Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Best Practice

Best Practice

Published by umm_arm, 2023-08-02 14:54:32

Description: การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง ชนิดของประโยคในภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดบึงลาดสวาย โดยจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD

Search

Read the Text Version

โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรเู้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผู้เรยี นท่ตี อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏบิ ตั ทิ เ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ครกู รรณิการ์ แป้นกลม วิชาภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

รายงานการดาเนนิ งานผลการปฏบิ ตั งิ านทเ่ี ป็นเลศิ (Best Practice) โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นร้เู พอ่ื เสริมสรา้ งสมรรถนะผเู้ รยี น ทต่ี อบสนองการเปลย่ี นแปลงศตวรรษที่ ๒๑ ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๖ เรอ่ื ง การพฒั นาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นเรอ่ื ง ชนดิ ของประโยคใน ภาษาไทยของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย โดยจดั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื เทคนคิ STAD โดย นางกรรณกิ าร์ แปน้ กลม ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ชานาญการ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย โรงเรยี นวัดบงึ ลาดสวาย สานกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครปฐม เขต 2 สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ โครงการพฒั นาการจัดการเรยี นรเู้ พ่ือเสรมิ สร้างสมรรถนะผเู้ รยี นท่ีตอบสนองการเปลยี่ นแปลง ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) และการจดั ทาวิธีปฏบิ ัติทเ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ครกู รรณกิ าร์ แป้นกลม วิชาภาษาไทย โรงเรียนวดั บงึ ลาดสวาย

บนั ทกึ ขอ้ ความ สว่ นราชการ โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย ท่ี - วนั ที่ เร่ือง แบบรายงานวิธีปฏบิ ัติทเ่ี ปน็ เลิศ (Best Practice) ประจาปกี ารศกึ ษา 2566 เรยี น ผอู้ านวยการโรงเรยี นวดั บึงลาดสวาย ตามที่ ข้าพเจ้านางกรรณิการ์ แป้นกลม ตาแหน่ง ครู ได้ดาเนินการจัดทาผลการ ปฏิบัติงาน ท่ีเป็นเลิศ (Best Practice) ประจาปีการศึกษา 2566 ชื่อผลงาน การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ชนิดของประโยคในภาษาไทยของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนวัดบึงลาดสวาย โดย จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อเป็นแนวทางในการทางานและพัฒนางานให้เกิด ประสิทธิภาพ สู่การปฏิบตั ิงานที่เปน็ เลิศของครูผสู้ อน น้นั บัดนี้ ข้าพเจ้า ได้ดาเนินงานการจัดทาผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ ประจาปี 2566 เรียบร้อย แล้ว จงึ ขอรายงานผล การปฏิบตั ิงานทีเ่ ปน็ เลิศ (Best Practices) ดังกลา่ ว รายละเอียดดงั แนบ จึงเรยี นมาเพ่ือโปรดและพิจารณา ลงช่ือ .............................................. (นางกรรณิการ์ แป้นกลม) ครู โรงเรียนวัดบึงลาดสวาย (ลงช่ือ) วา่ ทรี่ .ต.หญิง.................................ผู้ตรวจสอบ (จริ ฐา ภาสนยงภญิ โญ) ตาแหนง่ รองผู้อานวยการโรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย ความคิดเห็นหวั หน้าสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ (ลงชอ่ื )............................................................... (นายภูวเดช สว่างวงษ)์ ตาแหน่ง ผูอ้ านวยการโรงเรียนวดั บงึ ลาดสวาย โครงการพัฒนาการจดั การเรยี นรเู้ พ่อื เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผเู้ รยี นทีต่ อบสนองการเปลยี่ นแปลง ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวิธีปฏิบัติทเี่ ป็นเลิศ (Best Practice) ครกู รรณิการ์ แปน้ กลม วชิ าภาษาไทย โรงเรียนวดั บงึ ลาดสวาย

คานา เอกสารฉบับน้ีได้จัดทาขึ้นเพ่ือเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) รายวิชาภาษาไทย (ท16101) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 ซ่ึงได้รายงานถึง ความเป็นมาของ Best Practice จุดประสงค์และเป้าหมายของการดาเนินงาน กระบวนการ ปฏิบัติงานหรือขั้นตอนการทางานซึ่งประยุกต์ใช้วงจร PDCA อันประกอบด้วย ขั้นวางแผน (P) ข้ัน วางแผน (D) ข้ันดาเนินงาน (C) ขั้นติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล (A) ขั้นพัฒนา แก้ไข / ปรับปรุง รวมท้ังได้รายงานผลการดาเนินการ ผลสัมฤทธ์ิ ประโยชน์ที่ได้รับ ปัจจัยความสาเร็จ บทเรียนท่ีได้รับ (Lesson Learned) ข้อเสนอแนะ การเผยแพร่ผลงาน การได้รับการยอมรับ และภาพกิจกรรม เพื่อ เปน็ เอกสารประกอบกจิ กรรมคดั เลอื ก ผลงานทปี่ ฏิบตั เิ ปน็ เลิศ ผูน้ าเสนอหวังเปน็ อย่างยงิ่ วา่ เอกสารฉบับนี้จะช่วยอานวยความสะดวกให้กบั คณะกรรมการ ประเมนิ ผลงานทีป่ ฏิบตั ิเปน็ เลิศ (Best Practice) ไดเ้ ป็นอยา่ งดี ขอขอบพระคุณว่าท่รี .ต.หญงิ จริ ฐา ภาสนยงภิญโญ รองผู้อานวยการโรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย และนายภูวเดช สว่างวงษ์ ผู้อานวยการโรงเรียนวัดบึงลาดสวาย และขอขอบคุณผู้มีส่วนเก่ียวข้องทกุ ฝา่ ยทส่ี นบั สนุน ช่วยเหลือ และให้กาลังใจ จนผลงานประสบผลสาเรจ็ ในครงั้ นี้ นางกรรณกิ าร์ แป้นกลม ตาแหน่งครโู รงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย โครงการพัฒนาการจัดการเรยี นรู้เพอ่ื เสรมิ สร้างสมรรถนะผเู้ รยี นท่ตี อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) และการจดั ทาวิธปี ฏบิ ัติทเ่ี ปน็ เลิศ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แป้นกลม วชิ าภาษาไทย โรงเรียนวัดบงึ ลาดสวาย

สารบญั หนา้ 1 ข้อมูลผลงาน 1 ความสาคัญของผลงาน 2 จุดประสงคแ์ ละเปา้ หมายของการดาเนินงาน 2 กระบวนการพัฒนาผลงาน/นวตั กรรม หรอื ขั้นตอนการดาเนินงาน 7 ผลการดาเนนิ การ/ผลสัมฤทธ์ิ/ประโยชน์ที่ได้รับ 8 ปจั จยั ความสาเร็จ 8 บทเรยี นทีไ่ ด้รับ (Lesson Learned) 8 การเผยแพร่/การได้รับการยอมรบั 9 ภาคผนวก โครงการพฒั นาการจัดการเรยี นรู้เพือ่ เสริมสร้างสมรรถนะผเู้ รยี นทต่ี อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏบิ ตั ิทเี่ ป็นเลศิ (Best Practice) ครกู รรณิการ์ แป้นกลม วชิ าภาษาไทย โรงเรียนวดั บงึ ลาดสวาย

1 ช่อื ผลงาน การพฒั นาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนเรอื่ ง ชนดิ ของประโยคในภาษาไทยของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวดั บึงลาดสวาย โดยจดั การเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ แบบร่วมมือเทคนิค STAD ช่อื ผพู้ ัฒนา ภาษาไทย โรงเรยี น นางกรรณิการ์ แปน้ กลม กลุ่มโรงเรียน วัดบงึ ลาดสวาย โทรศัพท์ /e-mail บางภาษี 092-6949552 / [email protected] 1. ความสาคญั ของผลงาน ภาษาไทยเป็นวิชาพื้นฐานท่ีจะนาไปสู่การเรียนรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ การเรียนการสอน ภาษาไทยจึงมีความจาเป็นอย่างยิ่งท่ีจะต้องจัดกิจกรรมเพ่ือกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน โดยยึด ผู้เรียนเปน็ สาคัญดว้ ยมุ่งให้ผ้เู รยี นมีทักษะท้ัง 4 ด้าน คือ การฟงั การพดู การอ่าน และการเขยี น อย่าง สัมพันธ์กัน เพื่อเรียนรู้เร่ืองต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะการอ่านภาษาไทย เป็นทักษะท่ีสาคัญ อย่างย่ิงท่ีนักเรียนจาเป็นต้องอ่านให้ถูกต้อง และชัดเจน เพ่ือให้เหมาะสมกับความเป็นคนไทย ซึ่งใช้ ภาษาไทยเปน็ ภาษาประจาชาติ จากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพ้ืนฐาน (O-net) ในส่วนของสาระท่ีโรงเรียน ควรเร่งพฒั นาเนอื่ งจากคะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนตา่ กว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ ไดแ้ ก่ หลักการใช้ ภาษาไทย ซ่ึงเกิดจากสาเหตุหลายประการประกอบกัน ได้แก่ เนื้อหาท่ีมีกฎเกณฑ์เป็นแบบแผน ต้อง อาศัยความแม่นยาในเนื้อหา หากไม่มีวิธีการสอนหรือส่อื การสอนทน่ี ่าสนใจจะทาใหเ้ กิดปัญหาในการ จัดการเรยี นรู้ นาไปสผู่ ลการทดสอบการศึกษาระดับชาติ (O-net) ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 คะแนนเฉลยี่ ของโรงเรียนตา่ กว่าคะแนนเฉล่ียระดบั ประเทศ ครูผู้สอนจึงเลือกใช้วิธีการจัดการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค STAD เพ่ือสร้างแรงจูงใจให้ นักเรียนช่วยเหลือเพื่อสมาชิกในกลุ่มให้เกิดการเรียนรู้ โดยมีเงื่อนไขคือรางวัลท่ีกลุ่มของตนเองจะ ได้รับ ก่อให้เกิดการเรียนรู้และสามารถพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนในเร่ืองการวิเคราะห์ชนิดของ ประโยค ดงั นัน้ เพอ่ื แก้ปญั หาการจดั การเรยี นรูและพฒั นาการจดั การเรียนรูใหไดผล เกิดประโยชนแก ผูเรียนมากขึ้น จึงไดศึกษาหาทางปรับปรุง แกไขการจัดการเรียนรู ในการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการ เรียนเรื่อง ชนิดของประโยคในภาษาไทยของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนวัดบึงลาดสวาย โดยจัดการเรียนร้แู บบร่วมมอื เทคนิค STAD ข้ึน โครงการพัฒนาการจัดการเรยี นรูเ้ พื่อเสริมสร้างสมรรถนะผูเ้ รยี นที่ตอบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) และการจดั ทาวิธปี ฏิบัตทิ เี่ ป็นเลศิ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แป้นกลม วิชาภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

2 2. จดุ ประสงค์และเป้าหมายของการดาเนนิ งาน วตั ถุประสงค์ 1. เพือ่ พฒั นาผลสมั ฤทธิ์ ทางการเรยี นเรื่องชนิดของประโยคในภาษาไทย ของ นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6 โดยใช้การจัดการเรียนรูแ้ บบรว่ มมือเทคนิค STAD 2. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจดั การเรียนรรู้ ายวิชาภาษาไทย เป้าหมาย 1. นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 มผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนเรอื่ งชนิดของประโยคใน ภาษาไทย สูงข้ึน 2. นกั เรียนมคี วามพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรรู้ ายวิชาภาษาไทย ระดับมากขน้ึ ไป คิดเป็นรอ้ ยละ 75 3. กระบวนการพัฒนาผลงาน/นวัตกรรม หรือขั้นตอนการดาเนนิ งาน กรอบแนวคดิ รูปแบบการจดั การเรียนการสอน 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น แบบร่วมมือดว้ ยเทคนคิ STAD หรอื 2. ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ Student Teams Achievement 3. ความพึงพอใจของนักเรียน Division มีขัน้ ตอนการจดั กจิ กรรม 5 ข้ันตอน คือ ข้นั ที่ 1 ข้นั นาเสนอบทเรยี น ขน้ั ท่ี 2 ข้ันทางานร่วมกันเป็นกลมุ่ ขั้นท่ี 3 ขัน้ การทดสอบยอ่ ย ขั้นที่ 4 ขน้ั หาคะแนนในการ พฒั นาการตนเอง ขัน้ ที่ 5 ขั้นไดร้ ับการยกย่อง ตัวแปรอิสระ ตวั แปรตาม โครงการพัฒนาการจดั การเรยี นรู้เพอ่ื เสริมสร้างสมรรถนะผูเ้ รยี นทตี่ อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจดั ทาวิธปี ฏิบัตทิ เี่ ป็นเลิศ (Best Practice) ครูกรรณิการ์ แป้นกลม วชิ าภาษาไทย โรงเรยี นวัดบึงลาดสวาย

3 ๑. คัดกรอง /แบง่ กลุ่ม ขนั้ ตอนการพฒั นา 3. ดาเนนิ การพัฒนา นกั เรียน ใช้กระบวนการผลติ ผลงานแบบ PDCA เรยี นรเู้ ร่อื งคาชนดิ ของ ประโยคในภาษาไทย 2. วางแผน/ กาหนดกจิ กรรม รายกล่มุ ทีค่ ดั กรอง 6. พัฒนา 5.รวบรวม 4.ประเมินผล แก้ไข / ปรบั ปรุง สรปุ ผล 1. คดั กรอง /แบ่งกลมุ่ 3.1 ศึกษาวเิ คราะห์หลกั สูตร นกั เรยี น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาท่ี 6 สาระที่ 4 หลกั การใช้ ภาษา 3.2 ศึกษาผลการวิเคราะห์ นักเรียนเป็นรายบุคคล แบ่งกลุ่มนักเรียน โดยคละนักเรยี นกลุ่มเกง่ กล่มุ อ่อนเพื่อให้ เกดิ ความรว่ มมอื กนั ในกลุ่ม โครงการพฒั นาการจัดการเรยี นรูเ้ พือ่ เสรมิ สร้างสมรรถนะผู้เรยี นทต่ี อบสนองการเปลยี่ นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจดั ทาวิธปี ฏิบัติทเี่ ป็นเลศิ (Best Practice) ครกู รรณกิ าร์ แป้นกลม วชิ าภาษาไทย โรงเรียนวดั บึงลาดสวาย

4 2. วางแผน/กาหนด 3.3 ศึกษาหลักการและรูปแบบ กจิ กรรมรายกลุ่มทคี่ ัด การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค กรอง STAD เพื่อนาไปเป็นแนวทางใน การ จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ ส า ห รั บ นั ก เ รี ย น ชั้ น ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 3.4 สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ชนิดของประโยคในภาษาไทย ของ นักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6 3.5นาแผนการจัดการเรียนรู้ เสนอหัวหน้ากลุ่มสาระ และหัวหน้า วิชาการเพื่อตรวจสอบภาษาและเน้ือหา ตลอดจนความถูกต้องเหมาะสมของ แผนการจดั การเรยี นรู้ แผนการจดั การเรียนรูเ้ ร่อื ง ชนิดของประโยคในภาษาไทย ของนกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 ซึง่ มแี ผนการจัดการเรียนรู้ 4 แผน แผนละ 1 ช่วั โมง โดยมีรายละเอยี ดดังนี้ รายการ เนอื้ หา เวลา/ชั่วโมง ทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ก่อนเรยี น ชนิดของประโยคในภาษาไทย 1 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1 ประโยคสามัญ 1 แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 ประโยคความรวม 1 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 ประโยคความซอ้ น 1 แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 4 การจาแนกชนดิ ของประโยค 2 ทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิห์ ลงั เรียน ชนิดของประโยค 1 โครงการพฒั นาการจัดการเรยี นรู้เพื่อเสรมิ สรา้ งสมรรถนะผ้เู รยี นท่ตี อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) และการจดั ทาวิธปี ฏบิ ตั ทิ เี่ ปน็ เลิศ (Best Practice) ครกู รรณิการ์ แป้นกลม วิชาภาษาไทย โรงเรียนวดั บงึ ลาดสวาย

5 โดยแผนการจดั การเรียนรู้มสี ่วนประกอบ ดังนี้ 2.3.1 มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ดั 2.3.2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด 2.3.3 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.3.4 คุณลกั ษณะผู้เรียน 2.3.5 ด้านสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 2.3.6 สาระการเรยี นรู้ 2.3.7 การจัดการเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื ด้วยเทคนคิ STAD มีขั้นตอนดงั น้ี 1) ขน้ั การเตรียมผเู้ รยี น 2) ขั้นการสอนความรใู้ หม่ 3) ขั้นกจิ กรรมกลุ่มยอ่ ย 4) ขน้ั ทดสอบ 5) ขนั้ สรุปผลและประเมนิ ผล 2.3.8 สื่อการเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้ 2.3.9 การวัดและการประเมิน 3. ดาเนินการพฒั นา 3.6 นาแผนการจัดการเรียนรู้ เรียนร้เู รอ่ื งคาชนดิ ของ แบบรว่ มมอื ด้วยเทคนคิ STAD ไปใช้ ประโยคในภาษาไทย โครงการพฒั นาการจัดการเรยี นรูเ้ พอ่ื เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผู้เรยี นทตี่ อบสนองการเปลยี่ นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบัติทเ่ี ป็นเลศิ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรียนวดั บงึ ลาดสวาย

6 4.ประเมนิ ผล 3.7 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนเร่ืองชนิดของประโยค มี ขัน้ ตอนการสร้างดงั น้ี 3.7.1 ศึกษาหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ัน ประถมศกึ ษาปีที่ 6 3.7.2 ศึกษาทฤษฎี หลกั การและ วิธีการสรา้ งเครอ่ื งมอื วัดผลสมั ฤทธ์ิ 3.7.3 สร้างตารางวิเคราะห์ ข้อสอบ (Test Blueprint) โดยศกึ ษาจาก เน้ือหาและจุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ ไ ด้ แ บ บ ท ด ส อ บ ท่ี ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ จุดประสงค์การเรียนรู้และครอบคลุม เน้อื หาท่ีกาหนดไว้ การวเิ คราะห์แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์เร่ือง ชนิดของประโยค ชอ่ื เรื่อง จา เข้าใจ นาไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมนิ คา่ รวม 6 ประโยคความเดยี ว 1- 3 2 - 8 6 ประโยคความรวม 12 3 1 1 20 ประโยคความซอ้ น 11 3 1 - รวม 33 9 3 1 5.รวบรวม 3.8 นาผลการทดสอบไปใช้ สรุปผล ทดสอบและนามาวเิ คราะหผ์ ล 6. พฒั นา แกไ้ ข / ปรบั ปรงุ โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรเู้ พ่อื เสริมสรา้ งสมรรถนะผ้เู รยี นทต่ี อบสนองการเปลยี่ นแปลง ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบัตทิ เี่ ปน็ เลศิ (Best Practice) ครกู รรณกิ าร์ แป้นกลม วชิ าภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

7 3.9 ผู้เรียนประเมินความพึง พอใจท่ีมีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอน ครูผู้สอนนาไปพัฒนา แก้ ไ ข ปรบั ปรงุ ตอ่ ไป สถติ ทิ ใ่ี ช้ในการพัฒนา 1. สถิติพืน้ ฐาน ได้แก่ ค่าเฉล่ีย คา่ รอ้ ยละ และค่าประสทิ ธิภาพ สูตรการหาค่าเฉลี่ย X = x n เมื่อ X แทน ค่าเฉล่ยี  x แทน ผลรวมของข้อมลู ทัง้ หมด n แทน จานวนข้อมลู ทง้ั หมด สูตรการหาค่าร้อยละ P = F 100 n เมอ่ื P แทน ร้อยละ F แทน ความถีท่ ต่ี ้องการแปลคา่ ใหเ้ ป็นร้อยละ n แทน จานวนความถีท่ ัง้ หมด 2. สถิตอิ ้างอิง ได้แก่ Pretest (คะแนนก่อนเรียน) Posttest (คะแนนหลงั เรียน) กลมุ่ Pre -test Treatment Post-test ทดลอง T1 X T2 เมื่อ T1 แทน การทดสอบก่อนเรียน X แทน การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนวิชาสถิตเิ บอ้ื งตน้ T2 แทน การทดสอบหลังเรยี น 4. ผลการดาเนนิ การ/ผลสัมฤทธ/ิ์ ประโยชน์ท่ไี ดร้ บั 4.1 ผลทเ่ี กดิ ตามจุดประสงค์ หลังการจดั การเรียนรแู้ บบรว่ มมือเทคนคิ STAD ทาให้นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย มีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนเรื่องชนิดของประโยคสูงกว่ากอ่ นเรียน 4.2 ผลท่เี กดิ ตามเปา้ หมาย โครงการพัฒนาการจัดการเรยี นร้เู พอื่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผู้เรยี นท่ตี อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบตั ทิ เ่ี ป็นเลิศ (Best Practice) ครูกรรณิการ์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรยี นวัดบึงลาดสวาย

8 4.4 ประโยชน์ท่ีได้รบั 1. นกั เรยี นได้รบั การพัฒนาส่งผลให้ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนสูงขึน้ 2. เสริมสร้างความสามัคคี ความรว่ มมือในหมู่คณะครู ผบู้ รหิ าร และผ้ปู กครอง นกั เรยี น 3. โรงเรียนเปน็ ทีย่ อมรับของชมุ ชนและหนว่ ยงานทเี่ กีย่ วข้อง ในการพฒั นาคณุ ภาพ นกั เรยี นมากยิ่งขน้ึ 4. โรงเรียนเปน็ องคก์ รแห่งการเรียนรู้ทีเ่ ปน็ เลิศขึ้น 5. ปจั จยั ความสาเรจ็ 1. ผูบ้ ริหารโรงเรียนให้ความสาคัญและเอาใจใสก่ ับการดาเนินงาน 2. การดาเนินกิจกรรมมเี วลาท่ีเพียงพอ 3. ไดร้ ับคาแนะนาจากการทาชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ทางวชิ าชีพ (PLC) ของกลุ่มสาระการ เรียนรูร้ ายวิชาภาษาไทย โรงเรยี นวดั บึงลาดสวาย 4. การร่วมกิจกรรมของนักเรียนมคี วามพร้อมทกุ ครั้ง 6.บทเรียนทีไ่ ด้รับ (Lesson Learned) 1. การดาเนนิ งานทเี่ ปน็ ระบบจะสง่ ผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพนักเรียนท่ยี ่ังยืน 2. การดาเนินกิจกรรมทีบ่ รรลุผลสาเรจ็ ตอ้ งอาศัยความรว่ มมอื ของบุคลากรทุกฝ่าย 3. ผู้ปกครองไดร้ ับทราบแนวทางการจดั การเรียนการสอน นับเปน็ เครือขา่ ยการพัฒนาท่ี สาคัญตอ่ การพัฒนาคุณภาพนักเรยี น 7.การเผยแพร่/การไดร้ บั การยอมรับ 1. การเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์ม Youtube และ เพจ Facebook 2. ชุมชนแหง่ การเรียนร้ทู างวิชาชพี (PLC) ของกลุ่มสาระการเรียนรรู้ ายวิชา ภาษาไทย โรงเรยี นวดั บึงลาดสวาย 3. เผยแพรก่ ารจดั การเรยี นการสอนโดยจัดทาเปน็ วดี ิทัศน์ ประชาสมั พนั ธ์ใหผ้ ้ปู กครอง รบั ทราบ และลงผ่านแพลตฟอรม์ Youtube และ เพจ Facebook โครงการพัฒนาการจดั การเรยี นรเู้ พอ่ื เสริมสร้างสมรรถนะผู้เรยี นทต่ี อบสนองการเปลยี่ นแปลง ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวิธีปฏบิ ตั ทิ เี่ ปน็ เลิศ (Best Practice) ครกู รรณกิ าร์ แปน้ กลม วชิ าภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

9 ภาคผนวก โครงการพัฒนาการจดั การเรยี นร้เู พื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้เรยี นท่ีตอบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวิธปี ฏิบัติทเ่ี ป็นเลศิ (Best Practice) ครกู รรณิการ์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรียนวัดบงึ ลาดสวาย

10 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4 เร่ือง การจาแนกชนดิ ของประโยคในภาษาไทย รหัสวชิ า ท 10601 เวลา 1ช่ัวโมง หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 8 ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ ชนดิ ของประโยคในภาษาไทย รวม 4 ช่วั โมง กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 1 สาระท่ี 4 ช่ือสาระ หลกั การใช้ภาษา มาตรฐาน/ตัวชี้วดั ท 4.1 ป.6/1 วันที่ 17 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2566 ผ้สู อน นางกรรณิการ์ แปน้ กลม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั มาตรฐาน ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ ตัวช้วี ดั มฐ.ท 4.1 ป.6/4 ระบุลักษณะของประโยค 2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด กล่มุ คาเกดิ จากการนาคาตั้งแต่ 2 คาข้ึนไปมาเรยี งต่อกนั มีความหมายแตย่ ังไมส่ มบรู ณส์ ่วน ประโยคมใี จความสมบรู ณ์ประกอบด้วยประธาน กรยิ า บางประโยคจะมีกรรมหรือไม่มีกรรมก็ได้ ประโยคมีทง้ั ประโยคเดยี ว ประโยครวม และประโยคซ้อน การเข้าใจเรือ่ งกลุม่ คาและประโยค ทาให้ สามารถนาไปใช้ส่อื สารได้อย่างถกู ต้อง 3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) ดา้ นความรู้ (K) อธบิ ายลักษณะของประโยคชนดิ ตา่ งๆได้ 2) ดา้ นทกั ษะ (S) จาแนกชนดิ ของประโยคได้ 3) ดา้ นเจตคติ (A) มีความกระตอื รือร้นในการเข้ารว่ มกิจกรรม จุดประสงคก์ ารเรยี นรเู้ ชงิ สมรรถนะ 4) ด้านความรู้ (K) นกั เรยี นสามารถอธิบายความแตกต่างของประโยคชนดิ ต่างๆ 5) ด้านทกั ษะ (S) นกั เรยี นสามารถแต่งประโยคตามชนดิ ต่างๆของประโยคได้ 6 )ด้านเจตคติ (A) นักเรยี นมีความสนใจใฝ่รใู้ นการเรยี น 4. คุณลกั ษณะผู้เรยี น ซื่อสตั ยส์ ุจริต  มงุ่ ม่ันในการทางาน 4.1 คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์  ใฝเ่ รยี นรู้  มีจติ สาธารณะ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยูอ่ ย่างพอเพยี ง มวี ินัย รกั ความเป็นไทย โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรู้เพอื่ เสริมสร้างสมรรถนะผูเ้ รยี นทต่ี อบสนองการเปลยี่ นแปลง ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวิธีปฏิบตั ทิ เี่ ป็นเลิศ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรียนวดั บึงลาดสวาย

11 5. ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน  ความสามารถในการส่อื สาร : นกั เรยี นสามารถอธบิ ายลักษณะของประโยคชนดิ ตา่ งๆได้  ความสามารถในการคิด : นักเรียนสามารถระดมความคิดเพ่ือสรุปลักษณะของประโยค ชนดิ ตา่ งๆได้  ความสามารถในการแกป้ ัญหา : นักเรียนสามารถจาแนกชนิดตา่ งๆของประโยคได้  ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : การประเมนิ ผลด้วยการใช้เกมผ่าน tablet  สมรรถนะหลกั ดา้ นการทางานแบบรวมพลงั เปน็ ทีม และมีภาวะผูน้ า : นกั เรยี นสามารถ เปน็ ผ้นู าและเปน็ สมาชิกทเ่ี ป็นเลศิ มีการยอมรบั และเคารพความคิดเห็นในมุมทแี่ ตกตา่ ง สามารถ ทางานกลุม่ ไดต้ ามเปา้ หมาย มคี วามไวว้ างใจและเห็นคุณค่าในความสามารถท่แี ตกต่างของสมาชิก ด้วยความเตม็ ใจ 6. สาระการเรยี นรู้ ประโยคความเดียว เป็นประโยคทน่ี าคามาเรยี งกัน เเล้วมีความหมายสมบรู ณ์บอกให้รวู้ ่า ใคร ทาอะไร โดยมีเน้ือความเพียงเน้ือความเดียว หรือกล่าวถึง สภาพอยา่ งใดอย่างหน่ึงเพยี งสภาพเดียว ประโยคความเดยี ว มีสว่ นประกอบทส่ี าคัญ 2 สว่ น คอื ภาคประธาน และภาคเเสดง ซ่งึ ท้ังภาค ประธานและภาคเเสดงนีอ้ าจมบี ทขยาย เพื่อทาให้ประโยคมคี วามหมายชัดเจนมากขนึ้ ประโยคความรวม (อเนกัตถประโยค) คือประโยคทรี่ วมเอาประโยคความเดยี วตัง้ แต่ 2 ประโยคขน้ึ ไปมารวมกนั โดยใชส้ นั ธานเปน็ ตวั เชอ่ื มแต่ก็สามารถแยกออกเปน็ ประโยคความเดยี วทมี่ ี ใจความ สมบรู ณ์ไดเ้ หมือนเดิมโดยไมต่ ้องเพ่มิ สว่ นใดส่วนหน่งึ ในประโยค ประโยคความรวมแบ่งย่อย ได้เปน็ 4 แบบ ดังน้ี 2.1 ประโยคทม่ี เี นื้อความคล้อยตามกัน คือ ประโยคความเดียว 2 ประโยค ท่ีนามารวมกัน โดยมเี นือ้ ความสอดคล้องกนั มีสันธาน และ แลว้ แลว้ ...ก็ คร้ัง...จึง พอ...ก็ ฯลฯ เปน็ ตวั เช่อื ม 2.2 ประโยคทมี่ เี น้ือความขัดแข้งกัน คือ ประโยคความเดียว 2 ประโยคทนี่ ามารวมกนั โดยมี เนือ้ ความขัดแย้งกนั กรยิ าในแตล่ ะประโยคตรงกนั ขา้ มกันส่วนใหญจ่ ะมสี ันธาน แต่ แต่ทวา่ กวา่ ...ก็ ฯลฯ เปน็ ตัวเช่อื ม 2.3 ประโยคที่มเี น้ือความให้เลอื กเอาอย่างใดอยา่ งหนงึ่ คือ ประโยคทม่ี ีกรยิ า 2 กริยาท่ี ต่างกัน มีสันธาน หรือ หรอื ไม่ก็ มิฉะน้ัน...ก็ ฯลฯ เปน็ ตวั เช่อื ม 2.4 ประโยคท่มี ีเนื้อความเป็นเหตเุ ปน็ ผล คอื ประโยคที่มปี ระโยคความเดยี วประโยคหน่ึงมี เน้อื ความเปน็ ประโยคเหตุและมีประโยคความเดยี วอกี ประโยคหนึ่งมีเน้ือความเปน็ ประโยคผล มี สนั ธาน จึง ฉะนน้ั ดังน้ัน เพราะฉะนนั้ ฯลฯ เปน็ ตวั เชือ่ ม เช่น ประโยคความซ้อน (สงั กรประโยค) คือประโยคท่ีประกอบด้วยประโยคหลัก (มุขยประโยค) และประโยคย่อย (อนุประโยค) มารวมเป็นประโยคเดียวกัน โดยมี ประพนั ธสรรพนาม (ผู้, ท,ี่ ซง่ึ , อัน) ประพันธวเิ ศษณ์ หรือบุพบทเป็นบทเชือ่ ม โครงการพฒั นาการจัดการเรยี นร้เู พ่ือเสรมิ สร้างสมรรถนะผ้เู รยี นท่ตี อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจดั ทาวธิ ีปฏิบตั ิทเ่ี ปน็ เลิศ (Best Practice) ครกู รรณิการ์ แปน้ กลม วชิ าภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

12 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ใช้รปู แบบการจัดการเรียนการสอนแบบร่วมมือเทคนิค STAD ขน้ั นาเสนอบทเรยี น 1. ครูใหน้ กั เรียนใหป้ ระโยคท่ีครูนาเสนอพร้อมกัน ได้แก่ ฉันตัง้ ใจเรียนหนังสอื ฉนั ตั้งใจเรยี นหนงั สอื แต่เพ่ือนเลน่ ฉันซึง่ ตง้ั ใจเรียนหนังสือสอบได้คะแนนเต็ม 2. นกั เรยี นระดมความคดิ เพื่อจาแนกชนิดของประโยคทีค่ รูนาเสนอ โดยช่วยกนั สรุปลกั ษณะ ของประโยคชนดิ ตา่ งๆ 3. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันทบทวนลักษณะของประโยคความเดยี ว ประโยคความรวม และ ประโยคความซ้อน ที่ไดจ้ ัดการเรยี นรู้ในชัว่ โมงก่อนหนา้ ขน้ั ทางานร่วมกันเปน็ กลุ่ม 1. นักเรยี นแต่ละกลุ่มทากจิ กรรมการจาแนกชนิดของประโยคในภาษาไทย ผ่านการเลน่ เกม “วง่ิ เปีย้ วแถบประโยค” กลุ่มใดจาแนกแถบประโยคไดถ้ ูกต้องมากที่สุดจะได้คะแนนตามแถบประโยค ท่ถี ูกต้อง โดยใช้เวลากลมุ่ ละ 3 นาที 2. สรุปคะแนนสะสมของแตล่ ะกลุม่ ในกจิ กรรมที่ 1 ขน้ั การทดสอบยอ่ ย 1. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มทาแบบทดสอบย่อยผ่านแบบทดสอบรปู แบบเกมโดยใช้แพลตฟอร์ม Quizziz 2. สรุปคะแนนสะสมของแต่ละกลุ่มในกจิ กรรมที่ 2 ขัน้ หาคะแนนในการพัฒนาการตนเอง 1. ครูแจกกระดาษเทาขาวและปากกาเคมีสตี ่างๆในการตกแต่ง ให้นกั เรียนกลุ่มละ 1 ชดุ 2. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันระดมความคดิ และสรุปเป็นแผนภาพความคิด เร่ือง ชนดิ ของ ประโยคในภาษาไทย 3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลงาน 4. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของแตล่ ะกลมุ่ 5. แตล่ ะกลุ่มแกไ้ ข พฒั นาเพิ่มเติมตามคาแนะนาของครูและเพื่อนตา่ งกล่มุ ข้ันได้รบั การยกยอ่ ง โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรเู้ พื่อเสรมิ สร้างสมรรถนะผเู้ รยี นที่ตอบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจดั ทาวธิ ีปฏบิ ัตทิ เ่ี ปน็ เลิศ (Best Practice) ครกู รรณิการ์ แป้นกลม วิชาภาษาไทย โรงเรียนวดั บึงลาดสวาย

13 1. สรุปคะแนนของแต่ละกลมุ่ กลุ่มท่ีได้คะแนนมากท่สี ุดได้รับรางวลั 2. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ บทเรยี น เสนอแนะกจิ กรรมทตี่ อ้ งการใหม้ ีในการจัดการเรียนรู้ คร้งั ต่อไป 8. สอื่ การเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้ 1. ประโยคตวั อย่าง 2. ชดุ กิจกรรมว่ิงเป้ียวแถบประโยค 3. กระดาษเทาขาว 4. ปากกาเคมี 5. แบบทดสอบผ่านแพลตฟอร์ม Quizziz 9. การวดั และการประเมิน จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ ีการวดั เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ ารผา่ นการประเมนิ ดา้ นความรู้ (K) ชิน้ งาน ข้อมลู ครบถว้ น พบข้อผดิ พลาด ไม่เกนิ 3 จุดถอื ว่าผา่ นการ 1. อธบิ ายลักษณะของประโยคชนดิ ตรวจช้นิ งานการทา ประเมินดา้ นความรู้ ต่างๆได้ กจิ กรรม 2.นกั เรยี นสามารถอธิบายความ แตกต่างของประโยคชนิดต่างๆ ดา้ นทักษะและกระบวนการ (S) 1. นักเรยี นสามารถจาแนกชนิดของ ผลคะแนนจากการทา กจิ กรรมว่งิ เปีย้ วแถบ ได้คะแนนอย่างน้อย 5 คะแนน ประโยคได้ กจิ กรรม ประโยค ถอื วา่ ผา่ นดา้ นกระบวนการ 2. นกั เรียนสามารถแต่งประโยคตาม การทาแบบทดสอบย่อย แบบทดสอบ ไดค้ ะแนนอย่างน้อย 5 คะแนน ถือว่าผ่านดา้ นกระบวนการ ชนดิ ตา่ งๆของประโยคได้ ดา้ นเจตคตแิ ละคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) 1. นกั เรยี นมีความสนใจใฝ่รู้ในการ สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ได้ไมน่ อ้ ยกว่า 2 คะแนน เรยี น การทางานรายกลมุ่ พฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพดี ถือวา่ ผา่ นการ 2. นักเรียนมีความกระตือรอื ร้นในการ การทางานรายกลมุ่ ประเมินดา้ นเจตคติ เขา้ รว่ มกิจกรรม โครงการพัฒนาการจัดการเรยี นรู้เพอ่ื เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผเู้ รยี นทต่ี อบสนองการเปลยี่ นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบตั ทิ เี่ ปน็ เลศิ (Best Practice) ครกู รรณกิ าร์ แปน้ กลม วชิ าภาษาไทย โรงเรยี นวัดบึงลาดสวาย

14 เกณฑก์ ารประเมินผลนักเรียน เกณฑ์การประเมนิ (Rubrics Score) ประเด็นการประเมนิ ค่านา้ หนัก แนวทางการใหค้ ะแนน คะแนน การให้คะแนนจากการทา 3 ทาแบบทดสอบ ถูกตอ้ ง จานวน 7-10 ขอ้ แบบทดสอบ (K) 2 ทาแบบทดสอบ ถูกต้อง จานวน 4-6 ข้อ 1 ทาแบบทดสอบ ถูกต้อง จานวน 1-3 ขอ้ หรือ ไม่ถูกต้อง การให้คะแนนจากการตรวจ 3 ได้คะแนนจากการทากจิ กรรม 13 คะแนน ขึน้ ไป ชน้ิ งานการทากิจกรรม (S) 2 ไดค้ ะแนนจากการทากิจกรรม 6 – 12 คะแนน 1 ได้คะแนนจากการทากิจกรรมอย่างนอ้ ย 5 คะแนน การสงั เกตพฤติกรรม 3 ไดค้ ะแนน 6-10 คะแนน การทางานรายกลุ่ม (A) 2 ได้คะแนน 3-5 คะแนน 1 ไดค้ ะแนน 1-2 คะแนน โครงการพัฒนาการจัดการเรยี นรเู้ พอื่ เสริมสรา้ งสมรรถนะผู้เรยี นทีต่ อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจดั ทาวธิ ีปฏิบัติทเ่ี ป็นเลศิ (Best Practice) ครกู รรณิการ์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรียนวดั บึงลาดสวาย

15 บนั ทึกหลังสอน ผลการเรยี นรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปญั หาอปุ สรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ครผู ้สู อน ............................................................... (...........................................................) วนั ท่บี ันทกึ .................................................... ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ............................................................. (......................................................) ตาแหน่ง ................................................... โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นร้เู พื่อเสรมิ สรา้ งสมรรถนะผู้เรยี นทีต่ อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบตั ิทเี่ ป็นเลศิ (Best Practice) ครกู รรณกิ าร์ แปน้ กลม วชิ าภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

16 แบบทดสอบกอ่ น/หลงั เรยี น 1. แดงและเพอื่ นนดั ซอ้ มฟตุ บอล ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดียว 2. น้องชอบอา่ นการต์ นู ญี่ปุน่ ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดียว 3. ครอู ารม์ สอนภาษาไทย ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดยี ว 4.ปากกาทซี่ ือ้ มาหายไป ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดยี ว 5.คณุ จะไปทะเลหรือไปภูเขา ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดยี ว 6.น้องเสียใจทแ่ี มวตวั โปรดตาย ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดยี ว 7. พ่อกลับบ้านเม่อื แมน่ อนไปแล้ว ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดียว 8. แม่ไปซื้อผา้ ทีต่ ลาดนดั ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดยี ว 9. เขาต้ังใจเรยี นจงึ เรียนเก่ง ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดียว 10. ต้นไม้ท่อี ยู่ในกระถางกาลงั ออกดอก ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดียว โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นร้เู พือ่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผูเ้ รยี นท่ีตอบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจดั ทาวิธีปฏบิ ัติทเ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ครกู รรณกิ าร์ แป้นกลม วิชาภาษาไทย โรงเรยี นวดั บึงลาดสวาย

17 เฉลยแบบทดสอบก่อน/หลังเรยี น 1. แดงและเพอ่ื นนดั ซอ้ มฟุตบอล ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดยี ว 2. นอ้ งชอบอ่านการ์ตูนญ่ีป่นุ ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดยี ว 3. ครูอารม์ สอนภาษาไทย ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดยี ว 4.ปากกาทซี่ อ้ื มาหายไป ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดยี ว 5.คณุ จะไปทะเลหรือไปภเู ขา ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดียว 6.นอ้ งเสียใจท่ีแมวตวั โปรดตาย ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดียว 7. พ่อกลบั บ้านเมอื่ แมน่ อนไปแลว้ ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดียว 8. แมไ่ ปซ้อื ผา้ ท่ีตลาดนดั ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดียว 9. เขาตงั้ ใจเรียนจึงเรยี นเกง่ ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดยี ว 10. ต้นไม้ท่ีอยใู่ นกระถางกาลังออกดอก ก. ประโยคความรวม ข. ประโยคความซอ้ น ค. ประโยคความเดยี ว โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นร้เู พื่อเสรมิ สร้างสมรรถนะผ้เู รยี นทีต่ อบสนองการเปลยี่ นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวิธีปฏบิ ัตทิ เ่ี ป็นเลิศ (Best Practice) ครกู รรณิการ์ แป้นกลม วชิ าภาษาไทย โรงเรียนวัดบึงลาดสวาย

18 กิจกรรมวง่ิ เปยี้ วแถบประโยค โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรเู้ พอ่ื เสรมิ สร้างสมรรถนะผ้เู รยี นท่ีตอบสนองการเปลยี่ นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวิธีปฏบิ ัตทิ เ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ครกู รรณิการ์ แปน้ กลม วชิ าภาษาไทย โรงเรยี นวดั บึงลาดสวาย

19 โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรเู้ พอื่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผเู้ รยี นทตี่ อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบัติทเ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

20 โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรเู้ พอื่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผเู้ รยี นทตี่ อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบัติทเ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

21 โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรเู้ พอื่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผเู้ รยี นทตี่ อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบัติทเ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

22 โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรเู้ พอื่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผเู้ รยี นทตี่ อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบัติทเ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

23 โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรเู้ พอื่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผเู้ รยี นทตี่ อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบัติทเ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

24 โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรเู้ พอื่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผเู้ รยี นทตี่ อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบัติทเ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

25 โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรเู้ พอื่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผเู้ รยี นทตี่ อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบัติทเ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

26 โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรเู้ พอื่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผเู้ รยี นทตี่ อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบัติทเ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

27 แบบทดสอบผา่ น Quizziz การเผยแพร่เนอื้ หาการ สอนผ่าน Youtube การเผยแพรเ่ น้ือหาการ สอนผโค่ารนงกFาaรพceฒั bนoากoาkรจัดการเรยี นรู้เพือ่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผู้เรยี นที่ตอบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวิธปี ฏิบัติทเี่ ปน็ เลศิ (Best Practice) ครกู รรณกิ าร์ แป้นกลม วชิ าภาษาไทย โรงเรยี นวัดบึงลาดสวาย

28 ตารางท่ี 1 แสดงผลการเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรียนก่อนเรยี นและหลังเรียน การทดลอง n S.D. t ก่อนเรียน 56 4.70 1.66 17.01 * หลังเรยี น 56 7.95 1.44 *มีนัยสาคัญทางสถติ ิทรี่ ะดบั 0.05 จากตารางที่ 1 พบว่า ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนมีค่าคะแนนเฉล่ีย คือ ก่อนเรียน เท่ากับ 4.70 (s.d.=1.66) และหลังเรียน เท่ากับ 7.95 (s.d.=1.44) แสดงว่าผลสัมฤทธิ์ ทางการเรยี นหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติที่ระดับ .05 ซ่งึ เป็นไปตามสมมติฐาน ท่ตี ัง้ ไว้ นกั เรยี น คะแนนกอ่ นเรียน คะแนนหลังเรียน คะแนนผลตา่ ง คนที่ Pre-test Post-test D 13 8 5 22 6 4 35 7 2 44 8 4 55 7 2 63 6 3 76 7 1 83 8 5 92 6 4 10 6 9 3 11 8 10 2 12 4 6 2 13 6 8 2 14 5 9 4 15 4 7 3 16 7 8 1 17 8 10 2 18 3 6 3 19 4 6 2 20 5 7 2 21 6 8 2 22 3 7 4 23 4 8 4 24 6 8 2 25 7 8 1 26 8 10 2 27 5 8 3 โครงการพฒั นาการจัดการเรยี นร้เู พื่อเสริมสร้างสมรรถนะผเู้ รยี นท่ตี อบสนองการเปลยี่ นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจดั ทาวิธีปฏิบตั ทิ เี่ ปน็ เลิศ (Best Practice) ครกู รรณิการ์ แป้นกลม วิชาภาษาไทย โรงเรียนวดั บงึ ลาดสวาย

29 นักเรียน คะแนนก่อนเรยี น คะแนนหลังเรยี น คะแนนผลตา่ ง 28 3 6 3 29 5 7 2 30 4 7 3 31 8 10 2 32 3 6 3 33 4 5 1 34 5 7 2 35 6 7 1 36 3 6 3 37 4 5 1 38 3 6 3 39 4 7 3 40 6 8 2 41 7 8 1 42 8 10 2 43 5 6 1 44 6 8 2 45 3 6 3 46 4 5 1 47 3 5 2 48 4 6 2 49 3 5 2 50 2 7 5 51 5 7 2 52 4 6 2 53 5 8 3 54 3 5 2 55 6 8 2 56 5 7 2 n 56 56 56 Sum 263 445 182 Mean 4.70 7.95 3.25 S.D. 1.66 1.44 1.43 n 56 56 56 โครงการพฒั นาการจัดการเรยี นรเู้ พอื่ เสริมสรา้ งสมรรถนะผู้เรยี นท่ตี อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวิธีปฏิบตั ิทเ่ี ปน็ เลิศ (Best Practice) ครูกรรณิการ์ แป้นกลม วิชาภาษาไทย โรงเรียนวัดบึงลาดสวาย

30 จากการทาแบบประเมินครูผู้สอน นักเรียนมีความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนมาก ท่ีสุดคิดเป็นร้อยละ 51.2 มากคิดเป็นร้อยละ 25.6 ปานกลางคิดเป็นร้อยละ 16.3 และน้อยคิดเป็น รอ้ ยละ 7 สรปุ นักเรียนมคี วามพึงพอใจระดับมากข้นึ ไปคิดเปน็ ร้อยละ 76.80 ซ่ึงผ่านเกณฑท์ ต่ี ง้ั ไว้ โครงการพัฒนาการจัดการเรยี นรูเ้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผ้เู รยี นทตี่ อบสนองการเปลยี่ นแปลง ศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวิธปี ฏิบตั ิทเ่ี ป็นเลศิ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แป้นกลม วชิ าภาษาไทย โรงเรยี นวดั บึงลาดสวาย

31 ภาพการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นร้เู พือ่ เสริมสรา้ งสมรรถนะผเู้ รยี นที่ตอบสนองการเปลยี่ นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจดั ทาวธิ ปี ฏบิ ัติทเ่ี ป็นเลิศ (Best Practice) ครกู รรณิการ์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรียนวดั บึงลาดสวาย

32 โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรเู้ พอื่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผเู้ รยี นทตี่ อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบัติทเ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย

33 โครงการพฒั นาการจดั การเรยี นรเู้ พอื่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะผเู้ รยี นทตี่ อบสนองการเปลย่ี นแปลง ศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs) และการจัดทาวธิ ีปฏิบัติทเ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ครูกรรณกิ าร์ แปน้ กลม วิชาภาษาไทย โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวาย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook