พฤตกิ รรมการการเรยี นรู้ ด้านทกั ษะกระบวนการ ด้านสมรรถนะตามหลกั สตู ร ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute) ) A( (Process) )P( (Competencies) )C( )เปน็ คนอยา่ งไร( )ทาอะไร( )เกดิ สมรรถนะใด( ถ ทาการทดลอง- การสื่อสาร- มีวินัยใฝเ่ รยี นรู้- ด อภิปราย- การคิด- มงุ่ มัน่ ในการทางาน- อธิบาย- การแกป้ ญั หา- ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ - มีจติ สาธารณะ- ข้ึน กย์ ที่ รนา ฟ้า ที่ งนน้ั ดท่ีมี ฟฟา้ น
มาตรฐาน )Standard( สาระการเรยี นรู้ และตัวช้วี ัด )Indicator( คาสาคญั แกนกลาง ด้านความรู้ หรือผลการเรยี นรู้ )Key Word( )Learning Outcome( )Core Content( / (Knowledge) ) K( สาระการเรยี นรู้ )รอู้ ะไร( )Content( 8. อธบิ ายกฎของโอหม์ ความ อธิบาย- - กฎของโอห์มและความ - อธิบายกฎของโอห์มได้ ตา้ นทาน และการใช้กฎของ อ่านค่า- ต้านทาน -อธิบายความหมายของความ โอหม์ ทาการทดลอง- สภาพต้านทานและ - ต้านทานได้ คานวณ- สภาพนาไฟฟา้ -อา่ นค่าของความต้านทานจา แถบสบี นตัวต้านทานคา่ คงตวั - ทาการทดลองหาความสัมพ ระหวา่ งกระแสไฟฟ้าและควา ต่างศักยใ์ นตวั นาโลหะได้และ บอกได้ว่าความสมั พันธ์นี้เปน็ ตามกฎของโอห์ม -อธิบายความหมายของสภาพ ตา้ นทาน และสภาพนาไฟฟา้ -บอกความสมั พันธ์ระหว่างคว ตา้ นทาน สภาพต้านทาน ควา ยาวและพื้นที่ภาคตดั ขวางขอ ลวดตวั นาที่มีขนาดสมา่ เสมอไ - อธิบายได้ว่า สภาพต้านทาน ของโลหะบรสิ ทุ ธ์ิ โลหะผสม ส กึง่ ตวั นา และฉนวนจะ เปลีย่ นแปลงไปตามอุณหภูมิ - บอกความหมายของสภาพย ยงิ่ ของตัวนาได้
แผนหลักเพอื่ การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4 พฤตกิ รรมการการเรียนรู้ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ ด้านสมรรถนะตามหลักสูตร ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Process) )P( (Competencies) )C( (Attribute) ) A( )ทาอะไร( )เกิดสมรรถนะใด( )เปน็ คนอยา่ งไร( อ่านค่า- การสือ่ สาร- มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้- ม ทาการทดลอง- การคิด- มงุ่ ม่ันในการทางาน- ปฏิบตั ติ ามข้ันตอน- การแกป้ ัญหา- ซื่อสตั ย์สุจรติ - าก อธบิ าย- มจี ติ สาธารณะ- วได้ พันธ์ าม ะ นไป พ าได้ วาม าม อง ได้ น สาร ยวด
แผนหลกั เพอ่ื การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4 มาตรฐาน )Standard( คาสาคัญ สาระการเรยี นรู้ ด้านความรู้ และตวั ชว้ี ัด )Indicator( )Key Word( แกนกลาง (Knowledge) ) K( หรือผลการเรยี นรู้ )Core Content( / )รู้อะไร( )Learning Outcome( สาระการเรยี นรู้ )Content( 9. อธิบายความหมายของ บอก- แรงเคลือ่ นไฟฟา้ และ- -บอกความหมายของ ความตา่ งศกั ย์ แรงเคล่ือนไฟฟา้ ของ แรงเคลื่อนไฟฟา้ และความต่าง อธิบาย- แหลง่ กาเนิดไฟฟา้ ได้ คานวณ- - อธบิ ายความแตกต่างระหว่า ศกั ยร์ ะหวา่ งขั้ว ความต่างศกั ย์ และ แรงเคลื่อนไฟฟา้ ได้ - บอกความสมั พันธร์ ะหวา่ ง กระแสไฟฟา้ ในวงจร แรงเคล่อื นไฟฟ้าของแบตเตอ ความตา้ นทานภายนอก ความ ตา้ นทานภายในแบตเตอรี่ แล ความต่างศักย์ระหวา่ งข้วั ของ แบตเตอร่ไี ด้ -คานวณหาปริมาณทเ่ี กี่ยวข้อ กับแรงเคลือ่ นไฟฟ้าและความ ต่างศักย์ได้ แผนหลกั เพอ่ื การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4
พฤติกรรมการการเรียนรู้ ด้านทักษะกระบวนการ ด้านสมรรถนะตามหลกั สตู ร ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attribute) ) A( (Process) )P( (Competencies) )C( )เปน็ คนอยา่ งไร( )ทาอะไร( )เกดิ สมรรถนะใด( บอก- การสื่อสาร- มวี ินัยใฝเ่ รียนรู้- อธิบาย- คานวณ- การคดิ - มุ่งม่นั ในการทางาน- การแก้ปญั หา- ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต- าง มจี ติ สาธารณะ- อร่ี ม ละ ง อง ม
มาตรฐาน )Standard( คาสาคญั สาระการเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ และตัวชว้ี ดั )Indicator( )Key Word( แกนกลาง (Knowledge) ) K( หรือผลการเรยี นรู้ )Core Content( / )Learning Outcome( สาระการเรยี นรู้ )รอู้ ะไร( 10. อธิบายพลงั งานไฟฟา้ และ อธบิ าย- )Content( - บอกวธิ กี ารต่อตวั ต้านทานแ กาลงั ไฟฟ้าในวงจร -สามารถหา อนกุ รมและแบบขนานได้ บอก- การตอ่ ตัวตา้ นทาน - - สามารถหาแรงเคลอ่ื นไฟฟ้า คานวณ- - การต่อแบตเตอรี่ สมมูลภายหลงั ต่อแบตเตอร่แี อนกุ รมและแบบขนานได้ - บอกความสมั พนั ธ์ระหว่าง กระแสไฟฟา้ ในวงจรกบั กระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวต้านทา แตล่ ะตวั ท่ีตอ่ กับแบบอนุกรม และแบบขนาน -บอกความสัมพันธ์ระหว่างคว ต่างศกั ย์ระหวา่ งปลายท้งั สอง ของตัวต้านทานแตล่ ะตัวกับ ความตา่ งศักยร์ ะหว่างปลายท สองของตวั ตา้ นทานท่ตี อ่ กันแ อนกุ รมและแบบขนาน - อธบิ ายการหาแรงเคลื่อนไฟ สมมลู และความต้านทานภาย สมมลู เม่อื ตอ่ แบตเตอรแี่ บบ อนุกรมได้ - อธิบายการหาแรงเคล่ือนไฟ สมมลู และความต้านทานภาย สมมูลเมอ่ื ต่อแบตเตอรแ่ี บบ ขนานได้ - คานวณหาปรมิ าณที่เกี่ยวข้อ กบั การตอ่ แบตเตอรี่จาก
แผนหลักเพอ่ื การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4 พฤติกรรมการการเรยี นรู้ ด้านทักษะกระบวนการ ดา้ นสมรรถนะตามหลักสูตร ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Process) )P( (Competencies) )C( (Attribute) ) A( )ทาอะไร( )เกดิ สมรรถนะใด( )เป็นคนอยา่ งไร( แบบ อธบิ าย- การสอ่ื สาร- มวี ินัยใฝ่เรียนรู้- บอก- การคิด- มุง่ ม่ันในการทางาน- า สามารถหา- การแก้ปญั หา- ซ่ือสตั ย์สจุ ริต- แบบ คานวณ- มจี ิตสาธารณะ- าน ม วาม ง ทั้ง แบบ ฟฟา้ ยใน ฟฟ้า ยใน อง
แผนหลักเพอื่ การจดั การเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4 มาตรฐาน )Standard( คาสาคญั สาระการเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ และตัวชวี้ ดั )Indicator( )Key Word( แกนกลาง (Knowledge) ) K( หรอื ผลการเรยี นรู้ )Core Content( / )รู้อะไร( )Learning Outcome( สาระการเรยี นรู้ )Content( 11. วิเคราะหแ์ ละหาปริมาณ อธิบาย- การวิเคราะห์ - - อธิบายวงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ย ทางไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า วงจรไฟฟ้ากระแสตรง วงจรวีทสโตนบรดิ ส์ และนาไป กระแสตรงอย่างงา่ ย คานวณ- เบอ้ื งต้น แก้ปัญหาได้ บอก- เคร่ืองวัดไฟฟ้า - -อธิบายรายละเอียดของวงจร คานวณหา- - การคานวณหา ไฟฟ้าได้ พลังงานไฟฟ้าและ เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าภายใน -สามารถคานวณหาปริมาณ บา้ น ต่างๆ ในวงจรไฟฟา้ พื้นฐานได วงจรไฟฟ้า - บอกส่วนประกอบของแกลวา เคร่อื งใช้ไฟฟ้า มเิ ตอร์ ภายในบา้ นและการใช้ - อธบิ ายหลกั การดดั แปลงแก วานอมิเตอร์ให้เปน็ แอมมิเตอ ไฟฟา้ อย่างปลอดภยั โวลต์มิเตอร์ และโอหม์ มเิ ตอร - บอกส่วนประกอบสาคัญ ของมลั ติมิเตอร์ได้ - คานวณหาความตา้ นทานที่ เหมาะสม เพอื่ นามาสร้างเป็น แอมมเิ ตอร์ โวลตม์ ิเตอร์ และ ปรมิ าณตา่ งๆที่เกย่ี วขอ้ ง - บอกไดว้ า่ การใชเ้ ครือ่ งไฟฟ้า ทกุ ชนดิ จะต้องใช้ให้ตรงกบั ความต่างศักย์ท่กี ากับไว้ทฉ่ี ลา ของเคร่อื งใช้ฟา้ -คานวณหาพลงั งานไฟฟา้ ของ แผนหลักเพอ่ื การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ เค4ร่อื งใชไ้ ฟฟา้ ในบ้านได้ -อธบิ ายระบบของสายส่ง พลังงานไฟฟา้ ทตี่ อ่ เข้าบ้านได -บอกวธิ ตี รวจสอบสายสง่
พฤตกิ รรมการการเรยี นรู้ ด้านทกั ษะกระบวนการ ด้านสมรรถนะตามหลกั สูตร ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute) ) A( (Process) )P( (Competencies) )C( )เปน็ คนอย่างไร( )ทาอะไร( )เกดิ สมรรถนะใด( ย อธิบาย- การสื่อสาร- มีวินัยใฝ่เรียนรู้- ป คานวณ- การคิด- มุ่งมัน่ ในการทางาน- บอก- การแกป้ ัญหา- ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ - ร คานวณหา- มีจติ สาธารณะ- เขียน- ด้ านอ กล อร์ ร์ น ะหา า าก ง ด้
มาตรฐาน )Standard( สาระการเรียนรู้ และตวั ชวี้ ดั )Indicator( คาสาคญั แกนกลาง ด้านความรู้ หรอื ผลการเรยี นรู้ )Key Word( )Learning Outcome( )Core Content( / (Knowledge) ) K( สาระการเรยี นรู้ )รู้อะไร( )Content( 12. อธบิ ายแรงกระทาตอ่ บอก- -แมเ่ หลก็ และ - บอกความหมายของแม่เหล อนุภาคทีม่ ีประจไุ ฟฟา้ ท่ี เคล่ือนท่เี ข้าไปใน อธบิ าย- สนามแม่เหล็ก สารแมเ่ หล็ก และขัว้ แม่เหลก็ สนามแมเ่ หล็กและแรงกระทา คานวณ- ตอ่ ลวดตัวนาทมี่ กี ระแสไฟฟ้า -การเคลอื่ นทขี่ อง - อธิบายความหมายของ ผา่ นและอยู่ในสนามแม่เหลก็ อนุภาคท่มี ปี ระจุไฟฟา้ สนามแม่เหล็ก เสน้ ในสนามแมเ่ หล็ก สนามแมเ่ หล็ก จุดสะเทินและ แรงกระทาต่อลวด - สนามแมเ่ หลก็ โลก ตัวนาท่ีมกี ระแสไฟฟา้ - อธบิ ายความหมายของฟลัก ผา่ นและอยู่ใน แมเ่ หล็ก ความหนาแน่นฟลกั สนามแม่เหลก็ แม่เหล็ก แรงระหวา่ งตัวนาสอง - - อธบิ ายความสมั พันธร์ ะหว่า เส้นทข่ี นานกัน ขนาดของสนามแมเ่ หลก็ ฟลัก และมีกระแสไฟฟา้ แม่เหลก็ และพนื้ ท่ีทฟี่ ลักซ์ ไหลผ่าน แมเ่ หลก็ ผา่ นผา่ นในทศิ ทางตั้ง - แรงกระทาตอ่ ขดลวด ฉาก ทีม่ ีกระแสไฟฟา้ ไหลผา่ น และอยู่ในสนามแม่เหล็ก - คานวณหาฟลกั ซแ์ ม่เหล็กจา สถานการณ์ท่กี าหนดให้ได้ -อธิบายความสมั พันธ์ระหว่าง แรง ประจไุ ฟฟา้ ความเร็วแล สนามแมเ่ หล็ก และการใชก้ ฎ ขวาในการหาทศิ ทางของแรง กระทา - คานวณหาแรงทกี่ ระทาต่อ ประจไุ ฟฟา้ ในสนามแม่เหลก็ ไ -บอกได้ว่า ทิศทางของแรงขึ้น
แผนหลกั เพอื่ การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4 พฤตกิ รรมการการเรยี นรู้ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ ด้านสมรรถนะตามหลกั สตู ร ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Process) )P( (Competencies) )C( (Attribute) ) A( )ทาอะไร( )เกดิ สมรรถนะใด( )เปน็ คนอย่างไร( ลก็ บอก- การสอ่ื สาร- มีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้- กได้ อธบิ าย- การคิด- มุง่ ม่ันในการทางาน- คานวณ- การแก้ปัญหา- ซ่อื สตั ยส์ ุจริต- มจี ติ สาธารณะ- ะ กซ์ กซ์ าง กซ์ ง าก ง ละ ฎมอื ง ได้ นอยู่
แผนหลักเพอื่ การจดั การเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4 มาตรฐาน )Standard( คาสาคญั สาระการเรียนรู้ ดา้ นความรู้ และตวั ชี้วดั )Indicator( )Key Word( แกนกลาง (Knowledge) ) K( หรือผลการเรียนรู้ )Core Content( / )รอู้ ะไร( )Learning Outcome( สาระการเรียนรู้ )Content( 13. อธบิ ายการหมนุ ของ อธบิ าย- - การประยกุ ตผ์ ลของ - อธบิ ายความหมายของ ขดลวดที่มีกระแสไฟฟ้าไหล คานวณ- ผา่ นและอยูใ่ นสนามแม่เหลก็ สนามแมเ่ หลก็ ตอ่ ตัวนา แรงเคลือ่ นไฟฟา้ กลับและใช้ และการนาหลกั การนี้ไปสร้าง และอธบิ ายการทางานของ ทีม่ ีกระแสไฟฟ้าผ่าน ความรู้เกี่ยวกบั การเหนี่ยวนา แกลแวนอมิเตอรแ์ ละมอเตอร์ ไฟฟา้ - กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนา แม่เหลก็ ไฟฟ้ามาอธิบายผลท และแรงเคลอื่ นไฟฟา้ กบั มอเตอร์ได้ เหนยี่ วนา - อธบิ ายหลักการทางานและ -แรงเคลื่อนไฟฟ้า ลกั ษณะของกระแสไฟฟา้ จาก เหน่ยี วนาในมอเตอร์ เคร่ืองกาเนิดไฟฟา้ ได้ -อธิบายหลักการผลิตไฟฟา้ และเครอ่ื งกาเนดิ ไฟฟา้ กระแสสลับ 3 เฟส ได้ - คานวณหาปรมิ าณที่เก่ยี วข้อ กับแรงเคล่ือนไฟฟา้ เหนีย่ วนา มอเตอรแ์ ละเครอ่ื งกาเนดิ ไฟฟ ได้ แผนหลกั เพอ่ื การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4
พฤตกิ รรมการการเรยี นรู้ ด้านทักษะกระบวนการ ด้านสมรรถนะตามหลกั สูตร ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attribute) ) A( (Process) )P( (Competencies) )C( )เปน็ คนอยา่ งไร( )ทาอะไร( )เกดิ สมรรถนะใด( อธิบาย- การสื่อสาร- มีวินัยใฝ่เรยี นรู้- คานวณ- า การคดิ - มงุ่ ม่นั ในการทางาน- ที่เกิด การแก้ปัญหา- ซ่อื สตั ย์สุจริต- มีจติ สาธารณะ- ะ ก อง าใน ฟา้
มาตรฐาน )Standard( สาระการเรยี นรู้ และตวั ชี้วัด )Indicator( คาสาคัญ แกนกลาง ด้านความรู้ หรอื ผลการเรียนรู้ )Key Word( )Learning Outcome( )Core Content( / (Knowledge) ) K( สรุป- 15. อธิบายลักษณะของไฟฟ้า อธิบาย- สาระการเรียนรู้ )รอู้ ะไร( กระแสสลับ การผลิตไฟฟา้ คานวณ- กระแสสลับ และปรมิ าณที่ บอก- )Content( เกย่ี วข้อง คา่ ของปริมาณท่ี - -สรุปความสัมพันธ์ระหว่าง เก่ียวขอ้ งกับไฟฟา้ กระแสไฟฟ้ากบั เวลา และคว กระแสสลบั ต่างศักยก์ บั เวลาที่มีการเปลยี่ คา่ ยังผลและรากทสี่ อง - คา่ ในรปู ฟงั กช์ ันไซน์ ของกาลงั สองเฉลี่ย -อธบิ ายเก่ียวกับไฟฟ้า ตวั ต้านทานและตวั เก็บ - กระแสสลบั ความต่างศักยไ์ ฟ ประจุในวงจร และกระแสไฟฟ้าแปรคา่ ตาม กระแสสลับ เวลาเปน็ รูปไซน์แกป้ ัญหาได้ -ตัวเหนยี่ วนาในวงจร -คานวณหาค่าของปริมาณที่ กระแสสลับ เก่ียวข้องกับไฟฟา้ กระแสสลบั - วงจร RCL ทีต่ ่อแบบ -อธบิ ายค่ายังผลหรือค่ามเิ ตอ อนุกรม ของความตา่ งศักย์และ กระแสไฟฟา้ สลบั ได้ คานวณหาปรมิ าณท่เี กี่ยวขอ้ ง กับค่ายังผลหรือค่ามเิ ตอรข์ อง ความต่างศักยแ์ ละกระแส ไฟฟา้ สลบั ได้ -บอกความสัมพันธ์ของเฟส กระแสไฟฟา้ กบั ความต่าง ศกั ย์ไฟฟา้ ท่ีตวั ต้านทานและต เก็บประจใุ นวงจรกระแสสลับ - คานวณหาปริมาณที่เกี่ยวขอ้ กับตัวตา้ นทานและตัวเก็บปร ในวงจรกระแสสลับได้ - บอกสมการความสัมพนั ธ์ ระหวา่ งความตา่ งศักยร์ ะหว่า
แผนหลกั เพอื่ การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4 พฤติกรรมการการเรยี นรู้ ดา้ นทักษะกระบวนการ ด้านสมรรถนะตามหลักสูตร ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Process) )P( (Competencies) )C( (Attribute) ) A( )ทาอะไร( )เกดิ สมรรถนะใด( )เปน็ คนอย่างไร( เขียน- การส่ือสาร- มีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้- วาม อธบิ าย- ยน คานวณ- การคดิ - มงุ่ ม่นั ในการทางาน- การแกป้ ญั หา- ซ่ือสัตยส์ ุจริต- บอก- มีจติ สาธารณะ- ฟฟา้ บได้ อร์ ง- ง ตัว บได้ อง ระจุ าง
แผนหลกั เพอื่ การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4 มาตรฐาน )Standard( คาสาคญั สาระการเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ และตวั ชว้ี ัด )Indicator( )Key Word( แกนกลาง (Knowledge) ) K( หรือผลการเรียนรู้ )Core Content( / )รูอ้ ะไร( )Learning Outcome( สาระการเรยี นรู้ )Content( -บอกความสัมพันธ์ของเฟส กระแสไฟฟา้ กับความต่าง ศกั ย์ไฟฟ้าท่ีตวั เหนี่ยวนาในวง กระแสสลบั ได้ -คานวณหาปรมิ าณทเี่ กี่ยวข้อ กบั ตัวเหน่ียวนาในวงจร กระแสสลับได้ อธบิ ายความหมายของวงจร- RCL ได้ - บอกความสาคญั ของ แผนภาพเฟเซอร์ได้ -คานวณหาปรมิ าณทเ่ี กีย่ วขอ้ กบั วงจร RCL ท่ีต่อแบบอนุกร ได้ - เขยี นแผนภาพเฟเซอรข์ อง วงจรไฟฟา้ กระแสสลับได้ แผนหลกั เพอ่ื การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4
พฤตกิ รรมการการเรยี นรู้ ดา้ นทักษะกระบวนการ ดา้ นสมรรถนะตามหลักสูตร ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attribute) ) A( (Process) )P( (Competencies) )C( )เป็นคนอยา่ งไร( )ทาอะไร( )เกิดสมรรถนะใด( งจร อง - อง รม
มาตรฐาน )Standard( คาสาคัญ สาระการเรียนรู้ ดา้ นความรู้ และตวั ชว้ี ดั )Indicator( )Key Word( แกนกลาง (Knowledge) ) K( หรอื ผลการเรยี นรู้ อธิบาย- )Core Content( / )Learning Outcome( คานวณ- สาระการเรยี นรู้ )รอู้ ะไร( บอก- 16. อธิบายหลกั การทางาน อภปิ ราย- )Content( - อธิบายสว่ นประกอบและ ของหมอ้ แปลง หลกั การทางานของหมอ้ แปล หมอ้ แปลง - - อธบิ ายการเกิด แรงเคลอื่ นไฟฟา้ เหนีย่ วนาใน หมอ้ แปลง และขนาดของ แรงเคล่อื นไฟฟ้าเหนี่ยวนาขึ้น กับจานวนรอบของขดลวด - อธิบายสว่ นประกอบและ หลักการทางานของวงจรเปล กระแสสลับเป็นกระแสตรง - คานวณหาปริมาณทีเ่ ก่ยี วข้อ กับการทางานของหม้อแปลง
แผนหลกั เพอื่ การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4 พฤติกรรมการการเรียนรู้ ด้านทักษะกระบวนการ ดา้ นสมรรถนะตามหลกั สตู ร ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Process) )P( (Competencies) )C( (Attribute) ) A( )ทาอะไร( )เกิดสมรรถนะใด( )เป็นคนอย่างไร( อธบิ าย- การสอ่ื สาร- มีวินัยใฝ่เรียนรู้- ลง คานวณ- การคิด- มุ่งมน่ั ในการทางาน- บ-อก การแก้ปญั หา- ซอ่ื สัตย์สุจรติ - น มีจิตสาธารณะ- นอยู่ ลี่ยน อง ได้
แผนหลักเพอ่ื การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4 มาตรฐาน )Standard( คาสาคัญ สาระการเรียนรู้ ดา้ นความรู้ และตวั ชี้วัด )Indicator( )Key Word( แกนกลาง (Knowledge) ) K( หรอื ผลการเรยี นรู้ )Core Content( / )รู้อะไร( )Learning Outcome( สาระการเรยี นรู้ )Content( 17. อธิบายการเกดิ คลื่น อธิบาย- ทฤษฎีคลื่นแมเ่ หลก็ - -อธิบายการเกิดคลืน่ แม่เหล็กไฟฟา้ และสเปกตรัม และสเปกตรัมคลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้า โดยใชท้ ฤษฎีค คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้า คานวณ- แมเ่ หล็ก แม่เหล็กไฟฟ้าของแมก็ ซ์เวลล บอก- - อธิบายไดว้ า่ เมื่ออเิ ล็กตรอน เคล่ือนทก่ี ลับไปกลบั มาใน สายอากาศ จะทาใหเ้ กิดคลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟา้ แผอ่ อกจาก สายอากาศ - อธิบายความหมายของ สเปกตรมั ความแตกตา่ งและ ประโยชน์ของคล่นื แมเ่ หล็กไฟ แตล่ ะชนดิ ในสเปกตรมั คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้า - อธิบายโพลาไรเซชันของแส โดยการดูดกลืน การสะทอ้ น การหกั เห การกระเจิง 18. อธิบายโพลาไรเซชนั ของ -ทาการทดลอง -โพลาไรเซชนั ของคลน่ื -ทาการทดลอง และตรวจสอ แสง แสงโพลาไรส์ และแสง อธิบาย- แมเ่ หล็กไฟฟา้ ได้วา่ แสงสะทอ้ นจากผวิ วัตถ ไมโ่ พลาไรส์ บางชนิดเปน็ แสงโพลาไรส์ -อธิบายโพลาไรเซชนั ของแสง โดยการดูดกลืน การสะทอ้ น การหักเห และการกระเจงิ แผนหลกั เพอื่ การจดั การเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4
พฤติกรรมการการเรียนรู้ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ ดา้ นสมรรถนะตามหลักสูตร ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attribute) ) A( (Process) )P( (Competencies) )C( )เป็นคนอย่างไร( )ทาอะไร( )เกดิ สมรรถนะใด( อธบิ าย- การสื่อสาร- มวี ินัยใฝเ่ รียนรู้- คลน่ื คานวณ- ล์ บอก- การคิด- มุ่งมั่นในการทางาน- น การแกป้ ัญหา- ซื่อสตั ยส์ จุ ริต- มจี ติ สาธารณะ- น ะ การสื่อสาร- มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้- ฟฟ้า มงุ่ มัน่ ในการทางาน- การคิด- สง การแก้ปญั หา- ซื่อสตั ยส์ ุจริต- มจี ติ สาธารณะ- อบ ทาการทดลอง- ถุ อธบิ าย- ง
ตารางท่ี 3 กาหนดหน วชิ า (Course ฟิสิกส์ )4 ชอ่ื หนว่ ยการเรียนร้)ู Unit ( ผลการเรียนรู้ 1. อธบิ ายการเหนย่ี วนาไฟฟา้ 13. ไฟฟา้ สถติ 2. อธบิ ายแรงกระทาระหวา่ งอนุภาคที่มปี ระจไุ ฟฟา้ 3. อธบิ ายสนามไฟฟ้า สนามไฟฟา้ ของจดุ ประจุ และสนามไฟ ของตัวนาทรงกลม
แผนหลักเพอื่ การจดั การเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4 นว่ ยการเรียนรู้ (Unit) รหสั วิชา( Course Codeว )32204 สาระการเรียนรู้ )Content( จานวนชว่ั โมง การนาวัตถุทีเ่ ปน็ กลางทางไฟฟ้ามาถกู ัน จะทาใหว้ ัตถมุ ีประจไุ ฟฟา้ 2 เน่ืองจากอเิ ลก็ ตรอนจะถูกถ่ายโอนจากวตั ถุหนึง่ ไปปอีกวัตถุหน่ึง โดยการถ่ายโอนประจเุ ปน็ ไปตามกฎอนุรักษป์ ระจไุ ฟฟา้ เมือ่ นา 2 วัตถุท่ีมปี ระจุไฟฟ้าไปใกล้ตัวนาไฟฟ้า จะทาให้เกิดประจชุ นดิ ตรง 4 ขา้ มบนตัวนาทางด้านท่ใี กล้วัตถุ การทาให้เกดิ ประจุในหลกั การนี้ เรียกว่าการเหน่ียวนาไฟฟา้ อนุภาคที่มีประจไุ ฟฟา้ จะมีแรงกระทาซง่ึ กนั และกันตามกฎของ คลู อมบ์ กล่าวคอื แรงระหว่างจดุ ประจุแปรผันตรงกบั ผลคณู ของ ขนาดของประจุทัง้ สองและแปรผกผนั กบั กาลังสองของระยะทาง ระหว่างประจุ ฟฟา้ เมอ่ื นาประจไุ ปวางไว้ ณ ตาแหนง่ ใด แลว้ มีแรงไฟฟา้ กระทาตอ่ ประจุน้นั กลา่ วไดว้ ่า ตาแหนง่ นั้นมีสนามไฟฟา้ แรงทกี่ ระทาต่อ ประจุบวกหน่ึงหน่วยที่นาแหน่งใดๆ คอื สนามไฟฟา้ ที่ตาแหน่งน้ัน สนามไฟฟ้าลพั ธ์เน่อื งจากจุดประจุหลายจดุ ประจุเทา่ กับผลรวม แบบเวกเตอรข์ องสนามไฟฟ้าเน่ืองจากจุดประจุแต่ละจดุ ประจุ ในกรณขี องไฟฟ้าสถติ สนามไฟฟ้าภายในตัวนาทรงกลมเป็นศูนย์ สนามไฟฟา้ บนตวั นามที ิศทางต้ังฉากกบั ผวิ ตัวนาน้ัน และ สนามไฟฟ้าเนือ่ งจากประจบุ นตวั นาทรางกลมที่ตาแหนง่ หา่ งจาก ผวิ ออกไปมลี กั ษณะเช่นเดียวกบั สนามไฟฟา้ เนอ่ื งจากจุดประจุซงึ่
แผนหลักเพอ่ื การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4 ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู)้ Unit ( ผลการเรยี นรู้ 4. อธบิ ายพลงั งานศกั ยไ์ ฟฟ้า ศักยไ์ ฟฟา้ และความตา่ งศักย์ร สองตาแหนง่ 5. อธิบายความจุ หลักการทางานของตัวเกบ็ ประจุและผลการ เกบ็ ประจุ แบบอนุกรมหรอื ขนาน 6. อธิบายหลักการทางานของอุปกรณบ์ างชนิดโดยใช้ความร เก่ียวกับไฟฟ้าสถิตย์ แผนหลักเพอ่ื การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4
สาระการเรียนรู้ )Content( จานวนชั่วโมง อย่ทู ศ่ี ูนย์กลางของทรงกลม โดยขนาดของประจเุ ทา่ กบั ผลรวมของ ประจุท้งั หมดที่ผวิ ของทรงกลม ระหวา่ ง ประจุทอ่ี ยู่ในสนามไฟฟ้าจะมพี ลงั งานศกั ย์ไฟฟ้าพลังงานศักย์ไฟฟ้า 6 ท่ตี าแหน่งใดๆ ตอ่ หนง่ึ หนึ่วยประจุ เรียกว่า ศักยไ์ ฟฟา้ ที่ตาแหนง่ รต่อตวั นน้ั ความต่างศกั ยร์ ะหว่างสองตาแหน่ง คอื งานในการเคลอ่ื น 4 รู้ ประจุบวก 1 หนว่ ย จากตาแหนง่ หน่ึงไปอกี ตาแหน่งหน่ึงในบรเิ วณ 2 ทีม่ สี นามไฟฟา้ และศักยไ์ ฟฟา้ รวมเนื่องจากจดุ ประจุหลายจดุ ประจุ คอื ผลบวกทางพีชคณติ ของศกั ยไ์ ฟฟ้าเน่อื งจากจดุ ประจแุ ต่ละจุด ประจุ ศักย์ไฟฟ้าเนอ่ื งจากประจุบนตัวนาทรงกลมท่ีตาแหน่งใดๆ นบั จากผิวเขา้ ไปมีค่าเทา่ กบั ศักยไ์ ฟฟา้ ที่ผวิ ซงึ่ แปรผนั ตรงกบั ขนาด ของประจุและแปรผันกบั รศั มขี องทรงกลม ความสมั พันธ์ของความ ต่างศกั ยร์ ะหว่างตาแหนง่ ใดๆ ในแนวขนานกบั สนามไฟฟ้าทห่ี ่าง กันเป็นระยะ d กบั ขนาดของสนามไฟฟ้าสม่าเสมอ E เป็นไปตาม สมการ E = VB VA d ตวั เก็บประจปุ ระกอบด้วยตัวนาสองชน้ิ คน่ั ด้วยไดอเิ ลก็ ทริก จานวนประจทุ เี่ ก็บไดข้ ้ึนอยู่กับความต่างศกั ยค์ ร่อมตัวเกบ็ ประจุ และความจขุ องตวั เก็บประจุ ตวั เก็บประจจุ ะมพี ลงั งานสะสมเมือ่ ตอ่ ความต่างศกั ย์ เมือ่ นาตัวเกบ็ ประจุมาตอ่ กันแบบอนกุ รม ความ จุสมมูลมีค่าลดลง เมื่อต่อแบบขนาน ความจุสมมูลมคี า่ เพ่ิมขน้ึ ความรเู้ รื่องไฟฟ้าสถิตอธบิ ายการทางานของเคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ บาง ประเภทได้ เชน่ เครื่องกาจัดฝนุ่ ในอากาศ เคร่ืองพ่นสี เครอ่ื งถา่ ย ลายนิว้ มอื เคร่อื งถ่ายเอกสาร เป็นต้น
ช่อื หน่วยการเรียนร)ู้ Unit ( ผลการเรียนรู้ 7. อธิบายการเกดิ กระแสไฟฟ้าในตัวกลางและวิเคราะห์หา กระแสไฟฟา้ ในลวดตัวนาโลหะ 8. อธิบายกฎของโอหม์ ความตา้ นทาน และการใชก้ ฎของโอ 14. ไฟฟา้ กระแส 9. อธิบายความหมายของแรงเคล่ือนไฟฟ้าและความต่างศกั ย ระหว่างขว้ั 10. อธบิ ายพลังงานไฟฟ้าและกาลงั ไฟฟ้าในวงจร 11. วิเคราะหแ์ ละหาปริมาณทางไฟฟา้ ในวงจรไฟฟา้ กระแสตร ง่าย
แผนหลกั เพอื่ การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4 สาระการเรยี นรู้ )Content( จานวนช่วั โมง เม่ือต่อลวดตัวนากับแหล่งกาเนิดไฟฟ้า ประจอุ สิ ระที่อยู่ในลวด 4 ตวั นาจะเคล่ือนท่ที าให้เกิดกระแสไฟฟ้าทีม่ ที ศิ ทางเดยี วกับ 6 สนามไฟฟา้ โดยทศิ ทางการเคล่อื นทจ่ี ากจดุ ของอนุภาคท่มี ปี ระจุ บวกมที ิศทางจากจดุ ที่มศี กั ย์ไฟฟ้าสงู ไปยงั จุดทมี่ ศี กั ยไ์ ฟฟา้ ตา่ กวา่ 2 และกระแสไฟฟา้ มคี วามสมั พนั ธ์กบั ความเร็วลอยเลื่อนของ 2 อเิ ลก็ ตรอนอสิ ระ จานวนประจุและพื้นท่หี น้าตัดของลวดตัวนา อห์ม เม่อื อุณหภมู ิคงตวั กระแสไฟฟา้ ในตัวนาโลหะความตา่ งศกั ย์ท่ี ปลายทงั้ สองและความต้านทานของตัวนานั้นมคี วามสัมพันธ์กัน ตามกฎของโอห์มความตา้ นทานของวัตถุแตล่ ะชน้ิ ขึ้นกบั รูปร่าง และชนิดของวตั ถุ ความต้านทานของวสั ดุหนึง่ ๆ จะเปล่ียนไปเม่ือ อุณหภูมเิ ปลี่ยน สว่ นสภาพต้านทานเป็นสมบัติของสารแต่ละชนดิ เมือ่ นาตัวตา้ นทานค่าคงตัวมาตอ่ กันแบบอนุกรมความต้านทาน สมมูลมีคา่ เพ่มิ ขน้ึ เม่ือต่อแบบขนานความต้านทานสมมลู มคี ่า ลดลง ย์ แรงเคลอื่ นไฟฟา้ เปน็ ค่าทแ่ี สดงถงึ พลังงานที่แบตเตอร่ใี หต้ อ่ 1 หนว่ ยประจุทีผ่ ่านแบตเตอรี่นั้นความต่างศักย์ระหวา่ งขัว้ แบตเตอรี่ ในวงจรเปดิ จะเท่ากบั แรงเคลอื่ นไฟฟา้ ของแบตเตอรีน่ ั้น พลงั งานไฟฟ้าทส่ี ิน้ เปลอื งในเครื่องใช้ไฟฟา้ ขึน้ อยกู่ บั ความตา่ งศกั ย์ กระแสไฟฟ้าและเวลาทใ่ี ช้ รงอย่าง ความรู้เกี่ยวกับกฎของโอห์ม การตอ่ ตวั ต้านทาน การตอ่ แบตเตอร่ี 6 พลังงานไฟฟา้ และกาลงั ไฟฟา้ นาไปแก้ปัญหาวงจรไฟฟา้ กระแส ตรงท่ีประกอบด้วยแบตเตอร่ีและตัวตา้ นทาน
แผนหลักเพอ่ื การจดั การเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4 ช่ือหนว่ ยการเรียนรู้)Unit ( ผลการเรยี นรู้ 12. อธบิ ายแรงกระทาต่ออนุภาคทมี่ ีประจไุ ฟฟา้ ท่ีเคล่อื นท่เี ขา้ สนามแม่เหลก็ และแรงกระทาต่อลวดตัวนาทมี่ ีกระแสไฟฟ้าผา่ อยใู่ นสนามแมเ่ หล็ก 15. ไฟฟ้าและแม่เหลก็ 13. อธิบายการหมุนของขดลวดทีม่ ีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านและ สนามแม่เหล็กและการนาหลักการนี้ไปสร้างและอธบิ ายการท ของแกลแวนอมเิ ตอร์และมอเตอร์ไฟฟ้า 14. อธบิ ายแรงเคลือ่ นไฟฟา้ เหน่ียวนา กฎของฟาราเดย์ และ หลกั การนี้ไปสรา้ งและอธบิ ายการทางานของเครอ่ื งกาเนดิ ไฟฟ 15. อธิบายลกั ษณะของไฟฟ้ากระแสสลบั การผลติ ไฟฟา้ กระ และปรมิ าณทเ่ี ก่ียวขอ้ ง แผนหลักเพอ่ื การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4
สาระการเรยี นรู้ )Content( จานวนชั่วโมง าไปใน อนภุ าคทมี่ ีประจไุ ฟฟา้ เคลื่อนทีเ่ ขา้ ไปในสนามแม่เหลก็ จะมแี รง 8 านและ กระทาตอ่ อนภุ าคนนั้ และสามารถหาทศิ ทางของแรงไดจ้ ากกฎมือ 2 ขวา สว่ นลวดตัวนาทีม่ ีกระแสไฟฟ้าผา่ นและอย่ใู นสนามแมเ่ หลก็ 4 จะเกิดแรงกระทาตอ่ ลวดตวั นาน้ันเชน่ กัน โดยมีทิศทางของแรง ตามกฎมอื ขวา และถ้าให้กระแสไฟฟา้ ผา่ นลวดตัวนาสองเสน้ ทว่ี าง ขนานกัน จะเกดิ แรงกระทาระหวา่ งลวดตวั นาทงั้ สอง ซึ่งผลจาก สนามแมเ่ หล็กท่ลี วดแตล่ ะเส้นสร้างขน้ึ ะอยูใ่ น เมอ่ื มกี ระแสไฟฟ้าผ่านขดลวดตัวนารปู ส่ีเหลีย่ มทีอ่ ยใู่ น ทางาน สนามแม่เหลก็ จะมโี มเมนต์ของแรงคคู่ วบกระทาตอ่ ขดลวดทาให้ ขดลวดหมุน ซ่ึงเปน็ หลักการของแกลแวนอมเิ ตอร์ และหลักการน้ี นาไปสรา้ งมอเตอร์ไฟฟ้า ะการนา ขดลวดตวั นารปู สี่เหล่ยี มที่เคลอื่ นท่ีตดั ฟลกั ซ์แม่เหลก็ จะเกดิ ฟา้ แรงเคล่อื นไฟฟ้าเหน่ยี วนาในขดลวดตวั นาอธิบายไดโ้ ดยใชก้ ฎ ของฟาราเดย์ ซึง่ สามารถนาไปอธบิ ายการทางานของเคร่อื งกาเนิด ไฟฟ้าความรเู้ ก่ยี วกับแรงเคล่อื นไฟฟา้ เหนี่ยวนาใชอ้ ธิบายการ ทางานของแบลลสั ต์แบบเดิมของหลอดฟลูออเรสเซนต์ และการ เกิดแรงเคลอ่ื นไฟฟา้ ยอ้ นกลบั ในมอเตอร์ ะแสสลบั ไฟฟา้ กระแสสลับมีความต่างศักยแ์ ละกระแสไฟฟา้ เปลย่ี นแปลงไป 12 ตามเวลาในรูปของฟงั กช์ ันไซน์การวัดความตา่ งศักยแ์ ละ กระแสไฟฟฟา้ สลบั ใชค้ ่ายงั ผลหรอื ค่ามิเตอร์ เครือ่ งกาเนดิ ไฟฟา้ กระแสสลับ 3 เฟส มีขดลวดตัวนา 3 ชุด แต่ละชดุ วางทามุม 120 องศา ซึ่งกันและกันไฟฟา้ กระแสสลบั ท่อี อกมาจากขดลวดแต่ละ ชดุ จึงมเี ฟสตา่ งกัน 120 องศา ซึ่งชว่ ยใหม้ ปี ระสิทธภิ าพในการผลิต และการส่งพลังงานไฟฟ้า
ช่อื หนว่ ยการเรียนร)ู้ Unit ( ผลการเรียนรู้ 16. อธิบายหลกั การทางานของหม้อแปลง 17. อธิบายการเกดิ คลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า และสเปกตรัมคล่นื แม่เหล็กไฟฟา้ 16. คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟา้ 18. อธิบายโพลาไรเซชนั ของแสง แสงโพลาไรส์ และแสงไมโ่ ไรส์
แผนหลกั เพอื่ การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4 สาระการเรยี นรู้ )Content( จานวนชว่ั โมง เม่อื ไฟฟา้ กระแสสลบั ผ่านขดลวดปฐมภูมจิ ะเกิดแรงเคล่อื นไฟฟ้า 2 เหนย่ี วนาในขดลวดทุติยภูมิของหมอ้ แปลง โดยแรงเคล่อื นไฟฟา้ ใน 4 ขดลวดทุตยิ ภมู ขิ ึ้นอยู่กบั แรงเคลื่อนไฟฟา้ ในขดลวดปฐมภูมิและ 4 จานวนรอบของขดลวดทุตยิ ภมู ิ และชนิดของวัสดุทีใ่ ชเ้ ป็นแกน ของขดลวด คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเกิดจากการเหน่ียวนาตอ่ เนื่องขึน้ ระหว่าง สนามแมเ่ หล็กและสนามไฟฟา้ และทาใหเ้ กิดการเคลื่อนที่ของ สนามไฟฟา้ และสนามแมเ่ หล็กจากแหล่งกาเนดิ คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟา้ มคี วามถี่ตอ่ เนอ่ื งกนั เปน็ ชว่ งกวา้ ง เรยี กวา่ สเปกตรมั คลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟ้า ไดแ้ ก่ คลื่นวิทยุ ไมโครเวฟ รังสี อินฟราเรด แสง รังสีอลั ตราไวโอเลต รงั สีเอกซ์ และรังสแี กมมา โพลา คล่นื แสงท่แี ผ่ออกจากแหลง่ กาเนดิ โดยมีสนามไฟฟา้ และ สนามแมเ่ หลก็ กระจายรอบทิศทางในแนวตั้งฉากกบั การเคลื่อนท่ี ของแสง เรยี กว่า แสงไมโ่ พลาไรซ์ เชน่ แสงจากหลอดไฟ แสงจาก ดวงอาทติ ย์ เมื่อแสงน้ัผ่านแผ่นโพลารอยด์ สนามไฟฟา้ หรอื ( จะมที ิศทางอยูใ่ นระนาบเดียวเรยี กวา่ คลื่น )สนามแมเ่ หลก็ โพลาไรซ์ สมบตั ิของแสงลักษณะนเี้ รยี กวา่ โพลาไรเซชนั
แผนหลักเพอื่ การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4 ตารางท่ี 4 กาหนดนา้ หนักคะ หนว่ ย รหัสตวั ชีว้ ัดผลการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ดั / ท่ี 1. อธิบายการเหนย่ี วนาไฟฟา้ 2. อธิบายแรงกระทาระหว่างอนุภาคทม่ี ปี ระจุไฟฟา้ 3. อธิบายสนามไฟฟ้า สนามไฟฟา้ ของจุดประจุ และสนามไฟฟา้ ของตวั นาทรงกลม 13 4. อธิบายพลงั งานศักยไ์ ฟฟ้า ศกั ยไ์ ฟฟ้า และความตา่ งศกั ย์ระหว่างสองตาแหน่ง 5. อธบิ ายความจุ หลักการทางานของตวั เก็บประจแุ ละผลการตอ่ ตวั เกบ็ ประจุ แบบอนกุ หรอื ขนาน 6. อธบิ ายหลกั การทางานของอุปกรณบ์ างชนดิ โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับไฟฟา้ สถิตย์ แผนหลกั เพอื่ การจดั การเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4
ะแนนการวัดและประเมนิ ผล นา้ หนกั คะแนน คะแนนตามช่วงเวลาการวดั แลประเมนิ ผล คะแนน ตามพสิ ัย ระหวา่ งเรยี น กลางภาค ปลายภาค รวม 1 KPA (F) (S1) (S2) 1 KPA KK 11 2 11 11 2 2 11 11 2 3 21 21 31 กรม 2 1 1 11 21
หน่วย รหสั ตวั ชี้วัดผลการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั / ท่ี คะแนนรวม หมายเหตุ การวดั และประเมินผลแบ่งออกเปน็ ((สว่ นคอื วดั และประเมินผลเพือ่ พันนาผ้เู รยี นเป็นการประเมนิ ผลยอ่ ย 2Fo ( ครงั้ คอื กลางภาค 2 แบง่ เป็นS1 )และปลายภาค( S2) หน่วย รหัสตัวชว้ี ดั ผลการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั / ท่ี 12. อธบิ ายแรงกระทาต่ออนุภาคทม่ี ปี ระจุไฟฟา้ ทีเ่ คลอ่ื นที่เขา้ ไปในสนามแมเ่ หลก็ และแรง กระทาตอ่ ลวดตวั นาท่มี กี ระแสไฟฟ้าผ่านและอยู่ในสนามแมเ่ หล็ก 15 13. อธิบายการหมุนของขดลวดทม่ี ีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านและอย่ใู นสนามแม่เหล็กและการ หลักการนไ้ี ปสร้างและอธบิ ายการทางานของแกลแวนอมิเตอรแ์ ละมอเตอรไ์ ฟฟ้า
แผนหลักเพอื่ การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4 น้าหนกั คะแนน คะแนนตามช่วงเวลาการวดั แลประเมนิ ผล คะแนน ตามพิสัย ระหว่างเรียน กลางภาค ปลายภาค รวม KPA (F) (S1) (S2) KPA KK 64 64 10 2 10 10 ormative Assessment()F(และวัดและประเมนิ ผลเพอื่ สรปุ ผลการเรียนรู้)Summative Assessment()Sโรงเรียนเรา ) น้าหนกั คะแนน คะแนนตามชว่ งเวลาการวดั แลประเมนิ ผล คะแนน ตามพิสยั ระหว่างเรยี น กลางภาค ปลายภาค KPA (F) (S1) (S2) รวม KPAK K ง 2 11 11 3 รนา 5 4 1 41 8
แผนหลกั เพอื่ การจดั การเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4 14. อธิบายแรงเคลือ่ นไฟฟ้าเหนีย่ วนา กฎของฟาราเดย์ และการนาหลกั การนไี้ ปสรา้ งแล อธิบายการทางานของเครอื่ งกาเนิดไฟฟา้ 15. อธิบายลักษณะของไฟฟา้ กระแสสลบั การผลิตไฟฟ้ากระแสสลบั และปรมิ าณที่เก่ียวข 16. อธิบายหลกั การทางานของหม้อแปลง คะแนนรวม หน่วย รหัสตัวชี้วัดผลการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั / ท่ี 17. อธบิ ายการเกิดคลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟา้ และสเปกตรมั คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟา้ 16 18. อธิบายโพลาไรเซชนั ของแสง แสงโพลาไรส์ และแสงไมโ่ พลาไรส์ - มวี นิ ยั มงุ่ มน่ั ในการทางาน แผนหลักเพอื่ การจดั การเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4
ละ 3 2 1 21 3 ข้อง 3 21 21 4 2 2 2 2 11 4 20 11 4 15 15 นา้ หนัก คะแนน คะแนนตามช่วงเวลาการวดั แลประเมินผล คะแนน ตามพิสยั ระหวา่ งเรียน กลางภาค ปลายภาค รวม 2 KPA (F) (S1) (S2) 3 11 KPA KK 10 21 11 2 10 21 3 10
คะแนนรวมทง้ั หมด ตารางท่ี 5 โครงสรา้ ง ตารางวิเคราะห์พฤตกิ รรมด้านพุทธิพสิ ยั ราย ที่ ชอ่ื หน่วย ผลการเรยี นรู้ คาสาคญั นา้ หนกั คะแนน การเรียนรู้ (Keyword) ระหวา่ ง เรียน
แผนหลักเพอ่ื การจดั การเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4 20 30 38 12 100 50 งข้อสอบระหว่างเรยี น ยวิชาเพม่ิ เติม ฟสิ กิ ส์ 4 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 5 จานวนขอ้ สอบจาแนกตามกระบวนการทางสตปิ ญั ญา จานวนขอ้ สอบ จาแนกตาม น ดา้ นความรู้ (K) รวมข้อสอบ รปู แบบ ง ประยุกต์ ประเมนิ คดิ ใช้ คา่ สรา้ งสรรค์ แบบ แบบ จา เข้าใจ วเิ คราะห์ เลอื ก เขียน ตอบ ตอบ
แผนหลกั เพอื่ การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4 1. อธิบายการเหน่ียวนาไฟฟ้า - อธบิ าย 11 - เขยี นรูป - บอก 2. อธบิ ายแรงกระทาระหว่าง - อธิบาย 11 - คานวณ อนุภาคทม่ี ีประจไุ ฟฟา้ - วเิ คราะห์ 3. อธิบายสนามไฟฟ้า สนามไฟฟา้ - อธบิ าย 13 ไฟฟา้ สถติ ของจุดประจุ และสนามไฟฟา้ ของ - คานวณ 22 ตวั นาทรงกลม 4. อธบิ ายพลังงานศกั ย์ไฟฟา้ - อธบิ าย ศักยไ์ ฟฟ้า และความตา่ งศักยร์ ะหว่าง - คานวณ 22 สองตาแหนง่ - บอก 5. อธบิ ายความจุ หลกั การทางาน - อธบิ าย ของตวั เก็บประจุและผลการตอ่ ตวั - คานวณ เกบ็ ประจุ แบบอนุกรมหรอื ขนาน 11 ที่ ช่ือหนว่ ย ผลการเรยี นรู้ คาสาคญั น้าหนกั คะแนน การเรียนรู้ (Keyword) ระหวา่ ง ภาค แผนหลกั เพอื่ การจดั การเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4
21 32 1 43 1 12 1 43 1 65 1 13 32 1 12 3 21 จานวนข้อสอบจาแนกตามกระบวนการทางสตปิ ญั ญา จานวนขอ้ สอบ จาแนกตาม น ด้านความรู้ (K) รวมข้อสอบ รูปแบบ ง ประยุกต์ ประเมนิ คิด ใช้ ค่า สร้างสรรค์ แบบ แบบ จา เขา้ ใจ วิเคราะห์ เลอื ก เขยี น ตอบ ตอบ
6. อธบิ ายหลักการทางานของ - อธิบาย 13 ไฟฟา้ สถติ อปุ กรณบ์ างชนิดโดยใช้ความรู้ เกี่ยวกบั ไฟฟา้ สถิต 7. อธิบายการเกิดกระแสไฟฟา้ ใน - อธบิ าย ตัวกลางและวิเคราะหห์ ากระแสไฟฟา้ - วิเคราะห์ 1 2 ในลวดตวั นาโลหะ 8. อธิบายกฎของโอห์ม ความ - อธบิ าย 22 ตา้ นทาน และการใช้กฎของโอหม์ - การใช้ 14 ไฟฟ้ากระแส 9. อธิบายความหมายของ - อธิบาย แรงเคลอื่ นไฟฟา้ และความตา่ งศกั ย์ 11 ระหว่างขวั้ 10. อธิบายพลงั งานไฟฟา้ และ - อธบิ าย กาลงั ไฟฟา้ ในวงจร 11 ที่ ชื่อหน่วย ผลการเรยี นรู้ คาสาคญั นา้ หนกั การเรยี นรู้ (Keyword) คะแนน
แผนหลกั เพอื่ การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4 31 1 53 1 22 43 1 41 53 1 21 32 1 จานวนข้อสอบจาแนกตามกระบวนการทางสตปิ ญั ญา รวม จานวนข้อสอบ น ด้านความรู้ (K) ข้อสอบ จาแนกตาม รูปแบบ
แผนหลกั เพอ่ื การจดั การเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4 11. . วิเคราะห์และหาปริมาณทาง - วเิ คราะห์ ระหวา่ ง ภาค 14 ไฟฟ้ากระแส ไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงอย่าง - หาปริมาณ 22 ง่าย 22 12. อธิบายแรงกระทาตอ่ อนภุ าคทม่ี ี - อธิบาย 22 ประจไุ ฟฟ้าทเ่ี คลือ่ นทเี่ ขา้ ไปใน - คานวณ 22 สนามแมเ่ หลก็ และแรงกระทาตอ่ ลวด - บอก ตวั นาท่มี กี ระแสไฟฟ้าผ่านและอยู่ใน สนามแม่เหลก็ 13. อธิบายการหมุนของขดลวดทีม่ ี - อธิบาย 15 ไฟฟ้าและ กระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นและอย่ใู น - คานวณ แมเ่ หล็ก สนามแมเ่ หล็กและการนาหลักการนี้ - บอก ไปสรา้ งและอธบิ ายการทางานของ แกลแวนอมิเตอร์และมอเตอรไ์ ฟฟ้า 14. อธบิ ายแรงเคล่อื นไฟฟ้าเหนี่ยวนา - อธบิ าย กฎของฟาราเดย์ และการนา - การนา หลกั การนี้ไปสร้างและอธบิ ายการ หลกั การน้ไี ป ทางานของเครือ่ งกาเนิดไฟฟ้า สร้าง ที่ ชื่อหนว่ ย ผลการเรยี นรู้ คาสาคญั น้าหนกั การเรยี นรู้ (Keyword) คะแนน แผนหลักเพอื่ การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4
ง ประยุกต์ ประเมนิ คดิ แบบ แบบ ใช้ ค่า สรา้ งสรรค์ เลือก เขยี น จา เข้าใจ วเิ คราะห์ ตอบ ตอบ 12 32 1 12 32 1 12 3 12 32 1 จานวนข้อสอบจาแนกตามกระบวนการทางสติปญั ญา รวม จานวนข้อสอบ น ด้านความรู้ (K) ้ขอสอบ จาแนกตาม รูปแบบ
15. อธบิ ายลกั ษณะของไฟฟา้ - อธบิ าย ระหวา่ ง ภาค กระแสสลบั การผลิตไฟฟา้ - คานวณ 2 1 2 กระแสสลับ และปรมิ าณทเี่ กย่ี วขอ้ ง 2 1 1 16. อธิบายหลักการทางานของหม้อ - อธิบาย 50 2 แปลง - คานวณ 1 17. อธิบายการเกดิ คลื่น - อธบิ าย 50 16 คล่นื แม่เหล็ก แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ และสเปกตรมั คล่ืน ไฟฟา้ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า - อธิบาย 18. อธิบายโพลาไรเซชนั ของแสง แสงโพลาไรส์ และแสงไมโ่ พลาไรส์ รวมคะแนนและจานวนขอ้ สอบ ตารางที่ 6 โครงสรา้ ตารางวเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมด้านพทุ ธิพสิ ัย ราย
แผนหลกั เพอื่ การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4 ง ประยกุ ต์ ประเมิน คิด แบบ แบบ ใช้ คา่ สร้างสรรค์ เลอื ก เขียน จา เขา้ ใจ วเิ คราะห์ ตอบ ตอบ 12 31 2 12 32 1 2 22 1 25 3 2 3 3 32 60 40 20 างขอ้ สอบกลางภาค ยวิชาเพ่มิ เตมิ ฟสิ กิ ส์ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5
แผนหลักเพอ่ื การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พม่ิ เตมิ 4 ท่ี ชอ่ื หน่วย ผลการเรียนรู้ คาสาคญั น้าหนกั คะแนน การเรียนรู้ (Keyword) กลางภาค 1. อธิบายการเหนยี่ วนาไฟฟ้า - อธิบาย 1 1 - เขยี นรปู 2. อธบิ ายแรงกระทาระหว่าง - อธบิ าย 22 - คานวณ อนุภาคที่มปี ระจไุ ฟฟ้า - บอก 3. อธิบายสนามไฟฟ้า สนามไฟฟา้ - อธบิ าย ของจุดประจุ และสนามไฟฟา้ ของ - คานวณ 22 13 ไฟฟา้ สถิต ตัวนาทรงกลม - บอก 4. อธิบายพลังงานศักยไ์ ฟฟา้ - อธบิ าย ศักยไ์ ฟฟา้ และความตา่ งศกั ย์ระหว่าง - คานวณ 33 สองตาแหน่ง - บอก 5. อธิบายความจุ หลักการทางาน - อธิบาย ของตัวเกบ็ ประจแุ ละผลการตอ่ ตวั - คานวณ เกบ็ ประจุ แบบอนกุ รมหรือขนาน - บอก 22 ท่ี ชอ่ื หน่วย ผลการเรียนรู้ คาสาคญั น้าหนกั แผนหลักเพอื่ การจัดการเรยี นรู ้ ฟิสกิ สเ์ พมิ่ เตมิ 4
น จานวนข้อสอบจาแนกตามกระบวนการทางสติปญั ญา รวมข้อสอบ จานวนข้อสอบ ค ด้านความรู้ (K) จาแนกตาม จา เขา้ ใจ ประยุกต์ วิเคราะห์ ประเมนิ คิด รปู แบบ ใช้ คา่ สร้างสรรค์ แบบ แบบ เลือก เขียน ตอบ ตอบ 2 22 11 22 12 32 1 11 21 1 1 11 จานวนข้อสอบจาแนกตามกระบวนการทางสตปิ ญั ญา จานวนข้อสอบ รวม ้ขอ สอ บ
การเรียนรู้ (Keyword) คะแนน กลางภาค 6. อธบิ ายหลักการทางานของ - อธบิ าย 13 ไฟฟา้ สถิต อปุ กรณ์บางชนดิ โดยใช้ความรู้ เกยี่ วกับไฟฟ้าสถิต 7. อธบิ ายการเกิดกระแสไฟฟ้าใน - อธิบาย ตัวกลางและวเิ คราะหห์ ากระแสไฟฟา้ - วเิ คราะห์ 2 2 ในลวดตัวนาโลหะ 8. อธิบายกฎของโอห์ม ความ - อธบิ าย 22 ตา้ นทาน และการใชก้ ฎของโอหม์ - การใช้ 14 ไฟฟ้ากระแส 9. อธิบายความหมายของ - อธบิ าย แรงเคลอ่ื นไฟฟ้าและความตา่ งศกั ย์ - คานวณ 22 - บอก ระหว่างข้วั 10. อธบิ ายพลังงานไฟฟา้ และ - อธิบาย - บอก 2 2 กาลังไฟฟ้าในวงจร
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115