Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ใบความรู้กำเนิดสิ่งมีชีวิต

ใบความรู้กำเนิดสิ่งมีชีวิต

Published by กมลมาศ ทะบุญมา, 2021-12-13 08:22:05

Description: ใบความรู้กำเนิดสิ่งมีชีวิต

Search

Read the Text Version

ใบความรู้: กําเนิดสงิ่ มีชีวติ สิ่งมีชีวติ มีกาํ เนิดมาอยา่ งไร เป็นปัญหาที่สาํ คญั ท่ี นกั ชีววิทยาต่างพยายามศึกษา คน้ หาคาํ ตอบ และทาํ การ ทดลองเพอ่ื หาเหตุผลมาอธิบายตอบปัญหาน้ี นกั ปราชญแ์ ละ นกั ชีววทิ ยากลา่ วถึงกาํ เนิดของส่ิงมีชีวติ ไวม้ ากมาย ซ่ึงสรุป ได้ 5 แนวความคิดคือ 1. สิ่งมีชีวิตเกิดจากอาํ นาจนอกเหนือธรรมชาติ ( Special Creation ) 2. สิ่งมีชีวิตเกิดจากสปอร์จากโลกอ่ืน ( Cosmozonic Theory ) 3. สิ่งมีชีวติ เกิดข้ีนเอง ( Spontaneous Generation ) 4. สิ่งมีชีวิตเกิดจากส่ิงมีชีวติ ( Biogenesis ) 5. สิ่งมีชีวิตเกิดจากวิวฒั นาการตามธรรมชาติ ( Naturalistic Theory ) สิ่งมชี ีวติ เกดิ จากอาํ นาจนอกเหนือธรรมชาติ (Special Creation) แนวคิดน้ีเช่ือวา่ ผมู้ ีอาํ นาจเช่นพระเจา้ บนั ดาลใหเ้ กิดสิ่งมีชีวติ ต่างๆ เกิดข้ึนในโลกและสิ่งมีชีวติ ชนิดเหล่า น้นั เกิดข้ึนพร้อมๆกนั โลกในระยะเริ่มแรกตามจินตนาการของศิลปิ น ที่มา Bierer , Loretta M. (1985:29)

 สิ่งมีชีวติ เกดิ จากสปอร์จากโลกอน่ื (Cosmozonic Theory) 2 แนวคดิ น้ีเชื่อวา่ มีสปอร์ของส่ิงมีชีวิตปลิวมาตกในโลกหรือมาพร้อมกบั อุกกาบาตท่ีตกบนโลกแต่มีปัญหาเช่นกนั วา่ สป  ส่ิงมชี ีวติ เกดิ ขนึ้ เอง (Spontaneous Generation) แนวคดิ น้ีเชื่อวา่ สิ่งมีชีวติ เกิดจากส่ิงไม่มีชีวติ เช่น หนอนเกิดจากเน้ือเน่า ปลาเกิดจากโคลนหรือเลน แนวความคิดน้ีถูกหกั ลา้ งไปโดยการทดลองของ ฟรานซิสโก เรดี (Francisco Redi) และ หลุย ปาสเตอร์ (Louis pasteur) ฟรานซิสโก เรดี ไดท้ ดลองเอาปลาตายใส่ขวดโหล 3 ขวด ขวดที่หน่ึงเปิ ดฝาทิ้งไว ขวดท่ี 2 ปิ ดดว้ ยผา้ ขาว ขวดท่ี 3 ปิ ดดว้ ยหนงั สตั ว์ เรดีพบวา่ หนอนเกิดข้นึ ไดเ้ ฉพาะขวดโหลที่เปิ ดฝาทิ้งไว้ เน่ืองจากมีแมลงวนั ไปเกาะ และวางไข่ในขวดโหลน้นั ได้ ส่วนขวดโหลที่ปิ ดฝาท้งั สองใบไม่มีหนอนเลย เขาเรียกหนอนน้นั วา่ แมกกอตส์ (maggots) ภาพแสดงการทดลองของฟรานซิสโก เรดี ที่มา Bierer, Loretta M. (1985:28)

3 หลุยส์ ปาสเตอร์ ใชข้ วดแกว้ ทดลองใส่น้าํ ตม้ เน้ือ แลว้ ตม้ น้าํ ตม้ เน้ือน้นั ต่อ เขาดึงปากขวดแกว้ ที่ใส่น้าํ ตม้ เน้ือน้นั เป็นรูปตวั เอส (S) โดยไม่ปิ ดปากขวดทดลอง จะไม่มีจุลินทรียเ์ กิดข้ึน เนื่องจากลกั ษณะปากขวดรูปตวั เอสน้ี จะดกั จุลินทรียไ์ ม่ใหเ้ ขา้ ไปในขวดน้าํ ตม้ เน้ือได้ แต่เมื่อตดั ปากขวดรูปตวั เอสออก หรือวางเอียงใหน้ ้าํ สมั ผสั อากาศ พบวา่ มีจุลินทรียเ์ กิดข้นึ จาํ นวนมาก เนื่องจากจุลินทรียใ์ นอากาศสามารถเขา้ ไปเจริญเติบโตใน น้าํ ตม้ เน้ือได้ แสดงวา่ จุลินทรียท์ ่ีเจริญในน้าํ ตม้ เน้ือไม่ไดเ้ กิดข้ึนเองแต่มีอยใู่ นอากาศ ภาพแสดงการทดลองของหลุยส์ ปาสเตอร ◌์ท่ีมา Daniel Ortleb Biggs (1994:11) สิ่งมีชีวติ เกดิ จากส่ิงมีชีวติ (Biogenesis) ภาพแสดงลูกนกท่ีเกิดมาจากพอ่ แมน่ ก ที่มา http://kanchanapisek.or.th (2001) แนวความคิดน้ี เช่ือวา่ สิ่งมีชีวิตเกิดจากส่ิงมีชีวติ ที่มีอยเู่ ดิมเท่าน้นั เช่น ในการทดลองของเรดี และ ปาสเตอร์ แต่กย็ งั คงเป็นปัญหาอยนู่ นั่ เองวา่ สิ่งมีชีวิตแรกเร่ิมเกิดจากอะไร

ส่ิงมชี ีวติ เกดิ จากววิ ฒั นาการตามธรรมชาติ (Natural Theory) 4 ภาพโอปารินและฮลั เดน ท่ีมา http://school.discovery.com (2003) โอปาริน (Oparin) นกั วทิ ยาศาสตร์ชาวรัสเซีย และ ฮลั เดน (Haldane) นกั วิทยาศาสตร์ชาวองั กฤษ เสนอ แนวความคิดวา่ สิ่งมีชีวติ แรกเริ่มเกิดในทะเล โดยท่ีในขณะน้นั บรรยากาศของโลกดึกดาํ บรรพป์ ระกอบดว้ ยก๊าซ หลายชนิด เช่น มีเทน แอมโมเนีย ไนโตรเจน ไอน้าํ ฯลฯ แต่ไม่มีออกซิเจนอิสระ และอาศยั พลงั งานจากดวง อาทิตย์ เช่น รังสีอลั ตราไวโอเลต รังสีคอสมิก พลงั งานจากการสลายสารกมั มนั ตรังสีบนโลกประกอบกบั ฟ้ า แลบ ฟ้ าผา่ ทาํ ใหก้ ๊าซเหล่าน้นั เกิดปฏิกิริยาเคมีรวมกนั เป็นสารอินทรีย์ ละลายลงในทะเล สารอินทรียห์ ลาย โมเลกลุ จะรวมตวั ใหญ่ข้ึนเร่ือยๆ จนเกิดเป็นส่ิงมีชีวติ ข้ึนโดยบงั เอิญ มิลเลอร์ (Stanley Miller) ไดท้ าํ การทดลองโดยสร้างเครื่องมือ เป็นภาชนะบรรจุก๊าซชนิดต่างๆ ที่เขา้ ใจวา่ เป็นบรรยากาศของโลกดึกดาํ บรรพใ์ หห้ มุนเวยี นผา่ นน้าํ เดือดและไอน้าํ แลว้ ปล่อยไฟฟ้ าแรงสูงเขา้ ไปในภาชนะ น้นั จากน้นั ไดท้ าํ การตรวจสอบพบวา่ มีกรดอะมิโนและสารอินทรีย์ ท่ีพบในขบวนการเมตาโบลิซึมเกิดข้ึน ต่อมา ไดม้ ีการทดลองในทาํ นองเดียวกนั น้ี โดยใชแ้ หล่งพลงั งานต่างๆ กนั ไป ปรากฏวา่ ไดผ้ ลคลา้ ยคลึงกนั ทาํ ใหค้ าดวา่ คร้ังหน่ึงนานมาแลว้ ในโลกของเราน้ีมีสารเคมีที่ซบั ซอ้ นของสิ่งมีชีวติ เกิดข้ึนไดเ้ อง จากสารเคมีง่ายๆ เหมือนกบั ที่นกั วทิ ยาศาสตร์ไดท้ าํ ใหเ้ กิดข้ึนในหอ้ งปฏิบตั ิการ ภาพมิลเลอร์และการทดลองของมิลเลอร์ ที่มา http://www.accessexcellence.com (2003)

5 การจดั ระเบียบของสสารและพลงั งาน ท่ีประกอบเป็นสิ่งต่างๆในโลกน้ี มีลกั ษณะต่างกนั สิ่งท่ี ไม่มีชีวติ น้นั ประกอบดว้ ยอะตอม รวมเป็นโมเลกลุ และเป็นสารประกอบ ส่ิงมีชีวิตต่างมีส่วนประกอบทางเคมี เป็นพวก อนินทรียส์ าร เช่น น้าํ เกลือแร่ ฯลฯ และอินทรียส์ าร เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมนั ฯลฯ เซลลซ์ ่ึงเป็น หน่วยยอ่ ยที่เลก็ ท่ีสุดของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ มีองคป์ ระกอบหลายอยา่ ง เช่น นิวเคลียส ไซโตพลาสซึม และ เยอ่ื หุม้ เซลล์ เป็นตน้ สิ่งที่มีชีวิตจะมีการจดั ลาํ ดบั ข้นั จากเซลลม์ าเป็นเน้ือเยอ่ื อวยั วะ ร่างกาย การทาํ งานของร่าง กาย มีการจดั ระเบียบประสานกนั เป็นระบบต่างๆ ซ่ึงเป็นสมบตั ิเฉพาะของสิ่งมีชีวิตชนิดน้นั ๆ ส่ิงมีชีวิตแต่ละชนิด จะมีกลไกควบคุมร่างกาย เพ่ือตอบสนองต่อสิ่งเร้า และมีผลทาํ ใหเ้ กิด การเคลื่อนไหว ซ่ึงจาํ เป็นตอ้ งใชอ้ าหาร เพอื่ นาํ ไปสลายใหไ้ ดพ้ ลงั งานมาใชใ้ นกิจกรรมต่าง ๆ ของชีวติ ตลอดจนมีการสงั เคราะห์ สารประกอบเคมี ท่ีจาํ เป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ปัจจุบนั เป็นท่ียอมรับกนั วา่ สิ่งมีชีวติ ต่างๆ จะดาํ รงเผา่ พนั ธุต์ ่อไปได้ ตอ้ งอาศยั การสืบพนั ธุ์ กล่าวคือ ส่ิงมี ชีวติ ตอ้ งเกิดมาจากส่ิงมีชีวิตชนิดเดียวกนั เม่ือมีสิ่งมีชีวติ แรกเริ่มเกิดข้ึนแลว้ จึงมีการววิ ฒั นาการเปล่ียนแปลง จนกระทง่ั ไดส้ ่ิงมีชีวติ ต่างๆ การที่ส่ิง มีชีวิตเหล่าน้ี สามารถดาํ รงอยไู่ ดเ้ ป็นปกติ ณ ที่ใดท่ีหน่ึง เน่ืองจากส่ิงมีชีวิตน้นั ไดม้ ีการปรับตวั ในหลายๆ ดา้ นจน เหมาะสมดีแลว้ กลไกที่สาํ คญั คือ การสืบพนั ธุแ์ บบอาศยั เพศ เพราะลกู หลานท่ีไดต้ า่ งมีความแตกต่างจากพอ่ แมเ่ ดิม และยงั พบความแตกต่างระหวา่ งหม่ลู ูกๆ ดว้ ย ลูกหลานที่มีลกั ษณะเหมาะสมกบั สภาพแวดลอ้ ม จะสามารถดาํ รง ชีวติ มีลกู หลานต่อไปได้  สิ่งมีชีวติ คอื อะไร อาจกล่าวไดว้ า่ ส่ิงมีชีวิต เป็นสภาวะของพืชและสตั ว์ ท่ีมีส่วนประกอบมาจากอินทรียส์ าร และจากส่ิงมีชีวติ ท่ี ตายแลว้ ในทางตรงกนั ขา้ ม ส่ิงไม่มีชีวติ คือ พวกอนินทรียสารต่าง ๆ หรือ เป็นซากวตั ถุท่ีไดม้ าจากส่ิงที่เคยมีชีวิตมา ก่อน เมื่อพดู ถึงสิ่งมีชีวิตมกั จะพดู ถึงสมบตั ิท้งั ในดา้ นโครงสร้างและการทาํ งาน  โครงสร้างของส่ิงมชี ีวติ ส่ิงมีชีวติ จะมีรูปร่างลกั ษณะแตกต่างกนั อยา่ งไม่มีขอบเขต แต่กม็ ีสมบตั ิร่วมกนั ท้งั ทางโครงสร้างและหนา้ ท่ี ถา้ ไม่คาํ นึงถึงขนาดและรูปร่างลกั ษณะแลว้ ส่ิงมีชีวิตทุกชนิด (ยกเวน้ ไวรัส) ต่างกป็ ระกอบดว้ ยหน่วยชีวิตที่เรียกวา่ เซลล์ (CELL) ซ่ึงอาจมีจาํ นวนเป็นหน่ึง หรือมากกวา่ หน่ึงหน่วยกไ็ ด้ นอกจากน้ีถึงแมเ้ ซลลจ์ ะมีรูปร่างที่แตกต่างกนั แต่กม็ ีส่วนประกอบทางเคมีและโครงสร้างพ้นื ฐานเหมือนกนั ส่ิงมีชีวติ แบ่งไดเ้ ป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ไดแ้ ก่ 1. สิ่งมชี ีวติ เซลล์เดียว ( UNICELLULAR ORGANISM ) 2. ส่ิงมีชีวติ หลายเซลล์ ( MULTICELLULAR ORGANISM ) ส่ิงมีชีวติ เซลลเ์ ดียว มี 2 ระดบั ไดแ้ ก่ ระดบั เซลล์ ( CELL LEVEL) และระดบั กลุ่ม ( COLONY LEVEL ) สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ มี 3 ระดบั ไดแ้ ก่ระดบั เน้ือเยอื่ (TISSUE LEVEL) ระดบั อวยั วะ ( ORGAN LEVEL ) และระดบั ระบบอวยั วะ ( ORGAN SYSTEM LEVEL )

6 กลุ่มของเซลลเ์ หมือนกนั ทาํ หนา้ ที่อยา่ งเดียวกนั เรียก เน้ือเยอื่ (TISSUE) เน้ือเยอื่ หลายอยา่ งท่ีทาํ หนา้ ที่อยา่ ง เดียวกนั เรียก อวยั วะ (ORGAN)  หน้าทข่ี องส่ิงมีชีวติ สิ่งมีชีวติ ทุกชนิด ตอ้ งมีขบวนการทางชีวเคมี ตอ้ งการสารอาหารและพลงั งาน และการกาํ จดั ของเสีย การ สร้างและซ่อมแซมหนา้ ท่ี ที่จะรักษาตวั เองใหค้ งอยไู่ ด้ อาจจดั เป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 3 ประเภท 1. เมแทบอลซิ ึม (METABOLISM) เป็นกระบวนการที่ถูกควบคุมโดยสารพนั ธุกรรมของเซลล์ ท่ีเรียกวา่ ดี เอน็ เอ (DNA) หรือ gene ซ่ึงมีหนา้ ท่ีเป็นรหสั ควบคุมลกั ษณะต่าง ๆ ของส่ิงมีชีวิต รวมท้งั ถ่ายทอดทางพนั ธุกรรม ยงั ควบคุมหนา้ ที่ต่าง ๆ เช่น การเจริญเติบโต เมแทบอลิซึม มีหนา้ ท่ีสาํ คญั ยอ่ ยๆ ไดล้ กั ษณะอีก 3 อยา่ ง ไดแ้ ก่ โภชนาการ การหายใจ และการสงั เคราะห์ 1) โภชนาการ เป็นขบวนการจดั หาวตั ถุดิบของส่ิงมีชีวติ ที่ทาํ อยา่ งต่อเนื่อง วตั ถุดิบของโภชนาการ ไดแ้ ก่ สารอาหาร (NUTRIENT) ซ่ึงไดจ้ ากส่ิงแวดลอ้ มทางกายภาพและชีวภาพ 2) การหายใจ เป็นกระบวนการท่ีสารอาหาร ซ่ึงมีพลงั งานเคมี เปล่ียนเป็นพลงั งานในรูปที่ใชป้ ระโยชน์ไดใ้ น กระบวนการหายใจ การหายใจเป็นกระบวนการสร้างพลงั งานที่ทาํ ใหห้ นา้ ท่ีต่างๆดาํ เนินไปได้ 3) การสังเคราะห์ เป็นขบวนการใชส้ ารสร้างโครงสร้างใหม่ และตอ้ งใชพ้ ลงั งานจากการหายใจ การหายใจทาํ ใหก้ ารสงั เคราะห์ดาํ เนินไปได้ 2. การสืบพนั ธ์ุ (REPRODUCTION) การสืบพนั ธุ์เป็นการใหก้ าํ เนิดส่ิงมีชีวติ ตวั ใหมห่ รือตน้ ใหม่ จากส่ิงมี ชีวิตตวั เดิมหรือตน้ เดิมท่ีมีอยกู่ ่อน การสืบพนั ธุเ์ ป็นการทดแทนความตายที่หลีกเล่ียงไม่ไดด้ งั น้นั ชว่ั อายขุ องสิ่งมีชีวิต หน่ึงๆ ต่ออีกชว่ั อายหุ น่ึงๆได้ โดยการสืบพนั ธุน์ น่ั เอง 3. การปรับตวั (ADAPTATION) ส่ิงมีชีวิตมีการปรับตวั เพอ่ื ใหเ้ หมาะกบั สภาพแวดลอ้ มท่ีจะดาํ รงอยู่ ส่ิงมี ชีวิตมีการปรับตวั เพื่อเหตุผล 3 ประการดว้ ยกนั คือ 1) มีการปรับตวั เพอื่ การอยรู่ อด หลบหลีกศตั รู 2) มีการปรับตวั เพอ่ื หาอาหาร 3) มีการปรับตวั เพอื่ การสืบพนั ธุ์  ระบบชีวติ คอื อะไร กล่าวไดว้ า่ การมีชีวติ พ้นื ฐาน คือโครงสร้างใดๆซ่ึงมีเมแทบอลิซึม และการรักษาตวั เองไดจ้ ะมีชีวติ อยไู่ ด้ ซ่ึงอาจ กล่าวไดว้ า่ ขบวนการรักษาตวั เองใหค้ งอยเู่ ป็นหนา้ ที่ของเมแทลิซึม โภชนาการ การหายใจ การสงั เคราะห์ การสืบพนั ธุ์ และการปรับตวั นน่ั เอง ความหมายของระบบชีวติ คือรูปแบบถาวรของสสาร เม่ือส่ิงมีชีวิตตายไปจะมีการยอ่ ยสลาย (DECOMPOSE) (การ ยอ่ ยสลาย คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโมเลกลุ ของสารอินทรียจ์ ากโมเลกลุ ใหญ่ใหเ้ ป็นโมเลกลุ เลก็ ๆ หลายๆ โมเลกลุ โดยเห็ดรา และแบคทีเรียบางชนิด) ส่ิงไม่มีชีวิตมีเมแทลิซึมและการรักษาตวั เองใหค้ งอยไู่ ม่ถกู ทาํ ลาย และ ไดเ้ พิม่ มากข้ึนตามลาํ ดบั ส่ิงมีชีวิตหรือไม่มีชีวติ ข้ึนกบั หนา้ ท่ีไมใ่ ช่โครงสร้าง สิ่งที่มีโครงสร้างอาจเป็นส่ิงมีชีวติ และไม่มี ชีวิตกไ็ ด้

แบบทดสอบ 1 : เร่ืองกาํ เนิดของสิ่งมีชีวติ 1. กระบวนการทางชีววทิ ยาขอ้ ใด ท่ีทาํ ใหส้ ่ิงมีชีวิตดาํ รงเผา่ 5. เมื่อประมาณ 2,000 ลา้ นปี มาแลว้ ชีวิตแรก เริ่มเกิดข้นึ จาก พนั ธุม์ าไดถ้ ึงทุกวนั น้ี การรวมตวั ของสารอนินทรีย์ ซ่ึงอาศยั ปรากฎการณ์ทาง ก. การสงั เคราะห์สารประกอบทางเคมี ธรรมชาติ สารท่ีวา่ มี 4 ชนิด คืออะไร ข. การหายใจระดบั เซลล์ ก. มีเทน แอมโมเนีย ออกซิเจน และ น้าํ ค. การเผาผลาญอาหาร ข. มีเทน แอมโมเนีย ไฮโดรเจน และ น้าํ ง. การสืบพนั ธุ์ ค. ไนโตรเจน มีเทน แอมโมเนีย และ น้าํ 2. โรคเอดส์เกิดจากเช้ือไวรัสชนิดหน่ึงซ่ึงแพร่พนั ธุไ์ ดเ้ ร็วมาก ง. ไนโตรเจน ออกซิเจน ไฮโดรเจน และ น้าํ ไวรัสจดั เป็นส่ิงมีชีวิตหรือไม่ เพราะเหตุใด 6. เมื่อนาํ อาหารเล้ียงเช้ือท่ีร้อนจดั เทใส่ลงในหลอดทดลองที่ ผา่ นการฆ่าเช้ือแลว้ จาํ นวน 2 หลอด ก. เป็นส่ิงมีชีวติ เพราะสามารถแพร่พนั ธุ์ ขยายพนั ธุไ์ ด้ ข. เป็นสิ่งมีชีวิต เพราะสามารถทาํ ลายเซลลส์ ่ิงมีชีวติ อื่นได้ หลอดที่ 1 ปิ ดจุกสาํ ลีในขณะท่ีอาหารยงั ร้อน ค. เป็นไดท้ ้งั ส่ิงมีชีวิตและไม่มีชีวิตข้นึ อยกู่ บั สภาวะที่ดาํ รง หลอดท่ี 2 เปิ ดทิ้งไวจ้ นกระทง่ั อาหารเยน็ ลงเท่าอุณหภูมิ อยใู่ นขณะน้นั หอ้ งจึงปิ ดจุกสาํ ลี เมื่อการทดลองผา่ นไป 5 วนั พบวา่ ง. ไม่จดั เป็นส่ิงมีชีวติ เพราะไม่สามารถดาํ รงชีวิตภายนอก หลอดท่ี 1 ไม่มีเช้ือราเกิดข้ึน แต่ เซลลข์ องส่ิงมีชีวติ อ่ืนได้ หลอดที่ 2 มีเช้ือราเกิดข้ึน ขอ้ สรุปใดถกู ตอ้ ง ก. เช้ือราเกิดจากฝ่ นุ ละอองในอากาศ 3. การศึกษาเร่ืองอสุจิและไข่ เป็นการศึกษาหน่วยใดของสิ่งมี ข. เช้ือราเกิดจากสารเคมีในบรรยากาศ ชีวติ ค. เช้ือราเกิดจากสปอร์ของราในอากาศ ก. การศึกษาระดบั เซลลข์ องส่ิงมีชีวิต ง. เช้ือราเกิดข้ึนไดเ้ องจากอาหารเล้ียงเช้ือ ข. การศึกษาระดบั เน้ือเยอื่ ของส่ิงมีชีวติ ค. การศึกษาระดบั อวยั วะของส่ิงมีชีวิต 7. แนวความคิดที่เช่ือวา่ ส่ิงมีชีวติ เกิดจากส่ิงไม่มีชีวิต เช่น หนอนเกิดจากเน้ือเน่า ปลาเกิดจากโคลนหรือเลน ง. การศึกษาระดบั ร่างกายของส่ิงมีชีวติ ถกู หกั ลา้ งโดยการทดลองของใคร 4. กระบวนการทางชีววิทยาของส่ิงมีชีวติ กระบวนการใด ก. โอปาริน และ สแตนเลย์ มิลเลอร์ สาํ คญั ท่ีสุด เพราะเหตุใด ข. ฟรานซิสโก เรดี และ หลุย ปาสเตอร์ ก. กระบวนการสงั เคราะห์สารประกอบทางเคมี เพราะทาํ ให้ ค. หลุย ปาสเตอร์ และ สแตนเลย์ มิลเลอร์ ไดส้ ารท่ีจาํ เป็นต่อการดาํ รงชีวิต ข. กระบวนการเผาผลาญอาหาร เพราะทาํ ใหเ้ กิดพลงั งาน ง. ฟรานซิสโก เรดี และ สแตนเลย์ มิลเลอร์ สาํ หรับใชใ้ นการดาํ รงชีวิต 8. ผลการทดลองของ สแตนเลย์ มิลเลอร์ หลงั จากปลอ่ ย ค. กระบวนการหายใจระดบั เซลล์ เพราะทาํ ใหเ้ กิดกิจกรรม กระแสไฟฟ้ า และทิ้งไว้ 1 สปั ดาห์ พบวา่ มีส่ิงใดเกิดข้ึน ต่างๆของเซลล์ ก. ส่ิงมีชีวติ เซลลเ์ ดียว จาํ นวนมาก ข. ส่ิงที่มีลกั ษณะเหมือนนิวเคลียสของเซลลส์ ่ิงมีชีวิต ง. กระบวนการสืบพนั ธุ์ เพราะทาํ ใหส้ ่ิงมีชีวิตดาํ รงเผา่ พนั ธุ์ ค. กรดอะมิโนเป็นโครงสร้างเบ้ืองตน้ ของเซลลส์ ิ่งมีชีวติ อยไู่ ด้ ง. สปอร์ท่ีสามารถเจริญเติบโตเป็นส่ิงมีชีวติ ต่อไปได้

-2- 9. โอปาริน และฮลั เดน เป็นผเู้ สนอแนวคิดวา่ ส่ิงมีชีวติ เร่ิมแรก 10. สมมติฐานเก่ียวกบั กาํ เนิดของส่ิงมีชีวติ สมมติฐานใดท่ีมี เกิดข้ึนที่ใด หลกั ฐานสนบั สนุนมากท่ีสุด ก. ในน้าํ ทะเล ก. ส่ิงมีชีวิตเกิดจากอาํ นาจนอกเหนือธรรมชาติ ข. ในท่ีช้ืนแฉะ ข. ส่ิงมีชีวติ เกิดจากสปอร์จากโลกอ่ืน ค. ในบรรยากาศ ค. ส่ิงมีชีวิตเกิดจากส่ิงมีชีวติ ง. ในปล่องภูเขาไฟ ง. ส่ิงมีชีวิตเกิดข้ึนเอง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook