่วงช้ันที่ 4 ทีม่ ีต่อการเรยี นการสอนวิชาพระพทุ ธศาสนา แตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั ส้าคญั ทร่ี ะดับ 0.05 ส่วนนักเรยี นช่วงช้ันท่ี 4 ทม่ี ีเพศ และรายได้ของผ้ปู กครองต่างกัน มคี วามพงึ พอใจ ไมแ่ ตกตา่ งกัน เช่นเดยี วกับประกายดาว วงษท์ องและคณะ ( 2552) ศกึ ษาความพึงพอใจในการ ปฏบิ ตั ิงานของบคุ ลากรกองอาคารสถานท่ี ผลการวจิ ยั พบว่า บุคลากรกองอาคารสถานที่ สา้ นักงาน อธิการบดีมหาวิทยาลยั รามค้าแหง มคี วามพึงพอใจในการปฏิบัตงิ านโดยภาพรวม ด้านการฝกึ อบรมดงู าน ดา้ นการศึกษาต่อ และด้านการพัฒนาสายอาชีพ อยใู่ นระดับปานกลาง เม่ือพจิ ารณาเปน็ รายดา้ น พบว่า บคุ ลากรมีความพึงพอใจในการท้างาน อยูใ่ นระดบั มาก จา้ นวน 2 ด้าน คือ ดา้ นลักษณะการปฏบิ ตั งิ าน รองลงมาดา้ นเงนิ เดอื น ค่าตอบแทน และสวสั ดิการ สว่ นด้านความมัน่ คงและความก้าวหนา้ ในการทา้ งาน ความพึงพอใจในการทา้ งาน อยใู่ นระดบั ปานกลาง เป็นลา้ ดบั สดุ ท้าย และสอดคล้องกับ ผสุดี ศรีแก้ว25( 51) การจัดอบรมพยาบาลให้บรกิ ารใส่หว่ งอนามยั ศูนย์อนามัย9ท่ี พิษณโุ ลก ผลการจัดอบรม พบว่า การประเมิน ความพึงพอใจต่อการจดั การอบรม พบวา่ ผเู้ ขา้ รบั การอบรมมีความพงึ พอใจด้านเนอ้ื หาวชิ า ในการจดั อบครอื ม ความรู้ทีไ่ ด้รับมีประโยชน์ สามารถนา้ ไปใชใ้ นการทา้ งานได้ ด้านการจัดอบรม ผูเ้ ขา้ รบั การอบรมมคี วาม พงึ พอใจในเรอื่ ง การอา้ นวยความสะดวกของทีมผ้จู ดั อบรม และดา้ นวิทยากร เห็นวา่ อาจารยแ์ พทย์ ถ่ายทอดความร้อู ยา่ งเต็มความสามารถ คุณวุฒิ วยั วฒุ ิ เหมาะสมและมบี คุ ลิกภาพที่น่าเช่อื ถอื จากการ สอบถามความพงึ พอใจของผรู้ ับบรกิ ารต่อการใสห่ ว่ งอนามยั พบว่า ผู้รับบรกิ ารพึงพอใจการบรกิ ารของ เจา้ หน้าทีท่ ใี่ หบ้ รกิ ารดว้ ยความสุภาพ สะดวก รวดเร็ว และพึงพอใจเจา้ หนา้ ทีใ่ หค้ ้าแนะน้าตอบขอ้ ซกั ถาม ได้ชดั เจน และมีความพงึ พอใจตอ่ การรบั บริการคร้ังน้ี เหตผุ ลว่าไดม้ ารบั บริการในสถานบรกิ ารใกลบ้ ้าน
11 2.3. แนวคดิ และทฤษฎดี า้ นการมสี ว่ นรว่ ม การมีสว่ นรว่ ม ผู้วิจยั ได้ท้าการศกึ ษาคน้ ควา้ แนวคดิ เกี่ยวกับการระดมประชาชนให้มี ส่วนรว่ มในการพฒั นานนั้ เปน็ แนวความคดิ พนื้ ฐานของวิธีการพฒั นาชมุ ชน คือ การให้ประชาชนสามารถ ช่วยตนเองได้ ซึ่งหมายความว่าประชาชนจะต้องช่วยกันเป็นผกู้ ระทา้ การพัฒนาตนเอง มิใช่เป็นผู้รับการ พฒั นาเท่านนั้ ทัง้ น้ีเพราะผทู้ า้ การพัฒนาจะเป็นผู้ไดร้ ับประโยชนจ์ ากการพัฒนาโดยตรง ดงั นั้น การพชัฒุมชนนา แนวใหม่จึงเน้นการพัฒนาคน โดยยดึ หลกั สา้ คญั ใหท้ ุกคนมีสว่ นรว่ มในการแก้ไขปัญหาของตนเอง วิเคราะห์ ตนเอง และเม่อื ประชาชนมคี วามพร้อมทีจ่ ะเปล่ยี นแปลงแลว้ กระบวนการพฒั นาตา่ ง ๆ จะเกิดารขมนึ้ สี เอว่ นง ร่วม ของประชาชน เป็นเครอื่ งมือปอู งกันวา่ ผลแหง่ การพัฒนาจะตกอยกู่ ับประชาชนส่วนใหญ่ด้วย(น้าชยั ทนุผล, เอกสารอดั ส้าเนา) การมีสว่ นร่วมเกิดจากแนวคิด 3 ประการ คอื 1. ความสนใจและความหว่ งกงั วลรว่ มกนั 2. ความเดือดรอ้ นและความไม่พอใจรว่ มกัน 3. การตกลงใจรว่ มกนั ทจ่ี ะเปล่ยี นแปลงกลุม่ หรอื ชมุ ชนไปในทิศทางท่ีปรารถนา แต่ การมีสว่ นรว่ มยังอาจเกดิ จากความคดิ อืน่ ๆ เชน่ ความศรัทธาตอ่ บุคคลและสงิ่ ศักดสิ์ ิทธิ์ ความเกรงใจทมี่ ีต่อ บคุ คลทีเ่ คารพนับถือหรือมเี กยี รติยศต้าแหน่ง อ้านาจบงั คบั ที่มจี ากบุคคลที่มอี า้ นาจวาสนาเหนอื กวา่ อยา่ งไรกต็ าม อนุสรณ์ สุวรรณสทิศกร (2529 : 25) ไดก้ ล่าวถงึ การมีสว่ นรว่ ม ไว้ 4 ประเดน็ คือ 1. ร่วมคดิ คือ ร่วมในการประชมุ ปรึกษาหารือในการวางโครงการ วธิ ีการดา้ เนนิ งาน การตดิ ตามตรวจสอบ และการดแู ลรกั ษา เพ่อื ให้กจิ กรรมได้ผลตามวตั ถุประสงค์ 2. ร่วมตดั สินใจ คือ เมื่อมีการประชุมปรึกษาหารอื กนั แลว้ จะตอ้ งรว่ มในการตดั สินใจ เลอื กกจิ กรรมหรอื แนวทางที่เห็นว่าดีทส่ี ดุ หรอื เหมาะสมสดุ 3. รว่ มปฏิบัติตามโครงการ คือ เข้าร่วมในการดา้ เนนิ งานตามโครงการ เชน่ ร่วมออกแรง ร่วมบริจาคทรัพย์ เป็นต้น 4. รว่ มติดตามและประเมนิ ผลโครงการ คือ เมอื่ เริ่มโครงการเสร็จสนิ้ แลว้ ได้มสี ่วนร่วม ในการตรวจตราดูแลรกั ษาและประเมนิ ผลประโยชนท์ ่เี กิดขึน้ จากโครงการ โกวทิ ย์ พวงงาม, 2545, หน้า 11) กลา่ วถึงกรรมวธิ ีการมีส่วนร่วมของประชาชน สามารถทา้ ได้หลายวิธี ดงั นี้ 1. การเข้าร่วมประชุมอภปิ ราย เป็นการเขา้ ร่วมถกปญั หาหรือเนอื้ หาสาระของ แผนงาน หรอื โครงการพฒั นาเพ่ือสอบถามความคดิ เหน็ ของประชาชน 2. เพือ่ ใหท้ ราบถงึ ผลดี ผลเสยี ในกรณตี ่างๆ โดยเฉพาะประชาชนในท้องถิ่นท่มี ี ผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อความเปน็ อยู่ของเขา
12 3. การใหค้ า้ ปรึกษาแนะนา้ ประชาชนตอ้ งร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการ บริหาร โครงการเพอื่ ให้ความมน่ั ใจว่ามเี สียงของประชาชนท่ีถูกผลกระทบเข้ามามสี ว่ นร่วม รับรู้และรว่ มในการ ตดั สินใจและการวางแผนด้วย 4. การสา้ รวจ เปน็ วิธกี ารใหป้ ระชาชนไดม้ ีสว่ นรว่ มแสดงความคดิ เหน็ ในเร่อื งต่าง ๆ อยา่ งท่วั ถึง 5. การประสานงานร่วม เปน็ กรรมวธิ ีท่ีประชาชนเขา้ รว่ มตั้งแตก่ ารคัดเลอื กตัวแทนของกลมุ่ เขา้ ไปเป็นแกนนา้ ในการจดั การหรอื บรหิ าร 6. การจดั ทศั นะศึกษา เป็นการใหป้ ระชาชนไดเ้ ขา้ รว่ มตรวจสอบข้อเท็จจรงิ ณ จุด ด้าเนนิ การกอ่ นใหม้ ีการตดั สนิ ใจอยา่ งใดอยา่ งหน่งึ 7. การสมั ภาษณห์ รือพดู คยุ อย่างไม่เปน็ ทางการกบั ผู้น้า รวมทง้ั ประชาชนที่ได้รบั ผลกระทบ เพ่ือหาขอ้ มลู เกี่ยวกบั ความคิดเหน็ และความต้องการที่แทจ้ รงิ ของทอ้ งถน่ิ 8. การไตส่ วนสาธารณะ เปน็ การเปดิ โอกาสให้ประชาชนทกุ กลมุ่ เข้ารว่ มแสดงความ คิดเหน็ ตอ่ นโยบาย กฎ ระเบยี บในประเด็นต่างๆ ท่จี ะมีผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม 9. การสาธิต เปน็ การใช้เทคนคิ การส่อื สารทกุ รูปแบบเพ่ือเผยแพร่ขอ้ มูลขา่ วสารให้ ประชาชนรบั ทราบอย่างทวั่ ถึง และชัดเจนอนั เป็นแรงจูงใจให้เข้ามามีส่วนรว่ ม 10. การรายงานผล เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทบทวนและสะทอ้ นผลการ ตดั สนิ ใจต่อโครงการอกี ครง้ั หน่ึง หากมีการเปลีย่ นแปลงจะไดแ้ กไ้ ขได้ทันท่วงที ยพุ าพร รูปงาม 2545 การมสี ว่ นรว่ ม ความหมายของการมสี ว่ นร่วมในการปฏบิ ตั ิงาน ด้านการชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภัยนัน้ จา้ เป็นต้องอาศัยการมสี ่วนรว่ มจากทกุ ภาคสว่ น ฉะนั้น จึงตอ้ งมกี ารมีสว่ นร่วม ในการท้างานของเจ้าหนา้ ท่หี ลาย ๆ ฝาุ ย ซ่งึ จะเปน็ ประโยชนต์ อ่ การให้ความช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภยั การรว่ มกนั ด้าเนนิ การตามบทบาทหน้าท่ขี องเจา้ หน้าทเ่ี ก่ียวข้องแตล่ ะฝาุ ย จะส่งผลใหง้ านมีประสิทธผิ ลและเกิด ความส้าเร็จในการปฏิบตั ิงาน ดงั นนั้ การมสี รว่ ว่ นม (participation) จงึ เกดิ จากการที่ทุกฝาุ ยเห็นพ้องกใันเร่อื ง ของความตอ้ งการและทิศทางของการเปล่ยี นแปลงและความเห็นพ้องต้องกนั จะต้องมมี ากจนเกิดความคดิ ริเริม่ โครงการเพ่อื การปฏบิ ัตเิ หตผุ ลเบอ้ื งแรกของการที่มีคนมารวมกันได้ ควรจะตอ้ งมีการ ตระหนักวา่ ปฏิบัตกิ ารทง้ั หมดหรอื การกระทา้ ทง้ั หมดทที่ ้าโดยกล่มุ หรือในนามกลมุ่ นั้น กระท้าผ่านองคก์ าร (organization) โดยองคก์ ารจะต้องเปน็ เสมอื นตวั นา้ ให้บรรลถุ ึงความเปลย่ี นแปลงได้ 2459(2545,หนา้ 5) Erwin (อา้ งอิงใน ยุพาพร รูปงาม2(545, หน้า 6) ได้ให้ความหมายเก่ยี วกับการมสี ่วนรว่ มไว้ วา่ คือ กระบวนการใหบ้ คุ คลเขา้ มามีสว่ นเกีย่ วขอ้ งในการด้าเนินงานพัฒนา ร่วมคิด ตดั สนิ ใจ แกไ้ ขปัญหา ด้วยตนเอง เน้นการมสี ว่ นรว่ มเกยี่ วข้องอย่างแข็งขันของบคุ คล แกไ้ ขปัญหารว่ มกับการใช้วิทยาการ ทเ่ี หมาะสมและสนบั สนนุ ตดิ ตามการ ปฏิบตั ิงานขององคก์ ารและบคุ คลทเ่ี ก่ียวขอ้ งเชน่ เดียวกนั กับ นายนรนิ ทร์ พัฒนพงศา (2546 หนา้ 4) กลา่ วถึงความหมายของการมีส่วนร่วม คือ การทีฝ่ าุ ยหนง่ึ ฝาุ ยใด ท่ีไม่เคยได้เขา้ ร่วมในกจิ กรรมตา่ งๆ หรอื เข้ารว่ มการตดั สนิ ใจ หรือเคยมาเขา้ ร่วมดว้ ยเลก็ น้อยได้เข้าร่วมดว้ ย
13 มากขึน้ เป็นไปอยา่ งมีอิสรภาพ เสมอภาค มิใช่มีสว่ นรว่ มอยา่ งผิวเผนิ แต่เข้าร่วมได้อย่างแท้จริงยง่ิ ข้ึน และ การเข้าร่วมน้นั ตอ้ งเรมิ่ ตั้งแต่ข้ันแรกจนถึงขัน้ สดุ ทา้ ยของโครงการ วรรณกรรมเก่ยี วข้องกบั การมีส่วนรว่ ม ไพรนิ ทร์ ลม่ิ เจริญ, ( 2552) ได้ศึกษาการมีสว่ นรว่ มของประชาชนในการบรหิ ารจัดการ อุทกภัย ดนิ โคลนถล่ม กรณีศกึ ษาบ้านผามบู หมทู่ ี่ 7 ตา้ บลแมพ่ ลู อา้ เภอลบั แล จังหวดั อุตรดิตถ์ พบวา่ วธิ ีการปอู งกันและบรรเทาภยั ท่ีดี ควรรบั ฟังความคดิ เห็นของผู้ประสบภยั และมีการบรหิ ารจดั การอยา่ งมี สว่ นรว่ มจากประชาชน ตงั้ แต่กอ่ นเกิดเหตุ ขณะเกดิ เหตุ และหลงั เกดิ เหตุอทุ กภยั ดินโคลนถลม่ และเมอื่ วเิ คราะห์ปัจจัยการมสี ว่ นรว่ มในการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย ผลการวจิ ยั พบว่า ผปู้ ระสบภัยเข้าใจ ดีวา่ ภัยธรรมชาติปูองกันไมไ่ ด้ แต่มนษุ ย์สามารถปรับตวั เข้ากับธรรมชาติได้ การบริหารจัดการอย่างมสี ่วนรว่ ม จะทา้ ให้สามารถปูองกัน และลดการสูญเสียในชวี ิตและทรัพย์สนิ ได้ ประชาชนท่มี ปี ัจจัยส่วนบคุ คล ดา้ นเพศ อายุ สถานภาพการสมรส ระดับการศกึ ษา อาชพี รายได้ที่แตกต่างกนั ระดบั การมสี ่วนรว่ ม ในการบรหิ ารจัดการอุทกภัยแตกต่างกัน ประชาชนท่มี ีปจั จยั ด้านระยะเวลาที่อาศยั อยใู่ นชุมชนแตกต่างกนั การบริหารจดั การอทุ กภัยโคลนถลม่ การปฏิบัตกิ อ่ นเกดิ เหตุ ขณะเกดิ เหตุ และหลังเกิด ประชาชน ชมุ ชน ต้องเข้ามามีสว่ นร่วม และที่ส้าคัญต้องพึ่งพาตนเองเป็นล้าดบั สา้ คัญ ลดปัจจัยท่ีทา้ ใหก้ ารมีส่วนรว่ มนอ้ ยลง หรือไม่มีเลย แตภ่ าครฐั ต้องเขา้ ไปใหค้ วามรทู้ างวชิ าการดา้ นการบริหารจัดการสาธารณภยั โดยอาศัยการ มสี ว่ นรว่ มของประชาชนเช่ือมโยงกับภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ ในขณะเดยี วกันประชาชนในพ้นื ที่เสยี่ งภยั ต้อง ปรับตวั เขา้ กบั น้าท่วมและพง่ึ ตนเอง ริเริม่ บริหารจัดการด้วยตนเอง โดยมีภาครัฐหรือบคุ คลภายนเอปกน็ เพยี ง ผู้สนบั สนนุ เทา่ น้นั เช่นเดียวกับ กรณศี กึ ษาการมสี ่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการน้าปุาไหลหลาก อทุ กภยั และโคลนถลม่ ของพลู ศกั ดิ์ ชูพาณชิ สกลุ , ( 2551) ได้เคยศึกษาการมีสว่ นร่วมของประชาชนตอ่ กิจกรรมการพฒั นาของเทศบาลเมืองอตุ รดิตถ์ พบว่า ประชาชนมสี ว่ นรว่ มตอ่ กิจกรรมการพฒั นาเทศบาล เมืองอตุ รดติ ถ์ ท้งั ๓ ด้านคอื ด้านกายภาพและสง่ิ แวดลอ้ ม ด้านสงั คมและเศรษฐกจิ ด้านการเมอื ง และ การบริหาร ในภาพรวมของเทศบาลอยใู่ นระดบั ตา้่ ทุกด้าน เม่ือพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ระดบั การมี ส่วนร่วมดา้ นการเมือง และการบริหารอยู่ในระดบั ต่้าสดุ งานวจิ ัยของ ศุภวฒั น์ เพชรวงศ์, ( 2550) ไดศ้ ึกษาการมสี ่วนรว่ มของประชาชนในการ ควบคมุ ไฟปุา อา้ เภอน้าปาด จังหวดั อตุ รดติ ถ์ พบวา่ การมีสว่ นร่วมของประชาชนในการควบคุมไฟปุา ในภาพรวม 3 ดา้ น คือ ดา้ นการตดั สินใจ ดา้ นการด้าเนนิ กิจกรรมและดา้ นการติดตามประเมนิ ผล อยูใ่ น ระดบั นอ้ ย ประชาชนทม่ี รี ะดบั การศึกษาแตกตา่ งกนั มสี ่วนรว่ มในการควบคุมไฟป3ุาทดงั้ า้ น ไมแ่ ตกต่างกันส่วน การรบั รู้ขา่ วสารจากหอกระจายขา่ วทแ่ี ตกต่างกนั จะมีสว่ นร่วมในการควบคมุ ไฟปุาแตกต่างกนั ขก่าาวรสราบัรจรู้าก เพ่ือนบ้านทแ่ี ตกต่างกัน จะมสี ว่ นร่วมในการควบคุมไฟปาุ ด้านการคดิ การตัดสนิ ใจ แตกตา่ งกนั การรับรู้ ขา่ วสารจากสมาชกิ ในบา้ นทแ่ี ตกตา่ งกนั จะมีส่วนร่วมในการควบคุมไฟปุา ด้านการติดตามประเมินผล แตกตา่ งกัน และการรับรขู้ ่าวสารจากเจา้ หน้าท่ีของรัฐทแ่ี ตกต่างกนั จะมีสว่ นร่วมในการ ควบคมุ ไฟปุา แตกต่างกัน ประชาชนท่ีมีความรเู้ รือ่ งไฟปาุ แตกตา่ งกนั มสี ว่ นรว่ มในการควบคมุ ไฟปาุ ท3้งั ดา้ นไม่แตกต่างกนั
14 และปัญหาอปุ สรรคท่ีทา้ ใหป้ ระชาชนไม่สามารถเข้าร่วมในการควบคมุ ไฟปุาได้ สว่ นใหญ่เน่ืองมาจากมี ภาระในการประกอบอาชีพ กลมุ่ หรอื องคก์ รในหม่บู า้ นทีต่ ้องการมีบทบาทและการมสี ว่ นรว่ มในการ ควบคมุ ไฟปาุ คือ คณะกรรมการหมูบ่ ้าน และมีความคิดเหน็ วา่ ประชาชนสามารถมสี ่วนร่วมในการ ควบคุมไฟปุาไดโ้ ดยคนในชุมชน ชว่ ยกนั ดแู ลปูองกันรกั ษาและดบั ไฟปุากันเอง กลา่ วโดยสรปุ เมอ่ื วเิ คราะห์ปจั จัยการมีส่วนรว่ มของประชาชน ในการปูองกนั และ บรรเทาสาธารณภยั อาจแบง่ ออกเป็นกอ่ นเกดิ เหตุ ขณะเกดิ เหตุ และหลังเกดิ เหตอุ ุทกภัย ดินโคลนถลม่เปน็ ภัยธรรมชาติปอู งกนั ไมไ่ ด้ แต่มนษุ ยส์ ามารถปรบั ตวั เข้ากับธรรมชาติไเพด้อื่ ลดการสูญเสยี ชีวิตและทรัพยส์ นิ แตภ่ าครัฐต้องเขา้ ไปให้ความรทู้ างวชิ าการด้านการบริหารจดั การสาธารณภยั เชื่อมโยงกับภมู ิปัญญา ท้องถ่นิ การริเร่มิ บริหารจัดการดว้ ยตนเอง คือ ด้านการตดั สนิ ใจ ด้านการดาเนนิ กิจกรรม และ ด้านการ ตดิ ตามประเมนิ ผล ดา้ นกายภาพและสิ่งแวดลอ้ ม ด้านสังคมและเศรษฐกิจ ด้านการเมืองและแกลาะรปัญหา อปุ สรรคท่ีท้าให้ประชาชนไม่สามารถเขา้ รว่ มในการควบคุมไฟปุาได้ ส่วนใหญ่เน่ืองมาจากมีภาระในการ ประกอบอาชีพ กลุ่มหรือองคก์ รในหมบู่ ้านที่ตอ้ งการมีบทบาทและการมีส่วนร่วมในการควบคมุ ไฟปุา คือ คณะกรรมการหมู่บ้าน และมคี วามคิดเหน็ ว่า ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการควบคมุ ไฟปาุ ได้ โดยคน ในชุมชน ชว่ ยกนั ดแู ลปอู งกนั รกั ษาและดบั ไฟปาุ กันเอง 2.4.กรอบแนวคดิ ในการศึกษา การศกึ ษาวจิ ยั ในครัง้ นี้ มุง่ วเิ คราะหถ์ งึ ปจั จยั ที่มผี ลต่อความพงึ พอใจของประชนใน โครงการกอ่ สรา้ งระบบปอู งกันการกดั เซาะตล่งิ กรณศี ึกษา : ล้าห้วยแมพ่ รกิ อา้ เภอแม่พริก จงั หวดั ล้าปาง ของศนู ย์ปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลา้ ปาง โดยการศึกษา วิเคราะห์ จากแนวคดิ ทฤษฎี วรรณกรรมและงานวจิ ยั ท่เี กย่ี วข้อง ตวั แปรอสิ ระ ตวั แปรตาม ปัจจยั สว่ นบุคคล ไดแ้ ก่ ความพึงพอใจของประชาชนใน 1. เพศ โครงการก่อสรา้ งระบบปอู งกนั การ 2. อายุ มีผลต่อ กดั เซาะตลิ่ง 3. ระดับการศกึ ษา กรณีศึกษา : ล้าห้วยแม่พริก 4. อาชพี อ้าเภอแม่พรกิ จังหวัดล้าปาง 5. ท่พี ักอาศัยประชาชน กรอบแนวคดิ ขา้ งต้นแสดงถึงความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง ตัวแปรอสิ ระกบั ตัวแปรตาม ภายใต้ งานวิจัยเรือ่ ง การจดั การสาธารณภัยของกระสินธุ์ เจริญกรุง (2548) แนวคิดเร่ือง ความพึงพอใจ ของสภุ าลักษณ์ ชยั อนันต์ ,(2450) อรรถพร คา้ คม( 2556) สายจิตร สิงหเสนี (2546) พทิ กั ษ์ ตรุษทมิ 2538,2524 และภณดิ า ชยั ปัญญา,2541 งานวิจยั เรื่อง ความพงึ พอใจ ของสกุ ัญญา วเิ ชียรกร ( 2545)พระครวู นิ ัยธรธีรวิทย์ ฉนฺ ทวิชโฺ ช (2554)สุนันท์ พชื พนั ธไ์ พศาล 2(552)ประกายดาว วงษท์ องและคณะ25( 52)และผสุ ดี ศรีแกว้ (2551)
15 แนวคดิ เรอ่ื ง การมสี ่วนรว่ ม ของน้าชยั ทนุผล (เอกสารอดั ส้าเนา) อนุสรณ์ สุวรรณสทศิ กร (2529 : 25)โกวิทย์ พวงงาม, 2545, หนา้ 11)ยุพาพร รปู งาม 2545 Erwin (อ้างอิงใน ยุพาพร รูปงาม (2545, หน้า 6) งานวจิ ยั เรอ่ื ง การมีส่วนร่วม ของนรินทร์ พฒั นพงศา ( 2546 หนา้ 4) ไพรนิ ทร์ ล่มิ เจรญิ , (2552) พูลศักดิ์ ชูพาณิชสกุล, (2551) และศุภวฒั น์ เพชรวงศ์, (2550) ผลการศกึ ษา กรอบแนวคดิ ขา้ งต้นแสดงถงึ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งปัจจัยส่วนบคุ คล ไดแ้ ก่ เพศ อายุ และระดบั การศึกษา อาชีพ ทพี่ กั อาศยั ประชาชน กับ ความพึงพอใจของ ประชาชนในชมุ ชน ต่อโครงการกอ่ สรา้ งระบบการปอู งกนั การกัดเซาะตลิง่ กรณีศึกษา : ลา้ หว้ ยแมพ่ รกิ อา้ เภอแมพ่ รกิ จังหวัดล้าปาง ภายใต้แนวความคิดเรื่องความพงึ พอใจ ของอาธิ เมมาร์ค เซลลี่ ( Maynard W.Shelly.1975 : 252-268)ในการศกึ ษาครั้งน้ี
16 บทที่ 3 ระเบยี บวธิ ีวิจัย ในการศกึ ษาวิจยั คร้งั นี้ ผวู้ จิ ยั ไดก้ า้ หนดขอบเขตการศกึ ษาเป็นการศึกษาปจั จัยที่มผี ลตอ่ ความพงึ พอใจของประชนในโครงการกอ่ สร้างระบบปอู งกันการกดั เซาะตล่ิง กรณีศกึ ษา : ล้าหว้ ยแม่พริก อา้ เภอแม่พริก จงั หวัดล้าปาง ศูนย์ปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 ล้าปาง โดยใช้รปู แบบการวิจยั เชิงปรมิ าณ (Quantity Research) ประกอบดว้ ย ประชากรกลุม่ ตัวอยา่ ง เครอ่ื งมือทใี่ ช้ในการศกึ ษาการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล การแปรผลข้อมลู และวธิ กี ารทางและการทางสถิตกิ ารวเิ คราะห์ มรี ายละเอียด ดงั นี้ 3.1. ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง ประชากรทใี่ ช้ในการศกึ ษา คอื ประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลในชมุ ชน ทีไ่ ด้รบั ผลกระทบจากน้ากัดเซาะตล่งิ ล้าหว้ ยแม่พริก อ้าเภอแมพ่ รกิ จังหวดั ลา้ ปาง จ้านวนท้งั สน้ิ 120 คน เป็นประชาชนในเขตเทศบาล จา้ นวน 106 คน ประชาชนนอกเขตเทศบาล จา้ นวน 14 คน ผวู้ ิจัยได้ ก้าหนดขนาดตัวอยา่ งจ้านวน 120 คน โดยใช้ตารางของ Yamane (1967) ที่ระดับความเชอื่ ม่ันรอ้ ยละ 90 และคา่ ความคลาดเคลอ่ื นท่รี ะดบั รอ้ ยละ±10 ตัวอยา่ งทไ่ี ดน้ นั้ ผวู้ ิจัยเลอื กใช้วธิ ีการสมุ่ แบบเจาะจง 3.2. ขอบเขตและพ้ืนท่กี ารศึกษา ประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลในชมุ ชนล้าหว้ ยแม่พริก ซงึ่ ไดร้ บั ผลกระทบโดยตรงกบั โครงการก่อสรา้ งระบบการปูองกนั น้ากดั เซาะตล่งิ ล้าห้วยแม่พริก อ้าเภอแม่พรกิ จงั หวดั ล้าปาง ของศูนย์ปูองกนั และบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลา้ ปาง ได้แก่ นักเรยี น/นักศึกษา ราชการ/รัฐวสิ าหกิจ รับจ้าง ธรุ กจิ สว่ นตัว/คา้ ขาย เกษตรกรรม และอาชพี อน่ื ๆ โดยวิธกี รอกแบบสอบถาม 3.3. เครอื่ งมือทใ่ี ช้ในการศกึ ษา ผวู้ ิจัยใชก้ ารสร้างเครื่องมือในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล คอื แบบสอบถาม จ้านวน 1 ชุด แบ่งออกเปน็ 3 ส่วน ได้แก่ สว่ นท่ี 1 เปน็ แบบสอบถามเกย่ี วกับข้อมูลท่วั ไปของผู้ตอบคา้ ถาม ไดแ้ ก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชพี ทพี่ ักอาศัยของผู้กรอกแบบสอบถามลักษณะคา้ ถามเป็นค้าถามปลายปดิ แบบให้ เลอื กตอบ (Check List) ส่วนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเก่ยี วกบั ความพงึ พอใจและความคิดเห็นของประชาชน ลักษณะเป็นค้าถามแบบปลายปดิ โดยค้าถามมีระดบั ความพงึ พอใจใหเ้ ลือก 5 ระดบั ดังนี้ 5 = พึงพอใจมากทส่ี ุด 4 = พึงพอใจมาก 3 = พึงพอใจปานกลาง 2 = พงึ พอใจน้อย 1 = พงึ พอใจนอ้ ยท่ีสดุ
17 สว่ นท่ี 3 ความคดิ เห็นต่อโครงการก่อสร้างระบบปอู งกนั การกัดเซาะตล่งิ ลา้ ห้วยแมพ่ ริก อ้าเภอแม่พรกิ จงั หวัดล้าปางของศนู ย์ปอู งกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลา้ ปาง 3.4. วิธีการเกบ็ รวบรวมข้อมลู การวจิ ยั ครัง้ น้ี ผู้วจิ ยั ได้เก็บรวบรวมขอ้ มูลจากแบบสอบถามตามข้ันตอนต่อไปนี้ 1. เตรยี มทมี งานในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 2. การกา้ หนดวัน เวลา ในการจัดส่งและตอบแบบสอบถาม ผวู้ ิจยั ไดจ้ ดั ทมี งานและทา้ การ นัดหมายกบั ผตู้ อบแบบสอบถามลว่ งหนา้ 3. การจดั เตรียมวสั ดุ อปุ กรณ์ทต่ี อ้ งใชเ้ พ่ือการตอบแบบสอบถามและการเดนิ ทาง เช่น ดินสอ ปากกา กระดาษจดบนั ทึก แบบสอบถามและยานพาหนะ 4. ขัน้ ตอนการรวบรวมขอ้ มลู แบบสอบถาม และตรวจความสมบรู ณ์ของแบบสอบถาม หลงั จากนั้นนา้ ขอ้ มูลจากแบบสอบถามแต่ละชดุ ไปค้านวณคิดเป็นร้อยละ 3.5.การวิเคราะห์ขอ้ มูล ขอ้ มลู ท่ีรวบรวมมาได้จากแบบสอบถาม ผ้วู จิ ัยไดน้ า้ มาวเิ คราะห์ ประมวลผลดว้ ย โปรแกรมสา้ เร็จรปู ทางสถิติ และน้าเสนอโดยใชส้ ถติ ทิ ี่เก่ียวข้อง ดงั นี้ 1. ข้อมลู ทั่วไปเก่ียวกับประชาชน ในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลในชุมชนลา้ ห้วย แมพ่ รกิ อ้าเภอแมพ่ รกิ จังหวัดล้าปาง ซ่ึงมีผลกระทบโดยตรงกับโครงการก่อสรา้ งระบบปอู งกนั การกดั เซาะตลิง่ ทา้ การวิเคราะห์โดยการแจกแจงความถ่แี ละค้านวณหาค่าร้อยละ 2. ความคิดเหน็ และความพงึ พอใจของประชาชนในชมุ ชนทีม่ ีต่อโครงการก่อสรา้ งระบบ การปูองกนั การกดั เซาะตลิ่งล้าหว้ ยแมพ่ รกิ ทา้ การวเิ คราะหโ์ ดยสถิติท่ีใช้ คือ ค่าเฉลี่ย ( µ) และค่าเบ่ียงเบน มาตรฐาน ( S.D) การแปลความหมายของระดบั คะแนนเฉลี่ยจะยดึ เกณฑ์ตามคา่ ทีไ่ ดจ้ ากสตู รค้านวณ การหาอันตรภาคช้ัน ค่าคะแนนสงู สดุ -คะแนนตา่้ สุด=5-1= 0.80 จ้านวนชัน้ 5 คะแนนเฉลี่ยระหวา่ ง 4.24 – 5.00 จดั อยใู่ นระดบั มีความพึงพอใจระดับมากทสี่ ุด จัดอยูใ่ นระดับ มีความพึงพอใจระดบั มาก คะแนนเฉลี่ยระหวา่ ง 3.43 – 4.23 จดั อยู่ในระดับ มคี วามพึงพอใจระดับปานกลาง จดั อยใู่ นระดับ มีความพงึ พอใจระดับน้อย คะแนนเฉลีย่ ระหว่าง 2.62 – 3.42 จัดอยใู่ นระดับ มคี วามพึงพอใจระดบั นอ้ ยทส่ี ดุ คะแนนเฉลยี่ ระหวา่ ง 1.81 – 2.61 คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 1.00 – 1.80 3. การวิเคราะหข์ อ้ เสนอแนะ ใช้ความถจ่ี ดั กลุม่ เนอ้ื หา แล้วพรรนณาขอ้ ความสรุปเป็นรายขอ้ พรอ้ มวเิ คราะห์เปรียบเทียบขอ้ มลู
18 3.6. สถิตทิ ีใ่ ชใ้ นการวิเคราะห์ 1. สถติ เิ ชิงพรรณนา ใชค้ า่ ร้อยละ ( Percentage)และการแจกแจงความถ่ี ( Frequencies) บรรยายลกั ษณะของขอ้ มลู ทว่ั ไปเก่ียวกับปจั จัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษาอาชีพ และท่ีพกั อาศัยประชาชน 2. สถิติเชิงพรรณนา ใช้ค่าเฉลยี่ (Mean) และส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน ( Standard Deviation) วเิ คราะหร์ ะดบั ความคดิ เหน็ ของตวั อยา่ งประชากรเก่ียวกบั ความพงึ พอใจของประชาชนในชุมชน ต่อโครงการก่อสร้างระบบปูองกันการกดั เซาะตล่ิงลา้ หว้ ยแมพ่ ริก อา้ เภอแมพ่ ริก จงั หวัดลา้ ปาง
19 บทที่ 4 การวเิ คราะห์ขอ้ มลู การ วิจัยคร้งั น้ี ผู้ท้าวจิ ยั ไดก้ ้าหนดขอบเขตการศึกษาเป็นการศึกษาปจั จยั ทีม่ ผี ลต่อความ พงึ พอใจของประชาชนในโครงการก่อสรา้ งระบบปูองกนั การกัดเซาะตล่ิง กรณศี ึกษา : ล้าห้วยแมพ่ รกิ อา้ เภอแม่พริก จงั หวัดลา้ ปาง ของศนู ยป์ อู งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 ล้าปาง เปน็ การวเิ คราะห์ ข้อมลู เพื่อการอธิบายและการทดสอบสมมุติฐานท่เี กยี่ วขอ้ งกบั ตัวแปรแต่ละตัว ซึ่งขอ้ มูลดังกล่าวผูว้ จิ ยั ได้ เกบ็ รวบรวมจากแบบสอบถามท่ีมีค้าตอบครบถว้ นสมบรู ณ์ จ้านวนท้งั สิ้น 120 ชดุ คดิ เป็นร้อยละ 100 ของจ้านวนแบบสอบถามทัง้ หมด 120 ชดุ ผลการวเิ คราะห์แบง่ ออกเปน็ 3 สว่ น ประกอบด้วย สว่ น ที่ 1 เป็นขอ้ มลู ทัว่ ไปเกยี่ วกบั ปจั จยั ส่วนบุคคลผู้ตอบแบบสอบถาม เปน็ ประชาชน ในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลในชุมชนล้าหว้ ยแม่พรกิ อ้าเภอแมพ่ รกิ จงั หวดั ล้าปาง ส่วนที่ 2 เปน็ ข้อมูลเก่ียวกับความพึงพอใจของประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล ในชมุ ชนลา้ ห้วยแม่พริกทม่ี ตี อ่ โครงการกอ่ สร้างระบบปูองกันการกัดเซาะตล่งิ ลา้ หว้ ยแม่พริกอา้ เภอแม่พรกิ จังหวดั ล้าปาง ของศูนย์ปูองกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 ล้าปาง - ด้านประโยชนต์ ่อชุมชนและตัวผไู้ ดร้ ับผลกระทบ - ดา้ นการมีสว่ นรว่ มของประชาชน - ด้านการประชาสมั พันธ์ข้อมลู ขา่ วสาร - ดา้ นการช่วยแก้ไขปัญหาการกัดเซาะตลิ่งลา้ ห้วยแมพ่ ริก - ด้านความพึงพอใจการดา้ เนนิ โครงการในภาพรวม สว่ นที่ 3 ความคดิ เห็นต่อโครงการ ก่อสร้างระบบปูองกันการกดั เซาะตลง่ิ ล้าหว้ ยแม่พรกิ อา้ เภอแม่พรกิ จงั หวดั ล้าปางของศูนยป์ อู งกนั และบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลา้ ปาง การวจิ ัยคร้ังน้ี ผูว้ ิจัยก้าหนดเก็บขอ้ มลู ความพงึ พอใจดว้ ยแบบสอบถามจากกลุม่ ตัวอยา่ ง ประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลในชมุ ชนล้าหว้ ยแม่พรกิ อ้าเภอแม่พริก จังหวดั ล้าปาง ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงกบั โครงการก่อสร้างระบบปูองกนั การกัดเซาะตลงิ่ ล้าหว้ ยแม่พรกิ ของศูนยป์ อู งกนั และบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ล้าปาง จ้านวน 120 คน สรุปไดด้ ังน้ี สว่ น ท่ี 1 ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูลทั่วไปเกี่ยวกบั ปจั จยั ส่วนบคุ คลผ้ตู อบแบบสอบถาม ประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลในชุมชนลา้ หว้ ยแม่พรกิ อา้ เภอแม่พริก จังหวดั ลา้ ปาง ตาราง 4.1 จานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถาม จาแนกตามเพศ เพศ จานวน (คน) ร้อยละ ชาย 53 44.17 หญงิ 67 55.83 รวม 120 100.00
20 ผลการศกึ ษาตามตารางที่ 4.1 แสดงใหเ้ ห็นว่าผ้ตู อบแบบสอบถามสว่ นใหญเ่ ป็นเพศหญงิ จ้านวน67คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 55.83 รองลงมาเป็นเพศชาย จ้านวน 53 คน คิดเปน็ ร้อยละ 44.17 ตารางที่ 4.2จานวนและรอ้ ยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จาแนกตามอายุ อายุ (ปี) จานวน (คน) รอ้ ยละ ต้่ากว่า 20 28 23.33 21 - 30 28 23.33 31 - 40 25 20.83 41 – 50 19 15.83 สงู กว่า 50 20 16.68 รวม 120 100.00 ผลการศกึ ษาตามตารางที่ 4.2 แสดงใหเ้ ห็นวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญท่ ชีม่ ว่ี งอายตุ ่้ากว่า 20- 30 ปี จ้านวน 56 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 46.66 รองลงมา ได้แก่ ช่วงอายุ 3 1–40 ปี จา้ นวน 25 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 20.83 ชว่ งอายสุ งู กวา่ 5 0 ปขี ้ึนไป จ้านวน 2 0 คนคิดเป็นรอ้ ยละ 16.68 และช่วงอายุ 41–50 ปี จา้ นวน 19 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 15.83 ตามล้าดับ ตารางท่ี 4.3จานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถาม จาแนกตามระดับการศกึ ษา ระดับการศกึ ษา จานวน (คน) รอ้ ยละ ประถมศกึ ษา 32 26.67 มัธยมศึกษา 45 37.50 อนปุ ริญญา 25 20.83 ปรญิ ญาตรี 13 10.83 สูงกวา่ ปรญิ ญาตรี 2 1.67 อนื่ ๆ 3 2.50 รวม 120 100.00 ผลการศกึ ษาตามตารางท่ี 4. 3 แสดงให้เหน็ วา่ ผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญเ่ ป็น ระดับ มัธยมศึกษา จ้านวน45 คน คิดเป็นร้อยละ37.50 รองลงมา ไดแ้ ก่ ระดบั ประถมศกึ ษา จา้ นว3น2 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 26.67 ระดับอนุปริญญาตรี จา้ นวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 20.83 ระดับปรญิ ญาตรี จา้ นวน 13 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 10.83 ระดบั อ่ืน ๆ จา้ นวน 3 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 2.50 และระดบั สูงกวา่ ปริญญาตรี จ้านวน 2 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 1.67 ตามลา้ ดับ
21 ตารางที่ 4.4 จานวนรอ้ ยละของผูต้ อบแบบสอบถาม จาแนกตามอาชพี อาชพี จานวน (คน) ร้อยละ นักเรยี น/นกั ศึกษา 33 27.50 รบั ราชการ/รฐั วิสาหกจิ 6 34 5.00 รับจา้ ง 12 28.33 ธุรกจิ ส่วนตวั /คา้ ขาย 33 2 10.00 เกษตรกรรม 120 อืน่ ๆ 27.50 รวม 1.67 100.00 ผลการศึกษาตามตารางท่ี 4. 4 แสดงใหเ้ หน็ ว่าผู้ตอบแบบสอบถามสว่ นใหญ่เปน็ นกั เรยี น/นักศกึ ษา และอาชพี เกษตรกรรม จ้านวน66 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 55 รองลงมา ไดแ้ ก่ อาชพี รบั จา้ ง จา้ นวน 34 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 28.33 อาชีพธุรกิจสว่ นตวั /คา้ ขาย จ้านวน 12 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 10.00 อาชพี รับราชการ/รฐั วิสาหกจิ จา้ นวน 6 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 5.00และอาชพี อืน่ ๆจ้านวน 2 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 1.67 ตามล้าดับ ตารางท่ี 4.5จานวนรอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถาม จาแนกตามทพ่ี กั อาศัย พกั อาศัย จานวน (คน) ร้อยละ ในเขตเทศบาล 106 88.33 นอกเขตเทศบาล 14 11.67 รวม 120 100.00 ผลการศึกษาตามตารางที่ 4. 5 แสดงให้เหน็ ว่าผตู้ อบแบบสอบถามสว่ นใหญพ่ กั อาศยั ในเขต เทศบาล จา้ นวน 106 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 88.33 รองลงมาพกั อาศยั นอกเขตเทศบาล จา้ นวน 14 คน คิด เปน็ รอ้ ยละ 11.67 ตามล้าดบั
22 ส่วนที่ 2 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู เกีย่ วกบั ความพึงพอใจของประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล ในชุมชนล้าห้วยแมพ่ ริกท่มี ีต่อโครงการก่อสรา้ งระบบปอู งกันการกัดเซาะตลิง่ ล้าหว้ ยแม่พริกอ้าเภอแม่พริก จงั หวดั ล้าปาง ของศูนยป์ ูองกันและบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 ล้าปาง ตารางที่ 4.6 แสดงค่าเฉลีย่ (������) และส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน ( S.D) ความพงึ พอใจของประชาชนในเขต เทศบาลและนอกเขตเทศบาลในชมุ ชนลา้ หว้ ยแม่พริกทีม่ ีตอ่ โครงการก่อสรา้ งระบบ ปอู งกนั การกดั เซาะ ตลงิ่ ล้าห้วยแมพ่ รกิ อ้าเภอแมพ่ ริก จังหวดั ลา้ ปาง รวมทกุ ข้อดงั นี้ (n = 120) ที่ ความพึงพอใจ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ������ S.D. แปร ที่สุด กลาง ที่สดุ ผล 1 ท่านมีความพงึ พอใจตอ่ 67 42(35. 7 4(3.33) - 4.43 0.75 มาก โครงการนี้มปี ระโยชน์ (55.84) 00) (5.83) ทส่ี ดุ ต่อชมุ ชนและตอ่ ตัวท่าน เพยี งใด 2 ทา่ นมีความพึงพอใจตอ่ 43 47 23 4 3 4.03 0.95 มาก โครงการน้ที ่ไี ดม้ สี ่วนรว่ ม (35.83) (39.17) (19.17) (3.33) (2.50) ในการด้าเนนิ งาน โครงการน้ีเพยี งใด 3 ท่านมคี วามพึงพอใจต่อ 53 41 16 8 2 4.13 0.99 มาก โครงการน้ีทไี่ ด้มีการ (44.17) (34.17) (13.33) (6.67) (1.66) ประชาสมั พันธใ์ ห้ขอ้ มลู ขา่ วสาร ผลการด้าเนินงาน ของโครงการ 4 ท่านคิดว่าโครงการนีจ้ ะชว่ ย 46 54 16 3 1 4.18 0.81 มาก แกป้ ญั หาการกดั เซาะตล่ิง (38.34) (45.00) (13.33) (2.50) (0.83) ของล้าหว้ ยแมพ่ ริกได้ อย่างมีประสทิ ธิภาพ เพยี งใด 5 ทา่ นมีความพงึ พอใจ 57 40 20 2 1 4.25 0.85 มาก การด้าเนินงานโครงการ (47.50) (33.33) (16.67) (1.67) (0.83) น้ีในภาพรวม เพยี งใด รวม 4.20 0.87 มาก
23 ผลการศกึ ษาตามตารางท่ี 4.6 แสดงใหเ้ ห็นวา่ ประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล ในชมุ ชนลา้ ห้วยแมพ่ รกิ มีความพึงพอใจตอ่ โครงการก่อสร้างระบบปูองกันการกัดเซาะตล่งิ ล้าหว้ ย แมพ่ ริก อา้ เภอแม่พรกิ จังหวดั ลา้ ปาง ของศนู ย์ปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภัย เขต10 ลา้ ปางโดยรวมทุกด้านอยใู่ น ระดบั มาก มคี า่ เฉลี่ย 4.20 และเม่ือพจิ ารณาเป็นรายดา้ น พบว่า 1. ความพงึ พอใจตอ่ โครงการนี้มปี ระโยชน์ต่อชุมชนและตอ่ ตวั ทา่ นผลการศกึ ษา พบว่า อยูใ่ นระดบั มากที่สดุ โดยมีคา่ เฉล่ีย 4.43 กลา่ วไดว้ ่าประชาชนสว่ นใหญ่ทง้ั ในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล ในชมุ ชนล้าห้วยแมพ่ ริก มคี วามพงึ พอใจต่อโครงการนีม้ ปี ระโยชน์ตอ่ ประชาชนในชมุ ชนล้าห้วยแมพ่ ริก 2. ความพงึ พอใจตอ่ โครงการนท้ี ่ีไดม้ ีส่วนร่วมในการดา้ เนินงานโครงการนี้ ผลการศึกษา พบว่า อยใู่ นระดับมาก โดยมีคา่ เฉลีย่ 4.03 กลา่ วได้วา่ ประชาชนสว่ นใหญท่ ้ังในเขตเทศบาลและนอกเขต เทศบาลในชุมชนลา้ หว้ ยแมพ่ ริกมคี วามพงึ พอใจตอ่ โครงการนี้ท่ไี ดม้ สี ว่ นร่วม 3. ความพงึ พอใจตอ่ โครงการนี้ที่ได้มีการประชาสัมพนั ธใ์ ห้ข้อมูลข่าวสาร ผลการ ด้าเนนิ งานของโครงการผลการศึกษาพบวา่ อยใู่ นระดบั มาก โดยมีค่าเฉล่ีย 4.13กลา่ วได้ว่าประชาชนส่วน ใหญท่ ้ังในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลในชมุ ชนล้าหว้ ยแม่พริก มคี วามพงึ พอใจตอ่ โครงการน้ที ี่ได้มี การประชาสมั พันธ์ให้ขอ้ มลู ขา่ วสารอย่างท่ัวถึง 4. โครงการนีจ้ ะช่วยแกป้ ัญหาการกัดเซาะตลงิ่ ของลา้ หว้ ยแม่พรกิ ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ ผลการศกึ ษาพบวา่ อยู่ในระดับมาก โดยมีคา่ เฉลย่ี 4.18 กล่าวได้วา่ ประชาชนส่วนใหญท่ งั้ ในเขตเทศบาล และนอกเขตเทศบาลในชุมชนล้าหว้ ยแม่พริก คิดว่าโครงการนี้ช่วยแก้ปัญหาการกัดเซาะตลง่ิ ได้ 5. ความพึงพอใจการดา้ เนินงานโครงการนีใ้ นภาพรวมผลการศกึ ษา พบว่า อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉล่ีย 4.25 กลา่ วได้ว่าประชาชนสว่ นใหญท่ ้งั ในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลในชุมชนลา้ หว้ ย แมพ่ ริก มคี วามพงึ พอใจการดา้ เนนิ งานโครงการน้ใี นภาพรวม สว่ นที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อคดิ เห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของประชาชนในชุมชน ล้าหว้ ยแม่พริกทมี่ ตี ่อโครงการ ก่อสร้างระบบปอู งกนั การกัดเซาะตล่ิง ล้าหว้ ยแมพ่ รกิ อ้าเภอแมพ่ ริก จงั หวัดล้าปาง ของศนู ยป์ ูองกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 จงั หวดั ลา้ ปาง 1. ท่านคดิ วา่ โครงการน้ีมีผลดกี ับท่านและชุมชนอยา่ งไร ประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล ในชุมชนลา้ ห้วยแมพ่ ริก เหน็ ดว้ ยต่อ โครงการก่อสรา้ งระบบปูองกนั การกัดเซาะตล่ิงลา้ หว้ ยแม่พรกิ อา้ เภอแมพ่ ริก จงั หวัดล้าปางของศนู ยป์ อู งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 จงั หวดั ล้าปางผลดี คอื การสญั จรสะดวกในการเดนิ ทางเข้า สวน ไร่ นา เพราะมีการสร้างถนนริมทางโครงการเขา้ สวน เขา้ ไร่ทา้ ให้ชมุ ชนมีความเจริญขน้ึ และสามารถช่วย แกป้ ัญหาการกดั เซาะตลิ่งลา้ หว้ ย ปูองกันหน้าดิน ตลิ่งมคี วามแข็งแรงไม่ทา้ ใหข้ อบตล่ิงทรดุ ตัว ชุมชน ได้ประโยชนเ์ ปน็ ผลดีต่อการเกษตรลา้ หว้ ยแมพ่ ริก
24 2. ทา่ นคิดวา่ โครงการนม้ี ผี ลเสยี กบั ทา่ นและชุมชนอย่างไร ประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล ในชมุ ชนลา้ หว้ ยแมพ่ รกิ มีความเห็นตอ่ โครงการก่อสร้างระบบปูองกันการกดั เซาะตล่งิ ลา้ ห้วยแม่พริก อ้าเภอแม่พริก จงั หวดั ลา้ ปขางองศูนย์ปูองกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 ลา้ ปาง ผลเสยี คือ กรณที ีน่ ้ามาในระดับมาก ไม่สามารถรองรบั ไดด้ ี เทา่ ทคี่ วร เพราะช่องน้าแคบ การระบายน้าชา้ ดินยบุ ตวั ตอนน้าท่วมถา้ ก่อสรา้ งไมด่ ี เม่อื มภี ยั นา้ ทว่ มจะ เกดิ การพังทลายอกี เกิดความเดอื ดรอ้ นตอ่ ประชาชนในชมุ ชนลา้ หว้ ยแม่พรกิ ที่อาศัยในชมุ ชนนั้น และ ส้นิ เปลอื งงบประมาณไม่เกดิ ประโยชนอ์ ยา่ งค้มุ คา่
25 บทที่ 5 บทสรุปและข้อเสนอแนะ การศึกษาครง้ั นมี้ วี ัตถุประสงค์เพื่อศกึ ษาและวิเคราะห์ถงึ ปัจจยั ท่ีมผี ลต่อความพึงพอใจของ ประชาชนในโครงการก่อสรา้ งระบบปอู งกนั การกัดเซาะตลิง่ กรณศี ึกษา : ลา้ หว้ ยแม่พรกิ อ้าเภอแม่พรกิ จังหวดั ลา้ ปาง ของศูนย์ปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เข1ต0 ลา้ ปาง เป็นการวเิ คราะหถ์ งึ ระดบั ความพึงพอใจ ของประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลในชมุ ชนลา้ หว้ ยแม่พรกิ ท่ีอาศยั อยู่บริเวณล้าห้วยแมพ่ ริก ต่อโครงการก่อสร้างระบบปอู งกันการกัดเซาะตลิง่ ท่ีสอดคลอ้ งกบั ความพึงพอใจของประชาชนในเขต เทศบาลและนอกเขตเทศบาลทอ่ี าศัยอย่ใู นชุมชนลา้ ห้วยแม่พรกิ โดยมขี อบเขตการศกึ ษา 5 ด้าน ได้แก่ ดา้ นประโยชน์ ตอ่ ชุมชนและตวั ผไู้ ด้รับผลกระทบดา้ นการมีสว่ นร่วมของประชาชน ด้านการประชาสมั พันธ์ ข้อมลู ข่าวสารดา้ นการชว่ ยแกไ้ ขปญั หาการกดั เซาะตลงิ่ ลา้ หว้ ยแมพ่ รกิ ดา้ นความพงึ พอใจการด้าเนนิ โครงการ ในภาพรวม โดยจ้าแนกตามปจั จยั ส่วนบุคคลโดยใช้แบบสอบถาม ( questionnaires) เป็นเครอื่ งมอื ในการ เกบ็ รวมรวม ข้อมลู ของประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลทอี่ าศยั อยู่ในชมุ ชนล้าห้วยแมพ่ รกิ จ้านวน 120 คน การศกึ ษาวจิ ัยคร้งั นไี้ ด้ก้าหนดตวั แปรตาม คอื ความพึงพอใจของประชาชนในชมุ ชนตอ่ โครงการกอ่ สร้างระบบปูองกนั การกดั เซาะตลง่ิ ลา้ หว้ ยแม่พริก อ้าเภอแม่พรกิ จงั หวดั ลา้ ปาง และตัวแปรอสิ ระ คือ ปัจจัยสว่ นบคุ คล ไดแ้ ก่ เพศ อายุ ระดบั การศึกษา อาชีพ ทพ่ี ักอาศยั ประชาชน โดยมีสมมุตฐิ านวา่ ปจั จยั ส่วนบุคคล อันได้แกเ่ พศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ ท่พี ักอาศยั ประตชา่ างชกนนั จะมีระดบัความพงึ พอใจ แตกต่างกัน 5.1 สรุปผลการศกึ ษา 5.1.1 ปัจจยั สว่ นบคุ คลของกลมุ่ ตัวอยา่ ง ผลการศึกษาวิจัยถึงลักษณะขอ้ มลู ท่ัวไป เกี่ยวกบั ปจั จยั สว่ นบุคคลของกลุม่ ตัวอย่าง จ้านวน 120 คน ในการวจิ ัยครั้งนี้เมือ่ จา้ แนกตามเพศ จากกลุ่มตัวอย่าง ปรากฏว่าเป็นเพศหญงิ มากกวา่ เพศชาย โดยเพศหญงิ มีจา้ นวน 67 รองลงมาเปน็ เพศชาย จา้ นวน 53 คน อายจุ ากกลุม่ ตัวอยา่ ง ปรากฏวา่ สว่ นใหญ่ช่วงอายุต้า่ กว่า 20ปี จนถึงอายุ 30 ปี จา้ นวนอย่างละ 56 คน รองลงมา ไดแ้ ก่ ช่วงอายุ 31–40 ปี จา้ นวน 25 คน การศึกษาจากกลุ่มตวั อยา่ ง ปรากฏว่าส่วนใหญเ่ ปน็ ระดับมธั ยมศกึ ษา จ้านวน 45 คน รองลงมา ไดแ้ ก่ ระดบั ประถมศึกษา จ้านวน 32 คน อาชพี จากกลมุ่ ตัวอย่างปรากฏว่า สว่ นใหญม่ ีอาชีพ รับจ้าง จา้ นวน34 คน รองลงมา นักเรยี น/นักศกึ ษา และอาชพี เกษตรกรรม จ้าน6ว6นคนทีพ่ ักอาศยั ประชาชน จากกลุ่มตวั อย่างปรากฏว่าส่วนใหญ่พกั อาศัยในเขตเทศบาล จา้ นวน 106 คน รองลงมาพกั อาศัยนอกเขต เทศบาล จา้ นวน 14 คน 5.1.2 ความพึงพอใจของประชาชนในชมุ ชนตอ่ โครงการก่อสร้างระบบปูองกันการกดั เซาะตล่ิง ล้าหว้ ยแมพ่ รกิ อ้าเภอแมพ่ ริก จังหวดั ล้าปาง
26 ผลการศึกษาวจิ ยั เกี่ยวกบั ความพึงพอใจของประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล ในชมุ ชนล้าห้วยแมพ่ รกิ ทม่ี ตี ่อโครงการกอ่ สรา้ งระบบปอู งกันการกัดเซาะตลง่ิ ล้าหว้ ย แมพ่ รกิ อา้ เภอแมพ่ รกิ จงั หวัดล้าปาง ของกลุ่มตวั อย่าง จ้านวน 120 คน รวม 5 ดา้ น จากการศึกษาวิจัยครัง้ นี้ เมื่อพจิ ารณารวม ทกุ ด้านพบวา่ มคี า่ เฉลยี่ 4.20 และเม่ือพจิ ารณาเปน็ รายขอ้ พบวา่ ความพึงพอใจ อยูใ่ น ระดับมากท่สี ดุ โดยมีคา่ เฉล่ีย 4.43 ไดแ้ ก่ ความพงึ พอใจตอ่ โครงการนี้มปี ระโยชน์ต่อชมุ ชนและต่อตวั ทา่ นความพงึ พอใจต่อ โครงการนีท้ ี่ได้มีส่วนร่วมในการด้าเนินงานโครงการนอี้ ย่ใู นระดบั มากโดยมีค่าเฉลยี่ 4.03ความพึงพอใจต่อ โครงการน้ีท่ีได้มีการประชาสมั พนั ธใ์ ห้ข้อมลู ขา่ วสารผลการด้าเนินงานของ โครงการ อย่ใู นระดบั มาก โดยมี คา่ เฉลยี่ 4.13 ความพงึ พอใจต่อโครงการนีจ้ ะชว่ ยแกป้ ญั หาการกดั เซาะตลิง่ ของล้าห้วยแมพ่ ริกได้อย่างมี ประสิทธิภาพ อยใู่ นระดับมากโดยมีคา่ เฉลยี่ 4.18 และความพึงพอใจการด้าเนินงานโครงการนใ้ี น ภาพรวมอยูใ่ นระดบั มากโดยมีคา่ เฉล่ีย 4.25 เหน็ ไดว้ ่าประชาชนในชุมชนลา้ ห้วยแมพ่ รกิ มีความพงึ พอใจ ต่อโครงการกอ่ สรา้ งระบบปอู งกนั การกดั เซาะตล่ิงลา้ ห้วยแมพ่ รกิ อ้าเภอแมพ่ ริก จังหวดั ลา้ ปาง ของศนู ย์ปอู งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 ลา้ ปางอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด ตามล้าดบั 5.1.3 ความคดิ เห็นต่อโครงการกอ่ สร้างระบบปูองกันการกดั เซาะตล่งิ ลา้ หว้ ยแมพ่ รกิ อ้าเภอ แม่พรกิ จงั หวดั ลา้ ปางของศูนยป์ อู งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 ลา้ ปาง ผลการวเิ คราะหข์ ้อคดิ เห็น และขอ้ เสนอแนะตา่ ง ๆ ของประชาชนในชมุ ชนล้าหว้ ยแม่พริกทม่ี ตี ่อ โครงการก่อสรา้ งระบบปอู งกันการ กดั เซาะตลิง่ ล้าหว้ ยแมพ่ ริก อ้าเภอแม่พรกิ จังหวัดลา้ ปางของศนู ยป์ ูองกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 จงั หวดั ลา้ ปาง ประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลในชุมชนลา้ หว้ ยแม่พริก เห็นด้วยตอ่ โครงการ กอ่ สรา้ งระบบปอู งกนั การกดั เซาะตลง่ิ ล้าห้วยแม่พรกิ อา้ เภอแมพ่ รกิ จังหวดั ล้าปาง ผลดี คอื ในการสัญจร สะดวกในการเดินทางเขา้สวนไร่ นา เพราะมีการสร้างถนนริมทางโครงการเข้าสวนไร่ทา้ ให้ชุมชนมคี วามเจริญข้ึน และสามารถชว่ ยแกป้ ัญหาการกัดเซาะตลง่ิ ลา้ หว้ ยปูองกันหน้าดิน ตลง่ิ มคี วามแข็งแรง ไม่ทา้ ใหข้ อบตล่ิง ทรดุ ตวั ชุมชนไดป้ ระโยชนเ์ ปน็ ผลดีต่อการเกษตร ลา้ หว้ ยแมพ่ ริก ผลเสีย คอื เพราะไม่สามารถแกป้ ญั หาการ กดั เซาะตลิง่ ได้อย่างถาวร กรณเี กดิ ภยั ธรรมชาติหรือน้าปุาไหลหลากในระดบั มากท้าใหเ้ กดิ ความเสียหายตอ่ สิ่งกอ่ สร้างซง่ึ ไม่สามารถรองรับไดท้ นั เพราะช่องน้าแคบ การระบายน้าช้า ดนิ เกิดการยุบตัว เกดิ การพังทลายอกี มีผลท้าให้บริเวณรอยต่อระหว่างพนื้ ที่ท่ดี า้ เนนิ การแลว้ กบั พืน้ ทบ่ี ริเวณที่ยังไม่มกี ารกอ่ สรา้ ง เกดิ ความ เสียหายลกุ ลามเข้าไปยงั ท้ายของพ้ืนท่ที ่ีดา้ เนินการกอ่ สร้างแลว้ มีผลกระทบตอ่ ประชาชนที่อาศัยในชมุ ชน พ้ืนที่เกษตรกรรม และสิน้ เปลอื งงบประมาณอยากใหม้ กี ารกอ่ สร้างโครงการตลอด ล้าห้วยแม่พริก เพือ่ ปอู งกนั การกัดเซาะตล่ิงใหม้ ีความ มัน่ คงแขง็ แรง มกี ารขุดลอกลา้ หว้ ยทีต่ นื้ เขนิ และปรับปรุงบริเวณก่อสรา้ ง เป็นทพี่ กั ผ่อนหย่อนใจ ออกก้าลงั กาเยพอ่ื เกดิ ประโยชน์กบั ชมุ ชนทุกครัวเรอื น ขอ้ เสนอแนะตอ่ โครงการ จากการศึกษาและวเิ คราะห์ ปัจจยั ที่มผี ลต่อ ความพงึ พอใจของประชาชนในโครงการ กอ่ สร้างระบบปอู งกัน การกัดเซาะตล่ิงล้าห้วยแม่พรกิ อ้าเภอแม่พรกิ จังหวัดล้าปางของศูนยป์ อู งกนั และ บรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ล้าปาง พบว่า ยังไมเ่ ปน็ ไปตามความคาดหวงั ท่ีกา้ หนดไว้ในวตั ถุประสงคข์ อง
27 โครงการ เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาการกัดเซาะตลิ่งได้อยา่ งถาวร กรณเี กิดภัยธรรมชาติหรอื น้าปาุ ไหลหลาก ในระดับมาก ท้าใหเ้ กิดความเสียหายตอ่ ส่งิ ก่อสรา้ งซ่งึ ไมส่ ามารถรองรบั ไดท้ นั เพราะชอ่ งน้าแคบ การระบายน้าช้า ดินเกดิ การยบุ ตวั เกิดการพังทลาย มีผลทา้ ให้บริเวณรอยต่อระหว่างพนื้ ทที่ ด่ี า้ เนนิ การแล้วกบั พ้นื ทบ่ี ริเวณ ที่ยังไมม่ กี ารกอ่ สร้าง เกดิ ความเสียหายลุกลามเข้าไปยงั ท้ายของพ้ืนทีท่ ีด่ า้ เนินการกอ่ สร้างแล้ว มีผลกระทตอ่บ ประชาชนทอ่ี าศัยในชุมชน พืน้ ทเ่ี กษตรกรรม และส้นิ เปลอื งงบประมาณ และประชาชนในชุมชน ลา้ ห้วย แม่พริก มคี วามต้องการใหม้ กี ารก่อสรา้ งโครงการก่อสรา้ งระบบปูองกกนั ารกดั เซาะตลงิ่ ตลอดล้าหว้ ย ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาคร้ังต่อไป 1. ควรทา้ การศกึ ษาปจั จยั ที่มีผลกระทบตอ่ ความพึงพอใจของประชาชนในชมุ ชนต่อ โครงการก่อสรา้ งระบบปอู งกนั การกดั เซาะตลง่ิ ล้าห้วยแม่พริกอา้ เภอแมพ่ รกิ จังหวัดล้าปาง 2. ควรทา้ การศึกษาถงึ ประสทิ ธิภาพ และประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับจากโครงการก่อสรา้ งระบบ ปูองกันการกัดเซาะตลงิ่ ลา้ ห้วยแม่พรกิ อ้าเภอแม่พริก จังหวดั ลา้ ปาง 3. ควรทา้ การศกึ ษาด้านงบประมาณทจี่ ะนา้ โครงการตา่ งๆ ลงไปใหค้ วามช่วยเหลือ เนอื่ งจากใช้งบประมาณจ้านวนมากผู้วิจยั เสนอวา่ ควรมมี าตรการและแนวทางในการแกไ้ ขปญั หาการกัดเซาะตล่ิง ทเี่ กดิ ประสิทธผิ ลคุ้มคา่ และประหยัด
บรรณานกุ รม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย การจดั การสาธารณภยั 2549 , พระราชบัญญตั ปิ ้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 , การปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย : คมู่ อื การ พฒั นาระบบความปลอดภัยให้กับองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ทีม่ ีต่อผงั เมืองรวม 2549, แผนการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕–๕๒๓๕๕๗,ศูนย์ปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั 1เ0ขตลาปาง (2553) กระสินธ์ุ เจริญกรุง (2548 : บทคดั ยอ่ ) “ การบรหิ ารจัดการปอ้ งกันและระงับอัคคภี ัยขององคก์ าร บริหารส่วนตาบล (อบต .) ” สภุ าลกั ษณ์ ชยั อนนั ต์,2540, อรรถพร คาคม (2556)“ ความพงึ พอใจ หมายถึง ทัศนคตหิ รอื ระดบั ความ พงึ พอใจของบุคคลต่อกจิ กรรมตา่ งๆ ” สายจิตร สงิ หเสนี, 2546, พทิ กั ษ์ ตรุษทิม, 2538,2524 และภณดิ า ชยั ปญั ญา,2541 “ ความพึงพอใจเป็น ความร้สู ึกของบคุ คลทีม่ ตี อ่ เร่อื งใดเรอ่ื งหนงึ่ ในเชงิ การประมาณคา่ มีความเก่ยี วข้อง สัมพันธก์ บั ทัศนคติ การวดั ความพงึ พอใจ ” สุกัญญา วเิ ชียรกร (2545) “ การเตรยี มความพร้อมเพื่อการบริหารราชการยคุ ใหม่ ” พระครูวนิ ยั ธรธีรวทิ ย์ฉนฺทวิชฺโช 2( 554) “ ความพึงพอใจของนักเรียนช่วงช้ันท4่ี ท่ีมตี อ่ การเรยี นการสอน วิชาพระพทุ ธศาสนา ในโรงเรยี นวัดราชาธวิ าส กรงุ เทพมหานคร ” สนุ นั ท์ พชื พนั ธไ์ พศาล ( 2552) “ ความพึงพอใจตอ่ การเขา้ อบรมโครงการสง่ เสรมิ การจดั การทีย่ ั่งยืน ” ประกายดาว วงษ์ทองและคณ25ะ5(2) “ ศึกษาความพึงพอใจในการปฏิบตั ิงานของบุคลากรกองอาคารสถานที่ ” ผสุ ดี ศรีแกว้ (2551) “ การจัดอบรมพยาบาลใหบ้ รกิ ารใสห่ ่วงอนามยั ศนู ยอ์ นามยั ที่ 9 พษิ ณุโลก ผ้รู บั บรกิ ารพงึ พอใจการบรกิ ารของเจ้าหนา้ ที่ ” นาชัย ทนผุ ล, (เอกสารอัดสาเนา) “ การมสี ว่ นร่วมเกิดจากแนวคิด ” อนสุ รณ์ สุวรรณสทิศกร2(529 : 25) “ สรปุ การมีสว่ นร่วม ไว4้ ประเด็น คือ รว่ มคดิ รว่ มตดั สินใจ รว่ มปฏบิ ตั ิ ร่วมติดตามและประเมนิ ผล ” โกวทิ ย์ พวงงาม, 2545, หน้า 11) “ กรรมวธิ กี ารมีสว่ นรว่ มของประชาชน ” ยพุ าพร รปู งาม 2545 “ การมีส่วนร่วมในการปฏิบตั งิ านด้านการชว่ ยเหลือผูป้ ระสบภัย การมีส่วนรว่ ม ( participation) กระทาผา่ นองค์การ (organization) (2545,หน้า 5) Erwin (อา้ งองิ ใน ยุพาพร รูปงาม(2545, หนา้ 6) “ กล่าวถงึ ความหมายเกี่ยวกบั การมสี ว่ นร่วม ” นายนรนิ ทร์ พัฒนพงศา (2546 หนา้ 4) “ กลา่ วถงึ ความหมายของการมสี ว่ นรว่ ม ” ไพรนิ ทร์ ลมิ่ เจรญิ , (2552) “ การมีสว่ นร่วมของประชาชนในการบรหิ ารจดั การอทุ กภัย ดินโคลนถลม่ บ้านผามูบ หมู่ท่ี 7 ตาบลแมพ่ ลู อาเภอลับแล จังหวัดอตุ รดติ ถ์ ” พลู ศกั ดิ์ ชูพาณิชสกุล, (2551) “ การมสี ่วนรว่ มของประชาชนต่อกิจกรรมการพฒั นาของเทศบาลเมือง อตุ รดติ ถ์ ” ศุภวฒั น์ เพชรวงศ์, (2550) “ การมีสว่ นรว่ มของประชาชนในการควบคุมไฟปา่ อาเภอน้าปาด จงั หวัด อตุ รดิตถ์ ”
ภาคผนวก
ภาพหลงั เกิดภยั น้าท่วมในพนื้ ที่ก่อสร้างระบบป้ องกันการกัดเซาะตลิ่งลาห้วยแม่พริก
ภาพหลงั เกิดภยั น้าท่วมในพนื้ ที่ก่อสร้างระบบป้ องกันการกัดเซาะตลิ่งลาห้วยแม่พริก
ภาพหลงั เกิดภยั น้าท่วมในพนื้ ที่ก่อสร้างระบบป้ องกันการกัดเซาะตลิ่งลาห้วยแม่พริก
ภาพหลงั เกิดภยั น้าท่วมในพนื้ ที่ก่อสร้างระบบป้ องกันการกัดเซาะตลิ่งลาห้วยแม่พริก
ภาพหลงั เกิดภยั น้าท่วมในพนื้ ที่ก่อสร้างระบบป้ องกันการกัดเซาะตลิ่งลาห้วยแม่พริก
ภาพหลงั เกิดภยั น้าท่วมในพนื้ ที่ก่อสร้างระบบป้ องกันการกัดเซาะตลิ่งลาห้วยแม่พริก
ภาพหลงั เกิดภยั น้าท่วมในพนื้ ที่ก่อสร้างระบบป้ องกันการกัดเซาะตลิ่งลาห้วยแม่พริก
ภาพหลงั เกิดภยั น้าท่วมในพนื้ ที่ก่อสร้างระบบป้ องกันการกัดเซาะตลิ่งลาห้วยแม่พริก
ภาพหลงั เกิดภยั น้าท่วมในพนื้ ที่ก่อสร้างระบบป้ องกันการกัดเซาะตลิ่งลาห้วยแม่พริก
ภาพหลงั เกิดภยั น้าท่วมในพนื้ ที่ก่อสร้างระบบป้ องกันการกัดเซาะตลิ่งลาห้วยแม่พริก
แบบสอบถามความคิดเห็นและความพึงพอใจของประชาชนในชุมชนต่อ โครงการก่อสร้างระบบป้องกันการกดั เซาะตล่ิง ลาห้วยแมพ่ รกิ อาเภอแมพ่ ริก จังหวัดลาปาง ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คาชแี้ จงแบบสอบถาม 1. แบบสอบถามนีจ้ ดั ทาข้ึนเพอื่ ประเมนิ ความคดิ เหน็ และความพึงพอใจของประชาชนในชุมชนต่อ โครงการกอ่ สร้างระบบป้องกันการกดั เซาะตลงิ่ ลาหว้ ยแม่พริก อาเภอแม่พรกิ จังหวัดลาปาง 2. แบบสอบถามประกอบดว้ ย 2 สว่ น คอื ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลท่ัวไปของผกู้ รอกแบบสอบถาม สว่ นท่ี 2 ความคดิ เห็นและความพึงพอใจของประชาชนในชมุ ชนตอ่ โครงการกอ่ สร้างระบบ ปอ้ งกนั การกัดเซาะตลงิ่ ลาหว้ ยแมพ่ ริก อาเภอแมพ่ รกิ จงั หวัดลาปาง 3. โปรดเตมิ เครอื่ งหมาย √ ลงใน และกรอกขอ้ ความใหส้ มบรู ณ์ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สว่ นที่ 1 ขอ้ มลู ทวั่ ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม 1. เพศ ชาย หญงิ 2. อายุ ตา่ กว่า 20 ปี 21 - 30 ปี 31 – 40 ปี 41 – 50 ปี สูงกวา่ 50 ปี 3. ระดับการศกึ ษา ประถมศกึ ษา มธั ยมศึกษา อนุปรญิ ญา ปรญิ ญาตรี สงู กว่าปรญิ ญาตรี อนื่ ๆ………………….. 4. อาชพี นักเรียน/นกั ศกึ ษา รบั ราชการ/รัฐวิสาหกิจ รับจ้าง ธุรกิจส่วนตวั /ค้าขาย เกษตรกรรม อน่ื ๆ…………………… 5. ท่พี ักอาศยั ของท่าน นอกเขตเทศบาลตาบลแม่พริก ในเขตเทศบาลตาบลแมพ่ ริก
ส่วนที่ 2 ความพึงพอใจและความคิดเหน็ ของประชาชน ความพึงพอใจของประชาชน ความหมายของระดับการประเมิน 5 = พึงพอใจมากท่สี ุด 4 = พงึ พอใจมาก 3 = พึงพอใจปานกลาง 2 = พึงพอใจนอ้ ย 1 = พงึ พอใจนอ้ ยทส่ี ดุ ประเดน็ ระดับความพึงพอใจ 54321 1. ท่านมีความพึงพอใจตอ่ โครงการนีม้ ีประโยชนต์ อ่ ชุมชนและต่อตวั ท่านเพยี งใด 2. ทา่ นมคี วามพึงพอใจต่อโครงการนท้ี ี่ได้มีส่วนร่วม ในการดาเนินงานโครงการน้ีเพยี งใด 3. ทา่ นมคี วามพึงพอใจตอ่ โครงการน้ีท่ไี ด้มีการ ประชาสมั พันธใ์หข้ ้อมลู ขา่ วสาร ผลการดาเนนิ งาน ของโครงการ 4. ท่านคิดวา่ โครงการนี้จะชว่ ยแก้ปญั หาการกัดเซาะตลิ่ง ของลาหว้ ยแมพ่ ริกไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพเพียงใด 5. ท่านมีความพึงพอใจการดาเนินงานโครงการนีใ้ น ภาพรวมเพยี งใด สว่ นท่ี 3 ความคดิ เห็นตอ่ โครงการ 1. ทา่ นคิดวา่ โครงการน้มี ีผลดกี ับทา่ นและชุมชนอย่างไร .……………....…………………………………….......................................................................................................... .......................................................................................................... ............................................................ 2. ทา่ นคิดว่าโครงการน้ีมีผลเสียกบั ทา่ นและชุมชนอย่างไร …………………………………………………………………………………………………………………..…………..…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….……… 3. ขอ้ เสนอแนะตอ่ โครงการ ………………………………………………………………………………………………………………………..…………………..……… …………………………………………………………………………………………………………………………………….……………...
แบบการเสนอโครงรา่ งการศกึ ษาวจิ ยั ส่วนบคุ คล(Proposal) หลกั สูตร นกั บรหิ ารงานป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย(นบ.ปภ.) รนุ่ ที่ 10 1. ช่อื ผจู้ ดั ทา นางลักษณา หตั ถกิจ เลขประจาตัว 25 2. ชือ่ เรือ่ ง ปจั จยั ทม่ี ีผลตอ่ ความพงึ พอใจของประชาชนในโครงการก่อสร้างระบบปอ้ งกนั การกดั เซาะตลิง่ กรณีศกึ ษา: ลาห้วยแมพ่ ริก อาเภอแม่พริก จงั หวัดลาปาง ศนู ย์ปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต 10 ลาปาง 3. ความเปน็ มาของเร่ืองและสถานการณป์ จั จบุ นั จากเหตกุ ารณอ์ ทุ กภยั (นา้ ป่าไหลหลาก) เร่มิ ตงั้ แต่เดือน ตลุ าคม 2550 – มกราคม 2554 ได้สร้างความเสยี หายต่อทรพั ย์สินของประชาชน และส่งิ สาธารณประโยชน์ตา่ ง ๆ เช่น ถนน สะพาน พ้นื ท่ี การเกษตร บา้ นเรือนทีอ่ ยอู่ าศยั ของประชาชนทีป่ ลูกสร้างบรเิ วณรมิ น้า ถูกน้ากดั เซาะตลิ่งมผี ลใหด้ ินอุ้มนา้ และเกิดการยบุ ตัว บา้ นเรือนที่อยอู่ าศัยจมหายไปกลบั นา้ หากปล่อยไว้ไมม่ กี ารปอ้ งกนั และแก้ไข การกดั เซาะตลิ่งของแม่น้า ลาคลอง จะทาใหแ้ ผน่ ดินบรเิ วณใกลแ้ ม่นา้ ลาคลอง หายไปเรอ่ื ยๆ เปน็ สาเหตุให้ ประชาชนตอ้ งสูญเสยี ท่อี ยู่อาศยั และพื้นทก่ี ารเกษตร หลายครอบครวั ตอ้ งอพยพออกนอกพน้ื ที่ ไปตง้ั ถ่ินฐานยังแหลง่ อ่ืน ๆ อาจต้องใชเ้ วลาการกัดเซาะตลิง่ นานกวา่ ตามชายฝั่งทะเลก็ตาม แตส่ ุดทา้ ยก็คอื ความสูญเสีย ความเดอื ดรอ้ นของประชาชนผอู้ าศัยอยบู่ รเิ วณลาห้วยแม่พรกิ อาเภอแมพ่ ริก จังหวดั ลาปาง ซึ่งเปน็ พืน้ ท่ีท่ไี ดร้ บั อทิ ธพิ ลจากพายหุ มนุ เขตร้อนทเ่ี กดิ ขึ้นในประเทศไทย ทาใหน้ า้ ฝนปริมาณมา ก นา้ เหนือเขอ่ื นเจ้าพระยาเพิ่มมากกวา่ ปกติ ประกอบกับน้าทะเลหนนุ สูง ทาให้น้าลน้ ตลง่ิ เข้าท่วมพ้ืนท่แี ละ แนวโนม้ สถานการณ์จะทวคี วามรุนแรงมากขึ้น หากปรมิ าณนา้ ฝน ปรมิ าณนา้ เหนอื เขือ่ นและน้าทะเลหนนุ ในชว่ งเวลาเดยี วกนั โดยพ้นื ทส่ี ว่ นใหญ่ถกู นาไปใชป้ ระโยชนเ์ ปน็ แหล่งทีอ่ ยู่อาศยั แหล่งผลติ ทางเศรษฐกิจ ทงั้ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม โครงสรา้ งพ้ืนฐานและสง่ิ กอ่ สรา้ งต่างๆเกดิ ขนึ้ มากมายส่งผลใหก้ ีดขวาง ทางน้า ระบายนา้ ออกไมท่ ัน ทาให้เกิดสถานการณน์ า้ ทว่ มรุนแรง และสรา้ งความเสยี หายต่อเศรษฐกิจและ สังคมของพื้นท่ดี ังกลา่ วได้ ดังน้นั การศกึ ษา ความคิดเห็นและความพึงพอใจของประชาชนในชมุ ชนต่อโครงการก่อสร้าง ระบบการป้องกนั การ กัดเซาะตลิง่ กรณีศกึ ษา : ลาหว้ ยแมพ่ ริก จงั หวัดลาปาง ศนู ย์ป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย เขต 10 ลาปาง ในคร้ังน้ีจึงได้ดาเนนิ การขึ้นเพอื่ ต้องการทราบระดับความพึงพอใจของ ประชาชนในชุมชนลาหว้ ยแม่พรกิ สาหรบั ใชเ้ ปน็ ขอ้ มูลพืน้ ฐานในการปรบั ปรงุ การดาเนินงานของโครงการ ในระยะต่อไป นอกจากนัน้ ยังสามารถนาผลการศกึ ษามาใช้เปน็ แนวทางในพัฒนาการแกป้ ัญหาการกดั เซาะตล่งิ และเสริมสร้างความรว่ มมือกบั ภาครัฐได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพมากข้นึ
-2- 4. เหตผุ ลและความจาเป็นในการศกึ ษาและคาถามในการวิจัย 4.1 เพ่อื การศึกษา ความคิดเห็นและความพงึ พอใจของประชาชนในชุมชนตอ่ โครงการกอ่ สร้าง ระบบการปอ้ งกนั การ กดั เซาะตลงิ่ กรณีศกึ ษาลาหว้ ยแม่พริก อาเภอแมพ่ ริก จงั หวดั ลาปาง และใช้เปน็ แนวทางการปฏบิ ัตงิ าน เสนอแนะปรับปรุงแก้ไขโครงการในระยะต่อไป 4.2 คาถามวจิ ัย 1) ประชาชนในชุมชนลาหว้ ยแมพ่ รกิ อาเภอแมพ่ รกิ จังหวดั ลาปาง มีความพงึ พอตใจอ่ โครงการ ก่อสร้างระบบการป้องกนั การกดั เซาะตลง่ิ มากน้อยเพียงใด 2) ประชาชนในชมุ ชนลาหว้ ยแมพ่ ริก อาเภอแมพ่ รกิ จังหวดั ลาปาง มีความคิดเห็นและ ขอ้ เสนอแนะ ต่อโครงการกอ่ สรา้ งระบบการป้องกนั การกดั เซาะตล่ิงอยา่ งไร 5. วตั ถุประสงค์ของการศกึ ษา 5.1. เพอื่ ศึกษาและวเิ คราะห์ถึงระดับ ความพงึ พอใจของประชาชน ในชุมชนต่อ โครงการก่อสร้าง ระบบป้องกันการกดั เซาตะล่งิ ลาหว้ ย แม่พริก อาเภอแมพ่ ริก จังหวัดลาปาง 5.2. เพอื่ ศึกษาเปน็ แนวทางการดาเนินโครงการในคราวต่อไป รวมถงึ การปฏบิ ตั งิ าน ขอ้ เสนอแนะ เพื่อนาไปปรับปรงุ แก้ไขโครงการให้มปี ระสิทธภิ าพอย่างสงู สุด 6. วธิ ีการและขอบเขตการศกึ ษา วิธีการศกึ ษา เปน็ การวิจัยเชิงปรมิ าณ โดยใชร้ ูปแบบการวจิ ัยเชงิ ปริมาณจาก แบบสอบถาม ที่สรา้ งข้นึ ประชาชนกล่มุ เป้าหมายได้แก่ ประชาชนในชุมชนลาหว้ ยแม่พรกิ อาเภอแม่พริก จงั หวดั ลาปาง โดยการสุ่มตวั อย่าง จานวน 120 คน ในพน้ื ที่ และนามาวเิ คราะหข์ ้อมลู จากแบบสอบถามด้วยการ วเิ คราะห์หาค่าร้อยละ และคา่ เฉลี่ย กรอบแนวคิดในการศึกษา ตวั แปรอสิ ระ ตัวแปรตาม ปัจจยั สว่ นบุคคล ได้แก่ ปจั จัยทมี่ ีผลตอ่ ความพงึ พอใจของ 1. เพศ ประชาชนในโครงการกอ่ สรา้ งระบบ 2. อายุ 3. ระดบั การศึกษา มีผลต่อ ป้องกนั การกดั เซาะตลง่ิ 4. อาชีพ กรณีศึกษา: ลาหว้ ย แมพ่ ริก อาเภอแม่พรกิ 5. ที่พักอาศยั ประชาชน จังหวดั ลาปาง 7. ทฤษฎี แนวความคิด ระเบยี บกฎหมายทีใ่ ชใ้ นการศกึ ษา 7.1 ทฤษฎดี ้านการจดั การสาธารณภยั 7.2 ทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกบั ความพงึ พอใจ 7.3 ทฤษฎแี ละแนวคิดเก่ียวกบั การมีสว่ นร่วม
Search