บทบาทของผู้บริหารในองค์กร ผศ. ดร. จติ รกร โพธ์ิงาม
ประวตั ิวทิ ยากรผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จติ รกร โพธ์ิงาม ภูมลิ าเนา จงั หวดั อบุ ลราชธานี การศึกษา ปริญญาตรี ศศ.บ. การพฒั นาชุมชน ปริญญาโท ศศ.ม. ไทยคดีศึกษา ปริญญาเอก ปร.ด. ไทศึกษา ตาแหน่งปัจจุบนั คณบดคี ณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุบลราชธานี
“Social Capital” and CommunityGovernance Samuel Bowles Santa Fe Institute and University of SienaAvercamp, On the Ice
บทบาทของผู้บริหารในองค์กรจะให้ความสาคญั กบั ประเด็นต่อไปนี้ แนวคดิ ในการบริหาร 1.ธรรมาภิบาลแบบตะวนั ตก และ 2.ธรรมาภบิ าลแบบตะวันออก บทบาทของผู้บริหารจะขนึ้ กบั 1.ทม่ี าของผู้บริหาร 2.ธรรมชาติ ขององค์กร 3.วฒั นธรรมองค์กร 4.เหตุผลขององค์กร กรณีศึกษาของการบริหาร 1.แบบอนุรักษ์นิยม 2.แบบก้าวหน้า
แนวคดิ ในการบริหาร ธรรมาภิบาลแบบตะวันตก ธรรมาภบิ าลแบบตะวนั ออก
ธรรมาภิบาล (Good Governance) กระบวนทัศน์ใหม่ของการบริหาร ธรรมาภบิ าล (Good Governance) กาลงั เป็ นเรื่องทพี่ ูดกนั บ่อย และเป็ นเรื่องทไี่ ด้ถูกนามา ประยุกต์ใช้ในการบริหารทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็ น ภาครัฐ รัฐวสิ าหกจิ ธุรกจิ เอกชน และองค์การ ปกครองส่วนท้องถิ่น เป็ นต้น
Good Governance :ธรรมาภิบาลแบบตะวนั ตกคนทน่ี าคาว่า “ธรรมาภิบาล” มาใช้ในเมอื งไทยในยุคแรก ๆ คอื นายอานันท์ ปันยารชุน และ นายธีรยุทธ บุญมี ใช้ศัพท์คาว่า “ธรรมรัฐ” มาต้งั แต่ยุคปีพ.ศ.2541 ที่เสนอให้มีการบริหารราชการแผ่นดินอย่าง “โปร่งใส”
จากน้ันคาว่า “โปร่งใส” กถ็ ูกนามาใช้อย่าง แพร่หลาย ในความหมายว่า เป็ นการ บริหารตามหลกั “ธรรมาภบิ าล” ซึ่งเป็ นคา ทีแ่ ปลมาจากคาภาษาองั กฤษอกี ต่อหน่ึง
“ธรรมาภบิ าล” แปลจากภาษาองั กฤษว่า “Good Governance”หมายถึง การบริหารบ้านเมืองทโี่ ปร่งใส มคี ุณธรรมและจริยธรรม ในภาคเอกชนจะใช้คาว่า “บรรษทั ภิบาล” หรือ “การกากบั ดูแล กจิ การทด่ี ี” แปลจากภาษาองั กฤษว่า “corporate governance” หรือ “corporate social responsibility” ที่มักเรียกส้ัน ๆ ว่า “CSR”
ในความหมายอย่างไทย ธรรมาภิบาล มาจากคาว่า ธรรมะ และ อภบิ าล ซ่ึงภาษาองั กฤษใช้คาว่า Good และ Governance เมือ่ นามารวมกนั หมายถึง “การบริหารจดั การทีด่ ี” การบริหารแบบธรรมาภบิ าล ทาให้ผ้มู สี ่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม “Stakeholder” ได้ในส่วนทเ่ี ขาควรจะได้ด้วยวธิ ีการ บริหารทโ่ี ปร่งใส ตรวจสอบได้ มคี วามรับผดิ ชอบ ยดึ มน่ั ในหลกั คุณธรรมและตอบสนองความต้องการของคนทเ่ี กยี่ วข้องอย่างมี ประสิทธิภาพ
การบริหารบ้านเมอื งทดี่ ี ใช้คาว่า Public Good Governance ถ้าวธิ ีการจดั การบริษัททด่ี ี ใช้คาว่า Corporate Good Governance ส่วนวธิ ีการบริหารระหว่างประเทศทด่ี ี ใช้คาว่า International Good Governance
เพราะฉะน้ัน ในการบริหารทดี่ ี กค็ อื กระบวนการบริหารเพอ่ื ให้เกดิ ประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่ ายทเี่ กยี่ วข้อง ในทุกกล่มุ “Stakeholder” ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลกู ค้า ผู้รับบริการ พนักงาน
ธรรมาภบิ าล (Good Governance)ธรรมาภิบาล มหี ลกั การที่สาคญั ดงั นีค้ อื ความโปร่งใส (transparency) อธิบายได้ (accountability) ความรับผดิ ชอบ (responsibility)
ธรรมาภบิ าล (Good Governance) องค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ ได้ให้ความสาคญั กบั เรื่อง ธรรมาภิบาลมาต้งั แต่ต้นศตวรรษท่ี 20 ไม่ว่าจะ เป็ นองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกจิ และการพฒั นา (OECD), ธนาคารโลก (the World Bank) UNDP, UNCTAD, และ lLO ในทศั นะของธนาคารโลก ธรรมาภบิ าลเป็ นองค์ประกอบทสี่ าคญั ของ นโยบายเศรษฐกจิ ทดี่ ี (Sound economic) โดยภาครัฐต้อง คานึงถงึ ประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความรับผดิ ชอบ รวมท้งั มี กรอบกฎหมายและนโยบายทมี่ คี วามแน่นอนและชัดเจน ซ่ึงเป็ นส่ิงสาคัญ อย่างยงิ่ สาหรับประสิทธิภาพของระบบตลาดและการพฒั นาเศรษฐกจิ
ในทศั นะของธนาคารโลก ธรรมาภบิ าลเป็ นองค์ประกอบทส่ี าคญั ของนโยบายเศรษฐกจิ ทดี่ ี (Sound economic) โดยภาครัฐต้องคานึงถึงประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความรับผดิ ชอบ รวมท้งั มกี รอบกฎหมายและ นโยบายทม่ี คี วามแน่นอนและชัดเจน ซ่ึงเป็ นส่ิง สาคญั อย่างยง่ิ สาหรับประสิทธิภาพของระบบตลาด และการพฒั นาเศรษฐกจิ
ธนาคารโลก (World Bank) ได้วดั ธรรมาภบิ าลไทยในหลายด้าน พบว่าได้ขาดความเป็ นธรรมในการคุ้มครองทางกฎหมายแก่ประชาชน ทวั่ ไปในสังคม ท้งั ยงั มกี ารทร่ี ัฐได้เข้าแทรกแซงกจิ การต่าง ๆ ของภาครัฐ เช่น รัฐเข้าแทรกแซงตลาดสินเชื่อ การส่งเสริมเอสเอม็ อใี นโครงการต่าง ๆ การส่งเสริมโอทอ็ ป การต้งั บริษทั ต่าง ๆ ของภาครัฐ เป็ นต้น
หลกั ธรรมาภิบาล หมายถงึ แนวทางในการจดั ระเบยี บสังคมของประเทศ ให้อยู่ร่วมกนั ได้อย่างสงบสุข และต้งั อยู่ในความถูกต้องเป็ นธรรม ตาม หลกั พนื้ ฐานการบริหารบ้านเมอื ง คอื1.หลกั นิติธรรม (the Rule of Law)หมายถงึ การปกครองโดยยดึ หลกั กฎหมาย เพอื่ ให้ความคุ้มครองแก่ประชาชน ท้งั ในเร่ืองสิทธิเสรีภาพในทรัพย์สิน การแสดงออก การดารงชีพ เป็ นต้น
2. หลกั คุณธรรม (Virtues) หมายถึง การยดึ มนั่ ในเรื่องความ ถูกต้องดงี าม การส่งเสริมให้มี จริยธรรมและคุณธรรมของผู้ดารง ตาแหน่งในทางการเมอื ง และ มาตรการลงโทษผู้ดารงตาแหน่ง ทางการเมอื งทขี่ าดจริยธรรมและ คุณธรรม3. หลกั ความโปร่งใส (Transparency) หมายถึง การปรับปรุงกลไก การทางานขององค์การให้มคี วามโปร่งใส เปิ ดเผยข้อมูลข่าวสาร และมกี ระบวนการให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและตรวจสอบได้
4. หลกั การมสี ่วนร่วม (Participation) หมายถงึ การเปิ ดโอกาสให้บุคลากรหรือผู้มี ส่วนเกยี่ วข้องมสี ่วนรับรู้ มสี ่วนร่วม และเสนอความคดิ เห็นต่อการตดั สินในองค์การ 5. หลกั ความรับผดิ ชอบ (Accountability) หมายถึง การตระหนกั ในสิทธิและหน้าที่ มีสานึกในความ รับผดิ ชอบต่อสาธารณะ กระตือรือร้นในการแก้ปัญหา และเคารพในความคดิ เห็นที่แตกต่าง 6. หลกั ความคุ้มค่า (Cost-effectiveness) หมายถงึ การบริหารจดั การและใช้ทรัพยากรทมี่ ีจากดั เพอ่ื ให้เกดิ ความประหยดั ใช้วสั ดุอุปกรณ์อย่างคุ้มค่า และรักษาทรัพยากรธรรมชาตใิ ห้สมบูรณ์ยง่ิ ขนึ้
ทศพธิ ราชธรรม : ธรรมาภิบาลแบบตะวนั ออก ทาน ศีล บริจาค ความซ่ือตรง ความอ่อนโยน ความเพยี ร ความไม่โกรธ ความไม่เบยี ดเบียน ความอดทน ความเทยี่ งธรรม
สังคหวตั ถุ 4หมายถงึ หลกั ธรรมทเ่ี ป็ นเคร่ืองยดึ เหนี่ยวนา้ ใจของผู้อน่ื ผูกไมตรี เออื้ เฟื้ อเกอื้ กลู เป็ นหลกั การสงเคราะห์ ซึ่งกนั และกนั 4 ประการคอื ทาน คอื การให้ การเสียสละ ปิ ยวาจา คอื การพูดด้วยถ้อยคาทไี่ พเราะอ่อนหวาน อตั ถจริยา คอื การสงเคราะห์ทุกชนิด สมานัตตา คอื การเป็ นผู้สมา่ เสมอ เสมอต้นเสมอปลาย
พรหมวหิ าร 4พรหมวหิ าร แปลวา่ ธรรมของพรหม หรอื ธรรมของทา่ นผเู้ ป็ นใหญ่ มี 4 ประการดงั น้ี เมตตา คอื ปรารถนาใหผ้ อู้ นื่ ไดร้ บั ความสขุ กรณุ า คอื ชว่ ยปลดเปลอื้ งใหผ้ อู้ น่ื พน้ ทกุ ข์ มทุ ติ า คอื ยนิ ดเี มอื่ ผอู้ น่ื ไดด้ ี อเุ บกขา คอื รจู้ กั วางเฉย
ความหมายของการบริหารทีด่ ี การบริหารงานท่ดี ี มคี วามสาคัญท้งั ในแง่เป้ าหมายและ ในแง่วธิ ีการ ในการบริหารงานน้ันต้องมีปัจจัยท่ี เกย่ี วข้องคอื 1. งาน 2. คน 3. เงนิ การบริหารทด่ี ี ต้องต้งั เป้ าหมายซึ่งมี 2 ส่วน คอื 1. เป้ าหมายตามพนั ธกจิ 2. เป้ าหมายที่เป็ นการบริหารจดั การทดี่ ี
จิตวทิ ยาในการทางานในฐานะผู้บริหาร การบริหารตามหลกั การของพทุ ธศาสนา มี 5 ข้อดงั นี้ 1. ศรัทธา คอื มศี รัทธาในส่ิงทที่ า 2. พาหุสัจจะ คอื ต้องเป็ นคนตามโลก อ่านมาก ฟังมาก 3. วริ ิยารัมภะ คอื ต้องมคี วามกล้าหาญและความเพยี ร 4. ศีล คอื ต้องมศี ีลธรรม 5. ปัญญา คอื ต้องแก้ปัญหาด้วยสตปิ ัญญา ไม่ใช้อารมณ์
ผู้บริหารต้องทาตนให้เป็ นทร่ี ัก การทาตนให้เป็ นทร่ี ักของผู้ใต้บงั คบั บญั ชาและบุคคลรอบข้าง ตาม หลกั การพุทธศาสนาสอนไว้ดงั นี้ 1. ทาน คอื การให้ ท้งั ทเ่ี ป็ นส่ิงของ ความรู้ ความเมตตา กาลงั ใจ ชมต่อหน้า ว่ากล่าวตักเตอื นในทล่ี บั 2. ปิ ยะวาจา คอื การใช้วาจาทอี่ ่อนหวานต่อกนั พระพทุ ธเจ้าสอนว่า วาจาทมี่ ปี ระโยชน์มี 5 ข้อ ได้แก่ 1) พดู อย่าง มที ม่ี า ทอ่ี ้างองิ ไม่พูดลอย ๆ ตามอารมณ์ 2) พูดแต่ความจริง 3) พดู ถูกกาลเทศะ 4) พูดมปี ระโยชน์ 5) พูดให้ไพเราะนิ่มนวล 3. อรรถจริยา คอื อะไรทเี่ ป็ นประโยชน์ต้องทา 4. สมานัตตะตา ผู้บริหารต้องเสมอต้นเสมอปลาย คอื มี วุฒิภาวะทางอารมณ์
ระดบั ของการบริหารผู้บริหารระดบั สูง ผู้บริหารระดบั สูง หรือ นักบริหารระดบั สูง มาจากภาษาองั กฤษว่า “CEO” CEO มาจากคาเต็มว่า “Chief Executive Officer” หมายถึง หัวหน้าหน่วยงาน หรือผู้นาในการทางานและงานน้ันเป็ น ภารกจิ เฉพาะทตี่ ้องทาให้สาเร็จ ในสหราชอาณาจกั รและประเทศในเครือจกั รภพ ใช้คาว่า CEO หมายถึงหัวหน้าผู้บริหารสูงสุดในหน่วยงานสาธารณะหรือของรัฐ ในขณะทบี่ ริษทั เอกชนในองั กฤษใช้คาว่า “Managing Director” หรือ “ผู้จดั การใหญ่” หรือ “ผู้อานวยการ”
ระดบั ของการบริหาร ในประเทศไทยได้นา CEO มาใช้ในวงการบริหารผู้บริหารระดบั สูง ราชการแผ่นดนิ เช่นเรียก “ผู้ว่า CEO” ทเ่ี ป็ นหัวหน้า สูงสุดระดบั จังหวดั ทตี่ ้องพฒั นายุทธศาสตร์ขนึ้ มาเอง และ บริหารจดั การอย่างมยี ุทธศาสตร์ ไม่ใช่รอรับนโยบายจาก ส่วนกลางแต่เพยี งอย่างเดยี ว
ระดบั ของการบริหาร ผู้บริหารระดบั กลาง หมายถึง รองหัวหน้าหน่วยงาน ผู้อานวยการผู้บริหารระดบั กลาง ผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ าย ทม่ี บี ทบาทสาคญั ในการผลกั ดนั ให้กลยุทธ์ การดาเนินงานขององค์กรเป็ นไปได้จริงในส่วนของปฏบิ ตั กิ าร ในเมอื งไทยมหี ลกั สูตรอบรมผู้บริหารระดบั กลางและผู้ปฏิบตั งิ าน ในส่วนภูมภิ าค เพอื่ เตรียมการสาหรับการเป็ นนักบริหารมอื อาชีพ โดยการเพมิ่ ความรู้และทกั ษะ รวมท้งั ประสานความร่วมมอื ในการ ทางานเป็ นทมี อย่างมปี ระสิทธิภาพ
บุคลกิ ภาพของนักบริหารยุคใหม่ 1. มคี วามคดิ เชิงระบบดี มองอะไรเป็ นเหตุเป็ นผล เป็ นกระบวนการ 2. มีความคดิ เชิงระบบในภาพลกั ษณ์ต่าง ๆ มองว่าเร่ืองนีส้ ัมพนั ธ์โยงใยกบั เรื่องใด จะแก้ปัญหาเรื่องนีจ้ ะกระทบเร่ืองไหน การมองอย่างเป็ นข้ันตอน เป็ นระบบ 3. มคี วามคดิ อย่างมจี นิ ตนาการ มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ 4. มีลกั ษณะสายตากว้างไกล คมชัด มองการณ์ไกล มองอะไรในวงกว้าง มองอย่าง ตลอดรอดฝ่ัง มองให้เห็นอนาคตของงานทค่ี มชัด เป็ นรูปธรรม 5. มคี วามตน่ื ตวั กระฉับกระเฉง รักงาน มคี วามแม่นยาในงาน รู้จุดอ่อนจุดแข็ง ขององค์กร คอื เข้าใจอย่างละเอยี ดลกึ ซึ้งถึงงานต่าง ๆ มองได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ชัดเจน 6. รู้จกั ความสามารถและข้อจากดั ของตวั เอง
ผู้บริหารยคุ ควรจะเป็ นอย่างไร มีสัจจะในการบริหาร มองไกล-ใกล้เท่าเทยี มกนั มผี ลงานยกย่อง ทาผดิ มโี ทษตามระเบยี บ รู้ทไี ด้ ทเี สีย รู้จักใช้คน คบผู้มปี ัญญาไว้เป็ นพวก โอบอ้อมอารี
ผู้บริหารยุคใหม่ต้องไม่เผดจ็ การผู้บริหารแบบเผด็จการ จะมลี กั ษณะดงั นี้ เป็ นผ้วู างแผนล่วงหน้าแล้วว่า จะเอาอย่างไร นาเสนอให้ทป่ี ระชุมอภิปรายพอเป็ นพธิ ี ใครเสนอแตกต่างกจ็ ะตดั บท และตะล่อมให้ตรง กบั ท่วี างแผนเอาไว้ อาศัยการประชุมบงั หน้า เพอ่ื เป็ นข้ออ้างว่าผ่าน การพจิ ารณามาแล้ว ถอื เป็ นมติ ทเ่ี ห็นชอบ
บทบาทของผู้บริหารระดบั สูง 1. บทบาทในด้านความสัมพนั ธ์ระหว่างกนั (Interpersonal Role)- บทบาทในการเป็ นประธาน- บทบาทในการเป็ นผู้นาองค์กร- บทบาทในการเป็ นสื่อกลาง
2. บทบาทในด้านข้อมูล (Information Role) - บทบาทในการรวบรวมข้อมูล - บทบาทในการแจกจ่ายข้อมูล - บทบาทในการให้ข้อมูล - บทบาทในการใช้ข้อมูล
3. บทบาทในการตดั สินใจ (Decision Role) - บทบาทจากการเป็ นผู้เริ่มกจิ การ - บทบาทเป็ นนักแก้ปัญหา - บทบาทนักจัดสรรทรัพยากร
บทบาทของผู้นาในองค์กร ซานเซส เอเรียส (Sanchez Arias,2004) ได้ระบุถงึ บทบาทของ ผู้นาในอเมริกาทนี่ ่าจะนามาใช้ในสถานการณ์ทีแ่ ตกต่างกนั ประกอบด้วย1. บทบาทผู้จัดการ (Manager Role)2. บทบาทของผู้สร้างวสิ ัยทศั น์ (Visionary Role)3. บทบาทของผู้ฝึ กสอน (Coach Role)4. บทบาทของนักการศึกษา (Educator Role)5. บทบาทของเอกอคั รราชทูต (Ambassador Role)
บทบาทผู้จัดการ เป็ นผู้นาทเี่ น้นการจดั ต้ังองค์กร ให้ความร่วมมอื ในการทางาน สนับสนุน การทางาน ร่วมสร้างผลลพั ธ์ให้กบั องค์กร ติดตาม ประเมนิ ผล ควบคุม รายงาน สร้างความมัน่ ใจเร่ืองคุณภาพของกระบวนการทางานเพอ่ื เพมิ่ ผลผลติ ขององค์กร
บทบาทของผู้สร้างวสิ ัยทศั น์ เป็ นบทบาททผี่ ู้นาในด้านการสื่อสารทมี่ ีประสิทธิภาพ เพอ่ื ทาให้ วสิ ัยทศั น์น้ันกลายเป็ นจริงให้ได้ สร้างสัญลกั ษณ์ของการเป็ น ตัวแทนในการเปลย่ี นแปลง (Change Agent) ทีส่ ร้างแรง บนั ดาลใจอย่างหลากหลายให้กบั บุคลากรในองค์กร
บทบาทของผู้ฝึ กสอน เป็ นบทบาทของผู้นาทตี่ ้องปฏิบตั ติ นให้เป็ นแบบอย่าง พยายาม ค้นหาบุคคลทมี่ พี รสวรรค์ พฒั นาบุคลการทม่ี คี วามรู้ความสามารถ ยง่ิ ขึน้ เพอ่ื ให้เป็ นหลกั ทจี่ ะก้าวขนึ้ เป็ นตวั แทนในอนาคตขององค์กร โดยใช้วธิ ีการเป็ นผู้ฝึ กสอน
บทบาทของนักการศึกษา เป็ นบทบาทของผู้นาทท่ี าหน้าหน้าทถี่ อดรหัสหรือแปลข้อมูลความรู้ และประสบการณ์ผ่านการประชุม การพดู คุย การฝึ กอบรมทจ่ี ัดขึน้ ในองค์กร เพอื่ พฒั นาความสามารถของทมี งาน และทุนทางปัญญา ขององค์กร
บทบาทของเอกอคั รราชทูต เป็ นบทบาททผี่ ู้นาจะต้องสนับสนุนทุกฝ่ าย วางแผนกลยุทธ์ทม่ี ี ประสิทธิภาพเพอ่ื พฒั นาความสัมพนั ธ์ระหว่างปรัชญา ประวัตศิ าสตร์ และการบริการขององค์กร
Search
Read the Text Version
- 1 - 40
Pages: