โ ร ค ก ร ะ ดู ก พ รุ น จดั ทําโดย นกั ศกึ ษาพยาบาลตํารวจชนั ปที 4 รุน่ ที 45 วทยาลยั พยาบาลตํารวจ โรงพยาบาลตํารวจ สาํ นกั งานตํารวจแหง่ ชาติ
โรคกระดูกพรุน ภยั เงยี บ! ทีพบบ่อยในผสู้ ูงอายุ จ า ก ข้ อ มู ล ข อ ง อ ง ค์ ก า ร อ น า มั ย โ ล ก โรคกระดูกพรุนเปนโรคทีเปนปญหาสุขภาพอันดับที 2 รองจากโรคของระบบหัวใจและหลอดเลือด ข้อมูลทัวโลก ระบุว่า ประชากร 1 ใน 3 ของผู้หญิงและ 1 ใน 8 ของ ผู้ชาย ทีมีอายุ 50 ปขึนไป มีความเสียงทีจะเกิดภาวะ โรคกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน ยิงไปกว่านันมีการ คาดการณ์ว่าจํานวนผู้ปวยทีมีการหักของกระดูกสะโพกจะ เพิมขึนจาก1.7ล้านคน ใน ปพ.ศ. 2533 เปน 6.3 ล้าน คนในอีก 50 ปข้างหน้า เนืองจากประชากรโลกมีอายุยืน มากขึน
โรคกระดูกพรุนคืออะไร? เปนโรคทีมีผลกระทบต่อกระดูก โดยมวลกระดูกและ ความหนาแน่นของกระดูกลดลงซึงทาํ ให้เพิมความเสียงต่อ การหักของกระดูก โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสันหลัง ข้อมือ และสะโพก มักพบในสตรีหลังวัยหมดประจาํ เดือน ผู้ปวย ส่วนใหญ่จะไม่ทราบว่าเปนโรคกระดูกพรุนจนกระทังกระดูก หัก จากรายงานการศึกษาขององค์การอนามัยโลก พบว่า การตรวจความหนาแน่นของกระดูกตังแต่เนินๆและการ รักษาจะสามารถลดอุบัติการณ์การเกิดกระดูกสะโพก และ อัตราการเกิดกระดูกหักซําได้
อาการของ โรคกระดกู พรนุ ระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่เมือเปนมากขึนอาจมี อาการปวดหลังเรือรัง หลังโก่งค่อม ความสูงลดลง กระดูกหักง่ายกว่าคนปกติแม้ไม่มีอุบัติเหตุทีรุนแรง การวินจิ ฉยั โรค 1.ประวตั ทิ างการแพทย์ : มปี จจยั เสียงอะไรบ้าง ได้แก่ • ผูส้ งู อายุ (ผู้หญงิ > 65 , ผู้ชาย > 70 ป) • ผ้หู ญิงวัยหมดประจาํ เดอื นหรือเคยตดั รังไขอ่ อกทัง 2 ข้าง • กนิ อาหารทมี ีแคลเซียมนอ้ ย • กรรมพันธุ์ มคี นในครอบครัวเปนโรคนี หรอื มีประวตั ิ กระดูกหักงา่ ย • เชอื ชาติ พบมากในคนผวิ ขาวหรือชาวเอเชีย • สูบบุหรี ดืมแอลกอฮอล์และกาแฟปริมาณมากเปนประจาํ • ขาดการออกกาํ ลงั กาย • นาํ หนักตวั น้อย รปู ร่างผอม
การวนิ ิจฉัยโรค (ต่อ) • โรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน ขาดวิตามินดี โรค ไทรอยด์ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ • มีการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ ยากันชัก ยาขับปสสาวะ 2.การตรวจเอ็กซเรย์ กระดูกสันหลังและกระดูก สะโพกเบืองต้น ทีพบว่ามีลักษณะกระดูกบาง 3.การตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก โดยใช้ เครือง DXA วัดทีตําแหน่ง กระดูกสันหลังระดับเอว ที 1-4 และกระดูกสะโพก
การปองกัน โรคกระดูกพรุน ในคนปกติ หลงั อาย4ุ 0ป ความหนาแน่นของเนอื กระดูกจะลดลง ดงั นนั จึงควรปฏิบัตดิ งั นี 1. กินอาหารทมี แี คลเซยี มสงู ไดแ้ ก่ นมและผลติ ภณั ฑ์ จากนม กุ้งแห้ง กะป ปลาเลก็ ทกี นิ ไดท้ ังก้าง งาดํา ถวั ตา่ งๆ เต้าหู้ ผกั ใบเขียวเชน่ ผกั โขม คะนา้ ใบชะพลู ใบยอ 2. ลดอาหารทีมีไขมันมาก เนอื งจากไขมนั จะขัดขวางการ ดดู ซึมแคลเซียม 3. ออกกาํ ลังกายอยา่ งถกู วธิ ี สมาํ เสมอ เหมาะสมกับ สภาพร่างกาย เพศและวยั เชน่ เดิน วงิ เหยาะๆ รํามวยจีน 4. ควรงดสูบบุหรี งดเครอื งดมื ทมี ีแอลกอฮอล์ และ คาเฟอนี 5. ไมค่ วรซอื ยากนิ เอง เพราะยาบางชนดิ ทาํ ใหก้ ารดูดซึม แคลเซยี มลดลง เชน่ ยารกั ษาไทรอยด์ ยาขบั ปสสาวะ 6. ปองกันการหกลม้ เช่น จัดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ให้เปนระเบยี บ ไมค่ วรใชพ้ รมปพู ืน ควรมีทเี กาะยืดตวั โดย เฉพาะในห้องนาํ ทีพืนมกั จะเปยกและลนื ไมค่ วรเลียงสตั ว์ เลียงในบา้ น
การรักษาดว้ ยยา ปจจุบันมียารักษาโรคกระดูกพรุน 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. ยาช่วยลดการทําลายกระดูก เช่น แคลเซียม (Calcium),บิสฟอตฟาเนต (Bisphosphonate),ดีโนซูเมบ (Denosumab) และ ฮอร์โมนแคลซิโตนิน (Calcitonin) 2. ยาช่วยกระตุ้นการสร้างกระดูก เช่น ฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (Teriparatide)
การออกกําลังสําหรับ ผ้สู งู อายุโรคกระดกู พรนุ การออกกําลังกายนอกจากจะชะลอการเกิดโรคกระดูกพรุนแล้ว ยังช่วยทําให้กล้ามเนือแข้งแรง ร่างกายแข็งแรง และลดความเสียงของการเกิดโรคหัวใจ 1.การออกกําลังกาย เช่น การเดิน การวิง การขึนบันได ซึงจะ เพือให้กระดูก ทําให้กระดูกทีออกกําลังกายแข็งแรง แนะนาํ รับนาํ หนัก ให้ท่าน ออกกาํ ลังกายวันละ 20-30 นาที 3-5 ครังต่อสัปดาห์ 2.การยกนาํ หนัก จะช่วยให้กล้ามเนือรวมทังกระดูกแข็งแรง หากท่านมีโรคประจาํ ตัวอยู่ท่านควรปรึกษา แพทย์
3.การออกกําลงั 3.1 การบรหิ ารกลา้ ม กายเพือใหก้ ล้าม เนอื หลงั สว่ นบน เนือหลงั แขง็ แรง โดยการนอนราบ หนนุ หมอนบรเิ วณ เอวมอื ไวข้ า้ งลาํ ตวั บรหิ ารโดยยกศรี ษะ และหนา้ อกขนึ พรอ้ ม ดงึ สะบกั เขา้ หากนั เนืองจากกระดกู หลัง 3.2 การบรหิ าร ของผปู้ วยโรคกระดูก กลา้ มเนอื หนา้ ทอ้ ง พรนุ จะถกู กดทบั ทําให้ โครงสร้างของหลังโก่ง โดยการนอนราบ ซงึ ทําให้กระดูกมีโอกาส ตงั เขา่ ขนึ มอื ไว้ หักไดง้ า่ ยหากกล้ามเนือ ขา้ งลําตวั บรหิ าร หลังแข็งแรง จะช่วยให้ โดยการยกศรี ษะ กระดกู แข็งแรงเพิมขนึ พรอ้ มกบั เกรง็ กลา้ มเนอื หนา้ ทอ้ ง 3.3 การบรหิ ารกลา้ ม เนอื หลงั สว่ นลา่ ง โดยการยกเทา้ ขา้ งใด ขา้ งหนงึ ใหเ้ ขา่ งอยก ใหต้ น้ ขาอยใู่ นระนาบ เดยี วกบั ลําตวั
4.การออกกําลังกายเพือเพิม ความแขง็ แรงของกล้ามเนือ 4.1 กลา้ มเนอื สะโพกและตน้ ขาดา้ นหลงั (Hip Extensor Muscle) : ยนื จบั ราวหรอื พนกั กา้ วอเี หยยี ดขาไปขา้ งหลงั ขา้ งละ 10 ครงั ทา่ ที 1 ท่าที 2 ท่าที 3 ท่าที 4
4.การออกกาํ ลังกายเพือเพิม ความแขง็ แรงของกลา้ มเนอื (ต่อ) 4.2 กลา้ มเนอื สะโพกและตน้ ขาดา้ นนอก (Hip Abductor Muscle) : ยนื จบั ราวหรอื พนกั เกา้ อกี างขาขา้ งละ 10 ครงั ท่าที 1 ท่าที 2 ทา่ ที 3 ทา่ ที 4
4.การออกกาํ ลงั กายเพือเพิม ความแขง็ แรงของกลา้ มเนือ (ต่อ) 4.3 กล้ามเนือต้นขาด้านหน้า (Knee Extensor Muscle) : นังบนเก้าอีทีมีพนักพิ ง เหยียดเข่าให้ตรง เกร็งค้างไว้ 10 วินาที และค่อยๆหย่อนขา ทําข้างละ 10 ครัง สลับกันไปเรือยๆ
4.การออกกําลังกายเพือเพิม ความแขง็ แรงของกลา้ มเนอื (ต่อ) 4.4 กลา้ มเนอื นอ่ งและเอน็ รอ้ นหวาย : ยนื บนสน้ เทา้ 10 ครงั สลบั กบั ยนื บน ปลายเทา้ 10 ครงั ทา่ ที1 ทา่ ที2
5.การออกกาํ ลังกายเพือเพิม ความสามารถในการทรงตวั 5.1 ยนื บนขาขา้ งเดยี วนาน 2 นาที : โดยชว่ งแรกของการฝกควรจะมรี าวจบั หรอื เกา้ อไี ว้ สาํ หรบั มอื เกาะกอ่ น ข้างซ้าย ขา้ งขวา
5.การออกกําลังกายเพือเพิม ความสามารถในการทรงตัว 5.2 นังเก้าอีเหยียดลําตัวให้ตรงมากทีสุดเท่า ทีจะทาํ ได้ มือทัง 2 ข้างยืนมาข้างหน้า ฝาเท้า ทัง 2 ข้างแนบกับพื นวางเท้าห่างกันประมาณ 1 ฟุ ต ค่อยๆโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้ว ลุกขึนยืนตรงอย่างช้าๆ แล้วจึงค่อยๆย่อตัว ลงนังทาํ สลับยืน-นัง 10-20ครัง ทา่ ที1 ทา่ ท2ี ท่าที3
ขอ้ ควรระวัง หากท่านมีโรคกระดกู พรุนให้งดออกกําลงั กายท่าต่างๆดังรูป โดยเฉพาะการบริหารทที ําให้หลงั โคง้ 6.ควรพักระหว่างการออกกาํ ลังกายแต่ละทา่ 1-2 นาที เพือไมใ่ หเ้ หนอื ยเกนิ ไป 7.ผสู้ งู อายุทมี โี รคข้อรูมาตอยด์ หรือข้อเสือม ควรยกนํา หนักในชว่ งองศาทีไม่มีอาการปวด และใหผ้ สู้ งู อายุแจ้ง แกผ่ ้แู นะนาํ การออกกาํ ลังกาย หากมีอาการปวดหรอื อาการแย่ลง 8. ถ้ามีอาการปวดกลา้ มเนอื เกดิ ขึน ใหห้ ยุดออก กาํ ลังกายจนกว่าอาการปวดจะลดลง และต้องหยุด ออกกําลังกายทันทถี า้ มีอาการวิงเวียน เจ็บหนา้ อก หรอื มีอาการหอบเหนอื ยขณะออกกาํ ลงั กาย
การปองกนั การหกลม้ ในผสู้ งู อายุ กลไกของการลม้ และกระดกู หกั จากการลม้
ข้อปฏิบัติ เพื อปองกัน ความเสียง ในการพลัดหกตกล้ม - สาํ หรับผู้ปวยทีนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 1. อย่าลุกเข้าห้องนําตามลาํ พั ง 2. ถดออดเรียกพยาบาลทุกครัง เมือต้องการความช่วยเหลือ - สาํ หรับญาติผู้ดูแลขณะอยู่ในโรงพยาบาล 1. ผู้ปวยหลังผ่าตัดหรือผู้ปวยทีช่วยเหลือ ตนเองได้น้อยต้องมีญาติอยู่ด้วยตลอดเวลา (กรณีห้องพิ เศษ) 2. อย่าทิงผู้ปวยให้อยู่ตามลําพั ง ถ้าจาํ เปน กรุณาแจ้งพยาบาล (กรณีห้องพิ เศษ) 3. กรุณายกไม้กันเตียงขึนตลอดเวลาขณะผู้ ปวยอยู่บนเตียง 4. จัดของใช้ทีจาํ เปนให้ผู้ปวยหยิบได้สะดวก 5. ขณะผู้ปวยอยู่ในห้องนํา ห้ามล็อคประตู
คาํ แนะนํา เกยี วกบั การปฏบิ ตั ติ น ของผสู้ งู อายุ เพือปองกนั การหกลม้ การดูแลสขุ ภาพ 1. ควรรบั ประทานอาหารให้เพียงพอเน้นผกั และผลไม้ เพือ รักษาสมดุลของรา่ งกายและต้านทานโรค ไม่ควรงดอาหารเพราะจะทําใหร้ า่ งกายออ่ นเพลยี มึนงง 2. รับประทานอาหารทมี แี คลเซยี มและวติ ามนิ ดีอยา่ งเพียง พอ โดยดมื นมวันละ 2 แก้ว (400 มล.) โยเกิรต์ ถัวเหลอื ง ถวั เขียว ผกั ใบเขียว งา ปลาตวั เล็ก ทรี ับประทานทงั กระดูก และถูกแสงแดดอ่อนๆ อย่างน้อย 20-30 นาท/ี วนั
คําแนะนาํ เกยี วกบั การปฏบิ ตั ติ น ของผสู้ งู อายุ เพือปองกนั การหกลม้ 3. มกี ารเคลอื นไหวทกุ วนั เดนิ ออกกาํ ลงั กายตามวยั เชน่ ราํ มวย จนี หรอื ไทเกก็ เพือรกั ษาความยดื หยนุ่ ของขอ้ และสมดลุ ของ รา่ งกาย 4. ตรวจสายตาและการไดย้ นิ เปนประจําสมําเสมอ ถา้ พบปญหา ควรปรกึ ษาแพทย์ 5. สอบถามแพทย/์ เภสชั ทกุ ครงั ทรี บั ยาถงึ ผลขา้ งเคยี งของยา ถา้ รบั ยาทมี ผี ลทําใหง้ ว่ งซมึ หลบั ตอ้ งปรบั เปลยี นการทํากจิ วตั ร ประจําวนั เพือลดภาวะเสยี งตอ่ การลนื ลม้ 6. ไมค่ วรดมื แอลกอฮอล์ เพราะเปนสาเหตขุ องการลนื ลม้ 7. ไมอ่ ายทจี ะใชอ้ ปุ กรณช์ ว่ ยเดนิ เชน่ ไมเ้ ทา้ , Walker เพราะจะ ทําใหเ้ ราปลอดภยั และควรตรวจสอบอปุ กรณช์ ว่ ยเดนิ ใหม้ คี วาม สงู เหมาะสม มนั คง ปลายมยี างหมุ้ เพือกนั ลนื
การปรับเปลยี น สงิ แวดลอ้ ม 1. ควรมีวสั ดกุ ันลนื ในห้องนาํ ไม่วางของระเกะระกะ 2. ควรมแี สงสวา่ งเพียงพอ โดยเฉพาะตรงราว บันได ตดิ ตงั หลอดไฟบรเิ วณมุมมดื ทเี ดินผา่ นบอ่ ยๆ 3. เตยี งนอน เกา้ อี และโถสว้ มมคี วามสงู พอเหมาะ ไม่เตยี เกินไป 4. ทางเดินและบนั ไดควรมรี าวจับตลอด 5. พืนห้องควรมรี ะดับเสมอกัน และเปนวสั ดทุ ไี มล่ ืน โดยเฉพาะห้องนํา 6. บริเวณจดุ เชือมต่อระหวา่ งหอ้ งควรอยใู่ น ระดบั เดียวกนั หลกี เลียงธรณีประตู
ทังนีคณะผู้จัดทาํ ขอขอบพระคุณ คําแนะนําและข้อมูลในการจัดทํา E-book เล่มนี จาก - พ.ต.ท. ธนวัฒน์ อาํ พันทรพั ย์ และทีมงาน PGH's Liaison -พ.ต.ท.หญิง สมหมาย กนกวุฒิรกั ษ์พร หัวหนา้ หอผปูู้ วยและพยาบาล ประจาํ หอผ้ปู วยออร์โธปดิกส์ ตึกมงคลกาญจนาภเิ ษก ชัน 13 และพ.ต.ท.หญงิ ปารชิ าติ จนั ทนพ อาจารย์นเิ ทศ
Search
Read the Text Version
- 1 - 22
Pages: