๑ ศึกษาขั้นตอนในการใช้บทเรียนสาเร็จรูป วชิ า การออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ (รหัส วิชา ว ๓๐๒๘๔) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ ชุด บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง นี้ใหเ้ ข้าใจ และปฏิบตั ติ ามข้นั ตอนอย่างเคร่งครัด ๑. ครนู าเข้าสบู่ ทเรยี นและแจ้งจุดประสงค์ในการเรยี น ๒. ครูอธิบายบทเรียนสาเร็จรูป วิชา การออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (รหัส วิชา ว ๓๐๒๘๔) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ชุด บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพียง ๓. อธิบายใหน้ ักเรียนเขา้ ใจเก่ียวกับบทบาทของนกั เรยี น ๔. ครูใหโ้ อกาสนกั เรียนท่ไี ม่เข้าใจไดซ้ ักถามเกี่ยวกับวธิ ีการเรียน ขน้ั ตอนการใช้บทเรียนสาเร็จรูป หรือบทบาทของนักเรยี นเองตลอดจนข้อข้องใจอ่ืนๆ ๕. ก่อนเรียนบทเรียนสาเร็จรูปแต่ละเล่ม ต้องให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนและครูแจ้ง คะแนนฐานแกน่ กั เรยี นทกุ คน โดยนาคะแนนฐานมาคิดเป็นร้อยละและใหแ้ ตล่ ะคนบนั ทึกคะแนนฐานของตนไว้ ๖. เมื่อนกั เรียนเขา้ น่ังประจากลุ่มของตนเองแล้ว นักเรยี นแต่ละคนจะได้รับบทเรียนสาเร็จรูป คน ละ ๑ เลม่ ๗. ให้นักเรยี นปฏิบตั กิ ิจกรรมในเวลาทก่ี าหนดให้ อยา่ งเคร่งครัด ๘. นักเรียนช่วยกันสรุปเรื่องที่ได้เรียนมา โดยครูเป็นเพียงท่ีปรึกษาคอยแนะนา เม่ือนักเรียนมี ปัญหาขอความช่วยเหลือเท่านั้น ๙. นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรียน และตอ้ งตรวจกระดาษคาตอบทนั ที เพอื่ นักเรียนจะไดท้ ราบ คะแนนพฒั นาของตน และคะแนนพฒั นาเฉลยี่ ของกลุ่ม ๑๐.ถ้านักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ที่ระบุไว้ ครูควรหาเวลาให้นักเรียนกลับไปศึกษากิจกรรมนั้น ๆ ใหม่ แล้วทาแบบทดสอบหลังเรยี นให้ผา่ นเกณฑ์ทีก่ าหนดไว้
๒ ส่ิงท่คี รูควรปฏบิ ตั ิกอ่ น – หลงั และขณะท่ีใช้บทเรียนสาเรจ็ รปู มดี ังน้ี ๑. ศกึ ษาวิธใี ชบ้ ทเรียนสาเร็จรูป แผนการจัดการเรียนรู้ ตลอดจนการจดั การเรียนรู้ ๒. ค้นคว้า และอา่ นเน้อื หาทเ่ี กยี่ วขอ้ งเพ่มิ เติม ๓. เตรยี มการสอนลว่ งหน้า เตรยี มสถานที่ ส่ือการสอนตา่ ง ๆ ตลอดจนวสั ดอุ ปุ กรณอ์ ่ืน ๆ ทไี่ ม่ได้ จดั ไวใ้ นบทเรียนสาเรจ็ รูป ใหพ้ ร้อมกอ่ นทจี่ ะใช้ ๔. การจดั ห้องเรียนควรแบง่ นกั เรียนเป็นกลุ่ม ๆ กล่มุ ละเท่า ๆ กนั ๕. ดูแล ตรวจสอื่ และอปุ กรณ์ต่าง ๆ ท่มี อี ยู่ในบทเรยี นสาเร็จรปู ให้เรยี บร้อย ก่อนและหลังการใช้ทุก คร้งั ๖. ให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี นทกุ คร้ัง ๗. ให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มเลือกหวั หนา้ กล่มุ กลมุ่ ละ ๑ คนและเลขานุการกลุ่ม กลมุ่ ละ ๑ คน ๘. ขณะทีน่ กั เรียนปฏิบัตกิ ิจกรรม ครูผู้สอนควรดแู ลอย่างใกล้ชิด ถา้ เกิดปญั หาในการเรยี นจะไดใ้ ห้ ความช่วยเหลือทันที รวมท้งั อธิบายขอ้ สงสัยในการเรยี นเปน็ รายบุคคลดว้ ย ๙. ขณะนักเรียนปฏิบัตกิ ิจกรรม ครไู มค่ วรพดู เสยี งดงั หากมอี ะไรจะพูด ต้องพดู เปน็ รายกลุ่มหรือ รายบคุ คล ต้องไม่รบกวนการปฏิบตั กิ ิจกรรมของกลุ่มอ่นื ยกเวน้ กรณีที่นักเรยี นมขี อ้ สงสัย ๑๐.ใหน้ กั เรยี นทุกกลมุ่ ร่วมแสดงความคิดเหน็ เพ่ือสรุปบทเรียนรว่ มกัน ๑๑.ให้นักเรียนทาแบบทดสอบหลงั เรยี น ๑๐ ขอ้ ทกุ ครงั้ เมอ่ื เสร็จจากการเรยี นรู้บทเรียนสาเรจ็ รูป
๓ ครูตอ้ งช้ีแจงใหน้ กั เรียนทราบถึงบทบาทของนักเรียน ดังน้ี ๑. หัวหนา้ กลมุ่ มหี น้าที่ ดงั น้ี ๑.๑ เป็นผนู้ าในการปฏบิ ัติกิจกรรมกลุ่ม โดยทาหน้าที่อา่ นขนั้ ตอนปฏบิ ตั ใิ นบทเรยี น สาเร็จรปู เพ่อื ให้ทกุ คนทาตามคาชี้แจงในการประกอบกิจกรรมให้เปน็ ไปตามขนั้ ตอน ๑.๒ควบคมุ ดูแลการทางาน หรือการประกอบกจิ กรรมภายในกลุ่มให้เป็นระเบยี บเรียบรอ้ ย ไม่ ส่งเสียงดงั รบกวนผู้อน่ื ๑.๓ตรวจเชค็ การจดั เกบ็ อปุ กรณ์ให้เรียบร้อยหลงั เสร็จกิจกรรมการเรยี นแลว้ ๑.๔เป็นผู้ตดิ ต่อกบั ครูเม่อื มปี ัญหาภายในกลุม่ ๒. เลขานกุ าร มีหน้าท่ี ดงั นี้ ๒.๑เปน็ ผ้แู จกบทเรียนสาเรจ็ รูป และรวบรวมส่งครเู ม่ือสมาชกิ ทกุ คนทาเสรจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ ๓. สมาชิกกลมุ่ มีหนา้ ที่ ดังนี้ ๓.๑ปฏิบตั กิ จิ กรรมดว้ ยความต้ังใจ และให้เสรจ็ ทันตามเวลาท่กี าหนด โดยไมช่ วนเพื่อคุยหรือ เลน่ ๓.๒ศึกษาบทเรียนสาเร็จรูป และปรกึ ษาหารอื กันภายในกลมุ่ ๓.๓ร่วมอภิปรายและสรปุ ผลจากการปฏิบัติกิจกรรม ๓.๔ชว่ ยเกบ็ วสั ดอุ ปุ กรณ์ ส่อื การสอนตา่ ง ๆ ของกลุม่ ตนเอง
๔ มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์ อืน่ ๆ เพอ่ื แก้ปัญหาหรอื พัฒนางานอย่างมคี วามคดิ สร้างสรรค์ ดว้ ยกระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคานึกถึง ผลกระทบตอ่ ชวี ิต สงั คม และส่ิงแวดลอ้ ม ว ๔.๑ ม.๔/๑ วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับศาสตร์อ่ืน ๆ โดยเฉพาะ วิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ รวมทั้งประเมินผลกระทบที่จะเกิดข้ึนต่อมนุษย์ สังคม เศรษฐกจิ และสงิ่ แวดล้อม เพือ่ เป็นแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยี
๕ ความสัมพันธ์กับวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีกับวิทยาศาสตร์มีความสัมพันธ์กันอย่างมาก โดย เทคโนโลยีเกิดจากพ้ืนฐานทางวิทยาศาสตร์ด้วยการนาเอาความรู้ของวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ ช่วยในการแก้ปญั หา และการทางานของมนุษยใ์ ห้มปี ระสทิ ธิภาพมากขึ้น เช่น การนาความรทู้ างฟิสกิ สม์ าช่วยใน การประดิษฐ์เครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ เช่น รอก ล้อและเพลา นาความรู้ทางเคมีและชีวภาพมาช่วยในการผลิตยา รักษาโรค การผลิตอาหารสาเรจ็ รปู ความสมั พนั ธก์ ับวชิ าคณติ ศาสตร์ การศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ช่วยให้เกดิ ทักษะในการแก้ปญั หาและ พัฒนากระบวนการคิด เทคโนโลยีเองก็อาศัยกระบวนการแก้ปัญหาเช่นเดียวกับคณิตศาสตร์ เทคโนโลยีจาเป็น จะตอ้ งใช้การดาเนนิ การทางคณิตศาสตร์ เพ่อื ชว่ ยให้สารสนเทศท่ีได้ถกู ต้องแมน่ ยายง่ิ ขึน้ นอกจากน้ี เทคโนโลยี กับวิทยาศาสตร์ต่างสนับสนุนกันและกนั เช่น การใช้ความรู้ด้านการดาเนินการทางคณิตศาสตร์สร้างเครื่องคดิ เลข ในขณะเดียวกนั เคร่อื งคิดเลขทสี่ รา้ งขน้ึ ก็ชว่ ยทาให้การคานวณทางคณติ ศาสตร์ง่ายและรวดเรว็ ยงิ่ ขึ้น นอกจากนี้เทคโนโลยียังเกี่ยวข้องกับศาสตร์อ่ืนอีกมากมาย ท้ังสังคมศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี อาจเกิดจากการประยุกต์หรือใช้องค์ความรู้จากศาสตร์ใดศาสตร์หน่ึงหรอื ประยุกตใ์ ช้จากหลาย ๆ ศาสตร์ มาบรู ณาการรว่ มกัน เพ่ือให้เกดิ การแกป้ ัญหา และเพมิ่ ประสิทธิภาพในงานด้าน ตา่ ง ๆ ได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม ๑. อธิบายความสมั พนั ธ์ของเทคโนโลยกี บั ศาสตร์อน่ื ๆ (K) ๒. วิเคราะห์ และเปรยี บเทยี บความสัมพนั ธ์ของเทคโนโลยีกับศาสตร์อ่นื ๆ (P) ๓. มคี วามมุ่งมน่ั ทจ่ี ะเรียนรูร้ ะบบทางเทคโนโลยี (A)
๖ ๑. แบบทดสอบเป็ นแบบเลอื กตอบ จำนวน ๑๐ ข้อ คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน ใช้เวลำในกำรทำ แบบทดสอบ ๑๐ นำที ๒. เลือกคำตอบท่ีถูกต้ องที่สุดเพียงข้ อเดียว แล้วทำเครื่องหมำยกำกบำท (X) ลงใน กระดำษคำตอบ ๑. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ความหมายของเทคโนโลยี (Technology) ก. การนาความร้ใู นศาสตรท์ ่ีหลากหลาย สบื ทอดต่อ ๆ กันมา ข. เปน็ การนาความรทู้ างวิทยาศาสตรม์ าใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ในการสร้างสิง่ ของเครื่องใช้ ผลิตภัณฑ์ วธิ ีการโดยผ่านกระบวนการตา่ ง ๆ ค. สงิ่ ทมี่ นุษยส์ ร้างข้นึ มาเพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการพ้นื ฐานในการดารงชีวติ ช่วยเพิม่ ประสิทธภิ าพในการทางานและแก้ปญั หา ง. การนาความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ มาใช้แกป้ ัญหาต่าง ๆ ของมนษุ ย์ ๒. ขอ้ ใดไม่เกยี่ วกบั เทคโนโลยี ก. ปัจจบุ ันเทคโนโลยไี ด้ถูกพัฒนาให้มคี วามกา้ วหนา้ อย่างต่อเนือ่ ง ข. เพอ่ื อานวยความสะดวกตอบสนองความต้องการของมนษุ ย์ ค. เพื่ออานวยความสะดวกตอบสนองความตอ้ งการทางดา้ นอารมณ์ ง. เพอ่ื แก้ไขและป้องกนั ปญั หาต่าง ๆ ของมนุษย์ ๓. ข้อใดไม่ใช่ความสาคญั ของเทคโนโลยีตอ่ ความต้องการพ้นื ฐานในการดารงชวี ติ มนษุ ย์ ก. อาหาร ข. การสอื่ สาร ค. ยารกั ษาโรค ง. ทอ่ี ยู่อาศัย
๗ ๔. ขา้ วจดั เปน็ พชื เศรษฐกจิ ทีส่ าคัญของประเทศไทย นกั เรียน คดิ ว่าเทคโนโลยีมสี ว่ นสาคญั เกยี่ วขอ้ งในเร่อื งใดน้อยทีส่ ดุ ก. การเพาะปลูกขา้ ว ข. การเกบ็ เกี่ยวขา้ ว ค. การแปรรปู ขา้ ว ง. การรับประทานอาหาร ๕. ในการผลิตยารักษาโรค เทคโนโลยีมีสว่ นสาคัญในข้นั ตอนใดน้อยทสี่ ดุ ก. การรบั ประทานยา ข. ขั้นตอนการผลติ ยา ค. การทดสอบคณุ ภาพของยา ง. วธิ ีการในการผลติ ยา ๖. ขอ้ ใด อธิบายความสมั พันธ์ระหวา่ งเทคโนโลยีกบั วิทยาศาสตร์ไดถ้ ูกตอ้ ง ก. การนาความรู้ทางวทิ ยาศาสตรไ์ ปใชใ้ ห้เกดิ เปน็ รูปธรรม ข. การนาความร้ทู างวทิ ยาศาสตรเ์ ผยแพร่ทางอนิ เตอรเ์ น็ต ค. การแสวงหาความรทู้ างวิทยาศาสตร์ใหม่ ง. การสงั เกตปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ๗. ข้อใดเปน็ ส่ิงของเครอ่ื งใช้ทีผ่ ลติ โดยอาศัยความรู้ด้านพลงั งานคลนื่ ทกี่ ่อใหเ้ กดิ แรงสัน่ สะเทอื น ของน้าในอาหารจะสง่ ผลให้อาหารสกุ ก. เครอ่ื งทาน้าอนุ่ ข. เตาไมโครเวฟ ค. ปม๊ั นา้ อัตโนมัติ ง. เครือ่ งกรองน้า
๘ ๘. การออกแบบและเทคโนโลยีไมส่ มั พนั ธ์กับศาสตร์ในขอ้ ใด ก. วิทยาศาสตร์ ข. ศลิ ปศาสตร์ ค. มนุษยศาสตร์ ง. สงั คมศาสตร์ ๙. กงั หนั น้าชัยพัฒนา มคี วามสมั พันธ์กับศาสตรอ์ น่ื ๆ ยกเว้นข้อใด ก. คณติ ศาสตร์ ข. มนษุ ยศาสตร์ ค. วศิ วกรรมศาสตร์ ง. วิทยาศาสตร์ ๑๐. มนุษยเ์ ปน็ ผูส้ รา้ งและใช้เทคโนโลยีซึ่งต้องคานงึ ถงึ เรอื่ งใดเป็นสาคญั ก. ใชเ้ ทคโนโลยเี พอื่ ก่อให้เกิดประโยชน์ตอ่ การทางาน ข. ใชเ้ ทคโนโลยีโดยไมก่ อ่ ให้เกดิ ผลกระทบทางลบต่อตนเองและผอู้ น่ื ค. ทาความเขา้ ใจอย่รู ่วมกบั เทคโนโลยีใหไ้ ด้ ง. ถูกทกุ ขอ้
๙ ๑. ก ๒. ค ๓. ข ๔. ง ๕. ก ๖. ก ๗. ข ๘. ข ๙. ข ๑๐. ง
๑๐
๑๑ คำถำม ป้ ำยสญั ลกั ษณ์ในภำพสร้ำงขนึ ้ เพ่ือปัญหำใด
๑๒ เทคโนโลยี ในการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวันมนษุ ยม์ ีกิจกรรมทต่ี ้องทาหลายอย่าง ต้งั แต่ตน่ื นอนตอนเช้าจนกระทัง่ เขา้ นอนในกลางคืน ซึง่ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ท่ีทานนั้ มีเทคโนโลยีเป็นสง่ิ อานวยความสะดวกตลอดเวลา ดงั ตวั อย่าง ตื่นนอนทนั เวลำโดยใช้นำฬกิ ำปลกุ นอนหลบั ในห้องทมี่ ีอำกำศเย็น อำบนำ้ อ่นุ โดยใช้ สบำย โดยเปิ ดเครื่องปรับอำกำศ เคร่ืองนำ้ อ่นุ ทำอำหำรเยน็ อนุ่ อำหำรเช้ำรับประทำน โดยใช้เตำไฟฟ้ ำ โดยใช้ไมโครเวฟ เดินทำงไปโรงเรียนและเดนิ ทำงกลบั บ้ำนโดยใช้รถยนต์ จากตวั อยา่ ง จะเหน็ ได้ว่ามนุษย์เก่ียวข้องกบั ส่งิ ของเคร่อื งใชห้ รอื ผลติ ภัณฑ์ทเ่ี ป็นเครอื่ งเทคโนโลยีท่ี ทนั สมยั ซึ่งสร้างขน้ึ เพ่อื แกป้ ญั หาและสนองความตอ้ งการต่าง ๆ เฉลยกรอบท่ี ๑ ป้ ำยสญั ลกั ษณ์ในภำพ สร้ำงขนึ ้ เพื่อแก้ปัญหำในกำรจรำจร
๑๓ ๑. ความหมายและความสาคัญของเทคโนโลยี ๑) ความหมายของเทคโนโลยี เทคโนโลยี (technology) เปน็ การนาความรทู้ างวิทยาศาสตร์มาใช้ใหเ้ กิดประโยชนใ์ น การสร้างส่ิงของเครื่องใช้ ผลติ ภัณฑ์ หรอื วธิ กี าร โดยผา่ นกระบวนการตา่ ง ๆ ๒) ความสาคัญของเทคโนโลยี เทคโนโลยีมีความสาคัญต่อชีวิต มนษุ ย์ ๓ ดา้ น ดงั นี้ (๑) เ พื่อ ควา มอ ยู่รอ ด มนุษย์ ดารงชีวิตอยู่ได้ด้วยปัจจัยสี่ ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ท่ีอยู่อาศัย และยารักษาโรค ความจาเป็นดังกล่าว ก่อให้เกิดเทคโนโลยีท่ีเกี่ยวข้องกับชีวิตประจาวัน เช่น เทคโนโลยีในการผลิตอาหาร ผลิตเสื้อผ้า และยารักษา กำรติดแผงโซลำร์เซลล์เพอ่ื ช่วยประหยดั พลงั งำนไฟฟ้ ำ โรคด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย ซ่ึงมีกาลังผลิตได้ปริมาณ มากโดยใช้เวลาน้อย ทันต่อความต้องการของผู้บริโภค การผลิตกล้องขนาดเล็ก สอดใส่เข้าไปในร่างกายเพ่ือ ตรวจวินิจฉัยโรค และช่วยให้มองเห็นภาพอวัยวะภายในขณะผ่าตัด การผ่าตัดจึงปลอดภัยมากข้ึน การผลิตแผง โซลาร์เซลล์ติดหลังคาบ้านเพ่ือช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า การติดกล้องวงจรปิด ไว้ตามอาคารบ้านเรือนเพื่อ ปอ้ งกันการโจรกรรม คำถำม เพรำะเหตใุ ด มนษุ ย์จงึ คิดสร้ำง สงิ่ อำนวยควำมสะดวกตำ่ ง ๆ ขนึ ้ มำ
๑๔ เฉลยกรอบท่ี ๓ เพ่ือตอบสนองควำมต้องกำรหรือ เพม่ิ ควำมสำมำรถของมนษุ ย์ (๒) เพ่ือยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ ให้มนุษย์มีความสะดวกสบายในการดาเนิน ชีวิตประจาวันมากขึ้น โดยสรา้ งสง่ิ ของเครอ่ื งใช้ ผลติ ภณั ฑ์ และวิธกี ารใหม่ ๆ ข้ึนมาสนองตอบความตอ้ งการของ มนุษย์ เช่น สร้างเครื่องปรับอากาศข้ึนมาใช้แทนพัดลม เพื่อให้ ความเยน็ ภายในอาคารบา้ นเรอื น ตดิ ตง้ั เครือขา่ ยอินเทอร์เน็ตท่ี บ้าน เพอ่ื ค้นหาขอ้ มูลต่าง ๆ แทนการเดินทางไปใชบ้ รกิ ารที่ร้าน อินเทอร์เน็ต สร้างโทรศัพท์เคล่ือนท่ีมาใช้ติดต่อสื่อสารกับผู้อืน่ ชมภาพยนตร์ ฟังเพลง และเล่นเกมแทนการใช้โทรศัพท์ส่วน กำรเดนิ ทำงด้วยรถยนตส์ ว่ นตวั สะดวกสบำยมำกกวำ่ บุคคล โทรทัศน์ และวิทยุรวมกัน เดินทางด้วยรถยน์ส่วนตัว กำรเดนิ ทำงด้วยรถโดยสำรประจำทำง แทนการเดินทางโดยสารประจาทาง
๑๕ (๓) เพอ่ื แกป้ ญั หาจากภัยธรรมชาติ ความเสยี หายของชวี ิตและทรัพยส์ นิ ของมนษุ ย์ท่เี กดิ จากภัยธรรมชาติ เชน่ แผน่ ดนิ ไหว น้าทว่ ม พายุ สนึ ามิ ทาใหม้ นษุ ยต์ ้องคิดหาวธิ ีการปอ้ งกนั ปัญหาน้ี จงึ ทาให้ เกิดเทคโนโลยกี ารตรวจจบั และพยากรณก์ ารเกิดภัยธรรมชาติ เช่น ดาวเทียมอุตินิยมวทิ ยาขน้ึ มา การดารงชวี ิตของมนุษยต์ อ้ งการปัจจัยตา่ ง ๆ เพมิ่ ขึน้ จงึ เกิดการแขง่ ขันในการสร้าง เทคโนโลยเี พือ่ ความเปน็ ผู้นาทางเศรษฐกจิ และสังคม ซึ่งหากใช้ไปในทางที่ผิดหรือไม่เหมาะสม เทคโนโลยีอาจจะ มผี ลในทางลบได้ เช่น ก่อให้เกดิ ปัญหามลพษิ ปัญหาอาชญากรรม ปญั หาสุขภาพ คำถำม อะไรทท่ี ำให้สงิ่ อำนวยควำมสะดวก ในชีวติ มนษุ ย์เปลยี่ นแปลงไป
๑๖ เฉลยกรอบท่ี ๕ พฒั นำกำรทำงเทคโนโลยขี องมนษุ ย์ ทก่ี ้ำวหน้ำขนึ ้ ๒. ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยกี ับศาสตรอ์ ่ืน ๆ เทคโนโลยีมีความสมั พันธก์ ับศาสตรอ์ น่ื ๆ ดงั น้ี ๑) ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีมีความสัมพันธ์กับวิทยาศาสตร์ โดยนาความรู้ หลักการ และกระบวนการทางวิทยาศาสตรม์ าประยุกต์ในการแก้ปญั หาและสนองความต้องการ ของมนุษย์ในด้านตา่ ง ๆ ดังตัวอย่าง (๑) ผลิตสิ่งของเครื่องใช้โดยประยุกต์ใช้ความรู้ทางด้านฟิสิกส์เรื่อง แรง การ เคล่ือนท่ี และพลังงาน เช่น ถังนาชักโครก เป็นสิ่งของเคร่ืองใช้ที่ผลิตโดยอาศัย ความรู้ทางด้านฟิสิกส์ เร่ือง แรงและการเคลื่อนที่มาประยุกต์ใช้ใน ระบบกดน้าของชักโครก โดยเม่ือโยกด้ามกดน้าลงมาในลักษณะ การเคลื่อนทีใ่ นทศิ ทางลง กลไกของคานงัดจะทาให้ลกู ลอยเคล่ือนที่ ในทิศทางขึน้ ทาใหร้ ะบบปล่อยน้าทางาน เตาไมโครเวฟ เป็นสิ่งของเครื่องใช้ท่ีผลิตโดยอาศัย ความร้ทู างด้านพลงั งานคล่ืนไมโครเวฟ ที่กอ่ ใหเ้ กดิ แรงสัน่ สะเทอื นของนา้ ในอาหาร ซง่ึ ส่งผลให้อาหารสกุ (๒) ผลติ นาหอมและสารเคมีท่ีเปน็ ประโยชน์ในทางอตุ สาหกรรม โดยใช้ความรู้ทางด้าน เคมี สงิ่ อำนวยควำมสะดวกที่ เปลยี่ นแปลงก้ำวหน้ำขนึ ้ อยำ่ ง ก้ำวกระโดด เป็ นเพรำะเหตใุ ด บำงครัง้ อำจเป็ นกำรค้นพบโดยบงั เอิญ หลำยสงิ่ เป็ นผลพวงจำกควำมเจริญ ในศำสตร์อ่ืน ๆ โดยเฉพำะอยำ่ งยง่ิ วทิ ยำศำสตร์
๑๗ ๒) ความสัมพันธ์กับวิชาคณิตศาสตร์ การศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ช่วยให้เกิดทักษะใน การแก้ปัญหาและพัฒนากระบวนการคิด เทคโนโลยีเองก็อาศัยกระบวนการแก้ปัญหาเช่นเดียวกับวิชา คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีจาเป็นจะต้องใช้การดาเนินการทางคณิตศาสตร์ เพื่อช่วยให้สารสนเทศท่ีได้ถูกต้อง แม่นยายิ่งขึ้น นอกจากน้ี เทคโนโลยีกับวิชาคณิตศาสตร์ต่างสนับสนุนกันและกัน เช่น การใช้ความรู้ด้าน การดาเนินการทางคณิตศาสตร์สร้างเคร่ืองคิดเลข ในขณะเดียวกันเคร่ืองคิดเลขที่สร้างขึ้นก็ช่วยทาให้ การคานวณทางคณติ ศาสตรง์ ่ายและรวดเรว็ ขึ้น
๑๘ ๓) ความสมั พันธ์ของเทคโนโลยีกับศิลปศาสตร์ เทคโนโลยีมี ความสมั พันธก์ บั ศิลปศาสตร์โดยนาความร้เู ร่อื งสี เสน้ รูปร่าง รปู ทรง ผิวสัมผัส และความสมดุลมาประยุกตใ์ ชใ้ นการออกแบบและร่างภาพสิ่งของท่ีจะสร้างหรือ ประดิษฐ์ให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น การออกแบบของเล่นเด็กให้มีสีสันสวยงาม การออกแบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้มีรูปทรงที่พกพาสะดวก ออกแบบเคร่ือง เ รื อ น ใ ห้ มี ค ว า ม ส ม ดุ ล ซ้ า ย ข ว า เ พื่ อ ป ร ะ โ ย ช น์ ใ น การทรงตวั มรี ปู ทรงที่สะดวกตอ่ การใช้สอย และมสี ีสนั สวยงาม ของเลน่ เดก็ ท่ีมีสีสนั สวยงำมนำ่ สนใจ
๑๙ ๔) ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับมนุษยศาสตร์ เทคโนโลยีมีความสัมพันธ์กับมนุษยศาสตร์ โดยนาความรู้เกีย่ วกับความต้องการพ้ืนฐานของมนุษย์มาวิเคราะห์ แล้วสร้างแนวปฏิบัติ สร้างเทคโนโลยี สร้าง ชนิ้ งาน รวมทัง้ สร้างวธิ ีการสอ่ื สารให้ผ้อู ่ืนเข้าใจในสิง่ ที่ตอ้ งการนาเสนอโดยใช้ทักษะการฟงั พดู อา่ น เขียน และ การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อให้มีข้อมูลมาประกอบการพจิ ารณา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นแล้วรว่ มกันแก้ปัญหา หรอื สร้างช้นิ สว่ นสนองตอบความต้องการ ดังตัวอยา่ ง อำ่ นข้อมลู เก่ียวกบั พดู ฟัง แลกเปลยี่ น เขยี นสรุปผลกำรแลกเปลยี่ น กำรสร้ำงชิน้ งำน ควำมคิดเห็นกบั เพ่ือน ควำมคดิ เหน็ แล้วใช้เป็ น แนวทำงในกำรสร้ำงชิน้ งำน ในกลมุ่ เก่ียวกบั กำรสร้ำงชิน้ งำน
๒๐ ๕) ความสัมพันธข์ องเทคโนโลยกี ับสงั คมศาสตร์ เทคโนโลยีมคี วามสมั พนั ธ์กับสงั คมศาสตร์ โดย สนับสนุนให้มนุษย์แสดงหน้าท่ีและความรับผิดชอบในฐานะสมาชิกที่ดีของสังคม เช่น การทาแบบสารวจการใช้ ทรพั ยากรประเภทกระดาษ แก้ว พลาสติก และโลหะ ของประชากร โครงกำรธนำคำรขยะรีไซเคลิ เป็ นโครงกำรท่แี สดงให้เห็นควำมสมั พนั ธ์ของ เทคโนโลยกี บั สงั คมศำสตร์
๒๑ นอกจำกนีเ้ทคโนโลยยี งั เกี่ยวข้องกบั ศำสตร์อ่ืนมำกมำย ทงั้ สงั คมศำสตร์ มนษุ ยศำสตร์ รัฐศำสตร์ เศรษฐศำสตร์ เทคโนโลยีอำจเกิดจำกกำรประยกุ ต์หรือใช้องค์ ควำมรู้จำกศำสตร์ใดศำสตร์หน่งึ หรือประยกุ ต์ใช้จำกหลำย ๆ ศำสตร์มำบูรณำกำรร่วมกนั เพอ่ื ให้เกิดกำรแก้ปัญหำ และเพิ่มประสทิ ธิภำพในงำนด้ำนต่ำง ๆ ได้อยำ่ งถกู ต้อง เหมำะสม ตัวอยา่ ง การประยุกต์เทคโนโลยีกับศาสตรต์ ่าง ๆ มาบรู ณาการร่วมกัน กงั หนั นาชยั พัฒนา จุดเริ่มต้นของโครงการกังหันน้าชัยพัฒนานั้น สืบ เนื่องมาจากพระอัจฉริยะภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) ท่ีทรงมีพระประสงค์ต้องการ แก้ไขความเส่ือมโทรมของสภาพน้า เพ่ือบาบัดน้าเสียตามแหล่ง น้าทั่วภูมิภาคให้พสกนิกรสามารถนาไปใช้อุปโภค-บริโภคได้ปกติ ด้วยการน้ีพระองค์จึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มูลนิธิชัยพัฒนา กงั หนั นำ้ ชยั พฒั นำ สนับสนนุ งบประมาณวิจัยและประดิษฐ์เคร่ืองกลเติมอากาศ หรือ ท่ีมำ : เป็นที่รู้จักกันดีในช่ือ “กังหันน้าชัยพัฒนา” โดยทรงได้แนวทาง https://cheechongruay.smartsme.co.th จาก “หลุก” ซึ่งเป็นอุปกรณ์วิดน้าเข้านา อันเป็นภูมิปัญญา /content/๒๐๙๒๘ ชาวบา้ น ซ่ึงเปน็ จุดคิดคน้ เบอื้ งต้น กังหันน้าชัยพัฒนา ใชร้ ูปแบบบาบัดน้าเสียด้วยการเติมอากาศลงไปในน้า ทาให้น้าเสียกลาย เป็นน้าดี ผ่านระบบกังหันวิดน้าแบบทุ่นลอย สามารถปรับตัวขึ้น-ลงได้ตามระดับของน้า มีส่วนประกอบหลัก คือ โครงกงั หนั นา้ รปู ทรง ๑๒ เหลยี่ ม พรอ้ มด้วยซองตักน้าบรรจุขนาด ๑๑๐ ลิตร ตดิ ต้งั โดยรอบจานวน ๖ ซอง ซ่งึ แต่ละ ซองนั้นจะเจาะรูพรุน เพ่ือให้น้าที่วิดเข้าไหลออกกระจายเป็นฝอย ตัวกังหันหมุนได้ด้วยพลังงานจากเกียร์มอเตอร์ ขนาด ๒ แรงม้า ขบั เคลอ่ื นผ่านเพลากังหัน ใช้ซองตักนา้ หมนุ รอบเป็นวงกลม สว่ นดา้ นล่างของกงั หนั ที่จมน้าจะมีแผ่น ไฮโดรฟอยล์ยดึ ปลายของทนุ่ ลอยด้านลา่ ง กังหันน้าชัยพัฒนามีคุณสมบัติในการถ่ายเทออกซิเจนได้สูงถึง ๑.๒ กิโลกรัมของออกซิเจน/ แรงม้า/ช่ัวโมง สามารถนาไปใช้ในกิจกรรมปรับปรุงคุณภาพน้าได้อย่างอเนกประสงค์ อีกทั้งยังติดตั้งง่าย ประหยัด ค่าใช้จ่าย เหมาะสาหรับใช้ในแหลงน้าธรรมชาติ ไดแ้ ก่ สระนา้ หนองน้า คลอง บงึ ลาห้วย ฯลฯ ทีม่ ีความลึกมากกว่า ๑ เมตร และมีความกว้างมากกว่า ๓ เมตร เมือ่ โครงการได้ประดษิ ฐก์ งั หนั ตัวตน้ แบบออกมาก็ได้นาไปทดลองติดตั้งใช้ ในกิจกรรมบาบัดน้าเสียที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันท่ี ๑ พฤษภาคม ๒๕๓๒ และท่ีวัดบวรนิเวศวิหาร เม่ือ วั น ท่ี ๓ พ ฤ ษ ภ า ค ม ๒ ๕ ๓ ๒ น อ ก จ า ก น้ี ยั ง มี ก า ร พั ฒ น า วิ จั ย ป รั บ ป รุ ง คุ ณ ภ า พ การทางานของกงั หนั อย่างต่อเนือ่ งจนมีประสิทธภิ าพสมบรู ณ์จนถงึ ทุกวนั น้ี
๒๒ ด้วยประสิทธิภาพของกงั หันน้าชัยพัฒนา ที่สามารถนามาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้รับการ พิจารณาและทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย เม่ือวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๖ และนับว่าเป็น เรื่องท่ีสร้างความปิติยินดีและภาคภูมิใจของเราชาวไทยท้ังปวง เพราะเป็นสิทธิบัตรเครือ่ งกลเติมอากาศในพระ ปรมาภิไธยของพระมหากษัตรยิ ์พระองค์แรกในประวตั ศิ าสตร์ชาติไทย และยงั เป็นครง้ั แรกของโลก นอกจากนยี้ งั ไดร้ บั รางวัลเหรยี ญทองจาก The Belgian Chamber of Inventor ภายในงาน “Brussels Eureka ๒๐๐๐” ซ่งึ เป็นงานแสดงส่ิงประดิษฐ์ใหม่ของโลกวิทยาศาสตร์ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม สะท้อนให้เห็นถึงพระ อัจฉริยภาพและความห่วงใยพสกนิกรท้ังชาติ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้อย่าง ชดั เจนย่งิ ทม่ี า “กงั หันน้าชยั พฒั นา” สดุ ยอดนวัตกรรม จากพระอจั ฉรยิ ภาพของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั รัชกาลท่ี ๙ ของ วีรศักด์ิ ประสพบญุ http://www.buildernews.in.th.techproducts/techinnovation/๑๒๕๖๐ English talk integrate (อิน’ ทะเกรท) หมำยถึง ทำให้เป็ นเนอื ้ เดยี วกนั โดยรวม หรือผสมผสำนสว่ นตำ่ ง ๆ เข้ำด้วยกนั
๒๓ การใชเ้ ทคโนโลยกี ับเศรษฐกจิ พอเพียง ก า ร ใ ช้ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ พ อ เ พี ย ง ส าห รั บ เ ท ค โ น โ ลยี สารสนเทศและการส่ือสาร ( sufficiency economy using for ICT) การใช้ เศรษฐกิจพอเพียงสาหรับเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ทางสายกลาง ความ พอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการกระทา ให้มี สานึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ท่ีเหมาะสมดาเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียรมี สตปิ ญั ญาและความรอบคอบ เพอ่ื ให้สมดลุ และพรอ้ มต่อการรองรบั การเปลีย่ นแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ท้งั ดา้ นวัตถุสังคมสง่ิ แวดล้อม และวฒั นธรรม จากโลกภายนอกได้เป็นอยา่ งดี เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ( ICT ) หมายถึง การใช้เทคโนโลยีในการแสวงหาเพื่อให้ไดม้ า ข้อมูลและขา่ วสาร การตดิ ตอ่ การทากจิ กรรมต่าง ๆ การสง่ ข้อมลู ข่าวสาร และติดตอ่ ปฏิสมั พนั ธ์กนั เปน็ ตน้ ปัญหาการนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารมาใช้ คือ เน่ืองจากเทคโนโลยีเป็นส่ิงที่นับว่า ทันสมัยและเปล่ยี นแปลงไดร้ วดเร็วมาก เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศพั ท์มอื ถอื ซอฟตแ์ วร์ ฮาร์ดแวร์ เป็นตน้ ปญั หาก็ คือ ๑. ตัวผู้ใช้เทคโนโลยีสามารถใช้เทคโนโลยีได้ดีมากน้อยแค่ไหน ใช้คุมค่าไหม จาเป็นต่อการใช้ เทคโนโลยชี ้นิ ท่แี พงนัน้ หรือเปลา่ ๒. คนไม่สามารถใช้เทคโนโลยไี ดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพและคมุ้ ค่า ๓. บคุ คลท่ีมีความรู้ความสามารถจริงในเร่อื งเทคโนโลยีมีนอ้ ย ๔. การศึกษาของคนในประเทศส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่า เป็นต้น เหล่าน้ีล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาการนา เทคโนโลยีมาใช้
๒๔ การศกึ ษากับเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร คอื สง่ิ ทีท่ าใหเ้ กิดปญั หาท่ีไดย้ กตวั อยา่ งมาแล้วนั้น ต้นเหตุหลักประการหน่ึง คือ การขาดโอกาสทางการศึกษา ความยากจน เป็นต้นเพราะการศึกษาเป็นกุญแจ นาไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ดังพุทธพจน์ว่า นัตถิ ปัญญา สมา อภา แสงสว่างเปรียบเสมือนปัญญาไมม่ ี ปัญญาก็คือตัวความรู้นั้นเอง ฉะน้ัน รัฐ ต้องส่งเสริมให้คนทุกคนมีการศึกษาและคุณธรรมก่อน โดยเฉพาะให้ การศึกษาเก่ียวกับทางสายกลาง หรือเศรษฐกิจพอเพียงในการดารงชีวิต ในการประกอบอาชีพ และการใช้ เทคโนโลยีและสารสนเทศที่ทันสมัยในการหาข้อมูล เพราะถือว่าในโลกอนาคตจะเป็นคลังอาวุธคลังปัญญาท่ีดี เย่ียม ส่วนท่ีเกี่ยวข้องกับการนาเทคโนโลยีสารสนเทศและ การส่ือสารมาใช้ คือ ภาครัฐ สภาพแวดล้อม เช่นมหาวิทยาลัย สังคม ครอบครัว ตัวผู้ใช้ ( ต้องมีความกระตือรือร้นและ ยอมรับในเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือแบบใหมท่ ี่นา มาใช้ ) ตอ้ งสนบั สนนุ สง่ เสริมและตอ้ งสนับสนุนส่งเสรมิ ปลูกฝังต้ังแต่ เด็ก เช่น ให้เป็นนโยบายหลักของชาติ ให้งบประมาณมาก เพยี งพอ การนาเศรษฐกิจพอเพียงกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารมาใช้ คือ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารต้องใช้หลกั เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระ ราชดารัส ได้แก่ รู้จักใช้ตามความจาเป็น และตามกาลังทรพั ย์ของคนนนั้ หรือเรียกว่ารู้จักใช้พอประมาณ ตาม เหตุผล ไม่ไปตามกระแสโลกประกอบกับใช้หลักธรรมเข้ามาช่วย เช่น ไม่ใช้เทคโนโลยีไปในทางท่ีผิด และหมั่น ดูแลรักษาตลอดถงึ ในการใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์มากท่ีสดุ ตามความจาเปน็ การเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง น้ันกระทรวง ศึกษาธิการ ดาเนินการด้วยการให้ความสาคัญเป็นลาดับแรก ผ่านการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษา ตามอัธยาศัย ผา่ นโครงการต่างๆ ในแต่ละระดับ ไดแ้ ก่ ๑.ระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ได้จัดทาโครงการขับเคล่ือนหลักคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ สถานศึกษา เพ่ือเป็นการนานโยบายการปฏิรูปการศึกษา โดยใช้คุณธรรมนาความรู้ไปสู่การปฏิบัติ โดยให้ สถานศึกษาเป็นศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้ในชุมชน พร้อมสร้างเครือข่ายการแลกเปล่ียนเรียนรู้วิถีชีวิตพอเพียง ให้ เกดิ การพัฒนาท่ีสมดุลอยา่ งยั่งยืน
๒๕ ๒.การศึกษาเอกชน ได้จัดการประชุมสัมมนาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ เกย่ี วกับหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง และแนวทางการปฏิบัติงานโดยใช้หลกั เศรษฐกิจพอเพียง ๓.ระดับอาชีวศึกษา ได้มีการประชุมปฏิบัติการบูรณาการแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใน การ จัดการเรียนการสอน การบรู ณาการกจิ กรรม และการดาเนนิ การศนู ย์การเรยี นรู้ของชุมชน ๔.ระดับอุดมศึกษา ไดใ้ หส้ ถาบันอุดมศึกษานอ้ มนาพระราชดารสั เรื่องเศรษฐกิจพอเพยี งไปประยุกต์ใช้ อย่างเหมาะสม เพ่อื เปน็ ภูมิคมุ้ กันทางสงั คม รวมท้งั ปรับเปล่ียนกระบวนการแลกเปล่ียนเรียนร้ใู ห้เกดิ การพัฒนา อยา่ งย่งั ยืน เทคโนโลยีการศึกษากับการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการเตรียมตัวในการจัด การศึกษาเพ่ือทาให้เข็มแข็ง สามารถสู้กับการเปล่ียนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้หมด โดยอาศัยการประยุกต์ใช้หลัก พอประมาณ หลักมีเหตุผล หลักภูมิคุ้มกัน โดยกระบวนการในการจัดการเชิงกลยุทธ์ซึ่งประกอบด้วย การวางแผนกลยุทธ์ การนากลยุทธ์ไปสู่ปฏิบัติ การควบคุมและประเมินผลเชิงกลยุทธ์ ความสาเร็จจะข้ึนอยู่กบั สถานศึกษาต้องคิดเอง เพราะแต่ละสถานศึกษาไม่เท่ากัน พัฒนาการสถานศึกษาทั้ง ๔ ภารกิจไม่เท่ากัน และ ตัวชว้ี ดั ก็ต้องคิดเอง ถ้าทาอย่างนี้จะมีแผนพฒั นาสถานศึกษาที่บรู ณาการรอบด้าน โดยสรุปแลว้ เชอ่ื วา่ ปรัชญาน้ีมี ประโยชน์ ถ้าทาความเข้าใจให้ลกึ ซ้ึง ผู้ปฏิบตั ิจะเกดิ ความสขุ และความสาเรจ็ อยา่ งย่ังยนื เ ศ ร ษ ฐ กิ จ พ อ เ พี ย ง กั บ ก า ร น า เ ท ค โ น โ ล ยี สารสนเทศมาใช้ คอื ๑. ต้องคานึงถึงเรื่องการศึกษาเป็นสาคัญ เพราะการศึกษาเป็นกญุ แจนาไปสกู่ ารเรยี นรู้ ๒. คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้ ๓. การได้รับการสนับสนุนจากภาครั ฐ สภาพแวดล้อม สังคม และโดยเฉพาะ ครอบครัวและ ตวั ผ้ใู ชเ้ อง ๔. การรู้จักใช้เทคโนโลยีนั้นให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดและตามความจาเป็น จะเห็นว่าเศรษฐกิจ พอเพียงสามารถจะนาไปประยุกต์ได้กับทุกสาขาอาชีพ ทุกสภาพการณ์ ทุกชีวิตของคนเรา ตั้งท้ังนี้ท้ังน้ัน คณุ ธรรมจรยิ ธรรมเปน็ สงิ่ ที่ขาดไมไ่ ดเ้ ชน่ กัน
๒๖ คาชีแจง ๑. จงอธิบายสาเหตุ หรอื ปัจจยั ที่ทาให้เทคโนโลยมี ีความสมั พนั ธ์กับการดารงชีวิตของมนษุ ยม์ า อยา่ งยาวนาน และมกี ารเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา ตง้ั แต่อดีตจนถึงปัจจุบนั (๑๐ คะแนน) ๑) ๒) ๓)
๒๗ ๒. จงยกตวั อยา่ งอธบิ ายความสมั พนั ธ์ของเทคโนโลยีกบั ศาสตร์อ่นื ๆ มา ๑ ตวั อย่าง (๕ คะแนน)
๒๘ ๓. จงเขียนอธิบาย การทางานของกงั หนั ชยั พัฒนา มคี วามสัมพนั ธ์กบั ศาสตร์ใดบ้าง (๑๒ คะแนน)
๒๙ ๔. นักเรียนสังเกตภาพส่งิ ประดษิ ฐท์ นี่ า่ สนใจ เช่น เครื่องมือทางอตุ ุนยิ มวิทยา เคร่ืองมอื ผลติ ไฟฟา้ พลังงาน ลม หรอื ส่งิ ประดิษฐ์อืน่ ทนี่ า่ สนใจ รวมถึง ตัวอยา่ งกงั หันน้าชยั พัฒนา แล้วตอบคาถาม ดงั นี้ (๓ คะแนน) ส่ิงทนี่ กั เรียนเห็นคอื อะไร ใชป้ ระโยชน์อะไร โดยใคร สง่ิ ประดิษฐด์ ังกล่าวใช้เทคโนโลยีอะไร จากตัวอย่าง กังหันน้าชัยพัฒนา พระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงได้รับ แนวทางจากอุปกรณ์อันเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน นามาพัฒนาเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ท่ีกล่าว ไดว้ ่าพฒั นาขึ้น นกั เรยี นคิดวา่ นา่ จะเอากังหนั น้าชัยพัฒนามาพฒั นาได้อยา่ งไรบา้ ง
๓๐ คาชีแจง ๑. จงอธิบายสาเหตุ หรอื ปัจจัยที่ทาให้เทคโนโลยมี ีความสัมพนั ธก์ ับการดารงชีวิตของมนษุ ยม์ า อย่างยาวนาน และมีการเปลีย่ นแปลงตลอดเวลา ตั้งแตอ่ ดตี จนถงึ ปัจจุบัน (๑๐ คะแนน) ๑) การแกป้ ญั หา มนษุ ยม์ ักจะหาวิธกี ารและกระบวนการต่าง ๆ เพอ่ื ช่วยในการแก้ปญั หาท่ีเกิดขึ้น ในชีวิตประจาวัน โดยอาศัยกระบวนการคิด การออกแบบ การทดลอง การประดิษฐ์ หรือใช้ทักษะเทคนิคหรือ วธิ ีการในการแก้ปัญหา เช่น มนษุ ย์รู้สกึ ร้อน จงึ คิดแกป้ ญั หาดว้ ยการสร้างพัดที่ทาจากไม้ ตอ่ มาเป็นพดั ลมไฟฟ้า และเครอื่ งปรบั อากาศ ๒) ความต้องการ มนุษย์มักจะหาวิธีเพ่อื แกป้ ัญหาและสนองความต้องการที่เกิดข้ึน เช่น ต้องการ ขา้ มแมน่ า้ โดยไมเ่ ปียกจึงสรา้ งแพ ต่อมาเป็นเรือพาย และเรอื ยนต์ เพ่อื สนองความต้องการน้ี ๓) ความก้าวหนา้ ของศาสตร์ต่าง ๆ มนษุ ยพ์ ยายามพฒั นาศาสตร์ต่าง ๆ เพอื่ การดารงชวี ติ เพอื่ การ แก้ปัญหา เพ่ือการเอาชนะ จนทาให้สังคมและวถิ ีการดาเนนิ ชีวิตในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงและเจริญก้าวหน้าจาก อดีตไปอย่างมาก เช่น ความเจริญก้าวหน้าด้านการแพทย์ การศึกษา การเกษตร การ สื่อสาร และการ คมนาคม ซง่ึ ล้วนสง่ ผลให้เกดิ การเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีในทกุ ๆ ดา้ น
๓๑ ๒. จงยกตัวอยา่ งอธิบายความสัมพนั ธข์ องเทคโนโลยีกบั ศาสตรอ์ นื่ ๆ มา ๑ ตัวอย่าง (๕ คะแนน) ความสมั พันธ์กบั วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยกี ับวิทยาศาสตร์มีความสมั พนั ธ์กนั อยา่ งมาก โดยเทคโนโลยี เกิดจากพ้ืนฐานทางวิทยาศาสตร์ด้วยการนาความรู้ของวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ ช่วยในการ แก้ปัญหาและการทางานของมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน เช่น การนาความรู้ทางฟิสิกส์มาช่วยในการ ประดิษฐ์เครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ เช่น รอก ล้อแลเพลา นาความรู้ทางเคมีและชีววิทยามาช่วยใน การผลติ ยารกั ษาโรค การผลิตอาหารสาเร็จรูป
๓๒ ๓. จงเขยี นอธิบาย การทางานของกงั หันชยั พัฒนา มคี วามสมั พันธ์กบั ศาสตร์ใดบ้าง (๑๒ คะแนน) คณิตศำตร์ วศิ วกรรมศำสตร์ กำรใช้ดำเนินกำรทำงคณิตศำตร์คำนวณหำควำมสัมพนั ธ์ ใช้ ควำมรู้ ด้ ำนวิศวกรรมช่วยใน ระหว่ำงควำมกว้ำง ควำมยำว และควำมลึกของกังหัน กำรออกแบบโครงสร้ ำง กำรประดิษฐ์ กำรหำพืน้ ท่ีสมั ผสั ระหว่ำงนำ้ กับอำกำศที่เหมำะสม กำรใช้ ระบบกลไก ระบบไฟฟ้ ำ และกำรเลือก รูปทรงเรขำคณิต และกำรเจำะรูในกำรออกแบบซองตกั นำ้ ใช้วสั ดตุ ่ำง ๆ วทิ ยำศำสตร์ เศรษฐศำสตร์ ใช้หลกั กำรทำงวทิ ยำศำสตร์สำขำตำ่ งๆ มำประยกุ ต์ใช้ ดงั นี ้ ศึกษำเรื่องควำมควำมคุ้มทุน คุ้มค่ำ ฟิ สิกส์ ใช้ควำมรู้เรื่องแรงลอยตวั กำรเคลือ่ นที่และระบบ กลไก ควำมประหยัด เพ่อื หำวธิ ีลดงบประมำณ ในกำรบำบัดนำ้ เสีย และลดต้นทุนใน ช่วยในกำรออกแบบโครงสร้ ำง กำรเลือกซือ้ วตั ถดุ บิ ตำ่ ง ๆ ในกำรประดษิ ฐ์ ชีววิทยำ ศึกษำกำรดำรงชีวิตของสัตว์นำ้ และกำรเติบโตของ จลุ นิ ทรีย์ในแหลง่ นำ้ เคมี ศึกษำกำรลดควำมเข้มข้นของสำรต่ำง ๆ ในนำ้ ด้วย กำรทำปฏิกิริยำระหว่ำงออกซิเจนในอำกำศกับนำ้ เพื่อ ให้ได้คำ่ ท่ีเหมำะสม
๓๓ ๔. นักเรียนสงั เกตภาพส่งิ ประดษิ ฐ์ที่น่าสนใจ เชน่ เครือ่ งมอื ทางอตุ ุนยิ มวทิ ยา เครือ่ งมอื ผลติ ไฟฟ้าพลังงาน ลม หรอื ส่ิงประดษิ ฐ์อ่นื ท่นี ่าสนใจ รวมถึง ตัวอย่างกังหนั นา้ ชัยพัฒนา แล้วตอบคาถาม ดังนี้ (๓ คะแนน) สง่ิ ทนี่ ักเรยี นเห็นคืออะไร ใชป้ ระโยชนอ์ ะไร โดยใคร สง่ิ ประดษิ ฐ์ดังกลา่ วใช้เทคโนโลยอี ะไร จากตัวอย่าง กังหันน้าชัยพัฒนา พระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงได้รับ แนวทางจากอุปกรณ์อันเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน นามาพัฒนาเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่กล่าว ไดว้ ่าพัฒนาขึ้น นกั เรยี นคิดว่านา่ จะเอากงั หนั น้าชยั พัฒนามาพฒั นาได้อยา่ งไรบ้าง ใชพ้ ลงั งานไฟฟา้ จากแสงอาทิตย์ ประกอบเขา้ เปน็ สว่ นหนงึ่ ของพาหนะทางนา้ ท่ีเคล่ือนที่ช้า ประกอบเข้ากบั อุปกรณ์เก็บขยะในแหล่งน้า
๓๔ ๑. แบบทดสอบเป็ นแบบเลอื กตอบ จำนวน ๑๐ ข้อ คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน ใช้เวลำในกำรทำ แบบทดสอบ ๑๐ นำที ๒. เลือกคำตอบท่ีถูกต้ องที่สุดเพียงข้ อเดียว แล้วทำเคร่ืองหมำยกำกบำท (X) ลงใน กระดำษคำตอบ ๑. ขา้ วจดั เปน็ พชื เศรษฐกจิ ทส่ี าคัญของประเทศไทย นกั เรียน คดิ ว่าเทคโนโลยมี ีสว่ นสาคัญ เกี่ยวข้องในเร่อื งใดน้อยที่สดุ ก. การเพาะปลกู ขา้ ว ข. การเก็บเกยี่ วขา้ ว ค. การแปรรูปข้าว ง. การรับประทานอาหาร ๒. ข้อใดไม่เก่ยี วกับเทคโนโลยี ก. ปจั จุบนั เทคโนโลยไี ด้ถกู พฒั นาให้มคี วามกา้ วหน้าอย่างตอ่ เน่อื ง ข. เพือ่ อานวยความสะดวกตอบสนองความตอ้ งการของมนุษย์ ค. เพ่ืออานวยความสะดวกตอบสนองความตอ้ งการทางดา้ นอารมณ์ ง. เพ่อื แกไ้ ขและป้องกันปญั หาต่าง ๆ ของมนษุ ย์ ๓. ในการผลติ ยารกั ษาโรค เทคโนโลยมี สี ่วนสาคัญในขนั้ ตอนใดนอ้ ยทีส่ ุด ก. การรับประทานยา ข. ข้ันตอนการผลติ ยา ค. การทดสอบคุณภาพของยา ง. วิธกี ารในการผลิตยา
๓๕ ๔. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ความหมายของเทคโนโลยี (Technology) ก. การนาความรูใ้ นศาสตรท์ ีห่ ลากหลาย สืบทอดตอ่ ๆ กนั มา ข. เป็นการนาความร้ทู างวิทยาศาสตรม์ าใช้ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างสงิ่ ของเครือ่ งใช้ ผลิตภัณฑ์ วิธีการโดยผา่ นกระบวนการตา่ ง ๆ ค. สิง่ ทม่ี นุษย์สรา้ งข้นึ มาเพื่อตอบสนองความต้องการพน้ื ฐานในการดารงชวี ติ ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทางานและแกป้ ญั หา ง. การนาความรใู้ นศาสตร์ต่าง ๆ โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ มาใชแ้ กป้ ัญหาต่าง ๆ ของมนษุ ย์ ๕. ข้อใดไมใ่ ช่ความสาคัญของเทคโนโลยีต่อความตอ้ งการพืน้ ฐานในการดารงชีวติ มนุษย์ ก. อาหาร ข. การสอ่ื สาร ค. ยารักษาโรค ง. ทอี่ ยู่อาศัย ๖. ข้อใดอธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหว่างเทคโนโลยกี บั วทิ ยาศาสตร์ได้ถกู ตอ้ ง ก. การนาความรทู้ างวิทยาศาสตรไ์ ปใชใ้ ห้เกิดเป็นรปู ธรรม ข. การนาความร้ทู างวทิ ยาศาสตร์เผยแพรท่ างอนิ เตอรเ์ นต็ ค. การแสวงหาความร้ทู างวิทยาศาสตร์ใหม่ ง. การคน้ พบทฤษฎใี หมเ่ ก่ยี วกบั อวกาศ ๗. กังหันน้าชยั พฒั นา มีความสัมพนั ธก์ ับศาสตร์อน่ื ๆ ยกเว้นข้อใด ก. คณิตศาสตร์ ข. มนุษยศาสตร์ ค. วิศวกรรมศาสตร์ ง. วทิ ยาศาสตร์
๓๖ ๘. มนุษยเ์ ป็นผสู้ รา้ งและใชเ้ ทคโนโลยีซง่ึ ต้องคานงึ ถงึ เรอ่ื งใดเป็นสาคญั ก. ใชเ้ ทคโนโลยีเพ่อื ก่อให้เกิดประโยชนต์ ่อการทางาน ข. ใช้เทคโนโลยโี ดยไม่กอ่ ให้เกดิ ผลกระทบทางลบต่อตนเองและผู้อ่นื ค. ทาความเขา้ ใจอยรู่ ่วมกบั เทคโนโลยีให้ได้ ง. ถูกทุกข้อ ๙. ข้อใดเป็นสิ่งของเครื่องใช้ทผี่ ลิตโดยอาศยั ความรู้ด้านพลังงานคล่ืนทก่ี อ่ ให้เกิดแรงสั่นสะเทือน ของนา้ ในอาหารจะสง่ ผลให้อาหารสุก ก. เครือ่ งทาน้าอุ่น ข. เตาไมโครเวฟ ค. ปัม๊ นา้ อัตโนมัติ ง. เครอื่ งกรองนา้ ๑๐. การออกแบบและเทคโนโลยีไม่สัมพนั ธก์ บั ศาสตร์ในข้อใด ก. วิทยาศาสตร์ ข. ศลิ ปศาสตร์ ค. มนษุ ยศาสตร์ ง. สงั คมศาสตร์
๓๗ ๑. ง ๒. ค ๓. ก ๔. ก ๕. ข ๖. ก ๗. ข ๘. ง ๙. ข ๑๐. ข
๓๘ ฝ่ายตาราวิชาการคอมพวิ เตอร์. (๒๕๖๑). เทคโนโลยีสารสนเทศเบอื งตน้ . กรงุ เทพฯ:ซเี อด็ ยเู คชั่น. พลพธู ปยิ วรรณ และสภุ าพร เชงิ เอ่ียม. (๒๕๕๒). ระบบสารสนเทศเพอ่ื การจัดการ. กรงุ เทพฯ: วิทยพฒั น,์ ๒๕๕๒. วีรศกั ดิ์ ประสพบญุ . (๒๕๖๑). “กังหันนาชยั พฒั นา” สดุ ยอดนวัตกรรมจากพระอัจฉรยิ ภาพ ของพระเจา้ อยหู่ ัว รัชกาลท่ี ๙. เข้าถงึ ไดจ้ าก http://www/buildernews.in.th/techproducts/techinnovation/๑๒๕๖๐. (สืบคน้ เมอื่ : ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑). สถาบันคุณภาพวิชาการ (พว.). (๒๕๖๑). หนังสือเรียนรายวชิ าพนื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี. กรงุ เทพฯ: สานกั พิมพ์ บรษิ ทั พฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.) จากัด. Ministry of Education. Technology Online. (Online). Available: https://technology.tki.org.nz/Technology-in-the-NZC/Technological- knowledge/Technological-modelling. (Access date: October ๑๖, ๒๐๑๗). Science Buddies. Comparing the Engineering Design Process and Scientific Method. (Online). Available: https//www.sciencebuddies.org/science-fair- projects/engineering-design-process/engineering-design-compare-scientific- medthod. (Access date: October ๑๖, ๒๐๑๗). STEM Education Thailand. สะเต็มศกึ ษาและการออกแบบเชิงวศิ วกรรม. (Online). Available: https//www.stemedthailand.org/?knowdtem=%E๐%B๘%AA%E๐%B๐%E๐%B๙% ๘๐%E๐%B๘%๙๕%E๐%B๙%๘๗%E๐%B๙%๘๗%E๐%B๙%A๑%E๐%B๘%A๘%E๐%B ๘%B๖%E๐%B๘%๘๑%E๐%B๘%A๙%B๐%E๐%B๘%B๒%E๐%B๙%๘๑%E๐%B๘%A ๕%E๐%B๘%B๐%E๐%B๘%๘๑%E๐%B๘%B๓%E๐%B๘%A๓%E๐%B๘%AD%E๐%B ๘%AD%E๐%B๘%๘๑%EC%B๙%๘๑%E๐%B๘%B๘%๙A%.(Access date: October ๒๖, ๒๐๑๗).
๓๙ ช่ือ- สกลุ : นำยสนั ติ ศรีวเิ ชียร ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง : ครู วิทยฐำนะครูชำนำญกำร โรงเรียนสินปนุ คณุ วิชญ์ ตำบลสนิ ปนุ อำเภอเขำพนม จงั หวดั กระบี่ สงั กดั สำนกั งำนเขตพนื ้ ทีก่ ำรศกึ ษำมธั ยมศกึ ษำ เขต ๑๓ (ตรัง-กระบ่ี) สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พนื ้ ฐำน กระทรวงศกึ ษำธิกำร ประวตั ิกำรศกึ ษำ : พ.ศ. ๒๕๓๔ จบกำรศกึ ษำประถมศกึ ษำปี ที่ ๖ โรงเรียนวดั ควนเมำ จงั หวดั ตรัง พ.ศ. ๒๕๓๗ จบกำรศกึ ษำมธั ยมศกึ ษำปี ที่ ๓ โรงเรียนคลองปำงวิทยำคม จงั หวดั ตรัง พ.ศ. ๒๕๔๐ จบ ปวช. (ช่ำงอิเลก็ ทรอนิกส์) วทิ ยำลยั เทคนิคตรัง จงั หวดั ตรัง พ.ศ. ๒๕๔๒ จบ ปวส.(เทคนคิ คอมพวิ เตอร์) สถำบนั เทคโนโลยีรำชมงคลวิทยำเขตภำคใต้ จงั หวดั สงขลำ พ.ศ. ๒๕๔๘ จบกำรศกึ ษำปริญญำตรี วท.บ. (เทคโนโลยีสำรสนเทศ) มหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์ จงั หวดั สงขลำ พ.ศ. ๒๕๕๑ จบกำรศกึ ษำ ป.บณั ฑิต (วิชำชีพครู) มหำวิทยำลยั รำชภฏั สงขลำ จงั หวดั สงขลำ พ.ศ. ๒๕๖๐ จบกำรศกึ ษำปริญญำโท กศ.ม (บริหำรกำรศกึ ษำ) มหำวิทยำลยั ทกั ษิณ จงั หวดั สงขลำ
๔๐ ผลงำนท่ีภำคภมู ใิ จ : ได้รับวฒุ บิ ตั รกำรสอบวิชำคอมพวิ เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๓ และอบรม Master Teacher in Programing โครงกำรยกระดบั คณุ ภำพครูทงั้ ระบบ ณ วนั ที่ ๒ กรกฎำคม ๒๕๕๓ พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้รับเกียรตบิ ตั ร หนง่ึ แสนครูดี ประจำปี กำรศกึ ษำ ๒๕๕๘ มอบโดยครุ ุสภำ ณ วนั ที่ ๖ ตลุ ำคม ๒๕๕๘ พ.ศ. ๒๕๖๐ ครูผ้ฝู ึกสอนนกั เรียน รำงวลั เหรียญเงนิ พ.ศ. ๒๕๖๑ กิจกรรมกำรแขง่ ขนั กำรออกแบบ พ.ศ. ๒๕๖๑ สงิ่ ของเครื่องใช้ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระดบั ชนั้ ม.๔-๖ ได้รับเกียรติเป็ นวทิ ยำกรโครงกำรฝึกอบรมลกู เสอื ต้ำนภยั ยำเสพตดิ ระหวำ่ งวนั ที่ ๕-๗ มิถนุ ำยน ๒๕๖๐ ให้ไว้ ณ วนั ท่ี ๗ มิถนุ ำยน พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้รับเกียรติบตั ร ครูดีศรีเขำพนม ประจำปี กำรศกึ ษำ ๒๕๖๑ เนื่องในวนั ครู ๑๖ มกรำคม ๒๕๖๑ ได้รับเกียรติบตั ร เป็ นวทิ ยำกรนำเสนอสอื่ นวตั กรรม กำรจดั กำรเรียนกำรสอน (ชุดฝึกโซลำ่ เซลล์) ให้ไว้ ณ วนั ท่ี ๙ กรกฎำคม พ.ศ. ๒๕๖๑
๔๑
Search
Read the Text Version
- 1 - 41
Pages: