เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๕๑ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกจิ จานุเบกษา ก า ร ป ฏิ บั ติ ห น้ า ท่ี เ พื่ อ ใ ห้ ก า ร ด า เ นิ น ง า น ต า ม ป ร ะ ม ว ล ก ฎ ห ม า ย นี้ เ ป็ น ไ ป อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ และประสิทธผิ ลย่งิ ขนึ้ ใหจ้ ่ายจากกองทุน (๕) การบรหิ ารและการดาเนินการอ่ืนเพื่อใหบ้ รรลวุ ัตถปุ ระสงค์ของกองทนุ การวางระเบยี บตาม (๒) (๓) (๔) และ (๕) ตอ้ งไดร้ ับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังดว้ ย ลักษณะ ๕ ความผดิ เกย่ี วกบั การผลติ นาเขา้ สง่ ออก จาหน่าย มไี ว้ในครอบครอง หรือนาผ่านซ่ึงยาเสพตดิ ใหโ้ ทษและวตั ถุออกฤทธิ์ มาตรา ๙๐ ห้ามผู้ใดผลิต นาเข้า ส่งออก จาหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซ่ึงยาเสพติด ใหโ้ ทษในประเภท ๑ เว้นแต่เปน็ กรณีทไ่ี ด้รับอนญุ าตตามมาตรา ๓๔ หรือมาตรา ๓๕ (๓) มาตรา ๙๑ ห้ามผู้ใดผลิต นาเข้า ส่งออก จาหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติด ให้โทษในประเภท ๒ หรือประเภท ๔ เว้นแต่เป็นกรณีที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๓๔ หรือ มาตรา ๓๕ (๑) หรือ (๓) มาตรา ๙๒ ห้ามผู้ใดผลิต นาเข้า ส่งออก หรือจาหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๓ เวน้ แต่เป็นกรณีที่ไดร้ ับอนุญาตตามมาตรา ๓๕ (๒) มาตรา ๙๓ ห้ามผู้ใดผลิต นาเข้า ส่งออก จาหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซ่ึงยาเสพติด ใหโ้ ทษในประเภท ๕ เว้นแต่เป็นกรณที ่ไี ด้รบั อนญุ าตตามมาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง (๔) หรอื วรรคสอง มาตรา ๙๔ ห้ามผู้ใดผลิต นาเข้า ส่งออก จาหน่าย มีไว้ในครอบครอง หรือนาผ่าน ซง่ึ วตั ถอุ อกฤทธ์ิ เว้นแต่เป็นกรณีท่ไี ด้รับอนุญาตตามมาตรา ๓๕ (๕) มาตรา ๙๕ ห้ามผู้รับอนุญาตผู้ใดดาเนินการผลิตหรือจาหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ในระหว่างทเ่ี ภสชั กรมิไดอ้ ย่ปู ระจาควบคุมกจิ การ มาตรา ๙๖ ห้ามผู้ใดจาหน่ายวัตถุออกฤทธ์ิต้ังแต่สองชนิดข้ึนไปหรือจาหน่ายวัตถุออกฤทธ์ิ และยารวมกนั หลายขนาน โดยจัดเป็นชุดไว้ลว่ งหนา้ เพอื่ ประโยชน์ทางการคา้ ลกั ษณะ ๖ ความผดิ เก่ยี วกบั สารระเหย
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๕๒ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๙๗ ห้ามผู้ใดผลิตหรือนาเข้าสารระเหย โดยก่อนนาออกจาหน่าย ไม่จัดให้มีภาพ เครื่องหมาย หรือข้อความที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อที่บรรจุสารระเหยเพ่ือเป็นการเตือนให้ระวังการใช้ สารระเหยดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และปริมาณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงอุตสาหกรรมกาหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๘ ห้ามผู้ใดจาหน่ายสารระเหยโดยไม่มีภาพ เคร่ืองหมาย หรือข้อความท่ีผู้ผลิต หรือผ้นู าเข้าสารระเหยต้องจดั ให้มที ีภ่ าชนะบรรจุหรือหบี ห่อทบี่ รรจตุ ามมาตรา ๙๗ อยคู่ รบถ้วน มาตรา ๙๙ ห้ามผู้ใดจาหน่ายหรือจัดหาสารระเหยให้แก่บุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี เว้นแต่ เป็นการจาหน่ายหรือจัดหาโดยสถานศึกษาเพ่ือใชใ้ นการเรียนการสอน มาตรา ๑๐๐ ห้ามผู้ใดจาหน่ายหรือจัดหาสารระเหยให้แก่ผู้ซึ่งตนรู้หรือควรรู้ว่าเป็นผู้ติด สารระเหย ลักษณะ ๗ ความผดิ เกีย่ วกบั การขน้ึ ทะเบยี นตารบั มาตรา ๑๐๑ ห้ามผู้รับใบสาคัญการข้ึนทะเบียนตารับตามมาตรา ๔๙ ผลิตหรือนาเข้าตารบั ยาเสพติดใหโ้ ทษหรือตารบั วตั ถอุ อกฤทธิ์ไม่ตรงตามรายการท่ไี ดข้ ้นึ ทะเบียนตารับไว้ มาตรา ๑๐๒ ห้ามผู้ใดผลิต นาเข้า ส่งออก หรือจาหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธ์ิ ที่ต้องข้ึนทะเบียนตารับยาเสพติดให้โทษหรือตารับวัตถุออกฤทธ์ิตามมาตรา ๔๙ แต่มิได้ข้ึนทะเบียน ตารับยาเสพติดให้โทษหรือตารับวัตถุออกฤทธิ์ มาตรา ๑๐๓ หา้ มผใู้ ดผลติ นาเขา้ ส่งออก หรอื จาหนา่ ยซึ่งยาเสพติดใหโ้ ทษหรือวตั ถุออกฤทธิ์ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขส่ังเพิกถอนทะเบียนตารับยาเสพตดิ ใหโ้ ทษหรือตารับวัตถุออกฤทธิ์ ตามมาตรา ๕๑ ลักษณะ ๘ ความผดิ เกี่ยวกบั การเสพยาเสพติดและการมไี วใ้ นครอบครองซึง่ ยาเสพตดิ เพอื่ เสพ มาตรา ๑๐๔ ห้ามผู้ใดเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือเสพวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ เว้นแต่การเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒
เล่ม ๑๓๘ ตอนท่ี ๗๓ ก หน้า ๕๓ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกจิ จานเุ บกษา หรือวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๒ เพ่ือการรักษาโรคตามคาสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือ ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือการเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามท่ีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสขุ ประกาศกาหนดตามมาตรา ๕๘ เพื่อการรกั ษาโรคตามคาสั่งของผปู้ ระกอบวิชาชพี เวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือ เสพเพ่อื การศึกษาวิจยั มาตรา ๑๐๕ ห้ามผใู้ ดเสพสารระเหย มาตรา ๑๐๖ ห้ามผู้ใดจูงใจ ชักนา ยุยงส่งเสริม ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กาลังบังคับ ใช้อานาจครอบงาผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด ให้ผู้อ่ืนเสพยาเสพติดให้โทษ ในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ วัตถอุ อกฤทธิ์ หรือสารระเหย ผปู้ ระกอบวิชาชีพดังต่อไปนี้ อาจจูงใจหรือชักนาให้ผูอ้ ืน่ เสพยาเสพติดให้โทษหรือวัตถอุ อกฤทธิ์ เพือ่ การรักษาพยาบาลได้ (๑) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม สาหรับยาเสพติดให้โทษ ในประเภท ๒ หรอื ประเภท ๓ หรือวัตถุออกฤทธ์ใิ นประเภท ๒ ประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ หรอื สาหรับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามท่ีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกาหนด ตามมาตรา ๕๘ (๒) ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือหมอพ้ืนบ้านตามกฎหมายวา่ ด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย สาหรับยาเสพติดใหโ้ ทษในประเภท ๕ ตามที่รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสขุ ประกาศกาหนดตามมาตรา ๕๘ มาตรา ๑๐๗ ห้ามผู้ใดมีไวใ้ นครอบครองซงึ่ ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือ ประเภท ๕ หรอื วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรอื ประเภท ๒ เพอื่ เสพ การมีไว้ในครอบครองซ่ึงยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือ วัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ ในปริมาณเล็กน้อยซึ่งไม่เกินปริมาณท่ีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสขุ กาหนดในกฎกระทรวง ใหส้ นั นิษฐานไว้กอ่ นว่ามไี วใ้ นครอบครองเพอื่ เสพ ภาค ๒ การบาบดั รกั ษาและการฟน้ื ฟูสภาพทางสังคมแก่ผตู้ ดิ ยาเสพติด
เล่ม ๑๓๘ ตอนท่ี ๗๓ ก หน้า ๕๔ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ราชกจิ จานเุ บกษา ลกั ษณะ ๑ บทบญั ญัตทิ ว่ั ไป มาตรา ๑๐๘ ในภาคน้ี “ติดยาเสพติด” หมายความว่า เสพเป็นประจาติดต่อกันและตกอยู่ในสภาพท่ีจาเป็นต้อง พึ่งยาเสพติดนั้น โดยสามารถตรวจพบสภาพเช่นวา่ นัน้ ได้ตามหลักวิชาการ “การบาบัดรักษา” หมายความว่า การบาบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ซึ่งรวมตลอดถึงการคัดกรอง การประเมินความรุนแรง การบาบัดด้วยยา การฟื้นฟูสมรรถภาพ การลดอันตรายจากยาเสพติด และการติดตามหลังการบาบดั รักษา “การฟืน้ ฟสู มรรถภาพ” หมายความว่า การกระทาใด ๆ อันเปน็ การบาบดั พฤติกรรมการเสพ ยาเสพตดิ และฟื้นฟสู ภาพรา่ งกายและจิตใจของผ้ตู ิดยาเสพติดใหก้ ลับคนื สสู่ ภาพปกติ “การฟ้ืนฟูสภาพทางสังคม” หมายความว่า การกระทาใด ๆ อันเป็นการสงเคราะห์ สนับสนุนให้ผู้ติดยาเสพติดหรือผู้ผ่านการบาบัดรักษาได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตทางด้านที่อยู่อาศัย การศกึ ษา อาชีพ ตลอดจนการติดตามดูแลชว่ ยเหลอื จนสามารถกลบั มาดารงชีวิตในสงั คมได้อย่างปกตสิ ขุ “สถานพยาบาลยาเสพติด” หมายความว่า โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการบาบัดรักษาและฟ้ืนฟูผู้ติดยาเสพติดกาหนดให้เป็นสถานท่ีทาการ บาบัดรกั ษาผูต้ ิดยาเสพตดิ “สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด” หมายความว่า สถานพยาบาล สถานฟื้นฟู หรือ สถานท่ีอ่ืนใดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่คณะกรรมการบาบัดรักษาและฟ้ืนฟูผู้ติดยาเสพติด กาหนดใหเ้ ป็นสถานท่ที าการฟืน้ ฟูสมรรถภาพผ้ตู ดิ ยาเสพติด “ศูนยค์ ัดกรอง” หมายความวา่ สถานทคี่ ัดกรองการใชย้ าเสพติด “ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม” หมายความว่า สถานที่ทาการฟ้ืนฟูสภาพทางสังคมแก่ ผ้ตู ดิ ยาเสพตดิ หรือผผู้ ่านการบาบดั รกั ษา “ผู้อนุญาต” หมายความว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุขหรือผู้ซ่ึงได้รับมอบหมายจาก ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลกั ษณะ ๒ คณะกรรมการบาบดั รักษาและฟนื้ ฟผู ตู้ ดิ ยาเสพตดิ
เล่ม ๑๓๘ ตอนท่ี ๗๓ ก หน้า ๕๕ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานเุ บกษา มาตรา ๑๐๙ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการบาบัดรักษาและฟื้นฟู ผู้ติดยาเสพติด” ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรีซ่ึงนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เลขาธิการ ป.ป.ส. เลขาธกิ าร อย. ปลดั กรงุ เทพมหานคร ผูว้ า่ การการกฬี าแหง่ ประเทศไทย ประธาน กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการหอการค้าไทย เป็นกรรมการ โดยตาแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งจานวนสามคน ในจานวนนี้ให้แต่งตั้งจากผู้แทนองค์กรเอกชนซึ่งเกี่ยวข้องกับการบาบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ตดิ ยาเสพติดอย่างนอ้ ยหนง่ึ คน ให้รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขมอบ หมายเป็นกรรมการและ เลขานุการ และให้คณะกรรมการบาบดั รักษาและฟืน้ ฟผู ้ตู ดิ ยาเสพตดิ แตง่ ตง้ั ขา้ ราชการในกระทรวงสาธารณสขุ จานวนไม่เกินสองคนเปน็ ผชู้ ่วยเลขานุการ เพื่อประโยชน์ในการดาเนินการตามหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการบาบัดรักษาและฟ้นื ฟู ผู้ติดยาเสพติด คณะกรรมการบาบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดอาจมีมติให้เชิญปลัดกระทรวงหรือ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐท่ีมีหน้าท่ีและอานาจโดยตรงเก่ียวกับเรื่องท่ีจะพิจารณา หรือผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญหรือมปี ระสบการณ์ท่ีเก่ียวกบั การบาบัดรักษาหรือการฟ้ืนฟูผู้ตดิ ยาเสพติด ให้เข้าร่วมประชุม เป็นครั้งคราวในฐานะกรรมการด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นน้ี ให้ผู้ซ่ึงได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะ เปน็ กรรมการตามวรรคหนึ่งสาหรับการประชมุ ครัง้ ทไ่ี ด้รับเชิญนัน้ มาตรา ๑๑๐ ให้สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทาหน้าท่ีเป็นสานักงานเลขานุการของ คณะกรรมการบาบดั รกั ษาและฟ้ืนฟูผู้ติดยาเสพติด รับผิดชอบงานธุรการ งานประชุม การศึกษา และ กจิ การตา่ ง ๆ ที่เกยี่ วกับงานของคณะกรรมการบาบัดรักษาและฟนื้ ฟผู ตู้ ิดยาเสพติด มาตรา ๑๑๑ ให้คณะกรรมการบาบัดรักษาและฟ้ืนฟูผู้ติดยาเสพติดมีหน้าท่ีและอานาจ ดงั ต่อไปน้ี
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๕๖ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานุเบกษา (๑) ให้คาแนะนารัฐมนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสุขเกยี่ วกับการออกกฎกระทรวงตามภาคน้ี (๒) กาหนดนโยบายและมาตรการเกย่ี วกบั การบาบดั รกั ษาและฟืน้ ฟูผ้ตู ิดยาเสพติด (๓) กาหนดแนวทางและการดาเนินการดา้ นการพัฒนางานวชิ าการ มาตรฐาน และคุณภาพ การบาบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และฐานข้อมูลที่เก่ียวข้องกับ การบาบัดรักษาและฟ้นื ฟผู ตู้ ิดยาเสพติด (๔) กาหนดหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเงอื่ นไขในการจัดตั้งและการรับรองคณุ ภาพศนู ย์คัดกรอง สถานพยาบาลยาเสพตดิ สถานฟนื้ ฟสู มรรถภาพผู้ตดิ ยาเสพติด และศนู ยฟ์ ื้นฟูสภาพทางสังคม (๕) กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดกรอง การบาบัดรักษา การฟ้ืนฟู สมรรถภาพผตู้ ิดยาเสพติด และการประเมินผลการบาบัดรกั ษาและการฟน้ื ฟสู มรรถภาพผตู้ ิดยาเสพติด (๖) กาหนดระเบียบหรือข้อบังคับเพ่ือควบคุมการบาบัดรักษาและระเบียบวินัยสาหรับ ศนู ย์คดั กรอง สถานพยาบาลยาเสพตดิ และสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผ้ตู ิดยาเสพตดิ (๗) ให้ความเห็นชอบในการกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการฟ้ืนฟูสภาพทาง สงั คม และติดตาม ดแู ล และชว่ ยเหลอื ผ้ตู ดิ ยาเสพตดิ หรอื ผ้ผู ่านการบาบดั รักษา (๘) กากับ ติดตาม ดูแล ให้คาปรึกษา และแนะนาหน่วยงานในพื้นท่ีในการให้ ความช่วยเหลือและสงเคราะหผ์ ู้ติดยาเสพติดหรือผู้ผา่ นการบาบดั รกั ษา (๙) วางแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการสังคม การสังคม สงเคราะห์ที่จาเป็นและเหมาะสม รวมท้ังชว่ ยเหลือสนบั สนนุ ให้ผูต้ ดิ ยาเสพติดหรือผู้ผ่านการบาบัดรกั ษา ซึง่ ไมม่ ีทอ่ี ยู่อาศัยให้ได้มที อ่ี ยอู่ าศยั เปน็ การชวั่ คราวและสามารถดารงชีวิตอย่ใู นสงั คมได้ (๑๐) วางแนวทางการดาเนินการของหน่วยงานในการช่วยเหลือเก่ียวกับการประกอบอาชีพ การศึกษา เงินทนุ สงเคราะห์ และการใหก้ ารสงเคราะห์อื่น ๆ ทจี่ าเป็นต่อการดารงชีพแกผ่ ู้ตดิ ยาเสพตดิ หรอื ผผู้ ่านการบาบดั รักษา (๑๑) สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการจ้างงานหรือการประกอบอาชีพแก่ผู้ติดยาเสพติด หรือผ้ผู ่านการบาบัดรกั ษา (๑๒) กาหนดนโยบายเพ่ือสนับสนุนและส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการติดตาม ดูแล และชว่ ยเหลอื ผตู้ ิดยาเสพติดหรอื ผูผ้ า่ นการบาบดั รกั ษา (๑๓) แตง่ ตั้งคณะอนกุ รรมการเพอื่ ปฏบิ ัติการอย่างหน่ึงอย่างใดตามท่มี อบหมาย
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๕๗ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานุเบกษา (๑๔) ปฏิบัติการอ่ืนใดตามท่ีประมวลกฎหมายน้ีหรือกฎหมายอ่ืนกาหนดให้เป็นหน้าท่ีและ อานาจของคณะกรรมการบาบดั รกั ษาและฟ้นื ฟผู ตู้ ิดยาเสพติด มาตรา ๑๑๒ ให้นาความในมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ มาใชบ้ ังคบั แก่คณะกรรมการบาบัดรักษาและฟื้นฟผู ตู้ ิดยาเสพตดิ ดว้ ยโดยอนุโลม ลกั ษณะ ๓ การบาบดั รกั ษาผตู้ ดิ ยาเสพติด มาตรา ๑๑๓ ผู้ใดยกเหตุว่าตนได้เสพยาเสพติดตามมาตรา ๑๖๒ หรือมาตรา ๑๖๓ หรือมีไว้ ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษหรือวตั ถุออกฤทธ์ิเพ่ือเสพตามมาตรา ๑๖๔ และได้สมัครใจขอเข้ารับ การบาบัดรักษาในสถานพยาบาลยาเสพติดก่อนท่ีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือ ตารวจจะตรวจพบ อีกทั้งได้ปฏิบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีคณะ กรรมการ บาบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดกาหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนได้รับการรับรอง เป็นหนังสือว่าเป็นผู้ผ่านการบาบัดรักษาเป็นท่ีน่าพอใจจากหัวหน้าสถานพยาบาลยาเสพติดหรือ สถานฟ้ืนฟสู มรรถภาพผู้ติดยาเสพตดิ ให้ผนู้ ้นั ไมม่ ีความผดิ ในมาตราดงั กล่าว มาตรา ๑๑๔ ในกรณีที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตารวจตรวจพบ ผู้ท่ีมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากระทาความผิดฐานเสพยาเสพติดตามมาตรา ๑๖๒ หรือมาตรา ๑๖๓ หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพตามมาตรา ๑๖๔ ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้น้ันเป็นผู้ต้องหาหรือ อยู่ในระหว่างถูกดาเนินคดีในความผิดอ่ืนซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจาคุก หรืออยู่ในระหว่างรับโทษจาคุก ตามคาพิพากษาของศาล ไม่มีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นหรือสังคม หรือมีพฤติกรรม ท่ีอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อ่ืนหรือสังคมท่ีเกิดจากโรคทางจิตและประสาท หรืออาการท่ีเกิดจากฤทธ์ิ ของยาเสพติดที่ใช้ และสมัครใจเข้ารับการบาบัดรักษา ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงาน ฝา่ ยปกครองหรอื ตารวจส่งตวั ผ้นู น้ั ไปสถานพยาบาลยาเสพตดิ หรอื ศูนยค์ ัดกรองต่อไป เม่ือผู้สมัครใจเข้ารับการบาบัดรักษาตามวรรคหนึ่งเข้ารับการบาบัดรักษาและ ปฏิบัติครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการบาบัดรักษาและฟ้ืนฟูผู้ติดยาเสพติดกาหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนได้รับการรับรองเป็นหนังสือว่าเป็นผู้ผ่านการบาบัดรักษาเป็นท่ี
เล่ม ๑๓๘ ตอนท่ี ๗๓ ก หน้า ๕๘ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานุเบกษา น่าพอใจจากหัวหน้าสถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟ้ืนฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ให้ผู้นั้นไม่มี ความผิดในมาตราดงั กล่าว หากผู้เข้ารับการบาบัดรักษาตามวรรคหนึ่งหลบหนีหรือไม่ให้ความร่วมมือในการบาบัดรักษา จนครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบาบัดรักษาและฟ้ืนฟูผู้ติดยาเสพติด กาหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้สถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟ้ืนฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติดจัดทาประวัติ ข้อมูล และพฤติการณ์ของผู้หลบหนีหรือไม่ให้ความร่วมมือในการบาบัดรักษา ดังกล่าว เพอ่ื ประโยชน์ในการพิจารณาให้เข้ารับการบาบดั รักษาตามวรรคหนง่ึ มาตรา ๑๑๕ เพื่อประโยชน์ในการบาบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือ พนักงานฝา่ ยปกครองหรอื ตารวจ มีหน้าที่และอานาจ ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ตรวจหรือค้นผูม้ ีพฤติการณอ์ นั ควรสงสัยว่าเสพยาเสพติด (๒) ยึดยาเสพติดจากผู้ครอบครองยาเสพติด (๓) ตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในร่างกายของบุคคล เมื่อมีเหตุจาเป็นประกอบกบั มเี หตอุ ันควรเช่ือวา่ บุคคลนั้นเสพยาเสพตดิ ในเคหสถาน สถานท่ีใด ๆ หรือ ยานพาหนะ (๔) สอบถามและตรวจสอบ เพ่ือทราบช่อื อาชีพ ทอี่ ยู่ ประวัติ รายได้ และพฤตกิ ารณ์อนื่ ของบุคคลตาม (๑) (๒) หรือ (๓) (๕) สอบถามความสมัครใจและให้ลงนามสมคั รใจหรือไม่สมัครใจเข้ารบั การบาบดั รักษา (๖) เพื่อประโยชน์ในการดาเนินการตาม (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) และเพื่อส่งตัวผู้นั้น ไปยังสถานพยาบาลยาเสพติด จะให้บุคคลนั้นอยู่ในความดูแลเป็นการช่ัวคราวได้แต่ต้องไม่เกิน ยส่ี ิบส่ชี ัว่ โมงนบั แตเ่ วลาทีต่ รวจหรือทดสอบว่าบุคคลนั้นมสี ารเสพติดอยู่ในรา่ งกาย (๗) บันทึกพฤติการณ์แห่งการดาเนินการตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) และส่งไปยัง พนักงานสอบสวนเพ่ือเกบ็ ไวเ้ ปน็ พยานหลักฐานในกรณีท่ีจะดาเนนิ คดีกบั บุคคลน้ัน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงอื่ นไขการดาเนนิ การตามวรรคหนง่ึ ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมกาหนดในกฎกระทรวง
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๕๙ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานเุ บกษา เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตารวจตาแหน่งใดหรือระดับใด จะมีหน้าท่ีและอานาจตามที่กาหนดไว้ในวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กาหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๑๖ ให้กระทรวงสาธารณสุขประกาศกาหนดสถานที่ที่เป็นศูนย์คัดกรอง ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบาบัดรักษาและฟ้ืนฟูผู้ติดยาเสพติดกาหนด โดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ให้ศนู ยค์ ดั กรองมหี น้าทแ่ี ละอานาจ ดงั ต่อไปนี้ (๑) ตรวจหาสารเสพตดิ ในร่างกาย (๒) คัดกรองและประเมินความรนุ แรงของการติดยาเสพติด ภาวะความเสีย่ งทางสขุ ภาพกาย หรือสขุ ภาพจิต (๓) พิจารณาส่งต่อผู้เข้ารับการบาบัดรักษาไปยังสถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟื้นฟู สมรรถภาพผตู้ ิดยาเสพติด (๔) จัดทาข้อมลู เกี่ยวกับการคดั กรองและขอ้ มูลอ่ืนของผู้รับการคัดกรอง มาตรา ๑๑๗ ให้สถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟ้ืนฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีหน้าที่ และอานาจดาเนินการบาบัดรักษาหรือการฟ้ืนฟูสมรรถภาพ ประเมินผล ติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง จัดทาและเก็บข้อมูลประวัติของผู้เข้ารับการบาบัดรักษาหรือการฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมท้ังดาเนินการ ลดอันตรายจากยาเสพติด แล้วแต่กรณี ลักษณะ ๔ การฟืน้ ฟูสภาพทางสงั คม มาตรา ๑๑๘ ให้กระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานครจัดตั้งศูนย์ฟ้ืนฟูสภาพทางสังคม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่คณะกรรมการบาบดั รักษาและฟ้ืนฟูผู้ติดยาเสพติดกาหนด โดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ให้ศูนย์ฟ้ืนฟูสภาพทางสังคมติดตาม ดูแล ให้คาปรึกษา แนะนา ให้ความช่วยเหลือ และ สงเคราะห์แก่ผู้เข้ารับการบาบัดรักษาตามมาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ และมาตรา ๑๖๙ เพื่อให้ผู้เขา้ รับ การบาบัดรักษาไดร้ ับการฟื้นฟูสภาพทางสังคม โดยได้รับบริการด้านสวัสดกิ ารสังคม การสังคมสงเคราะห์
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๖๐ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกจิ จานเุ บกษา ท่จี าเปน็ และเหมาะสม รวมทงั้ ชว่ ยเหลอื สนบั สนุนให้มที อ่ี ยู่อาศัยเปน็ การชว่ั คราว เพือ่ ให้บุคคลดังกล่าว สามารถดารงชีวติ อยู่ในสงั คมได้ โดยไมก่ ลับมากระทาความผิดเกยี่ วกับยาเสพตดิ อีก ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงสาธารณสุข และสานักงาน ป.ป.ส. สนับสนุนและช่วยเหลือการดาเนินการของหน่วยงาน ตามวรรคหนึ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพ การศึกษา การติดตามดูแลปัญหาด้านสุขภาพ และการให้การสงเคราะห์อนื่ ๆ การฟ้ืนฟูสภาพทางสังคมตามวรรคหน่ึงและวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกาหนดในกฎกระทรวงโดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการบาบดั รักษาและฟ้ืนฟูผูต้ ิดยาเสพติด มาตรา ๑๑๙ ในการฟื้นฟูสภาพทางสังคมตามมาตรา ๑๑๘ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมน่ั คงของมนษุ ย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงศกึ ษาธิการ กระทรวงสาธารณสขุ หรือกรุงเทพมหานคร อาจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่หรือมอบหมายอาสาสมัครในพ้ืนที่ หรืออาจทาความตกลง เพื่อมอบหมายหรือส่งต่อให้ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรชมุ ชน หรอื องคก์ รอื่น ที่ใหค้ วามร่วมมอื กไ็ ด้ มาตรา ๑๒๐ ให้ศูนยฟ์ ื้นฟสู ภาพทางสังคมมหี น้าท่แี ละอานาจ ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) ให้คาแนะนา ปรกึ ษา และชว่ ยเหลือผ้ตู ดิ ยาเสพตดิ หรือผู้ผา่ นการบาบดั รกั ษา (๒) ให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการสังคม รวมทั้งการสนับสนุนผู้ติดยาเสพติดหรือผู้ผ่าน การบาบดั รกั ษาให้ไดม้ ที ่อี ยอู่ าศัยเปน็ การช่ัวคราว (๓) ช่วยเหลือเก่ียวกับอาชีพ การศึกษา เงินทุนสงเคราะห์ และให้การสงเคราะห์อื่น ๆ ทจ่ี าเป็นต่อการดารงชีพแกผ่ ู้ตดิ ยาเสพติดหรอื ผผู้ า่ นการบาบัดรกั ษา (๔) ส่งเสริมและสนับสนุนให้นายจ้างหรือสถานประกอบการรับผู้ติดยาเสพติดหรือผู้ผ่าน การบาบดั รักษาเขา้ ทางาน (๕) ส่งเสริมให้ครอบครัวและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบาบัดรักษาและติดตาม ดูแล และชว่ ยเหลือผตู้ ิดยาเสพติดหรือผ้ผู า่ นการบาบดั รกั ษา ลักษณะ ๕ ความผดิ เกย่ี วกบั การบาบดั รกั ษาผู้ตดิ ยาเสพตดิ
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๖๑ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๑๒๑ ห้ามผู้ใดทาการบาบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดเป็นปกติธุระโดยใช้ยาตามกฎหมาย ว่าด้วยยา หรือวัตถุออกฤทธ์หิ รือยาเสพติดให้โทษตามประมวลกฎหมายน้ี หรือกระทาการบาบัดรักษา ยาเสพติดไม่ว่าโดยวิธีอื่นใด ซึ่งมิได้กระทาในสถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟ้ืนฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติดตามท่กี าหนดในประมวลกฎหมายนี้ ไม่วา่ จะไดร้ ับประโยชน์ตอบแทนหรอื ไม่ ความในวรรคหน่ึงไม่ใช้บังคับแก่การให้ความรู้ ให้คาปรึกษา หรือให้คาแนะนาแก่ผู้ติด ยาเสพติดโดยไมไ่ ดร้ ับประโยชน์ตอบแทน มาตรา ๑๒๒ ห้ามผู้ใดโฆษณาเก่ียวกับการบาบัดรักษายาเสพติดหรือยินยอมให้ผู้อ่ืน กระทาการดังกล่าวโดยใช้ชื่อของตน หรือชื่อหรือท่ีต้ังหรือกิจการของสถานพยาบาลยาเสพติดหรือ สถานฟ้ืนฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดของตน หรือคุณวุฒิหรือความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพ ในสถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดของตน เว้นแต่ได้รับใบอนุญาต จากผ้อู นญุ าต การขออนุญาต การออกใบอนุญาต และเง่ือนไขในการโฆษณาตามใบอนุญาต ให้เป็นไป ตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่อื นไขทร่ี ัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกาหนดในกฎกระทรวง ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บงั คับแก่สถานพยาบาลของรัฐ มาตรา ๑๒๓ ในกรณีท่ีผู้อนุญาตเห็นว่าการโฆษณาใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๒ หรือมีการใช้ ข้อความโฆษณาไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต ให้ผู้อนุญาตมีอานาจออกคาส่ังอย่างใ ด อยา่ งหน่งึ หรอื หลายอยา่ ง ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ใหแ้ กไ้ ขขอ้ ความหรอื วธิ ีการในโฆษณา (๒) หา้ มการใชข้ ้อความบางอย่างท่ปี รากฏในการโฆษณา (๓) ห้ามการโฆษณาหรือห้ามใชว้ ิธกี ารใดในการโฆษณา (๔) ใหโ้ ฆษณาเพื่อแกไ้ ขความเขา้ ใจผดิ ท่อี าจเกดิ ข้ึน ในการออกคาสั่งตาม (๔) ให้ผู้อนุญาตกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการโฆษณาโดยคานึงถึง ประโยชนข์ องประชาชนกับความสจุ รติ ใจในการกระทาของผทู้ าการโฆษณา ภาค ๓ บทกาหนดโทษ
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๖๒ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกจิ จานุเบกษา ลักษณะ ๑ บทบัญญัติทว่ั ไป มาตรา ๑๒๔ ผู้ใดกระทาความผิดร้ายแรงเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ แม้จะกระทานอกราชอาณาจกั ร ผู้นัน้ จะต้องรับโทษในราชอาณาจักร ถ้าปรากฏวา่ (๑) ผู้กระทาความผิดหรือผู้ร่วมกระทาความผดิ ด้วยกันคนใดคนหน่ึงเปน็ คนไทยหรอื มถี นิ่ ท่ีอยู่ ในประเทศไทย (๒) ผู้กระทาความผิดเป็นคนต่างด้าวและได้กระทาโดยประสงค์ให้ความผิดเกิดขึ้น ในราชอาณาจักรหรอื รัฐบาลไทยเป็นผเู้ สียหาย หรือ (๓) ผู้กระทาความผิดเป็นคนต่างด้าวและการกระทาน้ันเป็นความผิดตามกฎหมายของรัฐ ทก่ี ารกระทาเกดิ ขึน้ ในเขตอานาจของรฐั น้นั หากผูน้ น้ั ได้ปรากฏตัวอยู่ในราชอาณาจกั ร และมิไดม้ กี ารส่งตัว ผู้นน้ั ออกไปตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการสง่ ผรู้ ้ายข้ามแดน ทัง้ น้ี ให้นาความในมาตรา ๑๐ แหง่ ประมวลกฎหมายอาญา มาใชบ้ ังคับด้วยโดยอนุโลม มาตรา ๑๒๕ ในความผิดร้ายแรงเก่ียวกับยาเสพติด ผู้ใดกระทาการอย่างใดอย่างหน่ึง ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษเชน่ เดียวกับตัวการในความผิดนนั้ (๑) สนบั สนนุ หรือช่วยเหลอื ผกู้ ระทาความผดิ กอ่ นหรือขณะกระทาความผิด (๒) จัดหาหรือให้เงินหรือทรัพย์สิน ยานพาหนะ สถานที่ หรือวัตถุใด ๆ เพ่ือประโยชน์ หรือให้ความสะดวกแกก่ ารกระทาความผดิ หรอื เพ่ือมใิ ห้ผกู้ ระทาความผิดถูกลงโทษ (๓) จัดหาหรือให้เงินหรือทรัพย์สิน ที่ประชุม ที่พานัก หรือที่ซ่อนเร้นเพ่ือช่วยเหลือ หรือ ใหค้ วามสะดวกแกผ่ ้กู ระทาความผิด หรอื เพ่ือชว่ ยใหผ้ กู้ ระทาความผดิ พน้ จากการถูกจบั กุม (๔) รับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใดจากผู้กระทาความผิดเพื่อประโยชน์ หรือ ใหค้ วามสะดวกแก่การกระทาความผิด หรือเพื่อมใิ หผ้ กู้ ระทาความผิดถกู ลงโทษ (๕) ปกปิด ซ่อนเร้น หรือเอาไปเสียซึ่งยาเสพติดหรือวัตถุใด ๆ ท่ีใช้ในการกระทาความผิด เพ่อื ชว่ ยเหลือผู้กระทาความผดิ (๖) ช้แี นะหรือตดิ ต่อบคุ คลอ่ืนเพ่ือประโยชน์ในการกระทาความผิด
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๖๓ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานุเบกษา ผู้ใดจัดหาหรือให้เงินหรือทรัพย์สิน ท่ีพานักหรือท่ีซ่อนเร้นเพ่ือช่วยบิดา มารดา บุตร สามี หรือภริยาของตนให้พ้นจากการถูกจับกุม ศาลจะไม่ลงโทษผู้น้ันหรือลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมาย กาหนดไว้สาหรบั ความผดิ นน้ั เพียงใดก็ได้ มาตรา ๑๒๖ ผู้ใดพยายามกระทาความผิดร้ายแรงเก่ียวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษตามที่ กาหนดไว้สาหรบั ความผิดนั้นเชน่ เดยี วกบั ผู้กระทาความผิดสาเร็จ มาตรา ๑๒๗ ผู้ใดสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทาความผิดร้ายแรง เก่ียวกับยาเสพติด ผู้นั้นสมคบกันกระทาความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษจาคุก ไม่เกินหา้ ปี และปรบั ไมเ่ กินหา้ แสนบาท ถ้าได้มีการกระทาความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุท่ีได้มีการสมคบกันตามวรรคหน่ึง ผู้สมคบกันน้นั ตอ้ งระวางโทษตามทก่ี าหนดไวส้ าหรับความผิดน้ัน ในกรณีที่การกระทาตามวรรคหน่ึงมีลักษณะเป็นการกระทาขององค์กรอาชญากรรม ผู้กระทา ความผิดตอ้ งระวางโทษสองเท่าของโทษท่กี าหนดไวใ้ นวรรคหนึ่ง เพ่ือประโยชน์แห่งมาตรานี้ คาว่า “องค์กรอาชญากรรม” หมายความว่า คณะบุคคลตั้งแต่ สามคนขึ้นไปท่ีรวมตัวกันช่วงระยะเวลาหน่ึงและร่วมกันกระทาการใด โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือกระทา ความผดิ ร้ายแรงเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ และเพื่อไดม้ าซงึ่ ผลประโยชนท์ างการเงนิ ทรัพยส์ ิน หรอื ผลประโยชน์ ทางวัตถุอย่างอน่ื มาตรา ๑๒๘ ผู้ใดใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กาลงั บงั คับ ใช้อานาจครอบงาผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใดให้ผู้อ่ืนกระทาความผิดฐานผลิต นาเข้า ส่งออก จาหน่าย หรือ มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษ ตามทก่ี ฎหมายบญั ญัตไิ วส้ าหรับความผิดนั้น มาตรา ๑๒๙ ผู้ใดยอมให้ผู้อ่ืนใช้ชื่อ เอกสาร หลักฐานของตน ในการเปิด จด หรือ ลงทะเบียนทาธุรกรรมทางการเงิน ซ้ือสินค้าหรือบริการอื่นใด ยอมให้ใช้บัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ซิมการ์ดโทรศัพท์ หรือยอมให้ผู้อื่นใช้สิ่งเช่นว่านั้น ซ่ึงตนได้เปิด จด หรือลงทะเบียนไว้แล้ว โดยรู้ หรือควรรู้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระทาความผิดร้ายแรงเก่ียวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษจาคุก ไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกนิ หกหมืน่ บาท หรือทัง้ จาทงั้ ปรบั
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๖๔ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกจิ จานเุ บกษา มาตรา ๑๓๐ ผู้ใดรู้หรืออาจรู้ความลับในทางราชการเกี่ยวกับการดาเนินการตามประมวล กฎหมายน้ี กระทาด้วยประการใด ๆ ให้ผู้อ่ืนรู้หรืออาจรู้ความลับดังกล่าว เว้นแต่เป็นการปฏิบัติการ ตามหน้าท่ีหรือตามกฎหมาย ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหน่ึงแสนบาท หรือ ทงั้ จาทง้ั ปรับ มาตรา ๑๓๑ ห้ามผู้ใดเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่ส่งทางไปรษณีย์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เคร่ืองมือ หรืออุปกรณ์ในการส่ือสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือส่ือทางเทคโนโลยีสารสนเทศใด ซึ่งถูกใช้หรืออาจถูกใช้เพื่อประโยชน์ในการกระทาความผิดเก่ียวกับยาเสพติด ซึ่งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้มาโดยคาส่ังอนุญาตของศาลอาญาตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดียาเสพติด เว้นแต่ เปน็ การเปดิ เผยในการปฏิบตั ิหน้าท่ีตามกฎหมายหรือตามคาสัง่ ศาล ผู้ใดฝ่าฝืนวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหน่ึงแสนบาท หรือ ทง้ั จาท้ังปรบั ถ้าการกระทาตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทาโดยกรรมการ ป.ป.ส. เลขาธิการ ป.ป.ส. รองเลขาธิการ ป.ป.ส. หรือเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผู้กระทาต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษ ท่กี าหนดไวใ้ นวรรคหน่ึง มาตรา ๑๓๒ ผู้ใดกระทาความผิดร้ายแรงเก่ียวกับยาเสพติดโดยแต่งเคร่ืองแบบหรือ โดยแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นเจ้าพนักงาน ข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานองค์การหรือ หน่วยงานของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานอื่นของรัฐ ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ สาหรับความผิดน้นั อกี ก่งึ หนงึ่ มาตรา ๑๓๓ ในกรณีท่ีผู้กระทาผิดภาคนี้เป็นนิติบุคคล ต้องระวางโทษปรับสองเท่าของโทษ ทบ่ี ัญญตั ไิ ว้สาหรับความผิดนน้ั ถ้าการกระทาผิดของนิตบิ ุคคลตามวรรคหนึ่ง เกิดจากการส่ังการหรอื การกระทาของกรรมการ หรือผจู้ ัดการ หรอื บคุ คลใดซงึ่ รบั ผิดชอบในการดาเนนิ งานของนิตบิ คุ คลนั้น หรือในกรณีท่บี ุคคลดงั กลา่ ว มีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทาการและละเว้นไม่ส่ังการหรือไม่กระทาการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลน้ัน กระทาความผิด ผนู้ ั้นตอ้ งระวางโทษตามทีบ่ ญั ญตั ไิ วส้ าหรบั ความผิดน้นั
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๖๕ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานเุ บกษา มาตรา ๑๓๔ บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ ประเภท ๔ หรือประเภท ๕ วัตถุออกฤทธ์ิ เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะ เคร่ืองจักรกล หรือทรัพย์สินอ่ืนใดท่ีใช้ในการกระทา ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทาความผิดเก่ียวกับยาเสพติด หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทาความผิดเกีย่ วกับยาเสพติดอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ใหร้ ิบเสียทงั้ ส้ิน ไมว่ ่าจะมผี ู้ถกู ลงโทษตามคาพิพากษาหรอื ไม่ก็ตาม ลักษณะ ๒ บทกาหนดโทษเกี่ยวกบั การอนญุ าตสาหรับยาเสพตดิ ใหโ้ ทษและวตั ถอุ อกฤทธ์ิ มาตรา ๑๓๕ ผู้ควบคุมยานพาหนะผู้ใดไม่จัดให้มีการป้องกันตามสมควร เพื่อมิให้ยาเสพติด ให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์สูญหายหรือมีการนาเอาไปใช้โดยมิชอบตามมาตรา ๓๓ (๒) ต้องระวางโทษปรับ ไมเ่ กนิ หา้ หมืน่ บาท มาตรา ๑๓๖ ผู้รับอนุญาตตามมาตรา ๓๖ ผู้ใดนาเข้าหรือส่งออกในแต่ละคร้ังซ่ึงยาเสพติด ให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตเฉพาะคราวในแต่ละครั้งที่นาเข้าหรือส่งออก ตอ้ งระวางโทษปรับคร้งั ละไม่เกินหา้ พนั บาท มาตรา ๑๓๗ ผู้ใดโฆษณาเก่ียวกับยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา ๓๗ ต้องระวางโทษจาคกุ ไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกนิ สองแสนบาท หรือท้งั จาท้ังปรบั ถ้าการกระทาตามวรรคหน่ึงเปน็ การกระทาของเจา้ ของสอ่ื โฆษณาหรอื ผูป้ ระกอบกจิ การโฆษณา ผู้กระทาตอ้ งระวางโทษเชน่ เดียวกนั กับผูโ้ ฆษณา ผู้กระทาความผิดซงึ่ ต้องรับโทษตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกิน หนงึ่ หม่ืนบาท ตลอดระยะเวลาที่ยงั ฝา่ ฝืนหรือจนกวา่ จะได้ปฏิบัตใิ หถ้ กู ตอ้ ง มาตรา ๑๓๘ ผู้ใดเปล่ียนแปลงจุดหมายในการส่งวัตถุออกฤทธ์ิอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๔๑ วรรคหนงึ่ หรือไม่ส่งวัตถอุ อกฤทธ์ิกลับคืนไปยังประเทศท่ีส่งออกตามมาตรา ๔๑ วรรคสอง ต้องระวางโทษ จาคกุ ไมเ่ กินสามปี หรือปรบั ไม่เกนิ หกหมื่นบาท หรือทงั้ จาทัง้ ปรับ มาตรา ๑๓๙ ผู้ใดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ อย. แปรรูปหรือแปรสภาพวัตถุออกฤทธิ์ ให้เป็นอย่างอ่ืน หรือเปลี่ยนหีบห่อที่บรรจุวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นการไม่ปฏิบัติ ตามมาตรา ๔๒ ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี หรือปรบั ไมเ่ กนิ หกหมืน่ บาท หรอื ทัง้ จาทงั้ ปรบั
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๖๖ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๔๐ ผู้ใดส่งวัตถุออกฤทธ์ิที่ได้รับอนุญาตนาเข้าไปยังบุคคลอ่ืนหรือสถานท่ีอ่ืน นอกเหนือไปจากท่ีระบุในใบอนุญาตเฉพาะคราวเพื่อนาเข้าโดยไม่ได้รับอนุ ญาตอันเป็นการไม่ปฏิบัติ ตามมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ สองปี หรือปรบั ไม่เกินสห่ี มนื่ บาท หรอื ทั้งจาทง้ั ปรบั มาตรา ๑๔๑ ผู้ใดส่งออกซึ่งวัตถอุ อกฤทธ์ิไปยงั ประเทศทร่ี ะบุหา้ มนาเขา้ โดยไมไ่ ดร้ ับใบอนญุ าต พเิ ศษเฉพาะคราวจากประเทศน้นั และใบอนญุ าตพเิ ศษเฉพาะคราวจากเลขาธกิ าร อย. อันเป็นการฝา่ ฝนื มาตรา ๔๔ วรรคสอง ต้องระวางโทษจาคกุ ไม่เกินสามปี หรอื ปรบั ไมเ่ กินหกหม่นื บาท หรือทงั้ จาทง้ั ปรบั ลกั ษณะ ๓ บทกาหนดโทษเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษและวตั ถุออกฤทธิ์ปลอม ผดิ มาตรฐาน หรือเสอื่ มคณุ ภาพ มาตรา ๑๔๒ ผู้ใดผลิต นาเข้า หรือส่งออกซ่ึงยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ปลอม อันเป็น การฝา่ ฝืนมาตรา ๕๒ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสบิ ปี และปรับไมเ่ กนิ หนงึ่ ล้านบาท ผู้ใดจาหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธ์ิปลอม อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๕๒ ต้องระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ เจด็ ปี และปรบั ไม่เกนิ เจ็ดแสนบาท มาตรา ๑๔๓ ผู้ใดผลิต นาเข้า หรือส่งออกซ่ึงยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรอื ประเภท ๕ หรอื วัตถุออกฤทธใ์ิ นประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ผิดมาตรฐาน อันเปน็ การฝา่ ฝืนมาตรา ๕๓ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หกหม่นื บาท หรือทั้งจาท้ังปรบั ผู้ใดจาหน่ายยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ผิดมาตรฐาน อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๕๓ ต้องระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กินสองปี หรือปรบั ไม่เกินสหี่ มน่ื บาท หรือทงั้ จาทั้งปรบั มาตรา ๑๔๔ ผู้ใดนาเข้าหรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือ ประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ เสื่อมคุณภาพ อันเป็น การฝา่ ฝืนตามมาตรา ๕๔ ต้องระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กินสองปี หรอื ปรบั ไมเ่ กินสหี่ ม่นื บาท หรอื ทั้งจาท้งั ปรบั ผู้ใดจาหนา่ ยซง่ึ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรอื ประเภท ๕ หรือวตั ถุออกฤทธิ์ ในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ เส่ือมคุณภาพ อันเป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา ๕๔ ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ หนึ่งปี หรือปรบั ไมเ่ กนิ สองหม่ืนบาท หรือท้ังจาทัง้ ปรบั
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๖๗ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานุเบกษา ลกั ษณะ ๔ บทกาหนดโทษเกี่ยวกบั การผลิต นาเขา้ ส่งออก จาหนา่ ย มไี ว้ในครอบครอง หรอื นาผา่ นซงึ่ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษและวัตถอุ อกฤทธิ์ มาตรา ๑๔๕ ผู้ใดผลิต นาเข้า ส่งออก จาหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซงึ่ ยาเสพตดิ ให้โทษ ในประเภท ๑ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๙๐ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสิบห้าปี และปรับไม่เกิน หนึง่ ลา้ นห้าแสนบาท ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหน่ึงเป็นการกระทาดังต่อไปน้ี ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่ สองปถี งึ ยี่สิบปี และปรบั ต้ังแต่สองแสนบาทถงึ สองล้านบาท (๑) การกระทาเพือ่ การคา้ (๒) การกอ่ ให้เกดิ การแพรก่ ระจายในกลมุ่ ประชาชน (๓) การจาหนา่ ยแก่บคุ คลอายไุ มเ่ กินสิบแปดปี (๔) การจาหน่ายในบริเวณสถานศึกษา สถานอันเป็นท่ีเคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด หรือสถานทรี่ าชการ (๕) การกระทาโดยใช้กาลังประทุษรา้ ยหรือขเู่ ข็ญว่าจะใชก้ าลงั ประทุษรา้ ย (๖) การกระทาโดยมีอาวุธหรอื ใช้อาวธุ ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสองเป็นการกระทาดังต่อไปน้ี ต้องระวางโทษ จาคุกตั้งแต่ห้าปถี งึ จาคกุ ตลอดชีวิต และปรบั ตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงห้าลา้ นบาท หรือประหารชีวติ (๑) การกระทาโดยหวั หน้า ผมู้ หี นา้ ทีส่ ัง่ การ หรือผู้มีหนา้ ทจี่ ดั การในเครอื ขา่ ยอาชญากรรม (๒) การทาใหเ้ กิดผลกระทบต่อความมน่ั คงของรัฐหรอื ความปลอดภัยของประชาชนท่วั ไป มาตรา ๑๔๖ ผู้ใดผลิต นาเข้า ส่งออก จาหน่าย หรือมไี วใ้ นครอบครองซึ่งยาเสพตดิ ให้โทษ ในประเภท ๒ หรือประเภท ๔ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๙๑ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินหน่งึ ล้านบาท ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหนึ่งเฉพาะยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ เป็นการกระทา ดังตอ่ ไปนี้ ตอ้ งระวางโทษจาคุกตัง้ แตห่ นง่ึ ปีถงึ สบิ หา้ ปี และปรบั ตั้งแต่หนงึ่ แสนบาทถึงหนึ่งลา้ นห้าแสนบาท (๑) การกระทาเพอื่ การคา้
เล่ม ๑๓๘ ตอนท่ี ๗๓ ก หน้า ๖๘ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานเุ บกษา (๒) การกอ่ ใหเ้ กดิ การแพร่กระจายในกลมุ่ ประชาชน (๓) การจาหน่ายแกบ่ คุ คลอายุไม่เกินสบิ แปดปี (๔) การจาหน่ายในบริเวณสถานศึกษา สถานอันเป็นท่ีเคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด หรอื สถานทรี่ าชการ (๕) การกระทาโดยใช้กาลงั ประทุษรา้ ยหรือขู่เข็ญวา่ จะใชก้ าลังประทุษร้าย (๖) การกระทาโดยมีอาวธุ หรอื ใช้อาวุธ มาตรา ๑๔๗ ผู้ใดผลิต นาเข้า ส่งออก หรือจาหน่ายซ่ึงยาเสพติดให้โทษในประเภท ๓ อนั เป็นการฝา่ ฝืนมาตรา ๙๒ ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกนิ สามปี และปรบั ไม่เกนิ สามแสนบาท มาตรา ๑๔๘ ผู้ใดผลิต นาเขา้ ส่งออก จาหนา่ ย หรือมไี วใ้ นครอบครองซ่งึ ยาเสพตดิ ให้โทษ ในประเภท ๕ อนั เปน็ การฝ่าฝืนมาตรา ๙๓ ต้องระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ หา้ ปี และปรบั ไม่เกนิ ห้าแสนบาท ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหน่ึงเป็นการกระทาดังต่อไปน้ี ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่ หนงึ่ ปีถึงสิบห้าปี และปรบั ตง้ั แตห่ นงึ่ แสนบาทถึงหนึง่ ลา้ นหา้ แสนบาท (๑) การกระทาเพอื่ การค้า (๒) การกอ่ ใหเ้ กดิ การแพรก่ ระจายในกลุ่มประชาชน (๓) การจาหน่ายแกบ่ คุ คลอายไุ มเ่ กนิ สบิ แปดปี (๔) การจาหน่ายในบริเวณสถานศึกษา สถานอันเป็นท่ีเคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด หรือสถานท่รี าชการ (๕) การกระทาโดยใช้กาลังประทษุ รา้ ยหรอื ขเู่ ขญ็ วา่ จะใช้กาลงั ประทุษร้าย (๖) การกระทาโดยมอี าวุธหรอื ใช้อาวุธ มาตรา ๑๔๙ ผู้ใดผลิต นาเข้า ส่งออก จาหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิ อันเป็นการฝา่ ฝนื มาตรา ๙๔ ตอ้ งระวางโทษตามที่กาหนดไว้ ดงั ต่อไปนี้ (๑) วัตถอุ อกฤทธิ์ในประเภท ๑ ต้องระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ สิบปี และปรับไมเ่ กินหนึง่ ล้านบาท (๒) วัตถุออกฤทธ์ใิ นประเภท ๒ ต้องระวางโทษจาคกุ ไม่เกินเจด็ ปี และปรบั ไมเ่ กินเจด็ แสนบาท (๓) วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ต้องระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ ห้าปี และปรบั ไม่เกินหา้ แสนบาท
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๖๙ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ราชกจิ จานุเบกษา ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหนึ่งเฉพาะวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ เป็นการกระทาดังต่อไปน้ี ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่หน่ึงปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาท ถงึ หน่ึงล้านหา้ แสนบาท (๑) การกระทาเพ่อื การค้า (๒) การก่อใหเ้ กิดการแพร่กระจายในกลมุ่ ประชาชน (๓) การจาหนา่ ยแกบ่ ุคคลอายุไมเ่ กินสบิ แปดปี (๔) การจาหน่ายในบริเวณสถานศึกษา สถานอันเป็นท่ีเคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด หรอื สถานท่รี าชการ (๕) การกระทาโดยใช้กาลงั ประทุษรา้ ยหรือขู่เข็ญวา่ จะใชก้ าลังประทุษร้าย (๖) การกระทาโดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธ ผู้ใดนาผ่านซ่งึ วัตถอุ อกฤทธิ์โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต อันเปน็ การฝ่าฝืนมาตรา ๙๔ ต้องระวางโทษ จาคุกไม่เกินหา้ ปี และปรบั ไม่เกนิ หา้ แสนบาท มาตรา ๑๕๐ ผู้รับอนุญาตผู้ใดดาเนินการผลิตหรือจาหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๒ ประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ในระหว่างที่เภสัชกรมิได้อยู่ประจาควบคุมกิจการ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๙๕ ต้องระวางโทษปรับ ตง้ั แต่หนง่ึ หม่ืนบาทถึงหน่ึงแสนบาท มาตรา ๑๕๑ ผู้ใดจาหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต้ังแต่สองชนิดขึ้นไปหรือจาหน่ายวัตถุออกฤทธ์ิและ ยารวมกันหลายขนาน โดยจดั เป็นชุดไว้ล่วงหน้า เพื่อประโยชนท์ างการค้าอันเป็นการฝ่าฝนื มาตรา ๙๖ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทงั้ จาท้งั ปรับ มาตรา ๑๕๒ ความผิดร้ายแรงเก่ียวกับยาเสพติดตามประมวลกฎหมายนี้ท่ีมีโทษจาคุกและปรับ ให้ศาลลงโทษจาคุกและปรับด้วยเสมอ โดยคานึงถึงการลงโทษในทางทรัพย์สินเพื่อป้องกันและ ปราบปรามการกระทาความผิดรา้ ยแรงเกี่ยวกบั ยาเสพติด ถ้าศาลเห็นว่าการกระทาความผิดตามวรรคหน่ึงของผู้ใดเมื่อได้พิเคราะห์ถึงความร้ายแรงของ การกระทาความผิด ฐานะทางเศรษฐกิจของผู้กระทาความผิดและพฤติการณ์ที่เก่ียวข้องประกอบแล้ว กรณีมีเหตุอันสมควรเป็นการเฉพาะราย ศาลจะลงโทษจาคุกหรือปรับน้อยกว่าอัตราโทษท่ีกฎหมาย กาหนดไวส้ าหรับความผดิ นัน้ ก็ได้
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๗๐ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๕๓ ถ้าศาลเห็นว่าผู้กระทาความผิดผู้ใดได้ให้ข้อมูลที่สาคัญและเป็นประโยชน์ อย่างย่ิงในการปราบปรามการกระทาความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงาน ฝ่ายปกครองหรือตารวจซึ่งเป็นผู้จับกุม หรือพนักงานสอบสวนในคดีน้ัน เมื่อพนักงานอัยการระบุ ในคาฟ้องหรือยื่นคาร้องต่อศาล ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าอัตราโทษท่ีกฎหมายกาหนดไว้สาหรับ ความผดิ น้นั ก็ได้ กรณีที่ผู้กระทาความผิดได้เคยให้ข้อมูลที่สาคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปราม การกระทาความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามวรรคหนึ่ง ถ้าพนักงานอัยการไม่ระบุในคาฟ้องหรือย่ืนคารอ้ ง ตอ่ ศาล ผกู้ ระทาความผดิ นั้นอาจยนื่ คารอ้ งตอ่ ศาลตามมาตรานีไ้ ด้ ลักษณะ ๕ บทกาหนดโทษเกี่ยวกบั สารระเหย มาตรา ๑๕๔ ผู้ใดผลิตหรือนาเข้าสารระเหย โดยก่อนนาออกจาหน่ายไม่จัดให้มีภาพ เครื่องหมาย หรือข้อความที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อที่บรรจุสารระเหย อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๙๗ ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ สองปี หรอื ปรับไมเ่ กินสี่หมน่ื บาท หรือทง้ั จาทงั้ ปรับ มาตรา ๑๕๕ ผู้ใดจาหน่ายสารระเหยโดยไม่มีภาพ เคร่ืองหมาย หรือข้อความ ท่ีผู้ผลิตหรือ ผู้นาเข้าสารระเหยต้องจัดให้มีที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อท่ีบรรจุตามมาตรา ๙๗ อยู่ครบถ้วน อันเป็น การฝา่ ฝนื มาตรา ๙๘ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสองปี หรือปรบั ไมเ่ กนิ สี่หมน่ื บาท หรอื ทง้ั จาท้ังปรับ มาตรา ๑๕๖ ผ้ใู ดจาหนา่ ยสารระเหยแก่บุคคลอายไุ มเ่ กนิ สบิ แปดปี อันเป็นการฝา่ ฝืนมาตรา ๙๙ ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กินสองปี หรอื ปรับไมเ่ กินสี่หมื่นบาท หรอื ทั้งจาทั้งปรับ มาตรา ๑๕๗ ผู้ใดจาหนา่ ยหรอื จดั หาสารระเหยใหแ้ กผ่ ู้ซ่ึงตนรูห้ รือควรรู้วา่ เปน็ ผูต้ ดิ สารระเหย อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๐ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหม่ืนบาท หรือ ทง้ั จาทงั้ ปรับ ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการจาหน่ายหรือจัดหาสารระเหยให้แก่บุคคลอายุ ไม่เกินสิบแปดปี ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ หา้ ปี หรอื ปรบั ไม่เกนิ หนึ่งแสนบาท หรือท้ังจาท้งั ปรับ ลกั ษณะ ๖ บทกาหนดโทษเกีย่ วกบั การข้ึนทะเบียนตารบั
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๗๑ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๕๘ ผใู้ ดแกไ้ ขรายการทะเบยี นตารบั ยาเสพติดใหโ้ ทษในประเภท ๓ หรอื วัตถุออกฤทธิ์ ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ไม่เป็นไปตามที่กาหนดไว้ในกฎกระทรวงตามมาตรา ๔๙ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรบั ไมเ่ กินสองหม่นื บาท มาตรา ๑๕๙ ผู้รับใบสาคัญการขึ้นทะเบียนตารับตามมาตรา ๔๙ ผู้ใดผลิตหรือนาเข้าตารับ ยาเสพติดให้โทษหรือตารับวัตถุออกฤทธิ์ไม่ตรงตามรายการท่ีได้ขึ้นทะเบียนตารับไว้ อันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา ๑๐๑ ต้องระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ สองหมนื่ บาท มาตรา ๑๖๐ ผู้ใดผลิต นาเข้า ส่งออก หรือจาหน่ายซ่ึงยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธ์ิ ที่ต้องข้ึนทะเบียนตารับยาเสพติดให้โทษหรือตารับวัตถุออกฤทธ์ิตามมาตรา ๔๙ แต่มิได้ข้ึนทะเบียน ตารับยาเสพติดให้โทษหรือตารับวัตถุออกฤทธ์ิ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๒ ต้องระวางโทษจาคุก ไมเ่ กนิ สามปี หรอื ปรบั ไม่เกินสามแสนบาท หรอื ทง้ั จาท้ังปรับ มาตรา ๑๖๑ ผู้ใดผลิต นาเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธ์ิท่ี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขส่ังเพิกถอนทะเบียนตารับยาเสพติดให้โทษหรือตารับวัตถุออกฤทธ์ิ ตามมาตรา ๕๑ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๓ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกิน เจ็ดแสนบาท ผู้ใดจาหน่ายซ่ึงยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธ์ิท่ีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ส่ังเพิกถอนทะเบียนตารบั ยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธต์ิ ามมาตรา ๕๑ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๓ ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี และปรบั ไม่เกินสามแสนบาท ลกั ษณะ ๗ บทกาหนดโทษเกี่ยวกบั การเสพยาเสพติดและการมไี วใ้ นครอบครองซ่ึงยาเสพติดเพอ่ื เสพ มาตรา ๑๖๒ ผู้ใดเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือ เสพวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ และมิใช่กรณีตามมาตรา ๑๑๓ หรือมาตรา ๑๑๔ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๔ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหน่ึงปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือ ทงั้ จาทั้งปรับ มาตรา ๑๖๓ ผู้ใดเสพสารระเหย อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๕ ต้องระวางโทษจาคุก ไม่เกนิ หน่งึ ปี หรอื ปรับไมเ่ กินสองหม่ืนบาท หรือท้ังจาทงั้ ปรับ
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๗๒ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกจิ จานเุ บกษา มาตรา ๑๖๔ ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซ่ึงยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือ ประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ เพ่ือเสพ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๗ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกนิ สองปี หรอื ปรบั ไม่เกนิ ส่หี มืน่ บาท หรือทง้ั จาทั้งปรบั มาตรา ๑๖๕ ในการพิจารณาและพิพากษาคดีตามลักษณะนี้ ให้ศาลมีอานาจพิจารณา พิพากษาคดีโดยคานึงถึงการสงเคราะหใ์ ห้จาเลยเลิกเสพยาเสพติดโดยการบาบัดรักษายิ่งกว่าการลงโทษ หากจะลงโทษจาเลยก็ให้พิจารณาลงโทษให้เหมาะสมกับจาเลยแต่ละคน แม้จาเลยจะได้กระทาผิด ร่วมกัน โดยคานึงถึงความร้ายแรงตามลักษณะของความผิดท่ีแตกต่างกันในแต่ละคดี ผลร้ายแรง ตามประเภทและปริมาณของยาเสพติดท่ีเก่ียวพันกับผู้กระทาความผิด และข้อเท็จจริงท่ีเกี่ยวกับ ผู้กระทาความผิด เช่น อายุ ประวัติ ความประพฤติ นิสัย สติปัญญา การศึกษาอบรม ภาระ ในการเลี้ยงดูครอบครัว การเสพเพื่อรักษาโรคบรรเทาความเจ็บปวด ความจาเป็นต้องเสพด้วยเหตุอ่ืน สภาพร่างกาย และสภาพจิตใจ ส่ิงแวดล้อม การถูกบังคับขู่เข็ญหลอกลวงให้เสพยาเสพติด หรือ ตกเป็นเครือ่ งมือของผ้คู ้ายาเสพตดิ หรอื เหตุอันควรปรานีอน่ื ใด นอกจากนน้ั การลงโทษควรไดค้ านงึ ถงึ ชนดิ ของยาเสพติดท่ีเสพหรอื ครอบครองเพ่ือเสพ จานวน ยาเสพติดท่ีเสพหรอื ครอบครองเพื่อเสพ การเสพยาเสพตดิ เป็นครั้งคราวหรือประจา หรือเสพยาเสพตดิ เพอื่ ประโยชน์ในการปฏบิ ัติงานบางอยา่ ง ในกรณีที่ศาลมีคาสั่งให้พนักงานคุมประพฤติแสวงหาข้อเท็จจริงตามวรรคหน่ึง ให้ผู้มีหน้าที่ รับผิดชอบส่งคาสั่งศาลและเอกสารท่ีเก่ียวข้องไปยังสานักงานคุมประพฤติภายในสามวันนับแตว่ ันท่ีศาล มคี าสงั่ เวน้ แตศ่ าลมีคาสั่งเป็นอย่างอนื่ เมอ่ื สานกั งานคุมประพฤติไดร้ ับคาส่ังตามวรรคสาม ใหพ้ นักงานคุมประพฤตดิ าเนนิ การแสวงหา ข้อเท็จจริง แล้วทารายงานและความเห็นใหแ้ ล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแตว่ นั ที่สานักงานคมุ ประพฤติ ได้รับหนังสือ ในกรณีท่ีมีเหตุจาเป็นพนักงานคุมประพฤติอาจรอ้ งขอต่อศาลเพ่ือขยายระยะเวลาออกไป ได้อกี ไมเ่ กินสิบห้าวนั มาตรา ๑๖๖ ในการพิจารณาพิพากษาผู้กระทาความผิดตามลักษณะน้ี ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้น เป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกดาเนินคดีในความผิดอ่ืนซ่ึงเป็นความผิดท่ีมีโทษจาคุก หรืออยู่ใน ระหว่างรับโทษจาคุกตามคาพิพากษาของศาล ให้ศาลที่พิจารณาพิพากษาคดีดังกล่าวมีอานาจเปลี่ยน โทษจาคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญา หรือนาเงื่อนไข เพ่ือคุมความประพฤติข้อเดียวหรือหลายข้อตามมาตรา ๕๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญา มาใช้แทน การลงโทษ ทัง้ นี้ ตามระยะเวลาที่ศาลกาหนดแตต่ อ้ งไม่เกินกวา่ สองปี
เล่ม ๑๓๘ ตอนท่ี ๗๓ ก หน้า ๗๓ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานุเบกษา หากเหตุท่ีให้ใช้วิธีการเพ่ือความปลอดภัยหรือพฤติการณ์ที่เก่ียวแก่การกาหนดเง่ือนไข เพือ่ คมุ ความประพฤติได้เปล่ยี นแปลงไป เมอื่ ศาลเหน็ สมควร ศาลอาจแก้ไขเปลย่ี นแปลงได้ มาตรา ๑๖๗ เมื่อความปรากฏแก่ศาลเองหรือความปรากฏตามคาแถลงของพนักงานอัยการ หรือเจ้าพนักงานว่าผู้กระทาความผิดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังท่ีศาลกาหนดตามมาตรา ๑๖๖ ศาลอาจตักเตือนผู้กระทาความผิด หรือกาหนดวิธีการตามมาตรา ๑๖๖ วรรคหนึ่ง เสียใหม่ หรือ พิจารณาลงโทษตามความเหมาะสมต่อไป มาตรา ๑๖๘ ภายใตบ้ ังคบั มาตรา ๑๑๔ เมอื่ มกี ารฟ้องคดีตอ่ ศาลวา่ บุคคลใดกระทาความผดิ ตามลักษณะน้ี ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้น้ันเป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกดาเนินคดีในความผิดอื่น ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจาคุก หรืออยู่ในระหว่างรับโทษจาคุกตามคาพิพากษาของศาล ในกรณี ทีศ่ าลเห็นวา่ พฤตกิ ารณแ์ ห่งคดยี ังไมส่ มควรลงโทษจาเลย หากจาเลยสานกึ ในการกระทาโดยตกลงเข้ารบั การบาบัดรักษา เม่ือศาลสอบถามพนักงานอัยการแล้ว หากศาลเห็นสมควร ให้ส่งตัวจาเลยไป สถานพยาบาลยาเสพติดเพอ่ื เขา้ รับการบาบัดรกั ษาตอ่ ไป มาตรา ๑๖๙ เมื่อจาเลยเข้ารับการบาบัดรักษาและปฏิบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่คณะกรรมการบาบัดรักษาและฟ้ืนฟูผู้ติดยาเสพติดกาหนด จนได้รับการรับรองเป็นหนังสือ ว่ า เ ป็ น ผู้ ผ่ า น ก า ร บ า บั ด รั ก ษา เ ป็น ท่ี น่ า พอ ใจจา ก หั ว หน้ า ส ถ า นพ ยา บ า ล ยา เ ส พติ ด ห รื อ ส ถ า นฟื้ นฟู สมรรถภาพผตู้ ดิ ยาเสพติด ใหศ้ าลสัง่ ยุตคิ ดี เวน้ แตจ่ ะต้องมีคาส่ังเกยี่ วกบั ของกลาง และให้ผู้น้นั พน้ จาก ความผิดตามทีร่ ะบไุ ว้ในมาตรา ๑๖๘ ถ้าจาเลยไม่ใหค้ วามร่วมมอื ในการบาบดั รักษาจนครบถว้ นตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไข ทคี่ ณะกรรมการบาบัดรักษาและฟน้ื ฟูผ้ตู ิดยาเสพติดกาหนด ก็ใหศ้ าลยกคดีขน้ึ พิจารณาพพิ ากษาตอ่ ไป มาตรา ๑๗๐ คาสั่งศาลตามมาตรา ๑๖๖ มาตรา ๑๖๘ และมาตรา ๑๖๙ ใหเ้ ป็นที่สุด การพิจารณาและมีคาส่ังของศาลตามมาตรา ๑๖๖ มาตรา ๑๖๘ และมาตรา ๑๖๙ ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเงอ่ื นไขที่กาหนดในข้อบงั คับของประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบ ของทป่ี ระชุมใหญ่ศาลฎกี า ลกั ษณะ ๘ บทกาหนดโทษสาหรบั การจงู ใจ ชกั นา ยยุ งสง่ เสริม ใช้อุบายหลอกลวง หรอื ใชก้ าลังบงั คบั ใหผ้ อู้ ่ืนเสพยาเสพติด
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๗๔ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๑๗๑ ผู้ใดจูงใจ ชักนา ยุยงส่งเสริม ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กาลังบังคับ ใช้อานาจครอบงาผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด ให้ผู้อ่ืนเสพยาเสพติดให้โทษ ในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๖ ต้องระวางโทษจาคุก ไม่เกนิ สบิ ปี หรือปรบั ไม่เกนิ หนง่ึ ลา้ นบาท หรือทง้ั จาทงั้ ปรบั ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทาโดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทาความผิด ด้วยกันต้ังแต่สองคนข้ึนไป ผู้กระทาต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่ สองแสนบาทถงึ หนึง่ ลา้ นห้าแสนบาท ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง เป็นการกระทาต่อหญิงหรือต่อบุคคล อายุไม่เกินสิบแปดปี หรือเป็นการกระทาเพ่ือจูงใจให้ผูอ้ ื่นกระทาความผิดทางอาญา หรือเพ่ือประโยชน์ แก่ตนเองหรือผู้อื่นในการกระทาความผิดทางอาญา ผู้กระทาต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่สามปี ถงึ จาคกุ ตลอดชวี ติ และปรับตัง้ แตส่ ามแสนบาทถงึ ห้าลา้ นบาท มาตรา ๑๗๒ ผู้ใดจูงใจ ชักนา ยุยงส่งเสริม ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กาลังบังคับ ใชอ้ านาจครอบงาผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีขม่ ขืนใจดว้ ยประการอนื่ ใด ใหผ้ ูอ้ ่ืนเสพวัตถุออกฤทธ์ิ อนั เปน็ การฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๖ ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกินหา้ ปี หรือปรบั ไมเ่ กินห้าแสนบาท หรือท้ังจาทัง้ ปรับ ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหน่ึง ได้กระทาโดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทาความผิด ด้วยกันต้ังแตส่ องคนขึ้นไป ผู้กระทาต้องระวางโทษจาคุกต้งั แตห่ นงึ่ ปีถึงสิบปี และปรับตง้ั แต่หนง่ึ แสนบาท ถึงหน่งึ ล้านบาท ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เป็นการกระทาต่อหญิงหรือต่อบคุ คลอายุ ไม่เกินสิบแปดปี หรือเป็นการกระทาเพ่ือจูงใจให้ผู้อื่นกระทาความผิดทางอาญาหรือเพ่ือประโยชน์ แก่ตนเองหรือผู้อ่ืนในการกระทาความผิดทางอาญา ผู้กระทาต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่สามปี ถึงจาคกุ ตลอดชีวติ และปรับต้ังแต่สามแสนบาทถึงหา้ ลา้ นบาท มาตรา ๑๗๓ ผู้ใดจูงใจ ชักนา ยุยงส่งเสริม ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กาลังบังคับ ใช้อานาจครอบงาผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอ่ืนใด ให้ผู้อื่นเสพสารระเหย อันเป็น การฝา่ ฝืนมาตรา ๑๐๖ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกนิ สองปี หรือปรับไมเ่ กนิ ส่หี มน่ื บาท หรอื ทง้ั จาทงั้ ปรับ ถ้าการกระทาความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปน็ การกระทาตอ่ หญงิ หรอื ตอ่ บุคคลอายไุ มเ่ กินสิบแปดปี หรือเป็นการกระทาเพื่อจูงใจให้ผู้อื่นกระทาความผิดทางอาญ าหรือเพื่อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น
เล่ม ๑๓๘ ตอนท่ี ๗๓ ก หน้า ๗๕ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกจิ จานุเบกษา ในการกระทาความผิดทางอาญา ผู้กระทาต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหม่ืนบาท หรอื ทง้ั จาทั้งปรับ ลักษณะ ๙ บทกาหนดโทษสาหรบั ความผิดต่อเลขาธกิ าร ป.ป.ส. รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เจา้ พนกั งาน ป.ป.ส. และพนกั งานเจ้าหน้าที่ มาตรา ๑๗๔ เจา้ ของหรือผ้ดู าเนนิ กจิ การสถานประกอบการผูใ้ ดฝา่ ฝนื หรอื ไม่ปฏบิ ตั ิตามคาส่ัง ตามมาตรา ๕๗ ตอ้ งระวางโทษปรบั ตงั้ แตห่ นึ่งหมน่ื บาทถงึ หน่ึงแสนบาท มาตรา ๑๗๕ ผู้รับอนุญาตหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคาหรือไม่ส่งเอกสารหรือ วตั ถุใดแก่พนักงานเจา้ หน้าท่ีในการปฏิบัตหิ นา้ ท่ีตามมาตรา ๖๑ ตอ้ งระวางโทษปรบั ไม่เกนิ สองพนั บาท มาตรา ๑๗๖ ผใู้ ดไม่ให้ถอ้ ยคาหรอื ไม่ส่งบญั ชเี อกสารหรอื วัตถุใด ๆ หรอื ไมย่ อมให้มีการตรวจ หรือทดสอบว่าผู้ใดมียาเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่ ในการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการ ป.ป.ส. รองเลขาธิการ ป.ป.ส. หรือเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการสืบสวน สอบสวน หรือตรวจสอบทรัพย์สิน ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน สองหมืน่ บาท หรอื ทัง้ จาท้งั ปรบั มาตรา ๑๗๗ ผู้ใดยักย้าย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทาให้เสียหาย ทาลาย ทาให้สูญหายหรือ ไรป้ ระโยชน์ หรอื รับไวโ้ ดยมชิ อบดว้ ยประการใดซึ่งทรัพย์สนิ ท่มี ีคาสั่งยึดหรอื อายดั หรือทตี่ นรวู้ ่าจะถูกยึด หรืออายัดตามมาตรา ๗๓ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือ ทง้ั จาทั้งปรบั ลกั ษณะ ๑๐ บทกาหนดโทษสาหรบั ความผิดต่อตาแหนง่ หน้าทร่ี าชการ มาตรา ๑๗๘ กรรมการ อนุกรรมการ หรือสมาชิกของคณะทางานตามประมวลกฎหมายนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานเจ้าหน้าท่ีตามประมวล กฎหมายนี้ ผู้ใดกระทาความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเสียเอง ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษ ทกี่ าหนดไว้สาหรับความผดิ น้นั
เล่ม ๑๓๘ ตอนท่ี ๗๓ ก หน้า ๗๖ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๑๗๙ กรรมการ อนุกรรมการ หรือพนักงานเจ้าหนา้ ทีต่ ามประมวลกฎหมายน้ี หรือ เจ้าพนักงานหรือข้าราชการผู้ใดกระทาความผิดต่อตาแหน่งหน้าท่ีราชการหรือก ระทาความผิด ต่อตาแหน่งหน้าท่ีในการยุติธรรมตามท่ีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญาอันเกี่ยวเนื่องกับการกระทา ความผดิ รา้ ยแรงเก่ยี วกบั ยาเสพตดิ ต้องระวางโทษเป็นสามเทา่ ของโทษที่กาหนดไวส้ าหรบั ความผิดนน้ั มาตรา ๑๘๐ ผดู้ ารงตาแหนง่ ทางการเมือง สมาชกิ สภาทอ้ งถ่ิน ผู้บริหารท้องถ่ิน ข้าราชการ พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน พนักงานองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ กรรมการหรือผู้บริหารหรือ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าพนักงาน หรือกรรมการองค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญผู้ใดกระทา ความผิดรา้ ยแรงเก่ียวกับยาเสพตดิ ตอ้ งระวางโทษเปน็ สามเทา่ ของโทษทก่ี าหนดไว้สาหรบั ความผิดนัน้ ลกั ษณะ ๑๑ บทกาหนดโทษเกยี่ วกบั การบาบดั รักษาผตู้ ดิ ยาเสพตดิ มาตรา ๑๘๑ ผู้ใดทาการบาบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดเป็นปกติธุระ โดยมิได้กระทาใน สถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามที่กาหนดในประมวลกฎหมายน้ี ไม่ว่าจะไดร้ บั ประโยชนต์ อบแทนหรือไม่ อนั เป็นการฝา่ ฝืนมาตรา ๑๒๑ ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ สามปี หรอื ปรบั ไมเ่ กินสามแสนบาท หรอื ทงั้ จาท้งั ปรับ มาตรา ๑๘๒ ผู้ใดโฆษณาเก่ียวกับการบาบัดรักษายาเสพติดหรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทาการ ดังกล่าวโดยใช้ช่ือของตน หรือชื่อหรือท่ีต้ังหรือกิจการของสถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟ้ืนฟู สมรรถภาพผ้ตู ดิ ยาเสพติดของตน หรือคณุ วุฒิหรือความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล ยาเสพติดหรือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดของตน โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ปฏิบัติ ตามเง่ือนไขในการโฆษณาที่กาหนดในกฎกระทรวง อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๒ ต้องระวางโทษจาคุก ไม่เกนิ สองปี หรอื ปรบั ไม่เกินสองแสนบาท หรอื ท้งั จาทงั้ ปรับ มาตรา ๑๘๓ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคาสั่งของผู้อนุญาตตามมาตรา ๑๒๓ ต้องระวางโทษจาคุก ไมเ่ กินสองปี หรือปรับไมเ่ กินสองแสนบาท หรือทัง้ จาท้ังปรบั มาตรา ๑๘๔ ถา้ การกระทาตามมาตรา ๑๘๒ หรอื มาตรา ๑๘๓ เปน็ การกระทาของเจ้าของ ส่ือโฆษณาหรือผู้ประกอบกิจการโฆษณา ผู้กระทาต้องระวางโทษเพียงก่ึงหน่ึงของโทษที่บัญญัติไว้ สาหรบั ความผดิ นน้ั
เล่ม ๑๓๘ ตอนท่ี ๗๓ ก หน้า ๗๗ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกจิ จานเุ บกษา ลักษณะ ๑๒ การบงั คบั โทษปรับ มาตรา ๑๘๕ บรรดาความผิดตามภาคน้ีซ่ึงมีโทษปรับสถานเดียว ให้คณะกรรมการ ป.ป.ส. หรอื ผูซ้ งึ่ คณะกรรมการ ป.ป.ส. มอบหมาย หรอื เลขาธิการ อย. หรือผซู้ ่ึงเลขาธิการ อย. มอบหมาย แล้วแต่กรณี มีอานาจเปรียบเทียบได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่คณะกรรมการ ป.ป.ส. กาหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ถ้าผู้ต้องหาได้ชาระเงินค่าปรับตามคาเปรียบเทียบภายในระยะเวลาท่ีกาหนดแล้ว ให้ถือว่า คดนี ัน้ เป็นอันเลกิ กันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๖ ในกรณีที่ศาลมีคาพิพากษาให้ลงโทษปรับ ให้เงินท่ีได้จากค่าปรับตามคาพิพากษา ตกเปน็ ของกองทนุ ทง้ั นี้ เฉพาะสว่ นทีน่ าส่งคลังโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง หากจาเลยไม่ชาระค่าปรับตามวรรคหน่ึงและมีการดาเนินการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายอาญา ให้เจา้ พนักงาน ป.ป.ส. อานวยความสะดวกหรอื ใหค้ วามช่วยเหลือในการดาเนินการบงั คับคดีดว้ ย
เล่ม ๑๓๘ ตอนท่ี ๗๓ ก หน้า ๗๘ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ราชกจิ จานุเบกษา อตั ราค่าธรรมเนยี ม (๑) ใบอนุญาตผลติ ยาเสพตดิ ให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ ฉบับละ ๕๐,๐๐๐ บาท (๒) ใบอนุญาตผลิตเพือ่ สง่ ออกวัตถอุ อกฤทธ์ใิ นประเภท ๒ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๓) ใบอนญุ าตนาเขา้ ยาเสพติดใหโ้ ทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ ฉบบั ละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๔) ใบอนญุ าตสง่ ออกยาเสพตดิ ใหโ้ ทษหรอื วัตถุออกฤทธ์ิ ฉบบั ละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๕) ใบอนญุ าตนาเข้าหรอื ส่งออกเฉพาะคราว ฉบบั ละ ๒๐,๐๐๐ บาท ยาเสพติดใหโ้ ทษหรอื วตั ถอุ อกฤทธ์ิ ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท (๖) ใบอนญุ าตจาหน่ายยาเสพติดให้โทษหรอื วตั ถุออกฤทธิ์ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๗) ใบอนุญาตจาหน่ายยาเสพตดิ ให้โทษหรือวัตถอุ อกฤทธิ์ ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท โดยการขายสง่ (๘) ใบอนุญาตใหม้ ีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษ ฉบบั ละ ๑,๐๐๐ บาท หรือวตั ถอุ อกฤทธิ์ ฉบบั ละ ๒,๐๐๐ บาท (๙) ใบอนญุ าตจาหนา่ ยหรอื มีไวใ้ นครอบครอง ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท ฉบบั ละ ๕,๐๐๐ บาท ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษในประเภท ๒ เกินปรมิ าณที่รัฐมนตรกี าหนด ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๑๐) ใบอนุญาตนาผ่านวัตถุออกฤทธ์ิ (๑๑) ใบอนุญาตโฆษณายาเสพติดให้โทษหรือวตั ถอุ อกฤทธ์ิ ฉบบั ละ ๒,๐๐๐ บาท (๑๒) ใบอนญุ าตผลิตหรอื นาเข้าตวั อยา่ ง ฉบบั ละ ๒,๐๐๐ บาท ตารับยาเสพติดใหโ้ ทษในประเภท ๓ หรอื ตารับวตั ถอุ อกฤทธิ์ (๑๓) ใบสาคัญการข้นึ ทะเบยี นตารับยาเสพติดให้โทษ ในประเภท ๓ หรอื ตารบั วตั ถอุ อกฤทธ์ิ (๑๔) การอนญุ าตใหแ้ ก้ไขรายการทะเบยี น (๑๕) ใบแทนใบอนญุ าตหรือใบแทนใบสาคญั การข้ึนทะเบยี นตารบั ยาเสพตดิ ให้โทษ ในประเภท ๓ หรอื ตารบั วัตถุออกฤทธิ์
เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๓ ก หน้า ๗๙ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานเุ บกษา เท่ากับกึง่ หนึ่งของ (๑๖) การต่ออายุใบอนญุ าตหรือการตอ่ อายุ ค่าธรรมเนียมสาหรบั ใบสาคญั การขนึ้ ทะเบยี น ใบอนุญาตหรอื ใบสาคัญน้ัน ตารบั ยาเสพติดใหโ้ ทษในประเภท ๓ หรอื ตารับวัตถุออกฤทธ์ิ รายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท คาขอละ ๗,๐๐๐ บาท (๑๗) ค่าขนึ้ บัญชที ี่จะจดั เก็บจากผ้เู ชย่ี วชาญ คาขอละ บาท องคก์ รผ้เู ชี่ยวชาญ หนว่ ยงานของรฐั คร้งั ละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท หรอื องคก์ รเอกชนทงั้ ในประเทศและต่างประเทศ คาขอละ ๕๐,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ (๑๘) คา่ คาขออนญุ าตหรอื คาขออนื่ ๆ (๑๙) ค่าประเมินเอกสารทางวชิ าการ (๒๐) คา่ ตรวจสถานประกอบการ (๒๑) คา่ ดาเนินการอ่ืน ๆ นอกเหนอื จาก (๑) - (๒๐)
เล่ม ๑๓๘ ตอนท่ี ๗๓ ก หน้า ๘๐ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔ ราชกิจจานเุ บกษา หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบัญญัตฉิ บับนี้ คอื โดยทกี่ ฎหมายเกี่ยวกับการป้องกัน ปราบปราม และควบคุมยาเสพติด รวมถึงการบาบัดรักษาและฟ้ืนฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดได้กระจายอยู่ในกฎหมาย หลายฉบับและการดาเนินการตามกฎหมายแต่ละฉบับเป็นหน้าท่ีและอานาจของหลายองค์กร ทาให้การบังคับ ใช้กฎหมายไม่มีความสอดคล้องกัน อีกทั้งบทบัญญัติของกฎหมายเก่ียวกับยาเสพติดบางประการไม่เหมาะสม กับสภาพการณ์ปัจจุบัน สมควรรวบรวมกฎหมายดังกล่าวจัดทาเป็นประมวลกฎหมายยาเสพติดเพื่อประโยชน์ ในการอ้างอิงและใช้กฎหมายท่ีจะรวมอยู่ในฉบับเดียวกันอย่างเป็นระบบ พร้อมกันนี้ได้มีการปรับปรุงบทบัญญัติ ในกฎหมายดังกล่าวให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน นอกจากน้ี จาเป็นต้องกาหนดให้มีระบบอนุญาตเพื่อให้ การควบคุมและการใช้ประโยชน์ยาเสพติดในทางการแพทย์ ทางวิทยาศาสตร์ และทางอุตสาหกรรม มีประสิทธิภาพ และมุ่งเน้นการป้องกันการแพร่กระจายยาเสพติดและการใช้ยาเสพติดในทางที่ไม่ถูกต้อง อันจะนาไปสู่การเสพติดยาเสพติด ซ่ึงเป็นการบ่ันทอนสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างย่ิงการแพร่กระจาย ยาเสพติดเข้าสู่กลุ่มเยาวชนซ่ึงเป็นกาลังสาคัญในการพัฒนาประเทศ รวมท้ังกาหนดให้มีระบบคณะกรรมการ ท่ีประกอบด้วยบุคลากรซ่ึงมีความหลากหลายจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณา กาหนดนโยบายในเรื่องต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับการป้องกัน ปราบปราม และควบคุมยาเสพติด และรวมถึ ง การบาบัดรักษาและฟ้ืนฟูสภาพทางสังคมแก่ผู้ติดยาเสพติดให้เป็นไปด้วยความรอบคอบและมีประสิทธิภาพ จึงจาเปน็ ต้องตราพระราชบัญญตั ินี้
Search