บทปฏิบัติการพืน้ ฐาน วชิ า ว32248 ชีววทิ ยาเพม่ิ เติม 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2564 ครูผู้สอน นางยศวดี ศศิธร กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนมหาวชิราวุธ จงั หวดั สงขลา ช่ือ …………………………………………. ช้นั ….. เลขที่ ..…
คำนำ การทาปฏิบตั กิ ารทางชวี วิทยาเปน็ พื้นฐานจาเป็นสาหรบั การศกึ ษาทางชีววิทยา ดงั นัน้ บทปฏิบัติการทาง ชีววิทยานี้จึงจัดทาขึ้นเพื่อให้นักเรียนมีความรู้และประสบการณ์ในการเรียนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับเน้ือ ความรใู้ นรายวชิ า ว32248 ชีววิทยาเพิม่ เตมิ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารบทปฏิบัติการชีววิทยาจะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนและผู้ที่สนใจ หากมี ข้อผิดพลาดประการใด ผูจ้ ดั ทาขออภัยไว้ ณ ท่นี ี้ดว้ ย นางยศวดี ศศิธร กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนมหาวชริ าวุธ จังหวัดสงขลา
สำรบญั หนำ้ เร่อื ง 1 5 ปฏบิ ัติการที่ 1 โครงสร้างและชนดิ ของดอก ผลและเมล็ด และรูปร่างของเรณู ปฏิบตั กิ ารที่ 2 โครงสร้างภายในของพชื มดี อก
บันทกึ กำรตรวจปฏิบตั กิ ำร ปฏิบตั ิกำรที่ วันท่ีส่ง ระดับคะแนน ว/ด/ป ลำยมอื ชือ่ 54321 1. โครงสร้างและชนดิ ของดอก ผลและเมล็ด และรปู รา่ งของเรณู 2. โครงสรา้ งภายในของพืชมดี อก หมำยเหตุ : 5 = ดีมาก เข้าใจจุดประสงค์ รายงานผลชัดเจนถกู ตอ้ ง สรุปผลดี มขี ้อมลู อ้างองิ ตอบคาถาม ถูกตอ้ ง และมกี ารจดบันทกึ กอ่ นและหลังการทดลอง 4 = ดี เขา้ ใจจดุ ประสงค์ รายงานผลชดั เจนถูกต้อง สรุปผลดี ตอบคาถามถูกตอ้ ง และมีการจด บันทึกกอ่ นและหลังการทดลอง 3 = พอใช้ รายงานผล สรุปผลการทดลอง ตอบคาถาม และมกี ารจดบนั ทึกก่อนและหลงั การทดลอง 2 = ต้องเขยี นรายงานปฏบิ ตั ิการใหม่ 1 = ตอ้ งทาปฏิบตั ิการและเขยี นรายงานปฏิบัติการใหม่
1 ปฏบิ ัตกิ ารท่ี 1 โครงสรา้ งของดอกและชนดิ ผล วันท่ีทดลอง …………………………………………………………………………………. จดุ ประสงคก์ ารทดลอง 1. เพือ่ ให้นกั เรียนสามารถอธิบายรปู รา่ งและการงอกของเรณูได้ 2. เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสามารถอธิบายส่วนประกอบและสามารถจาแนกชนิดของดอกได้ 3. เพื่อให้นกั เรียนสามารถบอกส่วนประกอบและสามารถจาแนกชนิดของผลและเมลด็ ได้ วสั ดุและอุปกรณ์ 5. ปากคบี 1. ดอกไม้ 6. มีดโกน 2. กลอ้ งจลุ ทรรศน์ 7. เขม็ เขีย่ 3. แวน่ ขยาย 8. เขม็ หมดุ 4. ผลและเมลด็ ของพชื ชนิดต่าง ๆ วธิ กี ารทดลอง ตอนที่ 1 การศกึ ษาโครงสร้างของดอก 1. ศกึ ษาสว่ นประกอบของดอกพชื ชนดิ ตา่ ง ๆ ท่ีมใี นหอ้ งปฏิบตั ิการ 2. เลือกดอกไม้ 1 ชนดิ บนั ทึกผลลงในตารางที่ 1 ตอนท่ี 2 การศึกษาโครงสรา้ งของผล 1. แบ่งประเภทผลไม้ทน่ี กั เรียนเตรียมมา 2. ผ่าผลชนิดตา่ ง ๆ ที่มอี ยใู่ นหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารตามยาวของผล 3. วาดภาพผล แสดงช้นั ต่าง ๆ ของ pericarp และบันทกึ ผลลงในตารางที่ 2 ตอนที่ 3 การศกึ ษาโครงสร้างของเมลด็ 1. ผา่ เมลด็ ชนิดต่าง ๆ ท่มี อี ยู่ในหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารตามตามยาวของเมล็ด 2. วาดภาพเมล็ด แสดงโครงสร้างต่าง ๆ และบันทกึ ผลลงในตารางที่ 3 ตอนท่ี 4 การศกึ ษารูปรา่ งลกั ษณะของเรณแู ละการงอกของหลอดเรณู 1. หยดสารละลายซโู ครสลงบนสไลด์ 2 หยด 2. เคาะเรณจู ากอับเรณลู งบนสารละลายซูโครสและใชเ้ ข็มเข่ียกระจายเรณใู หส้ มั ผสั สารละลายอย่างทว่ั ถึง 3. ปิดกระจกปดิ สไลด์ 4. สังเกตรูปรา่ งลกั ษณะของเรณแู ละการงอกของหลอดเรณูใตก้ ล่องจลุ ทรรศน์ และบนั ทึกผลลงในตารางท่ี 4
2 ผลการทดลอง ตาแหน่งของรังไข่ ชนดิ ของดอก ตารางท่ี 1 ตารางบันทกึ ผลการศกึ ษาโครงสร้างของดอก เกณฑ์ในการจาแนก ชื่อพืช ภาพสว่ นประกอบของดอก ดอกสมบรู ณเ์ พศ ดอกครบส่วน ตารางท่ี 2 ตารางบนั ทกึ ผลการศึกษาโครงสรา้ งของผล ช่ือพืช ภาพโครงสร้าง จานวนดอก จานวนรังไข่ จานวนรังไขท่ ี่เจริญ ชนดิ ของ ของผล บนก้านดอก ใน 1 ดอก เปน็ ผล 1 ผล ผล
ตารางที่ 3 ตารางบันทึกผลการศึกษาโครงสรา้ งของเมล็ด 3 ชื่อพชื ภาพโครงสรา้ งของเมล็ด ประเภทของเมลด็ ประเภทการงอกของเมลด็ ตารางท่ี 4 ตารางบนั ทกึ ผลการศกึ ษารูปร่างของเรณูและการงอกของหลอดเรณู ชื่อพชื ภาพรูปรา่ งของเรณู ภาพการงอกของหลอดเรณู
4 คาถามท้ายกจิ กรรม 1. ผลของพืชทศ่ี ึกษาชนดิ ใดบ้างมกั จะถูกเรียกวา่ เมล็ด การเรียกเชน่ น้ีผิดหรอื ถูก เพราะเหตุใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. จงบอกช่อื เมลด็ ที่เปน็ Albuminous seed และ Exabuminous seed อย่างละ 1 ชนิด ตามลาดับ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. เม่ือเมลด็ งอก สว่ นตา่ ง ๆ ตอ่ ไปนี้ จะเปลยี่ นแปลงอยา่ งไร หรอื เจรญิ ไปเปน็ อะไร 3.1 Radicle ……………………………………………………………………………………………..…………………………………… 3.2 Cotyledon ………………………………………………………………………………………………….………………………… 3.3 Hypocotyl …………………………………………………………………………………………………….……………………… 3.4 Plumule ………………………………………………………………………………………………………..……………………… 4. จากตารางการงอกของตน้ กล้าถั่วเหลอื งท่ีได้มาจากแหล่งที่แตกต่างกนั 3 แหล่งทกี่ าหนดให้ นักเรียนจะ เลอื กเมลด็ พันธุจ์ ากแหลง่ ใดมาเพาะปลูก เพราะเหตุใด จงแสดงวิธคี ิด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5 ปฏิบัติการท่ี 2 โครงสรา้ งภายในของพืช วนั ทท่ี ดลอง …………………………………………………………………………………. จดุ ประสงคก์ ารทดลอง 1. ศกึ ษาเน้ือเย่ือชนิดต่างๆ ในพืช 2. ศึกษาตาแหน่ง และการจัดเรียงตวั ของเนื้อเย่ือแตล่ ะชนดิ ในพชื 3. เปรียบเทียบการเรียงตวั ของเน้อื เยอื่ ในพืชใบเล้ียงคู่ และพืชใบเลี้ยงเดย่ี ว 4. ฝึกการเตรียมสไลดส์ ดดว้ ยวิธีการ free hand section วสั ดุ อุปกรณ์ และสารเคมี 1. กล้องจุลทรรศน์ 2. สไลด์ และกระจกปิดสไลด์ 3. ใบมีดโกน 4. จานแกว้ 5. หลอดหยด 6. พู่กัน 7. สีย้อม safranin หรือ methylene blue วิธีการทดลอง 1. เลอื กชิน้ สว่ นเน้อื เยือ่ พืช ตัดตามขวางชนิ้ สว่ นเน้ือเย่อื พืชด้วยวิธี free hand section 2. เลือกชน้ิ ส่วนเน้อื เยอ่ื พชื ท่ีบางวางบนสไลดแ์ ละย้อมสี 3. ปิดดว้ ยกระจกปิดสไลดแ์ ลว้ นาไปศึกษาด้วยกล้องจลุ ทรรศน์ 4. บนั ทึกภาพแสดงลักษณะตาแหนง่ และการจัดเรยี งตวั ของเนื้อเยื่อชนิดต่าง ๆ ในพชื ผลการทดลอง 1. เนื้อเย่ือพชื ตัวอยา่ ง ………………………………………………………………… ตวั อยา่ ง ………………………………………………………………… กาลังขยาย ……………………………………………………………… กาลังขยาย ………………………………………………………………
6 2. เนอื้ เย่อื ของรากพืชใบเล้ยี งเดี่ยวและใบเล้ียงคู่ ตวั อย่าง ………………………………………………………………… ตวั อยา่ ง ………………………………………………………………… กาลังขยาย ……………………………………………………………… กาลงั ขยาย ……………………………………………………………… 3. เนอื้ เย่ือของลาตน้ พชื ใบเล้ียงเดยี่ วและใบเลยี้ งคู่ ตวั อย่าง ………………………………………………………………… ตัวอย่าง ………………………………………………………………… กาลงั ขยาย ……………………………………………………………… กาลงั ขยาย ……………………………………………………………… 4. เนื้อเยอ่ื ของใบพชื ใบเลี้ยงเดี่ยวและใบเล้ยี งคู่ ตัวอย่าง ………………………………………………………………… ตวั อยา่ ง ………………………………………………………………… กาลังขยาย ……………………………………………………………… กาลงั ขยาย ………………………………………………………………
7 คาถามทา้ ยกจิ กรรม 1. ลกั ษณะภายในของรากพชื ใบเล้ยี งเดี่ยวตา่ งกบั รากพืชใบเลย้ี งคอู่ ย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. 2. โครงสรา้ งลาต้นของพชื ใบเลย้ี งเด่ียวมีลักษณะแตกตา่ งจากพืชใบเล้ยี งคอู่ ยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. 3. โครงสรา้ งใบของพชื ใบเล้ยี งเดี่ยวมลี ักษณะแตกตา่ งจากพชื ใบเลีย้ งคู่อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. 4. รากพชื สามารถเพ่มิ ขนาดโดยมกี ารเจริญออกทางดา้ นขา้ งไดด้ ้วยเน้อื เย่ือเจรญิ ประเภทใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. 5. การเตบิ โตทุตยิ ภมู ขิ องพืชใบเล้ยี งคู่เป็นอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. 6. เพราะเหตุใดทางด้านบนของใบจึงมสี เี ขยี วเข้มกว่าทางด้านล่างของใบและเปน็ ประโยชนต์ ่อการสังเคราะห์ ดว้ ยแสงอยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….……….
Search
Read the Text Version
- 1 - 11
Pages: