ช่ือเรอื่ ง แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๑๒ เวลาเรยี นรวม 90ช่ัวโมง ชื่อวชิ า งานซ่อมและบำรงุ รกั ษาเครอ่ื งจักรกล สอนครงั้ ท่ี ๑๔ ชือ่ หน่วย การควบคมุ งานบำรงุ รักษา จำนวน ๕ ชัว่ โมง การควบคมุ งานบำรุงรกั ษา หัวขอ้ เรอื่ ง การควบคมุ งานบำรุงรกั ษา สาระสำคัญ การวางแผนงานบำรงุ รักษาจำเปน็ จะต้องกำหนดให้มีความสอดคล้องกับแผนการผลิต โดยศึกษาข้อมลู การปฏิบัติงานบำรุงรักษาที่ผ่านมาซึ่งถูกบันทึกไว้ในประวัติเครื่องจักรกล จะเป็นสิ่งที่ควบคุมการปฏิบัติงาน บำรุงรักษาอีกทั้งช่วยปรับเปลี่ยนการวางแผนให้ดียิ่งขึ้น โดยวัสดุงานบำรุงรักษาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการ ปฏบิ ัติงานบำรงุ รกั ษา และการควบคมุ การปฏบิ ัติงานบำรุงรกั ษาอาจตอ้ งพจิ ารณาควบคมุ โดยใช้ดชั นีอัตราส่วนซึ่ง จะแสดงถึงผลการปฏบิ ัตงิ านของฝา่ ยซอ่ มบำรงุ รักษาโดยทางออ้ ม สมรรถนะหลกั (สมรรถนะประจำหน่วย) 1. อธบิ ายข้นั ตอนการวางแผนและควบคุมงานบำรุงรักษาได้ 2. อธบิ ายดชั นีตา่ งๆ ที่ใช้ในการควบคุมผลการปฏิบัติงานบำรงุ รกั ษาได้ 3. อธิบายหลักการควบคมุ วสั ดุงานบำรงุ รักษาได้ สมรรถนะยอ่ ย (สมรรถนะการเรียนรู้) สมรรถนะทว่ั ไป (ทฤษฏ)ี 1 แสดงความรเู้ ก่ียวกับการวางแผนและควบคุมงานบำรุงรกั ษา 2 แสดงความรู้เกยี่ วกับการควบคุมผลการปฏิบตั งิ านบำรุงรักษา 3 แสดงความรู้เกี่ยวกบั การควบคุมวสั ดุงานบำรุงรกั ษา สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์ (ทฤษฏี) 1 อธบิ ายเกย่ี วกบั การวางแผนและควบคมุ งานบำรุงรักษาได้ถกู ต้อง 2 อธบิ ายเกยี่ วกบั การควบคมุ ผลการปฏิบัติงานบำรงุ รกั ษาได้ถูกต้อง 3 อธบิ ายเกย่ี วกบั การควบคมุ วัสดงุ านบำรุงรักษได้ถูกตอ้ ง สมรรถนะทัว่ ไป (ปฏบิ ัติ) 1 ทำงานการวางแผนและควบคุมงานบำรงุ รักษา 2 เขยี นการควบคุมผลการปฏิบัตงิ านบำรุงรักษา 3 ระบุการควบคุมวสั ดงุ านบำรงุ รักษา สมรรถนะท่ีพึงประสงค์ (ปฏบิ ตั )ิ 1 ทำงานการวางแผนและควบคุมงานบำรุงรักษา 2 เขยี นการควบคมุ ผลการปฏบิ ัตงิ านบำรงุ รักษา 3 ระบุการควบคมุ วสั ดงุ านบำรุงรักษา เนอ้ื หาสาระ การวางแผนและการควบคุม การวางแผนการทำงานถอื เป็นหวั ใจสำคญั ในการปฏบิ ตั งิ าน และอาจเปน็ สิ่งบ่งช้ถี ึงความสำเร็จในการ ปฏบิ ัตงิ านใหบ้ รรลเุ ป้าหมายไดเ้ ปน็ อยา่ งดี การวางแผนงานบำรงุ รกั ษานน้ั ควรพจิ ารณาถึงกระบวนการผลติ ภายใน โรงงานและจะต้องกำหนดให้มคี วามสอดคลอ้ งกบั แผนกระบวนการผลติ ซึ่งถูกออกแบบและวางแผนการผลติ มา กอ่ นหน้าทีจ่ ะมกี ารบำรุงรักษา ดังนั้นขอ้ มูลจึงเปน็ สงิ่ สำคญั เพอื่ จะทราบไดว้ า่ เคร่อื งจกั รกลใดมกี ารใชง้ านมากนอ้ ย กว่ากนั ปกตแิ ลว้ ข้อมลู การปฏิบตั งิ านจะถกู บันทึงไวใ้ นประวัตเิ ครือ่ งจักรกลแต่ละชนดิ จะช่วยให้ผวู้ างแผนและ
ชอ่ื เรื่อง แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๑๒ เวลาเรยี นรวม 90ช่ัวโมง ชอื่ วิชา งานซอ่ มและบำรงุ รกั ษาเครอ่ื งจักรกล สอนครงั้ ท่ี ๑๔ ชอ่ื หน่วย การควบคุมงานบำรุงรักษา จำนวน ๕ ชัว่ โมง การควบคุมงานบำรงุ รกั ษา ควบคุมการบำรงุ รกั ษาพิจารณาวธิ ีกาบำรงุ รักษาและควบคุมการบำรงุ รักษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ระบบการ วางแนวและควบคุมงานบำรุงรกั ษาอาจแสดงให้เหน็ ขัน้ ตอนตา่ งๆ ดงั รูปท่ี 11.1 การวางแผนบำรุงรักษาขั้นตอนแรกจะต้องกำหนดสิ่งที่จะต้องทำการบำรุงรักษาวามีสิ่งใดบ้าง โดยใน ขั้นตอนนี้จะต้องมีการจัดตรียมทะเบียนเครื่องจักรกล (Facility Register) ซึ่งจะแสดงรายการของเครื่องมือ เครื่องจกั รกลรวมทงั้ อุปกรณ์ประกอบต่างๆ ที่มอี ยูป่ ระจำเคร่ืองจักรกลแตล่ ะชนิด ข้ันตอนถดั มาคือการวางแผน โดยจะตอ้ งมีการกำหนดวิธกี ารซ่อมบำรงุ เครอ่ื งจักรกลแต่ละเคร่ืองว่าควร จะทำการซอมบำรงุ รักษาโดยวธิ ีใด แลว้ จะทำอยา่ งไร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ รวมถงึ ต้องกำหนดระยะเวลาในการ ซ่อมบำรุงรักษาแตล่ ะครั้งให้มคี วามเหมาะสมอกี ดว้ ย โดยปกตแิ ล้วเครอื่ งจักรกลแตล่ ะเคร่ืองมักจะถูกกำหนดเป็น รายการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Schedule) ประจำเครื่องซึง่ จะอยู่ในรายการทะเบียนเคร่ืองจักรกล นน่ั เอง การกำหนดวธิ ีปฏบิ ัติงานบำรงุ รกั ษาและกำหนดชว่ งเวลานนั้ อาจถกู กำหนดข้ึนมาจากประสบการณ์ในการ ทำงานทผี่ า่ นมาของผู้วางแผนเอง ดังนน้ั จะเห็นได้วา่ ระบบเอกสารในงาน บำรงุ รักษานน้ั มีส่วนสำคญั เป็นอย่างมาก เนือ่ งจากประสบการณ์ที่ผา่ นมาในการซอ่ มบำรุงรกั ษาจะถกู บันทึงเก็บไว้ ในเอกสารที่เกี่ยวข้องต่างๆ โดยที่สภาพการทำงานของแต่ละโรงงานจะไม่เหมือนกัน จึงสามารถกำหนดตาราง บำรุงรักษาที่เป็นมาตรฐานได้ตามความเหมาะสมซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์เช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่า ประสบการณ์ในการบำรุงรักษานั้นเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในตอนเริ่มแรกอาจจะประสบปัญหาบ้างแต่เมื่อได้ทำไปสัก
ชือ่ เร่อื ง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ เวลาเรียนรวม 90ชั่วโมง ชอื่ วิชา งานซอ่ มและบำรุงรกั ษาเคร่อื งจกั รกล สอนคร้ังที่ ๑๔ ชอ่ื หนว่ ย การควบคุมงานบำรงุ รกั ษา จำนวน ๕ ชั่วโมง การควบคุมงานบำรุงรกั ษา ระยะหนงึ่ มปี ระสบการณม์ ากขึ้น ท้งั ประสบการณ์ที่เคยผา่ นมาของผูบ้ ันทกึ ขอ้ มูลและประสบการณ์ทไี่ ด้มาใหม่จะ ช่วยทำให้การกำหนดตารางการบำรงุ รกั ษามคี วามถูกต้องมากย่ิงขน้ึ ตารางการบำรุงรักษาที่ถูกกำหนดขึ้นในแต่ละเครื่องจักรกล ทำให้สามารถรวบรวมกำหนดเวลาที่ต้อง ทำงานบำรุงรักษาเครื่องจักรกลทั้งหมด และถูกกำหนดออกมาเป็นแผนการบำรุงรักษา โดยปกติแล้วจะ กำหนดเวลาการบำรุงรักษาของแต่ช่วงไว้เป็นปี แต่เนื่องมากการปฏิบัติงานภายในโรงงานมกั จะไม่สามารถวาง แผนการผลิตได้อย่างถูกต้อง ทำให้แผนการบำรุงรักษาจะต้องทำให้เหมาะสมกับแผนการผลิต ดังนั้นแผนการ บำรุงรักษาจึงถูกปรับเปลี่ยนและดัดแปลงใหเ้ หมาะสมกับแผนการผลิตโดยถูกกำหนดให้เป็นระยะสั้น หรือแผน ประจำสปั ดาห์ เพอื่ ใหเ้ กิดการปฏิบัตงิ านบำรงุ รักษาดว้ ยความคลอ่ งตัวมากยงิ่ ข้นึ นอกจากนั้นแล้วผู้ทวี่ างแผนการบำรงุ รักษาจะต้องแจ้งรายการบำรุงรักษา รวมทง้ั บอกวิธีการปฏิบัติงาน ใหพ้ นักงานบำรุงรักษาทุกคนทราบลว่ งหน้าก่อนทุกคร้งั ท่มี กี ารปฏิบัติงาน โดยการจดั ทำใบส่ังงานบำรุงรักษาเชิง ป้องกันให้กับพนักงานซ่อมบำรุงได้ทราบข้อมูลก่อนการปฏิบัติงานจริง ซึ่งจะได้จัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ให้ ครบถ้วน สำหรับงานที่ถกู กำหนดขึน้ มาใหป้ ฏิบัติทุกๆ สัปดาห์ก็จะเปรยี บเสมือนเปน็ ใบสั่งงานอย่างหนึ่งที่ทำให้ ฝ่ายซ่อมบำรุงต้องปฏิบัตินั่นเอง และเมือได้ปฏิบัติงานซ่อมบำรุงรักษาเสร็จสิ้นแล้ว พนักงานก็จะต้องเขียน รายงานการปฏบิ ตั งิ านเพื่อเกบ็ บนั ทึกในรายละเอียดของประวัตเิ ครอื่ งจกั รกลต่อไป จากประวตั ิเคร่ืองจกั รกลซง่ึ ไดม้ ีการบนั ทกึ รายละเอียดการปฏิบัติงานท่ผี ่านมา จะสามารถนำขอ้ มูลต่างๆ ที่ได้ไปปรับปรุงพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานซ่อมบำรุงรักษาได้ เช่น กรณีที่มีงานซ่อมฉุกเฉิน เคร่ืองจักรกลใดเครื่องจักรกลหนึง่ อาจเกิดมาจากสาเหตตุ ่างๆ คอื การบำรุงรักษาเพียงพอ การบำรงุ รักษาผิดวิธี หรือวิธีการบำรุงรกั ษาไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจจะทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาในการบำรุงรักษาให้ถี่ขน้ึ หรือปรับปรุงวิธีการบำรุงรักษาใหม่ รวมไปถึงอาจมีการควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานบำรุงรักษาให้ เข้มงวดยง่ิ ขน้ึ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าระบบการบำรุงรักษานั้นมีความยุ่งยากแต่ความจริงถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ขั้นตอนของการ วางแผนและขั้นตอนของการปฏิบัติงาน โดยในขณะปฏิบตั ิงานจริงนั้นจะใช้แบบฟอร์มเพียง 2 อย่าง ซึ่งได้แก่ ใบ แจ้งซ่อม และรายงานการปฏิบัติงานเพียงเท่านั้น เพียงแต่ข้อมูลต่างๆ จะถูกเก็บรวบรวมเอาไว้ในประวัติ เครื่องจักรกล เพอ่ื ใช้เป็นข้อมลู สำหรับการพฒั นาวิธีการบำรงุ รักษาใหม้ ีประสทิ ธภิ าพตอ่ ไปในอนาคต การควบคุมผลการปฏิบัตงิ านบำรุงรักษา งานบำรุงรกั ษาเป็นลักษณะของงานบริการซึง่ กำหนดเป้าหมายให้เปน็ ตัวเลขคอ่ นข้างยาก ซ่ึงการควบคุม ผลงานทฝี่ า่ ยซ่อมบำรงุ จะต้องปฏิบัติจงึ ไม่สามารถควบคุมได้ดว้ ยตัวเลขหรือัตราส่วน ที่จะสามารถแสดงให้เห็นถึง ผลงานไดโ้ ดยตรง แตอ่ ยา่ งไรก็ตามยงั มีอตั ราสว่ นบางตวั ท่ีอาจวบคุมผลงานของงานบำรงุ รักษาได้ โดยอัตราส่วน ทีน่ ยิ มนำมาใช้เพอื่ แสดงเปา้ หมายและผลการปฏิบตั ิงานบำรงุ รกั ษามีดงั น้ี
ชื่อเร่อื ง แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑๒ เวลาเรยี นรวม 90ช่ัวโมง ชื่อวชิ า งานซ่อมและบำรงุ รักษาเคร่อื งจกั รกล สอนครั้งที่ ๑๔ ชื่อหน่วย การควบคุมงานบำรุงรักษา จำนวน ๕ ชัว่ โมง การควบคุมงานบำรุงรกั ษา 1. ดัชนแี สดงผลการปฏิบตั งิ านโดยทว่ั ไป อัตราส่วนความถขี่ องการชำรุดฉกุ เฉิน ซงึ่ จะแสดงจำนวนครง้ั ทเ่ี กดิ การชำรุดฉุกเฉินในชว่ งเวลาหน่ึงๆ สามารถ หาได้จากสูตร อตั ราส่วนความถี่ของการชำรุดฉกุ เฉิน = จำนวนการชำรดุ ฉุกเฉนิ เวลาที่ ปฏิบตั ิงานท้งั หมด 1.2 อัตราสว่ นของการชำรดุ ฉุกเฉนิ ซ่งึ จะแสดงระยะเวลาในการซ่อมแซมเคร่อื งท่ชี ำรุดวา่ ใช้เวลา ในการซอ่ มแซมนานเทา่ ใด สามารถหาได้จากสตู ร อัตราสว่ นเวลาการชำรดุ ฉุกเฉิน = เวลาทั้งหมดทเี่ ครือ่ งชำรดุ ฉุกเฉนิ เวลาท่ปี ฏิบัติงานทั้งหมด อัตราสว่ นตามขอ้ 1.1 และ 1.2 มกั นิยมใช้ร่วมกัน ตวั อยา่ งเช่น ในการปฏิบตั งิ านผลติ เป็น เวลา 1 เดือน มีเวลาปฏิบัตงิ านรวมทงั้ หมด 200 ชัว่ โมง มีเคร่ืองจกั รกลที่ใช้เกิดชำรุดฉุกเฉินจำวน 5 ครั้ง รวมเวลาที่เครอื่ งชำรดุ ท้ังหมด 50 ชั่งโมง จะสามารถคำนวณหาไดด้ งั นี้ อตั ราส่วนความถ่ขี องการชำรดุ ฉกุ เฉิน = 5 / 200 = 0.025 ครัง้ / ชงั่ โมง อตั ราสว่ นเวลาการชำรุดฉกุ เฉนิ = 50 / 200 = 0.25 1.3 แนวโนม้ ของเวลาทเ่ี ครอื่ งเสีย สว่ นมากแลว้ มกั จะเป็นเวลาท่ีเครอ่ื งเสียในทัง้ หมดของแต่ละเดอื น (Monthly Downtime) ซง่ึ หากมีแนวโนม้ ลดต่ำลงกจ็ ะแสดงใหเ้ ห็นถึงผลการปฏบิ ัตงิ านที่ดีข้ึนนน่ั เอง 1.4 แนวโน้มของพนกั งานบำรุงรกั ษา จะแสดงถงึ ถึงจำนวนของนักงานบำรงุ รกั ษาทีใ่ ช้ในแต่ละปอี าจคดิ หนว่ ยเป็น ช่งั โมง / คน 1.5 คา่ วัสดซุ อ่ มบำรงุ ต่อชา่ งซ่อม 1 คน อัตราส่วนนีจ้ ะแสดงให้เหน็ ถงึ ความสามารถของพนักงานซ่อม บำรุง ซึ่งถา้ น้อยลงอาจแสดงวา่ พนักงานซ่อมบำรงุ สามารถปฏบิ ัตงิ านไดด้ ีขนึ้ โดยใช้สูตรการหาค่าวัสดุซ่อมบำรุง ส้ินเปลอื งน้อยลงดงั น้ี
ชื่อเรื่อง แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๑๒ เวลาเรียนรวม 90ชั่วโมง ช่ือวิชา งานซ่อมและบำรุงรกั ษาเครอ่ื งจกั รกล สอนครัง้ ที่ ๑๔ ชอ่ื หนว่ ย การควบคุมงานบำรุงรักษา จำนวน ๕ ช่ัวโมง การควบคุมงานบำรุงรักษา ค่าวสั ดุซอ่ มบำรงุ ต่อช่างซ่อม 1 คน = คา่ ใช้จ่ายวัสดุซอ่ มบำรงุ ทง้ั หมด จำนวนช่างซ่อมบำรงุ ทงั้ หมด 1.6อตั ราส่วนงานที่มีแผน สำหรบั อัตราส่วนน้ีจะแสดงปรมิ าณของงานบำรุงรกั ษาที่วางแผนไว้ ลว่ งหนา้ ซึง่ ถา้ มีปริมาณมากท่าใดจะแสดงประสิทธภิ าพในการบำรุงรักษามากขึน้ สามารถหาได้จากสูตร อตั ราส่วนงานที่มแี ผน = จานวนชว่ั โมงของคนงานทีม่ ีแผน จานวนชวั่ โมงของคนงานซอ่ มบารุงทงั้ หมด 1.7 อัตราส่วนงานที่มีแผนปฏบิ ัติจริง การวางแผนบำรงุ รกั ษาไว้ลว่ งหน้าบางคร้ังไมส่ ามารถปฏบิ ัติได้ จริงตามแผนท้งั หมด อันเนอื่ งมาจากสาเหตุต่างๆ ทสี ำคญั คือ มกั จะมงี านซ่อมฉุกเฉนิ มาก ดงั น้ันอัตราส่วนน้ีจึง แสดงประสิทธิภาพและการปฏิบตั งิ านตามแผนทวี่ างไว้วา่ มากน้อยเพียงใดสามารถหาได้จากสูตร อัตราสว่ นงานที่มแี ผนปฏบิ ัติจริง = จำนวนช่ัวโมงของคนงานทมี่ ีแผนที่ทำจริง จำนวนชว่ั โมงของคนงานท่ี วางแผนไว้ 1.8 อัตราส่วนการใช้น้ำมันหล่อลื่น เมื่อเครื่องจักรกลได้รับการบำรุงรักษาที่ดีแล้วควรจะใช้ น้ำมันหล่อลื่นที่น้อยลง และโดยทางอ้อมอาจแสดงได้ด้วยอัตราส่วนนี้ หามีการใช้อัตราส่วนของน้ำมันหล่อลื่นที่ นอ้ ยลงแล้วยอ่ มแสดงไดว้ ่าผลของการบำรงุ รกั ษามีแนวโน้มท่ดี ขี น้ึ หาได้จากสูตร อัตราสว่ นการใช้น้ำมนั หล่อลื่น = มูลคา่ ของน้ำมนั หล่อลน่ื ทใี่ ช้ตอ่ ปี ช่วั โมงเดนิ เครื่องทงั้ หมดตอ่ ปี
ชอ่ื เร่ือง แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑๒ เวลาเรียนรวม 90ช่ัวโมง ช่ือวิชา งานซอ่ มและบำรุงรกั ษาเคร่ืองจกั รกล สอนคร้ังที่ ๑๔ ชอ่ื หน่วย การควบคุมงานบำรุงรักษา จำนวน ๕ ชัว่ โมง การควบคุมงานบำรงุ รักษา 1.9 อัตราส่วนการชำรุดเนื่องจากขาดการหล่อลื่น สำหรบั การบำรงุ รักษาที่ดนี ้ันการดูแลน้ำมันหล่อลื่น ทใี่ ชเ้ ปน็ หนา้ ทส่ี ำคญั อกี สว่ นหนึง่ ซงึ่ แสดงถงึ ความเอาใจใส่ในงานของฝ่ายซอ่ มบำรุง ดงั นนั้ หากฝา่ ยบำรุงรักษาเอา ใจใส่ในงานดี การซ่อมบำรงุ เน่อื งจากขาดน้ำมนั หลอ่ ลื่นยอ่ มจะนอ้ ยลง ซ่ึงหาได้จากสตู ร อตั ราสว่ นการชำรดุ เน่ืองจากขาดการหลอ่ ลืน่ = จำนวนการชำรุดจากการขาดการหลอ่ ล่ืน จำนวนการชำรุด ท้งั หมด 2. ดัชนีค่าใชจ้ า่ ยในงานบำรุงรักษา การดำเนินงานบำรุงรักษาสิ่งท่ีสำคัญประการหนึ่ง คือค่าใช้จ่ายที่จะต้องเกิดขึ้นในขณะปฏิบัติงาน บำรุงรักษาแต่ละครั้งซึ่งควรมีค่าใชจ้ ่ายหรือตน้ ทุนต่ำที่สดุ ดังนัน้ ในการพจิ ารณาถึงผลการปฏิบัติงานบำรงุ รกั ษา อาจจะแสดงด้วยดชั นีคา่ ใชจ้ ่ายในงานบำรงุ รกั ษาเน่อื งจากมคี วามสมั พันธก์ ับปรมิ าณของงานบำรุงรักษาท่ีได้ปฏิบัติ จริง โดยทั่วไปแล้วมักนิยมคิดเทียบกบั ปริมาณการผลิต เวลาเดินเครื่องจักรกล ปริมาณไฟฟ้ารวมทั้งต้นทุนใน การผลติ ดังนัน้ ดัชนคี า่ ใชจ้ า่ ยในงานบำรุงรกั ษาจงึ ประกอบไปด้วย 1. ค่าบำรุงรกั ษาตอ่ หน่วยผลิตภณั ฑ์ 2. คา่ บำรุงรักษาต่อเวลาเดนิ เคร่ือง 3. ค่าบำรุงรกั ษาต่อปรมิ าณไฟฟ้าที่ใช้ 4. คา่ บำรุงรกั ษาต้นทุนการผลิต โดยค่าดัชนคี า่ ใช้จ่ายนี้สามารถคำนวณหาได้จากสูตรดังต่อไปนี้ ค่าบำรุงรกั ษาต่อหน่วยผลิตภณั ฑ์ = ค่าบำรุงรักษาทง้ั หมดใน 1 ปี ปรมิ าณการผลติ ท้ังหมดใน 1 ปี คา่ บำรุงรักษาต่อเวลาเดินเครือ่ ง = ค่าบำรงุ รักษาทั้งหมดใน 1 ปี เวลาช่วั โมงเดินเคร่อื งท้ังหมดในเวลา 1 ปี คา่ บำรงุ รักษาต่อปรมิ าณไฟฟา้ ท่ีใช้ = คา่ บำรงุ รักษาท้ังหมดใน 1 ปี จำนวนกโิ ลวตั ต์/ชวั่ โมงท่ใี ช้ท้ังหมดใน 1 ปี ค่าบำรงุ รกั ษาตอ่ ต้นทุนการผลิต = ค่าบำรุงรกั ษาทง้ั หมดใน 1 ปี ต้นทนุ การผลติ ท้ังหมดใน 1 ปี
ชอ่ื เรอื่ ง แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑๒ เวลาเรยี นรวม 90ชั่วโมง ช่อื วิชา งานซอ่ มและบำรงุ รักษาเครอ่ื งจักรกล สอนครง้ั ที่ ๑๔ ช่อื หน่วย การควบคุมงานบำรงุ รักษา จำนวน ๕ ช่ัวโมง การควบคมุ งานบำรงุ รักษา สำหรับดชั นคี า่ ใช้จ่ายในงานบำรุงรกั ษาเมือ่ มีการคำนวณออกมาเป็นตัวเลขแล้วจะทำใหท้ ราบแนวโนม้ ของ การปฏิบัติงานบำรุงรักษาที่ผ่านมา ซึ่งหากมีแนวโน้มลดลงก็อาจแสดงถึงผลการปฏิบัติงานบำรุงรักษาที่มี ประสทิ ธิภาพ แตห่ ากมีแนวโน้มสงู ข้ึนยอ่ มตอ้ งพิจารณาหาแนวทางแก้ไขตอ่ ไป อย่างไรก็ตามดัชนีค่าใช้จ่ายในงานบำรุงรักษาเป็นเพียงสิ่งที่จะช่วยควบคุมผลการปฏิบัติงานทางอ้อม เท่านน้ั แนวโน้มที่ไดจ้ ากการคำนวณทม่ี คี ่าน้อยลงจงึ ไมไ่ ด้หมายความว่าผลการปฏิบัติงานบำรุงรักษาจะดีข้ึนเสมอ ไป จึงควรตอ้ งพิจารณาถงึ ข้อเท็จจรงิ อื่นๆ ประกอบไปด้วย การควบคุมวสั ดุงานบำรงุ รักษา วัสดงุ านบำรุงรกั ษาเปน็ สว่ นสำคัญอีกอย่างหน่งึ ที่จะขาดไม่ได้เนื่องจากจะส่งผลโดยตรงให้งานบำรุงรักษา มีประสิทธิภาพดีหรือเลวได้ โดยการจัดหาวัสดุงานบำรุงรักษาในแต่ละพื้นที่อาจต้องใช้ระยะเวลาที่แตกต่างกนั เช่น พื้นที่เขตอตุ สาหกรรมย่อมจัดหาวัสดงุ านบำรงุ รกั ษาจึงเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคญั ซึ่งได้กล่าวไว้เบื้องต้นใน หน่วยที่ 9 เกี่ยวกับวัสดุคงคลังการปฏิบัติงานบำรุงรักษาให้ได้ผลดีนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการจัดเตรียมวัสดุงาน บำรุงรักษาให้พร้อมเพรยี ง แต่เนื่องจากลกั ษณะของการบำรุงรักษานั้นมีความไม่แน่นอนซ่ึงส่วนหนึง่ อาจเป็นงาน ซ่อมฉุกเฉนิ ไมส่ ามารถคาดการณไ์ ดล้ ว่ งหน้า การจัดเตรยี มวัสดงุ านบำรุงรักษาจงึ เป็นภาระทีค่ อ่ นขา้ งยาก ดงั นน้ั จะ เห็นได้ว่าหากมกี ารดำเนินงานบำรุงรักษาเชิงป้องกันซ่ึงเป็นการบำรุงรักษาแบบวางแผนไว้ล่วงหน้า ก็จะทำให้ลด ภาระคา่ ใช้จ่ายและความเส่ียงเก่ยี วกับวสั ดุงานบำรุงรกั ษาลงไปได้ เปา้ หมายของการควบคมุ วัสดุงานบำรงุ รักษา โดยทั่วไปแล้วเป้าหมายของการควบคุมวัสดุงานบำรุงรักษา คือต้องการที่จะให้การลงทุนในการจัดเก็บ วสั ดคุ งคลงั ซึ่งก็คอื ช้นิ สว่ นอะไหล่ เคร่ืองมอื อปุ กรณร์ วมถงึ ช้ินงานท่ีมกี ารจัดเกบ็ ไว้ให้มีประสทิ ธิภาพ ซึ่งจะช่วย ให้การปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกลภายในโรงงานที่มีประสิทธิภาพดียิง่ ขึน้ โดยอาจมีกิจกรรมท่ีเกี่ยวข้องกบั การควบคุมวสั ดงุ านบำรงุ รกั ษาดงั น้ี 1. กิจกรรมการลดเวลาการหยดุ เคร่ืองเน่ืองจากการชำรดุ ฉุกเฉิน และงานบำรงุ รักษาทใ่ี ช้ เวลาน้อยทีส่ ุดโดยการจดั เกบ็ วสั ดบุ ำรงุ รักษาและชนิ้ สว่ นอะไหล่ทมี่ ีความจำเป็นไว้ 2. กิจกรรมปรับปรงุ ความเชอื่ ถือและยดื อายุการใชง้ านของเครอ่ื งจักรกล โดยมีการพิจารณา ทบทวน ปรบั ปรุงวัสดงุ านบำรงุ รกั ษาท่จี ะเก็บไว้ใช้งานเทา่ ที่จำเปน็ 3. กจิ กรรมปรบั ปรุงวธิ ีการจัดหาและการเกบ็ วัสดุงานบำรงุ รกั ษา ควรมกี าร กำหนดแผนการดำเนินงานเอาไวล้ ว่ งหน้า คลังวสั ดุงานบำรงุ รกั ษา ปัญหาที่มักเกดิ ขึ้นโดยทั่วไปซึง่ เกี่ยวขอ้ งกับการควบคุมวัสดุงานบำรงุ รักษา คือการจัดการคลังวัสดุงาน บำรุงรักษาซ่ึงมกั พบเหน็ คลังวัสดรุ วมอยู่ศูนย์เดียวกันภายในโรงงาน หรือมีการกระจายออกไปตามบริเวณต่างๆ
ชือ่ เรือ่ ง แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๑๒ เวลาเรยี นรวม 90ชั่วโมง ชอ่ื วิชา งานซ่อมและบำรงุ รกั ษาเครอ่ื งจักรกล สอนครงั้ ที่ ๑๔ ชื่อหนว่ ย การควบคุมงานบำรุงรักษา จำนวน ๕ ชั่วโมง การควบคมุ งานบำรุงรักษา ของโรงงานโดยคลงั วัสดุที่มีการกระจายออกไปนั้นมีข้อดีในการเบิกจ่ายวัสดุงานบำรุงรักษาไดร้ วดเร็วแตม่ ีข้อเสยี คือยุ่งยากต่อการควบคุม อีกทั้งมีการจัดเก็บอะไหล่มากเกินความจำเป็น ดังนั้นโดยทั่วไปแล้วคลังวัสดุงาน บำรุงรกั ษาน้ันควรรวมอยู่ในศนู ย์เดียวกนั เพราะจะทำให้มปี ริมาณการจดั เก็บวสั ดงุ านบำรุงรกั ษาอยใู่ นระดบั ตำ่ ซ่งึ ชว่ ยประหยดั ตน้ ทุนในการควบคมุ วธิ ีการวางแผนควบคุมวสั ดงุ านบำรงุ รักษา การวางแผนคบคมุ วัสดุงานบำรงุ รักษา จะต้องพจิ ารณาองค์ประกอบทีเ่ กีย่ วข้องกับความยากงา่ ยในการ จัดหาอะไหล่ เช่น ความห่างไกลจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรกล ชิ้นส่วนอะไหล่มีจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดและ เป็นทใ่ี ชก้ นั อย่างแพรห่ ลาย เป็นตน้ ลักษณะเช่นนส้ี ามารถนำมาเปน็ ข้อพจิ ารณาในการวางแผนควบคมุ วัสดุว่าจะ จัดเก็บชิ้นส่วนรายการใดบ้าง และจะเก็บไวป้ รมิ าณเทา่ ใด ซง่ึ จำเปน็ ต้องอาศยั ประสบการณ์ ในการพิจารณานั้น อาจอาศยั ขอ้ มลู จากประวัตเิ ครื่องจักรกลมาประกอบเนอ่ื งจากทำใหท้ ราบแนวโนม้ ของการใช้ชิน้ ส่วนอะไหล่แต่ละ ชนิด อีกทั้งยังต้องพิจารณาถึงสภาวะราคาของชิ้นส่วนอะไหล่ตามท้องตลาด หรือสภาวะการขายอะไหล่ ซ่ึง ชิ้นส่วนอะไหล่บางชนิดอาจไม่ผลิตขึ้นมาอีกก็เป็นได้ เนื่องจากเลิกกิจการ หรือมีการปรับเปลี่ยนรุ่น เป็นต้น ดังนัน้ บางครั้งโรงงานจึงมีความจำเป็นทจ่ี ะตอ้ งดำเนินการเก็บช้นิ ส่วนอะไหลเ่ หล่านน้ั ไว้เองถงึ แมว้ ่าชิ้นส่วนอะไหล่ บางช้ินอาจไม่เคยนำมาใช้งานเลย แต่ก็จำเป็นต้องเก็บรกั ษาในคลังตอ่ ไปดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการวางแผนควบคุม วสั ดุงานซอ่ มบำรุงมีหลกั การในการควบคมุ ไดด้ ังน้ี 1. ชิ้นสว่ นอะไหลท่ ถี่ กู นำมาใช้งานบอ่ ยหรอื มีอตั ราการหมนุ เวยี นสูง ควรมีเกบ็ ไวใ้ นคลังวสั ดหุ รือ จะตอ้ งหาซือ้ ได้สะดวก 2. ควรมหี มายเลขและสถานท่เี กบ็ อย่างชัดเจน เพือ่ ความสะดวกในการหยบิ ใช้ การคดิ คา่ ใชจ้ ่ายควรคดิ เมือ่ มีการเบิกช้ินสว่ นอะไหลอ่ อกมาจากคลังวสั ดุ ไมค่ วรคิดเม่อื มีการซ้อื มาจดั เก็บไวใ้ นคลัง วัสดุ 4. อะไหลท่ ่ีไมถ่ กู นำมาใช้ ควรพจิ ารณาทบทวนและหาทางทจ่ี ะจำหน่ายออกไปให้มปี ริมาณการจดั เกบ็ ตามทีค่ วรจะเป็นจริง กจิ กรรมการเรยี นรู้ ภาคทฤษฎี กิจกรรมท่ี 1 ครอู ธบิ ายรายละเอยี ดจากเนอื้ หาสาระ แล้วใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กล่มุ เพอื่ ศกึ ษาประวัติ เคร่ืองจักรกลแต่ละชนดิ ภายในโรงฝกึ งาน และวางแผนกำหนดการบำรุงรกั ษาเครอ่ื งจักรกลใน 1 ปี โดยจัดทำเปน็ แผนงานบำรุงรกั ษาประจำปขี ้ึนมา กจิ กรรมที่ 2 จากแผนงานบำรงุ รกั ษา ให้นักเรยี นจดั ทำตารางการบำรงุ รักษาเฉพาะเครอ่ื งจักรกลท่ีรับผิดชอบ โดย จัดทำเป็น 4 ตาราง ไดแ้ ก่ ตารางบำรงุ รกั ษาประจำสปั ดาห์ ตารางบำรงุ รกั ษาประจำเดอื น และตารางบำรุงรักษา ทุก 3 เดอื น
ชอ่ื เร่ือง แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๑๒ เวลาเรียนรวม 90ชั่วโมง ชื่อวชิ า งานซอ่ มและบำรุงรักษาเครอื่ งจักรกล สอนครั้งท่ี ๑๔ ชอื่ หน่วย การควบคุมงานบำรงุ รกั ษา จำนวน ๕ ช่วั โมง การควบคมุ งานบำรุงรักษา กจิ กรรมท่ี 3 ให้นกั เรยี นแต่ละกล่มุ จดั ทำแฟ้มบำรุงรักษาประจำเครื่อง โดยนำเอกสารที่จัดทำข้ึนจัดเกบ็ อยใู่ นแฟ้มให้ สมบรู ณ์ ภาคปฏบิ ตั ิ งานบริการบำรงุ รกั ษาเคร่ืองจักรกล ให้นักนักเรียนแบ่งกลมุ่ ออกเปน็ 6 กลุ่ม เพ่ือรับผิดชอบเคร่ืองจกั รกล ดงั ตอ่ ไปนี้ 1. เครอื่ งกลงึ 4. เครอ่ื งเจียระไน 2. เครือ่ งไส 5. เครอ่ื งเจาะ 3. เครื่องกดั 6. เคร่อื งเลอ่ื ย คำชแ้ี จง 1. ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มทำความสะอาดเครอื่ งจกั รกลทร่ี ับผิดชอบ โดยใช้ผ้าหรือแปรงปดั เศษโลหะที่ติด อยู่กบั เครอ่ื งจกั รกล 2. สว่ นประกอบของเครอ่ื งจักรกลทเ่ี ป็นโลหะ เช่น ผิวหนา้ เครอื่ งจักร ส่วนเคล่อื นท่ี ใหท้ ำการชโลม นำ้ มนั โดยใช้แปรงขนออ่ น 3. หากพบว่ามีส่วนประกอบเคร่อื งจกั รกลเกดิ การชำรดุ เสยี หาย ให้นำชิน้ สว่ นท่ีชำรดุ เสียหายน้ันมาเขียน เป็นแบบงาน และจัดหาชิ้นส่วนใหมม่ าทดแทน 4. รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านบำรงุ รกั ษาตอ่ ครผู ู้สอน ส่อื การสอน ๑. เอกสารประกอบการสอน ๒. เอกสารประกอบการเรียน ๓. ส่อื นำเสนอ PowerPoint ๔. เคร่อื งจกั รที่มีอย่ใู นแผนกชา่ งกลโรงงาน งานท่มี อบหมาย/กิจกรรม ใบงานการควบคมุ งานบำรุงรกั ษา การวดั และการประเมินผล วิธีวัดผล 1. ใบงานการควบคุมงานบำรุงรกั ษา 2. สังเกตและประเมินพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เคร่อื งมอื วัดผล 1. ใบงานการควบคมุ งานบำรงุ รักษา 2. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ มและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (ดตู วั อย่างในภาคผนวก จ) โดยครูผสู้ อนและนกั ศึกษาร่วมกนั ประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ ผล 1. ใหค้ ะแนนใน ใบงานการวางแผนการบำรุงรกั ษา 2. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ มและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กบั การ ประเมนิ ตามสภาพจริง
Search
Read the Text Version
- 1 - 11
Pages: