9. กรอบแนวคิดการวิจยั Community ศึกษำวเิ ครำะห์ชุมชน Groaned Theory Discourse ด้วยกระบวนกำร (สร้ำงทฤษฏจี ำกฐำนรำกข้อมูล) PCaorEmtciocmliopuganytitiyon วำทกรรมพฒั นำชุมชน นิเวศวทิ ยำชุมชน Community Management กำรจดั กำรชุมชน Community The Based study Modernization Theory Civil Society ประชำคม Equilibrium of community (ดุลยภำพชุมชน) กำรมสี ่วนร่วม กำรจัดกำร ควำมยง่ั ยืน Participation Administration Sustainable 51
10. ประโยชนท์ ี่คาดว่าจะได้รับ 10.1 ทาใหท้ ราบ แบบแผนเชิงวาทกรรม การศกึ ษา และผลการวเิ คราะห์ชุมชน 10.2 ทาใหท้ ราบ โครงสรา้ งระบบการจดั การชมุ ชน แบบมสี ว่ นรว่ ม 10.3 ทาใหท้ ราบ แบบจาลองดุลยภาพของอัมพวา โมเดล เพือ่ การจดั การชุมชนแบบมสี ว่ นร่วม และยั่งยืน 52
สรุปสาระสาคญั การวิจัย 1. เปน็ การวิจยั แบบ Mixed Method ดว้ ย กระบวนการ R & D 2. ศกึ ษาวิเคราะหด์ ว้ ยทฤษฎแี ละเทคนคิ การวิจัย 2.1 Empirical Research 2. 2 Groundsel Theory 2.3 Discourse Analysis 2.4 Dialectic Process 2.5 The Community Study 53
2.6 เทคนิค Field Research 2.7 เคร่อื งมอื การวิจัย (1) Document Research (2) Questionnaire (3) In depth Interview (4) Faces Group (5) Expertise Meting Method 2.8 การวิเคราะห์ขอ้ มลู (1) เชิงปริมาณ % , X , SD 54
(2) เชงิ คณุ ภาพ 1. 6’ C Technic 2. Dialectic Process 3. Contents Analysis 4. Triangulation Technic 2.9 ผลลพั ธ์การวจิ ัย (1) วาทกรรมการศกึ ษาวจิ ัยชุมชน (2) แบบจาลอง การจัดการชุมชนแบบสมสมยั (3) แบบจาลองดลุ ยภาพของชุมชน (4) “อมั พวา โมเดล” การจัดการชมุ ชนเชงิ บูรณา การ 55
โครงรา่ งวิทยานพิ นธ์ : พธด ดร.เด่ยี ว (นกั วจิ ยั แห่งชาต)ิ หวั ข้อการเขียนโครงร่างฯ 56 สาระสาคญั แต่ละหัวขอ้ จดุ เน้นความเปน็ โครงรา่ งฯ มาตPรhฐา.นDคุณภาพ มจร. มาตรฐานคุณค่าสากล
หัวข้อการเขียนโครงรา่ ง ? 1. ช่อื เรอ่ื ง........(ไทย/อังกฤษ)....... 2. ความเป็นมาและความสาคัญ 3. วัตถปุ ระสงค์การวจิ ัย 4. ปญั หา(การวจิ ยั )ทตี่ ้องการทราบ 5. ขอบเขตของการวิจยั สมมตุ ฐิ านการวจิ ยั (ถา้ ม)ี 57
ตอ่ 6. นยิ ามศัพท์เฉพาะที่ใชใ้ นการวจิ ยั 7. เอกสารและงานวิจัยทเ่ี ก่ยี วข้อง 8. วิธีดาเนินการวจิ ัย 9. กรอบแนวคดิ การวจิ ยั 10. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รบั 58
สาระสาคัญแต่ละหวั ขอ้ ชอ่ื เรอื่ งวทิ ยานิพนธ์ (ไทย-อังกฤษ) 1. มีวฒุ ภิ าวะความเปน็ PH.D 2. สร้างปัญญาจากการวจิ ัย 3. สร้างศรัทธาทางวิชาการ 4. สร้างองค์ความรู้ใหม่/ต่อยอดความรู้ 59
1. ความเปน็ มาและความสาคัญของปัญหา ลาดบั ความเป็นมาของปัญหาที่ จะวจิ ัย กว้าง ระบคุ วามสาคัญของ ประเดน็ ปญั หา ระบเุ หตผุ ลท่ี ต้องทาวิจัย 3-5 หน้า มกี าร แคบ อา้ งอิง 60
2. วัตถุประสงคก์ ารวิจัย 2.1 เขียนแยกเป็นขอ้ (เพ่อื ...) 2.2 มคี วามชัดเจน เปน็ รูปธรรม 2.3 ครอบคลมุ สาระสาคัญของการวิจัย 2.4 มี 2-3 ขอ้ 61
3. ปญั หา(การวจิ ยั ) ท่ตี อ้ งการทราบ 3.1 เป็นประเดน็ คาถามการวิจัยทจ่ี ะ หาคาตอบ 3.2 สอดคลอ้ งกบั วัตถปุ ระสงคก์ ารวิจัย 3.3 เขยี นเปน็ ประโยคคาถาม 3.4 เป็นโจทย์การวจิ ยั ทัง้ เรอื่ ง 62
4. ขอบเขตของการวจิ ยั 4.1 ขอบเขตดา้ นเนือ้ หา (ทจ่ี ะวิจัย) - ระบปุ ระเดน็ การวจิ ัย - ระบคุ วามกวา้ ง/ความลกึ ของเนอ้ื หา - ระบุสาระสาคัญของการหาคาตอบ การวิจัย - เปน็ ข้อตกลงเบื้องต้นของการวิจัย 63
4.2 ขอบเขตด้านตวั แปร เชิงปรมิ าณ -ระบุตวั แปรตน้ /ตามหรอื ตวั แปรท่ีเกี่ยวขอ้ ง เชิงคุณภาพ - ระบุ Concept ที่เปน็ ตวั ตง้ั ของสมมตุ ฐิ าน (ร่าง) - ความสัมพนั ธ์หรอื โครง สรา้ งความคิดเพือ่ การหา คาตอบการวิจยั 64
Mixed Method : การวิจัยผสานวิธี - ระบปุ ระเด็นการวิจยั ให้ชดั เจน - ระบุตวั แปรสาคัญท่จี ะวจิ ัย 4.3 ขอบเขตด้านประชากร/ผูใ้ หข้ ้อมูลสาคัญ เชงิ ปรมิ าณ 65
-ระบกุ ลมุ่ ประชากรทศี่ กึ ษา - แหล่งอ้างองิ ประชากร -ศกึ ษาจากกลุม่ ใด/อย่างไร เชิงคุณภำพ -ระบุกลุ่มผู้ให้ขอ้ มลู สาคัญ (Key informants) -ระบุจานวน/คณุ สมบัติ -วิธกี ารไดม้ า/วธิ ีการรวบรวมขอ้ มูล 66
4.4 ขอบเขตดา้ นพนื้ ที่ ระบุพืน้ ท่ี/สถานท/ี่ องคก์ ร ท่จี ะ ศกึ ษาวจิ ยั หรือเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 4.5 ขอบเขตด้านระยะเวลา ระบุช่วงเวลาของการวจิ ยั ให้ชัดเจนเป็น ชว่ งเวลาของการเกบ็ ขอ้ มลู ทที่ าการวิจยั 67
5. สมมุติฐานการวจิ ยั (ถา้ ม)ี 5.1 เชงิ ปรมิ าณ เป็นการต้ังสมมุตฐิ านทีต่ ้องการทดสอบ ทางสถติ ิ / ยนื ยันดว้ ยสถิติ 5.2 เชงิ คณุ ภาพ เปน็ การเขียน กรอบมโนทศั นก์ ารศึกษา รวบรวมขอ้ มลู เปน็ Draft. Hypo Thesis 68
6. นยิ ามศพั ท์เฉพาะในการวจิ ยั เขยี นนิยาม/คาจากดั ความ ตามความหมาย ของผูว้ จิ ยั เขียนเฉพาะคาสาคญั (Key Word) ในงานวจิ ยั ไม่ต้องเขยี นคาทีร่ กู้ ันโดยทวั่ ไป มาจากการทบทวนวรรณกรรม นาไปใชใ้ นการสร้างเครือ่ งมือการวจิ ัย 69
7. เอกสารและงานวิจยั ทเ่ี กยี่ วข้อง 7.1 มี 2 ประเด็น 4 สาระสาคัญ คอื (1) เอกสารท่เี กยี่ วขอ้ ง – ในและต่างประเทศ (2) งานวจิ ยั ทีเ่ กี่ยวข้อง-ในและตา่ งประเทศ 7.2 ทุกหัวขอ้ สาคัญต้องรวบรวมตาม ข้อ 7.1 เสมอ 7.3 มกี ารสรปุ ใจความสาคัญแตล่ ะหัวขอ้ ที่ ทบทวนมา 70
8. วธิ ดี าเนนิ การวจิ ัย (เขียน 5 หวั ขอ้ สาคญั ) 8.1 รปู แบบการวจิ ัย เชงิ ปรมิ าณ ระบคุ วามเป็นงานวิจยั เชงิ คุณภาพ ระบุประเภทการวจิ ยั ผสานวิธี เช่น R&D / เชิงสารวจ / PAR…. ถ้าเปน็ Mixed Method จดั ลาดับขัน้ ตอน อย่างไร 71
8.2 ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง/ผใู้ หข้ อ้ มลู สาคัญ เชิงปริมาณ - ระบุกล่มุ ประชากร/อา้ งองิ - การได้มาของกลุ่มตวั อยา่ ง (วธิ ีการ/จานวน/การสมุ่ ) เชงิ คณุ ภาพ - กลมุ่ ผู้ให้ข้อมูลสาคญั - คณุ สมบัติ/ขนาด/วธิ ีการไดม้ า - วธิ ีการรวบรวมข้อมลู 72
8.3 เคร่ืองมอื ทใี่ ชใ้ นการวิจยั - ระบุประเภทของเคร่ืองมอื ทงั้ หมด - การสรา้ งและนาเครอื่ งมอื ไปใช้ - ระบุการหาคุณภาพของเครอื่ งมือ - สาระสาคญั (ร่าง) ของเครื่องมือ นาเสนอในผนวกของโครงร่าง ฯ 73
8.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล เชิงธุรการ - ทาอะไร / ทาอยา่ งไร เชงิ วชิ าการ - ระบขุ นั้ ตอนการเกบ็ รวบรวมข้อมลู เชิงปริมาณ - ระบวุ ิธกี ารใชเ้ ครอ่ื งมือ เชิงคุณภาพ - ระบบวธิ ีการจัดระบบข้อมูล - ระบคุ วามมีประสิทธิภาพในการ เก็บขอ้ มลู (Max-min con) 74
8.5 การวิเคราะหข์ ้อมลู เชงิ ปรมิ าณ - ระบสุ ถติ ิการวิเคราะห์ข้อมูล - สถิติพรรณนาหรอื สถติ อิ นมุ าน (Descriptive /Inferential) - การนาเสนอข้อมลู เชิงปริมาณ 75
เชิงคณุ ภาพ ระบวุ ิธกี ารวเิ คราะห์/เทคนิคการวิเคราะห์ เช่น 1. 6’C Technic Analysis 2. Cause & Effect Analysis 3. The Content Analysis Technic 4. The Dialectic Process Analysis 5. หลักโยนโิ สมนสิการการวิเคราะหข์ อ้ มูล 6. Triangulation Technic Analysis ระบุวธิ กี ารนาเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ 76
9. กรอบแนวคดิ การวิจัย เกรน่ิ นา การนาเสนอกรอบแนวคิดการวจิ ัย เขียนแผนงาน/แบบจาลองภาพทส่ี ่อื ถึงระบบความ คิด เชงิ วิเคราะห์ เชิงสงั เคราะห์ เชงิ วจิ ารณญาณ เชิงสร้างสรรค์ เชิงกลยุทธ์ (หลอมรวมเปน็ กรอบของความคดิ ) ผสมผสานวิธวี ทิ ยาการวิจยั ใหเ้ หน็ ระบบ วิธีการ และกระบวนการวิจัยท่ชี ดั เจน 77
10. ประโยชน์ท่คี าดว่าจะไดร้ บั ทาให้ทราบ....../ทาให้ได.้ .... ถา้ วตั ถปุ ระสงค์ การวิจยั เป็น Out Put ประโยชน์การวิจัย คือ Out comes การวิจยั มีทั้งประโยชน์ทางตรงและโดยอ้อม 78
ส่วนสาคัญอน่ื ๆ 1. หน้าปก (มี Form) 2. สารบญั (ช่ัวคราว) (มี Form) 3. บรรณนากรม (ชว่ั คราว) 4. เครื่องมอื การวิจยั 5. ประวัตผิ ู้วจิ ยั (ยอ่ ) 6. Check list (ดูในเอกสารแนวทางการเขียนโครงรา่ ง/55)(เลม่ สีฟา้ ) 79
จดุ เน้นสาคัญของโครงร่าง 1. มคี วามเปน็ Dialectical Socialist (วิภาษวิธีทางสังคมศาสตร)์ 2. มี Argument & Dilemma Concept 3. ผลการวจิ ยั สร้างปัญญา เสริมศรัทธา 4. ผลการวจิ ัย ได้องคค์ วามรใู้ หม่ /ต่อยอดความรู้ 80
5. ผลการวิจัยมคี ณุ คา่ ทางวชิ าการ (Academic Contribution) 6. ผลการวิจัยมคี ณุ ค่าตอ่ การนาไปใช้ (Practical Contribution) 7. มีวิธีวิทยาการวจิ ยั ทีเ่ ชือ่ ถอื ได้ 8. มวี าทกรรมการเข้าถงึ องค์ความรู้ 81
9. ใชเ้ ทคนคิ วิธวี ิทยาการวิจยั ขั้นสูง 10. ผสานวธิ ีการวจิ ัยและบูรณาการ ศาสตรก์ ารจดั การเชงิ พทุ ธ หลัก พทุ ธธรรมกับศาสตรส์ มยั ใหม่ 82
จรรยาบรรณการวิจัย วิชาการ (ดร.สภุ าพ ฉัตราภรณ.์ 2554) ซอื่ สตั ยต์ ่อการวิจัย ใหเ้ กียรติ สัมมาทิฎฐิ จรรยาบรรณ เทย่ี งตรง มนษุ ยธรรม รบั ผดิ ชอบ ศักดิศ์ รี 83
บทสรุป : กระบวนทัศน์การวิจัยพุทธบริหารการศึกษา องค์ความรู้เชงิ พทุ ธ บริหารการศึกษา 1 2 ชดุ ความรู้ ชดุ ความรู้ เชงิ พุทธธรรม การจัดการสมยั ใหม่ 3 การบริหาร 4 การศึกษา 5 การเชิงพุทธ 84
Search