เทคงนิคาการนทาวเิ คราะห์ จากงานประจา Paphanphon Paphangkornphurin (Ton). May. 8, 2020
ปภาณภณ ปภงั กรภรู ินท์ บคุ ลากรชานาญการพิเศษ สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์ 2557 วิทยาศาสตรมหาบณั ฑิต (เกียรตินิยม) สาขาการพฒั นาทรพั ยากรมนุษยแ์ ละองคก์ าร จากสถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์ 2552 ประกาศนียบตั รวิชาว่าความ จากสานักฝึ กอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ 2551 นิติศาสตรบณั ฑิต จากมหาวิทยาลยั รามคาแหง [email protected] ifaradorn @ifaradorn Paphanphon Paphangkornphurin
บคุ ลำกรสำยสนบั สนนุ ตอ้ งทำงำนวิเครำะห์ จา“ก งำนประจำ”
EdPEx2558-2561 O rganIzatIon D evelopment เกณฑค์ ุณเภพาอ่ื พกกาารรดศากึ เนษินาการทเ่ี ป็ นเลศิ การจัดการโดยใช้ข้อมูลจริง หมายถึง ....การบริหารจัดการผลการ ดาเนินการท่ีมีประสิทธิผลของสถาบันตอ้ งใช้ข้อมูลและสารสนเทศที่ หลากหลาย ขอ้ มลู และสารสนเทศเหลา่ นีอ้ าจอย่ใู นหลากหลายรูปแบบ เช่น ตวั เลข กราฟ ขอ้ มลู เชิงพรรณนา และมาจากหลากหลายแหล่งท้ัง กระบวนการภายใน การสารวจ ฐานขอ้ มลู และส่อื สงั คม... การวิเคราะห์ หมายถึง การกล่ันกรองใจความสาคญั จากขอ้ มลู และ สารสนเทศเพ่ือใช้ สนบั สนุน การวดั ผล การตดั สินใจ การปรบั ปรุงและ การสรา้ งนวตั กรรม การวิเคราะหร์ วมถึง การใชข้ อ้ มลู เพ่ือดแู นวโนม้ การ คาดการณ์ ตลอดจนการหาความสัมพนั ธข์ องเหตุและผลซึ่งโดย ปกติ แลว้ อาจไม่เห็นเด่นชดั การวิเคราะหอ์ าจใชส้ นับสนนุ จุดม่งุ หมายต่างๆ เช่น การวางแผน การทบทวนผลการดาเนินการโดยรวม การปรบั ปรุง การปฏบิ ตั งิ าน และการบรรลเุ ปา้ หมายของการบรหิ ารความเปลย่ี นแปลง และการเปรียบเทียบผลการดาเนินการกับคู่แข่ง หรือเทียบเคียง กับ สถาบนั ท่มี วี ิธีปฏบิ ตั ทิ ี่เป็นเลิศ
Self Development Bloom’s taxonomy. Modified by Anderson et al. (2001)
Career Development Create งานวิจยั / ผลงานลกั ษณะอ่ืน/ ชานาญงาน Evaluate งานเชงิ สงั เคราะห์ ชานาญการ/ ชานาญงานพิเศษ Analyze งานเชงิ วิเคราะห์ ชานาญการพิเศษ/ Apply ค่มู อื ปฏิบตั งิ าน เ ่ีชยวชาญ/ Understand เ ่ีชยวชาญพิเศษ Remember
งำนวิเครำะห์ คืออะไร?
ควำมหมำยของงำนวิเครำะห์ การวิเคราะห์ หมายถึง การจาแนกแยกแยะ การวิเคราะห์ขอ้ มูลไม่จาเป็ นเสมอไปท่ีจะต้อง องค์ประกอบของสิ่งใดส่ิงหนึ่งหรือเร่ืองใดเร่ื องหนึ่ง ศึกษาหาความสมั พนั ธเ์ ชงิ สาเหตแุ ละผลระหว่างตวั แปร 2 เพื่อค้นหาท่ีมา ความเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ของ ตวั แปร แตอ่ าจม่งุ หาความสมั พันธร์ ะหว่างตวั แปรโดยไม่ องค์ประกอบต่างๆ ที่ทาใหเ้ กิดสิ่งนั้น หรือเรื่องนั้น มีนัยของความเป็ นสาเหตุและผลระหว่างตัวแปร การวิเคราะหจ์ งึ เป็ นการศึกษาคน้ ควา้ หรือการศึกษาหา วัตถปุ ระสงค์อาจจะมีเพียงแค่ตอ้ งการใชต้ ัวแปรหน่ึงใน คาตอบอย่างละเอียดรอบคอบตามกระบวนการ การคาดคะเนตัวแปรอีกตัวหนึ่ง เชน่ การวิจัยเชิงสารวจ วิเคราะหต์ อ่ ประเด็นท่ีเกิดขน้ึ เป็ นการนาขอ้ มลู ท่ีจดั ทา (Survey Research) ท่มี งุ่ เนน้ การวิเคราะหข์ อ้ มลู และรายงาน ไ ว้ม า วิ เ ค ร า ะ ห์ โ ด ย เ ลื อ ก ใ ช ้ส ถิ ติ ใ ห้เ ห ม า ะ ส ม กั บ ขอ้ มลู ในรปู ของจานวน ความถี่ และรอ้ ยละ หรืออาจเป็ น วัตถปุ ระสงคข์ องการวิเคราะห์ และลักษณะของขอ้ มลู การวิเคราะหข์ อ้ มลู ในลกั ษณะของการเปรียบเทียบขอ้ มลู โ ด ย ท่ี ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ข้อ มูล มี อ ง ค์ป ร ะ ก อ บ ที่ มี โดยทาการวิเคราะหเ์ ปรียบเทียบความแตกตา่ งของขอ้ มลู ความสมั พนั ธท์ สี่ าคญั 3 ประการ คือ ขอ้ มลู ท่ีใชใ้ นการ ระหว่างกลมุ่ (between groups) ตง้ั แต่ 2 กลมุ่ ขน้ึ ไป วิเคราะห์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ และหลักห รือ ตรรกวิทยาของการวเิ คราะห์ (บังอร โสฬส, 2555) (เกรียงศักด์ิ เจริญวงศ์ศักด์,ิ 2547; วรภัทร์ ภู่เจริญ, 2546)
ควำมหมำยของงำนวิเครำะห์ จึงอาจสรปุ ไดว้ ่างานวิเคราะห์เป็ น ผ ล ง า น ท่ี แ ส ด ง ก า ร แ ย ก แ ย ะ ส่วนหน่ึงของงานวิจัยหรือเป็ นงานวิจัยเชิง องค์ประกอบต่างๆ ของเรื่องอย่างมี สารวจนัน่ เอง โดยงานวิจัยเชิงสารวจแบ่ง ระบบ มีการศึกษาในแต่ละองค์ประกอบ ออกเป็ น 5 ประเภท คือ การสารวจ และหาความสัมพันธ์ ขององค์ประกอบ โรงเรียน (School Survey) กำรวิเครำะห์ ต่าง ๆ เพ่ือใหเ้ กิดความรคู้ วามเขา้ ใจใน ง ำ น (Job Analysis) ก ำ ร วิ เ ค ร ำ ะ ห์ เร่ืองนั้น ๆ ซึ่งเป็ นประโยชน์ต่องานของ เอกสำร (Documentary Analysis) การ หนว่ ยงานหรือสถาบนั อดุ มศึกษา สารวจประชามติ (Public Opinion Survey) และการสารวจชมุ ชน (Community Survey) (ชาญวทิ ย์ เทียมบญุ ประเสริฐ, 2525) (ก.พ.อ, 2553)
Input System Theory Output Process ขอ้ เท็จจรงิ / ใชใ้ นการสืบคน้ ข่าวสาร/ ขอ้ มลู ท่ีถกู จดั รูปเพ่ือ สารสนเทศท่ีผา่ นการถอดความ/ ความรูท้ ่ีถกู ตอ้ งตามจรงิ / ความจรงิ หรอื ในการคานวณ/ การแสดงหรอื การชีแ้ จง/ นาไป ขอ้ มลู ท่ีถกู จดจาในรูปของประ- ปราศจากอคติและความเหน็ / ยงั ไม่ผ่านการวิเคราะห์ วิเคราะหแ์ ละคานวณได้ สบการณ/์ ผา่ นกระบวนการคดิ มีความเท่ียงตรงไม่เปล่ยี น และเขา้ ใจ แปลงตามกาลเวลา
งำนวิเครำะห์ ทำยงั ไง?
แนวทำงกำรพิจำรณำปัญหำ ศึกษาตรวจสอบ แยกแยะ เพื่อกำหนดประเด็น/เรอ่ื งในกำรทำกำรวิเครำะห์ องคป์ ระกอบให้ GAP (Problem) ชดั เจน ศึกษาหา หาขอ้ สรปุ และ ความจริง ประเมนิ ตดั สนิ ใจ Past Now Future Preventive Problem Future วตั ถปุ ระสงค์ หา การทางาน ความสมั พนั ธ์ Past วิเคราะห?์ เชงิ เหตแุ ละผล Now Problem Solving Past Now Future ศึกษาตคี วาม ทาความเขา้ ใจ Development Problem
ส่วนขปอรงะรกปูอเบลม่ งานวเิ คราะห์ สว่ นประกอบ เน้ือหำ สว่ นประกอบ สว่ นประกอบ 7. 8. ตอนทำ้ ย ตอนตน้ บทนำ เอกสำรที่ เกยี่ วขอ้ ง 14. ประวตั ิ 1. 3. 9. 12. ผเู้ ขียน ปกนอก คำนิยม วิธีดำเนินกำร บรรณำนกุ รม (ถา้ ม)ี วิเครำะห์ 5. 4. 11. คำนำ สรปุ ผล สำรบญั 2. 10. 13. ปกใน 6. ผลกำร ภำคผนวก วิเครำะห์ บญั ชี ภำพ/ ตำรำง
รปู แบบรำยงำน กำรวิเครำะห์ Brain- Survey สรปุ และ -สรปุ และอภปิ รายผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู storming เสนอแนะ -ขอ้ จากดั ในการวิเคราะห์ -ประโยชนข์ องการศึกษา -ขอ้ เสนอแนะ ผลกำรวิเครำะห์ Focus Document -ขน้ั ตอนการดาเนนิ การ Group -ประชากรและตวั อยา่ ง วิธีดำเนินกำร -การเก็บรวบรวมขอ้ มลู Interview Etc. วิเครำะห์ -เครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นการเก็บขอ้ มลู เอกสำรท่ี -การวิเคราะหข์ อ้ มลู และการนาเสนอ เก่ยี วขอ้ ง -ความเป็ นมา บทนำ -วตั ถปุ ระสงค์ -ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะไดร้ บั วิธีกำรเกบ็ ขอ้ มลู -ขอบเขตของงานเชงิ วิเคราะห์ -นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ
ปั ญ ห ำ ใ น ก ำ ร แยกทฤษฎี แนวคิดจาก ทบทวนวรรณกรรม งานวจิ ยั ท่ี เกี่ยวขอ้ ง เนอื้ หาไมต่ รงกบั การเขยี นแบบ หัวขอ้ / ทบทวน หวั ขอ้ ผี ไมค่ รบถว้ น ขาดการตง้ั หวั ขอ้ แสดง Copy & Paste ความเชอื่ มโยง ของตวั แปรตน้ และขาดการ และตวั แปรตาม แยกผลวิจยั ไทย อา้ งอิง ขาดการประเมนิ การเขยี นแบบ ออกจากผลวจิ ยั วเิ คราะห์ ขนมชน้ั โดย ไมม่ กี ารเชอื่ มโยง เรียงตามปี / ตา่ งประเทศ เนอ้ื หามาสู่ สงั เคราะห์ งานที่ ตวั อกั ษรของชอ่ื ไดอ้ ่าน ผเู้ ขยี น ประเด็นปัญหา ในการศึกษา เขยี นรวบรวมทกุ อยา่ งทอ่ี า่ นมา (เนน้ ปรมิ าณ)
ใชเ้ ครอ่ื งมือใดทำ งำนวิเครำะห์
เครอื่ งมือ/ เทคนิคท่ีใชใ้ นกำรวิเครำะห์ (บำงสว่ น) ADLI Fish Six- Histogram Bone Box PDCA Standards Law Bench- Tree DELPHI marking Diagram Force Field TOWS 9cells 7s BCG CC- Scatter PEST Diagram SWOT Etc. 5Whys Statistics BSC Pareto SIX Diagram SIGMA
Continuous Improvement: PLAN DO CHECK ACT การพฒั นางานอยา่ งต่อเน่อื งดว้ ยวงจรคณุ ภาพ PDCA
กรอบแนวคดิ P D C Aพนื้ ฐานของ Modify Plan Another problem parameters Or improvement Do No Check Achieved goal? Yes Act William Edwards Deming
Past Now Future GAP (Problem) Preventive Problem Past Future Now Problem Solving Past Future Now Development Problem
Five Ishikawa WHYs Diagram 4M 1E-Man, Machine, Material, Method, Environment 4P-Place, Procedure, People, Policy 4S-Surrounding, Supplier, System, Skill Root Cause Analysis
ท่ี ข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิงาน ผู้เกยี่ วข้อง 1 .................. กรรมการ ผบู้ ริหาร ผรู้ ับบริการ ผปู้ ฏิบตั ิงาน 2 .................. 3 .................. ปัญหา วธิ ีจดั การกบั ปัญหา วธิ ีจดั การกบั ปัญหา วธิ ีจดั การกบั ปัญหา วธิ ีจดั การกบั 4 .................. ปัญหา ปัญหา ปัญหา ปัญหา
9 cells
ปัจจยั ภายใน จดุ แข็ง (ภำยใน) จดุ อ่อน (ภำยใน) SWOT (Internal Factors) [Internal strengths (S)] [Internal weaknesses (W)] TOWS ปัจจยั ภายนอก เชน่ จดุ แข็งดา้ นการจดั การ การ เชน่ ปัญหาตา่ ง ๆ ทเ่ี กดิ จากภายใน The SO Strategy = รกุ (External Factors) ดาเนนิ งาน การเงนิ การตลาด การวิจยั องคก์ ร The ST Strategy = รบั The WO Strategy = ปรบั และพฒั นา กลยทุ ธ์ WO: นอ้ ย-มำก The WT Strategy = ถอย (มจี ดุ อ่อนแตม่ โี อกาส) โอกำส (ภำยนอก) กลยทุ ธ์ SO: มำก-มำก (WO strategy: mini-maxi) [External opportunities (O)] (มจี ดุ แข็งและมโี อกาส) (SO strategy: maxi-maxi) เชน่ กลยทุ ธพ์ ฒั นาเพ่ือเอาชนะจดุ อ่อน เชน่ ภาวะเศรษฐกิจในปัจจบุ นั และอนาคต เพ่ือสรา้ งขอ้ ไดเ้ ปรียบจากโอกาส การเปลี่ยนแปลงทางการเมอื ง สงั คม เชน่ กลยทุ ธท์ ่มี ศี กั ยภาพสงู สดุ การใชจ้ ดุ ผลติ ภณั ฑ์ บริการ และเทคโนโลยีใหม่ แข็งขององคก์ รเพอ่ื สรา้ งขอ้ ไดเ้ ปรียบจาก โอกาส อปุ สรรค (ภำยนอก) กลยทุ ธ์ ST: มำก-นอ้ ย กลยทุ ธ์ WT: นอ้ ย-นอ้ ย [External threats (T)] (มจี ดุ แขง็ แตม่ อี ปุ สรรค) (มจี ดุ ออ่ นและมอี ปุ สรรค) (ST strategy: maxi-mini) (WT strategy: mini-mini) เชน่ การขาดแคลนพลงั งาน คแู่ ขง่ ขนั ท่ี แข็งแกรง่ การเสื่อมความนยิ มของ เชน่ การใชจ้ ดุ แข็งทางเทคโนโลยี การเงนิ เชน่ การตดั ทอน การเลกิ ดาเนนิ งาน หรือ ผบู้ ริโภค การจดั การ หรือการตลาด เพอ่ื จดั การ การรว่ มลงทนุ อปุ สรรคจากคแู่ ขง่
Internal Factors S W
CC PESTustomer External Factors ompetitor O T
Benchmarking Benchmarking Benchmark Best Practice (Best-in-class) Select the area to be studied. Internal Define stage Define the process that is to be benchmarked. Benchmarking Identify potential benchmarking partner. Collaborative Benchmarking Identify the data required, sources and appropriate methods of collection. Cooperative Analyse Collect the data and select benchmarking partners. Benchmarking stage Determine the performance gap. Establish the difference in the process. Competitive Benchmarking Target future performance. Implement Communication and Commitment. stage Adjust target and develop improvement plan. Implement and monitor. Review Review progress and recalibrate. stage
ADLI Vs. PDCA
Standards
แสดงการแยกแยะองคป์ ระกอบ มรี ปู แบบและเนอื้ หา มคี วามประณีตในการ มกี ารอา้ งอิงและมี ตา่ ง ๆ ของเรื่องอยา่ งมรี ะบบ มี ครบถว้ นถกู ตอ้ ง จดั วรรคตอน ชอ่ งไฟ กอ่ ใหเ้ กดิ ความรใู้ หม่ การศึกษาในแตล่ ะองคป์ ระกอบ และมกี ารใชภ้ าษาที่ ชดั เจน เหมาะสม และ แบบแผนในการเขยี น และความสมั พนั ธข์ อง ถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา หรือเทคนคิ วิธกี าร องคป์ ระกอบตา่ ง ๆ เพื่อใหเ้ กิด ความรู้ ความเขา้ ใจในเรื่องนน้ั ๆ อา้ งอิงอย่าง ใหม่ เหมาะสม ลกั ษณะคณุ ภำพ มกี ารวิพากษแ์ ละให้ มกี ารกระตนุ้ ใหเ้ กิด มลี กั ษณะเป็ นงาน มกี ารเรียบเรียงเนอื้ หาสาระท่ี เป็ นประโยชนต์ อ่ การพฒั นาหรือ ขอ้ เสนอแนะท่เี ป็ น ความคิดและคน้ ควา้ บกุ เบิกความรใู้ หมใ่ น ชดั เจนตามลาดบั ไมส่ บั สน ปรบั ปรงุ งาน ระบบงาน หรือ ประโยชนอ์ ย่างเหมาะสม อย่างตอ่ เนอื่ ง เป็ นท่ี สามารถทาใหผ้ อู้ ่านตดิ ตาม มาตรฐานงานของหนว่ ยงานหรือ เชอื่ ถือและยอมรบั ในวง เรื่องใดเรื่องหนงึ่ เนอ้ื หาไดโ้ ดยสะดวก ตลอดจน สถาบนั อดุ มศึกษา และสามารถ มคี วามเชอ่ื มโยงของหวั ขอ้ นาไปใชเ้ ป็ นแหลง่ อา้ งอิง หรือ วิชาชพี นาไปปฏิบตั ไิ ด้
ประเดน็ ทส่ี ่งผลกระทบตอ่ การประเมนิ คุณภาพงานวเิ คราะห์ วเิ คราะหเ์ ร่ืองทยี่ ังไมม่ ี กาหนดวธิ ีการท่ี เสนอเฉพาะวรรณกรรม ควรผสมผสานระหว่าง ควรเปรียบเทยี บผลกบั เสนอเฉพาะเรื่องที่ คนอน่ื ทา หรือวเิ คราะห์ เหมาะสมกับโจทย์ ทเ่ี กย่ี วข้อง การวเิ คราะหเ์ ชงิ งานวจิ ยั หรอื งาน เกยี่ วกับผลการ ปริมาณ และการ วเิ คราะห์ เพอื่ หกั ล้างผู้อน่ื วเิ คราะหอ์ นื่ ทคี่ ล้ายคลึง วเิ คราะหเ์ ชิงคุณภาพ กัน เนือ้ หาสาระดี ไม่ซา้ กบั น่าเชอื่ ถอื มีข้อมูล ทนั สมัย เนือ้ หาถกู ตอ้ ง ถกู ตอ้ งตามรูปแบบการ ขอ้ ผดิ พลาดดา้ นการ มเี อกลักษณ์ ความเป็ น ผลงานผู้อนื่ นาเสนอ เหตุผล หลักฐาน เขียน สะกด การันต์ วรรค ตวั เองของผู้เขียน ชัดเจน เข้าใจง่าย ตอน/ ความสม่าเสมอ น่าสนใจ สอดคล้อง สนับสนุน เชื่อมโยงดว้ ยเหตุและ ในการใช้คา ผล
Plปaระgเดน็iaทสี่ r่งผiลsกรmะทบต&อ่ การsปeระเlมfนิ -คpุณภlาaพคgู่มอืiปaฏrบิ ตัiงิsานm
มีตวั อยา่ งงาน วิเครำะห์
การเลือกหัวข้อท่นี ่าสนใจในการทาผลงาน ใหม่ แตกตา่ ง ตรงกบั เป็ น ตาแหน่ง ประโยชน์
งานวเิ คราะหเ์ กดิ ขนึ้ ตลอดเวลาในการทางานประจา การวิเคราะหม์ าตรฐานความปลอดภยั ของ หอ้ งปฏิบตั กิ ารวิศวกรรมสิง่ แวดลอ้ มตามมาตรฐาน มอก. 2677 ดว้ ย ESPReL Checklist การวิเคราะหป์ ัจจยั ทม่ี อี ิทธผิ ลตอ่ การประเมินคณุ ภาพ ผลงานเพอ่ื กาหนดตาแหนง่ ทางวิชาการ การวิเคราะหร์ ะบบทดสอบการย่อยสลายของพลาสตกิ ชวี ภาพตามมาตรฐาน ISO 14855-1 การวิเคราะหป์ ัญหาและแนวทางจดั การงานบริการ วิชาการแบบมสี ญั ญาจา้ งที่ไมส่ ามารถปิ ดโครงการได้ ตามกาหนด
การวิเคราะหห์ ลกั สตู ร การวิเคราะหห์ ลกั เกณฑ์ การวิเคราะหเ์ ปรยี บเทยี บ การวิเคราะหค์ วาม การวิเคราะหก์ ารกา้ วสู่ ฝึ กอบรมเทคนคิ การ การพจิ ารณาตาแหนง่ การดาเนนิ งานของสภา จาเป็ นในการฝึ กอบรม ตาแหนง่ ทส่ี งู ขน้ึ ของ เขยี นคมู่ อื ปฏิบัตงิ าน สถาบนั อดุ มศึกษาของรฐั บคุ ลากรสายสนบั สนนุ ทางวิชาการของ สถาบันอดุ มศึกษาใน กากบั ของรฐั การวิเคราะหป์ ัจจยั การวเิ คราะหจ์ ดุ แขง็ การวเิ คราะหข์ อ้ มลู การวเิ คราะหก์ ารสรรหา การวเิ คราะหค์ วาม ความสาเร็จและการ จดุ ออ่ น โอกาส และ นกั ศึกษาทมี่ ผี ลการ ผดู้ ารงตาแหนง่ เป็ นไปไดใ้ นการเปลีย่ น ดาเนนิ งานของทมี งาน อปุ สรรคการบรกิ าร เรยี นเกียรตนิ ยิ ม อธิการบดขี อง สถานภาพสถาบันเป็ น รบั รองมาตรฐาน CCPC สถาบนั อดุ มศึกษาใน โสตทศั นปู กรณ์ สถาบนั อดุ มศึกษาแห่ง ประเทศไทย กากบั ของรฐั ปัจจยั ที่มอี ิทธิผลตอ่ การ การวเิ คราะห์ การวิเคราะหร์ ะบบ การวิเคราะหเ์ กณฑ์ การวิเคราะหผ์ ลสมั ฤทธ์ิใน ประเมนิ คณุ ภาพผลงาน องคป์ ระกอบ บทบาท บรหิ ารผลการ มาตรฐานสากลเพ่ือ การสมคั รสอบคดั เลือกเขา้ เพือ่ กาหนดตาแหนง่ ทาง หนา้ ที่ และการดาเนนิ งาน ปฏบิ ัตงิ านของ สนบั สนนุ ยทุ ธศาสตร์ ของคณะกรรมการ เชงิ รกุ สถาบันบัณฑติ ศึกษาตอ่ นดิ า้ ระดบั วชิ าการ สถาบนั อดุ มศึกษาใน พฒั นบรหิ ารศาสตร์ ปริญญาโท ภาคปกติ บรหิ ารงานบคุ คล กากบั ของรฐั
จริงหรือไม่? ทผ่ี ู้สมัครจาก ม.ดงั จะประสบความสาเร็จใน การศกึ ษาของนิดา้ เราใช้ข้อมูลใดในการพจิ ารณาประวัตผิ ู้สมัครเพอื่ คัดเลอื กเข้า เรียน ? ? ? แล้วคุณสมบตั ใิ ดของผู้สมัครทม่ี อี ทิ ธิผลต่อความสาเร็จทาง การศกึ ษา ? ? ?
การวเิ คราะห์ฐานข้อมูลบณั ฑติ Results เพื่อหากล่มุ เป้าหมายของหลกั สูตร บณั ฑิต บณั ฑิตท่ีสาเรจ็ การ IMPบAณั เปCฑลติ Tี่ยทนสี่ แรป้าลงกงาร นศ. OUTCOMงาEน ชุดข้อมูลทส่ี ัมพนั ธก์ ับความสาเร็จของ ผลการศกึ ษาของ ข้อมูลพนื้ ฐาน บณั ฑิต บณั ฑติ ของบณั ฑติ ความสาเร็จและการ สร้างการ เปลีย่ นแปลง
ตวั อย่าง การทางานวเิ คราะห์ จากงานประจา การวเิ คราะห์เปรียบเทยี บ ค่าตอบแทนในการดาเนินการพจิ ารณาตาแหน่งทางวชิ าการ ของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งประเทศไทย
ขอบเขตกำรศึกษำ วตั ถปุ ระสงค์ ก า ร ศึ ก ษ า ค รั้ ง นี้ เ ป็ น ก า ร ศึ ก ษ า อั ต ร า 1. เพ่ือศึกษาเปรียบเทียบอัตราค่าตอบแทนของคณะกรรมการพิจารณา ค่าตอบแทนของคณะกรรมการพิจารณาตาแหน่ง ตาแหน่งทางวิชาการ และคณะกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิเพ่ือทาหน้าท่ี ทางวิชาการ และคณะกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิเพื่อ ประเมนิ ผลงานทางวิชาการ และจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ทาหนา้ ท่ีประเมินผลงานทางวิชาการ และจริยธรรม และจรรยาบรรณทางวิชาการ ซ่ึงประกอบดว้ ย ค่า 2. เพ่ือศึกษาเปรียบเทียบอัตราเงินรางวัลในการไดร้ ับแต่งต้ังให้ดารง เบี้ยประชมุ ค่าสมนาคณุ ในการประเมินคณุ ภาพ ตาแหนง่ ทางวชิ าการ ผลงาน และเงินรางวัลท่ีจ่ายให้กับผูไ้ ด้รับการ แต่งตั้งใหด้ ารงตาแหน่งทางวิชาการ ครอบคลมุ ประโยชนท์ ี่คำดว่ำจะไดร้ บั สถาบันอดุ มศึกษาของรัฐทัว่ ประเทศ 4 กล่มุ ไดแ้ ก่ กลุ่มสถาบันอดุ มศึกษาท่ีเป็ นส่วนราชการ กลุ่ม สถาบันอดุ มศึกษามีขอ้ มลู ในการพิจารณาปรับปรงุ อัตราค่าตอบแทนของ ส ถ า บั น อุด ม ศึ ก ษ า ใ น ก า กั บ ข อ ง รั ฐ ก ลุ่ม คณะกรรมการพิจารณาตาแหนง่ ทางวิชาการ และคณะกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ ส ถ า บั น อุ ด ม ศึ ก ษ า ร า ช ภั ฏ แ ล ะ ก ลุ่ ม เพ่ือทาหนา้ ที่ประเมินผลงานทางวิชาการ และจริยธรรมและจรรยาบรรณทาง สถาบันอดุ มศึกษาราชมงคล ท้งั นี้ การศึกษาครั้งนี้ วชิ าการ และอัตราเงนิ รางวลั ในการไดร้ บั แตง่ ตงั้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ทางวิชาการ ไมร่ วมถึงค่าตอบแทนท่ีเป็ นค่าเดินทาง ค่าที่พัก และ ค่าจดั เลี้ยงหรือคา่ อาหาร
สถาบนั อดุ มศกึ ษาของรฐั ค่าตอบแทน สถานศึ กษาของรัฐ ในสังกัด ส่ิงตอบแทนในรปู ตวั เงนิ ท่ีสถาบันอดุ มศึกษาจ่ายใหก้ ับบคุ คลที่ไดร้ ับแต่งตัง้ ใหท้ าหนา้ ที่ใน ส า นัก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร กระบวนการพิจารณาตาแหนง่ ทางวิชาการเพื่อจงู ใจและตอบแทนการปฏิบัติหนา้ ท่ี ท้ังที่เป็ นค่า อดุ มศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและ เบ้ียประชมุ ค่าสมนาคณุ ในการประเมินคณุ ภาพผลงานทางวิชาการ และเงินรางวัลแก่ผู้ไดร้ ับ ก ร ุง เ ท พ ม ห า น ค ร ที่ จั ด ก า ร ศึ ก ษ า การแตง่ ตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ ทางวชิ าการ ระดับอดุ มศึกษาในดา้ นวิชาการและ วิชาชีพชั้นสงู ซึ่งมีภารกิจในการสอน คณะกรรมการพิจารณาตาแหนง่ ทางวชิ าการ วิจัย บริการวิชาการ และทานบุ ารงุ ศิ ล ป วั ฒ น ธ ร ร ม เ พ่ื อ ใ ห้ คณะบุคคลซ่ึงเป็ นผทู้ รงคุณวฒุ ิทางวิชาการระดับศาสตราจารย์ เป็ นบุคคลภายนอก ประกาศนียบัตร อนุปริญญา หรือ สถาบันอดุ มศึกษาของรัฐท่ีไดร้ ับแต่งตง้ั มีความรแู้ ละความเชี่ยวชาญครอบคลุมสาขาวิชาการ ป ริ ญ ญ า แ ก่ ผู้ส า เ ร็ จ ก า ร ศึ ก ษ า ใ น ตา่ งๆ ของสถาบันอดุ มศึกษาของรัฐ ไดร้ ับการแต่งตงั้ จากสภาสถาบันอดุ มศึกษาของรัฐใหท้ า หลายระดับท้ังปริญญาตรี ปริญญา หนา้ ท่ีกาหนดหลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติ ข้ันตอนและวิธีการเกี่ยวกับการประเมินผลการสอน โท และปริญญาเอก ซึ่งหมายความ เอกสารประกอบการสอน เอกสารคาสอน และการประเมินผลงานทางวิชาการ และวิธกี ารอื่นๆ รวมท้ังสถาบันอดุ มศึกษาที่เป็ นส่วน ท่ีเกี่ยวขอ้ งกับการพิจารณาตาแหน่งทางวิชาการ คัดเลือกและแต่งต้ังคณะกรรมก าร ราชการ สถาบันอดุ มศึกษาในกากับ ผทู้ รงคณุ วฒุ ิเพ่ือทาหนา้ ที่ประเมินผลงานทางวิชาการ และจริยธรรมและจรรยาบรรณทาง ของรฐั สถาบนั อดุ มศึกษาราชภฏั และ วิชาการ พิจารณาอทุ ธรณใ์ นกรณีที่บคุ ลากรผขู้ อแต่งตงั้ ตาแหนง่ ทางวิชาการเสนอขอทบทวน สถาบันอดุ มศึกษาราชมงคล ผลการพิจารณาผลงานทางวชิ าการ
ทาหนงั สอื ถงึ ทกุ สถาบนั - วิเคราหผ์ ลและ สง่ ขอ้ มูลคนื ทางไปรษณยี แ์ ละอเี มล - เขยี นรายงาน บนั ทกึ ขอ้ มูล Microsoft Excel - เกบ็ ข้อมูล กาหนดกรอบ ออกแบบ กรอบแนวคิดกำรวิเครำะห์ แนวคดิ - ขนั้ ตอนการดาเนนิ การ สถาบนั อุดมศึกษาของรัฐ ทบทวน - แบบเกบ็ ขอ้ มูล (1. กลุ่มสถาบนั อุดมศกึ ษาทเ่ี ป็ นส่วนราชการ 2. กลุ่มสถาบนั อุดมศกึ ษาในกากบั ของรัฐ วรรณกรรม - การวเิ คราหข์ อ้ มูล และรายงานผล 3. กลุ่มสถาบนั อุดมศกึ ษาราชภฏั และ 4. กลุ่มสถาบนั อุดมศกึ ษาราชมงคล) - หลกั เกณฑต์ น้ แบบ - แนวคดิ คา่ ตอบแทน ค่าเบยี้ ประชุม คา่ เบยี้ ประชุม ค่าสมนาคุณ เงนิ รางวัล - วธิ ีการทางานเชงิ วเิ คราะห์ คณะกรรมการ ของคณะกรรมการ ประเมินผลงานทาง แก่ผู้ไดร้ ับการแตง่ ตงั้ พจิ ารณาตาแหน่ง ใหด้ ารงตาแหน่งทาง ผู้ทรงคุณวุฒฯิ วชิ าการ ทางวชิ าการ ของคณะกรรมการ วชิ าการ ผู้ทรงคุณวุฒฯิ ขน้ั ตอนกำรศึกษำ ตาแหน่งและหน้าทใ่ี นคณะกรรมการ ระดับตาแหน่งทางวิชาการ (1. ประธานกรรมการ 2. กรรมการ 3. (1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 2. รองศาสตราจารย์ เลขานุการ 4. ผู้ช่วยเลขานุการ และ 5. และ 3. ศาสตราจารย)์ เจา้ หน้าทผี่ ู้ปฏบิ ตั งิ าน)
เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นกำรเก็บขอ้ มลู
• สถาบนั อดุ ม • สถาบนั อดุ ม กำรวิเครำะหข์ อ้ มลู (≥Mean) – (Max) ศึกษาทเ่ี ป็ น ศึกษาใน และกำรนำเสนอ (Min) – (<Mean) สว่ นราชการ 14 20 กากบั ของรฐั Mean • สถาบนั อดุ ม ศึกษาราช แห่ง แหง่ มงคล 81 Percentage แห่ง • สถาบนั อดุ ม Frequency 9 38 ศึกษาราชภฏั แห่ง แห่ง ประชำกรและตวั อยำ่ ง
คำ่ เบ้ียประชมุ คณะกรรมกำรพิจำรณำตำแหน่งทำงวิชำกำร
ประธำนกรรมกำร ภาพรวม 3, 11.11% 3,622-10,000 สถาบนั อดุ มศึกษาท่เี ป็นสว่ นราชการ 12, 44.44% สถาบนั อดุ มศกึ ษาในกากับของรัฐ 6, 22.22% สถาบันอดุ มศกึ ษาราชภฏั 6, 22.22% สถาบันอดุ มศึกษาราชมงคล 27, 37.50% 45, 62.50% 3,622-10,000 1,500-3,621 1,500-3,621 6, 13.33% 8, 17.78% 9, 20.00% สถาบนั อดุ มศึกษาท่ีเปน็ ส่วนราชการ สถาบนั อดุ มศกึ ษาในกากบั ของรัฐ 22, 48.89% สถาบันอดุ มศึกษาราชภฏั สถาบันอุดมศกึ ษาราชมงคล
กรรมกำร 2,817-7,500 3, 9.38% 6, 18.75% สถาบนั อุดมศึกษาที่เปน็ สว่ นราชการ 17, 53.13% 6, 18.75% สถาบนั อุดมศกึ ษาในกากับของรฐั สถาบันอดุ มศึกษาราชภฏั ภาพรวม สถาบันอดุ มศึกษาราชมงคล 32, 44.44% 40, 55.56% 2,817-7,500 1,200-2,816 1,200-2,816 6, 15.00% 8, 20.00% 17, 42.50% 9, 22.50% สถาบันอุดมศึกษาทีเ่ ป็นส่วนราชการ สถาบันอดุ มศกึ ษาในกากบั ของรฐั สถาบันอดุ มศึกษาราชภฏั สถาบันอุดมศกึ ษาราชมงคล
เลขำนกุ ำร 1,457-6,000 2, 7.69% 3, 11.54% 7, 26.92% สถาบันอดุ มศึกษาทเ่ี ปน็ ส่วนราชการ สถาบนั อดุ มศึกษาในกากบั ของรัฐ ภาพรวม 14, 53.85% สถาบนั อดุ มศึกษาราชภัฏ สถาบันอุดมศกึ ษาราชมงคล 26, 42.62% 35, 57.38% 1,457-6,000 300-1,456 300-1,456 6, 17.14% 7, 20.00% สถาบันอดุ มศกึ ษาที่เป็นส่วนราชการ 19, 54.29% 3, 8.57% สถาบนั อุดมศกึ ษาในกากับของรฐั สถาบันอุดมศึกษาราชภัฏ สถาบันอดุ มศกึ ษาราชมงคล
ผชู้ ่วยเลขำนกุ ำร 1,010-6,000 6, 42.86% 0, 0.00% 3, 21.43% ภาพรวม 5, 35.71% สถาบันอดุ มศกึ ษาที่เป็นสว่ นราชการ สถาบนั อุดมศกึ ษาในกากบั ของรฐั 14, 23.73% สถาบนั อดุ มศกึ ษาราชภฏั สถาบันอดุ มศึกษาราชมงคล 45, 76.27% 1,010-6,000 200-1,009 200-1,009 สถาบันอดุ มศกึ ษาท่เี ป็นส่วนราชการ สถาบนั อุดมศึกษาในกากับของรฐั 2, 4.44% สถาบันอดุ มศกึ ษาราชภฏั 9, 20.00% สถาบนั อดุ มศึกษาราชมงคล 7, 15.56% 27, 60.00%
Search