“ฮาลาลคือื อะไร” ฮาลาลเป็น็ คำ�ำ ภาษาอาหรับั มีคี วามหมายทั่ว่� ไปว่า่ “อนุมุ ัตั ิ”ิ เมื่อ�่ นำ�ำ มาใช้ใ้ นทางศาสนา จะมีีความหมายว่า่ สิ่่�งที่่�ศาสนาอนุุมัตั ิิ เช่่น อนุุมัตั ิิให้ก้ ินิ อนุมุ ััติใิ ห้ด้ ื่่�ม อนุุมััติิให้้ทำำ� อนุมุ ัตั ิิให้้ ใช้้สอย เป็น็ ต้้น ฮาลาล เป็น็ คำำ�ที่่ม� ีคี วามหมายตรงข้า้ มกับั คำ�ำ ว่า่ “หะรอม” ที่่ม� ีคี วามหมายทั่ว่� ไปว่า่ ห้า้ ม และเมื่่อ� นำำ�มาใช้ใ้ นทางศาสนาจะมีีความหมายว่่า สิ่่ง� ที่่�ศาสนาห้า้ ม การอนุมุ ัตั ิสิิ่ง� ใด หรืือการห้า้ มสิ่่ง� ใดในศาสนาอิสิ ลามเป็น็ ประกาศิติ ที่่ม� าจากอัลั เลาะห์ผ์ ู้�้ เป็น็ เจ้า้ และมาจากศาสนทููตของพระองค์เ์ ท่า่ นั้้น� ถือื เป็น็ หลักั สำำ�คัญั ที่่ม� ุสุ ลิมิ ทุกุ คนต้อ้ งปฏิบิ ัตั ิิ ตามอย่า่ งเคร่่งครัดั เพราะมุสุ ลิมิ มีคี วามเชื่่�อมั่น� ศรัทั ธาว่่าสิ่�งที่่�พระผู้้เ� ป็็นเจ้า้ อนุมุ ัตั ิิเป็็นสิ่ง� ที่่ด� ีี มีีประโยชน์ส์ ่ว่ นสิ่�งที่่พ� ระผู้้เ� ป็น็ เจ้า้ ห้้ามเป็็นสิ่�งที่่ม� ีีพิิษภัยั และมีโี ทษ 1
“ความสำำ�คััญของอาหารฮาลาล” มุสุ ลิิมมีีความเชื่่อ� อย่่างมั่�นใจว่่า อัลั ลอฮฺฺ คืือผู้้�สร้า้ งมนุุษย์์และสรรพสิ่�งในจักั รวาล ดัังนั้้�น คำ�ำ บััญชาของอััลลอฮฺฺ (อััล-กุุรอาน) คำ�ำ สอนและแบบอย่่างของนบีีมููฮััมมััด (ซุุนนะห์์) จึึงเป็็น เรื่�่องที่่ม� ุสุ ลิมิ จะต้้องปฏิบิ ััติิตามด้ว้ ยความจริิงใจและจริิงจังั กล่่าวคืือ ปฏิิบััติิในสิ่ง� ที่่�อนุุมััติิ (ฮา ลาล) และไม่ป่ ฏิบิ ัตั ิใิ นสิ่ง� ที่่เ� ป็็นข้้อห้า้ ม (หะรอม) ด้้วยความ เต็็มใจและยินิ ดีี อาหารฮาลาล (Halal Food) จะต้้องมีีกระบวนการผลิิตที่่�ถููกต้้องตามข้้อบััญญััติิแห่่ง ศาสนาอิิสลามปราศจากสิ่่�งต้้องห้้าม (หะรอม) และมีคี ุุณค่า่ ทางอาหาร (ตอยยิบิ ) อัลั ลอฮฺฺ (ซ.บ) ได้ม้ ีบี ััญชาไว้้ในบทที่่� 2 วรรคที่่� 168 แห่่งคัมั ภีีร์อ์ ััล-กุรุ อาน ความว่า่ “โอ้้ มนุษุ ย์์ จงบริิโภคสิ่่ง� ที่�่อนุมุ ััติิ (ฮาลาล) ที่�ด่ ีี (ตอยยิบิ ) จากสิ่ง�่ ที่่�อยู่่ใ� นแผ่่นดิิน และจงอย่า่ ตาม บรรดา ก้า้ วเดินิ ของมาร (ซัยั ตอน) แท้จ้ ริงิ มันั คืือศัตั รููที่่ช� ัดั แจ้ง้ ของพวกเจ้า้ ” และอัลั ลอฮฺฺ (ซ.บ) ได้ก้ ำำ�ชัับผู้�้ศรััทธาไว้้ในบทที่่� 2 วรรคที่่� 172 ความว่่า “โอ้บ้ รรดาผู้�้ศรััทธา จงบริิโภคสิ่่ง� ที่่�เราได้้ ให้้เป็็นปััจจััยยัังชีีพของพวกเจ้้าจากสิ่่�งที่�่ดีีทั้�งหลาย และจงขอบคุุณ อััลลอฮฺฺเถิิด เฉพาะ พระองค์์เท่่านั้้น� ที่่�พวกเจ้า้ จัักเป็็นผู้้�เคารพสัักการะ” 2
“อาหารที่่ม� ุสุ ลิิมทานไม่ไ่ ด้”้ อิสิ ลามเป็น็ ศาสนาที่่ม� ีบี ทบัญั ญัตั ิคิ รอบคลุมุ ในทุกุ ส่ว่ นของการดำำ�เนินิ ชีวี ิติ ซึ่่ง� รวมถึงึ ใน เรื่�่องของอาหารการกิิน ดัังที่่�ได้้ถููกบััญญััติิไว้้ในคััมภีีร์์อััลกุุรอ่่าน บทที่่�ชื่่�อว่่าอััลบากอเราะห์์ วรรคที่่� 172-173 ความว่่า “บรรดาผู้ศ�้ รัทั ธาทั้้�งหลาย จงบริิโภคสิ่่ง� ที่่�ดีีทั้ง� หลายเถิดิ ที่่�เราประทานให้้เป็็นปัจั จัยั ยัังชีพี แก่่ พวกท่า่ น และพวกท่า่ นจงขอบคุณุ อัลั ลอฮฺ ฺ ถ้า้ หากพวกท่า่ นเคารพภักั ดีแี ต่พ่ ระองค์เ์ ท่า่ นั้้น� (172) ที่่จ� ริงิ พระองค์ท์ รงห้า้ มพวกท่า่ น เฉพาะแต่เ่ พียี งสัตั ว์ท์ ี่ต�่ ายเอง(ซากสัตั ว์)์ เลือื ด เนื้้อ� ของสุกุ ร และสััตว์์ที่�่ถููกเชืือดบููชาโดยเอ่่ยนามอื่่�นนอกจากอััลลอฮฺฺ ดัังนั้้�นผู้ �ใดที่�่ตกอยู่่�ในภาวะคัับขััน โดยมิิใช่่ผู้้�เสาะแสวงหา และมิใิ ช่่เป็็นผู้้�ละเมิดิ ขอบเขตแล้ว้ ไซร้้ ก็ไ็ ม่่มีีบาปใด ๆ แก่่เขา แท้้ จริิงอััลลอฮฺฺเป็น็ ผู้�้ ทรงอภััยโทษผู้้�ทรงเมตตาเสมอ(173)” จากบััญญััติิที่่�ถููกกล่่าวมาข้้างต้้นจะพบว่่าอาหารที่่�ต้้องห้้าม(ฮะรอม) จะมีี 4 ประเภท ใหญ่่ ๆ โดยมีีรายละเอียี ดดังั นี้้� 1. สัตั ว์์ที่�ต่ ายเองหรืือซากสััตว์์ ในกรณีีที่่ส� ัตั ว์์ตายเอง มีีความเป็น็ ไปได้้ 2 ทางคืือตายเพราะเหตุุปััจจุุบันั ทัันด่ว่ น หรืือ ตายเพราะโรคระบาด ดังั นั้้น� การกิินเนื้้อ� ของมัันจึงึ อาจเป็น็ อัันตรายได้้ ทั้้�งนี้้อ� ัลั กุรุ อ่า่ นยัังให้ร้ ายละเอียี ดซากสััตว์์อีกี 5 ประเภทที่่�เป็็นสิ่�งต้้องห้้าม ดัังนี้้ � สััตว์์ที่่� ถููกรััดคอตาย, สััตว์์ที่่�ถููกตีีจนตาย, สััตว์์ที่่�ตกมาตาย, สััตว์์ที่่�ถููกขวิิดตาย, สััตว์์ที่่�ถููกสััตว์์ป่่ากิิน การที่่ซ� ากสัตั ว์เ์ หล่า่ นี้้ถ� ููกห้า้ มรับั ประทานนั่่น� เป็น็ เพราะว่า่ อัลั ลอฮฺ ฺ ต้อ้ งการสอนให้ม้ นุษุ ย์ม์ ีคี วาม เมตตากรุณุ าต่อ่ สัตั ว์ ์ และป้้องกัันไม่่ให้้มันั ไม่ไ่ ด้ร้ ัับอัันตรายหรืือตายอย่่างทรมานเพียี งเพื่�อ่ มา เป็น็ ปัจั จัยั ยังั ชีพี ให้้แก่ม่ นุษุ ย์์ 2. เลือื ด เลืือดเป็น็ สิ่ง� ที่่ถ� ููกห้า้ มรับั ประทานเพราะอาจเป็น็ อันั ตรายต่อ่ สุขุ ภาพ เนื่อ่� งจากเลืือดเป็น็ ตััวกลางสำ�ำ คััญในการนำำ�พาน้ำำ��สารอาหาร เชื้�อโรค สารพิิษ รวมถึงึ สิ่�งปลอกปลอมต่า่ งๆที่่เ� ข้า้ สู่� ร่า่ งกาย ดัังนั้้�นการรัับประทานเลืือดจึงึ เสี่�ยงต่อ่ การได้ร้ ัับสิ่ง� เจืือปนที่่เ� ป็็นอัันตรายต่่อร่า่ งกาย 3
3. เนื้้อ� ของสุกุ ร เหตุผุ ลหลักั คืือคำำ�สั่่ง� ห้า้ มจากพระเจ้า้ ที่่เ� จาะจงและระบุอุ ย่า่ งชัดั เจนว่า่ ห้า้ มบริโิ ภคเนื้้อ� ของสุกุ ร ดังั ที่่ไ� ด้้ยกตัวั อย่า่ งมาข้า้ งต้้น อย่่างไรก็็ตามทางการแพทย์ต์ รวจพบว่่าหมููเป็น็ สาเหตุุ หนึ่่ง� ที่่ก� ่อ่ ให้เ้ กิดิ โรคทางร่า่ งกายมากมาย และเนื้้อ� หมููยังั สร้า้ งกล้า้ มเนื้้อ� ได้น้ ้อ้ ยมากและมีไี ขมันั มากเกิินความจำ�ำ เป็็น นอกจากนี้้�การค้้นพบทางวิิทยาศาสตร์์ได้้แสดงให้้เห็็นว่่า เนื้้�อหมููนั้้�นมีี พยาธิติ ัวั จี๊ด� (Trichinosis worm) ที่่เ� ป็น็ อัันตรายอย่่างยิ่ง� ซึ่่ง� หากมีกี ารติดิ เชื้�อ อาจทำำ�ให้้เกิิดโรค ที่่ส� มอง ตา ตัับ ปอด และหััวใจได้้ 4. สััตว์ท์ ี่ถ�่ ููกเชืือดบููชาโดยเอ่่ยนามอื่่น� นอกจากพระเจ้้า สััตว์์ที่่�ถููกเชืือดบููชาโดยเอ่่ยนามอื่่�นนอกจากพระเจ้้า(อััลลอฮฺฺ) ในกรณีีนี้้�เป็็นเหตุุผลที่่� เกี่�ยวข้้องกัับความศรััทธาทั้้�งสิ้�น เพื่่�อให้้การปฏิิบััติิศาสนกิิจบริิสุุทธิ์์�เพื่�่ออััลลอฮฺฺ และต่่อสู้�้ กัับ การตั้้�งภาคีีทุกุ รููปแบบ ทั้้�งนี้้ย� ัังมีีสัตั ว์์ที่่ต� ้อ้ งห้า้ มตามหลักั ศาสนบััญญัตั ินิ อกเหนืือจากที่่ก� ล่่าวมาข้้างต้้น ดังั นี้้� 1.สุุนัขั หมููป่า่ ลิิง 2.สััตว์์กินิ เนื้้อ� เป็น็ อาหารที่่ม� ีีกรงเล็บ็ เช่่น สิงิ โต หมีี และอื่�น่ ๆที่่�ใกล้้เคียี งกันั 3.สััตว์์ที่่ม� ีพี ิิษ หรืือสัตั ว์น์ ำำ�เชื้�อโรค เช่น่ หนูู ตะขาบ แมงป่อ่ ง 4.สัตั ว์์ที่่ไ� ม่่นุุญาติิให้ฆ้ ่่าตามหลัักศาสนบัญั ญัตั ิิ เช่่น มด ผึ้้ง� และนกหััวขวาน 5.สัตั ว์ท์ ี่่�มีีลักั ษณะน่า่ รัังเกีียจ เช่น่ หนอน แมลงวันั เหา 6.สัตั ว์ท์ ี่่�มีลี ักั ษณะเช่น่ เดีียวกับั ลา 4
“อาหารเจ” ถือื ศีีลกิินเจ ช่่วงเทศกาลกินิ เจ เราจะสัังเกตเห็็นธงประจำ�ำ เทศกาลที่่�เป็็นธงสีเี หลืืองเยอะแยะเต็ม็ ไป หมด เทศกาลกิินเจนี้้� เป็น็ เทศกาลของชาวพุุทธที่่ใ� ห้้ชาวพุุทธศาสนิิกชนปฏิิบัตั ิติ นถืือศีีลกินิ เจ ได้ต้ ระหนักั ถึงึ การไม่เ่ บียี ดเบียี นชีวี ิติ สัตั ว์์ และการตั้้ง� อยู่�ในศีลี ตลอดช่ว่ งระยะเวลา 9 วันั 9 คืืน การกินิ เจ คืือ การกิินอาหารผักั อาหารที่่�มาจากพืืชผักั ธรรมชาติิ ไม่่มีีเนื้้อ� สัตั ว์ป์ ะปน และไม่่ ปรุุงด้ว้ ยผัักฉุุน 5 ชนิิด ได้แ้ ก่่ กระเทีียม หััวหอม หลักั เกียี ว กุุยช่า่ ย ใบยาสููบ และงดเว้้นน้ำำ�� นม สด นมข้น้ ด้ว้ ย เพราะถืือว่่าเป็น็ ของสดของคาว คราวนี้้�มาถึึงคำ�ำ ถามยอดฮิติ ในช่่วงเทศกาลกิินเจ มุุสลิิม สามารถทานอาหาร เจ ได้้หรืือไม่่ ? การทาน “อาหารเจ” คืือการบริิโภคอาหารมาจากผัักหรืือแปรรููปมาจากผััก ซึ่่�งโดย สภาพแล้้วเป็็นอาหารที่่ฮ� าลาล อย่่างไรก็ต็ าม อาหารเจที่่ห� ้า้ ม (ฮะรอม)คืือ อาหารที่่�ปรุงุ สดใน เทศกาลหน้้าศาลที่่�ผู้้�ปรุุงมีีเจตนารมณ์์เพื่่�อจำำ�หน่่ายให้้กัับผู้�้ถืือศีีลกิินเจหรืือจััดขายในเทศกาล เจเป็น็ หลักั ซึ่่ง� เบื้้�องหลัังมาจากความเชื่อ�่ การห้า้ มนี้้ไ� ม่ไ่ ด้้รวมถึงึ ที่่�วางขายตามห้า้ งสรรพสิินค้้า ในรููปแบบอาหารแช่่แข็็งหรืืออาหารแปรรููป หรืืออาหาร(ติิดป้้ายเจ)ที่่�จััดบริิการสำำ�หรัับคนไม่่ ทานเนื้้�อสััตว์ต์ ลอดปีี เช่น่ ในโรงอาหารมหาวิิทยาลัยั เป็็นต้น้ ทั้้�งนี้้� แม้ว้ ่่าในอาหารเจไม่ม่ ีีส่ว่ น ประกอบของเนื้้อ� สัตั ว์ก์ ็ต็ าม ต้อ้ งมั่น� ใจด้ว้ ยว่า่ กรรมวิธิ ีใี นการนำ�ำ มาปรุงุ นั้้น� ต้อ้ งถููกตามหลักั การ อิิสลาม ส่่วนการ “กิินเจ” นั้้�น หมายถึึงการบริิโภคอาหารจากพืืช ผลไม้้และที่่แ� ปรรููปจากสิ่่�งดังั กล่่าวแล้้ว ยัังหมายรวมถึึงการถืือศีีลและมีีความเชื่่�อในพิิธีีกรรมด้้วย ซึ่่�งความเชื่่�อดัังกล่่าวได้้ รัับอิิทธิิพลจากศาสนาพุุทธในนิกิ ายมหายานเป็็นส่่วนใหญ่่ ดังั นั้้น� คนนับั ถืือศาสนาอิิสลามจึึง ถืือศีีลกิินเจ หรืือกิินเจอย่า่ งเดียี วนั้้น� ไม่่ได้้ เพราะมีีบัญั ญัตั ิิในศาสนาไว้้มิิให้้กราบไหว้้ บููชาเทพ หรืือสิ่ง� อื่่�นใดนอกจากพระเจ้้า (อััลลลอฮ์์ ซ.บ.) เท่่านั้้น� ดังั นั้้น� การกินิ เจ จึงึ เป็น็ ความหมายที่่�ชี้� ชััดว่า่ ผู้�้ใดกิินเจนั้้�นหมายถึงึ ผู้้�ที่บ� ริิโภคอาหารเจที่่�งดเนื้้อ� สััตว์ ์ ทานพืืช ผลไม้้ แต่ง่ ดพืืชบางชนิิด และถืือศีลี ไหว้พ้ ระประกอบพิิธีีกรรมทางความเชื่่�อของศาสนาด้ว้ ย 5
“อาหารญี่่�ปุ่่�น” อาหารญี่่�ปุ่�นมีีส่่วนประกอบที่่�ควรคำ�ำ นึึงและหลีีกเลี่�ยงเพื่อ�่ ป้้องกันั อาหารที่่ห� ะรอม ดังั นี้้� • ข้้าวซููชิญิ ี่่�ปุ่่น� - จะใส่่เหล้้า (มิิริิน*หรืือสาเก**) ในข้า้ วหรืือน้ำ��ำ ซููชิทิ ี่่ใ� ช้ห้ ุงุ ข้า้ ว, และใช้น้ ้ำำ�� ส้ม้ สายชููญี่่ป�ุ่�น (komezu, “rice vinegar”) ที่่�ผลิติ จากเหล้้า ซึ่่ง� หะรอม • น้ำ�ำ�จิ้้�มซููชิิ - ใช้ซ้ อสถั่�วเหลืืองญี่่ป�ุ่�น (ซีอีิ้�วญี่่ป�ุ่�น, japa- nese soy sauce, โชยุ)ุ มีอี ัลั กอฮอล์จ์ ากการหมักั 1-2% (Kik- koman มีอี ััลกอฮอล์์มากกว่่า 2%, ซอส ทาคุุมิ-ิ อายิิ ผู้้�ผลิิต ระบุวุ ่า่ ไม่เ่ หมาะสำำ�หรับั มุุสลิิม, อาจมีเี หล้า้ ) • ไข่่หวาน(ไข่่ม้ว้ นญี่�่ปุ่่�น) – ใส่เ่ หล้้ามิิริินหรืือเหล้้าสาเก • ยำำ�สาหร่่าย - ใช้้ซอสถั่ว� เหลืืองญี่่�ปุ่�น (ซีอีิ้ว� ญี่่ป�ุ่�น) หรืือน้ำ�ำ� ส้้มสายชููญี่่ป�ุ่�น • ปููอัดั - อาจใช้ส้ ารสกัดั จากเลืือดสัตั ว์์ (plasma) ในขั้�นตอนการทำำ�ซููริมิ ิิ • มิิรินิ (mirin,เหล้า้ หวาน) คืือไวน์์ที่่�ได้จ้ ากการหมัักข้้าว (คล้า้ ยกับั สาเก) มีอี ัลั กอฮอล์์ 14% ใช้้ปรุุงรสในซููชิิ ซอสเทอริยิ ากิิ ปลาย่่าง ไข่่หวาน • สาเก (sake) คืือเหล้า้ ญี่่ป�ุ่�นที่่�ได้้จากการหมัักข้า้ ว มีอี ัลั กอฮอล์์ 20% 6
“ขนมหวาน” อาหารบางชนิดิ เช่่น ขนมหรืือของหวานอาจมีสี ่่วนผสมที่่ห� ะรอมหรืือผลิติ จากอาหาร หะรอม ดังั นั้้น� ต้้องตรวจสอบว่่ามัันมาจากอะไรเพื่่�อที่่จ� ะตััดสิินได้ว้ ่่ามัันทานได้ห้ รืือไม่่ได้้ ซึ่�งประกอบด้้วยส่ว่ นผสมที่่�พบบ่อ่ ยในการทำำ�ขนมหวาน ดัังต่่อไปนี้้� 1.เจลาตินิ มีที ี่่ม� าจากหนังั กระดููกหรืือเนื้้�อเยื่�่อของสัตั ว์์ที่่�หะรอม เช่น่ สุุกร แม้ว้ ่า่ สุุกร จะเปลี่่ย� นสภาพเป็น็ เกลืือแล้ว้ ก็ต็ าม แต่ท่ ัศั นะที่่ถ� ููกต้อ้ งนั้้น� ถือื ว่า่ หะรอม เพราะที่่ม� าของมันั คืือ สุกุ รซึ่่ง� หะรอม 2.ไขมัันที่่�เราใช้้ในอาหาร ต้้องพิิจารณาว่่ามีีที่่�มาจากพืืชหรืือสััตว์์ ถ้้ามาจากพืืชนั้้�น แน่น่ อนว่า่ ฮาลาล ถ้า้ หากมันั ไม่ไ่ ด้ผ้ สมกับั สิ่ง� ที่่ไ� ม่ส่ ะอาด(นะญิสิ )หรืือมีสีิ่ง� ปนเปื้อ�้ นอื่น�่ ใด แต่ถ่ ้า้ เป็น็ ไขมันั จากสัตั ว์ ์ ถ้า้ หากมันั มาจากสัตั ว์ท์ ี่่ฮ� าลาล ก็อ็ ยู่�ในหุกุ ุ่่�ม(กฎเกณฑ์)์ เดียี วกับั เนื้้อ� ของสัตั ว์์ นั้้�น(ฮาลาลหรืือทานได้)้ แต่ถ่ ้า้ มันั มาจากสััตว์์ที่่ห� ะรอม (เช่่น สุุกร) เราก็็ต้อ้ งพิิจารณาว่่ามันั ใช้้ ในอาหารหรืือเพื่อ�่ วััตถุปุ ระสงค์อ์ ื่น�่ 3.แอลกอฮอล์์ แอลกอฮออล์์นั้้�นเป็็นสิ่�งต้้องห้้าม(ห้้ามทาน) ดัังนั้้�นหากขนมหรืือของ หวานที่่�มีสี ่ว่ นผสมของแอลกอฮอล์์ก็็ไม่เ่ ป็็นที่่อ� นุญุ าตเช่่นเดียี วกััน 4.สำ�ำ หรัับเนยแข็็ง (cheese) ถ้้า ทำำ�จากนมของสััตว์์ที่่�ไม่่อนุุญาตให้้รัับประทาน นััก วิชิ าการมีมี ติเิ อกฉันั ท์ท์ ี่่ไ� ม่อ่ นุญุ าตให้ท้ านเนยแข็ง็ นั้้น� แต่ถ่ ้า้ ทำำ�จากนมของสัตั ว์ท์ ี่่อ� นุญุ าตให้ร้ ับั ประทาน และใช้เ้ อนไซม์เ์ รนเน็ต็ ที่่ไ� ด้จ้ ากสัตั ว์ท์ ี่่เ� ชืือดอย่า่ งถููกต้อ้ งตามหลักั การอิสิ ลาม และไม่ม่ ีี ส่ว่ นผสมที่่�เป็็นนะญิสิ (ไม่่สะอาด)ก็็รัับประทานได้้ , สำ�ำ หรับั เรนเน็็ตได้ม้ าจากสััตว์์ตาย(ตายเอง โดยไม่ไ่ ด้เ้ ชืือดอย่า่ งถููกต้อ้ ง) นักั วิชิ าบางท่า่ นมีคี วามเห็น็ ว่า่ รับั ประทานได้้ แต่ใ่ นทัศั นะที่่ถ� ููกต้อ้ ง คืือมัันหะรอมเช่น่ กันั , ส่่วนเรนเน็ต็ จากสัตั ว์์ที่่เ� ป็น็ นะญิิส เช่่น สุกุ ร นั้้�นไม่่ควรรับั ประทาน หลายกรณีีที่่�ไม่่ชััดเจนสำำ�หรัับมุุสลิิม คืือไม่่รู้�้ที่�มาของวััตถุุเจืือปนอาหาร ทางที่่�ดีีคืือให้้ เกรงกลััว อััลลอฮฺฺและหลีกี เลี่�ยงสิ่ง� ที่่ส� งสััย ดัังหะดีีษที่่ร� ายงานโดย อัลั นุุอฺฺมาน อิบิ นิบิ ะชีีร (ร่่อ ฎิิยัลั ลอฮุุอัันฮุุ) เขากล่า่ วว่า่ - ฉันั ได้ย้ ิินท่า่ นร่่อซููลุลุ ลอฮฺฺ ศ็อ็ ลลัลั ลอฮุอุ ะลััยฮิิวะซัลั ลัมั กล่่าวว่า่ 7
“แท้้จริงิ สิ่ง�่ อนุุมััติ(ิ ฮาลาล)นั้้�นชััดแจ้ง้ และสิ่�ง่ ต้้องห้้าม(หะรอม)ก็็ชัดั แจ้ง้ และในระหว่่าง ทั้้ง� สองสิ่ง่� นั้้น� มีีเรื่อ� ง(หรือื สิ่ง�่ )ที่ค�่ ลุมุ เครือื (ไม่่ชัดั แจ้ง้ ) ซึ่่ง� ผู้้�คนส่่วนมากไม่รู้� ดังั นั้้น� ผู้�ใดรักั ษา ตััวเขาจากสิ่�่ง(หรืือเรื่�อง)ที่่�คลุุมเครืือนั้้�น เขาได้้ชำำ�ระตััวเขาในการปกป้้องศาสนาของเขา และเกีียรติขิ องเขา พฤติกิ รรมการรับั ประทานอาหารขึ้้น� อยู่่�กับั วัฒั นธรรมหรืือสภาพแวดล้อ้ ม อีกี ทั้้ง� ยังั รวม ถึงึ ความเชื่อ�่ แต่ล่ ะศาสนา เพราะทุกุ ศาสนามีกี ฎเกณฑ์เ์ กี่ย� วกับั อาหารที่่แ� ตกต่า่ งกันั บทบัญั ญัตั ิิ เฉพาะเจาะจงเรื่อ�่ งอาหารที่่ท� านว่า่ เป็น็ อย่า่ งไร อาหารประเภทใดที่่ส� ามารถทานได้ห้ รืืออาหาร ประเภทใดที่่�ไม่ส่ ามารถทานได้้ ซึ่�งในศาสนาอิิสลามได้้พููดถึึงเกี่�ยวกัับการบริิโภคอาหารอิิสลามว่่า การรัับประทาน อาหารเพื่อ�่ สุขุ ภาพเป็น็ ประการสำ�ำ คัญั และให้ม้ ีกี ารสำำ�นึกึ ในความกรุณุ าของพระผู้ป�้ ็น็ เจ้า้ ผู้�้ ทรง ประทานเครื่อ่� งยังั ชีพี พระองค์ท์ รงอนุมุ ัตั ิอิ าหารและเครื่อ่� งดื่ม�่ ที่่ด� ีมี ีปี ระโยชน์ใ์ ห้ก้ ับั มนุษุ ย์์ และ พระองค์์ทรงห้้ามสิ่่�งที่่�ไม่่ดีี และให้้โทษ ทั้้�งนี้้ท� างเราได้้ไขข้้อสงสััยในคำำ�ถามที่่�ผู้�้ คนต่่างศาสนิิ กชนได้้ตั้�งคำ�ำ ถามเกี่�ยวกัับการรัับประทานอาหารในอิิสลามอย่่างครบถ้้วนแล้้ว หากมีีขอผิิด พลาดประการใด ต้อ้ งอภััย ณ ที่่น� ี้้�ด้้วย ชมรมมุุสลิิม มหาวิทิ ยาลััยธรรมศาสตร์์ 8
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: