Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิจัย ห้ามลบ

วิจัย ห้ามลบ

Published by thipyaporntyp, 2020-03-23 09:40:55

Description: วิจัย ห้ามลบ

Search

Read the Text Version

รายงานการวจิ ยั การศึกษาสภาพปัญหาการจดั ทาบัญชีของสถานประกอบการประเภทห้างหุ้นส่วน และบริษทั จากดั ในเขตอาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ โดย กลั ย์ธีรา สุทธิญาณวมิ ล นฤมล คุ้มพงษ์ ได้รับทุนอดุ หนุนจากมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา ภาคพายพั เชียงใหม่ งบประมาณผลประโยชน์ประจาปี 2556

ข ช่ือเร่ืองการวจิ ยั การศึกษาสภาพปัญหาการจดั ทาบญั ชีของสถานประกอบการ ประเภทหา้ งหุน้ ส่วน และบริษทั จากดั ในเขตอาเภอจอมทอง หัวหน้าโครงการวจิ ยั จงั หวดั เชียงใหม่ ผู้ช่วยวจิ ัย นางสาวกลั ยธ์ ีรา สุทธิญาณวิมล นางสาวนฤมล คุม้ พงษ์ บทคดั ย่อ การวิจยั น้ี มีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือสภาพปัญหาการจดั ทาบญั ชีของสถานประกอบการ ประเภทหา้ งหุน้ ส่วน และบริษทั จากดั ในเขตอาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ ซ่ึงเก็บขอ้ มูลโดยใช้ แบบสอบถามจากผูป้ ระกอบกิจการประเภทห้างหุ้นส่วน และบริษทั จากดั ท่ีจะทะเบียนกบั กรม พฒั นาธุรกิจการคา้ ซ่ึงมีจานวนท้งั สิ้น 120 ราย ผลการศึกษาพบว่า ผูต้ อบแบบสอบถามให้ลาดบั ความสาคญั ต่อปัญหาการจดั ทา บัญชีของผู้ประกอบการประเภทห้างหุ้นส่วน และบริษัทจากัด ในหัวข้อต่อไปน้ี โดยให้ ความสาคญั มากที่สุดในหัวขอ้ ผูท้ าบัญชีไม่สามารถจดั ทาบัญชีและออกงบการเงินได้ภายใน กาหนดเวลาเนื่องจากรับผิดชอบงานอื่นที่มิใช่งานบัญชีด้วย รองลงมาท่ีให้ความสาคัญคือ ผูป้ ระกอบการท่ีไม่มีความรู้พ้ืนฐานทางดา้ นบญั ชี ทาให้ทาความเขา้ ใจงบการเงินไดย้ าก ส่วนใน หวั ขอ้ ผปู้ ระกอบกิจการไม่มีความรู้เก่ียวกบั กฎหมายทางการบญั ชี เช่น พรบ.บญั ชี 2543 น้นั จดั เป็ น ลาดบั ที่สามท่ีผตู้ อบแบบสอบถามใหค้ วามสาคญั จากผลการศึกษาวิจยั ในคร้ังน้ีแสดงให้เห็นถึงปัญหาการจดั ทาบญั ชีของผปู้ ระกอบกิจการ ประเภทห้างหุ้นส่วน และบริษทั จากดั ในหลายๆดา้ น ซ่ึงจาเป็ นจะตอ้ งไดร้ ับการแกไ้ ข หรือการ แนะนาเก่ียวกบั การแกป้ ัญหาต่อไป โดยมุ่งเนน้ ให้ผปู้ ระกอบการตระหนกั ถึงความสาคญั ของการ จดั ทาบญั ชีพร้อมท้งั การแกไ้ ขปัญหาหรือขอ้ บกพร่องทางการบญั ชี

ข Study Title A Study of Accounting Problems of Company Partnerships and Author Company Limited in Chom thong District, Chiang mai Province Miss. Kanteera Sudtiyanwimon Miss Narumon Kumpong ABSTRACT The research aimed to study the accounting problems of company partnerships and company limited in chomthong district, chiang mai province. The data were collected from 120 owners of those enterprises who registered to the Department of Business Development. The result unveiled that the respondents ordered the accounting problems of the owners in the company partnerships and company limited regarding from the importance of the issue. The most concern topic was the accountants could not perform the account work and manage finance in time since they had to be responsible for other jobs besides accountancy. The secondary issue was the enterprise owners do not have background knowledge on accountancy as a result they lack of understanding on the finance. The third issue was the enterprise owners do not have enough knowledge about the law of accountancy such as, the accountancy ACT in 2543. The result of this research indicated the problems on accountancy of the owners both in the small and medium enterprises in several aspects which need to be solved and improved in the future. Therefore, the enterprise owners were expected to pay attention the importance of accounting management and solving the problems or the drawbacks on accountancy.

ง สารบัญ หน้า บทคดั ย่อภาษาไทย ข บทคัดย่อภาษาองั กฤษ ค สารบญั ตาราง ฉ บทท่ี 1 บทนา 1 หลกั การและเหตุผล 2 วตั ถุประสงคใ์ นการศึกษา 2 ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ 3 นิยามศพั ท์ บทที่ 2 แนวคดิ ทฤษฎี และวรรณกรรมท่เี กยี่ วข้อง 4 แนวคดิ เก่ียวกบั ความคิดเห็น 4 พระราชบญั ญตั ิการบญั ชี 2543 17 แนวคดิ เก่ียวกบั ปัจจยั ท่ีส่งผลต่อความสาเร็จของผทู้ าบญั ชี 18 วรรณกรรมท่ีเก่ียวขอ้ ง บทที่ 3 ระเบยี บวธิ ีการศึกษา 21 ขอบเขตการศึกษา 22 เครื่องมือท่ีใชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มูล บทที่ 4 ผลการศึกษา 24 ส่วนท่ี 1 ขอ้ มูลทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ส่วนที่ 2 ขอ้ มูลความคิดเห็นเก่ียวกบั สภาพปัญหาการจดั ทาบญั ชีของ 28 30 สถานประกอบการประเภทหา้ งหุน้ ส่วนและบริษทั จากดั ส่วนท่ี 3 ขอ้ มูลเก่ียวกบั ปัญหาและขอ้ เสนอแนะ

จ หน้า สารบาญ (ต่อ) 31 33 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา อภปิ รายผล ข้อค้นพบ และข้อเสนอแนะ 34 สรุปผลการศึกษา 39 บรรณานุกรม ภาคผนวก ประวตั ผิ ู้เขียน

ฉ สารบาญตาราง หน้า ตาราง 1 แสดงจานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามเพศ 24 2 แสดงจานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามอายุ 25 3 แสดงจานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามระดบั การศึกษา 25 4 แสดงจานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตาม ตาแหน่งงาน 26 5 แสดงจานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถาม จาแนกตามลกั ษณะของกิจการ 26 6 แสดงจานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถาม จาแนกตามลกั ษณะของวิสาหกิจ 27 7 แสดงจานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถาม จาแนกตามระยะเวลาท่ีประกอบกิจการ 27 8 แสดงจานวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถาม จาแนกตามผทู้ าบญั ชีของกิจการ 28 9 แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ปัญหาการจดั ทาบญั ชีของผปู้ ระกอบกิจการ 28

บทที่ 1 บทนำ หลกั กำรและเหตุผล ตามพระราชบญั ญตั ิการบญั ชี พ.ศ.2543 ไดก้ าหนดความรับผิดชอบของผูม้ ีหน้าท่ีจดั ทา บญั ชีในการจดั ใหม้ ีการทาบญั ชีและงบการเงินใหถ้ ูกตอ้ งตามท่ีกฎหมายกาหนด และตามมาตรฐาน การบญั ชี ดงั น้ี ผูม้ ีหน้าท่ีจดั ทาบญั ชี ไดแ้ ก่ บุคคลธรรมดา หรือห้างหุ้นส่วนท่ีมิไดจ้ ดทะเบียนที่ ประกอบธุรกิจ เป็ นผผู้ ลิต ผูจ้ าหน่าย ผมู้ ีไวเ้ พ่ือจาหน่าย ผูน้ าเขา้ มาในราชอาณาจกั ร หรือผูส้ ่งออก ไปนอกราชอาณาจกั ร ซ่ึงสินคา้ ประเภทแถบเสียง แถบวีดีทศั น์และแผ่นซีดี ตอ้ งจดั ทาบญั ชีสินคา้ นบั แต่วนั ท่ีเริ่มตน้ ประกอบกิจการ และ หา้ งหุน้ ส่วนจากดั หา้ งหุน้ ส่วนสามญั นิติบุคคล บริษทั จากดั บริษทั มหาชนจากดั นิติบุคคลที่ต้งั ข้ึนตามกฎหมายต่างประเทศท่ีประกอบกิจการในในประเทศไทย และกิจการร่วมคา้ ตามประมวลรัษฎากร ตอ้ งจดั ทาบญั ชี ดงั ต่อไปน้ี บญั ชีรายวนั บญั ชีแยกประเภท บญั ชีสินคา้ และบญั ชีแยกประเภทอื่น การทาบญั ชีนอกจากเพ่ือใหถ้ ูกตอ้ งตามพระราชบญั ญตั ิวา่ ดว้ ยการทาบญั ชีของกิจการต่างๆ น้นั ประโยชน์ของการทาบญั ชียงั ช่วยใหเ้ จา้ ของกิจการสามารถควบคุมรักษาสินทรัพยข์ องกิจการได้ ทาให้ทราบผลการดาเนินงานของกิจการว่ากิจการมีกาไรหรือขาดทุนเป็ นจานวนเท่าใด ช่วยให้ ทราบฐานะการเงินของกิจการว่ากิจการมีสินทรัพย์ หน้ีสิน และทุน ซ่ึงเป็ นส่วนของเจา้ ของกิจการ เป็นจานวนเท่าใด จากท่ีกล่าวมาจะเห็นไดว้ า่ การจดั ทาบญั ชีน้นั มีความสาคญั แต่ในปัจจุบนั การทา บญั ชีก็ยงั พบปัญหามากมาย โดยขอ้ บกพร่องที่พบมากที่สุดคือ การจดั ทาบญั ชีไม่ครบถว้ น การ บนั ทึกรายการโดยไม่มีเอกสารที่ตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชี การแสดงรายการในงบการเงินไม่ สอดคลอ้ งกบั บญั ชี เป็ นตน้ ซ่ึงเป็ นปัญหาที่พบในหลาย ๆ กิจการ ทาให้ผปู้ ระกอบกิจการบางราย อาจตอ้ งประสบกบั การขาดทุน จนตอ้ งปิ ดกิจการได้ อาเภอจอมทอง เป็นอาเภอหน่ึงทางตอนใตข้ องจงั หวดั เชียงใหม่ อาเภอจอมทองเป็นอาเภอ ขนาดใหญ่ มีประวตั ิความเป็ นมายาวนานกว่า 111 ปี อาเภอจอมทองเป็นอาเภอท่ีมีศกั ยภาพในการ พฒั นาสูง มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์สวยงาม มีประเพณีวฒั นธรรมที่ดีงาม จึงทาใหอ้ าเภอ จอมทองเป็นอาเภอท่ีมีช่ือเสียงเป็นท่ีรู้จกั ของนกั ท่องเท่ียวท้งั ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในแต่ละ ปี มีนักท่องเท่ียวเดินทางมาเยือนเกือบ 2 ลา้ นคน ถือเป็ นเมืองท่องเท่ียวสาคญั ที่สุดเมืองหน่ึงของ

2 จงั หวดั เชียงใหม่และประเทศไทย ปัจจุบนั อาเภอจอมทองเป็นอาเภอศูนยก์ ลางความเจริญทุกๆ ดา้ น ในเขตเชียงใหม่ตอนใตแ้ ละทางตอนใตข้ องจงั หวดั ลาพนู รวมถึงทางตอนใตข้ องจงั หวดั แม่ฮ่องสอน ในดา้ นการพาณิชย์ การคา้ การลงทุน อาเภอจอมทองมีการพฒั นาและขยายตวั อย่างต่อเน่ือง ไม่ว่า จะเป็ นหา้ งสรรพสินคา้ โรงแรม รีสอร์ท อสงั หาริมทรัพย์ ปัจจุบนั มีสถานประกอบการในจอมทอง มากกว่า 1,000 แห่ง อาเภอจอมทองนบั ว่าเป็ นเมืองที่มีความเจริญเติบโตอยา่ งรวดเร็ว นบั เป็ นเมือง สาคญั ในแง่ของเศรษฐกิจและการท่องเท่ียวของจงั หวดั เชียงใหม่ อาเภอจอมทองแบ่งเขตการ ปกครองยอ่ ยออกเป็ น 6 ตาบล โดยเขตเทศบาลตาบลจอมทอง ครอบคลุมพ้ืนท่ีบางส่วนของตาบล บา้ นหลวง ตาบลข่วงเปา และตาบลดอยแกว้ โดยในเขตเทศบาลตาบลจอมทองเป็ นพิ้นที่ที่มีการ ประกอบธุรกิจมากที่สุดในอาเภอจอมทอง และส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจเก่ียวกบั การซ้ือขายสินคา้ จากความเป็ นมาและความสาคัญของปัญหาดังที่กล่าว คณะผูว้ ิจัยจึงทาการศึกษาถึง การศึกษาสภาพปัญหาการจดั ทาบญั ชีของสถานประกอบการประเภทหา้ งหุน้ ส่วน และบริษทั จากดั ในเขตอาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ ท้งั น้ีเพื่อเป็ นการส่งเสริมให้ชุมชนมีความเจริญเติบโต ทางดา้ นการทาธุรกิจอย่างเขม้ แขง็ และเพ่ือเป็ นการสร้างความรู้ความเขา้ ใจในงานดา้ นบญั ชีแก่ผู้ ประกอบธุรกิจ ท้งั น้ีเพอื่ เป็นประโยชนท์ ้งั ต่อมหาวิทยาลยั คนทางานในธุรกิจ และผทู้ ่ีสนใจทว่ั ไป วตั ถุประสงค์ในกำรศึกษำ 1. เพ่ือศึกษาถึงการศึกษาสภาพปัญหาการจดั ทาบญั ชีของสถานประกอบการประเภท หา้ งหุน้ ส่วน และบริษทั จากดั ในเขตอาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ 2. เพื่อศึกษาถึงปัญหาและอุปสรรคในการทาบญั ชีของสถานประกอบการประเภท หา้ งหุน้ ส่วน และบริษทั จากดั ในเขตอาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ 3. เพ่ือสร้างความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั งานดา้ นบญั ชีใหแ้ ก่ผปู้ ระกอบธุรกิจในชุมชน ประโยชน์ทค่ี ำดว่ำจะได้รับ 1. ทาให้ทราบถึงสภาพปัญหาการจดั ทาบญั ชีของสถานประกอบการประเภทห้าง หุน้ ส่วน และบริษทั จากดั ในเขตอาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ 2. ทาให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการทาบัญชีของสถานประกอบการ ประเภทหา้ งหุน้ ส่วน และบริษทั จากดั ในเขตอาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่

3 นิยำมศัพท์ บริษัทจำกัด หมายถึง บริษทั ประเภทซ่ึงต้งั ข้ึนดว้ ยการแบ่งทนั เป็ นหุ้นมูลค่าหุ้น ละเท่า ๆ กนั โดยผถู้ ือหุน้ รับผดิ ชอบเพียงไม่เกินจานวนเงินท่ีตนยงั ส่งใชไ้ ม่ครบมูลค่าของหุน้ ท่ีตน ถือ ห้างหุ้นส่ วน หมายถึง บุคคลต้ังแต่สองคนข้ึนไปตกลงใจมาเขา้ กันเพื่อทา กิจกรรมร่วมกนั โดยประสงคจ์ ะแบ่งผลกาไรท่ีพงึ ไดจ้ ากกิจกรรมท่ีทาน้นั

บทที่ 2 แนวคดิ ทฤษฎี และวรรณกรรมท่ีเกย่ี วข้อง ในการศึกษาเก่ียวกบั การศึกษาสภาพปัญหาการจดั ทาบญั ชีของสถานประกอบการ ประเภทหา้ งหุ้นส่วน และบริษทั จากดั ในเขต อาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ ผศู้ ึกษาไดศ้ ึกษาถึง แนวคิด ทฤษฏี และวรรณกรรมท่ีเก่ียวขอ้ งดงั ต่อไปน้ี แนวคดิ และทฤษฏี ในการศึกษาเรื่องน้ี มีแนวคิดและทฤษฎีท่ีเกี่ยวขอ้ ง ดงั ต่อไปน้ี 1. แนวคดิ เกยี่ วกบั ความคดิ เห็น(สุธีรา ทพิ ย์ววิ ฒั น์พจนา,2551) ความคิดเห็น (Opinion) หมายถึง ความชอบความไม่ชอบ ความคิดเห็น ความรู้สึก ฝังใจของเราต่อสิ่งหน่ึงส่ิงใด ซ่ึงแบ่งออกเป็น 3 ลกั ษณะคือ 1. ความรู้สึกในทางบวก เป็นการแสดงออกในลกั ษณะของความพึงพอใจ เห็นดว้ ย ชอบ สนบั สนุน 2. ความรู้สึกในทางลบ เป็ นการแสดงออกในลกั ษณะไม่พึงพอใจ ไม่เห็นดว้ ย ไม่ชอบ และไม่สนบั สนุน 3. ความรู้สึกที่เป็ นกลาง คือ ไม่มีความรู้สึกใด ๆ ความคิดเห็นมีความคล้ายคลึงกับ ทศั นคติ ดงั น้ันในการวดั ความคิดเห็นก็สามารถใชแ้ บบการวดั ทศั นคติที่เรียกว่า Likert’s Method เพราะการวัดความคิดเห็นน้ี เป็ นการเปิ ดโอกาสให้ผู้ตอบแสดงความคิดเห็น ใช้ แบบสอบถามที่เป็ นลกั ษณะการจดั ลาดบั คุณภาพ(Rating scale) เพื่อใชว้ ดั น้าหนกั ของความคิดเห็น สามารถวดั ไดใ้ นระดบั มากท่ีสุด มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยท่ีสุดเป็นตน้ 2. พระราชบัญญตั ิการบญั ชี 2543 (กรมพฒั นาธุรกิจการคา้ จงั หวดั เชียงใหม่, 2550ค: ออนไลน)์ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ให้ ประกาศวา่ โดยท่ีเป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายวา่ ดว้ ยการบญั ชี

5 พระราชบญั ญตั ิน้ีมีบทบญั ญตั ิบางประการเก่ียวกบั การจากดั สิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซ่ึงมาตรา ๒๙ ประกอบกบั มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย บญั ญตั ิใหก้ ระทาไดโ้ ดยอาศยั อานาจตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ิข้ึนไวโ้ ดยคาแนะนาและยนิ ยอมของ รัฐสภา ดงั ต่อไปน้ี มาตรา ๑ พระราชบญั ญตั ิน้ีเรียกวา่ “พระราชบญั ญตั ิการบญั ชี พ.ศ. ๒๕๔๓” มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั ิน้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั เม่ือพน้ กาหนดเกา้ สิบวนั นบั แต่วนั ประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นตน้ ไป มาตรา ๓ ใหย้ กเลิกประกาศของคณะปฏิวตั ิ ฉบบั ท่ี ๒๘๕ ลงวนั ที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั ิน้ี “งบการเงิน” หมายความวา่ รายงานผลการดาเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการเปล่ียนแปลงฐานะ การเงินของกิจการ ไม่วา่ จะรายงานโดยงบดุล งบกาไรขาดทุน งบกาไรสะสม งบกระแสเงินสด งบ แสดงการเปล่ียนแปลงส่วนของผถู้ ือหุน้ งบประกอบ หรือหมายเหตุประกอบงบการเงิน หรือ คาอธิบายอ่ืนซ่ึงระบุไวว้ า่ เป็นส่วนหน่ึงของงบการเงิน “มาตรฐานการบญั ชี” หมายความวา่ หลกั การบญั ชีและวิธีปฏิบตั ิทางการบญั ชีท่ีรับรองทว่ั ไปหรือ มาตรฐานการบญั ชีท่ีกาหนดตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการน้นั “ผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชี” หมายความวา่ ผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ใหม้ ีการทาบญั ชีตามพระราชบญั ญตั ิน้ี “ผทู้ าบญั ชี” หมายความวา่ ผรู้ ับผดิ ชอบในการทาบญั ชีของผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีไม่วา่ จะไดก้ ระทา ในฐานะเป็นลูกจา้ งของผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีหรือไม่กต็ าม “สารวตั รใหญบ่ ญั ชี” หมายความวา่ อธิบดี และใหห้ มายความรวมถึงผซู้ ่ึงอธิบดีมอบหมายดว้ ย “สารวตั รบญั ชี” หมายความวา่ ผซู้ ่ึงอธิบดีแต่งต้งั ใหเ้ ป็นสารวตั รบญั ชีประจาสานกั งานบญั ชีประจา ทอ้ งที่ “อธิบดี” หมายความวา่ อธิบดีกรมพฒั นาธุรกิจการคา้ * “รัฐมนตรี” หมายความวา่ รัฐมนตรีผรู้ ักษาการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี มาตรา ๕ ใหร้ ัฐมนตรีวา่ การกระทรวงพาณิชยร์ ักษาการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี และใหม้ ีอานาจออก กฎกระทรวงเพื่อปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี

6 กฎกระทรวงน้นั เม่ือไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว้ ใหใ้ ชบ้ งั คบั ได้ มาตรา ๖ ใหก้ รมพฒั นาธุรกิจการคา้ * กระทรวงพาณิชย์ เป็นสานกั งานกลางบญั ชี ใหอ้ ธิบดีมีอานาจจดั ต้งั สานกั งานบญั ชีประจาทอ้ งที่ โดยข้ึนตรงต่อสานกั งานกลางบญั ชี และมี สารวตั รบญั ชีคนหน่ึงเป็นหวั หนา้ สานกั งานบญั ชีประจาทอ้ งท่ี การจดั ต้งั สานกั งานบญั ชีประจาทอ้ งท่ีใหป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๗ อธิบดีมีอานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากาหนดในเร่ือง ดงั ต่อไปน้ี (๑) ชนิดของบญั ชีท่ีตอ้ งจดั ทา (๒) ขอ้ ความและรายการที่ตอ้ งมีในบญั ชี (๓) ระยะเวลาที่ตอ้ งลงรายการในบญั ชี (๔) เอกสารที่ตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชี (๕) กาหนดขอ้ ยกเวน้ ใหผ้ มู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีหรือผทู้ าบญั ชีไม่ตอ้ งปฏิบตั ิตามมาตรฐาน การบญั ชีในเรื่องใดเรื่องหน่ึงหรือส่วนใดส่วนหน่ึง (๖) คุณสมบตั ิและเง่ือนไขของการเป็นผทู้ าบญั ชีตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ในการประกาศขอ้ กาหนดตามวรรคหน่ึง ใหอ้ ธิบดีคานึงถึงมาตรฐานการบญั ชีและขอ้ คิดเห็นของ หน่วยงานที่เก่ียวขอ้ งและสถาบนั วิชาชีพบญั ชี ขอ้ กาหนดตาม (๕) และ (๖) ตอ้ งไดร้ ับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีดว้ ย ขอ้ กาหนดตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) หากเร่ืองน้นั มีกฎหมายเฉพาะบญั ญตั ิไวเ้ ป็นอยา่ งอ่ืน เมื่อผมู้ ี หนา้ ที่จดั ทาบญั ชีปฏิบตั ิตามกฎหมายเฉพาะน้นั แลว้ ใหถ้ ือวา่ ไดจ้ ดั ทาบญั ชีโดยถูกตอ้ งตาม พระราชบญั ญตั ิน้ีแลว้ หมวด ๒ ผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชี มาตรา ๘ ใหห้ า้ งหุน้ ส่วนจดทะเบียน บริษทั จากดั บริษทั มหาชนจากดั ท่ีจดั ต้งั ข้ึนตามกฎหมายไทย นิติบุคคลท่ีต้งั ข้ึนตามกฎหมายต่างประเทศท่ีประกอบธุรกิจในประเทศไทย กิจการร่วมคา้ ตาม ประมวลรัษฎากร เป็นผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชี และตอ้ งจดั ใหม้ ีการทาบญั ชีสาหรับการประกอบธุรกิจ ของตนโดยมีรายละเอียด หลกั เกณฑ์ และวธิ ีการตามท่ีบญั ญตั ิไวใ้ นพระราชบญั ญตั ิน้ี ในกรณีท่ีผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีประกอบธุรกิจเป็นประจาในสถานที่หลายแห่งแยกจากกนั ใหผ้ มู้ ี หนา้ ท่ีรับผดิ ชอบในการจดั การธุรกิจในสถานที่น้นั เป็นผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชี

7 ในกรณีที่ผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีเป็นกิจการร่วมคา้ ตามประมวลรัษฎากร ใหบ้ ุคคลซ่ึงรับผดิ ชอบใน การดาเนินการของกิจการน้นั เป็นผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชี รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กาหนดให้ บุคคลธรรมดาใดหรือหา้ งหุน้ ส่วนท่ีมิไดจ้ ดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจใดในประเทศไทยตามเง่ือนไข ใดเป็นผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีตามพระราชบญั ญตั ิน้ีได้ ประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคส่ี ใหป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษาลว่ งหนา้ ไม่นอ้ ยกวา่ หกเดือน ก่อนวนั ใชบ้ งั คบั ในกรณีที่มีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคส่ี ใหอ้ ธิบดีกาหนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการเก่ียวกบั วนั เร่ิมทาบญั ชีคร้ังแรก และกาหนดวธิ ีการจดั ทาบญั ชีของบุคคลธรรมดาหรือหา้ งหุน้ ส่วนท่ีมิไดจ้ ด ทะเบียนน้นั มาตรา ๙ ผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีตอ้ งจดั ใหม้ ีการทาบญั ชีนบั แต่วนั เริ่มทาบญั ชี ดงั ต่อไปน้ีเป็นตน้ ไป (๑) หา้ งหุน้ ส่วนจดทะเบียน บริษทั จากดั หรือบริษทั มหาชนจากดั ใหเ้ ร่ิมทาบญั ชีนบั แต่วนั ท่ีหา้ ง หุน้ ส่วนจดทะเบียน บริษทั จากดั หรือบริษทั มหาชนจากดั น้นั ไดร้ ับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ตามกฎหมาย (๒) นิติบุคคลที่ต้งั ข้ึนตามกฎหมายต่างประเทศท่ีประกอบธุรกิจในประเทศไทย ใหเ้ ร่ิมทาบญั ชีนบั แต่วนั ท่ีนิติบุคคลที่ต้งั ข้ึนตามกฎหมายต่างประเทศน้นั ไดเ้ ริ่มตน้ ประกอบธุรกิจในประเทศไทย (๓) กิจการร่วมคา้ ตามประมวลรัษฎากร ใหเ้ ร่ิมทาบญั ชีนบั แต่วนั ท่ีกิจการร่วมคา้ น้นั ไดเ้ ริ่มตน้ ประกอบกิจการ (๔) สถานท่ีประกอบธุรกิจเป็นประจาตามมาตรา ๘ วรรคสอง ใหเ้ ร่ิมทาบญั ชีนบั แตว่ นั ที่สถานที่ ประกอบธุรกิจเป็นประจาน้นั เร่ิมตน้ ประกอบกิจการ มาตรา ๑๐ ผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีตอ้ งปิ ดบญั ชีคร้ังแรกภายในสิบสองเดือนนบั แต่วนั เริ่มทาบญั ชีท่ี กาหนดตามมาตรา ๘ วรรคหก หรือวนั เร่ิมทาบญั ชีตามมาตรา ๙ แลว้ แต่กรณี และปิ ดบญั ชีทุกรอบ สิบสองเดือนนบั แต่วนั ปิ ดบญั ชีคร้ังก่อน เวน้ แต่ (๑) เม่ือไดร้ ับอนุญาตจากสารวตั รใหญ่บญั ชีหรือสารวตั รบญั ชีใหเ้ ปลี่ยนรอบปี บญั ชีแลว้ อาจปิ ด บญั ชีก่อนครบรอบสิบสองเดือนได้ (๒) ในกรณีมีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีตามมาตรา ๘ วรรคสอง ใหป้ ิ ดบญั ชีพร้อมกบั สานกั งานใหญ่

8 มาตรา ๑๑ ผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีซ่ึงเป็นหา้ งหุน้ ส่วนจดทะเบียนท่ีจดั ต้งั ข้ึนตามกฎหมายไทย นิติ บุคคลที่ต้งั ข้ึนตามกฎหมายตา่ งประเทศ และกิจการร่วมคา้ ตามประมวลรัษฎากรตอ้ งจดั ทางบ การเงินและยนื่ งบการเงินดงั กล่าวต่อสานกั งานกลางบญั ชีหรือสานกั งานบญั ชีประจาทอ้ งที่ภายใน หา้ เดือนนบั แต่วนั ปิ ดบญั ชีตามมาตรา ๑๐ สาหรับกรณีของบริษทั จากดั หรือบริษทั มหาชนจากดั ท่ี จดั ต้งั ข้ึนตามกฎหมายไทยใหย้ นื่ ภายในหน่ึงเดือนนบั แต่วนั ท่ีงบการเงินน้นั ไดร้ ับอนุมตั ิในที่ประชุม ใหญ่ ท้งั น้ี เวน้ แต่มีเหตจุ าเป็นทาใหผ้ มู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีไม่สามารถจะปฏิบตั ิตามกาหนดเวลา ดงั กล่าวได้ อธิบดีอาจพจิ ารณาสง่ั ใหข้ ยายหรือเล่ือนกาหนดเวลาออกไปอีกตามความจาเป็นแก่กรณี ได้ การยนื่ งบการเงินใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการท่ีอธิบดีกาหนด งบการเงินตอ้ งมีรายการยอ่ ตามท่ีอธิบดีประกาศกาหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี เวน้ แต่กรณี ท่ีไดม้ ีกฎหมายเฉพาะกาหนดเพิ่มเติมจากรายการยอ่ ของงบการเงินที่อธิบดีกาหนดไวแ้ ลว้ ใหใ้ ช้ รายการยอ่ ตามที่กาหนดในกฎหมายเฉพาะน้นั งบการเงินตอ้ งไดร้ ับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผสู้ อบบญั ชีรับอนุญาต เวน้ แต่งบ การเงินของผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีซ่ึงเป็นหา้ งหุน้ ส่วนจดทะเบียนท่ีจดั ต้งั ข้ึนตามกฎหมายไทยท่ีมีทุน สินทรัพย์ หรือรายได้ รายการใดรายการหน่ึงหรือทุกรายการ ไม่เกินที่กาหนดโดยกฎกระทรวง มาตรา ๑๒ ในการจดั ทาบญั ชี ผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีตอ้ งส่งมอบเอกสารที่ตอ้ งใชป้ ระกอบการ ลงบญั ชีใหแ้ ก่ผทู้ าบญั ชีใหถ้ ูกตอ้ งครบถว้ น เพื่อใหบ้ ญั ชีท่ีจดั ทาข้ึนสามารถแสดงผลการดาเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการเปล่ียนแปลงฐานะการเงินที่เป็นอยตู่ ามความเป็นจริงและตามมาตรฐานการ บญั ชี มาตรา ๑๓ ผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีตอ้ งเกบ็ รักษาบญั ชีและเอกสารที่ตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีไว้ ณ สถานที่ทาการ หรือสถานท่ีท่ีใชเ้ ป็นที่ทาการผลิตหรือเกบ็ สินคา้ เป็นประจาหรือสถานที่ท่ีใชเ้ ป็นที่ ทางานประจา เวน้ แต่ผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีจะไดร้ ับอนุญาตจากสารวตั รใหญ่บญั ชีหรือสารวตั รบญั ชี ใหเ้ กบ็ รักษาบญั ชีและเอกสารที่ตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีไว้ ณ สถานท่ีอ่ืนได้ การขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคหน่ึงใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการที่อธิบดีกาหนด และในระหวา่ งรอการอนุญาตใหผ้ มู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีเกบ็ รักษาบญั ชีและเอกสารท่ีตอ้ งใช้ ประกอบการลงบญั ชีไวใ้ นสถานที่ที่ยน่ื ขอน้นั ไปพลางก่อนได้ ในกรณีที่จดั ทาบญั ชีดว้ ยเครื่องคอมพวิ เตอร์หรือเคร่ืองมืออ่ืนใดในสถานที่อ่ืนใดในราชอาณาจกั รท่ี มิใช่สถานท่ีตามวรรคหน่ึง แต่มีการเช่ือมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือน้นั มายงั สถานที่ ตามวรรคหน่ึง กรณีดงั กล่าวน้ีใหถ้ ือวา่ ไดม้ ีการเกบ็ รักษาบญั ชีไว้ ณ สถานท่ีตามวรรคหน่ึงแลว้

9 มาตรา ๑๔ ผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีตอ้ งเกบ็ รักษาบญั ชีและเอกสารท่ีตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีไว้ เป็นเวลาไม่นอ้ ยกวา่ หา้ ปี นบั แต่วนั ปิ ดบญั ชีหรือจนกวา่ จะมีการส่งมอบบญั ชีและเอกสารตามมาตรา ๑๗ เพอื่ ประโยชนใ์ นการตรวจสอบบญั ชีของกิจการประเภทใดประเภทหน่ึง ใหอ้ ธิบดีโดยความ เห็นชอบของรัฐมนตรีมีอานาจกาหนดใหผ้ มู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีเกบ็ รักษาบญั ชีและเอกสารที่ตอ้ งใช้ ประกอบการลงบญั ชีไวเ้ กินหา้ ปี แต่ตอ้ งไม่เกินเจด็ ปี ได้ มาตรา ๑๕ ถา้ บญั ชีหรือเอกสารที่ตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีสูญหายหรือเสียหาย ใหผ้ มู้ ีหนา้ ที่ จดั ทาบญั ชีแจง้ ต่อสารวตั รใหญ่บญั ชีหรือสารวตั รบญั ชีตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการท่ีอธิบดีกาหนด ภายในสิบหา้ วนั นบั แตว่ นั ท่ีทราบหรือควรทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายน้นั มาตรา ๑๖ ในกรณีท่ีสารวตั รใหญ่บญั ชีหรือสารวตั รบญั ชีตรวจพบวา่ บญั ชีและเอกสารที่ตอ้ งใช้ ประกอบการลงบญั ชีที่เป็นสาระสาคญั แก่การจดั ทาบญั ชีสูญหายหรือถูกทาลาย หรือปรากฏวา่ บญั ชี และเอกสารดงั กล่าวมิไดเ้ กบ็ ไวใ้ นที่ปลอดภยั ใหส้ นั นิษฐานวา่ ผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีมีเจตนาทาให้ เสียหาย ทาลาย ซ่อนเร้น หรือทาใหส้ ูญหายหรือทาใหไ้ ร้ประโยชน์ซ่ึงบญั ชีหรือเอกสารน้นั เวน้ แต่ ผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีจะพสิ ูจน์ใหเ้ ช่ือไดว้ า่ ตนไดใ้ ชค้ วามระมดั ระวงั ตามสมควรแก่กรณีแลว้ เพื่อ ป้องกนั มิใหบ้ ญั ชีหรือเอกสารที่ตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีสูญหายหรือเสียหาย มาตรา ๑๗ เม่ือผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีเลิกประกอบธุรกิจดว้ ยเหตุใดๆ โดยมิไดม้ ีการชาระบญั ชี ใหส้ ่ง มอบบญั ชีและเอกสารท่ีตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีแก่สารวตั รใหญ่บญั ชีหรือสารวตั รบญั ชีภายใน เกา้ สิบวนั นบั แต่วนั เลิกประกอบธุรกิจ และใหส้ ารวตั รใหญ่บญั ชีหรือสารวตั รบญั ชีเกบ็ รักษาบญั ชี และเอกสารท่ีตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีดงั กล่าวไวไ้ มน่ อ้ ยกวา่ หา้ ปี ผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีร้องขอ ใหส้ ารวตั รใหญ่บญั ชีหรือสารวตั รบญั ชีมีอานาจขยายเวลาการส่งมอบ บญั ชีและเอกสารตามวรรคหน่ึงได้ แต่ระยะเวลาที่ขยายเมื่อรวมกนั แลว้ ตอ้ งไม่เกินหน่ึงร้อยแปดสิบ วนั นบั แต่วนั เลิกประกอบธุรกิจ ในกรณีท่ีผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีส่งมอบบญั ชีและเอกสารที่ตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีไม่ครบถว้ น ถูกตอ้ ง สารวตั รใหญ่บญั ชีหรือสารวตั รบญั ชีมีอานาจเรียกใหผ้ มู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีส่งมอบบญั ชีและ เอกสารท่ีตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีใหค้ รบถว้ นถูกตอ้ งภายในเวลาที่กาหนด

10 มาตรา ๑๘ งบการเงิน บญั ชี และเอกสารท่ีสารวตั รใหญบ่ ญั ชีหรือสารวตั รบญั ชีไดร้ ับและเกบ็ รักษา ไวต้ ามมาตรา ๑๑ หรือมาตรา ๑๗ ผมู้ ีส่วนไดเ้ สียหรือบุคคลทวั่ ไปอาจขอตรวจดูหรือขอภาพถ่าย สาเนาไดโ้ ดยเสียคา่ ใชจ้ ่ายตามท่ีอธิบดีกาหนด มาตรา ๑๙ ผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีตอ้ งจดั ใหม้ ีผทู้ าบญั ชีซ่ึงเป็นผมู้ ีคุณสมบตั ิตามที่อธิบดีกาหนดตาม มาตรา ๗ (๖) เพอ่ื จดั ทาบญั ชีตามพระราชบญั ญตั ิน้ี และมีหนา้ ที่ควบคุมดูแลผทู้ าบญั ชีใหจ้ ดั ทาบญั ชี ใหต้ รงต่อความเป็นจริงและถูกตอ้ งตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีซ่ึงเป็นบุคคลธรรมดาจะเป็นผทู้ าบญั ชีสาหรับกิจการของตนเองกไ็ ด้ มาตรา ๒๐ ผทู้ าบญั ชีตอ้ งจดั ทาบญั ชีเพื่อใหม้ ีการแสดงผลการดาเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการ เปล่ียนแปลงฐานะการเงินของผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีที่เป็นอยตู่ ามความเป็นจริงและตามมาตรฐาน การบญั ชี โดยมีเอกสารที่ตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีใหถ้ ูกตอ้ งครบถว้ น มาตรา ๒๑ ในการลงรายการในบญั ชี ผทู้ าบญั ชีตอ้ งปฏิบตั ิดงั ต่อไปน้ี (๑) ลงรายการเป็นภาษาไทย หากลงรายการเป็นภาษาต่างประเทศใหม้ ีภาษาไทยกากบั หรือลง รายการเป็นรหสั บญั ชีใหม้ ีคู่มือแปลรหสั ท่ีเป็นภาษาไทยไว้ (๒) เขียนดว้ ยหมึก ดีดพมิ พ์ ตีพิมพ์ หรือทาดว้ ยวิธีอ่ืนใดที่ไดผ้ ลในทานองเดียวกนั มาตรา ๒๒ สารวตั รใหญ่บญั ชีและสารวตั รบญั ชีมีอานาจตรวจสอบบญั ชีและเอกสารที่ตอ้ งใช้ ประกอบการลงบญั ชีเพ่อื ใหเ้ ป็นไปตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ในการน้ีใหม้ ีอานาจเขา้ ไปในสถานท่ีทา การหรือสถานท่ีเกบ็ รักษาบญั ชีและเอกสารท่ีตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีของผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชี หรือผทู้ าบญั ชีหรือสถานท่ีรวบรวมหรือประมวลขอ้ มูลของบุคคลดงั กล่าวไดใ้ นระหวา่ งเวลาทาการ ของสถานท่ีน้นั ในกรณีท่ีมีเหตุอนั ควรเช่ือไดว้ า่ มีการฝ่ าฝืนหรือไม่ปฏิบตั ิตามบทบญั ญตั ิแห่งพระราชบญั ญตั ิน้ี ให้ สารวตั รใหญ่บญั ชีหรือสารวตั รบญั ชีมีอานาจเขา้ ไปในสถานท่ีตามวรรคหน่ึงเพอื่ ยดึ หรืออายดั บญั ชี และเอกสารท่ีตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีไดใ้ นระหวา่ งเวลาพระอาทิตยข์ ้ึนจนถึงพระอาทิตยต์ ก หรือในเวลาทาการของสถานท่ีน้นั เมื่อมีเหตุอนั ควรเชื่อไดว้ า่ หากเน่ินชา้ กวา่ จะเอาหมายคน้ มาได้ บญั ชีเอกสารที่ตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชี หรือเอกสารหรือหลกั ฐานอื่นท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ความผดิ ดงั กล่าวน้นั จะถูกยกั ยา้ ย ซุกซ่อน ทาลาย หรือทาใหเ้ ปล่ียนสภาพไปจากเดิม

11 มาตรา ๒๓ ในการปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี สารวตั รใหญ่บญั ชีและสารวตั รบญั ชีตอ้ งแสดง บตั รประจาตวั ต่อผทู้ ่ีเก่ียวขอ้ ง บตั รประจาตวั ใหเ้ ป็นไปตามแบบท่ีอธิบดีกาหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๒๔ ในการปฏิบตั ิหนา้ ที่ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ใหส้ ารวตั รใหญ่บญั ชีและสารวตั รบญั ชีมี อานาจสง่ั เป็นหนงั สือ (๑) ใหผ้ มู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชี ผทู้ าบญั ชี หรือบุคคลท่ีเกี่ยวขอ้ งมาใหถ้ อ้ ยคาเก่ียวกบั การจดั ทาบญั ชี หรือการเกบ็ รักษาบญั ชีและเอกสารท่ีตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชี (๒) ใหผ้ มู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีหรือผทู้ าบญั ชีส่งบญั ชี เอกสารท่ีตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชี หรือรหสั บญั ชีมาเพ่อื ตรวจสอบ หนงั สือท่ีสง่ั ตามวรรคหน่ึง ใหส้ ่งโดยทางไปรษณียล์ งทะเบียนตอบรับหรือใหน้ าส่ง ณ ภูมิลาเนา หรือถิ่นท่ีอยหู่ รือสถานท่ีประกอบธุรกิจของผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชี ผทู้ าบญั ชี หรือบุคคลท่ีเกี่ยวขอ้ ง ถา้ ไม่พบผรู้ ับ ณ ภูมิลาเนาหรือถ่ินที่อยหู่ รือสถานที่ประกอบธุรกิจของผนู้ ้นั จะส่งใหแ้ ก่บุคคลใดซ่ึง บรรลุนิติภาวะแลว้ และอยหู่ รือทางานอยใู่ นบา้ นหรือสถานท่ีประกอบธุรกิจท่ีปรากฏวา่ เป็นของผรู้ ับ น้นั กไ็ ด้ ในกรณีท่ีไม่สามารถส่งตามวิธีการในวรรคสอง หรือผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชี ผทู้ าบญั ชีหรือบุคคลที่ เก่ียวขอ้ งน้นั ออกไปนอกราชอาณาจกั ร ใหใ้ ชว้ ธิ ีปิ ดหนงั สือดงั กล่าวในท่ีซ่ึงเห็นไดง้ ่าย ณ ที่อยหู่ รือ สถานท่ีประกอบธุรกิจของผนู้ ้นั หรือบา้ นท่ีผนู้ ้นั มีช่ืออยใู่ นทะเบียนตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการทะเบียน ราษฎร หรือโฆษณาขอ้ ความยอ่ ในหนงั สือพมิ พท์ ี่จาหน่ายเป็นปกติในทอ้ งท่ีน้นั กไ็ ด้ เมื่อไดป้ ฏิบตั ิตามวธิ ีการดงั กล่าวขา้ งตน้ แลว้ ใหถ้ ือวา่ เป็นอนั ไดร้ ับแลว้ มาตรา ๒๕ หา้ มมิใหผ้ ใู้ ดเปิ ดเผยขอ้ ความใดๆ ที่ทราบหรือไดม้ าเนื่องจากการปฏิบตั ิตามมาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๔ เวน้ แตจ่ ะมีอานาจท่ีจะทาไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมาย มาตรา ๒๖ ในการปฏิบตั ิหนา้ ที่ ใหส้ ารวตั รใหญ่บญั ชีและสารวตั รบญั ชีเป็นเจา้ พนกั งานตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗ ผใู้ ดฝ่ าฝืนหรือไม่ปฏิบตั ิตามประกาศของอธิบดีที่ออกตามมาตรา ๗ (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๖) ตอ้ งระวางโทษปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท กรณีท่ีฝ่ าฝืน หรือไม่ปฏิบตั ิตามประกาศของ

12 อธิบดีที่ออกตามมาตรา ๗ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ใหป้ รับเป็นรายวนั อีกไม่เกินวนั ละหา้ ร้อยบาท จนกวา่ จะปฏิบตั ิใหถ้ ูกตอ้ ง มาตรา ๒๘ ผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีผใู้ ดไม่จดั ใหม้ ีการทาบญั ชีตามมาตรา ๘ หรือมาตรา ๙ ตอ้ งระวาง โทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท และปรับเป็นรายวนั อีกไมเ่ กินวนั ละหน่ึงพนั บาทจนกวา่ จะปฏิบตั ิให้ ถูกตอ้ ง มาตรา ๒๙ ผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีผใู้ ดไม่ปฏิบตั ิตามมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๒ หรือมาตรา ๑๙ วรรคหน่ึง ตอ้ งระวางโทษปรับไม่เกินหน่ึงหม่ืนบาท มาตรา ๓๐ ผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีผใู้ ดไม่ปฏิบตั ิตามมาตรา ๑๑ วรรคหน่ึง ตอ้ งระวางโทษปรับไม่เกิน หา้ หมื่นบาท มาตรา ๓๑ ผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีผใู้ ดไม่ปฏิบตั ิตามมาตรา ๑๑ วรรคสาม มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๑๗ ตอ้ งระวางโทษปรับไม่เกินหา้ พนั บาท มาตรา ๓๒ ผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีผใู้ ดไม่ปฏิบตั ิตามมาตรา ๑๑ วรรคส่ี ตอ้ งระวางโทษปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท มาตรา ๓๓ ผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีผใู้ ดแจง้ ขอ้ ความตามมาตรา ๑๕ เป็นเทจ็ ต่อสารวตั รใหญ่บญั ชีหรือ สารวตั รบญั ชีวา่ บญั ชีหรือเอกสารที่ตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีสูญหายหรือเสียหายตอ้ งระวางโทษ จาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ มาตรา ๓๔ ผใู้ ดไม่ปฏิบตั ิตามมาตรา ๒๐ ตอ้ งระวางโทษปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท มาตรา ๓๕ ผใู้ ดไม่ปฏิบตั ิตามมาตรา ๒๑ ตอ้ งระวางโทษปรับไม่เกินหา้ พนั บาท มาตรา ๓๖ ผใู้ ดขดั ขวางการปฏิบตั ิหนา้ ที่ของสารวตั รใหญ่บญั ชีหรือสารวตั รบญั ชี ซ่ึงปฏิบตั ิการ

13 ตามมาตรา ๒๒ ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินหน่ึงปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ ผใู้ ดไม่อานวยความสะดวกแก่สารวตั รใหญ่บญั ชีหรือสารวตั รบญั ชีซ่ึงปฏิบตั ิหนา้ ที่ตามมาตรา ๒๒ หรือฝ่ าฝืนคาสง่ั ของสารวตั รใหญ่บญั ชีหรือสารวตั รบญั ชีซ่ึงสง่ั การตามมาตรา ๒๔ ตอ้ งระวางโทษ จาคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินสองพนั บาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ มาตรา ๓๗ ผใู้ ดฝ่ าฝืนมาตรา ๒๕ ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่น บาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ ในกรณีท่ีผกู้ ระทาความผดิ ตามวรรคหน่ึงเป็นสารวตั รใหญ่บญั ชี สารวตั รบญั ชี หรือเจา้ พนกั งาน ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินหน่ึงปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ มาตรา ๓๘ ผใู้ ดทาใหเ้ สียหาย ทาลาย ซ่อนเร้น หรือทาใหส้ ูญหายหรือทาใหไ้ ร้ประโยชนซ์ ่ึงบญั ชี หรือเอกสารที่ตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชี ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินหน่ึงปี หรือปรับไม่เกินสอง หมื่นบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ ในกรณีที่ผกู้ ระทาความผดิ ตามวรรคหน่ึงเป็นผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชี ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินสอง ปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ มาตรา ๓๙ ผใู้ ดลงรายการเทจ็ แกไ้ ข ละเวน้ การลงรายการในบญั ชีหรืองบการเงิน หรือแกไ้ ข เอกสารที่ตอ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีเพ่อื ใหผ้ ดิ ความเป็นจริง ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หม่ืนบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ ในกรณีท่ีผกู้ ระทาความผดิ ตามวรรคหน่ึงเป็นผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชี ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินสาม ปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ มาตรา ๔๐ ในกรณีท่ีผกู้ ระทาความผดิ ซ่ึงตอ้ งรับโทษตามพระราชบญั ญตั ิน้ีเป็นนิติบคุ คล ให้ กรรมการผจู้ ดั การ หุน้ ส่วนผจู้ ดั การ ผแู้ ทนนิติบุคคล หรือบุคคลใด ซ่ึงรับผดิ ชอบในการดาเนินการ ของนิติบุคคลน้นั ตอ้ งรับโทษตามที่กฎหมายกาหนดไวส้ าหรับความผดิ น้นั ๆ ดว้ ย เวน้ แต่จะพสิ ูจน์ ไดว้ า่ ตนมิไดม้ ีส่วนรู้เห็นหรือยนิ ยอมในการกระทาความผดิ ของนิติบุคคลน้นั มาตรา ๔๑ บรรดาความผดิ ตามมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ และมาตรา ๓๖ วรรคสอง ใหอ้ ธิบดีหรือผซู้ ่ึงอธิบดีมอบหมายมีอานาจ

14 เปรียบเทียบได้ และเมื่อผกู้ ระทาความผดิ ไดช้ าระคา่ ปรับตามที่ไดเ้ ปรียบเทียบแลว้ ใหค้ ดีเป็นอนั เลิก กนั ตามประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา มาตรา ๔๒ บรรดากฎกระทรวง หรือประกาศท่ีออกตามประกาศของคณะปฏิวตั ิฉบบั ที่ ๒๘๕ ลง วนั ที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ที่ใชบ้ งั คบั อยกู่ ่อนวนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั ใหย้ งั คงใช้ บงั คบั ไดต้ ่อไปเท่าท่ีไม่ขดั หรือแยง้ กบั พระราชบญั ญตั ิน้ี ท้งั น้ี จนกวา่ จะไดม้ ีกฎกระทรวง หรือ ประกาศที่ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั ผใู้ ดเป็นผทู้ าบญั ชีของผมู้ ีหนา้ ที่จดั ทาบญั ชีอยกู่ ่อนวนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั ไมน่ อ้ ยกวา่ หา้ ปี แต่ไม่มีคุณสมบตั ิของการเป็นผทู้ าบญั ชีตามท่ีอธิบดีกาหนดตามมาตรา (๖) หากประสงคจ์ ะเป็นผทู้ าบญั ชีตามพระราชบญั ญตั ิน้ีต่อไป ใหแ้ จง้ ต่ออธิบดีตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่อธิบดีประกาศกาหนด ภายในหกสิบวนั นบั แตว่ นั ที่พระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั และเมื่อผนู้ ้นั เขา้ รับการอบรมและสาเร็จการอบรมตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และระยะเวลาท่ีอธิบดี ประกาศกาหนดแลว้ ใหผ้ นู้ ้นั เป็นผทู้ าบญั ชีต่อไปไดเ้ ป็นเวลาแปดปี นบั แต่วนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีใช้ บงั คบั มาตรา ๔๓ ระหวา่ งที่ยงั ไม่มีมาตรฐานการบญั ชีท่ีกฎหมายกาหนด ใหถ้ ือวา่ มาตรฐานการบญั ชีที่ กาหนดโดยสมาคมนกั บญั ชีและผสู้ อบบญั ชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยซ่ึงคณะกรรมการควบคุม การประกอบวิชาชีพสอบบญั ชีไดม้ ีมติใหป้ ระกาศใชแ้ ลว้ เป็นมาตรฐานการบญั ชีตาม พระราชบญั ญตั ิน้ี มาตรา ๔๔ ใหก้ ิจการร่วมคา้ ตามประมวลรัษฎากรซ่ึงเร่ิมตน้ ประกอบกิจการร่วมคา้ อยกู่ ่อนวนั ที่ พระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั ไม่ตอ้ งปฏิบตั ิตามพระราชบญั ญตั ิน้ีจนกวา่ จะเริ่มรอบระยะเวลาบญั ชี ใหม่หลงั จากวนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั แลว้ มาตรา ๔๕ ใหผ้ มู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีจดั ใหม้ ีผทู้ าบญั ชีใหถ้ ูกตอ้ งตามมาตรา ๑๙ ภายในหน่ึงปี นบั แต่ วนั ที่พระราชบญั ญตั ิน้ีมีผลใชบ้ งั คบั กาหนดระยะเวลาตามวรรคหน่ึง อธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี จะขยายออกไปอีกตาม ความจาเป็นแก่กรณีกไ็ ด้ ท้งั น้ี ตอ้ งไม่เกินหน่ึงปี ในระหวา่ งระยะเวลาตามวรรคหน่ึงและวรรคสอง มิใหน้ าบทบญั ญตั ิมาตรา ๒๙ มาใชบ้ งั คบั แก่ผมู้ ี หนา้ ที่จดั ทาบญั ชีที่มิไดจ้ ดั ใหม้ ีผทู้ าบญั ชีตามมาตรา ๑๙ วรรคหน่ึง

15 หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ิฉบบั น้ี คือ โดยที่ประกาศของคณะปฏิวตั ิฉบบั ท่ี ๒๘๕ ลงวนั ท่ี ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ซ่ึงเป็นกฎหมายวด่ ว้ ยการบญั ชีไดใ้ ชบ้ งั คบั มาเป็น เวลานาน มีหลกั การเกี่ยวกบั การทาบญั ชีหลายประการที่ยงั ไม่สอดคลอ้ งกบั ความกา้ วหนา้ ทางการ บญั ชีและการจดั ทาบญั ชี และไม่สอดคลอ้ งกบั สถานการณ์ทางเศรษฐกิจการคา้ ที่เปลี่ยนแปลงไป สมควรปรับปรุงกฎหมายวา่ ดว้ ยการบญั ชีใหท้ นั สมยั ยง่ิ ข้นึ จึงจาเป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญตั ิน้ี *พระราชกฤษฎีกาแกไ้ ขบทบญั ญตั ิใหส้ อดคลอ้ งกบั การโอนอานาจหนา้ ที่ของส่วนราชการให้ เป็นไปตามพระราชบญั ญตั ิปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๒๑ ในพระราชบญั ญตั ิการบญั ชี พ.ศ. ๒๕๔๓ ใหแ้ กไ้ ขคาวา่ “กรมทะเบียนการคา้ ” เป็น “กรมพฒั นาธุรกิจการคา้ ” และคาวา่ “อธิบดีกรมทะเบียนการคา้ ” เป็น “อธิบดีกรมพฒั นาธุรกิจ การคา้ ” หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพ้ ระราชกฤษฎีกาฉบบั น้ี คือ โดยที่พระราชบญั ญตั ิปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดบ้ ญั ญตั ิใหจ้ ดั ต้งั ส่วนราชการข้นึ ใหม่โดยมีภารกิจใหม่ ซ่ึงได้ มีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอานาจหนา้ ท่ีของส่วนราชการใหเ้ ป็นไปตาม พระราชบญั ญตั ิปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม น้นั แลว้ และเนื่องจากพระราชบญั ญตั ิดงั กล่าวได้ บญั ญตั ิใหโ้ อนอานาจหนา้ ท่ีของส่วนราชการ รัฐมนตรีผดู้ ารงตาแหน่งหรือผซู้ ่ึงปฏิบตั ิหนา้ ที่ใน ส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่ โดยใหม้ ีการแกไ้ ขบทบญั ญตั ิต่างๆ ใหส้ อดคลอ้ งกบั อานาจหนา้ ที่ท่ีโอนไปดว้ ย ฉะน้นั เพอ่ื อนุวตั ิใหเ้ ป็นไปตามหลกั การที่ปรากฏในพระราชบญั ญตั ิ และพระราชกฤษฎีกาดงั กล่าว จึงสมควรแกไ้ ขบทบญั ญตั ิของกฎหมายใหส้ อดคลอ้ งกบั การโอน ส่วนราชการ เพอ่ื ใหผ้ เู้ ก่ียวขอ้ งมีความชดั เจนในการใชก้ ฎหมายโดยไมต่ อ้ งไปคน้ หาในกฎหมาย โอนอานาจหนา้ ท่ีวา่ ตามกฎหมายใดไดม้ ีการโอนภารกิจของส่วนราชการหรือผรู้ ับผดิ ชอบตาม กฎหมายน้นั ไปเป็นของหน่วยงานใดหรือผใู้ ดแลว้ โดยแกไ้ ขบทบญั ญตั ิของกฎหมายใหม้ ีการ เปล่ียนช่ือส่วนราชการ รัฐมนตรี ผดู้ ารงตาแหน่งหรือผซู้ ่ึงปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของส่วนราชการใหต้ รงกบั การโอนอานาจหนา้ ที่ และเพ่มิ ผแู้ ทนส่วนราชการในคณะกรรมการใหต้ รงตามภารกิจที่มีการตดั โอนจากส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่รวมท้งั ตดั ส่วนราชการเดิมที่มีการยบุ เลิกแลว้ ซ่ึงเป็นการแกไ้ ขใหต้ รงตามพระราชบญั ญตั ิและพระราชกฤษฎีกาดงั กล่าว จึงจาเป็นตอ้ งตราพระ ราชกฤษฎีกาน้ี

16 ๔. แนวคิดเกี่ยวกับปัจจัยท่ีส่งผลต่อความสาเร็จของผู้ทาบัญชี ในการปฏิบัติงานให้ถูกต้องตาม มาตรฐานการบัญชีไทย สาหรับธุรกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม ในเขตกรุงเทพมหานคร องั คณา นุตยกุล (๒๕๔๘) กล่าวว่าปัญหาและอุปสรรคในการจดั ทาบญั ชีของ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ มโดยสรุปไดด้ งั น้ี ผบู้ ริหารและผทู้ ่ีเกี่ยวขอ้ งไม่ใหค้ วามสาคญั กบั เอกสารที่จะนามาบนั ทึกบญั ชี ผบู้ ริหารไม่มีความรู้ดา้ นบญั ชี ผทู้ าบญั ชีขาดความเป็ นอิสระในการ ทางาน มีรายไดแ้ ละผลตอบแทนต่า ขาดความรู้ความเขา้ ใจดา้ นมาตรฐานบญั ชี และกฎหมายบญั ชี ซ่ึงสามารถแบ่งปัญหาและอุปสรรคดงั กล่าวไดเ้ ป็น 3 ดา้ น ดงั น้ี ๑. ดา้ นผูท้ าบญั ชี ในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมน้ันผูท้ าบญั ชีมีความรู้ ความสามารถทางบญั ชีอย่างเพียงพอหรือไม่ การกาหนดตวั ผูท้ าบญั ชีและมอบหมายหนา้ ท่ีความ รับผิดชอบอยา่ งชดั เจนหรือไม่ ผทู้ าบญั ชีมีคุณสมบตั ิตรงตามพระราชบญั ญตั ิการบญั ชี พ.ศ. 2543 หรือไม่ และผทู้ าบญั ชีทางานไดต้ ามมาตรฐานหรือไม่ โดยปัจจยั ดงั กล่าวส่งผลต่อความถูกตอ้ งของ การจดั ทางบการเงิน ๒. ดา้ นมาตรฐานการบญั ชี ผทู้ าบญั ชีเขา้ ใจมาตรฐานในแต่ละมาตรฐานอยา่ งถ่อง แทห้ รือไม่ เพราะถา้ ผูท้ าไม่เขา้ ใจในมาตรฐานน้ัน ๆ อย่างแทจ้ ริงก็จะมีผลต่อการปฏิบตั ิงานทาง บญั ชีได้ ๓. ด้านผูป้ ระกอบการ ผูป้ ระกอบการจะเป็ นปัญหาที่สาคัญสาหรับวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม โดยลกั ษณะพฤติกรรมของผปู้ ระกอบการส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของ งบการเงิน เช่น ผูป้ ระกอบการท่ีตอ้ งการหลีกเล่ียงภาษี งบการเงินท่ีจดั ทาตอ้ งมีการตกแต่งตวั เลข ทางบญั ชี บนั ทึกบญั ชีไม่ครบถว้ น ถูกตอ้ ง เพอื่ ใหเ้ สียภาษีนอ้ ยที่สุด

17 วรรณกรรมทเ่ี กย่ี วข้อง เพ็ญธิดา พงษ์ธานี (2552) ไดศ้ ึกษาเร่ือง “ปัจจยั ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการ บริการของสานกั งานบญั ชีในประเทศไทย” โดยอาศยั แนวคิดเก่ียวกบั การบริการ แนวคิดเกี่ยวกบั คุณภาพการบริการ แนวคิดเกี่ยวกับคุณภาพการบริการของสานักงานบัญชี แนวคิดเก่ียวกับ นโยบายและกระบวนการของสานักงานบัญชี และแนวคิดเก่ียวกับคุณสมบัติผูท้ าบัญชีของ สานกั งานบญั ชี จากกลุ่มตวั อยา่ งคือ หวั หนา้ สานกั งานบญั ชีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จานวน 400 ราย ซ่ึงผลการศึกษาสรุปว่า แนวคิดเก่ียวกับการบริการของสานักงานบัญชีใน ประเทศไทย พบว่าสานักงานบัญชีให้ความสาคัญในด้านคุณภาพการบริการในส่วนของ ภาพลกั ษณ์ของสานักงานบัญชีสูงที่สุด รองลงมาคือความน่าเช่ือถือของสานักงานบญั ชี การ ตอบสนองต่อลูกคา้ การดูแลเอาใจใส่ต่อลูกคา้ และการให้ความเชื่อมั่นต่อลูกคา้ ตามลาดับ แนวคิดเก่ียวกบั นโยบายและกระบวนการของสานกั งานบญั ชีในประเทศไทย พบวา่ สานกั งานบญั ชี มีความสามารถดา้ นการปฏิบตั ิตามขอ้ กาหนดจรรยาบรรณของสานกั งานบญั ชี และมีความสามารถ ด้านการจัดการเอกสารของสานักงานบัญชีมากที่สุดเท่ากัน รองลงมาคือความสามารถด้าน กระบวนการที่เกี่ยวขอ้ งกบั ลูกคา้ ของสานกั งานบญั ชี มีความสามารถดา้ นการติดตามตรวจสอบของ สานกั งานบญั ชี มีความสามารถดา้ นความรับผดิ ชอบของผบู้ ริหารต่อนโยบายและกระบวนการของ สานกั งานบญั ชี มีความสามารถดา้ นการจดั การทรัพยากรของสานกั งานบญั ชี และมีความสามารถ ดา้ นการปฏิบตั ิงานของสานกั งานบญั ชีตามลาดบั แดน กุลรูป (2548) ไดศ้ ึกษาขอ้ บกพร่องในการจดั ทาบญั ชีจากการตรวจสอบบญั ชี ของกรมพฒั นาธุรกิจการคา้ ในเขตพ้ืนท่ีจงั หวดั ลาปาง โดยวิธีการศึกษาไดเ้ ลือกเฉพาะบญั ชีและงบ การเงินท่ีพบขอ้ บกพร่องในการจดั ทาบัญชี จากกระดาษทาการตรวจสอบบัญชีที่ได้ผ่านการ ตรวจทานจากเจา้ หนา้ ท่ีของสานกั งานพฒั นาธุรกิจการคา้ จงั หวดั ลาปาง จากการศึกษาพบว่า ธุรกิจ ท่ีพบขอ้ บกพร่องในการจดั ทาบญั ชีและจดั ทางบการเงินมากที่สุด คือ ธุรกิจประเภทหา้ งหุน้ ส่วนจด ทะเบียน และขอ้ บกพร่องที่พบมากท่ีสุดคือ การจดั ทาบญั ชีไม่ครบถว้ น การบนั ทึกรายการโดยไม่มี เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี การแสดงรายการในงบการเงินไม่สอดคลอ้ งกับบัญชี ตามลาดบั และผลการศึกษาขอ้ บกพร่องแยกตามการจดั จา้ งผทู้ าบญั ชี พบวา่ ธุรกิจท่ีจดั จา้ งสานกั งาน บญั ชีเป็นผทู้ าบญั ชีพบขอ้ บกพร่องมากท่ีสุด

18 สวัสด์ิ หากิน (2552) ไดศ้ ึกษาถึงความคิดเห็นของผูพ้ ิจารณาสินเชื่อระยะยาวของ ธนาคารในจงั หวดั เชียงใหม่ต่อคุณภาพขอ้ มูลทางการเงินของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เก็บขอ้ มูลโดยใชแ้ บบสอบถามจากผพู้ ิจารณาสินเช่ือระยะยาวของธนาคารในเขตจงั หวดั เชียงใหม่ ซ่ึงมีนโยบายในการให้สินเชื่อระยะยาวแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม จานวนท้งั หมด 126 สาขา จากจานวนธนาคารท้งั หมด 22 แห่ง ผลการศึกษาพบว่า ผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็ น เพศชาย มีอายุระหว่าง 31-50 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ทางานในตาแหน่ง เจ้าหน้าที่ วิเคราะห์สินเชื่อ และมีประสบการณ์ในการพิจารณาสินเชื่อ มากกว่า 15 ปี คุณภาพของขอ้ มูลทาง การเงินของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ มท่ีศึกษาไดแ้ ก่ ขอ้ มูลในงบการเงิน ซ่ึงประกอบดว้ ย งบกาไรขาดทุน งบดุล งบกระแสเงินสด และหมายเหตุประกอบงบการเงิน ซ่ึงพบว่า ผูพ้ ิจารณา สินเช่ือระยะยาวของธนาคารเห็นว่า คุณภาพงบการเงินโดยรวมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ย่อม อยใู่ นระดบั มีคุณภาพมาก ซ่ึงคุณภาพดา้ นความเขา้ ใจไดม้ ีระดบั ค่าเฉล่ียสูงที่สุด อย่ใู นระดบั มาก และคุณภาพดา้ นความเช่ือถือไดม้ ีระดบั ค่าเฉลี่ยต่าที่สุด อยใู่ นระดบั มาก และเมื่อพจิ ารณาความ คิดเห็นเก่ียวกบั คุณภาพของงบการเงินแต่ละประเภทพบว่า คุณภาพของงบการเงินวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อมทุกประเภท อยู่ในระดับมีคุณภาพมาก และปัญหาท่ีพบจากการใช้งบการ การเงินของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการพิจารณาสินเช่ือ 3 อนั ดบั แรก ประกอบดว้ ย ปัญหาเก่ียวกบั การเปิ ดเผยขอ้ มูลที่สาคญั ในงบการเงินยงั ไม่เพียงพอ ปัญหารายการในงบการเงินไม่ ครบถว้ น และไม่ถูกตอ้ ง ซ่ึงปัญหาดงั กล่าวเป็ นปัญหาท่ีมีผลกระทบต่อคุณภาพดา้ นความเช่ือถือได้ ของงบการเงินของวสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม สุภาพร เพ่งพศิ (2553) ไดศ้ ึกษาถึงปัญหาในการจดั ทาบญั ชีของสานกั งานบญั ชีในกรุงเทพมหานคร โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พือ่ ศึกษา การใชค้ วามรู้ดา้ นวิชาชีพบญั ชีของผทู้ าบญั ชีในสานักงานบญั ชี ปัญหา ในการจดั ทาบญั ชีของสานักงานบญั ชี และศึกษาอิทธิพลของขอ้ มูลส่วนบุคคล ขอ้ มูลสานักงาน บญั ชีและการใช้ความรู้ด้านวิชาชีพบญั ชีท่ีมีต่อปัญหาในการจดั ทาบญั ชีของสานักงานบญั ชีใน กรุงเทพมหานคร จากการสารวจกลุ่มตวั อยา่ งสานกั งานบญั ชี ในกรุงเทพมหานคร จานวน 320 แห่ง ผลการวิจยั พบว่าผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็ นเพศหญิง อายุระหว่าง 30- 39 ปี การศึกษาจบระดบั ปริญญาตรี มีประสบการณ์การทางานดา้ นบญั ชีมากกกวา่ 10 ปี ข้ึนไป มีหนา้ ที่ใน การจดั ทาบญั ชี ออกแบบงบการเงินและจดั ทารายงานภาษียื่นกรมสรรพากร สานักงานบญั ชี ส่วน ใหญ่เป็ นคณะบุคคล เปิ ดดาเนินการมากกว่า 15 ปี ผลการศึกษาการใชค้ วามรู้ดา้ นวิชาชีพบญั ชีของ ผูท้ าบญั ชีในสานักงานบญั ชี พบว่า มีการใชค้ วามรู้ทางดา้ นการทาบญั ชีมากที่สุด ในการจดั ทางบ การเงิน ไดแ้ ก่ งบกาไรขาดทุน งบดุล งบกระแสเงินสด เป็ นตน้ รองลงมาเป็ นการใชค้ วามรู้ดา้ น วิชาชีพด้านการบัญชีภาษีอากรในการย่ืนแบบภาษีเพ่ือนาส่งกรมสรรพากร และการใช้ความรู้

19 วิชาชีพดา้ นการศึกษาและเทคโนโลยีการบญั ชี ในการใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปต่าง ๆ สาหรับปัญหา ในการจดั ทาบญั ชีพบวา่ การปฏิบตั ิตามมาตรฐานการบญั ชีมีปัญหามากที่สุด รองลงมาเป็นปัญหาใน ดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศในการทาบญั ชี และปัญหาความยงุ่ ยากจากการถูกตรวจสอบการทาบญั ชี โดยเจา้ พนกั งานกรมสรรพากร นอกจากน้ี ข้อเสนอแนะท่ีมีความคิดเห็นตรงกันในเร่ืองของมาตรฐานการบัญชีไม่ สอดคลอ้ งกบั การบญั ชีภาษีอากรและขอ้ กฏหมายของกรมสรรพากร มีปัญหาในการตรวจสอบและ มีปัญหาในการปฏิบตั ิงานดา้ นการบญั ชีตอ้ งการให้มีการประสานงานกัน ระหว่างหน่วยงานท่ี เกี่ยวขอ้ งเพ่ือดาเนินการวางแนวทางในการปฏิบตั ิงานดา้ นการบญั ชี หรือมีหน่วยงานที่ปรึกษาให้ คาตอบท่ีสามารถอา้ งอิงได้ ในปฏิบตั ิงานโดยภาครัฐ ในดา้ นการใชค้ วามรู้วิชาชีพสาหรับบณั ฑิตให้ จดั การเรียนมุ่งเนน้ ความรู้ดา้ นการปฏิบตั ิงาน การใชค้ อมพิวเตอร์ในงานบญั ชี ความรู้ดา้ นการบญั ชี ภาษีอากร โดยการฝึ กปฏิบัติมากกว่าทฤษฏี และยกระดับมาตรฐานวิชาชีพบัญชีอนั เน่ืองจาก ค่าตอบแทนในการรับทาบญั ชีดว้ ย อังคณา นุตยกุล (2548) ไดศ้ ึกษาถึงปัจจยั ที่ส่งผลต่อความสาเร็จของผูท้ าบญั ชี ในการปฏิบตั ิงานใหถ้ ูกตอ้ งตามมาตรฐานการบญั ชีไทย สาหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม ใน เขตกรุงเทพมหานคร ซ่ึงวิธีการศึกษาแบ่งเป็ น 2 ข้นั ตอน ดงั น้ี ข้นั ตอนแรก ไดท้ าการศึกษาเชิง คุณภาพดว้ ยการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก จากผูท้ าบญั ชีท่ีมีประสบการณ์ ประสบผลสาเร็จในการ ทางานทางดา้ นบญั ชีจานวน 10 คน โดยนาผลการสัมภาษณ์และทบทวนวรรณกรรมมาบูรณาการ เพื่อให้ได้กรอบแนวคิดในการทาการศึกษา ข้นั ตอนที่สอง ได้ทาการศึกษาเชิงปริมาณโดยใช้ แบบสอบถาม ซ่ึงผูต้ อบแบบสอบถามเป็ นผูท้ าบญั ชีในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในเขต กรุงเทพมหานคร จานวน 380 คน จากการศึกษาพบวา่ ผทู้ าบญั ชีตอ้ งเป็นผมู้ ีจรรยาบรรณในวิชาชีพ มีความรู้ในวิชาชีพอย่างแทจ้ ริง มีความรักในอาชีพ มีรายไดแ้ ละผลตอบแทนเหมาะสมกบั หน้าท่ี และความรับผิดชอบ และมีสภาพแวดลอ้ มในการทางานที่ดี การปฏิบตั ิงานจึงประสบความสาเร็จ และดา้ นการทางานให้ถูกตอ้ งตามมาตรฐานการบญั ชี พบว่าดา้ นสภาพแวดลอ้ มในการทางานมี ความสาคญั มากที่สุด ดา้ นความเป็ นอิสระในการทางาน ดา้ นความสัมพนั ธ์กบั ผูบ้ ริหาร และดา้ น รายได้ สวสั ดิการ ตามลาดบั ขอ้ เสนอแนะจากผลการวิจยั องค์กรควรสนับสนุนให้ผูท้ าบญั ชีมีอิสระในการ ปฏิบตั ิงาน เพ่ือให้ปฏิบตั ิงานดา้ นบญั ชีเป็ นไปตามกรอบหรือแนวทางของวิชาชีพให้โอกาสผูท้ า บญั ชีในการแสดงความคิดเห็น สนบั สนุนใหผ้ ทู้ าบญั ชีไดร้ ับรายไดแ้ ละสวสั ดิการอยา่ งเพียงพอต่อ ความรู้ ความสามารถ

บทที่ 3 ระเบยี บวธิ ีการศึกษา การศึกษาคร้ังน้ีมีจุดมุ่งหมายเพ่ือศึกษาเก่ียวกบั การศึกษาสภาพปัญหาการจดั ทา บญั ชีของสถานประกอบการประเภทห้างหุ้นส่วนและบริษทั จากดั ในเขตอาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ โดยมีวิธีการดาเนินการศึกษา ดงั น้ี ขอบเขตการศึกษา 1. ขอบเขตเนื้อหา การศึกษาคร้ังน้ีมุ่งศึกษาเฉพาะเรื่อง การศึกษาสภาพปัญหาการจดั ทาบญั ชีของ สถานประกอบการประเภทหา้ งหุน้ ส่วนและบริษทั จากดั ในเขตอาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ ขอบเขตประชากร ประชากร (Population) ในการศึกษาคร้ังน้ีคือ ผปู้ ระกอบกิจการประกอบกิจการ ประเภทหา้ งหุน้ ส่วนและบริษทั จากดั ในเขตอาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ท่ีจดทะเบียนกบั กรม พฒั นาธุรกิจการคา้ จานวน 120 ราย (ณ วนั ท่ี 21 กรกฎาคม 2555) แหล่งข้อมูล แหล่งขอ้ มูลท่ีใชใ้ นการศึกษามาจาก 2 ส่วนใหญ่คือ 1. ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) เก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิเจ้าของ หรื อผู้ ประกอบกิจการประเภทห้างหุ้นส่วนและบริษทั จากดั ในเขต อาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ท่ีจด ทะเบียนกบั กรมพฒั นาธุรกิจการคา้ จานวน 120 ราย 2. ขอ้ มูลทุติยภูมิ (Secondary Data) โดยการคน้ ควา้ ขอ้ มูลจากเอกสาร การคน้ ควา้ ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต ตาราทางวิชาการที่เก่ียวกับปัญหาการจดั ทาบญั ชี สาหรับนาไปใช้ วิเคราะห์ เพื่อดูความคิดเห็นหรือเน้ือหาท่ีนาเสนอ รวมท้งั บทความ หรือขอ้ เขียนท่ีมีการกล่าวถึง หลกั เกณฑแ์ ละเง่ือนไขการจดั ทาบญั ชี

22 เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการเกบ็ ข้อมูล การศึกษาคร้ังน้ี ผศู้ ึกษาใชแ้ บบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเคร่ืองมือในการเก็บ รวบรวมขอ้ มูล โดยแบบสอบถามแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดงั น้ี ส่วนที่ 1 ข้อมูลทว่ั ไปเกยี่ วกบั ผู้ตอบแบบสอบถาม ไดแ้ ก่ เพศ อายุ ระดบั การศึกษา ตาแหน่งงาน ลกั ษณะของกิจการ จานวนพนกั งาน ระยะเวลาใน การดาเนินงาน เป็นตน้ ส่วนที่ 2 ข้อมูลความคดิ เห็นของผู้ตอบแบบสอบถามเกยี่ วกบั สภาพ ปัญหาในการจดั ทาบัญชีของผู้ประกอบกจิ การประเภทห้างหุ้นส่วนและบริษทั จากดั ส่ วนที่ 3 ข้ อมูลเกี่ยวกับข้ อเสนอแนะ เป็ นส่ วนท่ี ให้ทางผู้ตอบ แบบสอบถามไดแ้ สดงขอ้ เสนอแนะ การวเิ คราะห์ข้อมูล ข้อมูลท่ีรวบรวมได้จากแบบสอบถามส่วนที่ 1 จะนามาวิเคราะห์โดย ค่าความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) และค่าเฉลี่ย (Mean) และจะนาเสนอขอ้ มูลท่ีวิเคราะห์ ในลกั ษณะขอ้ มูลเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) เพ่ืออธิบายลกั ษณะทวั่ ๆ ไปของขอ้ มูลท่ี รวบรวมได้ ลักษณะของคาถามในส่วนท่ี 2 จะมีการวดั ระดับ โดยใช้ Likert Scale คือ ลกั ษณะมีคาถามใหเ้ ลือกตอบถึงความคิดเห็นต่อปัญหาในการจดั ทาบญั ชี 5 ระดบั คือ มากท่ีสุด มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยที่สุด (สิน พนั ธุพ์ นิ ิจ, 2547) และมีเกณฑใ์ นการใหค้ ะแนนในแต่ละระดบั ดงั น้ี ระดับความคดิ เห็นเกย่ี วกบั คะแนน เห็นดว้ ยในระดบั มากท่ีสุด 5 เห็นดว้ ยในระดบั มาก 4 เห็นดว้ ยในระดบั ปานกลาง 3 เห็นดว้ ยในระดบั นอ้ ย 2 เห็นดว้ ยในระดบั นอ้ ยท่ีสุด 1

23 ผลคะแนนท่ีได้ จะนามาวเิ คราะห์หาคา่ เฉล่ียและแปลความหมายตามเกณฑ์ ดงั น้ี การแปลความหมาย ค่าเฉลย่ี เห็นดว้ ยในระดบั มากท่ีสุด 4.50 – 5.00 เห็นดว้ ยในระดบั มาก 3.50 – 4.49 เห็นดว้ ยในระดบั ปานกลาง 2.50 – 3.49 เห็นดว้ ยในระดบั นอ้ ย 1.50 – 2.49 เห็นดว้ ยในระดบั นอ้ ยท่ีสุด 1.00 – 1.49 แบบสอบถามส่วนที่ 3 เป็นส่วนปัญหา และขอ้ เสนอแนะอ่ืน ๆ จะใชก้ ารบรรยายเชิง พรรณาตามขอ้ เสนอแนะที่กลุ่มประชากรไดเ้ สนอแนะไวใ้ นแบบสอบถาม

บทที่ 4 ผลการศึกษา การศึกษาน้ี ทาการศึกษาในเรื่อง การศึกษาสภาพปัญหาการจดั ทาบญั ชีของสถาน ประกอบการประเภทหา้ งหุ้นส่วนและบริษทั จากดั ในเขตอาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่จานวน 120 ราย และมีผูป้ ระกอบการสานักงานบญั ชีที่ตอบแบบสอบถามกลบั มาภายในระยะเวลาท่ี กาหนดจานวน 120 ราย คิดเป็นร้อยเปอร์เซ็นตข์ องประชากรท้งั หมด ผศู้ ึกษาเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลในรูปแบบตารางประกอบคาบรรยาย โดยแบ่ง ขอ้ มูลออกเป็น 3 ส่วน ดงั ต่อไปน้ี ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม(ตารางที่ 1-8) ส่วนที่ 2 ขอ้ มูลความคิดเห็นเก่ียวกบั สภาพปัญหาการจดั ทาบญั ชีของผปู้ ระกอบการ ประเภทหา้ งหุน้ ส่วนและบริษทั จากดั (ตารางท่ี 9) ส่วนท่ี 3 ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ปัญหาและขอ้ เสนอแนะ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทวั่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ขอ้ มูลทั่วไปของผูต้ อบแบบสอบถาม ประกอบด้วย ข้อมูลส่วนตัวของผูต้ อบ แบบสอบถาม เช่น เพศ อายุ ระดบั การศึกษา ตาแหน่งงานในกิจการ และขอ้ มูลลกั ษณะของกิจการ ระยะเวลาการดาเนินงาน แสดงดงั ตารางที่ 1-8 ตารางที่ 1 แสดงจานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามเพศ เพศ จานวน ร้อยละ ชาย 35 29.17 หญิง 85 70.83 120 100.00 รวม จากตารางท่ี 1 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงซ่ึงมีจานวน 85 คน คิดเป็นร้อยละ 70.83 และเป็นเพศชายมีจานวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 29.17

25 ตารางท่ี 2 แสดงจานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามอายุ 20-30 ปี อายุ จานวน ร้อยละ 31-40 ปี รวม 30 25.00 41-50 ปี 25 20.83 มากกวา่ 50 ปี 23 19.17 42 35.00 120 100.00 จากตารางที่ 2 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายมุ ากกวา่ 50 ปี ซ่ึงมีจานวน 42 คน คิดเป็ นร้อยละ 35.00 รองลงมาเป็ นผทู้ ่ีมีอายรุ ะหว่าง 20-30 ปี , 31-40 ปี และผูท้ ่ีมีอายุ 41- 50 ปี จานวน 30, 25 และ 23 คน คิดเป็นร้อยละ 25.00, 20.83 และ 19.17 ตามลาดบั ตารางที่ 3 แสดงจานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา จานวน ร้อยละ ต่ากวา่ ปริญญาตรี 37 30.83 ปริญญาตรี 80 66.67 ปริญญาโท 3 2.50 ปริญญาเอก 0 0.00 120 100.00 รวม จากตารางท่ี 3 พบว่าผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีระดบั การศึกษาอยู่ในระดบั ปริญญาตรี ซ่ึงมีจานวน 80 คน คิดเป็นร้อยละ 66.67 และระดบั ต่ากว่าปริญญาตรีมีจานวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 30.83

26 ตารางท่ี 4 แสดงจานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามตาแหน่งงาน ตาแหน่งงาน จานวน ร้อยละ เจา้ ของกิจการ 100 83.33 ผจู้ ดั การ/หวั หนา้ บญั ชี 20 16.67 120 100.00 รวม จากตารางที่ 4 พบว่าผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีตาแหน่งเจา้ ของกิจการ ซ่ึงมี จานวน 100 คน คิดเป็ นร้อยละ 83.33 และมีตาแหน่งผูจ้ ดั การ/หัวหน้าบญั ชี จานวน 20 คน คิด เป็นร้อยละ 16.67 ตารางที่ 5 แสดงจานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามลกั ษณะของธุรกจิ ลกั ษณะของธุรกจิ จานวน ร้อยละ หา้ งหุน้ ส่วนจากดั 76 63.33 บริษทั จากดั 44 36.67 120 100.00 รวม จากตารางที่ 5 พบว่าผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีลกั ษณะของธุรกิจ คือ ห้าง หุน้ ส่วนจากดั มีจานวน 76 คน คิดเป็นร้อยละ 63.33 รองลงมาคือลกั ษณะบริษทั จากดั มีจานวน 44 คน คิดเป็นร้อยละ 36.67

27 ตารางท่ี 6 แสดงจานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามขนาดของวิสาหกิจที่ ประกอบกจิ การ ขนาดของวสิ าหกจิ ทป่ี ระกอบกจิ การ จานวน ร้อยละ การจา้ งงานไม่เกิน 15 คน มูลค่าสินทรัพยถ์ าวรไม่เกิน 76 63.33 30 ลา้ นบาท การจา้ งงาน 25-50 คน มูลค่าสินทรัพยถ์ าวรไม่เกิน 50 0 0.00 ลา้ นบาท การจา้ งงาน16-30 คน มูลค่าสินทรัพยถ์ าวรเกิน 30-60 44 36.67 ลา้ นบาท การจา้ งงาน26-50 คน มูลค่าสินทรัพยถ์ าวรเกิน 50-100 0 0.00 ลา้ นบาท การจา้ งงาน 51-200 คน มูลค่าสินทรัพยถ์ าวรเกิน 50- 0 0.00 200 ลา้ นบาท รวม 120 100.00 จากตารางท่ี 6 พบว่าผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีขนาดของวิสาหกิจที่ ประกอบกิจการ ดงั น้ี การจา้ งงานไม่เกิน 15 คน มูลค่าสินทรัพยถ์ าวรไม่เกิน 30 ลา้ นบาท ซ่ึงมี จานวน 76 คน คิดเป็ นร้อยละ 63.33 รองลงมาคือการจา้ งงาน16-30 คน มูลค่าสินทรัพยถ์ าวรเกิน 30-60 ลา้ นบาท มีจานวน 44 คน คิดเป็นร้อยละ 36.67 ตารางท่ี 7 แสดงจานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามระยะเวลาท่ีประกอบ กจิ การ ระยะเวลาทปี่ ระกอบกจิ การ จานวน ร้อยละ 1-3 ปี 28 23.33 4-6 ปี 32 26.67 7-10 ปี 40 33.33 มากกวา่ 10 ปี 20 16.67 120 100.00 รวม

28 จากตารางที่ 7 พบว่าผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีระยะเวลาท่ีประกอบกิจการ จานวน 7-10 ปี จานวน 40 ราย คิดเป็นร้อยละ 33.33 รองลงมาคือมีระยะเวลาดาเนินงาน 4-6 ปี , 1- 3 ปี และมากกว่า 10 ปี มีจานวน 32, 28 และ 20 คน คิดเป็ นร้อยละ 26.67, 23.33 และ 16.67 ตามลาดบั ตารางที่ 8 แสดงจานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามผู้ทาบัญชีของกจิ การ ผู้ทาบัญชีของกจิ การ จานวน ร้อยละ พนกั งานของกิจการ 88 73.33 ผรู้ ับจา้ งทาบญั ชีอิสระ 0 0.00 เจา้ ของกิจการ 22 18.33 สานกั งานบญั ชี 10 8.33 รวม 120 100.00 จากตารางที่ 8 พบว่าผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีผูท้ าบัญชีของกิจการคือ พนักงานของกิจการ จานวน 88 คน คิดเป็ นร้อยละ 73.33 รองลงมาคือเจ้าของกิจการและ สานกั งานบญั ชี ซ่ึงมีจานวน 22 และ 10 คน คิดเป็นร้อยละ 18.33 และ 8.33 ตามลาดบั ส่วนท่ี 2 ความคดิ เห็นเกย่ี วกบั สภาพปัญหาการจัดทาบญั ชีของผู้ประกอบการประเภทห้าง หุ้นส่วนและบริษทั จากดั ตารางที่ 9 แสดงจานวน ร้อยละ และค่าเฉลย่ี ความคดิ เห็นของผู้ตอบแบบสอบถามเกย่ี วกบั ปัญหาการจัดทาบัญชีของผู้ประกอบการประเภทห้างหุ้นส่วนและบริษทั จากดั ปัญหาการจัดทาบัญชีของผู้ประกอบการประเภท เห็นด้วยมาก ระดบั ความคดิ เห็น เห็นด้วย ห้ างหุ้นส่ วนและบริษัทจากดั ทสี่ ุดจานวน น้อยทส่ี ุด (ร้อยละ) เห็นด้วย เห็นด้วย เห็นด้วย จานวน 1.ผทู้ าบญั ชีไม่มีความรู้ ความสามารถ เพยี งพอในการ มาก ปานกลาง น้อย (ร้อยละ) จดั ทาบญั ชี 27 จานวน จานวน จานวน (22.50) 4 (ร้อยละ) (ร้อยละ) (ร้อยละ) (3.33) 54 30 5 (45.00) (25.00) (4.17) 2.ผทู้ าบญั ชีมีการเขา้ ออกบ่อย 9 48 63 0 0

29 ปัญหาการจดั ทาบัญชีของผู้ประกอบการประเภท เห็นด้วยมาก ระดบั ความคดิ เห็น เห็นด้วย ห้ างหุ้นส่ วนและบริษัทจากดั ทส่ี ุดจานวน เห็นด้วย เห็นด้วย เห็นด้วย น้อยทส่ี ุด (ร้อยละ) จานวน 3. ผทู้ าบญั ชีไดร้ ับขอ้ มูลทางการบญั ชีล่าชา้ มาก ปานกลาง น้อย (ร้อยละ) (7.50) จานวน จานวน จานวน 4.ขอ้ มลู ทางการบญั ชีไม่สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ 25 (ร้อยละ) (ร้อยละ) (ร้อยละ) (0.00) (20.83) 3 5ขอ้ มูลทางการบญั ชีขาดความถกู ตอ้ งและครบถว้ น 36 (40.00) (52.50) (0.00) (26.70) 20 72 0 (2.50) 6.ผทู้ าบญั ชีไม่สามารถจดั ทาบญั ชีและออกงบการเงิน 28 0 ไดภ้ ายในกาหนดเวลาเนื่องจากรับผดิ ชอบงานอื่นท่ี (23.33) (16.67) (60.00) (0.00) มิใช่งานบญั ชีดว้ ย 0 18 81 (0.00) 7.ผทู้ าบญั ชีไม่มีความสามารถในการใชโ้ ปรแกรม 60 0 สาเร็จรูปทางการบญั ชี (50.00) (0.00) (13.30) (60.00) 8.มาตรฐานการบญั ชี ยากแก่การเขา้ ใจ และทาใหย้ าก 17 55 20 (0.00) แก่การจดั ทา 18 (14.17) (45.83) (16.67) 9.ระดบั ความรู้ของผปู้ ระกอบการท่ีแตกต่างกนั ทาให้ (15.00) 0 การทาความเขา้ ใจในงบการเงินต่างกนั 35 25 0 (0.00) 10.ผปู้ ระกอบการที่ไม่มีความรู้พ้ืนฐานทางดา้ นบญั ชี 12 (29.17) (20.83) (0.00) ทาใหท้ าความเขา้ ใจงบการเงินไดย้ าก (10.00) 0 11.ผปู้ ระกอบการไม่ใหข้ อ้ มูลหรือเอกสารท่ีครบถว้ น 72 20 10 (0.00) แก่ผทู้ าบญั ชี 32 (60.00) (16.67) (8.33) (26.67) 0 84 14 10 (0.00) 73 (70.00) (11.67) (8.33) (60.83) 0 64 13 11 (0.00) 20 (53.33) (10.83) (9.17) (16.67) 0 26 21 0 (0.00) (21.67) (17.50) (0.00) 2 65 13 20 (1.67) (54.17) (10.83) (16.67) 12.ผปู้ ระกอบกิจการไม่มีความรู้เก่ียวกบั ธุรกิจที่ดาเนิน 25 27 68 0 0 อยู่ (20.83) (22.50) (56.67) (0.00) (0.00) 13.ผปู้ ระกอบการมีเจตนาปกปิ ด ซ่อนเร้นขอ้ มลู หรือ 20 86 14 0 0 รายการทางบญั ชี ทาใหง้ บการเงินไม่สามารถใหข้ อ้ มูล (16.67) (71.67) (11.67) (0.00) (0.00) ท่ีมีประโยชนต์ ่อผใู้ ชง้ บการเงิน 14.ผปู้ ระกอบกิจการไม่มีความรู้เกี่ยวกบั กฎหมาย 54 38 24 4 0 ทางการบญั ชี เช่น พรบ.บญั ชี 2543 (45.00) (31.67) (20.00) (3.33) (0.00) 15.คา่ ใชจ้ า่ ยในการทาบญั ชีสูง 12 32 76 0 0 (10.00) (26.67) (63.33) (0.00) (0.00) 16.ผปู้ ระกอบกิจการไม่ทราบประโยชน์ของการจดั ทา 26 52 37 3 2

30 ปัญหาการจดั ทาบัญชีของผู้ประกอบการประเภท เห็นด้วยมาก ระดบั ความคดิ เห็น เห็นด้วย ห้างหุ้นส่วนและบริษทั จากดั ทส่ี ุดจานวน น้อยทส่ี ุด (ร้อยละ) เห็นด้วย เห็นด้วย เห็นด้วย จานวน บญั ชี มาก ปานกลาง น้อย (ร้อยละ) 17.ผปู้ ระกอบการเนน้ การทาบญั ชีทางภาษอี ากร (21.67) จานวน จานวน จานวน มากกวา่ ทาตามหลกั การบญั ชี 63 (1.67) 18.ขาดการพฒั นาความรู้อยา่ งต่อเน่ืองในเร่ืองบญั ชี (ร้อยละ) (ร้อยละ) (ร้อยละ) 0 (52.50) 19.ไม่มีการนาสารสนเทศมาช่วยงานบญั ชี เพราะ 22 (43.33) (30.83) (2.50) (0.00) ค่าใชจ้ ่ายสูง 27 30 0 0 20.อ่ืน ๆ ระบ.ุ ............................................................... (18.33) 23 (22.50) (25.00) (0.00) (0.00) 23 75 0 4 (19.17) 0 (19.17) (62.50) (0.00) (3.33) 28 61 4 0 (0.00) (23.33) (50.83) (3.33) (0.00) 000 (0.00) (0.00) (0.00) จากตารางท่ี 9 พบว่าผูต้ อบแบบสอบถามให้ลาดับความสาคญั ต่อปัญหาการ จดั ทาบญั ชีของสถานประกอบการประเภทห้างหุ้นส่วนและบริษทั จากดั ในหัวขอ้ ต่อไปน้ี โดยให้ ความสาคญั มากที่สุดในหัวขอ้ ผูท้ าบญั ชีไม่สามารถจดั ทาบัญชีและออกงบการเงินได้ภายใน กาหนดเวลาเน่ืองจากรับผิดชอบงานอ่ืนที่มิใช่งานบญั ชีดว้ ย โดยเห็นดว้ ยมากท่ีสุดจานวน 60 คน คิดเป็นร้อยละ 50.00 ส่วนหวั ขอ้ รองลงมาที่ใหค้ วามสาคญั คือ ผปู้ ระกอบการที่ไม่มีความรู้พ้ืนฐาน ทางดา้ นบญั ชี ทาให้ทาความเขา้ ใจงบการเงินไดย้ าก โดยเห็นดว้ ยมากท่ีสุด จานวน 73 คน คิดเป็น ร้อยละ 60.83 ส่วนในหวั ขอ้ ผปู้ ระกอบกิจการไม่มีความรู้เกี่ยวกบั กฎหมายทางการบญั ชี เช่น พรบ. บญั ชี 2543 น้ันจดั เป็ นลาดบั ที่สามที่ผูต้ อบแบบสอบถามให้ความสาคญั โดยเห็นดว้ ยมากที่สุด จานวน 54 คน คิดเป็ นร้อยละ 45.00 ท้ังน้ีในหัวข้อลาดับที่สี่ท่ีผูต้ อบแบบสอบถามได้ให้ ความสาคญั คือ ผูป้ ระกอบการเน้นการทาบัญชีทางภาษีอากร มากกว่าทาตามหลักการบัญชี จานวน 63 คน คิดเป็ นร้อยละ 52.50 ส่วนหัวขอ้ สุดทา้ ยท่ีผูต้ อบแบบสอบถามให้ความสาคญั คือ ผปู้ ระกอบการมีเจตนาปกปิ ด ซ่อนเร้นขอ้ มูล หรือรายการทางบญั ชี ทาใหง้ บการเงินไม่สามารถให้ ขอ้ มูลที่มีประโยชน์ต่อผใู้ ชง้ บการเงิน จานวน 86 คน คิดเป็นร้อยละ 71.67

บทท่ี 5 สรุปผลการศึกษา อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ การศึกษาน้ีมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อศึกษาความคิดเห็นของผูป้ ระกอบการประเภทห้าง หุ้นส่วนและบริษทั จากดั เก่ียวกบั ปัญหาการจดั ทาบญั ชีของกิจการ ในเขตอาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ โดยการศึกษาแนวคิด ทฤษฏี งานวิจยั และการศึกษาคน้ ควา้ ที่เกี่ยวขอ้ ง และเก็บรวบรวม ขอ้ มูลจากกลุ่มประชากรคือ ผูป้ ระกอบการประเภทห้างหุ้นส่วนและบริษทั จากัด ในเขตอาเภอ จอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ โดยใช้แบบสอบถามเป็ นเคร่ืองมือในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล แลว้ นา ขอ้ มูลมาประมวลผลและวิเคราะห์ขอ้ มูลโดยใช้ ค่าความถ่ี และร้อยละ สามารถสรุปผลการศึกษาดงั รายละเอียดต่อไปน้ี ส่วนท่ี 1 ข้อมูลทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จากผลการศึกษาพบว่า ผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็ นเป็ นเพศหญิงซ่ึงมีจานวน 85 คน คิดเป็ นร้อยละ 70.83 ของผูต้ อบแบบสอบถามท้งั หมด โดยผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มี อายุมากกว่า 50 ปี จบการศึกษาในระดบั ปริญญาตรี มีตาแหน่งงานในสานักงานบญั ชี คือ เจา้ ของ กิจการ โดยลกั ษณะของสานักงานบญั ชีของผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็ นกิจการแบบห้าง หุน้ ส่วนจากดั มีขนาดของวิสาหกิจที่ประกอบกิจการคือ การจา้ งงานไม่เกิน 15 คน มูลค่าสินทรัพย์ ถาวรไม่เกิน 30 ลา้ นบาท โดยส่วนใหญ่มีระยะเวลาท่ีประกอบกิจการของสานกั งานบญั ชี จานวน 7- 10 ปี ท้งั น้ีส่วนใหญ่จะมีผทู้ าบญั ชีของกิจการคือ พนกั งานของกิจการ ส่วนที่ 2 ความคดิ เห็นเกย่ี วกบั สภาพปัญหาการจัดทาบัญชีของสถานประกอบการประเภทห้าง หุ้นส่ วนและบริษัทจากดั จากผลการศึกษาพบว่าผูต้ อบแบบสอบถามให้ลาดับความสาคญั ต่อปัญหาการ จัดทาบัญชีของผูป้ ระกอบการประเภทห้างหุ้นส่วนละบริษัทจากัดในหัวข้อต่อไปน้ี โดยให้ ความสาคัญมากที่สุดในหัวข้อ ผูท้ าบัญชีไม่สามารถจัดทาบัญชีและออกงบการเงินได้ภายใน กาหนดเวลาเนื่องจากรับผดิ ชอบงานอ่ืนที่มิใช่งานบญั ชีดว้ ย โดยเห็นดว้ ยมากที่สุดจานวน 60 คน คิด เป็ นร้อยละ 50.00 ส่วนหัวขอ้ รองลงมาท่ีให้ความสาคญั คือ ผูป้ ระกอบการท่ีไม่มีความรู้พ้ืนฐาน ทางดา้ นบญั ชี ทาให้ทาความเขา้ ใจงบการเงินไดย้ าก โดยเห็นดว้ ยมากที่สุด จานวน 73 คน คิดเป็ น

32 ร้อยละ 60.83 ส่วนในหัวขอ้ ผูป้ ระกอบกิจการไม่มีความรู้เกี่ยวกบั กฎหมายทางการบญั ชี เช่น พรบ. บญั ชี 2543 น้ันจดั เป็ นลาดับที่สามท่ีผูต้ อบแบบสอบถามให้ความสาคญั โดยเห็นด้วยมากที่สุด จานวน 54 คน คิดเป็นร้อยละ 45.00 ท้งั น้ีในหวั ขอ้ ลาดบั ท่ีส่ีท่ีผตู้ อบแบบสอบถามไดใ้ หค้ วามสาคญั คือ ผปู้ ระกอบการเนน้ การทาบญั ชีทางภาษีอากร มากกว่าทาตามหลกั การบญั ชี จานวน 63 คน คิด เป็นร้อยละ 52.50 ส่วนหวั ขอ้ สุดทา้ ยที่ผตู้ อบแบบสอบถามใหค้ วามสาคญั คือ ผปู้ ระกอบการมีเจตนา ปกปิ ด ซ่อนเร้นขอ้ มูล หรือรายการทางบญั ชี ทาให้งบการเงินไม่สามารถให้ขอ้ มูลที่มีประโยชน์ต่อ ผใู้ ชง้ บการเงิน จานวน 86 คน คิดเป็นร้อยละ 71.67 จากผลการศึกษาวิจยั ในคร้ังน้ีแสดงให้เห็นถึงปัญหาการจดั ทาบญั ชีของผูป้ ระกอบการ ประเภทหา้ งหุน้ ส่วนละบริษทั จากดั ในหลายๆดา้ น ซ่ึงจาเป็นจะตอ้ งไดร้ ับการแกไ้ ข หรือการแนะนา เกี่ยวกบั การแกป้ ัญหาต่อไป โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งเก่ียวกบั ความถูกตอ้ งและความสาคญั ของการจดั ทา บัญชี ดังน้ันในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงต้องมีการมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการตระหนักถึง ความสาคญั ของการจดั ทาบญั ชีพร้อมท้งั การแกไ้ ขปัญหาหรือขอ้ บกพร่องทางการบญั ชีที่ถูกจุด การศึกษาคร้ังน้ีเป็ นการศึกษาเพ่ือให้ทราบถึงความคิดเห็นของผูป้ ระกอบการ ประเภทห้างหุ้นส่วนและบริษัทจากัดเกี่ยวกับปัญหาการจัดทาบัญชีของกิจการ ในเขตอาเภอ จอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ เพ่ือให้ทราบถึงความคิดเห็นของผูป้ ระกอบการให้ครอบคลุมมากข้ึน ควรมีการศึกษาความคิดเห็นเพิ่มเติมในกลุ่มอ่ืน หรืออาจมีการขยายกลุ่มประชากรออกไปท้งั ใน ระดบั ภาคและประเทศ เพ่ือจะไดน้ าขอ้ มูลความคิดเห็นที่ไดจ้ ากผูป้ ระกอบการกลุ่มอื่นมารวมกบั ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการศึกษาคร้ังน้ี เพื่อใช้เป็ นแนวทางในการพฒั นาและเป็ นแนวทางในการแกไ้ ข ปัญหาการจดั ทาบญั ชีของผปู้ ระกอบการประเภทหา้ งหุน้ ส่วนและบริษทั จากดั

บรรณานุกรม กรมพฒั นาธุรกิจการคา้ . 2555. “พระราชบญั ญตั ิการบญั ชี พ.ศ.2543” [ระบบออนไลน์].แหล่งท่ีมา http://www.dbd.go.th/mainsite/index.php?id=ภจ (29 ตุลาคม 2555). กรมพัฒนาธุรกิจการค้า . 2555. “รายช่ือผูป้ ระกอบการท่ียงั คงอยู่ปี 2555” [ระบบออนไลน์]. แ ห ล่ ง ที่ ม า http://www.knowledgebase.dbd.go.th/dbd/BRA/braTimeseries.aspx.2555 (29 ตุลาคม 2555). แดน กลุ รูป. 2548. การศึกษาข้อบกพร่องในการจดั ทาบัญชีจากการตรวจสอบบญั ชีของกรมพฒั นา ธุรกจิ การค้า. การคน้ ควา้ แบบอิสระบญั ชีมหาบณั ฑิต มหาวิทยาลยั เชียงใหม่. ฉตั ราพร เสมอใจ. 2545.การตลาดธุรกจิ บริการ. กรุงเทพมหานคร:บริษทั เอก็ ซเปอร์เน็ท จากดั ประนอม ผาคา. 2548. สภาพปัญหาทางด้านการบัญชีของสถานประกอบการประเภทห้างหุ้นส่วน จากัดและบริษัทจากัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั อุบลราชธานี. ยทุ ธ ไกยวรรณ์. 2548. วธิ ีวจิ ยั ทางธุรกจิ . กรุงเทพฯ: ศูนยส์ ่ือเสริมกรุงเทพ. วิ กิ พี เดี ย ส าร านุ ก ร ม เส รี . 2555. “อ าเภ อ จ อ ม ท อ ง ” [ระ บ บ อ อ น ไ ล น์ ].แ ห ล่ งท่ี ม า http://th.wikipedia.org/wiki/จอมทอง (29 ตุลาคม 2555). สวสั ด์ิ หากิน. 2552. ความคิดเห็นของผู้พจิ ารณาสินเชื่อระยะยาวของธนาคารใน จงั หวัดเชียงใหม่ ต่อคุณภาพข้อมูลทางการเงินของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม. การคน้ ควา้ แบบอิสระบญั ชีมหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่. สิน พนั ธุพ์ ินิจ. 2547. เทคนิคการวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: วทิ ยพ์ ฒั น์. องั คณา นุตยกลุ . 2548. ปัจจยั ทสี่ ่งผลต่อความสาเร็จของผู้ทาบัญชี ในการปฏบิ ตั ิงานให้ถูกต้องตาม มาตรฐานการบัญชีไทย สาหรับธุรกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อมในเขต กรุงเทพมหานคร. การคน้ ควา้ แบบอิสระบญั ชีมหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั สวน ดุสิต.

ภาคผนวก

35 แบบสอบถาม เร่ือง การศึกษาสภาพปัญหาการจดั ทาบญั ชีของสถานประกอบการประเภทหา้ งหุน้ ส่วน และบริษทั จากดั ในเขตอาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ คาชี้แจง แบบสอบถามน้ีเป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาวิจยั ของมหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล ลา้ นนา วิทยาเขตภาคพายพั เชียงใหม่ จึงใคร่ขอความกรุณาจากท่าน โปรดใหข้ อ้ มูลใน แบบสอบถามน้ีซ่ึงจะนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นการศึกษา แบบสอบถามชุดน้ี จะมีรายละเอียดท้งั หมด 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลทว่ั ไปของผปู้ ระกอบการ ส่วนที่ 2 ความคิดเห็นเกี่ยวกบั ปัญหาการจดั ทาบญั ชีของสถานประกอบการประเภทหา้ ง หุน้ ส่วน และบริษทั จากดั ส่วนท่ี 3 ปัญหาและขอ้ เสนอแนะ ขอขอบพระคุณเป็ นอย่างสูงทที่ ่านให้ความกรุณาในการตอบแบบสอบถาม

36 แบบสอบถามชุดน้ี จะมีรายละเอียดท้งั หมด 3 ส่วน คือ ส่วนท่ี 1 ขอ้ มูลทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ส่วนท่ี 2 ความคิดเห็นเกี่ยวกบั ปัญหาการจดั ทาบญั ชีของสถานประกอบการประเภทหา้ ง หุน้ ส่วน และบริษทั จากดั ส่วนที่ 3 ปัญหาและขอ้ เสนอแนะ ส่วนท่ี 1 ข้อมูลทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม คาชี้แจงโปรดตอบคาถามโดยการทาเครื่องหมายลงในOที่หนา้ ขอ้ ความท่ีตรงกบั ความเป็นจริง 1. เพศ ชาย หญิง 2. อายุ 20-30 ปี 31-40 ปี 41-50 ปี มากกวา่ 50 ปี 3. ระดบั การศึกษา ปริญญาตรี ปริญญาโท อื่น ๆ 4. ตาแหน่งงานในสานกั งานบญั ชี เจา้ ของกิจการ ผจู้ ดั การ/หวั หนา้ แผนกบญั ชี 5. ลกั ษณะของการจดทะเบียน หา้ งหุน้ ส่วนจากดั บริษทั จากดั 6. ขนาดของวิสาหกิจท่ีประกอบกิจการ(ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ขอ้ ) การจา้ งงานไม่เกิน 15 คน มลู คา่ สินทรัพยถ์ าวรไม่เกิน 30 ลา้ นบาท การจา้ งงาน 25-50 คน มูลค่าสินทรัพยถ์ าวรไม่เกิน 50 ลา้ นบาท การจา้ งงาน16-30 คน มูลค่าสินทรัพยถ์ าวรเกิน 30-60 ลา้ นบาท การจา้ งงาน26-50 คน มูลค่าสินทรัพยถ์ าวรเกิน 50-100 ลา้ นบาท การจา้ งงาน 51-200 คน มูลคา่ สินทรัพยถ์ าวรเกิน 50-200 ลา้ นบาท 7. ระยะเวลาดาเนินงาน 1-3 ปี 4-6 ปี 7-10 ปี มากกวา่ 10 ปี 8. ผทู้ าบญั ชีของกิจการคือ พนกั งานของกิจการ ผรู้ ับจา้ งทาบญั ชีอิสระ เจา้ ของกิจการ สานกั งานบญั ชี

37 ส่วนท่ี 2 ความคดิ เห็นเกยี่ วกบั ปัญหาการจัดทาบญั ชีของสถานประกอบการประเภทห้างหุ้นส่วน และบริษทั จากดั คาชี้แจง โปรดทาเครื่องหมาย / ลงในช่อง ท่ีตรงกบั ความคิดเห็นของท่านมากที่สุด ปัญหาการจดั ทาบญั ชีของผู้ประกอบการประเภทห้างหุ้นส่วนและ ระดบั ปัญหา บริษทั จากดั มากท่สี ุด มาก ปาน น้อย น้อย กลาง ทสี่ ุด 1.ผทู้ าบญั ชีไม่มีความรู้ ความสามารถ เพยี งพอในการจดั ทาบญั ชี 2.ผทู้ าบญั ชีมีการเขา้ ออกบ่อย 3. ผทู้ าบญั ชีไดร้ ับขอ้ มูลทางการบญั ชีล่าชา้ 4.ขอ้ มูลทางการบญั ชีไม่สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ 5ขอ้ มูลทางการบญั ชีขาดความถูกตอ้ งและครบถว้ น 6.ผทู้ าบญั ชีไม่สามารถจดั ทาบญั ชีและออกงบการเงินไดภ้ ายใน กาหนดเวลาเน่ืองจากรับผดิ ชอบงานอื่นท่ีมิใช่งานบญั ชีดว้ ย 7.ผทู้ าบญั ชีไม่มีความสามารถในการใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปทางการบญั ชี 8.มาตรฐานการบญั ชี ยากแก่การเขา้ ใจ และทาใหย้ ากแก่การจดั ทา 9.ระดบั ความรู้ของผปู้ ระกอบการท่ีแตกต่างกนั ทาใหก้ ารทาความเขา้ ใจ ในงบการเงินต่างกนั 10.ผปู้ ระกอบการที่ไม่มีความรู้พ้ืนฐานทางดา้ นบญั ชี ทาใหท้ าความเขา้ ใจ งบการเงินไดย้ าก 11.ผปู้ ระกอบการไม่ใหข้ อ้ มูลหรือเอกสารท่ีครบถว้ นแก่ผทู้ าบญั ชี 12.ผปู้ ระกอบกิจการไม่มีความรู้เกี่ยวกบั ธุรกิจที่ดาเนินอยู่ 13.ผปู้ ระกอบการมีเจตนาปกปิ ด ซ่อนเร้นขอ้ มลู หรือรายการทางบญั ชี ทา ใหง้ บการเงินไม่สามารถใหข้ อ้ มูลที่มีประโยชน์ตอ่ ผใู้ ชง้ บการเงิน 14.ผปู้ ระกอบกิจการไม่มีความรู้เก่ียวกบั กฎหมายทางการบญั ชี เช่น พรบ. บญั ชี 2543 15.คา่ ใชจ้ า่ ยในการทาบญั ชีสูง 16.ผปู้ ระกอบกิจการไม่ทราบประโยชน์ของการจดั ทาบญั ชี 17.ผปู้ ระกอบการเนน้ การทาบญั ชีทางภาษอี ากร มากกวา่ ทาตามหลกั การ บญั ชี 18.ขาดการพฒั นาความรู้อยา่ งต่อเน่ืองในเรื่องบญั ชี 19.ไม่มีการนาสารสนเทศมาช่วยงานบญั ชี เพราะค่าใชจ้ ่ายสูง 20.อื่น ๆ ระบุ......................................................................

38 ส่วนที่ 3 ปัญหาอื่น และข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. .......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. .......................................................................................................................................................... ขอขอบพระคุณเป็ นอย่างสูงทที่ ่านให้ความกรุณาในการตอบแบบสอบถาม

39 ประวตั คิ ณะผู้วจิ ยั หัวหน้าโครงการวจิ ยั นางสาวกลั ยธ์ ีรา สุทธิญาณวิมล ๑. ชื่อ-สกลุ ภาษาไทย Miss Kanteera Sudtiyanwimon ภาษาองั กฤษ ๒. หมายเลขบัตรประจาตัวประชาชน ๓๕๐๙๙๐๐๔๑๒๘๖๗ ๓. ตาแหน่งบริหาร/วิชาการ อาจารย์ ๔. หน่วยงานที่สังกดั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา ภาคพายพั เชียงใหม่ศูนยก์ ารจดั การศึกษาพิเศษ (จอมทอง) ๑๙๙ ๕. ประวตั ิการศึกษา หมู่ ๒๑ ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ตาบลบา้ นหลวง อาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ ๕๐๑๖๐ โทรศพั ท์ : ๐๕๓-๒๖๗๓๓๙ โทรสาร : ๐๕๓-๒๖๗๓๓๙ E-mail: [email protected] สาเร็จการศึกษาระดบั ปริญญาโท (บญั ชีมหาบณั ฑิต) สาขาวชิ าการบญั ชี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ๖. สาขาวชิ าการทมี่ คี วามชานาญพเิ ศษ การบญั ชี ๗. ประสบการณ์ท่ีเกยี่ วข้องกบั งานวจิ ัยท้งั ภายในและภายนอกประเทศ ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ วจิ ยั : ปัจจยั ที่มีผลต่อคุณภาพงบการเงินในมุมมองของผสู้ อบบญั ชีรับอนุญาตใน เขตภาคเหนือ

40 ผู้ช่วยวจิ ัย คุม้ พงษ์ ๑. ช่ือ-นามสกลุ : Kumpong นางสาว นฤมล Miss Narumon ๒. บตั รประจาตวั ประชาชน: ๑-๕๕๙๙-๐๐๐๑-๖๕-๗ ๓. ตาแหน่ง: อาจารยป์ ระจา ศูนยก์ ารจดั การศึกษาพิเศษ (จอมทอง) มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราช มงคลลา้ นนา ภาคพายพั เชียงใหม่ ผูช้ ่วยหัวหนา้ หลกั สูตรสาขาวิชาการจดั การ ศูนยก์ ารจดั การศึกษาพิเศษ (จอมทอง) มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา ภาคพายพั เชียงใหม่ หัวหน้างานประกันคุณภาพการศึกษา ศูนย์การจัดการศึกษาพิเศษ (จอมทอง) มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา ภาคพายพั เชียงใหม่ ๔. หน่วยงานทสี่ ังกดั : ศูนยก์ ารจดั การศึกษาพิเศษ (จอมทอง) มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา ภาคพายพั เชียงใหม่ ตาบลบา้ นหลวง อาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ โทรศพั ท:์ ๐-๕๓๒๖-๗๓๓๘ โทรสาร: ๐-๕๓๒๖-๗๓๓๙ E-mail: [email protected] ๕. ประวัติการศึกษา/อบรม: - บริหารธุรกิจบณั ฑิต (การบญั ชี), มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา ภาค พายพั เชียงใหม่ - บญั ชีมหาบณั ฑิต, มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ๗. ประสบการณ์งานวจิ ยั : - เจตคติท่ีมีผลต่อการปฏิบตั ิงานในระบบการบริหารการเงินการคลงั ภาครัฐสู่ระบบ อิเลก็ ทรอนิกส์ (GFMIS) ของบุคลากรในมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook