วจิ ัยในช้นั เรยี น เร่อื ง การพัฒนาทักษะการคณู จานวนนบั ของนกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปที ี 3 โดยใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะการคณู จานวนนบั นางสาวจีราวรรณ คาปนั ตาแหน่ง พนกั งานราชการ กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๒ โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 อาเภอแมแ่ จม่ จังหวัดเชียงใหม่ สงั กัดสานักบริหารงารการศึกษาพเิ ศษ
วิจัยในชั้นเรียน เร่อื ง การพัฒนาทกั ษะการคณู จานวนนบั ของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี 3 โดยใชแ้ บบฝกึ ทักษะการคณู จานวนนับ 1. ความเปน็ มา/ความสาคญั ของปญั หา จากการเรียนการสอนในช่ัวโมง การคูณจานวนมากกว่าหนึ่งหลักกับจานวนมากกว่า สองหลักช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 มีทักษะการคูณจานวนนับยังไม่ถูกต้องและแม่นยา ครูผู้สอนจึงร่วมกันสนทนากับนกั เรียน เร่ืองการพัฒนาทักษะการคูณจานวนมากกว่าหนงึ่ จานวนกับจานวนมากกว่าสองหลัก ได้ข้อสรุปว่านักเรียนจะต้องปฏิบัติฝึกฝนให้มากขึ้น ด้วยตนเองโดยปฏิบัติตามแบบฝึกทักษะการคูณจานวนนับ จานวน 4ชุด(มีครูเป็นผู้ให้ คาปรึกษาแนะนา) 2. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื สร้างชดุ พฒั นาทักษะการคณู จานวนนบั 2. เพ่อื ทดสอบหาประสทิ ธภิ าพของชดุ พฒั นาทักษะการคณู จานวนนบั 3. เพื่อศกึ ษาผลสมั ฤทธท์ิ างดา้ นการเรยี นของผู้เรยี นทไ่ี ด้เรยี นจากชุดพฒั นาทกั ษะการคูณ จานวนนับ 3. เปา้ หมายของการวจิ ยั 1. นักเรยี นต้องทาแบบฝกึ ทกั ษะการคูณจานวนนับไดร้ ้อยละ 60 ของคะแนนทัง้ หมดจึง ผ่านเกณฑ์ 2. นักเรยี นตอ้ งมีผลสัมฤทธ์ิทางด้านการเรยี นทด่ี ีขนึ้ หลักจากใช้แบบฝกึ ทักษะการคณู จานวนนับงานวิจัยครงั้ นจี้ ึงผา่ นเกณฑ์ 4. ประโยชน์ นกั เรียนมกี ารพัฒนาทกั ษะการคูณจานวนนับได้อยา่ งถกู ต้องและแม่นยาดว้ ยตนเอง หลังจากใชแ้ บบฝึกทักษะการคูณจานวนนบั 5. กลมุ่ ประชากร กลุ่มเปา้ หมาย นักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 จานวน ๙ คน
6. วธิ ีการดาเนินการ 1. นักเยนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั การพฒั นาทกั ษะการเรียนการสอน แล้ว รว่ มกันสรุปเป็นความคิดเหน็ ของส่วนรวม 2. วางแผนการจัดกิจกรรม โดยกาหนดหัวข้อแบบฝึกกจิ กรรม 4 ชดุ และระยะเวลาใน การปฏิบัติงานตามวัตถปุ ระสงค์ 3. จัดทาแบบฝกึ ทักษะการคณู จานวนนบั 4 ชุด 4. จดั เก็บขอ้ มูลการปฏิบัติกจิ กรรมของตน (แฟม้ สะสมงาน) 5. นาผลจากขอ้ มลู ลงแบบบนั ทกึ แตล่ ะกิจกรรมให้ได้ทราบถงึ พฒั นาการเก่ียวกบั ผลงาน ของตนเอง 6. วิเคราะห์เปรยี บเทยี บการฝึกทกั ษะการคูณจานวนนับของนกั เรียน 7. ระยะเวลาในการพัฒนาทกั ษะการปฏบิ ตั ิงานใชเ้ วลา 6 วนั (ตั้งแต่วนั ที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. 256๒ ถึงวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. 256๒ ) 7. วิธกี ารรวบรวมข้อมลู 1. หลังเลกิ เรียน วันท่ี 1 ทีเ่ ร่ิมทาวจิ ยั ทดสอบความร้พู ืน้ ฐานของนักเรยี น โดยใหน้ กั เรยี นทา แบบทดสอบกอ่ นทาแบบฝึกทกั ษะเป็นครงั้ ที่ 1 เพ่อื ทดสอบความเข้าใจ ครูตรวจความถูกตอ้ ง ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สนทนา เรอ่ื งการพฒั นาทกั ษะการคูณจานวนมากกวา่ หนึ่งหลักกับ จานวนมากกว่าสองหบกั 2. วนั ที่ 2 ทท่ี าการวิจัย ใหน้ กั เรยี นทาแบบฝกึ ทักษะการคณู จานวนนบั แบบที่ 1 เป็นครั้งท่ี 2 ครูตรวจความถูกตอ้ ง และให้คาแนะนาสาหรบั นักเรียนทมี่ ปี ญั หา 3. วันท่ี 3 ทที่ าการวจิ ยั ให้นักเรยี นทาแบบฝกึ ทกั ษะการคูณจานวนนับแบบท่ี 2 เปน็ ครง้ั ท่ี 3ครูตรวจความถูกต้อง และให้คาแนะนาสาหรับนกั เรียนที่มปี ญั หา 4. วันท่ี 4 ทที่ าการวิจยั ให้นักเรยี นทาแบบฝกึ ทักษะการคณู จานวนนับแบบท่ี 3 เปน็ ครง้ั ท่ี 4ครตู รวจความถกู ตอ้ ง และให้คาแนะนาสาหรับนักเรียนทม่ี ปี ัญหา 5. วนั ที่ 5 ที่ทาการวจิ ยั ให้นกั เรยี นทาแบบฝกึ ทกั ษะการคณู จานวนนับแบบท่ี 4 เปน็ ครั้งที่ 5ครตู รวจความถูกต้อง และให้คาแนะนาสาหรบั นักเรียนทม่ี ปี ญั หา
6. วนั ท่ี 6 ทีท่ าการวิจัย ใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบหลงั ทาแบบฝกึ ทกั ษะ เพ่อื ประเมิน ผลการวจิ ัยในชน้ั เรียน 7. สงั เกตพฤตกิ รรมและพฒั นาการของนกั เรียนขณะเรียน และทาแบบฝกึ หดั พรอ้ มทัง้ จด บันทกึ คะแนนแบบฝึกหดั ทกุ ครั้ง 8. วิธีวเิ คราะหข์ ้อมลู เชงิ ปริมาณ คอื นาผลที่ไดจ้ ากการทาแบบฝึกทักษะ 4 ครั้ง ไปคิดค่าเฉล่ียเปน็ รอ้ ยละ และ ค่าเฉลีย่ ของแต่ละคร้ัง เชงิ คุณภาพ คือ จากการให้นกั เรยี นทาแบบฝึกทกั ษะการคณู จานวนนับในระยะเวลา 6 วนั โดยใชแ้ บบฝกึ ทักษะการคณู จานวนนบั นักเรยี นมกี ารพัฒนาการคูณจานวนมากกวา่ หน่ึงหลกั กบั จานวนมากกว่าสองหลัก ได้อยา่ งถกู ต้องและแมน่ ยามากยง่ิ ข้ึน โดยดูจากการบนั ทึกการ ตรวจ การสังเกต แบบสอบถามของครูและเพ่ือนๆ 9. เครอ่ื งมือในการวจิ ยั 1. แบบฝกึ หดั ทักษการคณู จานวนนับ 4 ชุด 2. แบบทดสอบกอ่ นและหลังการฝึกทกั ษะการคูณจานวนนับ 10. ผลการวิจัย ผลการเปรียบเทยี บการทาแบบฝกึ หดั ทกั ษะการคณู จานวนนบั ทง้ั 4 คร้ัง พบวา่ นกั เรียนทาแบบฝึกทักษะการคณู จานวนนับได้ถกู ตอ้ งมากข้นึ โดยเฉล่ียคะแนนของแต่ละคนจะ เพิม่ มากข้นึ นบั จาก วันแรกที่ทาการวจิ ยั แสดงวา่ นกั เรียนมีพฒั นาการท่ีดีขึ้น ในการทา แบบทดสอบการคณู จานวนนบั พบวา่ การทาแบบทดสอบหลังเรียนมีคะแนนสูงกว่า แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ดงั น้ันชดุ พฒั นาทกั ษะการคูณจานวนนบั มปี ระสทิ ธภิ าพ 11. สรปุ ผลการวจิ ยั นักเรียนได้ทาแบบฝึกทักษะการคณู จานวนนบั ทาใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบการคณู จานวนนบั และมีผลสมั ฤทธิท์ างด้านการเรยี น เร่อื ง การคณู จานวนนบั ที่ดขี นึ้ 12. ข้อเสนอแนะ นกั เรยี นควรจะฝึกฝนเพ่ิมเติมโดยการฝกึ ทกั ษะการคณู นับนวนนับ ให้เกดิ ความชานาญ เพ่อื ประโยชนใ์ นการเรยี นวชิ าคณิตศาสตรแ์ ละวชิ าอ่นื ๆท่เี ก่ยี วกับการคิดคานวณท่ีดขี ้ึน
ภาคผนวก
ทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น และหลงั เรยี น
Search
Read the Text Version
- 1 - 8
Pages: