โครงงานวทิ ยาศาสตร์ เร่อื ง กระถางตน้ ไมจ้ ากขุยมะพร้าว โดย นางสาวกมลวรรณ หมานเหตุ เลขที่16 นางสาวอรัญญา สาราณยี กจิ เลขที่21 โครงงานเลม่ นี้เป็นสว่ นหนง่ึ ของโครงงานวทิ ยาศาสตร์สิง่ ประดษิ ฐ์ ตามหลกั สตู รห้องเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ณ โรงเรยี นเทศบาล๔(วัดโพธาวาส) อำเภอเมือง จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี
โครงงานวทิ ยาศาสตร์ เรื่อง กระถางตน้ ไม้จากขยุ มะพรา้ ว โดย นางสาวกมลวรรณ หมานเหตุ เลขท1ี่ 6 นางสาวอรญั ญา สาราณยี กจิ เลขที2่ 1 ครูทปี่ รึกษา ครูปรดี า บัวยก โครงงานเล่มนีเ้ ป็นสว่ นหนึ่งของโครงงานวทิ ยาศาสตร์สง่ิ ประดษิ ฐ์ ตามหลักสูตรหอ้ งเรียนวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ ณ โรงเรยี นเทศบาล๔(วัดโพธาวาส) อำเภอเมอื ง จังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี
บทคัดย่อ โครงงานวิทยาศาสตรเ์ รื่อง กระถางตน้ ไม้จากธรรมชาติ นี้จดั ทำขน้ึ เพ่ือต้องการศึกษาคน้ ควา้ เกี่ยวกับ การลดภาวะโลกรอ้ นและการประหยดั คา่ ใช้จา่ ยในการซอ้ื กระถางตน้ ไม้พลาสติก ความสำคัญของการทำ กระถางต้นไม้คือ สามารถลดปริมาณขยะทจี่ ะเพมิ่ ขนึ้ ให้นอ้ ยลง วธิ ีกำจัดจะช่วยลดแกส๊ พษิ ในอากาศ และลด คา่ ใช้จ่าย ซึ่งมขี ้นั ตอนการศกึ ษาค้นคว้า โดยการนำสิง่ ท่ีเป็นธรรมชาตริ อบๆตัวเรามาประดษิ ฐ์สรา้ งสรรค์ ผลงานขนึ้ โดยใช้กากมะพรา้ วมาผสมกบั แป้งเปยี ก พบวา่ กระถางตน้ ไม้ทท่ี ำจากกากมะพรา้ วสามารถอมุ้ นำ้ ได้ มะพร้าวมคี วามคงทนได้ดี จึงสามารถทราบได้ว่ากระถางต้นไมจ้ ากธรรมชาตทิ ี่ดที ่ีสุดคอื กระถางตน้ ไมท้ ท่ี ำดว้ ยกากมะพรา้ ว และกระถางตน้ ไมท้ ีน่ ำมาทดลองนน้ั ก็สามารถนำมาใชไ้ ดจ้ รงิ และจำหน่ายเพือ่ เพิม่ รายได้ ในชวี ติ ประจำวันได้
กติ ติกรรมประกาศ โครงงานวจิ ัยฉบับน้ีสำเรจ็ อย่างสมบรู ณ์ไดด้ ้วยความชว่ ยเหลอื อย่างยง่ิ จากครูปรีดา บัวยก คณุ ครทู ่ีปรึกษา ทไี่ ด้ใหค้ ำแนะนำปรกึ ษา และให้ข้อมลู ตา่ งๆขอกราบขอบพระคณุ อยา่ งสงู ซง่ึ สละเวลาในการ แนะแนวทางและให้ความรใู้ นการทำโครงงาน อนึง่ ผวู้ ิจัยหวงั ว่า งานวิจยั ฉบับนี้จะมีประโยชนอ์ ย่ไู ม่น้อย จงึ ขอมอบสว่ นทงั้ หมดนใ้ี ห้แก่เหลา่ อาจารย์ ที่ไดป้ ระสิทธป์ิ ระสาทวิชาจนทำใหผ้ ลงานวจิ ัยเปน็ ประโยชน์ต่อผู้เก่ียวขอ้ งและขอมอบความกตญั ญูกตเวทติ า คณุ แด่ บิดา มารดา และผมู้ ีพระคณุ ทกุ ท่าน ตลอดจนเพื่อนๆท่คี อยให้ความชว่ ยเหลือและกำลังใจสำหรบั การ ทำโครงงาน คณะผจู้ ัดทำ
สารบญั เร่ือง หน้า บทคัดย่อ ก กิตตกิ รรมประกาศ ข สารบญั ค สารบญั ตาราง ง สารบญั ภาพ จ บทที่1 บทนำ 1 1 ทมี่ าและความสำคัญของโครงงาน 1 วัตถุประสงค์ 1 ขอบเขตการศกึ ษา 1 สมมุติฐานการทดลอง 1 ตัวแปรท่ีศกึ ษา 1-2 นิยามศพั ท์ 3 บทท่ี2 เอกสารที่เกีย่ วขอ้ ง 3-6 เอกสารทีเ่ กีย่ วขอ้ ง 3-6 โครงงานวิทยาศาสตรท์ ่ีเก่ียวขอ้ ง 7 บทท่ี3 วิธกี ารดำเนนิ การทดลอง 8 บทท่ี4 ผลการทดลอง 9 บทท่ี5 สรุปผลและอภิปรายผลการทดลอง 10 บรรณานุกรม 11-12 ภาคผนวก
สารบญั ตาราง หนา้ 8 ตารางท่ี 4.1 ผลการวิเคราะห์ประสิทธภิ าพของกระถางตจน้ ไม้จากขุยมะพร้าว
สารบญั ภาพ ภาพที่1 หนา้ ขุยมะพร้าว 3 กาวแป้งเปียก 5 กระถางตน้ ไม้ 6
บทท่ี1 บทนำ 1.1 ทมี่ าและความสำคญั จากการท่ไี ดศ้ ึกษาเรือ่ งของกระถางตน้ ไม้จากขยุ มะพรา้ ว จงึ คดิ สร้างสรรคผ์ ลงานเรอ่ื งกระถางต้นไม้ จากธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องทส่ี ำคญั ตอ่ ชวี ิตประจำวนั ของมนษุ ย์ทุกคน กระถางตน้ ไมท้ ีท่ ำจากธรรมชาติ ท่ีได้ ศกึ ษามาน้ัน มีสง่ิ ท่ีจำเปน็ ตอ่ โลกและมนุษย์ เช่น การลดภาวะโลกรอ้ นโดยวิธที ่กี ำจดั กระถางตน้ ไม้ได้ปลอดภยั กวา่ กระถางทีท่ ำจากพลาสตกิ ไม่ทำใหเ้ กดิ แก๊สพิษในอากาศขณะที่ทำลายสง่ิ ท่ีนำมาทดลองทำมี 1 ประเภท คอื ขยุ มะพรา้ ว วสั ดธุ รรมชาติพวกนี้มีประโยชน์ตอ่ มนษุ ย์ได้อกี มากมาย คอื สามารถนำมาประดษิ ฐ์เป็น เคร่ืองมือการเกษตรได้ และยังสามารถใช้เป็นปุย๋ ตกแตง่ สวนใหส้ วยงาม ชว่ ยทำให้ดินอ้มุ น้ำได้ดขี ึ้น และชว่ ยให้ พืชทป่ี ลูกไวม้ คี วามเจริญเติบโตไดอ้ ย่างสมบูรณ์ จากความสำคัญของวัสดธุ รรมชาติ ขยุ มะพรา้ วเป็นที่น่าสนใจที่ทำให้อยากทราบวา่ กระถางตน้ ไมท้ ่ีทำ จากขยุ มะพร้าว กระถางต้นไม้แบบใดจะคงทน การอุม้ นำ้ ได้มากกวา่ เราจึงไดจ้ ดั ทำโครงงานน้ีขึ้นมาเพื่อศึกษา คน้ ควา้ และทำการทดลองทำกระถางต้นไม้จากขุยมะพรา้ ว เพราะเป็นวสั ดุทห่ี าไดง้ า่ ยภายในชมุ ชน ทางกล่มุ โครงงานวทิ ยาศาสตร์จงึ เล็งเห็นความสำคัญในการลดภาวะโลกรอ้ น รวมท้ังการใช้ประโยชน์ จากขุยมะพร้าวท่เี หลอื ทง้ิ จึงคดิ รเิ ร่มิ ทำโครงงานวทิ ยาศาสตร์ เร่ืองกระถางตน้ ไม้จากขุยมะพร้าว เพอื่ เป็นการ เพ่มิ มูลค่าใหก้ บั ขยุ มะพรา้ วและเป็นการช่วยเพิ่มรายได้ใหก้ ับคนในชุมชน 1.2 วตั ถปุ ระสงค์ 1.2.1 เพอ่ื ศกึ ษาความสำคญั ของวัสดธุ รรมชาติทอี่ ยู่รอบๆตัวเรา นำมาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์กับตวั เราได้ 1.2.2 เพอ่ื ทดลองวา่ กระถางตน้ ไมส้ ามารถนำมาใชป้ ระโชนไ์ ด้ 1.2.3 เพ่อื ลดภาวะโลกรอ้ น ลดแก๊สพษิ ในอากาศได้ 1.3 ขอบเขตการศึกษา 1.3.1 ปรมิ าณของขยุ มะพรา้ ว 1.3.2 ปรมิ าณของแป้งเปียก 1.3.3 ปริมาณของน้ำท่ผี สมในแปง้ เปียก 1.4 สมมตุ ฐิ านการศึกษาค้นควา้ 1.4.1 กระถางตน้ ไมจ้ ากขยุ มะพร้าวเป็นวสั ดุท่มี มี าตามธรรมชาติ 1.4.2.กระถางตน้ ไมจ้ ากขุยมะพรา้ วสามารถนำมาใชป้ ลูกตน้ ไม้ได้จริง 1.4.3 การนำขุยมะพร้าวมาทำกระถางต้นไม้ชว่ ยลดขยะในการนำไปเผาทำลายสามารถนำมาใชป้ ระโยชน์ได้อกี อยา่ งหน่งึ แทนท่ีจะไปเผาทำลายใหเ้ กิดควันแก๊สพิษในอากาศ 1.5 ตวั แปรท่ีเกี่ยวขอ้ ง 1.5.1 ตวั แปรตน้ ,ขยุ มะพรา้ ว 1.5.2 ตวั แปรตาม,ปรมิ าณแปง้ เปยี ก 1.5.3 ตวั แปรควบคุม,แปง้ เปียก,ปรมิ าณขยุ มะพร้าว,ปรมิ าณนำ้ ท่ีผสมในแปง้ เปียก 1.6 นิยามศพั ท์ 1.6.1 ตวั แปรตน้ หมายถึง ตวั แปรทกี่ ำหนดข้ึนมาเพ่อื ทดสอบสมมตุ ิฐาน เปน็ ตวั แปรท่ีเราเปล่ียนไปเพอ่ื จะดผู ล
ทตี่ ามมาหรือสิงท่ตี ้องทำให้ตา่ งกัน 1.6.2 ตัวแปรตาม หมายถึง ตวั แปรท่ีเปล่ียนไปตามตัวแปรต้น 1.6.3 ตัวแปรควบคุม หมายถึง ตวั แปรท่ีสง่ ผลต่อการทดลอง อาจทำให้การทดลองของเราคลาดเคล่อื น จงึ ต้อง ควบคมุ เอาไว้
บทท่ี2 เอกสารทเ่ี กยี่ วข้อง ในการจัดทำโครงงานวทิ ยาศาสตร์เร่อื งกระถางต้นไม้จากขุยมะพรา้ ว มจี ุดม่งุ หมายของการศกึ ษาค้นควา้ เพอ่ื ศึกษา ความสำคัญของวัสดธุ รรมชาติทีอ่ ยรู่ อบๆตัวเรา นำมาใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์กบั ตวั เราได้และทดลองวา่ กระถางต้นไมส้ ามารถ นำมาใช้ประโชนไ์ ด้ เอกสารที่เกยี่ วข้องมีดงั น้ี 2.1เอกสารที่เกยี่ วขอ้ ง ขอ้ มลู ของพชื ขุยมะพร้าว ภาพที่2.1 ขยุ มะพร้าว ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Cocos nucifera L. var. nucifera. ชอื่ สามญั Coconut ชือ่ พืน้ เมือง ขยุ มะพรา้ ว (ภาคกลาง) , ย่อ (ภาคใต้) , ดุง (ชอง-จนั ทบรุ ี ) , โพล (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ หมากหรอื ปาลม์ ลำต้นส่วนมากตงั้ ตรงสงู ชะลดู ประมาณ 20 - 30 เมตร มรี อยเปน็ ปลอ้ งถ่ตี ลอดลำตน้ ลกั ษณะกลม เปลอื กต้นแขง็ สีเทา ขรขุ ระ ไมม่ ีกง่ิ ก้านสาขา ซึ่งช่วงแรกจะเจริญเติบโต ในทางกว้างหรอื หนาจนไดข้ นาดแลว้ จึงขยายทางด้านความสูง ใบ เปน็ ใบประกอบแบบขนนก ออกเรยี ง สลบั กันบนกา้ น ลกั ษณะใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่ โคนใบตัด ขอบใบเรียบ ปลายใบเรยี วแหลม แผ่นใบเรยี บ แคบยาวมสี ีเขยี ว เสน้ กางใบเปน็ กา้ นแข็ง เสน้ ใบขนานตามยาวของแผน่ ใบ กา้ นใบหรอื ทางมะพรา้ วจะเกิดที่ ยอด ดอก ออกดอกเป็นชอ่ แบบช่อแยกแขนง ออกช่อตามบริเวณกาบทีห่ ุ้ม ในชอ่ หน่ึงมที ้ังดอกเพศผแู้ ละดอก เพศเมีย โดยดอกเพศผู้จะอยปู่ ลายชอ่ สว่ นดอกเพศเมียจะอยบู่ ริเวณโคนช่อ ดอกย่อยมขี นาดเล็กแบบสมมาตร ตามรศั มี มกี ลีบดอกรวมสองชั้นๆ ละ 3 กลีบ มีสีขาวนวล ช่อดอกมะพรา้ วเรียกว่า จนั่ และถา้ มีกาบหมุ้ เรยี กวา่ งวงมะพร้าว ผล เปน็ ผลเด่ยี วเมล็ดเดียว แขง็ ลักษณะเป็นรปู ทรงกลมโต มเี ปลือกผลเป็นเส้นใยหนา ผวิ เปลือก เรียบเกลีย้ ง เปน็ มนั มีสเี ขยี ว เม่อื แก่จะมีสนี ำ้ ตาล ออกผลเปน็ พวงเรยี กวา่ ทะลาย เมล็ด กลมมีเอนโดสเปริ ม์ (endosperm : อาหารสำหรับเลี้ยงต้นอ่อน) มีเปลือกแข็งเรยี กกวา่ กะลา มีเนอื้ ในสขี าวอยใู่ นกะลา ภายใน เมลด็ จะกลวง เมอ่ื ผลยังออ่ นจะมีนำ้ มะพร้าวเตม็ ประโยชน์ทางยา เปลือกต้น ใช้เปลือกตน้ สดเผาไฟให้เป็นเถ้า เป็นยาแกเ้ จ็บปวดฟนั และใช้ทาแก้หิด
เปลอื กผล ใชเ้ ปลอื กผลแกท่ ่ีแหง้ แลว้ นำมาใช้เปน็ ยาแกโ้ รคกระเพาะ แกอ้ าเจยี น และใช้ในการหา้ ม เลอื ด เลอื ดกำเดาไหล และแก้ปวด เนอ้ื ในเมลด็ หรอื เนอื้ มะพรา้ ว ใชเ้ น้อื มะพร้าวสดหรอื แห้ง ขดู ใสน่ ้ำแล้วนำมาเค่ยี วเอาน้ำมันรบั ประทาน เปน็ ยาขับปัสสาวะ ขบั พยาธิ แกไ้ ข แกก้ ระหายนำ้ เป็นยาบำรุงกำลัง น้ำมะพร้าว รสหวานเคม็ ใช้น้ำมะพร้าวสดดื่มเปน็ ยาระบาย แก้ท้องเสยี ขบั ปัสสาวะ แกพ้ ิษ แกก้ ระหาย น้ำ แก้อาเจยี นเปน็ โลหิต แกอ้ ่อนเพลีย บำรงุ หัวใจ ส่วนน้ำมะพรา้ วอ่อนมรี สมัน ใช้แก้พษิ ตา่ งๆ เช่น ด่มื แกพ้ ิษ สลอด ใช้ด่ืมและล้างหน้าแกพ้ ษิ ยาเมา ยารมที่ทำใหง้ ่วงนอนหรอื สลบ ดอก รสฝาดหวานหอม ดอกสดอ่อนต้มน้ำดม่ื แกท้ อ้ งเสีย แกเ้ จบ็ ปากและคอ กินเปน็ ยาแกไ้ ข้ แก้ท้องเดนิ แกโ้ ลหิต บำรงุ โลหติ แก้ร้อนในกระหายน้ำ แกป้ ากเป่ือย เปลือกเมล็ดหรือกะลา ใชก้ ะลาแหง้ นำมาเผาให้เป็นถา่ นดำแลว้ บดใหล้ ะเอียดผสมน้ำด่มื แก้ท้องเสยี แก้ปวด กระดูกและเอ็น ราก รสฝาดหวานเย็น ใช้รากสดต้มนำ้ ด่ืมเปน็ ยาแกท้ อ้ งเสยี ขับปัสสาวะ ใช้อมหรือบ้วนแก้เจ็บปากเจบ็ คอ เป็นยาขบั พยาธิ แกป้ วดฟัน น้ำมนั มะพรา้ ว รสมัน เป็นยาบำรุงกำลงั ทาแกโ้ รคผิวหนัง แกก้ ลากเกล้อื น แผลน้ำรอ้ นลวก ทาแกป้ วดเมอ่ื ย และขดั ตามเส้นเอ็น ใช้ทารกั ษาเสน้ ผม ใช้ทาผิวหนังท่แี ตกเปน็ ขุย, เจอื กับยาท่มี รี สฝาด เชน่ ผสมน้ำปูนใส รกั ษาแผลไฟไหม้ น้ำรอ้ นลวก
ภาพ2.2 กาวแป้งเปียก แปง้ เปียก คือ แป้งมนั สำปะหลงั กวนกับน้ำบนเตาไฟให้เหนยี ว สีใสๆ นำมาใชแ้ ทนกาว ติดถุงกระดาษ ใช้ ทำงานประดษิ ฐ์ และยังเป็นที่นยิ มในกลุ่มของช่างตดั เยบ็ เส้อื ผ้า โดยใช้อัดปกเสอ้ื ขอบกางเกง หรืออัดจีบเสอื้ และกางเกงอีกด้วยคุณสมบตั ิของแปง้ เปยี กมีฤทธิเ์ ยน็ สามารถนำมาใช้รกั ษาผวิ หนงั ในกรณีที่ผวิ โดนนำ้ ร้อน ลวก โดนไฟลวก ผิวไหม้ เปน็ ตน้ โดยนำแป้งเปียกมาทาพอกไว้ทผี่ ิวบริเวณทีม่ อี าการในทนั ที แป้งเปียกจะช่วย ลดพลงั งานความร้อนสะสมในบริเวณผิวท่โี ดนความรอ้ น ชว่ ยรกั ษาสภาพของเนอ้ื เยื่อไม่ใหถ้ กู ทำลาย เมื่อทา พอกไว้จะรู้สึกเย็น ทิ้งไวส้ กั พัก เม่อื หมดฤทธิ์เย็นก็เช็ดล้างออกแล้วพอกใหม่ ทำอย่างนี้ตอ่ เนอ่ื ง อาการผวิ แสบ ร้อนก็จะทเุ ลา ลดรอยแดง ลดการเกิดแผลพพุ องได้
ภาพท่ี2.3 กระถางตน้ ไม้ กระถาง ตามพจนานุกรมฉบับราชบณั ยสถาน พ.ศ.2525 หมายถึง\"ภาชนะทม่ี ปี ากกว้างรูปแบบต่างๆ ใช้ สำหรบั ปลูกต้นไม้หรือใสน่ ำ้ \" ทำมาจากดิน หรอื พลาสติกหรอื เซรามกิ มรี รู ะบายนำ้ ทกี่ ้น และมี ถาดรองรับ นำ้ เขา้ ชดุ กนั ขนาดรูปทรงและสีสนั แตกตา่ งกันไปตามความนิยมใช้สำหรบั ตกแตง่ สภาพภายในอาคารให้ สวยงามเพมิ่ ข้ึน
บทที่3 วธิ ดี ำเนินการทดลอง วัตถุดบิ วัสดอุ ปุ กรณ์ เคร่ืองมอื และสารเคมี 1.วัตถุดบิ ชนดิ อปุ กรณ์ จำนวน ขุยมะพร้าว 500 g กาวแป้งเปียก 350 g 2.วัสดอุ ุปกรณ์และเครือ่ งมอื จำนวน ชนดิ อปุ กรณ์ 1ใบ กระถางตน้ ไม้ วธิ ีการทดลอง 1.นำขยุ มะพรา้ ว500กรมั มาผสมกบั แป้งเปียก300กรัม 2.ใช้มอื นวดแปง้ เปียกกับใยมะพรา้ วใหเ้ ข้ากัน 3.นำแป้งเปียกท่ีผสมกับใยมะพรา้ วใส่ในกระถางตน้ ไมพ้ ลาสติกทเ่ี ตรยี มไว้ 4.กดแป้งเปียกท่ผี สมกับในมะพรา้ วทอ่ี ย่ใู นกระถางให้แน่น 5.นำกระถางพลาสติกอกี ใบมากดท่ีบนตรงกลางกระถางให้เป็นหลุมตรงกลางแล้วทงิ้ ไว้ใหแ้ หง้ 6.ค่อยๆ แกะใยมะพร้าวท่ผี สมกับแป้งเปยี กออกอยา่ งเบามอื แล้วทง้ิ ไว้ให้แหง้ ประมาณ 2-3 วนั
บทที่4 ผลการทดลอง จากการศกึ ษาเร่ืองกระถางตน้ ไม้จากขยุ มะพร้าวมจี ดุ มุ่งหมายของการศกึ ษาขนั้ ตอนและวิธที ำ และ ประสิทธภิ าพของกระถางต้นไมจ้ าสกขุยมะพรา้ ว สามารถนำไปเสนอผลวเิ คราะห์ขอ้ มูล 4.1 ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกระถางตจ้นไมจ้ ากขยุ มะพรา้ ว ปรมิ าณขุยมะพรา้ วและกาวแป้งเปียก ประสิทธภิ าพในการอมุ้ นำ้ และความคงทน ขยุ มะพรา้ ว /กรมั กาวแปง้ เปียก/กรมั ดมี าก ดี ปาน ไมด่ ี กลาง 300 กรมั 100 กรมั ✓ 200 กรัม ✓ 250 กรมั 300 กรัม ✓ ✓ 4.2 ผลการวเิ คราะหป์ ญั หาและข้อเสนอแนะ - ใยมะพรา้ วอมุ้ นำ้ ได้ดีถา้ ใส่แปง้ เปยี กให้มีความเข้มขน้ มากยิ่งขน้ึ -กระถางใยมะพร้าวจะมอี ายุการใช้งานประมาณ 6 – 12 เดือนหรอื อาจนานกว่านนั้ ข้นึ อยกู่ บั ประเภทต้นไม้ทปี่ ลูก
บทท่ี สรปุ ผลและอภปิ รายผลการทดลอง จากการศกึ ษาทดลองพบว่ากระถางต้นไม้ทที่ ำจากขุยมะพรา้ วคงทน ระยะการใช้เวลาในการประดิษฐ์ กระถางต้นไมจ้ ากธรรมชาติ 2-3 วนั ปรมิ าณของแป้งเปียกท่ผี สมกับขยุ มะพรา้ วต้องพอดแี ละปริมาณแปง้ เปียกตอ้ งพอดีและเหมาะสมกบั ปรมิ าณขยุ มะพร้าว น้ำหนกั เบา ควบคมุ ความชน้ื ไดด้ ี สามารถนำไปปลูกลงดิน ได้ท้ังกระถาง กระถางต้นไมท้ ี่ทำจากขุยมะพรา้ วมคี วามสามารถในการอมุ้ น้ำไดด้ ี และกระถางต้นไม้ท่ที ำ จากขุยมะพร้าวมีการอมุ้ น้ำ 69 เปอร์เซ็นต์ เน่อื งจากปริมาณของแปง้ เปียกมคี วามเขม้ ข้นพอดี เพราะฉะนน้ั กระถางต้นไม้ท่ที ำจากขยุ มะพรา้ วมอี ตั ราการอมุ้ นำ้ ไดด้ ีกระถางขยุ มะพรา้ วจะมอี ายุการใช้งานประมาณ 6 – 12 เดือนหรืออาจนานกวา่ น้ัน ข้นึ อยู่กบั ประเภทตน้ ไมท้ ีป่ ลูก ถ้าเรานำไปปลูกต้นไมท้ ม่ี ีรากแก้ว และ เจริญเติบโตไว อายุกระถางจะสน้ั ลง เหมาะสำหรับการใช้เป็นที่เพาะต้นกล้าเพอื่ นำลงปลกู ในดินท้ังกระถาง แต่ ถา้ ปลูกต้นไม้เล็ก และไมไ่ ดน้ ำลงดิน ก็จะมีอายุการใช้งานท่ีคอ่ นข้างนาน กอ่ นที่จะเรมิ่ ยอ่ ยสลาย
บรรณนานุกรม kaset.today 2563 ขยุ มะพร้าว ผศ.สุจิน สุนยี ์ 2014 วิธีทำกระถางต้นไม้จากขยุ มะพรา้ ว อ.โชตอิ นนั ต์ และคณะ. 2551 มะพรา้ วสมุนไพรไทย
ภาคผนวก ภาพท1่ี ภาพที่2 นำขุยมะพรา้ ว500กรัม มาผสมกบั แป้งเปียก300กรัม ใช้มอื นวดแปง้ เปียกกบั ใยมะพรา้ วให้เข้ากนั ภาพท่ี3 ภาพที่4 นำถงุ พลาสตกิ มาใสใ่ นกระถางทเี่ ตรยี มไว้ กดแปง้ เปยี กท่ีผสมกับในมะพรา้ ว ทอ่ี ยู่ในกระถางใหแ้ นน่
ภาพท่ี6,7 คอ่ ยๆ แกะใยมะพรา้ วทผี่ สมกบั แป้งเปยี กออกอย่างเบามือ แล้วทง้ิ ไวใ้ ห้แหง้ ประมาณ 2-3 วนั ภาพท่ี8 กระถางต้นไม้จากขยุ มะพร้าวทีเ่ สรจ็ สมบูรณ์แล้ว
Search
Read the Text Version
- 1 - 19
Pages: