Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยที่ ๑ ความปลอดภัยทางอาหาร (std)

หน่วยที่ ๑ ความปลอดภัยทางอาหาร (std)

Published by Mam Sup-a-nan, 2019-08-25 10:12:16

Description: หน่วยที่ ๑ ความปลอดภัยทางอาหาร (std)

Keywords: food safety

Search

Read the Text Version

จุดเสยี่ งอนั ตราย สารเคมีประเภทหามใช บอแรก็ ซ  กระบวนการผลิต  การแปรรปู วัตถุเจือปนในอาหาร 1. สารประกอบซัลไฟต  กระบวนการผลติ 2. เบนโซเอต  การแปรรูป 3. สี 4. ไนเตรต-ไนไตรต

อันตรายทาง กายภาพ (Physical Hazards) 

ส่งิ ปลอมปน ที่ปนเปอ นอยใู นอาหาร โดยไมตง้ั ใจ  เศษโลหะ แกว ไม  เศษแมลง พืช สัตว (ขนและผม)  เศษพลาสตกิ ผา

จดุ เสย่ี งอนั ตราย ชนิดอันตราย จุด เสี่ยงในหวงโซอาหาร สงิ่ แปลกปลอม (Filth) กระบวนการผลติ ชนิดผลิตภัณฑ / กลุมอาหาร ผักผลไมแ ละผลิตภัณฑ, ขาวสาร, ขา วนง่ึ , ขา วกลอง และผลติ ภณั ฑจ ากขา ว, บะหมี,่ สตั ว /สตั วนาํ้ และ ผลิตภณั ฑ

โรคทเี่ กิดจากอาหารเปน สื่อ (Foodborne Disease)

โรคทเี่ กิดจากอาหารเปน สื่อ (Foodborne Disease) การเจ็บปว ยอนั เนือ่ งมาจากการ บรโิ ภคอาหารทม่ี ีจุลินทรียท่ีทําให เกิดโรค (pathogen) หนอนพยาธิ หรือ สารพิษเขา ไป ในปรมิ าณท่ีมากพอทจ่ี ะทําใหเ กดิ อาการของโรค 56

สาเหตุทีท่ าํ ใหเกิดโรคอาหารเปนสือ่ • เกดิ จากเชื้อแบคทเี รยี กอ โรค (pathogen) และพษิ ของแบคทีเรีย • เกดิ จากพิษของเชอ้ื รา (mycotoxin) • เกิดจากเชอื้ ไวรสั เชน โปลิโอ ตบั อักเสบ • เกดิ จากพาราสติ (parasite) เชน หนอนพยาธิ ไดแก พยาธิตดื หมู พยาธติ ดื ววั พยาธใิ บไมตบั พยาธิตัวจี๊ด • เกิดจากพษิ ของพืชและสัตวต ามธรรมชาติ • เกิดจากพิษของสารเคมี เชน วตั ถุอนั ตรายทางการเกษตร (pesticides)

ประเภทของโรคที่เกดิ จากอาหารเปน สื่อ โรคทต่ี ิดตอได โรคท่ีไมติดตอ 1.1 แบคทีเรยี เชน 2.1 พิษของแบคทเี รยี เชน พิษจาก อหวิ าตกโรค ไทฟอยด แผล ฝ หนอง วัณโรค 2.2 พิษของเชือ้ รา (mycotoxin) 1.2 หนอนพยาธิ เชน อะฟลาทอกซิน (aflatoxin) 1.3 ไวรสั 2.3 พษิ จากสารเคมี 2.4 พิษธรรมชาตใิ นพืชและสัตว เชน คางคก เหด็ พิษ

อาหารเปนพิษ (Food poisoning) เปน โรคท่ีพบไดบ อยเกิดจากการรบั ประทานอาหารท่ีปนเปอนเช้อื เขา ไป ซึง่ มกั พบในอาหารทป่ี รงุ สุกๆ ดิบๆ จากเนอื้ สตั วท ี่ปนเปอ นเช้อื เชน เน้อื ไก เนื้อหมเู น้อื วัว ไขเปด ไขไ ก รวมท้งั อาหารกระปอง อาหารทะเล และนา​ นมทยี่ งั ไมไดผา นการฆาเช้อื 59

สขุ ภาพ หนึ่งเดียว (One Health) เปน วิธีการแกไ ขปญ หาสุขภาพแนวทางใหมทีร่ วมเอาแนวทาง การปฏบิ ัตสิ ุขภาพคน สขุ ภาพสตั ว 60 และสขุ ภาพส่งิ แวดลอมเขาไวด ว ยกนั เพอื่ นาํ สูการมีสุขภาพทีด่ ี โดยองคร วม

การเล้ียงปศุสัตว ทเ่ี ก่ียวของกับ อาหาร(ไม) ปลอดภยั 61

การปศุสตั วท ีเ่ กยี่ วขอ งกบั ปญหาอาหารไมปลอดภยั • การติดเช้ือ Nipah virus ในสุกรประเทศมาเลเซีย • การตดิ เชอ้ื โรคแอนแทรกซในสัตวเ คีย้ วเออื้ งในบางพ้นื ท่ี ของประเทศไทยและประเทศออสเตรเลยี • การปนเปอ นสารกมั มันตภาพรงั ษขี องน้ํานมในประเทศ ญปี่ ุน • การระบาดของโรค พษิ สุนขั บา ในสตั วเ ค้ยี วเออื้ ง • การตดิ เชื้อ ไขหูดับ ในเขตภาคเหนือของประเทศไทย • การตรจพบ สารเรงเนอื้ แดง /สารปฏิชวี นะ / สารเรง เนอ้ื แดง ในประเทศไทย 62

การปศุสัตวท่ีเกยี่ วของกับ • การปนเปอ นของสารไดอ็อกซนิ ปญหาอาหารไมปลอดภยั ในอาหารคนและสตั ว ใน ประเทศเบลเยี่ยม • การตดิ เชือ้ E.coli (O157:H7) • การใชสารเรงเนือ้ แดง • การใชฮอรโ มนเรง การ เจริญเติบโต • ปญหาเช้อื ดื้อยาตานจุลชีพที่ ระบาดไปท่วั โลก • การตดั ตอพนั ธุกรรม 63

ปญ หาจากการใชยา ปฏิชวี นะในสัตว และเชื้อด้อื ยาปฏิชีวนะ 64

วัตถปุ ระสงคก ารใชย า ปฏิชวี นะในสตั ว 1) เพ่อื การรักษา 2) เพือ่ การปองกันโรค 3) เพอื่ เรงการเจรญิ เติบโต 65

กลมุ ยาทใี่ ชใ นคนและสัตว • ยากลุมเตตราไซคลิน (Tetracyclines) • ยากลมุ แมคโครไลด (Macrolides) • ยากลมุ เพนนซลิ นิ ิ (Penicillins) • ยากลุมซลั โฟนาไมด (Sulfonamides) • ยากลมุ ฟลอู อโรควโิ นโลน (Fluoroquinolones) 66

การเกดิ เช้ือดอ้ื ยา 67

สถานการณ ยนี ดอื้ ยาใน ประเทศไทย 68

USA พบเช้อื MRSA 5/90 จากเนอ้ื สกุ ร ท่ีวางจาํ หนา ยในรา นคาทว่ั ไป (Methicillin‐resistance Staphylococcus aureus) Thai  ผปู ว ยติดเชอื้ ด้ือยา > 100,000 คน/ป  เสียชวี ิต > 30,000 คน/ป  สญู เสยี ทางเศรษฐกิจ > 10,000 ลานบาท/ป  การใชย าในคนไมถูกตอ ง (พร่าํ เพรอ่ื /เกนิ จําเปน )  การใชย าปฏิชีวนะในสตั วเ กินจําเปน/ขาดการ ควบคุม สถานการณเชื้อดื้อยาในคน 69

เชื้อด้อื ยาท่เี กิดขึ้นในสตั ว สง ถงึ คนไดอยางไร...? 1) การบริโภคเนื้อสัตวหรอื ผลิตภณั ฑ จากสตั ว 2) การสมั ผสั กบั สัตวโ ดยเฉพาะผเู ลยี้ ง สัตว 3) การรบั เชือ้ จากสงิ่ แวดลอ ม เชนใน แหลง นาํ้ และดิน เปน ตน 70

สาเหตสุ าํ คัญของยาปฏชิ ีวนะ ตกคา งในผลติ ภณั ฑจ ากสัตว และการเกิดเชือ้ ด้อื ยา 1. ประเทศไทยอยใู นเขตรอนช้ืน มีปญหาโรคติด เชือ้ สงู ในปศสุ ัตว 2. การใชยาอยางผิดกฎหมาย (การใชย าท่ไี มข ึน้ ทะเบยี น หรือ ยาตอ งหาม) 3. การใชยาไมถูกวิธี (ระยะเวลา ขนาด และ รูปแบบการใช) 4. ไมหยุดยาตามที่กําหนด 5. ไมต รวจหาสารตกคา งในผลผลติ ปศสุ ตั วอยาง สมา่ํ เสมอ 71

ปญ หาการใช สารเรงเน้ือแดง 72

สารเรงเนอื้ แดง • /HDQQHVV(QKDQFLQJDJHQWV • %HWDtDJRQLVWV • %HWD$GUHQHUJLFDJRQLVW เปนสารในกลุม Catecholamine ซงึ่ มีสตู รโครงสรา งคลา ย Noradrenaline 73





ขอ เสยี และอนั ตราย ของการใชส ารเรง เน้ือแดง ในคน กลา มเนื้อกระตกุ หัวใจเตา เรว็ /ใจส่ัน ปวดศรีษะ/ปวดหลงั อาเจียน 76

ลกั ษณะเนอื้ สตั วม สี าร • เน้อื สตั วจ ะมสี แี ดงคล้าํ กวา ปกติ เรง เนื้อแดงปนเปอ น • เน้อื ท่ีหั่นทงิ้ ไวจ ะมีลักษณะแหง • หมูทใ่ี ชสารเรง เนื้อแดงจะมีปริมาณ เนอ้ื สูงถงึ 3 สวนตอ มัน 1 สว น (มี เนอ้ื แดงมากกวา มนั ) • เม่ือกดเนอื้ จะรูสึกถึงความนุม ไม กระดา ง • เน้ือหมูท่ปี ลอดสารเรงเน้ือแดงตอ งมี มันแทรกระหวา งกลามเน้ืออยา งเหน็ ไดช ดั 77

ปญ หาการปนเปอ น เช้อื จลุ นิ ทรยี  (microbial contamination) • ไวรสั •แบคทเี รยี •ยิสต และ รา •สาหราย/สตั วเซลลเดียว • พยาธิ 78

ไวรสั (Virus) • โรคตับอกั เสบทเ่ี กิดจาก ไวรัสตบั อักเสบชนดิ เอ (hepatitis A) • ไวรัสท่ีปนเปอ นอาหารตา ง จากบคั เตรี คอื จะไมเจรญิ ขยายตัวในอาหารน้นั 79

แบคทเี รยี และรา • เปน จุลนิ ทรยี ท มี่ ีความสามารถในการ แพรขยายพนั ธุส งู • อยทู ่ัวไปเกอื บทุกหนทุกแหง • มีโอกาสท่จี ะปนเปอ นอาหารสูงมาก เนอื้ นม และไข มโี อกาสปนเปอ นจลุ นิ ทรยี จ ากดนิ น้าํ และเคร่อื งมอื อปุ กรณ ทใ่ี ชใ นฟารม อาหารทไี่ ดจากเนือ้ สตั วจ ะปนเปอ นจุลนิ ทรียจาก ระบบทางเดนิ อาหารของสตั วนั้นขณะชําแหละ 80

ผลจากการมีจลุ นิ ทรยี  ปนเปอ นในอาหาร • ทําใหอ าหารเนา เสีย • ทาํ ใหผบู ริโภคอาหารเจบ็ ปว ย 81

ปญ หาจากการใช สารเมลามนี • เมลามีนเปนสารอนิ ทรยี ที่ละลายน้ําไดเ ล็กนอย ลักษณะเปนผงสีขาว • สูตรเคมคี อื C3H6N6 มไี นโตรเจน เปน องคประกอบ 66% โดยมวล • มชี อ่ื ทางเคมวี า 1, 3, 5-triazine-2, 4, 6- triamine 82

ปญ หาจากการใชสารเมลามนี • สารเมลามนี เปน ผงสขี าว ลกั ษณะคลา ยนมผง จนแยกไมออก เมื่อนําไป ละลายน้ํา หรือผสม ในนมจะตรวจพบปรมิ าณไนโตรเจนสงู • มกี ารนําเมลามีนผสมในวัตถดุ ิบอาหารสัตวท่เี ปนแหลง โปรตนี เพื่อชว ย เพิม่ คา ไนโตรเจนทีไ่ มใ ชโ ปรตีนทีแ่ ทจ ริง (Non-protien nitrogen; NPN) 83

สาเหตทุ ี่มีการใชสารเมลามนี ใน ผลิตภัณฑอาหารสัตว สารเมลามนี มีปริมาณธาตุ ไนโตรเจนสงู กวา ท่พี บในสารอาหาร โปรตนี อน่ื ถงึ 4 เทา แตมีราคาถกู กวา 84

• ในสกุ รอนบุ าลมลี ักษณะโทรม ผอม ไมพ บอาการทองเสีย และอาการทาง อันตรายของสารเมลามนี ระบบทางเดินหายใจ ที่ปนเปอ นมากับอาหารสตั ว • เน้ือเย่อื ไตอกั เสบ (severe chronic diffuse interstitial nephritis) • มลี ักษณะคลา ยผลึกสีนาํ้ ตาลเกาะติดอยูท่ีทอไต (diffuse crystal like fill in tubules) 85

การปนเปอนสารพษิ (Toxins) • สารพษิ จากเชอื้ รา (mycotoxin) ที่ ปนเปอ นอาหาร เทา ทีค่ น พบแลว มปี ระมาณ 100 สาร (จากเชอ้ื รา > 200 ชนิด) • โลกสญู เสยี อาหารทเ่ี นอื่ งจากการปนเปอ น ของพษิ จากราถงึ 100 ลานตันตอ ป • มผี ลกระทบตอสุขภาพของมนุษยและสตั ว เล้ยี ง จํานวนมากในแตละป 86

เช้อื ราท่เี ปนปญหาหลกั ของการ ปนเปอ นอาหาร • Aspergillus flavus • Aflatoxins B1 B2 G1 G2 M1 M2 • Aspergillus versicolor • Sterigmatocystin • Fusarium graminearum • Zearalenone • Penicillium viridicatum • Patulin • Fusarium tricinctum • T‐2 toxin, trichothecenes 87

สารกําจัดศตั รพู ืชและสัตว • สารกําจัดศัตรูพชื อาจปนเปอ นมา หมายถงึ สารที่ใชเ พื่อปองกนั โรคพชื และสตั วเลย้ี งท่ีเกดิ จาก กับอาหารสตั ว สงิ่ มีชีวติ อนื่ ๆ อาจเปน สารกําจดั แมลง กาํ จัดเช้อื รา • สารฆา แมลงอาจพบมีการปนเปอน กาํ จดั หญา หนู กระรอก และสารเรงการเจริญเตบิ โตของ พชื เปนตน โดยตรงจากการเลย้ี งสตั ว 88

สารกาํ จดั ศัตรพู ืชและสตั ว • ทุกชนิดมีพิษตอ ระบบประสาท อาการจะรนุ แรงมากหากไดรับสาร โดยตรง • ควรหลกี เลี่ยง หรอื ใชต ามคาํ แนะนํา ของผูผ ลิต นกั วชิ าการสัตวบาล หรอื สตั วแพทย 89

โลหะ • จากธรรมชาติ คือ ในดิน นํา้ อากาศ พชื และสัตว ตามวงจรธรรมชาติ • จากของเสียทางอตุ สาหกรรม ไมว าจะเปน โรงงานผลิตสารเคมี ถลุงโลหะ หลอ หรือ ผสม โลหะ ฯลฯ • จากกระบวนการผลติ อาหาร เชน การสมั ผสั ระหวา งอาหารกบั เครือ่ งจกั รและอุปกรณ ระหวางผลติ และโลหะจากภาชนะบรรจอุ าหาร โลหะทอี่ อกสสู งิ่ แวดลอ มจะมที งั้ เปน กาซ ของเหลว และ ของแขง็ 90

โลหะ • ตามขอกาํ หนดในมาตรฐานอาหารทตี่ องตรวจไม พบในผลผลิตจากสัตว (เน้อื นม และ ไข) และ ผลิตภณั ฑ ไดแ ก ปรอท แคดเมียม ดีบุก สารหนู ทองแดง • ท่ีตรวจพบไดในอัตราท่ีไมเกินกําหนด เชน ตะกั่ว มีไดไ มเกนิ 0.1 มลิ ลกิ รมั ตอกิโลกรมั 91

GMOs: genetically modified organisms • “สง่ิ มชี วี ติ ที่ไดจากการดัดแปลงหรือตบ แตง สารพนั ธกุ รรม” • สวนใหญพ บใน จุลินทรยี แ ละพชื 92

ความเส่ยี งในการบรโิ ภค อาหาร GMOs • เกิดยีนด้อื ยาในจุลนิ ทรีย • โปรตีนท่ีเปน ผลผลติ ของยีน จะทาํ กอสารภูมิแพ • โปรตนี บางชนิดเปน พิษตอคนและ สัตว • ทําใหเกดิ ยนี กอ ”มะเร็ง” จากไวรสั ที่ เปน พาหะ 93

ขอดีของ GMOs •เปนการพสิ จู นข อสมมตฐิ านทาง วทิ ยาศาสตรของการเปลย่ี นแปลงเมทาบอ ลิซมึ ในส่ิงมีชีวิต •ทาํ ใหเ กดิ สายพนั ธใ หมจ าก 2 สายพนั ธุ (หรอื มากกวา) ที่ไมอ าจสามารถผสมกนั ได ทางธรรมชาติ •สามารถเลือกปรับปรงุ คณุ สมบัติที่ ตอ งการไดโ ดยตรง 94

ขอดขี อง GMOs •ทําใหเกดิ ผลผลิต ทม่ี คี ุณสมบัตเิ พม่ิ ข้ึน ในทางโภชนาการ และมคี ณุ คา ในเชิง พาณชิ ย •มปี ระโยชนอ ยา งกวางขวางทางการแพทย •ควบคมุ การผลติ ไดง าย ใหผ ลผลิตสูง ทน ตอ สภาพแวดลอ ม ลดการใชสารเคมี 95

ขอ เสยี ของ GMOs • อาจทําใหความหลากหลายทางพันธุกรรมของสง่ิ มชี ีวติ ตามธรรมชาติ หมดไป • ความกงั วลตอการถา ยเทยนี ออกสูสิ่งแวดลอม • ความกงั วลในเรือ่ งการเปน พาหะของสารพิษ และตอ การเกิดสารภูมแิ พ • อาจมีการผลติ สารบางชนดิ ทีเ่ ปน สารกอ โรค หรือมผี ลกระทบตอ สงิ่ มีชีวิตท่มี ปี ระโยชนช นดิ อน่ื • อาจทําใหเ กดิ การผกู ขาดทางการตลาด โดยบรษิ ัทช้ันนาํ ของโลกเพยี ง ไมก ีบ่ รษิ ทั • ยังไมสามารถพิสูจนชัดถึงความปลอดภัย 100% 96

การใช GMOs ในการผลิตสตั ว • เพือ่ เพ่ิมผลผลิตปศสุ ัตว เพม่ิ คณุ ภาพผลิตภัณฑจากสตั วแ ละทําให ปศุสตั วม คี วามทนทานตอ โรค เพ่ิมขึน้ • เพื่อผลิตยารกั ษาโรคชีวภณั ฑ และ อวัยวะสําหรบั มนุษย • เพ่ือผลติ วัคซนี เพอ่ื ปอ งกันและรักษา โรค 97

การแสดงฉลาก (Labelling) ประเทศสวนใหญท ่วั โลกมกี ฎหมาย บงั คับใหตดิ ฉลากบงบอกวาเปน ของอาหาร GMOs อาหาร GMOs /non GMOs 98

Have any question….? 99


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook