48 จาํ แนกตามสอื่ การสอน จากการสังเคราะหการจําแนกประเภทของสื่อของนักเทคโนโลยกี ารศกึ ษาตามสื่อการสอน สามารถ จาํ แนกประเภทของสอื่ การสอนออกเปน 3 ประเภท ประกอบดวย 1. ประเภทวัสดุ (software or material) บางครั้งเรียกวา สื่อเล็ก (small media) หมายถึง ส่ือท่ีเก็บ ความรูอยูในตัวเอง เปนสื่อประเภทส้ินเปลอื งเสียหายไดงาย และเปนส่ือที่บรรจุเนือ้ หาสาระเร่ืองราวไวใ นลกั ษณะ ตา งๆ จําแนกได 2 ลกั ษณะ คือ 1.1 วสั ดทุ ่สี ามารถถา ยทอดเน้ือหาไดดว ยตนเอง ไมจาํ เปนตอ งอาศัยอปุ กรณอ ื่นชวย เชน หนงั สอื แผนที่ ลูกโลก รูปภาพ หนุ จาํ ลอง เปนตน 1.2 วัสดุท่ีไมสามารถถายทอดเนื้อหาไดดวยตนเอง จําเปนตองอาศัยอุปกรณอื่นชวย จึงจะ สามารถเสนอเร่ืองราวความรูหรือเน้ือหาสาระไปยังผูเรียนได เชน แผนซดี ี เทปเสียง เทปโทรทศั น ฟลม ภาพยนตร USB Flash Drive เปนตน 2. ประเภทเคร่ืองมือหรืออุปกรณ (hardware or equipment) หมายถึง สื่อท่ีเปนตัวกลางหรือตัวผานที่ ทาํ ใหขอ มูลหรือความรูทีบ่ นั ทกึ ไวใ นสอื่ ประเภทวสั ดุสามารถถายทอดออกมาใหเ ห็นหรอื ไดยนิ ส่อื การสอนประเภท นีเ้ ปน เพียงเครือ่ งเม่อื หรอื ตัวกลางซ่ึงเปน ทางผานของความรู หรือเรือ่ งราวเทานน้ั โดยที่ตวั มนั เองไมไดบรรจุเน้ือหา สาระความรูหรือเร่ืองราวใดๆ ไวเลย จึงไมสามารถจะส่ือความหมายไปยังผูเรียนได แตจะตองอาศัยส่ือประเภท วัสดุมาใชควบคูกันไป จึงจะสามารถเสนอเรื่องราวไปสูผูเรียนในลักษณะตางๆ ได เชน เคร่ืองรับโทรทัศน เคร่ือง ฉายภาพยนตร เครอื่ งเลนแผนซีดี-ดีวีดี เปน ตน 3. ประเภทเทคนคิ และวิธีการ (technique and method) หมายถงึ ส่อื ทมี่ ีลกั ษณะเนน แนวความคดิ หรือ รูปแบบข้ันตอนในการเรียนการสอนเปนสําคัญ อาจนําเอาวัสดุหรือเครอื่ งมืออยางใดอยางหนึ่ง หรือหลายอยางมา ใชรวมกันในลักษณะกิจกรรมหรือวิธีการ ตัวอยางส่ือประเภทนี้คือ การแสดงละคร การศึกษานอกสถานที่ นิทรรศการ และการสาธิต เปน ตน จาํ แนกตามทรพั ยากรการเรียนรู การจําแนกสือ่ ตามทรัพยากรการเรยี นรูส ามารถแบงได 6 แบบ ประกอบดวย 1. คน (people) ไดแก ผูทรงคุณวุฒิในดานตางๆ เริ่มตั้งแตครู และบุคลากรในสถานศึกษา ตลอดจน บุคคลในสงั คมทีม่ ีความชํานาญดา นตา งๆ 2. วัสดุ (materials) ขางในบรรจุเนื้อหาวิชาการและเพ่ือการบันเทิง สามารถนํามาเปนแหลงวิชาการได เชน หนังสอื สไลด และเทปโทรทัศน 3. อาคารสถานท่ี (setting) อาจจะเปนรูปของสนามกีฬา สระวายนํ้า ตัวอาคาร หองประชุม สถานที่ สาธารณะตางๆ ทีส่ ามารถนาํ มาใชประโยชนท างการศึกษา 4. เคร่ืองมือและเครื่องใช (tools and equipment) นอกจากเครื่องมือทางโสตทัศนอุปกรณแลว เครือ่ งใชส าํ นกั งาน ตัง้ แตเ คร่ืองถา ยเอกสาร คอมพวิ เตอร สามารถสรางประสบการณใ นการเรยี นรไู ดท้ังส้ิน 5. กิจกรรม (activities) อาจเปนการจัดขึ้นรวมกับแหลงวิชาการอ่ืนๆ หรือวิธีการเรียนท่ีมีวัตถุประสงค เฉพาะ ไดแก การสอนแบบโปรแกรม การทศั นศกึ ษา การเลนเกมส การแสดงละคร และการอบรมและสัมมนา
49 6. ธรรมชาติ (natural resources) ที่มีอยูและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในรปู ของปรากฏการณ วัตถุ และ ลักษณะทางภูมิศาสตร เปนแหลงความรูที่สามารถนํามาใชเปนส่ือการสอนได เชน ฟารอง แผนดินไหว สินแร หุบ เขา และน้าํ ตก สรุป สื่อการเรียนการสอน สามารถจําแนกไดหลายประเภท โดยสภาพจริงของการเรียนการสอนผูสอน อาจใชสื่อประเภทใดประเภทหนึ่ง หรืออาจบูรณาการส่ือหลายๆ ชนิดเขาดวยกัน เพื่อรวมกันสรางประสบการณ การเรียนรูใหเกิดแกผูเรียนได ทั้งนี้การเลือกใชส่ือประเภทตางๆ ตองคํานึงถึงจุดประสงคและเนื้อหาสาระการ เรียนรู หรือเสรมิ สรา งมวลประสบการณใ หไ ดตรงตามทหี่ ลกั สตู รวางไวน ัน่ เอง ปจจุบันส่ือท่ีไดรับความนิยมและนํามาใชในการจัดการเรียนการสอนและการศึกษาเรียนรูกันอยาง กวางขวาง คือ สื่อสําหรับการจัดการเรียนการสอนออนไลน อาทิ อินเทอรเน็ต คอมพิวเตอร มือถือและอุปกรณ เคล่ือนที่ โปรแกรมคอมพิวเตอรและแอปพลิเคชัน เปนสื่อท่ีผูสอนสง ขอมูลการเรียนรูในรปู แบบตางๆ ไปยังผูเรียน ผานเครือขายออนไลน โดยสามารถโตตอบกันระหวางผูสอนและผูเรียน หรือผูเรียนดวยกันเอง ส่ือท่ีนิยมใชกัน ประกอบดวย บล็อก (Blogging) ทวิตเตอรและไมโครบล็อก (Twitter and Microblogging) เครือขายสังคม ออนไลน (Social Networking) และการแบงปน ส่อื ทางออนไลน (Media Sharing) สือ่ เหลา นี้ในความเปนจริงแลว ก็คือโปรแกรมคอมพิวเตอรที่ถูกเขียนข้ึนมาเพ่ือตอบสนองความตองการของผูใชในดานตางๆ เชน การทําธุรกิจ ความบันเทิง การพักผอน การอํานวยความสะดวก เปนตน และถูกประยุกตเพื่อนํามาใชเพ่ือการศึกษา กลายเปน ส่ือการเรียนการสอนออนไลนในที่สุด ทั้งสื่อออนไลนเหลาสามารถใชในการจัดการเรียนการสอนไดทั้งระบบ อาจ เรียกวาเปนสื่อหลัก ไปจนถึงส่ือเสริมสําหรับการเรียนการสอน อาทิ MOOC, MOODLE, Edmodo, Google Classroom, Microsoft Teams, Google Meet, Facebook, Youtube, Line, Google Form, Kahoot, Quizizz และอนื่ ๆ อีกมากมาย ภาพท่ี 6.2 สอ่ื การเรยี นการสอนออนไลน ทีม่ า: (Tom Kuhlmann, 2016: ออนไลน)
50 สื่อการเรียนการสอนออนไลนเหลานี้คือโปรแกรมคอมพิวเตอร (Software) ที่ถูกเขียนข้ึนมาเพ่ือ ตอบสนองความตองการของผใู ช ดงั นน้ั ในการนําไปใชงานจะตองมีเครือ่ งมือหรืออปุ กรณค อมพิวเตอร (Hardware) เปนส่ือกลางระหวางโปรแกรมคอมพิวเตอรกับผูใชงานดวย หากจําแนกสื่อการเรียนการสอนออนไลนเหลานี้ตาม การจําแนกตามสื่อการสอน จะพบวา โปรแกรมคอมพิวเตอร (Software) ก็คือ ส่ือประเภทวัสดุ (Software or Material) ท่ีเก็บความรูและบรรจเุ น้ือหาสาระเอาไว เปนสื่อท่ีไมสามารถถายทอดเน้ือหาไดด วยตนเอง จําเปนตอง อาศัยส่ือประเภทเครื่องมือหรืออุปกรณ (Hardware or Equipment) อาทิ คอมพิวเตอร มือถือและอุปกรณ เคล่ือนที่ เปนตัวกลางหรือตัวผา นท่ีทําใหขอมูลหรอื ความรูที่เหลาน้ันสามารถถายทอดออกมาใหเ ห็นหรอื ไดยิน ใน การจัดการเรียนการสอนออนไลนจึงจําเปนตองใชส่ือประเภทวัสดุ (Software or Material) และส่ือประเภท เคร่ืองมือหรืออุปกรณ (Hardware or Equipment) รวมกัน จึงจะทําใหการจัดการเรียนการสอนออนไลนมี ประสิทธภิ าพและประสบความสําเร็จ สื่อการเรียนการสอนออนไลนมีอยูหลากหลายรูปแบบ การเลือกสื่อการเรียนการสอนออนไลนมี ความสําคัญมากตอกระบวนการเรียนการสอน อยางไรก็ตามในการเลือกส่ือการเรียนการสอนพึงระลึกไวเสมอวา \"ไมมีส่ือการสอนอันใดท่ีใชไดดีที่สุดในทุกสถานการณ\" ในการตัดสินใจเลือกใชสื่อการสอนตองพิจารณาถึงปจจัย หลาย ๆ อยา งรว มกัน ผูใชส อื่ ไมควรยกเอาความสะดวก ความถนัด หรือความพอใจสวนตัวเปนปจจัยสําคัญในการ เลือกสื่อการสอนเพราะอาจเกิดผลเสยี ตอกระบวนการเรียนการสอนได หลักการอยางงายในการเลือกสื่อการเรียน การสอนออนไลน มดี ังนี้ 1. เลือกส่ือการสอนออนไลนท่ีสอดคลองกับวัตถุประสงคการเรียนรู ผูสอนควรศึกษาถึงวัตถุประสงคการ เรียนรูที่หลักสูตรกําหนดไว วัตถุประสงคในที่นี้หมายถึงวัตถุประสงคเฉพาะในแตละสวนของเนื้อหายอย ไมใช วัตถุประสงคในภาพรวมของหลักสูตร เชน หลักสูตรกําหนดวัตถุประสงคไววา หลังการเรียนผูเรียนสามารถสราง แบบทดสอบออนไลนได ผูสอนควรพิจารณาวาส่ือการสอนออนไลนท่ีเหมาะสมจะใชกับวัตถุประสงคขอน้ีไดบาง อาจเลือกใช Google Form หรอื Kahoot เปน ตน 2. เลือกสื่อการสอนออนไลนท่ีตรงกับลักษณะของเนื้อหาของบทเรียน เนื้อหาของบทเรียนอาจมีลักษณะ แตกตา งกันไป เชน เปนขอความ เปน แนวคิด เปน ภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหว เปน เสยี ง เปนสี ซ่งึ การเลอื กสื่อการสอน ควรเลือกใหเหมาะสม ครอบคลุมตามเน้ือหาที่จะสอน มีการใหขอเท็จจริงท่ีถูกตอง และมีรายละเอียดมากเพียง พอท่ีจะใหผ เู รยี นเกิดการเรียนรูตามวัตถุประสงคท ่ีกําหนดไว 3. เลือกสื่อการสอนออนไลนใหเหมาะสมกับลักษณะของผูเรียน ลักษณะเฉพาะตัวของผูเรียนเปนส่ิงที่มี อิทธิพลตอการรับรูสอ่ื การสอน ในการเลือกสอ่ื การสอนตองพิจารณาลักษณะของผูเ รียน เชน อายุ เพศ ความถนดั ความสนใจ ระดับสติปญญา วัฒนธรรม และประสบการณเดิม เชน การสอนผูเรียนอาชีวศึกษาอาจใชเปน ภาพเหมือนจริงหรอื ภาพวดี ทิ ัศนไ ด 4. เลือกสื่อการสอนออนไลนใหเ หมาะสมกับจํานวนของผูเรียน และกิจกรรมการเรียนการสอน การสอนแต ละคร้ังจํานวนของผูเ รยี นและกิจกรรมท่ีใชใ นการเรียนสอนเปนสง่ิ สําคญั ท่ีตองนาํ มาพิจารณาควบคูกันในการใชสอื่ การสอน เชน การสอนผูเรียนจํานวนมากจําเปนตองใชวิธีการสอนแบบบรรยายในชวงแรก สื่อการสอนท่ีนํามาใช อาจเปน Microsoft Teams หรอื Google Meet เปน ตน หรืออาจจะมอบหมายใหผ เู รยี นศึกษาคนควา และเรียนรู ดวยตนเองผา น MOOC หรอื MOODLE ระบบบริหารจัดการการเรียนการสอนที่ผูสอนไดเตรียมไวเ ปน อยา งดี เปน ตน
51 5. เลือกสอื่ การสอนออนไลนท ่เี หมาะสมกับสภาพแวดลอ ม อาทิ สถานทส่ี าํ หรับสอนออนไลน เสยี งรบกวน อุปกรณอํานวยความสะดวก พ้ืนท่ีที่ผูเรียนอาศัยอยูเน่ืองจากสงผลตอการเขาถึงสัญญาณอินเทอรเน็ตของผูเรียน ซ่ึงเปนปจจัยหลักของการเรียนการสอนออนไลน การสอนออนไลนผูสอนอาจไมจําเปนตองใหผูเรียนเปดกลอ งเพื่อ จะไดเห็นหนาผูเรียนตลอดการบรรยาย เพื่อลดปริมาณการใชสัญญาณอินเทอรเน็ตของผูเรียน นอกจากนี้ผูสอน อาจมอบหมายใหผูเรียนไปศึกษาคนควาจากแหลงขอมูลตางๆ นอกเหนือจากการบรรยายเหมือนในช้ันเรียนปกติ เชน อาจใหผูเรียนศึกษาเรียนรูเนื้อหาวิชาจากคลิปที่ผูสอนบันทึกหรือสรางไวดวยตนเอง หรือผูสอนรวบรวมไว แลวนัดวันเวลาเพ่ือใหผูเรียนรวมกันแลกเปล่ียนเรียนรูจากเนื้อหาท่ีผูส อนมอบหมายไป อาจเรียกวาหองเรียนกลับ ดานทก่ี ําลงั เปน ทนี่ ิยม 6. เลือกส่ือการสอนท่ีมีลักษณะนาสนใจและดึงดูดความสนใจ ขอไดเปรียบของสื่อการเรียนการสอน ออนไลนคือมีส่ือการสอนท่ีนาสนใจและดึงดูดความสนใจผูเรียนท่ีผูสอนสามารถเลือกใชไดจํานวนมาก ท้ังน้ีขึ้นอยู กับความถนัดและความสนใจของผูสอนเชนกัน ส่ือการสอนออนไลนจะชวยทําใหการสอนมีความนาสนใจและ ดึงดูดความสนใจของผูเรียนได อาจกอใหเกิดบรรยากาศการเรียนรูที่สนุกสนาน นาสนใจ หรือสรางความพึงพอใจ ใหแ กผูเรียน สดุ ทายผลลัพธห รอื ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นทดี่ กี จ็ ะเกิดขึ้นกับผูเรยี น 7. เลือกส่ือการสอนท่ีมีวิธีการใชงาน เก็บรักษา และบํารุงรักษาไดสะดวก ขอไดเปรียบของส่ือการเรียน การสอนออนไลนอีกขอ หนึ่งคอื ใชงานงา ย มแี หลง เรียนรูก ารใชงานจํานวนมาก เนอื่ งจากแตล ะสื่อมีคูม ือการใชหรือ มีบุคคอื่นนําเสนอวิธีใชงานเปนวีดิทัศนใหเลือกศึกษาไดตามความชอบ และที่สําคัญแทบจะไมตองเก็บรักษา และ บํารุงรักษา เน่ืองจากส่ือการสอนออนไลนเหลาน้ีถูกเก็บอยางปลอดภัยอยู ณ ที่แหงใดแหงหนึ่งในโลกใบน้ี และท่ี แหงน้ันมีผูเช่ียวชาญแตละดานดูแลและรักษาไวใหเปนอยางดี โดยเฉพาะส่ือการสอนออนไลนประเภทวัสดุ (Software or Material) หนาท่ีของผูสอนเพียงแตดูแลและรักษาสื่อประเภทเคร่ืองมือหรืออุปกรณ (Hardware or Equipment) อยา งคอมพวิ เตอร มือถอื และอุปกรณเ คล่ือนท่อี ยา ใหสูญหาย แตกหกั และเสียหายกเ็ พยี งพอ การสรา งและหาคณุ ภาพสื่อการเรยี นการสอนออนไลน เมื่อพูดถึงการสรางและหาคุณภาพส่ือการเรียนการสอนมักทําใหผูสอนกังวลและมองเปนเรื่องใหญที่ตอง ทุมเทกําลังกายกําลังใจและเวลาจํานวนมากลงไป และอาจทําใหนึกถึงการวิจยั และสถิติซ่ึงเปนสิง่ ท่ผี ูสอนสวนใหญ มักจะไมมีเวลาใหเน่ืองจากงานสอนและงานรับผิดชอบในสถานศึกษาก็มากเพียงพออยูแลว เอกสารประกอบการ อบรมชุดนจี้ ึงกลาวถึงการสรางและหาประสิทธิภาพสื่อการเรยี นการสอนออนไลนในขอบเขตที่ผูสอนสามารถทําได และไมก ระทบจากงานประจําท่ีผูส อนรับผดิ ชอบ และจะกลาวถึงเฉพาะส่ือการเรียนการสอนที่ออกแบบและพัฒนา โดยผูสอน เพื่อเปนเครื่องมือสําหรับผูสอนที่นํามาใชในการเรียนการสอนและทําใหผูเรียนเกิดการเรียนรูตาม วัตถุประสงคหรือจุดมุงหมายท่ีผูสอนวางไวและเปนสื่อการสอนท่ีมีคุณภาพ การสรางและหาคุณภาพส่ือการเรียน การสอน ในเอกสารประกอบการอบรมชุดน้ีประกอบดวย 3 สวนไดแก สวนนําเขา (Input) สวนกระบวนการ (Process) และสวนผลลพั ธ (Output) ตามลาํ ดับ ดงั น้ี ดังน้ี การสรางสื่อการเรียนการสอน การสรางส่ือการสอนประกอบดวย 2 สวน ไดแก สวนนําเขา (Input) และสวนกระบวนการ (Process) มี รายละเอยี ด ดังน้ี
52 สวนนําเขา (Input) ประกอบดว ย 1. การวิเคราะหปญหาและความจําเปนในการใชส่ือการเรียนการสอน เปนส่ิงแรกที่ผูสอนควรคํานึงถึง เน่ืองจากผูสอนสามารถระบุปญหาที่แทจริงท่ีเกิดข้ึนจากการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนและตัดปญหาท่ีไม เกี่ยวของออกไป จะนําไปสูการวางแผนสรางสื่อการเรียนการสอนท่ีทําใหมีโอกาสเช่ือไดวาสือ่ การสอนของผูสอนมี คุณภาพ เริ่มตนจากประเมินความตองการส่ือการสอนโดยรวมจากบุคคลท่ีเกี่ยวของ อาทิ หัวหนาฝายวิชาการ ผสู อนทานอน่ื ที่สอนวิชาเดียวกนั ทั้งจากภายนอกและภายในหนว ยงานของผูสอน และผเู รยี น เพื่อรวบรวมขอมูลวา ส่ือการเรียนการสอนใดมีแลวหรือยังขาดแคลนและยังไมตรงกับความตองการของผูสอนและผูเรียน เชน พบวา รายวิชาเครื่องวัดไฟฟา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ขาดแคลนเคร่ืองมือวัดไฟฟาท่ีใชเปนส่ือการเรียน การสอนของจริง และไดขอมูลวา Clip VDO เปนส่ือการเรียนการสอนที่ไดรับความสนใจจากผูเรียน และผูสอนมี ความสามารถในการทํา Clip VDO การใชงานเครื่องมือวัดไฟฟาไดดวยตนเอง จบลงดวยการวิเคราะหเปาหมาย ของการนํา Clip VDO การใชงานเคร่ืองมือวัดไฟฟาไปใชในการเรียนการสอน อาทิ หลังจากผูเรียนไดเรียนผาน Clip VDO การใชงานเคร่ืองมือวัดไฟฟาแลว ผูสอนคาดหวังวาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจากผูเรียนอยางไรบาง เชน มคี วามรู ความเขาใจ และสามารถใชง านเครอ่ื งมือวดั ไฟฟาไดเ ปน อยา งดี 2. การวิเคราะหลักษณะของผูเรียน การวิเคราะหส่ิงเหลาน้ีผูสอนสามารถทําไดไมยากเน่ืองจากผูเรียน เหลานั้นเรียนรูอยูกับผูสอน ประกอบดวย ลักษณะโดยท่ัวไปของผูเรียน เชน หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ช้ันปที่ 2 มีอายุระหวาง 17-18 ป ผลการเรียนโดยรวม 2.25 ข้ึนไป และลักษณะเฉพาะของผูเรียน อาทิ เม่ือเครื่องมือวัดไฟฟาท่ีใชเปนสื่อการเรียนการสอนของจริงไมเพียงพอทําใหผูเรียนพูดคุยกันเองเสียงดัง หลับ คุย โทรศัพท ไมกระตุนการอยากเรียนรูของผูเรียน และที่สําคัญพบวาผูเรียนทุกคนมีคอมพิวเตอรหรือโทรศัพทมือถือ ซ่งึ เปนประโยชนตอการจดั การเรยี นการสอนดวย Clip VDO เปนตน 3. การวิเคราะหเน้ือหาบทเรียน ผูสอนวิเคราะหเนื้อหาบทเรียนในรายวิชาเพ่ือดูวาหนวยใดสามารถสราง Clip VDO ไดบาง เชน รายวิชาเครื่องวัดไฟฟามี 14 หนวย ประกอบดวย หลักการเบื้องตนของเคร่ืองวัดไฟฟา แอมมิเตอรไฟฟากระแสตรง โวลตม ิเตอรไ ฟฟา กระแสตรง เคร่ืองวัดไฟฟากระแสสลบั แอมมิเตอรไ ฟฟา กระแสสลับ โวลตม เิ ตอรไฟฟา กระแสสลับ โอหมมิเตอร มลั ตมิ เิ ตอร วัตตม ิเตอร กโิ ลวตั ตอาวรม ิเตอร ออสซิลโลสโคป เคร่อื งวัด ไฟฟาชนดิ อ่ืนๆ ความผดิ พลาดในการวัด และการบํารุงรักษาเคร่ืองวัดไฟฟา ซึง่ แตละหนวยจําเปนตองใชเครื่องมือ วัดไฟฟา แตเมื่อเคร่ืองมือไมเพียงพอตอผเู รียน ผูสอนก็สามารถสรางส่ือการเรียนการสอนในรูปของ Clip VDO ได ซึ่งผูสอนไมจําเปนตองสราง Clip VDO ทุกหนวยการเรียน แตหากสามารถสรางไดทุกหนวยการเรียนก็เปนส่ิงท่ีดี ผสู อนสามารถสรางสราง Clip VDO ไปเร่อื ยๆ ที่ละคลปิ สองคลปิ ในทสี่ ุดผูส อนกจ็ ะมี Clip VDO รายวิชาเครอื่ งวัด ไฟฟาครบถวน ผูสอนสามารถนําไปตอยอดจัดเปนหองเรียนออนไลน แชรหรือแบงปนกับผูสอนคนอ่ืนและ สาธารณะในรูปของ Youtube Channel ของผูสอนเองได และสราง Clip VDO อ่ืนๆ ท่ีสงเสริมการเรียนรูของ ผเู รียนในรายวิชานี้และรายวชิ าตอ ไป 4. การวิเคราะหวัตถุประสงคการเรียน ผูสอนวิเคราะหวัตถุประสงคการเรียนแตละหนวยแตละหัวขอที่ ตองการสรา ง Clip VDO วา เมื่อสราง Clip VDO แลวผเู รยี นจะไดความรู ความเขาใจ การใชง าน ความสนใจ ความ พึงพอใจตอการเรียน หรืออ่ืนๆ ดานใดบาง เชน เพื่อใหผูเรียนสามารถอธิบายสวนประกอบของแอมมิเตอรไฟฟา กระแสตรง สามารถใชงานแอมมิเตอรไฟฟากระแสตรงไดอยางถูกตองและลดความผิดพลาดในการใชแอมมิเตอร ไฟฟา กระแสตรง จะไดส ราง Clip VDO ใหต อบวตั ถุประสงคของการเรียนและพฒั นาผูเรียนไปในทิศทางท่ีดขี ้นึ
53 5. การวิเคราะหรูปแบบการนําเสนอเนื้อหาและกิจกรรมที่เหมาะสม หลังจากที่ผูสอนวิเคราะหขอมูลได ครบทั้งส่ีขอแลว สุดทายผูสอนก็มาการวิเคราะหวารูปแบบการนําเสนอเนื้อหาและกิจกรรมที่เหมาะสมที่จะใชใน การจัดการเรียนการสอนควรเปนรูปแบบใด จะใชวัสดุ อุปกรณ เคร่ืองมือ คอมพิวเตอร โปรแกรมและแอปพลิเค ชันใดบา ง ซง่ึ ตัวอยา งในทน่ี ีค้ ือ Clip VDO เปนตน สรปุ ไดว า สวนนาํ เขา (Input) คอื การวิเคราะหขอมูลท่ีเกย่ี วของ (Analysis) เพอ่ื ใหไดข อ มูลทีถ่ ูกตองและ สมบูรณที่สุดเพ่ือใชประกอบการตัดสินใจออกแบบและพัฒนาส่ือการเรรียนการสอน ประกอบดวย การวิเคราะห ปญหาและความจําเปนในการใชสื่อการเรียนการสอน การวิเคราะหลักษณะของผูเรียน การวิเคราะหเน้ือหา บทเรียน การวิเคราะหวตั ถปุ ระสงคก ารเรียน และการวเิ คราะหร ปู แบบการนาํ เสนอเนอื้ หาและกจิ กรรมท่เี หมาะสม สวนกระบวนการ (Process) หลังจากวิเคราะหขอมูลในสวนตางๆ จนไดขอมูลสวนนําเขา (Input) ครบ ตามท่ีตองการแลว ลําดับตอไปผูสอนก็ตองมาดําเนนิ การในสวนของสวนกระบวนการหรือการเลือกใชสอื่ การเรียน การสอน ซ่ึงมีอยู 2 ทางเลือก ไดแก 1) เลือกใชสื่อการเรียนการสอนท่ีมีอยูแลวอยางเหมาะสมหรือจะนําสื่อการ เรียนการสอนท่ีมีอยูแลว มาดัดแปลง ปรบั ปรุงแกไข และ 2) พฒั นาส่อื การเรยี นการสอนข้ึนมาใหมเนื่องจากยังไมมี ส่ือการเรียนการสอนในเร่ืองนั้นๆ หรือมีอยูแตไมสามารถนาํ มาดัดแปลงใหสามารถใชง านไดแลว และไมสอดคลอง กบั ขอมูลที่วเิ คราะหไดจ ากสว นนาํ เขา (Input) ซ่ึงตัวอยา งในทนี่ คี้ อื พัฒนาส่อื การเรยี นการสอนขึน้ มาใหมในรูปของ Clip VDO ซึ่งผูสอนสามารถออกแบบและสรางไดดวยตนเอง ใชบริการกลุมงานผลิตสื่อของสถานศึกษาผลิตให หรือจางผูมีความรูความสามารถผลิตให ภายใตการควบคุมการออกแบบและพัฒนาโดยผูสอน ในกรณีที่ผูสอน เลือกท่ีจะพัฒนาส่ือการเรียนการสอนขึ้นมาใหม สวนกระบวนการ (Process) มีข้ันตอนสําคัญท่ีผูสอนตอง ดาํ เนินการ 2 ขน้ั ตอน ประกอบดวย 1. การออกแบบส่ือการเรียนการสอน (Design) ตวั อยางสื่อการเรยี นการสอนในทนี่ ้ีคือ Clip VDO ดังนนั้ ผูสอนจะตองออกแบบสตอรี่บอรด (Storyboard) เพ่ือลําดับความสําคัญของเน้ือหา Clip VDO แตละสวน ออกแบบองคประกอบใน Clip VDO ไดแก องคประกอบภาพ ภาพนิ่ง ภาพเคล่ือนไหว กราฟก ขอความ เสียง บรรยาย เสียงประกอบ รวมถึงลูกเลน (Effect และ Transition) ของ Clip VDO เปนตน อาจรวมถึงออกแบบ กิจกรรมการเรยี นการสอน และการวัดและประเมินผลผูเรียนทส่ี อดคลองกบั วตั ถปุ ระสงคการเรียนท่ีไดวิเคราะหไว แลวเพ่ือใหสอดคลอ งกบั Clip VDO ดวย 2. การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน (Development) หลังจากไดออกแบบสื่อการเรียนการสอน (Design) ไวเปนอยางดีแลว ลําดับตอไปก็ดําเนินการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน หรือ Clip VDO ตามท่ีได ออกแบบไว การพัฒนาสือ่ การเรียนการสอนเปน ข้นั ตอนท่ผี สู อนจะไดล งมือถายทํา อดั เสียง และตดั ตอ จริงดวยวสั ดุ อุปกรณ เครื่องมือ คอมพิวเตอร โปรแกรมและแอปพลิเคชนั ที่ไดจัดเตรยี มไวพ รอมแลว ในขั้นการวเิ คราะหร ูปแบบ การนําเสนอเนื้อหาและกจิ กรรมที่เหมาะสม การหาคุณภาพสือ่ การเรียนการสอน การหาคุณภาพสอื่ การเรียนการสอนดว ย 1 สวน คอื สวนผลลพั ธ (Output) มรี ายละเอียด ดังนี้
54 สวนผลลัพธ (Output) ถึงขั้นตอนนี้เชอื่ วาผูส อนไดพัฒนาสอ่ื การเรียนการสอนหรือ Clip VDO เสร็จสนิ้ แลว การพัฒนาส่ือการเรียนการสอนใหเสร็จสมบูรณและมีคุณภาพ จําเปนอยางย่ิงที่ผูสอนจะตองนําส่ือการเรียน การสอนหรือ Clip VDO ไปใช (Implementation) และประเมนิ ผลสื่อการเรยี นการสอน (Evaluation) เพือ่ ให มั่นใจวาส่ือการเรียนการสอนท่ีพัฒนาขึ้นมาน้ันมีคุณภาพและสามารถใชกับผูเรียนไดจริง การหาคุณภาพสื่อการ เรียนการสอนมีรายละเอยี ดดังน้ี 1. การนําส่ือการเรียนการสอนไปใช (Implementation) เพื่อใหม่ันใจวาสื่อมีคุณภาพและสามารถใช งานไดจริง จึงควรนําส่ือการเรียนการสอนไปทดลองใชกับผูเรียนบางคน มักเรียกวากลุมตัวอยางเพื่อหาคุณภาพ ของสื่อการเรียนการสอน ดวยการหาคุณภาพสื่อการเรียนการสอนแบบเด่ียว (1:1) โดยเลือกผูเรียนที่เรียนเกง เรียนปานกลาง และเรียนออน อยางละ 1 คน มาลองใชหรือมาลองเรียนดวยสื่อการเรียนการสอนที่ผูสอน พฒั นาข้ึน อาจจะใหก ลมุ ตัวอยา งแยกกนั มาเรียนหรือมาเรียนพรอมกนั แตใชวัสดแุ ละอุปกรณในการเรยี นคนละชุด แยกกันออกไปอยา งชัดเจน เพอ่ื ผูส อนจะไดใ หค วามชว ยเหลอื พูดคุย และสงั เกตการเรยี นจากสอื่ การเรียนการสอน ของกลุมตัวอยางแตละคนท่ีมีผลการเรียนแตกตางกัน เพื่อนําผลมาปรับปรุงแกไขขอบกพรองของส่ือการเรียนการ สอนเพือ่ ใชส ําหรบั การหาคุณภาพส่ือการเรยี นการสอนแบบกลุม (1:12) โดยเลอื กผเู รียนท่เี รยี นเกง เรียนปานกลาง และเรียนออน อยางละ 4 คน ขึ้นอยูกับจํานวนนักศึกษาที่มีและหาได มาลองใชหรือมาลองเรียนดวยสื่อการเรียน การสอนท่ีผูสอนพัฒนาและปรับปรุงแกไขขอบกพรองแลว ผูสอนใหความชวยเหลือ พูดคุย และสังเกตการเรียน จากส่ือการเรียนการสอนของกลุมตัวอยางและนําผลมาปรับปรุงแกไขขอบกพรองของส่ือการเรียนการสอนเพ่ือใช สําหรับการหาคุณภาพส่ือการเรียนการสอนแบบสนาม (1:30) โดยเลือกผูเรียนที่เรียนเกง เรียนปานกลาง และ เรียนออน อยา งละ 10 คน หรือเลือกผเู รยี นมาสัก 1 หองเรียนตามทผี่ ูเรยี นและผูสอนสะดวก อาจจะมจี ํานวนมาก หรือนอยกวา 30 คนกย็ อ มได ในทางปฏิบัตติ ัวเลขของกลุมตวั อยางท้ัง 3 กลุม ผสู อนสามารถบรหิ ารจัดการไดตาม ความเหมาะสมเน่ืองจากบางครั้งการจะหาผูเรียนไดจํานวนท่ีระบุอาจจะเปนไปไดไมงายนัก และท่ีสําคัญเปนการ หาคุณภาพสื่อการเรียนการสอนเพ่ือใชในการจัดการเรียนการสอนไมใชเ พื่อการศึกษาวิจัย หากเปนการศึกษาวิจยั มักกําหนดไวที่ 30 คนข้ึนไปเทานั้นเอง หรือในทางปฏิบัติจริงผูสอนจะนําสื่อการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นมาไปให เพ่ือนครูท่ีสอนวิชาเดียวกันหรือสอนตางวิชาชวยทดลองใชและใหขอเสนอแนะเพ่ือการปรับปรุงแกไขก็ไดเชนกัน โดยผูสอนอาจทําแบบประเมินออนไลนหรือพิมพดวยกระดาษใหกลุมตัวอยางเหลาน้ีไดประเมินและให ขอเสนอแนะ ผูส อนจะไดม ขี อ มลู มาใชในการปรับปรุงแกไขสอื่ การเรยี นการสอนตอไปได 2. ประเมนิ ผลสอ่ื การเรียนการสอน (Evaluation) โดยหลกั การของการออกแบบและพฒั นาส่ือการเรียน การสอน ผูสอนหรือผูสรางสื่อยอมมีการตรวจสอบ ตรวจทาน ปรับปรุงแกไขส่ือการเรียนการสอนเปนระยะๆ ใน ทกุ ข้ันตอนของการสรา งสื่อการเรยี นการสอนอยูแลว เรียกวาการประเมินผลสอ่ื การเรียนการสอนโดยผสู รา งส่ือ แต เพื่อความถกู ตองตามหลักวชิ าการและสรางความเชอ่ื มนั่ ใหกบั ส่ือการเรียนการสอนท่ผี สู อนสรางขน้ึ การประเมินผล ส่ือการเรียนการสอน (Evaluation) ในที่น้ีหมายถึง การประเมินผลสื่อการเรียนการสอนทั้ง 3 สวน ไดแก 1) สวน นําเขา (Input) ประกอบดวยการประเมินการวิเคราะหขอมูลที่เก่ียวของ (Analysis) 2) สวนกระบวนการ (Process) ประกอบดวยการประเมนิ การออกแบบส่อื การเรียนการสอน (Design) และการพฒั นาสือ่ การเรียนการ สอน (Development) โดยปกตกิ ารประเมนิ ใน 2 สว นนม้ี กั ประเมินโดยผเู ช่ยี วชาญดานเน้อื หา ดานการออกแบบ และพัฒนาสื่อการเรียนการสอน 3-5 คน ซึ่งผูสอนสามารถใหผูสอนทานอื่นจากหนวยงานเดียวกันหรือตาง หนว ยงานชวยเปนผูเ ช่ียวชาญใหได เพอ่ื ประเมนิ ความเหมาะสมและความสอดคลอ งของเนื้อหาและวตั ถปุ ระสงคใช
55 คา ดชั นคี วามสอดคลอง (IOC) เปน การใหคะแนนการตอบแบบประเมินจากผูเช่ียวชาญเพ่ือตรวจสอบความถูกตอง ของสือ่ การเรียนการสอนแตล ะรายการแลว และ 3) สว นผลลัพธ (Output) ประกอบดวยการประเมนิ ผลเม่ือนําส่ือ การเรยี นการสอนไปใช (Implementation) เปน การประเมนิ เพื่อหาคุณภาพของสื่อการเรยี นการสอนตามเกณฑ E1/E2 ของชัยยงค พรหมวงศ (2520) ผูเสนอแนวคิดการประเมินดังกลาว โดย E1 คือคารอยละของคะแนนเฉลี่ย ที่เกิดจากการทํากิจกรรมระหวา งเรยี นของผูเรียน อาทิ การทดสอบยอย การบาน และงานที่ผูสอนมอบหมายและ E2 คอื คา รอยละของคะแนนเฉลย่ี ท่เี กดิ จากการทาํ แบบทดสอบของผูเรียนหลงั เรยี นจบทั้งกระบวนการ จบขั้นตอนน้ีก็พอจะม่ันใจไดวาส่ือการเรียนการสอนท่ีผูสอนพัฒนาและปรับปรุงแกไขจนสมบูรณมี คณุ ภาพเพียงพอและสามารถนาํ ไปใชใ นการจัดการเรียนการสอนไดจริง เพ่ือประเมนิ ผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจ ของท่ีไดเรียนรูดวยส่ือการเรียนการสอนท่ีผูสอนพัฒนาข้ึนตามวัตถุประสงคที่กําหนดไวตอไป ซึ่งการประเมินผล สมั ฤทธแิ์ ละความพงึ พอใจของผูเรียนไมไดกลาวถงึ ในท่ีนี้ ภาพท่ี 6.3 รูปแบบการสรางและหาคุณภาพส่อื การเรยี นการสอนออนไลน ที่มา : ADDIE (2000) และ (จนิ ตวยี คลา ยสงั ข, 2560)
56 สรุป การสรางและหาคุณภาพสือ่ การเรยี นการสอนออนไลน แบง่ ออกเป็น 3 สวนหลกั ไดแ ก สว นนาํ เขา (Input) เปนข้ันตอนของการวิเคราะหขอมูลท่ีเก่ียวของ (Analysis) ประกอบดวย การวิเคราะหปญหาและความจําเปนใน การใชส่ือการเรียนการสอน การวิเคราะหลักษณะของผูเรียน การวิเคราะหเนื้อหาบทเรียน การวิเคราะห วัตถุประสงคการเรียน และการวิเคราะหรูปแบบการนําเสนอเน้ือหาและกิจกรรมที่เหมาะสม สวนกระบวนการ (Process) ประกอบดวยการออกแบบส่ือการเรียนการสอน (Design) และการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน (Development) แล ะสว นผ ล ลัพธ ( Output) ประกอบดว ย การนําสื่อการเรียนการส อน ไ ป ใ ช (Implementation) และประเมินผลสือ่ การเรยี นการสอน (Evaluation) เอกสารอา งองิ กดิ านนั ท มลทิ อง. (2548). เทคโนโลยีและการสื่อสารเพือ่ การศึกษา. กรุงเทพฯ: อรุณการพิมพ. จินตวีย คลายสังข. (2560). การผลิตและใชสื่ออยางเปนระบบ เพื่อการเรียนรูในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : สาํ นกั พิมพแหง จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั . จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลัย. ชยั ยงค พรหมวงศ. (2520). ระบบส่อื การสอน. กรงุ เทพฯ : สํานักพมิ พจุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลัย. นันทิยา รักรัตน. (2557). กรวยประสบการณของ Edgar Dale. สืบคนเม่ือ 27 พฤษภาคม 2557, จาก http://57gc1000409.blogspot.com/2015/01/blog-post_24.html. เพ็ญศรี ศรีสวัสดิ์. (2558). นวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารทางการศึกษา. คณะศึกษาศาสตร สถาบนั การพลศกึ ษา วทิ ยาเขตสุพรรณบรุ .ี ศภุ ชัย ตนั ศิริ และคณะ. (2552). นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศกึ ษา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั รามคําแหง. สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2561). รายงานประจําป 2561 สํานักงานคณะกรรมการการ อาชวี ศึกษา. สํานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร. Brow, Jame W; Levis, Rechand B; and Harcleroad, Fred F. (1977). AV Instruction: Technology, Media and Medthods. (5 ed). New York: McGraw-Hill Book Company. Dale, Edgar. (1969). Audio-Visual Methods n Teching. (3 ed). New York: Holt Rineheart and Winston. Gerlach, V.S. and D.P. Ely. (1971). Picture and Visual Perception. New York: Hamper Row. McGriff, Steven J. ( 2 0 0 0 ) . Instructional System Design ( ISD) : Using the ADDIE Model. Instructional Systems, College of Education, Penn State University. Tom Kuhlmann. (2016). The Cons of Social Media for E-Learning. https://blogs.articulate.com/rapid-elearning/cons-social-media-e-learning.
57 บรรณานกุ รม กิดานนั ท มลิทอง. (2548). เทคโนโลยีและการสือ่ สารเพอื่ การศึกษา. กรุงเทพฯ: อรุณการพมิ พ. กฤษณพงศ เลิศบํารุงชัย. (2563). การทํางานรวมกันและการจัดการเรียนการสอนออนไลนดวย Microsoft Teams. โครงการอบรมพัฒนาทักษะครูอาชีวศึกษาดานการจัดการเรียนการสอนอนไลน. สํานักงาน คณะกรรมการการอาชวี ศึกษารวมกบั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาพระนครเหนือ. คณิตพงศ เพ็งวนั . (2563). การจัดการเรยี นการสอนออนไลนดวยแอปพลิเคชัน Zoom. คณะวศิ วกรรมศาสตร. มหาวิทยาลัยเชยี งใหม จินตวีร คลายสังข. (2555). อีเลิรนนิงคอรสแวร : แนวคิดสูการปฏิบัติสําหรับการเรียนการสอนอีเลิรนนงิ ในทกุ ระดบั . กรงุ เทพฯ : สาํ นักพิมพแหงจุฬาลงกรณม หาวิทยาลยั , 2555. จินตวีย คลายสังข. (2560). การผลิตและใชสื่ออยางเปนระบบ เพื่อการเรียนรูในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : สํานกั พมิ พแ หง จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลัย. จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. จิระ จิตสุภา. (2562). การใชคอมพิวเตอรและโปรแกรมสําเร็จรูปเพ่ือประโยชนในการจัดการเรียนการสอน เอกสารคําสอน. คณะครศุ าสตร มหาวทิ ยาลัยสวนดุสิต. จิราภรณ สรรพวีรวงศ ภัทรกันย ติเอียดยอ จันทนี ปลูกไมดี ศรัญญา ท้ิงสุข สุพรรษา สุดสวาท และ กนกพร สง ปราบ. (2559). ความสขุ ของนกั ศกึ ษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ. สงขลานครินทรเ วชสาร. ปท่ี 34 ฉบบั ท่ี 5 ก.ย.- ต.ค. 2559. ใจทิพย ณ สงขลา. (2550). E-Instructional Design: วิธีวิทยาการออกแบบการเรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส. กรงุ เทพฯ : ศูนยต ําราและเอกสารทางวิชาการ คณะครุศาสตร จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลัย. ชัยยงค พรหมวงศ. (2520). ระบบสอ่ื การสอน. กรงุ เทพฯ : สํานักพมิ พจ ฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั . ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2545). Designing e-Learning หลักการออกแบบและการสรา งเว็บเพ่ือการเรียนการ สอน. กรงุ เทพฯ : อรณุ การพมิ พ. นันทิยา รักรัตน. (2557). กรวยประสบการณของ Edgar Dale. สืบคนเมื่อ 27 พฤษภาคม 2557, จาก http://57gc1000409.blogspot.com/2015/01/blog-post_24.html. ปรัชญนันท นิลสุข. (2542). WBT : Web-Based Training เทคโนโลยีการฝกอบรมครูในอนาคต. วารสาร ศึกษาศาสตรป รทิ ัศน. 14 (2) (พฤษภาคม - สงิ หาคม 2542) : 79-88. ปรัชญนันท นิลสุข. (2563). โครงการอบรมพัฒนาทักษะครูอาชีวศึกษาดานการจัดการเรียนการสอนออนไลน. สํานักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. เพ็ญศรี ศรีสวัสด์ิ. (2558). นวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารทางการศึกษา. คณะศึกษาศาสตร สถาบันการพลศึกษา วทิ ยาเขตสพุ รรณบรุ ี. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. (2550). การผลิตและพัฒนา e-Learning โครงการการศึกษาไรพรมแดน. โครงการ SUT e-Training มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีสุรนารี. นครราชสีมา : โจเซฟ. วชิ ดุ า รตั นเพยี ร.(2548). การเรยี นการสอนบนเวบ็ ขั้นนาํ . กรงุ เทพฯ : สํานกั พิมพแหง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลยั .
58 วีณฐั สกุลหอม จิระ จติ สภุ า อลงกรณ เกดิ เนตร และเบญจวรรณ กส่ี ขุ พนั ธ. (2563). โลกแหง การเรียนรูออนไลน ท่ีขับเคลอื่ นดวยแอปพลเิ คชนั . คณะครศุ าสตร มหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ . ศศิธร ขันติธวรางกูร. (2551). การจัดการชั้นเรียนของผูสอนมืออาชีพ. วารสารครุศาสตร. ปที่ 1 ฉบับที่ 2 เดือน มนี าคม 2551. ศภุ ชยั ตันศิริ และคณะ. (2552). นวัตกรรมและเทคโนโลยกี ารศกึ ษา. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลัยรามคําแหง. สถาบันการเรียนรูแหงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุรี. (2563). 5 กลยุทธในการกระตุนผูเรียนทาง ออนไลน. สถาบันการเรียนรู มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา ธนบุรี. สาธิยา ภูนาพลอย ปรัชญนันท นิลสุข และจารุมน หนูคง. (2563). ผลการจัดการเรียนรูดวย AL MIAP เพ่ือ สงเสรมิ ความฉลาดทางดจิ ิทลั ของนกั ศึกษาระดับปริญญาตรี. คณะครุศาสตรอ ตุ สาหกรรม มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกลาพระนครเหนอื . สรุ างค โคว ตระกูล. (2556). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พแหง จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลัย. สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2561). รายงานประจําป 2561 สํานักงานคณะกรรมการการ อาชวี ศึกษา. สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธกิ าร. สาํ นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส. (2563). ผลการสํารวจพฤตกิ รรมผใู ชอินเทอรเน็ตในประเทศไทย ป 2562. สาํ นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส. กระทรวงดจิ ทิ ลั เพอ่ื เศรษฐกิจและสงั คม. อภิชาติ อนุกูลเวช. (2563). รูปแบบการจัดการเรียนการสอนออนไลนอาชีวศึกษายุควิกฤติโควิด 19. วทิ ยาลยั เทคนคิ ชลบุร.ี อนริ ุทธ สตมิ นั่ .(2550) ผลการใชรูปแบบการจัดการเรยี นรูโดยใชก จิ กรรมการเรยี นรูแ บบโครงงานบนเครือขา ย อนิ เทอรเนต็ ที่มีตอ การเรียนรูแบบนําตนเองและผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนกั ศึกษาระดบั อุดมศึกษา. วิทยานิพนธการศกึ ษาดษุ ฎีบณั ฑติ . บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ. Anderson, T. ( 2 0 0 8 . The Theory and Practice of Online Learning. Canada: AU Press, Athabasca University. Brian M. Morgan. (2016). Student Engagement: 5 Strategies to Motivate the Online Learner. เขาถงึ เมอื่ 30 เมษายน 2563. จาก https://blog.blackboard.com/student-engagement-strategies-motivate-online-learner/ Brow, Jame W; Levis, Rechand B; and Harcleroad, Fred F. (1977). AV Instruction: Technology, Media and Medthods. (5 ed). New York: McGraw-Hill Book Company. Dale, Edgar. (1969). Audio-Visual Methods n Teching. (3 ed). New York: Holt Rineheart and Winston. Gerlach, V.S. and D.P. Ely. (1971). Picture and Visual Perception. New York: Hamper Row. McGriff, Steven J. ( 2 0 0 0 ) . Instructional System Design ( ISD) : Using the ADDIE Model. Instructional Systems, College of Education, Penn State University. Tom Kuhlmann. (2016). The Cons of Social Media for E-Learning. https://blogs.articulate.com/rapid-elearning/cons-social-media-e-learning.
Search