แบบฝึกเสริมทกั ษะ การแตง่ คาประพนั ธ์ ประเภทกาพย์ยานี ๑๑ ชุดที่ ๑ ฝึกคิดคล้องจองประลองสัมผัส สาหรับนักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑-๓ นางสาวณิชนันท์ กาทองทุง่ ตาแหนง่ ครู คศ.๑ โรงเรียนบา้ นทงุ่ โฮ้ง(อภิวังวทิ ยาลัย) สานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาแพร่ เขต ๑
คำนำ เอกสารฉบับนี้ เป็นเอกสารของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาหรับนักเรียน ช้ันมัธยมศึกษา ปีที่ ๑ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการแต่งคาประพันธ์ ประเภทกาพย์ยานี ชุดท่ี ๑ ฝึกคิดคล้องจองประลองสัมผัส น้ีได้จัดทาขึ้นให้สอดคล้องกับหลักสูตร แกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย พุทธศักราช ๒๕๕๑ ซ่ึงประกอบด้วย แบบฝกึ เสริม ทักษะจานวน ๒ ชุด ดงั น้ี ชุดท่ี ๑ ฝกึ คดิ คลอ้ งจองประลองสัมผสั ชดุ ที่ ๒ ฝกึ หดั แตง่ คาประพนั ธ์ แบบฝึกเสริมทักษะการแต่งคาประพันธ์ ประเภทกาพย์ยานี ๑๑ ชุดที่ ๑ ฝึกคิดคล้องจอง ประลองสัมผัส แบบฝึกเสริมทักษะชุดน้ีถือเป็นส่ือการเรียนรู้รูปแบบหน่ึงที่มีความสาคัญต่อการจัด การเรียนรู้ จะช่วยให้นักเรียนมีพัฒนาการทางภาษาเข้าใจในบทเรียน ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกบั การเลือกใช้คามาแต่งคาประพันธแ์ ละสามารถเลือกใชค้ าได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตามแบบแผนฉันทลักษณ์ดีขึ้น ขณะเดียวกันนักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้เรื่อง การแต่ง คาประพันธ์ พัฒนาสกู่ ารแตง่ เพลงพื้นบ้านไทยพวน และเกิดความภาคภมู ิใจในผลงานของตนเอง ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่าแบบฝึกเสริมทักษะการแต่งคาประพันธ์ ประเภทกาพย์ยานี ๑๑ ชดุ ท่ี ๑ ฝกึ คิดคลอ้ งจองประลองสัมผัส เล่มนจ้ี ะช่วยพัฒนาทกั ษะการแต่งกาพย์ยานี ๑๑ ของนักเรียน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนักเรียนมีความสุขกับการปฏิบัติกิจกรรม ขอขอบคุณทุกท่านท่ีให้ คาแนะนา และให้ความอนเุ คราะหใ์ นการจดั ทาแบบฝึกทกั ษะเลม่ นี้จนสาเรจ็ ดว้ ยดี ผจู้ ดั ทา
สำรบัญ หนำ้ ก คานา ข สารบญั ๑ คาชี้แจงในการใชแ้ บบฝึกเสริมทกั ษะ ๒ คาชี้แจงสาหรบั ครู ๓ คาชี้แจงสาหรับนักเรียน ๔ สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย ๕ แบบทดสอบก่อนเรยี น เร่ือง คาคลอ้ งจอง ประลองสมั ผัส ๖ ใบความรู้ เรือ่ ง คาคล้องจองและคาสัมผสั ๑๒ แบบฝกึ เสรมิ ทักษะที่ ๑.๑ ลักษณะคาคล้องจอง ๑๓ แบบฝกึ เสริมทักษะท่ี ๑.๒ ความหมายและลกั ษณะของคาคล้องจอง ๑ ๑๔ แบบฝึกเสริมทักษะท่ี ๑.๓ ความหมายและลกั ษณะของคาคล้องจอง ๒ ๑๕ แบบฝกึ เสริมทักษะที่ ๑.๔ คาสัมผสั นอก/สมั ผัสใน (สัมผัสสระ) ๑๗ แบบฝกึ เสริมทักษะที่ ๑.๕ สมั ผัสใน (สมั ผัสสระ) ๑๘ แบบทดสอบหลงั เรียน เรื่อง คาคล้องจอง ประลองสมั ผสั ๑๙ ภาคผนวก ๒๕ บรรณานุกรม
๑ คำชีแ้ จงในกำรใช้แบบฝกึ ทกั ษะ แบบฝกึ ทักษะการแต่งคาประพนั ธ์ ประเภทกาพย์ยานี ๑๑ รายวชิ าภาษาไทย มีจดุ มุ่งหมาย เพื่อใหน้ ักเรียนไดฝ้ กึ ทักษะการแต่งคาประพันธ์ ประเภทกาพยย์ านี ตามหัวข้อเร่อื ง เน้ือหาทีแ่ ตกต่าง กัน โดยมีแบบฝึกเสริมทกั ษะทง้ั หมด ๒ ชดุ ดังรายละเอียดตอ่ ไปนี้ ชุดท่ี ๑ ฝึกคดิ คลอ้ งจองประลองสัมผัส ชุดที่ ๒ ฝึกหดั แตง่ คาประพันธ์ โครงสร้างของแบบฝึกเสริมทักษะการแต่งคาประพนั ธ์ ประเภทกาพย์ยานี แตล่ ะชุด ประกอบดว้ ย - มาตรฐานการเรยี นรู้ และตวั ชว้ี ดั - แบบทดสอบก่อนเรยี น - ใบความรู้ - แบบฝึกเสริมทักษะ - แบบทดสอบหลงั เรียน - เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน - เฉลยแบบฝกึ เสรมิ ทักษะ
๒ คำชแี้ จงสำหรับครู การใชแ้ บบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการแต่งคาประพนั ธ์ ประเภทกาพยย์ านี ๑๑ มคี าชี้แจงสาหรบั ครู ดังนี้ ๑. ศึกษาสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนเรียนรู้และตัวชี้วัด เน้ือหาและข้ันตอนการจัด กจิ กรรมตา่ ง ๆ ในแผนการจัดการเรยี นร้ใู หเ้ ขา้ ใจ ๒. จัดเตรยี มสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ทใ่ี ช้ในการจดั การเรียนรใู้ หพ้ ร้อมกอ่ นจัดการเรียนรู้ ๓. ครูดาเนนิ จัดกิจกรรมการเรยี นรู้ตามลาดับขั้นตอนในแผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ดงั นี้ ๓.๑ ครูบอกจุดประสงคก์ ารเรยี นร้ใู ห้นกั เรยี นได้ทราบ ๓.๒ วดั และประเมินผลหลงั จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๔. ใหน้ ักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น
๓ คำชี้แจงสำหรบั นักเรียน แบบฝึกเสรมิ ทักษะการแต่งคาประพนั ธ์ ประเภทกาพย์ยานี ๑๑ เล่มนเ้ี ปน็ แบบฝึกทักษะที่ใช้ ประกอบการเรียน นักเรียนสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง ตามคาแนะนาในการใช้เอกสารและปฏิบัติ กิจกรรมแต่ละข้ันตอน ซึ่งจะทาให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความรู้และ ความเข้าใจ ในการแต่งกาพย์ยานี ๑๑ โดยปฏิบัตติ ามขน้ั ตอน ดงั น้ี ๑. ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน แล้วตรวจคาตอบทเ่ี ฉลยไว้ทา้ ยเอกสาร ๒. ศึกษาเน้ือสาระ ว่าเม่ือจบบทเรียนนี้แล้ว นักเรียน ได้เรียนรู้อะไรบ้าง และเกิดผลกับ นกั เรยี นอยา่ งไร ๓. ศึกษาแบบฝึกเสรมิ ทักษะและฝกึ ทากจิ กรรมตามทก่ี าหนดไว้ ๔. เมื่อนักเรียนมีปัญหาตอนใดเก่ียวกับเรื่องที่ศึกษาน้ีรีบขอคาแนะนาหรือปรึกษาครูผู้สอน ทันที ๕. ขอใหน้ กั เรยี นปฏิบัติกจิ กรรมในแตล่ ะหน้าดว้ ยความตัง้ ใจและสนกุ สนานกับบทเรียน ๖. ทาแบบทดสอบหลังเรียนเพอื่ วัดความรคู้ วามเขา้ ใจอกี ครงั้ หนึ่ง
๔ สำระที่ ๔ หลักกำรใช้ภำษำไทย มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและ พลังของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้ ๑. นักเรยี นเขยี นคาคล้องจองตามท่ีกาหนดได้ถูกต้อง ๒. นกั เรียนเขียนคาคล้อง ๒ พยางค์ไดถ้ ูกต้อง ๓. นกั เรยี นเขยี นคาคล้อง ๓ พยางค์ไดถ้ ูกต้อง ๔. นกั เรียนเขียนสัมผัสนอกได้ถกู ต้อง ๕. นกั เรยี นเขียนสัมผสั ในทเ่ี ป็นสมั ผัสสระและสัมผัสอักษรไดถ้ กู ต้อง
๕ แบบทดสอบก่อนเรยี น เร่อื ง ฝึกคิดคลอ้ งจองประลองสัมผสั คำชแี้ จง : ใหน้ ักเรียนทาเคร่อื งหมาย เลอื กคาตอบท่ีถูกที่สดุ เพยี งคาตอบเดียว ๑. ควรเติมคาใดลงในช่องว่างให้คลอ้ งจองกบั คาวา่ “ ก่อร่าง ” ก. สรา้ งบ้าน ข. สรา้ งเงิน ค. สร้างตวั ง. สร้างงาน ๒. ข้อใดคือคาคล้องจอง ก. แหวน แหวก ข. เขียน เรียน ค. ปว่ ย บา่ ว ง. สาว สวย ๓. ข้อใดเป็นคาคล้องจอง ๓ พยางค์ ก. หนอนบอ่ นไส้ หนอนหนังสือ ข. เขยี นดว้ ยมอื ลบดว้ ยเทา้ ค. สวยแต่รูป แกม้ ไม่หอม ง. ขา้ วในนา ปลาในนา้ ๔. คาว่า “ โทรทศั น์ ” ควรต่อด้วยขอ้ ใดให้มีเสียงคลอ้ งจองกัน ก. บัตรผ่านทาง ข. ธนาคาร ค. โทรเลข ง. ทฤษฎี ๕. ข้อใดเปน็ คาคลอ้ งจองของ “ พ่อของฉนั ฟันสีขาว .....…............…..” ก. ยาของหมอ ข. ราวตากผ้า ค. ถามเพื่อรู้ ง. น้าใจงาม ๖. คาในขอ้ ใดใชส้ ระเหมือนกับเสียงสระของคาว่า “ ก้อง ” ก. เกีย่ ว ข. รอ้ ง ค. รับ ง. แรง ๗. “เกิดเป็นไทยใจงามสรา้ งสานกึ ” จากคาประพันธข์ ้างต้นขอ้ ใดเปน็ สมั ผสั สระ ก. งาม – สรา้ ง ข. สร้าง – สิ่ง ค. ไทย – ใจ ง. สา – นกึ ๘. ข้อใดมสี มั ผัสพยัญชนะเหมอื นคาวา่ “ รอ่ งรอย ” ก. ทีทา่ ข. รบั ช่วง ค. รบี เรง่ ง. รา้ ยกาจ ๙. กลมุ่ คาในข้อใดเป็นคาสมั ผัสอกั ษรทุกคา ก. ทดแทนทอดนอ่ ง ข. บอกบญุ เบิกบาน ค. บวั บานในบ่อ ง. แยแ่ ก่แนแ่ ท้ ๑๐. กลุ่มคาในข้อใดเป็นคาสมั ผสั สระทุกคา ก. พุม่ พวงดวงดาว ข. ร่ายราร้องเรือ ค. ที่ทางขา้ งขน้ึ ง. ไยไม่ใสใ่ จ คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน
๖ ใบควำมรู้ เรอ่ื ง ควำมหมำยของคำคลอ้ งจอง คำคล้องจอง คือ คาที่มีสระเสียงเดียวกันหรือคาที่มีเสียงสระและตัวสะกดในมาตราเดียวกันข้อ สาคัญในการแต่งคาประพันธ์ทุกชนิดคือคาคล้องจอง ผู้ฝึกหัดแต่งต้องฝึกฝนเรื่องการเลือกคาท่ีมี ความหมายคล้องจองกนั มีความไพเราะดว้ ยพยัญชนะ เสยี งสระควรมีความหมาย เจาะจงกนิ ความได้ ลึกซงึ้ ด้วย ตวั อย่าง “ งามทรงวงดังวาด งามมารยาทนาดกรกราย งามพร้ิมยิ้มแย้มพราย งามคาหวานลานใจถวิล แตเ่ ช้าเท่าถึงเยน็ กลา้ กลืนเขญ็ เป็นอาจิณ ชายใดในแผน่ ดนิ ไม่เหมือนพี่ที่ตรอมใจ ” (กาพย์เห่สังวาส)เจา้ ฟ้าธรรมาธเิ บศร คำคลอ้ งจอง คือ งามทรง –วงดงั วาด มารยาท – นาด งามพริ้ม- ยิม้ แยม้ คาหวาน- ลานใจ แต่เชา้ - เท่าถงึ เย็น ชายใด – ในแผ่นดนิ เหมอื นพ่ี – ที่ตรอมใจ เขญ็ - เย็น ลกั ษณะของคำคล้องจอง คำคล้องจอง ๑ พยำงค์ คือคาทอ่ี อกเสยี งเพยี งครัง้ เดยี ว มสี ระเสยี งเดียวกัน ตัวสะกดมาตรา เดยี วกนั สว่ นรปู และเสยี งวรรณยุกต์จะตา่ งกนั ก็ได้ ตัวอย่ำง - กนิ - ดนิ - บนิ - หิน - ส้ิน - กดั - ตดั - วัด - สดั - ปัด - กอบ - ชอบ - จอบ - ตอบ - มอบ
๗ คำคลอ้ งจอง ๒ พยำงค์ คือ คาท่ีมพี ยางค์ทา้ ยของกลุ่มคาหนา้ มีเสยี งคลอ้ งจอง กบั พยางค์แรก หรือพยางค์ที่ ๒ ของกลมุ่ คาหลงั ทอี่ ยูถ่ ดั ไป ตวั อยา่ ง หาคณุ จนุ เจอื เผอ่ื แผ่ แก่กัน รถไถ ไปนา หาคู่ ปูดา จาใจ ใครดี มาดี มีตา คำคล้องจอง ๓ พยำงค์ คอื กลุม่ คาท่มี ี ๓ พยางค์ ตั้งแต่ ๒ กลมุ่ ขน้ึ ไปท่พี ยางค์ทา้ ยของกล่มุ คา หน้า มีเสยี งคลอ้ งจองกบั พยางค์แรก หรือพยางค์ท่ี ๒ ของพยางค์หลังท่อี ยู ถดั ไป ตัวอย่าง เรามเี พ่ือน เตือนความคิด จิตแจ่มใส เดก็ คนเก่ง เรง่ รีบเรยี น เพยี รศึกษา
๘ ใบควำมรู้ เรื่อง ควำมหมำยและชนิดของคำสมั ผัส สมั ผสั คือ ลักษณะบงั คบั ที่ใช้คาที่มเี สียงคล้องจองกนั มี ๒ ชนิด คือ ๑. สมั ผัสนอก ๒. สมั ผัสใน สัมผัสนอก คือ คาที่ใช้สระคล้องจองกันและถ้ามีตัวสะกดต้องสะกดมาตราเดียวกัน สัมผัส นอกเป็นสัมผัสบังคับที่ต้องมีในบทประพันธ์ต่าง ๆ ซึ่งมีสัมผัสท่ีส่งและ รับกันระหว่างวรรค ระหว่าง บาท และระหวา่ งบท และตอ้ งเป็นสัมผสั สระเท่านั้น สัมผัสใน คือคาท่ีมีเสียงสระหรอื เสียงพยัญชนะคล้องจองในวรรคเดียวกนั ตวั อยำ่ งสัมผัสนอก ตัวอยา่ ง หอมย่หี รา่ รสรอ้ นแรง มัสมน่ั แกงแกว้ ตา แรงอยากใหใ้ ฝฝ่ นั หา ชายใดได้กลิ่นแกง (พระพทุ ธเลิศหล้านภาลัย) ตวั อย่ำงสัมผสั ใน ตัวอย่าง วางถึงลิ้นด้นิ แดโดย กอ้ ยก้งุ ปรุงประทิน่ ฤาจะเปรยี บเทยี บทันขวญั รสทพิ ยห์ ยบิ มาโรย (พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลัย)
๙ ใบควำมรู้ เร่อื ง ควำมหมำยและชนดิ ของคำสมั ผัสนอก ควำมหมำยสัมผสั นอก สัมผัสนอก คือ คาที่ใช้สระคล้องจองกันและถ้ามีตัวสะกดต้องสะกดมาตราเดียวกัน สัมผัส นอกเป็นสัมผัสบังคับท่ีต้องมีในบทประพันธ์ต่าง ๆ ซ่ึงมีสัมผัสท่ีส่ง และรับกันระหว่างวรรค ระหว่าง บาท และระหว่างบท และต้องเปน็ สมั ผสั สระเทา่ น้นั ตัวอย่ำงสัมผสั นอก มนตข์ ลังถิน่ พัทลงุ สานสืบทอดตลอดมา “โพนทองก้องไดย้ ิน เอกลักษณท์ ห่ี มายมุ่ง ด้วยตระหนกั ถงึ คณุ ค่า ตโี พนก้องประจักษ์ ผา่ นผนั วันเวลา ลุลว่ งถงึ ซง่ึ ปจั จบุ นั ” สมั ผสั นอก (ประพนั ธโ์ ดย ยพุ าพร สงิ หวงศ์) บทท่ี ๑ ไดแ้ ก่ ยนิ – ถน่ิ , ลงุ - ม่งุ สัมผสั นอก บทที่ ๒ ไดแ้ ก่ จกั ษ์ – หนกั , ค่า – ลา สัมผสั ระหว่ำงบท ไดแ้ ก่ มา - คา่
๑๐ ใบควำมรู้ เรอื่ ง ควำมหมำยและชนดิ ของคำสัมผัสใน สมั ผสั ใน คือ คาทม่ี ีเสียงสระหรือ เสยี งพยัญชนะคล้องจองในวรรคเดยี วกนั แบง่ เป็น ๒ ประเภท คือ ๑. สัมผสั สระ ๒. สัมผัสพยัญชนะหรือสมั ผัสอักษร สัมผัสในทาให้บทร้อยกรองไพเราะย่ิงขึ้นหรืออาจกล่าวได้ว่า สัมผัสในก็คือสัมผัสในวรรค เดยี วกันน่ันเอง วรรณคดีหลายเรื่องทมี่ สี ัมผัสในท่สี ละสลวย เชน่ “ ปลาสรอ้ ยลอยลอ่ งชล วา่ ยเวียนวนปนกันไป เหมือนสรอ้ ยทรงทรามวยั ไม่เหน็ เจ้าเศร้าบว่ าย (เจา้ ฟา้ ธรรมาธิเบศร) สมั ผสั สระ วรรคที่ ๑ ไดแ้ ก่ สร้อย - ลอย วรรคที่ ๒ ได้แก่ วน - ปน วรรคที่ ๓ ไดแ้ ก่ - - - วรรคท่ี ๔ ไดแ้ ก่ เจา้ – เศร้า สมั ผสั อักษร วรรคท่ี ๑ ไดแ้ ก่ ลอย ล่อง วรรคที่ ๒ ได้แก่ วา่ ย เวยี น วน , ปน ไป วรรคท่ี ๓ ไดแ้ ก่ ทรง ทราม วรรคท่ี ๔ ได้แก่ -
๑๑ สมั ผัสสระ คอื คาท่ใี ชส้ ระคลอ้ งจองเปน็ เสยี งเดยี วกัน และถา้ มตี วั สะกดตอ้ งสะกดมาตรา เดียวกันสมั ผัสสระมี ๒ ชนิดคอื ๑.๑ สัมผสั สระทไ่ี ม่มีตวั สะกด เช่น มา – ปลา , ชู – ดู , ดี – ศรี , เฉ – เปล ๑.๒ สมั ผัสสระทีม่ ีตวั สะกด เช่น ชนิ – ศิลป์ , ชดั – รฐั , สขุ – ยคุ , เมฆ – เลข ตัวอย่าง งามมารยาทนาดกรกราย งามคาหวานลานใจถวลิ งามทรงวงดงั วาด งามพรม้ิ ยิ้มแยม้ พราย (กาพยเ์ ห่สงั วาส เจา้ ฟ้าธรรมาธิเบศร) สัมผสั สระ วรรคท่ี ๑ ไดแ้ ก่ ทรง – วง วรรคที่ ๒ ได้แก่ มารยาท – นาด วรรคที่ ๓ ได้แก่ พรม้ิ – ยม้ิ วรรคที่ ๔ ได้แก่ หวาน – ลาน
๑๒ แบบฝกึ เสริมทักษะท่ี ๑.๑ ลักษณะของคำคลอ้ งจอง คำชแี้ จง : ให้นกั เรียนหาคาคล้องจองของคาท่ีกาหนดให้ ๑. รัก ................ ................ ................ ................ ................ ๒. พบ ................ ................ ................ ................ ................ ๓. ขา ................ ................ ................ ................ ................ ๔. สั่ง ................ ................ ................ ................ ................ ๕. ช้า ................ ................ ................ ................ ................ ๖. แม่ ................ ................ ................ ................ ................ ๗. เบา ................ ................ ................ ................ ................ ๘. โข ................ ................ ................ ................ ................ ๙. ชู ................ ................ ................ .................. ................ ๑๐. เสีย ................ ................ ................ ................ ................ เกณฑ์กำรประเมนิ คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน ๘ – ๑๐ ขอ้ ไดร้ ะดับ ๓ หมายถึง ดี ๕ – ๗ ข้อ ได้ระดบั ๒ หมายถึง พอใช้ ๐ – ๔ ข้อ ได้ระดบั ๑ หมายถึง ปรับปรงุ
๑๓ แบบฝกึ เสรมิ ทักษะที่ ๑.๒ ควำมหมำยและลักษณะของคำคล้องจอง คำช้ีแจง : ให้นกั เรยี นเตมิ สานวนไทยทีม่ ีคาคล้องจอง ๒ พยางคต์ ่อไปน้ใี หถ้ กู ต้อง ๑. ขา้ วใหม…่ …………………….. ๒. อดอยาก……………………….. ๓. ติฉนิ ……………………………… ๔. ตดั ญาต…ิ ……………………… ๕. ลดรา……………………………. ๖. ยิม้ แย้ม…………………………. ๗. ล้มหมอน………………………. ๘. สาวแก่…………………………. ๙. นา้ ใส……………………………. ๑๐. พงึ่ พา………………………... เกณฑก์ ำรประเมิน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน ๘ – ๑๐ ข้อ ได้ระดับ ๓ หมายถงึ ดี ๕ – ๗ ข้อ ได้ระดบั ๒ หมายถงึ พอใช้ ๐ – ๔ ข้อ ไดร้ ะดบั ๑ หมายถึง ปรับปรงุ
๑๔ แบบฝกึ เสริมทักษะที่ ๑.๓ ควำมหมำยและลักษณะของคำคล้องจอง คำชแี้ จง : ใหน้ ักเรียนเติมสานวนไทยท่ีมคี าคล้องจอง ๓ พยางคต์ ่อไปนี้ให้ถกู ต้อง ๑. หวานเป็นลม……………………......... ๒. มือถือสาก……………………............. ๓. ชวั่ ชา่ งช.ี .………………………........... ๔. อดตาหลบั ………………………......... ๕. ช่วั เจด็ ที………………………….......... ๖. ช้าเปน็ การ………………………......... ๗. ตามใจปาก……………………........... ๘. ปลา้ ผลี กุ .……………………….......... ๙. ทรัพย์ในดนิ ..……………………....... ๑๐. ววั เคยค้า………………………....... เกณฑก์ ำรประเมิน คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน ๘ – ๑๐ ข้อ ไดร้ ะดับ ๓ หมายถึง ดี ๕ – ๗ ข้อ ไดร้ ะดับ ๒ หมายถงึ พอใช้ ๐ – ๔ ข้อ ได้ระดับ ๑ หมายถงึ ปรบั ปรงุ
๑๕ แบบฝึกเสริมทักษะท่ี ๑.๔ คำสัมผัสนอก/สัมผสั ใน (สมั ผัสสระ) คำชแ้ี จง : ให้นกั เรียนพิจารณาคาประพนั ธต์ ่อไปน้ีแลว้ หาคาท่เี ปน็ คาสัมผสั นอกแลว้ นาคาตอบมา เขียนใหถ้ ูกตอ้ ง คำสมั ผสั นอก
๑๖ แบบฝกึ เสริมทักษะที่ ๑.๔ คำสัมผัสนอก/สัมผัสใน(สัมผัสสระ) (ต่อ) คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นเตมิ คาท่ีมีเสยี งสัมผัสสระกับคาทีก่ าหนดให้ คำสัมผสั ใน (สัมผสั สระ) ๖. เงนิ ................ ................ ................ ................ ................ ๗. ดอก ................ ................ ................ ................ ................ ๘. ดนิ ................ ................ ................ ................ ................ ๙. จา่ ย ................ ................ ................ ................ ................ ๑๐. รถ ................ ................ ................ ................ ................ เกณฑก์ ำรประเมนิ คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน ๘ – ๑๐ ขอ้ ได้ระดับ ๓ หมายถงึ ดี ๕ – ๗ ขอ้ ไดร้ ะดับ ๒ หมายถึง พอใช้ ๐ – ๔ ข้อ ได้ระดับ ๑ หมายถงึ ปรบั ปรงุ
๑๗ แบบฝึกเสริมทักษะท่ี ๑.๕ สัมผัสใน(สัมผสั สระ) คำช้แี จง : ให้นักเรยี นบอกคาสมั ผัสสระที่ปรากฏในคาประพนั ธ์ต่อไปนี้ให้ถกู ต้อง ๑. ศรรกั ปกั อกแม่ คอยดแู ลสมัครมนั่ สมั ผสั สระ คือ ……………………………………………… ๒. สายใยแตใ่ นครรภ์ เอ่ยรกั น้ันพลนั ยนิ ดี สัมผสั สระ คอื ……………………………………………… ๓. อกอ่นุ การุณรัก เฝ้าฟูมฟกั ไมเ่ ลี่ยงหนี สมั ผสั สระ คือ ……………………………………………… ๔. ถกั ทอต่อชีวี เป็นมิ่งมนั่ นริ นั ดร สัมผสั สระ คอื ……………………………………………… ๕. อุ่นมือสื่อสมั ผสั คอยฝกึ หดั เขียนอักษร สัมผสั สระ คอื ……………………………………………… ๖. ฝึกฝนไมแ่ ง่งอน อ้อนเอ่ยรกั ประจักษค์ ุณ สัมผสั สระ คอื ……………………………………………… ๗. อ่นุ เอ้ือเม่ือฟ้าหมน่ แม่อดทนใหต้ ักหนนุ สัมผสั สระ คือ ……………………………………………… ๘. กอดใดใครล่ ะมนุ คนุ้ เคยรักถกั ต่อพลัน สมั ผสั สระ คอื ……………………………………………… ๙. อนุ่ แท้แมร่ กั ลกู คอยปลอบปลกู ทุกส่ิงสรรค์ สัมผสั สระ คือ ……………………………………………… ๑๐. รกั แทแ้ ต่ในครรภ์ ปลูกฝงั คนจนดงี าม สมั ผสั สระ คอื ……………………………………………… (ประพนั ธโ์ ดย นางสาวยพุ าพร สิงหวงศ)์ เกณฑ์กำรประเมิน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน ๘ – ๑๐ ขอ้ ไดร้ ะดับ ๓ หมายถงึ ดี ๕ – ๗ ข้อ ได้ระดับ ๒ หมายถงึ พอใช้ ๐ – ๔ ข้อ ไดร้ ะดับ ๑ หมายถงึ ปรบั ปรงุ
๑๘ แบบทดสอบหลงั เรยี น เรื่อง ฝกึ คดิ คล้องจองประลองสัมผสั คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นทาเคร่อื งหมาย เลอื กคาตอบทถี่ กู ทีส่ ดุ เพยี งคาตอบเดยี ว ๑. คาวา่ “ โทรทศั น์ ” ควรตอ่ ด้วยข้อใดให้มเี สียงคลอ้ งจองกัน ก. บตั รผา่ นทาง ข. ธนาคาร ค. โทรเลข ง. ทฤษฎี ๒. ควรเตมิ คาใดลงในช่องวา่ งใหค้ ลอ้ งจองกบั คาวา่ “ ก่อรา่ ง ” ก. สรา้ งบา้ น ข. สรา้ งเงิน ค. สรา้ งตัว ง. สร้างงาน ๓. ข้อใดเปน็ คาคลอ้ งจองของ “ พอ่ ของฉนั ฟนั สีขาว .....…............…..” ก. ยาของหมอ ข. ราวตากผา้ ค. ถามเพื่อรู้ ง. น้าใจงาม ๔. ขอ้ ใดคือคาคลอ้ งจอง ก. แหวน แหวก ข. เขยี น เรยี น ค. ปว่ ย บา่ ว ง. สาว สวย ๕. ข้อใดเป็นคาคลอ้ งจอง ๓ พยางค์ ก. หนอนบ่อนไส้ หนอนหนังสอื ข. เขยี นดว้ ยมอื ลบดว้ ยเท้า ค. สวยแต่รปู แก้มไม่หอม ง. ข้าวในนา ปลาในนา้ ๖. ข้อใดมีสมั ผัสพยัญชนะเหมอื นคาว่า“ รอ่ งรอย ” ก. ทที ่า ข. รับช่วง ค. รบี เรง่ ง. ร้ายกาจ ๗. คาในขอ้ ใดใช้สระเหมือนกับเสยี งสระของคาวา่ “ ก้อง ” ก. เกย่ี ว ข. ร้อง ค. รับ ง. แรง ๘. “เกิดเปน็ ไทยใจงามสร้างสานึก” จากคาประพนั ธ์ข้างต้นขอ้ ใดเปน็ สัมผัสสระ ก. งาม – สร้าง ข. สร้าง – ส่งิ ค. ไทย – ใจ ง. สา – นกึ ๙. กลมุ่ คาในข้อใดเป็นคาสมั ผัสสระทกุ คา ก. พมุ่ พวงดวงดาว ข. ร่ายรารอ้ งเรอื ค. ที่ทางข้างขึน้ ง. ไยไม่ใส่ใจ ๑๐. กลมุ่ คาในข้อใดเปน็ คาสมั ผัสอกั ษรทกุ คา ก. ทดแทนทอดน่อง ข. บอกบญุ เบิกบาน ค. บัวบานในบอ่ ง. แย่แกแ่ น่แท้ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
๑๙ ภำคผนวก
๒๐ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เร่อื ง ฝึกคิดคล้องจองประลองสัมผสั คำชี้แจง : ให้นกั เรียนทาเครอ่ื งหมาย เลือกคาตอบท่ีถกู ที่สุดเพยี งคาตอบเดียว ๑. ควรเตมิ คาใดลงในชอ่ งว่างให้คลอ้ งจองกบั คาว่า “ ก่อร่าง ” ก. สรา้ งบา้ น ข. สร้างเงนิ ค. สรา้ งตวั ง. สร้างงาน ๒. ข้อใดคือคาคลอ้ งจอง ก. แหวน แหวก ข. เขียน เรยี น ค. ปว่ ย บ่าว ง. สาว สวย ๓. ขอ้ ใดเปน็ คาคล้องจอง ๓ พยางค์ ก. หนอนบอ่ นไส้ หนอนหนังสอื ข. เขยี นด้วยมอื ลบด้วยเทา้ ค. สวยแต่รูป แกม้ ไม่หอม ง. ขา้ วในนา ปลาในน้า ๔. คาว่า “ โทรทศั น์ ” ควรต่อดว้ ยข้อใดใหม้ เี สียงคลอ้ งจองกนั ก. บตั รผ่านทาง ข. ธนาคาร ค. โทรเลข ง. ทฤษฎี ๕. ขอ้ ใดเป็นคาคล้องจองของ “ พอ่ ของฉัน ฟันสีขาว .....…............…..” ก. ยาของหมอ ข. ราวตากผา้ ค. ถามเพื่อรู้ ง. นา้ ใจงาม ๖. คาในขอ้ ใดใช้สระเหมือนกับเสยี งสระของคาว่า “ ก้อง ” ก. เก่ยี ว ข. รอ้ ง ค. รบั ง. แรง ๗. “เกดิ เป็นไทยใจงามสรา้ งสานกึ ” จากคาประพนั ธข์ ้างตน้ ขอ้ ใดเปน็ สมั ผัสสระ ก. งาม – สร้าง ข. สร้าง – สิ่ง ค. ไทย – ใจ ง. สา – นกึ ๘. ข้อใดมีสัมผสั พยัญชนะเหมือนคาว่า“ รอ่ งรอย ” ก. ทีทา่ ข. รับชว่ ง ค. รบี เรง่ ง. รา้ ยกาจ ๙. กลุ่มคาในข้อใดเปน็ คาสัมผสั อักษรทุกคา ก. ทดแทนทอดนอ่ ง ข. บอกบญุ เบิกบาน ค. บวั บานในบอ่ ง. แยแ่ ก่แนแ่ ท้ ๑๐. กลุ่มคาในข้อใดเปน็ คาสัมผสั สระทุกคา ก. พุม่ พวงดวงดาว ข. รา่ ยรารอ้ งเรือ ค. ทที่ างขา้ งขึน้ ง. ไยไมใ่ สใ่ จ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน ๑๐ คะแนน
๒๑ เฉลยแบบฝกึ เสริมทกั ษะ แบบฝึกเสรมิ ทักษะท่ี ๑.๑ ลักษณะของคำคล้องจอง ๑. มัก ผกั ตัก ปัก พัก ๒. กบ จบ สบ คบ รบ ๓. รา ทา นา กา จา ๔. นั่ง ฝง่ั ชง่ั วงั หลัง ๕. พร้า ข้า นา้ กลา้ ป้า ๖. แก่ แจ้ แย่ แน่ แร่ ๗. เขา เรา เฉา เมา เครา ๘. โก้ โบ โต โร โห ๙. ดู รู ฟู หมู หู ๑๐. เขี่ย เต้ีย เพลีย เลยี เมยี (คำตอบขึ้นอยกู่ ับดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน) แบบฝึกเสรมิ ทักษะท่ี ๑.๒ ควำมหมำยและลักษณะของคำคลอ้ งจอง ๑. ปลามนั ๖. แจม่ ใส ๒. ปากแหง้ ๗. นอนเส่ือ ๓. นนิ ทา ๘. แม่หม้าย ๔. ขาดมิตร ๙. ใจจริง ๕. วาศอก ๑๐. อาศัย
๒๒ เฉลยแบบฝึกเสริมทกั ษะ แบบฝกึ เสรมิ ทักษะท่ี ๑.๓ ควำมหมำยและลกั ษณะของคำคลอ้ งจอง ๑. ขมเปน็ ยา ๖. นานเป็นคณุ ๒. ปากถือศีล ๗. ลาบากท้อง ๓. ดชี า่ งสงฆ์ ๘. ปลกุ ผีน่ัง ๔. ขบั ตานอน ๙. สินในน้า ๕. ดีเจด็ หน ๑๐. ม้าเคยข่ี แบบฝึกเสริมทักษะที่ ๑.๔ คำสัมผัสนอก/สัมผสั ใน (สัมผัสสระ) เร่ืองคำสมั ผสั นอก ๑. แน่ – แม่ – ไหน – ใคร ๒. รอบ - ชอบ – ใส – วนิ ยั ๓. ค่า – ษา – แหน – แดน ๔. ยิง่ - สิง่ – ใส - ไทย ๕. คน – จน – ศรี - ดี คำสัมผัสใน (สัมผัสสระ) ๖. เดิน เมิน เพลนิ เกนิ เนิน ๗. ปอก ลอก ศอก จอก หมอก ๘. สิน ยนิ กิน ปิ่น ลนิ้ ๙. บา่ ย ส่าย ย้าย ง่าย ลาย ๑๐. บด หด สด มด หมด (คำตอบขึน้ อยู่กับดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)
๒๓ เฉลยแบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะ แบบฝึกเสรมิ ทักษะท่ี ๑.๕ สัมผสั ใน (สัมผัสสระ) ๑. รัก – ปัก ๖. รัก – (ประ)จักษ์ ๒. ใย – ใน , น้ัน – พลัน ๗. เอ้ือ – เม่ือ ๓. อนุ่ – (กา)รุณ ๘. ใด – ใคร่ , รัก – ถัก ๔. ทอ – ต่อ , ชี – วี , ม่ัน – รนั ๙. แท้ – แม่ ๕. มือ – ส่อื ๑๐. แท้ – แต่ ,คน – จน
๒๔ เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น เร่ือง ฝกึ คิดคลอ้ งจองประลองสัมผสั คำชี้แจง : ให้นักเรียนทาเครื่องหมาย เลือกคาตอบทถ่ี ูกที่สดุ เพียงคาตอบเดยี ว ๑. คาว่า “ โทรทศั น์ ” ควรต่อด้วยข้อใดใหม้ เี สยี งคล้องจองกัน ก. บตั รผ่านทาง ข. ธนาคาร ค. โทรเลข ง. ทฤษฎี ๒. ควรเติมคาใดลงในช่องว่างให้คลอ้ งจองกับคาวา่ “ ก่อร่าง ” ก. สรา้ งบา้ น ข. สร้างเงนิ ค. สร้างตัว ง. สร้างงาน ๓. ข้อใดเปน็ คาคลอ้ งจองของ “ พอ่ ของฉัน ฟันสีขาว .....…............…..” ก. ยาของหมอ ข. ราวตากผ้า ค. ถามเพ่ือรู้ ง. นา้ ใจงาม ๔. ข้อใดคือคาคลอ้ งจอง ก. แหวน แหวก ข. เขียน เรียน ค. ป่วย บ่าว ง. สาว สวย ๕. ขอ้ ใดเป็นคาคลอ้ งจอง ๓ พยางค์ ก. หนอนบอ่ นไส้ หนอนหนังสอื ข. เขียนดว้ ยมือ ลบดว้ ยเท้า ค. สวยแต่รูป แกม้ ไม่หอม ง. ขา้ วในนา ปลาในน้า ๖. ข้อใดมีสมั ผสั พยัญชนะเหมอื นคาวา่ “ รอ่ งรอย ” ก. ทีท่า ข. รบั ช่วง ค. รีบเร่ง ง. รา้ ยกาจ ๗. คาในขอ้ ใดใชส้ ระเหมือนกับเสียงสระของคาวา่ “ ก้อง ” ก. เกีย่ ว ข. รอ้ ง ค. รับ ง. แรง ๘. “เกดิ เป็นไทยใจงามสรา้ งสานกึ ” จากคาประพนั ธ์ขา้ งตน้ ขอ้ ใดเป็นสมั ผสั สระ ก. งาม – สรา้ ง ข. สร้าง – สง่ิ ค. ไทย – ใจ ง. สา – นกึ ๙. กลุ่มคาในข้อใดเป็นคาสัมผสั สระทกุ คา ก. พุ่มพวงดวงดาว ข. ร่ายรารอ้ งเรอื ค. ท่ที างข้างข้นึ ง. ไยไม่ใส่ใจ ๑๐. กลุ่มคาในข้อใดเปน็ คาสมั ผสั อักษรทุกคา ก. ทดแทนทอดน่อง ข. บอกบญุ เบิกบาน ค. บัวบานในบ่อ ง. แย่แกแ่ นแ่ ท้ คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน ๑๐ คะแนน
๒๕ บรรณำนกุ รม กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๑). หลกั สตู รแกนกลำงกำรศึกษำข้นั พนื้ ฐำนพทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑ กรงุ เทพฯ : กระทรงศึกษาธกิ าร. กาชัย ทองหล่อ. (๒๕๕๔). หลกั ภำษำไทย. กรงุ เทพฯ : อมรการพมิ พ์ บรรจง ชาครติพงศ์. (๒๕๕๑). เคล็ดลบั กำรแตง่ คำประพนั ธ์ : โคลง ร่ำย ฉนั ท์ กำพย์ กลอน. กรุงเทพฯ : ดอกหญา้ บารมี ถาวระ. (๒๕๔๑). ลักษณะคำประพันธ์ไทย. นครศรีธรรมราช : สถาบนั ราชภฏั นครศรีธรรมราช ปฤษณา แจ้มแจ้ง. (๒๕๕๔). กำรพัฒนำทักษะกำรแตง่ คำประพนั ธข์ องนักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษำ ปีที่ ๕ โดยใช้ชุดกำรสอนกำรแตง่ คำประพันธ์ตำมแนวววัฏจกั รกำรเรยี นรู้ วทิ ยานพิ นธ์ การศกึ ษามหาบัณฑติ สาขาการศกึ ษาและการสอน (ประถมศึกษา) มหาวทิ ยาลัยทักษิณ. ประหยดั แม่นสขุ . (๒๕๕๗. กำรพฒั นำแบบฝึกทกั ษะกำรเขยี นรอ้ ยกรอง (กำพย์ยำนี ๑๑) กลุ่มสำระกำรเรียนรูภ้ ำษำไทย ของนักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษำปที ่ี ๖. ปรญิ ญานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑติ สาขาวชิ าการพัฒนาหลกั สูตรและการเรยี นการสอน บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุบลราชธานี ยุทธ โตอดเิ ทพย.์ (๒๕๕๒). คูม่ อื เรียนเขยี นกลอน. กรุงเทพฯ : แม่คาผาง เยาวดี วิบูลยศ์ ร.ี (๒๕๔๕). กำรวดั และกำรสรำ้ งแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์.ิ กรงุ เทพฯ : สานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั . เยาวลกั ษณ์ ชาตสิ ุขศริ เิ ดช. (๒๕๕๓). เรียงถอ้ ย รอ้ ยกรอง. กรุงเทพฯ : อักษรเจรญิ ทศั น์ สาลี รักสทุ ธ์ิ. (๒๕๕๔). คู่มือกำรจัดทำส่ือ นวตั กรรมและแผนประกอบส่ือนวัตกรรม กรุงเทพฯ : พัฒนาศึกษา สุคนธ์ สนิ ธพานนท์. (๒๕๕๑). นวตั กรรมกำรเรียนกำรสอนเพอ่ื พัฒนำคุณภำพของเยำวชน กรงุ เทพฯ : เทคนิปร้ินติง้ เสนยี ์ วิลาวรรณ และชัยวฒั น์ สีแก้ว (๒๕๔๙). หลักกำรใช้ภำษำไทย ชว่ งช้นั ท่ี ๒. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช จากัด
Search
Read the Text Version
- 1 - 28
Pages: